Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม toner pad บ้าน beplain สูตร cicaterol blemish pad

สำหรับ Blog นี้จะขอหยิบเอา toner pad จากบ้าน beplain ในสูตร cicaterol มารีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมกันค่ะ

น้องมาในหน้าตาแบบนี้

ส่วนนี้เป็นแพคเกจ

สำหรับแผ่น pad จะเป็นแผ่นใหญ่ texture ออกแบบมาคล้ายผ้าก๊อซ มีความหนา อุ้มน้ำไว้ได้ดี แต่ก็แนบสนิทกับผิว

ส่วนผสมเป็นดังนี้นะคะ

ในภาพรวม เป็น toner pad เบสน้ำ มีส่วนผสมของสารบำรุงหลายชนิด เน้นการเติมน้ำให้ผิว และ soothing

มาดูรายละเอียดของสารบำรุงที่น่าสนใจนะคะ

  • Centella asiatica extract (cica) ร่วมกับ phytochemicals ในบัวบก 4 ชนิด (madecassic acid, asiaticoside, asiatic acid, madecassoside) มีประโยชน์ในการดูแลผิวหลายด้าน รวมทั้งด้าน soothing และซัพพอร์ตกระบวนการฟื้นฟูผิวตามธรรมชาติ
  • เติมน้ำด้วย Hya และอนุพันธ์
  • ดูแลการระคายเคือง และให้ความรู้สึกสบายผิวด้วย Panthenol, allantoin, bisabolol และ beta-sitosterol
  • ใช้ Fructan เป็น prebiotic fiber ซึ่งจะเป็นอาหารของจุลินทรีย์ดีๆ บนผิวเรา ทำให้ผิวเราแข็งแรงอีกทาง

มาในส่วนผสมที่เป็นมิตรกับผิว

ให้คะแนน

  1. สารบำรุง ค่อนข้างเด่นเรื่อง soothing เสริมมาด้วยการเติมน้ำ และปรับสมดุลไมโครไบโอมของผิวด้วย prebiotics ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิวเลยไม่มีที่ให้หักคะแนน รับไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ส่วนตัวค่อนข้างชอบ texture ของแผ่น pad ที่ออกมาหนาหน่อย แผ่นใหญ่ และดีไซน์ที่เหมาะกับแก้ม ถ้าแช่เย็นแล้วใช้ จะได้ฟีลที่ค่อนข้างสบายผิว เรื่อง soothing และลดระคายผิวคิดว่าทำมาได้ดี ให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบนะคะ

ทางไปช้อปปิ้ง

https://s.shopee.co.th/7VFj9pEpOK

Disclaimer: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมโทนเนอร์แพดสูตรผสม neuromide จากบ้าน Curecode กับ soothing biome ampoule pad

Blog นี้ขอหยิบเอา Toner pad ที่น่าสนใจจากบ้าน Curecode ภายใต้ชื่อ Soothing biome ampoule pad มารีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมให้ได้ชมกันค่ะ

น้องจะมาในหน้าตาเป็นแบบนี้นะคะ

อันนี้เป็นส่วนของแพคเกจ

ตัวแผ่นแพดทำมาได้ค่อนข้างดี เป็นแผ่นหนา ด้านหนึ่งจะเป็นพิมพ์นูน

อีกด้านจะเป็นแบบเรียบ

ใช้ได้ทั้งเช็ดและแปะเป็น intensive mask เฉพาะจุด

เบสเป็นแบบน้ำใส มีความชุ่มชื้น แต่ไม่ถึงกับเหนียวและหนึบหนับ

สำหรับ pad นี้มีผลเทสต์ในเชิงการดูแลปัญหาริ้วรอยเข้ามาด้วย

ส่วนผสมเป็นดังนี้

ถ้าพูดถึง curecode เราจะนึกถึง Neuromide® หรือ N-palmitoyl serinol (ขอย่อว่า PS) จัดเป็น Postbiotic เพราะว่าเป็นสารที่จุลินทรีย์ Probiotics ที่เป็นเชื้อเจ้าบ้านบนผิวของเราสร้างขึ้นมา (cutaneous microbiome commensal metabolite)

ถ้าพิจารณาทางเคมี PS เป็นสารในกลุ่ม N-acylamide ที่เกิดจากปฏิกิริยาระหว่าง palmitic acid กับ serinol โครงสร้างใกล้เคียงกับ endocannabinoid ภายในร่างกาย ที่ชื่อ N-palmitoyl ethanolamine ซึ่งเป็นสารที่จับกับตัวรับ endocannabinoid system แล้วให้ประโยชน์ที่ดีกับผิวหลายอย่าง 1 ใน นั้น ที่เสริมการทำงานของ Barrier แล้วให้ผิวแข็งแรง คือ ความสามารถในการเสริมการสังเคราะห์ Ceramide

โดยมีงานวิจัยที่น่าสนใจอยู่ 2 ชิ้น

การศึกษาในปี 2021 พบว่าการทา NPS ในโมเดลหนูทดลองที่เป็นโรค Atopic dermatitis โดยให้หนูทาตำรับ 0.5% NPS วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 1 สัปดาห์ พบว่า NPS เร่งการฟื้นฟู Barrier ผิว และลดการระเหยของน้ำออกจากผิว (Trans-epidermal water loss; TEWL) ได้ (Wen et al., Can J Vet Res. 2021;85(3):201-204.)

การศึกษาอีกชิ้น ทำในผิวหนังเพาะเลี้ยงที่มี PS พบว่าสามารถกระตุ้นการสังเคราะห์ Ceramide ผ่าน Receptor CB-1 ของระบบ endocannabinoid system โดยเฉพาะ Ceramide สายยาว (long-chain fatty acids (FAs) (C22-C24)) ที่มีความสามารถในการเป็น Barrier ที่แข็งแรง (Int J Mol Sci. 2021;22(15):8302.) ที่เซราไมด์สายยาวนี้มีความสำคัญในกลุ่มที่เป็นผิวอักเสบแบบ Atopic เพราะว่าคนเหล่านี้จะมีเซราไมด์สายยาวลดลง แต่เซราไมด์สายสั้นเพิ่มขึ้น ว่ากันว่าเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนที่มีผิวอักเสบแบบ Atopic มี barrier ผิวอ่อนแอ

ซึ่งการเติม PS ลงไปในสูตร เนื่องจากกลไกหลักจะเป็นการเสริมการสังเคราะห์และปรับสมดุลชนิดของ Ceramides บนผิว ไม่ได้เติมไปตรงๆ ควรใช้ร่วมกับ pseudoceramide หรือ ceramide NP/AP/EOP ในระบบ ซึ่งในสูตรนี้มี Ceramide NP ทำให้ได้ผลจากเซราไมด์ที่เติมในระยะสั้น และในระยะยาวจาก PS (คหสต. แนวคิดเสริมเชิงกลไก – ไม่มีหลักฐานวิจัยซัพพอร์ต)

เสริมสารบำรุงเข้ามาอีกหลายกลุ่ม ได้แก่

  • B3 + B5 ดูแลผิวในหลายๆ ด้าน รวมทั้งเรื่อง soothing
  • Postbiotics จากการหมักจุลินทรีย์ (Lactobacillus Ferment Lysate, Bifida Ferment Lysate และ Lactococcus ferment lysate) ปรับสมดุลไมโครไบโอมให้ผิวมีสุขภาพดี
  • สารสกัดจากบัวบก (Centella asiatica extract; cica) และ พฤษเคมีจากบัวบก ที่ให้ประโยชน์ในการดูแลผิวได้หลายอย่าง ทั้งเรื่อง soothing ปัญหาการระคายเคือง และด้าน aging
  • Soothing ด้วยส่วนผสมอีกหลายชนิด แทนด้วยอักษรสีชมพูอ่อน เช่น คาโมมายล์, biosaccharide gum-1, dipotassium glycyrrhizate, allantoin
  • ดูแลเรื่องปัญหา aging ด้วย Adenosine
  • วิตามินอี เป็น antioxidant

ในภาพรวมถือว่าเป็น toner pad ที่ทำมาได้ค่อนข้างดี ทำได้ทั้งเช็ดเตรียมผิว และเป็น intensive mask แปะเฉพาะจุดที่ต้องการดูแลเป็นพิเศษ ไม่มีส่วนผสมที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

ให้คะแนน

  1. สารบำรุง ใช้ Neuromide มาปรับสมดุลและซัพพอร์ตการสร้างเซราไมด์ให้ผิว คู่กับ Niacinamide และมีการเติม ceramide ลงมา พร้อมกับสารบำรุงอื่นๆ ที่เด่นเรื่อง soothing และปรับสมดุลไมโครไบโอม รองๆ ได้ในเชิง anti-aging และ whitening ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่น ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ แผ่นแพดหนา ถ้าจะแปะใช้ด้านเรียบ แปะแล้วให้ความรู้สึกสบายผิว ชุ่มชื้นค่อนข้างนาน ฟินิชหลังใช้ผิวนุ่ม เนียน อิ่มน้ำ ถ้าเช็ดใช้ด้านนูนๆ เช็ดเตรียมผิวก่อนลงบำรุงก็โอเคเลย

สุดท้ายนี้ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์ Curecode โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/curecodeth

ทางไปช้อปปิ้ง

Shopee https://s.shopee.co.th/2gAMZ9iB6J

Lazada https://s.lazada.co.th/s.ZREKnQ?c=s&t=p-i68A85B-sQ5V464

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับเป็นของขวัญมาจากทางแบรนด์ การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ และไม่ได้รับค่าตอบแทนในการรีวิว โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม Cleansing water ถั่วเขียว beplain mung bean cleansing water

วันนี้มารีวิว Cleansing water ถั่วเขียวจากบ้าน beplain กัน

น้องมาในหน้าตาแบบนี้นะคะ

Cleansing water สูตรนี้มาในเนื้อไม่หนักผิว เช็ดกับสำลีง่าย ลื่น ไม่ฝืด

ประสิทธิภาพการทำความสะอาดก็ถือว่าดีเลยล่ะ ทางเราเอาลิปแมทท์สีแดง ที่มีสี stain ติดผิวได้นิดหน่อย กับ mascara primer ที่กันน้ำมาเป็นตัวแทนในการล้าง

เท cleansing water ให้ชุ่มสำลี และโปะสำลีไว้ 10 วินาที ก่อนลากออกเบาๆ ไม่ได้ถู ก็จะเห็นว่าละลายดึงเอาเมคอัพส่วนใหญ่ออกมาเกือบหมด ยกเว้นลิปเสตน ที่สีติดผิวนิดหน่อย

ทำซ้ำอีก 1 ครั้ง ก็จะล้างมาสคาร่าได้หมด เหลือสีเสตนของลิปไว้นิดหน่อย

เวลาใช้งานถ้าเอาเทใส่สำลีให้ชุ่มแล้วแปะบนเปลือกตาก่อนล้างออกก็คือโอเคเลย ไม่ได้รู้สึกแสบตา

สำหรับส่วนผสมค่อนข้างครบนะคะ

ส่วนผสมเป็นดังนี้

จุดนี้ขอไฮไลท์สีที่ sodium chloride ไว้เล็กน้อย เนื่องจากทางแบรนด์มีการเคลมเกี่ยวกับไม่แสบตา อันนี้พอจะโยงเข้ากับเรื่อง tonicity ของตำรับ คือความเข้มข้นของสารละลาย นั้นเท่ากับดวงตา เราสามารถปรับค่าความเข้มนี้ได้อย่างง่ายด้วยการใช้อิเลกโทรไลต์เช่นเกลือ (คหสต.)

ซึ่งพอได้ลองจริงแบบเทใส่สำลีชุ่ม โปะดวงตา เช็ดรอบๆ ด้วยคอตตอนบัดส์ ก็ไม่ได้แสบตา ถ้าไม่ได้เทไปโดนตาตรงๆ

แต่จุดที่แอบตินิดนึง คือการมี Methyl diisopropyl propionamide ตัวนี้เป็นสารให้ความเย็น อาจจะเคืองรอบดวงตาได้ไหม อันนี้ไม่แน่ใจ เพราะตัวเราไม่ได้รู้สึกเย็น

สารทำความสะอาดเป็น Lauryl betaine ตัวนี้เป็นสารทำความสะอาดชนิด 2 ประจุ (amphoteric surfactant) ที่อ่อนโยน ระคายเคืองน้อย ถ้าเทียบกับตัวยอดนิยม cocamidopropyl betaine (CAPB) ตัวนี้แลดูน่าสนใจกว่า เพราะโอกาสเกิดอาการไม่พึงประสงค์น้อยกว่า (คหสต.)

ตัวสารบำรุงที่ใส่มาจะเด่นไปในเชิง soothing มีการใช้สารเสริมไขมันทดแทน barrier ผิว พวก ceramides + natural oil จากเมล็ดองุ่น พร้อมกับมี hya หลายๆ อนุพันธ์เข้ามาด้วย

ให้คะแนน

  1. สารทำความสะอาด การใช้ lauryl betaine เป็นสารทำความสะอาดในสูตร cleansing water มีความน่าสนใจอยู่ แล้วเราไม่ค่อยได้เห็นเท่าไหร่ ตัวนี้มีความอ่อนโยน ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. สารบำรุงและส่วนผสมอื่น เสริมสาร soothing พร้อมกับไขมันทดแทน barrier ผิว และมีไฮยาหลากหลายฟอร์ม ถือว่าทำมาได้ค่อนข้างดี ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ฟินิชของ cleansing water นี้เด่นไปทางแมทท์ แต่ไม่ถึงกับแห้งตึง ซึ่งแตกต่างกับ cleansing water ที่เตรียมจาก PEG-6 Caprylic/capric glycerides ที่จะไปในทางนุ่มๆ เคลือบๆ ด้านความสามารถในการทำความสะอาดถือว่าทำมาได้ดี แต่จะติตรงฝาขวดแอบซึมหกง่ายนิดนึง ให้ไป 4 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้อยากขอบคุณทุกท่านนะคะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

ทางไปช้อปปิ้ง

https://s.shopee.co.th/1Vy3COlfs1

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม Mung Bean Cleansing Oil จากบ้าน beplain

Blog นี้เราจะมาดูส่วนผสมของ Mung Bean cleansing oil จากแบรนด์ beplain กันนะคะ

beplain เป็นแบรนด์เกาหลีแบรนด์ดังแบรนด์หนึ่ง ที่ดังเรื่องโฟมล้างหน้า แต่ cleansing oil ของเขาก็ทำมาได้ดีไม่แพ้กัน ซึ่งก็ติดอกติดใจพส.เกาหลี ได้รางวัล Hwahae award ถึง 2 ปีซ้อนเลยทีเดียว

และมีผลเทสต์ทั้งประสิทธิภาพในการทำความสะอาด การดูแลปัญหาสิวเสี้ยน-สิวหัวดำ และผ่านการทดสอบการระคายเคืองแล้ว

นี่เป็นหน้าตาของน้องนะคะ

ส่วนนี้จะเป็นกล่อง

ในส่วนของวิธีใช้ cleansing oil ที่แนะนำนั้น มีขั้นตอนตามนี้นะคะ

ส่วนนี้เป็นผลการทดสอบประสิทธิภาพในการทำความสะอาด

ผลทดสอบประสิทธิภาพ ในการลดจำนวนสิวหัวดำ-สิวเสี้ยน

และจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ที่แอบชอบเป็นการส่วนตัว คือ

ผ่านการทดสอบการระคายเคืองต่อดวงตาด้วยเทคนิค MCTT-HCE โดยสถาบัน Skinmed

เทคนิคนี้เป็นการทดสอบกับเซลล์เพาะเลี้ยงจากกระจกตามนุษย์ (reconstructed human corneal epithelial; RhCE) ตามมาตรฐาน OECD TG 492

และยังผ่านการทดสอบการระคายเคืองผิวในอาสาสมัครชายและหญิงรวม 34 คน โดยสถาบัน Human Skin Clinical Trial Center Co., Ltd.
 

ส่วนผสมเป็นดังนี้

ในภาพรวม Cleansing oil ตัวนี้ใช้ Ethylhexyl palmitate ร่วมกับ Cetyl ethylhexanoate เป็นเบสหลัก

ซึ่งจริงๆ แล้ว ethylhexyl palmitate มีฟิลลิ่งค่อนข้างดี แต่มีแนวโน้มอุดตันง่าย ดังนั้นการล้าง cleansing oil จึงควรนวดต่อด้วยน้ำจนได้น้ำนม และล้างน้ำนมให้หมด เพื่อลดการตกค้างของน้ำมันเหล่านี้

สำหรับสารทำความสะอาด ตัวหลักที่ใช้จะเป็น Sorbeth-30 tetraoleate ซึ่งมีความอ่อนโยนและมีความสามารถในการทำความสะอาดได้ดี เสริม Polyglyceryl-3 polyricinoleate เข้ามาเพื่อปรับฟีลและช่วยในการล้างออกจากผิวเมื่อเจอน้ำ

ในด้านสารบำรุง ก็จะเสริมสารสกัดจาก Mung bean ซึ่งข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่ามีคุณสมบัติในด้านดูแลการอักเสบของผิว มาพร้อม Panthenol และ Allantoin ที่ให้ประโยชน์เรื่อง soothing ไปด้วยกัน

ถือว่าทำมาได้น่าสนใจดี เพราะว่าช่วงที่นวดมันมี play time ให้สารบำรุงสัมผัสผิวได้นิดหน่อย

ทางไปช้อปปิ้ง

https://s.shopee.co.th/808xVryVxk

Disclaimer: received as gift, self opinion

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม เซรั่ม mucin เจ The Face Shop Vegan Mucin Peptide 8 Serum

The Face Shop นี่เรียกได้ว่าเป็นแบรนด์ผู้นำ K Beauty ยุคแรกๆ เลย ที่เข้ามาในบ้านเรา

ล่าสุดเห็นนางออกผลิตภัณฑ์ในไลน์ Alltimate มา ส่วนตัวมองว่าน่าสนใจ แล้วราคาดีมาก เลยลองซื้อเซรั่มสูตร Vegan Mucin Peptide 8 มาค่ะ

หน้าตาน้องเป็นแบบนี้

น้องได้รับการรับรอง Vegan จาก Korean Vegan Certification Agency (แปลจาก Google)

ส่วนนี้เป็นกล่องค่ะ

น้องเป็นเซรั่มที่มาในเนื้อเจลลื่นๆ เมือกๆ แบบ mucin

เกลี่ยได้ง่าย ให้ฟีลเย็นสบายผิว ชุ่มชื้น เมื่อรอเซ็ตตัวไม่ถือว่าหนึบ

ส่วนผสมเป็นดังนี้

ในภาพรวมน้องเป็นเซรั่มที่ทำมาได้ค่อนข้างดีสำหรับคนอยากเล่น peptide เพราะรวมเอา peptides ตัวดังหลากหลายชนิดเอาไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว นอกจากจะดูแลเรื่องปัญหาริ้วรอย ยังเด่นเรื่องความชุ่มชื้น ให้ความรู้สึกสบายผิว (soothing) และน่าจะได้ประโยชน์เรื่อง Whitening ด้วย ถึงแม้ว่าดูจากส่วนผสมลำดับอาจจะเหมือนไม่ได้มาเยอะ แต่ก็มานะ

สารบำรุงในเซรั่มนี้แบ่งเป็นกลุ่มๆ ดังนี้

ตัวหลักตามชื่อผลิตภัณฑ์ Vegan mucin เป็นสารสกัดจาก wild yam (Dioscorea opposita (wild yam) root extract) มีเคลมถึง Phytomucin คือ mucin ที่ได้จากพืช เป็นส่วนประกอบของ polysaccharide เด่นเรื่องชุ่มชื้น รวมถึง allantoin, dioscorin ที่เด่นเรื่องของ soothing

กลุ่มวิตามิน

  • Niacinamide หรือ วิตามินบี 3 ดูแลผิวได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ soothing เสริมการทำงานของผิวได้หลายๆ กลไก เป็น whitening ควบคุมความมัน และเสริมการสังเคราะห์ Barrier ผิวให้ผิวแข็งแรง
  • Panthenol เด่นเรื่องชุ่มชื้น และ soothing
  • Tocopherol เป็น antioxidant ที่ละลายในไขมัน

กลุ่ม Peptides

  • Glutathione จัดเป็น tripeptide มีคุณสมบัติเป็น antioxidant และมีประโยชน์ในเชิง whitening
  • Arginine/lysine polypeptide ผู้ผลิตวัตถุดิบกล่าวว่า สารตัวนี้เสริมการสังเคราะห์เส้นใยที่เป็น Extracellular matrix เช่น collagen I, III, V รวมไปถึงพวก Glycosaminoglycans และ proteoglycan ในผิว ซึ่งพวกนี้จะซัพพอร์ตให้ผิวเฟิร์ม กระชับ และอุ้มน้ำได้ดี และยังยับยั้งการปลดปล่อย MMP-1 ที่จะไปย่อยสลายคอลลาเจนในผิว
  • Acetyl tetrapeptide-9 ตัวนี้มีข้อมูลจากผู้ผลิตว่า เสริมกระบวนการสร้าง Collagen I และ เส้นใย Lumican ซึ่งเป็นเส้นใยสำคัญที่อยู่บริเวณรอยต่อของชั้นหนังกำพร้ากับหนังแท้ ทำให้ผิวเฟิร์ม
  • Acetyl hexapeptide-8 มีเคลมเรื่องคลายกล้ามเนื้อ ช่วยให้ริ้วรอยดูคลายออก
  • Oligopeptide-107 sh-Oligopeptide-1 หรือ EGF มีประโยชน์ในการเสริมการทำงานของผิวในชั้นหนังกำพร้า
  • Copper tripeptide-1 เป็น peptide ที่มีประโยชน์ค่อนข้างกว้าง ผ่านการนำพาเอา copper ลงไปให้ผิว มีการกล่าวถึงคุณสมบัติในการเสริมการฟื้นฟูผิว กระตุ้นการสังเคราะห์ Collagen และ เส้นใย ECM และป้องกันไม่สารเหล่านี้สลายตัว จึงได้ประโยชน์ในเรื่องของความกระชับของผิว รวมถึง เสริมการทำงานของผิวในชั้นหนังกำพร้า
  • Palmitoyl tripeptide-1, Palmitoyl tetrapeptide-7 คอมบิเนชั่นใน Matrixyl 3000 เสริมการสังเคราะห์คอลลาเจน และให้ริ้วรอยดูเลือนลง

สารบำรุงอื่นๆ

  • Desamido collagen เป็นคอลลาเจนที่ผ่านกระบวนการดัดแปรโครงสร้างทางเคมี (Deamidation) โดยเปลี่ยนหมู่เอไมด์ให้เป็นกรดคาร์บอกซิลิก ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมและความสามารถในการละลายน้ำ มีเคลมถึง Moisturizing + protective คือ นอกจากการเติมน้ำ ยังช่วยปกป้องผิว
  • Adenosine มีประโยชน์ในเชิงชะลอวัย โดยเสริมกระบวนการฟื้นฟูผิวตามธรรมชาติ ปรับสมดุลของกระบวนการอักเสบระคายเคือง เสริมการสังเคราะห์คอลลาเจน
  • Cholesterol เป็นส่วนประกอบของไขมันที่เป็น Barrier ผิว

ความเห็นหญิงมี่

เป็นเซรั่ม Vegan mucin ที่พัฒนาจาก wild yam แทนการใช้ mucin จากสัตว์ เช่น เมือกหอยทาก แต่มาติดตรง Desamido collagen นั้นไม่เจ แต่สินค้าได้รับตรา Vegan อยู่นะ เอาเป็นว่าถ้าเราไม่ได้ซีเรียสอะไรเรื่องเจไม่เจ ส่วนตัวมองว่าเป็นเซรั่มที่ออกแบบมาอย่างดี รวม peptide ตัวดังในวงการไว้ครบ ไม่ว่าจะเป็น copper tripeptide-1, argireline, EGF, matrixyl 3000 ใครอยากลองเล่น peptide เอาตัวนี้ไปเล่นได้ ที่สำคัญมาในราคามิตรภาพ ส่วนตัวกดได้มาในราคา 3xx

ทางไปช้อปปิ้ง

https://s.shopee.co.th/1LarfdmRIh

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม Cleanser สูตรผสม artemisia จากแบรนด์ Bad skin รุ่น Artemisa paste form cleanser

วันนี้พามาอัพเดทโฟมล้างหน้าใหม่บ้านหญิงมี่กับ Artemisa paste form cleanser จากแบรนด์ Bad skin ประเทศเกาหลี

ในภาพรวม น้องเป็นโฟมล้างหน้าที่ทำมาได้น่าสนใจ มาในหน้าตาแบบนี้

bad skin artemisia cleanser

เนื้อโฟมเป็นลักษณะสีน้ำตาล ในส่วนผสมไม่มีสารแต่งสี จึงน่าจะมาจาก ผง artemisia และสารสกัดอื่นๆ ที่ใส่ลงมา

เวลาใช้งานจะมีความเป็นเม็ดสครับอยู่ด้วย ตัวฟองค่อนข้างละเอียด นุ่มผิว

ส่วนผสมค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว เป็นดังภาพ

ในส่วนของสารทำความสะอาดจะเป็นดังนี้

  • กลุ่มของ soap ที่เกิดจากการรวมตัวกันของ Myristic acid, Lauric acid, Palmitic acid, Stearic acid และ Potassium hydroxide ได้เป็นเกลือของกรดไขมัน มีความสามารถในการทำความสะอาดที่ดี
  • เสริมความอ่อนโยนด้วย coco-betaine, Disodium cocoamphoacetate ซึ่ง 2 ตัวนี้เป็นสารทำความสะอาดชนิดสองประจุ (amphoteric) ร่วมกับ Coco glucoside ที่ไม่มีประจุ และ
  • ส่วนผสมที่น่าสนใจอย่าง Inulin lauryl carbamate น่าจะเด่นในแง่ของการผสานเนื้อครีมให้คงตัว น้องดัดแปลงโครงสร้างมาจาก Inulin

ตัวเม็ดสครับที่เห็นน่าจะมาจาก Artemisia princeps leaf powder ซึ่งเป็นพืชในกลุ่มเดียวกับจิงจูฉ่าย โดยอาจจะมี Bentonite ซึ่งเป็นผงในกลุ่ม Clay เข้ามาร่วมด้วยอีกแรง

ในด้านของสารบำรุงที่ใส่มาเรียกได้ว่าเป็นกลุ่มของสารสกัดพืชหลากหลายชนิด

ถึงแม้ว่า Cleanser สัมผัสผิวแค่ชั่วคราว เราอาจจะไม่ได้รับประโยชน์จากสารบำรุงมากนัก แต่มีก็ดีกว่าไม่มี

ให้คะแนน

  1. สารทำความสะอาด เป็นกลุ่ม soap ที่ทำความสะอาดได้ดี เสริมความอ่อนโยนด้วยสารทำความสะอาดกลุ่ม amphoteric และ nonionic ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ มีสารบำรุงอยู่หลากหลายชนิด ไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยไม่มีที่ให้หักคะแนน ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ส่วนตัวชอบโฟมล้างหน้าสูตรนี้ตรงที่ใช้กลิ่นจากสมุนไพรจริงๆ ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมอื่นในสูตร ให้กลิ่นในโทนสมุนไพรจีน กลิ่นของ artemisia ที่คล้ายๆ จิงจูฉ่ายค่อนข้างชัด ฟองนุ่ม ฟองละเอียดคล้ายครีม ละเลงบนหน้าง่าย ไม่ต้องออกแรงเยอะ ล้างออกง่าย ไม่ถึงกับเอี๊ยด ล้างเสร็จเช็ดโทนเนอร์ แล้วทาบำรุงต่อเลยก็คือได้เลย ให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบ และขอขอบคุณทางแบรนด์ Bad Skin ประเทศเกาหลีด้วยนะคะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจมาให้

สำหรับท่านที่สนใจสามารถสอบถามทางแบรนด์ได้โดยตรง

แนบลิงค์ช้อปปิ้ง

https://s.shopee.co.th/7V9V4NhmA2

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับเป็นของขวัญจากทางแบรนด์ การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่มไฮยาตึงตึงสายกวาดรางวัลจากเกาหลี จาก Torriden DIVE IN Serum

Blog นี้จะมารีวิวเซรั่มไฮยาตัวตึงจาก Torriden กันนะคะ

น้องมีชื่อเต็มๆ ว่า Dive In Low Molecular Hyaluronic Acid Serum

ตัวตึงในหมู่พส.เกาหลี กวาดรางวัล Olive Young Awards หมวด Essence/Serum มา 2 ปี ซ้อน

และความน่าสนใจคือ ไฮยาที่ใช้เป็นไฮยาเกรด Vegan และได้รับ certified vegan ด้วย

อันนี้จะเป็นหน้าตาของน้องนะคะ

ส่วนนี้จะเป็นกล่องค่ะ

เซรั่มมาในเนื้อกำลังดี ไม่หนืดไป ไม่เหลวไป

เวลาเกลี่ย น้องจะให้ฟีลลื่นๆ ในช่วงแรก ก่อนจะเซ็ตตัวเป็นฟิล์มบางๆ ที่ให้ความรู้สึกนุ่มนวล ชุ่มชื้น และเย็นสบายผิว

ตัวผลิตภัณฑ์มีผลทดสอบในอาสาสมัครด้วยในเรื่องของการเติมความชุ่มชื้นให้ผิวหลายๆ ระดับ และประสิทธิภาพในการเพิ่มความชุ่มชื้นที่ยาวนาน

(Image from Torriden Official Shopee Mall)

ส่วนผสมเป็นดังนี้

ในภาพรวมพระเอกของผลิตภัณฑ์ก็เป็น ไฮยา 5 ชนิด ซึ่งจะมีทั้งตัวที่เคลือบ ตัวที่เกาะผิว ตัวที่ซึม เพื่อดูดจับน้ำและเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวในหลายๆ ระดับไปพร้อมๆ กัน

สำหรับสารบำรุงอื่น ที่เข้ามาเสริมเรื่องการจับน้ำ จะเป็นน้ำตาล Trehalose ที่จับน้ำได้เก่งเหมือนกัน ควบคู่ไปกับ Beta-glucan ซึ่งตัวนี้มีคุณสมบัติเป็น prebiotic เป็นอาหารให้แก่จุลินทรีย์ดีๆ บนผิว ให้ผิวแข็งแรงได้อีกทาง

ดูแล Barrier ผิวให้แข็งแรงเก็บกักน้ำได้ดีขึ้นด้วย Ceramide NP และ Cholesterol

เสริมสารสกัดที่เด่นเรื่อง Soothing หลายชนิด ได้แก่

  • Madecassoside + Madecassic acid ที่แยกได้จากบัวบก มีประโยชน์ต่อผิวหลายประการ รวมทั้ง Soothing
  • Panthenol ที่ดูแลผิวไปพร้อมๆ กับเพิ่มความชุ่มชื้น และเสริมกระบวนการฟื้นฟู Barrier ผิวตามธรรมชาติ
  • Allantoin
  • Betaine
  • สารสกัดจาก Portulaca Oleracea Extract มีประโยชน์ต่อผิวหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการดูแลการระคายเคือง ความชุ่มชื้น และ มีคุณสมบัติ antioxidant เสริม
  • สารสกัดจาก Paeonia Suffruticosa Root Extract ก็มีประโยชน์ต่อผิวหลายอย่างเช่นกัน เช่น antioxidant รวมไปถึง soothing, whitening
  • Scutellaria Baicalensis Root Extract ซึ่งประกอบด้วยพฤกษเคมีที่ประโยชน์หลายชนิด และมีรายงานวิจัยสนับสนุนถึงคุณสมบัติในการต้านการอักเสบ ทั้งในระดับหลอดทดลอง และในหนูทดลอง และมีคุณสมบัติในการกดสาร cytokines ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการแพ้ (J Ethnopharmacol. 2012; 141(1):345-9.)

เสริม Antioxidant ด้วยสารสกัดจาก Malachite

มี Witch hazel อยู่อีกนิดๆ คุมมัน กระชับรูขุมขน

ให้คะแนน

  1. สารบำรุง ในภาพรวม สารบำรุงเด่นด้วยไฮยาหลายชนิดที่ไล่ระดับกันมาช่วยเติมน้ำให้ผิว มาพร้อมการพร้อม Soothing จากสารบำรุงอื่นๆ พร้อมดูแลฟื้นฟู Barrier ให้แข็งแรง ด้วย Ceramide + Cholesterol มี AOX นิดๆ จาก Malachite เสริม โดยรวมขอให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ทำมาได้ค่อนข้างดี ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ตัวเซรั่มจะมีความลื่นนิดๆ แต่จะชอบเวลาเกลี่ย และเมื่อเซ็ตตัวให้ความรู้สึกเคลือบเป็นฟิล์มบางๆ ที่รู้สึกเย็นสบายผิว ผิวนุ่มลื่น ทาครีมทับอีกชั้นก็สบายผิวได้ทั้งวัน ให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทุกท่านด้วยนะคะ ที่ติดตามรับชมมาจนจบ

ขออนุญาตแนบทางไปช้อปปิ้ง

https://s.shopee.co.th/2VhVLuaRu6

https://s.lazada.co.th/s.zgUF7?cc

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมกันแดดถั่วเขียวเย็นผิว beplain Mung Bean Cooling Moisture Sunscreen SPF50+ PA++++

Blog นี้เราจะมีรีวิวกันแดดถั่วเขียวที่ลดอุณหภูมิผิวได้ 10.5 องศาภายหลังการใช้งาน มาในคอนเซปท์ว่า ถ้าลดอุณหภูมิภายในผิวได้ รูขุมขนก็จะเปลี่ยนแปลงไป เออ อันนี้น่าสน ที่สำคัญเขาว่าฮิตในหมู่พส.เกาหลีด้วย

ตัวผลิตภัณฑ์เป็นของแบรนด์ beplain มีชื่อว่า Mung bean cooling moisture sunscreen มีค่า SPF50+ PA++++

รางวัลฉ่ำหลากหลายหมวด

(Image from beplain Korea Official Website)

คำแปลค่าต่างๆ จากภาพนะคะ เป็นความเห็นจากผู้ใช้จริง

  • 100% บอกว่าซึมไว
  • 98% รู้สึกว่าไม่อุดตัน
  • 97% รู้สึกเย็น
  • 95% บอกว่าหลังใช้แล้วเมคอัพติดทนมากขึ้น
  • 94% บอกว่าไม่แสบตา

อีกการทดสอบ อาสาสมัคร 24 คน โดยสถาบัน Human Skin Clinical Trial Center ทุกคนบอกว่า ทาแล้วรู้สึกผิวเย็น และ รู้สึกว่า soothing ทันที

มีเคลมเรื่องกันฝุ่นละออง

และในการทดสอบก็คือมีผลในการลดรอยแดง กับ ลดอุณหภูมิผิวได้ถึง 10.5 องศา

ส่วนนี้เป็นหน้าตาของน้องค่ะ

ตัวกล่อง

จุดเด่นคือเนื้อสัมผัสที่ชุ่มชื้นเหมือนมอยส์เจอร์ไรเซอร์ ทาแล้วกลืนไปกับผิวแต่ก็ไม่ทำให้เหนอะหนะ

หลังเกลี่ย

เชคฟินิชอีกทีด้วยแสงแฟลช ก็คือจะมีความวาวนิดๆ ภายใต้แสงแฟลช

ด้านส่วนผสมก็คืออัดแน่นมาเช่นเคยตามสไตล์ beplain เขาล่ะ

ในภาพรวมน้องเป็นกันแดดเคมี ที่ผสมสารกรองรังสี UVA UVB มาครบเครื่อง เสริมด้วยสารสกัดจากพืชอีกหลายชนิดที่มีประโยชน์ในการ Soothing/Calming ให้ความรู้สึกสบายผิว แต่งสีเขียวนวลๆ ด้วย pigment Chromium oxide greens ซึ่งเขียวกับแดงเป็นสีคู่ตรงข้ามกันใน Artist color wheel เมื่อมาเจอกันก็จะช่วยกลืนสีแดงไป ช่วยกลบรอยแดงได้แบบนิดๆ

มาเริ่มกันที่สารกันแดดในสูตร

  • Ethylhexyl triazone ว่ากันว่าเป็นตัวกรองรังสี UVB ที่มีความคงตัวสูง
  • Drometrizole trisiloxane น้องสารกันแดดที่กรองรังสีได้ในช่วงกว้างทั้ง UVB และ UVA มีจุด Peak 2 จุดในช่วง UVB (303 nm) และ UVA (344 nm)
  • Terephthalylidene dicamphor sulfonic acid เก่งกรอง UVA-1 (320–400 nm) ความคงตัวสูง ละลายน้ำได้ดี เลยให้ฟีลไม่เหนอะหนะ ใช้คู่กับ Drometizole trisiloxane ยืนหนึ่งกวาดเก็บ UVA แบบฉ่ำ
  • Diethylamino hydroxybenzoyl hexyl benzoate หรือรู้จักกันในนาม Uvinul A+ ตัวกรอง UVA ที่เด่นเรื่องการปกป้องการเกิดอนุมูลอิสระจากรังสี UV ในผิว มีความคงตัวดี
  • bis-Ethylhexyloxyphenol methoxyphenyl triazine หรือ Tinosorb S กรองรังสีได้ในช่วงกว้างทั้ง UVA-UVB มีค่า Peak 310 และ 345 nm และมีฤทธิ์เสริมและบูสต์ค่า SPF เมื่อใช้คู่กับสารกันแดดอื่น เช่น Ethylhexyl triazone
  • บูสท์ค่า SPF ด้วย Butyloctyl salicylate ที่มาในสัมผัสบางเบา

ภาพรวมการกรองรังสีจะประมาณนี้นะคะ

สูตรนี้ไม่มี Avobenzone แต่ยังตึงด้าน UVA อยู่

ในด้านสารบำรุงที่ใส่เสริมเข้ามาจะเน้นไปในเชิง Soothing ด้วยสารสกัดจากถั่วเขียว ร่วมกันสารสกัดพืชอีกหลายชนิด เสริม Adenosine ที่ดูแลเรื่องริ้วรอย

คอมบิเนชั่น Iced mung beanTM Complex ของทางแบรนด์ ได้แก่ Vigna radiata seed extract, Laminaria japonica extract, Ulmus davidiana root extract, Aloe barbadensis leaf extract, Viola mandshurica flower extract, Dioscorea japonica root extract เคลมว่าลดอุณหภูมิผิวได้

ใช้ Methyl diisopropyl propionamide เป็นตัวให้ความรู้สึกเย็นแบบละมุนนี เย็นนาน

มาให้คะแนนกัน

  1. สารกันแดด ทำมาได้ค่อนข้างดี ครบจบทั้ง UVA-UVB และมีความคงตัวดี ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ในด้านสารบำรุง มีกลุ่มของสารที่เน้น Soothing อยู่ และตัวเบสทำมาได้ค่อนข้างดี ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยไม่มีที่ให้หักคะแนน ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ส่วนตัวค่อนข้างชอบเนื้อที่ไม่หนักเกินไป นุ่มนวลดี แต่ก็ไม่แห้งจนเกินไป มีฟิล์มเคลือบอยู่นิดๆ เป็นฟิล์มที่แห้งสบายผิว แต่ก็ไม่แห้งจนตึงเกินไป วันที่ต้องอยู่กลางแจ้งนานๆ เติมทับเมคอัพได้ ด้วยเราไม่ได้แต่งหน้าเยอะมาก จะมีหนักก็แค่รองพื้น ตอนเติมกันแดดก็ไม่ได้ละลายรองพื้นออกมา ในภาพรวมให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบนะคะ

แนบทางไปช้อปปิ้ง

https://s.shopee.co.th/1BC9MCRnK3

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับมาจากทางแบรนด์ การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ และไม่ได้รับค่าตอบแทนในการรีวิว โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม beplain Cicaterol toner โทนเนอร์วีแกนตัวตึงด้านการปลอบประโลมผิวพร้อมคุมมันได้ในตัว

ช้อปปิ้งโทนเนอร์ตัวใหม่มาแล้วชอบ เลยอยากเอามาอวด

น้องเป็นของแบรนด์ beplain ประเทศเกาหลี เจ้าของโฟมล้างหน้าถั่วเขียวที่ขึ้นชื่อนั่นเองค่ะ

โทนเนอร์สูตรที่ดิฉันสอยมา มีชื่อว่า Cicaterol toner มาในหน้าตาแบบนี้ค่ะ

เนื้อโทนเนอร์มีสีธรรมชาติของสารสกัดจาก Cica (Centella asiatica; บัวบก) มีกลิ่นจางๆ ของวัตถุดิบ

เวลาใช้งาน ลองใช้ทั้งแบบเทใส่สำลีแล้วเช็ด และแบบเทใส่มือวอร์มแล้วกดๆ ได้ ทั้ง 2 แบบ แต่ชอบแบบสำลีมากกว่า ตัวเนื้อมันจะมาแบบมีความลื่นๆ นิดๆ ชุ่มหน่อยๆ ไม่ได้เช็ดแล้วเป็นน้ำแบบสลายหายไป ให้ความรู้สึกเย็นสบายผิว

ตัวนี้ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพในอาสาสมัครมาด้วย ว่าควบคุมความมัน และกระชับรูขุมขน

จากการวิเคราะห์พบว่า จำนวนของรูขุมขนต่อหน่วยพื้นที่ลดลง 28% ขนาดเล็กลง 19% และปริมาตรของรูขุมขนลดลง 16%

และลดรอยแดงบริเวณแก้มได้ด้วย เพราะมีส่วนผสมของ Beta-sitosterol ซึ่งเป็น Phytosterol ที่เด่นในการดูแลปัญหาการระคายเคือง

สำหรับส่วนผสมก็คือมาแบบ Less is more มีแค่ 5 ingredients only

และที่มาของชื่อ Cicaterol ก็คือ Cica + Beta-sitosterol ก็คือเก๋มาก

และได้รับการรับรอง 100% Vegan จากองค์กร eve Vegan ประเทศฝรั่งเศส นอกจากนี้ตัว Cica ก็มาจากกระบวนการปลูกที่แบรนด์เคลมว่าเป็น “Smart cica” คือ ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี และลดการปลดปล่อยคาร์บอนออกสู่สิ่งแวดล้อม

โดยตัว Cica หรือ Centella asiatica หรือ บัวบก มีการศึกษาทั้งในโมเดลหลอดทดลอง เซลล์เพาะเลี้ยง สัตว์ทดลอง และในอาสาสมัคร พบว่ามีประโยชน์ต่อผิวหลายประการ ในภาพรวมสารสกัดจากบัวบก มีประโยชน์ในการเสริมกระบวนการสมานแผล เสริมกระบวนการสร้างคอลลาเจน และเส้นใย matrix ต่างๆ ใน Dermis มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant และ Soothing ดูแลปัญหาการระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายผิว

เมื่อมาจับคู่กับ Beta-sitosterol ซึ่งเป็น Phytosterol ก็คือเด่นมากในการดูแลปัญหาการระคายเคืองผิว

โดยการใช้ Beta-sitosterol มีการทดสอบในหนูทดลองพบว่าไปลดการสร้าง Thymic stromal lymphopoietin (TSLP) (Han et al., Exp Biol Med (Maywood). 2014;239(4):454-64.) ซึ่งเป็น Cytokine ชนิดหนึ่ง ออกฤทธิ์คล้าย IL-7 เกี่ยวข้องกับอาการคันในโรคผิวหนังบางประเภท

โดยสาเหตุที่ KC จะสร้าง TSLP ออกมานั้นยังไม่ชัดเจน 1 ในนั้นก็คือเวลา Barrier เสียสมดุล KC จะปล่อยตัวนี้ออกมา (Kumar et al., J Allergy Clin Immunol. 2016;138(5):1461-1464.e6) พอออกมาแล้วก็อักเสบแบบวนลูป ในระยะยาวส่งผลให้เกิดโรคผิวหนังอักเสบ

ซึ่งพอ Beta-sitosterol ไปลดการสร้าง TSLP ได้ ก็น่าจะมีประโยชน์ในการดูแลการอักเสบของผิวได้อีกทาง

ในภาพรวมก็ถือว่าเป็นโทนเนอร์สายคลีนที่ทำมาได้ค่อนข้างดี เลือกส่วนผสมชัด และมีผลเทสต์ในอาสาสมัคร

ทางไปช้อปปิ้ง

https://s.shopee.co.th/5VKfZsoCTb

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่ม Snail retinol ขั้นกว่าของเรตินอล คือ เรตินอลผสมเมือกหอยทาก จาก Dr.G

Blog นี้ขอมารีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่ม Retinol จากแบรนด์ Dr.G กัน

น้องเป็นเซรั่มเรตินอลที่ผสมเมือกหอยทากลงไปด้วย เอาจริงๆ คือ เมือกหอยทากนี่เหมือนจะดูเอาท์ แต่ว่ามันก็มีงานวิจัยอยู่หลายฉบับที่บอกว่าเมือกหอยทากที่นำมาจากหอยทากสายพันธุ์ Cryptomphalus aspersa มีประโยชน์ในการดูแลผิวหลายประการ และมีการทดสอบในอาสาสมัครถึงประสิทธิภาพด้านริ้วรอยอยู่ เมื่อเอามาจับมือกับเรตินอล เลยกลายเป็นคู่หู perfect pair ที่น่าสนใจอีกคู่หนึ่ง

เซรั่มมาในหน้าตาแบบนี้ค่ะ

ส่วนกล่องเราแอบประทับใจตรงที่มีอักษรเบรลล์พิมพ์ปั๊มนูนอยู่ด้วย อันนี้คือน่ารักมากอ่ะ

ตัวผลิตภัณฑ์นี้เคลมว่ามีการใช้เทคโนโลยี Double Liposome ซึ่งปกติ Liposome เป็นระบบการนำส่งแบบถุงผนังสองชั้นที่เตรียมจาก phospholipid เป็นสารหลัก มีการจัดเรียงโครงสร้างคล้ายเยื่อหุ้มเซลล์ เลยมีประโยชน์ในการเสริมการนำส่งสารบำรุงเข้าสู่ผิว

เนื้อเซรั่มสีออกครีมๆ มีกลิ่นหอม

เกลี่ยได้ง่าย ให้ความชุ่มชื้นสูง

ตัวผลิตภัณฑ์ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพในผู้หญิงอายุ 30 – 59 คน จำนวน 21 คน เป็นเวลา 4 สัปดาห์ โดยสถาบัน P&K Skin Clinical Research Center (Ref: Dr.G Korea Official Website) โดยทางนี้เลือกมา 2 parameters คือ ริ้วรอยบนหน้าผาก กับ ร่องแก้ม

พบว่า ให้ผลดีอยู่นะคะ โดยเมื่อให้กลุ่มอาสาสมัครหญิงอายุ 30 – 59 ใช้เป็นเวลา 4 สัปดาห์ อาสาสมัครจะมีริ้วรอยบริเวณหน้าผากตื้นขึ้น 108.7% และร่องแก้มตื้นขึ้น 128.3% คือถือว่าดีงามมาก

และก็มีอีกจุดที่ประทับใจ คือ เราไม่ค่อยเห็นว่ามีการทดสอบการเสริมฤทธิ์กันระหว่าง product อื่นในไลน์เดียวกัน เมื่อใช้ร่วมกัน แต่ Dr.G ทำค่ะ พบว่า ใช้ Ampoule คู่กับครีมได้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นทั้งในด้านชุ่มชื้น ริ้วรอยรอบดวงตา ดูแลสีผิวไม่สม่ำเสมอ และในภาพด้านล่างคือ ผลการยกกระชับ (Lifting)

สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

ส่วนผสมก็คืออัดแน่นอัดฉ่ำตามสไตล์เกาหลี

ในด้านสารบำรุงก็มีอยู่หลายตัวเหมือนกัน

สำหรับกลุ่ม Retinoids จะมีด้วยกัน 2 ตัว คือ HPR กับ Retinol ซึ่ง HPR สามารถออกฤทธิ์ได้เลย และ Retinol เวลาลงผิวจะถูกแปรสภาพก่อน จึงจะออกฤทธิ์ได้

ประโยชน์ของ Retinoid ค่อนข้างกว้าง ตั้งแต่ปรับสมดุลการสร้าง-เจริญของผิวในหนังกำพร้า เสริมการสร้างคอลลาเจน และเส้นใยที่เป็นประโยชน์ในการดูแลด้านความกระชับ ผิวเรียบเนียน รวมไปถึงเรื่องปรับสมดุลความมัน ดูแลปัญหาสิว และได้ประโยชน์เรื่องปรับสมดุลเม็ดสีด้วยอีกทาง

ในส่วนของวิตามินและสารกลุ่มใกล้เคียงในตำรับ ได้แก่

  • Niacinamide ดูแลผิวได้หลายประการ ทั้งในด้านของสีผิว การระคายเคือง ผิวแข็งแรง
  • Tocopherol หรือ วิตามินอี เป็น antioxidant ที่ละลายได้ในไขมัน
  • Hydroxydecyl Ubiquinone มีอีกชื่อว่า Idebenone เป็นสารสังเคราะห์เลียนแบบ Coenzyme Q10 มีขนาดเล็กกว่า จึงมีการเคลมว่าดูดซึมได้ดีกว่า เป็น antioxidant อีกตัวที่ละลายได้ในไขมัน

สารที่มีประโยชน์อื่นในการดูแลด้านริ้วรอยและชะลอวัย ได้แก่

  • Snail secretion filtrate หรือ เมือกหอยทาก เป็นเหล้าเก่าในขวดใหม่ มีประวัติการใช้มาเนิ่นนาน มีงานวิจัยตีพิมพ์มาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 2010s โดยในเมือกหอยทากจะประกอบด้วยสารในกลุ่ม Glycosaminoglycans (GAGs) ที่เด่นในเรื่องความชุ่มชื้น และมีประโยชน์อื่นๆ กับผิว อย่างข้อมูลที่มีจะเป็นทั้งในด้านของการสมานแผล, antioxidant, มีผลต่อการแบ่งตัวของ fibroblast จึงให้ประโยชน์ในการดูแลริ้วรอย รวมไปถึงการดูแลสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ (mentioned in Nguyen et al. J Cosmet Dermatol. 2020;19(7):1555-1569.)
  • Dioscorea Japonica Root Extract สารสกัดจาก Glutinous yam ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่ามีคุณสมบัติเป็น antioxidant และเสริมการสังเคราะห์คอลลาเจน
  • Adenosine มีประโยชน์ในการดูแลปัญหาริ้วรอย
  • Ferulic acid เป็น antioxidant ที่ดี ข้อมูลจาก Systematic review (ซึ่งเป็นการรวบรวมงานวิจัยที่มีมาก่อนหน้ามาวิเคราะห์) ล่าสุดเมื่อเดือน พ.ค. 2025 กล่าวว่า Ferulic acid มีศักยภาพที่ดีในการนำมาใช้ในทางเครื่องสำอาง มีฤทธิ์ลดการอักเสบระคายเคือง เพื่อดูแลปัญหารอยแดง สีผิวไม่สม่ำเสมอ ยับยั้งเอนไซม์ MMP ที่ไปย่อยคอลลาเจน พร้อมๆ กับสนับสนุนการสร้างคอลลาเจนใหม่ จึงให้ประโยชน์ในการดูแลริ้วรอย (Roux et al. J Clin Aesthet Dermatol. 2025;18(5):38-42.) และมีผลทดสอบในเซลล์เพาะเลี้ยงว่า เมื่อใช้คู่กับ Retinol สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลปัญหา Photoaging และกระบวนการอักเสบ จากรังสี UVB ได้ (Aging (Albany NY). 2024;16(8):7153-7173.)
  • Palmitoyl Pentapeptide-4 เป็นเปปไทด์จากกรดอะมิโน 5 ตัว ที่มาจับกับกรดไขมัน palmitic เพื่อให้ดูดซึมได้ดีขึ้น มีประโยชน์ในการกระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจน อิลาสติน และ Glycosaminoglycan ในผิว และมีโครงสร้างที่คล้ายกับ Precursor ของ Collagen type I ตัวนี้มีงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการรองรับ (Int J Cosmet Sci. 2005;27(3):155-60)

Soothing/Calming ดูแลการระคายเคืองด้วยส่วนผสมหลายชนิด เช่น Beta-glucan, Biosaccharide gum-1, Allantoin, Betaine และ Cica

เสริมไขมันที่เป็นน้ำมันบำรุงผิวจากธรรมชาติ และมีคอลลาเจน + ไฮยา ที่เติมน้ำให้ผิว

ส่วนของเบสมาแบบซับซ้อน ให้เนื้อสัมผัสที่ดี แห้งไวแต่ยังคงชุ่มชื้นอยู่ ไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

ให้คะแนน

  1. สารบำรุง เป็นเซรั่มที่เลือกเอาสารที่โดดเด่นในการดูแลริ้วรอย ชะลอวัย เข้ามาด้วยกัน ทั้งในส่วนของการเลือกใช้ Retinol + HPR มาจับคู่กับเมือกหอยทาก และ Ferulic acid มาพร้อมกับตัวที่ดูแลการระคายเคือง ไขมันทดแทนผิว และสารเพิ่มความชุ่มชื้น ถือว่าทำมาได้ค่อนข้างครบ ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ในด้านเนื้อสัมผัสค่อนข้างทำมาได้ดี เกลี่ยง่ายให้ความชุ่มชื้นสูง ใช้แล้วสบายผิว แต่ส่วนตัวคิดว่ากลิ่นออกมาแรงไปนิดนึง แต่ก็ไม่เคยหักคะแนน้ำหอมนะ ส่วนในด้านประสิทธิภาพ ตัวเองก็ใช้เรตินอยด์มานานมาก ตัวนี้ก็คือเมนเทนผิวได้ดี ก็คือชอบ ขอให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบค่ะ

แนบลิงค์ช้อปปิ้ง

Shopee https://s.shopee.co.th/AUjDnObWlc

Lazada https://s.lazada.co.th/s.BahvV?cc

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ