Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมโทนเนอร์คาโมมายล์ Chamomile calming tea toner จากแบรนด์ T’else

สวัสดีค่ะ วันนี้มีรีวิวและวิเคราะห์ส่วนผสมผลิตภัณฑ์ใหม่จากแบรนด์ T’else มาฝากกันนะคะ

สำหรับแบรนด์ T’else เป็นแบรนด์ที่น่าสนใจแบรนด์หนึ่งในเครือ Neopharm ของทางเกาหลีค่ะ ซึ่งส่วนตัวมี่เคยรีวิวสินค้าของแบรนด์นี้ไว้อยู่หลายชิ้นด้วยกันนะคะ

อย่างตัวที่ชอบมากๆ ก็จะเป็นตัว Essence ของ Kombucha กับ Artemisia ค่ะ

(สามารถตามไปอ่านได้ที่ลิงค์นี้นะคะ >>>Click<<<)

หลังจากที่ได้ลองได้เข้าไปดูเว็บไซต์ Official ของ brand ก็พบว่าตอนนี้ทางแบรนด์ได้ Rebrand ใหม่ให้มีความเป็นมิตรกับธรรมชาติมากขึ้น มีความ Clean และ เป็นเครื่องสำอางที่ไม่มีส่วนผสมจากสัตว์ คือเป็น Vegan นั่นเอง

(Image from T’else)

วันนี้มีโอกาสได้ลองใช้ซีรี่ส์ใหม่ที่พึ่งเข้ามาในไทย เป็นซีรี่ส์ของคาโมมายล์ที่โดดเด่นในด้านของคุณสมบัติให้ความรู้สึกสบายผิว (Soothing effect) โดยในซีรี่ส์นี้มีด้วยกัน 3 ผลิตภัณฑ์ คือ Ampoule, Cream และ Toner ค่ะ

วันนี้ขอหยิบโทนเนอร์มาเป็นตัวแทนในการรีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมนะคะ

ตัวโทนเนอร์มีหน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ

ตัวโทนเนอร์มาในรูปแบบของขวดแก้วใส ที่ติดด้วยสติกเกอร์ใส ซึ่งตรงนี้ส่วนตัวค่อนข้างชอบการดีไซน์ของแบรนด์ คือ เมื่อเราต้องการจะเอาไปรีไซเคิล เราก็แค่แกะสติกเกอร์นี้ออก แล้วทางแหล่งรับรีไซเคิลก็เอาไปรีไซเคิลได้เลยค่ะ

ตัวโทนเนอร์เป็นเนื้อใส สีเหลืองอ่อนๆ ภายในมีกลีบดอกบรรจุอยู่ อยากโฟกัสเข้าไปที่กลีบดอกนะคะ ส่วนตัวมองว่ามันดูโดดเด่นดีค่ะ

ด้วยความที่เป็นโทนเนอร์ในรูปแบบตำรับน้ำใส (Solution) ปกติเราก็จะใช้โทนเนอร์กับสำลี

ส่วนตัวลองใช้ทั้งหยดลงบนมือ แล้ววอร์ม ก่อนนำไปลูบไล้บนหน้า กับ หยดใส่สำลีค่ะ

ถ้าใช้กับมือก็จะเกลี่ยง่าย ซึมไวแห้งไวไม่เหนอะหนะ

ส่วนถ้าใช้กับสำลี ส่วนตัวรู้สึกว่าชุ่มชื้น ชุ่มฉ่ำและนุ่มฟูกว่าใช้กับมือ

เนื้อของโทนเนอร์เป็นประมาณนี้ค่ะ

เกลี่ยได้ง่าย ซึมไว แห้งไว ไม่เหนอะหนะ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ เย็นๆ ดมไปดมมาก็แอบคล้ายน้ำเก็กฮวย

ส่วนของค่า pH จะอยู่ที่ประมาณ 5 ค่ะ

ก่อนไปดูส่วนผสมอยากยกผลการทดสอบของทางแบรนด์ในอาสาสมัครมาเล่าให้ฟังสักหน่อย

ช่วงนี้ก็เป็นช่วงที่เราจำเป็นต้องใส่ Mask ซึ่งหลายคน รวมทั้งตัวเองด้วย หลังใส่ Mask นานๆ ก็จะรู้สึกระคายเคือง และบางครั้งบริเวณก็จะระคายเคืองมากจนแก้มเป็นรอยแดง ทางแบรนด์ทำการทดสอบประสิทธิภาพในการลดรอยแดงจากการใส่ Mask พบว่า รอยแดงลดลง 31% ในเวลา 3 วัน

อีกการทดสอบเป็นการทดสอบประสิทธิภาพในด้านของการ Soothing พบว่าใน 1 สัปดาห์สามารถลดรอยแดงได้ 32.5%

สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้นะคะ

สำหรับส่วนผสมวันนี้ทำไว้ 4 สีค่ะ

เริ่มที่กลุ่มแรก สีน้ำเงิน จะเป็นกลุ่มของสารบำรุงที่โดดเด่นในด้านของการให้ความรู้สึกสบายผิว หรือ Soothing effect รวมไปถึงคุณสมบัติในด้านของการลดการอักเสบระคายเคือง ดูแลปัญหาเรื่องรอยแดงค่ะ

  • น้ำสกัด Chamomile และสารสกัดจาก Chamomile เข้าใจว่าเป็นชนิด Roman Chamomile  มีรายงานการวิจัยสนับสนุนถึงเสริมการไหลเวียนของเลือด (Clin Exp Hypertens. 2013; 35(3):200-6.) ซึ่งผิวที่มีการไหลเวียนของเลือดที่สมดุล จะมีสุขภาพดีค่ะ นอกจากนี้ยังพบว่ามีส่วนผสมของสารประกอบ Octulosonic acid ที่มีประโยชน์ในเชิงการดูแลปัญหาอักเสบและระคายเคือง (J Nat Prod. 2014 Jan 28.) รวมไปถึงพวก Bisabolol และ Azulene ที่โดดเด่นในด้านของการดูแลปัญหาอักเสบและระคายเคือง สำหรับข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบแห่งหนึ่งกล่าวว่า สารสกัดดังกล่าวมีประโยชน์ในเชิง Soothing รวมไปถึงเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว
  • Azulene เป็นสารพฤกษเคมีที่แยกได้จากพืชหลายชนิด ในที่นี้เข้าใจว่า มาจาก Chamomile ที่โดดเด่นในด้านของการดูแลปัญหาอักเสบและระคายเคืองเช่นกัน
  • น้ำสกัดจาก Marigold ที่เป็นพืชในสกุลเดียวกับดาวเรือง (Calendula officinalis extract) ตัวนี้เองก็โดดเด่นในด้านของการดูแลปัญหาการอักเสบและระคายเคือง รวมถึงมีงานวิจัยทดสอบรองรับ (Cosmetics 2021, 8, 31.) และมีการทดสอบคุณสมบัติในการฟื้นฟูผิวหลังจากผิวไหม้แดดในอาสาสมัคร พบว่าครีมที่มีส่วนผสมของสารสกัดจาก Marigold ให้คุณสมบัติที่ดีในการฟื้นฟูผิว (IOP Conf. Series: Materials Science and Engineering. 2019;571:012082)

ส่วนถัดมา คือ สีชมพู ได้แก่ Coptis japonica root extract สำหรับพืชตัวนี้เป็นพืชในตำรับยาแผนโบราณในแถบเอเชีย ที่เกาหลีเรียกพืชนี้ว่า Hwangryun ซึ่งทางผู้ผลิตวัตถุดิบเจ้าหนึ่ง Claim ว่า มีคุณสมบัติในเชิงการปกป้องผิว Soothing และ เป็น Antioxidant

ส่วนของสีเขียว เป็นกลุ่มของสารเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ซึ่งได้แก่ Hyaluron 3 รูปแบบ และ Hydroxyethyl urea

ปิดท้ายด้วยกลุ่มของสารสีส้ม ซึ่งเป็นกลุ่มของสารพฤกษเคมีที่พบได้ในบัวบก มีรายงานมากมาย สารเหล่านี้มีประโยชน์ค่อนข้างกว้างในการดูแลผิว ไม่ว่าจะเป็น ดูแลเรื่องของการชะลอวัย การฟื้นฟู การสมานผิว การดูแลเรื่องของการสร้างคอลลาเจน เป็น Antioxidant ฯลฯ

ในภาพรวมจะเห็นว่าสารที่ใส่มาในผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่เป็นสารที่ได้จากธรรมชาติ และมีประโยชน์กับผิว ในส่วนของเบสหลักเป็นเบสน้ำชาที่ชง/สกัดจากคาโมมายล์ ซึ่งในจุดนี้แบรนด์เคลมว่าใส่มาถึง 80% เลยทีเดียว

และไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน และซิลิโคน

มาให้คะแนนกันดีกว่านะคะ

  1. สารบำรุง เรียกได้ว่าน้องจัดมาเต็มมากในด้านของการดูแลปัญหาด้านของการระคายเคือง การอักเสบ ให้ความสบายผิว (Soothing effect) ฟื้นฟูผิว รวมถึงด้านของการชุ่มชื้น และอาจจะให้ประโยชน์ครอบคลุมไปถึงด้านของการชะลอวัยและดูแลปัญหาริ้วรอยไปพร้อมๆ กัน รับไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ นอกจากสารบำรุงแล้ว ก็ไม่ได้มีสารอื่นที่ไม่จำเป็น และไม่ได้มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว รับไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน หลังเช็ดทันที จะรู้สึกว่าสบายผิว และชุ่มชื้น นุ่มฟู และสำหรับการใช้งายในระยะยาว ก่อนอื่นต้องยอมรับเลยว่า ส่วนตัวเคยมีปัญหาเรื่องผิวแดง ระคายเคืองง่ายที่บริเวณแก้ม หลังจากใช้โทนเนอร์นี้ เสริมเข้ามาใน Regimen ร่วมกับ Skincare ตัวอื่นที่ใช้เป็นประจำ เป็นเวลาเดือนกว่าๆ ก็รู้สึกเลยว่า การเกิดรอยแดงของผิวลดลง รู้สึกว่าผิวแข็งแรงขึ้น ส่วนตัวค่อนข้างชอบ จะติก็นิดหน่อย ตอนใกล้หมดขวด กลีบดอกมันจะชอบมาใกล้ๆที่หยด แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะแค่แกว่งขวดตัวโทนเนอร์ก็ยังหยดออกมาได้ตามปกติ เอาไปเลย 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ T’else สาขาประเทศไทยด้วยนะคะ ที่ส่งสินค้าใหม่ล่าสุดมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ทางแบรนด์ T’else หรือ เพจ DermArtlogy Thailand ได้โดยตรงเลยนะคะ

Facebook: dermArtlogyThailand

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ T’else การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเจลบำรุงปรับสภาพผิว DrGL Restore gel mask

สวัสดีค่ะ

วันนี้มี่มีรีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมของ Gel Mask ชื่อดังจากเกาหลีของแบรนด์ Dr.GL มาฝากกันค่ะ

แบรนด์ Dr.GL นี้เป็นแบรนด์ที่พัฒนามาจากประสบการณ์ทางด้านความงาม และการรับฟัง Feedback จากคนไข้ต่างๆ ของคุณหมอท่านหนึ่งที่เกาหลี และเลือกใช้ส่วนผสมที่มีประสิทธิภาพในปริมาณที่เหมาะสม และไม่ใช้ส่วนผสมมากชนิดเกินไปค่ะ อย่างปกติที่เราเห็นสกินแคร์ของเกาหลี คือพี่ท่านมักจะอัดเต็ม ใส่ส่วนผสมสารพัดลงไป แต่แบรนด์นี้จะมาแบบเรียบ แต่จบครบ ตามคอนเซปท์ของผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นค่ะ

คอนเซปท์ของแบรนด์คือ “maximum efficacy minimum fuzz”

จะกล่าวง่ายๆ ว่า เป็นแบรนด์เวชสำอางสายคลีนก็ว่าได้

(Image from DrGL official Korea Website)

อย่างวันนี้ตัวที่หยิบมารีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมจะเป็นผลิตภัณฑ์ Restore gel mask ค่ะ

มีหน้าตาแบบนี้นะคะ

สำหรับเนื้อของผลิตภัณฑ์ก็จะมาในรูปแบบของ Gel สีฟ้าอมน้ำเงิน ซึ่งสีฟ้าอมน้ำเงินตัวนี้ไม่ได้เป็นสีสังเคราะห์แต่อย่างใด แต่เกิดจากสารธรรมชาติที่มีชื่อว่า Guaizulene ที่ปกติเราเจอในน้ำมันหอมระเหยของคาโมมายล์ แต่ว่าทางแบรนด์เลือกเป็น Guaizulene ที่ได้มาจากเห็ดสีน้ำเงิน ที่มีชื่อว่า Lactarius indigo ค่ะ

เกลี่ยง่าย ให้ความรู้สึกสบายผิว มีกลิ่นหอมแนวธรรมชาติ (แต่เป็น Fragrance นะคะ) ซึมไหว หนึบๆ นิดหน่อย แต่พอทิ้งไว้สักพักก็จะซึมลงไปจนหมด

เจลตัวนี้มีวิธีใช้ได้หลายแบบนะคะ

  • เอามาผสมกับ Product อื่นๆ ในแบรนด์ Dr.GL เพื่อเพิ่มคุณสมบัติพิเศษ เช่น เอาเจลนี้ 2 ปั๊ม มาผสมกับ Essence Anti-aging ก็จะได้คุณสมบัติด้าน Anti-aging เข้ามาค่ะ
  • ใช้เป็น Moisturizer ทั่วไป ก็ปั๊มออกมาราวๆ 1 ปั๊ม วอร์ม แล้วเกลี่ยลงบนหน้า จบค่ะ
  • ใช้เป็น Intensive mask ก็ปั๊มออกมาสักราวๆ 3 – 4 ปั๊ม พอกไปบนหน้า ทิ้งไว้สัก 20 นาทีก่อนเช็ดเจลส่วนเกินออก ทางแบรนด์บอกว่าเช็ดออก แต่ส่วนตัวไม่ได้เช็ดออกนะคะ ผ่านไปแป๊บเดียวผิวดิฉันก็กระหายกินมันไปจนหมด

สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

ส่วนผสมวันนี้มี่ทำสีไว้ 5 สีค่ะ

สีชมพู ส่วนตัวมองว่าเป็นตัวเอกของผลิตภัณฑ์ค่ะ

  • Sodium guaiazulene sulfonate ตัวนี้เป็นสารพฤกษเคมีที่ปกติพบในน้ำมันหอมระเหยของคาโมมายล์ แต่ตามที่แบรนด์เคลมคือสกัดมาจากเห็ดสีฟ้า มีคุณสมบัติเด่นในแง่การลดการอักเสบระคายเคือง และให้ความรู้สึกสบายผิว
  • Rutin เป็นสารในกลุ่ม Flavonoid ที่มีประโยชน์หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นด้าน Antioxidant รวมไปถึงด้านการลดการอักเสบระคายเคือง

สีม่วง เป็นกลุ่มของสารที่เด่นในด้านของการลดการอักเสบระคายเคือง และให้ความรู้สึกสบายผิว ก็จะเป็นขาประจำ กับตัวที่มีความ Rare หน่อย ดังนี้ค่ะ

  • ขาประจำอย่าง สารสกัดจากชะเอม คาโมมายล์ และ Beta-glucan
  • สารสกัดจากผล Gardenia multiflora ตัวนี้ทางผู้ผลิตเคลมว่าประกอบด้วยสารในกลุ่มของ Flavonoid และ Ferulic acid ที่เป็น Antioxidant และมีประโยชน์ในด้านของการลดการอักเสบระคายเคือง และให้ความรู้สึกสบายผิว รวมถึงลดการบวม ซึ่งส่วนตัวมองว่า เหมาะเอามาใช้เป็น Soothing หลังออกแดด หรือหลังทำทรีทเมนท์ค่ะ (แต่ทางนี้ไม่เคยทำนะคะ เลยไม่รู้ว่าจะ work ไหม แต่ทาหลังออกแดดนานๆ คือ ปลื้มปริ่มอยู่ โดยเฉพาะถ้ายิ่งเอาไปแช่เย็น)
  • Menadione เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินเค ซึ่งมีประโยชน์ในการดูแลผู้ที่มีปัญหาเรื่องเส้นเลือดฝอย อย่างภาวะ Couperosis หรือ ภาวะ Rosacea (Lautenschläger, H. Kosmetik International. 2005; 7:89)

สีฟ้า Lactobacillus ferment อันนี้เคลมไปในเชิงของ Probiotic/Postbiotic ที่เสริมภูมิคุ้มกันของผิวหนัง ช่วยให้ผิวแข็งแรง

สีส้ม เป็นกลุ่มของสารที่มีประโยชน์ในเชิงการป้องกันริ้วรอย

สีเขียวแก่ เป็นกลุ่มของสารพฤกษเคมีที่พบได้ในบัวบก อย่าง Asiaticoside, Asiatic acid, Madecassic acid ซึ่งโดดเด่นหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นด้านของ Antioxidant ลดการอักเสบระคายเคืองให้ความรู้สึกสบายผิว และเสริมการสังเคราะห์คอลลาเจน การสมานแผล

เจลมาในเบสแบบน้ำ ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน แอลกอฮอล์ และซิลิโคน รวมถึงสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิวอื่นๆ

มาให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ

  1. สารบำรุง ตัวนี้โดดเด่นในแง่ของการลดการระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายผิว เน้น Soothing effect สมกับชื่อ Restore ของผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงพวก Antioxidant ชะลอวัย และช่วยให้ผิวแข็งแรง ถ้ามองแค่ความเป็น Soothing/Anti-irritant ถือว่าน้องทำมาได้ดีมาก จัดไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ นางไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว ไม่มีจุดให้หักคะแนน รับไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ส่วนตัวค่อนข้างชอบ Feeling ของเจลนะคะ ด้วยความบางเบา แต่ถ้าเอามาใช้อย่างเดียวเพื่อเป็น Sleeping mask ด้วยความที่มี่มีผิวผสม/แห้ง รู้สึกได้เลยว่าไม่พอ ยังต้องทาครีมทับอีกชั้นหนึ่ง ขอให้ไป 4 ฟลาสก์

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับมาจากเพื่อน การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเจลว่านหางจระเข้ Arosha Aloe vera soothing gel อโลเจลสูตรผสมสารสกัดพืชหลายชนิด

สวัสดีค่ะ

วันนี้มี่มีรีวิวเจลว่านหางจระเข้ หรือที่มี่ชอบเรียกว่า Aloe gel มาฝากกันค่ะ

เป็นของแบรนด์ Arosha Aloe vera soothing gel นะคะ

มาดูหน้าตากันก่อนเลยค่ะ

 

arosha.JPG

 

นางจะมาในหลอดบีบที่มีฝาปิดเป็นไม้นะคะ

 

 

 

เนื้อเจลเป็นเจลใสสีเขียว มีกลิ่นหอมอ่อนๆ

 

arosha-2

 

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย มีความลื่น ชุ่มชื้น และเคลือบปกป้องผิวได้ค่ะ

 

arosha-3

 

มาทั้งทีไม่วิเคราะห์ส่วนผสมคงไม่ได้ มาดูส่วนผสมกันดีกว่าค่ะ

 

%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%aa%e0%b8%a1-arosha

 

จากส่วนผสมตรงนี้ จะเห็นว่า ทางแบรนด์เลือกใช้ Niacinamide โดยใส่มาป็นลำดับ 3 ก่อนสารดูดน้ำอย่าง Glycerin เชียวค่ะ

ลำพังเจ้า Niacinamide นี้ก็ให้ประโยชน์หลายอย่างกับผิวแล้วหล่ะ

ผลของ Niacinamide ที่มีรายงานไว้ คือ เป็น Whitening ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ โดยไปรบกวนการส่งผ่านของเมลานินที่สร้างเสร็จแล้ว ลดการอักเสบในผิว ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวโดยไปกระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า และยังเป็น Antioxidant ได้ด้วย (Int J Cosmet Sci 2005; 27:255–261)

เสริมมาด้วยสารสกัดจากพืชอีกหลายชนิด คือ

  • ว่านหางจระเข้ มีบทบาทด้านความชุ่มชื้น และให้ความรู้สึกสบายผิว (Soothing effect)
  • ชาเขียว เป็น Antioxidant ที่ดี สารสกัดจากชาเขียวเองก็เป็นสิ่งที่มีรายงานไว้ค่อนข้างเยอะเหมือนกันค่ะ เช่น เป็น antioxidant เป็น Moisturizer ให้ผลด้านการลดริ้วรอย เพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผิว (Dermatol Ther. 2013;26(3):267-71.)
  • เปปเปอร์มินท์ ตัวนี้มี่หาข้อมูลเจอแต่ด้าน Antioxidant นะคะ อาจจะให้ความเย็นกับผิวก็ได้ ไม่แน่ใจค่ะ
  • Opuntia streptacantha stem extract เป็นสารสกัดจากต้นกระบองเพชรชนิดหนึ่ง เป็นชื่อพ้องของ Ountia ficus-indica เข้าใจว่าเป็นวัตถุดิบ Aquacacteen ของสวิตเซอร์แลนด์ ผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่าให้ผลลดการอักเสบ ให้ความรู้สึกสบายผิว และเพิ่มความชุ่มชื้น
  • Dioscorea villosa extract สารสกัดจาก Wild yam ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าประกอบด้วยสารกลุ่ม Saponin ที่ให้ผลลดการอักเสบ และให้ความรู้สึกสบายผิว

และยังมี Allantoin ที่ให้ผลด้าน Soothing เช่นกัน โดยรวมเราจะเห็นว่ากลุ่มของสารสกัดที่ใช้จะเน้นไปที่ด้านของการลดการอักเสบ และเป็น Soothing effect รวมทั้ง เพิ่มความชุ่มชื้น และเป็น Antioxidant

 

อีกจุดที่น่าสนใจคือ วัตถุดิบ Propanediol นั้น ผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่า ถ้าใช้ร่วมกับ Glycerin จะให้ผลเสริมฤทธิ์กันในการเพิ่มความชุ่มชื้นได้ดียิ่งขึ้น

 

ส่วนผสมอื่นๆยังไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

มาให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ เนื่องจากส่วนผสมไม่ได้เยอะมาก มี่ขอแบ่งเกณฑ์เป็น 2 ข้อนะคะ

  1. ส่วนผสม อุดมด้วยสารสกัดจากพืชที่ให้ผลด้าน Soothing effect เพิ่มความชุ่มชื้น และอาศัยคุณสมบัติจากวิตามินบี 3 ให้ผลที่ดีกับผิวในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็น ลดการระคายเคือง ชุ่มชื้น ผิวแข็งแรง และ Whitening ซึ่งน่าจะครอบคลุมไปถึงรอยดำจากการอักเสบได้ด้วย ดูเป็นเจลอโลที่มีสารหลายชนิดแย่งกันเป็นพระเอกแทนอโล แต่ก็โอเคนะ เพราะทุกตัวก็มาในแนวทางเดียวกัน ไม่ได้มีอะไรมาหักล้างกันและกัน สารอื่นๆนั้นไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. การใช้งาน เป็นเจลที่เกลี่ยง่าย เคลือบผิวได้ดี และให้ความชุ่มชื้นได้ยาวนาน มี่เคยลองเอามาทาหลังออกแดดจัดๆ แล้วรู้สึกผิวร้อนๆ ก็ให้ผลที่ประทับใจอยู่ค่ะ ส่วนด้านความชุ่มชื้น ถ้าลองแบ่งมาใส่ถ้วยเล็กๆ แล้วไปแช่เย็น ก่อนจะเอาสำลีชุบมาโปะบนหน้านี่จะฟินมาก จุดนี้ถือว่าค่อนข้างชอบค่ะ ให้ไป 5 ฟลาสก์

 

%e0%b8%84%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%99-arosha

 

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ arosha ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามมาจนจบ พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมนั้นสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

http://www.facebook.com/aroshathailand

 

 

Discliamer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Arosha การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้รับค่าตอบแทนในการรีวิว และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ