Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม Cleansing oil ธรรมชาติ สูตรไม่ผสม surfactant กับ Argan Golden Lake Oil Cleanser จากแบรนด์ Amira

สวัสดีค่ะ วันนี้มี่มาวิเคราะห์ส่วนผสมของ Cleansing oil ตัวหนึ่งที่น่าสนใจให้ได้ชมกันนะคะ

เป็น Cleansing oil จากแบรนด์ Amira แบรนด์นี้มี่เคยมีโอกาสได้รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมผลิตภัณฑ์ของเขาไปหลายชิ้นเหมือนกันค่ะ

สำหรับ Cleansing oil ตัวนี้มีชื่อว่า Argan Golden Lake Oil Cleanser นะคะ

น้องมีจุดเด่น มีความน่าสนใจอย่างไร เดี๋ยวมี่จะเล่าให้ฟังต่อไปนะคะ

เริ่มจากหน้าตาของน้องค่ะ น้องจะมาในขวดแก้ว ที่ซีลปิดด้วยจุกพลาสติกภายใน มาพร้อมกับที่ปั๊มแยกต่างหาก เพื่อรักษาคุณภาพของน้ำมันเอาไว้ ไม่ให้ถูกอากาศมากนัก

พอประกอบแล้วก็จะได้หน้าตาประมาณนี้

ตัวน้ำมันมีความหนืดปานกลาง สัมผัสค่อนข้างเบาผิว เกลี่ยได้ง่าย นุ่มนวล

ส่วนตัวได้ลองใช้เอามานวดวนเบาๆ สักพักให้ทั่วใบหน้า ก่อนใช้สำลีค่อยๆ ลากออกเบาๆ

ค่อนข้างชอบ Feeling ระหว่างนวด คือ น้ำมันผสมมาในระดับที่ความหนืดไม่มากจนเกินไปจนเหนียวเหนอะหนะ และไม่เบาจนเกินไปจนซึมหายไปหมด แล้วทำให้ฝืดตอนนวด แต่จะอยู่ในฟีลลิ่งระดับกลางๆ มันเหมือนมีความนุ่มๆ ของน้ำมันอยู่ (ศัพท์เทคนิคในวงการเรียกเป็น Cushiony feeling) กลิ่นของน้ำมันหอมระเหยที่เป็นส่วนประกอบให้ความรู้สึกผ่อนคลายหลังจากเหนื่อยมาทั้งวัน

หลังเช็ดด้วยสำลีเสร็จ ผิวก็จะยังนุ่มอยู่ ก่อนไปล้างทำความสะอาดอีกครั้งด้วยโฟมล้างหน้า

ส่วนวิธีที่ทางแบรนด์แนะนำ คือ นวดวนเบาๆ ก่อนไปล้างออกด้วยน้ำ ร่วมกับโฟมหรือเจลล้างหน้า ก็จะได้เป็นน้ำนมไหลออกมา ส่วนตัวก็ได้ลองแล้วแต่ในภาพอาจจะดูไม่ชัดนักนะคะ

เราจะยังพอสังเกตเห็นว่ากรณีของ Eyeliner ที่กันน้ำมากๆ อาจจะล้างออกยังไม่หมด ใครที่แต่งหน้าหนักๆ หน่อย ลองใช้วิธีหยดน้ำมันลงบนสำลีให้ชุ่ม แล้วแปะไว้บริเวณดวงตาสักราวๆ 30 วินาที ให้พวกเครื่องสำอางเปียกด้วยน้ำมันเต็มที่ ก่อนจะใช้คอตตอนบัดค่อยๆ ลากตามแนวที่กรีดอายไลน์เนอร์ เอาสำลีรองใต้ขนตา แล้วลากคอตตอนบัดที่ชุ่มออยล์ทับมาสคาร่า ก็จะทำความสะอาดได้ดีขึ้น

หลังล้างออกจะให้สัมผัสที่ค่อนข้างนุ่มนวล ไม่มีความรู้สึกเหนียวเหนอะหนะตกค้าง

ซึ่งในจุดนี้ส่วนตัวต้องยอมรับว่าค่อนข้าง Amazing กับความสามารถในการเปลี่ยนเป็นน้ำนมของน้ำมันสูตรดังกล่าว เพราะว่าไม่มีส่วนผสมของพวก Surfactant, Emulsifier หรือ Solubilizer แต่สามารถกลายเป็นน้ำนมได้อย่างสวยงามมากๆ

ลองผสมกับน้ำ เพื่อดูความสามารถในการกลายเป็นน้ำนม

ก่อนจะไปดูส่วนผสมขอกล่าวถึงจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ก่อนนะคะ

  • น้ำมันที่ใช้ในสูตร Argan Golden Lake Oil Cleanser เป็นน้ำมันที่มีคุณภาพสูง จัดเป็น Cosmetic grade ที่ไม่ผ่านกรรมวิธี จึงประกอบด้วยสารพฤกษเคมีต่างๆ อยู่ครบถ้วน
  • ไม่มีส่วนผสมของ Surfactant !!! อ้าว แล้วเราจะทำความสะอาดได้อย่างไร ตรงนี้ใช้หลักทางเคมีพื้นฐานค่ะ คือ Like dissolve like น้ำมันก็จะละลายเอาสิ่งสกปรกต่างๆ ที่ละลายในน้ำมันออกมาได้ ปกติสิ่งสกปรกต่างๆ บนผิว จะเกาะอยู่กับไขผิวหนัง หรือ Sebum ดังนั้นถ้าเอา Oil ไปล้าง มันก็จะดึงเอาเศษ Sebum เหล่านี้ออกไปได้
  • น้ำมันนี้มีความเป็นนาโน !!!! เอ๊ะ ยังไงคะ คือ ทางแบรนด์ได้นำเอา Cleanser นี้ไปทดสอบขนาดของอนุภาคที่ห้องแลปที่ได้รับรองมาตรฐาน เมื่อนำเอา Cleanser นี้ไปเจือจางในน้ำบริสุทธิ์ปราศจากไอออน พบว่าได้ค่าอยู่ที่ราวๆ 600 นาโนเมตร ซึ่งตามนิยามทางเภสัชกรรมแล้ว อนุภาคนาโน คือ อนุภาคที่เล็กกว่า 1000 นาโนเมตร (หรือ 1 ไมครอน) ประโยชน์ของความเป็นนาโนก็คือ หยดน้ำมัน หรือ Oil droplet เมื่อสัมผัสกับน้ำก็จะมีขนาดเล็ก สามารถชะเอาเครื่องสำอาง สิ่งสกปรกต่างๆ หลุดออกมาได้ดี

สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้นะคะ

ส่วนผสมของผลิตภัณฑ์นี้จะประกอบด้วย น้ำมันจากธรรมชาติ ร่วมกับ น้ำมันหอมระเหย มีการเสริมสาร Squalane เข้ามาเพื่อความลื่นผิว และนางเองก็ช่วยในแง่ของการบำรุงให้ผิวนุ่มนวลไปด้วยพร้อมๆ กัน ซึ่ง Squalane เดี๋ยวนี้สกัดได้จากมะกอก หรือ อาจจะได้จากเทคโนโลยีทางชีวภาพ ตบด้วยวิตามินอี และ สารในกลุ่ม Terpenoids อย่าง o-cymen-5-ol ที่เป็นสารหอมมีคุณสมบัติในการระงับเชื้อ

มาลองดูส่วนผสมกันนะคะ

สีชมพู เป็นกลุ่มของน้ำมันจากธรรมชาติ ประกอบด้วยน้ำมันอาร์แกน และ น้ำมันมะกอก ขอเน้นที่น้ำมันอาร์แกนนะคะ

  • น้ำมันอาร์แกน เป็นน้ำมันหนึ่งที่มีความน่าสนใจในทางเครื่องสำอาง ประกอบด้วยสารพฤกษเคมีที่มีประโยชน์หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น polyphenols, tocopherols, phytosterols, และมี squalene มีงานวิจัยอยู่หลายฉบับที่สนับสนุนประโยชน์ของน้ำมันอาร์แกนต่อผิวพรรณ เช่น การทดสอบในสตรีวัยทอง จำนวน 60 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ทั้งสองกลุ่มให้ทา Argan oil กลุ่มแรกรับประทาน Argan oil เสริม และอีกกลุ่มรับประทาน Olive oil เสริม เป็นเวลา 60 วัน พบว่าผิวหนังมีความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้น (Clin Interv Aging. 2015;10:339-49.) อีกการทดสอบหนึ่งทำคล้ายๆ กัน เพียงแต่วัดประสิทธิภาพด้านความชุ่มชื้น พบว่าผิวหนังมีความชุ่มชื้นเพิ่มขึ้น และ มีความแข็งแรงของ Barrier ผิวมากขึ้น โดยวัดจากการระเหยของน้ำผ่านผิว (TEWL) ที่ลดลง (Prz Menopauzalny. 2014;13(5):280-8.) อีกการทดสอบ ทดสอบในหนูทดลอง พบว่า Argan oil มีคุณสมบัติในการเสริมการสมานแผลของผิว (Ostomy Wound Manage. 2016;62(3):26-34.) อีกชิ้นที่อยากเล่า เป็นการทดสอบประสิทธิภาพในระดับหลอดทดลองในเซลล์เพาะเลี้ยง พบว่า Argan oil มีประโยชน์ในเชิง Whitening โดยไปออกฤทธิ์ผ่านกระบวนการ MITF มีผลทำให้การสร้างเอนไซม์ Tyrosinase และโปรตีนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเมลานินลดลง จึงส่งผลให้เม็ดสีลดลง (Evid Based Complement Alternat Med. 2013;2013:340107.)
  • Squalane เป็นสารที่ดัดแปลงจาก Squalene ที่เป็นน้ำมันสำคัญของไขผิวหนังหรือ Sebum มีคุณสมบัติในการเคลือบปกป้องผิว ให้ผิวนุ่มนวล
  • o-cymen-5-ol สารกลุ่ม Terpenes พบในน้ำมันหอมระเหยจากพืชหลายๆชนิด มีรายงานการวิจัยสนับสนุนถึงคุณสมบัติระงับเชื้อราและแบคทีเรียบางชนิด (Int Dent J. 2011;61 Suppl 3:33-40.)
  • น้ำมันหอมระเหยต่างๆ ซึ่งมีประโยชน์หลายประการ ถ้าอิงตามศาสตร์ Aromatherapy ไม่ว่าจะเป็นในเชิงของการระงับเชื้อต่างๆ รวมถึง การลดการอักเสบระคายเคือง ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย

เรียกได้ว่าส่วนผสมทุกชิ้นที่ใส่มา คือ มีประโยชน์หมด ไม่ได้มี Additive ไร้สาระอะไรปนมาแต่อย่างใด

เนื่องจากวันนี้ส่วนผสมมีไม่มาก จึงไม่รู้ว่าจะให้คะแนนอย่างไรดี เลยขอสรุปจุดเด่น จุดด้อยเป็นข้อๆ ดังนี้นะคะ

Pros:

  1. ในด้านของเทคโนโลยี ส่วนตัวมองว่าการเลือกใช้น้ำมัน Argan oil มาผ่านกรรมวิธีบางอย่าง เมื่อละลายน้ำแล้วได้อนุภาคในระดับนาโน มีความน่าสนใจ
  2. การผสม (Blend) น้ำมันหอมระเหยหลายชนิดเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้กลิ่นที่มีสรรพคุณทาง Aromatherapy
  3. ไม่ใช้ Surfactant เป็นส่วนผสม
  4. ไม่มีน้ำหอมสังเคราะห์
  5. ไม่มีน้ำมันสังเคราะห์ หรือ กึ่งสังเคราะห์
  6. ไม่มีพวก Silicone

Cons:

  1. ถ้ามีสารบำรุงนิดหน่อยพอกรุบกริบ น่าจะออกมาหรูเริ่ดกว่านี้ แต่จริงๆ Cleanser มันก็สัมผัสผิวแค่ชั่วคราว มีหรือไม่มีก็น่าจะไม่ต่างกันมากนัก

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทาง Amira ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆ มาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะ ที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

Facebook https://www.facebook.com/amiraarganoil

Line: @amirasupport

Disclaimer: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Amira การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางร่วมกับศาสตร์ Aromatherapy และอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่มกันแดด ผสม Argan oil จากแบรนด์ Amira กับ Argan defense Daily UV care PA++ Deep sea physical serum sunscreen

สวัสดีค่ะ

วันนี้มี่มีรีวิวกันแดดที่น่าสนใจมาฝากกันค่ะ เป็นกันแดดน้องใหม่จากแบรนด์ Amira แบรนด์ดังที่ผลิตเซรั่มน้ำมัน Argan และ Argan milk ที่มีเคยรีวิวไว้ในช่วงก่อนค่ะ

(ลิงค์ Argan oil plus C >>Click<<    ลิงค์ Argan milk >>Click<<)

กันแดดน้องใหม่ของแบรนด์ Amira นี้ นางจะมาในซองซิปสีขาวนวล ดูหรูหราสะอาดตาค่ะ

ชื่อเต็มๆ คือ Argan defense Daily UV care PA++ Deep sea physical serum sunscreen ค่ะ

amira 1

บนซองจะมีเขียนสรรพคุณว่าปกป้องได้ทั้ง UVA UVB และ HEV ซึ่งหมายถึงแสงสีน้ำเงินที่มีพลังงานสูง หรือ Blue light และมีค่า SPF อยู่ที่ 30 PA++ ค่ะ

ทางแบรนด์ได้ทดสอบแล้วว่าก่อให้เกิดการแพ้ได้น้อย (Hypoallergenic) และ ไม่อุดตัน (Non-comedogenic) ค่ะ ดังนั้นหายห่วงได้

พอแกะซองมาด้านในจะเป็นหลอดขนาด 10 กรัม พกพาสะดวก วางตั้งบนโต๊ะเครื่องแป้งได้ไม่เกะกะ

 

amira 3

เนื้อกันแดดเป็นแบบน้ำนมค่ะ ไม่มีกลิ่น เพราะทางแบรนด์ไม่ได้ใส่น้ำหอมค่ะ

amira 4

เกลี่ยได้ง่าย ไม่เป็นปื้น ไม่ขาววอก ซึมไวแห้งไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ และไม่แห้งเกินไป ส่วนตัวมี่คิดว่าเหมาะกับทุกสภาพผิวค่ะ

amira 5

ค่า pH อยู่ที่ราวๆ 5 ค่ะ ถือว่าใกล้เคียงกับผิวดี

amira 6

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

ขึ้นชื่อว่าแบรนด์ Amira เราก็จะนึกถึง Argan oil เกรดท๊อปที่นำเข้ามาจาก Morocco ดังนั้นในกันแดดตัวนี้ของแบรนด์ ก็แน่นอนว่าต้องมีน้ำมัน Argan oil อยู่ด้วยค่ะ

สผส amira

ในภาพรวมคือเป็นกันแดดแบบกายภาพ ในเบสที่เป็นน้ำนม (Emulsion) ของน้ำ น้ำมัน และ ซิลิโคน กันแดดได้ครบถ้วนสมบูรณ์ดี และมีส่วนผสมของสารบำรุง รวมถึงสาร Antioxidant อยู่หลายชนิด

ส่วนผสมวันนี้มีหลายสีเลยทีเดียว

เริ่มกันที่

  • สีเขียว: นางเอกของเรา น้ำมันจาก Argan นั่นเอง ในทาง Aromatherapy กล่าวว่าน้ำมันนวดที่มีส่วนผสมของ Argan oil มีคุณสมบัติในการลดริ้วรอย เพิ่มความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น ลดรอยแตกลาย มีงานวิจัยอยู่หลายฉบับที่ทดสอบประสิทธิภาพของ Argan oil ยกตัวอย่างเช่น การทดสอบประสิทธิภาพของ Argan oil แบบทา ในสตรีวัยทองจำนวน 60 คน เป็นเวลา 60 วัน พบว่าค่า TEWL (การระเหยของน้ำออกจากผิว) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ค่านี้สื่อว่า Barrier ผิวมีความแข็งแรงมากขึ้น และพบว่าระดับน้ำในผิวชั้นนอก หรือ Epidermis มีค่าสูงขึ้น (Prz Menopauzalny. 2014;13(5):280-8.) อีกชิ้นหนึ่งทดสอบในสตรีวัยทอง จำนวน 30 คน เป็นเวลา 60 วัน พบว่าผิวหนังมีความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้น (Clin Interv Aging. 2015;10:339-49.) ในส่วนประกอบของ Argan oil ยังมีพวก Phytosterol ที่ให้คุณสมบัติลดการอักเสบ ซึ่งตรงนี้จะช่วยหักล้างผลเสียของ UV ที่เล็ดรอดเข้าไปในผิว รวมถึงผลในการกระตุ้นกระบวนการอักเสบของ IR ได้
    – สีเขียวอีกตัวคือ Squalane ที่ผิวเอาไปสร้างเป็น cholesterol ที่เป็นส่วนหนึ่งของ Barrier ผิวได้
  • สีฟ้า คือ พระเอกของผลิตภัณฑ์ ก็คือสารกันแดดนั่นเอง ทางแบรนด์ใช้เป็น Titanium dioxide กับ Zinc oxide ซึ่งเป็นกันแดดแบบกายภาพทั้งคู่ และโดยธรรมชาติของกันแดดแบบกายภาพคือ มันจะฉาบอยู่บนผิวอย่างนั้นแหละ ถ้าไม่ไปล้างไปเช็ดเหงื่อไม่ออก มันก็จะติดอยู่บนผิวได้ทั้งวัน และปกป้องโดยการสะท้อนแสงออกไปหมดทั้ง UVA/UVB
  • สีน้ำตาล ชื่อยากๆ ยาวๆ Bis-ethylhexylhydroxydimethoxy benzylmalonate ตัวนี้มีชื่อทางการค้าว่า Ronacare AP เป็น Antioxidant สังเคราะห์ที่มี Claim ว่า ให้คุณสมบัติในการลดความเครียดจากอนุมูลอิสระ (Oxidative stress) ของเซลล์ผิวหนังที่สัมผัสกับรังสี UV ได้ และเป็น Antioxidant ช่วยปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระในร่างกาย รักษาไขมันในผิวไม่ให้ถูกทำลาย
  • สีม่วง เป็นสารบำรุงอื่นๆ ทุกตัวมีความน่าสนใจนะคะ
    • Thermus thermophillus ferment มีชื่อทางการค้าว่า Venuceane จากประเทศฝรั่งเศส ข้อมูลจากผู้จำหน่ายวัตถุดิบบอกว่าเป็น Anti-oxidant กับ Skin protective ช่วยปกป้องผิวหนังจากรังสี UV และอินฟราเรด เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนัง ลดการอักเสบ
    • วิตามินซี และ อี ทำงานเสริมซึ่งกันและกันในการเป็น Antioxidant ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV ที่เล็ดรอดเข้าไปได้อีก 1 Step
    • Ectoin วัตถุดิบจากเยอรมัน ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าสารนี้ให้คุณสมบัติปกป้องเซลล์ผิวจากรังสี UVA UVB ลดการอักเสบ ลดการระคายเคือง การทดสอบในระดับหลอดทดลงพบว่าสารนี้สามารถยับยั้งการหลั่งสารเคมีต่างๆในเซลล์เมื่อถูกรังสี UVA จึงให้ผลปกป้องเซลล์ผิวและ DNA ไม่ให้เสื่อมสลายเพราะรังสี UVA ได้ (Skin Pharmacol Physiol. 2004; 17(5):232-7.)
    • Fullerene เป็นคาร์บอนแบบพิเศษ C60 เป็น Antioxidant ที่ดี เป็นสารคาร์บอนชนิดพิเศษ C60 ที่มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant ที่ดี มีรายงานการวิจัยสนับสนุนถึงประสิทธิภาพในการกระชับรูขุมขน (J Nanobiotechnology. 2014;12:6.) มีประโยชน์ในการลดการเกิดสิว โดยไปลดการอักเสบ และลดการหลั่งน้ำมันออกมาจากรูขุมขน ( 2011;7(2):238-41.) และชนิดที่ละลายใน Squalane มีประโยชน์ในการลดริ้วรอย (J Nanosci Nanotechnol. 2010;10(10):6769-74.) เห็นในส่วนผสมตัวนี้ก็มี Squalane ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นตัวเดียวกันไหม

 

โดยรวมคือในกันแดดนี้มีสารที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการบำรุงและปกป้องผิวจากแสงแดดได้ครบถ้วนเลยค่ะ

ในส่วนของเนื้อเบส และส่วนผสมอื่นๆ ก็ทำมาได้ค่อนข้างดี จะมีติก็ตรงที่การใช้ Sodium lauryl sulfate ซึ่งไม่เป็นมิตรกับผิวเท่าไหร่นัก แต่ตรงนี้ก็พอเข้าใจ เพราะตัวเม็ดอนุภาค Titanium dioxide กับ Zinc oxide จะเปียกน้ำยาก ต้องใช้สารประจุลบมาช่วยให้เปียกและกระจายตัวได้ดีขึ้นในตำรับ

มาให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ

  1. สารบำรุง รวมถึงสารกันแดด เป็นกันแดดชนิดกายภาพ ที่มีความคงตัวดี และมีความปลอดภัยที่ดี ไม่เกิดปฏิกิริยาเมื่อสัมผัสแสง รวมทั้งมีสาร Antioxidant และสารลดการอักเสบเสริมเข้ามาเพื่อช่วยป้องกันและหักล้างผลเสียของรังสี UV ที่เล็ดรอดเข้ามาในผิวได้ รับไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ เบสที่ใช้เป็นเบสน้ำนม หรือ Emulsion ที่มีน้ำ น้ำมัน และซิลิโคน ไม่มีแอลกอฮอล์ แต่ด้วยการใช้ Sodium lauryl sulfate ซึ่งไม่เป็นมิตรกับผิวเท่าไหร่นัก เลยขอให้ 4 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ตัวกันแดดตัวนี้ ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบนะคะ เนื้อจะค่อนข้างเบา ไม่เหนอะหนะ แต่ก็ไม่ได้แห้งจนเกินไปจนทำให้หน้าแห้งตึงระหว่างวัน ทาวันละครั้งก็อยู่ได้ทั้งวันถึงเย็น ส่วนตัวมี่ไม่ได้ทำงานกลางแดด คือ จะมีบ้างที่เดินไปตามถนนที่มีแดดเพื่อไปทานข้าว ซื้อขนม บลาๆ ตัวนี้ถือว่าทนและไม่ร้อนไม่แสบแดง เหมือนกันแดดบางชิ้นที่เคยใช้ ตัวนี้ลงแล้วจะค่อนข้างแห้งไว แต่งหน้าทับได้เลยไม่ต้องรอนาน โดยรวมถือว่าค่อนข้างชอบค่ะ ให้ไป 5 ฟลาสก์

 

คะแนน amira

 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Amira ด้วยค่ะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ พบกันใหม่โอกาสถัดไปนะคะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่เฟสบุ๊คของทางแบรนด์ Amira Skincare ได้เลยนะคะ

https://www.facebook.com/amiraarganoil

 

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Amira การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ