อวดผลงานนศ.วิทย์เครื่องสำอาง มฟล. วิจัยสูตรสร้างแบรนด์เครื่องสำอางสีสัน กับงาน Colors of 2015

อวดผลงานนศ.วิทย์เครื่องสำอาง มฟล. วิจัยสูตรสร้างแบรนด์เครื่องสำอางสีสัน กับงาน Colors of 2015

แวะเอารูปบรรยากาศงาน Color of 2015 ที่ทางสำนักวิชาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงจัดเมื่อต้นปีที่ผ่านมา มาอวดให้ชมกันค่ะ

เป็นภาพบรรยากาศรวมๆ มีทั้ง Products ใหม่ๆ ที่น่าสนใจมากๆค่ะ

 

เป็นภาพเก่าที่เคยอัพไว้ในเด็กดีค่ะ

Beauty Talks: ผิวบอบบางแพ้ง่าย และสกินแคร์สำหรับ Sensitive skin

Beauty Talks: ผิวบอบบางแพ้ง่าย และสกินแคร์สำหรับ Sensitive skin

 

วันนี้มี่อยากเล่าเรื่อง Sensitive skin ค่ะ เพราะว่าเดี๋ยวนี้คนเอเชียเกิดภาวะ Sensitive skin กันมากขึ้น

 

sensitive

 

Sensitive skin นี่ ไม่ใช่แค่ว่า บอบบางแพ้ง่ายอย่างเดียวค่ะ แต่ในทางการแพทย์ ตาม Baumann skin typing system เขาแบ่งประเภทของ Sensitive skin ไว้ 4 แบบเลยทีเดียวค่ะ

ได้แก่

S1 คือ Sensitive skin ประเภทที่เรียกว่า Acne type เป็นผิวที่มีแนวโน้มเกิดสิวได้ง่ายกว่าคนปกติ ใช้อะไรก็จะอุดตันหมด อุดตันตลอดปีตลอดชาติตลอดชีวิต

คนกลุ่มนี้ต้องเลี่ยงสารต่อไปนี้นะคะ

 

acne

 

แต่ ไม่ได้แปลว่า เจอพวกนี้แล้วจะต้องอดตันเสมอไป จะแบนไปเลย ความจริงแล้วการอุดตันมีหลายๆปัจจัยมาเกี่ยวข้องด้วย รวมถึงความเข้มข้นที่เขาใส่มาในสูตรด้วย ยิ่งเข้มข้นก็ยิ่งเสี่ยงตันค่ะ

 

 

S2 คือ Sensitive skin ประเภทที่เรียกว่า Rosacea type เป็นผิวที่มีอาการแดง เหมือนอายตลอดเวลา เพราะพวกนี้เส้นเลือดเขาจะไวค่ะ แค่ทานของร้อนของเผ็ด หรืออากาศร้อน ก็แดงละค่ะ

 

 

S3 คือ Sensitive skin ประเภทที่เรียกว่า Burning and Stinging type เป็นผิวที่มีอาการปวดแสบปวดร้อน รู้สึกแสบ ร้อน เมื่อทาผลิตภัณฑ์ หรือเมื่อสัมผัสสิ่งเร้าบางอย่าง เช่น ลม ความเย็น ความร้อน โดยไม่จำเป็นต้องมีอาการแดงร่วมด้วยค่ะ

คนกลุ่มนี้จะต้องเลี่ยงสารต่อไปนี้นะคะ

 

sting

 

แต่ไม่ได้แปลว่าจะให้แบนไปเลยเช่นกัน เพราะความทนของแต่ละคนไม่เท่ากันค่ะ มันขึ้นกับความเข้มข้นสารในผลิตภัณฑ์ด้วย

 

 

และ S4 คือ Sensitive skin ประเภทที่เรียกว่า Contact dermatitis and irritant dermatitis type คนกลุ่มนี้จะแพ้ง่ายเพราะ Barrier ผิวอ่อนแอกว่าคนปกติ

แพ้ได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งน้ำประปา คนกลุ่มนี้ควรทดสอบการแพ้ก่อนการใช้งานค่ะ

สารที่มีความเสี่ยงสูงทำให้แพ้ก็จะเป็นพวก กันแดดเคมี สารกันเสีย น้ำหอม และสารกลุ่มโปรตีนเป็นต้น

การแพ้นี่ไม่ขึ้นกับความเข้มข้นสาร แค่ใส่มา น้อยแค่ไหนก็แพ้ได้ค่ะ และการแพ้คาดเดาไม่ได้ค่ะ แต่จะเกิดซ้ำๆเดิม จากสารที่เคยแพ้

 

 

 

ต่อมาเป็นแนะนำ Skincare สำหรับ Sensitive skin แบบต่างๆนะคะ

S1: ควรใช้ BHA เป็นประจำเพื่อละลายสิวอุดตันค่ะ

S2: สามารถใช้ได้เหมือนคนปกติเลยค่ะ อาจจะหาเบสเขียวมากลบรอยแดง

S3: ควรเลี่ยงพวก AHA, BHA, Alcohol, Essential oil

S4: ควรเลือกเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของสารไม่มากชนิดจนเกินไป เพราะ Barrier ผิวของคน S4 ไม่ดี สารจะซึมลงง่าย ทำให้เสี่ยงแพ้ง่ายค่ะ นอกจากนี้ควรเลี่ยงน้ำหอม กันแดดเคมี และโปรตีนค่ะ

 

สรุป

 

พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมจัดเต็ม มอยส์เจอไรเซอร์คุมสิว Acne away face moisturizing cream จากแบรนด์ Skin Will

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมจัดเต็ม มอยส์เจอไรเซอร์คุมสิว Acne away face moisturizing cream จากแบรนด์ Skin Will

วันนี้มี่แวะเอารีวิวเครื่องสำอางคุณภาพฝีมือคนไทยที่อัดแน่นด้วยส่วนผสมเลอค่ามาฝากกันค่ะ

คราวแล้วเราดูรีวิวตัว Vit c ของแบรนด์นี้ไป วันนี้เรามาดูตัว acne กันบ้างนะคะ ส่วนตัวมี่ว่าโอเคเลยหล่ะ

นั่นก็คือ Acne away face moisturizing cream จาก Skin Will เจ้าเก่าค่ะ

หน้าตาคล้ายๆกันค่ะ แต่ตัว Acne วันนี้จะเป็นหลอดสีฟ้า นะคะ

acne 2

 

ข้างในเป็นหลอดแบบมีจุดกดคล้ายตัว Vit C ค่ะ

 

acne 4

 

ในส่วนของเนื้อครีม เป็นครีมสีขาวค่ะ มีกลิ่นหอมอ่อนๆบางๆแนวๆสมุนไพร

 

acne 6

 

ตัวครีมจะเกลี่ยค่อนข้างง่าย ชุ่มชื้นผิวค่อนข้างมาก ซึมไวปานกลางค่ะ แต่ก็ไม่ถึงกับมันหรือเหนอะหนะนะคะ

 

acne 6

 

วัด pH กันเล็กน้อย

 

acne 7

 

เหมือนเนื้อครีมมันไปเคลือกระดาษอยู่เลยอ่านยากนิดนึง
pH น่าจะอยู่ที่ประมาณ 5 ค่ะ ใกล้เคียงกับผิวดี

ก่อนจะไปดูส่วนผสมอยากบอกว่า เขาเน้น Claiming เรื่องของความเข้มข้นของส่วนผสมเช่นกันค่ะ
โดยใช้ Nicotinamide 5%, Sodium ascorbyl phosphate 5% และ Oligopeptide-10 3% เรียกได้ว่าใส่มาเต็ม max เลยทีเดียว

มาถึงส่วนผสมกันบ้างนะคะ

 

สผส

 

ปกติเราจะแบ่งส่วนประกอบของเครื่องสำอางเป็น 3 ส่วนหลักๆค่ะ ได้แก่

  1. สารออกฤทธิ์ หรือ Active ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติพิเศษในการบำรุงผิว
  2. เนื้อหลัก หรือ Base เป็นส่วนเนื้อหลักที่โอบอุ้ม Active และเป็นตัวพา Active ไปหาผิว
  3. สารเติมแต่ง หรือ Additives ใส่เข้ามาเพื่อความน่าใช้ สวยงาม ปลอดภัย ฯลฯ

 

คุณสมบัติของสารต่างๆแยกตามหน้าที่

  1. กลุ่มสารออกฤทธิ์ ได้แก่
  • Nicotinamide เป็นชื่อพ้องของ Niacinamide เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 มีรายงานว่า สารตัวนี้สามารถเป็น Whitening ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ โดยไปรบกวนการส่งผ่านของเมลานินที่สร้างเสร็จแล้ว ลดการอักเสบในผิว เพิ่มการไหลเวียนเลือด ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวโดยไปกระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า และยังเป็น Antioxidant ด้วย (Int J Cosmet Sci 2005; 27:255–261) มีการทดสอบเชิงคลินิกพบว่า Niacinamide ที่ความเข้มข้น 4% มีประสิทธิภาพเทียบเท่า Clindamycin ในการรักษาสิว (Int J Dermatol. 2013;52(8):999-1004.)
  • Sodium ascorbyl phosphate เป็นรูปแบบที่ละลายได้ในน้ำของวิตามินซี มีความคงตัวสูง มีประโยชน์เป็น Antioxidant, Whitening และเป็นส่วนประกอบในการสร้างคอลลาเจนของผิว
  • Boswellia serrata extract สารสกัดจากพืชชนิดหนึ่ง มีงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติในการลดการอักเสบอยู่ค่อนข้างมาก (Indian J Pharm Sci. 2011;73(3): 255–261.) มีการศึกษาเกี่ยวกับครีมที่มีส่วนผสมของสารสกัดนี้ว่ามีประสิทธิภาพเพียงพอในการลดอาการอักเสบของคนไข้ Eczema และโรค Psoriasis ได้ดี (Clin Cosmet Investig Dermatol. 2014;7:321-7.) และยังช่วยลดริ้วรอยก่อนวัยได้ (Dermatol Ther. 2010;23 Suppl 1:S28-32.)
  • Honey extract ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น
  • Oligopeptide-10 เปปไทด์จากพืชที่มีคุณสมบัติฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ เมื่อใช้ร่วมกับ Salicylic acid จะได้ประสิทธิภาพสูงขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องใช้ Salicylic acid ในความเข้มข้นสูง ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าใช้ Salicylic acid แค่เพียง 5% ก็ได้ประสิทธิภาพเพียงพอในการดูแลสิวแล้ว
  • Melaleuca alternifolia leaf oil น้ำมันหอมระเหยจาก Tea tree มีงานวิจัยค่อนข้างมากกล่าวถึงคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย รา และยีสต์หลายสายพันธ์ และมีประสิทธิภาพในการนำมาใช้ทาภายนอก
  • Camellia sinensis leaf extract สารสกัดจากชาเขียว มีรายงานวิจัยอยู่ค่อนข้างมาก เช่น เป็น antioxidant เป็น Moisturizer ลดริ้วรอย เพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผิว (Dermatol Ther. 2013;26(3):267-71.) และยังมีรายงานถึงคุณสมบัติในการสมานแผล (Evid Based Complement Alternat Med. 2013;2013:386734.) ในชาเขียวยังมีสารประกอบกลุ่ม Polyphenol หลายชนิดที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพหลายๆประการ
  • Aspathalus linerais extract สารสกัดจากชา Rooibos มีรายงานวิจัยกล่าวถึงคุณสมบัติในการเป็น antioxidant (Tradit Complement Med. 2015;5(3):174-8.) ต้านการอักเสบ ( 2015;38(4):1502-16.) ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุถึงคุณสมบัติในการลดอักเสบ antioxidant ฆ่าเชื้อก่อสิว และช่วยให้ความรู้สึกสบายผิว (Soothing effect)
  • Salicylic acid เป็น BHA ช่วยสลายการอุดตัน และลดการอักเสบ
  • Poria cocos extract สารสกัดจากเห็ด Poria มีรายงานเกี่ยวกับฤทธิ์การต้านการอักเสบ และสมานผิวที่เสียหาย (Skin Res Technol. 2006; 12(4):223-7.) มีรายงานถึงคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียและรา นอกนั้นมีแต่รายงานเกี่ยวกับฤทธิ์ต้านมะเร็ง ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่า เป็น Moisturizer, Astringent (กระชับรูขุมขน)
  1. กลุ่มเนื้อหลัก เป็นเนื้อครีมประกอบด้วยน้ำกับน้ำมัน ดังนี้
    • ส่วนของน้ำ ได้แก่ น้ำ, Butylene glycol และ Alcohol
    • ส่วนของน้ำมัน ได้แก่ Oryza sativa bran oil คือ น้ำมันรำข้าว, Glyceryl monostearate, Cetyl alcohol, Glyceryl stearate, Mineral oil, C13-14 isoparaffin, Stearic acid, Shea butter
  2. กลุ่มสารเติมแต่ง ได้แก่
    • Cyclodextrin สารกลุ่มคาร์โบไฮเดรต ที่โครงสร้างเป็นโมเลกุลน้ำตาลกลูโคสมาจับกันเป็นวง สามารถใช้เป็นตัวนำพา (Carrier) สารต่างๆเข้าสู่ผิว หรือใช้เก็บกักห่อหุ้มสารสำคัญต่างๆไม่ให้ถูกทำลายจากสิ่งแวดล้อม และช่วยเพิ่มการละลายของสารบางชนิดได้
    • สารเพิ่มความหนืด ได้แก่ Dimethylacrylamide/acrylic acid/Polystyrene ethyl methacrylate copolymer ร่วมกับ Polyacrylamide และ Xanthan gum
    • สารทำครีม หรือ Emulsifier ได้แก่ PEG-100 stearate กับ Laureth-7
    • สารจับโลหะ คือ EDTA
    • สารกันเสีย คือ Phenoxyethanol

 

ถึงเวลาให้คะแนน

  1. สารออกฤทธิ์ ถึงแม้ว่าเคลมหลักของผลิตภัณฑ์จะเป็นเรื่องการดูแลสิว แต่ความจริงแล้ว ถือว่ามีหลายๆอย่างเสริมเข้ามา ไม่ใช่แค่ฆ่าเชื้อสิวเพียงอย่างเดียว เช่น ช่วยให้ผิวแข็งแรง เป็น Antioxidant ช่วยชะลอวัย ช่วยเรื่องลดการอักเสบ รอยดำ รอยแดง ยังมีการเลือกใช้ Oligopeptide-10 ที่มาเสริมฤทธิ์กับ BHA ทำให้ไม่ต้องใช้ BHA ที่ความเข้มข้นสูงๆอันจะเสี่ยงต่อความระคายเคืองได้อีก จุดนี้เลยขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนของเนื้อผลิตภัณฑ์ ในส่วนของน้ำ มี Butylene glycol เป็นตัวเติมน้ำ มี Alcohol ติดมาในลำดับกลางๆ คือ Alcohol นี้ไม่ได้ฆ่าเชื้อเหมือนที่หลายๆคนเข้าใจ แต่มีส่วนเป็นตัวทำละลายในส่วนผสม และให้สัมผัสที่ดี ถึงแม้ว่า Alcohol จะทำให้หลายๆคนไม่สบายผิวได้ แต่ส่วนใหญ่คนผิวมันก็ไม่ค่อยมีปัญหากับ Alcohol หรือเปล่า ในส่วนของน้ำมัน มีส่วนของน้ำมันเคลือบปกป้องผิว และน้ำมันที่ซึมเข้าผิวได้ ถือว่าค่อนข้างครบถ้วน แต่ขอหักคะแนนของ Alcohol ไป เลยขอให้ 4 ฟลาสก์
  3. ส่วนสารอื่นๆ ไม่มีตัวไหนเป็นพิษเป็นภัยอะไรกับผิว ตัวนี้ไม่มี Emulsifier ที่รุนแรง ไม่มีน้ำหอม ก็ไม่รู้จะหักคะแนนกับอะไร เลยได้ไป 5 ฟลาสก์
  4. การใช้งาน ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบเนื้อนะคะ เพราะมี่ผิวแห้ง แต่ก็มีสิวขึ้นบ้าง นานๆที พอได้ใช้ก็คือรู้สึกว่าชุ่มชื้นดีอยู่ค่ะ น่าจะกำลังเหมาะกับช่วงนี้เลยค่ะ เพราะอากาศเริ่มแห้งแล้ว เป็นอีกทางเลือกในการเพิ่มความชุ่มชื้นในหน้าหนาวแบบไม่ไปรบกวนสิว แต่ถ้าจะมาหวังผลแบบรวดเร็วทันใจแบบยาแต้มสิว ก็จะขอแนะนำให้ไปใช้ยาตามแพทย์แนะนำดีกว่านะคะ โดยรวมถือว่าค่อนข้างพอใจค่ะ ให้ 5 ฟลาสก์

 

คะแนน

 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Skin will ด้วยค่ะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ ขอบคุณทุกๆท่านที่ติดตามอ่านมาจนจบ

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์ Skin Will เลยค่ะ

Facebook fanpage: https://www.facebook.com/SKINWILL/

Website: http://www.skinwill.com/store/

 

Disclaimer/Conflict of interest: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Skin Will

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมเซรัมไฮยาเข้มข้น 5 ชนิด จากแบรนด์ Hylamide รุ่น SubQ Anti-age

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมเซรัมไฮยาเข้มข้น 5 ชนิด จากแบรนด์ Hylamide รุ่น SubQ Anti-age

วันนี้มี่แวะเอาเวชสำอางจากประเทศแคนาดา แบรนด์ Hylamide มารีวิวให้ชมกันค่ะ

 

ตัวนี้ถ้าหลายๆท่านจำได้ มี่เอามาแชร์ไว้ครั้งหนึ่งในกระทู้ Routine skin care regimen ไว้ (ลิงค์สำหรับชม Skincare regimen ของมี่) แล้วบอกว่าจะรีวิวละเอียดให้ เพราะของเขาคือดีงาม

 

นี่ค่ะ Regimen ช่วงนี้

bedtime1

วันนี้ได้ฤกษ์ละค่ะ มาทำความรู้จักกับแบรนด์ Hylamide กันซักเล็กน้อยก่อนดีกว่านะคะ แบรนด์นี้เป็นแบรนด์ในเครือของ Deciem ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำเวชสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมากมายค่ะ โดยคอนเซปท์ของแบรนด์ Hylamide มีชื่อสวยๆว่า “Multi-depth skincare” เน้นที่การฟื้นฟูผิวที่ 3 ชั้น คือ ชั้น Stratum corneum (ผิวหนังชั้นนอกสุด) ชั้น Epidermis (หนังกำพร้า) และชั้น Dermis โดยอาศัยโมเลกุลที่มีขนาดต่างๆกันในการบำรุง/ฟื้นฟูค่ะ

 

IMG_0192-re

 

โดยตัว Hylamide SubQ นี้ Claim ไว้ดังนี้ค่ะ

 

claim

 

เพิ่มความชุ่มชื้นที่ผิวชั้นนอก และชั้นใน ริ้วรอยตื้น ริ้วรอยลึก ผิวไม่สม่ำเสมอ และพวกริ้วรอยที่เกิดขึ้นตอนเราแสดงสีหน้า (เช่นตีนกา ร่องแก้ม)

 

มาดูลักษณะของผลิตภัณฑ์กันค่ะ

นางจะมาในกล่องแบบนี้ค่ะ

IMG_0715-re

พอแกะออกมาจะมีหน้าตาแบบนี้ (อันนี้ตัวล็อคมันแอบขาดนะคะ จริงๆขวดเขาจะลอคให้ในช่องที่มีลูกศร)

 

IMG_0716-re

 

ฝั่งซ้ายมือจะเป็นรายละเอียดของส่วนผสมที่มีอยู่ในขวดค่ะ

 

IMG_0194-re

 

อันนี้เผื่อใครสนใจนะคะ เดี๋ยววิเคราะห์ละเอียดให้อีกทีค่ะ

 

 

ขวดจริงๆจะเป็นลักษณะขวดแบบมีหลอดหยด หรือที่สาวกเกาหลีแบบเราๆเรียกว่า Ampoule

 

IMG_0720-re

 

 

เนื้อเป็นของเหลวใส ไม่มีสี ไม่ได้ใส่น้ำหอม เลยมีกลิ่นของส่วนผสมอยู่จางๆ

 

IMG_0721-re

 

 

เนื่องจากเป็นของเหลวใส เลยเกลี่ยง่ายมาก ซึมไว แห้งไวมาก ไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่ทิ้งคราบ

 

IMG_0722-re

 

 

วัด pH เหมือนเช่นเคยค่ะ

 

IMG_1927-re

 

pH อยู่ที่ประมาณ 5 นะคะ ใกล้เคียงกับผิวดีค่ะ

 

 

ก่อนจะไปดูส่วนผสมอยากชี้แจงจุดเด่นอีกนิดหน่อยค่ะ

ประเด็นแรกคือ ผลิตภัณฑ์นี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใส่สารออกฤทธิ์มาเยอะมาก คือ มี Active ingredients ถึง 44.32% ซึ่งมี่ไม่เคยเจอเครื่องสำอางไหนที่ใช้สารออกฤทธิ์แบบสารบริสุทธิ์มากกว่านี้มาก่อน (ไม่นับพวกที่ใส่สารสกัดพืช 90+% นะคะ อันนั้นเป็นสารสกัด มีพืชจริงๆเท่าไหร่เราไม่รู้ แต่อันนี้คือสารออกฤทธิ์เพียวๆ)

พอเป็นแบบเข้มข้น ใส่มาเต็มมาก เพื่อโฟกัสเรื่องริ้วรอย ล้วนๆ แต่ถึงแม้ยังไม่เหี่ยวไม่มีริ้วรอย ก็ใช้ได้เพื่อชะลอวัยค่ะ

ตรงนี้เขาชูโรงไว้ข้างกล่องด้วยหล่ะ

 

IMG_0194-re

 

แต่ละตัวคืออะไร เป็นอย่างไร เดี๋ยวลองดูในช่วงวิเคราะห์ส่วนผสมนะคะ

 

จุดเด่นอีกจุดคือ การใช้ อนุพันธ์ Hya สูงสุดถึง 5 ชนิด ซึ่งมากสุดในประวัติการณ์ในวงการเครื่องสำอาง (หมายเลข 7 – 12 นะคะ)

 

5 ชนิดที่ว่าได้แก่

1.VERY LOW-MOLECULAR HA เป็นไฮยาโมเลกุลเล็กมากซึมลงไปได้ลึก เพิ่มความชุ่มชื้น

2.Hyaluronic Acid Ferment เป็นไฮยาจากเทคโนโลยีชีวภาพ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นดึงน้ำให้บริเวณผิว

3.Hydrolyzed HA เป็นไฮยาโมเลกุลเล็ก ซึมลงผิวได้ลึกปานกลาง เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวระดับกลาง

4.HA Pre-Cursor สารตั้งต้นให้ผิวเอาไปสร้างไฮยา ทำให้ผิวนุ่มชุ่มน้ำฟูขึ้น

  1. Plant HA ไฮยาจากมะขาม ที่ช่วยให้ผิวยืดหยุ่นมากขึ้น

 

 

ในที่สุดก็มาถึงเวลาของการวิเคราะห์ส่วนผสมแล้วค่ะ

 

ส่วนผสม

 

ปกติเราแบ่งส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็น 3 หมวดหลักๆ คือ

  1. Actives หรือ สารออกฤทธิ์ เป็นสารที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติพิเศษต่างๆ
  2. Base หรือ ส่วนเนื้อของผลิตภัณฑ์ เป็นตัวอุ้มและเก็บสารออกฤทธิ์ไว้
  3. Additives หรือ ส่วนของสารเติมแต่ง เป็นตัวเติมแต่งให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าใช้ มีความปลอดภัย เช่น พวกสารกันเสีย พวกน้ำหอม พวกซิลิโคน ตัวเพิ่มความหนืด ฯลฯ

 

เรามาดูไปทีละส่วนกันเลยนะคะ

  1. Actives ขอเรียงตามกลุ่มสารนะคะ
    • กลุ่มคาร์โบไฮเดรต และ Hyaluronic acid ได้แก่
  • Sodium hyaluronate crosspolymer เป็นอนุพันธ์ใหม่ของ Hyaluronic acid เกิดจากการเอา Hyaluronic หลายๆตัวมาเชื่อมกันโดยใช้ปฏิกิริยาเคมี ทำให้ได้สารที่มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้นได้สูงขึ้น และมีคุณสมบัติ Antioxidant เพิ่มเติมเข้ามา ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าสารนี้เพิ่มความชุ่มชื้นได้มากกว่า Hyaluronic acid ถึง 5 เท่า และยังเก็บกักความชุ่มชื้นให้ผิวได้ถึง 24 ชั่วโมง (Hylasome EG10, Lipo Chemicals Inc.)
  • Tamarindus indica seed gum เป็น Polysaccharide กลุ่ม Gum ที่ได้จากเมล็ดของมะขาม มีรายงานการวิจัยระบุว่า Carbohydrate ที่พบในเปลือกเมล็ดสามารถกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังแบ่งตัวเพิ่มจำนวนได้ดีขึ้น (Dermatol Res Pract. 2013; 2013: 359756.) และมีรายงานว่าสารสกัดจากเปลือกหุ้มเมล็ดมะขามมีผลปกป้องผิวหนังจากรังสี UVA และเป็น Antioxidant ที่ดี (J Cosmet Sci. 2014; 65(1):11-24.) ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่าเป็น Vegetal hyaluronic acid (Hyaluronic acid จากพืช) มีคุณสมบัติเป็น Moisturizer โดยไปเคลือบที่ผิวไว้ ทำให้ผิวชุ่มชื้น ริ้วรอยลดลง ผิวเรียบเนียนขึ้น (Unitamuron-H22, Induchem)
  • Hydrolyzed hyaluronic acid เป็น Hyaluronic acid ที่ผ่านกรรมวิธีการย่อยให้มีขนาดเล็กลงจึงดูดซึมผิวได้มากขึ้น ให้ผิวนุ่มฟูขึ้น และริ้วรอยลดลง
  • Sodium hyaluronate คือ Hyaluronic acid ตัวดั้งเดิมให้ผลเพิ่มความชุ่มชื้นกับผิว
  • Saccharide isomerate สารประเภทคาร์โบไฮเดรต มีชื่อทางการค้าว่า Pentavitin ผู้ผลิต Claim ว่าสามารถไปจับกับกรดอะมิโน Lysine ของ Keratin ในผิว แล้วให้คุณสมบัติเป็นสารดูดน้ำ อุ้มน้ำ รักษาความชุ่มชื้นไว้ได้ยาวนาน ไม่ถูกล้างออกไปได้ง่ายๆเหมือน moisturizer อื่นๆ
  • Polyglucuronic acid สารกลุ่ม Polysaccharide ที่เกิดขึ้นจาก Glucuronic acid หลายๆตัวมาต่อกัน มีคุณสมบัติก่อฟิล์ม เพิ่มความหนืด และยังมีคุณสมบัติ Antioxidant (Carbohydrates Polymer 2015;116:34-41.) ในวัตถุดิบผสมระหว่าง Hydrolyzed Yeast Extract, Cetyl Hydroxyethylcellulose, Polyglucuronic Acid และ Lecithin ที่ผลิตโดยบริษัท Sederma ระบุว่าสารนี้ได้จากกระบวนการทางไบโอเทคโนโลยี จะได้สารที่มีโครงสร้างคล้ายกับสาย Hyaluronic acid ในผิวของเรา จึงมีผลช่วยทำให้ริ้วรอยตื้นขึ้น ผิวเรียบเนียนและสม่ำเสมอมากขึ้น นุ่มฟู และมีความแข็งแรงมากขึ้น (Optim HyalTM, Sederma Inc.)
    • กลุ่มสารที่เป็น Fermentation product ได้แก่
  • Pseudoalteromonas ferment extract รู้จักกันในชื่อทางการค้าว่า Antarcticine ของบ. Lipotec ได้จากการแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่พบในธารน้ำแข็ง ประกอบด้วยสารกลุ่ม Tripeptide ซึ่งมีคุณสมบัติในการกระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจนและอิลาสติน จึงช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้น ริ้วรอยลดลง นอกจากนี้มีคุณสมบัติในการเพิ่มความชุ่มชื้น และช่วยในกระบวนการสมานแผล (Promote Wound-healing) เวลาผิวหนังเกิดความเสียหาย ก็จะช่วยให้ซ่อมแซมตัวเองได้ไวขึ้น
  • สารประกอบของ Lactobacillus/Eriodictyon californicum ferment extract กับ Phospholipids และ Leuconostoc/Radish root ferment มีชื่อทางการค้าว่า ACB Cationic glycoproteins ให้ผลชะลอวัย ลดริ้วรอย เป็น Antioxidant เพิ่มความชุ่มชื้น และให้ความรู้สึกสบายผิว เพราะมีประจุบวกเลยจับกับผิวได้ดี
    • กลุ่มกรดอะมิโนและเปปไทด์ ได้แก่
  • Copper lysinate/prolinate สารตัวนี้เป็นสารเชิงซ้อนของแร่ธาตุทองแดงกับกรดอะมิโน Lysine และ Proline ผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่าสารนี้สามารถเป็นแหล่งพลังงานให้เซลล์ Fibroblast ที่แก่แล้วเกิดการปรับตัวและสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ชนิดที่ดีออกมา จึงมีผลทำให้ริ้วรอยลดลง ในตลาดเครื่องสำอางวัตถุดิบนี้มีชื่อทางการค้าว่า Neodermyl โดยจำหน่ายในรูปแบบของผสมระหว่าง Glycerin, Water, Methylglucoside Phosphate และ Copper Lysinate/Prolinate (Neodermyl, Induchem Inc.)
  • Palmitoyl tripeptide-38 เปปไทด์สายสั้นๆจากกรดอะมิโน 3 ตัวที่จับกับกรดไขมัน Palmitic acid ทำให้ดูดซึมเข้าผิวได้ง่ายขึ้น เปปไทด์ตัวนี้มีผลกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ไฮยาลูรอน และสารโปรตีนอื่นๆอีกหลายชนิดในผิวที่ทำหน้าที่เพิ่มความแข็งแรงของชั้นหนังแท้ และช่วยเสริมความแข็งแรงของ Dermal-Epidermal junction ให้แข็งแรงมากขึ้น จึงสามารถพยุงเอาชั้นผิวหนังไม่ให้เกิดริ้วรอยได้ง่ายๆ สารตัวนี้จำหน่ายในชื่อทางการค้าว่า Matrixyl Synthe’6 ซึ่งเป็นของผสมระหว่าง Glycerin, Water, Hydroxypropyl Cyclodextrin และ Palmitoyl Tripeptide-38 (Matrixyl Synthe’6, Sederma Inc.)
  • Myristoyl nonapeptide-3 เปปไทด์ที่เกิดจากกรดอะมิโน 9 ตัว จับกับกรดไขมัน Myristic acid ออกฤทธิ์คล้ายกับวิตามินเอ ให้ผลกระตุ้นการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิว และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิว มีความปลอดภัยสูงกว่า และไม่ระคายเคืองผิว
    • กลุ่มสารสกัดพืชอื่นๆ ได้แก่
  • Hydrolyzed yeast extract ประกอบด้วยโปรตีนและวิตามินต่างๆ ให้คุณสมบัติบำรุงผิว และเป็นองค์ประกอบในส่วนผสมของวัตถุดิบ Optim HyalTM
  • Ahnfeltia concinna extract สารสกัดจากสาหร่ายสีแดงชนิดหนึ่ง ไม่พบข้อมูลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่ามีคุณสมบัติส่งเสริมการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิว เพิ่มความยืดหยุ่น ความนุ่ม ลดริ้วรอยให้ผิวเรียบเนียน ลดการระคายเคืองในผิว และเป็น Moisturizer
    • สารอื่นๆ ได้แก่
  • Phospholipids และ Lecithin นอกจากสมบัติการบำรุงผิวก็อาจจะเป็นตัวนำส่งสารให้ผิว
  • Salicylic acid จัดเป็น BHA ให้ผลผลัดผิว ลดการอุดตัน
  1. Base เป็นชนิดน้ำใส หรือ Solution ไม่มีสารกลุ่มน้ำมันสังเคราะห์ ไม่มีซิลิโคน ไม่มีแอลกอฮอล์ ประกอบด้วย น้ำ Glycerin, Pentylene glycol, Ethoxydiglycol, Ethylhexylglycerin, Hexylene glycol, Caprylyl glycol 3 ตัวหลังมีคุณสมบัติระงับเชื้อจุลินทรีย์ได้ด้วย
  2. Additives ได้แก่
    • สารเพิ่มการดูดซึม (Percutaneous absorption enhancer) คือ Ethoxydiglycol ช่วยเพิ่มการดูดซึมให้สารออกฤทธิ์เข้าผิวได้ดีขึ้น
    • สารเพิ่มความหนืด ได้แก่ Polyacrylate crosspolymer-6, Cetyl hydroxyethylcellulose, Hydroxypropylcyclodextrin น่าจะเป็นองค์ประกอบที่ติดมากับกลุ่มสารออกฤทธิ์
    • Surfactant/Emulsifier มี Methylglucoside Phosphate ซึ่งติดมากับสารออกฤทธิ์
    • สารปรับ pH และ Buffer รักษา/ควบคุมค่า pH ได้แก่ Citric acid, Sodium citrate, Sodium hydroxide
    • สารจับโลหะ เป็นตัว Trisodium ethylenediamine disuccinate ให้ผลเพิ่มความคงตัวแก่ผลิตภัณฑ์ สารตัวนี้ผู้ผลิตวัตถุดิบอ้างว่าได้จากธรรมชาติ
    • สารกันเสีย ได้แก่ potassium sorbate, sodium benzoate, sodium citrate, chlorphenesin, phenoxyethanol นับรวมกับกลุ่มสารเติมน้ำอย่าง Ethylhexylglycerin, Hexylene glycol, Caprylyl glycol ที่ช่วยเสริมฤทธิ์ให้สารกันเสียด้วย และ Leuconostoc/Radish root ferment เองก็สามารถเป็นกันเสียได้

 

ถึงเวลาให้คะแนน

  1. Actives ในกลุ่มของสารออกฤทธิ์ตามที่ได้บรรยายไว้ ส่วนมากจะเป็นสารที่ค่อนข้างใหม่ และมีนวัตกรรมพิเศษๆ โดยรวมจะเน้นไปที่การเติมน้ำ ลดริ้วรอยเก่า ป้องกันริ้วรอยใหม่ และเสริมสร้างให้ริ้วรอยที่มีอยู่ดูตื้นขึ้น โดยรวมถือว่าทำได้ค่อนข้างครบตามคำ Claim จุดนี้จึงขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. Base ไม่มีสารกลุ่มน้ำมันสังเคราะห์ ไม่มีซิลิโคน ไม่มีแอลกอฮอล์ และมีตัวเติมน้ำให้ผิวดีๆหลายตัว จุดนี้จึงขอให้ 5 ฟลาสก์
  3. Additives สารที่ใช้ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรกับผิว และออกแบบมาได้อย่างดี เพราะหลายๆชนิดค่อนข้างหายาก และเป็นนวัตกรรม รวมถึงมีการใช้เทคนิคหลายๆอย่างเพื่อเพิ่มการดูดซึมของสารอื่นๆ ที่สำคัญคือไม่มีน้ำหอม ไม่มีพาราเบน จุดนี้จึงขอให้ 5 ฟลาสก์
  4. คะแนนการใช้งาน ตัวนี้มี่ใช้มาเดือนกว่าๆแล้ว ถือว่าใช้ทนมากเลยนะคะ เนื่องจากผิวมี่ยังไม่ค่อยมีริ้วรอย จึงเห็นผลเรื่องริ้วรอยไม่ชัด แต่เรื่องความชุ่มชื้น และความเรียบเนียน จุดนี้ต้องขอให้ 10 เต็ม เพราะว่าผิวค่อนข้างนุ่ม ชุ่มชื้น เรียบขึ้น แต่งหน้าได้ง่ายและติดทนนานมากขึ้น จึงขอให้ 5 ฟลาสก์

 

คะแนน

 

สุดท้ายนี้อีกครั้งอยากขอบคุณทางบริษัท Advance Aesthetic Company ที่ส่งสินค้าดีๆเพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีมาให้ได้ทดลองใช้ค่ะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่

เฟสบุคของบริษัท http://www.facebook.com/advanceaestheticthailand ได้เลยค่ะ

 

ขอบคุณที่ติดตามรับชมมาจนจบค่ะ

 

Disclaimer/Conflict of interest: ผลิตภัณฑ์ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Hylamide ค่ะ

Full Review-Super boosting serum by C complex จากแบรนด์ Skin Will

Full Review-Super boosting serum by C complex จากแบรนด์ Skin Will

วันนี้มี่แวะเอารีวิววิตซีคุณภาพจากแบรนด์คนไทยมาฝากให้ชมกันค่ะ

เป็นตัว Super boosting serum by C complex จากแบรนด์ Skin Will นั่นเอง

skw 1

ตัวผลิตภัณฑ์มาในกล่องสีขาว ตัวหนังสือสีบานเย็น ดูคลาสสิคหรูหราดีค่ะ

ข้างในเป็นหลอดสีดำ มีหัวกดให้กดกัน ไม่ต้องมานั่งบีบๆหลอดให้เมื่อย

 

skw 2

 

ในส่วนของผลิตภัณฑ์เป็นเนื้อครีมค่ะ ไม่มีน้ำหอม

 

skw 3

 

 

เกลี่ยค่อนข้างง่ายนะคะ ซึมไว แห้งไว ชุ่มชื้นผิวดีไม่เหนียวเหนอะหนะ

 

skw 4

 

มาวัด pH ซักหน่อยนะคะ

 

skw 5

อยู่ที่ประมาณ 4 ค่ะ (คือจริงๆตัวเนื้อผลิตภัณฑ์มีสีด้วย เลยดูยากนิดนึง แต่น่าจะใกล้เคียงกับ 4 สุดแล้ว)

 

ที่เป็น 4 เพื่อให้สารกลุ่ม Acid เช่น วิตซี กับ Glycolic อยู่ในรูปกรดที่มีความคงตัวค่ะ

 

 

มาดูส่วนผสมกันบ้างดีกว่าค่ะ

ส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

สผส

 

ปกติเราจะแบ่งส่วนประกอบของเครื่องสำอางเป็น 3 ส่วนหลักๆค่ะ ได้แก่

1.สารออกฤทธิ์ หรือ Active ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติพิเศษในการบำรุงผิว

2.เนื้อหลัก หรือ Base เป็นส่วนเนื้อหลักที่โอบอุ้ม Active และเป็นตัวพา Active ไปหาผิว

3.สารเติมแต่ง หรือ Additives ใส่เข้ามาเพื่อความน่าใช้ สวยงาม ปลอดภัย ฯลฯ

คุณสมบัติของสารต่างๆแยกตามหน้าที่

1.Actives ดูตามแถบสีเลยนะคะ แบ่งเป็น

-วิตามินซี 3 รูปแบบ ได้แก่ Ascorbic acid, Ethyl ascorbic acid, Ascorbyl glucoside ซึ่งปกติวิตามินซีจะให้ผลเป็น Antioxidant, เป็นองค์ประกอบในการสังเคราะห์คอลลาเจน และยับยั้งเอนไซม์ที่ใช้สร้าง Melanin จึงมีผลช่วยให้ผิวขาว การใช้หลายๆรูปแบบมาผสมกันก็น่าจะเพื่อช่วยลดค่าความเป็นกรดของวิตามินซีลง และเสริมให้มีความคงตัวเพิ่มขึ้น

-Glutathione สารต้านอนุมูลอิสระชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นจากกรดอะมิโน 3 ตัว (Glutamic-cysteine-glycine) มาต่อกัน (เป็น Tripeptide) มีประโยชน์ในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ สารทำลายพิษต่างๆ และช่วยให้ผิวขาวเพราะสามารถยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสที่สร้างเมลานินได้

-Aloe barbadensis leaf juice เป็นน้ำคั้นจากว่านหางจรเข้ ให้ความชุ่มชื้น ลดการระคายเคืองได้

-Ferulic acid สารบริสุทธิ์ที่พบในข้าว เป็น Anti-oxidant ที่มีฤทธิ์แรงและยังมีฤทธิ์ Anti-inflammatory

** Combination ทั้งสามตัวนี้ (C E ferulic acid) มีการรายงานมาตั้งแต่ปี 2005 บอกว่าสูตรผสมนี้เสริมฤทธิ์กันในการปกป้องเซลล์ผิวหนังจากรังสี UV (J Invest Dermatol. 2005;125(4):826-32.) หลังจากนั้นอีก 3 ปี ก็มีงานวิจัยออกมาซ้ำอีก บอกว่าสูตรผสมนี้ให้ผลที่ดีในการเป็น Photoprotection (J Am Acad Dermatol. 2008;59(3):418-25.) และในปี 2013 ก็มีรายงานการวิจัยอีกหลายๆฉบับสนับสนุนว่าให้ผลปกป้องผิวหนังจากอันตรายของรังสี UVB ได้ดี ในขณะที่การทา Vit E เข้มข้น 5% ในการทดลองนี้มีผลกระตุ้นให้เกิดความผิดปกติต่างๆในเซลล์ผิว แต่เมื่อมี C และ Ferulic เข้ามาเป็นตัว Stabilizer ก็สามารถปกป้องผิวหนังได้ดีกว่า (PLoS One. 2013;8(5):e63809.) อีกการทดสอบทำในสตรีจีนก็พบว่าสูตรผสมนี้ให้ผลปกป้องผิวหนังจากอันตรายจากรังสี UV ได้ดีเช่นกัน (J Drugs Dermatol. 2013;12(4):464-8.)

-Hematococcus pluvialis extract สารสกัดจากสาหร่ายน้ำจืดสีแดง ที่อุดมด้วยสารสีแดง Astaxanthin ที่เป็นกลุ่มแคโรทีนอยด์ แต่มีฤทธิ์ทางชีวภาพเหนือกว่า ให้ฤทธิ์เด่นในเรื่องการต้านอนุมูลอิสระ ใช้เป็น Anti-aging

-Tocopheryl acetate เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินอี ให้ผลเป็น Antioxidant แต่ส่วนมากจะให้ผลปกป้องสารในผลิตภัณฑ์ไม่ให้เสื่อมสลายเพราะอากาศ

-Poria cocos extract สารสกัดจากเห็ด Poria มีรายงานเกี่ยวกับฤทธิ์การต้านการอักเสบ และสมานผิวที่เสียหาย (Skin Res Technol. 2006; 12(4):223-7.) มีรายงานถึงคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียและรา นอกนั้นมีแต่รายงานเกี่ยวกับฤทธิ์ต้านมะเร็ง ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่า เป็น Moisturizer, Astringent (กระชับรูขุมขน)

2.Base น่าจะมาในรูปแบบ Emulsion เพราะประกอบด้วยส่วนของน้ำและน้ำมัน ดังนี้

2.1ส่วนของน้ำ ได้แก่ น้ำ กับ Glycerine

2.2ส่วนของน้ำมัน ได้แก่ Glyceryl monostearate, Cetearyl alcohol, Cetyl alcohol สามตัวนี้เป็นสารพื้นฐานทั่วไป และ Hydrogenated polydecene ให้ผลเคลือบผิวรักษาความชุ่มชื้น

3.Additives ได้แก่

3.1Emulsifier/Surfactant ได้แก่ Ceteareth-20, Sodium methyl lauroyl taurate, Laureth-7 ไม่มีพิษมีภัยอะไรกับผิว

3.2สารเพิ่มความหนืด ได้แก่ Sodium polyacrylaye กับ Xanthan gum

3.3ส่วนของสารกันเสีย อาศัยคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อของ Poria cocos extract ร่วมกับภาชนะที่เป็นระบบปิด

สรุปคะแนน

1.Actives เน้นไปที่วิตามินซี และสาร Antioxidant ซึ่งก็ใส่มาอยู่หลายตัว สารสกัดพืชที่ใช้มาก็ยังเป็น Antioxidant นอกจากให้ผลเรื่องริ้วรอย ยังให้ผลเรื่อง Whitening ได้ด้วย โดยรวมแล้วก็ถือว่าโอเค จึงขอให้ 5 ฟลาสก์

2.Base ปกติถ้ามาในรูปแบบ Emulsion โดยถ้าเป็น Emulsion ที่สมบูรณ์แบบจะต้องประกอบด้วย ส่วนของสารดูดน้ำให้ผิว สารไขมันจากธรรมชาติ และสารไขมันเคลือบผิว ในส่วนผสมชุดนี้มี Glycerine เป็นสารดึงน้ำให้ผิว แม้ว่าจะเป็นชนิดที่พื้นฐานมากๆ แต่ก็ให้ผลที่ดีในระดับหนึ่ง มีสาร Hydrogenated polydecene เคลือบผิวกันน้ำระเหย แต่ยังขาดน้ำมันจากธรรมชาติที่ดูดซึมได้อยู่ จึงขอให้ 4 ฟลาสก์

3.Additives มีอยู่เท่าที่จำเป็น ไม่มีส่วนผสมของ Silicones, Parabens, emulsifier ที่รุนแรง และน้ำหอม สารอื่นๆที่ใช้ก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร จุดนี้จึงขอให้ 5 ฟลาสก์

4.การใช้งาน เนื้อค่อนข้างเบา เกลี่ยง่าย ไม่ทิ้งคราบความมันส่วนเกินไว้บนผิว หลังจากทดลองใช้อยู่ซักพักก็ถือว่าค่อนข้างชุ่มชื้นดี ผิวดูเรียบเนียนและสีผิวสม่ำเสมอขึ้น จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์

 

คะแนน

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์

Facebook fanpage: https://www.facebook.com/SKINWILL/

Website: http://www.skinwill.com/store/

 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Skin will ด้วยค่ะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ ขอบคุณทุกๆท่านที่ติดตามอ่านมาจนจบ

Disclaimer/Conflict of interest: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Skin Will

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมเอสเซนส์ต้านมลพิษ Klairé Anti-pollution Essence

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมเอสเซนส์ต้านมลพิษ Klairé Anti-pollution Essence

ตอนนี้กระแสเรื่อง Anti-pollution ในเครื่องสำอางมาแรกมากนะคะ เพราะอากาศบ้านเราอย่างที่ทราบกันคือมีแต่มลพิษ ทุกวันนี้มีสารในเครื่องสำอางหลายกลุ่มเลยค่ะ ที่ Claim เรื่องของ Anti-pollution

 

ว่าแล้วก็ขอกล่าวถึงผลกระทบของ Pollution ต่อผิวซักหน่อยนะคะ

 

Pollution หรือมลภาวะนี่ จริงๆเป็นของผสมของสารพิษหลายอย่าง เช่น ก๊าซ ฝุ่นละออง และสารเคมีบางชนิด

ก๊าซพิษพวกนี้มีความระคายเคืองอยู่ในตัวค่ะ แต่ความเข้มข้นของก๊าซพวกนี้ในบรรยากาศมีไม่มาก เลยไม่น่ามีปัญหาอะไร

 

ที่น่าห่วงคือ ฝุ่นละอองจนาดเล็ก กับสารเคมีบางชนิดค่ะ

ฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือ Particulate matter ที่มีขนาด 2.5 ไมครอน และ 10 ไมครอน เราเรียกว่า PM2.5 และ PM10 ค่ะ

 

ตัว PM2.5 นี่สามารถลงไปในผิวได้ค่อนข้างลึกค่ะ และทำให้เกิดการอักเสบภายในผิวได้

 

สารเคมีบางชนิด อย่าง Polycyclic aromatic hydrocarbon หรือย่อว่า PAH นี่ตัวร้ายเลยค่ะ เพราะข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบหลายๆเจ้า Claim ว่า สารนี้มีผลลดช่องแคบๆในผิว ที่เรียกว่า Tight junction มีผลทำให้ Barrier ผิวอ่อนแอลงได้ค่ะ

 

สำหรับการป้องกันมลภาวะนั้น เท่าที่เห็นวัตถุดิบในทางเครื่องสำอางที่ออกมาบ่อยๆ จะอาศัย 2 กลไก เป็นหลักค่ะ

 

อย่างแรกคือ การก่อฟิล์มเคลือบไว้บนผิว แล้วดักจับฝุ่นที่จะเข้าผิวไว้

อย่างที่สองคือ เป็๋นสารที่มีผลลดการอักเสบ หรือ เป็น Antioxidant

 

ส่วนตัวมี่ไม่แน่ใจนะคะ ว่าประสิทธิภาพของสารเหล่านี้นั้นจะได้ในระดับไหน เพราะข้อมูลวัตถุดิบเหล่านี้ส่วนมากมาจากผู้ผลิตวัตถุดิบค่ะ ซึ่งมักจะมี Bias อยู่ในตัวค่ะ แต่มี่ก็ยังคิดว่า การที่เราทำอะไรซักอย่างเพื่อป้องกัน มันก็น่าจะดีกว่าไม่ทำอะไร และที่สำคัญคือ อย่าลืมล้างหน้าให้สะอาด และหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีเขม่าควัน หรือฝุ่นละอองเยอะๆ ค่ะ

 

แล้วก็มาเข้าเรื่องของเราดีกว่าค่ะ

 

น้ำตบที่มีเอามารีวิวในวันนี้เรียกได้เลยว่าอยู่ในกระแส และตอบโจทย์ของเราชาวเมืองเลยทีเดียวค่ะ กับ Klairé Anti-pollution Essence ค่ะ

ชื่อเต็มๆของนาง คือ Klairé Anti-pollution essence hydrating facial treatment active essence for urban lifestyle

 

นางมาในแพคเกจสีขาว กระดาษลูกฟูกค่อนข้างหนา ดูหรูหรา เข้าใจว่าดอกบนกล่องน่าจะเป็นดอกฝ้าย ซึ่งเป็นหนึ่งในสารบำรุงที่ทางแบรนด์ใช้ค่ะ

k1.jpg

พอเปิดมาจะมีถาดรองอีกชั้นค่ะ

 

k 2

 

ภาชนะบรรจุเป็นขวดแก้ว ฝาปั๊ม ตัวฝากดสามารถล๊อคได้ค่ะ

 

k 3

 

ตัวเนื้อผลิตภัณฑ์จะเป็นน้ำใสๆ ไม่หนืด แต่ก็ไม่ได้เหลวมากจนไหลเลอะเทอะค่ะ

 

k 4

 

ส่วนตัวค่อนข้างชอบกลิ่นค่ะ จะหอมๆเหมือนข้าวหอมมะลิ น่าจะเป็นกลิ่นของกลุ่มวัตถุดิบนะคะ เพราะทางแบรนด์เคลมเรื่องไม่ใส่น้ำหอมค่ะ

 

เกลี่ยค่อนข้างง่าย ซึมค่อนข้างไว แห้งไว ไม่ทิ้งคราบใดๆไว้บนผิว แต่ให้ความชุ่มชื้นพอดีตัวเลยค่ะ

 

k 5

 

มาวัด pH กันซักหน่อยค่ะ

 

k 6

 

pH จะอยู่ที่ราวๆ 5-6 ค่ะ ซึ่งก็ใกล้เคียงกับผิวดีค่ะ

 

ถึงคิววิเคราะห์ส่วนผสมบ้าง ผลิตภัณฑ์มีส่วนผสมดังนี้นะคะ

 

สผส

 

ปกติเราจะแบ่งส่วนประกอบของเครื่องสำอางเป็น 3 ส่วนหลักๆค่ะ ได้แก่

  1. สารออกฤทธิ์ หรือ Active ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติพิเศษในการบำรุงผิว
  2. เนื้อหลัก หรือ Base เป็นส่วนเนื้อหลักที่โอบอุ้ม Active และเป็นตัวพา Active ไปหาผิว
  3. สารเติมแต่ง หรือ Additives ใส่เข้ามาเพื่อความน่าใช้ สวยงาม ปลอดภัย ฯลฯ

 

ปกติเราจะแบ่งส่วนประกอบของเครื่องสำอางเป็น 3 ส่วนหลักๆค่ะ ได้แก่

1.สารออกฤทธิ์ หรือ Active ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติพิเศษในการบำรุงผิว

2.เนื้อหลัก หรือ Base เป็นส่วนเนื้อหลักที่โอบอุ้ม Active และเป็นตัวพา Active ไปหาผิว

3.สารเติมแต่ง หรือ Additives ใส่เข้ามาเพื่อความน่าใช้ สวยงาม ปลอดภัย ฯลฯ

สำหรับส่วนของสารออกฤทธิ์มี่ทำเป็นสีๆไว้ให้นะคะ

1.กลุ่มแรกเป็นกลุ่มสีส้มค่ะ กลุ่มนี้เป็นกลุ่มของสารที่ได้จากเทคโนโลยีทางชีวภาพ (Biotechnology) ได้จากการเลี้ยงจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ แล้วเอาสารออกมาใช้ สรุปสั้นๆดังนี้นะคะ

Schizosaccharomyces pombe extract เป็นสารสกัดจากยีสต์ชนิดพิเศษที่ขึ้นบนองุ่นบริเวณริมทะเลของสเปน ยังไม่มีงานวิจัยในฐาน Pubmed ผู้ผลิตเคลมว่า สารสกัดจากยีสต์นี้หมักบ่มด้วยอุณหภูมิต่ำพิเศษ ทำให้ได้สารอาหารออกมามากกว่า ให้ผลกระตุ้นการแบ่งตัวของเซลล์ Fibroblast ที่เป็นเซลล์สร้างคอลลาเจน กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

-Bifida ferment lysate ช่วยฟื้นฟูผิว

-Polyglutamic acid สารประกอบเชิงซ้อนของ Glutamic acid ได้จากการหมักพืชบางชนิด มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้ดีมาก ผู้ผลิตวัตถุดิบเคลมว่าเพิ่มความชุ่มชื้นได้มากกว่า Hyaluron

-Galactomyces ferment filtrate ยีสต์ตัวดัง มีคุณสมบัติช่วยให้ผิวขาว ผิวแข็งแรง ลดริ้วรอย และกระชับรูขุมขน

2.กลุ่มสีฟ้า สารสกัดจากพืช มีอยู่หลายชนิด เน้นไปที่คุณสมบัติในการเคลือบปกป้องผิว เพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบ เป็น Antioxidant และช่วยฟื้นฟูผิวให้กลับคืนสู่สภาพดี ตัวที่น่าสนใจมี 2 กลุ่มหลักๆค่ะ

กลุ่มแรกเป็นสารสกัดที่มีเทคโนโลยีสูงขึ้น คือ สกัดแล้วเอาไปย่อยอีก เพื่อให้ได้สารออกฤทธิ์ที่มีขนาดเล็กลงค่ะ มี 2 ตัว ได้แก่

1 Hydrolyzed acacia macrostachya seed extract เป็นสารสกัดจากเมล็ด Acacia สายพันธ์หนึ่งในแอฟริกา ผ่านกรรมวิธีการย่อยให้ได้สารออกฤทธิ์ที่มีขนาดเล็กลง ทำให้เข้าผิวได้ดีขึ้น ออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น สารนี้ช่วยควบคุมการเก็บกักน้ำของผิวหนังที่ระดับล่าง เพิ่มการสร้างสารดูดน้ำในผิวที่เรียกว่า Natural moisturizing factor (NMF) ผิวจึงอุ้มน้ำได้ดีมากขึ้น และมีความทนต่อสภาวะอากาศที่แห้งแล้งได้ดีขึ้น โดยเฉพาะหน้าหนาว วัตถุดิบตัวนี้ได้รับรางวัลเหรียญทองในงาน In-cosmetics 2015 ด้วยค่ะ (Golden prize-green ingredients award)

2 Hydrolyzed lepidum meyenii root extract เป็นสารสกัดจากราก Maca ที่พบในเปรู ที่ผ่านกรรมวิธีการย่อยเช่นกัน ประกอบด้วยเปปไทด์กับน้ำตาลโมเลกุลเล็ก ซึมซาบเข้าไปบำรุงผิว กระตุ้นการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนของเซลล์ Fibroblast ที่เป็นเซลล์สร้างคอลลาเจนในผิว ลดริ้วรอย เพิ่ม Complexion ให้ผิว ทำให้ผิวดูมีสุขภาพดีขาวแบบมีเลือดฝาด

กลุ่มที่สองเป็น สารสกัดจากเมล็ดพืช มี 2 ชนิด คือ Linum usitatissimum seed คือ Flax seed กับSalvia hispanica seed คือ Chia seed ที่กำลังอยู่ในกระแสเลยค่ะ ไม่ใช่แค่ว่าเอามากินสวยๆลดน้ำหนัก แต่เอามาใส่ในเครื่องสำอางก็ให้ผลดีไม่เบานะคะ เมล็ดทั้งสองนี้มีสารประกอบในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนชนิดพิเศษ ที่สามารถดูดน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้สารประกอบพวกนี้ยังสามารถช่วยกระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจนในผิวได้ และยังเป็น Antioxidant ช่วยชะลอวัยได้อีก

3.กลุ่มสีม่วง Gossypium herbaceum callus culture extract เป็นสารสกัดจากเซลล์เพาะเลี้ยงของฝ้ายชนิดหนึ่งที่ขึ้นในทะเลทรายแถวอาหรับ ผู้ผลิตวัตถุดิบเรียกกันว่า Stem cell พืช ในฝ้ายนี้ประกอบด้วยสารพฤกษเคมีที่มีโครงสร้างดูดกลืนรังสีได้ จึงให้ผลปกป้องเซลล์ผิวหนังจากแสงแดด ช่วยฟื้นฟูเซลล์ที่เสื่อมสภาพให้คืนสู่สภาพดี เสริมสร้างเซลล์ใหม่ และยังให้ความรู้สึกสบายผิว (ภาษาทางเครื่องสำอางเรียก Soothing effect)

4.กลุ่มสีเขียว เป็นตระกูล Hyaluron มี 2 ตัว คือ Hydrolyzed sodium hyaluronate ที่ผ่านการย่อยจนมีขนาดเล็กลง ทำให้สามารถดูดซึมเข้าผิวได้ดีขึ้น ช่วยให้ผิวนุ่ม ยืดหยุ่น และริ้วรอยลดลง กับ Sodium hyaluronate ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น

* Hydrolyzed sodium hyaluronate ทางแบรนด์ Claim ว่าใช้วัตถุดิบที่ผลิตด้วยการย่อยสลาย Hyaluronic acid ด้วยเอนไซม์ Hyaluronidase ทำให้ได้สายโมเลกุลของไฮยา สายสั้นๆ มีโครงสร้างสมบูรณ์ ดูดซึมเข้าผิวได้และยังมีคุณสมบัติ antioxidant เสริมมาอีก

5.สีน้ำเงิน คือ Gluconolactone เป็นสารอนุพันธ์ของน้ำตาล จัดเป็นสารในกลุ่ม Polyhydroxy acid (PHA) ให้คุณสมบัติการผลัดผิว (Exfoliant) คล้าย AHA แต่อ่อนโยน ระคายเคืองน้อยกว่า มีรายงานวิจัยสนับสนุนว่าการผลัดผิวของ PHA สามารถเพิ่มความชุ่มชื้น เพิ่มความแข็งแรงของ Barrier ผิวหนัง และมีคุณสมบัติเป็น Antioxidant รวมทั้งสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของสารออกฤทธิ์ชนิดอื่นๆ เช่น วิตามินเอ ได้ดี (Cutis. 2004; 73(2 Suppl):3-13.) มีรายงานว่าสามารถเพิ่มผลการปกป้องรังสี UV ที่ผิวหนังได้ถึง 50% (Dermatol Surg. 2004; 30(2 Pt 1):189-95) การศึกษาทางคลินิกพบว่า Gluconolactone สามารถรักษาสิวได้เทียบเท่า Benzoyl peroxide ซึ่งเป็นยา แต่มีผลข้างเคียงน้อยกว่า (Australas J Dermatol. 1992; 33(3):131-4.)

มาให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ

1.Actives ส่วนของสารออกฤทธิ์ จากที่บรรยายไป เรียกได้ว่าทำมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ มีประโยชน์หลายๆด้าน ทั้งชุ่มชื้น ลดริ้วรอย ฟื้นฟูผิว ชะลอวัย ให้ความรู้สึกสบายผิว อาจจะได้เรื่องผิวขาวเสริมมาด้วย โดยรวมจึงถือว่าทำมาได้สมบูรณ์แบบ จึงขอให้ 5 ฟลาสก์

2.Base ส่วนของเนื้อหลักเป็นชนิดน้ำ ประกอบด้วยน้ำ และสารดูดน้ำให้ผิวอย่าง Butylene glycol กับ Propylene glycol ส่วนของ Propanediol กับ Glycerin เนื่องจากอยู่ลำดับท้ายๆเลยคิดว่าอาจจะติดมากับสารสกัดหรือสารออกฤทธ์อื่น ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ น้ำมัน และซิลิโคน จึงใช้ได้ทุกสภาพผิว จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์

3.Additives ในส่วนของสารอื่นๆเท่าที่เห็นก็จะมีกลุ่มของ Buffer ที่เป็นตัวควบคุมรักษาค่า pH ให้คงที่ สารกันเสีย และก็สารจับโลหะ สารที่ใช้ทุกชนิดก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร แถมก็มีเท่าที่จำเป็น ไม่ได้มีน้ำหอม ไม่มีพาราเบน ไม่มี Emulsifier ก็เลยไม่รู้จะหักคะแนนอะไร จุดนี้ก็เลยขอให้ 5 ฟลาสก์

4.การใช้งาน ส่วนตัวมี่ชอบกลิ่นนะคะ หอมเหมือนข้าวหอมมะลิ ผิดกับน้ำตบยีสต์ที่ส่วนใหญ่มักจะมีกลิ่นเฉพาะตัวอันเป็นเอกลักษณ์ เวลาใช้ก็ใช้ได้สะดวก จะตบเอา จะใส่สำลีแล้วเช็ด จะใส่สำลีแล้วตบ หรือจะหยดใส่มาสค์อัดเม็ด ก็ทำได้หมด ถ้าใส่มาสค์อัดเม็ดมันจะแอบเปลืองนิดนึง เอามาหยดใส่สำลีซัก 2-3 ปั๊ม ลงบนสำลีซัก 5 แผ่นแล้วแปะลงไปตรงหน้าผาก 2 แผ่น แก้ม 2 แผ่น และคางอีก 1 แผ่น ก็ได้ความผ่อนคลาย และสบายผิวไม่น้อยเช่นกัน นอกจากนี้ยังช่วยให้ผิวชุ่มชื้นนุ่มนวล โดยรวมถือว่าค่อนข้างประทับใจ จึงขอให้ 5 ฟลาสก์

 

คะแนน klaire ใหม่

 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Klairé ด้วยค่ะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้กับทางแบรนด์ Klairé ได้โดยตรงเลยค่ะ

Facebook: https://www.facebook.com/KlaireOfficial

Instagram: Klaireofficial

http://www.beforeandaftercorp.com

 

Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์ Klairé การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Review: Innerface Dermal herb X-droop essence toner and deep sleep mask

Review: Innerface Dermal herb X-droop essence toner and deep sleep mask

วันนี้มี่แวะเอาเครื่องสำอางเกาหลีจากแบรนด์ Innerface มารีวิวให้ชมกันค่ะ

innerface logo

แบรนด์นี้มีคอนเซปท์ เกี่ยวกับการใช้สมุนไพรธรรมชาติในการดูแลผิว จะเห็นได้จากในโลโก้ว่า Vital herb นะคะ โดยทางแบรนด์เกาหลีเลือกใช้สมุนไพรจากสถาบัน Medicinal herb institute of New Zealand มีเทคโนโลยีชั้นสูงในการสกัดเพื่อได้ได้สารสำคัญออกมาอย่างครบถ้วนเลยค่ะ

แบรนด์เป็นแบรนด์เครื่องสำอาง Organic ที่มี Claim หลัก อยู่ 5 ด้านค่ะ

claim หลัก

ด้านแรก: Vegan หรือง่ายๆ คือ เจ ไม่มีส่วนผสมที่มาจากสัตว์ค่ะ ก็จะเหมาะกับคนที่เป็นมังสะวิรัติ หรือผู้นับถือศาสนาบางศาสนา และผู้ที่แพ้ส่วนผสมจากสัตว์บางชนิด

ด้านสอง: Not tested on animals ไม่ทดสอบในสัตว์ทดลอง

ด้านสาม: Paraben free ไม่ใส่พาราเบน พาราเบนนี่เป็นสารกันเสียที่มีรายงานเกี่ยวกับการแพ้ และการเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งบางประเภทค่ะ

ด้านสี่ PEG free: PEG นี่เป็นสารสังเคราะห์ ที่เวลาสังเคราะห์อาจจะมีหน่วยเล็กๆหลงเหลืออยู่ เจ้าหน่วยเล็กๆนี้อาจจะก่อมะเร็งได้ในระยะยาวค่ะ

และสุดท้าย Recycle: ว่ากันว่าแพคเกจของแบรนด์ผลิตมาจากกระดาษรีไซเคิลค่ะ และมีรูปทรงเก๋ไก๋ แบบสามเหลี่ยม

ตัวที่มี่ได้มาเป็นตัวที่อยู่ในไลน์ Dermal herb X-Droop นะคะ ได้มา 2 ตัวคือ Essence toner กับ Deep sleep mask ค่ะ

inner

กล่องมาแบบเก๋ไก๋เป็นสามเหลี่ยมค่ะ

มาดูรายละเอียดทีละตัวเลยนะคะ

ตัวแรก Essence toner ค่ะ เป็นสูตรผสมแบบ 2-in-1 ของ Essence กับโทนเนอร์ จะเอามาเช็ด มาตบ หรือมาทา ก็ได้หมดค่ะ

es jar

ตัวนี้เนื้อจะมาแบบหนืดๆคล้ายเซรัมอยู่ค่ะ ลักษณะใส มีกลิ่นหอมอ่อนๆของสมุนไพร

es tex

เกลี่ยค่อนข้างง่าย ให้สัมผัสที่ดี และก็ซึมไว แห้งไว ไม่ทิ้งคราบเหนอะหนะค่ะ

essence feel

วัด pH ซักหน่อยนะคะ

es ph

อยู่ที่ประมาณ 4-5 ค่ะ ซึ่งก็ถือว่าเหมาะกับผิวดี

อีกตัวจะเป็นตัว Deep sleep mask ค่ะ

slp jar

นางจะมาในกระปุกแก้วสีขาวสะอาดตา ข้างในนี่นางซีลปิดฝากระปุกไว้อีกชั้นค่ะ กันปนเปื้อนจากภายนอก

เนื้อจะหยุ่นๆ นุ่มๆ ตัวนี้แทบจะไม่มีกลิ่นน้ำหอมเลยค่ะ

slp tex bottle

เนื้อเป็นเหมือนๆลูกผสมของครีมกับเจล สีขาวขุ่นค่ะ

slp tex

เวลาเกลี่ยจะเกลี่ยค่อนข้างง่าย และจะกลายเป็นเนื้อฟิล์มบางๆเคลือบผิวไว้ค่ะ

slp feel

เจ้าฟิล์มนี่เองที่จะเคลือบผิวและสร้างภาวะที่เรียกว่า Occlusive ที่เป็นหัวใจหลักของการมาสค์ค่ะ ช่วยเพิ่มการดูดซึมสารอาหารต่างๆ เพิ่มความชุ่มชื้นในผิว และช่วยปรับสมดุลการทำงานให้ผิวได้ด้วยค่ะ

วัด pH กันซักนิดนะคะ

slp ph

ดูยากนิดนึงนะคะ เพราะสีของมาสค์มันเคลือบไว้ มี่เดาว่าน่าจะ 6 ค่ะ ซึ่งก็โอเคนะคะ ใกล้เคียงกับผิวอยู่ค่ะ

มาถึงคิวการวิเคราะห์ส่วนผสมแล้วค่ะ

Essence toner

สผส essence

(มี่ทำสีของสารออกฤทธิ์ให้เป็นสีม่วงไว้นะคะ)

จะเห็นว่าสารออกฤทธิ์ทุกตัวเลยได้จากธรรมชาติ แล้วมีค่อนข้างหลากหลายมากค่ะ มาดูรายละเอียดกันพอหอมปากหอมคอกันดีกว่าเนาะ

Rosa damascena flower water หรือน้ำกุหลาบมอญ เป็นน้ำที่เหลือจากการกลั่นน้ำมันกุหลาบ จะยังพอมีน้ำมันกุหลาบเหลืออยู่เล็กน้อย ร่วมกับสารบำรุงอื่นๆ มีคุณสมบัติช่วยลดการระคายเคือง ลดการอักเสบ และให้ความรู้สึกสบายผิว

-นอกจากนี้ยังมี Panthenol, Aloe กับ Allantoin ก็ช่วยเรื่องชุ่มชื้น ลดระคายเคือง และให้ความรู้สึกสบายผิว เช่นกัน

Hamamelis virginiana water หรือ Witch hazel ตัวดังเรื่องกระชับรูขุมขน และยังเป็น Antioxidant ได้ด้วย

-Saururus chinensis extract ตัวนี้ต้องขอจัดเต็มค่ะ คือนางดีและเยอะมาก นางเป็นสารสกัดจากพืชยาจีนชนิดหนึ่ง มีรายงานเกี่ยวกับคุณสมบัติในการเป็น Antioxidant และ ลดการอักเสบ (J Med Food. 2005;8(2):190-7.) สารประกอบ Sauchinone ที่พบมีคุณสมบัติส่งเสริมการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย โดยไปกระตุ้นให้เซลล์เม็ดเลือดขาว Phagocyte ของร่างกายกินเชื้อแบคทีเรียเพื่อกำจัดทิ้งได้ดีขึ้น (Eur J Pharmacol. 2014;728:176-82.) สารนี้ยังช่วยปกป้องเซลล์ผิวจากรังสี UV ได้อีก (Biol Pharm Bull. 2013;36(7):1134-9.) สารประกอบ Manassantin B ที่พบมีผลช่วยเรื่องผิวขาว โดยไปยับยั้งกระบวนการนำส่งเมลานินที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ออกมาเห็นเป็นสีผิวภายนอก (Pigment Cell Melanoma Res. 2012;25(6):765-72.) สารประกอบ Manassantin A ที่พบยังไปลดการสร้างเอนไซม์ Tyrosinase ได้ (xp Dermatol. 2011;20(9):761-3.) โดยรวมคือ ปกป้องผิวจากยูวี ผิวขาว ลดอักเสบ และชะลอวัย

Polyglutamic acid และ Sodium hyaluronate โดดเด่นเรื่องความชุ่มชื้นค่ะ

โดยรวมจะเห็นได้ว่าสารออกฤทธิ์นี้มาค่อนข้างเต็ม และครบถ้วน โดยเน้นไปที่เรื่องชุ่มชื้น ลดอักเสบ ให้ความรู้สึกสบายผิว และมีเรื่องชะลอวัย ปกป้องผิวจากยูวี ผิวขาว และกระชับรูขุมขนเสริมมาค่ะ

คะแนนนน

1.สารออกฤทธิ์ จากที่บรรยายไปคือไม่รู้จะอยากได้อะไรเพิ่มมาอีกดี ก็เลยให้ 5 ฟลาสก์

2.เนื้อผลิตภัณฑ์ เป็นกลุ่มน้ำ (Water-based) ไม่มีน้ำมัน ไม่มีซิลิโคน ไม่มีแอลกอฮอล์ และยังมีสารดูดน้ำให้ผิวดีๆอยู่ด้วย เลยให้ 5 ฟลาสก์

3.สารองค์ประกอบอื่นๆ มีแค่เท่าที่จำเป็น คือ มีสารเพิ่มความหนืด มีสารทำให้ใส และก็สารกันเสียแค่นั้น โดยสารกันเสียที่ใช้เป็นสารกันเสียจากธรรมชาติค่ะ ไม่มีพาราเบน ก็เลยให้ 5 ฟลาสก์ เช่นกัน

4.การใช้งาน โดยรวมคือค่อนข้างชอบ เป็นผลิตภัณฑ์ที่เน้นกลิ่นสมุนไพรค่อนข้างชัด เนื้อนุ่มเบาสบายเกลี่ยง่าย ชุ่มชื้นผิวมาก ใช้มาได้อาทิตย์กว่าๆ ก็รู้สึกว่าแต่งหน้าติดผิวได้มากขึ้น ขอให้ 5 ฟลาสก์

คะแนน

ถึงคิว Sleeping mask บ้างค่ะ

ส่วนผสมนะคะ

สผส sleep

ส่วนผสมจะค่อนข้างคล้ายกับตัวโทนเนอร์ แต่ที่ต่างคือ มีการเพิ่มน้ำมันจาก Babassu (Orbignya oleiferaseed oil) ซึ่งเป็นพืชตระกูลปาล์ม ประกอบด้วยกรดไขมันสายสั้นๆ C12 (Lauric acid) เป็นหลัก (50%) รองลงมาเป็น Myristic acid และ Oleic acid อารมณ์จะคล้ายๆน้ำมันมะพร้าวอยู่ค่ะ

และที่เพิ่มเข้ามาคือ Pinus sylvestris extract เป็นสารรสกัดจากพืชตระกูลสน มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant ช่วยชะลอวัย และมีส่วนช่วยเรื่อง Whitening ได้

ให้คะแนนเช่นกัน

1.สารออกฤทธิ์ ส่วนผสมชุดนี้เน้นไปที่การฟื้นฟูบำรุง โดยการเสริมสร้างไขมันให้ผิว ช่วยเติมน้ำ และลดการอักเสบระคายเคืองในผิว โดยรวมยังถือว่าขาดในส่วนของ Antioxidant ไปอยู่เล็กน้อยเพราะตัวที่มียังไม่เด่นมาก จุดนี้จึงขอให้ 4 ฟลาสก์

2.เนื้อหลัก เป็นชนิดอิมัลชั่นประกอบด้วยส่วนผสมของน้ำ น้ำมัน และซิลิโคน ซึ่งมีคุณสมบัติที่ดีตามอุดมคติครบถ้วน คือ มีสารดึงน้ำ มีสารไขมันทดแทน และมีสารไขมันเคลือบปกป้องผิว โดยรวมขอให้ 5 ฟลาสก์

3.สารองค์ประกอบอื่นๆ สารที่ใช้ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรกับผิว ไม่มีพาราเบน ไม่มีสาร Surfactant แรงๆ โดยรวมจึงถือว่าทำมาได้ค่อนข้างดี จึงขอให้ 5 ฟลาสก์

4.การใช้งาน ถ้าคืนไหนเรามาสค์อันนี้ เช่ามาจะสังเกตได้เลยว่าหน้านุ่มขึ้นมาก ถ้าอยากใช้ร่วมกันสองตัวก็แค่โบกโทนเนอร์ลงไปก่อน แล้วรอซักแป๊บ ก่อนละเลงมาสค์นี้ลงไป แต่สำหรับผิวมี่ มี่ว่าถ้าใช้ซักวันเว้นวันหรือวันเว้นสองวันน่าจะกำลังเหมาะเลย แต่ถ้าให้ใช้ทุกวัน มี่ว่ามันค่อนข้างเคลือบผิวไปนิดนึงค่ะ โดยรวมถือว่าชอบ และเหมาะมากสำหรับคนผิวแห้งค่ะ จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์

ทmask

สุดท้ายนี้อยากขอบคุณทางแบรนด์ Innerface Thailand ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ค่ะ และขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านมาจนจบค่ะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์เลยนะคะ

เฟสบุค: http://www.facebook.com/Innerface

website: http://www.innerfacethailand.com/

Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์ Innerface

สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

Full Review: Hand Chemistry Retin-Oil

Full Review: Hand Chemistry Retin-Oil

วันนี้เป็นผลิตภัณฑ์เวชสำอางดีๆจาก Canada ค่ะ

เป็นน้ำมันบำรุงผิวจากแบรนด์ Hand Chemistry ซึ่งเป็นเวชสำอางในเครือ Deciem จากแคนาดาค่ะ

แบรนด์นี้เป็นแบรนด์ที่เน้นเครื่องสำอางสำหรับดูแลผิวกาย แต่ไม่ธรรมดาเลย เพราะว่าส่วนผสมนั้นโดดเด่นและเลอค่ามาก เผลอๆเลอค่ากว่าเครื่องสำอางสำหรับผิวหน้าบางชิ้นอีก

อีกประเด็นที่อยากบอกคือ เค้าเขียนว่า Tested on human คือ สื่อความหมายเป็นนัยๆว่า ไม่ได้ทดสอบในสัตว์ทดลองค่ะ (แต่นี่ จะบอกอะไรให้นะ เดี๋ยวนี้กฎหมายเขาห้ามใช้สัตว์ทดลองมานานมากหลายปีดีดักแล้วค่ะ ที่แชร์ๆกันเรื่องกระต่ายน้อยบาดเจ็บ ลิงน้อยพิกงพิการอะไรนี่ กี่ปี่แล้วคะ ??? จะเสพย์สื่อ จะแชร์อะไร เลือกกันนิดนึงนะคะสาวๆ)

ตัวผลิตภัณฑ์มีชื่อว่า Retin-oil 1% Reinoid complex ค่ะ

IMG_0723-re

ผลิตภัณฑ์ Claim ไว้ดังนี้ค่ะ

แอบเอารูปของแบรนด์มานะคะ เห็นว่าน่ารักดี

claiming

จาก Claiming สวยๆตรงนี้เราสรุปได้ว่า มันจะได้เรื่องปรับเนื้อผิวให้เรียบเนียน สม่ำเสมอ ชุ่มชื้น กระจ่างใส และช่วยเรื่องริ้วรอยค่ะ

มาดูผลิตภัณฑ์กันต่อดีกว่าค่ะ

น้ำมันนี้เป็นน้ำมันสีเหลืองทอง มาในแพคเกจพลาสติกใส เนื้อหนา ฝาเป็นจุกรู หยดออกมาใช้ได้ง่าย มีกลิ่นหอมหวานๆคล้ายผลไม้ ค่อนข้างเหลว เกลี่ยได้ง่าย ซึมไวค่ะ

IMG_0724-re

เมื่อดูดซึมแล้วก็จะไม่ทิ้งคราบอะไรไว้บนผิวเลยค่ะ

IMG_0725-re

เนื่องจากมันเป็นน้ำมันก็เลยไม่ได้วัดค่า pH ให้นะคะ

พอดีมี่รอยแตกที่แขนค่ะ หลังจากใช้มา 4 อาทิตย์ ก็มีคนทักอยู่นะคะว่ารอยแตกจางลง ดูดีขึ้น ไปทำอะไรมา แต่ส่วนตัวมี่คิดว่ามันยังไม่ชัดมาก ที่เห็นชัดเลยคือ ผิวเรียบขึ้น และก็แห้งน้อยลงค่ะ ขอโชว์แขนอวบๆหน่อยนะคะ (เพื่อนบอกว่า นึกว่าขา มีตบค่ะ !!)

efficacy

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

ส่วนผสม

C12-15 alkyl benzoate • ethoxydiglycol • ascorbyl palmitate • hydroxypinacolone retinoate • tocopheryl acetate • oenocarpus bataua fruit oil • euterpe oleracea fruit oil • algae extract • caprylic/capric triglyceride • dimethyl isosorbide • C12-15 alcohols • tocopherol • fragrance (parfum) • alpha-isomethyl ionone • benzyl benzoate • benzyl cinnamate • benzyl salicylate • citral • citronellol • eugenol • geraniol • hydroxycitronellal • limonene

วันนี้รีวิวจัดเต็มเลยค่ะ

ปกติปกติเราแบ่งส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็น 3 หมวดหลักๆ คือ

1.Actives หรือ สารออกฤทธิ์ เป็นสารที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติพิเศษต่างๆ

2.Base หรือ ส่วนเนื้อของผลิตภัณฑ์ เป็นตัวอุ้มและเก็บสารออกฤทธิ์ไว้

3.Additives หรือ ส่วนของสารเติมแต่ง เป็นตัวเติมแต่งให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าใช้ มีความปลอดภัย เช่น พวกสารกันเสีย พวกน้ำหอม พวกซิลิโคน ตัวเพิ่มความหนืด ฯลฯ

เรามาดูไปทีละส่วนกันเลยนะคะ

1.Actives ได้แก่

-Ascorbyl palmitate เป็นอนุพันธ์ที่ละลายในน้ำมันของวิตามินซี รูปแบบนี้สามารถดูดซึมเข้าผิวได้ดีขึ้น และมีความเป็นกรดลดลง ประโยชน์ของวิตามินซีคือ เป็น Antioxidant ช่วยชะลอวัยและป้องกันการแก่ก่อนวัย ยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิวจึงช่วยให้ผิวขาวขึ้น และเป็นองค์ประกอบในการสร้างคอลลาเจน จึงให้ผลเรื่องการลดริ้วรอยได้

-Hydroxypinacolone retinoate สารอนุพันธ์รูปแบบใหม่ของวิตามินเอ เป็นรูปแบบ Ester สังเคราะห์ของ 9-cis retinoic acid มีความระคายเคืองต่ำมาก ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าสารนี้ให้ผลปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน ลดริ้วรอย ลดจุดด่างดำที่เกิดตามอายุ (Age spot) และช่วยเรื่องสิวอุดตันได้ ซึ่งสารตัวนี้เวลาเข้าผิวแล้วสามารถออกฤทธิ์ได้เลย ไม่ต้องไปแปรสภาพให้กลายเป็นรูปแบบ Acid อีก (ปกติวิตามินเอ หรือ Retinol เวลาทาเข้าไปจะยังไม่มีฤทธิ์ ต้องถูกเอนไซม์ในผิวเปลี่ยนโครงสร้าง 2 ขั้นตอน กว่าจะได้รูปแบบ Acid ที่มีฤทธิ์)

-สารกลุ่ม Vitamin E มีด้วยกัน 2 รูปแบบ คือ Tocopheryl acetate กับ Tocopherol ปกติวิตามินอีมีผลในเรื่องของการเป็น Antioxidant โดยถ้าเหลือรอดถึงผิว วิตามินอีธรรมชาติ Tocopherol จะออกฤทธิ์ได้เลยในทันที ส่วนวิตามินอีเอสเทอร์ คือ Tocopheryl acetate จะค่อยๆโดนย่อย และค่อยๆออกฤทธิ์ในทีหลัง ทำให้ผลที่เกิดขึ้นอยู่นานกว่า

-น้ำมันจากพืชหายากอย่าง Oenocarpus bataua ตัวนี้เป็นพืชในสกุลเดียวกับ Palm พบในแถบป่าอเมซอน ประกอบด้วยกรดไขมัน Oleic acid เป็นหลัก (ประมาณ 40%) และมีกรดไขมันสายยาวที่หายาก อย่าง Behenic acid (C22:0 ประมาณ 20%) และ Lignoceric acid (C24:0 ประมาณ 15%) กับ Euterpe oleracea เป็นพืชในสกุลเดียวกับ palm เช่นกัน พบในแถบ Brazil ประกอบด้วย Oleic acid เป็นหลัก (ประมาณ 50%) มี Palmitic acid อีกประมาณ 25% และ Linoleic acid อีกประมาณ 10% น้ำมันพวกนี้ ให้ผลทดแทนไขมันให้กับผิวหนังและเป็น Emollient ช่วยให้ผิวนุ่ม

-Algae extract สารสกัดจากสาหร่าย ซึ่งปัจจุบันมีสาหร่ายมากมายหลายสิบชนิดที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพแตกต่างกันไป เช่น สาหร่ายสีน้ำตาลบางสายพันธุ์ ช่วยเรื่องการเผาผลาญไขมัน สาหร่ายสีแดงบางสายพันธุ์เป็น Antiaging จึงไม่สามารถระบุคุณสมบัติของสารสกัดสาหร่ายที่กล่าวมาแบบรวมๆได้ ปัจจุบันทาง CTFA ได้ขอให้ผู้ผลิตระบุสายพันธุ์ของสาหร่ายที่ใช้ เช่น Laminaria extract ฯลฯ

2.Base เป็นชนิดน้ำมัน ประกอบด้วยน้ำมันและสารอื่นๆที่ละลายได้ในน้ำมัน ได้แก่ น้ำมันจากพืชที่กล่าวไปในข้อ 1 ร่วมกับ Capric/caprylic triglyceride ที่เป็น Triglyceride ของไขมันสายยาวปานกลาง ซึมผิวได้ดี เป็นสารตั้งต้นให้ผิวไปสร้างเป็นน้ำมันอื่นๆต่อไป และ C12-15 alkyl benzoate กับ C12-15 alcohols ที่ช่วยเรื่องการละลายสาร และให้สัมผัสที่ดีตอนทา

3.Additives ได้แก่

3.1สารเพิ่มการดูดซึมผ่านผิว มี 2 ตัว ได้แก่

-Dimethyl isosorbide ตัวทำละลายที่ละลายในไขมัน มีหน้าที่เป็น Emollient ช่วยให้ผิวนุ่ม มีผลลดความหนืดของผลิตภัณฑ์ให้เกลี่ยง่ายขึ้น ช่วยเพิ่มความคงตัวให้สารในผลิตภัณฑ์ และมีคุณสมบัติเป็น Percutaneous absorption enhancer ช่วยเพิ่มการดูดซึมของสารผ่านผิว

-Ethoxydiglycol ช่วยเพิ่มการดูดซึมของสารผ่านผิวเช่นเดียวกัน

3.2สารแต่งกลิ่น ได้แก่ Fragrance กับ สารหอมอย่าง alpha-isomethylionone, Benzyl benzoate, Benzyl cinnamate, Benzyl salicylate, Citral, Citronellol, Eugenol, Geraniol, Hydroxycitronellal และ limonene

ถึงเวลาให้คะแนน

1.Actives นอกจากส่วนของน้ำมันจากพืชหายากแล้ว ก็มีวิตามิน A C E ซึ่งรูปแบบของวิตามินเอที่ใช้เป็นชนิดที่ดูดซึมง่ายและออกฤทธิ์ได้เลย จึงให้ผลที่ค่อนข้างดี ตัวผลิตภัณฑ์ Claim เรื่องแผลเป็น รอยแตกลาย ริ้วรอย และเรื่องผิวแห้ง ซึ่งถือว่าส่วนผสมชุดนี้ตอบโจทย์ได้หมด และสารที่ใช้เป็นชนิดใหม่ คือ เหมือนๆจะพื้นๆ แต่ใช้สารที่ค่อนข้างนวัตกรรมเลยทีเดียว จุดนี้ไม่รู้จะติอะไร ถือว่าทำได้ค่อนข้างดีสำหรับ Oil ที่แม้จะเป็นแค่ Body oil แต่ส่วนผสมนี่คือ เลอค่ากว่า Facial oil บางยี่ห้อเสียอีก จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์

2.Base ในส่วนของน้ำมันที่ใช้ มีทั้งตัวที่ดูดซึมได้ และตัวที่ช่วยเคลือบปกป้องผิว จึงถือว่าทำมาได้ค่อนข้างดี ไม่มี Mineral oil กับ Silicone ที่หลายๆคนกลัว (ถึงแม้มันจะไม่มีอันตรายอะไรก็เถอะ) จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์เช่นกัน

3.Additives ไม่ได้มีอะไรมากนอกจากสารแต่งกลิ่น/น้ำหอม กับ สารเพิ่มการดูดซึมผ่านผิว จุดนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย เพราะว่า สารเพิ่มการดูดซึมผ่านผิวนี้ อาจจะไปเพิ่มการดูดซึมของสารหอมเข้าผิวด้วย ถ้าใครมีประวัติแพ้สารหอม ก็อาจจะแพ้ได้เช่นกัน แต่ถ้าใครไม่แพ้ก็ไม่เป็นไร ส่วนข้อดีก็คือ ทำให้สารดีๆเข้าผิวไปออกฤทธิ์ได้มากขึ้น แต่เนื่องจากน้ำหอมนี่เราไม่ได้แพ้กันทุกคน เลยขอมองข้ามจุดนี้ไปนะคะ จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์ ค่ะ

4.คะแนนการใช้งาน ส่วนตัวมี่มีรอยแตกลายที่ต้นแขน และตรงแถวสะโพก ก็โบกๆออยล์นี่มาเดือนกว่าๆ เรียกได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้นานมากๆ ตัวหนึ่งเลยทีเดียวหล่ะ สิ่งที่ได้รับก็คือ ผิวเรียบเนียนมากขึ้น ผิวแห้งน้อยลง ส่วนเรื่องรอยแตกยังไม่ชัดมากเท่าไหร่ค่ะ แต่โดยรวมคือ ออยล์มีกลิ่นหอมหวานคล้ายผลไม้เปรี้ยวๆ เกลี่ยง่าย ซึมไว ไม่เหนอะหนะ ไม่เปื้อนเสื้อผ้า ก็คือชอบค่ะ มาถึงตรงนี้ก็ยังใช้อยู่นะคะ ยังไม่เจอข้อติค่ะ ให้ 5 ฟลาสก์

point

สุดท้ายนี้แอบอยากบอก ถึงแม้จะมีหลายๆงานวิจัยบอกว่าการใช้พวก Retinoids แบบทา (ที่ไม่ใช่ Tretinoin) มันจะปลอดภัยในสตรีมีครรภ์ก็ตาม แต่เลี่ยงได้ก็เลี่ยงนะคะ รอคลอดเสร็จค่อยมาทาก็ได้ค่ะ

สุดท้ายนี้อีกครั้งอยากขอบคุณทางบริษัท Advance Aesthetic Company ที่ส่งสินค้าดีๆเพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีอันล้ำค่ามาให้ได้ทดลองใช้ค่ะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่

เฟสบุคของบริษัท http://www.facebook.com/advanceaestheticthailand ได้เลยค่ะ

และขอขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ตามอ่านมาจนจบ พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

Disclaime/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์

Review: Rezme’ White & Firm Serum cream

Review: Rezme’ White & Firm Serum cream

วันนี้มี่แวะเอารีวิว Serum cream จากแบรนด์ Rezme’ มาฝากกันค่ะ

Concept ของ Serum cream ก็เป็นแบบ 2 in 1 ที่แบบว่าทาทีเดียวได้ทั้งซีรัมได้ทั้งครีมเลยค่ะ

ชื่อเต็มๆของผลิตภัณฑ์คือ Rezme’ White & Firm serum cream ค่ะ

rezme

ข้างในเป็นกระปุกแก้วสีขาวเหลือบมุก ฝาสีเงินค่ะ

IMG_0012-re

ตัวครีมเป็นสีขาว เนื้อนุ่ม หอมหวานคล้ายๆดอกไม้ผสมขนมหวานค่ะ

IMG_0013-re

เกลี่ยง่าย ให้ความรู้สึกชุ่มชื้น เย็น ซึมค่อนข้างไว แห้งไว และไม่หนักผิวค่ะ

IMG_0015-re

วัดค่า pH กันซักหน่อย

IMG_0016-re

pH อยู่ที่ประมาณ 4-5 นะคะ ก็ถือว่าใกล้เคียงกับผิวดีค่ะ

มาดูส่วนผสมกันบ้างดีกว่าค่ะ

สผส

ส่วนผสมเรียกได้ว่าค่อนข้างมาเต็มเหมือนกันค่ะ ในส่วนของสารออกฤทธิ์มี่ทำสีเขียวไว้ให้ และในส่วนของสีฟ้า Ethoxydiglycol นี่เป็นตัวทำละลายพิเศษ มีคุณสมบัติเพิ่มการดูดซึมสารอื่นๆเข้าสู่ผิวหนัง ทำให้ได้ผลที่ดีขึ้นค่ะ (ทางวิทย์ฯเรียกว่า Penetration enhancer ค่ะ)

ในส่วนของสารออกฤทธิ์เรียกได้ว่าใส่มาค่อนข้างเยอะเลยหละ เพราะดูสารสกัดนี่มาหลังน้ำเลยทีเดียว

สารออกฤทธิ์เราแบ่งได้เป็น กลุ่ม ดังนี้นะคะ

  1. กลุ่มผิวขาว ได้แก่

–         Lepidum sativum extract ตัวนี้เป็นสารสกัดจาก Garden cress ไม่มีข้อมูลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับผิวหนัง ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบบอกว่า มีประโยชน์ในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ต่อต้านอนุมูลอิสระ และลดเลือนริ้วรอยได้ สามารถยับยั้งการทำงานของฮอร์โมน Melanocyte stimulating hormone (MSH) ที่ทำหน้าที่กระตุ้นให้เซลล์เมลาโนไซต์ที่มีหน้าที่สร้างเมลานินทำงานได้ดีขึ้น เมื่อไปยับยั้ง MSH ก็จะทำให้เซลล์เมลาโนไซต์ทำงานได้ลดลง ผิวจึงขาวขึ้น

–         Arbutin ยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิว

–         Ascorbyl palmitate อนุพันธ์ของวิตามินซี นอกจากเรื่องการลดการสร้างเม็ดสีผิว แล้วยังช่วยเรื่องริ้วรอยโดยเป็นส่วนประกอบในการสร้างคอลลาเจน และเป็น Antioxidant

–         Glutathione ยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิว และเป็น Antioxidant

–         Evodia rutaecarpa extract สารสกัดจากพืชชนิดหนึ่งในตำรับยาจีน มีคุณสมบัติร้อน มีรายงานการวิจัยเกี่ยวกับคุณสมบัติในการปกป้องผิวจากกระบวนการอักเสบที่เกิดขึ้นจากรังสี UV (J Dermatol Sci. 2006;42(1):13-21.) ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่า สารสกัดนี้ให้ผลกระตุ้นการไหลเวียนเลือดช่วยให้ผิวดูมีเลือดฝาดและมีสุขภาพดี ทำให้ผิวดูสว่างขึ้น (Gatulene Radiance, Gattefossé)

สรุปด้านผิวขาว สารออกฤทธิ์ที่ 2 Step คือ ขั้นตอนการสร้างเม็ดสีผิว และขั้นตอนก่อนสร้างเม็ดสีผิว โดยรวมถือว่าทำมาได้ค่อนข้างดี

  1. กลุ่มริ้วรอย ได้แก่

–         Acmella olearaceae สารสกัดจากผักบุ้งให้ผลเป็น Antioxidant และช่วยคุมมันได้

–         สารสกัดจากเซลล์เพาะเลี้ยงของพืช อย่าง Argan กับ Apple อันนี้ผู้ผลิตวัตถุดิบเรียกกันไปเองว่า Stem cell จริงๆแล้วคือเป็นการสกัดเนื้อเยื่อเพาะเลี้ยงจากพืช ที่เรียกกันว่า Callus พวกนี้จะให้สารอาหารให้แก่ผิว ทำให้ผิวทำงานได้ดีขึ้น ริ้วรอยจะดูลดลง

–         Crocus chrysantus extract สารสกัดจากพืชตระกูลเดียวกับหญ้าฝรั่น (saffron) ในส่วนของฐานข้อมูลงานวิจัยมีกล่าวถึงแต่หญ้าฝรั่น สารสกัดจากเหง้าของพืชนี้มีชื่อทางการค้าว่า DermCom ของบริษัท Mibelle มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มการสื่อสารระหว่างเซลล์ สร้างสารเคมี สร้างเซลล์ผิว และสร้าง Growth factor ออกมาให้ผิวแข็งแรง ริ้วรอยลดลง ผิวดูเรียบเนียนขึ้น

  1. กลุ่มลดการอักเสบและปกป้องผิว

–         Hordeum vulagare สารสกัดจากข้าวบาร์เลย์ ช่วยเรื่องเพิ่มความชุ่มชื้น และลดการระคายเคือง

–         Ectoin ช่วยปกป้องผิวจาก UV และช่วยลดการอักเสบในผิว

สำหรับส่วนประกอบอื่นๆก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรกับผิว

ถึงเวลาให้คะแนน

  1. สารออกฤทธิ์ จากที่บรรยายไว้ด้านบนคือให้สมบัติด้านผิวขาว ริ้วรอย และลดการอักเสบกับปกป้องผิว โดยรวมถือว่าทำมาได้ค่อนข้างดี นี่ถ้ามีแต่ผิวขาวคงจะโดนหักคะแนน แต่เพราะมีอย่างอื่นมาเสริมด้วยก็เลยทำให้ดูดีขึ้นมาก ให้ผลได้ค่อนข้างครอบคลุมทั้ง ขาว ริ้วรอย ชะลอวัน ชุ่มชื้น และลดอักเสบ โดยรวมจึงขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. Base ส่วนของเนื้อหลักเป็นชนิดครีม เกิดจากน้ำมันกับน้ำ และซิลิโคน ส่วนของน้ำมันมีทั้งน้ำมันที่ดูดซึมเข้าไปบำรุงผิวได้ และไขมัน/ซิลิโคนที่เคลือบปกป้องผิว ส่วนของน้ำใช้ Propylene glycol เป็นตัวดึงน้ำ ไม่มีส่วนผสมของ Alcohol โดยรวมถือว่าทำมาได้ครบสำหรับการเป็น Moisturizer ดีๆซักชิ้น จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  3. Additives ไม่ใช้พาราเบน ในส่วนผสมไม่มี Fragrance แต่มี่ว่ามันก็หอมอยู่นะ หรือจะหอมสารสกัด? สาร Emulsifier ที่ใช้ก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร จุดนี้ก็เลยไม่รู้จะหักคะแนนอะไร เลยเป็น 5 ฟลาสก์
  4. การใช้งาน ส่วนตัวมี่ได้ลองใช้มา 2 อาทิตย์ กว่าๆ ก็ถือว่าผิวนุ่มชุ่มชื้น และเรียบเนียน แต่งหน้าติดง่ายดีค่ะ โดยรวมก็ถือว่าประทับใจ โดยเฉพาะความหอม มันเป็นสไตล์ที่มี่ชอบพอดี จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์

คะแนน

สุดท้ายนี้อยากขอบคุณทางแบรนด์ Rezme’ ด้วยค่ะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางเฟสบุคของแบรนด์

https://www.facebook.com/RezmeOfficial

ได้เลยค่ะ

Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์ Rezme’

Review: Rezme’ All in one face cleanser

Review: Rezme’ All in one face cleanser

วันนี้มี่แวะเอา Cleanser ที่น่าสนใจมารีวิวให้ชมกันค่ะ

เป็น All in one face cleanser จากแบรนด์ Rezme’ ค่ะ ทำไมถึงน่าสนใจเดี๋ยวมาดูในช่วงวิเคราะห์ส่วนผสมนะคะ

ที่ว่า All in one น่าจะหมายถึง ทั้งทำความสะอาดผิว และทำความสะอาดเมคอัพไปพร้อมๆกันกับการบำรุงผิวค่ะ

อันนี้เป็นรูปร่างหน้าตาของผลิตภัณฑ์ค่ะ

IMG_0007-re

เนื้อข้างในเป็นเจลโปร่งแสง สีขาวครีม กลิ่นหอมอ่อนๆค่ะ

IMG_0008-re

ซึ่งตัวนี้เป็นสูตรไม่มีฟองค่ะ คือบ้านเราติดฟองกันมาก และมักคิดกันไปเองว่าถ้าไม่มีฟองจะไม่สะอาด แต่ความจริงแล้วประสิทธิภาพในการทำความสะอาดไม่ขึ้นกับฟองนะคะ

IMG_0009-re

มาดูประสิทธิภาพในการทำความสะอาดกันค่ะ

มี่ทดสอบกับ 4 อย่างนี้นะคะ

1.Eyeliner กันน้ำสีดำ

2.Mascara กันน้ำ

3.Eyeliner กันน้ำสีส้ม

4.Lip matte สีแดง

IMG_0121-re

บีบ Cleanser ลงไปค่ะ

IMG_0122-re

นวดวนเบาๆซัก 2 นาที มาสคาร่ากับลิปสติกเริ่มหลุดหมดแล้วค่ะ เหลือแต่ Eyeliner

IMG_0123-re

ไปล้างน้ำค่ะ

IMG_0124-re

Eyeliner ทั้งสองยังคงอยู่นะคะ พลิกดูข้างหลังฉลาก ทางแบรนด์แนะนำว่าให้ล้างสองรอบนะคะ เอาสิ ลองทำดูบ้างตามที่เขาแนะนำ

สะอาดแล้วทีนี้ ไม่แห้งด้วยหละ

IMG_0125-re

มีคำแนะนำเพิ่มเติมนะคะเกี่ยวกับการล้างเครื่องสำอางกันน้ำ เลือกเอาวิธีไหนก็ได้ค่ะ

1.ใช้เจลปริมาณเยอะขึ้น

2.นวดให้นานขึ้น

3.ผสมน้ำลงไปหน่อยระหว่างนวด

4.ล้างสองรอบ

มาวัดค่า pH ของผลิตภัณฑ์เมื่อเปียกน้ำแล้วอยู่ที่ราวๆ 6 นะคะ ซึ่งก็ถือว่าใกล้เคียงกับผิวดีค่ะ

IMG_0010-re

สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

สผส

จากส่วนผสมนี่จะเห็นว่าตัวทำความสะอาดของเขามีอยู่ 3 ตัวหลักๆนะคะ ที่มี่ทำสีเขียวไว้ให้ ได้แก่

PEG-7 Glyceryl cocoate, Decyl glucoside และ Olive oil PEG-7 esters ทั้ง 3 ตัวนี้เป็นสารทำความสะอาดชนิดไม่มีประจุ (Nonionic surfactant) ที่มีความอ่อนโยน และสามารถช่วยเรื่องความชุ่มชื้นได้ ปกติสารกลุ่ม Nonionic นี้จะไม่มีฟองค่ะ เลยไม่แปลกใจที่มันไม่มีฟอง

นอกจากสารทำความสะอาด ในส่วนผสมยังมีสารบำรุงผิวด้วยนะคะ ถึงแม้ว่าพวก Cleanser จะสัมผัสผิวเราแค่ไม่นาน หวังอะไรมากไม่ได้ แต่การมีสารบำรุงก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลยนอกจากตัวทำความสะอาด

สารบำรุงพวกนี้ได้แก่ตัวที่มี่ทำสีฟ้าไว้ให้นะคะ

-Panthenol มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบ

-Allantoin ลดการอักเสบ ลดการระคายเคือง

-Picea albies extract คือ สารสกัดจากพืชตระกูลสน มีรายงานเกี่ยวกับคุณสมบัติในการเป็น Antioxidant (Phytochem anal 2012;23(1):1-11) และมีรายงานว่าประกอบด้วยสารกลุ่ม Galactogluoomanan ที่มีคุณสมบัติเป็น prebiotic (J Agric Food Chem 2012;60(44): 11037–11043) เป็นอาหารของจุลินทรีย์ชนิดดีที่เรียกว่า Probiotic พวกนี้ถ้าแข็งแรงจะช่วยปกป้องร่างกายจากจุลินทรีย์ก่อโรคต่างๆ ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าสารนี้ให้สมบัติเป็น Astringent ช่วยกระชับรูขุมขน

-Hamamelis virginiana leaf water หรือ น้ำใบ Witch hazel ช่วยกระชับรูขุมขน

-10-hydroxydecanoic acid เป็นกรดไขมันชนิดพิเศษที่พบได้ใน Royal jelly หรือนมผึ้งนอกจากบำรุงผิวได้ ยังมีฤทธิ์ฆ่าเชื้ออ่อนๆ

-Phellinus linteus extract เป็นสารสกัดจากเห็ดชนิดหนึ่ง มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant และมีผลลดการอักเสบในผิว

-Schizophyllan เป็นสารกลุ่ม Beta-glucan ที่ได้จากเห็ดชนิดหนึ่งที่ชื่อ Schizophyllum commune มีคุณสมบัติเป็นสารเพิ่มความหนืด และมีฤทธิ์ต้านมะเร็ง (Bioactives Carb Diet Fiber 2013;1(1):53-71) ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าให้ผลเพิ่มความชุ่มชื้นและมีผลลดริ้วรอย

โดยรวมในวันนี้ขอให้คะแนนดังนี้นะคะ

1.ความสะอาด จากที่เห็นคือถ้าเป็นเบสเมคอัพและพวกลิปสติก คือออกหมดเกลี้ยง ไม่ทิ้งคราบใดๆไว้ แต่ถ้าล้างแค่รอบเดียวยังเอาพวกกันน้ำแน่นๆแบบ Eyeliner ไม่ออกนะคะต้องล้างรอบที่สองค่ะ จุดนี้จึงขอให้ 4 ฟลาสก์

2.Feeling หลังล้าง หลังล้างเสร็จผิวไม่แห้งตึง ผิวนุ่มชุ่มชื้น อุ้มน้ำได้ดี ถือว่าค่อนข้างชอบเลยค่ะ จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์

3.สารทำความสะอาด เป็นสารชนิดที่ไม่มีประจุ ค่อนข้างอ่อนโยนกับผิว และมีผลเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้อีก จุดนี้จอให้ 5 ฟลาสก์

4.สารองค์ประกอบอื่นๆ สารที่ใส่มาไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรกับผิว แถมยังมีประโยชน์พิเศษเสริมให้แก่ผิวอีก ไม่มีพาราเบน ไม่มีซิลิโคน จุดนี้จึงขอให้ 5 ฟลาสก์

คะแนน

สุดท้ายนี้อยากขอบคุณทางแบรนด์ Rezme’ ด้วยค่ะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางเฟสบุคของแบรนด์

https://www.facebook.com/RezmeOfficial

ได้เลยค่ะ

Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์ Rezme’