Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม Cleansing oil ธรรมชาติ สูตรไม่ผสม surfactant กับ Argan Golden Lake Oil Cleanser จากแบรนด์ Amira

สวัสดีค่ะ วันนี้มี่มาวิเคราะห์ส่วนผสมของ Cleansing oil ตัวหนึ่งที่น่าสนใจให้ได้ชมกันนะคะ

เป็น Cleansing oil จากแบรนด์ Amira แบรนด์นี้มี่เคยมีโอกาสได้รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมผลิตภัณฑ์ของเขาไปหลายชิ้นเหมือนกันค่ะ

สำหรับ Cleansing oil ตัวนี้มีชื่อว่า Argan Golden Lake Oil Cleanser นะคะ

น้องมีจุดเด่น มีความน่าสนใจอย่างไร เดี๋ยวมี่จะเล่าให้ฟังต่อไปนะคะ

เริ่มจากหน้าตาของน้องค่ะ น้องจะมาในขวดแก้ว ที่ซีลปิดด้วยจุกพลาสติกภายใน มาพร้อมกับที่ปั๊มแยกต่างหาก เพื่อรักษาคุณภาพของน้ำมันเอาไว้ ไม่ให้ถูกอากาศมากนัก

พอประกอบแล้วก็จะได้หน้าตาประมาณนี้

ตัวน้ำมันมีความหนืดปานกลาง สัมผัสค่อนข้างเบาผิว เกลี่ยได้ง่าย นุ่มนวล

ส่วนตัวได้ลองใช้เอามานวดวนเบาๆ สักพักให้ทั่วใบหน้า ก่อนใช้สำลีค่อยๆ ลากออกเบาๆ

ค่อนข้างชอบ Feeling ระหว่างนวด คือ น้ำมันผสมมาในระดับที่ความหนืดไม่มากจนเกินไปจนเหนียวเหนอะหนะ และไม่เบาจนเกินไปจนซึมหายไปหมด แล้วทำให้ฝืดตอนนวด แต่จะอยู่ในฟีลลิ่งระดับกลางๆ มันเหมือนมีความนุ่มๆ ของน้ำมันอยู่ (ศัพท์เทคนิคในวงการเรียกเป็น Cushiony feeling) กลิ่นของน้ำมันหอมระเหยที่เป็นส่วนประกอบให้ความรู้สึกผ่อนคลายหลังจากเหนื่อยมาทั้งวัน

หลังเช็ดด้วยสำลีเสร็จ ผิวก็จะยังนุ่มอยู่ ก่อนไปล้างทำความสะอาดอีกครั้งด้วยโฟมล้างหน้า

ส่วนวิธีที่ทางแบรนด์แนะนำ คือ นวดวนเบาๆ ก่อนไปล้างออกด้วยน้ำ ร่วมกับโฟมหรือเจลล้างหน้า ก็จะได้เป็นน้ำนมไหลออกมา ส่วนตัวก็ได้ลองแล้วแต่ในภาพอาจจะดูไม่ชัดนักนะคะ

เราจะยังพอสังเกตเห็นว่ากรณีของ Eyeliner ที่กันน้ำมากๆ อาจจะล้างออกยังไม่หมด ใครที่แต่งหน้าหนักๆ หน่อย ลองใช้วิธีหยดน้ำมันลงบนสำลีให้ชุ่ม แล้วแปะไว้บริเวณดวงตาสักราวๆ 30 วินาที ให้พวกเครื่องสำอางเปียกด้วยน้ำมันเต็มที่ ก่อนจะใช้คอตตอนบัดค่อยๆ ลากตามแนวที่กรีดอายไลน์เนอร์ เอาสำลีรองใต้ขนตา แล้วลากคอตตอนบัดที่ชุ่มออยล์ทับมาสคาร่า ก็จะทำความสะอาดได้ดีขึ้น

หลังล้างออกจะให้สัมผัสที่ค่อนข้างนุ่มนวล ไม่มีความรู้สึกเหนียวเหนอะหนะตกค้าง

ซึ่งในจุดนี้ส่วนตัวต้องยอมรับว่าค่อนข้าง Amazing กับความสามารถในการเปลี่ยนเป็นน้ำนมของน้ำมันสูตรดังกล่าว เพราะว่าไม่มีส่วนผสมของพวก Surfactant, Emulsifier หรือ Solubilizer แต่สามารถกลายเป็นน้ำนมได้อย่างสวยงามมากๆ

ลองผสมกับน้ำ เพื่อดูความสามารถในการกลายเป็นน้ำนม

ก่อนจะไปดูส่วนผสมขอกล่าวถึงจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ก่อนนะคะ

  • น้ำมันที่ใช้ในสูตร Argan Golden Lake Oil Cleanser เป็นน้ำมันที่มีคุณภาพสูง จัดเป็น Cosmetic grade ที่ไม่ผ่านกรรมวิธี จึงประกอบด้วยสารพฤกษเคมีต่างๆ อยู่ครบถ้วน
  • ไม่มีส่วนผสมของ Surfactant !!! อ้าว แล้วเราจะทำความสะอาดได้อย่างไร ตรงนี้ใช้หลักทางเคมีพื้นฐานค่ะ คือ Like dissolve like น้ำมันก็จะละลายเอาสิ่งสกปรกต่างๆ ที่ละลายในน้ำมันออกมาได้ ปกติสิ่งสกปรกต่างๆ บนผิว จะเกาะอยู่กับไขผิวหนัง หรือ Sebum ดังนั้นถ้าเอา Oil ไปล้าง มันก็จะดึงเอาเศษ Sebum เหล่านี้ออกไปได้
  • น้ำมันนี้มีความเป็นนาโน !!!! เอ๊ะ ยังไงคะ คือ ทางแบรนด์ได้นำเอา Cleanser นี้ไปทดสอบขนาดของอนุภาคที่ห้องแลปที่ได้รับรองมาตรฐาน เมื่อนำเอา Cleanser นี้ไปเจือจางในน้ำบริสุทธิ์ปราศจากไอออน พบว่าได้ค่าอยู่ที่ราวๆ 600 นาโนเมตร ซึ่งตามนิยามทางเภสัชกรรมแล้ว อนุภาคนาโน คือ อนุภาคที่เล็กกว่า 1000 นาโนเมตร (หรือ 1 ไมครอน) ประโยชน์ของความเป็นนาโนก็คือ หยดน้ำมัน หรือ Oil droplet เมื่อสัมผัสกับน้ำก็จะมีขนาดเล็ก สามารถชะเอาเครื่องสำอาง สิ่งสกปรกต่างๆ หลุดออกมาได้ดี

สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้นะคะ

ส่วนผสมของผลิตภัณฑ์นี้จะประกอบด้วย น้ำมันจากธรรมชาติ ร่วมกับ น้ำมันหอมระเหย มีการเสริมสาร Squalane เข้ามาเพื่อความลื่นผิว และนางเองก็ช่วยในแง่ของการบำรุงให้ผิวนุ่มนวลไปด้วยพร้อมๆ กัน ซึ่ง Squalane เดี๋ยวนี้สกัดได้จากมะกอก หรือ อาจจะได้จากเทคโนโลยีทางชีวภาพ ตบด้วยวิตามินอี และ สารในกลุ่ม Terpenoids อย่าง o-cymen-5-ol ที่เป็นสารหอมมีคุณสมบัติในการระงับเชื้อ

มาลองดูส่วนผสมกันนะคะ

สีชมพู เป็นกลุ่มของน้ำมันจากธรรมชาติ ประกอบด้วยน้ำมันอาร์แกน และ น้ำมันมะกอก ขอเน้นที่น้ำมันอาร์แกนนะคะ

  • น้ำมันอาร์แกน เป็นน้ำมันหนึ่งที่มีความน่าสนใจในทางเครื่องสำอาง ประกอบด้วยสารพฤกษเคมีที่มีประโยชน์หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น polyphenols, tocopherols, phytosterols, และมี squalene มีงานวิจัยอยู่หลายฉบับที่สนับสนุนประโยชน์ของน้ำมันอาร์แกนต่อผิวพรรณ เช่น การทดสอบในสตรีวัยทอง จำนวน 60 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ทั้งสองกลุ่มให้ทา Argan oil กลุ่มแรกรับประทาน Argan oil เสริม และอีกกลุ่มรับประทาน Olive oil เสริม เป็นเวลา 60 วัน พบว่าผิวหนังมีความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้น (Clin Interv Aging. 2015;10:339-49.) อีกการทดสอบหนึ่งทำคล้ายๆ กัน เพียงแต่วัดประสิทธิภาพด้านความชุ่มชื้น พบว่าผิวหนังมีความชุ่มชื้นเพิ่มขึ้น และ มีความแข็งแรงของ Barrier ผิวมากขึ้น โดยวัดจากการระเหยของน้ำผ่านผิว (TEWL) ที่ลดลง (Prz Menopauzalny. 2014;13(5):280-8.) อีกการทดสอบ ทดสอบในหนูทดลอง พบว่า Argan oil มีคุณสมบัติในการเสริมการสมานแผลของผิว (Ostomy Wound Manage. 2016;62(3):26-34.) อีกชิ้นที่อยากเล่า เป็นการทดสอบประสิทธิภาพในระดับหลอดทดลองในเซลล์เพาะเลี้ยง พบว่า Argan oil มีประโยชน์ในเชิง Whitening โดยไปออกฤทธิ์ผ่านกระบวนการ MITF มีผลทำให้การสร้างเอนไซม์ Tyrosinase และโปรตีนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเมลานินลดลง จึงส่งผลให้เม็ดสีลดลง (Evid Based Complement Alternat Med. 2013;2013:340107.)
  • Squalane เป็นสารที่ดัดแปลงจาก Squalene ที่เป็นน้ำมันสำคัญของไขผิวหนังหรือ Sebum มีคุณสมบัติในการเคลือบปกป้องผิว ให้ผิวนุ่มนวล
  • o-cymen-5-ol สารกลุ่ม Terpenes พบในน้ำมันหอมระเหยจากพืชหลายๆชนิด มีรายงานการวิจัยสนับสนุนถึงคุณสมบัติระงับเชื้อราและแบคทีเรียบางชนิด (Int Dent J. 2011;61 Suppl 3:33-40.)
  • น้ำมันหอมระเหยต่างๆ ซึ่งมีประโยชน์หลายประการ ถ้าอิงตามศาสตร์ Aromatherapy ไม่ว่าจะเป็นในเชิงของการระงับเชื้อต่างๆ รวมถึง การลดการอักเสบระคายเคือง ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย

เรียกได้ว่าส่วนผสมทุกชิ้นที่ใส่มา คือ มีประโยชน์หมด ไม่ได้มี Additive ไร้สาระอะไรปนมาแต่อย่างใด

เนื่องจากวันนี้ส่วนผสมมีไม่มาก จึงไม่รู้ว่าจะให้คะแนนอย่างไรดี เลยขอสรุปจุดเด่น จุดด้อยเป็นข้อๆ ดังนี้นะคะ

Pros:

  1. ในด้านของเทคโนโลยี ส่วนตัวมองว่าการเลือกใช้น้ำมัน Argan oil มาผ่านกรรมวิธีบางอย่าง เมื่อละลายน้ำแล้วได้อนุภาคในระดับนาโน มีความน่าสนใจ
  2. การผสม (Blend) น้ำมันหอมระเหยหลายชนิดเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้กลิ่นที่มีสรรพคุณทาง Aromatherapy
  3. ไม่ใช้ Surfactant เป็นส่วนผสม
  4. ไม่มีน้ำหอมสังเคราะห์
  5. ไม่มีน้ำมันสังเคราะห์ หรือ กึ่งสังเคราะห์
  6. ไม่มีพวก Silicone

Cons:

  1. ถ้ามีสารบำรุงนิดหน่อยพอกรุบกริบ น่าจะออกมาหรูเริ่ดกว่านี้ แต่จริงๆ Cleanser มันก็สัมผัสผิวแค่ชั่วคราว มีหรือไม่มีก็น่าจะไม่ต่างกันมากนัก

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทาง Amira ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆ มาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะ ที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

Facebook https://www.facebook.com/amiraarganoil

Line: @amirasupport

Disclaimer: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Amira การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางร่วมกับศาสตร์ Aromatherapy และอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

[Mini Review] สกินแคร์คลีนๆจากฝรั่งเศส SO’BiO étic กลุ่มชะลอวัยลดเลือนริ้วรอย Préciux Argan

ช่วงนี้กระแส Natural และ Organic มาแรงมากๆ ส่วนตัวมองว่ามันก็น่าสนใจดีนะคะ

อย่างวันนี้มี่บังเอิญไปได้ผลิตภัณฑ์ใหม่จากแบรนด์ So’Bio êtic จากประเทศฝรั่งเศสค่ะ

ผลิตภัณฑ์กลุ่มที่มี่ได้มาจะเป็นไลน์ Préciux Argan ที่ใช้น้ำมันอาร์แกนที่ปลูกแบบออร์แกนิกจากประเทศโมร็อคโคค่ะ

ซึ่งมีเคลมหลักเกี่ยวกับ Anti-aging ชะลอวัย ลดเลือนริ้วรอยค่ะ

มี Day cream กับ Eye and lip countour ค่ะ

bio 1

ซึ่งในส่วนผสมทำมาได้ค่อนข้างดีเลยนะคะ ทั้งสองชิ้นใช้สารที่มาจากธรรมชาติ 99% เลยทีเดียวค่ะ

และจุดเด่นที่น่าสนใจคือ ได้รับตรา Bio organic cosmetique กับ Ecocert ยืนยันความคลีน ความกรีน และความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมค่ะ

 

ตัว Day cream ก็แลดูดีงามใช่ย่อยนะคะ นางได้รับรางวัลมาจากการประกวด Beauté test ประจำปี 2017 ด้วยค่ะ

bio 3

ส่วนตัวมี่ชอบ Eye and lip contour มากๆค่ะด้วยความเนื้อบางเบา กลิ่นหอมละมุนผ่อนคลายทาแล้วผิวนุ่มขึ้นจริงๆแบบเว่อร์วัง

bio 2

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ So’Bio êtic มากๆเลยนะคะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยค่ะ

https://www.facebook.com/SOBiO-%C3%A9tic-488635794887445/

Facebook.com/beautygirlclub

หาซื้อได้ที่ looks ทุกสาขา/allaboutyou/watsons ค่า

 

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับมาจากทางแบรนด์ So’Bio êtic ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้าและไม่ได้รับค่าตอบแทนในการรีวิว

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม ออยล์บำรุงผิวสุดปัง นำเข้าจากอิตาลี่ กับ Klairé green oil

สวัสดีค่ะ

Oil บำรุงผิว นี่จัดเป็นไอเทมสำคัญของหลายๆคนเลย วันนี้มี่เลยขอมาเล่าประโยชน์ของการใช้ Oil บำรุงผิวให้ฟัง และมารีวิว Oil บำรุงผิวตัวหนึ่งที่น่าสนใจให้ได้ชมกันค่ะ

เราสามารถแบ่งสารกลุ่มน้ำมันและไขมัน (Lipids) ในทางเครื่องสำอางได้เป็น 2 กลุ่มหลักๆ ค่ะ คือ

  1. น้ำมัน/ไขมันที่เหมือนกับที่มีในร่างกายเรา เรียก Physiological lipid เช่น พวก Ceramides, กรดไขมัน คอเลสเตอรอล เป็นต้น
  2. น้ำมัน/ไขมันที่ไม่มีในร่างกายของเรา เรียก Non-physiological lipid เช่น Petrolatum, Mineral oil และพวกไขมันสังเคราะห์ต่างๆ

เวลาเราทาน้ำมัน/ไขมันที่เหมือนกับที่มีในร่างกายของเรา พวกนี้จะถูกดูดซึมลงไปในผิว และผิวเราจะนำเอาไปใช้เป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์น้ำมันชนิดต่างๆออกมา เพื่อเป็นส่วนประกอบของ Barrier ผิว

และน้ำมันเหล่านี้มักจะมีประโยชน์พิเศษอยู่ เช่น อาจจะเป็น Antioxidant อาจจะมีฤทธิ์ลดการอักเสบ หรือ กรดไขมันบางชนิด เช่น Linoleic acid ก็สามารถลดการเกิดสิวได้ด้วย ซึ่งกลไกในการทำงานของน้ำมันเหล่านี้ก็จะค่อนข้างซับซ้อนค่ะ

 

วันนี้ก็เลยถือเป็นโอกาสอันดีที่จะเอาเซรั่มน้ำมันบำรุงผิวจากแบรนด์ Klairé กับ Klairé green oil มาฝากกันค่ะ

ตัวน้ำมันจะมาในกล่องกระดาษสีครีมที่มีหน้าตาประมาณนี้ค่ะ

kal 1.jpg

 

ด้านในเป็นขวดพลาสติกที่มีฝาเป็นหลอดหยดค่ะ

kal 3

ถ้าเราหมุนเกลียว ปุ่มสำหรับดูดออยล์เข้าหลอดหยดก็จะยื่นออกมาค่ะ

kal 4.jpg

ตัวน้ำมันจะค่อนข้างเหลว ใส แผ่กระจายบนผิวได้ง่าย มีกลิ่นหอมอ่อนๆจากสารหอมธรรมชาติ และน้ำมันหอมระเหยจากกุหลาบมอญ (Damask rose)

kal 5

เกลี่ยง่าย มีสัมผัสนุ่มนวล ไม่เหนอะหนะ และไม่หนักผิว

 

kal 7

ด้านข้างกล่องก็จะมี Claiming อยู่นิดหน่อยค่ะ

kal 2

อีกจุดที่น่าสนใจ คือ น้ำมันตัวนี้ Made in Italy นะคะ ว่าไม่ได้ หรูหราได้ที่เลยทีเดียว

 

วิธีใช้ที่ทางแบรนด์แนะนำคือ ใช้หลังจากทำความสะอาดเสร็จ เป็นขั้นตอนแรกก่อนการบำรุงผิวขั้นอื่นๆต่อไป

มาดูส่วนผสมกันดีกว่านะคะ

ส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

สผส kal

จากส่วนผสมจะเป็นเซรั่มที่ใช้น้ำมันจากพืช Blend 3 ชนิด คือ น้ำมันจากแอลมอนด์ มะกอก และอาร์แกน ซึ่งทั้ง 3 ชนิดนี้มี Fatty acid profile ที่คล้ายกัน คือ มี Oleic acid เป็นองค์ประกอบหลัก และมี Linoleic acid เป็นองค์ประกอบรอง

ในน้ำมันจากพืชธรรมชาติเหล่านี้ นอกจากประกอบด้วย Fatty acid หรือ กรดไขมัน ที่ให้ประโยชน์ในการทดแทนไขมันคืนให้ผิวแล้ว จะมีสารพฤกษเคมีที่น่าสนใจอีกกลุ่มใหญ่ๆ คือ Unsponifiables พวกนี้จะเป็นสารที่ทำปฏิกิริยากับด่างแล้วเกิดสบู่ไม่ได้ เช่น Tocopherols (สารในกลุ่มวิตามินอี) Beta-carotene รวมไปถึง Phytosterol ที่มีประโยชน์ด้านลดการอักเสบและระคายเคือง และ Squalane ที่ช่วยเคลือบผิวรักษาความชุ่มชื้น

oil

(ข้อมูลจาก Provitol group และ Guillaume and Charrouf, H&PC Today – Household and Personal Care Today 2013;8(2):28-30)

นอกจากน้ำมันจากพืชแล้วก็จะเสริมวิตามินมา 2 ตัว คือ วิตามินซี กับ อี

  • วิตามินซี ใช้ในรูป Ascorbyl palmitate ที่ละลายในไขมันได้ วิตามินซีมีประโยชน์กับผิวหลายด้านไม่ว่าจะเป็น เป็น antioxidant ต่อต้านอนุมูลอิสระ ชะลอวัย ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ Tyrosinase ช่วยลดการสร้างเม็ดสี จึงมีประโยชน์เป็น Whitening เป็นส่วนหนึ่งของการสังเคราะห์คอลลาเจน และลดการอักเสบในผิว
  • วิตามินอี ใช้ในรูปแบบดั้งเดิม อย่าง Tocopherol เป็น antioxidant ที่ละลายได้ในไขมัน

น้ำมันหอมระเหยจากกุหลาบมอญ ในทาง Aromatherapy เชื่อว่า มีประโยชน์ในการฆ่าเชื้อ ลดการอักเสบและระคายเคือง และให้ความรู้สึกสบายผิว (Soothing effect)

 

ให้คะแนนกันดีกว่านะคะ วันนี้ส่วนผสมมีไม่มากเลยขอแบ่งให้คะแนน 2 หัวข้อค่ะ

  1. ส่วนผสม Klairé green oil มาในเบสที่เป็น Caprylic/capric triglycerides ซึ่งเป็นไขมันชนิดสายยาวปานกลาง (Medium chain triglycerides) ซึ่งมีคุณสมบัติในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ทดแทนไขมันคืนให้ผิว เสริมมาด้วยน้ำมันจากพืช 3 ชนิด คือ Almond, Olive และ Argan ซึ่งทั้ง 3 ตัว มีชนิดและรูปแบบของกรดไขมันที่คล้ายๆกัน ประโยชน์ของ น้ำมันจากพืช คือ นอกจากจะทดแทนกรดไขมันให้ผิวแล้ว ยังประกอบด้วยสารกลุ่ม Phytosterols ที่ช่วยลดการอักเสบและระคายเคืองผิว มีน้ำมันหอมระเหยจากดอกกุหลาบมอญ ที่มีราคาแพง และ มีวิตามินอีกับซีเสริมเข้ามา จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์
  2. การใช้งาน ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบพอกับกลิ่นกุหลาบอยู่แล้ว มาเจอกลิ่นของน้ำมันตัวนี้ก็คือจะฟินอยู่หน่อยๆ เนื้อสัมผัสของน้ำมันนี้จะค่อนข้างบางเบา ไม่เหนียว เกลี่ยได้ง่าย ซึมไว ไม่ทิ้งคราบ ไม่มันเยิ้ม เวลาใช้ จะใช้ครั้งละหยด ลงบนหน้าใน นวดวน และตบเบาๆ ซักพักก็จะซึมจนแห้งไป แล้วค่อยละเลงครีมอีกครั้ง โดยรวมถือว่าค่อนข้างชอบค่ะ ให้ไป 5 ฟลาสก์

 

คะแนน kal

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Klairé ด้วยค่ะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

 

 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้กับทางแบรนด์ Klairé ได้โดยตรงเลยค่ะ

Facebook: https://www.facebook.com/KlaireOfficial

Instagram: Klaireofficial

www.beforeandaftercorp.com

 

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Klairé การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่มกันแดด ผสม Argan oil จากแบรนด์ Amira กับ Argan defense Daily UV care PA++ Deep sea physical serum sunscreen

สวัสดีค่ะ

วันนี้มี่มีรีวิวกันแดดที่น่าสนใจมาฝากกันค่ะ เป็นกันแดดน้องใหม่จากแบรนด์ Amira แบรนด์ดังที่ผลิตเซรั่มน้ำมัน Argan และ Argan milk ที่มีเคยรีวิวไว้ในช่วงก่อนค่ะ

(ลิงค์ Argan oil plus C >>Click<<    ลิงค์ Argan milk >>Click<<)

กันแดดน้องใหม่ของแบรนด์ Amira นี้ นางจะมาในซองซิปสีขาวนวล ดูหรูหราสะอาดตาค่ะ

ชื่อเต็มๆ คือ Argan defense Daily UV care PA++ Deep sea physical serum sunscreen ค่ะ

amira 1

บนซองจะมีเขียนสรรพคุณว่าปกป้องได้ทั้ง UVA UVB และ HEV ซึ่งหมายถึงแสงสีน้ำเงินที่มีพลังงานสูง หรือ Blue light และมีค่า SPF อยู่ที่ 30 PA++ ค่ะ

ทางแบรนด์ได้ทดสอบแล้วว่าก่อให้เกิดการแพ้ได้น้อย (Hypoallergenic) และ ไม่อุดตัน (Non-comedogenic) ค่ะ ดังนั้นหายห่วงได้

พอแกะซองมาด้านในจะเป็นหลอดขนาด 10 กรัม พกพาสะดวก วางตั้งบนโต๊ะเครื่องแป้งได้ไม่เกะกะ

 

amira 3

เนื้อกันแดดเป็นแบบน้ำนมค่ะ ไม่มีกลิ่น เพราะทางแบรนด์ไม่ได้ใส่น้ำหอมค่ะ

amira 4

เกลี่ยได้ง่าย ไม่เป็นปื้น ไม่ขาววอก ซึมไวแห้งไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ และไม่แห้งเกินไป ส่วนตัวมี่คิดว่าเหมาะกับทุกสภาพผิวค่ะ

amira 5

ค่า pH อยู่ที่ราวๆ 5 ค่ะ ถือว่าใกล้เคียงกับผิวดี

amira 6

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

ขึ้นชื่อว่าแบรนด์ Amira เราก็จะนึกถึง Argan oil เกรดท๊อปที่นำเข้ามาจาก Morocco ดังนั้นในกันแดดตัวนี้ของแบรนด์ ก็แน่นอนว่าต้องมีน้ำมัน Argan oil อยู่ด้วยค่ะ

สผส amira

ในภาพรวมคือเป็นกันแดดแบบกายภาพ ในเบสที่เป็นน้ำนม (Emulsion) ของน้ำ น้ำมัน และ ซิลิโคน กันแดดได้ครบถ้วนสมบูรณ์ดี และมีส่วนผสมของสารบำรุง รวมถึงสาร Antioxidant อยู่หลายชนิด

ส่วนผสมวันนี้มีหลายสีเลยทีเดียว

เริ่มกันที่

  • สีเขียว: นางเอกของเรา น้ำมันจาก Argan นั่นเอง ในทาง Aromatherapy กล่าวว่าน้ำมันนวดที่มีส่วนผสมของ Argan oil มีคุณสมบัติในการลดริ้วรอย เพิ่มความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น ลดรอยแตกลาย มีงานวิจัยอยู่หลายฉบับที่ทดสอบประสิทธิภาพของ Argan oil ยกตัวอย่างเช่น การทดสอบประสิทธิภาพของ Argan oil แบบทา ในสตรีวัยทองจำนวน 60 คน เป็นเวลา 60 วัน พบว่าค่า TEWL (การระเหยของน้ำออกจากผิว) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ค่านี้สื่อว่า Barrier ผิวมีความแข็งแรงมากขึ้น และพบว่าระดับน้ำในผิวชั้นนอก หรือ Epidermis มีค่าสูงขึ้น (Prz Menopauzalny. 2014;13(5):280-8.) อีกชิ้นหนึ่งทดสอบในสตรีวัยทอง จำนวน 30 คน เป็นเวลา 60 วัน พบว่าผิวหนังมีความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้น (Clin Interv Aging. 2015;10:339-49.) ในส่วนประกอบของ Argan oil ยังมีพวก Phytosterol ที่ให้คุณสมบัติลดการอักเสบ ซึ่งตรงนี้จะช่วยหักล้างผลเสียของ UV ที่เล็ดรอดเข้าไปในผิว รวมถึงผลในการกระตุ้นกระบวนการอักเสบของ IR ได้
    – สีเขียวอีกตัวคือ Squalane ที่ผิวเอาไปสร้างเป็น cholesterol ที่เป็นส่วนหนึ่งของ Barrier ผิวได้
  • สีฟ้า คือ พระเอกของผลิตภัณฑ์ ก็คือสารกันแดดนั่นเอง ทางแบรนด์ใช้เป็น Titanium dioxide กับ Zinc oxide ซึ่งเป็นกันแดดแบบกายภาพทั้งคู่ และโดยธรรมชาติของกันแดดแบบกายภาพคือ มันจะฉาบอยู่บนผิวอย่างนั้นแหละ ถ้าไม่ไปล้างไปเช็ดเหงื่อไม่ออก มันก็จะติดอยู่บนผิวได้ทั้งวัน และปกป้องโดยการสะท้อนแสงออกไปหมดทั้ง UVA/UVB
  • สีน้ำตาล ชื่อยากๆ ยาวๆ Bis-ethylhexylhydroxydimethoxy benzylmalonate ตัวนี้มีชื่อทางการค้าว่า Ronacare AP เป็น Antioxidant สังเคราะห์ที่มี Claim ว่า ให้คุณสมบัติในการลดความเครียดจากอนุมูลอิสระ (Oxidative stress) ของเซลล์ผิวหนังที่สัมผัสกับรังสี UV ได้ และเป็น Antioxidant ช่วยปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระในร่างกาย รักษาไขมันในผิวไม่ให้ถูกทำลาย
  • สีม่วง เป็นสารบำรุงอื่นๆ ทุกตัวมีความน่าสนใจนะคะ
    • Thermus thermophillus ferment มีชื่อทางการค้าว่า Venuceane จากประเทศฝรั่งเศส ข้อมูลจากผู้จำหน่ายวัตถุดิบบอกว่าเป็น Anti-oxidant กับ Skin protective ช่วยปกป้องผิวหนังจากรังสี UV และอินฟราเรด เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนัง ลดการอักเสบ
    • วิตามินซี และ อี ทำงานเสริมซึ่งกันและกันในการเป็น Antioxidant ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV ที่เล็ดรอดเข้าไปได้อีก 1 Step
    • Ectoin วัตถุดิบจากเยอรมัน ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าสารนี้ให้คุณสมบัติปกป้องเซลล์ผิวจากรังสี UVA UVB ลดการอักเสบ ลดการระคายเคือง การทดสอบในระดับหลอดทดลงพบว่าสารนี้สามารถยับยั้งการหลั่งสารเคมีต่างๆในเซลล์เมื่อถูกรังสี UVA จึงให้ผลปกป้องเซลล์ผิวและ DNA ไม่ให้เสื่อมสลายเพราะรังสี UVA ได้ (Skin Pharmacol Physiol. 2004; 17(5):232-7.)
    • Fullerene เป็นคาร์บอนแบบพิเศษ C60 เป็น Antioxidant ที่ดี เป็นสารคาร์บอนชนิดพิเศษ C60 ที่มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant ที่ดี มีรายงานการวิจัยสนับสนุนถึงประสิทธิภาพในการกระชับรูขุมขน (J Nanobiotechnology. 2014;12:6.) มีประโยชน์ในการลดการเกิดสิว โดยไปลดการอักเสบ และลดการหลั่งน้ำมันออกมาจากรูขุมขน ( 2011;7(2):238-41.) และชนิดที่ละลายใน Squalane มีประโยชน์ในการลดริ้วรอย (J Nanosci Nanotechnol. 2010;10(10):6769-74.) เห็นในส่วนผสมตัวนี้ก็มี Squalane ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นตัวเดียวกันไหม

 

โดยรวมคือในกันแดดนี้มีสารที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการบำรุงและปกป้องผิวจากแสงแดดได้ครบถ้วนเลยค่ะ

ในส่วนของเนื้อเบส และส่วนผสมอื่นๆ ก็ทำมาได้ค่อนข้างดี จะมีติก็ตรงที่การใช้ Sodium lauryl sulfate ซึ่งไม่เป็นมิตรกับผิวเท่าไหร่นัก แต่ตรงนี้ก็พอเข้าใจ เพราะตัวเม็ดอนุภาค Titanium dioxide กับ Zinc oxide จะเปียกน้ำยาก ต้องใช้สารประจุลบมาช่วยให้เปียกและกระจายตัวได้ดีขึ้นในตำรับ

มาให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ

  1. สารบำรุง รวมถึงสารกันแดด เป็นกันแดดชนิดกายภาพ ที่มีความคงตัวดี และมีความปลอดภัยที่ดี ไม่เกิดปฏิกิริยาเมื่อสัมผัสแสง รวมทั้งมีสาร Antioxidant และสารลดการอักเสบเสริมเข้ามาเพื่อช่วยป้องกันและหักล้างผลเสียของรังสี UV ที่เล็ดรอดเข้ามาในผิวได้ รับไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ เบสที่ใช้เป็นเบสน้ำนม หรือ Emulsion ที่มีน้ำ น้ำมัน และซิลิโคน ไม่มีแอลกอฮอล์ แต่ด้วยการใช้ Sodium lauryl sulfate ซึ่งไม่เป็นมิตรกับผิวเท่าไหร่นัก เลยขอให้ 4 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ตัวกันแดดตัวนี้ ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบนะคะ เนื้อจะค่อนข้างเบา ไม่เหนอะหนะ แต่ก็ไม่ได้แห้งจนเกินไปจนทำให้หน้าแห้งตึงระหว่างวัน ทาวันละครั้งก็อยู่ได้ทั้งวันถึงเย็น ส่วนตัวมี่ไม่ได้ทำงานกลางแดด คือ จะมีบ้างที่เดินไปตามถนนที่มีแดดเพื่อไปทานข้าว ซื้อขนม บลาๆ ตัวนี้ถือว่าทนและไม่ร้อนไม่แสบแดง เหมือนกันแดดบางชิ้นที่เคยใช้ ตัวนี้ลงแล้วจะค่อนข้างแห้งไว แต่งหน้าทับได้เลยไม่ต้องรอนาน โดยรวมถือว่าค่อนข้างชอบค่ะ ให้ไป 5 ฟลาสก์

 

คะแนน amira

 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Amira ด้วยค่ะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ พบกันใหม่โอกาสถัดไปนะคะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่เฟสบุ๊คของทางแบรนด์ Amira Skincare ได้เลยนะคะ

https://www.facebook.com/amiraarganoil

 

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Amira การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว ผลิตภัณฑ์สปาบำรุงผิว eavam Skincare ลูกครึ่งไทย/ญี่ปุ่นสุดเก๋ไก๋ part 1

 

เมื่อช่วงที่ผ่านมามี่มีโอกาสได้รู้จักกับ Skincare น่ารักๆแบรนด์หนึ่งเลยลองสั่งซื้อมาใช้ดูค่ะ

แบรนด์ eavam (อีวาม) เป็นแบรนด์ที่น่าสนใจแบรนด์หนึ่งค่ะ มีความ Original มี Signature ที่เป็นเอกลักษณ์ และที่สำคัญคือ สินค้าจะผลิต Handmade แบบพิถีพิถันด้วยความประณีตทุกชิ้นค่ะ

eavam.jpg

ทางแบรนด์ eavam มีเจ้าของเป็นคนญี่ปุ่น ซึ่งขึ้นชื่อว่าคนญี่ปุ่นก็จะมีความพิถีพิถันเป็นของคู่กันอยู่แล้วค่ะ ว่ากันว่าเจ้าของแบรนด์ ได้เดินทางหาวัตถุดิบต่างๆจากนานาประเทศด้วยตัวเองเพื่อนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ และนำเอาวัฒนธรรมไทยเข้ามาผสมผสานไว้ได้อย่างลงตัวค่ะ

eavam-2

ว่าแล้วก็ลองสั่งสินค้ามาซักหน่อยค่ะ มี่สั่งจากบนเวบไซต์ของแบรนด์โดยตรงค่ะ และใช้วิธีส่งแบบ EMS เอา

eavam-mix

มีความน่ารักและเอาใจใส่นะคะ มีการ์ดแนบมาด้วยค่ะ

ทางแบรนด์ Claim ไว้ค่อนข้างน่าสนใจทีเดียวค่ะ
1. เดินทางไปเลือกวัตถุดิบเองและติดต่อกับผู้ผลิตโดยตรง (ทุกรายการ ตั้งแต่ เม็ดอาร์แกน ผลมะกอก ขี้ผึ้งที่นำมาผลิตเป็นส่วนผสม)
2. นำเข้าโดยผู้ผลิตโดยตรง
3. มีข้อสัญญากับผู้ผลิตเรื่องรับออเดอร์แล้วจึงจะเริ่มผลิตไม่มีการผลิตเก็บไว้ในสต๊อก
4. การผลิตด้วยการทำมือทีละชิ้น ไม่ใช้เครื่องจักรชิ้นใหญ่
5. ผลิตสบู่ด้วยกระบวนการผลิตแบบเย็น
6. หีบห่อเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ใช้วัตถุดิบที่ย่อยสลายได้
7. ใช้น้ำมันอาร์แกนเป็นส่วนผสมหลักในปริมาณที่มากกว่าแบรนด์อื่น
8.เป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นธรรมชาติล้วนๆไม่เติมแต่งสีกลิ่นลงไปในผลิตภัณฑ์
9. เพิ่มอาชีพและรายได้ให้กับคนในชุมชน

จะเห็นว่าหีบห่อนี่เป็นกระดาษสา หรือ ผ้าดิบ เป็นงานฝีมือ มีความประณีตในการห่อ

ผลิตภัณฑ์ที่มี่สั่งมา มี 5 ชนิด นะคะ

1. กัสโซล midelt 102
2. สบู่อาร์แกน sumimou 102
3. อาร์แกนบาล์ม sumimou 103
4. ลาเวนเดอร์อาร์แกนบาล์ม 0ulmes 03
5. kamakura set B

มี่จัดมาทุกอันเลยค่ะ อย่างละอัน

วันนี้จะขอรีวิวตัว อาร์แกนบาล์มก่อนนะคะ

อาร์แกนบาล์มที่ทางแบรนด์จำหน่ายจะมีรูปแบบที่มาพร้อมภาชนะ Ceramic กับแบบ Refill ค่ะ มี่เลยซื้อแบบกลิ่น Lavender ในภาชนะ Ceramic และซื้อ Refill สูตรธรรมดามาค่ะ

ดูหน้าตากันหน่อยเนอะ เมื่อเราแกะหีบห่อมาจะได้หน้าตาแบบนี้ค่ะ

eavam-balm-1

มีแผ่นคู่มือ 1 แผ่น ชามเซรามิคพร้อมฝาปิด ในอีกด้านที่มีบาล์มอยู่เขาใช้วิธีปิดผนึกด้วยระบบสุญญากาศค่ะ พร้อมกับไม้พายทำมาจากไม้สัก รูปร่างคล้ายๆใบของต้นจามจุรี ไว้ตักบาล์ม และที่วางไม้ทำจากเซรามิก ค่ะ

ดูเก๋ไก๋อะ อีกรูปนะคะ

7.jpg

ว่ากันว่าภาชนะเซรามิกนี้ทำมือนะคะ
เวลาเราใช้เราจะใช้ไม้พายนั้นตักบาล์มออกมาเท่าที่เราต้องการค่ะ จะเอามาทาทั้งหน้าก็ได้ ทาเป็นลิปบาล์มก็ได้ หรือ สำหรับคุณผู้ชายจะใช้ทาหลังโกนหนวดก็ได้ค่ะ

eavam-balm-2

เนื้อบาล์มเมื่อสัมผัสผิว จะหลอมละลายอย่างรวดเร็ว เกลี่ยง่าย และให้สัมผัสที่ดีค่ะ

balm

สำหรับสูตร Oulmes 03 และ 103 ซึ่งมีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยจากดอก Lavender ก็จะมีกลิ่นหอมละมุนของลาเวนเดอร์ค่ะ

balm-2

ในทาง Aromatherapy ว่ากันว่า Lavender oil นั้นมีคุณสมบัติช่วยให้ผ่อนคลาย และยังมีคุณสมบัติช่วยฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ได้ด้วยค่ะ

สำหรับสูตร Refill ก็จะห่อมาในกระดาษสาค่ะ มีความ Handmade อยู่เช่นกัน

refill

ส่วนด้านในก็จะเป็นบาล์มที่บรรจุมาในถุงสุญญากาศ ปิดสนิท พร้อมเอามาใส่ถาดเซรามิกที่มีอยู่ได้ทันทีค่ะ หรือถ้าอยากใส่ภาชนะอื่นก็แค่นวดๆให้อ่อนตัว หรือจะตัดแบ่งก็ได้ค่ะ

refill-2

สำหรับส่วนผสมนั้น ประกอบด้วยส่วนผสมแค่ 2 ชนิด คือ Argan oil และ ขี้ผึ้งดอกลำไยจากจังหวัดเชียงใหม่ค่ะ

ถ้าพูดถึง Argan oil นั้น เป็นน้ำมันที่ได้จากเมล็ดของผล Argan ซึ่งว่ากันว่า น้ำมันอาร์แกนที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ของ eavam นั้น ได้มาจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ ในแถบชานเมืองเอสเซาอิของประเทศโมรอคโค ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีต้นอาร์แกนเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติมากที่สุด ทางแบรนด์ได้คัดสรรผลอาร์แกนที่มีคุณภาพด้วยวิธีการเก็บเกี่ยวอย่างพิถีพิถันที่ภูมิภาค sumimou ผู้ผลิตที่ร่วมการค้ากับ eavam ที่ซุมิโม (sumimou) ไม่ว่าจะเป็นจากผู้ผลิตในมาร์ราเคช (Marrakech) หรืออากาดีร์ (Agadir) สามารถจัดหาเมล็ดอาร์แกนตามปริมาณและคุณภาพที่สมบูรณ์แบบตามรายการสั่งซื้อที่พวกเขาได้รับ โดยไม่ต้องสกัดน้ำมันกักตุนไว้ในสต๊อก การผลิตน้ำมันของพวกเขานั้นขึ้นอยู่กับปริมาณการสั่งซื้อที่ได้รับแต่ละครั้ง

ในทาง Aromatherapy ระบุว่าน้ำมันที่มีส่วนผสมของ Argan oil มีคุณสมบัติในการลดริ้วรอย เพิ่มความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น ลดรอยแตกลาย

ถ้าพูดถึงการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับ Argan oil ก็มีมายาวนานพอสมควรเลยค่ะ

การทดสอบประสิทธิภาพของ Argan oil แบบทา ในสตรีวัยทองจำนวน 60 คน เป็นเวลา 60 วัน พบว่าค่า TEWL (การระเหยของน้ำออกจากผิว) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ค่านี้สื่อว่า Barrier ผิวมีความแข็งแรงมากขึ้น และพบว่าระดับน้ำในผิวชั้นนอก หรือ Epidermis มีค่าสูงขึ้น (Prz Menopauzalny. 2014;13(5):280-8.) อีกชิ้นหนึ่งทดสอบในสตรีวัยทอง จำนวน 30 คน เป็นเวลา 60 วัน พบว่าผิวหนังมีความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้น (Clin Interv Aging. 2015;10:339-49.)

นอกจากนี้การศึกษาล่าสุดในช่วงต้นปีนี้ ได้พบว่า Argan oil มีผลช่วยสมานแผลในหนูทดลองที่มีแผลไหม้ได้ด้วย (Ostomy Wound Manage. 2016 Mar;62(3):26-34.)

โดยรวมผลจากการศึกษาดังกล่าว ก็จะสามารถสรุปได้ว่า Argan oil นั้นให้ผลด้านความชุ่มชื้น ความแข็งแรงของ Barrier ผิว การสมานแผลค่ะ

ส่วนขี้ผึ้งจากดอกลำไยนั้น ว่ากันว่า เป็นขี้ผึ้งที่มีกลิ่นหอมหวานเหมือนดอกลำไยและมีลักษณะพิเศษคือได้เนื้อบาล์มสีอ่อนๆสวยงาม น้ำผึ้งคือผลผลิตมาจากที่ผึ้งไปเก็บรวบรวมเกสรดอกลำไยและขี้ผึ้งคือผลพลอยจากการเลี้ยงผึ้งฟาร์มผึ้งที่เราติดต่อซื้อขายด้วยนั้นเกิดขึ้นจากการรักและใส่ใจในการดูแลผึ้งเป็นอย่างดี รวมทั้งได้รับความร่วมมือจากสวนผลไม้และสิ่งแวดล้อมใกล้ๆฟาร์ม ในการลดปริมาณการใช้สารเคมี (งดการใช้สารเคมีในสวนตั้งแต่ช่วงเริ่มเลี้ยงผึ้งจนถึงช่วงที่ผึ้งทำรังเพราะจะทำให้ผึ้งตายก่อนถึงเวลาที่ลำไยออกดอกและไม่สามารถดูดน้ำหวานจากเกสรได้)

eavam-3

จะเห็นว่าทุกขั้นตอนนี่ทางแบรนด์ใส่ใจรายละเอียดมากจริงๆค่ะ

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่เหลือ มี่จะหยิบมารีวิวในครั้งถัดไปนะคะ

สุดท้ายนี้ก็ขอให้คะแนนซักหน่อย วันนี้ไม่รู้จะให้คะแนนอย่างไรดี เพราะส่วนผสมมีแค่ Argan oil กับ ขี้ผึ้งดอกลำใยก็เลยขอให้คะแนนในภาพรวมแทนนะคะ

จากคะแนนเต็ม 5 มี่ขอให้ 5 เต็มเลยค่ะ ด้วยความ Handmade พิถีพิถัน และเอาใจใส่ของทางแบรนด์ และเจ้าของแบรนด์ รวมทั้งแพคเกจ และการใช้งาน

%e0%b8%84%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%99-eavam

จบแล้วค่ะ ขอบคุณที่ติดตามรับชมมาจนจบนะคะ พบกันใหม่โอกาสถัดไปค่ะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมลองเข้าไปดูได้ที่เวบไซต์ของแบรนด์ เฟสบุค และ IG ของแบรนด์เลยนะคะ

Website:

http://eavam.com /

Original Home

Facebook และ IG : eavamchiangmai

 

Disclaimer: ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นซื้อด้วยตัวเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและสุคนธบำบัด (Aromatherapy) และอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ[/center]

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมน้ำมัน Argan ออร์แกนิก Or’agan 100% Organic argan oil moisturizer

สวัสดีค่ะ เรามาต่อกันกับผลิตภัณฑ์ดีๆจากแบรนด์ Or’agan กันนะคะ สำหรับผลิตภัณฑ์จาก Or’agan ที่มีได้มา มีทั้งหมด 4 ชิ้น เริ่มจาก Black soap หรือ สบู่ดำ ตามด้วยน้ำมันสารพัดประโยชน์ Bath body massage oil และ Ghassoul Clay วันนี้มาทิ้งทวนด้วย 100% Organic argan oil moisturizer ค่ะ

 

ว่าแล้วเราก็มาดูหน้าตาของผลิตภัณฑ์กันดีกว่าค่ะ

 

oil 1.jpg

 

ตัวผลิตภัณฑ์จะมาในขวดแก้วที่มีรูปทรงเป็นเอกลักษณ์นะคะ ขวดที่มี่ได้มาเป็น Size 10 ml ที่อยู่ในเซ็ตของขวัญของทางแบรนด์ ตัวฝาจะเป็นฝาแบบสเปรย์ค่ะ

 

ที่ด้านหลังกล่องจะมีคำ Claim ดังภาพค่ะ

 

oil 2

 

เป็นเกี่ยวกับเรื่องวัตถุดิบว่าเป็นการสกัดเย็นจากเมล็ดอาร์แกนออร์แกนิก และเป็นการสกัดครั้งแรก รวมทั้งได้รับตรา Ecocert ซึ่ง ตรานี้ไม่ได้ได้มาง่ายนะคะ มีระบบระเบียนและข้อกำหนด หรือ Requirement ที่เยอะเหมือนกันค่ะ

 

มาดูเนื้อสัมผัสกันบ้างค่ะ

 

oil 3

 

เนื้อ oil มีความหนืดอยู่ค่อนข้างน้อยค่ะ มีกลิ่นเฉพาะตัว คล้ายถั่ว ไหลได้อย่างอิสระ ทำให้เกลี่ยได้ง่าย มีสัมผัสที่ค่อนข้างบางเบา ถ้าวัดตามหลักทาง Aromatherapy ซึ่งแบ่ง oil เป็น 3 แบบ คือ Light oil, Medium oil และ Thick oil ตัวนี้น่าจะอยู่ในเกณฑ์ Light-to-Medium ค่ะ

 

การดูดซึมนั้นใช้เวลาพอสมควรค่ะ

 

oil 4

 

ใครที่ไม่ชอบความเหนอะหนะของ oil มี่แนะนำว่า สามารถเอามาผสมกับโลชั่น ในอัตราส่วน oil 1: lotion 2 วอร์มๆให้เข้ากันก่อนเอาลงผิวได้นะคะ จะทำให้ออยล์มีความมันลดลง และยังช่วยให้ซึมผิวได้ดีขึ้นด้วยค่ะ

 

สำหรับส่วนผสมก็คือ ประกอบด้วยน้ำมันจากเมล็ดอาร์แกนออร์แกนิก 100% เลยค่ะ

 

ดูรายละเอียดกันซักหน่อยนะคะ

 

น้ำมันอาร์แกนนั้นน้ำมันจากเมล็ดของต้น Argan (Argania spinosa) ซึ่งในทาง Aromatherapy ระบุว่าน้ำมันที่มีส่วนผสมของ Argan oil มีคุณสมบัติในการลดริ้วรอย เพิ่มความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น ลดรอยแตกลาย

 

ถ้าพูดถึงการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับ Argan oil ก็มีมายาวนานพอสมควรเลยค่ะ

 

มีการศึกษาชิ้นหนึ่งได้กล่าวว่า Argan oil นั้น มีผลต่อการสร้างเม็ดสีผิวในระดับหลอดทดลองด้วยค่ะ ทำให้ได้ผลเรื่อง Whitening ด้วย (Evid Based Complement Alternat Med. 2013; 2013: 340107.)

 

การทดสอบประสิทธิภาพของ Argan oil แบบทา ในสตรีวัยทองจำนวน 60 คน เป็นเวลา 60 วัน พบว่าค่า TEWL (การระเหยของน้ำออกจากผิว) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ค่านี้สื่อว่า Barrier ผิวมีความแข็งแรงมากขึ้น และพบว่าระดับน้ำในผิวชั้นนอก หรือ Epidermis มีค่าสูงขึ้น (Prz Menopauzalny. 2014;13(5):280-8.) อีกชิ้นหนึ่งทดสอบในสตรีวัยทอง จำนวน 30 คน เป็นเวลา 60 วัน พบว่าผิวหนังมีความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้น (Clin Interv Aging. 2015;10:339-49.)

 

นอกจากนี้การศึกษาล่าสุดในช่วงต้นปีนี้ ได้พบว่า Argan oil มีผลช่วยสมานแผลในหนูทดลองที่มีแผลไหม้ได้ด้วย (Ostomy Wound Manage. 2016 Mar;62(3):26-34.)

 

โดยรวมผลจากการศึกษาดังกล่าว ก็จะสามารถสรุปได้ว่า Argan oil นั้นให้ผลด้านความชุ่มชื้น ความแข็งแรงของ Barrier ผิว การสมานแผล และ Whitening ค่ะ

 

วันนี้ไม่รู้จะให้คะแนนอย่างไรดี เพราะส่วนผสมมีแค่ Argan oil ก็เลยขอให้คะแนนในภาพรวมแทนนะคะ

 

จากคะแนนเต็ม 5 สำหรับ Argan oil ตัวนี้ มี่ขอให้ 4 ฟลาสก์ค่ะ เนื่องจากแพคเกจเป็นแบบสเปรย์ ที่ค่อนข้างกดออกยาก และเวลากดมันจะกระจายพอสมควรนะคะ

 

คะแนน argan oil

 

สุดท้ายนี้ขอบคุณทางแบรนด์ Or’agan ด้วยนะคะที่ส่งสินค้าดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามมาจนจบ

 

 

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ทางเฟสบุคของแบรนด์ Or’agan เลยนะคะ

 

https://www.facebook.com/theoraganth

 

 

 

Disclaimer: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับเป็นของขวัญจากแบรนด์ Or’agan การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและสุคนธบำบัด (Aromatherapy) และอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม น้ำมันสาระพัดประโยชน์ Or’agan Organic bath body & massage oil

สวัสดีค่ะ วันนี้มี่เอาผลิตภัณฑ์ดีๆจาก Or’agan มาฝากกันอีกแล้วค่ะ

 

คราวก่อนมี่เอาสบู่ดำมารีวิวให้ชม และทิ้งท้ายว่า หลังจากทำ Hammam เสร็จ ให้ชโลมผิวด้วยน้ำมันนวดตัวเพื่อความฟิน และครบสูตร Home spa ฉบับ Morocco

 

วันนี้เลยจะมารีวิว Body oil ของทางแบรนด์ Or’agan มาให้ชมกันต่อนะคะ ขอทบทวนเกี่ยวกับทางแบรนด์ Or’agan อีกนิดนึงค่ะ แบรนด์ Or’agan เป็นแบรนด์เครื่องสำอางธรรมชาติและออร์แกนิกแบรนด์ดังที่เป็นแบรนด์ในเครือจากบริษัท Dumoroc มีพันธกิจเกี่ยวกับการส่งออกนำเข้าสินค้าอันทรงคุณค่าจากโมรอคโค มาสู่ไทย ซึ่งสินค้าของแบรนด์หลายๆตัวเป็นตำรับโบราณจากชาวโมรอคโคค่ะ

 

กลับมาที่ตัว Body oil ที่จะมารีวิวในวันนี้นะคะ นางมีมีชื่อเต็มๆว่า Or’agan Organic bath body & massage oil ค่ะ

 

bb 1-ฟุ้ว

 

ตัวขวดเป็นฝาแบบปั๊มค่ะ สามารถกดเอาน้ำมันออกมาได้ในปริมาณพอดี ไม่กระฉอก และไม่พุ่งออกมาแรงจนเกินไป

 

bb ขวด

 

ตัวน้ำมันไม่เหลวไม่หนืดจนเกินไปค่ะ เกลี่ยได้ค่อนข้างง่ายบนผิว ถ้าแบ่งน้ำมันตามตำรา Aromatherapy เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ Light เป็นน้ำมันที่บางเบา Medium เป็นน้ำมันที่กลางๆ และ Thick เป็นน้ำมันที่หนัก สัมผัสน้ำมันนี้น่าจะอยู่กลางๆ เป็น Medium oil ค่ะ

 

 

ตัวกลิ่น ทางแบรนด์ผสมมาได้อย่างดีค่ะ จะเริ่มเปิดออกมาด้วยกลิ่นโทนดอกไม้ (Flowery) ตามมาด้วยกลิ่นสดชื่นของสมุนไพร (Herb) และปิดท้ายด้วยกลิ่นแนวหอมๆเย็นๆ สไตล์ Oriental คล้ายๆกำยาน ซึ่งจะติดทนอยู่กับผิวหลายชั่วโมงเหมือนกัน ให้ความรู้สึกสงบ ผ่อนคลาย เหมาะแก่การใช้เป็น Home spa หลังอาบน้ำ หรือ หลังทำ Hammam ด้วยสบู่ดำค่ะ

 

รูปฉลากภาษาไทยแสดงวิธีใช้ และส่วนผสม เผื่อใครสนใจค่ะ

 

bb 2

 

Oil ตัวนี้ใช้ได้ 3 รูปแบบนะคะ

 

ใช้เป็น Body oil เพิ่มความชุ่มชื้น: ง่ายๆ แค่ทาลงบนผิวหลังอาบน้ำเสร็จ

 

ใช้เป็นน้ำมันนวด หรือ Massage oil: นวดลงบนบริเวณที่ต้องการ

 

ใช้ผสมน้ำอาบ เป็น Floating bath oil: เทใส่ในอ่างอาบน้ำอุ่น แล้วลงไปแช่ซัก 20 – 30 นาที เพื่อความผ่อนคลายสบายใจ

 

ตัวนี้เนื่องจากเป็นน้ำมัน ไม่มีส่วนผสมของสาร Emulsifier เวลาเทลงอ่างจะกลายเป็นน้ำมันลอย หรือ Floating bath oil พอเราลงไปแช่ น้ำมันก็จะไปเคลือบตามผิวค่ะ เหมาะมากกับคนผิวแห้ง (แต่ก็จะล้างอ่างยากนิดนึง)  เวลาเทลงไปในอ่างน้ำอุ่น จะได้กลิ่นหอมละมุนของน้ำมันหอมระเหย ผ่อนคลาย หายเหนื่อยเลยค่ะ

 

This slideshow requires JavaScript.

 

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

 

สผส bb

 

จากส่วนผสมจะแยกเป็นกลุ่มน้ำมันพื้น หรือ Base oil กับ น้ำมันหอมระเหย ซึ่งเอาไว้แต่งกลิ่นและให้คุณสมบัติทาง Aromatherapy ค่ะ

 

กลุ่ม Base oil ก็จะมี Argan oil ซึ่งมาในลำดับแรกสุด ตามมาด้วยน้ำมันมะกอก และน้ำมันจากเมล็ดแอลมอนด์ ซึ่งน้ำมันพืชเหล่านี้ มีคุณประโยชน์ในการบำรุงผิว ทดแทนไขมันให้แก่ผิว และประกอบด้วยสารในกลุ่ม Phytosterol ที่มีผลลดการอักเสบในผิว กับวิตามินอี ที่เป็น Antioxidant ได้

 

กลุ่มน้ำมันหอมระเหย ได้แก่

  • Lavender oil มีคุณสมบัติให้ความรู้สึกผ่อนคลาย
  • Geranium oil มีคุณสมบัติให้ความรู้สึกผ่อนคลาย และให้ความสดชื่น
  • Benzoin เป็นส่วนยางของต้น Styrax benzoin ในทาง Aromatherapy ใช้ Benzoin ให้ประโยชน์เกี่ยวกับด้านผิวหนัง ในการดูแลการแพ้ การอักเสบ และผิวหนังอักเสบติดเชื้อบางชนิด และ Benzoin ให้คุณสมบัติเป็น Fixative ช่วยให้กลิ่นหอมติดทนนานขึ้น
  • Cedarwood oil เป็นน้ำมันหอมระเหยจากพืชตระกูลสนชนิดหนึ่ง มีคุณสมบัติให้ความผ่อนคลาย ในทาง Aromatherapy ใช้ cedarwood oil เพื่อควบคุมความมัน กระชับรูขุมขน ลดการอักเสบ และฆ่าเชื้อบางชนิดที่ผิวหนัง
  • Sandalwood oil น้ำมันหอมระเหยจากไม้จันทน์ ซึ่งมีราคาแพง ให้ความผ่อนคลายเช่นเดียวกัน

 

 

 

มาให้คะแนนกันซักหน่อยนะคะ

 

  1. ส่วนผสม: เป็นส่วนผสมของน้ำมันจากธรรมชาติทั้งหมด ปราศจาก Mineral oil, Silicone และสารในกลุ่ม Fatty ester ที่มักพบในน้ำมันนวดตัวหลายๆแบรนด์ จึงให้ผลในการบำรุงผิวและทดแทนไขมันให้แก่ผิว เสริมมาด้วยน้ำมันหอมระเหยที่ให้คุณสมบัติผ่อนคลายเป็นหลัก จึงเหมาะกับการใช้เป็น Home spa เพื่อความผ่อนคลายในวันหยุด แต่ส่วนที่น่าสนใจคือ การไม่ได้ใช้วิตามินอี หรือสาร Antioxidant ตัวอื่นเป็นองค์ประกอบ และใช้ภาชนะพลาสติกซึ่งอากาศผ่านเข้าออกได้อย่างอิสระ ส่วนตัวมี่คิดว่าน่าจะไม่ค่อยเหมาะกับอากาศบ้านเรานักค่ะ จุดนี้เลยขอให้ 4 ฟลาสก์ค่ะ
  2. การใช้งาน: ส่วนตัวมี่ได้ลองใช้ทั้ง 3 รูปแบบ คือ ทาผิวเป็น Body oil หลังอาบน้ำเสร็จ ใช้นวดหลังขัดผิวด้วยสบู่ดำกับถุงมือกีซ และใช้แช่อ่าง มี่ค่อนข้างชอบนะคะ เพราะตัวออยล์ มีความนุ่มเกลี่ยได้ง่าย มีกลิ่นหอมช่วยให้หายเหนื่อย จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์ค่ะ

 

คะแนน oragan

 

สุดท้ายนี้ขอบคุณทางแบรนด์ Or’agan ด้วยนะคะที่ส่งสินค้าดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามมาจนจบ

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ทางเฟสบุคของแบรนด์ Or’agan เลยนะคะ

https://www.facebook.com/theoraganth

 

Disclaimer: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับเป็นของขวัญจากแบรนด์ Or’agan การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและสุคนธบำบัด (Aromatherapy) และอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม พร้อมสูตร DIY Argan oil บริสุทธิ์ ของ Physicians formula

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม พร้อมสูตร DIY Argan oil บริสุทธิ์ ของ Physicians formula

วันนี้มี่เอาน้ำมันบำรุงผิวมารีวิว และแชร์สูตร DIY ค่ะ

เป็น Argan oil บริสุทธิ์ จากแบรนด์ Physicians Formula นั่นเองค่ะ Oil ตัวนี้ Made in Morocco นะคะ มาจากแหล่งกำเนิดของ Argan oil กันเลยทีเดียว

มาดูหน้าตากันซักนิดนึงนะคะ

ao 1

ตัวแพคเกจ เป็นขวดแก้ว มีหลอดหยด Design มาในรูปแบบที่ดู Exotic ดูหรูหรา มีความเป็นศิลปะอยู่ อารมณ์มี่คิดว่ามันเป็นแนวอาหรับ ได้อยู่ ลองไป Google ดู เกี่ยวกับ Morocco ก็เห็นศิลปะของเขามาในแนวนี้เช่นกัน

ที่ด้านหลังกล่องก็จะมีการ Claim เรื่อง Multi-tasking, 100% pure argan oil, Hypoallergenic, Fragrance Free, Gluten Free, Paraben Free และ Dermatologist Tested

pf claim

เอารูปมาให้ดูซักหน่อย

ao 2

เนื้อออยล์เป็นออยล์ค่อนข้างเหลว สัมผัสบางเบา เกลี่ยง่าย มีกลิ่นออยล์จางๆค่ะ

ao 3

ao tex.jpg

การซึมของออยล์นั้นอยู่ในระดับกลางๆค่ะ ไม่ได้ไวมาก แต่ก็ไม่ได้ช้ามากเกินไป

สำหรับส่วนผสมนั้น ประกอบด้วย Argan oil 100% ค่ะ

กล่าวถึงซักนิดนึงเนอะ

Argan oil เป็นน้ำมันที่ได้จาก Argan ที่พบมากในแถบ Morocco ค่ะ ในน้ำมันประกอบด้วยกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวเป็นหลัก มีกรดไขมัน Linoleic acid อยู่ ราวๆ 30% และมีสารในกลุ่ม Phytosterol ที่มีผลลดการอักเสบในผิวได้ และมีวิตามินอีอยู่ค่อนข้างสูงค่ะ

การทดสอบในกลุ่มสตรีวัยทองที่ทา Argan oil พบว่า มีผลช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น (Prz Menopauzalny. 2014;13(5):280-8.) และความยืดหยุ่นของผิวหนังได้ด้วยค่ะ (Clin Interv Aging. 2015;10:339-49.)

 

ออยล์นี้ทางแบรนด์ Claim เรื่อง Multi-tasking นะคะ เรียกเป็นภาษาไทยๆสวยๆว่า สารพัดประโยชน์

นางทำอะไรได้บ้าง ต้องพิสูจน์ค่ะ มาลองดูกันดีกว่าค่ะ

1. ทาผิวโดยตรง เป็น Skincare oil ให้ผลทดแทนไขมันให้แก่ผิวค่ะ

 

2. ผสมกับ Moisturizerรูปแบบโลชั่น หรือครีมที่ชอบ ก่อนทาลงผิว เพื่อทดแทนไขมันให้แก่ผิว

 

สามารถผสมกันได้ตามชอบนะคะ ตั้งแต่ Oil 1 ส่วน Lotion 1 ส่วน ไปเรื่อยๆส่วนตัวมี่ชอบที่สัดส่วน Oil 1ต่อ Lotion 3 ส่วนค่ะ

 

จะผสมกันบนหลังมือ ก่อนเอานิ้วป้ายไปละเลงบนหน้าหรือจะผสมที่ฝ่ามือ แล้ว warm ก่อนกดลงบนหน้าก็ได้ค่ะ

ao mix.jpg

3. ผสมกับรองพื้นในอัตราส่วน Oil 1 ส่วนต่อ รองพื้น 2 ส่วน ปรับได้ตามชอบนะคะ 

ส่วนตัวมี่แนะนำรองพื้นที่เป็นเนื้อครีม หรือเนื้อไม่เหลวมากเกินไปจะกำลังดีเลยค่ะ

ao foundation

ผสมเสร็จแล้วละเลงบนหน้าได้เลยค่ะจะได้ความฉ่ำวาวและชุ่มชื้นเพิ่มขึ้น

ao found look

4. ทำ DIY สนุกๆ 

ส่วนตัวมี่ชอบทำสครับค่ะโดยสิ่งที่เราต้องเตรียมก็จะมี

  • ชามสำหรับผสม และช้อน/ส้อม
  • น้ำตาล
  • Argan oil ของ Physiciansformula
  • ผงสมุนไพรตามชอบของมี่เลือกใช้ผงว่านนางคำค่ะ ซื้อจากร้านสมุนไพร ไม่แน่ใจว่ากรุงเทพซื้อไหนร้านเจ้ากรมเป๋อ จะมีไหมนะคะ แต่ถ้าเป็นเชียงใหม่ ร้าน E.A.R. สมุนไพรที่กาดหลวงมีค่ะ
  • โลชั่นที่ใช้ทุกวัน

 

ao 13

น้ำตาลถ้าขัดแล้วรู้สึกว่ามันหยาบมากไป จะเอาไปปั่นก่อน หรือใช้น้ำตาลไอซิ่งแทนนะคะ เหมาะกับการขัดหน้าค่ะ ถ้าอยากขัดตัวใช้เกลือก็ได้ค่ะ แต่เกลือไม่น่าเอามาขัดหน้าเท่าไหร่ค่ะ

  1. ใส่น้ำตาลลงไปในชามก่อนค่ะ
  2. ตามด้วย ใส่ผงสมุนไพรที่ชอบลงไป นิดหน่อยพอประมาณ
    ถ้าจะขัดตัว ใส่ผงพริกไทยลงไป จะได้ความรู้สึกอุ่นๆ ใช้เป็น Home spa สำหรับกระชับสัดส่วน ลดเซลลูไลท์ได้ด้วยหล่ะ
  3. เอาส้อมคลุกๆให้สมุนไพรกระจายตัวในน้ำตาล
  4. ใส่น้ำมัน Argan ลงไป 1 – 2 หลอดหยด
  5. ใส่น้ำผึ้งลงไป 1 ช้อน
  6. คลุกผสมให้เข้ากันค่ะ
  7. จากนั้นเทโลชั่นที่ชอบลงไปพอประมาณนะคะ กะเอา ให้ได้เนื้อขลุกขลิกพอดี
  8. คนผสมกันเป็นอันเสร็จพิธี

 

This slideshow requires JavaScript.

 

ขัดวนไปค่ะ

This slideshow requires JavaScript.

สาเหตุที่มี่ใช้โลชั่นผสมด้วยก็เพราะว่า มันจะทำให้เราล้างออกได้ง่ายขึ้นค่ะ

 

ลองสครับกันดูนะคะ อย่าสครับบ่อย ซักอาทิตย์ละครั้งก็พอค่ะ

พบกันใหม่โอกาสถัดไป สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ

Disclaimer: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตัวเอง

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมมอยส์เจอไรเซอร์น้ำมัน Argan ในรูปแบบน้ำนม จาก Amira pure argan milk

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมมอยส์เจอไรเซอร์น้ำมัน Argan ในรูปแบบน้ำนม จาก Amira pure argan milk

 

วันนี้มี่เอา Argan milk จากแบรนด์ Amira มารีวิวให้ชมกันค่ะ

คราวก่อนมี่ได้รีวิว Argan oil ของแบรนด์ ซึ่งเป็นสูตรผสมวิตามินซีไว้ ท่านที่สนใจลองกลับไปอ่านได้นะคะ

(http://pantip.com/topic/34327947)

ทางแบรนด์ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ Argan milk ซึ่งยังมีส่วนผสมของ Argan oil อยู่ และเสริมด้วยไขมันและน้ำมันจากพืชอีกหลายชนิด และมีสัมผัสที่บางเบามาก ใช้ง่าย เอามาผสมกับ Oil ก่อนวอร์มและทาก็ดีค่ะ

มาดูหน้าตาซักหน่อยนะคะ

amira 1

กล่องเป็นแบบเลื่อน ดูเก๋ไก๋ดีค่ะ

amira 2

ตัว Milk เป็นเนื้อน้ำนม สีขาว กลิ่นหอมจางๆ

amira 3

amira 4

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ซึมผิวได้ไว ให้ความชุ่มชื้นได้ดีและยาวนานค่ะ

amira 5

มาวัด pH กันซักหน่อยนะคะ

amira 7

เป็นกลางอยู่ที่ 7 ค่ะ

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

สผส

มี่ได้ทำแถบสีไว้ให้นะคะ สีน้ำตาลคือ น้ำมันและไขมันจากพืช สีเขียวคือสารเติมน้ำ และสีน้ำเงินคือสารบำรุงอื่นๆ

จากส่วนผสมตรงนี้ เน้นไปที่เรื่องของการเป็น moisturizer ที่ช่วยเติมน้ำและไขมันให้ผิวได้ในเวลาเดียวกัน
ส่วนผสมที่ประกอบด้วย Phytosterol ในน้ำมันจากพืช จะช่วยลดการอักเสบในผิว ช่วยให้ผิวแข็งแรง เสริมสร้าง Barrier ผิวไว้ต้านมลภาวะได้อีกต่อค่ะ

โดยตัวเติมน้ำจะเป็นสารกลุ่ม Glycol 2 ตัว คือ Butylene glycol และ Propylene glycol กับ Panthenol หรือ โปรวิตามินบี 5 ซึ่งตัวนี้ต้องขยายค่ะ

โปรวิตามินบี 5 นั้น มีคุณสมบัติเป็นสารเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว โดยตัวมันเองสามารถซึมเข้าสู่ผิวและเปลี่ยนเป็นวิตามินบี 5 ทำหน้าที่ดูดน้ำเข้ามาเก็บไว้กับตัวเอง และยังมีคุณสมบัติอื่นๆ เช่น ลดการอักเสบ เพิ่มการแบ่งตัวของเซลล์ผิว ช่วยเรื่องการสมานแผล และลดริ้วรอย ซึ่งคุณสมบัติในการเป็น Moisturizer ของ Panthenol มีรายงานตีพิมพ์รองรับ คือ สามารถช่วยเพิ่มความสมบูรณ์ของผิวหนัง ช่วยลดการระเหยของน้ำออกจากผิว รักษาความชุ่มชื้นให้ผิวได้ (J Cosmet Sci. 2011; 62(4):361-70.) ทางแบรนด์เลือกใช้ชนิด D-panthenol ซึ่งมีคุณสมบัติลดการอักเสบในผิวได้ดี (Acta Pol Pharm. 2004;61(6):433-7.)

ส่วนของการเติมไขมันให้ผิว จะเป็นกลุ่มของน้ำมันจากพืช ได้แก่
– Argan oil (Argan spinosa kernel oil) เป็นน้ำมันที่ได้จากเมล็ดของต้น Argan ในทาง Aromatherapy ระบุว่าน้ำมันนวดตัวที่ใช้ หรือมีส่วนผสมของ Argan oil มีคุณสมบัติในการลดริ้วรอย เพิ่มความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น ลดรอยแตกลาย มีงานวิจัยอยู่หลายฉบับที่ทดสอบประสิทธิภาพของ Argan oil ยกตัวอย่างเช่น การทดสอบประสิทธิภาพของ Argan oil แบบทา ในสตรีวัยทองจำนวน 60 คน เป็นเวลา 60 วัน พบว่าค่า TEWL (การระเหยของน้ำออกจากผิว) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ค่านี้สื่อว่า Barrier ผิวมีความแข็งแรงมากขึ้น และพบว่าระดับน้ำในผิวชั้นนอก หรือ Epidermis มีค่าสูงขึ้น (Prz Menopauzalny. 2014;13(5):280-8.) อีกชิ้นหนึ่งทดสอบในสตรีวัยทอง จำนวน 30 คน เป็นเวลา 60 วัน พบว่าผิวหนังมีความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้น (Clin Interv Aging. 2015;10:339-49.)
– Cocoa butter (Theobroma cacao seed butter) เป็นไขมันที่ได้จากเนื้อของผลโกโก้ มีจุดหลอมเหลวใกล้เคียงกับผิว จึงหลอมละลายบนผิวและดูดซึมเข้าผิวง่าย
– Sweet almond oil (Prunus amygdalus dulcis oil) น้ำมันจากเมล็ดแอลมอนด์ และ Avocado oil (Persea gratissima oil) น้ำมันจากผลอโวคาโด อุดมด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัว ให้ผลทดแทนไขมันในผิวหนัง
– Grape seed oil (Vitis vinifera seed oil) น้ำมันสกัดจากเมล็ดองุ่น อุดมด้วยกรดไขมัน Linoleic acid ที่ให้ผลลดการอักเสบในผิว ลดการอุดตัน และเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของ ceramide 1 ในผิว
– Shea butter เป็นไขมันที่มีองค์ประกอบของ Phytosterol ที่ให้ผลลดการอักเสบในผิวหนังได้ดี และมีไขมันที่เคลือบผิวปกป้องกันน้ำระเหยออกจากผิว

ยังมีส่วนผสมของสารบำรุงอีก 2 ตัว คือ
– Aloe barbadensis leaf extract คือ สารสกัดจากว่านหางจรเข้ ให้ผลเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบ และให้ผลด้านผิวขาวได้ด้วย
– Allantoin ลดการอักเสบในผิว และช่วยป้องกันการแพ้

ทางแบรนด์ Claim ว่า ในส่วนของ Perfume นั้นใช้ น้ำมันหอมระเหยของดอกคาโมมายล์ (Chamomile oil) เป็นตัวแต่งกลิ่นนะคะ

มาให้คะแนนกัน

เนื่องจากวันนี้ส่วนผสมค่อนข้างน้อย เลยขอแบ่งคะแนนเป็น 2 ข้อ คือ คะแนนส่วนผสม กับ คะแนนการใช้งาน

1. ส่วนผสม เป็น Moisturizer ที่มีส่วนผสมของน้ำมันธรรมชาติและไขมันจากพืชหลายชนิด ให้ผลทดแทนไขมันธรรมชาติในผิว มีส่วนประกอบของกรดไขมัน Linoleic acid ที่เป็นองค์ประกอบของ Ceramide 1 ทำให้ Barrier ผิวแข็งแรง และมีส่วนของสารเติมน้ำให้ผิว และสารลดการอักเสบในผิวอยู่ด้วย ส่วนผสมอื่นๆไม่ได้มีตัวไหนที่มีพิษมีภัยอะไรกับผิว เลยขอให้ 5 ฟลาสก์
2. การใช้งาน ตัว Milk ค่อนข้างบางเบา ดูดซึมไว ไม่เหนอะหนะ มีกลิ่นหอมจางๆ สามารถเอามาผสมกับน้ำมัน Argan oil Amira วอร์มบนมือ และทาลงบนใบหน้าได้ง่าย ให้ผลเพิ่มความชุ่มชื้นได้ดี ขอให้ 5 ฟลาสก์ เช่นกัน
คะแนน

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่เฟสบุคของทางแบรนด์ Amira Skincare (https://www.facebook.com/amiraarganoil) ได้เลยนะคะ

 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Amira ด้วยค่ะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้

 

ขอบคุณที่ติดตามมาจนจบค่ะ

Disclaimer/Conflict of interest: ผลิตภัณฑ์ได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์ Amira

 

[Full Review] Amira 97% organic argan plus c+

[Full Review] Amira 97% organic argan plus c+

วันนี้มี่แวะเอารีวิวน้ำมัน Argan oil บำรุงผิวมาให้ชมกันค่ะ

เรียกได้ว่าช่วงนี้กระแสการใช้น้ำมันเพื่อบำรุงผิวนี่กำลังมาเลย สังเกตได้จากหลายๆแบรนด์ เริ่มกลับมาใช้น้ำมัน และออกเครื่องสำอางในไลน์ที่เป็นน้ำมันออกมามากขึ้น

เพราะอะไร ทำไมเราถึงต้องใช้น้ำมัน และคนผิวมันใช้น้ำมันอีกจะไม่อุดตัน ไม่มันเยิ้มไปกว่าเดิมอีกหรือ วันนี้มีคำตอบให้ค่ะ

ถ้าพูดถึงน้ำมัน ต้องบอกเลยว่า ผิวเรามีน้ำมันในชั้นผิว กับ น้ำมันที่ต่อมไขมันสร้างออกมา นั้นจะเคลือบอยู่นอกผิว เราเรียกว่า Sebum ค่ะ จะเป็นคนละตัวกัน และองค์ประกอบทางเคมีของไขมันในชั้นผิว กับ Sebum ก็จะต่างกัน

ขอพูดถึงในผิวก่อนนะคะ ปกติในผิวของเรานี่จะมีทั้งส่วนของน้ำและไขมัน ส่วนของไขมันก็จะเรียงตัวกันเป็นโครงสร้างผลึกสองชั้น ทำหน้าที่เป็น Barrier ให้ผิว ช่วยให้ผิวแข็งแรงค่ะ ส่วนประกอบของไขมันในชั้นผิวนี้จะมี Ceramide, Cholesterol และก็กรดไขมันค่ะ โดยกรดไขมันที่สำคัญที่สุดที่จะช่วยให้ Barrier ผิวแข็งแรงก็คือ Linoleic acid ค่ะ

Linoleic acid เป็นกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายสร้างขึ้นไม่ได้ ต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น แต่ว่าถ้าเรากิน เพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่จะไปถึงผิว การทาลงไปในผิวโดยตรงเลย จะให้ผลดีและไวกว่าค่ะ

มีน้ำมันพืชหลายๆชนิดที่มี Linoleic acid เป็นองค์ประกอบอยู่เยอะ หนึ่งในนั้นก็คือ Argan oil ค่ะ เจ้าArgan oil นี่เป็นที่กล่าวขวัญกันมาก เพราะต้น Argan นี้ขึ้นในประเทศ Morocco ที่แห้งแล้ง แต่ตัวมันกลับเจริญเติบโตสมบูรณ์ ออกดอกออกผลได้ ชาวบ้านเห็นก็เลยเอามาบำรุงผิวกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ แล้วก็เหมือนจะให้ผลดีด้วยหล่ะ พอกระแสเริ่มมา Argan oil จากชาวบ้านใน Morocco ก็ขายดิบขายดีกันเป็นเทน้ำเทท่าใหญ่เลย

Argan oil ที่มี่หยิบมารีวิววันนี้เป็น 97% organic argan plus c+ จากแบรนด์ Amira ที่ใช้วัตถุดิบน้ำมันจากพื้นป่าอาร์แกนที่ขึ้นเองตามธรรมชาติในประเทศ Morocco ที่องค์การยูเนสโกยกให้เป็นพื้นป่ามรดกโลก ไม่ใช้ยาและปุ๋ยเคมี สกัดแบบเย็นค่ะ (สกัดแบบเย็นคือ หรือ Cold-pressed คือการบีบเอาน้ำมันออกมาโดยไม่ใช้ความร้อน ทำให้สารมีประโยชน์ต่างๆไม่สลายตัวไปค่ะ) เดิมทีทางแบรนด์มี 100% pure&organic argan oilอยู่ค่ะ อันนี้เหมือนเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่ ผสมวิตามินซี กับ Cymen-5-ol ลงมาอีกด้วย เพื่อให้คุณสมบัติเรื่อง Antioxidant และ Anti-acne ค่ะ มาดูโฉมหน้าของผลิตภัณฑ์วันนี้กันดีกว่าค่ะ

ตัวน้ำมันมาในขวดแก้วสีชา มีฝาปั๊ม บรรจุ 30 ml ค่ะ

IMG_0899-re

เนื้อเป็นน้ำมันหนืดเล็กน้อย สีอมเหลืองนิดๆ กลิ่นคล้ายๆเมล็ดทานตะวันอบ เกลี่ยค่อนข้างง่ายค่ะ แค่จะพยายามให้มันเป็นหยดสวยๆบนมือ ยังยากเลย

IMG_0900-re

ตอนแรกหลังเกลี่ยก็จะมันหน่อยๆนะคะ แต่พอทิ้งไว้ซัก 10 นาที ก็จะซึมจนหมด และก็หายมันค่ะ

เปิดแฟลชให้ดูความวาวค่ะ

afterfeel

ส่วนตัวมี่เคยใช้น้ำมันมาหลายยี่ห้อนะคะ ตัวนึงที่เป็นลูกรักเลยก็คือของแบรนด์ N (ขออนุญาต เซนเซอร์แบรนด์นะคะ เพราะจะเอามาเทียบกันกับอันนี้ มี่ว่าถ้าใครเคยอ่านกระทู้เก่าๆของมี่ น่าจะเคยเห็นอยู่ค่ะ ว่าคืออันไหน)

ของแบรนด์ Amira นี่เค้าจะเนื้อข้นกว่า แต่ว่าเกลี่ยได้ง่ายกว่า และให้สัมผัสที่ดีกว่าแบรนด์ N ที่มี่เคยใช้ค่ะ

IMG_1882-re

ให้ดูสีสันของน้ำมันค่ะ

IMG_1883-re

สีของแบรนด์ Amira จะออกเหลืองกว่านิดนึงค่ะ

ก่อนไปดูส่วนผสมอยากแชร์วิธีใช้ออยล์แบบฟินๆให้ คือ เอาโลชั่นที่ใช้อยู่ ผสมกันกับออยล์ในอัตราส่วน 2:1 แล้วใช้นิ้วเกลี่ยให้เข้ากัน ก่อนเอาไปลงหน้าค่ะ แนะนำให้ทำบนหลังมือนะคะ (ไม่มีเหตุผลเป็นพิเศษ แต่รู้สึกว่าทำบนหลังมือ แล้วมันเข้ากันได้ดีกว่าค่ะ)

application

ถึงเวลาวิเคราะห์ส่วนผสมแล้วค่ะ

ส่วนผสม:
Organic Argan Oil (97%), Ascorbyl Tetraisopalmitate, o-Cymen-5-ol

ส่วนผสมค่อนข้างเรียบง่ายนะคะ ด้วยความเรียบง่ายนี้ก็เลยทำให้โอกาสเกิดการแพ้/ระคายเคืองน้อยลงไปด้วย

มาดูส่วนผสมทีละตัวดีกว่าค่ะ

1. Argan oil เป็นน้ำมันที่ได้จากเมล็ดของต้น Argan ในทาง Aromatherapy ระบุว่าน้ำมันนวดตัวที่ใช้ หรือมีส่วนผสมของ Argan oil มีคุณสมบัติในการลดริ้วรอย เพิ่มความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น ลดรอยแตกลาย มีงานวิจัยอยู่หลายฉบับที่ทดสอบประสิทธิภาพของ Argan oil ยกตัวอย่างเช่น การทดสอบประสิทธิภาพของ Argan oil แบบทา ในสตรีวัยทองจำนวน 60 คน เป็นเวลา 60 วัน พบว่าค่า TEWL (การระเหยของน้ำออกจากผิว) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ค่านี้สื่อว่า Barrier ผิวมีความแข็งแรงมากขึ้น และพบว่าระดับน้ำในผิวชั้นนอก หรือ Epidermis มีค่าสูงขึ้น (Prz Menopauzalny. 2014;13(5):280-8.) อีกชิ้นหนึ่งทดสอบในสตรีวัยทอง จำนวน 30 คน เป็นเวลา 60 วัน พบว่าผิวหนังมีความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้น (Clin Interv Aging. 2015;10:339-49.)

2. Ascorbyl tetraisopalmitate เป็นอนุพันธ์ของวิตามินซี ที่ละลายได้ในน้ำมัน ปกติวิตามินซีมีบทบาทเรื่อง Antioxidant ช่วยชะลอวัย เป็นองค์ประกอบในการสังเคราะห์คอลลาเจน ช่วยลดริ้วรอย และขัดขวางการสร้างเม็ดสีผิว จึงช่วยให้ผิวขาวขึ้น

3. o-Cymen-5-ol ตัวนี้เป็นสารกลุ่ม Terpenes พบในน้ำมันหอมระเหยจากพืชหลายๆชนิด มีรายงานการวิจัยสนับสนุนถึงคุณสมบัติระงับเชื้อราและแบคทีเรียบางชนิด (Int Dent J. 2011;61 Suppl 3:33-40.)

ถ้าพูดถึงเรื่องสิว หลายๆคนอาจจะคิดว่า เป็นน้ำมัน จะดูแลสิวได้ยังไง เราคุยกันแบบวิทย์ๆเลยค่ะ มีงานวิจัยค้นพบว่าการทา Linoleic acid ทำให้สิวอุดตันมีขนาดเล็กลง (Clin Exp Dermatol. 1998;23(2):56-8.) เมื่อในส่วนผสมมีทั้งตัวฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และตัวละลายสิวอุดตัน ดังนั้นก็น่าจะให้ผลครบถ้วนค่ะ

พอเราอิงจากข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์เราจะเห็นได้ว่าน้ำมันขวดนี้ให้ผลเรื่อง ผิวแข็งแรง ผิวชุ่มชิ้น ผิวขาว และเรื่องสิวด้วยค่ะ

สุดท้ายนี้ก็ถึงเวลาให้คะแนนค่ะ

เนื่องจากส่วนผสมมีแค่ 3 ชนิด เลยขอให้คะแนนส่วนผสมในภาพรวม และคะแนนการใช้งานนะคะ

1. ส่วนผสม เป็นน้ำมัน Argan oil ที่มีการเสริมวิตามินซี กับสาร o-Cymen-5-ol เข้ามา ทำให้ได้สรรพคุณเรื่อง ผิวแข็งแรง ผิวชุ่มชิ้น ผิวขาว และเรื่องสิว ที่เพิ่มเติมขึ้นมา ถ้าเทียบกับน้ำมันที่มีแค่น้ำมันก็ต้องเหนือกว่าแน่นอน จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์

2. คะแนนการใช้งาน ตัวนี้ไม่มีกลิ่นหอมสังเคราะห์ มีกลิ่นคล้ายๆเมล็ดทานตะวันอบ เกลี่ยค่อนข้างง่าย ใช้แล้วผิวหน้าค่อยๆนุ่มขึ้น และความมันส่วนเกินก็ดูเหมือนจะลดลง แต่ขอตินิดเดียว ตรงที่ปั๊ม เพราะปั๊มแล้วออกมาค่อนข้างแรงไปนิดนึงค่ะ จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์

คะแนน

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่เฟสบุคของทางแบรนด์ Amira Skincare (https://www.facebook.com/amiraarganoil) ได้เลยนะคะ

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Amira ด้วยค่ะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้

Disclaimer/Conflict of interest: ผลิตภัณฑ์ได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์ Amira