Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเอสเซนส์สำหรับดูแลปัญหาผมร่วงจากแบรนด์ Vi organic พร้อมสาระเรื่องของ’ผม’

สวัสดีค่ะ วันนี้มี่จะมาเล่าเรื่องเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลปัญหาผมร่วงจากแบรนด์ Vi organic ให้ได้ชมกันนะคะ

แบรนด์ Vi organic เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมแบรนด์ไทยที่เน้นเรื่องลดการใช้สารเคมีที่มีฤทธิ์รุนแรง เลือกใช้ส่วนผสมที่เป็น Certified Organic และมีงานวิจัยรับรองระดับสากล เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วได้ผลจริง อ่อนโยน และปลอดภัย

ถึงแม้ Vi organic จะเป็นแบรนด์ไทยแบรนด์เล็กๆ แต่วางจำหน่ายมาแล้วกว่า 7 ปี ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากนานาชาติเลยนะคะ อย่างผลิตภัณฑ์นี้มีส่วนผสมของวัตถุดิบที่ได้รับรางวัลอยู่ด้วยค่ะ

ผลิตภัณฑ์ของทางแบรนด์ทุกสูตรได้ผ่านตรวจสอบการระคายเคืองทางผิวหนังแล้วค่ะ

วันนี้จะมาพูดถึงตัว Hair and Scalp essence สำหรับดูแลปัญหาผมร่วง และปัญหาหนังศีรษะในรูปแบบสเปรย์ค่ะ

คีย์หลักของน้องคือ PhytocellTechTM สารสกัดจากเนื้อเยื่อเพาะเลี้ยงของแอปเปิล และ AnagainTM ที่เป็นสารสกัดจากถั่วลันเตาออร์แกนิกจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์

รายละเอียดจะเป็นอย่างไร เดี๋ยวเรามาดูกันอีกทีค่ะ

แต่ก่อนจะไปดูเรื่องของการรีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม ส่วนตัวอยากขอเล่าเกี่ยวกับเส้นผม และ การเจริญของเส้นผมสักหน่อยนะคะ

โครงสร้างของเส้นผม เราจะแบ่งเป็น 2 ส่วนนะคะ คือ ส่วนของรากผม และ ส่วนของเส้นผม

  • ส่วนของเส้นผม หรือ Hair shaft ก็จะมีประโยชน์เกี่ยวกับด้านความสวยงาม ความแข็งแรงของเส้นผม
  • ส่วนของรากผม หรือ Hair root จะเป็นเหมือนคุณแม่ที่คอยสร้างเส้นผมออกมา ถ้าคุณแม่อ่อนแอ ก็จะสร้างเส้นผมไม่ไหว ทำให้ผมเส้นเล็กลงๆ ผมเราก็จะเริ่มดูบาง จนในที่สุดก็เป็นปัญหาผมหลุดร่วงง่าย ผมบางไป จนถ้าคุณแม่ตายไป ก็จะเป็นหัวล้าน

ลองวาดรูปให้ดูเล่นๆ ก็น่าจะประมาณนี้ค่ะ

ต้องขออภัยในสกิลการวาดรูปของดิฉันด้วยนะคะ

โดยบริเวณที่สำคัญเกี่ยวกับความแข็งแรง การยึดเกาะของเส้นผมและหนังศีรษะ และการเจริญของเส้นผม จะขึ้นกับบริเวณที่เรียกว่า Dermal papilla ค่ะ บริเวณนี้เป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดมาเลี้ยง นำพาเอาสารอาหารมาให้กับคุณแม่ หรือ Matrix cell นะคะ

วัตถุดิบในผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมต่างๆ ก็มักจะมาเล่นกับคุณแม่ และองค์ประกอบอื่นๆที่แถวนี้ค่ะ

สำหรับการเจริญของเส้นผม แบ่งได้เป็น 3 ระยะ ได้แก่

  1. Anagen เป็นระยะเจริญ คุณแม่จะทำงานสร้างเส้นผมออกมา
  2. Catagen เป็นระยะพัก คุณแม่จะพักผ่อน
  3. Telogen เป็นระยะที่เส้นผมเตรียมพร้อมจะหลุดร่วง คุณแม่จะสลัดผมทิ้ง ก่อนจะกลับไปเข้าสู่ Anagen เพื่อสร้างผมใหม่อีกครั้ง

มีหลายปัจจัยมากเลยที่มีผลต่อการเจริญของเส้นผม หลักๆ และสำคัญมาก คือ ฮอร์โมนเพศชายชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า Dihydrotestosterone หรือย่อว่า DHT ซึ่งร่างกายเราสร้างขึ้นมาจาก Testosterone โดยใช้เอนไซม์ 5α-reductase ค่ะ

เอนไซม์นี้จริงๆ เขาก็จำเป็นนะ แต่ถ้ามีมากเกินไปก็จะทำให้คุณแม่อ่อนแอลงๆ เส้นผมเล็กลงลีบลง จนหลุดร่วงง่าย แล้วก็เป็นผมบาง ศีรษะล้านในที่สุด

เอนไซม์นี้ยังมีผลกับต่อมไขมันด้วย โดยไปทำให้ต่อมไขมันสร้างน้ำมัน Sebum ออกมามากขึ้นค่ะ

มันจะมีวัตถุดิบใน Vi organic ตัวหนึ่งที่ออกฤทธิ์เสริมให้คุณแม่เปลี่ยนจาก Telogen กลับมาเป็น Anagen นั่นคือ ไปช่วยให้คุณแม่ตื่นและกลับมาทำงานได้เหมือนเดิม นั่นก็คือเจ้าสารสกัดจากถั่วลันเตา AnagainTM นั่นเองค่ะ

ผลิตภัณฑ์นี้จะมาในหน้าตาประมาณนี้นะคะ

ด้านในเป็นขวดรูปแบบสเปรย์ค่ะ

เนื้อเป็นเนื้อแบบเบสน้ำ ไม่มัน ไม่เหนียว ไม่เหนอะหนะ พอใช้กับผมจริงไม่ทำให้ผมลีบเป็นหย่อมๆ ส่วนตัวใช้ทั้งตอนเช้าหลังสระผม และก่อนนอนค่ะ

ค่า pH อยู่ที่ราวๆ 5 นะคะ ก็ถือว่าใกล้เคียงกับหนังศีรษะดีค่ะ

สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

ส่วนผสมวันนี้มี่ทำสีของสารบำรุงและสารที่มีประโยชน์ไว้หลายสีนะคะ แบ่งตามกลุ่มค่ะ

ขอเริ่มเปิดตัวด้วยสีชมพู ซึ่งเป็นคีย์ของผลิตภัณฑ์ มีด้วยกัน 2 ตัวนะคะ

ตัวแรกเป็นสารสกัดจากเนื้อเยื่อเพาะเลี้ยงของแอปเปิล หรือ Malus domestica callus culture extract ตัวนี้รู้จักกันในนาม PhytoCellTechTM Malus domestica จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ค่ะ

     โดยตัวนี้จะเป็นตัวที่ต่อยอดมาจากตัวเดิมอีกที เป็นตัวที่เขาทำมาสำหรับใช้ในผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผม คือ PhytoCellTechTM Malus domestica Hair ถ้าดูจากผลการทดสอบของทางผู้ผลิตวัตถุดิบ จะมีข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติในการเสริมการเจริญของ Hair follicle หรือ รากผม ซึ่งเป็นจุดต้นกำเนิดของเส้นผม ก็จะช่วยให้เส้นผมแข็งแรง มีการเสริมสร้างตัวเองที่ดีขึ้น ชะลอวัยให้แก่ Hair follicle ทำให้ความสามารถในการทำงานของเขาไม่ลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น กล่าวอีกมุมคือ ให้ประโยชน์ในเชิงการดูแลปัญหา Hair aging

     สารนี้เคยได้รับรางวัล innovation เมื่อปี 2008 แล้วก็มีตรารับรองความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และความเป็น Natural ผ่าน COSMOS/ECOCERT และ NATRUE ค่ะ

ส่วนผสมอีกตัวที่เป็นคีย์ของผลิตภัณฑ์ก็คือ สารสกัดจากถั่วลันเตาออร์แกนิก (Pisum sativum extract) มีชื่อทางการค้าว่า AnagainTM เป็นวัตถุดิบจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์เช่นกันค่ะ

     ซึ่งคุณสมบัติของ Anagain โดยย่อ คือ ตัวนี้จะไปปรับวงจรการเจริญของเส้นผม ให้อยู่ในช่วงเจริญ (Anagen phase) มากขึ้น ก็จะทำให้เส้นผมเจริญเติบโตต่อไปได้ และเขาเองก็ยังจะไปเสริมการเจริญเติบโตของเส้นผม ซึ่งทางผู้ผลิตวัตถุดิบเองก็มีผลการทดสอบทั้งในระดับหลอดทดลอง และในอาสาสมัครมารองรับ

สำหรับส่วนผสมชุดถัดมา คือ สูตรผสมของสีเขียว ที่ประกอบด้วย Aqua (and) Niacinamide (and) Faex Extract (and) Aesculus Hippocastanum Seed Extract (and) Ammonium Glycyrrhizate (and) Panthenol (and) Propylene Glycol (and) Zinc Gluconate (and) Caffeine (and) Biotin ตัวนี้เป็นวัตถุดิบที่รู้จักกันในวงการในนาม Sebaryl® FL LS 9088 จากบริษัท BASF ประเทศเยอรมัน

ประโยชน์ของสารบำรุงชุดนี้เองคือ นางเป็นสูตรผสมของสารอาหารและสารสกัดสำหรับบำรุงเส้นผมอย่างครบวงจร โดยอาศัย วิตามินที่สำคัญๆ แร่ธาตุ Zinc กลุ่มของ Peptide และ กรดอะมิโนจากสารสกัดของยีสต์ รวมถึงคุณสมบัติในการเสริมการไหลเวียนของเลือดจากสารสกัดของ Horse chestnut และ Caffeine มาเสริม จึงเรียกได้ว่าดูแลปัญหารากผมได้อย่างครบวงจร

โดยจุดแรกที่อยากกล่าว คือ สารบำรุงชุดนี้มีความสามารถในการยับยั้งเอนไซม์ 5α-reductase ที่เป็นเอนไซม์ที่เปลี่ยนฮอร์โมนเพศชาย Testosterone ให้กลายเป็น Dihydrotestosterone (DHT) โดยเจ้า DHT นี้ถ้ามีมากเกินไปจะทำให้เกิดปัญหาหลายอย่าง เช่น ต่อมไขมันทำงานมากเกินไป ถ้าเป็นที่หนังศีรษะ ก็คือ หนังศีรษะมันง่าย มันไว รวมถึงทำให้ความสามารถในการทำงานของ Hair follicle ลดลง จึงทำให้เกิดปัญหาผมร่วง ผมบาง หรือ ในที่สุดก็อาจจะทำให้เกิดศีรษะล้าน ตัวนี้ทางผู้ผลิตวัตถุดิบมีการทดสอบในระดับหลอดทดลองมารองรับ

(Image from BASF)

และมีการทดสอบประสิทธิภาพของสารผสมชุดดังกล่าวในอาสาสมัครเป็นเวลา 4 สัปดาห์เทียบกับตำรับเปล่า พบว่า ตำรับที่มีส่วนผสมของสารชุดนี้ มีประสิทธิภาพในการลดความมันบริเวณหนังศีรษะ

(Image from BASF)

สีฟ้า Allantoin เป็นตัวที่มีประโยชน์ในการดูแลปัญหาด้านการระคายเคือง ซึ่งก็มีหลายๆ รายงานที่กล่าวว่า การระคายเคือง อาจจะนำไปสู่ภาวะ Sensitive scalp syndrome มีผลทำให้ผมร่วง ผมบางได้ในระยะต่อไป นอกจาก Allantoin แล้ว ตัว Panthenol กับ Ammonium glycyrrhizate เองก็มีประโยชน์ในเชิงนี้เช่นกัน

ปิดท้ายด้วยสีน้ำตาล มีน้ำมันหอมระเหยจาก Peppermint และ น้ำมัน Fixed oil ของ Tigernut (Cyperus esculentus) ที่มีประโยชน์ในเชิงความชุ่มชื้น และทดแทนกรดไขมันให้แก่หนังศีรษะ

โดยในกลุ่มของส่วนผสมที่เหลือ ก็คือไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับหนังศีรษะอยู่เลย

มาให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ

  1. สารบำรุง ตามที่ได้กล่าวไปในด้านบนว่าประกอบด้วยส่วนผสมหลากหลายชนิดที่ดูแลเส้นผมได้อย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการปรับวงจรการเจริญของเส้นผม เสริมความแข็งแรงของรากผม และเสริมการสร้างเส้นผมใหม่ คือ ครบมาก รับไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับหนังศีรษะอยู่เลย จึงไม่มีที่ให้หักคะแนน รับไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน จริงๆ ส่วนตัวจะถนัดใช้ Hair tonic ในรูปแบบขวดหยด หรือ หลอดหยดมากกว่า แบบสเปรย์ช่วงแรกก็จะแอบเลอะเทอะนิดหน่อย แต่พอใช้ไปได้สักพัก ราวๆ 2 สัปดาห์ ก็เริ่มชิน สำหรับเรื่องของผลการใช้งานก็พบว่าผมร่วงบนพื้นน้อยลงตอนหวีผมในช่วงเช้า ผมร่วงระหว่างสระผม และระหว่างวันน้อยลง ส่วนตัว Happy นะคะ และกลิ่นของตัวสเปรย์เองก็ค่อนข้างไปในโทนสดชื่น เหมาะกับหน้าร้อนแบบช่วงนี้มากๆ ให้ไป 4 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ต้องขอบคุณทางแบรนด์ Vi ด้วยนะคะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆ มาให้ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อทางแบรนด์ได้โดยตรงเลยนะคะ

เฟสบุ๊ค Viorganic

IG: viorganic

Line: @viorganic

Website: www.viorganic.com

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Vi organic การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

[CBD beauty] เมื่อเรามีผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมที่มีส่วนผสมของกัญชง เราต้องมาวิเคราะห์ส่วนผสมกัน >>Case study: Broad spectrum CBD-infused hair care จาก Cloud 10

เชื่อว่าในยุคสมัยนี้เราคงได้ยินเรื่อง CBD กันมาค่อนข้างบ่อยแล้วนะคะ

โดยเจ้า CBD หรือ Cannabidiol เป็นพฤกษเคมีที่มีประโยชน์ ที่เราพบได้จากพืชใน Genus Cannabis เช่น กัญชง และกัญชา

เจ้า CBD นี้มีประโยชน์ค่อนข้างมาก แต่สำหรับวงการเครื่องสำอาง นางมีประโยชน์ไปในเชิงการลดการอักเสบระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายผิว พบได้ค่อนข้างมากในกัญชง (Hemp) โดยตัวนี้ไม่ทำให้เกิดอาการประสาทหลอน เหมือนสาร THC ที่พบในกัญชา (Marijuana) ค่ะ

สำหรับวันนี้มี่จะหยิบยกเอาผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผสมจากแบรนด์ Cloud 10 มาเป็นกรณีศึกษาในการวิเคราะห์ส่วนผสมนะคะ

ทางแบรนด์มีสินค้าออกมาจำนวน 5 ชนิดค่ะ

cloud 1

(Image from Cloud 10)

ได้แก่

  1. แชมพู
  2. ครีมนวดผม
  3. Leave-in scalp toner
  4. All-in-one hair lotion
  5. Glossing mist

 

ส่วนของราคานั้นก็ไม่ได้แรงมากนะคะสำหรับ Hair tonic แต่สำหรับแชมพูและครีมนวดอาจจะดูสูงไปหน่อย (คหสต.)

 

สำหรับวันนี้จะขอหยิบยกเอาแชมพู และ Scalp toner มาเป็นตัวอย่างในกรณีศึกษานะคะ

ว่าแล้วก็ขอเปิดการวิเคราะห์ส่วนผสมด้วยแชมพูเลยนะคะ

cloud shampoo

 

ส่วนผสมของแชมพูเป็นดังภาพค่ะ

สผส cloud 10 shampoo

ในภาพรวมนางเป็นแชมพูแบบเหลือบมุกที่มาด้วยสารทำความสะอาดที่ค่อนข้างอ่อนโยน ปราศจาก Sulfate และซิลิโคน เสริมสารบำรุงมาหลายชนิด แต่พระเอกของเราจะเป็นกลุ่มของ CBD ซึ่งเรียกได้ว่าจัดมาค่อนข้างเต็มสมเคลม Board spectrum hemp ของแบรนด์

  • เริ่มจาก ส่วนผสมระหว่าง aqua, hydrolyzed hemp seed extract, hydrolyzed rice protein, citric acid, sodium benzoate, potassium sorbate ตัวนี้คือวัตถุดิบ Vegeker plus Hemp and Rice phytokeratin ของบริษัท Phenbiox ซึ่งเป็นโปรตีนสกัดจากเมล็ดกัญชง และข้าว ซึ่งเคลมว่าช่วยเพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่นให้กับเส้นผม แถมเป็นวัตถุดิบที่มาจากพืช เพราะ Keratin ปกติมาจากสัตว์
  • ต่อมาเป็นส่วนผสมระหว่าง glycerin, Cannabis sativa seed extract, citric acid. ตัวนี้มาจากบริษัทเดียวกัน ภายใต้ชื่อว่า Cannabiot เล่นไปในด้านของจุลินทรีย์เจ้าบ้านที่มีประโยชน์ หรือ Normal flora ที่ช่วงนี้หลายๆคนอาจจะได้ยินหลายๆแบรนด์พูดถึง Microbiome เนอะ ตัวนี้ทางแบรนด์เคลมเรื่องของการช่วยส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพของ Normal flora บนผิว ลดการอักเสบระคายเคือง และให้ความรู้สึกสบายผิว (Soothing effect)
  • Cannabidiol ตัวนี้ก็คือ CBD ที่เรารู้จักกันนั่นเองค่ะ เป็นสารพฤกษเคมีที่พบในพืชสกุล Cannabis ซึ่งมีฤทธิ์ทางชีวภาพค่อนข้างกว้าง สำหรับทางเครื่องสำอาง จะมีประโยชน์ไปในเชิงการลดการอักเสบระคายเคืองของผิวค่ะ ตัวนี้ไม่เกิดประสาทหลอนและไม่ทำให้เสพย์ติดนะคะ
  • และเนื่องจากทางแบรนด์เคลมว่าสารสกัดจากกัญชงนี้ ไม่มีสาร THC ซึ่งทำให้ประสาทหลอน ดังนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องหลอน หรือ เสพย์ติดค่ะ

 

แต่ด้วยความที่แชมพูนั้นสัมผัสผมแป๊บเดียว เราคงจะหวังผลอะไรในการบำรุงไม่ได้ มี่เลยขอหยิบสินค้าอีก 1 ชิ้นจากแบรนด์ ที่เค้าเรียกว่า Scalp toner จริงๆก็คือ Hair tonic แหละ แค่เรียกให้สวยๆว่าเป็น Toner สำหรับปรับสภาพหนังศีรษะค่ะ

หน้าตานางเป็นแบบนี้ค่ะ

cloud scalp toner

มาดูส่วนผสมกันดีกว่า

สผส cloud 10 tonic

ในภาพรวมนางมาในรูปแบบน้ำใส ที่อาจจะหนืดหน่อยๆ เพราะมีส่วนผสมของพวก Gum เป็นสารเพิ่มความหนืด ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์

ในด้านของสารบำรุงหลักก็เป็นสูตรผสมสูตรเดียวกับแชมพู คือ Vegeker plus Hemp and Rice phytokeratin ร่วมกับ Cannabiot และ CBD แต่นางจะเสริมสารบำรุงเข้ามาอีกหลายตัว ไม่ว่าจะเป็นตัวที่ Classic สำหรับสูตร Hair tonic อย่าง สารสกัดจากแปะก๊วย โสม และพริก ยังมีวัตถุดิบนวัตกรรมอย่าง Capixyl ที่เป็นสูตรผสมระหว่าง Butylene Glycol (and) Aqua (and) Dextran (and) Acetyl Tetrapeptide-3 (and) Trifolium Pratense (Clover) Flower Extract ตัวนี้ผู้ผลิตวัตถุดิบเคลมว่า สารบำรุงที่เป็น Peptide และสารสกัดจาก Red clover ทำงานเสริมกันอย่างลงตัวมีประโยชน์ให้รากผมแข็งแรง และป้องกันผมหลุดร่วงจากฮอร์โมนเพศชาย

 

โดยรวมจึงถือว่าเป็น Hair tonic ที่น่าสนใจตัวหนึ่งเลยหล่ะค่ะ เพราะไม่ใช่แค่ลดการอักเสบระคายเคืองที่หนังศีรษะ ยังดูแลเรื่องของ Normal flora และ ช่วยให้รากผมแข็งแรง ไม่หลุดร่วงง่ายๆ ไปพร้อมๆกัน

 

สำหรับวันนี้ก็คงต้องขอลากันไปเท่านี้ พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

Disclaimer/conflict of interests: บทความนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ใช้เพื่อการศึกษาเท่านั้น และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม ผลิตภัณฑ์บำรุงผมจาก The Fitzrovia Centre London สูตร Hair thickening system ยกเซ็ต สวยครบจบในที่เดียว

สวัสดีค่ะพี่ๆน้องๆเพื่อนๆทุกๆท่าน

วันนี้มี่มีรีวิวผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผมตัวใหม่จากอังกฤษมาฝากกันค่ะ

เป็นผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ The Fitzrovia Centre London จากอังกฤษนะคะ

ขอเกริ่นนำถึงแบรนด์ The Fitzrovia Centre London นิดหน่อยนะคะ

The Fitzrovia Centre London เป็นบริษัทผู้ผลิตสินค้าสำหรับ haircare และ beauty care จากประเทศอังกฤษ ก่อตั้งเมื่อปี 2015 ซึ่งทำงานร่วมกับนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาสูตร และการนำนวัตกรรมใหม่ๆมาสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ต่างๆของบริษัท สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ แก้ปัญหาให้ลูกค้าได้อย่างตรงจุด

ส่วนตัวมี่เองก็มีโอกาสได้ลองสินค้าในกลุ่มสำหรับดูแลปัญหาผมร่วง ผมบาง ซึ่งออกแบบมาสำหรับฟื้นฟูปัญหาผมร่วงผมบาง ด้วยนวัตกรรมสารสกัด Redensyl (รีเดนซิล) ซึ่งผ่านการทดสอบแล้วว่ามีประสิทธิภาพในการฟื้นฟูปัญหาผมร่วง ชะลอการหลุดร่วง และเสริมการเจริญของเส้นผมค่ะ

โดยผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้มีด้วยกัน 3 ชิ้น ได้แก่ แชมพู ครีมนวดผม และแฮร์เซรั่ม นะคะ

มาเป็นกิฟท์เซ็ตน่ารักๆมีหน้าตาแบบนี้เลยจ้า

fitz 1

ซึ่งผลิตภัณฑ์ของเขาก็ถือว่าทำมาได้อย่างเรียบหรู และจัดเต็มมาด้วยส่วนผสมที่เน้นไปทางด้านการฟื้นฟูเส้นผมได้โดยตรงเลย และเสริมสารบำรุงเข้ามาหลายชนิดได้อย่างลงตัว ดูแลผมได้ครบวงจรเลยค่ะ

 

ขอเปิดการรีวิวด้วยคู่หูแชมพูกับครีมนวด ตาม Step การใช้งานจริงเลยนะคะ

fitz 2

เริ่มกันที่ตัวแชมพูนะคะ

อย่างแรกที่มี่ประทับใจ คือ แพคเกจค่ะ ที่มีการดีไซน์มาแบบ Tampered-proof คือ ออกแบบมาให้รู้เลยว่าผ่านมือใครมาหรือยัง เพราะเมื่อเราแกะครั้งแรก ซีลที่เขาล็อคฝาไว้ก็จะหักทำให้ฝาเด้งขึ้นมาแบบนี้เองจ้า

ชอบความใส่ใจในจุดนี้มากๆ

open package

ตัวแชมพูมาในรูปแบบใส มีกลิ่นหอมอ่อนๆ

fitz 7

ในด้านของฟอง ฟองเล็กละเอียด ค่อนข้างละมุน เกลี่ยบนผมได้ง่าย ไม่พันกัน แต่ส่วนตัวมี่ค่อนข้างบ้าฟอง เลยอยากได้ฟองเยอะกว่านี้นิดนึง

fitz 8

ค่า pH ของแชมพูหลังละลายน้ำอยู่ที่ราวๆ 5 นะคะ เราไม่ค่อยเจอแชมพูที่มี pH ประมาณนี้เท่าไหร่ เพราะแชมพูโดยทั่วไปส่วนใหญ่ pH จะอยู่ที่ราวๆ 8 ซึ่งเป็นด่างเล็กน้อย โดยปกติ pH ของหนังศีรษะจะอยู่ในช่วงกรดอ่อน การใช้แชมพูที่เป็นด่างอาจจะรบกวนสมดุลบนหนังศีรษะได้ แต่ตัวนี้คือโอเคเลยหละ

fitz 9

สำหรับส่วนผสมของแชมพู เป็นดังภาพนี้นะคะ

สผส shampoo.jpg

เดี๋ยวมี่ค่อยรีวิวสารบำรุงรวดเดียวจบในตัว Hair Serum นะคะ

สำหรับแชมพูนั้นมีจุดเด่นอยู่ที่ปราศจากสารในกลุ่มของ SLS/SLES และก็ซิลิโคน รวมถึงสารอื่นๆที่ไม่เป็นมิตรกับผิว อาทิเช่น Silicone, Parabens , Sulfate อื่นๆ, DEA, MEA และกลุ่มของพวกสารกันเสียที่เป็น  Formaldehyde releaser

 

ส่วนครีมนวดมาด้วยเนื้อแบบน้ำนม ข้นเล็กน้อย

fitz 10

ส่วนผสมของครีมนวดเป็นดังภาพนี้นะคะ

สผส cond

ส่วนผสมของครีมนวดใช้สารประจุบวก Distearoylethyl dimonium chloride เป็นตัวปรับสภาพผมเสียให้นุ่มสวย เงางาม และลดการชี้ฟูค่ะ

ซึ่งปกติการสระผม แชมพูจะมีประจุลบ นางจะไปดึงประจุบวกออกมาจากเส้นผม ทำให้ผมเราเหลือแต่ลบ ผมเราจึงผลักกันด้วยแรงทางไฟฟ้า ทำให้ชี้ฟู การใช้ครีมนวดผมที่มีประจุบวก ก็จะเข้าไปจับกับประจุลบดังกล่าว ก็จะลดแรงทางไฟฟ้า ทำให้ผมไม่ผลักกันเกิดการชี้ฟูค่ะ

ใช้ครีมนวดคู่กับแชมพูก็จะลดการชี้ฟู ช่วยให้จัดทรงได้ง่าย และแลดูเงางามค่ะ

 

ต่อมาจะเป็นตัว Hair serum ที่เราเอามาลงที่บนหนังศีรษะหลังเป่าผมจนแห้งแล้วค่ะ

หน้าตาของเซรั่มเป็นแบบนี้นะคะ

fitz 3

มาในขวดแบบหยดปลายแหลม ใช้ง่าย ใช้สะดวกค่ะ

fitz 4

ตัวเซรั่มเป็นเนื้อใส เกลี่ยง่าย แห้งเร็ว ไม่เหนอะหนะ หลังใช้รู้สึกเบาสบายหนังศีรษะ ไม่ได้รู้สึก แห้ง ระคายเคืองหรือแสบร้อนใดๆค่ะ

fitz 5

fitz 6

ค่า pH อยู่ที่ราวๆ 5 ค่ะ

fitz 11

ปิดท้ายรีวิววันนี้ด้วยส่วนผสมของ Hair serum ค่ะ

สผส serum

ตัว Serum นี้มาในเบสแบบสารละลายใส ซึ่งมีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสมอยู่นะคะ

มาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะเริ่มแบบ Alcohol มาลำดับแรกเลย จะไม่เป็นอะไรหรือ? จริงๆ Alcohol ในผลิตภัณฑ์สำหรับบำรุงรากผมจำเป็นมากนะคะ จากบทความวิชาการของ Patzelt และ Lademann มีการกล่าวว่า ตำรับที่ใช้ Alcohol และน้ำเป็นเบส สามารถเพิ่มการนำส่งสารเข้าสู่รากผมได้ดีขึ้น (Patzelt, A., & Lademann, J. (2013). Drug delivery to hair follicles. Expert Opinion on Drug Delivery, 10(6), 787–797. doi:10.1517/17425247.2013.776038)

เพราะว่าในสภาพของรูขุมขนเรา โดยเฉพาะที่หนังศีรษะ จะถูกปกคลุมเอาไว้ด้วยไขมัน Sebum หนาๆ การใช้เบสน้ำเพียงอย่างเดียวสารจะไม่สามารถละลายหรือซึมผ่าน Sebum ลงไปได้ หรือได้น้อยนั่นเองค่ะ Alcohol มีความสามารถในการละลายไขมัน มีผู้เสนอแนะกลไกของ Alcohol ในการเสริมการดูดซึมสารบำรุงต่างๆเข้าสู่รากผมไว้ 2 กลไก ได้แก่

  1. Alcohol ไปชะเอา Sebum ออกมา ทำให้สารแพร่ลงไปได้
  2. Alcohol นำพาสารลงไปก่อนจะระเหยหนีหายออกไป

 

ทีนี้มาถึงเรื่องสารบำรุงกันบ้างค่ะ

สำหรับ Redensyl เป็นวัตถุดิบของบริษัท Givaudan Active Beauty ประเทศฝรั่งเศส เป็นวัตถุดิบที่เบลนด์ระหว่าง Glycerin (and) Aqua (and) Sodium Metabisulfite (and) Larix Europaea Wood Extract (and) Glycine (and) Zinc Chloride (and) Camellia Sinensis Leaf Extract ซึ่งมี่เลือก Highlight เฉพาะสารสำคัญบางตัวด้วยสีม่วงนะคะ

ทีนี้ก่อนกล่าวถึงสารบำรุงนี้ขอกล่าวถึงวงจรการเจริญของเส้นผมกันก่อนนะคะ

การเจริญของเส้นผมของคนเราแบ่งเป็น 3 ระยะค่ะ

human-head-hair-growth-cycle_88272-625

(Image from https://www.freepik.com/)

  1. Anagen เป็นระยะที่เส้นผมกำลัง Active กำลังโต
  2. Catagen เป็นระยะที่เส้นผมเริ่มหยุดสร้างตัวเอง เริ่มถดถอย
  3. Telogen เป็นระยะสุดท้ายที่ผมนั้นพร้อมหลุดออกไป

ซึ่งในคนเมื่อถึง Telogen แล้ว รากผมก็จะเปลี่ยนตัวเองเพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่ Anagen อีกรอบค่ะ ทำให้เรามีผมตลอดเวลาไม่มีระยะผลัดขนเหมือนสัตว์บางชนิด

ทีนี้ในกรณีของโรคบางโรค อย่างเช่น อาการผมร่วงจากฮอร์โมนเพศชาย มันจะไปทำให้ Anagen สั้นลง และ Telogen ยาวขึ้น รวมถึงไปขัดขวางไม่ให้เกิด Anagen ใหม่ขึ้นมา ผมเลยบาง และล้านในที่สุด และฮอร์โมนเพศชายเองก็มีผลต่อรากผมโดยตรง ทำให้รากผมมีขนาดเล็กลง เส้นผมจึงเล็กลง ทำให้ผมยิ่งดูบางลงไปอีกค่ะ กระบวนการนี้เราเรียกว่า Hair follicular miniaturization

นอกจากนี้ ถ้าพิจารณาจากส่วนผสมต่างๆแล้ว ผลิตภัณฑ์ Set ดังกล่าว น่าจะเหมาะกับอาการผมร่วงแบบอื่นๆ เช่น อาการผมร่วงเนื่องจากความเครียด หรือ การผมร่วงที่มีอิทธิพลจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไป เช่นในคุณแม่หลังคลอด ได้ด้วยค่ะ

miniaturization_men

(Image from https://www.bernsteinmedical.com/hair-loss/basics/miniaturization/)

ถ้าพูดถึงฮอร์โมนเพศชาย หรือ Androgen ที่เรารู้จักกันตั้งแต่สมัยเรียนชีววิทยาตอนม.ปลาย ก็คือเจ้า Testosterone ในร่างกายของผู้ชาย จะมีการทำงานของฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า 5α-reductase ซึ่งจะเปลี่ยน Testosterone ให้กลายเป็น Dihydrotestosterone หรือ DHT ค่ะ

DHT นี้ปกตินางมีประโยชน์ในการควบคุมลักษณะทางเพศของผู้ชาย การเปลี่ยนแปลงเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น รวมถึงการทำงานของระบบบางระบบ แต่ถ้ามีมากเกินไปนางก็ทำให้เกิดโรคได้หลายอย่าง เช่น ผิวมัน หนังศรีษะมัน ผมบาง ผมร่วง ภาวะขนดกในสตรี รวมไปถึงต่อมลูกหมากโตและมะเร็งต่อมลูกหมากค่ะ

หลังๆนี้เราจะเห็นวัตถุดิบในเครื่องสำอางหลายๆตัว เริ่มพูดถึงฤทธิ์ในการต้านเอนไซม์ 5α-reductase นี้กันแล้ว

ตัวอย่างสารสกัดจากพืชที่สามารถต้านเอนไซม์นี้ได้ก็คือ ชาเขียว ซึ่งประกอบด้วยสาร EGCG ที่มีคุณสมบัติยับยั้งเอนไซม์นี้ ทำให้ลดอาการของผมร่วง ผมบางได้ค่ะ นอกจากนี้ชาเขียวเองก็ยังมีประโยชน์อีกหลายประการไม่ว่าจะเป็น Antioxidant และคุณสมบัติในการลดการอักเสบระคายเคือง

 

ทีนี้ขอวกกลับมาที่วัตถุดิบ Redensyl นางเป็นวัตถุดิบที่ได้รับรางวัลเหรียญเงินนวัตกรรมเครื่องสำอางยอดเยี่ยมมาจากงาน in-cosmetics เมื่อปี 2014 ค่ะ

award

เอ๊ะนางดียังไงทำไมนางถึงได้เหรียญเงิน

นางเป็นวัตถุดิบที่เลือกผสมเอาสารออกฤทธิ์หลายตัวมารวมกันอย่างลงตัวให้ประโยชน์กับเส้นผม และหนังศีรษะในหลายๆด้านไปพร้อมๆกัน ไม่ว่าจะเป็น

  • เสริมการแบ่งตัวของรากผม ช่วยให้เส้นผมแข็งแรง และหนาตัวขึ้น
  • ปรับสมดุลของ Hair growth cycle ให้กลับมาอยู่ใน Anagen ทำให้เส้นผมเจริญเติบโต
  • เสริมการทำงานและปกป้องสเตมเซลล์ภายในรากผมให้ทำงานเป็นปกติ
  • ลดการอักเสบและระคายเคืองที่หนังศีรษะ

redensyl mech 2

(Image from Induchem Inc.,)

ซึ่งทางบริษัทเองก็มีผลการทดสอบในอาสาสมัครด้วยค่ะ ว่าให้ผลในระยะเวลา 84 วัน หรือราวๆ 3 เดือนค่ะ

reden in vivi

(Image from Induchem Inc.,)

ซึ่งนอกจากสารบำรุง Redensyl แล้ว ก็ยังมีส่วนผสมของโปรตีนจากพืช 3 ชนิด Hydrolyzed corn protein, Hydrolyzed soy protein, Hydrolyzed wheat protein ซึ่งมีการเคลมว่าเป็น Keratin ที่ได้จากพืช เนื่องจากองค์ประกอบของกรดอะมิโนต่างๆเมื่อเบลนด์เข้ากันด้วยสัดส่วนที่เหมาะสมแล้ว จะคล้ายกับ Keratin ของผมเราค่ะ

ในแชมพู และครีมนวดยังเสริมสารบำรุงอื่นๆอีก 3 ชนิด ได้แก่

  • Betaine ซึ่งเป็นอนุพันธ์ของกรดอะมิโน Glycine มีคุณสมบัติในการลดการอักเสบระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายผิว (รวมถึงหนังศีรษะ)
  • Oat-beta glucan ซึ่งมีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้น และ ลดการอักเสบระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายผิว (รวมถึงหนังศีรษะ)
  • Panthenol หรือที่เราเรียกๆกันว่า โปรวิตามินบี 5 เป็นวัตถุดิบยอดฮิตอีกตัวในวงการ Hair เพราะนางมีคุณสมบัติที่ดีในการเสริมการเจริญของเส้นผมค่ะ

 

ทีนี้มาถึงประเด็นที่คาใจหลายๆคน ในแชมพู ครีมนวดผม นี่เราจะหวังผลในด้านการบำรุงได้จริงไหม เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้สัมผัสเส้นผมและหนังศีรษะแค่ชั่วคราวแล้วก็ล้างออกไป ในจุดนี้ทางแบรนด์เคลมว่าการใช้ผลิตภัณฑ์แบบครบเซ็ต ก็จะช่วย Maintain (คงไว้) ปริมาณของ Redensyl ให้คงที่ และบำรุงผิวได้ในช่วงเวลาที่ยาวนานขึ้นค่ะ

และการเลือกแชมพู/ครีมนวดผมก็เป็นส่วนสำคัญนะคะ เพราะในกรณีของผมร่วงบางประเภท อาจจะเกิดจากการอักเสบระคายเคือง หรือ หนังศีรษะแห้ง ถ้าแชมพู/ครีมนวดที่ใช้ไม่เหมาะสม อาการผมร่วงก็อาจจะไม่ดีขึ้นก็ได้ค่ะ

มาลองดูประสิทธิภาพกันบ้างนะคะ

มี่ใช้วิธีใช้หวีซี่ถี่ๆ หวีผม 60 ครั้ง แล้วเก็บผมที่ร่วงลงมาเพื่อเปรียบเทียบกัน ก่อน-หลังใช้ค่ะ

มี่เริ่มใช้ผลิตภัณฑ์นี้มาได้ราวๆ 3 สัปดาห์นะคะ

before-after

โดยรวมถือว่าผมก็แข็งแรงขึ้น และหลุดร่วงน้อยลงนะคะ

 

มาให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ วันนี้มี่ให้คะแนนรวบทั้ง 3 ผลิตภัณฑ์เลยนะคะ

  1. สารบำรุง นอกจากตัว Redensyl ที่เป็นตัวสารบำรุงหลักแล้ว ก็ยังมีส่วนผสมของสารบำรุงอีกหลายตัว ซึ่งเน้นไปที่การลดการอักเสบระคายเคือง ฟื้นฟูและปรับสภาพหนังศีรษะให้แข็งแรงค่ะ และสารสกัดจากชาเขียวเองก็สามารถดูแลผลผ่านทางกลไกฝั่งฮอร์โมนไปพร้อมๆกัน Zinc เองก็คุมมันให้กับหนังศีรษะ จึงเรียกได้ว่าดูแลผมได้ครบจบทุกปัญหาค่ะ โดยรวมขอให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ทางแบรนด์เลือกใช้ส่วนผสมที่ค่อนข้างอ่อนโยนและเป็นมิตรกับผม และหนังศีรษะ เลยไม่มีที่ให้หักคะแนน ได้ไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน สำหรับตัวแชมพู ส่วนตัวมี่คิดว่าฟองน้อยไปนิดนะคะสำหรับมี่ มี่ชอบฟองเยอะๆค่ะ และตัวแชมพูอาจจะเหลวไปหน่อย แต่สระออกมาก็ให้ผมนุ่มสลวย ไม่ชี้ฟู สำหรับครีมนวด ใครที่ผมเสียมากๆอาจจะยังรู้สึกว่าผมยังพันกันอยู่เล็กน้อย ส่วนตัวมี่ก็ผมเส้นเล็ก + ทำสีเนอะ ครีมนวดนี้ยังเอาอยู่ค่ะ ไม่มีปัญหาใดๆ และไม่เยิ้ม ไม่เมือก ไม่ทำให้ผมเป็นลิ่มแต่อย่างใด และตัว Serum เอง มี่ค่อนข้างชอบค่ะ เคยใช้ Tonic บางยี่ห้อแล้วรู้สึกมันจับผมเป็นลิ่มๆ แต่ตัวนี้สบายหัว ไม่ทำให้ผมเป็นลิ่มๆค่ะ ให้ไป 5 ฟลาสก์

คะแนน TFC edit

สุดท้ายนี้ขอบคุณทางแบรนด์ The Fitzrovia Centre London ด้วยนะคะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามหรือสั่งซื้อได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

Facebook : The Fitzrovia centre TH หรือ Inbox: http://m.me/tfc.th

Line : @tfc.th หรือ http://bit.ly/2WCZkTe

และทาง http://www.watsons.co.th หรือ application

 

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับมาจากทางแบรนด์ The Fitzrovia Centre London การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม แชมพูมีอิน (Me-In professional) สูตรผสานพลังจากสารสกัดสมุนไพรเกาหลี เพื่อการดูแลเส้นผม

สวัสดีค่ะ

เมื่อช่วงราวๆเดือนก่อน มี่ไปได้แชมพูเกาหลีจากแบรนด์ มีอิน (Me-In Professional) มาลองใช้ ซึ่งเป็น ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่น่าสนใจมากเลยทีเดียวนะคะ

แบรนด์ Me-In เป็นผลิตภัณฑ์นำเข้าจากเกาหลี ซึ่งช่วงก่อนมี่ได้มารีวิวมาสค์ชีทของเค้าไปนะคะ (ถ้าใครสนใจ หรือไม่ทันได้อ่าน กลับไปตามอ่านได้ที่ลิงค์นี้นะคะ >>Click<<)

 

แชมพูของแบรนด์ Me-In ทำมาด้วยกัน 3 สูตร สำหรับ 3 ปัญหาผม

หน้าตาเป็นแบบนี้นะคะ

me 1

เริ่มกันที่…

สีฟ้า สูตร Scalp care & Soothing สำหรับบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะที่มีปัญหาผมร่วง คัน ระคายเคือง โดดเด่นด้วยส่วนผสมจาก พลูคาว ดอกบัว และสารสกัดจากสมุนไพรเกาหลีอีก 10 กว่าชนิด ดูแลปัญหาหนังศีรษะได้อย่างลงตัว

me 4

สีชมพู สูตร Repair สำหรับฟื้นฟูปัญหาผมแห้งเสียจากการทำสีดัดยืด โดดเด่นด้วยส่วนผสมจากดอก ดงแบค คาโมมายล์ น้ำมันทานตะวันและลาเวนเดอร์ ร่วมกับ สารสกัดจากสมุนไพรเกาหลีอีก 10 กว่าชนิด ช่วยฟื้นฟูสภาพผมที่แห้งเสียให้กลับมาสุขภาพดี

me 2

สีเหลือง สูตร Volume & Shiny เพื่อเพิ่มวอลลุ่มให้ผมที่ลีบแบนกลับมาดูหนานุ่ม โดดเด่นด้วยส่วนผสมจาก คอลลาเจน โรสแมรี่ ลาเวนเดอร์ และน้ำมันจากโจโจบา ร่วมกับ สารสกัดจากสมุนไพรเกาหลีอีก 10 กว่าชนิด ช่วยคืนวอลลุ่มและความเงางามให้แก่เส้นผม

me 3

วันนี้มี่ขอหยิบยกเอาสูตร Repair สีชมพูมารีวิวให้ได้ชมกันนะคะ

สูตรสีชมพูนี้ได้รับรางวัล Cleo Beauty Hall of Fame the Best Shampoo 2018 ด้วยนะเธอ

 

เนื้อแชมพูเป็นแบบน้ำนมค่ะ กลิ่นหอมหวานในแนวของดอกไม้

me 5

มีฟองที่เล็กละเอียด ตีฟองขึ้นง่ายค่ะ หลังสระผมเสร็จ ผมนุ่มลื่นขึ้น หวีง่าย ไม่พันกัน

 

 

ค่า pH หลังละลายน้ำอยู่ที่ ราวๆ 6 นะคะ

ซึ่งในจุดนี้ถือว่าทำมาได้ค่อนข้างดี เพราะแชมพูส่วนใหญ่จะมีค่า pH ค่อนไปทางด่างหน่อยๆ

me 6

ส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

สผส mein สีชมพู

ส่วนผสมวันนี้มี่ทำไว้หลายสีอยู่เหมือนกันค่ะ

กลุ่มของสีฟ้า จะเป็นสารทำความสะอาด มีด้วยกัน 3 ตัวหลักๆ คือ

  • Sodium laureth sulfate หรือ SLES เป็นสารทำความสะอาดประจุลบ ให้ฟองที่ดี
  • Cocamide MEA ทำหน้าที่ช่วยเสริมปริมาณฟอง และเพิ่มความหนืดให้เนื้อแชมพู
  • Cocamidopropyl betaine เป็นสารทำความสะอาดชนิดสองประจุ มีความอ่อนโยน ช่วยเสริมความอ่อนโยนให้แก่เนื้อแชมพู

กลุ่มสีเขียว เป็นสาร Polymer ที่มีประจุบวก ทำหน้าที่ช่วยปรับสภาพเส้นผมในนุ่ม เงางาม หวีง่าย ไม่พันกัน

สีน้ำเงิน เป็นน้ำมันจากพืชธรรมชาติ อย่าง น้ำมันสกัดจากดอกคามีเลีย หรือ ดงแบค และ น้ำมันทานตะวัน ช่วยให้เส้นผมเงางาม ลดการแห้งกรอบของเส้นผมหลังสระ

สีม่วง Zinc pyrithione เป็นสารที่ให้ประโยชน์ในการขจัดรังแค ลดการคันศีรษะ

สีน้ำตาล เป็นกลุ่มของสารสกัดจากพืชผักสมุนไพรที่พบได้ในเกาหลี มีด้วยกันหลายชนิด เช่น คาโมมายล์ ลาเวนเดอร์ พลูคาว Scutellaria มีประโยชน์หลายประการต่อหนังศีรษะ

เช่น

  • คาโมมายล์ ลดการอักเสบระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายหนังศีรษะ
  • ลาเวนเดอร์ มีคุณสมบัติในการลดการอักเสบระคายเคือง และในทาง Aromatherapy กล่าวว่า ถ้าเป็นรูปแบบของ Lavender oil มีประโยชน์ในการฆ่าเชื้อบางชนิด
  • Saurus chinensis extract หรือ ต้นพลูน้ำ เป็นสมุนไพรในตำรับยาจีน มีรายงานเกี่ยวกับคุณสมบัติในการลดการอักเสบระคายเคือง (Exp Biol Med (Maywood). 2016; 241(4): 396–)
  • Cnidium officinale extract คือสารสกัดจาก Cnidium เป็นสมุนไพรในตำรับยาจีน มีประวัติการใช้เกี่ยวกับการติดเชื้อรา แบคทีเรีย และอาการคัน มีรายงานว่าเป็น Antioxidant ที่ดี (Pharmacogn Mag. 2010; 6(24): 323–330.)
  • Thuja orientalis extract เป็นสารสกัดจากพืชในตระกูลสนชนิดหนึ่ง มีรายงานว่ามีสารสกัดด้วยน้ำร้อนของต้นสนนี้มีคุณสมบัติกระตุ้นผมงอกในหนูทดลอง (BMC Complement Altern Med. 2013; 13: 9.)

 

ซึ่งการมีสารบำรุงเหล่านี้ก็อาจจะได้ประโยชน์ในขั้นตอนการสระผม เพราะเราก็จะมีการตีฟองและนวดที่หนังศีรษะ แต่อาจจะให้ประโยชน์ได้ไม่เท่าพวก Leave on อย่าง Hair tonic หรือ ผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพราะสัมผัสเส้นผมแค่ชั่วคราวเท่านั้น แต่ถ้าเปรียบในรูปแบบแชมพูด้วยกันแล้ว โดยรวมถือว่ามีอิน เป็นแชมพูที่ทำมาได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว

 

ให้คะแนน

วันนี้ขอแบ่งหัวข้อในการให้คะแนนเป็น สารทำความสะอาด ส่วนผสมอื่นๆ และ การใช้งานนะคะ

  1. สารทำความสะอาด ใช้ SLES เป็นสารทำความสะอาดหลัก ซึ่งให้ฟองที่ดี ร่วมกับ Cocamidopropyl betaine เพื่อตัดให้มีความอ่อนโยนมากขึ้น และเสริมด้านปริมาณฟองด้วย Cocamide MEA แต่ในด้านของข้อมูลความระคายเคือง SLES จัดว่ายังมีการระคายเคืองอยู่ในระดับหนึ่ง แม้จะไม่รุนแรงเท่า SLS แต่ก็ขอให้ 4 ฟลาสก์ จุดนี้มี่ใช้ได้ไม่มีปัญหาอะไร เพราะในแชมพูเด็กหลายๆ ตัว ก็ใช้ตัวนี้เช่นกัน และผมก็ไม่แห้งกรอบ
  2. ส่วนผสมอื่นๆ มีการเสริมสารประจุบวกเข้ามาเพื่อให้ผมนุ่มสลวย เงางาม และหวีง่าย ร่วมกับสารบำรุงที่เป็นสารสกัดพืชหลายชนิด ให้ประโยชน์โดยรวมไปในเชิงด้านการลดการอักเสบระคายเคือง และให้ความรู้สึกสบายหนังศีรษะ และมี Zinc pyrithione ที่ดูแลเรื่องรังแคและอาการคันได้ แต่ถึงไม่มีรังแคก็สามารถใช้สารนี้ได้ จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน เริ่มจากเรื่องเนื้อแชมพู เรื่องกลิ่น และปริมาณฟอง มี่ว่าแชมพูสูตรนี้เค้าทำมาได้อย่างลงตัวในจุดนี้นะคะ ส่วนการใช้งาน สามารถสระง่าย ตีฟองขึ้นง่าย ล้างออกง่าย ไม่ทำให้ผมแห้งกรอบ หรือ พันกัน ไม่เหนียว ไม่จับกันเป็นลิ่ม และผมไม่มัน ไม่เยิ้มไว โดยรวมถือว่าค่อนข้างชอบนะคะ ให้ไป 5 ฟลาสก์

คะแนน me

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์มีอิน (MeIn) ด้วยนะคะที่ส่งสินค้าดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ทาง Facebook Fanpage ของแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/MeIn-170073223703243/

พบกันใหม่ในโอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับมาจากทางแบรนด์มีอิน (Me-In Professional) การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมครีมนวดผมผสม 18-MEA ช่วยชะลอความแก่จากเส้นผม ของ Lolane nature code

สวัสดีค่ะ วันนี้มาอัพเดทเรื่องผมๆ กับครีมนวดผมดีๆฝีมือคนไทยกันดีกว่าค่ะ

ยังอยู่กันกับ Lolane nature code นะคะ

วันก่อนมี่ได้รีวิวแชมพูไปแล้ว (>>อ่านรีวิวแชมพู Click<<) วันนี้ขอมาต่อกันกับครีมนวดค่ะ

หน้าตาของครีมนวดในกลุ่ม Lolane nature code เป็นแบบนี้เลยค่า

cond 2.jpg

นางจะมาในหลอดสีน้ำตาลอมเขียวค่ะ

ครีมนวดก็มีมา 3 สูตรเช่นเดียวกับแชมพูนะคะ คือ สูตรสำหรับผมแห้งเสีย ขอเรียกว่าสูตรผมแห้ง สูตรสำหรับผมมีรังแคและคัน ขอเรียกว่าสูตรรังแค และสูตรสำหรับผมและหนังศีรษะมัน ขอเรียกว่าสูตรผมมัน นะคะ

เนื้อครีมนวดจะเป็นเนื้อครีมข้นๆค่ะ

cond 6.jpg

กลิ่นจะเป็นโทนเดียวกับแชมพู คือ

สูตรผมแห้ง จะมีกลิ่นหอมหวานคล้ายข้าวโพด

สูตรผมมัน จะมีกลิ่นออกส้มๆผสมสมุนไพร

สูตรรังแค จะมีกลิ่นออกแนวสมุนไพร

 

วัดค่า pH ซักหน่อยนะคะ

cond 1

ค่า pH จะอยู่ที่ประมาณ 5 ค่ะ ถือว่าเหมาะกับการเป็นครีมนวด เพราะจะทำหน้าที่ปรับ pH เส้นผมที่ผ่านแชมพูที่มักจะมีค่าสูงๆมา

ครีมนวดผมทั้ง 3 สูตรมีส่วนของสารบำรุงและเบสคล้ายๆกันค่ะ เลยขอยกส่วนผสมของสูตรผมแห้งมาเป็นนางเอกในวันนี้นะคะ

สผส ครีมนวด

มี่ทำสีของส่วนผสมไว้ให้นะคะ ส่วนสีม่วง คือ สารบำรุง และส่วนสีเขียว คือ สารประจุบวกที่ช่วยปรับสภาพผมให้ผมนุ่ม และสีแดงคือพวก parabens ที่ไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่ค่ะ

สารบำรุงจะคล้ายกับตัวแชมพูเลยค่ะ ก็เลยขอยกของเก่ามาอีกรอบ

  • Propanediol เป็นวัตถุดิบเพิ่มความชุ่มชื้นที่ผลิตได้จากการหมัก Corn sugar ตัวนี้มีความอ่อนโยนสูงค่ะ ช่วยให้เส้นผมอ่อนนุ่ม ชุ่มชื้น
  • C10-40 Isoalkylamidopropylethyldimonium ethosulfate ตัวนี้คือน้ำมัน 18-MEA ที่นำมาทำให้อยู่ในรูปแบบของประจุบวกค่ะ ตัวนี้เรื่องมันยาวค่ะ ต้องมาลงรายละเอียดกันซักหน่อย

18-MEA เป็นน้ำมันตามธรรมชาติชนิดหนึ่งที่อยู่บนเส้นผมของคนเราค่ะ ช่วยให้ผมเงางาม ว่ากันว่า เวลาเราอายุเพิ่มขึ้น น้ำมันนี้จะลดลง ผมคนที่มีอายุเพิ่มขึ้นเลยไม่เงางามไม่สุขภาพดีเหมือนผมเด็กๆ ทางแบรนด์จึงเคลมว่า 18-MEA นี่เป็นเสมือนดัชนีชี้ความอ่อนเยาว์ของเส้นผม

ทีนี้ทำไมต้องประจุบวก ??

จริงอยู่ที่มีหลายๆแบรนด์ใส่ 18-MEA มาในสูตร แต่หลายๆแบรนด์ ไม่ได้ใช้ในรูปแบบประจุบวก เหมือนของแบรนด์นี้ สาเหตุที่ต้องเป็นประจุบวกเพราะว่า ผมเสียของเราจะมีประจุลบ พอเจอสารประจุบวก ก็จะจับกันได้แน่น ไม่หลุดออกไปได้ง่ายๆ ดังนั้น 18-MEA ที่เป็นประจุบวกก็จะเกาะติดบนเส้นผมได้นาน แม้จะล้างออกไปแล้ว

ตามภาพเลยค่ะ

pantene

(ที่มา: http://www.myfatpocket.com/beauty-news/pantene-launches-colour-perm-lasting-care-range.html)

 

  • สารสกัดจากข้าวหอมนิล (ตามที่เคลมไว้ข้างขวด) ข้าวหอมนิลอุดมด้วยสารสีที่เป็น Antioxidant ที่ดี จึงสามารถปกป้อง 18-MEA ตามธรรมชาติบนเส้นผมไม่ให้ถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระ
  • ส่วนผสมของ Apigenin, Oleanolic acid และ Biotinoyl tripeptide-1 คือ วัตถุดิบ Procarpil ของประเทศฝรั่งเศส ให้ผลเสริมฤทธิ์กันอย่างลงตัว โดยช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดมาเลี้ยงเส้นผม ต่อต้านการทำงานของเอนไซม์ 5α-reductase ที่เป็นเอนไซม์เปลี่ยนฮอร์โมนเพศชายให้มีฤทธิ์แรงขึ้น มีผลทำให้รากผมมีขนาดเล็กลง และฝ่อไปในที่สุด สารนี้จึงมีคุณสมบัติช่วยให้รากผมของเรามีความแข็งแรง ไม่หลุดร่วงง่าย

hair 6

(ที่มา: Sederma)

  • สารสกัดจาก Celery ตัวนี้น่าจะหมายถึงวัตถุดิบ Apiscalp ที่นำเข้าจากฝรั่งเศส ผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่า คืนความชุ่มชื้น ปรับสมดุลการผลิตน้ำมันของหนังศีรษะให้เหมาะสม ฟื้นฟูความเสียหายและความเสื่อมที่หนังศีรษะ และให้ความรู้สึกสบายหนังศีรษะ (Soothing effect)

 

  • และก็เหมือนแชมพู คือ สูตรผมมันจะเพิ่มสารสกัดจาก Citrus ซึ่งทางแบรนด์ Claim ว่าเป็น Balance care technology และ Tea tree oil ที่เก็บกักในแคปซูลขนาดเล็ก และสูตรรังแค จะเพิ่ม Zinc pyrithione ที่ให้ผลดีต่อรังแค น้ำมันสกัดจากไพล และสารสกัดจากไม้สนที่นำเข้าจากฝรั่งเศส เข้ามา

 

มีอีกตัวหนึ่งที่น่าสนใจ เราจะเห็นสารชื่อยาวๆ Bis-dipropanolamino-PG-Propyl dimethicone/Bis-isobutyl PEG-14 copolymer ตัวนี้จะเป็นซิลิโคนสายยาวๆ (ที่เรียกว่า Polymer) ที่ช่วยเคลือบผมให้นุ่มสลวย เงางาม ช่วยให้หวีง่าย และช่วยให้ผมมีวอลุ่ม มีความยืดหยุ่น มีสปริงตัวเหมือนผมสุขภาพดีค่ะ

ส่วนสารสีแดงอย่าง paraben ก็จะไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่ แต่ครีมนวดสัมผัสผมแค่ชั่วคราวแล้วก็ล้างออก จึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

ให้คะแนนกันค่ะ วันนี้มี 2 หัวข้อนะคะ คือ ส่วนผสม และ การใช้งาน

  1. ส่วนผสม เป็นครีมนวดผมที่เสริมสารบำรุงเข้ามาหลายตัว โดยสารบำรุงหลักจะคล้ายกับตัวแชมพู โดยรวมให้คุณสมบัติหลายด้าน ตั้งแต่เรื่องลดการเกิดผมร่วง เพิ่มความชุ่มชื้น ความเงางาม หวีง่าย ลื่น มีวอลุ่ม และช่วยให้ผมสปริงตัว สารบำรุงอย่าง 18-MEA ยังช่วยเรื่อง Hair aging โดยไปคืนความอ่อนเยาว์ให้เส้นผม สารอื่นๆก็ทำมาได้ดี จะมีที่ติก็แค่ parabens แค่นั้นจุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์
  2. การใช้งาน ตอนใช้แชมพูมี่คิดว่าแชมพูสูตรผมแห้งกับผมมันแห้งไปหน่อย แต่ส่วนตัวมี่กลับชอบครีมนวดสูตรผมมัน เพราะช่วยให้ผมมีวอลุ่มกำลังสวยพอดี ไม่หนัก ไม่เป็นเมือก ไม่ลีบแบน สระทุกวันใช้ทุกวันก็ไม่ลีบแบน มี่รู้สึกว่าสูตรผมแห้งจะหนักผมไปนิดหน่อย แต่น่าจะเหมาะกับคนที่ผมเสียมากๆ และสูตรรังแคจะคล้ายกับสูตรผมมันค่ะ ติอยู่ย่างเดียว คือ อยากให้มีแพคเกจแบบปั๊ม แบบหลอดๆใช้ไม่ค่อยสนุกเลยค่ะ ขอให้ไป 5 ฟลาสก์นะคะ

คะแนน cond

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Lolane ด้วยนะคะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามมาจนจบ พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้กับทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/LolaneThailand

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Lolane การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม แชมพูสูตรธรรมชาติ ที่ผสมสาร 18-MEA ช่วยชะลอความแก่ของเส้นผม จาก Lolane nature code

สวัสดีค่ะ

มี่ได้ไปรู้จักกับแชมพูและครีมนวดผม Lolane Nature code จากงาน ASEAN beauty ที่ผ่านมาค่ะ

Lolane nature code เป็นผลิตภัณฑ์สูตรธรรมชาติที่น่าสนใจ อัดแน่นมาด้วยส่วนผสมบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะที่นำเข้ามาจากหลายๆประเทศ

วันนี้มี่ขอเริ่มรีวิวที่ตัวแชมพูนะคะ

แชมพูของทางแบรนด์มีด้วยกัน 3 สูตรค่ะ

 

sham 2

คือ สูตรสำหรับผมแห้งเสีย ขอเรียกว่าสูตรผมแห้ง สูตรสำหรับผมมีรังแคและคัน ขอเรียกว่าสูตรรังแค และสูตรสำหรับผมและหนังศีรษะมัน ขอเรียกว่าสูตรผมมัน นะคะ

เนื้อแชมพูสูตรผมแห้ง สูตรผมแห้ง ผมมัน จะเป็นแชมพูแบบใสค่ะ ส่วนสูตรรังแคจะเป็นแชมพูเนื้อน้ำนม

sham 6.jpg

กลิ่นของทั้ง 3 สูตรจะต่างกันเล็กน้อยค่ะ

สูตรผมแห้ง จะมีกลิ่นหอมหวานคล้ายข้าวโพด

สูตรผมมัน จะมีกลิ่นออกส้มๆผสมสมุนไพร

สูตรรังแค จะมีกลิ่นออกแนวสมุนไพร

เนื้อฟองจะมาแนวคล้ายๆกัน ฟองเล็กละเอียด นุ่มดีค่ะ

sham 7

ตอนเอาลงสระผมจริงๆจะฟองเยอะกว่านี้ค่ะ

วัดค่า pH ซักหน่อย

sham 1

อยู่ที่ราวๆ 6 – 7 ค่ะ ซึ่งถือว่าต่ำกว่าแชมพูทั่วไป ที่จะอยู่ราวๆ 8 ตรงนี้ก็คือดี เพราะถ้าแชมพูเป็นด่างมากไปผมจะแห้งกรอบ

 

ทางแบรนด์มีการทดสอบความอ่อนโยนของตัวแชมพูด้วยค่ะ

โดยทดสอบกับผมย้อมสี โดยมีสมมติฐานว่า แชมพูที่ชะเอาเม็ดสีออกมาได้มากกว่าจะมีความรุนแรงกว่า

โดยแบ่งเส้นผมของอาสาสมัครออกเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งซ้ายสระด้วยแชมพูยี่ห้อ S และฝั่งขวาสระด้วยแชมพู Lolane ขอยืมรูปจากทางแบรนด์เลยนะคะ

lo 1

lo 2

lo 3

 

พบว่าฝั่งขวามีเม็ดสีออกมาน้อยกว่า จึงสรุปว่าแชมพู Lolane มีความอ่อนโยนกว่า เนี่ยเป็นอีกจุดที่มี่ชอบ คือส่วนตัวมี่เองก็ทำสีผมค่ะ ทำไปทำมาจนเม็ดสีนี่หายหมด ถ้าสีที่ย้อมหลุด ก็จะเหลือแค่ผมสีซีดๆ พอมาใช้โลแลน สีผมก็ติดผมดีขึ้น ซึ่งก็ตรงกับที่ทางแบรนด์บอกว่าเป็นแชมพูถนอมสีผมสำหรับคนที่กำลังมองหาแชมพูที่อ่อนโยนไม่ทำลายสีผมให้หลุดเร็ว

ตรงนี้ต้องกราบ

 

แชมพูทั้ง 3 สูตรมีส่วนของสารบำรุงคล้ายๆกันค่ะ เลยขอยกส่วนผสมของสูตรผมแห้งมาเป็นนางเอกในการวิเคราะห์ส่วนผสมในวันนี้นะคะ

ส่วนผสม:

สผส shampoo

ส่วนของส่วนผสมมี่ทำเป็นสีๆไว้ให้ค่ะ

  • สีฟ้า: กลุ่มสารทำความสะอาดหลัก
  • สีม่วง: กลุ่มสารบำรุง
  • สีเขียว: สารปรับสภาพเส้นผมให้ผมนุ่ม เงาสลวย หวีง่ายไม่พันกัน
  • สีแดง: parabens ซึ่งดูไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่

 

เริ่มกันที่สีฟ้าค่ะ

สารทำความสะอาดตัวหลักคือ Sodium lauryl ether sulfate หรือ SLES ซึ่งเป็นสารทำความสะอาดประจุลบ ทำความสะอาดได้ดี ฟองเยอะ เสริมมาด้วย Cocamidopropyl betaine กับ Disodium cocoyl glutamate (ขอย่อว่า DCG) ซึ่งมีความอ่อนโยน และ cocamide DEA ที่ช่วยเพิ่มฟองค่ะ

ตัว DCG นี้ต้องกล่าวถึงเป็นพิเศษ เพราะนางดีงามอยู่ค่ะ สารทำความสะอาดตัวนี้ผลิตจากกรดอะมิโนกลูตาเมท และ กรดไขมันจากมะพร้าว จึงมีความเป็นธรรมชาติอยู่ในตัว สารทำความสะอาด DCG นี้มีความอ่อนโยนสูง และยังมีความสามารถพิเศษ คือ นอกจากความอ่อนโยนของนางแล้วนางจะช่วยลดการเกาะติดของ SLES บนเส้นผม จึงช่วยเพิ่มความอ่อนโยนให้แก่ผลิตภัณฑ์ได้ และยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นได้อีก (ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบ)

 

ต่อมา สีม่วง

ถึงจะเป็นแชมพู ที่สัมผัสผมแป๊บเดียว นางก็ใส่ใจ ใส่สารบำรุงมาด้วย สารบำรุงที่ใส่มามีหลายตัวค่ะ

  • Propanediol เป็นวัตถุดิบเพิ่มความชุ่มชื้นที่ผลิตได้จากการหมัก Corn sugar ตัวนี้มีความอ่อนโยนสูงค่ะ ช่วยให้เส้นผมอ่อนนุ่ม ชุ่มชื้น
  • C10-40 Isoalkylamidopropylethyldimonium ethosulfate ตัวนี้คือน้ำมัน 18-MEA ที่นำมาทำให้อยู่ในรูปแบบของประจุบวกค่ะ ตัวนี้เรื่องมันยาวค่ะ ต้องมาลงรายละเอียดกันซักหน่อย

18-MEA เป็นน้ำมันตามธรรมชาติชนิดหนึ่งที่อยู่บนเส้นผมของคนเราค่ะ ช่วยให้ผมเงางาม ว่ากันว่า เวลาเราอายุเพิ่มขึ้น น้ำมันนี้จะลดลง ผมคนที่มีอายุเพิ่มขึ้นเลยไม่เงางามไม่สุขภาพดีเหมือนผมเด็กๆ ทางแบรนด์จึงเคลมว่า 18-MEA นี่เป็นเสมือนดัชนีชี้ความอ่อนเยาว์ของเส้นผม

ทีนี้ทำไมต้องประจุบวก ??

จริงอยู่ที่มีหลายๆแบรนด์ใส่ 18-MEA มาในสูตร แต่หลายๆแบรนด์ ไม่ได้ใช้ในรูปแบบประจุบวก เหมือนของแบรนด์นี้ สาเหตุที่ต้องเป็นประจุบวกเพราะว่า ผมเสียของเราจะมีประจุลบ พอเจอสารประจุบวก ก็จะจับกันได้แน่น ไม่หลุดออกไปได้ง่ายๆ ดังนั้น 18-MEA ที่เป็นประจุบวกก็จะเกาะติดบนเส้นผมได้นาน แม้จะล้างแชมพูออกไปแล้ว (เหตุผลนี้ใช้กับพวกสารประจุบวกในสูตรครีมนวดผมด้วย คือ ประจุบวกจะไปเคลือบติดบนเส้นผม)

ตามภาพเลยค่ะ

pantene

(ที่มา: http://www.myfatpocket.com/beauty-news/pantene-launches-colour-perm-lasting-care-range.html)

 

  • สารสกัดจากข้าวหอมนิล (ตามที่เคลมไว้ข้างขวด) ข้าวหอมนิลอุดมด้วยสารสีที่เป็น Antioxidant ที่ดี จึงสามารถปกป้อง 18-MEA ตามธรรมชาติบนเส้นผมไม่ให้ถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระ
  • ส่วนผสมของ Apigenin, Oleanolic acid และ Biotinoyl tripeptide-1 คือ วัตถุดิบ Procarpil ของประเทศฝรั่งเศส ให้ผลเสริมฤทธิ์กันอย่างลงตัว โดยช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดมาเลี้ยงเส้นผม ต่อต้านการทำงานของเอนไซม์ 5α-reductase ที่เป็นเอนไซม์เปลี่ยนฮอร์โมนเพศชายให้มีฤทธิ์แรงขึ้น มีผลทำให้รากผมมีขนาดเล็กลง และฝ่อไปในที่สุด สารนี้จึงมีคุณสมบัติช่วยให้รากผมของเรามีความแข็งแรง ไม่หลุดร่วงง่าย

 

hair 6

(ที่มา: Sederma)

  • สารสกัดจาก Celery ตัวนี้น่าจะหมายถึงวัตถุดิบ Apiscalp ที่นำเข้าจากฝรั่งเศส ผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่า คืนความชุ่มชื้น ปรับสมดุลการผลิตน้ำมันของหนังศีรษะให้เหมาะสม ฟื้นฟูความเสียหายและความเสื่อมที่หนังศีรษะ และให้ความรู้สึกสบายหนังศีรษะ (Soothing effect)

 

ส่วนของสารสีเขียวเป็นกลุ่มของสารประจุบวกตามที่เล่าให้ฟังว่าจับกับผมเสียที่เป็นลบและช่วยให้ความเงางาม

และสีแดงคือสารกันเสียในกลุ่ม parabens ที่ดูเหมือนจะไม่เป็นมิตรเท่าไหร่นัก แต่แชมพูพวกนี้สัมผัสผมแค่ชั่วคราวแล้วก็ล้างออก จึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

ส่วนผสมอีกสองสูตรที่เหลือก็จะคล้ายๆกันนะคะ

ถ้าเป็นสูตรผมมันจะมีการเพิ่มสารสกัดจากพืชตระกูล Citrus เข้ามา ทางแบรนด์ Claim ว่าเป็น Balance care technology ที่ใช้สารสกัดจาก Citrus ร่วมกับ Celery ในการปรับสมดุลความมันของหนังศีรษะและเส้นผม และคืนความแข็งแรงให้แก่เส้นผม โดยเพิ่มการยึดเกาะของเส้นผมกับหนังศีรษะให้แน่นขึ้น ผมจึงไม่หลุดร่วง นอกจากนี้ยังใช้น้ำมัน Tea tree ที่เก็บกักไว้ในระบบนำส่งแบบแคปซูล ช่วยควบคุมความมันบนหนังศีรษะ ให้ความรู้สึกสบายหนังศีรษะ (Soothing effect) และช่วยให้หนังศีรษะชุ่มชื้น มีสุขภาพดี นอกจากนี้ Tea tree oil ยังมีงานวิจัยรองรับว่าสามารถลดการเกิดรังแค อาการคัน และความมันของหนังศีรษะในอาสาสมัครได้ดี โดยไม่มีผลข้างเคียงใดๆ (J Am Acad Dermatol. 2002;47(6):852-5.)

ถ้าเป็นสูตรรังแค จะมีการเพิ่ม  Zinc pyrithione ที่ให้ผลดีต่อรังแค น้ำมันสกัดจากไพล หรือ Plaitanoid มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียและราที่ก่อให้เกิดรังแค ช่วยให้รู้สึกสบายหนังศีรษะ และลดอาการคันหนังศีรษะและรังแค นอกจากนี้น้ำมันจากไพลยังมีฤทธิ์ลดการอักเสบและระคายเคืองได้ด้วย และ สารสกัดจากเปลือกไม้สน เข้าใจว่าเป็นวัตถุดิบของทางฝรั่งเศส มีคุณสมบัติช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ควบคุมความมัน และลดการสะสมตัวของเชื้อก่อโรคบนหนังศีรษะ หนังศีรษะจึงมีสุขภาพดี

ตารางสรุปซักนิดก่อนไปให้คะแนน อันนี้ขอยืมมาจากทางแบรนด์เลยนะคะ

คุณลักษณะ แชมพูทั่วไป แชมพู Lolane nature code
1. ความเป็นมิตรกับไขมันตามธรรมชาติบนเส้นผม สารทำความสะอาดมักขจัดเอาไขมันตามธรรมชาติของเส้นผมออกมา ทำให้เส้นผมหยาบกระด้าง ไม่เงางาม มีการเสริม 18-MEA ให้แก่เส้นผม โดย 18-MEA ก็เป็นเสมือนดัชนีบ่งชี้ความอ่อนเยาว์ของเส้นผม
2. สารทำความสะอาด ใช้สารทำความสะอาด SLES เป็นตัวหลัก ซึ่งไม่ได้อ่อนโยนมากนัก ใช้สารทำความสะอาด SLES ร่วมกับสารทำความสะอาดชนิดอ่อนโยนในตระกูล Glutamate ซึ่งมีผลลดการระคายเคือง SLES
3. สารบำรุง มักไม่มีสารบำรุง หรือถ้ามีส่วนมากก็จะเป็นกลุ่มของสารที่ไม่ได้มาจากธรรมชาติ มีสารบำรุงอยู่หลายชนิด และเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น Corn sugar, procarpil, Apiscalp และสารสกัดจากข้าวหอมนิล
4. อื่นๆ ผ่านการทดสอบการระคายเคืองและความปลอดภัยจากสถาบัน Dermscan Asia

มาให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ วันนี้มี่แบ่งเป็น 4 หัวข้อนะคะ ตั้งแต่สารทำความสะอาด สารบำรุง ส่วนผสมอื่นๆ และ การใช้งาน

  1. สารทำความสะอาด นอกจาก SLES แล้วก็มีการเสริมสารทำความสะอาดเข้ามาอีกหลายชนิด โดยเฉพาะสารทำความสะอาดกลุ่ม Glutamate ที่มีความอ่อนโยน และมีคุณสมบัติลดการเกาะติดของ SLES บนเส้นผมได้จึงช่วยลดการระคายเคืองจากสารทำความสะอาดหลักได้ นอกจากนี้ก็ยังใช้สารกลุ่ม betaine ที่มีความอ่อนโยนเช่นกัน ตรงนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. สารบำรุง แชมพูตัวนี้มีสารบำรุงอยู่หลายตัวเหมือนกันโดยรวมให้คุณสมบัติหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผมร่วง ผมบาง ความชุ่มชื้น ความเงางาม ช่วยเรื่อง Hair aging ซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่ของวงการเครื่องสำอาง โดยการใช้ 18-MEA เพื่อช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้เส้นผม และช่วยปรับสมดุลของเส้นผมและหนังศีรษะ ครบถ้วนทุกจุดความต้องการบนหัวเลยทีเดียว ถึงแม้แชมพูจะสัมผัสผมเราแค่แป๊บเดียว แต่มีก็ดีกว่าไม่มี รับไป 5 ฟลาสก์
  3. ส่วนผสมอื่นๆ สารองค์ประกอบส่วนใหญ่ที่ใส่มาก็มีประโยชน์หมด แต่ตัวที่น่าเสียดายคือ parabens ที่อาจจะไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่นัก ถึงแชมพูจะสัมผัสผมเราไม่นาน แต่มีก็คือมี หักคะแนนไป 1 คะแนน รับไป 4 ฟลาสก์
  4. การใช้งาน ส่วนตัวมี่ผมแห้ง หนังศีรษะมันค่ะ ลองใช้ทั้ง 3 สูตร ชอบสูตรรังแคมากที่สุด รู้สึกว่าสระแล้วผมนุ่มสุด แล้วให้ความรู้สึกเบาสบายหัว ส่วนสูตรผมแห้งกับผมมัน มี่ว่ามันแห้งไปนิดค่ะสำหรับผมมี่ กลิ่นก็มาเป็นแนวธรรมชาติค่ะ ตรงนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์นะคะ ถ้ารีวิวแค่สูตรรังแค นี่จะให้ 5 เต็ม

 

คะแนน lolabe

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Lolane ด้วยนะคะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามมาจนจบ พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้กับทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/LolaneThailand

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Lolane การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ