Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม Bioderma Sensibio Micellar Cleansing oil

สำหรับ Blog นี้ขอหยิบเอา Cleansing oil ของ BIODERMA ที่มีชื่อเต็มๆ ว่า Sensibio micellar cleansing oil มารีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมกันนะคะ

น้องมาในหน้าตาแบบนี้ค่ะ

ตัวออยล์ทำออกมาให้มีความเหลว เพื่อให้เกลี่ยได้ง่าย ความหนืดปานกลาง นวดง่ายไม่ฝืดบนใบหน้า ให้สัมผัสที่สบายผิว

ในส่วนของวิธีใช้ของเรา คือ ปั๊มออกมา 1 ปั๊ม ใส่ในมือซ้ายก่อน แล้วเอามือขวาจกลงไปก่อนมาละเลง และนวดวนบนหน้าฝั่งหนึ่ง ก่อนกดเพิ่มอีกปั๊ม แล้วนวดเบาๆ ที่หน้าอีกฝั่ง นวดจนเริ่มเห็นสีรองพื้นละลายออกมา

จากนั้นก็เปิดก๊อกน้ำ เอาน้ำใส่มือประมาณ 1 อุ้งมือ แล้วใช้มือขวาจุ่มน้ำมานวดวนจนได้น้ำนม ค่อยๆ เติมน้ำแล้วนวดวนจนได้น้ำนมทั้งหน้า นวดน้ำนมต่อไปเบาๆ อีกสักครู่หนึ่ง

ล้างน้ำประปาจนหมดน้ำนม สัมผัสหลังใช้คือค่อนข้างดีเลย ผิวนุ่มเนียน ให้ฟีลชุ่มชื้น

ซึ่งถ้าเป็นวันปกติ แค่กันแดด + รองพื้นบางๆ จะจบแค่นี้เลยก็ได้ ไม่ต้อง double clean แต่ถ้าลงรองพื้นหนาหน่อย หรือกันแดดกันน้ำแน่นๆ จะไป double clean ต่อด้วยเจล/โฟม

เมื่อเราล้างออกหมด ผิวจะนุ่ม จับแล้วฟีลสบายผิว แบบชุ่มชื้น เอามือลากบนหน้าแล้วเรียบเนียน

ในด้านการทำความสะอาดส่วนตัวมองว่าทำมาได้ดีเลยล่ะ ซึ่งทางแบรนด์เขาก็มีการทดสอบประสิทธิภาพมาด้วย เดี๋ยวเล่าในช่วงวิเคราะห์ส่วนผสมนะคะ

ส่วนผสมเป็นดังนี้นะคะ

ในส่วนผสมชุดนี้มีส่วนผสมของสารทำความสะอาด อย่าง Polyglyceryl-4 oleate ซึ่งเป็นสารที่ได้จากการดัดแปลงโครงสร้างกรดไขมัน oleic (omega 9) มาจับกับ Glycerin เพื่อให้ได้โครงสร้างเป็น surfactant ที่มีส่วนหัวชอบน้ำของ Glycerin ตัวนี้ข้อมูลความอ่อนโยนค่อนข้างดีเลย

เวลาสารกลุ่มนี้อยู่ในเบสที่เป็นน้ำมัน นางจะเรียงตัวกันโดยเอาส่วนที่ชอบน้ำมาชนกันอยู่ด้านใน แล้วเอาหางชี้ออกในเบสที่เป็น oil เห็นเป็นโครงสร้างแบบ reversed micelle ซึ่งเป็นหัวใจของการทำความสะอาดด้วย cleansing oil

ถ้าเป็น cleansing water นางจะเรียงโดยเอาส่วนหัวที่ชอบน้ำ เป็น micelle แบบที่เราคุ้นชินกัน

เวลาทำความสะอาดด้วย cleansing oil ช่วงแรกการนวด เราจะนวดบนหน้าแห้ง เลยนิยมเรียกเป็น Anhydrous phase

พอเราทา Cleansing oil ลงบนผิว เบสน้ำมันและ surfactant จะคลายโครงสร้างแล้วเข้าไปละลาย ผสมรวมกับคราบสิ่งสกปรกและเครื่องสำอางที่เป็นน้ำมันบนผิว

ต่อมาให้เราเติมน้ำลงไป แล้วนวดวนต่อ ขั้นตอนนี้จะเกิดน้ำนม เรียกว่า Emulsification phase

พอเราเติมน้ำ ตัว surfactant จะกลับทาง กลายร่างจาก reversed micelle มาเป็น micelle ปกติ แล้วอุ้มเอาสิ่งสกปรกไว้ในช่องตรงกลางตัวมัน พอเราไปล้างน้ำ ก้อนนี้ก็จะไหลออกไปกับสายน้ำ ซึ่งส่วนมากจะไม่ทิ้งคราบมันเหนอะหนะของน้ำมันเอาไว้

ทีนี้ความพิเศษของผลิตภัณฑ์ BIODERMA Sensibio Cleansing oil คือ เทคโนโลยีไมเซล่าดับเบิ้ลแอคชั่น ที่เอากรดอะมิโน (PCA) ไปใส่ไว้ในส่วนตรงกลางของ reversed micelle พอเราล้าง มันเลยกลายเป็นว่า ตัวสารทำความสะอาดก็คลายมาทำความสะอาด พร้อมปลดปล่อยอะมิโนมาให้ผิวชุ่มชื้นด้วย

โดยในเบสทำความสะอาดชุดนี้มีความอ่อนโยนเลยอาจจะไม่ต้องล้างซ้ำด้วยเจล-โฟมก็ได้ แต่ถ้ารู้สึกว่าเหนอะหนะ หรือหนักผิว หรือแต่งหน้าเยอะ หรือใช้กันแดดที่กันน้ำแบบแน่นๆ ก็ล้างซ้ำด้วยเจล-โฟม เป็นการทำ double clean ไป

สำหรับเบสหลักจะเป็น ethylhexyl palmitate ที่เป็นสารในกลุ่ม fatty ester ที่มีเนื้อบางเบา ไม่เหนอะหนะ ผสมน้ำมันธรรมชาติจาก rapeseed และ ทานตะวัน ซึ่งมีองค์ประกอบของกรดไขมัน omega 3, omega 6 อยู่

ในเบสจะมีสารเพิ่มความชุ่มชื้นอย่าง sodium PCA ซึ่งเป็นอนุพันธ์ของกรดอะมิโน สารนี้เป็น Natural moisturizing factor หรือ NMF ทำหน้าที่จับน้ำให้ผิว แล้วใช้ propanediol ช่วยดึงน้ำเพิ่มความชุ่มชื้น

ส่วนผสมของ vitamin E ที่เป็น antioxidant ที่ละลายได้ในน้ำมัน และ Stearyl glycyrrhetinate ที่เป็นอนุพันธ์ละลายไขมันของ glycyrrhetinic acid ที่พบในชะเอม มีประโยชน์ในเชิง soothing

ซึ่งเรื่องของประโยชน์ในเชิง soothing ทางแบรนด์มีผลทดสอบในอาสาสมัครที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย รวมถึงกลุ่มคนที่ใส่คอนแทคเลนส์ด้วย

นอกจากนี้การใช้ต่อเนื่อง 28 วัน พบว่าช่วยเพิ่มความแข็งแรงของ Barrier ผิว โดยวัดจากการระเหยของน้ำออกจากผิว (TEWL น้อยลง) รวมถึงดูแลปัญหาสิวเสี้ยนบนผิว

และผ่านการทดสอบว่าไม่อุดตัน

สำหรับประสิทธิภาพในการทำความสะอาดก็ไม่เบา มีผลเทสต์ทั้งในส่วนของ

  • การทำความสะอาดฝุ่นมลภาวะที่เกาะผิว โดยจำลองอนุภาคให้มีขนาดประมาณ PM2.5 ทำความสะอาดเอาพวกนี้ออกได้ถึง 92%
  • ล้างมาสคาร่ากันน้ำได้ โดยวัดจากค่าสี L* ซึ่งเป็นสีในโทนสว่าง-มืด พบว่า L* เพิ่มขึ้นหมายถึง ผิวสว่างขึ้น คือ กำจัดสีดำจากมาสคาร่าออกไปได้มาก
  • ล้างกันแดดได้ด้วย

มาให้คะแนนกันค่ะ

  1. สารทำความสะอาด สูตรนี้ใช้สารทำความสะอาดเพียงตัวเดียว คือ Polyglyceryl-4 oleate สร้าง reversed micelle ในเบสน้ำมัน โดยสารนี้มีความอ่อนโยนสูง จึงถือว่าออกแบบและเลือกมาเป็นอย่างดีสำหรับซีรี่ส์ Sensibio ที่ออกแบบมาสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่น ออกแบบมาได้ดีทั้งการเลือกใส่ PCA และ propanediol เข้ามาปรับฟีลให้มีฟีลแบบชุ่มๆ ลื่นๆ หน่อย ส่วนผสมเลือกมาได้ดี แม้ว่า ethylhexyl palmitate อาจจะมีความเสี่ยงในการอุดตันรูขุมขนได้ แต่ cleansing oil ใช้ให้สัมผัสผิวแค่ชั่วคราว และถ้าใช้ถูกต้องตาม protocol ก็ไม่น่าจะหลุดรอดหลงเหลือบนผิว รวมทั้งแบรนด์มีผลเทสต์ว่าไม่อุดตัน จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ตัวนี้เป็นออยล์ที่เนื้อออกมากลางๆ ไม่เบาไปไม่หนักไป มีความ rich มี body อยู่ และเมื่อเติมน้ำลงไปในปริมาณที่เหมาะสม จะเกิดเป็นน้ำนม แต่ไม่ได้แบบ นมสีขาวขุ่นเป็นโลชั่นแบบหวือหวามาก มันจะมีความเป็นนมบางๆ ฟีลคล้ายๆ โลชั่นที่ให้ความรู้สึกนุ่ม และเนื้อสัมผัสเดิมจากการนวดออยล์มันจะเปลี่ยนไปเหมือนเรากำลังนวดโลชั่นบนผิว เป็นประสบการณ์แปลกใหม่ดี ถือว่า เลิศๆ เลยล่ะ ให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทาง BIODERMA ประเทศไทยด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจมาให้ได้เปิดหูเปิดตา และขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบค่ะ

ผลิตภัณฑ์มีจำหน่ายที่ Watsons และ Watsons online : https://linktr.ee/BiodermaXWatsons

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วน บุคคล และผู้เขียนไม่ได้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม Bioderma Sensibio H2O Micellar water คลีนซิ่งที่มาพร้อมเทคโนโลยี biomimetic

มันจะมี Cleansing water อยู่ตัวหนึ่ง ที่สุดท้ายเราก็กลับมาหาน้องเสมอ

น้องคือ  Sensibio H2O Micellar Water จาก Bioderma หรือ ไมเซลล่า ฝาชมพูในตำนาน ที่พัฒนาสูตรมาโดยอาศัยหลักการทาง “Ecobiology” เพื่อปรับสมดุลไมโครไบโอม ที่เป็นเสมือนชุมชนของเจ้าตัวจิ๋วบนผิว ช่วยให้ผิวแข็งแรง

ส่วนตัวจะชอบแพคเกจที่เป็นฝาปิดแบบนี้

หัวใจที่สะอาดของการมีผิวสุขภาพดี คือ การทำความสะอาดอย่างพอเหมาะ

พอเหมาะในที่นี้คือ ไม่มากไป ไม่น้อยไป คหสต. คิดว่า ใช้คู่กับสำลี เพื่อเช็ดเบสเมคอัพจากหน้าแค่ 1 – 2 แผ่นก็พอ แล้วไปล้างต่อด้วยโฟม-เจลที่เราชอบ

Micellar water ก็เช่นกัน ก่อนล้างโฟม-เจล ใช้น้ำลูบหน้า จะได้น้ำนมออกมา ให้ล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าก่อนจนหมดน้ำนม แล้วค่อยใช้โฟม-เจลที่ชอบ

โดยข้อดีของ Micellar water คือ มาในเบสแบบน้ำ ใช้งานง่าย เนื้อสัมผัสดี เหมาะกับอากาศประเทศไทย เกิดอาการไม่พึงประสงค์ได้น้อยกว่า

โดย Sensibio H2O Micellar Water จาก Bioderma นั้น มีจุดเด่นที่น่าสนใจ ได้แก่

  • เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี Cleansing water มาอย่างเนิ่นนาน
  • พัฒนาสูตรมาอย่างอ่อนโยน
  • มีผลทดสอบในอาสาสมัครว่าทำความสะอาดทั้ง เมคอัพ มลภาวะ และ ละอองเกสร ได้ถึง -99% ซึ่งการสะสมตัวของ มลภาวะ และละอองเกสร นำไปสู่ผิวระคายเคืองแพ้ง่าย

ในวันปกติแม้ไม่ได้แต่งหน้า ก็อาจมีการสะสมของพวกฝุ่นละอองบนผิว ล้างด้วย Micellar water 1 แผ่น ก่อนไปล้างโฟม-เจล ก็ดีนะ

สำหรับประสิทธิภาพในการทำความสะอาดก็คือ ด้วยความที่เราแต่งหน้าไม่หนามาก ใช้รองพื้นเบาๆ แบบ sheer finish ไม่ปกปิดเยอะ ใช้สำลีแค่ 1 – 2 แผ่น ก็เช็ดได้ทั่วหน้า

และถ้าวันไหนแต่งตาด้วยก็จะเท Micellar water ลงบนสำลีให้ชุ่ม วางบนเปลือกตาประมาณ 30 วินาที แล้วลากออกเบาๆ ไปทางหางตา ก่อนจะใช้คอตตอนบัดส์ ชุบ Micellar water มาคลีนมาสคาร่าที่ตกค้างจากโคนขนตาออก ส่วนตัวใช้แล้วไม่แสบตา

ส่วนผสมเป็นดังนี้

ในภาพรวม Sensibio H2O Micellar Water จาก Bioderma พัฒนาสูตรมาได้เป็นอย่างดี ตอบโจทย์ทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผิวบอบบางแพ้ง่าย

จุดเด่นของสูตรส่วนผสมชุดนี้คือ

  1. เลือกใช้สารทำความสะอาดที่อ่อนโยนกับผิว คือ PEG-6 caprylic/capric glycerides ซึ่งนอกจากความสามารถในการทำความสะอาดที่ดี บางตำราจัดสารตัวนี้เป็น “Hydrophilic emollient” ที่ช่วยให้ผิวนุ่ม แต่ละลายน้ำได้ (ไม่เหมือน emollient ปกติซึ่งละลายในน้ำมัน)
  2. เทคโนโลยี Micellar ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากไขมันบนผิวหนัง พัฒนามาในรูปแบบ 100% biomimetic พร้อมผลทดสอบว่า ไม่ทำร้ายสมดุลระบบนิเวศน์ผิว ซึ่งเป็นหัวใจหลักของแบรนด์ Bioderma และบริษัทแม่ NAOS นอกจากนี้ยังมีผลเทสต์ว่า สามารถถูกกำจัดในผิวได้ภายใน 10 นาที ซึ่งลดโอกาสในการสะสมและก่อให้เกิดการระคายเคือง
  3. นวัตกรรมสิทธิบัตร D.A.F.™ (Dermatological Advanced Formulation) ที่เบลนด์เอา น้ำตาลที่เลียนแบบธรรมชาติ 3 ชนิด ซึ่งแบรนด์เคลมว่าสามารถเพิ่มความแข็งแรงให้แก่ชั้นผิว + soothing ให้ความรู้สึกสบายผิว เพิ่มความทนทานของผิวแพ้ง่าย ให้แข็งแกร่งต่อสิ่งแวดล้อมและสิ่งกระตุ้นจากภายนอกมากขึ้น

เสริมสารบำรุงอื่นๆ เช่น Fructooligosaccharides เป็น prebiotics ที่ช่วยเสริมการเจริญของจุลินทรีย์ดีๆ บนผิว ที่เรียกว่า probiotics และ สารสกัดจากแตงกวา (Cucurmis sativus extract) ที่มีประโยชน์ในด้านความชุ่มชื้น

ให้คะแนน

  1. สารทำความสะอาด เลือกใช้ PEG-6 caprylic/capric glycerides เป็นสารทำความสะอาด ซึ่งสารนี้มีความสามารถในการทำความสะอาดที่ดี และมีความอ่อนโยน ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ เบลนด์เอานวัตกรรมสิทธิบัตร DAF ที่เพิ่มความชุ่มชื้น เสริมความแข็งแรงชั้นผิว ให้ผิวทนทานต่อสิ่งกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อม มี prebiotic (fructooligosaccharide) และเสริมสารสกัดจากแตงกวามาเสริมความชุ่มชื้น ส่วนผสมอื่นๆ มีอยู่เท่าที่จำเป็น ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ส่วนตัวค่อนข้างชอบฟีลลิ่งขณะใช้ ฟีลลิ่งหลังใช้ เรียกได้ว่า นอกใจน้องไป เดี๋ยวก็ต้องกลับมาหาน้องอยู่ดี ในด้านทำความสะอาด ทำมาได้ดี ด้วยความที่เราแต่งหน้าไม่เยอะ น้องเอามาสคาร่าที่ไม่ได้กันน้ำมากนักออกได้หมดอยู่ ถ้าแปะบนสำลี แล้วเช็ดลากบริเวณดวงตา ส่วนตัวไม่แสบตา ให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบ และสำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์เลยนะคะ https://bit.ly/BiodermaBA

พิกัดสินค้า Boots, EVEANDBOY, Watsons online, Konvy

หรือช้อปปิ้งออนไลน์ได้บน Shopee, Lazada

Shopee https://s.shopee.co.th/805XKE5xTR

Lazada https://s.lazada.co.th/s.Z0IVvA?cc

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ