Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม โลชั่นบำรุงผิวกายงานดีย์สำหรับผิวแห้ง และผิวผู้สูงอายุ จากแบรนด์ Piti dry skin expert

สวัสดีค่ะ

ผิวแห้งถือเป็นอีกปัญหาที่รบกวนใจหลายคน ผิวแห้งไม่ใช่ว่าจะดี เพราะตอนผิวแห้งจะมีการเหนี่ยวนำให้เกิดการอักเสบต่างๆตามมา ทำให้เกิดอาการคัน แดง และถ้าเรายิ่งไปเกาก็จะเสี่ยงติดเชื้อ อันตรายขึ้นไปอีก

หนึ่งในหลายๆวิธีการที่ง่ายที่สุดในการดูแลผิวแห้งก็คือการใช้ Moisturizer ทาเข้าไปเพื่อเติมน้ำ และไขมันคืนให้ผิว

วันนี้มี่เลยขอหยิบเอาโลชั่นเพิ่มความชุ่มชื้นที่น่าสนใจจากฝีมือคนไทย แบรนด์ปิติ Piti Dry skin expert ที่มีความคิดริเริ่มมาจากความต้องการทำโลชั่นเพื่อดูแลผิวคุณพ่อคุณแม่ของเจ้าของแบรนด์ ซึ่งมีผิวแห้งมาก จนรบกวนคุณภาพชีวิตประจำวัน พอคุณพ่อคุณแม่ใช้แล้วดีมีความสุข ทางแบรนด์ก็เลยอยากส่งต่อ ความรักและความสุขจากการใช้ผลิตภัณฑ์นี้ให้กับทุกคนค่ะ

ปิติ เป็นโลชั่นที่น่าสนใจ เพราะนอกจากส่วนผสมจะทำมาได้ดีแล้ว ในเรื่องของสัมผัส และเนื้อผลิตภัณฑ์ก็ทำมาได้ดีด้วย และยังผสานด้วยกลิ่นที่เป็นน้ำมันหอมระเหยแท้ๆ มีประโยชน์ในการเป็น Aromatherapy ช่วยให้ความผ่อนคลายระหว่างใช้ด้วยค่ะ

โลชั่นของปิติมีด้วยกัน 4 สูตรค่ะ

piti 1.JPG

สีเขียว กลิ่น Florest

สีฟ้า กลิ่น Breezy

สีชมพู กลิ่น Rose geranium

สีส้ม กลิ่น Orangery

 

มาในขวดปั๊ม ตอนเปิดขวดใหม่ๆจะแอบปั๊มยากนิดนึง เพราะตัวเนื้อโลชั่นค่อนข้างข้นค่ะ ด้วยส่วนผสมของน้ำมันและไขมันที่ค่อนข้างเยอะ เลยได้เนื้อโลชั่นที่ข้น แต่ความข้นนี้ก็มีประโยชน์ในการดูแลเคลือบปกป้องผิวให้ชุ่มชื้นได้ยาวนานค่ะ

 

กลิ่นของทั้ง 4 สูตร จะต่างกันตามชื่อกลิ่นค่ะ

piti 3

สีเขียว กลิ่น Florest มีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหย Lavender, กระดังงา และ Geranium เปิดมาด้วยกลิ่นโทน Herb ของ Geranium ผสานกับกลิ่นของ Lavender และตัดให้อ่อนโยนลงด้วยกระดังงา ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและสดชื่น

สีชมพู กลิ่น Rose geranium มีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยจาก Geranium ตัดให้ละมุนด้วยสารหอม Citronellol กับ Geraniol ที่ให้กลิ่นไปในโทนกุหลาบที่มีความ Green แบบสมุนไพรหน่อยๆ ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย

piti 2

สีฟ้า กลิ่น Breezy มีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหย Lavender, Lemongrass, Peppermint ตัดให้หวานขึ้นด้วยสารหอม Linalool ที่มีกลิ่นดอกไม้ ถือเป็นการเลือก Blend น้ำมันหอมระเหยได้ลงตัว เปิดมาด้วยความหวานซ่อนเปรี้ยวของ Lemongrass ตามมาด้วยกลิ่นเย็นๆสดชื่นของ Mint แฝงด้วยความนุ่มนวลในโทนดอกไม้ของ Lavender และ Linalool

 

สีส้ม กลิ่น Orangery มีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยจากมะนาว ส้ม Grapefruit, Lavender, และ Sandalwood และ ขิง เปิดมาด้วยกลิ่นในโทนตระกูลส้ม แต่ไม่ได้ส้มแบบหวานแหลม เป็นส้มแบบผู้ดีที่ตัดมาด้วยกลิ่นของ Lavender กลิ่นเย็นๆของ Sandalwood และกลิ่นอบอุ่นของขิง กลายเป็น signature blend ที่น่าสนใจตัวหนึ่งเลย

 

เนื้อโลชั่นมาในเนื้อสีขาว ดูข้นหน่อยๆ คล้ายครีม มีกลิ่นหอมตามสูตรค่ะ

piti 4

ตัวโลชั่นถึงแม้จะดูข้น แต่กลับเกลี่ยง่าย ไม่เป็นปื้นขาวบนผิว และซึมไว ไม่เหนอะหนะ แต่มีฟิล์มบางๆเคลือบผิวให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น

piti 5

ในด้านของค่า pH วันนี้ไม่ได้วัดให้นะคะ ตัวโลชั่นมีออยล์ค่อนข้างมาก กระดาษวัด pH ไม่เปียกและเปลี่ยนสีเลยค่ะ

 

มาดูส่วนผสมกันดีกว่าค่ะ

มี่ขอยกสูตรที่ชอบที่สุด คือ Breezy มาวิเคราะห์ส่วนผสมให้ชมกันนะคะ

ส่วนผสม

สผส piti

จากส่วนผสมวันนี้มี่ทำสีของสารบำรุงไว้ 4 สี นะคะ จะเห็นว่า ส่วนผสมส่วนใหญ่เป็นน้ำมันธรรมชาติ และสารบำรุงผิว แต่งกลิ่นด้วยน้ำมันหอมระเหยและสารหอมจากธรรมชาติค่ะ ไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิวเลย

ในด้านของสารบำรุงขอเปิดด้วย

  • สีฟ้า: Hydroxyethyl urea ตัวนี้เป็นอนุพันธ์ของ Urea มีคุณสมบัติที่ดีในการเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการแห้งเป็นขุย เพิ่มความยืดหยุ่น และช่วยให้สัมผัสเรียบเนียน
  • สีม่วง: เป็นกลุ่มของน้ำมันจากธรรมชาติ ประกอบด้วย Caprylic/capric triglycerides ซึ่งเป็นไขมันที่มีสายยาวไม่มากนัก และ น้ำมันจากพืชอีก 4 ชนิด ได้แก่ มะพร้าว รำข้าว มะกอก และ Shea butter
  • สีเขียว: สารบำรุง และสารสกัดพืช ซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายชนิด ได้แก่
    • สารสกัดจากเมล็ด Evening primrose ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่า มีคุณสมบัติในการเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบและระคายเคือง ทางผู้ผลิตกล่าวว่าให้ผลดีในอาสาสมัครที่มีอาการผิวอักเสบแบบ Atopic
    • Rehmannia Chinensis extract สารสกัดจากต้น Chinese fox glove เป็นพืชพื้นบ้านของที่ชาวญี่ปุ่นใช้เป็นยาทาภายนอกมาตั้งแต่สมัยโบราณ ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าเป็นสารเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบระคายเคือง และช่วยให้ผิวนุ่มนวล สารสกัดจากใบพีช ผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าสารสกัดจากใบมีประโยชน์ในการชะลอวัย ลดริ้วรอย
    • Phellodendron amurense bark extract สารสกัดจากพืชในตำรับยาจีนชนิดหนึ่ง มีรายงานเกี่ยวกับคุณสมบัติในการต้านการอักเสบ (Int Immunopharmacol. 2014; 19(2):214-20.) ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่า ประกอบด้วยสารอัลคาลอยด์ที่มีชื่อว่า Berberine มีประโยชน์ในการลดการอักเสบ และต่อต้านเชื้อจุลินทรีย์ และเป็น Antioxidant
    • สารสกัดจากสาหร่าย (Algae extract) ซึ่งสาหร่ายมีหลายสายพันธุ์จึงไม่สามารถฟันธงในรายละเอียดได้ โดยรวมสาหร่ายมีประโยชน์ในการเพิ่มความชุ่มชื้น และเป็น antioxidant
    • สารสกัดจากพลูคาว (Houttuynia cordata extract) ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่ามีประโยชน์ ลดการอักเสบระคายเคือง และ ช่วยในการสมานผิว
    • สารสกัดจากกระเจี๊ยบ (Hibiscus esculentus fruit extract) ประกอบด้วยสารในกลุ่ม Polysaccharide ที่มีประโยชน์ในการเพิ่มความชุ่มชื้น
    • สารสกัดจากอาร์ติโช๊ค (Cynara scolymus leaf extract) ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่ามีประโยชน์ ลดการอักเสบระคายเคือง และต่อต้านจุลินทรีย์
    • สารสกัดจากผลเกรฟฟรุ๊ต (Citrus junos fruit extract) มีประโยชน์ในการเพิ่มความชุ่มชื้นและเป็น antioxidant
    • Tocopheryl acetate คือรูปแบบหนึ่งของวิตามินอี มีประโยชน์เป็น Antioxidant แต่น่าจะช่วยปกป้องน้ำมันในผลิตภัณฑ์ไม่ให้เสื่อม
    • Biosaccharide gum-1 คาร์โบไฮเดรตที่ได้จากการหมักจุลินทรีย์ ผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่ามีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวได้ค่อนข้างนาน สารนี้มีคุณสมบัติก่อฟิล์มให้ความรู้สึกชุ่มชื้นนุ่มนวล ไม่เหนอะหนะ ไม่มัน
  • สีน้ำเงิน: สารหอม และน้ำมันหอมระเหย ได้แก่ สารหอม Linalool ที่มีกลิ่นหอมหวานในโทนดอกไม้ ร่วมกับ น้ำมันหอมระเหยจากลาเวนเดอร์ ตะไคร้ และ เปปเปอร์มินท์ ให้ความรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลาย นอกจากนี้ในทาง Aromatherapy เชื่อว่า น้ำมันหอมระเหยเหล่านี้มีประโยชน์ในการบำรุงผิว ลดการอักเสบและระคายเคือง และช่วยในการสมานผิว

 

ตัวเบสเป็นเบสแบบอิมัลชั่น ประกอบด้วยน้ำ และน้ำมัน มีทั้งสารเติมน้ำ เติมน้ำมัน และสารไขมันเคลือบปกป้องผิว ถือเป็นโลชั่น Moisturizer ที่ทำมาได้ครบ ที่สำคัญคือไม่มีส่วนผสมของซิลิโคน และแอลกอฮอล์ และไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

 

ให้คะแนนกันดีกว่านะคะ

  1. สารบำรุง เป็นกลุ่มของสารสกัดจากพืช ซึ่งส่วนใหญ่นำเข้ามาจากต่างประเทศ เน้นประโยชน์ไปในด้านลดการอักเสบและระคายเคืองของผิว พร้อมๆกับการเพิ่มความชุ่มชื้น ซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญปัญหาหนึ่งของคนที่มีผิวแห้ง เสริมมาด้วยน้ำมันจากพืช ที่เป็นตัวทดแทนไขมันคืนให้แก่ผิว เวลาเราอายุเพิ่มขึ้น การสังเคราะห์ไขมันที่เป็น Barrier ผิวจะทำได้ลดลง การเติมพวกนี้เข้าไปก็เหมือนเป็นการช่วยผิวอีกทางหนึ่ง และในน้ำมันจากพืชก็จะมีสารที่เป็นพวก Phytosterol ที่ให้ประโยชน์ในการลดการอักเสบและระคายเคืองได้อีกทอดหนึ่ง โดยรวมถือว่าทำมาได้ดีและเหมาะกับผิวแห้งและผิวของผู้สูงอายุ แต่ไม่ใช่ว่าจะต้องมารอสูงอายุถึงจะมาใช้ได้ เด็กๆ วัยรุ่นที่มีปัญหาผิวแห้ง ก็สามารถใช้ได้ค่ะ ส่วนตัวมี่เองอายุยังแค่ต้นๆเลข 3 ก็ยังใช้เป็นประจำเลย ตอนเช้าหลังอาบน้ำเสร็จ ในด้านสารบำรุงขอให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ตัวเบสเป็นเบสแบบอิมัลชั่น เนื้อจะค่อนข้างข้น สมกับคำเคลมของแบรนด์ที่บอกว่า “เป็นโลชั่นระยะสุดท้ายก่อนจะกลายเป็นครีม” นั่นเพราะมีส่วนผสมของสารไขมันค่อนข้างเยอะ ตัวครีมเลยข้น แต่ถึงจะข้น ก็ยังให้สัมผัสบางเบา และไม่เกิดปื้นขาวตอนทา ตัวเบสไม่มีแอลกอฮอล์ ไม่มีซิลิโคน และไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ตอนแรกที่ลอง อิชั้นแอบชอบกลิ่น Rose geranium นะ ไปๆมาๆ กลับชอบกลิ่น Breezy มากกว่าค่ะ ทุกๆกลิ่นนาง Blend มาได้ค่อนข้างดี และเป็นเอกลักษณ์ ประหนึ่งทาน้ำหอมคุณภาพ โดยเฉพาะกลิ่น Orangery ที่เป็นการ Blend ระหว่าง กลิ่นในโทนซิตรัส (พืชตระกูลส้ม) ขิง ลาเวนเดอร์ และกลิ่นไม้จันทน์ เป็นกลิ่นที่เราหาดมได้ยากค่ะ เดี๋ยวจะหาว่าชอบแต่กลิ่น Texture ของตัวโลชั่นเขาก็ทำมาดีค่ะ เพียงแต่ในวันที่หนาวมากๆ (มีวันหนึ่งที่เชียงราย 8 องศา) ตัวโลชั่นมันก็จะเกลี่ยยากหน่อยๆ ต้องวอร์มบนมือซักพัก ให้ไออุ่นจากมือช่วยให้นางหลอมลง ก่อนละเลงบนตัว ทาเช้า ผิวชุ่มชื้นไปถึงเย็น ไม่ต้องอาบน้ำกลางคืน (อุ๊ยสกปรก 55) ก็นอนไปทั้งอย่างนั้นได้เลย ไม่เหนอะหนะ ไม่ลื่นไม่เมือก ส่วนเรื่องเหงื่อออกแล้วจะลื่นหรือเยิ้มไหม อันนี้มี่ยังไม่มีเหงื่อค่ะ ช่วงนี้แถวบ้านค่อนข้างเย็น ไว้จะมาอัพเดทอีกทีเนอะ ในด้านของคะแนนการใช้งานก็ขอให้ไป 5 ฟลาสก์ เช่นกันค่ะ

 

คะแนน piti

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Piti ปิติ ด้วยนะคะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

Line ID : @piti

https://www.facebook.com/pitidryskinexpert/

www.pitidryskinexpert.com

 

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Piti การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม น้ำมันสาระพัดประโยชน์ Or’agan Organic bath body & massage oil

สวัสดีค่ะ วันนี้มี่เอาผลิตภัณฑ์ดีๆจาก Or’agan มาฝากกันอีกแล้วค่ะ

 

คราวก่อนมี่เอาสบู่ดำมารีวิวให้ชม และทิ้งท้ายว่า หลังจากทำ Hammam เสร็จ ให้ชโลมผิวด้วยน้ำมันนวดตัวเพื่อความฟิน และครบสูตร Home spa ฉบับ Morocco

 

วันนี้เลยจะมารีวิว Body oil ของทางแบรนด์ Or’agan มาให้ชมกันต่อนะคะ ขอทบทวนเกี่ยวกับทางแบรนด์ Or’agan อีกนิดนึงค่ะ แบรนด์ Or’agan เป็นแบรนด์เครื่องสำอางธรรมชาติและออร์แกนิกแบรนด์ดังที่เป็นแบรนด์ในเครือจากบริษัท Dumoroc มีพันธกิจเกี่ยวกับการส่งออกนำเข้าสินค้าอันทรงคุณค่าจากโมรอคโค มาสู่ไทย ซึ่งสินค้าของแบรนด์หลายๆตัวเป็นตำรับโบราณจากชาวโมรอคโคค่ะ

 

กลับมาที่ตัว Body oil ที่จะมารีวิวในวันนี้นะคะ นางมีมีชื่อเต็มๆว่า Or’agan Organic bath body & massage oil ค่ะ

 

bb 1-ฟุ้ว

 

ตัวขวดเป็นฝาแบบปั๊มค่ะ สามารถกดเอาน้ำมันออกมาได้ในปริมาณพอดี ไม่กระฉอก และไม่พุ่งออกมาแรงจนเกินไป

 

bb ขวด

 

ตัวน้ำมันไม่เหลวไม่หนืดจนเกินไปค่ะ เกลี่ยได้ค่อนข้างง่ายบนผิว ถ้าแบ่งน้ำมันตามตำรา Aromatherapy เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ Light เป็นน้ำมันที่บางเบา Medium เป็นน้ำมันที่กลางๆ และ Thick เป็นน้ำมันที่หนัก สัมผัสน้ำมันนี้น่าจะอยู่กลางๆ เป็น Medium oil ค่ะ

 

 

ตัวกลิ่น ทางแบรนด์ผสมมาได้อย่างดีค่ะ จะเริ่มเปิดออกมาด้วยกลิ่นโทนดอกไม้ (Flowery) ตามมาด้วยกลิ่นสดชื่นของสมุนไพร (Herb) และปิดท้ายด้วยกลิ่นแนวหอมๆเย็นๆ สไตล์ Oriental คล้ายๆกำยาน ซึ่งจะติดทนอยู่กับผิวหลายชั่วโมงเหมือนกัน ให้ความรู้สึกสงบ ผ่อนคลาย เหมาะแก่การใช้เป็น Home spa หลังอาบน้ำ หรือ หลังทำ Hammam ด้วยสบู่ดำค่ะ

 

รูปฉลากภาษาไทยแสดงวิธีใช้ และส่วนผสม เผื่อใครสนใจค่ะ

 

bb 2

 

Oil ตัวนี้ใช้ได้ 3 รูปแบบนะคะ

 

ใช้เป็น Body oil เพิ่มความชุ่มชื้น: ง่ายๆ แค่ทาลงบนผิวหลังอาบน้ำเสร็จ

 

ใช้เป็นน้ำมันนวด หรือ Massage oil: นวดลงบนบริเวณที่ต้องการ

 

ใช้ผสมน้ำอาบ เป็น Floating bath oil: เทใส่ในอ่างอาบน้ำอุ่น แล้วลงไปแช่ซัก 20 – 30 นาที เพื่อความผ่อนคลายสบายใจ

 

ตัวนี้เนื่องจากเป็นน้ำมัน ไม่มีส่วนผสมของสาร Emulsifier เวลาเทลงอ่างจะกลายเป็นน้ำมันลอย หรือ Floating bath oil พอเราลงไปแช่ น้ำมันก็จะไปเคลือบตามผิวค่ะ เหมาะมากกับคนผิวแห้ง (แต่ก็จะล้างอ่างยากนิดนึง)  เวลาเทลงไปในอ่างน้ำอุ่น จะได้กลิ่นหอมละมุนของน้ำมันหอมระเหย ผ่อนคลาย หายเหนื่อยเลยค่ะ

 

This slideshow requires JavaScript.

 

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

 

สผส bb

 

จากส่วนผสมจะแยกเป็นกลุ่มน้ำมันพื้น หรือ Base oil กับ น้ำมันหอมระเหย ซึ่งเอาไว้แต่งกลิ่นและให้คุณสมบัติทาง Aromatherapy ค่ะ

 

กลุ่ม Base oil ก็จะมี Argan oil ซึ่งมาในลำดับแรกสุด ตามมาด้วยน้ำมันมะกอก และน้ำมันจากเมล็ดแอลมอนด์ ซึ่งน้ำมันพืชเหล่านี้ มีคุณประโยชน์ในการบำรุงผิว ทดแทนไขมันให้แก่ผิว และประกอบด้วยสารในกลุ่ม Phytosterol ที่มีผลลดการอักเสบในผิว กับวิตามินอี ที่เป็น Antioxidant ได้

 

กลุ่มน้ำมันหอมระเหย ได้แก่

  • Lavender oil มีคุณสมบัติให้ความรู้สึกผ่อนคลาย
  • Geranium oil มีคุณสมบัติให้ความรู้สึกผ่อนคลาย และให้ความสดชื่น
  • Benzoin เป็นส่วนยางของต้น Styrax benzoin ในทาง Aromatherapy ใช้ Benzoin ให้ประโยชน์เกี่ยวกับด้านผิวหนัง ในการดูแลการแพ้ การอักเสบ และผิวหนังอักเสบติดเชื้อบางชนิด และ Benzoin ให้คุณสมบัติเป็น Fixative ช่วยให้กลิ่นหอมติดทนนานขึ้น
  • Cedarwood oil เป็นน้ำมันหอมระเหยจากพืชตระกูลสนชนิดหนึ่ง มีคุณสมบัติให้ความผ่อนคลาย ในทาง Aromatherapy ใช้ cedarwood oil เพื่อควบคุมความมัน กระชับรูขุมขน ลดการอักเสบ และฆ่าเชื้อบางชนิดที่ผิวหนัง
  • Sandalwood oil น้ำมันหอมระเหยจากไม้จันทน์ ซึ่งมีราคาแพง ให้ความผ่อนคลายเช่นเดียวกัน

 

 

 

มาให้คะแนนกันซักหน่อยนะคะ

 

  1. ส่วนผสม: เป็นส่วนผสมของน้ำมันจากธรรมชาติทั้งหมด ปราศจาก Mineral oil, Silicone และสารในกลุ่ม Fatty ester ที่มักพบในน้ำมันนวดตัวหลายๆแบรนด์ จึงให้ผลในการบำรุงผิวและทดแทนไขมันให้แก่ผิว เสริมมาด้วยน้ำมันหอมระเหยที่ให้คุณสมบัติผ่อนคลายเป็นหลัก จึงเหมาะกับการใช้เป็น Home spa เพื่อความผ่อนคลายในวันหยุด แต่ส่วนที่น่าสนใจคือ การไม่ได้ใช้วิตามินอี หรือสาร Antioxidant ตัวอื่นเป็นองค์ประกอบ และใช้ภาชนะพลาสติกซึ่งอากาศผ่านเข้าออกได้อย่างอิสระ ส่วนตัวมี่คิดว่าน่าจะไม่ค่อยเหมาะกับอากาศบ้านเรานักค่ะ จุดนี้เลยขอให้ 4 ฟลาสก์ค่ะ
  2. การใช้งาน: ส่วนตัวมี่ได้ลองใช้ทั้ง 3 รูปแบบ คือ ทาผิวเป็น Body oil หลังอาบน้ำเสร็จ ใช้นวดหลังขัดผิวด้วยสบู่ดำกับถุงมือกีซ และใช้แช่อ่าง มี่ค่อนข้างชอบนะคะ เพราะตัวออยล์ มีความนุ่มเกลี่ยได้ง่าย มีกลิ่นหอมช่วยให้หายเหนื่อย จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์ค่ะ

 

คะแนน oragan

 

สุดท้ายนี้ขอบคุณทางแบรนด์ Or’agan ด้วยนะคะที่ส่งสินค้าดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามมาจนจบ

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ทางเฟสบุคของแบรนด์ Or’agan เลยนะคะ

https://www.facebook.com/theoraganth

 

Disclaimer: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับเป็นของขวัญจากแบรนด์ Or’agan การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและสุคนธบำบัด (Aromatherapy) และอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ