Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม Tinted sunscreen สูตรใหม่ จากบ้าน Bioderma สูตร Photoderm XDefense Ultra-Fluid Shade 01

Bioderma Photoderm XDefense ออกเฉดสีมาใหม่ คือ Shade 01 ต่างจากเดิมอย่างไร Blog นี้จะวิเคราะห์ส่วนผสมอย่างละเอียดค่ะ

ก่อนไปดูส่วนผสม ใครที่พลาดรีวิวสูตร Invisible ไป สามารถรับชมได้ที่ลิงค์นี้นะคะ

https://miyeonthereviewer.com/2025/03/02/bioderma-xdefense/

ตัวน้องมาในหน้าตาแบบนี้ค่ะ

bioderma photoderm shade 01

ส่วนนี้จะเป็นกล่อง

bioderma photoderm shade 01

เนื้อสัมผัส จะเป็นแบบลิควิด มีสีเบจอ่อนๆ กลืนไปกับผิว ไม่ขาวลอย

เกลี่ยได้ง่าย ให้ความปกปิดเล็กน้อย

ฟินิชใต้แสงแฟลชนะคะ

สำหรับวิธีใช้ เราสามารถเบลนด์ผสมกับเฉด invisible ก็ได้ เพื่อให้ได้เนื้อความปกปิดที่เบาลง

ส่วนตัวพักหลังๆ เริ่ม กังวล กับสีผิวไม่สม่ำเสมอ ยังไม่ถึงขั้นเป็นกระ แต่ก็มีจุดด่างดำบริเวณด้านบนโหนกแก้มซ้าย เลยจะเอา shade 01 มาทาตรงนั้นเพิ่มหลังจากลง invisible เสร็จแล้ว แล้วแต่งหน้าต่อตามปกติ

สูตรนี้มีส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

จุดที่คงความแข็งแกร่งไว้แบบสูตร Invisible

  • สารกันแดดที่ทรงประสิทธิภาพ มีความเสถียรสูง พร้อมนวัตกรรมปกป้องได้ครบทุกรังสีจากแสงแดด และสิ่งแวดล้อม คือ UV-Visible light-Infrared และ Pollution
  • ความเป็นกันแดดดีท็อกซ์ตัวแม่ ด้วยศาสตร์ Detox science จากส่วนผสมของ TMBA (Trimethoxybenzyl acetylsinapate) + สารกันแดด ภายใต้สิทธิบัตร เปิดระบบ Nrf2 ซึ่งเป็นระบบแอนตี้ออกซิแดนท์ของผิวตามธรรมชาติ มีผลเทสต์ว่าช่วยเสริมประสิทธิภาพการดีท็อกซ์ภายในผิวมากขึ้น 164%

จุดที่เพิ่มขึ้นมา

  • การผสมผสาน Iron oxides ซึ่งปกติมีด้วยกัน 3 เฉด คือ Iron oxide yellow (CI 77492), Iron oxide red (CI 77491) และ Iron oxide black (CI 77499) เข้าได้อย่างลงตัวเกิดเป็นเฉด 01 ที่ใกล้เคียงกับผิวคนไทย ดีไซน์ออกแบบมาเพื่อปกป้องคนโทนผิวเหลือง (Fitzpatrick’s phototype III-IV)

ซึ่งมีข้อมูลว่า Visible light โดยเฉพาะแสงในช่วงแสงที่มีพลังงานสูง เรียก High energy visible light (HEV light) เช่น สีน้ำเงิน นั้นส่งผลเสียต่อผิวพรรณไม่แตกต่างจากรังสี UV ในแง่ของการเหนี่ยวนำให้เกิดการสร้างอนุมูลอิสระ รอยแดง และกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ MMP ที่จะไปย่อยทำลายเส้นใยในผิว เช่น คอลลาเจน ทำให้ผิวหย่อนคล้อย ไม่กระชับ นอกจากนี้คลื่นแสงสีน้ำเงินยังสามารถจับกับตัวรับ Opsin receptor บน Melanocyte แล้วกระตุ้นให้สร้างเม็ดสีได้โดยตรง กระบวนการนี้เด่นในคนผิวเหลือง และคนผิวเข้ม ซึ่งจะนำไปสู่สีผิวไม่สม่ำเสมอ กระ หรือ ฝ้าได้ต่อไป

ซึ่งมีรายงานว่า Pigment หรือ เม็ดสีในกลุ่มของ Iron oxides นั้น สามารถปกป้องผิวจาก Blue light ได้

Note: ในภาพ D&C red นั้นไม่เกี่ยวข้อง แค่อยากนำสีของ Iron oxides yellow และ red มาแสดง

การเบลนด์ Iron oxides ทั้ง 3 เฉด จะทำให้ได้สีใกล้เคียงกับสีผิวของคนเรา และยังได้ประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจาก HEV light ด้วย

สูตรนี้ มี SPF 70.7 PPD 32.5

เรามาสรุปรายละเอียดส่วนผสมที่น่าสนใจกันอีกสักครั้งนะคะ

ในด้านของสารกันแดด น้องก็คือทำมาได้ครบสยบทั้ง UVA-UVB และเสริมสารที่เป็น SPF booster กับตัวที่ช่วยเพิ่มความเสถียรให้ระบบกันแดดในสูตร 

กลุ่มสารกันแดด

  • bis-Ethylhexyloxyphenol methoxyphenyl triazine หรือ Tinosorb S เป็นสารกันแดดที่มีความคงตัวดี กรองรังสีได้ในช่วงกว้างทั้ง UVA-UVB
  • Butyl Methoxydibenzoylmethane เด่นกรองรังสี UVA เป็นหลัก
  • Diethylamino hydroxybenzoyl hexyl benzoate หรือ Uvinul A+ เป็นตัวกรอง UVA ที่เด่นเรื่องการปกป้องการเกิดอนุมูลอิสระจากรังสี UV ในผิว มีความคงตัวดี

จะเห็นว่าเป็นการเลือกใช้สารกรองรังสี UV 3 ชนิด ที่มีความปลอดภัย เบลนด์กันในสัดส่วนที่เหมาะสมเพื่อลดการสัมผัสสารที่ไม่จำเป็น แล้วได้ค่า SPF (กัน UVB) และ PPD (กัน UVA) ที่สูง ครอบคลุม ภายใต้คอนเซปท์ “Balance of filter coverage and stability”

สารที่ใช้เป็นมิตรกับผิว รวมถึงผ่านการทดสอบแล้วว่าเป็นมิตรกับท้องทะเล และเป็นตัวที่ได้รับการยอมรับจาก USFDA

ส่วนตัวเสริมกันแดดจะมี

  • Ethylhexyl methoxycrylene ตัวนี้จะช่วยกำจัดอนุมูลอิสระ (Singlet oxygen quencher) และตัวมันยังดูดซับรังสี UVA ได้ด้วย
  • Methoxyphenylimino dimethylcyclohexenyl ethyl glycinate ตัวนี้เป็นโมเลกุลจากธรรมชาติพบได้ในสาหร่าย ปกป้องผิวได้จากทั้งรังสี UVA, UVB และบูสท์ค่า SPF ให้ตำรับ

ในสูตรเสริม antioxidants ที่ช่วยปกป้องผิวจาก IR, Visible light และ มลภาวะ ซึ่งก็มีข้อมูลอยู่ว่าการใช้สารกรองรังสีเสริม antioxidants จะสามารถปกป้องผิวจากความเสียหายได้มากขึ้นกว่าการใช้สารกรองรังสีเพียงอย่างเดียว โดยตัวที่เป็นนางเอกในหมวดนี้คือ MAA-like (Methoxyphenylimino Dimethylcyclohexenyl Ethyl Glycinate) น้องมีชื่อเล่นในวงการว่า “natural photoprotector” ซึ่งมีข้อมูลว่ามีฤทธิ์ antioxidant สูงกว่าวิตามินอี 10 เท่า และ มีคุณสมบัติในการยับยั้ง MMP-2 ที่จะไปย่อยคอลลาเจน IV ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของชั้นเชื่อมต่อระหว่าง epidermis-dermis ที่เรียกว่า Dermal-epidermal junction หรือ DEJ ซึ่งถ้าชั้นนี้แข็งแรง โอกาสเกิดริ้วรอยลึกจะมีน้อย

เสริมการปกป้องมลภาวะด้วยชั้นฟิล์มของ Glycofilm (Biosaccharide gum-4)

การเอาคู่นี้มาอยู่ด้วยกันจึงเป็นเสมือนการปกป้องผิวทั้งจากภายในและภายนอก พร้อมทั้งให้ประโยชน์ในเชิง anti-aging จากการปกป้อง Collagen IV

จากผลการทดสอบพบว่า สามารถปกป้องเซลล์ผิวไม่ให้เสียหายจากแสงแดดได้ Full spectrum (UV+IR+VIS) รวมทั้งมลภาวะ ได้สูงมากถึง 99%

สารอีกตัวที่น่าสนใจในสูตร Ectoin เป็นกรดอะมิโนชนิดพิเศษที่มีโครงสร้างเป็นวงกลม พบได้ในธรรมชาติสร้างโดยแบคทีเรียบางสายพันธ์ที่อาศัยในสิ่งแวดล้อมที่สุดขั้ว (Extremophile) ทำหน้าที่ปกป้องตัวเขาเองจากอันตรายภายนอก โดยตัว Ectoin จะทำหน้าที่ดึงเอาน้ำมาเกาะไว้กับตัวเอง กลายร่างเป็น Ectoin hydrocomplex ที่ช่วยปกป้องโปรตีนองค์ประกอบต่างๆ ของเซลล์เอาไว้ (Clin Dermatol. 2008;26(4):326–633.) และพอจะมีข้อมูลอยู่ว่า Ectoin ปกป้องเซลล์ผิวจากรังสี UV ได้ (Skin Pharmacol Physiol. 2004; 17(5):232-7.) และงานวิจัยล่าสุดปี 2024 พบว่า Ectoin สามารถปกป้องผิวจากความเครียด โดยไปลดผลเสียของ Cortisone ที่จะทำให้ผิวอ่อนแอ และทำให้จำนวนคอลลาเจนลดลง

Cortisone จะเปลี่ยนเป็น Cortisol โดยใช้เอนไซม์ 11beta-HSD ซึ่ง Cortisol จะมีฤทธิ์แรงขึ้น

พบว่าเมื่อคนเราอายุมากขึ้น หรือ สัมผัสรังสี UV จะทำให้เอนไซม์นี้มีมากขึ้น ผิวเลยอ่อนแอ และ เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดริ้วรอย เพราะว่าคอลลาเจนจะลดลง

โดย Ectoin จะไปปกป้องผิวจากรังสี UV โดยไม่ทำให้เอนไซม์ 11beta-HSD ทำงานมากขึ้น จนเกิดผลเสีย

นอกจากนี้เวลาสัมผัสรังสี UV จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันผิวถูกกด ส่วนหนึ่งเพราะเซลล์คุณตำรวจ ที่ชื่อ คุณ Langerhan Cells (LC) จะลดลง เซลล์นี้เป็นเหมือนคุณตำรวจคอยสอดส่องผิว ว่ามีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาไหม แล้วไปเปิดระบบภูมิคุ้มกันเพื่อปกป้องผิว

เมื่อใช้ Ectoin + Mannitol คอมบิเนชั่นใน Photoderm XDefense คือ เทคโนโลยี Sun active defense สามารถปกป้องคุณตำรวจ LC ให้อยู่รอดได้แม้เจอ UV

นวัตกรรมดีท็อกซ์ด้วย TMBA (Trimethoxybenzyl acetylsinapate) คู่กับสารกันแดด มีผลทดสอบว่าสามารถเสริมการสังเคราะห์ยีน MT1G (Metallothionein 1G) ซึ่งเป็นหนึ่งในยีนที่ใช้สร้างโปรตีนในกลุ่ม Metallothionein (MTs) ซึ่งเป็นโปรตีนขนาดเล็กที่มีปริมาณกรดอะมิโนซีสเทอีน (cysteine) สูง ใน cysteine นี้จะมีโครงสร้างของหมู่ Sulfhydryl (-SH) อยู่ จึงทำให้โมเลกุลของ MTs มี -SH อยู่อย่างหนาแน่น ส่งผลให้ MTs มีความสามารถพิเศษหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นด้านการเป็น Antioxidant รวมไปถึงการจับอิออนโลหะที่จะนำไปสู่การสร้างอนุมูลอิสระใหม่ๆ ผ่าน Fenton reaction

โดยปกติแล้วการทำงานร่วมกันระหว่างระบบ Nrf2 ซึ่งเป็นระบบ natural antioxidant system จะเหมือนการทำงานแบบต้นน้ำ-ปลายน้ำ

ที่เมื่อระบบ Nrf2 เปิดแล้วมีผลดีหลายอย่างในด้านการดีท็อกซ์ ปกป้องตัวเองของผิว และทำให้มีการสร้าง MTs (รวมถึงโมเลกุลที่มีประโยชน์ต่อผิวต่างๆ) ออกมามาก ทำให้ผิวเราแกร่งขึ้น ปกป้องตัวเองและทำลายอนุมูลอิสระได้มากขึ้น

และนอกจากนี้ยังให้ผลในเชิงด้านของกระบวนการลดการอักเสบผ่านการลดการปลดปล่อยพวกสารก่อการอักเสบบางชนิด เช่น IL-6 และ IL-1 รวมถึงลดการทำลายของคอลลาเจนจากรังสี UV

แต่อย่างไรก็ดีการทำงานของ Nrf2 ยังมีความขัดแย้งกันบ้างในบางจุด แต่ในภาพรวมส่วนตัวมองว่าค่อนข้างเด่นไปในเชิงการป้องกันตัวเอง-หรือการดีท็อกซ์

ซึ่งจากข้อมูลการทดสอบของทางแบรนด์พบว่าคอมบิเนชั่นนี้สามารถเสริมประสิทธิภาพในการดีท็อกซ์ผิวได้สูงถึง 164% เมื่อเทียบกับตัวทำละลาย หรือ control

สำหรับท่านที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามทางแบรนด์ได้โดยตรงที่ https://bit.ly/BiodermaBA

ช่องทางจำหน่าย

– Bioderma Photoderm XDefense Shade 01 – 40 มล. 1,190.- มีจำหน่ายที่ร้าน Boots และ Boots Online

ช้อปปิ้ง Shade 01

Lazada https://s.lazada.co.th/s.ZdqH8d?cc&t=p-i694emK-sQARejk

Shopee https://s.shopee.co.th/50UYV1KGJo

– สูตร Invisible มีครบทั้ง Boots, Beautrium, EVEANDBOY, Watsons, Konvy ค่ะ

Lazada https://s.lazada.co.th/s.ZdqHmn?cc&t=p-i694djO-sQAQrsM

Shopee https://s.shopee.co.th/4LErhmQus0

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Bioderma ประเทศไทย การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

#BIODERMAThailand #PhotodermXdefense #กันแดดดีท็อกซ์ #BootsThailand #กันแดดผิวแพ้ง่าย

Image

[รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม] เซรั่มดูแลปัญหาผมร่วง Vichy Dercos Regen Booster Serum และแชมพู ที่มาด้วย Aminexil

Vichy Dercos ออก product ดูแลปัญหาผมร่วงมาใหม่คือปังมาก มาในชื่อ R.E.G.E.N. Booster serum 

เป็นเซรั่มลดผมร่วง และช่วยบูสท์ผมเกิดใหม่ โดยมีผลทดสอบเชิงคลินิกในอาสาสมัคร พบว่าสามารถเพิ่มผมเกิดใหม่ +14,000 เส้น ภายใน 12 สัปดาห์ เหมาะกับคนที่มีปัญหาผมขาดหลุดร่วงมากๆ และสูตรออกแบบมาเป็นอย่างดีสำหรับคนที่มีปัญหาหนังศีรษะบอบบาง (sensitive scalp)

ตัวเซรั่มมาในหน้าตาแบบนี้ค่ะ

vichy dercos regen booster serum

เนื้อเซรั่มเป็นแบบน้ำใส มีกลิ่นหอม เวลาใช้งานบนหนังศีรษะให้ความรู้สึกสบาย ไม่เหนอะหนะ ผมไม่ลีบ และไม่ร้อนวูบวาบ

ในการใช้งาน เราจะใช้ทีละ 1 dose ต่อ 1 ส่วน คือ ขีดสีดำบนหลอดหยดนี้ แบ่งผมเป็น 4 ส่วน ค่อยๆ หยดแล้วนวดจนทั่วหนังศีรษะ

ตัวผลิตภัณฑ์ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพ พบว่า

  • เพิ่มวอลลุ่มให้ผมดูหนาขึ้นถึง 68%
  • เส้นผมแข็งแรงขึ้นเท่าตัว
  • หนังศีรษะได้รับการบำรุงมากขึ้น

(ภาพจาก Vichy Official)

ส่วนผสมเป็นดังนี้

คอนเซปท์ของสารบำรุงในผลิตภัณฑ์นี้คือ Dual action จากภายในและภายนอก hair bulb หรือ กระเปาะรากผม

Inside: ภายใน เสริมการฟื้นฟูตัวเองด้วย Niacinamide 3% และ สารสกัดจากรากขิง ซึ่งมีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของเส้นผม

Outside: ภายนอก โครงสร้างตาข่ายผิวหนังศีรษะแข็งแรง ให้รากผมยึดเกาะแน่นและแข็งแรง ด้วย AminexilTM (Diaminopyrimidine oxide) 

เรามาดูกันที่ Aminexil ซึ่งเป็นโมเลกุลที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Minoxidil ที่เป็นยา แต่ Aminexil จัดเป็นวัตถุดิบทางเครื่องสำอาง โดยนักวิจัยของทาง L’oreal ได้ทำการวิจัย ค้นคว้าและพัฒนาสารมากว่า 150 สาร กว่าจะเจอ Aminexil ที่มีประโยชน์ในการดูแลรากผม และเจอกลไกที่น่าสนใจของนาง

aminexil vs minoxidil

โดยตัว Aminexil นั้นเรียกได้ว่ามีจุดเด่นในเรื่องของการลดการแข็งตัวของคอลลาเจน (Anti-fibrotic effect) ผ่านการยับยั้งเอนไซม์ lysyl oxidase เอนไซม์นี้ปกติทำหน้าที่เชื่อม (cross-link) เส้นใยคอลลาเจน ในโครงสร้างที่ใกล้รากผม หรือ perifollicular sheath ถ้าโดน cross-link เยอะๆ จะแข็งไม่ยืดหยุ่น ทำให้รากผมยึดเกาะได้ไม่แข็งแรง และรบกวนการส่งผ่านของสารอาหารที่มาเลี้ยงรากผม 

นอกจากนี้ยังอาจจะมีประโยชน์ในเรื่องของการเสริมการไหลเวียนของเลือด ทำให้สารอาหารมาเลี้ยงรากผมได้มากขึ้น และ ปรับสมดุลการเจริญของผม โดยไปยืดอายุระยะการเจริญของผม (anagen) กับ ลดระยะพักของเส้นผม (telogen) 

ผลการทดสอบในเซลล์เพาะเลี้ยงจากทาง L’oreal พบว่า Aminexil ยังไปลดการสร้างสารกลุ่ม cytokines ที่มีผลเกี่ยวกับกระบวนการอักเสบ, เอนไซม์ที่ไปย่อยสลายคอลลาเจน และยังเพิ่มโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับการสร้าง-เจริญของเซลล์ผิวในชั้นหนังกำพร้า ในภาพรวมก็คือทำให้หนังศีรษะสุขภาพดีขึ้น (Ref: L’oreal, 2022)

อีกจุดที่น่าสนใจคือ ล่าสุดช่วงปลายปี 2025 aminexil เกือบจะได้รับการยอมรับเป็นเอกฉันท์ (near consensus) โดยผู้เชี่ยวชาญ ให้ใช้ในการดูแลปัญหาผมบาง ผมร่วง (J Cutan Med Surg. 2025 Nov-Dec;29(5_suppl):5S-14S.)

จึงถือว่าเป็นสารที่น่าสนใจมากในการดูแลปัญหาผมร่วง

ในส่วนของการใช้ Niacinamide เพื่อดูแลปัญหาผมร่วงนั้นก็มีกลไกการบำรุงหลายอย่างที่น่าสนใจนะคะ 

  • Niacinamide เป็นสารตั้งต้นของ NAD+ ซึ่งจะเอาไปใช้เป็นส่วนหนึ่งในขั้นตอนสร้างสารพลังงานสูง ATP โดยเซลล์รากผมเป็นเซลล์ที่ใช้พลังงานเยอะ เลยต้องการ ATP เยอะ การเสริม Niacinamide ก็น่าจะมีประโยชน์ในส่วนนี้
  • ดูแลหลายๆ ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการอักเสบและการระคายเคือง ทำให้รากผมทำงานได้ดี
  • ทำให้ Barrier ของหนังศีรษะแข็งแรงขึ้น โดยไปเสริมการสร้างไขมันที่เป็น Barrier ของหนังศีรษะ

เสริมมาด้วยสารสกัดจากขิง ที่เป็น antioxidant และ Piroctone Olamine ที่มีคุณสมบัติในการยับยั้งเชื้อยีสต์ Malassezia spp. ซึ่งเกี่ยวข้องกับรังแค ปรับกระบวนการสร้าง-ผลัดทิ้ง (Turnover) ของ Keratinocyte บนหนังศีรษะให้ช้าลง ทำให้การเกิดรังแคลดลง และมีผลการทดสอบประสิทธิภาพในอาสาสมัครว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี Piroctone Olamine เป็นเวลา 8 สัปดาห์ ช่วยให้หนังศีรษะมีสุขภาพดีขึ้น และ ผมร่วงน้อยลงเมื่อเทียบกับสูตรเบส (Int J Cosmet Sci. 2021:43 Suppl 1:S26-S33.)

ในไลน์ Aminexil จะยังมีแชมพูและครีมนวดผมด้วยนะคะ

Blog นี้ขอหยิบเอาแชมพูมาวิเคราะห์ส่วนผสมด้วยเลย

ส่วนนี้จะเป็นหน้าตาของแชมพูนะคะ

vichy dercos stimulating shampoo

ฟองสวยใช้ได้เลย 

ค่า pH ของฟองอยู่ที่ประมาณ 5 – 6 ซึ่งถือว่าเหมาะมากๆ กับหนังศีรษะที่บอบบาง

ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพในปอยผมจากห้องปฏิบัติการมาตรฐาน และ Third party (ห้องแลปนอกที่ไม่เกี่ยวข้องกับทีมวิจัย) ว่า

  • ผมดูมีวอลลุ่มขึ้น 19% ตั้งแต่สระครั้งแรก
  • ผมดูสุขภาพดีขึ้น และเส้นผมแข็งแรงขึ้น 47% เมื่อใช้ต่อเนื่อง 5 ครั้ง

ส่วนผสมเป็นดังนี้

ในส่วนของสารทำความสะอาดได้แก่

  • Sodium laureth sulfate ให้ฟองเยอะ ทำความสะอาดได้ดี
  • Sodium cocoamphoacetate และ coco-betaine เป็นสารทำความสะอาดชนิด 2 ประจุ (amphoteric) เพิ่มความอ่อนโยนให้แก่สูตร ดูแลและลดปัญหาการระคายเคืองจากสารทำความสะอาด

ใช้ Polyquaternium-10 เคลือบผมให้ไม่พันกัน 

ในส่วนของสารบำรุง ก็จะมี Aminexil + Niacinamide เสริม Citric acid เป็น AHA และ Salicylic acid เป็น BHA ในการใช้สำหรับหนังศีรษะจะให้ประโยชน์ในการดูแลปัญหารังแค เพื่อหนังศีรษะสุขภาพดี และ มี tocopherol หรือ วิตามินอี เป็น antioxidant 

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ Vichy มากเลยนะคะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์มาให้ได้เปิดหูเปิดตาและได้ทดลองใช้ และต้องขอขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะ ที่ติดตามรับชมมาจนจบ 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามที่ทางแบรนด์ได้โดยตรงเลยนะคะ

>> ที่ Facebook @VichyTH

ทางไปช้อปปิ้งเซรั่ม

Shopee https://s.shopee.co.th/7fVBgTrZge

Lazada https://s.lazada.co.th/s.Zd98D8?cc&t=p-i6PNcSo-sRJ1Y6b

แชมพู

Shopee https://s.shopee.co.th/2BAF8TC5BJ

Lazada https://s.lazada.co.th/s.Zd98CC?cc&t=p-i1xWy-s28gW

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Vichy การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

#RegenSerum #เซรั่มปลุกผมที่เห็นผล #VichyDercosปลุกผมใกล้ฉัน #AntiHairloss #VichyTH

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม เซรั่ม mucin เจ The Face Shop Vegan Mucin Peptide 8 Serum

The Face Shop นี่เรียกได้ว่าเป็นแบรนด์ผู้นำ K Beauty ยุคแรกๆ เลย ที่เข้ามาในบ้านเรา

ล่าสุดเห็นนางออกผลิตภัณฑ์ในไลน์ Alltimate มา ส่วนตัวมองว่าน่าสนใจ แล้วราคาดีมาก เลยลองซื้อเซรั่มสูตร Vegan Mucin Peptide 8 มาค่ะ

หน้าตาน้องเป็นแบบนี้

น้องได้รับการรับรอง Vegan จาก Korean Vegan Certification Agency (แปลจาก Google)

ส่วนนี้เป็นกล่องค่ะ

น้องเป็นเซรั่มที่มาในเนื้อเจลลื่นๆ เมือกๆ แบบ mucin

เกลี่ยได้ง่าย ให้ฟีลเย็นสบายผิว ชุ่มชื้น เมื่อรอเซ็ตตัวไม่ถือว่าหนึบ

ส่วนผสมเป็นดังนี้

ในภาพรวมน้องเป็นเซรั่มที่ทำมาได้ค่อนข้างดีสำหรับคนอยากเล่น peptide เพราะรวมเอา peptides ตัวดังหลากหลายชนิดเอาไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว นอกจากจะดูแลเรื่องปัญหาริ้วรอย ยังเด่นเรื่องความชุ่มชื้น ให้ความรู้สึกสบายผิว (soothing) และน่าจะได้ประโยชน์เรื่อง Whitening ด้วย ถึงแม้ว่าดูจากส่วนผสมลำดับอาจจะเหมือนไม่ได้มาเยอะ แต่ก็มานะ

สารบำรุงในเซรั่มนี้แบ่งเป็นกลุ่มๆ ดังนี้

ตัวหลักตามชื่อผลิตภัณฑ์ Vegan mucin เป็นสารสกัดจาก wild yam (Dioscorea opposita (wild yam) root extract) มีเคลมถึง Phytomucin คือ mucin ที่ได้จากพืช เป็นส่วนประกอบของ polysaccharide เด่นเรื่องชุ่มชื้น รวมถึง allantoin, dioscorin ที่เด่นเรื่องของ soothing

กลุ่มวิตามิน

  • Niacinamide หรือ วิตามินบี 3 ดูแลผิวได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ soothing เสริมการทำงานของผิวได้หลายๆ กลไก เป็น whitening ควบคุมความมัน และเสริมการสังเคราะห์ Barrier ผิวให้ผิวแข็งแรง
  • Panthenol เด่นเรื่องชุ่มชื้น และ soothing
  • Tocopherol เป็น antioxidant ที่ละลายในไขมัน

กลุ่ม Peptides

  • Glutathione จัดเป็น tripeptide มีคุณสมบัติเป็น antioxidant และมีประโยชน์ในเชิง whitening
  • Arginine/lysine polypeptide ผู้ผลิตวัตถุดิบกล่าวว่า สารตัวนี้เสริมการสังเคราะห์เส้นใยที่เป็น Extracellular matrix เช่น collagen I, III, V รวมไปถึงพวก Glycosaminoglycans และ proteoglycan ในผิว ซึ่งพวกนี้จะซัพพอร์ตให้ผิวเฟิร์ม กระชับ และอุ้มน้ำได้ดี และยังยับยั้งการปลดปล่อย MMP-1 ที่จะไปย่อยสลายคอลลาเจนในผิว
  • Acetyl tetrapeptide-9 ตัวนี้มีข้อมูลจากผู้ผลิตว่า เสริมกระบวนการสร้าง Collagen I และ เส้นใย Lumican ซึ่งเป็นเส้นใยสำคัญที่อยู่บริเวณรอยต่อของชั้นหนังกำพร้ากับหนังแท้ ทำให้ผิวเฟิร์ม
  • Acetyl hexapeptide-8 มีเคลมเรื่องคลายกล้ามเนื้อ ช่วยให้ริ้วรอยดูคลายออก
  • Oligopeptide-107 sh-Oligopeptide-1 หรือ EGF มีประโยชน์ในการเสริมการทำงานของผิวในชั้นหนังกำพร้า
  • Copper tripeptide-1 เป็น peptide ที่มีประโยชน์ค่อนข้างกว้าง ผ่านการนำพาเอา copper ลงไปให้ผิว มีการกล่าวถึงคุณสมบัติในการเสริมการฟื้นฟูผิว กระตุ้นการสังเคราะห์ Collagen และ เส้นใย ECM และป้องกันไม่สารเหล่านี้สลายตัว จึงได้ประโยชน์ในเรื่องของความกระชับของผิว รวมถึง เสริมการทำงานของผิวในชั้นหนังกำพร้า
  • Palmitoyl tripeptide-1, Palmitoyl tetrapeptide-7 คอมบิเนชั่นใน Matrixyl 3000 เสริมการสังเคราะห์คอลลาเจน และให้ริ้วรอยดูเลือนลง

สารบำรุงอื่นๆ

  • Desamido collagen เป็นคอลลาเจนที่ผ่านกระบวนการดัดแปรโครงสร้างทางเคมี (Deamidation) โดยเปลี่ยนหมู่เอไมด์ให้เป็นกรดคาร์บอกซิลิก ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมและความสามารถในการละลายน้ำ มีเคลมถึง Moisturizing + protective คือ นอกจากการเติมน้ำ ยังช่วยปกป้องผิว
  • Adenosine มีประโยชน์ในเชิงชะลอวัย โดยเสริมกระบวนการฟื้นฟูผิวตามธรรมชาติ ปรับสมดุลของกระบวนการอักเสบระคายเคือง เสริมการสังเคราะห์คอลลาเจน
  • Cholesterol เป็นส่วนประกอบของไขมันที่เป็น Barrier ผิว

ความเห็นหญิงมี่

เป็นเซรั่ม Vegan mucin ที่พัฒนาจาก wild yam แทนการใช้ mucin จากสัตว์ เช่น เมือกหอยทาก แต่มาติดตรง Desamido collagen นั้นไม่เจ แต่สินค้าได้รับตรา Vegan อยู่นะ เอาเป็นว่าถ้าเราไม่ได้ซีเรียสอะไรเรื่องเจไม่เจ ส่วนตัวมองว่าเป็นเซรั่มที่ออกแบบมาอย่างดี รวม peptide ตัวดังในวงการไว้ครบ ไม่ว่าจะเป็น copper tripeptide-1, argireline, EGF, matrixyl 3000 ใครอยากลองเล่น peptide เอาตัวนี้ไปเล่นได้ ที่สำคัญมาในราคามิตรภาพ ส่วนตัวกดได้มาในราคา 3xx

ทางไปช้อปปิ้ง

https://s.shopee.co.th/1LarfdmRIh

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม เซรั่มวิตามินซีฟอร์มใหม่ Bis-Glyceryl ascorbate จากบ้าน Kisocare VC 30 serum

Blog นี้มานำเสนอวิตามินซีฟอร์มที่น่าสนใจ แต่ยังไม่ค่อยมีการพูดถึงในวงการเท่าไหร่ เป็นอนุพันธ์ที่ดัดแปลงโครงสร้างของ Ascorbic acid ด้วย Glycerin 2 ตัว ได้เป็น Bis-glyceryl ascorbate ตัวออริจินอลเป็นสิทธิบัตรของ Seiwa Kasei ชื่อ iVC™ DGA (ชื่อเดิม Amitose DGA)

แล้วในที่สุดเราก็เจอเซรั่ม VC30 Serum จากบ้าน Kisocare นั่นเอง วิตามินซีฟอร์มนี้มันเป็นอย่างไร เดี๋ยวเรามาดูรายละเอียดกันอีกทีค่ะ

แพคเกจก็จะคุมโทนอยู่ค่ะ

ส่วนนี้เป็นกล่อง

เนื้อสัมผัสเป็นเบสน้ำ มีความหนักขึ้นมานิดนึง แต่ไม่มาก ไม่ถึงกับหนึบ

เกลี่ยง่าย ให้ฟีลดี ไม่หนึบ

ค่า pH อยู่ที่ราวๆ 4 นะคะ

ส่วนผสมเป็นดังนี้

เปิดมาด้วย Bis-glyceryl ascorbate ซึ่งก็คือ iVC™ DGA ของ Seiwa Kasei ตัวนี้นางเป็นวิตามินซีชนิดไม่มีประจุ ที่เอา Glycerin 2 ตัวมาจับกับโครงสร้างเมนของ Ascorbic acid ซึ่งเด่นเรื่องความคงตัว สีไม่เปลี่ยน ไม่เหลืองเวลาลงสูตรน้ำใส หรือเจล สำหรับประสิทธิภาพ นอกจากเรื่องของ Antioxidant, เป็นส่วนหนึ่งในการซัพพอร์ตการสร้างคอลลาเจนของผิว เป็น whitening แล้ว นางยังให้ประโยชน์เสริมเรื่องชุ่มชื้นเข้ามาด้วยอีก (เพราะในโมเลกุลมี Glycerin เวลาลงผิว ผิวจะตัดโครงสร้างออกมาได้ Glycerin; proposed mechanism) ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของวิตามินซีฟอร์มนี้

ส่วนผลงานตีพิมพ์ในเชิงเครื่องสำอางยังมีน้อย งานที่มีจะเด่นไปในเชิงการลดการเกิด Hand-foot syndrome (กลุ่มอาการมือและเท้าอักเสบ) ในคนไข้มะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด  

ส่วนผสมอื่นๆ ที่เสริมเข้ามา ได้แก่

  • กลุ่มสารสกัดที่เด่นเรื่อง soothing เช่น Scutellaria baicalensis, ชะเอม, คาโมมายล์, Cica
  • กลุ่มสารสกัดที่เด่นเรื่อง Antioxidant เช่น ชาเขียว, โรสแมรี่, Polygonum cuspidatum

เสริมการเติมน้ำด้วย Sodium hyaluronate และเสริม antioxidant ด้วยวิตามินอี ฟอร์ม Tocopherol

ในภาพรวมถือว่าเป็น vitamin C ฟอร์มที่น่าสนใจ และค่อนข้างใหม่ ถ้าถามว่าจะเลือกอันไหนดีระหว่าง L-ascorbic acid (LAA) กับ Bis-Glyceryl ascorbate (DGA) ต้องบอกว่า เลือกยากน่าดู เพราะตัวหนึ่งก็เป็นตำนาน อีกตัวก็พัฒนามาแก้เกมและข้อจำกัดของรุ่นพี่ที่เป็นตำนาน แล้วทำได้ดีด้วยสิ

แนบทางไปช้อปปิ้ง

Shopee https://s.shopee.co.th/70Esfcg9AA

Lazada https://s.lazada.co.th/s.Z2J2Vt?cc&t=p-i69WyUX-sQCdXd0

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับเป็นของขวัญมาจากทางแบรนด์ การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม bsc Retinol Smooth Skin body lotion โลชันทาตัวสูตรผสมเรตินอล แบบเอนแคป ด้วย double-encapsulation tech จากอเมริกา ผสานสารบำรุงอื่นๆ อย่างลงตัว

bsc cosmetology ออก body lotion ผสมเรตินอลแบบซองมาใหม่ จะเลิศแค่ไหน เรามาดูกัน ส่วนนี้จะเป็นหน้าตาของน้องนะคะ

เนื้อโลชั่นบางเบา มีเม็ดบีดส์สีม่วงกระจายอยู่ พยายามจะเกลี่ยให้เห็นเม็ดบีดส์

เมื่อเราทา เม็ดบีดส์ก็จะแตกตัวและละลายไปกับเนื้อครีม ให้ฟีลโกลว์ ชุ่มชื้น เกลี่ยง่าย มีกลิ่นหอม

ตัวนี้ทางแบรนด์มีผลทดสอบในอาสาสมัครมาด้วยนะคะ

โดยทำการทดสอบในอาสาสมัครจำนวน 10 คน พบว่าทาแล้วให้ผิวชุ่มชื้นต่อเนื่องถึง 72 ชั่วโมงเลยทีเดียว

มาดูส่วนผสมกัน

ถ้ามองในแง่ของความเป็นมอยส์เจอไรเซอร์ ตัวนี้ทำมาได้ครบ ทั้งสารเติมน้ำ (Hya หลากหลายฟอร์ม) สารไขมันเคลือบผิวกันน้ำระเหย (mineral oil + dimethicone) และ น้ำมันทดแทนผิว (shea butter)

ในแง่สารบำรุง นางเอกก็คงหนีไม่พ้น Retinol

ซึ่ง Retinol ที่แบรนด์ใช้ เป็นแบบ double-encapsulation tech จากอเมริกา ที่เสริมความคงตัว และค่อยๆ ปลดปล่อยเรตินอลออกมาอย่างช้าๆ ก็จะช่วยลดโอกาสเกิดการระคายเคืองได้ในระดับหนึ่ง โดยประโยชน์ของเรตินอลต่อผิวมีหลายด้าน ในภาพรวมคือ ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน และซัพพอร์ตการสังเคราะห์คอลลาเจนของผิว

สารบำรุงอื่นๆ ที่เสริมมา ขอเรียงเป็นกลุ่มๆ

มากันที่หมวดเติมน้ำ

  • Hyaluronic acid และอนุพันธ์รวม 8 ฟอร์ม ที่ช่วยกันเติมน้ำให้ผิวในหลายๆ ระดับ มีทั้งตัวเล็ก ตัวใหญ่ ตัวประจุบวกที่เกาะผิวเก่ง รวมๆ กัน
  • เสริมคุณสมบัติการเติมน้ำด้วย saccharide isomerate ที่เกาะกับโปรตีนบนผิวด้วยพันธะทางเคมี ทำให้นางติดผิวนาน เพิ่มความชุ่มชื้นได้นาน ร่วมกับ Chondrus Crispus Extract
  • Aphanothece Sacrum Polysaccharides รู้จักกันในนาม Sacran นางเก่งมากเรื่องอุ้มน้ำ ก่อฟิล์มกันน้ำระเหยออก เสริมกระบวนการฟื้นฟูผิวตามธรรมชาติ มีประโยชน์ในการ soothing ด้วยหน่อยๆ
  • เสริมน้ำตาลอื่นๆ อย่าง sorbitol, glucose ที่เป็นสารจับน้ำ (humectant) ได้เช่นกัน

ต่อมาเป็นหมวดวิตามินรวม มีทั้งส่วนผสมของ B3, C และ E

  • Niacinamide ให้ประโยชน์ในการดูแลผิวได้หลายประการ ทั้งดูแลการระคายเคือง เสริมการสร้าง barrier ผิว ดูแลปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ และเป็นส่วนหนึ่งของ NAD และ NADP ที่ใช้ในการทำงานต่างๆ ของผิว ทำให้ผิวทำงานได้เป็นปกติ
  • Vitamin C มี 2 ฟอร์ม คือ 3-O ethyl ascorbic acid ตัวนี้เด่น whitening เป็นพิเศษ ร่วมกับ Ascorbyl glucoside ซึ่งทั้ง 2 ตัวมีความคงตัวที่ดี เอาจริง การใช้ C กับ A ร่วมกันมันเสริมกันดีนะคะ เพียงแต่เราอาจจะใช้ยากหน่อย ต้องเลี่ยงฟอร์มกรด ซึ่งสองฟอร์มนี้เอามารวมกับ A ก็น่าสนใจดี
  • Tocopheryl acetate มาท้ายๆ เป็น antioxidant ที่ละลายไขมัน

อีกตัวที่อยากพูด คือ คอมบิเนชั่นของ siloxanetriol alginate (and) caffeine มาในชื่อเทรด Cafeisilane SC ที่ผลเทสต์จากผู้ผลิตวัตถุดิบจะเด่นไปในเชิงการดูแลปัญหาเซลลูไลท์ คือ วิตามินเอ ซัพพอร์ตการสร้างคอลลาเจน จะให้ผลดีในเชิงความกระชับ ส่วนตัวนี้ก็จะให้ผลดีในเชิงของผิวเรียบเนียน และดูแลปัญหาเซลลูไลท์ เอามาแมทช์กันคือน่าสนใจเช่นกัน

มาถึง isopropyl palmitate บางคนอาจจะกังวลเรื่องการอุดตันได้ แต่ดูจากลำดับส่วนผสมคือมาไม่ได้เยอะ จึงไม่น่ากังวล และส่วนตัวก็ลองใช้มาสักพักยังไม่พบปัญหาใด ด้วยความที่ formulation มันมีเรตินอล มันดูแลปัญหาและปรับสมดุลการสร้าง-ผลัดทิ้งของเซลล์ผิวอยู่ จึงไม่ค่อยน่ากังวล และบริเวณที่ต่อมไขมันเยอะบนร่าง คือ หน้าอก และแผ่นหลัง บริเวณอื่นยิ่งสบายเลย อุดตันเกิดสิวยากมาก

ให้คะแนน

  1. สารบำรุง เอาเรตินอลที่ผ่านการ Double encap มาจับคู่กับวิตามินรวม (B3 + C + E) ไฮยา 8 ฟอร์ม และสารเติมน้ำเจ๋งๆ อย่าง sacran พ่วง saccharide isomerate มาอีกนิด และแถมด้วยตัวที่ดูแลปัญหาเซลลูไลท์ในตัว นี่คิดว่าทำมาได้เลิศมาก เอาไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว แม้จะมี Isopropyl palmitate แต่การใช้ในเบสเรตินอล แล้วใช้กับผิวกาย คิดว่าไม่น่ากังวล ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ บอดี้โลชั่นเนื้อเบามาก ทาแล้วอาจหามอยส์มาทับได้อีกชั้นหนึ่ง ชอบคอมบิเนชั่นของ Retinol + ตัวดูแลเซลลูไลท์ นี่ว่าแจ่มอยู่ แต่ตอนนี้แบรนด์จะเคลมเฉพาะชุ่มชื้น ซึ่งส่วนตัวเราว่าน่าจับตามองเรื่องนี้ (คหสต.) ส่วนผลการใช้งานในระยะยาวคงต้องมาอัพเดทกันอีกที อย่าลืมทาแค่กลางคืน และถ้าทาบริเวณนอกร่มผ้า ให้ทากันแดดในตอนกลางวันด้วย คนท้องหรือวางแผนจะมีน้องพักก่อนอย่าพึ่งใช้ รับไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางบริษัท bsc cosmetology ด้วยนะคะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจมาให้ได้เปิดหูเปิดตา และขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/bsc.cosmetology

ใครที่สนใจช้อปปิ้ง นอกจากที่เซเว่นแล้ว สามารถสอยผ่าน Shopee ได้ด้วยเช่นกันค่ะ

https://s.shopee.co.th/6pvAsdOaEj

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ bsc cosmetology การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม โลชันทาตัวสารพัดประโยชน์ PribProud Proud Perfect โลชั่นสุดลักชู ที่พัฒนาจากงานวิจัยไทยผสานนวัตกรรมสารบำรุงชั้นนำจากนานาชาติ

สืบเนื่องจาก Blog ก่อนหน้า ทางเพจได้นำเสนอเรื่อง หญ้ารีแพร์ และ 3R Repairtec (Renewal + Repairing + Regeneration) ของผลิตภัณฑ์ไนท์ครีม Proud Night จากแบรนด์ ไป ท่านใดที่พลาดไปสามารถตามที่ลิงค์นี้ได้เลยค่ะ (>>Click<<)

วันนี้เรามาดู Body lotion ของทางแบรนด์กันต่อเลย เพราะว่าน่าสนใจไม่แพ้กัน

นี่คือหน้าตาค่ะ

ส่วนนี้จะเป็นภาพกล่อง

เนื้อโลชั่นทำออกมาบางเบา มีกลิ่นหอมอ่อนๆ

เกลี่ยได้ง่าย ให้สัมผัสลื่น นุ่มนวล เย็นสบายผิว มีความโกลว์อยู่หน่อยๆ ฟีลลิ่งหลังแห้งค่อนข้างดี ระหว่างวันไม่เยิ้ม ไม่ลื่นไม่เมือกเมื่อเหงื่อออก

ตัวนี้เป็น Body lotion ที่ออกแบบมาให้ทาได้ทุกจุดของร่างกายเลยนะคะ ซึ่งจะเด่นเรื่องของการปรับสมดุลสีผิวให้สม่ำเสมอ ให้ texture ผิวดูเรียบเนียน และชุ่มชื้น

ส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

ในภาพรวม นี่คือ body lotion ที่ทำมาได้น่าสนใจและเพียบพร้อมมาก ไม่ว่าจะเป็นด้านชุ่มชื้น ผิวแข็งแรง หรือ whitening และยังมีส่วนผสมของสารที่ลดการเกิดเหงื่อ และ กลิ่นกาย เสริมเข้ามาด้วย 

ผสานเข้ากับงานวิจัยไทย อนุสิทธิบัตรมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และผลวิจัยตีพิมพ์ในวารสารชั้นนำโดยนักวิจัยไทย 

โดยขอเริ่มต้นที่ตัวเด่นอย่างสารสกัดจากหญ้ารีแพร์ที่ปลูกแบบออร์แกนิค (Centotheca lappacea extract) ภายใต้อนุสิทธิบัตร เลขที่ 15960 งานวิจัยของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ที่น่าสนใจ คือ ในหญ้ารีแพร์ประกอบด้วยสารในกลุ่ม catechin อย่าง catechin และ catechin gallate ร่วมกับ rosmarinic acid ที่เป็น antioxidant ที่ดี มีผลทดสอบฤทธิ์ antioxidant และ ฤทธิ์ในการยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase ที่ใช้สร้างเม็ดสี (Ref: อนุสิทธิบัตรไทย เลขที่ 15960) มีงานวิจัยกล่าวถึงประสิทธิภาพในการยับยั้งเอนไซม์ MMP-1, MMP-2 ที่ไปย่อยสลายคอลลาเจนและเส้นใยในชั้นผิว รวมถึงคุณสมบัติในการลดการอักเสบระคายเคือง และมีองค์ประกอบของ silica ที่ช่วยซัพพอร์ตการทำงานของผิว มีฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจนให้ผิวนุ่ม ซัพพอร์ตการเจริญของผิว (+107% vs control) มีความปลอดภัย (ทดสอบกับเซลล์ไฟโบรบลาสต์มนุษย์) (Ref: สุภาพร ปติพร. (2557). บันทึกของแผ่นดิน 7 สมุนไพรดูแลแม่หญิง. กรุงเทพฯ: ปรมัตถ์การพิมพ์.) 

คุณสมบัติดังกล่าวของสารสกัดจากหญ้ารีแพร์รวมกันได้เป็นเทคโนโลยี 3R Repairtec ได้แก่ Renewal, Repairing, Regeneration

เสริมมาด้วยสารสกัดจากเหงือกปลาหมอดอกขาว หรือ sea holly ที่ปลูกแบบออร์แกนิค (Acanthus ebracteatus leaf extract) มีงานวิจัยของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พบว่าประกอบด้วยสารในกลุ่มฟีนอลิกในปริมาณสูง เป็น antioxidant ที่ดี มีคุณสมบัติเป็นไวท์เทนนิ่งผ่านการยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase ลดการอักเสบระคายเคือง ผ่านการลดการสร้าง cytokines ที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ ยับยั้งเอนไซม์ MMP ที่ไปย่อยเส้นใยในชั้นผิว เสริมการสร้างคอลลาเจน และที่น่าสนใจมาก คือ การทดสอบใน fibroblast ที่เกิดกระบวนการ Senescent พบว่าสามารถลดการสร้าง senescence-associated β-galactosidase (SA-β-gal) ที่เป็นตัวเหนี่ยวนำให้เกิด zombie cell เป็นเซลล์แก่ๆ ที่ทำงานไม่ได้ และยังไปเหนี่ยวนำให้เซลล์ค้างเคียงเป็นซอมบี้ไปด้วย (Kanlayavattanakul et al., Chem Biol Technol Agric. 2023;10:32) 

ในด้านของความชุ่มชื้นใช้ urea 5% ซึ่งเป็น gold standard ในการเป็นมอยส์เจอไรเซอร์ที่ดี ร่วมกับสารสกัดจากกระเจี๊ยบแดง (Hibiscus sabdariffa extract) ภายใต้เทรด Hydrosella เป็น moisturizer กลไกใหม่ ทำหน้าที่เป็น osmolyte ปกป้องเซลล์ผิวในชั้นหนังกำพร้าจากความแห้ง และสิ่งแวดล้อม ให้ผิวชุ่มชื้น ทำงานได้ดีตามปกติ และยังมีผลเทสต์พบว่าเสริมความสามารถในการเก็บน้ำผ่านการสร้าง occluding ที่เป็น tight junction กันน้ำระเหยออก และเสริมการสังเคราะห์ไขมันที่เป็น barrier ผิว ผลทดสอบในอาสาสมัครพบว่าผิวแข็งแรงขึ้นและชุ่มชื้นขึ้น (Ref: TDS Hydrasella)

ในส่วนของการดูแลปัญหากลิ่นกาย ในโลชั่นมี Aluminium chlorohydrate ลดการขับเหงื่อจากต่อมเหงื่อ และ Saccharomyces/Persimmon Fruit Juice Ferment Extract เป็นลูกพลับหมักภายใต้เทรด Pancil® BA-210-1 ซึ่งข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่า สามารถจับกับสารที่ทำให้เกิดกลิ่นในกลุ่มของพวก Nitrogen compound กรดไขมันสายสั้นๆ และ aldehyde มาพร้อมคุณสมบัติในการยับยั้งจุลินทรีย์ (Ref: TDS Pancil®) 

Soothing ด้วย Aloe, ชะเอม, Allantoin และ Dipotassium glycyrrhizate

ผลัดผิวแบบเบาๆ ด้วย Keratoline (คอมบิเนชั่นของ Bacillus ferment) เป็นสารในกลุ่มเอนไซม์ที่ผลัดผิวแบบอ่อนโยน

Whitening ได้ด้วย วิตามินบี 3 (Niacinamide) 5% ซึ่งมีประโยชน์ที่ดีต่อผิวเสริมอีกหลายๆ ประการ และสารสกัดจากมะหาด

เสริม Ceramide 3 เข้ามาดูแลเรื่อง Barrier ผิว 

ไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

ในภาพรวมจึงถือว่าเป็น Body lotion ที่ทำมาได้ค่อนข้างน่าสนใจ เหมาะกับการทาที่บริเวณรักแร้ ขาหนีบ และบริเวณอื่นๆ ทั่วร่างกาย

ให้คะแนน

  1. สารบำรุง เป็น Body lotion ที่ออกแบบมาด้วยส่วนผสมที่มีกลไกการทำงานหลากหลาย และเหมาะกับการใช้งานกับผิวกายเป็นหลัก ให้ประโยชน์ทั้งด้านชุ่มชื้น whitening ผิวแข็งแรง ผิวเรียบเนียน และดูแลปัญหาเหงื่อ และกลิ่นกายในตัวเดียวกัน ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว แม้ว่า Isopropyl palmitate จะมีโอกาสอุดตันได้ในบางราย แต่ดูจากลำดับแล้วไม่ค่อยน่าจะกังวลเท่าไหร่ และส่วนตัวใช้มาเดือนเศษๆ ยังไม่พบปัญหาใด ให้ไป 4 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ส่วนตัวชอบการออกแบบผลิตภัณฑ์นี้ ไม่ว่าจะเป็นการนำเอาสมุนไพรไทยอย่าง หญ้ารีแพร์ และเหงือกปลาหมอดอกขาว ที่วิจัยโดยนักวิจัยไทย มาเบลนด์เข้ากับสารบำรุงมาตรฐาน เช่น urea ที่เป็น gold standard ในการเป็นมอยส์ และ ceramide ที่ได้รับการยอมรับเรื่องการฟื้นฟู barrier ผิว พร้อมสารสกัดชั้นนำจากนานาชาติได้อย่างลงตัว หลังจากได้ลองใช้มาเดือนเศษๆ ก็คือ จะสัมผัสได้ที่วงแขนว่าผิวเรียบเนียนขึ้น สีผิวสม่ำเสมอขึ้น แห้งน้อยลง และรู้สึกว่าขนขึ้นช้าลง อันนี้พยายามหากลไกมาซัพพอร์ตแต่ยังไม่เจอ เลยขอมาร์คไว้ก่อนว่าจะคิดไปเองรึเปล่า แต่ใดๆ ก็ขอให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ PribProud ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆ มาให้ได้รู้จัก และขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบ 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามทางแบรนด์ได้โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/PribProudThailand

https://www.instagram.com/pribproudofficial/?hl=en

ทางไปช้อปปิ้ง

Lazada https://s.lazada.co.th/s.ZYTyGc

Shopee https://s.shopee.co.th/2qOb7hpVGy

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ PribProud การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม PribProud Proud Night ไนท์ครีมที่พัฒนาจากอนุสิทธิบัตร หญ้ารีแพร์ ผสานงานวิจัยตีพิมพ์เหงือกปลาหมอดอกขาว ผลงานเด็ดจากนักวิจัยไทย เบลนด์ผสมกับนวัตกรรมสารบำรุงชั้นนำจากนานาชาติ

มิตรรักแฟนเพจเคยได้ยินคำว่า “หญ้ารีแพร์” กันไหมคะ คำนี้ดังมากเลยนะเมื่อหลายปีก่อน ตอนนี้เขากลับมาใหม่แบบแกรนด์เลย พร้อมงานวิจัยและอนุสิทธิบัตรรองรับ เดี๋ยวเรามาดูรายละเอียดเรื่องหญ้ารีแพร์ และประสิทธิภาพของนางกัน 

แต่ก่อนอื่นขอเล่าถึงผลิตภัณฑ์พระเอกของเราวันนี้ก่อน เป็นไนท์ครีม ที่ทาได้ทั้งรอบดวงตา-ใบหน้า-ลำคอ และลากลงไปถึงเนินอกไปเลย

มาจากแบรนด์ PribProud ในชื่อ Proud Night ด้วยเทคโนโลยี 3R Repairtec (Renewal + Repairing + Regeneration) ด้วยสารสกัดจากหญ้ารีแพร์ที่ปลูกแบบออร์แกนิค

นี่เป็นหน้าตาของครีม Proud Night 

ส่วนนี้เป็นกล่องสินค้า

เนื้อสัมผัสเป็นครีมเจล ฟีลลิ่งแบบ rich หน่อย มีเนื้อมีน้ำมีนวล ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม เลยจะได้กลิ่นจางๆ ของวัตถุดิบอยู่

เกลี่ยได้ง่าย ให้ความรู้สึกเย็นสบายผิว ชุ่มชื้น แต่ไม่เหนอะหนะ เมื่อทิ้งไว้ซักพักจะซึม-ระเหยไปจนหมด ไม่ทิ้งความมันส่วนเกิน

ส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

ในภาพรวมเป็นมอยส์เจอไรเซอร์ที่ออกแบบมาเป็นอย่างดี มีส่วนผสมของน้ำมันบำรุงผิวจากธรรมชาติอย่างถั่วเหลือง และทานตะวัน กับ shea butter มีน้ำมันเคลือบผิวกันน้ำระเหย และสารเติมน้ำที่เป็น hyaluronic acid และอนุพันธ์อีกมากมายหลายชนิด 

ส่วนของสารบำรุง เรียกได้ว่าเป็นการผสมผสานงานวิจัยไทย เข้ากับสารบำรุงชั้นนำจากต่างประเทศได้อย่างลงตัว

โดยขอเริ่มต้นที่ตัวเด่นอย่างสารสกัดจากหญ้ารีแพร์ที่ปลูกแบบออร์แกนิค (Centotheca lappacea extract) ภายใต้อนุสิทธิบัตร เลขที่ 15960 งานวิจัยของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ที่น่าสนใจ คือ ในหญ้ารีแพร์ประกอบด้วยสารในกลุ่ม catechin อย่าง catechin และ catechin gallate ร่วมกับ rosmarinic acid ที่เป็น antioxidant ที่ดี มีผลทดสอบฤทธิ์ antioxidant และ ฤทธิ์ในการยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase ที่ใช้สร้างเม็ดสี (Ref: อนุสิทธิบัตรไทย เลขที่ 15960) มีงานวิจัยกล่าวถึงประสิทธิภาพในการยับยั้งเอนไซม์ MMP-1, MMP-2 ที่ไปย่อยสลายคอลลาเจนและเส้นใยในชั้นผิว รวมถึงคุณสมบัติในการลดการอักเสบระคายเคือง และมีองค์ประกอบของ silica ที่ช่วยซัพพอร์ตการทำงานของผิว มีฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจนให้ผิวนุ่ม ซัพพอร์ตการเจริญของผิว (+107% vs control) มีความปลอดภัย (ทดสอบกับเซลล์ไฟโบรบลาสต์มนุษย์) (Ref: สุภาพร ปติพร. (2557). บันทึกของแผ่นดิน 7 สมุนไพรดูแลแม่หญิง. กรุงเทพฯ: ปรมัตถ์การพิมพ์.) 

คุณสมบัติดังกล่าวของสารสกัดจากหญ้ารีแพร์รวมกันได้เป็นเทคโนโลยี 3R Repairtec ได้แก่ Renewal, Repairing, Regeneration

เสริมมาด้วยสารสกัดจากเหงือกปลาหมอดอกขาวที่ปลูกแบบออร์แกนิค (Acanthus ebracteatus leaf extract) มีงานวิจัยของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พบว่าประกอบด้วยสารในกลุ่มฟีนอลิกในปริมาณสูง เป็น antioxidant ที่ดี มีคุณสมบัติเป็นไวท์เทนนิ่งผ่านการยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase ลดการอักเสบระคายเคือง ผ่านการลดการสร้าง cytokines ที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ ยับยั้งเอนไซม์ MMP ที่ไปย่อยเส้นใยในชั้นผิว เสริมการสร้างคอลลาเจน และที่น่าสนใจมาก คือ การทดสอบใน fibroblast ที่เกิดกระบวนการ Senescent พบว่าสามารถลดการสร้าง senescence-associated β-galactosidase (SA-β-gal) ที่เป็นตัวเหนี่ยวนำให้เกิด zombie cell เป็นเซลล์แก่ๆ ที่ทำงานไม่ได้ และยังไปเหนี่ยวนำให้เซลล์ค้างเคียงเป็นซอมบี้ไปด้วย (Kanlayavattanakul et al., Chem Biol Technol Agric. 2023;10:32) 

จูงมือมากับ RejuveNAD วัตถุดิบนำเข้าจากสวิตเซอร์แลนด์ เป็นนวัตกรรมการสกัดต้นอ่อนทานตะวัน (Helianthus annuus sprout extract) ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบเคลมว่า เสริมกระบวนการสร้าง NAD+ ปรับปรุงกระบวนการซ่อมแซม DNA มีประโยชน์ในเชิง antiaging หลายๆ กลไก เช่น ต้านการชราที่เกิดจากการเหนี่ยวนำผ่านทาง Epigenetic ยับยั้งการสร้างเซลล์ Senescent ปรับปรุงกระบวนการ metabolism ของเซลล์เพิ่มพลังงานให้ไมโตคอนเดรีย ปรับผิวให้ดูอ่อนเยาว์มากขึ้น โดยทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์ขึ้นถึง 8.2 ปี (Ref: TDS RejuveNAD)

สารสกัดจากกระเจี๊ยบแดง (Hibiscus sabdariffa extract) ภายใต้เทรด Hydrosella เป็น moisturizer กลไกใหม่ ทำหน้าที่เป็น osmolyte ปกป้องเซลล์ผิวในชั้นหนังกำพร้าจากความแห้ง และสิ่งแวดล้อม ให้ผิวชุ่มชื้น ทำงานได้ดีตามปกติ และยังมีผลเทสต์พบว่าเสริมความสามารถในการเก็บน้ำผ่านการสร้าง occludin ที่เป็น tight junction กันน้ำระเหยออก และเสริมการสังเคราะห์ไขมันที่เป็น barrier ผิว ผลทดสอบในอาสาสมัครพบว่าผิวแข็งแรงขึ้นและชุ่มชื้นขึ้น (Ref: TDS Hydrasella)

สารสกัดจาก Lavandula hybrida extract ภายใต้เทรด Immunight เหมาะมากในการใช้ก่อนนอนเป็นไนท์ครีม เพราะ Immunight เสริมการสร้าง melatonin ตามธรรมชาติของผิว ปรับสมดุลการทำงานของผิว ลดการอักเสบระคายเคืองผ่าน cytokines ผลทดสอบในอาสาสมัครพบว่า รอยแดงลดลง รอยคล้ำใต้ตาลดลง ลดลักษณปรากฏที่อ่อนล้า ผิวชุ่มชื้นและแข็งแรงขึ้น และยังช่วยเพิ่มคุณภาพการนอน (Ref: TDS Immunight)

สารสกัดจากสาหร่ายสีแดง (Lithothamnium calcareum extract) ภายใต้เทรด Hydrafence ที่เอาสารพฤกษเคมีจากสาหร่ายมาเก็บในโครงสร้างคล้ายฟองน้ำของ amylopectin จากข้าว ค่อยๆ ปลดปล่อยสารบำรุงออกมา เด่นเรื่องของการซัพพอร์ตความแข็งแรงของผิวหลายๆ กลไก รวมทั้งเสริมการสร้าง ceramide และ tight junction ที่ช่วยให้ผิวเก็บน้ำได้

เสริม Niacinamide เข้ามาที่ 5% ซึ่งให้ประโยชน์ในการดูแลผิวหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นไวท์เทนนิ่ง ให้ประโยชน์ในการดูแลผิวมัน ปัญหาสิว ดูแลการระคายเคือง และเสริมการสังเคราะห์ไขมันที่เป็น Barrier ผิวให้ผิวแข็งแรง 

ผลัดผิวแบบเบาๆ ด้วย Keratoline (คอมบิเนชั่นของ Bacillus ferment) เป็นสารในกลุ่มเอนไซม์ที่ผลัดผิวแบบอ่อนโยน

เสริมสารบำรุงอีกหลายชนิด เช่น ว่านหางจระเข้ กับ cica เด่นเรื่อง soothing กวาวเครือ และ wild yam ที่เด่นเรื่องผิวนุ่มฟู 

ตัวผลิตภัณฑ์ออกแบบมาให้ใช้ได้ทั้งรอบดวงตา-ใบหน้า-ลำคอ ในส่วนของสารบำรุงจึงมีตัวที่ดูแลรอบดวงตาด้วย นอกจาก immunight ที่ให้ประโยชน์เรื่องรอยคล้ำใต้ตา ยังเสริมสารสกัดจาก Zingiber zerumbet ที่เป็นพืชในสกุลเดียวกับขิง ภายใต้เทรด Ameyezing ประกอบด้วยพฤกษเคมีหลายชนิด ที่น่าสนใจคือ Zerumbone ซึ่งเป็นสารในกลุ่ม sesquiterpenoid มีคุณสมบัติในการลดการสร้างเม็ดสี เป็น antioxidant ลดการอักเสบระคายเคืองผ่านหลายกลไก ลดการสร้างเอนไซม์ MMP ที่ไปย่อยเส้นใยในชั้นผิว เสริมการสังเคราะห์ elastin ผลการทดสอบในอาสาสมัครพบว่า รอยคล้ำใต้ตาลดลง โครงสร้างรอบดวงตาดูสมดุล (eye contour) ดีขึ้น การบวมใต้ตาดูเล็กลง (Ref: TDS Ameyezing) ทำงานคู่กับ Glucosyl hesperidin ที่เด่นเรื่องของการเสริมการไหลเวียนเลือด ดูแลการระคายเคือง และ เป็น antioxidant ดูแลปัญหารอบดวงตาได้อย่างลงตัว

ส่วนผสมอื่นๆ เลือกมาได้อย่างลงตัว ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว 

ให้คะแนน

  1. สารบำรุง ลำพังแค่สารสกัดจากหญ้ารีแพร์ และ เหงือกปลาหมอดอกขาว ก็ดูแลผิวได้หลายอย่าง ทั้ง soothing, anti-aging, whitening เสริมมาด้วยสารบำรุงอีกมากมาย ให้ประโยชน์กว้างมาก และมีการคำนึงถึงบริเวณรอบดวงตา เด่นเรื่องรอยคล้ำ และ eye contour ทำให้ครีมนี้เหมาะมากสมกับชื่อที่บอกว่าเป็น face-eye-neck skincare product ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยไม่มีที่ที่ให้หักคะแนน รับไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ Proud Night เป็นครีมที่หยิบยกงานวิจัยของนักวิจัยไทยลงมาจากหิ้ง มาเบลนด์คู่กับสารสกัดนวัตกรรมจากนานาประเทศเพื่อให้ประโยชน์ในการดูแลผิวได้อย่างลงตัว ไร้ที่ติ ถ้าจะให้ติจะติเรื่องเราผิวแห้งนิดนึง คิดว่าเนื้อครีมเบาไป แต่ใช้กลางวันกำลังเหมาะเลย เป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนทากันแดด ส่วนกลางคืนทาก่อนทาครีมปิดผิวอีกชั้น แต่ประทับใจเรื่องวิจัย ขอให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ PribProud ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆ มาให้ได้รู้จัก และขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบ 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามทางแบรนด์ได้โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/PribProudThailand

https://www.instagram.com/pribproudofficial/?hl=en

ทางไปช้อปปิ้ง

Lazada https://s.lazada.co.th/s.ZbFr8w?cc

Shopee https://s.shopee.co.th/8zzHUfwSvA

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ PribProud การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมครีมมอยส์เจอไรเซอร์วิตามินซี Super Glow จาก Biobalance

Blog นี้ขอหยิบเอาครีมนอกกระแสมารีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมซักหน่อย

เป็นครีมที่น่าสนใจมากเลยนะคะ

น้องเป็นครีมวิตามินซีของบ้าน Biobalance แบรนด์สกินแคร์สายธรรมชาติจากตุรกี มีชื่อเต็มๆ ว่า Super glow gel cream moisturizer สูตรนี้เคลม 89% Natural origin ingredients

มาในหน้าตาแบบนี้นะคะ

biobalance super glow cream

ส่วนนี้เป็นภาพกล่องค่ะ

biobalance super glow cream

เนื้อครีมมาในครีมแบบข้น ดูคล้าย butter

แต่เกลี่ยง่ายให้ฟีลลื่น สบายผิว ไม่เหนอะหนะ ให้ความชุ่มชื้นยาวนาน ใช้เป็นมอยส์ในขั้นตอนสุดท้ายตอนก่อนนอน หรือทาก่อนทากันแดดที่มาในเนื้อเหลวๆ ได้อยู่ ฟินิชจะออกโกลว์ สำหรับคนอยากได้ลุคแนวนี้แต่ไม่เยิ้มไม่หนักผิว

ส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

จากภาพรวมส่วนผสมทำมาในเบสแบบครีม มีน้ำมันที่ดัดแปลงจากธรรมชาติ ร่วมกับสารกลุ่มน้ำ ไม่มีซิลิโคน เป็นสูตรที่ทำมาได้เรียบๆ ไม่หวือหวามาก แต่ก็เน้นวิตามินซี และ ferulic acid ได้อย่างลงตัว

ในส่วนของสารบำรุง ก็คือจะประกอบด้วยไฮไลท์ 3 อย่าง

  • 3-O-Ethyl ascorbic acid เคลมว่าใส่มาที่ 5% ซึ่งฟอร์มนี้ค่อนข้างเด่นเรื่อง whitening ผ่านการยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase ที่ใช้ในการสร้างเม็ดสี และกระบวนการ melanin monomer polymerization มีงานวิจัยกล่าวว่าอนุพันธ์นี้ยับยั้งการทำงานของ MSH ที่เป็นฮอร์โมนตัวแม่ที่จะไปกระตุ้น Tyrosinase อีกทอดหนึ่ง และ ยังไปทำให้เกิดการทำลายตัวเอง (Autophagy) ของถุงเก็บเม็ดสี หรือ Melanosome (Chen et al., Free Radic Biol Med. 2021;173:151-169)
  • Ferulic acid ใส่มาที่ 1% เป็น antioxidant ที่มีประสิทธิภาพดี มีรายงานเกี่ยวกับคุณสมบัติในการลดการอักเสบและช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVB (Food Chem Toxicol. 2015;82:72-8.) ข้อมูลจาก Systematic review (ซึ่งเป็นการรวบรวมงานวิจัยที่มีมาก่อนหน้ามาวิเคราะห์) ล่าสุดเมื่อเดือน พ.ค. 2025 กล่าวว่า Ferulic acid มีศักยภาพที่ดีในการนำมาใช้ในทางเครื่องสำอาง มีฤทธิ์ลดการอักเสบระคายเคือง เพื่อดูแลปัญหารอยแดง สีผิวไม่สม่ำเสมอ ยับยั้งเอนไซม์ MMP ที่ไปย่อยคอลลาเจน พร้อมๆ กับสนับสนุนการสร้างคอลลาเจนใหม่ จึงให้ประโยชน์ในการดูแลริ้วรอย (Roux et al. J Clin Aesthet Dermatol. 2025;18(5):38-42.)
  • Tocopherol หรือ วิตามินอี เป็น antioxidant ที่ละลายได้ในน้ำมัน

เอาจริงๆ แค่ได้เติม Ethyl ascorbic acid 5% + ferulic acid 1% ให้ผิวก็คุ้มแล้วล่ะ

ทางไปช้อปปิ้ง

https://s.shopee.co.th/2g4esjB0Lu

Disclaimer: received as gift, self-opinion

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่มแดง Red Smoothie serum 8 จากแบรนด์ Arencia

Blog นี้มารีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมของเซรั่มแดงจากบ้าน Arencia กัน

น้องมีชื่อเต็มๆ ว่า Red Smoothie serum 8

ที่มีเคลมเรื่อง Niacinamide 8% + Collagen & peptide ส่วนผสมเป็นอย่างไรเดี๋ยวเราไปดูกัน

ตัวน้องมาในหน้าตาแบบนี้นะคะ

เนื้อเซรั่มเป็นสีแดง ซึ่งจากส่วนผสมเขาไม่ได้ใส่สี นี่น่าจะเป็นสีของสารสกัดค่ะ

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ซึมไว แห้งไว ไม่เหนอะหนะ

ส่วนผสมเป็นดังนี้

ในภาพรวมจะเป็นเซรั่มเบสน้ำนม ที่มีส่วนของ Isononyl isononanoate ที่เป็นออยล์สังเคราะห์กลุ่ม fatty ester ซึ่งมีเนื้อบางเบา ให้ผิวนุ่ม

ส่วนผสมหลักจะเป็น Niacinamide หรือวิตามินบี 3 ตามเคลม 8%

ซึ่งวิตามินบี 3 มีประโยชน์ที่ดีหลายอย่าง

  • เรื่องของ whitening ผ่านการยับยั้งการส่งผ่านเมลานินที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ออกไปด้านนอก
  • ควบคุมความมัน ดูแลสิว ดูแลปัญหาการระคายเคือง
  • เสริมการสังเคราะห์ไขมันที่เป็น Barrier ผิว
  • เป็นสารตั้งต้นให้ NAD และ NADP ที่เป็นส่วนสำคัญในการทำงานหลายๆ อย่างของผิว จึงมีประโยชน์ในเชิง anti-aging

ในภาพรวมเซรั่มนี้ค่อนข้างเด่นเรื่อง whitening คือ เก็บกลไกการสร้าง-ส่งผ่านเม็ดสีได้ค่อนข้างครบ

  • Hexapeptide-2 ยับยั้งที่ก่อนจะเกิดการสร้างเมลานิน ผู้ผลิตสารเคลมว่าโครงสร้างบางส่วนคล้ายกับฮอร์โมน alpha-MSH เลยไปจับกับตัวรับของ alpha-MSH บนเซลล์สร้างเม็ดสีแทน ทำให้เซลล์สร้างเม็ดสีไม่โดนกระตุ้น นอกจากนี้ยังกล่าวถึงประสิทธิภาพในการดูแลริ้วรอยเพิ่มเติม
  • Arbutin ยับยั้งเอนไซม์สร้างเม็ดสี tyrosinase
  • Ferulic acid เป็น antioxidant ที่ดี

มีวิตามินและสารสกัดจากพืชอีกหลายๆ ชนิด สารพัดพืชผักสมุนไพรผลไม้สมชื่อ Smoothie ของนาง เอาจริงๆ พวกนี้ดูแลผิวได้อย่างครอบคลุม แม้ว่าพอดูจากลำดับแล้วก็อาจจะไม่ได้แบบว่าเป็นตัวหลัก แต่ก็น่าจะให้ประโยชน์ที่ดีอยู่ ส่วนตัวมองว่าได้ B3 + Hexapeptide-2 ก็คือคุ้มฉ่ำแล้ว

ในส่วนของคอลลาเจนที่เขาเคลม อันนี้เราไม่ทราบขนาดว่าใหญ่มากน้อยแค่ไหน เขาเคลมว่า “นาโนคอลลาเจน” เลยตีรวมเป็นเรื่องชุ่มชื้นไปก่อน

ให้คะแนน

  1. สารบำรุง เซรั่มมีส่วนผสมที่เด่นด้าน whitening โดยไปดูแลการสร้างเม็ดสีได้หลากหลายกลไกพร้อมกัน ซึ่ง Hexapeptide-2 มีกลไกการออกฤทธิ์ที่น่าสนใจอยู่ รวมกับสารสกัดจากพืช และวิตามินอีกหลายๆ ชนิด ให้ประโยชน์ในการดูแลผิวได้หลายอย่าง แม้ว่าจากลำดับดูเหมือนจะได้มาไม่เยอะ แต่ก็ขอให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ในเรื่องเนื้อสัมผัส ตัวเซรั่มทำมาบางเบา มีส่วนผสมของน้ำมันอยู่นิดหน่อยเลยไม่แห้งจนเกินไป แต่ก็ไม่ได้เหนอะหนะ เลเยอร์ลงรูทีนง่าย ใช้งานง่าย ด้วยความที่เราไม่ได้มีปัญหาจุดด่างดำในช่วงนี้เลยไม่แน่ใจเรื่องของประสิทธิภาพ whitening แต่รู้สึกว่า นางช่วย maintain สุขภาพผิวให้คงเดิมได้ดี ขอให้ไป 5 ฟลาสก์

ทางไปช้อปปิ้ง

https://s.shopee.co.th/9zqjgGt0qk

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ