[Review] รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมเซรัม Osmosis MD Vital factor Advance rejuvenating serum เซรัมผสม Growth factor

[Review] รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมเซรัม Osmosis MD Vital factor Advance rejuvenating serum เซรัมผสม Growth factor

สวัสดีค่ะพี่ๆน้องๆเพื่อนๆห้องแป้งที่น่ารักทุกๆท่าน

วันนี้มี่จะมารีวิววิเคราะห์เจาะลึกส่วนผสมของเวชสำอางตัวดังจากอเมริกา Osmosis MD Vital factor Advance rejuvenating serum ค่ะ

os 1

เอ๊ะ หลายๆคนอาจจะสงสัย ชื่อนี้คืออะไร ที่ US ไม่เห็นมี

นางก็คือตัว Stemfactor growth factor serum นั่นเองจ้า แค่ปรับชื่อตามกฎหมายเครื่องสำอางของ อย. บ้านเราเฉยๆ พอเราฉีกฉลากออก ก็จะเจอเนื้อแท้ข้างในขวดค่ะ นั่นก็คือ เจ้า Stemfactor ตัวแม่จาก US นั่นเอง

os 2

แบรนด์ Osmosis มีคอนเซปท์สวยๆว่า “Beautiful skin starts within”

แปลว่า ผิวสวยต้องเริ่มจากภายใน แปลแบบสวยๆละเอียดๆก็คือ ต้องบำรุงผิวจากภายใน ถึงจะสวย
แบรนด์นี้จะเน้นไปที่สารสกัดและสารออกฤทธิ์จากธรรมชาติ สารองค์ประกอบต่างๆก็ไม่ได้ใส่มาเยอะกันจนมากเกินไป จึงเสี่ยงแพ้น้อยกว่านั้นเองค่ะ แต่อย่างไรก็ดี อย่าลืมทดสอบการแพ้ก่อนการใช้งานนะคะ เพราะการแพ้เป็นเรื่องที่คาดเดาไม่ได้ บทจะแพ้ แค่น้ำเปล่าก็ยังแพ้ได้เลยค่ะ

ในส่วนของเนื้อเซรัมเป็นสีเหลืองใสๆ มีกลิ่นหอมอ่อนๆเป็นเอกลักษณ์ตามสไตล์ของแบรนด์

os 3

เกลี่ยค่อนข้างง่าย ซึมไวมาก ไม่ทิ้งร่องรอย ความมัน หรือความเหนอะหนะอะไรไว้เลยค่ะ

os 4

เนื่องจากตัวเซรัมมีเนื้อสีเหลือง มันจะรบกวนการอ่านค่า pH มี่เลยไม่ได้วัดค่า pH ให้นะคะ

ในส่วนของส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

สผส stemfactor

จะเห็นได้ว่าส่วนผสมนั้นค่อนข้างเรียบง่าย เน้นไปที่กลุ่มของสารออกฤทธิ์เลย สารอื่นๆก็ใส่มาเท่าที่จำเป็น

ในส่วนของ Actives หรือส่วนของสารออกฤทธิ์ นั้น หลักๆเลยก็คือ ตัว Growth factor enriched conditioned media ที่ได้จากการเพาะเลี้ยง Adult stem cell และสกัดเอา Growth factor (ขอย่อว่า GF นะคะ) ที่เซลล์สร้างมาเก็บกักไว้ในระบบนำส่งที่ชื่อว่า Exosome ซึ่งเป็นถุงที่เซลล์เหล่านี้สร้างขึ้นมาไว้เก็บ GF และสารอื่นๆที่มีประโยชน์เอาไว้ภายใน ดังรูปค่ะ

โดยเจ้า Exosome นี้ถือเป็นระบบนำส่งที่มีขนาดเล็ก ที่มีความฉลาด เพราะสามารถมุ่งตรงไปยังจุดที่ออกฤทธิ์ได้เลย และเคลื่อนทีไปมาระหว่างเซลล์ได้อย่างอิสระ ทางแบรนด์เรียกว่าเป็น Smart-nanosphere จัดเป็น Targeted-delivery system รูปแบบหนึ่ง หมายถึง การนำส่งสารเข้าไปยังบริเวณที่ต้องการได้เลย โดยไม่ต้องไปแวะไปเสียเวลาที่อื่น

สกัดเซลล์

ทางแบรนด์กล่าวว่า ใน medium ที่เลี้ยงเซลล์นี้ ประกอบด้วย Growth factor อยู่มากมาย ประมาณ 150 – 300 ชนิด ร่วมกับสารกลุ่ม Cytokines ที่เป็นสารที่ร่างกายใช้ติดต่อสื่อสารระหว่างกัน ช่วยให้เซลล์แต่ละเซลล์ปรับตัว ตอบสนองต่อสิ่งต่างๆ และมีความแข็งแรงเพิ่มขึ้น

ตัวอย่าง GF ที่สำคัญๆ ที่ได้จาก Medium นี้ ได้แก่
– HGF มีผลช่วยเรื่องการสมานแผล ลดรอยแผลเป็น โดยไปเร่งให้เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด Macrophage เก็บกินแผลเป็น
– TGF-Beta เพิ่มการสร้างคอลลาเจน และเส้นเลือดใหม่ๆ มีผลเรื่องการไหลเวียนเลือด และส่งผ่านสารอาหาร
– FGF กระตุ้นการแบ่งตัวของ Fibroblast ที่เป็นเซลล์สร้างคอลลาเจน
– IFN-Gamma เพิ่มภูมิคุ้มกันต่อการติดเชื้อโรค
– PDGF-AA กระตุ้นการสร้างเซลล์ผิว เซลล์ Fibroblast เพิ่มการสร้างเส้นเลือดใหม่
– GM-CSF เพิ่มการสร้างเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน
– IGF-1 กระตุ้นการเจริญและแบ่งตัวของเซลล์ผิว
– VEGF เพิ่มการสร้างเส้นเลือด
– KGF กระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวหนัง
นอกจากตัว Medium ดังกล่าวแล้ว ยังมี สารออกฤทธิ์อีก 2 ตัว ได้แก่
– Witch hazel distillate ที่ให้ผลกระชับรูขุมขน ควบคุมความมันและเป็น Antioxidant
– Lactic acid อาจจะแค่ใส่มาเพื่อปรับค่า pH ให้เป็นกรด แต่ความจริงแล้ว Lactic acid มีคุณสมบัติพิเศษต่อผิวอีก การออกฤทธิ์ขึ้นกับค่า pH โดยอาจจะให้ผลเป็นตัวเพิ่มความชุ่มชื้น หรือ ผลัดเซลล์ผิว สำหรับตัว Lactic ใน pH ประมาณ 4 จะให้ผลกระตุ้นการสังเคราะห์ Ceramide ในผิวได้ ซึ่ง Ceramide ทำหน้าที่เป็น Barrier function รักษาความชุ่มชื้นให้แก่ผิว

ส่วนที่เหลือก็เป็นสารเพิ่มความหนืด (Hydroxyethylcellulose) สารกันเสีย (Dehydroacetic acid, Benzyl alcohol) และสารแต่งกลิ่น (Lemon oil)

จะเห็นว่าเรียบง่าย ไม่ใช้อะไรพร่ำเพรื่อเลยจริงๆ

ถึงเวลาให้คะแนน

1. Actives ส่วนของสารออกฤทธิ์เน้นไปที่การ Claim เรื่อง GF เป็นหลัก ซึ่งในตัวของ GF ที่ใส่มาหลายๆชนิด นั้นก็ช่วยบำรุงผิวได้รอบด้านโดยตัวมันเองอยู่แล้ว เมื่อเอามาใส่ในระบบนำส่ง ก็จะช่วยเรื่องการดูดซึมเข้าผิว จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
2. Base เนื้อหลักเป็นชนิดน้ำ (Water-based) ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ น้ำมัน และซิลิโคน จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
3. Additives สารอื่นๆก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร ไม่มีพาราเบน ไม่มี Emulsifier และ Surfactant สารกันเสียก็เป็นชนิดที่ค่อนข้าง Friendly ในส่วนของสารแต่งกลิ่นที่เป็นตัว Lemon oil ถ้าใช้กลางวันแล้วไม่ทากันแดดอาจจะทำให้เกิดการแพ้แสงได้ ซึ่งส่วนตัวมี่ใช้ทั้งเช้าเย็น ตอนเช้าก็ลงกันแดดตามปกติ ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไรนะคะ แต่จุดนี้เพื่อความยุติธรรมจึงขอให้ 4 ฟลาสก์
4. การใช้งาน เมื่อลองใช้แรกๆจะรู้สึกว่าหน้าแห้งเล็กน้อย อาจจะเพราะตัว Witch hazel ที่ลดการสร้างน้ำมันของผิว แต่เมื่อใช้ไปเรื่อยๆ ผิวก็กลับนุ่มขึ้น เนียนขึ้น สีผิวสม่ำเสมอมากขึ้น พวกรอยแห้ง ผิวลอกเป็นขุย รอยแดงที่เคยมีก็ค่อยๆจางลง จุดนี้จึงถือว่าค่อนข้างประทับใจ ที่สำคัญคือแต่งหน้าติด ลงรองพื้นง่าย ไม่เป็นคราบ ไม่เยิ้มระหว่างวัน ขอให้ 5 ฟลาสก์

คะแนน osmosis

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณบริษัท DermaMD ที่ส่งเวชสำอางดีๆ เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีมาให้มี่ได้ทดลองใช้ค่ะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ทางเวบไซต์ http://www.dermskinstore.com/

หรือแฟนเพจของ Osmosis Thailand ที่ https://www.facebook.com/osmosispurmedicalskincarethailand ได้เลยนะคะ
Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์
[/center]

[Beauty talks] วิธีเก็บเครื่องสำอาง

[Beauty talks] วิธีเก็บเครื่องสำอาง

วันนี้มาแชร์วิธีเก็บเครื่องสำอางที่ถูกต้องให้ฟังกันนะคะ

 

หลายๆคนคิดว่าเอาใส่ตู้เย็นจะดีที่สุด แต่ความจริงไม่นะคะ เพราะอะไร แล้วควรเก็บอย่างไร วันนี้มีคำตอบค่ะ

 

cats

 

สำหรับการเก็บเครื่องสำอาง มี่ขอแบ่งออกเป็น 2 แบบ ค่ะ

 

แบบแรก คือ เครื่องสำอางที่ยังไม่เคยแกะใช้

แบบนี้เก็บง่ายมาก คือ อย่าไปแกะ เพราะถ้าแกะ อายุเครื่องสำอางจะนับถอยหลังทันทีค่ะ

การเก็บรักษาคือ เก็บในตู้ที่มีบานประตูปิด หรือกล่องพลาสติกที่มีฝาปิด ไม่โดนแสง ไม่โดนความชื้น ไม่ควรวางบนพื้นโดยตรง เพราะความชื้นจากพื้นสามารถซึมผ่านเข้ามายังตัวกล่องได้ค่ะ

ไม่ควรเก็บในตู้เย็น เพราะ เวลาเราเปิดปิดตู้เย็นนั้น จะเกิดการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิค่อนข้างไว ทำให้เครื่องสำอางเสียไวขึ้น

แต่ถ้ามีตู้เย็นโดยเฉพาะ แบบนานๆที เดือนนึงชาตินึงเปิดหนนึง แบบนี้ สามารถเอาไปเก็บได้ค่ะ เพราะถ้าเครื่องสำอางอยู่ในที่ที่อุณหภูมิต่ำ อัตราการสลายตัวของสารวิตามิน สารบำรุงจะเกิดได้ช้ากว่าที่ที่มีอุณหภูมิสูง

 

ส่วนเครื่องสำอางที่เปิดใช้แล้ว ก็แค่วางไว้บนโต๊ะเครื่องแป้ง ที่ที่แดดส่องไม่ถึง ก็อยู่ได้นานแล้วค่ะ

เว้นแต่ ผลิตภัณฑ์บางอย่างที่เราอยากได้ความเย็น เอาไปใส่ตู้เย็นได้ เพื่อความรู้สึกที่ดีตอนใช้ เช่น พวกมาสค์ พวกเจลว่านหางจระเข้

 

ทีนี้ถึงคำถาม บ้านร้อนตับแลบ ของจะเสียไหม

แน่นอนค่ะ อุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้น มีผลทำให้สารต่างๆในเครื่องสำอางสลายตัวได้ไวขึ้น

แต่การเอาไปใส่ในตู้เย็นที่มีคนใช้ทุกๆวัน ก็ไม่ได้ดีเลย เพราะการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิเมื่อเปิดตู้เย็น จะยิ่งส่งผลร้ายกว่า การเอาผลิตภัณฑ์เก็บในที่อุณหภูมิสูง

วิธีการแก้คือ เอาไปใส่ในตู้ที่มีบานปิด ไม่อยู่ใกล้หน้าต่างที่มีแดดส่อง ไม่อยู่ใกล้หลังคาบ้าน ไม่อยู่ติดพื้น ก็พอแล้วค่ะ

ส่วนอายุของเครื่องสำอาง ตามไปอ่านต่อได้ที่ Blog นี้เลยค่ะ

https://cosmeknowledge.wordpress.com/2015/09/27/lifespancosmetics/

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมมาสค์ครีมไข่ Too cool for school Egg cream mask

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมมาสค์ครีมไข่ Too cool for school Egg cream mask

วันนี้มี่แวะเอามาสค์ครีมไข่ จากแบรนด์ Too cool for school แบรนด์ดังของเกาหลีมารีวิววิเคราะห์ส่วนผสมให้ชมกันค่ะ

Too cool for School ที่เกาหลีก็มีชอปอยู่หลายย่าน มี่เคยเข้าไปเดินเล่นที่ในสาขาอินซาดงอยู่รอบนึง ส่วนในไทยก็มีหลายสาขาค่ะ สาขาที่มี่เคยไปจะเป็นสาขาที่สยามค่ะ จัดร้านคล้ายๆกับที่เกาหลีเลย

เชื่อว่าหลายๆคนคงต้องเคยใช้ตัวมูสไข่ หรือ Egg mousse pack ของแบรนด์นี้มาแล้วแน่ๆ ตอนนี้เขาทำแบบมาสค์ชีท ออกมาด้วยค่ะ สะดวก ง่าย แค่โปะลงไปบนหน้า

เริ่มจากหน้าตาก่อนเลยค่ะ

แบบเป็นเซ็ต 1 เซ็ต มี 5 แผ่นค่ะ บรรจุในกล่องพลาสติกกลม (ใช้มาสค์หมดแล้วเอากล่องไปใส่ CD ได้ด้วยนะตัวเธอ)

tc 1

ตรงนี้เป็นส่วนของข้างหลัง

มีคำเคลมอยู่เล็กน้อย “ให้การบำรุงได้มากถึง 5 เท่า คืนความกระจ่างใสด้วยสารสกัดจากไข่ขาวและไข่แดง ปราศจากสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง”

1 กล่อง 5 แผ่น 820 บาทค่ะ

tc 2

เมื่อเราแกะกล่องออกก็จะเจอแบบนี้ค่ะ

tc 3

ตัวมาสค์มาในแบบซองเกือบเป็นวงกลม เกินครึ่งวงกลมมานิดนึง (ไม่รู้เรียกทรงอะไรดี) แต่สวยดีค่ะ ดีไซน์ก็ดูหรูหราตามสไตล์ของแบรนด์ค่ะ

พอเราฉีกซองมาก็จะเจอแผ่นมาสค์พับอยู่อย่างประณีต สอดแทรกด้วยตาข่ายพลาสติก เพื่อช่วยให้แผ่นมาสค์คงรูปได้ และเป็นตัวช่วยอุ้มน้ำมาสค์ให้แผ่นมาสค์

 

ความรู้สึกแรกเมื่อเปิดซองและดึงแผ่นมาสค์ออกมา คือ มันจะนุ่มๆลื่นๆ ดูละมุนมาก

ตัวแผ่นมาสค์นั้นค่อนข้างบางค่ะ แต่ไม่ได้บางมาก จุดเด่นคือ มันจะแนบสนิทไปกับผิว ตามคำเคลมของแบรนด์เลยค่ะ ซึ่งแบรนด์กล่าวว่า เป็นผ้าไมโครไฟเบอร์ที่นุ่ม ติดผิวได้แนบสนิท (Skin-fitting) และช่วยการนำส่งสารอาหารเข้าผิว

ในส่วนของน้ำมาสค์ หรือ Vehicle นั้น เป็นแบบน้ำนม ที่ค่อนข้างลื่น กลิ่นหอมจางๆคล้ายนมเนย แต่ไม่ได้หวานเหมือนขนมเค้ก

 

tc 9

มาสค์แล้วค่อนข้างชุ่มชื้นดีค่ะ จากส่วนผสมก็ถือว่าเหมาะกับทุกสภาพผิวเลย แม้จะเป็นเนื้อน้ำนม มีน้ำมันเป็นองค์ประกอบอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้หนักมากไปสำหรับคนที่มีผิวมัน

มี่มาทั้งทีไม่วิเคราะห์ส่วนผสมคงไม่ได้ มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

tc 5

จากส่วนผสมนี้ จะเห็นได้ว่ามาในรูปแบบของน้ำนม (Emulsion) เพราะมีทั้งส่วนของน้ำ น้ำมัน และซิลิโคน มีทั้งสารเติมน้ำให้ผิว สารไขมันทดแทนองค์ประกอบผิว (มีทั้งกรดไขมัน และ Ceramides) และมีสารเคลือบผิวอยู่ด้วย

ส่วนผสมที่ใช้ไม่ได้มีตัวไหนมีพิษมีภัยอะไรกับผิวเลยค่ะ

สำหรับส่วนของสารบำรุง หรือ Active ingredients นั้น ได้แก่

Panthenol เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 5 มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้น และลดการอักเสบในผิว

Arginine เป็นกรดอะมิโน นอกจากเรื่องความชุ่มชื้น Arginine ยังมีส่วนช่วยเรื่องฟื้นฟูริ้วรอย และอาจจะผลเพิ่มการไหลเวียนเลือดได้ด้วย

Sodium hyaluronate เด่นเรื่องความชุ่มชื้นเช่นกัน

Egg yolk extract สารสกัดจากไข่แดง อุดมด้วยไขมันชนิดที่หายาก อย่าง Phospholipids และ Cholesterol ที่ช่วยฟื้นฟู Barrier ผิว และลดการอักเสบในผิวได้

Albumen extract สารสกัดจากไข่ขาว องค์ประกอบเป็นโปรตีน ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ว่ากันว่า Albumen จะช่วยให้ความรู้สึกตึงและกระชับผิวได้ด้วย

Linoleic acid เป็นกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ ต้องได้รับจากภายนอก เป็นองค์ประกอบที่สำคัญของ Ceramide 1 ซึ่งแข็งแรงที่สุด

Ceramide 3 ช่วยฟื้นฟู Barrier ผิวให้แข็งแรง

Camellia japonica seed oil น้ำมันสกัดจากเมล็ดชาญี่ปุ่น อุดมด้วยกรดไขมันจำเป็นที่มีประโยชน์กับผิว

ส่วนประกอบของมาสค์นี้จะเด่นไปที่เรื่องของความชุ่มชื้นและการฟื้นฟู Barrier ผิวเป็นหลักเลย ในด้านรองๆ ก็จะช่วยเรื่องการลดการอักเสบในผิวได้

ให้คะแนน

1.Actives ในส่วนของสารออกฤทธิ์ ถ้าพิจารณาจากคุณสมบัติในการเป็น Moisturizer นี่ถือว่าทำมาได้ครบมาก และสมบูรณ์มาก เพราะมีครบทุกองค์ประกอบ มีไขมันทีเป็น Barrier ผิวอยู่ครบทุกชนิด แต่ถ้าพิจารณาใน Skincare องค์รวม ยังอยากได้ Antioxidant มาเสริมอีกซักนิด จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์

2.Base มาในรูปแบบน้ำนม หรือ Emulsion ที่สมบูรณ์ ประกอบด้วย สารดูดน้ำให้ผิว สารไขมันจากธรรมชาติ และสารเคลือบผิว ที่สำคัญคือไม่มี Alcohol จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์

3.Additives สารที่ใช้ไม่มีพิษมีภัยอะไรกับผิว เลยไม่มีที่ให้หักคะแนน ให้ 5 ฟลาสก์

4.การใช้งาน ส่วนตัวมี่ใช้อาทิตย์ละแผ่น ตอนนี้ใช้ได้ 2 แผ่นแล้ว หลังมาสค์เราจะสัมผัสได้ทันทีเลยว่าผิวค่อนข้างนุ่มขึ้น มันจะมีช่วงหนึ่งที่อากาศกลับมาหนาว วันแรกนั้นผิวลอก แต่พอโปะมาสค์นี้เข้าไปก่อนนอน แล้วบำรุงผิวตามปกติ วันรุ่งขึ้นหน้าก็หายลอกเป็นปกติ ถือว่าค่อนข้างประทับใจเลยทีเดียว จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์

 

คะแนน

 

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสม มาสค์ Hydrogel แนวใหม่ ยืดได้ หดได้ คืนรูปได้ จาก Bewitching

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสม มาสค์ Hydrogel แนวใหม่ ยืดได้ หดได้ คืนรูปได้ จาก Bewitching

วันนี้มี่เอามาสค์มารีวิวให้ชมอีกแล้วค่ะ เป็นมาสค์แบบ Hydrogel ที่ Reuse ได้ มาในรูปแบบกระปุก ตักแบ่งมาได้ตามสะดวก ใช้น้อยตักน้อย ใช้มากตักมาก มาสค์แค่ไหนตักแค่นั้น

เป็นมาสค์สูตร Be mild จาก Bewitching ค่ะ

bew 1

เนื้อข้างในเป็นวุ้นๆแบบเจลลี่ค่ะ สีโปร่งแสง คือยังไม่ใส ไม่ขุ่น แสงผ่านได้

bew 2

เวลาจะใช้เอาช้อนตักขึ้นมาจะง่ายกว่านะคะ และป้องกันการปนเปื้อนจากมือเราได้ค่ะ

bew 3

มาสค์ตัวนี้สามารถปั้นได้ ยืดได้ หดได้ คืนรูปได้ค่ะ

 

 

ถ้ามันขาด ก็ควักมาโปะใหม่ ก็คืนรูปได้ค่ะ

 

แปะทิ้งไว้ซัก 15 นาที ถ้าแช่เย็นด้วยจะเพิ่มความฟินค่ะ

พอลอกออกผิวเราจะนุ่มขึ้น ชุ่มชื้นขึ้น

 

bew 7

ตัวมาสค์ที่เหลือเอามา Reuse ได้ด้วยนะเออ มาแปะคอ แปะแขน แปะขา แปะพุง แปะอะไรก็แปะ

มาดูส่วนผสมกันดีกว่าค่ะ

 

สผส

 

ในส่วนของส่วนผสมนั้นจะเห็นได้ว่าส่วนผสมของสาร Actives นั้นมาเต็มมาก ซึ่งทางแบรนด์เองก็ Claim ว่าใช้ส่วนของสารสำคัญเข้มข้นถึง 90% เลยทีเดียวค่ะ

 

ปกติเราแบ่งส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็น 3 หมวดหลักๆ คือ

  1. Actives หรือ สารออกฤทธิ์ เป็นสารที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติพิเศษต่างๆ
  2. Base หรือ ส่วนเนื้อของผลิตภัณฑ์ เป็นตัวอุ้มและเก็บสารออกฤทธิ์ไว้
  3. Additives หรือ ส่วนของสารปรุงแต่ง เป็นตัวเติมแต่งให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าใช้ มีความปลอดภัย เช่น พวกสารกันเสีย พวกน้ำหอม พวกซิลิโคน ตัวเพิ่มความหนืด ฯลฯ

 

มาดูไปทีละกลุ่มเลยนะคะ

 

  1. Actives ส่วนของสารออกฤทธิ์ ได้แก่
  • Goat milk extract สารสกัดจากนมแพะ ในทางเครื่องสำอางมีการ Claim ว่ามีส่วนประกอบของโปรตีน Beta-casien ขนาดเล็ก มีค่า pH เป็นกรดอ่อนๆ ช่วยบำรุงผิวได้อย่างอ่อนโยน มีคุณสมบัติลดการอักเสบ เพิ่มความชุ่มชื้น และให้ความรู้สึกสบายผิว
  • Honey extract สารสกัดจากน้ำผึ้ง มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว
  • Aloe barbadensis extract สารสกัดจากว่านหางจรเข้ มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบ ลดการระคายเคือง มีรายงานการวิจัยกล่าวว่าสามารถออกฤทธิ์เป็นสารช่วยให้ผิวขาวได้โดยไปกระตุ้นให้เกิดกระบวนการ Melanin aggregation ทำให้สีผิวจางลง โดยตัวที่เป็นตัวออกฤทธิ์คือ Aloin ที่พบในใบ (Planta Med. 2012; 78(8):767-71.)
  • Solanum lycopersicum extract สารสกัดจากมะเขือเทศ มีรายงานว่า Lycopene ในสารสกัดมะเขือเทศ สามารถปกป้องผิวหนังจากอันตรายจากรังสี UV ได้ (Br J Dermatol. 2011; 164(1):154-62.) ส่วนของเปลือกผลมีสาร Resveratrol ซึ่งให้ฤทธิ์แรงในการต้านอนุมูลอิสระ (J Agric Food Chem. 2006; 54(19):7175-9.)
  • Cucumis sativus extract สารสกัดจากแตงกวา ซึ่งมีฟลาโวนอยด์และแทนนิน ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ (J Young Pharm. 2010;2(4):365-8) และยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ Hyaluronidase และเอนไซม์ Elastase จึงป้องกันและชะลอการเกิดริ้วรอยได้ (Arch Dermatol Res. 2011;303(4):247-52)
  • Chamomilla recutita extract สารสกัดจาก German Chamomile ปกติใช้เป็น Anti-inflammatory, สารลดการระคายเคือง และให้ผล Soothing effect แปลว่าช่วยให้ความรู้สึกสบายผิว
  • Centella asiatica extract สารสกัดจากบัวบก บัวบกเป็นพืชที่มีรายงานถึงฤทธิ์ทางชีวภาพไว้ค่อนข้างเยอะ ฤทธิ์ทางชีวภาพของบัวบกได้แก่ ฤทธิ์กระตุ้นการสมานแผล กระตุ้นการทำงานของเซลล์ Fibroblast กระตุ้นการสังเคราะห์ Collagen และ Fibronectin ในผิว ลดริ้วรอยที่เกิดก่อนวัย (เรียกริ้วรอยก่อนวัยว่า Photoaging) (Postepy Dermatol Alergol. 2013; 30(1):46-9.) ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ MMP, Hyaluronidase และ Elastase ที่เป็นเอนไซม์ที่ไปทำลาย Collagen, Hyaluronic acid และ Elastin ในผิวตามลำดับ (Postepy Dermatol Alergol. 2013; 30(1):46-9.) ปกป้องผิวไม่ให้ถูกทำลายโดยรังสี UV (Int J Mol Med. 2012; 30(5):1194-202.)
  1. Base ในส่วนของเนื้อหลักนั้นเป็นแบบ Hydrogel ที่มีน้ำมันอยู่เล็กน้อย จะเรียกว่าเป็น Emulgel ก็น่าจะยังไม่เหมาะเพราะน้ำมันนั้นน้อยมากจนไม่ได้รู้สึกว่าเหนอะหนะ และเนื้อยังเป็นแบบโปร่งแสง ไม่ได้ขุ่นเป็นน้ำนม
    • ส่วนของน้ำ มีน้ำกับ Propylene glycol ซึ่งเป็นสารดูดน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว
    • ส่วนของน้ำมัน มี Mineral oil เป็นน้ำมันที่เคลือบผิวปกป้อง รักษาความชุ่มชื้นได้ดี
  2. Additives กลุ่มของสารเติมแต่ง ได้แก่
    • สารเพิ่มความหนืด คือ Polyvinyl alcohol ใช้เป็นสารก่อเจล
    • สารประสานน้ำกับน้ำมัน ใช้ Polysorbate 20 ช่วยให้น้ำมันเข้ากับน้ำได้
    • สารกันเสีย ใช้ Methylisothiazolinone, Methylchloroisothaizolinone
    • สารแต่งกลิ่น (Fragrance)

 

ถึงเวลาให้คะแนน

  1. Actives ในส่วนของสารออกฤทธิ์นั้นใช้สารสกัดจากพืชหลายชนิด ร่วมกับนมแพะ และน้ำผึ้ง ให้ผลโดยรวมในด้านของความชุ่มชื้น ชะลอวัย ลดการอักเสบ ให้ความรู้สึกสบายผิว และด้านริ้วรอย อาจจะได้ผลเรื่อง Whitening ด้วย โดยรวมถือว่าทำมาได้ค่อนข้างครบถ้วน จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. Base ผลิตภัณฑ์เป็น Hydrogel ที่มีส่วนผสมของน้ำมันอยู่เล็กน้อย มีสารดูดน้ำเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว มีสารน้ำมันที่เคลือบปกป้องผิวเพื่อรักษาความชุ่มชื้น ซึ่งดูเหมือนจะขาดน้ำมันบำรุงทดแทนไขมันในผิวหนังอยู่ เลยขอให้ 4 ฟลาสก์
  3. Additives ส่วนของสารปรุงแต่ง มีอยู่เท่าที่จำเป็น คือสารเพิ่มความหนืด สารเชื่อมประสานน้ำกับน้ำมัน สารกันเสีย และสารแต่งกลิ่น ซึ่งโดยรวมก็ไม่มีพิษไม่มีภัยอะไร ก็เลยไม่รู้จะหักคะแนนกับอะไร ให้ 5 ฟลาสก์
  4. การใช้งาน ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบนะคะ ด้วย Gimmick ของผลิตภัณฑ์ ที่สามารถยืดหดได้เป็นรูปร่างตามต้องการ ยืดมากไปจนขาดแล้วก็ยังเอามาโปะติดคืนรูปได้ ด้านการใช้งานก็ชุ่มชื้นผิวดีจริงอะไรจริง ถึงแม้จะ Reuse ได้ แต่มี่ว่า เอามาพอกคอ พอกตัวต่อ ก็น่าจะดีนะคะ จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์ค่ะ

 

คะแนน

 

สุดท้ายนี้อยากขอบคุณทางแบรนด์ Bewitching ด้วยค่ะที่ส่งผลิตภัณฑ์น่ารักๆ มาให้มี่ได้ทดลองใช้

 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางเฟสบุคของแบรนด์

http://www.facebook.com/bewitchingmask

ได้เลยนะคะ

 

Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมเซรัมน้ำแร่ไวท์เทนนิ่ง Sho original Expert whitening complex serum

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมเซรัมน้ำแร่ไวท์เทนนิ่ง Sho original Expert whitening complex serum

วันนี้มี่แวะเอารีวิวเซรัมน้ำแร่ที่น่าสนใจมารีวิววิเคราะห์ส่วนผสมให้ชมกันค่ะ

 

ผลิตภัณฑ์วันนี้คือ Sho original Expert whitening complex serum ค่ะ

 

sho 1

 

ในสเตปการเปิดขวดจะต้องหมุนฝามา 1 กึ๊กก่อน แล้วหัวปั๊มก็จะเด้งออกมาค่ะ

 

sho 2

 

ตัวเซรัมนั้นเป็นเนื้อกึ่งๆน้ำนม มีกลิ่นหอม

 

sho 3

 

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ให้ความชุ่มชื้นผิวดี ซึมไวไม่เหนอะหนะ

 

sho 4

 

วัดค่า pH กันซักหน่อยนะคะ

 

sho 5

 

ค่า pH อยู่ที่ประมาณ 4 – 5 ซึ่งเป็นช่วงที่สารหลายๆตัวมีความคงตัวดีค่ะ

 

สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้นะคะ

 

สผส sho

 

ที่ข้างกล่องจะเห็นว่าทางแบรนด์ Claim ไว้ 7 ด้านด้วยกันค่ะ เรามาวิเคราะห์กันดีกว่าค่ะ

sho claim

 

ปกติเราแบ่งส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็น 3 หมวดหลักๆ คือ

  1. Actives หรือ สารออกฤทธิ์ เป็นสารที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติพิเศษต่างๆ
  2. Base หรือ ส่วนเนื้อของผลิตภัณฑ์ เป็นตัวอุ้มและเก็บสารออกฤทธิ์ไว้
  3. Additives หรือ ส่วนของสารปรุงแต่ง เป็นตัวเติมแต่งให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าใช้ มีความปลอดภัย เช่น พวกสารกันเสีย พวกน้ำหอม พวกซิลิโคน ตัวเพิ่มความหนืด ฯลฯ

 

มาดูไปทีละกลุ่มเลยนะคะ

 

  1. Actives ส่วนของสารออกฤทธิ์ ได้แก่
  • N-acetyl glucosamine เป็นสารอนุพันธ์ของน้ำตาล เป็นองค์ประกอบของ Hyaluronic acid มีขนาดที่เล็กสามารถดูดซึมได้ เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนังโดยดูดน้ำเข้าหาตัว มีรายงานการวิจัยกล่าวว่าสามารถควบคุมการผลัดเซลล์ผิว เพิ่มความชุ่มชื้น (Int J Cosmet Sci. 2010;32(3):234.) กระตุ้นการสังเคราะห์ Collagen และ Hyaluronic acid ในผิว ช่วยชะลอการแก่ตัวของเซลล์ Fibroblast (Int J Cosmet Sci. 2013;35(5):472-6.) เมื่อใช้ร่วมกับ Niacinamide จะให้ผลลดจุดด่างดำได้ดีขึ้น (Br J Dermatol. 2010;162(2):435-41.)
  • Niacinamide รูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 มีรายงานว่า สารตัวนี้สามารถเป็น Whitening ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ โดยไปรบกวนการส่งผ่านของเมลานินที่สร้างเสร็จแล้ว ลดการอักเสบในผิว เพิ่มการไหลเวียนเลือด ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวโดยไปกระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า และยังเป็น Antioxidant ด้วย (Int J Cosmet Sci 2005; 27:255–261) มีการทดสอบเชิงคลินิกพบว่า Niacinamide ที่ความเข้มข้น 4% มีประสิทธิภาพเทียบเท่า Clindamycin ในการรักษาสิว (Int J Dermatol. 2013;52(8):999-1004.)
  • Ascorbyl tetraisopalmitate ตัวนี้เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินซี มีความเป็นกรดต่ำ ซึมเข้าผิวดี ออกฤทธิ์ได้เนิ่นนาน นอกจากไปลดการสร้างเม็ดสีก็ยังเป็น Antioxidant และเป็นองค์ประกอบหนึ่งในการสังเคราะห์คอลลาเจน
  • Gluconolactone อนุพันธ์ของน้ำตาล มีคุณสมบัติเป็น Multifunctional agent เป็นได้ทั้ง Additives ช่วยจับโลหะ เป็นสารระงับเชื้อจุลินทรีย์ และเป็น Active ingredients โดยช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น เป็นสารในกลุ่ม Polyhydroxy acid (PHA) ให้คุณสมบัติการผลัดผิว (Exfoliant) คล้าย AHA แต่อ่อนโยน ระคายเคืองน้อยกว่า มีรายงานวิจัยสนับสนุนว่าการผลัดผิวของ PHA สามารถเพิ่มความชุ่มชื้น เพิ่มความแข็งแรงของ Barrier ผิวหนัง และมีคุณสมบัติเป็น Antioxidant รวมทั้งสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของสารออกฤทธิ์ชนิดอื่นๆ เช่น วิตามินเอ และไฮโดรควิโนนได้ดี ( 2004; 73(2 Suppl):3-13.) มีรายงานว่าสามารถเพิ่มผลการปกป้องรังสี UV ที่ผิวหนังได้ถึง 50% (Dermatol Surg. 2004; 30(2 Pt 1):189-95) การศึกษาทางคลินิกพบว่า Gluconolactone สามารถรักษาสิวได้เทียบเท่า Benzoyl peroxide ซึ่งเป็นยา แต่มีผลข้างเคียงน้อยกว่า (Australas J Dermatol. 1992; 33(3):131-4.)
  • Carnitine กรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่มีบทบาทในการ Metabolism ของไขมัน มีคุณสมบัติเป็น Moisturizer โดยการดึงน้ำเข้าหาตัว มีคุณสมบัติผลัดเซลล์ผิว (Exfoliation) นอกจากนี้ยังให้ผลเป็น Antioxidang และ Anti-inflammatory มีงานวิจัยกล่าวว่าการทา L-carnitine จะมีผลไปกระตุ้นให้เกิดกระบวนการ Beta-oxidation ของไขมันในเซลล์ Sebocyte ทำให้ไขมันลดลง ให้ผลควบคุมความมันของผิวหนัง (J Cosmet Dermatol. 2012; 11(1):30-6.)
  • Fomes officinalis extract เป็นสารสกัดจากเห็ดชนิดหนึ่ง มีคุณสมบัติช่วยควบคุมความมัน กระชับรูขุมขน เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว การทดสอบประสิทธิภาพของสารสกัดในอาสาสมัครซึ่งจัดโดยบริษัทผลิตวัตถุดิบ กล่าวว่าให้ผลกระชับรูขุมขนได้ในทันทีที่ทา และผลที่ได้ดีกว่า Witch hazel กับ Zinc (Technical data sheet: Laboratoires Serobiologiques)
  • Aloe barbadensis leaf juice powder ส่วนของวุ้นว่านหางจรเข้ที่ผ่านกรรมวิธีจนได้ในรูปแบบผง มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายผิว
  • Lecithin สารในกลุ่ม Phospholipids ที่เป็นองค์ประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์ผิว มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้น ทดแทนไขมันในผิวหนัง อาจจะใช้เป็นตัวสร้าง Liposome ซึ่งเป็นระบบนำส่งสารเข้าผิวรูปแบบหนึ่งได้
  • Tocopheryl acetate สารอนุพันธ์ของวิตามินอี มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant แต่ส่วนมากมักจะให้ประโยชน์ปกป้องสารในผลิตภัณฑ์ไม่ให้เสื่อมสภาพเพราะอากาศ
  • Allantoin สารที่พบในรากคอมเฟรย์ มีประโยชน์ช่วยลดการแพ้ ลดการระคายเคือง และช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนัง มีรายงานการวิจัยสนับสนุนเรื่องคุณสมบัติในการช่วยสมานแผล (Acta Cir Bras. 2010;25(5):460-6.)
  • 4-Butylresorcinol ออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ Tyrosinase ทำให้เมลานินถูกสร้างมาน้อยลง ผิวขาวขึ้น การทดสอบในอาสาสมัครที่เป็นฝ้ากับครีมที่มีส่วนผสมของสารนี้ 1% เป็นเวลา 6-8 สัปดาห์ พบว่ารอยฝ้าจางลง และมีผลข้างเคียงน้อยมาก (Ann Dermatol. 2010; 22(1): 21–25.)
  • Sodium hyaluronate มีบทบาทเกี่ยวกับความชุ่มชื้นของผิวหนัง
  1. Base ส่วนของเนื้อผลิตภัณฑ์ แบ่งเป็นส่วนของน้ำ และน้ำมัน

2.1 โดยส่วนของน้ำ คือ น้ำแร่ ว่ากันว่า ทางแบรนด์ใช้น้ำแร่จากเมือง Yangpyeong ของเกาหลี ซึ่งเป็นเมืองที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ น้ำที่นี่ก็จะสะอาด อุดมด้วยแร่ธาตุต่างๆที่มีประโยชน์กับผิว

ถึงแม้ว่าเรื่องประโยชน์ของน้ำแร่กับผิวนั้นยังไม่มีผู้ใดศึกษาไว้อย่างแน่ชัด แต่องค์ประกอบของแร่ธาตุที่อยู่ในน้ำแร่นั้นก็พอมีรายงานอยู่บ้าง เช่น Calcium จำเป็นต่อกระบวนการทำงานของผิว และความแข็งแรงของเซลล์ผิว Zinc เป็นองค์ประกอบของเอนไซม์หลายๆชนิดในผิว และมีคุณสมบัติควบคุมความมัน และสมานผิว เป็นต้น กับสารดูดน้ำให้ผิวอย่าง Propylene glycol

2.2 ส่วนของน้ำมัน ได้แก่ น้ำมัน Jojoba ที่มีคุณสมบัติบางเบา ซึมผิวไว ไม่เหนอะหนะ

  1. Additives กลุ่มของสารปรุงแต่ง ได้แก่
    • สารเพิ่มความหนืด มี Sodium acrylates copolymer กับ Xanthan gum เป็นตัวเพิ่มความหนืด
    • Preservatives ได้แก่ สารจับโลหะ EDTA กับสารกันเสีย Chlorphenesin กับ Methylisothiazolinone
    • สารแต่งกลิ่น (Fragrance)

 

ถึงเวลาให้คะแนน

  1. Actives สารที่ใช้ให้คุณสมบัติในการบำรุงผิวได้รอบด้าน ทั้ง Whitening moisturizer anti-aging และช่วยเรื่องความมัน กับรูขุมขน โดยรวมถือว่าค่อนข้างครบถ้วนและตรงตาม Claim จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. Base ในส่วนของเนื้อผลิตภัณฑ์นั้น ใช้น้ำแร่ล้วนๆ ไม่มีน้ำ เสริมมาด้วยสารดูดน้ำให้ผิว และสารไขมันเพิ่มคามชุ่มชื้น ซึ่งไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ แต่ยังขาดในส่วนของสารที่จะเคลือบผิวรักษาความชุ่มชื้นไว้ ถึงจะไม่มีก็มีข้อดีนะคะ คือ ถ้าไม่มีเนื้อครีมจะไม่เหนอะหนะค่ะ แต่จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์นะคะ
  3. Additives สารปรุงแต่งอื่นๆ มีเพียงสารเพิ่มความหนืด น้ำหอม และสารกันเสีย เท่านั้น ซึ่งถือว่าเลือกใส่มาเท่าที่จำเป็น ไม่มี Parabens ไม่มี Silicone และไม่มี Surfactant ใดๆ จึงไม่มีจุดให้หักคะแนน ได้ไป 5 ฟลาสก์
  4. การใช้งาน ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบที่คอนเซปท์เรื่องน้ำแร่ และแพคเกจที่ช่วยลดการปนเปื้อน และไม่เกะกะเลอะเทอะ ในส่วนของเนื้อสัมผัสก็ค่อนข้างบางเบา แต่ชุ่มชื้นผิวดี จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์

 

คะแนน sho

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่

FB , IG , twitter : SHOskincare

https://www.facebook.com/SHOskincare/

 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Sho ด้วยนะคะที่ส่งสินค้าดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้

 

Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Sho

รีวิววิเคราะห์ แผ่นแปะสิว Hydrocolloid จาก Mia care สูตร Day และ Night

รีวิววิเคราะห์ แผ่นแปะสิว Hydrocolloid จาก Mia care สูตร Day และ Night

วันนี้มี่จะแวะมารีวิวแผ่นแปะสิว Hydrocolloid จากแบรนด์ Miacare (ไมย์แคร์) ให้ชมกันค่ะ

ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของทาง BenQ ชื่อดังที่ผลิตคอมพิวเตอร์นั่นเองค่ะ

mia 1

 

ในไทยนำเข้าโดยบริษัทยูนิ-เพรสซิเดนท์ เจ้าเดียวกับที่นำเข้ามาสค์ My beauty diary ตัวดังจากไต้หวันนั่นเอง

 

สูตรที่มี่ได้มา มี 3 แบบนะคะ

แบบกล่องชมพู เป็นสูตรกลางวัน แบบกล่องฟ้า เป็นสูตรกลางคืน และแบบกล่องม่วง เป็นแบบทั้งกลางวันกลางคืนค่ะ

 

ก่อนจะไปรีวิว อยากเมาท์มอยสาระเรื่อง Hydrocolloid กันซักหน่อยนะคะ

 

คำว่า Colloid หมายถึงระบบการกระจายตัวรูปแบบหนึ่งที่มีของแข็งขนาดเล็กๆ กระจายอยู่ในของเหลว

 

ส่วน Hydrocolloid ก็เป็นคำที่สื่อว่า Colloid นี้อยู่ในน้ำค่ะ

ลักษณะก็ประมาณรูปนี้ค่ะ

hydrocolloid

ซึ่งเจ้าอนุภาคของแข็งขนาดเล็กๆนี้ มีความสามารถในการดูดซับของเหลวไว้ได้ในตัวมันเอง ประกอบกับความเล็ก ทำให้มีพื้นที่ผิวมากมายไว้คอยดูดซับ ก็จะช่วยดูดซับของเหลวจากตัวสิวไว้ได้ดีค่ะ

 

ช่วงนี้หน้าหนาวเลยไม่ค่อยมีสิว ขอรีวิวให้ดูบนแขนแทนนะคะ

เริ่มจากสูตร Day กล่องสีชมพูค่ะ

 

mia 3

กล่องหนึ่งจะมี 12 หลุม Sealed มาแบบดิบดี ประหนึ่งผ่าน Sterile มา

 

ตัวแผ่นจะค่อนข้างบาง แนบสนิทไปกับผิว แต่งหน้าทับได้ค่ะ

 

 

ส่วนตัว Night มาในกล่องสีฟ้านะคะ

 

mia 7

ตัวนี้กล่องหนึ่งก็มี 12 หลุม เช่นกันค่ะ ลักษณะแผ่นจะค่อนข้างหนากว่า ช่วยเพิ่มความสามารถในการดูดซับ

 

 

ในส่วนของประสิทธิภาพในการซับสิว มี่เคยเอามาแปะสิวที่อักเสบมีหนองอยู่ครั้งหนึ่ง ก็ดูดซับออกมาได้พอควรนะคะ เพียงแต่ถ้าอักเสบมาก อาจจะต้องเปลี่ยนแผ่นระหว่างวันค่ะ ส่วนตัวค่อนข้างชอบนะคะ

 

Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับมาจากทางแบรนด์ Miacare

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสม Skindom 24K gold collagen serum

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสม Skindom 24K gold collagen serum

วันนี้มี่แวะเอารีวิววิเคราะห์ส่วนผสมของ Skindom 24K gold collagen serum มาฝากกันค่ะ

ในส่วนของ Skindom นั้นเป็นเครื่องสำอางสัญชาติเกาหลีแบรนด์หนึ่งเลยค่ะ ที่มีจุดเด่นเรื่อง Ampoule และคอนเซปท์เรื่องผิวฉ่ำวาวสไตล์เกาหลี

ซึ่งมี่ได้เคยรีวิวไว้อยู่ 3 อย่างด้วยกันค่ะ

มาสค์:

http://www.jeban.com/viewtopic.php?t=204734

Luxury cell collagen peptide ampoule:

http://www.jeban.com/viewtopic.php?t=204911

 

วันนี้มี่จะเอาตัว 24K gold collagen serum ที่ได้รับเป็นของขวัญปีใหม่มารีวิวให้ชมหลังจากใช้ได้ไปซักพักค่ะ

 

ดูหน้าตาก่อนเนอะ

 

gold 1

 

มาในขวดแก้วสีชา มีหลอดหยด ซึ่งทางเกาหลีจะเรียกขวดในลักษณะแบบนี้ว่า Ampoule นะคะ

 

ตัวเนื้อเซรัมจะเป็นสีทอง และมีแผ่นทองคำ 24K อยู่ด้วยค่ะ

 

gold 2

 

เนื้อจะค่อนข้างหนืด ให้ความรู้สึกชุ่มชื้นผิวได้ดีค่ะ

 

gold 3

 

มีกลิ่นหอมอ่อนๆ เกลี่ยง่าย ให้สัมผัสที่ดี เคลือบปกป้องผิวได้ดี ไม่เหนอะหนะมาก

 

gold 4

 

เนื่องจากเนื้อมีสีเหลือง และมีแผ่นทองคำ มันรบกวนการอ่านค่า pH เลยไม่ได้วัดให้นะคะ

 

มาดูส่วนผสมกันดีกว่า

 

สผส skindom

 

จากส่วนผสมเราจะเห็นว่านอกจาก Hydrolyzed collagen ซึ่งเป็นคอลลาเจนที่ถูกย่อยให้มีขนาดเล็กลง ถ้ามีขนาดเหมาะสมก็จะสามารถซึมเข้าผิวได้ ให้ผลเรื่องความชุ่มชื้นและริ้วรอย กับ Gold ตามชื่อผลิตภัณฑ์แล้ว เรายังจะได้คุณสมบัติเรื่อง Antioxidant ช่วยชะลอวัย และเรื่อง Whitening เข้ามาด้วย

 

ส่วนผสมอื่นๆที่น่าสนใจก็คือ

สารสกัดจากชาเขียว ที่มาเป็นลำดับที่ 3 เลย สารสกัดชาเขียวมีประโยชน์มากมาย มีงานวิจัยมากมาย โดยรวมคือให้ผลเรื่อง Antioxidant ช่วยชะลอวัย มี Tannin ช่วยกระชับรูขุมขน ควบคุมความมันได้ด้วย

 

เสริมมาด้วย Actives ที่ให้ผลด้าน whitening หลายตัวเลย เช่น

  1. สารสกัดจากเปลือกต้น Mulberry เป็น Antioxidant และ Whitening ผ่านการยับยั้งเอนไซม์สร้างเม็ดสีผิว
  2. สารสกัดจาก Sophora ซึ่งเป็นสารสกัดจากพืชชนิดหนึ่งในตำรับยาจีน มีรายงานเกี่ยวกับคุณสมบัติในการลดการสร้าง Melanin ในผิว (Exp Dermatol. 2013;22(1):67-9.)
  3. Niacinamide ที่ให้ผลลดการส่งผ่าน Melanin ที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ออกมาเห็นเป็นสีผิว และยังมีประโยชน์เรื่องลดการอักเสบ กับเพิ่มความแข็งแรงของผิว
  4. สารสกัดจากผล Acerola กับ Strawberry ที่ให้ผลด้าน Whitening และเป็น Antioxidant เช่นกัน

 

ส่วนของเนื้อหลักก็จะเป็นแบบน้ำ (Water-based) ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน แต่มีส่วนผสมของ Ethanol หรือ Alcohol อยู่ ซึ่งอาจจะทำให้บางคนรู้สึกไม่สบายผิวได้ แต่ส่วนตัวมี่ใช้ได้ก็ไม่มีปัญหาอะไร

 

สารอื่นๆที่ใส่มาก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร

 

ให้คะแนนกันดีกว่า

  1. Actives ส่วนของสารออกฤทธิ์ดังที่ได้กล่าวเอาไว้ในด้านบน ถือว่ามีตัวบำรุงผิวอยู่รอบด้าน เน้นไปที่ Whitening กับ Moisturizer เป็นหลัก จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. Base ส่วนของเนื้อหลักมาในรูปแบบ Hydrogel ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน แต่มีส่วนผสมของ Alcohol จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์
  3. Additives สารอื่นๆที่ใช้ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร จึงขอให้ 5 ฟลาสก์
  4. คะแนนการใช้งาน ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบค่ะ เพราะเนื้อเจลให้ความรู้สึกชุ่มชื้น ช่วยให้ผิวนุ่มฟูและเรียบเนียน จุดนี้เลยขอให้ 5 ฟลาสก์

 

คะแนน

 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Skindom ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ พบกันใหม่โอกาสถัดไป ขอบคุณที่ติดตามมาจนจบค่ะ สวัสดีค่ะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้จากทางแบรนด์ Skindom นะคะ

https://www.facebook.com/SkindomThailand

 

Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับเป็นของขวัญจากแบรนด์ Skindom

รีวิว วิเคราะห์ส่วนผสมซีรัมไวท์เทนนิ่ง Martiderm DSP Serum illuminador

รีวิว วิเคราะห์ส่วนผสมซีรัมไวท์เทนนิ่ง Martiderm DSP Serum illuminador

สวัสดีค่ะพี่ๆน้องๆเพื่อนๆทุกๆท่าน

วันนี้มี่มารีวิวเวชสำอาง Whitening ตัวดังจากสเปน ในเครือของ Martiderm ให้ชมกันค่ะ

Martiderm เป็นเวชสำอางจากประเทศสเปนค่ะ ซึ่งมีหลายกลุ่ม Product Line เลย

โดยตัวที่มี่จะรีวิวมาจาก Line DSP อยู่ Line นี้เป็นกลุ่มสกินแคร์ Line Whitening, ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ลดจุดด่างดำทุกประเภท ทั้งจากความชรา จากการอักเสบ และจากแสงแดดค่ะ

มีผลิตภัณฑ์อยู่หลายตัวเหมือนกันค่ะในไลน์

DSP products

ซึ่งตัวที่มี่ได้มาเป็นตัว Serum นะคะ ใช้มาได้เกือบๆสองเดือนแล้วค่ะ แล้วก็กลายเป็นลูกรักประจำปี 2015 ไปเลย ทั้งๆที่พึ่งรู้จักกันได้ไม่นาน เพราะอะไรเดี๋ยวตอนท้ายมาเฉลยนะคะ

DSP1

เซรัมนี้จะมาในขวดแก้วสีขาวทึบ สกรีนด้วยสีทองแดงและมีหลอดหยดมาให้ค่ะ

DSP3

เนื้อเซรัมเป็นแบบน้ำนมสีขาวๆครีมๆ

DSP4

เกลี่ยค่อนข้างง่าย ซึมค่อนข้างไว ไม่เหนอะหนะเลยค่ะ มี่ใช้เป็นขั้นตอนแรกสุดหลังจากทำความสะอาดและโทนเนอร์เรียบร้อยแล้วค่ะ เน้นไปที่บริเวณที่มีจุดด่างดำ

DSP5

วัด pH กันซักน้อยเป็นพิธีค่ะ

pH

pH อยู่ที่ราวๆ 5 นะคะ ใกล้เคียงกับผิวดีค่ะ

มาดูกลไกการสร้างเม็ดสีผิวนิดหน่อยพอเป็นพิธีนะคะ

melanogenesis DSP

(Image from Martiderm Official Website)

     การสร้างเม็ดสีผิวแบ่งออกเป็น 3 Step นะคะ เริ่มตั้งแต่ Step แรกสุด การกระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสีผิว ตัวหลักๆจะเป็นฮอร์โมน MSH ตามมาด้วย Step ที่สอง เป็นการสร้างเม็ดสีผิว ซึ่งอาศัยเอนไซม์ Tyrosinase เป็นหลัก และ Step สุดท้ายเป็นการส่งออกเม็ดสีผิวที่สร้างเสร็จแล้วออกไปข้างนอกจนเกิดเป็นสีผิวขึ้นมาค่ะ

ในเซรัมนี้จะออกฤทธิ์ทั้ง 3 Step เลย ตั้งแต่ก่อนการสร้าง ระหว่างสร้างเม็ดสี และหลังเม็ดสีสร้างเสร็จ โดยที่ไม่มีส่วนผสมของสารผลัดผิวนะคะ

DSP mechanism

(Image from Martiderm Official Website)

สารออกฤทธิ์หลัก มี 4 ตัว ตามแผนภาพด้านบน และมีสารสกัดจาก Garden cress เสริมมาอีกตัวค่ะ

Bellis perennis extract คือ สารสกัดจากดอก Daisy ตัวนี้ทางผู้ผลิตวัตถุดิบ (Daisy WhiteTM) Claim ว่านางออกฤทธิ์ได้ทั้ง 3 ขั้นตอนตั้งแต่ก่อนการสร้างเม็ดสี ยับยั้งการสร้างเม็ดสี และป้องกันไม่ให้เม็ดสีออกไปข้างนอก

Genisteine เป็นสารกลุ่ม Isoflavone ที่ได้จากถั่วเหลือง ออกฤทธิ์ขั้นตอนก่อนการสร้างเช่นกัน โดยไปทำลายอนุมูลอิสระที่จะไปกระตุ้นให้ MSH ทำงาน ซึ่งจะไปกระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสีในลำดับต่อมา สารนี้ยังมีคุณสมบัติคล้ายฮอร์โมนเพศหญิง ที่เราเรียกว่า Phytoestrogen ช่วยให้ผิวนุ่มฟูและเรียบเนียน

Hexylresorcinol ออกฤทธิ์ที่ขั้นตอนก่อนการสร้างและยับยั้งการสร้างเม็ดสี มีรายงานว่าสามารถยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ใช้สร้างเมลานินได้ (Protein J. 2004;23(2):135-41.) การทดสอบเชิงคลินิกชิ้นหนึ่งใช้สารนี้ผสมกับสาร Whitening ตัวอื่นๆในอาสาสมัคร พบว่าผล Whitening effect ดีกว่าครีม Hydroquinone 4% (J Drugs Dermatol. 2013;12(3):s16-20.) ข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่า สารกลุ่มนี้พบในข้าว Rye และ Wheat ให้ผลยับยั้งการสร้างเมลานิน กระตุ้นการสร้าง Glutathione ในผิว จึงให้ผลเสริมกันในการเป็น whitening

Phytic acid เป็นพฤกษเคมีที่พบในส่วนของเมล็ดพืช มีชื่อเต็มว่า Inositol hexakisphosphate ทำหน้าที่เป็นตัวเก็บ Phosphorus และถ่ายทอด Phosphorus ให้แก่ส่วนของเซลล์ โครงสร้างแบบนี้ จะไปคล้ายกับ myo-inositol ที่พบในคนและสัตว์ ออกฤทธิ์ที่ขั้นตอนก่อนการสร้างและยับยั้งการสร้างเม็ดสีเช่นกัน มีรายงานว่าสารนี้สามารถปกป้องเซลล์ผิวจากรังสี UVB ไม่ให้กลายพันธุ์เป็นมะเร็งได้ (Comp Med. 2009; 59(2):147-52.) ในผลิตภัณฑ์ละลานอยู่ในรูปแบบของเกลือ คือ Sodium phytate

ตัวที่เสริมมาคือ สารสกัดจาก Garden cress (Lepidum sativum extract) ออกฤทธิ์ที่ Step แรกเช่นกันค่ะ ตัวนี้ข้อมูลจากผู้ผลิตจวัตถุดิบบอกว่า มีประโยชน์ในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ต่อต้านอนุมูลอิสระ และลดเลือนริ้วรอยได้ สามารถยับยั้งการทำงานของฮอร์โมน Melanocyte stimulating hormone (MSH) ที่ทำหน้าที่กระตุ้นให้เซลล์เมลาโนไซต์ที่มีหน้าที่สร้างเมลานินทำงานได้ดีขึ้น เมื่อไปยับยั้ง MSH ก็จะทำให้เซลล์เมลาโนไซต์ทำงานได้ลดลง ผิวจึงขาวขึ้น

สำหรับส่วนผสมทั้งหมดของผลิตภัณฑ์มีดังนี้นะคะ

สผส

จากส่วนผสมนี้จะเห็นได้ว่าค่อนข้างเรียบง่ายนะคะ

ส่วนของเนื้อหลักเป็นชนิด Emulsion ประกอบด้วยน้ำและน้ำมันสังเคราะห์ อย่าง Triethylhexanoin ซึ่งมีสัมผัสที่ดีและมีความปลอดภัยสูง มีสารดูดน้ำอย่าง Propanediol ที่มี Profile ที่ดีกว่าเมื่อเทียบกับพวก Glycol ในลำดับท้ายๆมี Alcohol พ่วงเข้ามา ซึ่งมาหลังน้ำหอม จึงคิดว่าน่าจะติดมากับสารสกัดพืชบางตัว

ส่วนของสารอื่นๆนั้นก็ไม่ได้มีตัวไหนที่มีพิษมีภัยหรือมีปัญหาอะไร ไม่ได้ใส่ Silicone ไม่มีพาราเบน ไม่มีน้ำมันที่สุ่มเสี่ยงอุดตัน

อีกสิ่งที่คิดไว้คือ Lecithin ยังฟันธงให้ไม่ได้ว่าเอามาทำไม อาจจะเอามาสร้างระบบนำส่งรูปแบบถุงอย่าง Liposome เพื่อช่วยนำส่งสารหรือเปล่า หรือไม่ก็อาจจะแค่ใส่มาเป็น Emulsifier หรือเป็นแค่ไขมันที่เพิ่มความชุ่มชื้นเฉยๆ

แต่จากในภาพรวมทั้งหมด ก็ถือว่าทำมาได้ค่อนข้างดีค่ะ

อีกจุดที่อยากบอกคือ Whitening นี่ไม่ได้มีประโยชน์แค่เอามาทาให้ขาวๆไปวันๆนะคะ เขายังมีประโยชน์เรื่องการปรับสีผิวให้สม่ำเสมอและลดจุดด่างดำได้ด้วย ซึ่งตัวมี่หวังผลตรงนี้ค่อนข้างมากค่ะ

แล้วก็เป็นดังคาดค่ะ จุดด่างดำจากสิวที่ทำไงก็ไม่หาย ค่อยๆจางลงจนเกือบหายสนิทเพียงแค่ 2 อาทิตย์กว่าๆเอง ไม่แปลกใจเลยที่นางขึ้นแท่นลูกรักประจำปี 2015 ไปได้อย่างสวยงาม

ถ่ายกันแบบพลีชีพ เห็นทุกอนูทุกรูของผิว

*รูปถ่ายในแสงที่ไม่เท่ากันนะคะ

ผลการทดสอบ

จะเห็นว่ารอยจุดด่างดำจากสิวนี่ค่อนข้างจางลงเยอะเหมือนกันนะคะ จนถึงจุดที่ลงรองพื้นแล้วไม่เห็นก็ถือว่าเป็นที่น่าพึงพอใจ

มาให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ

  1. Actives ส่วนของสารออกฤทธิ์ค่อนข้างทำมาได้ดี ออกฤทธิ์ได้ครบถ้วนทั้ง 3 Step โดยที่ไม่มีส่วนผสมของสารผลัดผิว จึงไม่ต้องกลัวว่าจะแพ้แดดหรือผิวจะบางถ้าใช้นานๆ จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. Base มาในรูปแบบของน้ำนม ไม่มีซิลิโคน มีสารดูดน้ำเพิ่มความชุ่มชื้น และมีน้ำมันสังเคราะห์ช่วยให้ผิวนุ่ม (Emollient) ถึงแม้ Alcohol จะอยู่ท้ายๆ และการระคายเคืองจาก Alcohol ขึ้นกับความเข้มข้นและความไวแต่ละคน ส่วนตัวใช้ได้ไม่รู้สึกถึงปัญหา หรือว่ารบกวนอะไรกับผิว แต่เพื่อความยุติธรรมต่อการให้คะแนน เลยขอหักคะแนนเหลือ 4 ฟลาสก์
  3. Additives ส่วนผสมที่เลือกมาไม่ได้มีปัญหาอะไร เลยไม่มีที่ให้หักคะแนนรับไป 5 ฟลาสก์
  4. ผลการใช้งาน โดยรวมถือว่าค่อนข้างประทับใจกับผลในการปรับสีผิวให้สม่ำเสมอและการลดจุดด่างดำดังที่ได้กล่าวไปในด้านบน เลยขอให้ 5 ฟลาสก์

คะแนน

สุดท้ายนี้อีกครั้งอยากขอบคุณทางบริษัท Advance Aesthetic Company ที่ส่งสินค้าดีๆเพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีมาให้ได้ทดลองใช้ค่ะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่

เฟสบุคของบริษัท http://www.facebook.com/advanceaestheticthailand ได้เลยค่ะ

ขอบคุณที่ติดตามรับชมมาจนจบค่ะ

Disclaimer/Conflict of interest: ผลิตภัณฑ์ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Martiderm

Miyeon’s Shopping Guide: มียอนชวนชอปสกินแคร์ Holika Holika

Miyeon’s Shopping Guide: มียอนชวนชอปสกินแคร์ Holika Holika

วันนี้มาแชร์ชวนชอปสกินแคร์ และเมคอัพของแบรนด์ Holika Holika ให้ได้ชมกันค่ะ

แบรนด์นี้เป็นแบรนด์ในเครือบริษัท Enprani บริษัทน้องใหม่ที่พึ่งกำเนิดมาในช่วงปีค.ศ. 2000 มีคอนเซปท์เกี่ยวกับ “Young and healthy skin” เนื่องจากข้อมูลของบริษัทเป็นภาษาเกาหลีจึงไม่สามารถสืบค้นรายละเอียดเพิ่มเติมได้ โดยเครื่องสำอางของบริษัทนี้มีการเติบโตและขยายสาขาไปยังไต้หวันได้อย่างรวดเร็ว
บริษัทนี้มีแบรนด์ยอดนิยมอยู่ภายใต้จำนวน 2 แบรนด์ ได้แก่ Enprani และ Holika Holika

โดยแบรนด์ Holika Holika เป็นแบรนด์ที่เจาะกลุ่มวัยสาวแรกรุ่นด้วยคอนเซปท์สีม่วงที่ดูเล้นรับและใช้ความหมายในแนวแฟนตาซี มีแม่มดเป็นสื่อกลางค่ะ

ตอนมี่ไปเกาหลีเองก็ได้เข้าสาขาของร้านนี้หลายสาขาอยู่ค่ะ แต่ละสาขาจะมีโปรโมชั่น และการขอ Tax free ได้แตกต่างกันนะคะ

10325193_10202278541065118_416973565497716173_n

(รูปนี้ถ่ายมาเองค่ะเมื่อมิย 57)

 

สินค้าของแบรนด์ก็จะมาใน Package น่ารักกรุบกริบ

 

holika 1

 

holika 2

 

สินค้าของ Holika Holika ที่มี่มีประจำบ้านก็จะมีอยู่ 4 ตัวนี้นะคะ

 

holika miyoen

จะเป็นตัว Aloe 99% soothing gel ลูกรักประจำบ้าน ตัวนี้มีปัญหาเรื่องการหาพรี เพราะของมันหนัก และราคามันถูก ไม่มีใครเค้าอยากรับพรีให้ค่ะ ถ้าไม่หิ้วเองก็ต้อง Korea depart ละมาลุ้นภาษี (ที่โคตรแพง) กันอีกที

ตัวนี้ลงทุนนั่งแปลส่วนผสมเอง และรีวิวไปฝากไว้บนจีบันค่ะ

 

http://www.jeban.com/viewtopic.php?t=199755

 

เผื่อใครขี้เกียจไปตาม ดูส่วนผสมได้ตรงนี้นะคะ

 

คะแนนก็เป็นดังนี้ค่ะ

คะแนน aloe

ที่ไม่ให้คะแนน Base เพราะมันไม่มี Base นะคะ เค้าใส่ Aloe มาเป็น Base เลยค่ะ

 

อีกสองตัวมาจาก Line Skin and Good cera เป็นครีม กับ Toner ค่ะ

ถึงแม้จะขึ้นชื่อว่า Toner แต่ความมันนี่ค่อนข้างมากเลยทีเดียวค่ะ ใช้ฟื้นฟู Barrier ผิวให้แข็งแรงเช่นกัน

good cera

 

อีกตัวนึงที่ขาดไม่ได้ก็ Pore pack ค่ะ ข้างในเป็นสีชมพู ติดได้แนบสนิท ลอกไม่เจ็บ สิวเสี้ยนออกดีมาก ก็เลยเป็นลูกรักไปอย่างง่ายดาย

 

ต่อมามาดู Shopping guide ของมี่บ้างนะคะ

 

มีอีกหลายอย่างที่น่าสนใจมากเลยค่ะ เช่น

 

Cushion collection Dodo Cat  ที่ออกมาใหม่ จะมีสองสีในตัวนะคะ ส่วนที่เป็นอุ้งเท้าน้องเหมียวสีขาวนั้นจะทำหน้าที่เป็น Highlighter ที่เพิ่มความ Glow ได้ในตัวค่ะ

 

visual_01

 

มาสค์หน้ารูปสัตว์ที่โดดเด่นกว่าด้วย คุณสมบัติเเผ่นมาสค์เปลี่ยนสีได้

20013056

 

เก๋ไหมละ ถ้าสีเปลี่ยน ก็คือ การมาสค์หน้าเสร็จสมบูรณ์ ถอดออกได้เลย

(เรียกสวยๆแบบวิทย์ๆว่า เป็น Indicator ของการมาสค์)

 

อีกชิ้นที่น่าเล่นก็จะเป็น Mascara ของแบรนด์ที่โด่งดังเช่นกันค่ะ

 

mascara

 

จริงๆของแบรนด์ก็มีอีกหลายอย่างนะคะที่น่าเล่น

 

สำหรับวันนี้ก็มีแค่นี้ก่อนนะคะ ขอบคุณที่ติดตามมาจนจบค่ะ สวัสดีค่ะ

 

Beauty News: เครื่องสำอางไลน์ผักจาก Innisfree เกาหลี

Beauty News: เครื่องสำอางไลน์ผักจาก Innisfree เกาหลี

ใจจริงก็อยากสวมรอยเป็นนักข่าว เขียน Beauty News มานานแล้วเหมือนกัน

 

ไหนๆก็ว่างๆ ขอจัดซักหน่อยค่ะ

 

Beauty News วันนี้ว่าด้วยเรื่องเครื่องสำอางผักค่ะ

 

กระแสของการใช้ผักในเครื่องสำอางนี่เค้ามาแรงมากกกกกกกกกก นะคะ แต่บ้านเรายังไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่

 

น่าจะเปิดตัวด้วย Nature republic ที่ทำ Product ผักออกมาหลายๆตัวอยู่

 

ตอนนี้มาถึงคอนเซปท์ผักจาก Innisfree บ้างแล้วค่ะ

 

ผัก-1

(Image source: http://www.innisfree.co.kr/)

มีคอนเซปท์สวยๆว่า “Super food from Jeju”

 

แน่นอนว่าพอได้ยินคำว่า Jeju ปุ๊บ มี่ก็ไม่คิดอะไรละค่ะ ใจเอนเอียงไปมากกว่า 90%

 

ในไลน์นี้เลือกผัก/ผลไม้/ธัญพืชมาอยู่หลายตัวค่ะ ได้แก่

  1. Blueberry
  2. Kale (คะน้า)
  3. Broccoli
  4. Oat
  5. Red beet

 

แต่ละ Super foods ก็จะมี Product ต่างๆค่ะ มาดูไปทีละอาหารเลยนะคะ

 

ตัวแรก Blueberry นางใช้คอนเซปท์ว่า Rebalancing ค่ะ

 

เดาว่า เหมือนเป็นการปรับสภาพผิวให้คืนสู่สภาวะสมดุลนะคะ

 

จริงๆ Blueberry เองนี่เค้าก็จะมีพวก Anthocyanin ที่เป็น Antioxidant ดีมาก แต่เราไม่รู้ว่ามาอยู่ในขวดแล้วจะคงตัวอยู่ไหม เพราะสารกลุ่มนี้ความคงตัวค่อนข้างต่ำค่ะ แต่ที่ได้แน่นอนคือวิตามิน และน้ำตาล

 

ในไลน์นี้ ทำ Skin (เครื่องสำอางเกาหลี เทียบเท่า Essence, lotion น้ำญี่ปุ่น) และ Cream ค่ะ

 

(Image source: http://www.innisfree.co.kr/)

 

ตัวที่สองเป็นคะน้าค่ะ

คะน้าใช้คอนเซปท์เรื่อง Anti-oxidant

ซึ่งคะน้าเองเค้าก็จะมีพวก Antioxidant อยู่จริงค่ะ

 

ในไลน์นี้ทำออกมา 3 ผลิตภัณฑ์ค่ะ คือ Skin, Lotion และ Cream

(Image source: http://www.innisfree.co.kr/)

 

ตัวที่สามเป็น Broccoli ค่ะ

นางใช้คอนเซปท์เรื่อง Clearing เดาว่าเป็นตัวทำความสะอาดนะคะ เพราะผลิตภัณฑ์ที่นางทำออกมาก็คือกลุ่มทำความสะอาดค่ะ

 

แต่จริงๆแล้ว Broccoli เองก็เด่นเรื่อง Antioxidant เช่นกันค่ะ

 

ในไลน์นี้มี Toner กับ Lotion ค่ะ

 

(Image source: http://www.innisfree.co.kr/)

 

ไลน์ที่ 4 เป็นข้าวโอ้ตนะคะ

มาด้วยคอนเซปท์ Mild moisture เดาๆว่าน่าจะเป็นแบบเพิ่มความชุ่มชื้น อ่อนโยน สำหรับคนเซ้นสิจนน่าถีบ เอ้ย Sensitive

 

จริงๆแล้ว Oat นี่งานวิจัยเกี่ยวกับการลดการแพ้ การระคายเคือง ลดการอักเสบในผิวเยอะมากกกกกกกกกกกกก และยังเป็น Antioxidant ด้วยค่ะ

 

โดยรวมคือมี่ว่า Oat ดีงามสุด ดูแพง ดู Organic ดูเลอค่า

 

ในส่วนของไลน์ Oat ทำออกมาเป็น Skin, Lotion และ Cream

 

(Image source: http://www.innisfree.co.kr/)

 

ไลน์สุดท้ายมาจาก Red beet ค่ะ หรือบีทรูทนั่นเอง

มาด้วยคอนเซปท์ White-toning ค่ะ

 

ในบีทรูทนี่ก็คงไม่ต้องพูดถึง เพราะนางโดนยกให้เป็นอาหารสุขภาพลำดับต้นๆไปซะแล้วค่ะ นางมีพวก Anthocyanin เยอะมาก เป็น Antioxidant ที่ดี และช่วยเรื่องผิวขาวได้ด้วยค่ะ แต่ปัญหาคงเป็นเรื่องความคงตัวเช่นกันค่ะ

ในไลน์นี้ทำออกมาเป็น Lotion กับ Skin ค่ะ

(Image source: http://www.innisfree.co.kr/)

 

คือยังไม่ทราบส่วนผสมนะคะเลยยังวิเคราะห์ละเอียดไม่ได้

 

ถ้าเอาอารมณ์คนผิวแห้งแบบมี่ตั้ง มี่ว่า Oat กับ คะน้า น่าสนใจนะคะ

 

ถ้าอยากได้ขาว ก็หันไปทาง Blueberry กับ Red beet

 

ส่วนผิวมันก็ Broccoli ค่ะ

 

ใครไปเกาหลีอย่าลืมถ่ายรูปส่วนผสมมาฝากน๊าาา พบกันใหม่โอกาสหน้าค่ะ สวัสดีค่ะ