Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม Bioderma Sensibio Micellar Cleansing oil

สำหรับ Blog นี้ขอหยิบเอา Cleansing oil ของ BIODERMA ที่มีชื่อเต็มๆ ว่า Sensibio micellar cleansing oil มารีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมกันนะคะ

น้องมาในหน้าตาแบบนี้ค่ะ

ตัวออยล์ทำออกมาให้มีความเหลว เพื่อให้เกลี่ยได้ง่าย ความหนืดปานกลาง นวดง่ายไม่ฝืดบนใบหน้า ให้สัมผัสที่สบายผิว

ในส่วนของวิธีใช้ของเรา คือ ปั๊มออกมา 1 ปั๊ม ใส่ในมือซ้ายก่อน แล้วเอามือขวาจกลงไปก่อนมาละเลง และนวดวนบนหน้าฝั่งหนึ่ง ก่อนกดเพิ่มอีกปั๊ม แล้วนวดเบาๆ ที่หน้าอีกฝั่ง นวดจนเริ่มเห็นสีรองพื้นละลายออกมา

จากนั้นก็เปิดก๊อกน้ำ เอาน้ำใส่มือประมาณ 1 อุ้งมือ แล้วใช้มือขวาจุ่มน้ำมานวดวนจนได้น้ำนม ค่อยๆ เติมน้ำแล้วนวดวนจนได้น้ำนมทั้งหน้า นวดน้ำนมต่อไปเบาๆ อีกสักครู่หนึ่ง

ล้างน้ำประปาจนหมดน้ำนม สัมผัสหลังใช้คือค่อนข้างดีเลย ผิวนุ่มเนียน ให้ฟีลชุ่มชื้น

ซึ่งถ้าเป็นวันปกติ แค่กันแดด + รองพื้นบางๆ จะจบแค่นี้เลยก็ได้ ไม่ต้อง double clean แต่ถ้าลงรองพื้นหนาหน่อย หรือกันแดดกันน้ำแน่นๆ จะไป double clean ต่อด้วยเจล/โฟม

เมื่อเราล้างออกหมด ผิวจะนุ่ม จับแล้วฟีลสบายผิว แบบชุ่มชื้น เอามือลากบนหน้าแล้วเรียบเนียน

ในด้านการทำความสะอาดส่วนตัวมองว่าทำมาได้ดีเลยล่ะ ซึ่งทางแบรนด์เขาก็มีการทดสอบประสิทธิภาพมาด้วย เดี๋ยวเล่าในช่วงวิเคราะห์ส่วนผสมนะคะ

ส่วนผสมเป็นดังนี้นะคะ

ในส่วนผสมชุดนี้มีส่วนผสมของสารทำความสะอาด อย่าง Polyglyceryl-4 oleate ซึ่งเป็นสารที่ได้จากการดัดแปลงโครงสร้างกรดไขมัน oleic (omega 9) มาจับกับ Glycerin เพื่อให้ได้โครงสร้างเป็น surfactant ที่มีส่วนหัวชอบน้ำของ Glycerin ตัวนี้ข้อมูลความอ่อนโยนค่อนข้างดีเลย

เวลาสารกลุ่มนี้อยู่ในเบสที่เป็นน้ำมัน นางจะเรียงตัวกันโดยเอาส่วนที่ชอบน้ำมาชนกันอยู่ด้านใน แล้วเอาหางชี้ออกในเบสที่เป็น oil เห็นเป็นโครงสร้างแบบ reversed micelle ซึ่งเป็นหัวใจของการทำความสะอาดด้วย cleansing oil

ถ้าเป็น cleansing water นางจะเรียงโดยเอาส่วนหัวที่ชอบน้ำ เป็น micelle แบบที่เราคุ้นชินกัน

เวลาทำความสะอาดด้วย cleansing oil ช่วงแรกการนวด เราจะนวดบนหน้าแห้ง เลยนิยมเรียกเป็น Anhydrous phase

พอเราทา Cleansing oil ลงบนผิว เบสน้ำมันและ surfactant จะคลายโครงสร้างแล้วเข้าไปละลาย ผสมรวมกับคราบสิ่งสกปรกและเครื่องสำอางที่เป็นน้ำมันบนผิว

ต่อมาให้เราเติมน้ำลงไป แล้วนวดวนต่อ ขั้นตอนนี้จะเกิดน้ำนม เรียกว่า Emulsification phase

พอเราเติมน้ำ ตัว surfactant จะกลับทาง กลายร่างจาก reversed micelle มาเป็น micelle ปกติ แล้วอุ้มเอาสิ่งสกปรกไว้ในช่องตรงกลางตัวมัน พอเราไปล้างน้ำ ก้อนนี้ก็จะไหลออกไปกับสายน้ำ ซึ่งส่วนมากจะไม่ทิ้งคราบมันเหนอะหนะของน้ำมันเอาไว้

ทีนี้ความพิเศษของผลิตภัณฑ์ BIODERMA Sensibio Cleansing oil คือ เทคโนโลยีไมเซล่าดับเบิ้ลแอคชั่น ที่เอากรดอะมิโน (PCA) ไปใส่ไว้ในส่วนตรงกลางของ reversed micelle พอเราล้าง มันเลยกลายเป็นว่า ตัวสารทำความสะอาดก็คลายมาทำความสะอาด พร้อมปลดปล่อยอะมิโนมาให้ผิวชุ่มชื้นด้วย

โดยในเบสทำความสะอาดชุดนี้มีความอ่อนโยนเลยอาจจะไม่ต้องล้างซ้ำด้วยเจล-โฟมก็ได้ แต่ถ้ารู้สึกว่าเหนอะหนะ หรือหนักผิว หรือแต่งหน้าเยอะ หรือใช้กันแดดที่กันน้ำแบบแน่นๆ ก็ล้างซ้ำด้วยเจล-โฟม เป็นการทำ double clean ไป

สำหรับเบสหลักจะเป็น ethylhexyl palmitate ที่เป็นสารในกลุ่ม fatty ester ที่มีเนื้อบางเบา ไม่เหนอะหนะ ผสมน้ำมันธรรมชาติจาก rapeseed และ ทานตะวัน ซึ่งมีองค์ประกอบของกรดไขมัน omega 3, omega 6 อยู่

ในเบสจะมีสารเพิ่มความชุ่มชื้นอย่าง sodium PCA ซึ่งเป็นอนุพันธ์ของกรดอะมิโน สารนี้เป็น Natural moisturizing factor หรือ NMF ทำหน้าที่จับน้ำให้ผิว แล้วใช้ propanediol ช่วยดึงน้ำเพิ่มความชุ่มชื้น

ส่วนผสมของ vitamin E ที่เป็น antioxidant ที่ละลายได้ในน้ำมัน และ Stearyl glycyrrhetinate ที่เป็นอนุพันธ์ละลายไขมันของ glycyrrhetinic acid ที่พบในชะเอม มีประโยชน์ในเชิง soothing

ซึ่งเรื่องของประโยชน์ในเชิง soothing ทางแบรนด์มีผลทดสอบในอาสาสมัครที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย รวมถึงกลุ่มคนที่ใส่คอนแทคเลนส์ด้วย

นอกจากนี้การใช้ต่อเนื่อง 28 วัน พบว่าช่วยเพิ่มความแข็งแรงของ Barrier ผิว โดยวัดจากการระเหยของน้ำออกจากผิว (TEWL น้อยลง) รวมถึงดูแลปัญหาสิวเสี้ยนบนผิว

และผ่านการทดสอบว่าไม่อุดตัน

สำหรับประสิทธิภาพในการทำความสะอาดก็ไม่เบา มีผลเทสต์ทั้งในส่วนของ

  • การทำความสะอาดฝุ่นมลภาวะที่เกาะผิว โดยจำลองอนุภาคให้มีขนาดประมาณ PM2.5 ทำความสะอาดเอาพวกนี้ออกได้ถึง 92%
  • ล้างมาสคาร่ากันน้ำได้ โดยวัดจากค่าสี L* ซึ่งเป็นสีในโทนสว่าง-มืด พบว่า L* เพิ่มขึ้นหมายถึง ผิวสว่างขึ้น คือ กำจัดสีดำจากมาสคาร่าออกไปได้มาก
  • ล้างกันแดดได้ด้วย

มาให้คะแนนกันค่ะ

  1. สารทำความสะอาด สูตรนี้ใช้สารทำความสะอาดเพียงตัวเดียว คือ Polyglyceryl-4 oleate สร้าง reversed micelle ในเบสน้ำมัน โดยสารนี้มีความอ่อนโยนสูง จึงถือว่าออกแบบและเลือกมาเป็นอย่างดีสำหรับซีรี่ส์ Sensibio ที่ออกแบบมาสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่น ออกแบบมาได้ดีทั้งการเลือกใส่ PCA และ propanediol เข้ามาปรับฟีลให้มีฟีลแบบชุ่มๆ ลื่นๆ หน่อย ส่วนผสมเลือกมาได้ดี แม้ว่า ethylhexyl palmitate อาจจะมีความเสี่ยงในการอุดตันรูขุมขนได้ แต่ cleansing oil ใช้ให้สัมผัสผิวแค่ชั่วคราว และถ้าใช้ถูกต้องตาม protocol ก็ไม่น่าจะหลุดรอดหลงเหลือบนผิว รวมทั้งแบรนด์มีผลเทสต์ว่าไม่อุดตัน จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ตัวนี้เป็นออยล์ที่เนื้อออกมากลางๆ ไม่เบาไปไม่หนักไป มีความ rich มี body อยู่ และเมื่อเติมน้ำลงไปในปริมาณที่เหมาะสม จะเกิดเป็นน้ำนม แต่ไม่ได้แบบ นมสีขาวขุ่นเป็นโลชั่นแบบหวือหวามาก มันจะมีความเป็นนมบางๆ ฟีลคล้ายๆ โลชั่นที่ให้ความรู้สึกนุ่ม และเนื้อสัมผัสเดิมจากการนวดออยล์มันจะเปลี่ยนไปเหมือนเรากำลังนวดโลชั่นบนผิว เป็นประสบการณ์แปลกใหม่ดี ถือว่า เลิศๆ เลยล่ะ ให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทาง BIODERMA ประเทศไทยด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจมาให้ได้เปิดหูเปิดตา และขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบค่ะ

ผลิตภัณฑ์มีจำหน่ายที่ Watsons และ Watsons online : https://linktr.ee/BiodermaXWatsons

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วน บุคคล และผู้เขียนไม่ได้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม Mung Bean Cleansing Oil จากบ้าน beplain

Blog นี้เราจะมาดูส่วนผสมของ Mung Bean cleansing oil จากแบรนด์ beplain กันนะคะ

beplain เป็นแบรนด์เกาหลีแบรนด์ดังแบรนด์หนึ่ง ที่ดังเรื่องโฟมล้างหน้า แต่ cleansing oil ของเขาก็ทำมาได้ดีไม่แพ้กัน ซึ่งก็ติดอกติดใจพส.เกาหลี ได้รางวัล Hwahae award ถึง 2 ปีซ้อนเลยทีเดียว

และมีผลเทสต์ทั้งประสิทธิภาพในการทำความสะอาด การดูแลปัญหาสิวเสี้ยน-สิวหัวดำ และผ่านการทดสอบการระคายเคืองแล้ว

นี่เป็นหน้าตาของน้องนะคะ

ส่วนนี้จะเป็นกล่อง

ในส่วนของวิธีใช้ cleansing oil ที่แนะนำนั้น มีขั้นตอนตามนี้นะคะ

ส่วนนี้เป็นผลการทดสอบประสิทธิภาพในการทำความสะอาด

ผลทดสอบประสิทธิภาพ ในการลดจำนวนสิวหัวดำ-สิวเสี้ยน

และจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ที่แอบชอบเป็นการส่วนตัว คือ

ผ่านการทดสอบการระคายเคืองต่อดวงตาด้วยเทคนิค MCTT-HCE โดยสถาบัน Skinmed

เทคนิคนี้เป็นการทดสอบกับเซลล์เพาะเลี้ยงจากกระจกตามนุษย์ (reconstructed human corneal epithelial; RhCE) ตามมาตรฐาน OECD TG 492

และยังผ่านการทดสอบการระคายเคืองผิวในอาสาสมัครชายและหญิงรวม 34 คน โดยสถาบัน Human Skin Clinical Trial Center Co., Ltd.
 

ส่วนผสมเป็นดังนี้

ในภาพรวม Cleansing oil ตัวนี้ใช้ Ethylhexyl palmitate ร่วมกับ Cetyl ethylhexanoate เป็นเบสหลัก

ซึ่งจริงๆ แล้ว ethylhexyl palmitate มีฟิลลิ่งค่อนข้างดี แต่มีแนวโน้มอุดตันง่าย ดังนั้นการล้าง cleansing oil จึงควรนวดต่อด้วยน้ำจนได้น้ำนม และล้างน้ำนมให้หมด เพื่อลดการตกค้างของน้ำมันเหล่านี้

สำหรับสารทำความสะอาด ตัวหลักที่ใช้จะเป็น Sorbeth-30 tetraoleate ซึ่งมีความอ่อนโยนและมีความสามารถในการทำความสะอาดได้ดี เสริม Polyglyceryl-3 polyricinoleate เข้ามาเพื่อปรับฟีลและช่วยในการล้างออกจากผิวเมื่อเจอน้ำ

ในด้านสารบำรุง ก็จะเสริมสารสกัดจาก Mung bean ซึ่งข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่ามีคุณสมบัติในด้านดูแลการอักเสบของผิว มาพร้อม Panthenol และ Allantoin ที่ให้ประโยชน์เรื่อง soothing ไปด้วยกัน

ถือว่าทำมาได้น่าสนใจดี เพราะว่าช่วงที่นวดมันมี play time ให้สารบำรุงสัมผัสผิวได้นิดหน่อย

ทางไปช้อปปิ้ง

https://s.shopee.co.th/808xVryVxk

Disclaimer: received as gift, self opinion

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม Cleansing oil ธรรมชาติ สูตรไม่ผสม surfactant กับ Argan Golden Lake Oil Cleanser จากแบรนด์ Amira

สวัสดีค่ะ วันนี้มี่มาวิเคราะห์ส่วนผสมของ Cleansing oil ตัวหนึ่งที่น่าสนใจให้ได้ชมกันนะคะ

เป็น Cleansing oil จากแบรนด์ Amira แบรนด์นี้มี่เคยมีโอกาสได้รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมผลิตภัณฑ์ของเขาไปหลายชิ้นเหมือนกันค่ะ

สำหรับ Cleansing oil ตัวนี้มีชื่อว่า Argan Golden Lake Oil Cleanser นะคะ

น้องมีจุดเด่น มีความน่าสนใจอย่างไร เดี๋ยวมี่จะเล่าให้ฟังต่อไปนะคะ

เริ่มจากหน้าตาของน้องค่ะ น้องจะมาในขวดแก้ว ที่ซีลปิดด้วยจุกพลาสติกภายใน มาพร้อมกับที่ปั๊มแยกต่างหาก เพื่อรักษาคุณภาพของน้ำมันเอาไว้ ไม่ให้ถูกอากาศมากนัก

พอประกอบแล้วก็จะได้หน้าตาประมาณนี้

ตัวน้ำมันมีความหนืดปานกลาง สัมผัสค่อนข้างเบาผิว เกลี่ยได้ง่าย นุ่มนวล

ส่วนตัวได้ลองใช้เอามานวดวนเบาๆ สักพักให้ทั่วใบหน้า ก่อนใช้สำลีค่อยๆ ลากออกเบาๆ

ค่อนข้างชอบ Feeling ระหว่างนวด คือ น้ำมันผสมมาในระดับที่ความหนืดไม่มากจนเกินไปจนเหนียวเหนอะหนะ และไม่เบาจนเกินไปจนซึมหายไปหมด แล้วทำให้ฝืดตอนนวด แต่จะอยู่ในฟีลลิ่งระดับกลางๆ มันเหมือนมีความนุ่มๆ ของน้ำมันอยู่ (ศัพท์เทคนิคในวงการเรียกเป็น Cushiony feeling) กลิ่นของน้ำมันหอมระเหยที่เป็นส่วนประกอบให้ความรู้สึกผ่อนคลายหลังจากเหนื่อยมาทั้งวัน

หลังเช็ดด้วยสำลีเสร็จ ผิวก็จะยังนุ่มอยู่ ก่อนไปล้างทำความสะอาดอีกครั้งด้วยโฟมล้างหน้า

ส่วนวิธีที่ทางแบรนด์แนะนำ คือ นวดวนเบาๆ ก่อนไปล้างออกด้วยน้ำ ร่วมกับโฟมหรือเจลล้างหน้า ก็จะได้เป็นน้ำนมไหลออกมา ส่วนตัวก็ได้ลองแล้วแต่ในภาพอาจจะดูไม่ชัดนักนะคะ

เราจะยังพอสังเกตเห็นว่ากรณีของ Eyeliner ที่กันน้ำมากๆ อาจจะล้างออกยังไม่หมด ใครที่แต่งหน้าหนักๆ หน่อย ลองใช้วิธีหยดน้ำมันลงบนสำลีให้ชุ่ม แล้วแปะไว้บริเวณดวงตาสักราวๆ 30 วินาที ให้พวกเครื่องสำอางเปียกด้วยน้ำมันเต็มที่ ก่อนจะใช้คอตตอนบัดค่อยๆ ลากตามแนวที่กรีดอายไลน์เนอร์ เอาสำลีรองใต้ขนตา แล้วลากคอตตอนบัดที่ชุ่มออยล์ทับมาสคาร่า ก็จะทำความสะอาดได้ดีขึ้น

หลังล้างออกจะให้สัมผัสที่ค่อนข้างนุ่มนวล ไม่มีความรู้สึกเหนียวเหนอะหนะตกค้าง

ซึ่งในจุดนี้ส่วนตัวต้องยอมรับว่าค่อนข้าง Amazing กับความสามารถในการเปลี่ยนเป็นน้ำนมของน้ำมันสูตรดังกล่าว เพราะว่าไม่มีส่วนผสมของพวก Surfactant, Emulsifier หรือ Solubilizer แต่สามารถกลายเป็นน้ำนมได้อย่างสวยงามมากๆ

ลองผสมกับน้ำ เพื่อดูความสามารถในการกลายเป็นน้ำนม

ก่อนจะไปดูส่วนผสมขอกล่าวถึงจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ก่อนนะคะ

  • น้ำมันที่ใช้ในสูตร Argan Golden Lake Oil Cleanser เป็นน้ำมันที่มีคุณภาพสูง จัดเป็น Cosmetic grade ที่ไม่ผ่านกรรมวิธี จึงประกอบด้วยสารพฤกษเคมีต่างๆ อยู่ครบถ้วน
  • ไม่มีส่วนผสมของ Surfactant !!! อ้าว แล้วเราจะทำความสะอาดได้อย่างไร ตรงนี้ใช้หลักทางเคมีพื้นฐานค่ะ คือ Like dissolve like น้ำมันก็จะละลายเอาสิ่งสกปรกต่างๆ ที่ละลายในน้ำมันออกมาได้ ปกติสิ่งสกปรกต่างๆ บนผิว จะเกาะอยู่กับไขผิวหนัง หรือ Sebum ดังนั้นถ้าเอา Oil ไปล้าง มันก็จะดึงเอาเศษ Sebum เหล่านี้ออกไปได้
  • น้ำมันนี้มีความเป็นนาโน !!!! เอ๊ะ ยังไงคะ คือ ทางแบรนด์ได้นำเอา Cleanser นี้ไปทดสอบขนาดของอนุภาคที่ห้องแลปที่ได้รับรองมาตรฐาน เมื่อนำเอา Cleanser นี้ไปเจือจางในน้ำบริสุทธิ์ปราศจากไอออน พบว่าได้ค่าอยู่ที่ราวๆ 600 นาโนเมตร ซึ่งตามนิยามทางเภสัชกรรมแล้ว อนุภาคนาโน คือ อนุภาคที่เล็กกว่า 1000 นาโนเมตร (หรือ 1 ไมครอน) ประโยชน์ของความเป็นนาโนก็คือ หยดน้ำมัน หรือ Oil droplet เมื่อสัมผัสกับน้ำก็จะมีขนาดเล็ก สามารถชะเอาเครื่องสำอาง สิ่งสกปรกต่างๆ หลุดออกมาได้ดี

สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้นะคะ

ส่วนผสมของผลิตภัณฑ์นี้จะประกอบด้วย น้ำมันจากธรรมชาติ ร่วมกับ น้ำมันหอมระเหย มีการเสริมสาร Squalane เข้ามาเพื่อความลื่นผิว และนางเองก็ช่วยในแง่ของการบำรุงให้ผิวนุ่มนวลไปด้วยพร้อมๆ กัน ซึ่ง Squalane เดี๋ยวนี้สกัดได้จากมะกอก หรือ อาจจะได้จากเทคโนโลยีทางชีวภาพ ตบด้วยวิตามินอี และ สารในกลุ่ม Terpenoids อย่าง o-cymen-5-ol ที่เป็นสารหอมมีคุณสมบัติในการระงับเชื้อ

มาลองดูส่วนผสมกันนะคะ

สีชมพู เป็นกลุ่มของน้ำมันจากธรรมชาติ ประกอบด้วยน้ำมันอาร์แกน และ น้ำมันมะกอก ขอเน้นที่น้ำมันอาร์แกนนะคะ

  • น้ำมันอาร์แกน เป็นน้ำมันหนึ่งที่มีความน่าสนใจในทางเครื่องสำอาง ประกอบด้วยสารพฤกษเคมีที่มีประโยชน์หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น polyphenols, tocopherols, phytosterols, และมี squalene มีงานวิจัยอยู่หลายฉบับที่สนับสนุนประโยชน์ของน้ำมันอาร์แกนต่อผิวพรรณ เช่น การทดสอบในสตรีวัยทอง จำนวน 60 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ทั้งสองกลุ่มให้ทา Argan oil กลุ่มแรกรับประทาน Argan oil เสริม และอีกกลุ่มรับประทาน Olive oil เสริม เป็นเวลา 60 วัน พบว่าผิวหนังมีความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้น (Clin Interv Aging. 2015;10:339-49.) อีกการทดสอบหนึ่งทำคล้ายๆ กัน เพียงแต่วัดประสิทธิภาพด้านความชุ่มชื้น พบว่าผิวหนังมีความชุ่มชื้นเพิ่มขึ้น และ มีความแข็งแรงของ Barrier ผิวมากขึ้น โดยวัดจากการระเหยของน้ำผ่านผิว (TEWL) ที่ลดลง (Prz Menopauzalny. 2014;13(5):280-8.) อีกการทดสอบ ทดสอบในหนูทดลอง พบว่า Argan oil มีคุณสมบัติในการเสริมการสมานแผลของผิว (Ostomy Wound Manage. 2016;62(3):26-34.) อีกชิ้นที่อยากเล่า เป็นการทดสอบประสิทธิภาพในระดับหลอดทดลองในเซลล์เพาะเลี้ยง พบว่า Argan oil มีประโยชน์ในเชิง Whitening โดยไปออกฤทธิ์ผ่านกระบวนการ MITF มีผลทำให้การสร้างเอนไซม์ Tyrosinase และโปรตีนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเมลานินลดลง จึงส่งผลให้เม็ดสีลดลง (Evid Based Complement Alternat Med. 2013;2013:340107.)
  • Squalane เป็นสารที่ดัดแปลงจาก Squalene ที่เป็นน้ำมันสำคัญของไขผิวหนังหรือ Sebum มีคุณสมบัติในการเคลือบปกป้องผิว ให้ผิวนุ่มนวล
  • o-cymen-5-ol สารกลุ่ม Terpenes พบในน้ำมันหอมระเหยจากพืชหลายๆชนิด มีรายงานการวิจัยสนับสนุนถึงคุณสมบัติระงับเชื้อราและแบคทีเรียบางชนิด (Int Dent J. 2011;61 Suppl 3:33-40.)
  • น้ำมันหอมระเหยต่างๆ ซึ่งมีประโยชน์หลายประการ ถ้าอิงตามศาสตร์ Aromatherapy ไม่ว่าจะเป็นในเชิงของการระงับเชื้อต่างๆ รวมถึง การลดการอักเสบระคายเคือง ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย

เรียกได้ว่าส่วนผสมทุกชิ้นที่ใส่มา คือ มีประโยชน์หมด ไม่ได้มี Additive ไร้สาระอะไรปนมาแต่อย่างใด

เนื่องจากวันนี้ส่วนผสมมีไม่มาก จึงไม่รู้ว่าจะให้คะแนนอย่างไรดี เลยขอสรุปจุดเด่น จุดด้อยเป็นข้อๆ ดังนี้นะคะ

Pros:

  1. ในด้านของเทคโนโลยี ส่วนตัวมองว่าการเลือกใช้น้ำมัน Argan oil มาผ่านกรรมวิธีบางอย่าง เมื่อละลายน้ำแล้วได้อนุภาคในระดับนาโน มีความน่าสนใจ
  2. การผสม (Blend) น้ำมันหอมระเหยหลายชนิดเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้กลิ่นที่มีสรรพคุณทาง Aromatherapy
  3. ไม่ใช้ Surfactant เป็นส่วนผสม
  4. ไม่มีน้ำหอมสังเคราะห์
  5. ไม่มีน้ำมันสังเคราะห์ หรือ กึ่งสังเคราะห์
  6. ไม่มีพวก Silicone

Cons:

  1. ถ้ามีสารบำรุงนิดหน่อยพอกรุบกริบ น่าจะออกมาหรูเริ่ดกว่านี้ แต่จริงๆ Cleanser มันก็สัมผัสผิวแค่ชั่วคราว มีหรือไม่มีก็น่าจะไม่ต่างกันมากนัก

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทาง Amira ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆ มาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะ ที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

Facebook https://www.facebook.com/amiraarganoil

Line: @amirasupport

Disclaimer: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Amira การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางร่วมกับศาสตร์ Aromatherapy และอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ