Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม Skincare สำหรับผิวบอบบางจากแบรนด์ Zeroid แบรนด์คุณภาพภายใต้เครือ Neopharm

สวัสดีค่ะ วันนี้มี่มีรีวิวผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจมาฝากกันนะคะ

เชื่อว่าหลายๆท่าน น่าจะเคยผ่านตากับแบรนด์ Zeroid มาบ้างแล้ว แบรนด์นี้เป็นแบรนด์ลูกอีกแบรนด์ในเครือ Neopharm เจ้าเก่า ผู้ครองสิทธิบัตรเรื่อง MLE technology ค่ะ

สำหรับคอนเซปท์ของชื่อแบรนด์ Zeroid นั้นมาจาก Zero steroid ค่ะ ซึ่งเท่าที่เข้าใจคือ สินค้าในแบรนด์นี้ ทำออกมาเพื่อดูแลปัญหาผิวต่างๆ ซึ่งปกติมักจะต้องใช้ยาทาสเตียรอยด์มาแก้ไข แต่ผลิตภัณฑ์นี้เน้นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และ Barrier ผิวให้แข็งแรง จึงไม่จำเป็นต้องใช้ Steroid นั่นเองค่ะ

(Image from Zeroid Korea official website)

ตัวที่มี่ได้มาจะเป็นกลุ่มของ Intensive ampoule ที่ดูแลปัญหาเฉพาะจุด ซึ่งมีด้วยกัน 3 สูตรนะคะ

  1. สูตร Dermarenewal revitalizing ampoule ที่เน้นในการดูแลพวกริ้วรอยต่างๆ รวมถึงช่วยคืนความมีชีวิตชีวาให้ผิวที่เริ่มมีอายุ
  2. สูตร Pimprove Calming ampoule ที่เน้นดูแลเรื่องของปัญหาสิว การอักเสบระคายเคืองจากสิว และปรับสมดุลภูมิคุ้มกันด้วยสารที่เสริมการทำงานของ Antimicrobial peptide (AMP) ตามธรรมชาติในผิว
  3. สูตร Intensive hydrating ampoule ที่เน้นฟื้นฟู Barrier ผิว ให้ผิวชุ่มชื้น และเสริมการสังเคราะห์ Hyaluronic acid ตามธรรมชาติของผิว

ตัวแพคเกจเขาทำออกมาคล้ายหนังสือ ที่เปิดออกมาก็จะเจอหลอดของ Zeroid วางอยู่ค่ะ

สำหรับความรู้สึกเรา จะแอบขัดใจนิดหน่อย เพราะคำว่า Ampoule ทำให้เราจินตนาการถึงขวดแบบมีหลอดหยด แต่ตัวนี้มาในรูปแบบของหลอดค่ะ

แต่คิดไปคิดมา เอาจริงๆ แพคเกจแบบหลอด ก็มีข้อดีในแง่ของการที่แพคเกจแบบหลอดนั้นเป็นระบบปิด ซึ่งมีประโยชน์ในการลดการปนเปื้อนจากสิ่งแวดล้อมได้ดีกว่าเนาะ ถึงแม้น้องจะมีอยู่ 3 สูตรแต่วันนี้จะเลือกหยิบสูตรที่ชอบที่สุด 2 สูตรมารีวิวค่ะ

สูตรแรกที่จะเริ่มรีวิวเป็นสูตรสำหรับเติมน้ำ ซึ่งเหมาะกับทั้งผิวแห้ง และผิวมันที่ขาดน้ำ รวมถึงผู้ที่สนใจอยากเสริมความชุ่มชื้นให้กับผิว คือ สูตร Intensive hydration หลอดสีเขียวค่ะ

สำหรับสูตรนี้จุดเด่นจะอยู่ที่เรื่องของการใช้วัตถุดิบ Hyaluronic acid ที่มีความบริสุทธิ์สูง และ ใช้ส่วนผสมของสารบำรุงที่มีชื่อทางการค้าว่า Syn®-Hycan (INCI name: Tetradecyl Aminobutyroylvalylaminobutyric Urea Trifluoroacetate, Glycerin, Magnesium Chloride)

พัฒนามาในคอนเซปท์ The less is more คือใช้ส่วนผสมน้อยชนิดเท่าที่จำเป็นเพื่อไม่ให้รบกวนผิวที่บอบบางมากนัก

เนื้อจะมาในรูปแบบของเซรั่มใส ไม่มีกลิ่น เพราะไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม

ความหนืดไม่มาก เกลี่ยง่าย รู้สึกได้ถึงความชุ่มชื้นที่เคลือบผิวเอาไว้

ค่า pH อยู่ที่ราวๆ 5 นะคะ

ด้วยคอนเซปท์ Less is more ส่วนผสมเลยมีอยู่ไม่มาก เน้นแค่สิ่งที่จำเป็นจริงๆ มี Hya + Syn®-Hycan คือเรียกได้ว่า ตรงจุด ตรงเป้า ตรงปัญหาเลยหละ

ส่วนสีม่วงก็คือ Hya ร่วมกับสีฟ้าทั้งหมด คือ วัตถุดิบ Syn®-Hycan ค่ะ

สำหรับตัว Syn®-Hycan พระเอกก็คือเปปไทด์ที่มีชื่อว่า Tetradecyl Aminobutyroylvalylaminobutyric Urea Trifluoroacetate ค่ะ เนื่องจากชื่อยาว เลยขอเรียกด้วยชื่อทางการค้านะคะ

Syn®-Hycan เป็นวัตถุดิบที่ทางผู้ผลิตเคลมว่ามีกลไกการออกฤทธิ์อยู่ 2 อย่างหลักๆ คือ Fuller กับ Firmer

  • มีคุณสมบัติในการเสริมการสังเคราะห์ Glycosaminoglycan และ Hyaluronic acid ในผิว
  • เพิ่มการสังเคราะห์ Proteoglycan ที่ชื่อ Decorin และ Lumican ซึ่งเป็นตัวที่เกาะกับสายคอลลาเจนที่พันกันเป็นเกลียว (Helix) ระหว่างเกลียวนี้ก็จะมีพวก Hyaluronic acid และ GAGs ต่างๆแทรกอยู่ ทำให้เกลียวของคอลลาเจนแข็งแรงขึ้น และสารกลุ่ม GAGs ก็อุ้มน้ำให้ผิวดูอวบอิ่มขึ้นไปพร้อมๆ กัน

ในชั้น Dermis หรือชั้นหนังแท้ จะประกอบด้วยสารหลายๆ กลุ่ม เรียงตัวอัดกันแน่น อย่างซับซ้อน เราเรียกสารเหล่านี้ว่า Extracellular matrix (ECM) อย่างในภาพ เส้นใยคอลลาเจน คือที่เป็นตาข่าย และ Hyaluronic acid คือส่วนสีน้ำตาล

(Image from Pentapharm and DSM)

คอลลาเจนจะสานเป็นเกลียวเรียงตัวกันคล้ายๆ กับเชือก ซึ่งระหว่างเชือก จะมี Decorin และ Versican ซึ่งเป็นตัวที่เกาะอยู่ เพื่อให้เกลียวเชือกมาความคงตัว และเพิ่มช่องว่างให้ Hyaluronic acid เข้ามาแทรกได้ เราเรียกหน้าที่ของ Decorin และ Lumican นี้ว่าเป็น Spacer ในภาพด้านล่าง Decorin คือ สีน้ำเงิน และ Lumican คือ สีเขียว

(Image from Pentapharm and DSM)

การทดสอบจากผู้ผลิตวัตถุดิบกล่าวว่า อาสาสมัครที่ใช้ครีมที่มีส่วนผสมของ เริ่มรู้สึกว่าผิวอวบอิ่มและกระชับขึ้นใน 3 สัปดาห์ และ ผลดังกล่าวเห็นชัดเจนที่ 12 สัปดาห์ (Schleehauf, 2018)[1]

[1] Schleehauf, 2018. From (https://www.cosmeticsandtoiletries.com/formulating/category/antiaging/DSMs-Hyaluronic-Acid-Booster-Skips-the-Injections-497599271.html)

(Image from Pentapharm and DSM)

สำหรับอีกสูตรหนึ่งที่มี่หยิบมารีวิวคือสูตร Pimprove นะคะ

น้องจะมาในหลอดที่เป็นอักษรสีชมพูค่ะ

เนื้อเซรั่มมาในรูปแบบใส ไม่มีกลิ่น เพราะไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม

ตัวนี้ความหนืดจะเยอะกว่าสูตร Intensive hydration เล็กน้อย เกลี่ยง่ายพอๆ กัน แต่ตัวนี้จะซึมไวแห้งไว ให้สัมผัสสบายผิวกว่าค่ะ

ค่า pH อยู่ที่ราวๆ 5 – 6 นะคะ

สำหรับตัวนี้จุดเด่นอยู่ที่การเลือกใช้ส่วนผสมที่จัดเต็มในด้านของการปกป้องผิว เสริมภูมิคุ้มกัน และลดการอักเสบระคายเคือง สำหรับตัวเด่นของสูตรนี้จะเป็นสูตรผสมของ Active ชั้นนำ และ Active สิทธิบัตรหลายตัว ซึ่งจะกล่าวละเอียดในช่วงวิเคราะห์ส่วนผสมนะคะ

วันนี้มี่ทำสีส่วนผสมไว้ 4 สีนะคะ

เริ่มที่สีฟ้า ซึ่งเป็นเหล่าบรรดาตัวเอกของผลิตภัณฑ์ค่ะ มีด้วยกัน 3 ตัว ได้แก่

  • Dualguard-9 (INCI name: Ethylhexanamide serinol) ตัวนี้เสริมคุณสมบัติในการผลัดเปลี่ยนของผิวให้สมดุลมากขึ้น จึงมีส่วนช่วยลดการอุดตัน และให้ผิวแลดูกระจ่างใส ดูมีชีวิตชีวา
  • Restomide (INCI name: Oleamide MEA) ลดการอักเสบและระคายเคือง ผ่าน Cannabinoid receptor Type 1 ที่เป็น Receptor เดียวกับที่ สารในกลุ่ม CBD จากกัญชง/กัญชามาจับ มีผล 3 อย่าง ดังนี้
  1. ลดการอักเสบระคายเคือง สำหรับสารตัวนี้เมื่อจับกับ CB1 receptor แล้ว จะไปมีผลทำให้เส้นประสาทรับความรู้สึกระคายเคืองใต้ผิวทำงานน้อยลง ความรู้สึกระคายเคืองที่เกิดขึ้นบนผิวก็เลยลดลง
  2. ลดการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนที่ผิดปกติของผิว จึงมีผลลดการอุดตัน
  3. ลดการอักเสบระคายเคือง ผ่านการยับยั้งเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันที่ทำงานมากเกินไปในกลุ่มของผู้ที่มีอาการระคายเคือง แสบ คัน และแพ้ง่าย

(Image from Zeroid Korea official website)

  • ADefence-P (INCI name: Methylbenzyl Methylbenzimidazole Piperidinylmethanone) ตัวนี้เป็น Protease inhibitor ซึ่งมีผลไปยับยั้ง PAR-2 receptor (Protease activated receptor) ทำให้ผิวปรับสมดุลการแบ่งตัวเพิ่มจำนวน และลดการสร้างและขับน้ำมัน หรือ Sebum ออกมา จึงมีผลทำให้การเกิดสิวลดลง
    การทดสอบของทางบริษัท โดยให้อาสาสมัครใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารนี้ เป็นเวลา 4 อาทิตย์ พบว่ามีปริมาณของน้ำมัน ปริมาณสิวอุดตัน และปริมาณสิวอักเสบหัวแดงลดลง

(Image from Zeroid Korea official website)

นอกจากนี้ PAR-2 receptor ยังพบในรอยต่อระหว่างเซลล์สร้างเม็ดสีผิว Melanocyte กับ เซลล์ผิวหนัง Keratinocyte ทำหน้าที่ส่งผ่าน Melanin ที่สร้างเสร็จแล้วออกมาด้านนอก เกิดเป็นสีผิวขึ้นมา เมื่อ Block PAR-2 receptor ที่ตรงนี้ได้ ก็จะยับยั้งการส่งผ่านของ Melanin ออกมาภายนอก ผิวหนังจึงเกิดจุดด่างดำ หรือสีผิวไม่สม่ำเสมอได้น้อยลง

สีเขียวแก่ เป็นกลุ่มของสารเพิ่มความชุ่มชื้น อย่าง Hya เจ้าประจำของเรา และอีกตัวหนึ่ง คือ Polyphosphorylcholine Glycol Acrylate ตัวนี้มีชื่อทางการค้าว่า Hydroquat PM50HDKC เป็นสารที่ดัดแปลงจาก Phospholipid ชนิด lecithin ให้มีโครงสร้างคล้ายกับเยื่อหุ้มเซลล์ของผิว เกาะติดผิวได้ดี มีประโยชน์ในการเสริม และฟื้นฟู Barrier ผิวให้แข็งแรง รวมถึงเพิ่มความชุ่มชื้นได้ยาวนาน

สีชมพู เป็นกลุ่มของสารที่ลดการระคายเคืองตัวอื่นๆ เช่น Dipotassium glycyrrhizate ที่ได้จากชะเอม Madecassoside ที่ได้จากบัวบก Allantoin เจ้าประจำ

สำหรับสาร Madecassoside ที่เป็นสารในกลุ่มของ Triterpenoids ที่พบในใบบัวบกนั้น มีรายงานถึงฤทธิ์ในการต้านการอักเสบ Anti-oxidant Anti-aging กระตุ้น Fibroblast ให้สังเคราะห์ Collagen ได้ดีขึ้น และ ช่วยส่งเสริมกระบวนการสมานผิวตามธรรมชาติ (Burns. 2012; 38(5):677-84.) นอกจากนี้ยังมีรายงานการวิจัยว่าสารนี้ยังยับยั้งการสร้างเมลานิน โดยไปขัดขวางขั้นตอนของการเหนี่ยวนำให้เกิดกระบวนการอักเสบจากรังสี UVB (Molecules. 2013; 18(12):15724-36.)

สำหรับ Arginine ตัวนี้เป็นกรดอะมิโน ที่เป็น Natural moisturizing factor ที่เสริมกระบวนการกักเก็บน้ำของผิว

โดยรวมคือเรียกได้ว่าส่วนผสมจัดเต็มมาก และไม่มีองค์ประกอบที่ไม่เป็นมิตรกับผิว มาให้คะแนนกันดีกว่านะคะ สำหรับการให้คะแนนวันนี้ ขอเลือกตัว Pimprove calming ampoule มาให้คะแนนนะคะ

  1. สารบำรุง เป็นการผสมผสานกันระหว่างวัตถุดิบชั้นนำ และวัตถุดิบสิทธิบัตรหลายชนิด ที่มีประโยชน์เสริมกันในการดูแลปัญหาสิว การอุดตัน และการอักเสบระคายเคืองได้อย่างลงตัว พร้อมทั้งเสริม Barrier ผิวให้แข็งแรง รับไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว รับไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ส่วนตัวมี่ไม่ค่อยมีปัญหาสิวนะคะ แต่ว่าจะมีอาการระคายเคืองและรอยแดงอยู่บ้าง โดยเฉพาะช่วงที่เราต้องใส่ Mask เป็นเวลานานๆ ใช้ตัวนี้เช้าเย็น ประมาณสัก 5 วัน เริ่มรู้สึกว่าผิวดี ไม่ค่อยแดง ไม่ค่อยระคายเคือง เมื่อถอด Mask ออก ผิวก็ยังดูดี ไม่เยินเหมือนก่อนใช้ พอใช้ต่อเนื่องได้เกือบ 2 เดือน ส่วนตัวคิดว่า ผิวตัวเองมีสุขภาพดีขึ้นมาก และมีความแข็งแรงขึ้นเยอะ จุดนี้มอบมง #ลูกรักบ้านมียอนปี2020 ไปเลยล่วงหน้า รับไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Zeroid และ ทางเพจ Dermartlogy Thailand ด้วยนะคะ ที่ส่งสินค้าดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบค่ะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางเพจของ Dermartlogy Thailand โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/DermArtlogyThailand/

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Zeroid และบริษัท DermaMD เจ้าของเพจ Dermartlogy Thailand การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมมาสก์ชีทเพื่อสาวๆผิวบอบบางแพ้ง่าย จาก MEDIHEAL ตอนที่ 1: สูตร Upgrade EX.3

สวัสดีค่ะ

วันนี้มี่มารีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม พร้อมทั้งอัพเดทเทคโนโลยีใหม่ๆของมาสก์หน้าจากเกาหลีให้ได้ชมกันนะคะ

เชื่อว่าหลายๆคนคงจะเคยเห็นมาสก์แบรนด์ Mediheal เนาะ มี่เองก็เคยเห็นมาสักพักแล้วค่ะ เมื่อสมัยที่ไปเกาหลี นางก็มีช็อปของนางอยู่ที่มยองดง

เชื่อไหมว่ามาสก์หน้าของ Mediheal นี้ติดอันดับ 1 ของเกาหลี จากการสำรวจของบริษัท Kantar world panel ระหว่างปี 2016 – 2018 ด้วยนะคะ ไม่แปลกใจเลย เพราะเวลาเดินผ่านร้านทีไร จะเห็นคนหิ้วกันมากมาย

Mediheal เป็นแบรนด์เวชสำอางเกาหลี ผลิตโดย L& P Cosmetic ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2009 ต่อจากนั้นไม่กี่ปี ก็เริ่มส่งออกมาสก์ไปจำหน่ายที่หลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยเราด้วยค่ะ

ทางบริษัท L&P cosmetics เองก็ได้รับรางวัลมากมาย เป็นการการันตีถึงความดีงามของมาสก์นางค่ะ

จนปี 2017 นางก็ลงทุนสร้าง Mediheal R&D center และก็มีการ Collab กับ นักร้องเกาหลีชื่อดังอย่าง BTS

story-visual2019

(Image from Mediheal US website)

 

Love me Love Mediheal เน่อเจ้าาาา

เข้าเรื่องของเรากันค่ะ วันนี้มี่จะมารีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมมาสก์สูตรใหม่ ที่มีผู้นำเข้ามาในบ้านเราค่ะ เป็นมาสก์สูตร Upgrade EX.3 กับตัว Pharmask ค่ะ

 

แกะกล่องกันเลยค่า

medi 1

medi 2

มาเริ่มกันที่มาสก์สูตร Upgrade EX.3 นะคะ

 

นางมาด้วยกัน 3 สูตร 3 สีค่ะ เขียว เหลือง ส้ม

medi 3

  • สีเขียว เป็นสูตร Tea tree care solution เหมาะกับการดูแลปัญหาสิว การระคายเคือง และรูขุมขน ตัวนี้มี Tea tree oil, สารสกัดจากคาโมมายล์และบัวบก เป็นพระเอกค่ะ
  • สีเหลือง เป็นสูตร Collagen impact เหมาะกับการดูแลปัญหาความย่อนคล้อย ไม่กระชับ ช่วยให้ผิว Firm ตัวนี้มี Hydrolyzed collagen, elastin และ Acetyl hexapeptide-8 หรือ Argireline เป็นพระเอกค่ะ
  • สีส้ม เป็นสูตร Lightbeam เหมาะกับการดูแลปัญหาจุดด่างดำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ ผิวหมองคล้ำ ไม่กระจ่างใส มีส่วนผสมของวิตามินหลายชนิด อย่าง C, E, B3, B5, B6

 

ถึงแม้ตัวมี่จะไม่ค่อยมีสิว แต่กลับชอบส่วนผสมของสูตรสีเขียวมากๆ เพราะเหมาะกับผิวระคายเคืองง่าย ผิวบอบบาง และฟิลลิ่งหลังใช้ก็คือเลิศเลอสบายผิวมากๆค่ะ สีเขียวนี้เดี๋ยวมี่จะวิเคราะห์ส่วนผสมอย่างละเอียดอีกครั้งในช่วงท้ายนะคะ

medi 5

แผ่นมาสก์ เป็นแผ่นมาสก์ที่ใช้เส้นใยจากธรรมชาติ ซึ่งปกติแล้วจะแนบสนิทไปกับผิว ทางแบรนด์เคลมว่าเป็นเส้นใยชนิด Cupra long fiber หรือใยฝ้ายชนิดเส้นใยยาว ซึ่งสามารถอุ้มเอาเนื้อเซรั่มไว้ได้เยอะ แนบสนิทไปกับผิวหน้า บางเบา และไม่รู้สึกสากหรือหยาบกระด้าง

medi 7

อีกจุดเด่นที่ถือว่าเป็นนวัตกรรมมาก

มี่เชื่อว่าหลายๆคนมีข้อสงสัยว่า มาสก์หน้านี่ต้องแปะนานแค่ไหนถึงจะพอ Mediheal มีคำตอบมาให้ค่ะ ด้วยนวัตกรรม Pressed logo เมื่อมาสก์หน้าทำงานเสร็จแล้ว โลโก้ของ Mediheal จะปรากฏออกมาบนแผ่นมาสก์ ซึ่งจุดนี้มี่ถือว่าโดดเด่นมากๆค่ะ

medi 10

เนื้อมาสก์ของสูตรสีเขียว มาในรูปแบบของเซรั่มใสๆ หนืดเล็กน้อย

medi 8

มีค่า pH อยู่ที่ราวๆ 5 ค่ะ ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับผิวดี

medi 9

สำหรับส่วนผสมของสูตรสีเขียวเป็นดังนี้นะคะ

สผส mediheal

จากส่วนผสมวันนี้นะคะ มี่ทำสารบำรุงไว้เป็นสีต่างๆจำนวน 5 สีนะคะ

ในภาพรวม น้ำมาสก์เป็นในรูปแบบของ Solution ที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ น้ำมัน และซิลิโคน ไม่มีน้ำหอม แต่ใช้น้ำมันหอมระเหยจากทีทรีเพื่อประโยชน์ในการดูแลสิว จะทำให้เราได้กลิ่นเขียวสดชื่นของทีทรีอยู่จางๆ

สำหรับสารบำรุงมี่ขอเริ่มจาก

  • สีชมพู คือ พระเอกของเรา สารสกัดจากทีทรี และ น้ำมันหอมระเหยจากทีทรี ซึ่งมีประโยชน์ในด้านของการดูแลปัญหาสิวนะคะ
  • สีม่วง เป็นกลุ่มที่ดูแลรูขุมขน
    • Salix alba extract คือ สารสกัดจากต้น Willow ที่มี BHA จากธรรมชาติ มีประโยชน์ในเชิงการลดการอุดตัน ลดการอักเสบระคายเคือง
    • Pisum sativum extract ตัวนี้เป็นสารสกัดจากถั่วลันเตา ซึ่งในวงการเครื่องสำอางมีหลายยี่ห้อมากๆ แต่ละยี่ห้อก็มีประโยชน์แตกต่างกันไป โดยรวมคือ มีคุณสมบัติในเรื่องของการเพิ่มความชุ่มชื้น และเสริมความแข็งแรงให้กับชั้นผิว จึงมีประโยชน์ในการดูแลและกระชับรูขุมขน
  • สีน้ำตาล เป็นสารเพิ่มความชุ่มชื้น ได้แก่ Trehalose และ กรดอะมิโน Arginine
  • สีฟ้า เป็นกลุ่มของสารลดการอักเสบระคายเคือง ซึ่งมีด้วยกันหลายตัว มี่ขอเลือกกล่าว 2 ตัวนะคะ
    • สารสกัดจาก Boswellia ตัวนี้มีสารที่มีชื่อว่า Boswellic acid ซึ่งมีคุณสมบัติในการลดการอักเสบและระคายเคือง จึงมีประโยชน์ในด้านของการลดรอยแดงจากสิว และดูแลการอักเสบของสิว
    • สารสกัดจาก Houttuynia อันนี้บ้านเรารู้จักกันในชื่อพลูคาว ตัวผู้ผลิตวัตถุดิบของเกาหลีเคลมว่าประกอบด้วยสารกลุ่มฟลาโวนอยด์หลายชนิด เช่น Quercetin กับ Hyperin ผู้ผลิตเคลมว่าสารสกัดจากพลูคาวนี้มีประโยชน์เป็นสารลดการอักเสบระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายผิว (Soothing effect) เสริมการสมานแผล (Wound healing) เป็น Antioxidant และมีคุณสมบัติในการ Detoxification ให้ผิว (ข้อมูลจากบริษัท The garden of natural solution)
  • สีเขียว เป็นสารบำรุงอื่นๆ มี่ขอเล่าถึงน้องบัวบกนะคะ
    • สารสกัดจากบัวบก บัวบกก็ถือเป็นพืช Top hit ตัวหนึ่งในทางเครื่องสำอาง นางมีประโยชน์ที่ดีกับผิวหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นด้านของการเสริมการสังเคราะห์คอลลาเจนให้ผิว Firm เสริมการสมานแผล ลดการเกิดแผลเป็น
    • สารบำรุงที่เหลือ ก็เรียกได้ว่า ทำงานร่วมกันเป็นอย่างดีในการดูแลผิวของเราเลยค่ะ

 

สำหรับส่วนผสมอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าทำมาได้ค่อนข้างดี ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิวเลย

มาให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ เป็นคะแนนสำหรับสูตรสีเขียวนะคะ

  1. สารบำรุง มาสก์ตัวนี้ถึงแม้จะเป็นสูตรที่เขาแนะนำสำหรับผิวที่มีปัญหาสิว ถ้าเราพูดเรื่องสิวอย่างเดียว คือ ตัวนี้ก็ตอบโจทย์ เพราะดูแลตั้งแต่การลดการอุดตัน ลดการระคายเคือง รอยแดง และมีส่วนผสมของ Teatree ที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้ออยู่ รวมถึงดูแลเรื่องการลดการเกิดรอยแผลเป็น และกระชับรูขุมขนไปอีก ก็ถือว่า เกือบครบจบสำหรับสิวละ แต่ส่วนตัวมองว่า ถ้าดูจากส่วนผสม คือ บำรุงผิวได้ในหลายจุด รวมถึงที่เด่นๆ คือ การลดการอักเสบระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายผิว (Soothing effect) พร้อมทั้งเติมน้ำให้ผิวไปพร้อมๆกัน นอกจากนี้ยังมีสารบำรุงอีกหลายชนิด ก็ทำให้คนปกติที่มีผิวบอบบางสามารถเอามาใช้เป็น Soothing ให้เราสบายผิวได้ ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยไม่มีจุดที่หักคะแนน ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน จุดแรกต้องบอกก่อนเลยว่า ประทับใจเจ้าเรื่องของการทำเทคนิค Pressed logo เมื่อมาสก์หน้าทำงานเสร็จแล้ว โลโก้ Mediheal ก็จะโผล่ออกมา ให้เราไปแกะแผ่นมาสก์ได้ จุดที่สองคือ เนื้อของแผ่นมาสก์ที่บางเบา แนบสนิทไปกับผิว และความรู้สึกนุ่ม ไม่สาก ไม่กระด้าง แม้ตอนใกล้แห้ง และจุดสุดท้ายคือความรู้สึกหลังใช้ คือ ผิวค่อนข้างนุ่ม ชุ่มชื้น และรู้สึกเย็นสบายผิว จุดนี้ถือว่าไม่มีที่ติเลยสำหรับมาสก์แผ่นนี้ ให้ไป 5 ฟลาสก์

คะแนน medi

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ Mediheal ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

Facebook: MedihealThailand

Twitter: @Mediheal_TH

Instagram: Medihealthofficial

Youtube: MedihealThailand

 

สำหรับมาสก์ของ Mediheal ตอนนี้มีวางจำหน่ายที่ Watsons และ Watsons Online ค่ะ

 

รีวิวนี้ยังไม่จบนะคะ มี่จะรีวิวมาสก์ A-Zero Shot Pharmask ต่อค่ะ แต่จะแยกไปต่ออีก Blog อดใจรอกันซักนิดนะคะ 🙂

 

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับมาจากทางแบรนด์ Mediheal การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Beauty Talks: ผิวบอบบางแพ้ง่าย และสกินแคร์สำหรับ Sensitive skin

Beauty Talks: ผิวบอบบางแพ้ง่าย และสกินแคร์สำหรับ Sensitive skin

 

วันนี้มี่อยากเล่าเรื่อง Sensitive skin ค่ะ เพราะว่าเดี๋ยวนี้คนเอเชียเกิดภาวะ Sensitive skin กันมากขึ้น

 

sensitive

 

Sensitive skin นี่ ไม่ใช่แค่ว่า บอบบางแพ้ง่ายอย่างเดียวค่ะ แต่ในทางการแพทย์ ตาม Baumann skin typing system เขาแบ่งประเภทของ Sensitive skin ไว้ 4 แบบเลยทีเดียวค่ะ

ได้แก่

S1 คือ Sensitive skin ประเภทที่เรียกว่า Acne type เป็นผิวที่มีแนวโน้มเกิดสิวได้ง่ายกว่าคนปกติ ใช้อะไรก็จะอุดตันหมด อุดตันตลอดปีตลอดชาติตลอดชีวิต

คนกลุ่มนี้ต้องเลี่ยงสารต่อไปนี้นะคะ

 

acne

 

แต่ ไม่ได้แปลว่า เจอพวกนี้แล้วจะต้องอดตันเสมอไป จะแบนไปเลย ความจริงแล้วการอุดตันมีหลายๆปัจจัยมาเกี่ยวข้องด้วย รวมถึงความเข้มข้นที่เขาใส่มาในสูตรด้วย ยิ่งเข้มข้นก็ยิ่งเสี่ยงตันค่ะ

 

 

S2 คือ Sensitive skin ประเภทที่เรียกว่า Rosacea type เป็นผิวที่มีอาการแดง เหมือนอายตลอดเวลา เพราะพวกนี้เส้นเลือดเขาจะไวค่ะ แค่ทานของร้อนของเผ็ด หรืออากาศร้อน ก็แดงละค่ะ

 

 

S3 คือ Sensitive skin ประเภทที่เรียกว่า Burning and Stinging type เป็นผิวที่มีอาการปวดแสบปวดร้อน รู้สึกแสบ ร้อน เมื่อทาผลิตภัณฑ์ หรือเมื่อสัมผัสสิ่งเร้าบางอย่าง เช่น ลม ความเย็น ความร้อน โดยไม่จำเป็นต้องมีอาการแดงร่วมด้วยค่ะ

คนกลุ่มนี้จะต้องเลี่ยงสารต่อไปนี้นะคะ

 

sting

 

แต่ไม่ได้แปลว่าจะให้แบนไปเลยเช่นกัน เพราะความทนของแต่ละคนไม่เท่ากันค่ะ มันขึ้นกับความเข้มข้นสารในผลิตภัณฑ์ด้วย

 

 

และ S4 คือ Sensitive skin ประเภทที่เรียกว่า Contact dermatitis and irritant dermatitis type คนกลุ่มนี้จะแพ้ง่ายเพราะ Barrier ผิวอ่อนแอกว่าคนปกติ

แพ้ได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งน้ำประปา คนกลุ่มนี้ควรทดสอบการแพ้ก่อนการใช้งานค่ะ

สารที่มีความเสี่ยงสูงทำให้แพ้ก็จะเป็นพวก กันแดดเคมี สารกันเสีย น้ำหอม และสารกลุ่มโปรตีนเป็นต้น

การแพ้นี่ไม่ขึ้นกับความเข้มข้นสาร แค่ใส่มา น้อยแค่ไหนก็แพ้ได้ค่ะ และการแพ้คาดเดาไม่ได้ค่ะ แต่จะเกิดซ้ำๆเดิม จากสารที่เคยแพ้

 

 

 

ต่อมาเป็นแนะนำ Skincare สำหรับ Sensitive skin แบบต่างๆนะคะ

S1: ควรใช้ BHA เป็นประจำเพื่อละลายสิวอุดตันค่ะ

S2: สามารถใช้ได้เหมือนคนปกติเลยค่ะ อาจจะหาเบสเขียวมากลบรอยแดง

S3: ควรเลี่ยงพวก AHA, BHA, Alcohol, Essential oil

S4: ควรเลือกเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของสารไม่มากชนิดจนเกินไป เพราะ Barrier ผิวของคน S4 ไม่ดี สารจะซึมลงง่าย ทำให้เสี่ยงแพ้ง่ายค่ะ นอกจากนี้ควรเลี่ยงน้ำหอม กันแดดเคมี และโปรตีนค่ะ

 

สรุป

 

พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ