บ้าน LaLaaCram เรียกได้ว่าออกสกินแคร์มาทีพี่อึ้งเหมือนกันนะ ล่าสุดตัว whitening ของทางแบรนด์ที่เดบิวท์ไซซ์ทดลอง 7 ml มาเมื่อช่วงต้นเดือน พ.ค. ตอนนี้นางได้เปิดตัวไซซ์จริง 30 ml แล้วค่ะ
น้องมีชื่อว่า White Aurora 5D Dark Spot Brightening & Barrier Recovery AOX
มาในหน้าตาแบบนี้นะคะ

ส่วนนี้เป็นแพคเกจค่ะ

เนื้อสัมผัสเป็นเซรั่มเนื้อน้ำนม ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม

เกลี่ยได้ง่าย ซึมไว แห้งไว ไม่เหนอะหนะ แต่ยังคงความชุ่มชื้นอยู่

ก่อนไปดูส่วนผสม
อยากเล่าคอนเซปท์ของผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้กันก่อน
- ดูแลปัญหาจุดด่างดำพร้อมกันถึง 5 กลไก สมชื่อ 5D
- ใช้ระบบนำส่งชั้นนำ เพื่อเสริมการดูดซึมสาร
- ผ่านการทดสอบทั้งประสิทธิภาพในห้องแลปมาตรฐานจากภาครัฐ และ ผ่านการทดสอบการระคายเคืองในอาสาสมัครโดยแพทย์ผิวหนัง
เรามาดูผลเทสต์ของเซรั่มชิ้นนี้กัน
อย่างที่เราเคยคุยกันว่า หลายๆ ครั้ง การทดสอบประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง เรามักจะเจอการอ้างอิงผลเทสต์จากวัตถุดิบ มีไม่มากที่เอาตัวผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปไปทดสอบ
ทำไมการทดสอบกับ product จริงถึงสำคัญ
เพราะว่าเวลาเราเอา active หลายๆ ชนิดมาเบลนด์ผสมกันในเบส มันอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างที่เรามองไม่เห็น ได้ทั้งในเชิงการเสริมฤทธิ์กันทำให้ผลิตภัณฑ์เก่งขึ้น และในเชิงทำให้ฤทธิ์ลดลง ทีนี้ทางที่เราจะรู้ได้ก็คือการทำการทดลองกับสินค้าจริง
และใช่ค่ะ LaLaaCram เอาผลิตภัณฑ์ที่เป็นสินค้าจริงไปทดสอบประสิทธิภาพเหมือนที่ดิฉันได้เล่าให้ฟังในเคสของน้องมอยส์ Youth-Full บน Blog ก่อนนะคะ
(เผื่อใครพลาดแล้วอยากตาม https://miyeonthereviewer.com/2026/05/21/lalaacram-youthfull2026/)
ทีนี้กับน้อง White Aurora ทางแบรนด์ก็ได้ทดสอบกับหน่วยงานรัฐชั้นนำที่มีมาตรฐาน
เป็นผลการทดสอบประสิทธิภาพในระดับเซลล์ ถึง 2 ด้านด้วยกัน โดยทำการทดสอบในเซลล์ melanoma ที่เป็นเซลล์มาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในงานวิจัยนะคะ
พบว่า ผลิตภัณฑ์สามารถยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานินได้ถึง 27.84% และ ยับยั้งการสร้าง melanosome ซึ่งเป็นถุงเก็บเมลานิน ที่จะนำส่งออกไปยังผิวชั้นบน เกิดเป็นสีผิวได้ถึง 27.73% เลยทีเดียว

(หมายเหตุ ภาพดังกล่าวจัดทำขึ้นเพื่อการสื่อสารโดยง่าย ตำแหน่งของเซลล์ไม่ได้จัดเรียงอย่างถูกต้องตามหลักการทางวิทยาศาสตร์)
นอกจากนี้ทางแบรนด์ยังเอาผลิตภัณฑ์ไปทดสอบการแพ้และระคายเคืองโดยแพทย์ผิวหนัง โดยมีค่า MCII = 0.38 ซึ่งหมายถึงอาจจะระคายเคืองได้เล็กน้อย แต่ก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะว่าในสูตรมี PHA ที่ช่วยผลัดผิวให้มีประสิทธิภาพในการดูแลปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอได้ดีขึ้น
ส่วนตัวได้ลองตั้งแต่ช่วงเดบิวท์ไซซ์ 7 ml จนมาได้ไซซ์ใหม่ 30 ml ก็ไม่เจอว่าระคาย หรือไม่สบายผิวนะ โอเคเลยล่ะ
ส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

จากส่วนผสมเรียกได้ว่าค่อนข้างแน่นเลยทีเดียวนะคะ
เราจะมาดูกันเป็นกลุ่มๆ เริ่มจาก กลุ่ม whitening ในภาพจะใช้สีม่วงค่ะ
- Acetyl glycyl beta-alanine หรือ Genowhite ข้อมูลจากทางผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าสารนี้มีคุณสมบัติในด้าน Whitening ผ่านหลายกลไก เช่น
- ลดการสร้างเม็ดสีผิวผ่านการยับยั้งตัวตั้งต้น MITF ที่จะไปกระตุ้นให้มีการสังเคราะห์เอนไซม์ Tyrosinaseลดการสร้าง Endothelin-1 ที่สร้างออกมาจากผนังหลอดเลือด ซึ่งจะไปกระตุ้นให้เซลล์สร้างเม็ดสี สร้างเมลานินออกมา
- ลดการส่งผ่านเมลานินที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ออกไปข้างนอก (Melanosome transfer) ผ่านการลดการสังเคราะห์โปรตีน Melanophillin ที่เป็นตัวสำคัญในขั้นตอนนี้
- Undecylenoyl phenylalanine ภายใต้เทรด Sephiwhite MSH ที่ไปยับยั้งการทำงานของฮอร์โมน MSH ที่เป็นตัวต้นกำเนิดก่อนเซลล์สร้างเม็ดสีจะเริ่มทำงาน
- Alpha-arbutin ยับยั้งการสร้างเม็ดสีผ่านการยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase ที่ encap มาคู่กับ resveratrol ได้อย่างสวยงาม
- Tranexamic acid หรือ TXA ที่มีกลไกหลากหลาย โดย มีรายงานว่า TXA สามารถยับยั้ง Plasmin ปกติ Plasmin เป็นตัวตั้งต้นก่อนจะไปกระตุ้นฮอร์โมน α-MSH (Melanocyte stimulating hormone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ไปกระตุ้นให้ Melanocyte ทำงานเพิ่มขึ้น (J Am Acad Dermatol 2011;October:699-714.) การทดสอบในเซลล์เพาะเลี้ยงพบว่า TXA ไปลดการสร้าง tyrosinase enzyme และโปรตีนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเม็ดสี และเสริมกระบวนการ Autophagy ของถุงเก็บเม็ดสี Melanosome ทำให้สีผิวจางลง (J Dermatol Sci. 2017;88(1):96-102.) ตัวนี้ทางแบรนด์ใช้แบบ encap เพื่อเสริมการนำส่ง
ทำงานร่วมกับ Antioxidant (AOX) ในกลุ่มสารสีบานเย็น
- Glutathione เป็น AOX ที่นอกจากจะช่วยกำจัดอนุมูลอิสระแล้ว ยังยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ tyrosinase และซัพพอร์ตการสร้างเมลานินชนิด pheomelanin ที่มีสีอ่อนกว่าเมลานินปกติ คือ Eumelanin
- Resveratrol เป็น AOX ในกลุ่ม polyphenol ธรรมชาติที่มีประโยชน์หลายอย่าง การทดสอบในหนูทดลองพบว่า Resveratrol สามารถลดการสร้างโปรตีนที่เกี่ยวกับการสร้างเม็ดสี Melanin ได้หลายชนิด รวมทั้งยับยั้งการสังเคราะห์ Tyrosinase ได้ด้วย และยังให้ผลลดการสร้างสีผิวหลังจากถูกกระตุ้นด้วยรังสี UVB ได้ (Biomol Ther (Seoul). 2014; 22(1):35-40.) รวมถึงให้ประโยชน์ในการดูแลการระคายเคือง
- Tocopheryl acetate อนุพันธ์ของวิตามินอี ที่เป็น AOX ชนิดละลายได้ในไขมัน
เสริม Niacinamide แบรนด์เคลมที่ 3% มีประโยชน์ในการดูแลผิวหลายอย่าง ถ้าเป็นในเชิง whitening นางจะมีผลในการลดการส่งผ่าน melanin ที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ออกมาด้านนอก รวมถึงให้ประโยชน์ในการซัพพอร์ตการสร้างไขมันที่เป็น Barrier ผิว
จับมือมากับกลุ่ม Soothing ที่มีทั้ง cica และ allantoin พวกนี้จะดูแลในเชิง whitening แบบอ้อมๆ แต่ก็สำคัญ เพราะว่า ถ้ามันเกิดกระบวนการอักเสบขึ้นภายใน มันจะไปเหนี่ยวนำให้เกิดการสร้างสีผิวต่อไปในภายหลัง
Peeling เบาๆ เผยผิวใสด้วย Gluconolactone ซึ่งเป็น PHA
Ectoin เติมน้ำและปกป้องผิวจากสิ่งแวดล้อม รวมถึงมีประโยชน์หลากหลาย กลไกหลัก คือ มันจะดึงน้ำมารวมตัวกับมันกลายเป็น hydrocomplex ที่ปกป้องผิวให้มีปริมาณน้ำเหมาะสม และทำงานได้ตามปกติ เสริมการทำงานของ lipid barrier รวมถึงมีข้อมูลว่า Ectoine ให้ประโยชน์เป็น Whitening ได้อีก โดยไป block ผลจาก MSH ไม่ให้กระตุ้นให้เกิดการสร้าง Melanin ออกมาเมื่อเจอรังสี UV (Antioxidants (Basel). 2020;9(1):63.)
เติมน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นด้วย Hyaluronate หลากหลายอนุพันธ์ ร่วมกับ Polyglutamic acid ที่จะสลายตัวปลดปล่อย glutamic acid ที่เป็น natural moisturizing factor (NMF) ช่วยผิวจับน้ำ มาพร้อม urea และ glucose ที่เป็น NMF เช่นกัน
จากส่วนผสมนี้ ทางแบรนด์ได้สรุปมาเป็น 5 เทคนิค หรือ 5D ในการดูแลปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอตามภาพค่ะ

(หมายเหตุ ภาพดังกล่าวจัดทำขึ้นเพื่อการสื่อสารโดยง่าย โดยในความเป็นจริง melanocyte จะอยู่ที่ฐานล่างสุดของชั้นหนังกำพร้า ที่เรียก stratum basale)
ซึ่งเซรั่มนี้ไม่ใช่แค่ Whitening ธรรมดา แต่ออกแบบมาให้ฟื้นฟู Barrier ผิวไปด้วยเพื่อให้ผิวแข็งแรง และดูกระจ่างใสไปพร้อมๆ กัน ภายใต้ชื่อ “5D Barrier-Care Brightening + AOX”
มาให้คะแนนกันค่ะ
- สารบำรุง เรียกได้ว่าออกแบบมาให้เสริมฤทธิ์กันได้อย่างลงตัว ตั้งแต่ต้นน้ำ ตอนเมลานินยังไม่เกิด ไปจนถึงปลายน้ำ คือ เมลานินสร้างเสร็จแล้ว ไม่ให้ออกไปด้านนอก และช่วยผลัดผิวเอาผิวหมองคล้ำเก่าๆ ที่กองค้างไว้ออกไป เสริมสารเติมน้ำเพิ่มความชุ่มชื้น และกลุ่มไขมันที่ดูแล Barrier ผิวให้แข็งแรง ครบมาก ครบจริง เอาไป 5 ฟลาสก์
- ส่วนผสมอื่นๆ จะมี Ethylhexyl palmitate ติดมาในลำดับกลางๆ แต่อยู่หลัง Polysorbate 80 ที่เป็นตัวผสานเนื้อครีม ที่เราใส่กันน้อย สารตัวนี้มีแนวโน้มอุดตันได้ แต่คิดว่าไม่น่าเสี่ยงมาก เพราะว่าความเข้มข้นในสูตรน้อย และยังมี PHA จะช่วย peeling ได้อีกทาง ขอให้ 4 ฟลาสก์
- ความชอบ ส่วนตัวชอบลูกเล่นในการ Formulate ด้วยเทคนิค 5D ที่เลือกสารที่ให้ประโยชน์ในการดูแลปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอได้อย่างลงตัว มาจับมือร่วมกับความเป็น moisturizer เติมน้ำ พร้อมกับฟื้นฟู Barrier ผิว และยังมีการทดสอบประสิทธิภาพกับ product จริง ซึ่งจะสอดคล้องกับการใช้งานจริงๆ มากกว่า ให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ LaLaaCream ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆ มาให้ได้เปิดหูเปิดตา และขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบ
สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ
https://www.facebook.com/lalaacramthailand
ทางไปช้อปปิ้ง
Shopee https://s.shopee.co.th/6fey1N6bt4
Lazada https://s.lazada.co.th/s.ZS3N0r?c=u&t=p-iHfQPIC-s2ExFqIa
Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ
#LaLaaCram #ลาลาแครม #whiteaurora5D






































































