Image

[รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม] ครีมกันแดดผสมสารสกัดจากถั่วเกาหลี KA UV Superbloc Fluid protector SPF50+ PA+++

สวัสดีค่ะ วันนี้มีรีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมครีมกันแดดรูปแบบซองที่น่าสนใจมาฝากกันค่ะ

เป็นกันแดดน้องใหม่จาก KA แบรนด์ไทยที่อยู่คู่กับสังคมไทยมานาน มีชื่อว่า KA UV Superbloc Fluid Protector มีค่า SPF 50+ และค่า PA+++

มีหน้าตาเป็นดังนี้นะคะ

สำหรับกันแดดชิ้นนี้จุดเด่นคงหนีไม่พ้นความบางเบาของเนื้อ คุณสมบัติในการกันน้ำ กันเหงื่อ คุมมัน และส่วนผสมของสารบำรุงที่น่าสนใจ ซึ่งจะได้กล่าวอีกทีในช่วงวิเคราะห์ส่วนผสมค่ะ

เนื้อของตัวกันแดดจะเป็นเนื้อคล้ายโลชั่น มีความหนืดปานกลาง มีกลิ่นเฟรช ออกแนวส้มอ่อนๆ

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย แห้งไว เมื่อทิ้งไว้ประมาณ 2 นาที ให้ความรู้สึกที่ไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่เงาวาว ไม่เทา ไม่เป็นปื้น

เมื่อฉายแสงแฟลชส่องดูจะเห็นว่าไม่ได้วาวมากนัก และแทบจะไม่ติด undertone เทาเลย แม้ว่าจะมีส่วนผสมของ Physical sunscreen ซึ่งบางคนอาจจะกังวลว่าทาแล้วจะติด undertone เทา

สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

วันนี้แบ่งส่วนผสมไว้เป็น 4 สีนะคะ

ขอเริ่มที่สีฟ้า ซึ่งเป็นสารกันแดด เป็นชนิดผสม มีทั้ง Chemical และ Physical sunscreen ที่กันแดดได้ครอบคลุม และดูมีความคงตัวดี

  • Ethylhexyl methoxycinnamate เป็น Chemical sunscreen ที่เด่นไปในทางการป้องกันรังสี UVB
  • Ethylhexyl salicylate เป็น Chemical sunscreen ที่เด่นไปในทางการป้องกันรังสี UVB
  • 4-methylbenzylidene camphor เป็น Chemical sunscreen ที่เด่นไปในทางการป้องกันรังสี UVB
  • Zinc oxide และ Titanium dioxide เป็น Physical sunscreen ที่ปกติจะป้องกันรังสี UV ได้ครอบคลุม

ถัดมาจะเป็นกลุ่มของสารบำรุงที่แทนด้วยสีม่วง ซึ่งประกอบด้วยสารสกัดจากพืช 3 ชนิด ภายใต้ Combination ระหว่าง Butylene Glycol (and) Water (and) Phaseolus radiatus Seed Extract (and) Betula platyphylla Japonica Bark Extract (and) Rumex crispus Root Extract ชุดนี้เป็นวัตถุดิบนำเข้าจากประเทศเกาหลี หรือที่ทางแบรนด์ชูในส่วนของมังบีน พืชสมุนไพรเกาหลี เป็นเกราะผิวจากธรรมชาติ ที่ช่วยต้านผิวเครียดจากยูวี

Combination นี้เด่นไปที่การดูแลปัญหาด้านการอักเสบระคายเคือง อาการไม่สบายผิวที่เกิดจากมลภาวะ และสารก่อการระคายเคืองต่างๆ ที่พบได้ทั่วไป

พืชทั้ง 3 ตัวนี้จริงๆ แต่ละตัวก็มีประโยชน์ และมีจุดเด่นของมันเองอยู่แล้ว แต่พอเอามาใช้ร่วมกันพบว่าให้ประโยชน์ในการเสริมฤทธิ์การลดการอักเสบระคายเคืองที่ดีขึ้น และทางผู้ผลิตวัตถุดิบมีการทดสอบในอาสาสมัคร พบว่าเมื่อให้อาสาสมัครใช้ตำรับที่มีสารดังกล่าว ก่อนไปสัมผัสสารก่อระคายเคือง พบว่าอาการต่างๆ ของการระคายเคืองนั้นลดลง

ขอแยกกล่าวประโยชน์ของสารสกัดพืชทีละตัวนะคะ

  • Phaseolus radiatus seed extract สารสกัดจากถั่ว Mung bean สายพันธุ์ของทางเกาหลี มีประโยชน์ในเชิงของการดูแลเรื่องการลดการอักเสบระคายเคือง ผ่านกระบวนการต่อต้านสารก่อการแพ้ตัวแม่อย่าง Histamine (ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบ)
  • Betula platyphylla var. Japonica เป็นสารสกัดจากพืชในกลุ่ม Birch ที่ใช้กันทั่วไปในวงการเครื่องสำอาง สายพันธุ์นี้มีชื่อเรียกว่า Asian White Birch เป็นพืชที่มีการใช้ในตำรับยาโบราณเกี่ยวกับอาการอักเสบหลายรูปแบบ รวมทั้งอาการอักเสบทางผิวหนังชนิด Atopic (J Ethnopharmacol. 2008; 116(2):270-8.) ซึ่งลำพังตัวน้องเองก็เด่นในด้านของการดูแลเรื่องการลดการอักเสบระคายเคือง และให้ความรู้สึกสบายผิว (Soothing effect) โดยมีกลไกที่น่าสนใจคือ น้องสามารถไปป้องกันไม่ให้สารก่อระคายเคืองกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันแล้วปลดปล่อยเอาสารก่อการแพ้ การอักเสบต่างๆ ออกมา รวมถึงไปยับยั้งไม่ให้เอนไซม์ Caspase-1 ทำงาน เอนไซม์นี้ทำหน้าที่ไปเปลี่ยน pro-IL-1b ที่อยู่ในรูปแบบตั้งต้น ให้กลายเป็น IL-1b ที่ไปทำให้เกิดกระบวนการอักเสบต่างๆ ต่อ

ประมาณภาพนี้

พอน้องไปยับยั้ง Caspase-1 ก็จะไม่เกิด IL-1b อาการระคายเคืองต่างๆ ก็ไม่เกิด

ความพิเศษอีกอย่าง คือ น้องยังมีคุณสมบัติปกป้องผิวเราจากรังสี UV (Photoprotective) โดยไปช่วยปกป้อง Fibroblast และ Keratinocyte ไม่ให้ถูกทำลายจากรังสี UV ซึ่งเรียกได้ว่าเหมาะกับการใช้ในผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด (ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบ)

  • Rumex crispus root extract ตัวนี้นอกจากประโยชน์ในด้านของการดูแลการระคายเคืองแล้ว น้องยังช่วยปกป้องพวกอิลาสติน กับ ไฮยาลูรอนของเราไม่ให้ถูกทำลายจากเอนไซม์ Elastase และ Hyaluronidase (ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบ)

สีเขียวมะกอก เป็นน้ำมันธรรมชาติจากทานตะวัน และ สีเขียวเป็นวิตามินอี ซึ่งเป็น Antioxidant ที่ละลายได้ในน้ำมัน

จุดเด่นอีกอย่างของตำรับนี้ คือ ค่อนข้างเหมาะกับผู้ที่มีเหงื่อมาก เพราะว่าในตำรับมีการใช้ส่วนผสมของสารก่อฟิล์มที่เคลือบปกป้องผิวในกลุ่มของ Fluorosilicone ซึ่งกันน้ำ กันเหงื่อ และกันน้ำมันได้ดี ทั้งยังให้ความรู้สึกไม่เหนียวเหนอะหนะ สำหรับส่วนผสมอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเลือกมาอย่างดี และไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

มาให้คะแนนกันนะคะ

  1. สารกันแดดและสารบำรุง ในแง่ของสารกันแดด เป็นรูปแบบผสมกายภาพ-เคมี กันแดดได้ครอบคลุมทั้ง UVA และ UVB สำหรับสารบำรุงที่เสริมมานั้น เน้นไปที่การปกป้องผิวจากการอักเสบระคายเคือง และดูแลผิวจากรังสี UV จึงขอให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีจุดที่ให้หักคะแนน ขอให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ถึงแม้ว่าส่วนตัวจะมีสภาพผิวผสมค่อนไปทางแห้ง แต่ก็สามารถใช้ครีมกันแดดนี้ได้โดยไม่แห้งเกินไป และไม่เยิ้มเกินไป จะมีก็ในบางวันถ้าทาบำรุงที่ชุ่มชื้นไม่พอ อาจจะรู้สึกแห้งตึงบริเวณแก้มได้ ซึ่งก็แก้ปัญหาได้ด้วยการใช้สเปรย์ Mist ในด้านของการปกป้องจากแดด ส่วนตัวได้ทดลองใช้แล้วได้ออกแดดบ้างในช่วงเวลาเที่ยง ก็พบว่าไม่ได้เจอปัญหาผิวแดงง่าย หรือระคายเคืองอะไร ขอให้ไป 4 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ KA ด้วยนะคะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆ มาให้ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์ KA โดยตรงเลยนะคะ

Facebook: https://www.facebook.com/KAThailandOfficial

ราคา ซองละ 39 บาท/10 มล.

สถานที่จำหน่าย ร้านเครื่องสำอางทั่วไป, CJ และ ร้านค้า Official บน Shopee และ Lazada

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ KA การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s