Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมน้ำมัน Argan ออร์แกนิก Or’agan 100% Organic argan oil moisturizer

สวัสดีค่ะ เรามาต่อกันกับผลิตภัณฑ์ดีๆจากแบรนด์ Or’agan กันนะคะ สำหรับผลิตภัณฑ์จาก Or’agan ที่มีได้มา มีทั้งหมด 4 ชิ้น เริ่มจาก Black soap หรือ สบู่ดำ ตามด้วยน้ำมันสารพัดประโยชน์ Bath body massage oil และ Ghassoul Clay วันนี้มาทิ้งทวนด้วย 100% Organic argan oil moisturizer ค่ะ

 

ว่าแล้วเราก็มาดูหน้าตาของผลิตภัณฑ์กันดีกว่าค่ะ

 

oil 1.jpg

 

ตัวผลิตภัณฑ์จะมาในขวดแก้วที่มีรูปทรงเป็นเอกลักษณ์นะคะ ขวดที่มี่ได้มาเป็น Size 10 ml ที่อยู่ในเซ็ตของขวัญของทางแบรนด์ ตัวฝาจะเป็นฝาแบบสเปรย์ค่ะ

 

ที่ด้านหลังกล่องจะมีคำ Claim ดังภาพค่ะ

 

oil 2

 

เป็นเกี่ยวกับเรื่องวัตถุดิบว่าเป็นการสกัดเย็นจากเมล็ดอาร์แกนออร์แกนิก และเป็นการสกัดครั้งแรก รวมทั้งได้รับตรา Ecocert ซึ่ง ตรานี้ไม่ได้ได้มาง่ายนะคะ มีระบบระเบียนและข้อกำหนด หรือ Requirement ที่เยอะเหมือนกันค่ะ

 

มาดูเนื้อสัมผัสกันบ้างค่ะ

 

oil 3

 

เนื้อ oil มีความหนืดอยู่ค่อนข้างน้อยค่ะ มีกลิ่นเฉพาะตัว คล้ายถั่ว ไหลได้อย่างอิสระ ทำให้เกลี่ยได้ง่าย มีสัมผัสที่ค่อนข้างบางเบา ถ้าวัดตามหลักทาง Aromatherapy ซึ่งแบ่ง oil เป็น 3 แบบ คือ Light oil, Medium oil และ Thick oil ตัวนี้น่าจะอยู่ในเกณฑ์ Light-to-Medium ค่ะ

 

การดูดซึมนั้นใช้เวลาพอสมควรค่ะ

 

oil 4

 

ใครที่ไม่ชอบความเหนอะหนะของ oil มี่แนะนำว่า สามารถเอามาผสมกับโลชั่น ในอัตราส่วน oil 1: lotion 2 วอร์มๆให้เข้ากันก่อนเอาลงผิวได้นะคะ จะทำให้ออยล์มีความมันลดลง และยังช่วยให้ซึมผิวได้ดีขึ้นด้วยค่ะ

 

สำหรับส่วนผสมก็คือ ประกอบด้วยน้ำมันจากเมล็ดอาร์แกนออร์แกนิก 100% เลยค่ะ

 

ดูรายละเอียดกันซักหน่อยนะคะ

 

น้ำมันอาร์แกนนั้นน้ำมันจากเมล็ดของต้น Argan (Argania spinosa) ซึ่งในทาง Aromatherapy ระบุว่าน้ำมันที่มีส่วนผสมของ Argan oil มีคุณสมบัติในการลดริ้วรอย เพิ่มความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น ลดรอยแตกลาย

 

ถ้าพูดถึงการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับ Argan oil ก็มีมายาวนานพอสมควรเลยค่ะ

 

มีการศึกษาชิ้นหนึ่งได้กล่าวว่า Argan oil นั้น มีผลต่อการสร้างเม็ดสีผิวในระดับหลอดทดลองด้วยค่ะ ทำให้ได้ผลเรื่อง Whitening ด้วย (Evid Based Complement Alternat Med. 2013; 2013: 340107.)

 

การทดสอบประสิทธิภาพของ Argan oil แบบทา ในสตรีวัยทองจำนวน 60 คน เป็นเวลา 60 วัน พบว่าค่า TEWL (การระเหยของน้ำออกจากผิว) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ค่านี้สื่อว่า Barrier ผิวมีความแข็งแรงมากขึ้น และพบว่าระดับน้ำในผิวชั้นนอก หรือ Epidermis มีค่าสูงขึ้น (Prz Menopauzalny. 2014;13(5):280-8.) อีกชิ้นหนึ่งทดสอบในสตรีวัยทอง จำนวน 30 คน เป็นเวลา 60 วัน พบว่าผิวหนังมีความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้น (Clin Interv Aging. 2015;10:339-49.)

 

นอกจากนี้การศึกษาล่าสุดในช่วงต้นปีนี้ ได้พบว่า Argan oil มีผลช่วยสมานแผลในหนูทดลองที่มีแผลไหม้ได้ด้วย (Ostomy Wound Manage. 2016 Mar;62(3):26-34.)

 

โดยรวมผลจากการศึกษาดังกล่าว ก็จะสามารถสรุปได้ว่า Argan oil นั้นให้ผลด้านความชุ่มชื้น ความแข็งแรงของ Barrier ผิว การสมานแผล และ Whitening ค่ะ

 

วันนี้ไม่รู้จะให้คะแนนอย่างไรดี เพราะส่วนผสมมีแค่ Argan oil ก็เลยขอให้คะแนนในภาพรวมแทนนะคะ

 

จากคะแนนเต็ม 5 สำหรับ Argan oil ตัวนี้ มี่ขอให้ 4 ฟลาสก์ค่ะ เนื่องจากแพคเกจเป็นแบบสเปรย์ ที่ค่อนข้างกดออกยาก และเวลากดมันจะกระจายพอสมควรนะคะ

 

คะแนน argan oil

 

สุดท้ายนี้ขอบคุณทางแบรนด์ Or’agan ด้วยนะคะที่ส่งสินค้าดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามมาจนจบ

 

 

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ทางเฟสบุคของแบรนด์ Or’agan เลยนะคะ

 

https://www.facebook.com/theoraganth

 

 

 

Disclaimer: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับเป็นของขวัญจากแบรนด์ Or’agan การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและสุคนธบำบัด (Aromatherapy) และอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมโคลนลาวาโมร็อคโค Or’agan Ghaussoul clay with 7 plants extract

สวัสดีค่ะ เรามาต่อกันกับผลิตภัณฑ์ดีๆจากแบรนด์ Or’agan กันนะคะ สำหรับผลิตภัณฑ์จาก Or’agan ที่มีได้มา มีทั้งหมด 4 ชิ้น เริ่มจาก Black soap หรือ สบู่ดำ ตามด้วยน้ำมันสารพัดประโยชน์ Bath body massage oil วันนี้ มี่นำเอา Ghassoul Clay ของแบรนด์ Or’agan มารีวิวให้ชมกันค่ะ ก่อนจะทิ้งท้ายไปด้วย 100% Organic argan oil moisturizer ในสัปดาห์ต่อไปนะคะ

 

Ghassoul clay ถึงจะเขียนเป็นตัว G แต่เวลาอ่านจะเป็นเสียง ตัว R ว่า ราสซูล นะคะ โคลนตัวนี้ว่ากันว่าเป็นโคลนธรรมชาติที่ขุดได้ในแถบแอฟริกาตอนเหนือ บางที่ก็จะ Claim ว่าเป็นโคลนลาวาค่ะ ซึ่งส่วนผสมของโคลนนี้จะประกอบด้วยแร่ธาตุที่มีประโยชน์กับผิวหนังมากมายหลายชนิด ซึ่งชนิดที่พบมากก็คงจะเป็น silica, iron, magnesium, potassium, sodium และ lithium ค่ะ

 

ว่าแล้วเราก็มาดูหน้าตาของผลิตภัณฑ์กันดีกว่าค่ะ

 

GSC 1

 

Clay ของ Or’agan จะมาในกระปุกพลาสติกอย่างหนา บรรจุ 150 กรัมค่ะ

 

 

ข้างในเวลาเราแกะครั้งแรกเขาจะ Seal ไว้ด้วยฟอยล์อลูมิเนียมอีกชั้นค่ะ

 

ตัว Clay จะมาเป็นลักษณะแผ่นๆ มีกลิ่นหอมของสมุนไพรผสมดอกไม้และกลิ่นแนวซิตรัส ที่ให้ความรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลาย

 

GSC 2

 

ข้อดีของการทำมาในรูปแบบแห้งก็คือ นอกจากผลิตภัณฑ์จะไม่แห้งแข็งระหว่างการเก็บรักษาเหมือนพวก Clay เปียกทั่วไปที่เราเก็บไว้นานๆน้ำจะระเหยออก Clay จะแข็งควักไม่ออก และก็ยังจะมีส่วนช่วยเรื่องของการปนเปื้อนเชิ้อจุลินทรีย์ได้ค่ะ

 

วิธีใช้คือ เอา Clay มาผสมน้ำ ในอัตราส่วน Clay 1 น้ำ 2 ค่ะ ผสมสด ใช้สดเลยนะคะ อย่าไปผสมเก็บไว้ จากนั้นก็เอาไปพอกค่ะ ตัวนี้พอกหน้าก็ได้ พอกตัวก็ได้ หรือจะทำเป็นโคลนหมักผมก็ได้ (ถ้าจะหมักผม ก็ผสมให้เหลวหน่อยค่ะ)

 

ลองผสมให้ดูค่ะ

 

เริ่มจากเอาแผ่น Clay ใส่ลงไปในถ้วย แล้วเติมน้ำลงไป จากนั้นก็คนๆให้ละลายค่ะ มีความสนุก มีความ DIY หลายๆคนน่าจะชอบค่ะ

 

This slideshow requires JavaScript.

 

เมื่อได้เป็นลักษณะแบบนมข้นหวานเราก็จะเอามาพอกหน้าได้ค่ะ

 

เวลาพอกก็เกลี่ยดีๆ ให้กระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ ไม่ถึงขั้นต้องหนามากก็ได้ค่ะ

 

GSC 6

 

พอกไว้ซักประมาณ 5 – 10 นาที ก็ไปล้างออกด้วยน้ำอุ่น และซับให้แห้ง ผิวก็จะนุ่มค่ะ

 

GSC 7

 

ในประเทศ Morocco เขาจะใช้ Clay ตัวนี้ใน Hammam ใช้พอกหน้า หรือ ทำ poultice ที่เอาโคลนโปะๆลงไปพร้อมกับสมุนไพรอื่นๆแล้วห่อผ้าบางไว้ อารมณ์จะคล้ายกับ Clay wrap ในบ้านเราค่ะ

 

 

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

 

สผส GSC

 

จากส่วนผสมจะเห็นได้ว่า มีแค่ส่วนผสมของ Clay และสารสกัดพืช กับ น้ำมันหอมระเหย และสารหอม Linalool เท่านั้นค่ะ

 

ถ้าพูดถึง Clay นอกจากประโยชน์ของพวกแร่ธาตุแล้ว Clay เองยังมีความสามารถในการดูดซับสิ่งสกปรกบนผิว และดูดซับความมันส่วนเกินบนผิวได้ค่ะ จึงค่อนข้างเหมาะกับคนที่มีผิวมัน แต่คนที่มีผิวแห้งก็ไม่ต้องเสียใจ เอามาผสมกับนม หรือ เพิ่มน้ำผึ้งลงไปเล็กน้อยก็ใช้ได้ดี และช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นได้ด้วยค่ะ

 

ด้วยความที่เป็น DIY หลังจากละลาย Clay เสร็จ เราจะเติมอะไรก็ได้ลงไป อยากกระชับรูขุมขนเพิ่ม ก็เติมน้ำชา หรือผงชาลงไปนิดหน่อย อยากได้ความชุ่มชื้น ก็เติมน้ำผึ้งลงไป หรือเติมนมลงไป อยากได้ผิวขาวก็เติมน้ำส้มคั้นลงไปนิดนึง สามารถสรรค์สร้างสูตรเพื่อความงามของตัวเองได้มากมายเลยค่ะ

 

ในส่วนของสารสกัดพืชที่ใส่มา ได้แก่

  • Rosemary (Rosmarinus officinalis) มีผลช่วยเรื่องฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ได้
  • Lavender (Lavandula angustifolia) มีผลช่วยให้ความรู้สึกสบายผิว
  • Myrtle (Myrtus communis) มีผลช่วยเรื่องการไหลเวียนเลือด
  • กานพลู (Eugenia caryophyllus) มีผลช่วยเรื่องฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ และมีกลิ่นหอม
  • Nettle (Urtica dioica) เป็น Antioxidant และให้ความรู้สึกสบายผิว
  • กุหลาบ (Rosa centrifolia) ให้ความรู้สึกสบายผิว
  • น้ำมันหอมระเหย Spiked lavender ในทาง Aromatherapy มีคุณสมบัติช่วยให้ผ่อนคลาย และ มีส่วนช่วยลดการอักเสบ และฆ่าเชื้อบางชนิด

 

โดยรวมสารสกัดจากสมุนไพรที่ใส่มาจะให้ผลเด่นที่เรื่องของ ความรู้สึกสบายผิว หรือ Soothing effect มีส่วนช่วยฆ่าเชื้อบางชนิด และเป็น Antioxidant

 

เนื่องจากส่วนผสมมีไม่มากเลยขอให้คะแนนใน 2 หัวข้อ คือ ส่วนผสมกับ การใช้งานนะคะ

 

  1. ส่วนผสม ค่อนข้างธรรมชาติ เรียบง่าย ไม่หรูหรา แต่แฝงไว้ด้วยประโยชน์จากสมุนไพรที่ให้ผลเด่นในด้านความรู้สึกสบายผิว หรือ Soothing effect เป็นหลัก โดยรวมก็ถือว่าทำมาได้ดี แต่เนื่องจากส่วนผสมของสารบำรุงนั้นน้อยไปนิด เลยขอให้ 4 ฟลาสก์
  2. การใช้งาน ในการใช้งานจะมีความสนุก และความหลากหลายจากการ DIY มานั่งกวนผสม เติมนั่นนิดนี่หน่อย ปรุงโคลนให้เหมาะกับผิวเรา เนื้อ Clay ที่ละลายน้ำแล้วมีกลิ่นหอมในแนวธรรมชาติ เป็นกลิ่นดอกไม้ผสมสมุนไพร ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย สามารถใช้ได้ทุกสภาพผิว ถ้าผิวแห้งอาจจะผสมกับน้ำกุหลาบ หรือ เติมน้ำนม หรือ น้ำผึ้งลงไปเล็กน้อยก่อนพอก ส่วนถ้าผิวมันก็สามารถโบกลงไปได้เลย หรือ อาจจะเน้นพอกแค่บริเวณ T-zone ก็ได้ โดยรวมถือว่ามีความยืดหยุ่นในการใช้ค่อนข้างมาก ให้ไป 5 ฟลาสก์

 

คะแนน GSC

 

สุดท้ายนี้ขอบคุณทางแบรนด์ Or’agan ด้วยนะคะที่ส่งสินค้าดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามมาจนจบ

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ทางเฟสบุคของแบรนด์ Or’agan เลยนะคะ

https://www.facebook.com/theoraganth

 

Disclaimer: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับเป็นของขวัญจากแบรนด์ Or’agan การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและสุคนธบำบัด (Aromatherapy) และอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม น้ำมันสาระพัดประโยชน์ Or’agan Organic bath body & massage oil

สวัสดีค่ะ วันนี้มี่เอาผลิตภัณฑ์ดีๆจาก Or’agan มาฝากกันอีกแล้วค่ะ

 

คราวก่อนมี่เอาสบู่ดำมารีวิวให้ชม และทิ้งท้ายว่า หลังจากทำ Hammam เสร็จ ให้ชโลมผิวด้วยน้ำมันนวดตัวเพื่อความฟิน และครบสูตร Home spa ฉบับ Morocco

 

วันนี้เลยจะมารีวิว Body oil ของทางแบรนด์ Or’agan มาให้ชมกันต่อนะคะ ขอทบทวนเกี่ยวกับทางแบรนด์ Or’agan อีกนิดนึงค่ะ แบรนด์ Or’agan เป็นแบรนด์เครื่องสำอางธรรมชาติและออร์แกนิกแบรนด์ดังที่เป็นแบรนด์ในเครือจากบริษัท Dumoroc มีพันธกิจเกี่ยวกับการส่งออกนำเข้าสินค้าอันทรงคุณค่าจากโมรอคโค มาสู่ไทย ซึ่งสินค้าของแบรนด์หลายๆตัวเป็นตำรับโบราณจากชาวโมรอคโคค่ะ

 

กลับมาที่ตัว Body oil ที่จะมารีวิวในวันนี้นะคะ นางมีมีชื่อเต็มๆว่า Or’agan Organic bath body & massage oil ค่ะ

 

bb 1-ฟุ้ว

 

ตัวขวดเป็นฝาแบบปั๊มค่ะ สามารถกดเอาน้ำมันออกมาได้ในปริมาณพอดี ไม่กระฉอก และไม่พุ่งออกมาแรงจนเกินไป

 

bb ขวด

 

ตัวน้ำมันไม่เหลวไม่หนืดจนเกินไปค่ะ เกลี่ยได้ค่อนข้างง่ายบนผิว ถ้าแบ่งน้ำมันตามตำรา Aromatherapy เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ Light เป็นน้ำมันที่บางเบา Medium เป็นน้ำมันที่กลางๆ และ Thick เป็นน้ำมันที่หนัก สัมผัสน้ำมันนี้น่าจะอยู่กลางๆ เป็น Medium oil ค่ะ

 

 

ตัวกลิ่น ทางแบรนด์ผสมมาได้อย่างดีค่ะ จะเริ่มเปิดออกมาด้วยกลิ่นโทนดอกไม้ (Flowery) ตามมาด้วยกลิ่นสดชื่นของสมุนไพร (Herb) และปิดท้ายด้วยกลิ่นแนวหอมๆเย็นๆ สไตล์ Oriental คล้ายๆกำยาน ซึ่งจะติดทนอยู่กับผิวหลายชั่วโมงเหมือนกัน ให้ความรู้สึกสงบ ผ่อนคลาย เหมาะแก่การใช้เป็น Home spa หลังอาบน้ำ หรือ หลังทำ Hammam ด้วยสบู่ดำค่ะ

 

รูปฉลากภาษาไทยแสดงวิธีใช้ และส่วนผสม เผื่อใครสนใจค่ะ

 

bb 2

 

Oil ตัวนี้ใช้ได้ 3 รูปแบบนะคะ

 

ใช้เป็น Body oil เพิ่มความชุ่มชื้น: ง่ายๆ แค่ทาลงบนผิวหลังอาบน้ำเสร็จ

 

ใช้เป็นน้ำมันนวด หรือ Massage oil: นวดลงบนบริเวณที่ต้องการ

 

ใช้ผสมน้ำอาบ เป็น Floating bath oil: เทใส่ในอ่างอาบน้ำอุ่น แล้วลงไปแช่ซัก 20 – 30 นาที เพื่อความผ่อนคลายสบายใจ

 

ตัวนี้เนื่องจากเป็นน้ำมัน ไม่มีส่วนผสมของสาร Emulsifier เวลาเทลงอ่างจะกลายเป็นน้ำมันลอย หรือ Floating bath oil พอเราลงไปแช่ น้ำมันก็จะไปเคลือบตามผิวค่ะ เหมาะมากกับคนผิวแห้ง (แต่ก็จะล้างอ่างยากนิดนึง)  เวลาเทลงไปในอ่างน้ำอุ่น จะได้กลิ่นหอมละมุนของน้ำมันหอมระเหย ผ่อนคลาย หายเหนื่อยเลยค่ะ

 

This slideshow requires JavaScript.

 

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

 

สผส bb

 

จากส่วนผสมจะแยกเป็นกลุ่มน้ำมันพื้น หรือ Base oil กับ น้ำมันหอมระเหย ซึ่งเอาไว้แต่งกลิ่นและให้คุณสมบัติทาง Aromatherapy ค่ะ

 

กลุ่ม Base oil ก็จะมี Argan oil ซึ่งมาในลำดับแรกสุด ตามมาด้วยน้ำมันมะกอก และน้ำมันจากเมล็ดแอลมอนด์ ซึ่งน้ำมันพืชเหล่านี้ มีคุณประโยชน์ในการบำรุงผิว ทดแทนไขมันให้แก่ผิว และประกอบด้วยสารในกลุ่ม Phytosterol ที่มีผลลดการอักเสบในผิว กับวิตามินอี ที่เป็น Antioxidant ได้

 

กลุ่มน้ำมันหอมระเหย ได้แก่

  • Lavender oil มีคุณสมบัติให้ความรู้สึกผ่อนคลาย
  • Geranium oil มีคุณสมบัติให้ความรู้สึกผ่อนคลาย และให้ความสดชื่น
  • Benzoin เป็นส่วนยางของต้น Styrax benzoin ในทาง Aromatherapy ใช้ Benzoin ให้ประโยชน์เกี่ยวกับด้านผิวหนัง ในการดูแลการแพ้ การอักเสบ และผิวหนังอักเสบติดเชื้อบางชนิด และ Benzoin ให้คุณสมบัติเป็น Fixative ช่วยให้กลิ่นหอมติดทนนานขึ้น
  • Cedarwood oil เป็นน้ำมันหอมระเหยจากพืชตระกูลสนชนิดหนึ่ง มีคุณสมบัติให้ความผ่อนคลาย ในทาง Aromatherapy ใช้ cedarwood oil เพื่อควบคุมความมัน กระชับรูขุมขน ลดการอักเสบ และฆ่าเชื้อบางชนิดที่ผิวหนัง
  • Sandalwood oil น้ำมันหอมระเหยจากไม้จันทน์ ซึ่งมีราคาแพง ให้ความผ่อนคลายเช่นเดียวกัน

 

 

 

มาให้คะแนนกันซักหน่อยนะคะ

 

  1. ส่วนผสม: เป็นส่วนผสมของน้ำมันจากธรรมชาติทั้งหมด ปราศจาก Mineral oil, Silicone และสารในกลุ่ม Fatty ester ที่มักพบในน้ำมันนวดตัวหลายๆแบรนด์ จึงให้ผลในการบำรุงผิวและทดแทนไขมันให้แก่ผิว เสริมมาด้วยน้ำมันหอมระเหยที่ให้คุณสมบัติผ่อนคลายเป็นหลัก จึงเหมาะกับการใช้เป็น Home spa เพื่อความผ่อนคลายในวันหยุด แต่ส่วนที่น่าสนใจคือ การไม่ได้ใช้วิตามินอี หรือสาร Antioxidant ตัวอื่นเป็นองค์ประกอบ และใช้ภาชนะพลาสติกซึ่งอากาศผ่านเข้าออกได้อย่างอิสระ ส่วนตัวมี่คิดว่าน่าจะไม่ค่อยเหมาะกับอากาศบ้านเรานักค่ะ จุดนี้เลยขอให้ 4 ฟลาสก์ค่ะ
  2. การใช้งาน: ส่วนตัวมี่ได้ลองใช้ทั้ง 3 รูปแบบ คือ ทาผิวเป็น Body oil หลังอาบน้ำเสร็จ ใช้นวดหลังขัดผิวด้วยสบู่ดำกับถุงมือกีซ และใช้แช่อ่าง มี่ค่อนข้างชอบนะคะ เพราะตัวออยล์ มีความนุ่มเกลี่ยได้ง่าย มีกลิ่นหอมช่วยให้หายเหนื่อย จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์ค่ะ

 

คะแนน oragan

 

สุดท้ายนี้ขอบคุณทางแบรนด์ Or’agan ด้วยนะคะที่ส่งสินค้าดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามมาจนจบ

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ทางเฟสบุคของแบรนด์ Or’agan เลยนะคะ

https://www.facebook.com/theoraganth

 

Disclaimer: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับเป็นของขวัญจากแบรนด์ Or’agan การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและสุคนธบำบัด (Aromatherapy) และอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมสบู่ดำจาก Morocco กับ Or’agan black soap with eucalyptus

สวัสดีค่ะ วันนี้มี่แวะเอารีวิวสบู่ดำ หรือ Black soap ของขึ้นชื่อต้นตำรับจาก Morocco มาฝากกันค่ะ

 

Black soap ตัวที่มี่ได้มาเป็นของแบรนด์ Or’agan แบรนด์เครื่องสำอางธรรมชาติและออร์แกนิกแบรนด์ดังที่เป็นแบรนด์ในเครือจากบริษัท Dumoroc มีพันธกิจเกี่ยวกับการส่งออกนำเข้าสินค้าอันทรงคุณค่าจากโมรอคโค มาสู่ไทย ซึ่งสินค้าของแบรนด์หลายๆตัวเป็นตำรับโบราณจากชาวโมรอคโค ด้วยค่ะ #สบู่ตัวนี้ก็เช่นกัน

 

แบรนด์นี้มีวางจำหน่ายตามสปาชื่อดังอยู่หลายที่เหมือนกันค่ะ และกำลังจะเริ่มเปิดตลาดค้าปลีกในบ้านเรา

 

ว่ากันว่า แบรนด์ Or’agan เป็นเจ้าแรกเลยค่ะ ที่นำเอาสบู่ดำเข้ามาจำหน่ายในไทย

 

มาดูหน้าตากันหน่อยนะคะ

 

bs new-ฟุ้ง.jpg

 

สบู่ดำตัวนี้ มีเนื้อแบบขี้ผึ้ง หรือ Ointment ค่อนข้างคล้าย Petrolatum หรือ Vaseline อยู่เหมือนกันค่ะ

 

bs 3

 

เอาช้อนตักขึ้นมาให้ดูเนื้อค่ะ จริงๆถ้าใช้คนเดียว จะเอามือควักและเอามาอาบเลยก็ไม่ว่ากันค่ะ

 

bs 4

 

bs 5

พอเปียกน้ำแล้วก็จะมีฟองอยู่เล็กน้อยค่ะ มีสัมผัสลื่นๆ และมีกลิ่นหอมเย็นสดชื่นของยูคาลิปตัส เวลาอาบจะได้ความรู้สึกเย็นๆด้วยค่ะ

 

bs 6

 

วิธีใช้ที่ถูกต้องคือ ฟอกสบู่ดำทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที ก่อนขัดผิวด้วยถุงมือกีซ (หรือ Kessa glove) ค่ะ

 

 

ว่ากันว่า สบู่ดำนี้ เป็นขั้นตอนแรกของการทำ Hammam (ฮัมมัม) คือ การอาบน้ำสไตล์อาหรับค่ะ ว่ากันว่าในสมัยโบราณ Hammam นี้เป็นส่วนหนึ่งของศาสนา และความเชื่อในการทำความสะอาดร่างกายให้บริสุทธิ์ และถูกสงวนเฉพาะสำหรับผู้ชายเท่านั้นค่ะ ต่อมาจึงได้อนุญาตให้ผู้หญิงเข้าไปทำได้

 

ในไทยเองก็มีบริการ Hammam นะคะ ทีโรงแรมวิลล่ามาร็อก รีสอร์ท ปราณบุรี, Amatara spa และ โรงแรมมาราเกซที่หัวหิน โดยเป็นทรีทเมนท์ที่มีขั้นตอนขัดผิวด้วยสบู่ดำ และถุงมือกีซ (Kessa glove)

 

ถ้าใครไม่อยากไปถึงสปาต่างๆ ทางแบรนด์ Or’agan เองก็ได้จัดชุดสบู่ดำกับถุงมือกีซให้ใช้กันที่บ้าน เป็น Home spa เพื่อผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักได้ค่ะ

 

ถุงมือกีซ ที่มี่ได้มามี 2 อันนะคะ อันหนึ่งสีขาว อันหนึ่งสีส้ม แตกต่างกันที่สีสัน ตามความชอบเลยค่ะ

 

bs 9

 

เวลาจะใช้ เราก็เอามือใส่เข้าไปในช่องด้านล่าง แล้วเอามาขัดผิวที่ถูสบู่ดำไว้แล้วค่ะ

 

bs 10

 

อาบเสร็จขัดผิวเสร็จก็ตบท้ายด้วยน้ำมันบำรุงผิวค่ะ ครบสูตร Home spa สวยๆผ่อนคลายในวันว่าง

 

bs 8

 

เดี๋ยวไว้มารีวิวตัว Oil อีกทีนะคะ

 

จะว่าไป สบู่ดำนี้เองก็มีรายงานการวิจัยกล่าวถึงคุณสมบัติของสบู่ดำ ว่าสามารถกำจัดเชื้อแบคทีเรียบางชนิดบนผิวได้ค่ะ (Ikpoh et al, J Microbial Biotech Res 2012;2(4):533-537)

 

มาทั้งทีไม่วิเคราะห์ส่วนผสมคงไม่ได้ มาดูส่วนผสมกันดีกว่านะคะ

 

สผส black soap

ตัวนี้เป็นสบู่ที่เกิดด้วยวิธี Saponification (ปฏิกิริยาระหว่างน้ำมันและด่าง) ค่ะ ได้สารทำความสะอาดในกลุ่ม Soap ซึ่งมีคุณสมบัติในการทำความสะอาดที่ค่อนข้างดี

 

น้ำมันหลักเป็นน้ำมันจากมะกอก ซึ่งมีส่วนประกอบที่ไม่ทำปฏิกิริยา Saponification อยู่หลายตัว เช่น

  • วิตามินอี ที่เป็น Antioxidant
  • Squalane ที่เพิ่มความชุ่มชื้น
  • สารในกลุ่ม Phytosterol ที่มีผลลดการอักเสบ
  • สารกลุ่ม Phenolic ที่ชื่อ Tyrosol และ Hydroxytyrosol ซึ่งเป็น Antioxidant ที่ดีเช่นกันค่ะ

 

ใช้น้ำมันหอมระเหยจาก Eucalyptus และ Limonene ซึ่งเป็นสารหอม เป็นตัวแต่งกลิ่น

 

สำหรับประโยชน์จากน้ำมันหอมระเหยของ Eucalyptus นั้น ในทางสุคนธบำบัด หรือ Aromatherapy กล่าวว่า น้ำมันหอมระเหยของ Eucalyptus มีคุณสมบัติฆ่าเชื้อ (Anti-septic) ระงับกลิ่นกาย ช่วยขยายหลอดลม ทำให้หายใจสะดวกขึ้น โล่งขึ้น ให้ผลยกระดับจิตใจ (Stimulant effect) ช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้า ทำให้รู้สึกสดชื่น (Refreshing) มีผลขยายหลอดเลือด เพิ่มการไหลเวียนของเลือด ให้ผลลดอาการปวดกล้ามเนื้อ

 

เนื่องจากเป็นสบู่แบบ Saponification และ มีส่วนผสมของ Eucalyptus จึงไม่เหมาะใช้กับผิวหน้านะคะ ใช้สำหรับผิวกายค่ะ

 

มาให้คะแนนกันซักหน่อย เนื่องจากส่วนผสมน้อย เลยขอรวบคะแนนเป็น ส่วนผสม และ การใช้งาน  นะคะ

 

  1. ส่วนผสม ใช้น้ำมันจากมะกอก ซึ่งดูมีราคา และมีส่วนประกอบของสารบำรุงผิวอยู่หลายชนิด ตามที่ได้เล่าให้ฟังในด้านบน และแต่งกลิ่นด้วย Eucalyptus กับ Limonene ซึ่งเป็นสารหอมเลียนแบบธรรมชาติ ส่วนผสมนั้นค่อนข้างเรียบง่าย แต่ยังขาดสารบำรุงอยู่พอสมควร เลยขอให้ไป 3 ฟลาสก์
  2. การใช้งาน ตัวสบู่เนื้อค่อนข้างนุ่ม ละลายน้ำยากเล็กน้อย แต่มีสัมผัสที่ลื่น มีกลิ่นหอมสดชื่น หลังอาบผิวไม่แห้งตึง แต่ปริมาณฟองค่อนข้างน้อยไปนิด ถึงแม้ปริมาณฟองจะไม่เกี่ยวกับความสามารถในการทำความสะอาด แต่ส่วนตัวมี่เองก็เป็นคนติดฟองค่ะ เลยขอให้ 4 ฟลาสก์

 

คะแนน

 

สุดท้ายนี้ขอบคุณทางแบรนด์ Or’agan ด้วยนะคะที่ส่งสินค้าดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามมาจนจบ

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ทางเฟสบุคของแบรนด์ Or’agan เลยนะคะ

https://www.facebook.com/theoraganth

 

Disclaimer: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับเป็นของขวัญจากแบรนด์ Or’agan การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและสุคนธบำบัด (Aromatherapy) และอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ