Image

[Green and Clean beauty] อัพเดทเรื่องสารกันแดดกับปะการัง: งานวิจัยที่ทดสอบผลของสารพิษต่างๆ ที่มีต่อปะการัง

เชื่อว่าหลายๆท่านที่ติดตามข่าวเรื่องสิ่งแวดล้อม เคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับปะการังที่ถูกฟอกสีเพราะสารกันแดดบางชนิด และเมื่อปะการังถูกฟอกสี นั่นคือ ปะการังได้ตายจากเราไปแล้ว

fishes near coral reef
Photo by Francesco Ungaro on Pexels.com

(ปล.ปะการังในภาพเป็นเพียงภาพที่ใส่เข้ามาเพื่อประกอบบทความ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับปะการังที่ใช้ในงานวิจัย)

สำหรับวันนี้คงไม่ได้มาเล่าถึงประโยชน์ของปะการังในทะเลนะคะ แต่ว่าจะมาอัพเดทว่า ตอนนี้มีทีมนักวิจัยจากฝรั่งเศส ได้คิดค้นวิธีประเมินผลของสารกันแดด จำนวน 10 ชนิดต่อปะการัง โดยใช้ปะการังสายพันธุ์ Pocillopora damicorni มาเป็นตัวแทนค่ะ

ทีมงานตีพิมพ์ผลงานวิจัยดังกล่าวในวารสาร Nature Scientific Reports ซึ่งเป็นวารสารชั้นนำในวงการวิทยาศาสตร์ค่ะ

coral and UV

มี่สรุปให้ฟังคร่าวๆนะคะ

ทางนักวิจัยเริ่มจากไปเก็บปะการัง P. damicorni มาเพาะเลี้ยงในห้องแลป โดยใช้สภาวะการเลี้ยงแบบเดียวกับท้องทะเล แล้วให้ปะการังเลี้ยงเหล่านี้เจอกับสารกันแดด แล้ววัดสารกลุ่ม Steroid ที่ปะการังสร้างออกมาเมื่อมีความเครียด กับ สารก่อการอักเสบในกลุ่มของ Phospholipid บางตัว และกรดไขมัน Arachidonic acid ที่เป็นสารเหนี่ยวนำให้เกิดการอักเสบค่ะ

โดยถ้ามีสารสองตัวนี้เพิ่มขึ้น แปลว่าปะการังมีความเสียหายมากขึ้นค่ะ

สารกันแดด 10 ชนิดที่ ทางนักวิจัยเลือกมา เป็นสารกันแดดในกลุ่มเคมีทั้งหมด ได้แก่

  1. Octocrylene
  2. Tinosorb M (Methylene bis-benzotriazolyl tetramethylbutylphenol)
  3. Benzophenone-3
  4. Avobenzone
  5. Uvinul A plus (Diethylamino hydroxybenzoyl hexyl benzoate)
  6. Octisalate
  7. Homosalate
  8. Tinosorb S (bis-Ethylhexyloxyphenol methoxyphenyl triazine)
  9. Diethylhexyl butamido triazone
  10. Octyl triazone

 

ผลการทดสอบในการทดลองนี้พบว่า Octocrylene (ซึ่งตัวนี้มักใช้คู่กับ Avobenzone เพื่อเพิ่มความเสถียรให้แก่ Avobenzone) เป็นพิษกับปะการังมากที่สุด โดยเหนี่ยวนำให้ปะการังสร้างสารกลุ่ม steroid และสารก่อการอักเสบเพิ่มขึ้น รวมถึงในความเข้มข้นสูง Octocrylene ยังไปทำให้ Mitochondria ซึ่งเปรียบเสมือนโรงไฟฟ้าของเซลล์ ทำงานผิดปกติไปด้วยอีกตะหาก

รองลงมาคือ Octisalate (Ethylhexyl salicilate)

สำหรับ Benzophenone-3 นั้นเป็นเหมือนสารมาตรฐาน เพราะมีงานวิจัยก่อนหน้าพบว่าสารนี้เป็นพิษต่อปะการังค่ะ

ส่วนสารกันแดดที่เหลืออีก 7 ตัว ไม่ได้มีผลกับปะการังเลี้ยงค่ะ

แต่ส่วนนี้เป็นการทดสอบในห้องปฏิบัติการ อาจจะไม่เหมือนกับในทะเลจริงๆก็ได้

ดังนั้น เวลาไปทะเล อย่าลืมมองหากันแดดที่เคลมเรื่องของ “Reef-safe” เพื่อรักษาปะการังของเราเอาไว้นะคะ

aerial photography of seashore
Photo by Daria Shevtsova on Pexels.com

เอกสารอ้างอิง

Stein D., et al. (2020). Scientific Reports. 10(1). DOI:10.1038/s41598-020-66117-3

 

Image

ทะลายกรุรีวิวกันแดด Scinic (ไซน์นิค) ยก 5 สูตร พร้อมแนะนำวิธีเลือกใช้ตามสไตล์มียอน

สวัสดีค่ะ

กันแดดนี่เสมือนเป็นไอเทมสำคัญที่ขาดไม่ได้เลย เพราะรังสี UV จากแสงแดดนั้นส่งผลเสียมากมายกับผิวเรา ไม่ว่าจะเป็นแก่ก่อนวัย สีผิวไม่สม่ำเสมอ กระดำกระด่าง จนไปถึงอาจเกิดมะเร็งผิวหนังได้เลยทีเดียว

แล้วนี่ยิ่งกลางฤดูร้อน แดดยิ่งรุนแรงเข้าไปอีกค่ะ

วันนี้มี่เลยเอากันแดดของ Scinic หรือ ไซน์นิค แบรนด์ดังจากเกาหลี นางออกกันแดดมา 5 สูตร ในกลุ่มของ Enjoy sun เพื่อตอบโจทย์ชีวิตของเราๆ เรียกได้ว่าครอบคลุมทุกความต้องการ และสภาพผิวเลยทีเดียวค่ะ อยากให้อ่านรีวิวจนจบ เพราะแบรนด์นี้เค้ากล้านำเข้ามาขายที่ไทยในราคาเท่ากับที่เกาหลีเลย ไม่ต้องเสียเวลาหิ้วให้หนักให้เสียเวลา

หน้าตาของพวกนางเป็นดังนี้ค่ะ

sun 3.JPG

นางเป็น 5 ศรีพี่น้อง มาด้วยกัน 5 สูตร เริ่มจาก

  • Waterproof sun cream หลอดสีฟ้าคาดส้มแดง เป็นกันแดดสูตรกันน้ำกันเหงื่อ มาในเนื้อเอสเซนส์บางเบา ซึมง่าย ไม่เหนอะหนะ มีค่า SPF 50+ และ PA++++ มาในคอนเซปท์ “กันแดดสูตรกันน้ำกันเหงื่อ”
  • Tone up sun cream หลอดสีขาว มีแถบสีชมพู/เทาด้านล่าง ตัวนี้เป็นสูตรผสม Pigment ช่วยปรับสภาพสีผิวให้กระจ่างใส ใช้เป็น Makeup base ได้ในตัว มีค่า SPF50+ และ PA++++ เช่นเดียวกัน มาในคอนเซปท์ “บล็อกแดด ผิวไบรท์ ไม่หลอกตา”
  • Silky pore sun milk ตัวนี้มาในขวดสีขาว ฝาเขียว เป็นเบสแบบเนื้อน้ำนม บางเบา ซึมง่าย แห้งไวไม่เหนอะหนะ ไม่หนักผิว เหมาะกับผิวมัน มีค่า SPF50+ PA+++ มาในคอนเซปท์ “กันแดดน้ำนมพรางรูขุมขน”
  • Safe shield sun cream นางมาในหลอดสีน้ำเงินคาดเขียวเหลือง เป็นกันแดดเนื้อเอสเซนส์ ซึมไว ไม่เหนอะหนะ เหมาะกับผิวแพ้ง่าย มีค่า SPF50+ PA++++ มาในคอนเซปท์ “Block แสงขั้นสุด ซึมไวใน 5 วิ”
  • Perfect daily sun cream มาในหลอดสีส้มคาดแดงอันร้อนแรง เป็นเบสแบบครีม เกลี่ยง่าย ไม่เป็นคราบ มีค่า SPF50+ PA+++ ตัวนี้นางเป็นตัว Top ติด Best seller ที่เกาหลี ได้รางวัลจากรายการ Beauty talk เมื่อปี 2017 มาในคอนเซปท์ “กันแดดในอุดมคติ”

 

เปรียบเทียบเนื้อของกันแดดทั้ง 5 ตัวซักหน่อย

sun 1.jpg

 

sun 2

ถ้าพูดถึงส่วนผสมที่สำคัญที่สุดของเครื่องสำอางป้องกันแสงแดด ก็คงหนีไม่พ้น สารกันแดด โดยสารกันแดดมีด้วยกัน 2 รูปแบบหลักๆ คือ สารกันแดดชนิดกายภาพ (Physical sunscreen) และ สารกันแดดเคมี (Chemical sunscreen)

  • สารกันแดดกายภาพ จะเป็นกลุ่มของ Titanium dioxide และ Zinc oxide ทำหน้าที่สะท้อนกระจายรังสี UV ออกไป
  • สารกันแดดเคมี จะเป็นกลุ่มของสารเคมี ทำหน้าที่ดูดซับรังสี UV เอาไว้ แล้วคายออกไป

 

ถ้าพิจารณาตามกลไกของสารกันแดด สารกันแดดเคมีที่มีการดูดซับรังสีไว้กับตัวและคายพลังงานออกมา ย่อมจะต้องเสื่อมลง จึงต้องทาทับทุกๆ 2 ชั่วโมง เมื่อออกแดดนานๆ หรือโดนแดดจัดๆ ส่วนกันแดดแบบกายภาพนั้นตามกลไกคือเขาจะสะท้อนรังสีออกไป ถ้าเราไม่ไปล้างไปเช็ด หรือเหงื่อไม่ออก มันก็จะอยู่บนผิว สะท้อนรังสีได้ยาวนานกว่า

 

มี่เคยอัพรายละเอียดเรื่องแสงแดดและกันแดดไว้ ถ้าใครสนใจไปตามอ่านได้ที่ https://cosmeknowledge.wordpress.com/2014/09/09/sun-and-sunscreen/ เลยค่ะ

 

มาดูรายละเอียดทีละสูตรเลยนะคะ

  • สูตร Waterproof

ถ้าเราพูดถึงกันแดดกันน้ำ เรามักจะจิตนาการถึงกันแดดเหนียวๆ หนักๆ ที่ทาก่อนลงไปทะเล หรือก่อนลงน้ำ ผิดคาดเลย กันแดดตัวนี้เนื้อเบามาก เบาจนไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นกันแดดกันน้ำ นางพลิกมิติและการรับรู้ถึงกันแดดและกันน้ำไปเลย ด้วยเนื้อเบา ซึมไว เกลี่ยง่าย ไม่เป็นปื้นขาว มาพร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆ

waterproof

ในด้านส่วนผสม นางมาในกันแดดแบบเคมี มาในเบสชนิดอิมัลชั่นของน้ำและซิลิโคน ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เสริมสารบำรุงมาหลายชนิด เน้นไปที่ด้านการลดการอักเสบและระคายเคืองของผิว มีส่วนของไขมันจากธรรมชาติที่ช่วยทดแทนไขมันจำเป็นให้แก่ผิว และมีส่วนผสมของสารสกัดพืชที่ช่วยเสริมปกป้องผิวจากรังสี UV

 

แต่ถึงจะเป็นสูตรกันน้ำ ก็ไม่ได้แปลว่าจะต้องใช้ตอนจะไปว่ายน้ำ หรือ ไปทะเล หรือจะสงกรานต์ แต่ก็สามารถใช้ได้แบบ Everyday โดยเฉพาะหน้าร้อน ที่เหงื่อออกเยอะๆ เพราะเนื้อกันแดดไม่ได้หนักผิวเลย

 

 

  • สูตร Tone Up

เป็นกันแดดที่มีส่วนผสมของ Pigment ที่ช่วยอำพรางสีผิวและปรับสภาพผิวให้กระจ่างใสขึ้นมา 1 Step ใช้แทน Makeup base ได้ดี เนื้อกันแดดจะข้นขึ้นมานิดหน่อย ตอนแรกลงอาจจะดูขาวนิด แต่พอเกลี่ยไปจะกลืนไปกับสีผิว ไม่ขาววอก ไม่เทา ไม่ลอย  ตัวนี้มีกลิ่นน้ำหอมจางมากๆ แทบจะไม่ได้กลิ่นค่ะ

 

tone

ดูแบบนี้อาจจะไม่ชัด ลองจัดให้ดูแบบจริงจังเลยดีกว่าค่ะ

ผิวรวม

ในด้านของส่วนผสม นางเป็นกันแดดลูกผสมกายภาพ/เคมี มาด้วยเบสอิมัลชั่น ที่มีน้ำ น้ำมัน และซิลิโคนนิดหน่อยพอกรุบกริบ นางมีส่วนผสมของสารบำรุงอยู่หลายชนิด ให้ประโยชน์ไปในทางด้าน Whitening, ต่อต้านอนุมูลอิสระ เป็น antioxidant ชะลอวัย ลดการอักเสบระคายเคือง รวมไปถึงด้านริ้วรอยก็มี Adenosine มาช่วยด้วยอีกส่วน

 

 

 

  • สูตร Safe shield เซฟชิลด์

ตัว Safe shield นี้มาในบสแบบเนื้อครีมที่ค่อนข้างบางเบา สมกับที่แบรนด์เรียกเป็นกันแดดเนื้อเอสเซนส์ เกลี่ยง่าย ซึมไว ภายในระยะเวลา 5 วิ ไม่เหนอะหนะไม่หนักผิว มีกลิ่นอ่อนๆ ทางแบรนด์เคลมว่ากันน้ำกันเหงื่อได้ด้วยหละ

safe shiled

ในด้านส่วนผสม นางเป็นกันแดดแบบลูกผสมกายภาพ/เคมี มาในเบสแบบอิมัลชั่นที่มีส่วนผสมของ น้ำ น้ำมัน แบะซิลิโคนนิดหน่อยพอกรุบกริบ เสริมสารบำรุงมาหลายชนิด ให้ประโยชน์ในด้านของการลดการอักเสบ ระคายเคือง เป็น Antioxidant และให้ความรู้สึกสบายผิว

 

 

  • สูตร Perfect daily

ที่ทางแบรนด์ว่าเป็นกันแดดในอุดมคติ นางได้รับรางวัล Best seller จากรายการ Beauty Talks พอได้ลองก็เข้าใจเลยว่าทำไมได้มา นางมาในเบสแบบเนื้อครีมนุ่มแน่น เกลี่ยง่าย ให้สัมผัสนุ่ม ไม่หนักผิว ตอนแรกเกลี่ยอาจจะดูเหมือนมีปื้นขาวนิดๆ แต่พอเกลี่ยไปซักครู่ ก็จะหายไปหมด สีขาวๆเหล่านั้นก็คือเม็ดของกันแดดกายภาพนั่นเองค่ะ พอเขาเรียงตัวบนผิวเสร็จ ด้วยขนาดเล็กมาก นางก็จะไม่มีความทึบแสงให้เราเห็น

perfect

นางเป็นกันแดดแบบผสมกายภาพ/เคมี มาในเบสกันแดดแบบอิมัลชั่น ประกอบด้วย น้ำ และซิลิโคนนิดหน่อยพอกรุบกริบ มีส่วนของน้ำมันสังเคราะห์อยู่นิดหน่อย ช่วยเคลือบผิวไม่ให้แห้งตึง เสริมสารบำรุงมามากมายหลายชนิด เด่นไปที่ด้านการเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบระคายเคือง ช่วยให้ผิวแข็งแรง

 

  • Silky pore sun milk

เป็นกันแดดแบบน้ำนม ที่มีความต่างจากพี่น้อง คือนางมาในขวด เนื้อจะค่อนข้างเหลว เหมือนน้ำนม เกลี่ยง่าย ซึมไว แห้งไวไม่เหนอะหนะ น่าจะเหมาะกับคนที่มีผิวมัน ตัวส่วนผสมจะช่วยอำพรางรูขุมขนได้อีกทาง ช่วยให้ผิวหน้าดูเรียบเนียนขึ้น

 

milk

ในด้านส่วนผสม นางมาในเบสแบบอิมัลชั่น  ทีป่ระกอบด้วยซิลิโคน กับน้ำ ตัวนี้จะมีแอลกอฮอล์อยู่ด้วย เพื่อให้กันแดดแห้งไว ไม่เหนอะหนะ และตอนแอลกอฮอล์ระเหยไปนางจะให้ความรู้สึกเย็นพร้อมกระชับรูขุมขนไปในตัว ส่วนตัวมี่มีผิวแห้งตกบ่ายมาก็จะแห้งตึงหน่อยๆ จึงน่าจะเหมาะกับผิวมันค่ะ

 

ก่อนจะไปวิเคราะห์ส่วนผสมมาตอบคำถามก่อน

กันแดดไซน์นิค มีตั้ง 5 สูตร ใช้อันไหนดี?

อันนี้ไปเอาของแบรนด์มาค่ะ

scinic fb-20180327-01

(ที่มา Scinic)

 

 

ตามความเห็นของมี่นะคะ มี่ทำตารางสรุปจุดเด่นให้ตามนี้ค่ะ

table

มาทั้งทีไม่วิเคราะห์ส่วนผสมคงไม่ได้ แต่จะวิเคราะห์หมดทั้ง 5 ตัวก็เกรงจะยาวยืดไปจนไม่น่าอ่าน เลยขอหยิบเอาสูตรที่ชอบที่สุด คือ สูตร Safe Shield มาวิเคราะห์ส่วนผสมให้ชมกันค่ะ

สผส sun

วันนี้มี่ทำสีส่วนผสมไว้ 3 สีค่ะ

  • สีส้ม เป็นกันแดดชนิดกายภาพ อย่าง Titanium dioxide ซึ่งพวกนี้จะออกฤทธิ์สะท้อนรังสี UV ออกไปแบบไม่จำเพาะเจาะจง นางมีความคงตัวค่อนข้างดี ถ้าเหงื่อไม่ออกไม่ไปล้างไปเช็ด นางก็จะยังคงเรียงตัวอยู่บนผิวสะท้อนรังสีต่อไป
  • สีฟ้า เป็นกันแดดชนิดเคมี มีด้วยกัน 4 ชนิด กันได้ครบถ้วนทั้ง UVA และ UVB ได้แก่
    • Homosalate ช่วยกรองรังสีในช่วง UVB
    • Ethylhexyl salicylate ช่วยกรองรังสีในช่วง UVB
    • Diethylamino hydroxybenzoylhexyl benzoate ช่วยกรองรังสีในช่วง UVA
    • Bis-Ethylhexyloxyphenol methoxyphenyl triazine ช่วยกรองรังสีในช่วงกว้างทั้ง UVA และ UVB
  • สีเขียว เป็นสารบำรุง มีอยู่หลายชนิดเลยค่ะ
    • Niacinamide เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 มีประโยชน์ด้าน Whitening ลดการอักเสบระคายเคือง
    • Adenosine มีประโยชน์ในเชิงการลดริ้วรอย
    • วิตามินอี เป็น Antioxidant
    • สารสกัดพืชทั้งหมด 8 ชนิด มีประโยชน์ในเชิงการเป็น Antioxidant ลดการอักเสบระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายผิว

enjoysafeshieldsun_720_07.jpg

(ที่มา Scinic Korea)

ตัวเบสมาในเบสแบบอิมัลชั่น มีส่วนผสมของน้ำ ซิลิโคน และน้ำมันอยู่นิดหน่อย ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ สารที่ใช้เสี่ยงอุดตันน้อยมาก และมีข้อมูลความปลอดภัยที่ค่อนข้างดี สมกับที่เคลมว่าเหมาะกับ Sensitive skin

 

มาให้คะแนนกันดีกว่านะคะ เป็นคะแนนของสูตร Safe shield เด้อ

  1. สารบำรุง รวมเอาสารกันแดดไว้ด้วย ในด้านของสารกันแดดก็ถือว่าทำมาได้ดี เป็นกันแดดแบบผสมกายภาพ/เคมี กันได้ครบถ้วนสมบูรณ์ดี เสริมสารบำรุงที่มีประโยชน์ในการลดการอักเสบระคายเคืองของผิว และ antioxidant ซึ่งจะช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV ที่เล็ดรอดเข้าไปในผิวได้ ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่กันแดดได้ 100% อย่างไรก็ต้องมีรังสี UV เล็ดรอดเข้าผิวได้อยู่ดี การมีพวก antioxidant หรือสารลดการอักเสบพวกนี้ก็จะช่วยปกป้องผิวเราได้ค่ะ จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยไม่มีจุดให้หักคะแนน ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ตัวกันแดดทำมาได้ค่อนข้างดี เนื้อนุ่ม เกลี่ยง่าย ไม่แห้งไม่มันเกินไปสำหรับผิวมี่ เรื่องกลิ่นก็ไม่ได้แรงจนฉุนไป กำลังซอฟท์ๆ ไม่กวนใจ ทาแล้วสามารถลงรองพื้นได้เลย ไม่เหนอะหนะ ไม่ตีกับรองพื้นจนเป็นคราบ โดยรวมขอให้คะแนนการใช้งานไว้ที่ 4 ฟลาสก์

คะแนน sun

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ไซน์นิค ด้วยนะคะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์ไซน์นิค โดยตรงเลยนะคะ มีจำหน่ายที่วัตสัน ตอนนี้มีโปร ลดราคา เหลือแค่ 450 เท่านั้น ราคาเท่ากับที่เกาหลีคือ 15,000 วอนเลย สำหรับขนาด 50ml. ถือว่าคุ้มมาก

https://www.facebook.com/SCINICThailand/

 

พบกันใหม่โอกาสถัดไป สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ

 

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Scinic การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

 

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมกันแดดจิ๋วแต่แจ๋ว 100% more confident sunscreen CB cream จากแบรนด์ Colab cosmetics

สวัสดีค่ะ

พูดถึงผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด หรือขอเรียกย่อๆว่ากันแดด นะคะ กันแดดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ถือว่าจำเป็นมากชิ้นหนึ่ง เพราะมีความสำคัญในการปกป้องผิวหนังจากรังสี UV ที่มาจากดวงอาทิตย์ รังสี UV นี้ก่อให้เกิดผลเสียมากมายกับผิวเรา ตั้งแต่ ผิวไหม้แดด สีผิวคล้ำ ริ้วรอย หรือร้ายแรงที่สุดคือมะเร็งผิวหนัง

การใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยลดอันตรายที่เกิดขึ้นจากแสงแดด ทำไมถึงใช้คำว่า “ส่วนหนึ่ง” นั่นก็เพราะว่า ไม่มีอะไรในโลกนี้ กันรังสี UV ได้ 100% นั่นเองค่ะ วิธีที่ดีที่สุด คือหลีกเลี่ยง แสงแดด สัมผัสเท่าที่จำเป็น และใช้กันแดดเป็นประจำค่ะ

วันนี้ก็เลยขอหยิบเอากันแดดยี่ห้อหนึ่ง ที่เป็นของคนไทย มารีวิวให้ได้ชมกันค่ะ

เป็นกันแดดที่มีชื่อว่า 100% more confident sunscreen CB cream จากแบรนด์ Colab cosmetics มีค่า SPF อยู่ที่ SPF 50 PA+++ ค่ะ

กันแดดตัวนี้ไม่ใช่เอะอะจะมาก็มานะคะ ทางแบรนด์ได้ทำการสำรวจพฤติกรรม ปัญหาและประสบการณ์การใช้กันแดดของผู้บริโภคหลากหลายอาชีพ ในแต่ละช่วงวัย ทั่วไทย 400 คน ถึงได้มาเป็นกันแดดหลอดนี้นะคะ

ตัวกันแดดของ Colab จะมาในหน้าตาแบบนี้ค่ะ

colab 1.jpg

แพคเกจจะมาในรูปแบบของหลอดบีบค่ะ

colab 2

สามารถพกพาได้สะดวก และส่วนหัวที่กว้างสามารถตั้งวางไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งได้พอดี

ตัวเนื้อกันแดดจะเหลวนิดๆ อารมณ์คล้ายกันแดดแบบน้ำนม สีเนื้อ เพราะมี Pigment อยู่ด้วย ไม่มีกลิ่นเนื่องจากทางแบรนด์ไม่ได้ใส่น้ำหอมค่ะ

colab 3

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ไม่เป็นปื้น ไม่ขาววอก และไม่ตกร่อง

colab 4

ในด้านของส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

สผส colab

ในภาพรวมจะเห็นว่ากันแดดนี้เป็นกันแดดแบบกายภาพผสมเคมี มีส่วนผสมที่กันรังสี UV ได้ครบถ้วนสมบูรณ์ดี มาในเบสชนิดอิมัลชั่นของซิลิโคนในน้ำ มีน้ำเป็นเบสหลัก ที่มีซิลิโคนกระจายตัวอยู่ภายใน มีสารกลุ่มน้ำมันสังเคราะห์อยู่เล็กน้อย จึงได้เนื้อน้ำนมที่บางเบาไม่เหนอะหนะ และเกลี่ยได้ง่าย

ส่วนผสมแต่ละตัวที่น่าสนใจเป็นดังนี้ค่ะ

  • สีฟ้า เป็นกันแดดแบบกายภาพ คือ Titanium dioxide และ Zinc oxide ซึ่งกลไกของพวกนี้คือจะสะท้อนรังสี UV ออกไปจากผิว จึงมีความคงตัวค่อนข้างสูง และถ้าเหงื่อไม่ออก หรือไม่ไปล้างไปเช็ด พวกนี้ก็จะอยู่บนผิวไม่ไปไหน
  • สีม่วง เป็นกันแดดแบบเคมี มีด้วยกัน 3 ตัว ได้แก่
    • Ethylhexyl methoxycinnamate เด่นในการดูดซับรังสี UVB
    • Butyl methoxydibenzoylmethane มีอีกชื่อว่า Avobenzone เด่นในการดูดซับรังสี UVA ตัวนี้ถ้าใช้เดี่ยวๆความคงตัวจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ต้องหาสารอื่นมาช่วยเสริมความคงตัว
    • Benzophenone-3 เด่นในการดูดซับรังสี UVA
  • สีเขียว เป็นสารบำรุง ได้แก่ Bisabolol ซึ่งพบในดอกคาโมมายล์ มีคุณสมบัติเด่นในการลดการอักเสบและระคายเคือง ซึ่งจะช่วยลดผลเสียที่เกิดจากรังสี UV เล็ดรอดเข้ามาในผิว

 

ในส่วนผสมจะเห็นว่ามีเม็ดสี อย่าง Iron oxides (CI 77491, CI 77492) เข้ามาด้วย ซึ่งพกนี้จะมีสีในเฉดน้ำตาล-เหลือง-แดง จะช่วยเบลนด์สีเข้ากับ Titanium dioxide และ zinc oxide ให้กลายเป็นสีเนื้อ ทาแล้วไม่ขาววอก หรือ เทา

 

ปกติหลายๆแหล่งข้อมูลบอกว่า การใช้ Avobenzone ในตำรับที่มีกันแดดกายภาพ และพวก Pigment จะทำให้ความคงตัวของ Avobenzone ลดลง แต่ ถ้าเป็นการใช้ในตำรับที่ใช้สารกันแดด หรือ Pigment ที่ผ่านการเคลือบพื้นผิวด้วยสารบางอย่าง (เรียกว่าเป็น Surface-treated pigments) จะช่วยป้องกันผลเสียตรงนี้ได้ค่ะ

แต่ข้อเสียอย่างหนึ่งคือ ในทางปฏิบัติจริงเวลาอ่านส่วนผสมข้างกล่องนี่ pigment ที่เขาใช้จะ treated หรือ ไม่ treated มา เราจะเดาได้ค่อนข้างยาก เพราะว่าเขาจะแตกส่วนผสมกระจายไป

 

จากในส่วนผสมที่มี Triethoxysilylethyl polydimethylsiloxyethyl hexyl dimethicone (ชื่อสีส้ม) สารนี้เป็นสารกลุ่ม Silicone ชนิดหนึ่ง ที่ปกติจะให้คุณสมบัติเคลือบผิว ให้สัมผัสนุ่มลื่น และชุ่มชื้น มีหลายๆบริษัทนำเอาสารนี้มา treat พื้นผิวของ Pigment หลายๆชนิด อย่าง Titanium dioxide, Zinc oxide หรือ พวก Iron oxides ให้ Pigment เหล่านี้กระจายตัวในเบสได้ดีขึ้น การเคลือบผิวก็จะช่วยป้องกันไม่ให้เม็ด Pigment เหล่านี้ไปทำร้าย Avobenzone ให้เสื่อมสภาพไปได้ในระดับหนึ่ง

ตรงนี้จะตรงกับข้างกล่องที่แบรนด์เคลมว่า “สารกันแดดจากธรรมชาติ ปกป้องยาวนาน ด้วยเทคโนโลยีห่อหุ้มด้วย Silicone resin” ค่ะ

ส่วนผสมอื่นๆถือว่าทำมาได้ค่อนข้างดี ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

หลายๆคนจะแอบกลัวการใช้ Silicone อยู่ แต่ความจริงแล้วสารในกลุ่ม silicone ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรกับผิว นางไม่ดูดซึมเข้าผิว จึงค่อนข้างปลอดภัย ถ้าเราใช้ให้ถูกวิธี และดูแลดีๆ

Silicone บางชนิดจะเคลือบผิวได้ดี ถ้าเราล้างไม่สะอาดพอ มันจะไปสะสมตัวและขัดขวางการขับน้ำมันทิ้งตามธรรมชาติของผิว ทำให้เกิดการอุดตันและเป็นสิวขึ้นมา

 

ให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ

  1. สารกันแดดและสารบำรุง ในส่วนของสารกันแดดเป็นสูตรผสมระหว่างสารกันแดดกายภาพและเคมีซึ่งกันแดดได้ครบถ้วนและสมบูรณ์ดี เนื่องจากเป็นเบสกันแดดแบบกายภาพ ก็จะคงตัวดี ถ้าเหงื่อไม่ออกไม่ไปล้างไปเช็ด มันก็จะอยู่ของมันอย่างนั้นบนผิว แต่ในด้านของสารบำรุง อาจจะถือว่ายังมีน้อยไปหน่อย เพราะมีแค่ตัว Bisabolol ที่เด่นเรื่องคุณสมบัติลดการอักเสบ ซึ่งส่วนตัวมี่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะเราก็ทา Skincare อย่างอื่นเสริมเอา ขอให้ไป 4 ฟลาสก์
  2. เบส มาในเบสแบบอิมัลชั่นชนิดซิลิโคนในน้ำ มีน้ำเป็นเบสหลัก ที่มีซิลิโคนกระจายตัวอยู่ภายใน จึงได้เนื้อน้ำนมที่บางเบาไม่เหนอะหนะ และเกลี่ยได้ง่าย ซิลิโคนที่ใช้มีทั้งที่ระเหยได้ ไม่เหนอะหนะ และซิลิโคนที่ช่วยเคลือบปกป้องผิวอยู่ มีน้ำมันสังเคราะห์อยู่เล็กน้อย มีสารเติมน้ำให้ผิวอย่าง Propylene glycol อยู่ด้วย ไม่มีแอลกอฮอล์ ตรงนี้เป็นข้อดี เพราะกันแดดเบสน้ำ/ซิลิโคนหลายๆเจ้ามักจะมีแอลกอฮอล์อยู่ นั่นจะทำให้คนผิวแห้งใช้ได้ค่อนข้างลำบากค่ะ กันแดดนี้จึงน่าจะทำมาได้เหมาะกับทุกสภาพผิว และอย่างที่บอกว่าซิลิโคนไม่ได้น่ากลัวอะไร ขอให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน Colab เป็นกันแดดที่มีสีอยู่อ่อนๆ เกลี่ยแล้วจะกลืนไปกับสีผิว ไม่ได้เป็นปื้น หรือขาววอก หรือ มี undertone สีเทาให้เห็น ในระหว่างวันจะไม่มันเยิ้ม แม้จะเป็น T-zone แต่ส่วนตัวมี่ผิวแห้ง เรื่องการมันเยิ้มอาจจะไม่ค่อยชัดค่ะ เหงื่อออกก็ไม่ได้ไหลหรือมีปัญหาอะไร ที่สำคัญคือไม่แห้งจนเกินไป ด้วยความที่มีสีหน่อยๆ ก็เอามาใช้เป็น makeup base ได้ไปในตัว สำหรับคุณผู้ชายก็ใช้ได้ เพราะสีไม่ได้หวือหวา และนางก็ไม่ได้ปกปิดผิวมากไปจนหน้าลอย สมกับชื่อ CB cream ที่ทางแบรนด์ Claim มา ให้ไป 5 ฟลาสก์ค่ะ

คะแนน colab

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ Colab sunscreen ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ทาง Colab โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/colabcosmetics/

 

พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Colab cosmetics การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม เซรั่มกันแดดสูตรน้ำ จาก Fairique UV watery serum SPF50 PA+++ เซรั่มกันแดดที่อัดแน่นด้วยสารบำรุงมากมาย

สวัสดีค่ะ

วันนี้มี่มีรีวิวเซรั่มกันแดดสูตรน้ำแบรนด์ไทยที่น่าสนใจมาฝากกันนะคะ

เป็นผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ Fairique ค่ะ มีชื่อเต็มๆว่า Fairique UV watery serum มีค่า SPF50 และ PA+++ ค่ะ

หน้าตามาในกล่องสีขาว ตัดด้วยลายสีน้ำสีชมพูพาสเทลดูสวยงาม

Fa 1

บนหน้ากล่องจะมี Claim 5 ประการหลักค่ะ คือ

Oil free, Fragrance free, Alcohol free, Parabens free และ Non-comedogenic

คือ ปราศจากน้ำมัน น้ำหอม แอลกอฮอล์ สารในกลุ่มพาราเบน และไม่อุดตันรูขุมขนค่ะ

 

ตรงส่วนนี้จะเป็น Claiming ด้านหลังกล่องนะคะ

Fa 2

ตัวแพคเกจเป็นแบบหลอดบีบค่ะ

Fa 3

ดูสวยใสสะอาดตาดีค่ะ

เนื้อกันแดดเป็นแบบน้ำนม ไม่หนืดและไม่เหลวจนเกินไป

Fa 4

เกลี่ยได้ง่าย ซึมไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ

Fa 5

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

ส่วนผสม

สผส Fa

ส่วนผสมวันนี้มี่ทำสีไว้ 4 สีนะคะ

ประเดิมกันที่สารกันแดด เป็นสีฟ้า และ สีเขียวค่ะ

  • สีเขียว คือ สารกันแดดกายภาพ มีทั้ง Titanium dioxide และ Zinc oxide ซึ่งอาศัยหลักการสะท้อนแสง UV ออกไป พวกนี้จะติดผิวนาน และมีความคงตัวสูง ถ้าเหงื่อไม่ออกไม่ไปล้างไปเช็ดมันก็จะอยู่อย่างนั้น
  • สีฟ้า คือ สารกันแดดแบบเคมี
    • Ethylhexyl methoxycinnamate เป็นตัวกรองดูดซับรังสี UVB
    • Methylene bis-benzotriazolyl tetramethylbutylphenol ชื่อยาวๆนี่ มีชื่อทางการค้าว่า Tinosorb M ดูดซับรังสี UV ได้ในช่วงกว้าง มีลักษณะกลไกเป็นแบบผสมทั้งแบบเคมีและกายภาพ มีความคงทนต่อแสง และสามารถเพิ่มความคงตัวของสารกันแดดแบบเคมีตัวอื่นๆที่ใส่มาได้
  • สีม่วงเป็นบรรดาสารบำรุงผิวชนิดต่างๆ มากันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง
    • กลุ่ม Biosaccharide gum เห็นมี 2 ตัว เป็นวัตถุดิบนำเข้าจากฝรั่งเศส ตัวแรก gum-1 มีประโยชน์เพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบ และ gum-2 ช่วยลดการอักเสบ (ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบ)
    • Polygonum aviculare extract เป็นวัตถุดิบของฝรั่งเศสเหมือนกัน ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ และยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ MMP ที่ไปย่อยสลายคอลลาเจน จึงช่วยลดผลเสียของรังสี Infrared ต่อผิว (ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบ)
    • สารสกัดจาก Dragon’s blood มีรายงานการวิจัยสนับสนุนถึงฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ เป็น Antioxidant (J Ethnopharmacol. 2004;95(2-3):437-45.) ต้านการอักเสบและช่วยสมานแผล (J Altern Complement Med. 2003;9(6):877-96.)
    • วิตามิน 3 ชนิด คือ
      • วิตามินซี รูปแบบ Caprylyl-2 glyceryl ascorbate ตัวนี้นำเข้าจากญี่ปุ่น ปกติวิตซีก็เป็น Antioxidant มีส่วนช่วยลดการสร้างเม็ดสี และเป็นส่วนหนึ่งในขั้นตอนการสังเคราะห์คอลลาเจนแล้ว สารนี้ผู้ผลิตวัตถุดิบยังเคลมว่ามีส่วนช่วยเสริมการสร้าง Ceramide ในผิวได้
      • Panthenol คือ โปรวิตามินบี 5 ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบของผิว
      • Tocopheryl acetate คือ วิตามินอี เป็น Antioxidant
    • Hydrolyzed Sesame Protein PG – propyl methylsilanediol เป็นสารที่ได้จากการดัดแปลงโครงสร้างของโปรตีนที่แยกจากเมล็ดงา ผู้ผลิตวัตถุดิบเคลมว่า เมื่อทาสารนี้ลงไปบนผิว จะให้ความรู้สึกเรียบตึง ช่วยคลายริ้วรอย และเพิ่มความชุ่มชื้น

 

ด้านของเบส เป็นที่มาในเบสน้ำ ไม่มีน้ำมัน ไม่มีแอลกอฮอล์ และไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

มาให้คะแนนกันดีกว่านะคะ

  1. สารกันแดดและสารบำรุง ตัวกันแดดเป็นกันแดดแบบกายภาพผสมเคมีกันแดดได้ครบถ้วนสมบูรณ์ดีค่ะ ในส่วนของสารบำรุงถือว่าอัดมาแน่นครบทั้ง Antioxidant และกลุ่มของสารที่ช่วยลดการระคายเคืองของผิว จึงถือว่ามีตัวหักล้างผลเสียจาก UV ที่เล็ดรอดเข้าไปในผิวได้ ยังเสริมสารสกัดที่ช่วยป้องกันผิวจากรังสี Infrared เข้ามา อีก เลยขอให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ตัวเบสเป็นเบสน้ำ ไม่มีน้ำมัน ไม่มีแอลกอฮอล์ และไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยไม่มีที่ให้หักคะแนน ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน สำหรับมี่คิดว่ากันแดดตัวนี้เป็นกันแดดที่ค่อนข้างโอเลยหละ ด้วยเบสที่บางเบาไม่เหนียวเหนอะหนะ เกลี่ยได้ง่าย ไม่เป็นปื้น แต่ส่วนตัวมี่มีผิวผสมค่อนข้างแห้ง คิดว่าอาจจะยังไม่พอค่ะ ถ้าเราเตรียมผิวไม่ดี อาจจะมีผิวแห้งระหว่างวันได้ แต่คิดว่าคนที่มีผิวมันน่าจะชอบสัมผัสของกันแดดตัวนี้นะคะ จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์ค่ะ

 

คะแนน fa

สำหรับวันนี้มีแค่นี้ค่ะ ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ Fairique ด้วยนะคะที่ส่งสินค้าดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/Fairique/

 

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Fairique การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่มกันแดด ผสม Argan oil จากแบรนด์ Amira กับ Argan defense Daily UV care PA++ Deep sea physical serum sunscreen

สวัสดีค่ะ

วันนี้มี่มีรีวิวกันแดดที่น่าสนใจมาฝากกันค่ะ เป็นกันแดดน้องใหม่จากแบรนด์ Amira แบรนด์ดังที่ผลิตเซรั่มน้ำมัน Argan และ Argan milk ที่มีเคยรีวิวไว้ในช่วงก่อนค่ะ

(ลิงค์ Argan oil plus C >>Click<<    ลิงค์ Argan milk >>Click<<)

กันแดดน้องใหม่ของแบรนด์ Amira นี้ นางจะมาในซองซิปสีขาวนวล ดูหรูหราสะอาดตาค่ะ

ชื่อเต็มๆ คือ Argan defense Daily UV care PA++ Deep sea physical serum sunscreen ค่ะ

amira 1

บนซองจะมีเขียนสรรพคุณว่าปกป้องได้ทั้ง UVA UVB และ HEV ซึ่งหมายถึงแสงสีน้ำเงินที่มีพลังงานสูง หรือ Blue light และมีค่า SPF อยู่ที่ 30 PA++ ค่ะ

ทางแบรนด์ได้ทดสอบแล้วว่าก่อให้เกิดการแพ้ได้น้อย (Hypoallergenic) และ ไม่อุดตัน (Non-comedogenic) ค่ะ ดังนั้นหายห่วงได้

พอแกะซองมาด้านในจะเป็นหลอดขนาด 10 กรัม พกพาสะดวก วางตั้งบนโต๊ะเครื่องแป้งได้ไม่เกะกะ

 

amira 3

เนื้อกันแดดเป็นแบบน้ำนมค่ะ ไม่มีกลิ่น เพราะทางแบรนด์ไม่ได้ใส่น้ำหอมค่ะ

amira 4

เกลี่ยได้ง่าย ไม่เป็นปื้น ไม่ขาววอก ซึมไวแห้งไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ และไม่แห้งเกินไป ส่วนตัวมี่คิดว่าเหมาะกับทุกสภาพผิวค่ะ

amira 5

ค่า pH อยู่ที่ราวๆ 5 ค่ะ ถือว่าใกล้เคียงกับผิวดี

amira 6

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

ขึ้นชื่อว่าแบรนด์ Amira เราก็จะนึกถึง Argan oil เกรดท๊อปที่นำเข้ามาจาก Morocco ดังนั้นในกันแดดตัวนี้ของแบรนด์ ก็แน่นอนว่าต้องมีน้ำมัน Argan oil อยู่ด้วยค่ะ

สผส amira

ในภาพรวมคือเป็นกันแดดแบบกายภาพ ในเบสที่เป็นน้ำนม (Emulsion) ของน้ำ น้ำมัน และ ซิลิโคน กันแดดได้ครบถ้วนสมบูรณ์ดี และมีส่วนผสมของสารบำรุง รวมถึงสาร Antioxidant อยู่หลายชนิด

ส่วนผสมวันนี้มีหลายสีเลยทีเดียว

เริ่มกันที่

  • สีเขียว: นางเอกของเรา น้ำมันจาก Argan นั่นเอง ในทาง Aromatherapy กล่าวว่าน้ำมันนวดที่มีส่วนผสมของ Argan oil มีคุณสมบัติในการลดริ้วรอย เพิ่มความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น ลดรอยแตกลาย มีงานวิจัยอยู่หลายฉบับที่ทดสอบประสิทธิภาพของ Argan oil ยกตัวอย่างเช่น การทดสอบประสิทธิภาพของ Argan oil แบบทา ในสตรีวัยทองจำนวน 60 คน เป็นเวลา 60 วัน พบว่าค่า TEWL (การระเหยของน้ำออกจากผิว) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ค่านี้สื่อว่า Barrier ผิวมีความแข็งแรงมากขึ้น และพบว่าระดับน้ำในผิวชั้นนอก หรือ Epidermis มีค่าสูงขึ้น (Prz Menopauzalny. 2014;13(5):280-8.) อีกชิ้นหนึ่งทดสอบในสตรีวัยทอง จำนวน 30 คน เป็นเวลา 60 วัน พบว่าผิวหนังมีความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้น (Clin Interv Aging. 2015;10:339-49.) ในส่วนประกอบของ Argan oil ยังมีพวก Phytosterol ที่ให้คุณสมบัติลดการอักเสบ ซึ่งตรงนี้จะช่วยหักล้างผลเสียของ UV ที่เล็ดรอดเข้าไปในผิว รวมถึงผลในการกระตุ้นกระบวนการอักเสบของ IR ได้
    – สีเขียวอีกตัวคือ Squalane ที่ผิวเอาไปสร้างเป็น cholesterol ที่เป็นส่วนหนึ่งของ Barrier ผิวได้
  • สีฟ้า คือ พระเอกของผลิตภัณฑ์ ก็คือสารกันแดดนั่นเอง ทางแบรนด์ใช้เป็น Titanium dioxide กับ Zinc oxide ซึ่งเป็นกันแดดแบบกายภาพทั้งคู่ และโดยธรรมชาติของกันแดดแบบกายภาพคือ มันจะฉาบอยู่บนผิวอย่างนั้นแหละ ถ้าไม่ไปล้างไปเช็ดเหงื่อไม่ออก มันก็จะติดอยู่บนผิวได้ทั้งวัน และปกป้องโดยการสะท้อนแสงออกไปหมดทั้ง UVA/UVB
  • สีน้ำตาล ชื่อยากๆ ยาวๆ Bis-ethylhexylhydroxydimethoxy benzylmalonate ตัวนี้มีชื่อทางการค้าว่า Ronacare AP เป็น Antioxidant สังเคราะห์ที่มี Claim ว่า ให้คุณสมบัติในการลดความเครียดจากอนุมูลอิสระ (Oxidative stress) ของเซลล์ผิวหนังที่สัมผัสกับรังสี UV ได้ และเป็น Antioxidant ช่วยปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระในร่างกาย รักษาไขมันในผิวไม่ให้ถูกทำลาย
  • สีม่วง เป็นสารบำรุงอื่นๆ ทุกตัวมีความน่าสนใจนะคะ
    • Thermus thermophillus ferment มีชื่อทางการค้าว่า Venuceane จากประเทศฝรั่งเศส ข้อมูลจากผู้จำหน่ายวัตถุดิบบอกว่าเป็น Anti-oxidant กับ Skin protective ช่วยปกป้องผิวหนังจากรังสี UV และอินฟราเรด เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนัง ลดการอักเสบ
    • วิตามินซี และ อี ทำงานเสริมซึ่งกันและกันในการเป็น Antioxidant ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV ที่เล็ดรอดเข้าไปได้อีก 1 Step
    • Ectoin วัตถุดิบจากเยอรมัน ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าสารนี้ให้คุณสมบัติปกป้องเซลล์ผิวจากรังสี UVA UVB ลดการอักเสบ ลดการระคายเคือง การทดสอบในระดับหลอดทดลงพบว่าสารนี้สามารถยับยั้งการหลั่งสารเคมีต่างๆในเซลล์เมื่อถูกรังสี UVA จึงให้ผลปกป้องเซลล์ผิวและ DNA ไม่ให้เสื่อมสลายเพราะรังสี UVA ได้ (Skin Pharmacol Physiol. 2004; 17(5):232-7.)
    • Fullerene เป็นคาร์บอนแบบพิเศษ C60 เป็น Antioxidant ที่ดี เป็นสารคาร์บอนชนิดพิเศษ C60 ที่มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant ที่ดี มีรายงานการวิจัยสนับสนุนถึงประสิทธิภาพในการกระชับรูขุมขน (J Nanobiotechnology. 2014;12:6.) มีประโยชน์ในการลดการเกิดสิว โดยไปลดการอักเสบ และลดการหลั่งน้ำมันออกมาจากรูขุมขน ( 2011;7(2):238-41.) และชนิดที่ละลายใน Squalane มีประโยชน์ในการลดริ้วรอย (J Nanosci Nanotechnol. 2010;10(10):6769-74.) เห็นในส่วนผสมตัวนี้ก็มี Squalane ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นตัวเดียวกันไหม

 

โดยรวมคือในกันแดดนี้มีสารที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการบำรุงและปกป้องผิวจากแสงแดดได้ครบถ้วนเลยค่ะ

ในส่วนของเนื้อเบส และส่วนผสมอื่นๆ ก็ทำมาได้ค่อนข้างดี จะมีติก็ตรงที่การใช้ Sodium lauryl sulfate ซึ่งไม่เป็นมิตรกับผิวเท่าไหร่นัก แต่ตรงนี้ก็พอเข้าใจ เพราะตัวเม็ดอนุภาค Titanium dioxide กับ Zinc oxide จะเปียกน้ำยาก ต้องใช้สารประจุลบมาช่วยให้เปียกและกระจายตัวได้ดีขึ้นในตำรับ

มาให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ

  1. สารบำรุง รวมถึงสารกันแดด เป็นกันแดดชนิดกายภาพ ที่มีความคงตัวดี และมีความปลอดภัยที่ดี ไม่เกิดปฏิกิริยาเมื่อสัมผัสแสง รวมทั้งมีสาร Antioxidant และสารลดการอักเสบเสริมเข้ามาเพื่อช่วยป้องกันและหักล้างผลเสียของรังสี UV ที่เล็ดรอดเข้ามาในผิวได้ รับไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ เบสที่ใช้เป็นเบสน้ำนม หรือ Emulsion ที่มีน้ำ น้ำมัน และซิลิโคน ไม่มีแอลกอฮอล์ แต่ด้วยการใช้ Sodium lauryl sulfate ซึ่งไม่เป็นมิตรกับผิวเท่าไหร่นัก เลยขอให้ 4 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ตัวกันแดดตัวนี้ ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบนะคะ เนื้อจะค่อนข้างเบา ไม่เหนอะหนะ แต่ก็ไม่ได้แห้งจนเกินไปจนทำให้หน้าแห้งตึงระหว่างวัน ทาวันละครั้งก็อยู่ได้ทั้งวันถึงเย็น ส่วนตัวมี่ไม่ได้ทำงานกลางแดด คือ จะมีบ้างที่เดินไปตามถนนที่มีแดดเพื่อไปทานข้าว ซื้อขนม บลาๆ ตัวนี้ถือว่าทนและไม่ร้อนไม่แสบแดง เหมือนกันแดดบางชิ้นที่เคยใช้ ตัวนี้ลงแล้วจะค่อนข้างแห้งไว แต่งหน้าทับได้เลยไม่ต้องรอนาน โดยรวมถือว่าค่อนข้างชอบค่ะ ให้ไป 5 ฟลาสก์

 

คะแนน amira

 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Amira ด้วยค่ะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ พบกันใหม่โอกาสถัดไปนะคะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่เฟสบุ๊คของทางแบรนด์ Amira Skincare ได้เลยนะคะ

https://www.facebook.com/amiraarganoil

 

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Amira การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม ครีมกันแดดผสมสเตมเซลล์ดอกบัวเกาหลีจากแบรนด์ DNAh Perfect protection daily sunscreen cream SPF 50 PA+++

สวัสดีค่ะ วันนี้มี่มีรีวิวกันแดดที่น่าสนใจมาฝากกันค่ะ

เป็นกันแดดแบรนด์ไทย จาก DNAh (ดีนะห์) กับ Perfect protection daily sunscreen cream ค่ะ

ดูหน้าตากันก่อนเลยดีกว่าเนอะ

นางจะมาในกล่องสีเขียวสดค่ะ

sun 1

 

ด้านในเป็นแพคเกจแบบหลอดบีบค่ะ พกพาสะดวก เหมาะกับสาวน้อยนักเดินทางแบบเรามาก

ใครไม่ได้เดินทาง จะวางไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งก็ไม่เกะกะไม่กินที่เลยค่ะ

 

sun 2

 

เนื้อครีมเป็นครีมสีออกขาวเงาๆ กลิ่นหอมจางๆ กลบกลิ่นของสารกันแดดได้ค่อนข้างดีเลยหละ

 

sun 3

 

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ให้ความรู้สึกเย็นสบายผิว ชุ่มชื้น ไม่เหนอะหนะ

 

sun 4

 

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

 

%e0%b8%aa%e0%b8%9c%e0%b8%aa-dnah

 

มี่ได้ทำสีของส่วนผสมไว้ให้แล้วนะคะ

ส่วนผสมของสารกันแดดคือสีม่วงค่ะ

กันแดดสูตรนี้เป็นกันแดดชนิดเคมี ที่กันได้ครบถ้วนทั้ง UVA/UVB ค่ะ โดยสารกันแดดที่ทางแบรนด์เลือกใช้ มี 4 ชนิดค่ะ ดังนี้

  • Ethylhexyl methoxycinnamate เรียกกันย่อๆว่า OMC ดูดกลืนรังสีในช่วงเด่นที่ UVB
  • Benzophenone-3 ให้ผลเด่นที่ช่วง UVA ค่ะ
  • Octocrylene ตัวนี้ปกติมักจะใช้คู่กับ Avobenzone เพื่อช่วยเพิ่มความคงตัว ตัวมันเองก็สามารถดูดซับรังสีได้ในช่วง 280-320 nm อยู่ระหว่าง UVB และ UVA
  • Butyl methoxydibenzoylmethane คือ ชื่อเต็มของ Avobenzone เด่นที่ช่วง UVA แต่ต้องการสาร Photostabilizer มาเพิ่มความคงตัว ซึ่งในส่วนผสมก็มี Octocrylene อยู่ค่ะ

 

ในส่วนของสีฟ้าเป็นสารบำรุงผิวค่ะ จะเห็นว่ามีหลายตัวเลยหล่ะ เรามาดูกันไปทีละตัวเลยนะคะ

  • Stem cell จากดอกบัว (Nelumbo nucifera callus culture extract) เป็นวัตถุดิบของเกาหลี ผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่าให้คุณสมบัติฟื้นฟู ปรับสภาพผิว ส่งเสริมการทำงานของผิว ช่วยลดริ้วรอย และช่วยให้ผิวขาว
  • Alpha-arbutin มีส่วนช่วยเรื่อง Whitening โดยไปยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ที่ช่วยสร้างเม็ดสีผิว
  • Bisabolol ได้จากคาโมมายล์ ให้ผลลดการอักเสบ และให้ความรู้สึกสบายผิว (Soothing effect)
  • สารสกัดจากแตงกวา และว่านหางจระเข้ มีผลในด้านความชุ่มชื้น และ Soothing effect
  • Tocopheryl acetate เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินอี เป็น Antioxidant แต่ส่วนมากมักจะให้ผลปกป้องสารในผลิตภัณฑ์ไม่ให้เสื่อมสภาพ
  • Yeast polysaccharide ช่วยด้านชุ่มชื้น
  • Palmitoyl tetrapeptide-7 เป็นเปปไทด์ที่น่าสนใจค่ะ ผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่าเปปไทด์ตัวนี้สามารถกดการสร้างสารก่อการอักเสบชนิด IL-6 ในเซลล์ผิวที่ถูกกระตุ้นด้วยรังสี UV ได้ถึง 86%
  • สารสกัดจากมินท์ ชาเขียว และ Edelweiss เป็น Antioxidant ช่วยปกป้องผิว

โดยรวมจะเห็นว่าส่วนของสารบำรุงนั้นอัดมาค่อนข้างแน่น ให้ผลในแง่ชุ่มชื้น Soothing effect และลดการอักเสบในผิว จึงน่าจะช่วยลดผลเสียจาก UV ที่เล็ดรอดไปในผิวได้ดี

ด้านเนื้อครีม หรือ เบส มาในรูปแบบของ Emulsion ที่มีน้ำ มีซิลิโคน และมีกลุ่มน้ำมันสังเคราะห์ ไม่มีแอลกอฮอล์

สำหรับส่วนประกอบอื่นๆก็ไม่มีสารไหนที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

มาให้คะแนนกันค่ะ

  1. Actives กลุ่มของสารกันแดดเป็นชนิดเคมีล้วน กันได้ครบทั้ง UVA/UVB สารบำรุงอัดมาเต็ม โดดเด่นในแง่ชุ่มชื้น Soothing effect และลดการอักเสบที่เกิดจากรังสี UV จึงถือว่าค่อนข้างครบถ้วน แต่ด้วยความที่เป็นกันแดดชนิดเคมี ถ้าโดนแดดจัดมากๆ ต่อให้เสถียร หรือ Stable แค่ไหน ก็ย่อมมีวันเสื่อมสภาพ ไม่เหมือนพวกกายภาพ ที่จะติดฉาบผิวไปจนล้างออก หรือเหงื่อออก แต่ถ้าใครไม่ได้ออกแดดจัดๆนานๆตัวนี้น่าจะดีงามค่ะ และการมีอยู่ของพวกสารAntioxidant และสารลดการอักเสบปกป้องผิวจาก UV ก็น่าจะชดเชยส่วนนี้ได้ไป จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์
  2. Base เนื้อครีมมีส่วนประกอบด้วยน้ำ ซิลิโคน และน้ำมันสังเคราะห์ ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ส่วนผสมที่ใช้มีโอกาสเสี่ยงอุดตันได้ต่ำมาก และซิลิโคนที่ใช้เป็นชนิดพื้นฐาน ที่ล้างออกง่าย จึงไม่น่าห่วง จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  3. Additives ส่วนของสารปรุงแต่งก็ทำมาได้ดี ไม่มีส่วนผสมที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยไม่มีที่ให้หักคะแนน รับไป 5 ฟลาสก์
  4. การใช้งาน ตัวกันแดดเกลี่ยค่อนข้างง่าย ไม่เหนอะหนะ ไม่มัน น่าจะใช้ได้ทุกสภาพผิว ส่วนตัวมี่ช่วงนี้เป็นผิวผสม/แห้ง ก็สามารถใช้ได้ทั้งหน้าโดยไม่ทำให้จมูกมัน ถือว่าค่อนข้างประทับใจ ระหว่างวันก็ไม่ได้เยิ้มเหลว เหมือนกันแดดเนื้อครีมที่ใช้อยู่ ถ้าให้ติ คงติแค่แพคเกจเล็กไปหน่อยใช้หมดไวไปนิด แต่จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์

 

คะแนน sun new.jpg

 

รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางเฟสบุคของแบรนด์ DNAh ได้โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/deenahthailand

ช่องทางการจำหน่าย

เพจ DNAh

Line @ : DNAhThailand

qr.jpg

Shop store :ร้านยา ฟาร์มาคาเฟ่ จ.เชียงใหม่, ร้านยาธัญลักษณ์เภสัช กรุงเทพ, ร้านยาเยอะแยะ จ.เชียงใหม่ และ จ.ลำพูน

 

สำหรับวันนี้มีแค่นี้ค่ะ พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

Disclaimer/conflict of interest: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ DNAh การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้รับค่าตอบแทนในการรีวิว และไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม กันแดดสูตรกันครบหมดจด UV IR VIS จาก Medica viva กับ Viva Total sunscreen SPF50+ PA++++

สวัสดีค่ะ วันนี้มี่แวะเอารีวิวกันแดดมาฝากกันค่ะ

 

เป็นกันแดดสูตรปรับปรุงใหม่ จากแบรนด์ Medica viva กับ Viva Total sunscreen SPF50+ PA++++ นะคะ ปรับค่า SPF และ PA จากสูตรเดิม รวมทั้งมีการปรับเบส และเพิ่มส่วนผสมบำรุงบางตัวเข้ามาด้วยค่ะ

 

ก่อนไปดูส่วนผสม มาดูหน้าตาของกันแดดตัวนี้กันดีกว่า

 

sun 1.JPG

 

แพคเกจมาในหลอดสีขาวเงา เป็นจุกแบบกดนะคะ

 

sun-2

 

กันแดดตัวนี้เป็นเนื้อแบบลิควิด สีโทนเหลือง/ส้มค่ะ ใช้เป็นเมคอัพเบส ลงปรับสีผิวให้สว่างขึ้นก่อนทารองพื้นได้ด้วย

 

sun-3

 

ถ่ายออกมาแล้วสีไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ค่ะ

 

เกลี่ยง่าย แห้งไว ให้ลุคที่ค่อนข้างแมทท์ ไม่มันเยิ้ม และไม่เป็นปื้นขาววอก

 

sun-4

 

เนื่องจากกันแดดมีสี เลยไม่ได้วัดค่า pH ให้นะคะ

 

แต่มาทั้งทีไม่วิเคราะห์ส่วนผสมคงไม่ได้

 

ส่วนผสมนางเป็นดังนี้นะคะ

 

%e0%b8%aa%e0%b8%9c%e0%b8%aa-sun

 

กันแดดชนิดนี้เป็นกันแดดกายภาพผสมเคมี ซึ่งกันแดดได้ครอบคลุมทั้ง UVA/UVB

 

อีกจุดที่น่าสนใจคือ ทางแบรนด์ได้เลือกใช้วัตถุดิบที่มี Claim ว่าปกป้องผิวจากรังสี Infrared (IR) และ แสงสีน้ำเงิน (Visible blue light) เข้ามาเป็นส่วนประกอบด้วย

 

มี่ทำสีให้ส่วนผสมที่น่าสนใจแล้วนะคะ

ส่วนของสารกันแดดเป็นสีเขียว และ สีน้ำเงินค่ะ

สีน้ำเงิน เป็นกันแดดกายภาพ คือเจ้า Zinc oxide และ Titanium dioxide ค่ะ พวกนี้ถ้าทาแล้ว ไม่ไปเช็ดไปล้าง เหงื่อไม่ออก มันก็จะติดอยู่บนผิวนั่นแหล่ะ ไม่หายไปไหน ไม่เสื่อมสภาพ ไม่สลายตัว ไม่ดูดซึม ทาทีเดียวกันได้เรื่อยๆ ไม่เหมือนพวกเคมี ต่อให้เสถียรแค่ไหน มันก็ต้องสลายตัวเมื่อโดนแสงอยู่ดี

สีเขียวเข้ม เป็น กันแดดชนิดเคมี มีดังนี้นะคะ

  • Ethylhexyl methoxycinnamate เรียกกันย่อๆว่า OMC ดูดกลืนรังสีในช่วงเด่นที่ UVB
  • Ethylhexyl salicylate ตัวนี้ก็เด่นในช่วง UVB
  • Octocrylene ตัวนี้ปกติมักจะใช้คู่กับ Avobenzone เพื่อช่วยเพิ่มความคงตัว แต่ตัวมันเองก็สามารถดูดซับรังสีได้ในช่วง 280-320 nm อยู่ระหว่าง UVB และ UVA
  • Phenylbenzimidazole sulfonic acid มีอีกชื่อว่า Ensulizole ดูดกลืนรังสี UVB และ UVA บางช่วง

 

กันแดดสูตรใหม่นี้มีการปรับลำดับ และชนิดของสารกันแดดให้ดูมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นจากสูตรเก่าด้วยค่ะ

 

สีม่วงเป็นส่วนผสมของสารบำรุง ดังนี้นะคะ

  • Polygonum aviculare extract เป็นวัตถุดิบ Elix-IRTM ของบริษัท Lucas meyer cosmetics สารสกัดนี้มีความสามารถในการปกป้องเส้นใยในชั้นผิวไม่ให้เสื่อมสลายเพราะรังสี Infrared ได้ และช่วยลดริ้วรอย ชะลอวัยได้
  • Plankton extract สารสกัดจากแพลงค์ตอน มีหลายสายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์ก็แตกต่างกันไป คุณสมบัติรวมๆของสารสกัดแพลงค์ตอน คือเพิ่มความชุ่มชื้นให้คุณสมบัติสบายผิว (Soothing) มีส่วนช่วยเรื่องริ้วรอย Plankton บางสายพันธ์มีคุณสมบัติลดการอักเสบ เป็น Antioxidant และช่วยปกป้องเซลล์ผิวจากแสงแดดได้
  • Aloe ช่วยเรื่องความชุ่มชื้น
  • Niacinamide คือ รูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 มีประโยชน์หลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็น Whitening, การเพิ่มการสังเคราะห์ไขมันที่เป็น Barrier ผิว การลดการอักเสบ
  • Ferulic acid เป็น Antioxidant ที่ดี
  • Melanin เป็นตัววัตถุดิบ Liposhield® HEV Melanin ของบริษัท Lipo Chemicals, Inc. ผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่าให้คุณสมบัติในการปกป้องผิวจากแสงสีน้ำเงิน (Blue light) ที่มาพร้อมกับแสงอาทิตย์ และจากแหล่งอื่นๆ เช่น จอคอมพิวเตอร์ จอโทรศัพท์ สามารถป้องกันไม่ให้เส้นใยเกี่ยวพันในชั้นผิวถูกทำลายได้
  • สารสกัดจากผลทับทิม และ วิตามินอี เป็น Antioxidant

ส่วนของเนื้อหลัก หรือ Base นั้น มาในรูปแบบอิมัลชั่นของน้ำและซิลิโคน ประกอบด้วยสารดูดน้ำ และ Silicone ดีๆหลายตัว ที่ให้สัมผัสที่บางเบา ไม่เหนอะหนะ และแห้งสนิท

 

ถึงเวลาให้คะแนน

  1. Actives ในส่วนของสารกันแดดนั้นเป็นชนิดกายภาพ/เคมี ให้ผลกันแดดได้กว้างและครอบคลุมทั้ง UVA, UVB และยังมีสารที่ให้ผลกัน Infrared และ แสงสีน้ำเงินได้อีก นานๆทีเราจะเห็นกันแดดที่มาแบบเต็มรูปแบบแบบนี้ สารองค์ประกอบอื่นๆก็มีพวก Antioxidant และสารลดการอักเสบในผิวเสริมมา ช่วยปกป้องจากรังสีที่เหลือรอดลงไปในผิวได้อีก โดยรวมถือว่าทำมาได้ครบถ้วนสมบูรณ์ จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. Base มาในรูปแบบของ Silicone emulsion หลายๆคนอาจจะกลัว Silicone แต่จริงๆแล้ว Silicone ในตัวมันเองปลอดภัย เพราะไม่แพ้ ไม่อุดตัน แต่ถ้าใช้แล้วล้างไม่สะอาด มันจะเคลือบผิว ทำให้สารสกปรกในผิวออกมาไม่ได้ เพราะฉะนั้นถ้าเราล้างสะอาด ก็ไม่น่าจะเกิดปัญหาอะไร ส่วนตัวมี่เองใช้มาราวๆ 2 อาทิตย์ ก็ไม่ได้มีสิวหรืออะไรออกมาให้เห็น ที่สำคัญคือไม่มีส่วนผสมของ Alcohol จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  3. Additives ส่วนของสารปรุงแต่งไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว มีการเลือกใช้ Talc และ Silica เพื่อคุมมันและให้ได้ลุคที่ Matte มีการใช้เม็ดสี Iron oxides เพื่อให้เป็นเนื้อ CC และช่วยกลบสีขาววอกจากกันแดดกายภาพ ถือว่าทำมาได้ค่อนข้างดี จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  4. การใช้งาน กันแดดตัวนี้ไม่เหนอะหนะเลย ทาแล้วแห้งไวมากกกกกกก แห้งไวไปด้วยซ้ำ ต้องค่อยๆลงรีบๆเกลี่ย ไม่งั้นจะเกลี่ยได้ไม่ทั่ว ใช้เป็นเบสปรับสภาพผิวก่อนลงรองพื้นได้เลยในตัว ใช้เป็น Makeup Base เพื่อปรับสีผิวก่อนลงรองพื้นก็ได้ และที่สำคัญคือ กันแดดได้ครอบคลุมหมดจริง อะไรจริง จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์

 

%e0%b8%84%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%99

 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Medica Viva ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางเฟสบุคของแบรนด์ Medica viva

https://www.facebook.com/medicaviva

ได้เลยค่ะ

 

Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Medica viva การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้รับค่าตอบแทนในการรีวิว และไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม Body Whitening cream ครีมทาเพื่อเรือนร่างขาว จาก Bio balance แบรนด์ดังฝั่งยุโรป

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม Body Whitening cream ครีมทาเพื่อเรือนร่างขาว จาก Bio balance แบรนด์ดังฝั่งยุโรป

สวัสดีค่ะ วันนี้มี่นำเอาครีมบำรุงเพื่อผิวขาวจากแบรนด์ Bio Balance มาฝากค่ะ แบรนด์ Bio Balance เป็นเครื่องสำอางชื่อดังจากฝั่งยุโรปค่ะ ซึ่งทางแบรนด์ Claim เรื่องส่วนผสมจากธรรมชาติ และส่วนผสมออร์แกนิก ที่ผ่านการเลือกสรรมาเป็นอย่างดี มี่ลองเข้าไปดูเวบไซต์ของแบรนด์ (http://www.biobalance.com.tr/) เห็นว่ามีผลิตภัณฑ์อยู่หลายกลุ่มเหมือนกันค่ะ

โดยตัวที่มี่ได้มามี 2 ตัว เป็นกลุ่ม Whitening ทั้งคู่ เป็นทาตัวหลอดนึง และทาหน้าอีกหลอดนึง วันนี้เอาทาตัวมารีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมให้ชมค่ะ

bio 1.jpg

ที่ด้านหลังกล่องมีคำ Claim อยู่ค่ะ

bio 2

 

เคลมว่า สามารถใช้ทาข้อศอก ข้อเข่า ข้อเท้า ขาหนีบ รักแร้ กระ รอยสิว ฝ้า รอยแผลเป็นสีเข้ม รวมไปถึงความผิดปกติของสีผิวอื่นๆได้ด้วยค่ะ

 

มาดูเนื้อครีมกันบ้าง ครีมตัวนี้จะมีกลิ่นหอมอมเปรี้ยว แนว Fruity จางๆค่ะ เนื้อครีมเป็นสีขาวอารมณ์คล้ายๆกันแดดนะคะ

 

bio 3

 

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ครีมจะหนึบๆนิดนึง ช่วยอำพรางและปรับสีผิวให้สว่างขึ้นได้ในทันที แต่ไม่ปื้นไม่วอกค่ะ และค่อนข้างชุ่มชื้น

 

bio 4

 

ตัวครีมมี Pigment มี่เลยไม่ได้วัดค่า pH ให้นะคะ

 

มาทั้งทีไม่วิเคราะห์ส่วนผสมคงไม่ได้ มาดูส่วนผสมกันซักหน่อยนะคะ

 

สผส body

 

จากส่วนผสมมี่ได้ทำแถบสีไว้ให้แล้วนะคะ ส่วนของสารบำรุง แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลักๆค่ะ

 

สีม่วง: กลุ่ม Whitening ได้แก่

  • Niaciamide คือ รูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 ถ้าเป็นด้านไวท์เทนนิ่ง สารนี้ให้ผลยับยั้งการส่งผ่านเมลานินที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ออกมาข้างนอกมองเห็นเป็นสีผิว ยังมีประโยชน์ในด้านของการเพิ่มการสร้างไขมันที่เป็น Barrier ผิว และลดการอักเสบ (Int J Cosmet Sci 2005; 27:255–261)
  • Glycyrrhiza glabra extract คือ สารสกัดจากชะเอม มีรายงานเกี่ยวกับคุณสมบัติในการยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ลดการสร้างเมลานินช่วยให้สีผิวจางลง มีฤทธิ์เป็น Antioxidant ( 2014; 19(7):9101-13.) และมีคุณสมบัติลดการอักเสบ (J Dermatolog Treat. 2003; 14(3):153-7.)
  • Sodium ascorbyl phosphate เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินซี ที่มีการละลายน้ำดี มีความคงตัวเพิ่มขึ้น วิตามินซีมีประโยชน์เป็น Antioxidant, ช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิว และ เป็นส่วนหนึ่งในขั้นตอนการสังเคราะห์คอลลาเจนในผิว

 

สีฟ้า: กลุ่มสารกันแดด

ถึงแม้ผลิตภัณฑ์จะไม่ได้ Claim เรื่อง SPF กล่าวแค่ว่า UVA UVB protection พอเรามาดูส่วนผสมก็จะเห็นมีส่วนผสมของสารกันแดดอยู่ค่ะ แต่ไม่แน่ใจเรื่องความเข้มข้นที่ใส่มา ว่าจะกันแดดได้แค่ไหนนะคะ กันแดดที่เขาใส่มา มีทั้งกลุ่มเคมี และกลุ่มกายภาพ คือ

  • Ethylhexyl methoxycinnamate เป็นกันแดดเคมี ช่วยกรองรังสี UVB เป็นหลัก
  • Ethylhexyl salicylate เป็นกันแดดเคมีเช่นกัน ช่วยกรองรังสี UVB
  • Benzophenone-3 เป็นกันแดดเคมีอีกตัว ที่ให้ผลด้าน UVB เช่นกัน
  • Titanium dioxide เป็นกันแดดกายภาพ สะท้อนรังสี UV ออกไป

 

สีเขียว: กลุ่มสารบำรุงอื่นๆ

  • Allantoin มีคุณสมบัติที่ดีเกี่ยวกับเรื่องลดการอักเสบในผิว
  • Centella asiatica extract คือ สารสกัดจากบัวบก ให้ผลดีด้านริ้วรอย
  • Rosmarinus officinalis extract คือ สารสกัดจากโรสแมรี่ เป็น Antioxidant และ มีรายงานเกี่ยวกับคุณสมบัติในการลดการอักเสบ (J Agric Food Chem. 2011; 59(8):3674-85.)
  • Tocopheryl acetate คือ รูปแบบหนึ่งของวิตามินอี มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant

 

โดยรวมจะเห็นว่ากลุ่มของสารออกฤทธิ์ที่เป็น Whitening จะออกฤทธิ์ที่สองขั้นตอน คือ ขั้นตอนการสร้างเม็ดสี และ ขั้นตอนการส่งผ่านเม็ดสีที่สร้างเสร็จแล้ว เสริมมาด้วยสารกันแดด Antioxidant และสารที่ให้ผลด้านริ้วรอย/ชะลอวัย

 

มาให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ

  1. สารบำรุง อย่างที่เล่าไว้ด้านบน คือ มีคุณสมบัติด้าน Whitening อยู่ 2 ขั้นตอน เสริมมาด้วยสารกันแดด Antioxidant และสารที่ให้ผลด้านริ้วรอย ในส่วนนี้มี่มองว่า ในส่วนของ Whitening นั้นยังเหมือนไม่ค่อยสุด และยังขาดสารที่ให้ผลด้านชุ่มชื้นอยู่ เลยขอให้ 4 ฟลาสก์
  2. เนื้อหลัก หรือ ส่วน Base มาในรูปแบบครีม ประกอบด้วยสารดูดน้ำให้ผิว สารไขมันทดแทน และสารเคลือบผิว อยู่อย่างครบถ้วน ไม่มีส่วนผสมของ Alcohol เลยขอให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. สารปรุงแต่ง หรือ Additives ไม่ได้มีสารไหนมีพิษมีภัยอะไรกับผิว เลยไม่มีที่ให้หักคะแนน รับไป 5 ฟลาสก์
  4. การใช้งาน ตัวเนื้อครีมค่อนข้างชุ่มชื้น ไม่เหนอะหนะหนักผิวมาก ที่ข้างกล่องบอกว่าเหมาะสำหรับรักแร้ ขาหนีบ ข้อศอก และข้อเข่า ซึ่งส่วนตัวมี่เองก็ได้ลองใช้กับข้อศอกกับข้อเข่ามาอยู่เกือบเดือน ก็เห็นว่าตรงข้อศอกนั้นดูดีขึ้นนะคะ ส่วนเข่านั้นยังไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ค่ะ แต่โดยรวมก็คือถือว่าชอบค่ะ ติตรงกลิ่นนิดเดียวที่ไม่ค่อยตรงสเปคมี่เท่าไหร่ แต่ก็ขอให้ไป 5 ฟลาสก์ค่ะ

 

คะแนน

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Bio Balance ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะ ที่ติดตามรับชมมาจนจบ

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ทางเฟสบุคของแบรนด์ได้เลยนะคะ

https://www.facebook.com/BiobalanceThailand/

และตัวผลิตภัณฑ์มีวางจำหน่ายที่ร้าน  Boots  สาขา EmQuartier ค่ะ ไปลองเลือกลองเล่นดูได้นะคะ 🙂

Disclaimer: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Bio Balance การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมแบบจัดเต็ม กันแดดเนื้อมูสและกันแดด Cushion จากแบรนด์ Jewels

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมแบบจัดเต็ม กันแดดเนื้อมูสและกันแดด Cushion จากแบรนด์ Jewels

สวัสดีค่ะพี่ๆน้องๆเพื่อนๆห้องแป้งที่น่ารักทุกๆท่าน

วันนี้มี่นำเอากันแดดเจ๋งๆสวยๆฝีมือคนไทยมารีวิวให้ชมกันอีกแล้วค่ะ

กับกันแดดแบบมูส และ Cushion จากแบรนด์ Jewels ซึ่งเป็นแบรนด์ของเภสัชกร ควบคุมและดูแลโดยเภสัชกรค่ะ

เห็นกล่องแล้วก็แบบว่า ดูหรูหราสมชื่อแบรนด์จริงๆค่ะ

jewels 1

มาเริ่มดูที่ตัวเนื้อมูสก่อนเลยนะคะ

นางจะมาในหลอดมุ้งมิ้งฝาหลอดทำมาเป็นอัญมณีดูหรูหราเลอค่าค่ะ

jewels 2

ในส่วนของเนื้อนั้น มาเป็นเนื้อมูส สีเนื้อ เพราะไม่ได้ใส่น้ำหอมเลยมีกลิ่นวัตถุดิบอยู่จางๆค่ะ ก็ดูธรรมชาติดี ดมไปดมมาก็แอบคล้ายชอคโกแลต ผสมกาแฟ (หรือฉันหิว)

เวลาเกลี่ยตัวนี้จะเกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ให้สัมผัสแห้งๆคล้ายมาร์ชแมลโลว์ แห้งไวนะคะ อย่ารีบลงทั้งหน้า ค่อยๆแต้ม ค่อยๆเกลี่ยไปค่ะจะได้ความเนียนที่มากกว่า ทาแล้วไม่ปื้น ไม่วอก ค่ะ ทากับไม่ทา มีความขาวต่างกันเล็กน้อยเองค่ะ

 

ตรงนี้ก็เป็นคำเคลมที่ด้านหลังกล่องค่ะ

jewels 3

อีกตัวจะมาในแบบ Cushion ค่ะ จะว่าไปเราไม่ค่อยได้เห็นกันแดดแบบ Cushion กันมากเท่าไหร่นักเนอะ เท่าที่มี่ตามตลาดมา มี่เห็นของแบรนด์นี้ กับ แบรนด์เกาหลีอย่าง A’PIEU และ The Face Shop ค่ะ

มาในกล่องสีขาวดูหรูหรา เลอค่าเช่นกันค่ะ

jewels 10

ตัว Cushion ทำมาได้ค่อนข้างแน่นหนา ดูคงทน ไม่เปราะหักง่าย นี่ทำหล่นมา 2 ที ยังภาพดีอยู่ค่ะ มีความหรูหราแต่เรียบง่าย

เนื้อครีมมีความละเอียด และบางเบามาก

jewels 6

มีคุณสมบัติปกปิดได้ด้วย เอามาใช้เป็นเบส หรือ BB เลยก็ว่าได้ค่ะ

แสงสด

jewels 7

แสงแฟลช

jewels 8

จะได้ความโกลวอยู่เล็กๆค่ะ ตัว Cushion นี่จะเด่นกว่าตัวมูสอยู่ตรงที่ เวลาทาเราจะได้สัมผัสที่เย็น และสบายผิว กับเราสามารถเอามาเติมระหว่างวันได้เมื่อไหร่ก็ได้ที่ต้องการ เช่น อยู่กลางแดดนานๆ เหงื่อออกมาก ขับรถแล้วร้อน หน้าเยิน หน้าไหล รองพื้นเยิ้ม ฯลฯ โบกเลยค่ะ เมคอัพจะเฟรชขึ้นมาทันที

ไม่ค่อยเจอกันแดดที่เติมระหว่างวันได้ง่ายๆแบบนี้เนอะ

แต่ส่วนตัวมี่ว่า ตัวกันแดดเป็นชนิดกายภาพ ถ้าเราเหงื่อออกไม่มาก ไม่ไปล้างไปเช็ด มันก็ไม่เสื่อมหรอกค่ะ ติดอยู่ตรงหน้านั่นหล่ะ ไม่ต้องเติมยังได้
ทั้งสองตัวส่วนผสมหลักจะคล้ายกัน มี่เลยขอเลือกตัวกันแดดมูส มาวิเคราะห์นะคะ

ส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

สผส jewels

 

มี่ได้ทำ Highlight ด้วยสีไว้แล้วค่ะ

 

ปกติเราแบ่งส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็น 3 หมวดหลักๆ คือ

  1. Actives หรือ สารออกฤทธิ์ เป็นสารที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติพิเศษต่างๆ
  2. Base หรือ ส่วนเนื้อของผลิตภัณฑ์ เป็นตัวพยุงสารออกฤทธิ์ และนำพาไปสู่ผิวหนัง
  3. Additives หรือ ส่วนของสารเติมแต่ง เป็นตัวเติมแต่งให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าใช้ มีความปลอดภัย เช่น พวกสารกันเสีย พวกน้ำหอม พวกซิลิโคน ตัวเพิ่มความหนืด ฯลฯ

 

เรามาดูไปทีละส่วนกันเลยนะคะ

  1. Actives ขอแบ่งเป็นสารกันแดด กับ สารบำรุงอื่นๆนะคะ ได้แก่
    • สารกันแดด ใช้ Titanium dioxide และ Zinc oxide ซึ่งเป็นกันแดดชนิดกายภาพ พวกนี้อาศัยการสะท้อนและกระเจิงแสงออกไปโดยที่ตัวมันเองจะมีความคงตัวสูงมาก ไม่เสื่อมสลายไปตามเวลา เว้นแต่เหงื่อออกมาก หรือไปล้างไปเช็ดมันออกมา
    • สารบำรุงอื่นๆ มีอยู่หลายตัวเหมือนกันค่ะ ได้แก่
    • Arbutin เป็นสารที่ออกฤทธิ์ลดการสร้างเม็ดสีผิว ป้องกันไม่ให้สีผิวเข้มขึ้นหลังจากโดนแดด
    • Ascorbyl glucoside อนุพันธ์น้ำตาลของวิตามินซี มีความเป็นกรดน้อย ระคายเคืองน้อย ซึมเข้าผิวได้ดี มีความคงตัวสูง ให้ประโยชน์เป็น Antioxidant ช่วยดักจับอนุมูลอิสระที่เกิดจากรังสี UV ที่หลุดรอดเข้ามา และความเครียดในแต่ละวัน นอกจากนี้ยังช่วยลดการสร้างเม็ดสีผิว และเป็นส่วนหนึ่งในขั้นตอนการสังเคราะห์คอลลาเจน
    • Centella asiatica leaf extract คือ สารสกัดจากบัวบก สารสกัดจากบัวบก บัวบกเป็นพืชที่มีรายงานถึงฤทธิ์ทางชีวภาพไว้ค่อนข้างเยอะ ฤทธิ์ทางชีวภาพของบัวบกได้แก่ ฤทธิ์กระตุ้นการสมานแผล กระตุ้นการทำงานของเซลล์ Fibroblast กระตุ้นการสังเคราะห์ Collagen และ Fibronectin ในผิว ลดริ้วรอยที่เกิดก่อนวัย (เรียกริ้วรอยก่อนวัยว่า Photoaging) (Postepy Dermatol Alergol. 2013; 30(1):46-9.) และ ปกป้องผิวไม่ให้ถูกทำลายโดยรังสี UV (Int J Mol Med. 2012; 30(5):1194-202.)
    • Niacinamide ที่เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 3 มีรายงานว่า สารตัวนี้สามารถเป็น Whitening ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ โดยไปรบกวนการส่งผ่านของเมลานินที่สร้างเสร็จแล้ว ลดการอักเสบในผิว เพิ่มการไหลเวียนเลือด ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวโดยไปกระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า และยังเป็น Antioxidant ด้วย (Int J Cosmet Sci 2005; 27:255–261)
    • Camellia sinensis leaf extract สารสกัดจากใบชาเขียว มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant ที่ดี มีรายงานวิจัยอยู่ค่อนข้างมาก เช่น ช่วยลดริ้วรอย เพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผิว (Dermatol Ther. 2013;26(3):267-71.) และยังมีรายงานถึงคุณสมบัติในการสมานแผล (Evid Based Complement Alternat Med. 2013;2013:386734.) สารประกอบกลุ่ม Polysaccharide ที่พบในชาช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV ได้ และสารประกอบกลุ่ม Polyphenol ยังช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีได้ (J Agric Food Chem. 2009;57(17):7757-62.)
    • Sodium hyaluronate ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว
    • Tocopherol คือ วิตามินอี มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant แต่ส่วนมากจะให้ผลแค่ปกป้องสารในผลิตภัณฑ์ไม่ให้เสื่อมสภาพ
    • Glycyrrhiza glabra root extract สารสกัดจากชะเอมเทศ มีรายงานเกี่ยวกับคุณสมบัติในการยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ลดการสร้างเมลานินช่วยให้สีผิวจางลง มีฤทธิ์เป็น Antioxidant และช่วยปกป้องเซลล์ผิวจากอันตรายจากเปอร์ออกไซด์ในร่างกาย ( 2014; 19(7):9101-13.) มีคุณสมบัติเป็น Anti-inflammatory เมื่อใช้ในโรคผิวอักเสบแบบ Atopic จะช่วยลดอาการคัน บวม และแดงได้ (J Dermatolog Treat. 2003; 14(3):153-7.)
    • Tourmaline หินอัญมณีชนิดหนึ่งมีสีชมพู มีรายงานการวิจัยกล่าวว่าหินนี้สามารถปลดปล่อยรังสี Far-Infrared (FIR) ที่มีคุณสมบัติกระตุ้นการไหลเวียนเลือด และเพิ่มการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนของเซลล์ผิวได้ (J Cosmet Sci. 2002;53(3):175-84.)
    • Lepidum sativum sprout extract สารสกัดจาก Garden cress ไม่มีข้อมูลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับผิวหนัง ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบบอกว่า มีประโยชน์ในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ต่อต้านอนุมูลอิสระ และลดเลือนริ้วรอยได้ สามารถยับยั้งการทำงานของฮอร์โมน Melanocyte stimulating hormone (MSH) ที่ทำหน้าที่กระตุ้นให้เซลล์เมลาโนไซต์ที่มีหน้าที่สร้างเมลานินทำงานได้ดีขึ้น เมื่อไปยับยั้ง MSH ก็จะทำให้เซลล์เมลาโนไซต์ทำงานได้ลดลง ผิวจึงขาวขึ้น
    • Dimethoxy chromanyl palmitate มีชื่อทางการค้าว่า Chromabright ข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่าสารนี้ให้ผลเป็น Whitening และช่วยต่อต้านการแก่ก่อนวัย (Photoaging)
  2. Base มาในรูปแบบของอิมิลชั่นเนื้อมูส ประกอบด้วยน้ำ น้ำมัน และซิลิโคน ดังนี้

2.1 ส่วนของน้ำ ได้แก่ น้ำ, Propylene glycol, Glycerin

2.2 ส่วนของน้ำมัน ได้แก่ Isopropyl myristate, Glyceryl monostearate, Cetyl alcohol, Stearyl alcohol, Diethylhexyl carbonate, Lecithin ที่มีหลายหน้าที่ ทั้งเพิ่มความชุ่มชื้น ทดแทนไขมันในผิวหนัง และอาจจะทำหน้าที่สร้าง Liposome

2.3 Silicones ได้แก่ Cyclomethicone ที่เป็นซิลิโคนบางเบาระเหยได้ ไม่เหนอะหนะ, Cethyl dimethicone ที่เป็นซิลิโคนจับกับสายไขมัน เข้ากับน้ำมันได้ดีจึงไม่ขัดขวางการหลั่งน้ำมันตามธรรมชาติ

  1. Additives ได้แก่
    • สารกันเสีย คือ Phenoxyethanol
    • Magnesium stearate เพิ่มการเกาะติดผิวของสารกลุ่ม Pigment
    • Sodium chloride มีหลายหน้าที่
    • สารแต่งสี ได้แก่ CI19140 คือ Yellow number 5 เป็นสีละลายน้ำ มีสีเหลือง และ CI14720 คือ เป็นสีละลายน้ำ มีสีแดง

ถึงเวลาให้คะแนน
1. กลุ่มสารออกฤทธิ์ เรียกได้ว่ามาค่อนข้างครบ เพราะไม่ใช่แค่ใช้กันแดดกายภาพที่เน้นสะท้อนรังสี UV ทิ้งไป ยังมีสารในกลุ่ม Antioxidant สารลดการอักเสบ ยังมีสารที่ให้ความชุ่มชื้น และช่วยเรื่องไวท์เทนนิ่งได้ ในส่วนของ Tourmaline ที่ใส่มา ใครจะไปคิดว่ามีงานวิจัยรองรับว่าสามารถเพิ่มการไหลเวียนของเลือด และกระตุ้นทำงานของเซลล์ผิวได้จริง โดยรวมถือว่าค่อนข้างครบสำหรับการเป็นกันแดดดีๆตัวนึง ให้ 5 ฟลาสก์

2. กลุ่มเนื้อผลิตภัณฑ์ สารที่ใช้หลายตัวให้สัมผัสที่ค่อนข้างบางเบา สารไขมันบางตัวให้คุณสมบัติบำรุงผิวได้ บางตัวให้สมบัติเคลือบปกป้องผิวกันน้ำระเหย และมีส่วนผสมของสารดูดน้ำให้ผิว โดยรวมถือว่ามีอยู่ ไม่มี Alcohol แต่ส่วนผสมของ Isopropyl myristate นั้นอาจจะอุดตันรูขุมขนได้ในบางราย แต่ทางแบรนด์เองก็ได้ทดสอบแล้วว่าไม่เกิดการอุดตันในอาสาสมัคร แต่เพื่อความยุติธรรม เลยต้องขอหักคะแนน ได้ไป 4 ฟลาสก์

3. กลุ่มสารอื่นๆ ใส่มาเท่าที่จำเป็นจริงๆ มาแบบ The less is the more น้อยๆสิดี อัตราเสี่ยงต่อการเกิดการไม่พึงประสงค์ก็น้อยกว่าอันที่มาเยอะๆ สารไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรก็เลยไม่มีอะไรให้หักคะแนน ได้ไป 5 ฟลาสก์

4. การใช้งาน ตัวกันแดดมาในเนื้อแบบมูส ที่เกลี่ยง่าย แห้งไว ไม่เป็นปื้นขาว ไม่วอก ให้ลุคที่ matte สามารถแต่งหน้าทับได้เลย ถ้าใครที่ใช้ Primer ด้วย มี่แนะนำให้ลง Primer ก่อน ค่อยลงกันแดดตัวนี้ จะทำให้เกลี่ยกันแดดได้สมูทขึ้นเยอะค่ะ ส่วนเรื่องการกันแดด จากที่ลองมาได้เกือบๆ 2 อาทิตย์ ก็ถือว่าทำมาได้ดีนะคะ ในส่วนของแพคเพจเองก็หรูหรา โดยเฉพาะตัว Cushion ที่ทาแล้วจะให้สัมผัสเย็นๆ เติมทับกี่ครั้งก็ได้ในระหว่างวัน แถมยังให้เมคอัพดูเฟรชตลอด คือ ค่อนข้างประทับใจค่ะ Cushion นี่มีต่อตลับที่สองแน่ๆ เอาไปเลยค่ะ 5 ฟลาสก์

คะแนน

สำหรับวันนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ Jewels ด้วยนะคะที่ส่งสินค้าดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบค่ะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางเฟสบุคของแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

Facebook Page : jewelsaesthetic

https://www.facebook.com/jewelsaesthetic

 

อ้อ และ ผลิตภัณฑ์มีจำหน่ายที่ร้าน eveandboy สยามสแคว์,Z-pell รังสิต, Beautrium สยามสแควร์, Lashes ทุกสาขา, Stardust ทุกสาขา, เจ้เล้ง ดอนเมือง, ร้านขายยาบางร้าน ไปลองเล่นก่อนตัดสินใจได้ค่ะ

Disclaimer/Conflict of interest: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Jewels

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสม Skindom Luxury cell peptide C cream

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสม Skindom Luxury cell peptide C cream

วันนี้มี่เอา CC cream จากแบรนด์ Skindom ของเกาหลีมารีวิวให้ชมกันค่ะ

CC ของเขา มีชื่อเต็มๆว่า Luxury cell peptide CC cream นะคะ

CC cream ของเขามีจุดเด่นอยู่ที่ นอกจากช่วยอำพราง และปกปิดได้แล้ว ยังให้ผลเรื่องการชะลอวัย ลดริ้วรอย และยังเป็นกันแดดได้ในตัวเลยค่ะ

ถ้าพูดถึง CC cream นี่ก็มีหลายนิยามค่ะ ทั้ง Color control ที่ช่วยควบคุมสีผิวให้คงที่ตลอดวัน ไม่ดรอป ไม่หมอง หรือจะเป็น Color correction ที่จะช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ หรือ Complete care ที่แปลว่าดูแลแบบสมบูรณ์ เราก็ไม่รู้ว่าแบบไหนถูก แบบไหนผิดเนาะ เอาเป็นว่าจะเรียกอะไรก็ตามสบายเลยจ้า

ถ้าเป็นนิยามของแบรนด์เขาใช้คำว่า Complete correction ค่ะ ที่แปลว่า ช่วยแก้ไขได้อย่างสมบูรณ์ค่ะ

 

IMG_0750-re

มาในขวดสีขาว สะอาดตา เป็นพลาสติกเนื้อหนาค่ะ

 

เนื้อครีมเป็นสีขาว ค่อนข้างข้น เม็ดสีแน่นมาก อารมณ์เหมือนกันแดดทั่วไป

ตอนแรกก็แอบตกใจนะ ว่าขาวแบบนี้จะวอกมั้ย แต่ไม่เลยค่ะ พอเกลี่ยก็เกลี่ยได้ง่าย และปรับให้ผิวขาวขึ้นอีก 2 step เลยค่ะ เสร็จแล้วก็ลงรองพื้นต่อ หน้าจะผ่องและเนียนขึ้นอีก

ในรูปแค่เกลี่ยให้เสร็จเฉยๆค่ะ ไม่ได้ลงรองพื้นทับ

 

มาดูส่วนผสมกันดีกว่านะคะ

 

สผส

จากส่วนผสมจะพอเดาได้ว่า เนื้อเบสหลักจะเป็นอิมัลชั่นของซิลิโคนกับน้ำนะคะ มีน้ำมันอยู่บ้างประปราย น้ำมันที่ใช้ไม่ได้อุดตันรูขุมขนค่ะ ส่วนของ Titanium dioxide, Zinc oxide ที่ใส่มานอกจากช่วยเรื่องปกปิดสีผิวแล้วก็เป็นกันแดดชนิดกายภาพไปในตัว การมีอยู่ของพวก Pigment ตระกูล Iron oxides ให้สีเหลือง-แดง จะให้ผลอำพรางสีผิวได้ด้วย

 

นอกจากพวกเม็ดสีก็ยังมีสารบำรุงอยู่ด้วยแหละ

 

ยกตัวอย่าง

*Niacinamide ที่ให้ผลเรื่องความขาว เรื่องการอักเสบผิว และก็เรื่องความแข็งแรงผิว

*Beta-glucan ที่ช่วยเติมน้ำ และช่วยให้ผิวแข็งแรง

*Sodium hyaluronate ช่วยเติมน้ำ ให้ผิวนุ่มฟู

*Adenosine ช่วยเรื่องริ้วรอย และเสริมพลังงานให้แก่ผิว

*สารสกัดจาก Portulaca, Chamomile และ Allantoin ช่วยเรื่องลดการอักเสบ ระคายเคืองและสมานผิว

*Acetyl hexapeptide-8 เป็นเปปไทด์ตัวดังที่ว่ากันว่าอกฤทธิ์ผ่านระบบประสาทคล้าย Botox ช่วยลดริ้วรอยได้อย่างรวดเร็ว ไม่แปลกใจเลยที่ลงอันนี้เสร็จ ไม่เคยตกร่อง เพราะร่องมันคลายไป พอตกเย็นมาจะตกไม่ตกนี่ก็อีกเรื่องหนึ่งค่ะ (คิดว่าคนผิวมันไม่น่าจะตกร่อง แต่คนผิวแห้ง ค่ำๆมาอาจจะตกร่องได้นิดหน่อยค่ะ)

 

สารออกฤทธิ์ที่ใส่มาก็เห็นได้ว่าค่อนข้างครอบคลุมนะคะ แม้ว่าจะไม่ได้เต็มมากแบบตัวบำรุง แต่ก็แบบว่า มันเป็นเมคอัพกะกันแดดอะค่ะ ไม่ใช่สกินแคร์ แค่มีก็ดีแล้ว ฟิลลิ่งแบบนี้เลย

 

ให้คะแนนเนาะ

  1. Actives จากสรรพคุณที่บรรยายไว้ด้านบน ก็จะเห็นว่ามาค่อนข้างเต็ม คือถ้าถามว่าอยากได้อะไรอีก ก็คงเป็น Antioxidant ค่ะ ที่ดูเหมือนยังไม่ค่อยเด่นมาก ถึงมีแค่วิตอี แต่วิตอีนี่แบบว่าหลักๆเค้าแค่กันสารในขวดไม่ให้เสียไปก่อนถึงผิวเราแค่นั้น คงไม่เหลืออะไรถึงผิว จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์นะคะ
  2. Base มาในรูปแบบของอิมัลชั่นของซิลิโคนกับน้ำ มีน้ำมันอยู่นิดหน่อยประปราย ส่วนของน้ำใช้ Glycerin กับพวก Glycol เป็นตัวดึงน้ำ ส่วนของน้ำมันมีน้ำมันเคลือบผิว และน้ำมันที่ซึมผิวได้บ้าง และก็ส่วนของซิลิโคนก็มีทั้งที่ระเหยได้ บางเบา กับที่เคลือบปกป้องผิวอยู่ โดยรวมไม่มีอะไรที่น่าจะมีปัญหา ขอให้ 5 ฟลาสก์
  3. Additives สารส่วนใหญ่ที่ใส่มาก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร บางชนิดก็ให้ผลเคลือบผิว ให้ผิวนุ่มนวล ฉาบปิดรูขุมขนให้ดูเรียบเนียน ถึงแม้จะมีน้ำหอม แต่ก็ไม่เคยหักคะแนนน้ำหอมในผลิตภัณฑ์อื่นที่ไม่ใช่รอบดวงตามาก่อน จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  4. การใช้งาน ใช้แค่ขนาดประมาณเหรียญ 25 สตางค์ แล้วมาแต้มๆที่หน้า เกลี่ยให้ทั่วนี่จะแบบว่าเรียบเนียนมาก และไม่ได้ขาววอกจนน่าเกลียดเกินไป พอลงรองพื้นทับก็คุมสีรองพื้นไม่ให้ดรอปไม่ให้หมองได้อีก มีกลิ่นหอมอ่อนๆ แต่กลิ่นอยู่แป๊บเดียว ไม่ได้รบกวนผิวไปทั้งวัน จุดนี้คือ ดีงาม ขอให้ 5 ฟลาสก์

 

คะแนน cc cream

 

 

 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Skindom ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ทางเฟสบุคของ Skindom Thailand

https://www.facebook.com/SkindomThailand

และเวบไซต์ http://www.skindom.co.th กับ http://www.skindomthailand.com เลยนะคะ

 

Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ SKindom Thailand ค่ะ