Image

Cosmetic Short note: Microbiome, pre-pro-post biotics แบบย่อ

ส่วนของ Post นี้เป็น Short note สรุปเรื่องที่กำลังอินเทรนด์ อย่าง Microbiome และ pre-pro-post biotics ค่ะ

Microbiome: หมายถึงสภาพแวดล้อมที่มีจุลินทรีย์และสิ่งมีชีวิตตัวจิ๋วอย่าง Dermodex spp. ที่จัดอยู่ในกลุ่มแมลงด้วย (แต่บางแหล่งข้อมูลก็ไม่นับเจ้า Dermodex เข้ามาใน microbiota นะคะ)

Microbiota: หมายถึง สิ่งมีชีวิตดังกล่าว ที่อยู่ใน Microbiome นั้นๆ

สำหรับประโยชน์ของ Microbiota และ สาระสำคัญของ Microbiota ที่มีกับผิว สรุปเป็นข้อๆ ดังนี้

  • Microbiota จะกระตุ้นตัวรับของระบบภูมิคุ้มกันของผิวหนัง เพื่อให้ผิวหนังเราทำงานได้อย่างปกติ และมีความแข็งแรงสมบูรณ์
  • ยิ่งมีความหลากหลาย/ชนิดของ Microbiota มาก ผิวหนังก็จะยิ่งมีความแข็งแรง
  • สภาพผิว การดูแล และสิ่งแวดล้อมต่างๆ มีผลต่อชนิดและจำนวนของ Microbiota

สำหรับเรื่อง pre-pro-post biotics มีสาระประมาณนี้ค่ะ

  • Probiotics เป็นส่วนหนึ่งของ Microbiota เพียงแต่จะนับเพียงจุลินทรีย์ชนิดดี ที่อาศัยอยู่เป็นเจ้าบ้านบนสถานที่หนึ่ง บางครั้งก็เรียกว่า Normal flora
  • Prebiotics จะเป็นสารอาหารที่ Probiotics กินเพื่อใช้ในการเจริญเติบโต โดยมันจะมีเกณฑ์หลายอย่างในการบอกว่า อะไรจะเป็น Prebiotic ได้บ้าง หลักๆ ก็คือ เป็นสารที่สนับสนุนการโตของ Probiotic เท่านั้น ไม่ทำให้เชื้อก่อโรคโตขึ้น
  • Postbiotic เป็นคำที่พึ่งใช้ไม่นาน หมายถึง สิ่งที่สร้าง/ขับถ่ายออกมาจาก Probiotics

ถ้านับย้อนไปหลายๆ ปีก่อน คำที่คุ้นหูเราจะมีเพียง Pre-Probiotics

แต่พอเริ่มมีการเอาผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการหมักจุลินทรีย์มาใช้ในเครื่องสำอางมากขึ้น การใช้คำว่า Probiotics มันก็เลยแปลกๆ เพราะ Probiotics มันคือตัวเชื้อที่มีชีวิต

ก็เลยมีการเสนอคำว่า Postbiotic ขึ้นมา ซึ่งอาจจะเป็นสิ่งที่ probiotic นั้นสร้างมา หรือ เอาทั้งระบบไปผ่านกรรมวิธี ก็จะได้ทั้งเศษซากของเนื้อเซลล์ probiotics และสารอื่นๆ มา

สำหรับ Short note เรื่อง Microbiome ก็มีประมาณนี้ค่ะ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมสกินแคร์น้องใหม่ Miss Bonnie Bio Boost Sleeping Mask มาสก์หน้าก่อนนอนที่คิดค้นสูตรโดยเภสัชกร โดดเด่นด้วย Microbiome technology

สวัสดีค่ะพี่ๆน้องๆเพื่อนๆบ้านมียอนทุกท่าน

วันนี้มี่มีรีวิว Sleeping mask น้องใหม่จากแบรนด์ เพื่อนๆMiss Bonnie มาฝากกันนะคะ

แบรนด์นี้เป็นแบรนด์น้องใหม่ คิดสูตรและควบคุมคุณภาพโดยเภสัชกร ที่สำคัญส่วนผสมแต่ละตัวที่เลือกมา เรียกได้ว่าเป็นส่วนผสมนำเข้าจากหลายๆประเทศ และเป็นส่วนผสมที่หลายๆแบรนด์ชั้นนำเลือกใช้ค่ะ

สำหรับ Sleeping mask ตัวนี้มีคีย์หลักที่โดดเด่นคือเรื่องของ Skin microbiome technology ค่ะ ซึ่งเรียกได้ว่ากำลังอินเทรนด์เลย และตัว Microbiome เองก็มีส่วนที่ช่วยให้ผิวเราแลดูสุขภาพดีด้วย เดี๋ยวมี่มากล่าวถึงอีกทีในช่วงวิเคราะห์ส่วนผสมนะคะ

สำหรับหน้าตาของน้องเป็นประมาณนี้ค่ะ

mb 4

เนื้อมาในเนื้อแบบครีม สีชมพูอ่อนๆ เนื่องจากไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม เลยจะได้กลิ่นจางๆของวัตถุดิบอยู่บ้าง

mb 1

เกลี่ยได้ง่าย สัมผัสบางเบา ซึมไวแห้งไวไม่เหนอะหนะ แต่ก็ยังรู้สึกได้ถึงความชุ่มชื้น

mb 2

สำหรับค่า pH อยู่ที่ราวๆ 5 – 6 นะคะ ถือว่าใกล้เคียงกับผิวดีค่ะ

mb 3

มาดูส่วนผสมกันดีกว่าค่ะ

สผส mb

ในภาพรวมมาสก์ตัวนี้เป็นมาสก์แบบครีมเจล มี่ส่วนผสมของน้ำ น้ำมัน และซิลิโคนอยู่นิดหน่อย ไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว ในด้านของสารบำรุงมีอยู่ด้วยกันหลายชนิด ทั้งกลุ่มของวิตามิน กลุ่มของสารที่ได้จาก Biotechnology ที่มาตอบโจทย์เทรนด์ Microbiome และสารเพิ่มตวามชุ่มชื้นต่างๆอีกหลายชนิด

ซึ่งส่วนผสมของสารบำรุงวันนี้มี่ทำสีไว้ 3 สีนะคะ

สีเขียว เป็นกลุ่มของสารที่ได้จากกระบวนการทาง Biotechnology เพื่อเข้ามาตอบโจทย์เทรนด์ Microbiome ซึ่งหมายถึง สิ่งแวดล้อมของชุมชนจุลินทรีย์ที่เป็นเจ้าบ้าน ที่อาศัยบนผิวเรา โดยหลายๆข้อมูลบอกว่า ถ้าเรามีความหลากหลายของชนิดจุลินทรีย์บนผิว ผิวเราก็จะแข็งแรงและมีสุขภาพดีกว่าค่ะ ตัวอย่างเทรนด์นี้ได้แก่การใช้พวก Pre-pro biotic

  • Bifida ferment lysate ตัวนี้เป็นวัตถุดิบที่ได้จากการย่อยสลายระบบที่เลี้ยงจุลินทรีย์ Bifidobacterium ก่อนจะสกัดออกมา ซึ่งจะได้ทุกองค์ประกอบจากตัวเชื้อ ทั้งสารอาหารที่เชื้อสร้าง รวมถึงกลุ่มของพวก Polysaccharide ที่มีประโยชน์ต่อผิว ทางผู้ผลิตมีเคลมเกี่ยวกับการเสริมความสามารถของผิวในการป้องกันตัวเองจากรังสี UV การซ่อมแซมและฟื้นฟู รวมไปถึงพวกด้านชะลอวัย
  • Aureobasidium pullulans ferment extract สารที่ได้จากการหมักยีสต์ดำที่มีชื่อว่า Aureobasidium pullulans มีองค์ประกอบหลักเป็น Beta-glucan ทางผู้ผลิตวัตถุดิบเคลมว่า มีคุณสมบัติในการเสริมความแข็งแรงให้กับผิว ลดการอักเสบระคายเคือง ปกป้องคอลลาเจนไม่ให้สลายตัว เพิ่มความชุ่มชื้น ฟื้นฟู และปรับสภาพผิว (TDS Adeka-Beta glucan, Adeka Corp.) โดย Beta-glucan นั้นมีคุณสมบัติเป็น Pre-biotic เป็นอาหารให้แก่จุลินทรีย์เจ้าบ้าน หรือ Pro-biotic ให้เจริญเติบโตได้
  • Bacillus ferment จากการค้นข้อมูลของวัตถุดิบ Bacillus ferment ในฐานข้อมูล พบว่ามีวัตถุดิบอยู่หลายเจ้าเหมือนกันที่เป็น Bacillus ferment แต่ละเจ้าก็เคลมต่างกันไป ในภาพรวม Bacillus ferment เป็นสารที่ได้จากการหมักจุลินทรีย์ Bacillus spp. ซึ่งมีคุณสมบัติในการเพิ่มความชุ่มชื้น และประกอบด้วยเอนไซม์หลายชนิดซึ่งมีประโยชน์ในการผลัดผิวอย่างอ่อนๆ จึงทำให้ผิวแลดูเรียบเนียน

 

สีม่วง สูตรผสมของ Tocopheryl acetate, Lecithin, Glyceryl linoleate, Glyceryl linolenate, Caprylyl glycol, Sodium ascorbyl phosphate, Retinyl palmitate เป็นวัตถุดิบผสมที่มาในรูปแบบของ Liposome ที่บรรจุเอาวิตามินเอ ซี และ อี เอาไว้ โดยไลโปโซมเป็นระบบนำส่งสารชนิดหนึ่ง ที่มีประโยชน์ในการนำเอาสารบำรุงเข้าสู่ผิว เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการบำรุงผิวมากขึ้น

 

สีฟ้าเป็นกลุ่มของสารบำรุงต่างๆ มี่ขอหยิบยกมากล่าวถึงบางตัวนะคะ

  • กลุ่มของสารเติมน้ำเพิ่มความชุ่มชื้น ได้แก่ Sodium hyaluronate, Trehalose และ Hydroxyethylurea ค่ะ
  • น้ำมันจากข้าวโอ๊ต (Avena sativa kernel oil) ปกติเราจะไม่ค่อยเห็นการใช้น้ำมันจากข้าวโอ๊ตในเครื่องสำอางเท่าไหร่นะคะ ซึ่งจริงๆแล้วน้ำมันจากข้าวโอ๊ตนี่ก็ประกอบด้วยกรดไขมันหลายชนิด ที่มีประโยชน์ในการเพิ่มความชุ่มชื้น ทดแทนไขมันคืนให้แก่ผิว โดยข้อมูลจากบางผู้ผลิตกล่าวว่า น้ำมันจากข้าวโอ๊ต ยังมีส่วนประกอบของพวก Lutein, Tocopherol ที่เป็น Antioxidant และยังมีกลุ่มของสาร oats anthracene amide ซึ่งเป็นสารพฤกษเคมีที่เป็นตัวเด่นของข้าวโอ๊ต มีประโยชน์ในเชิงการลดการอักเสบระคายเคือง และให้ความรู้สึกสบายผิว (Soothing effect)
  • Galactoarbinan ตัวนี้เป็น Polysaccharide ที่ประกอบด้วยน้ำตาล Galactose และ Arabinose มีประโยชน์ในด้านของการเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ลดการอักเสบระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายผิว อำพรางริ้วรอยตื้นๆให้ดูเรียบเนียน เพราะ Polysaccharide ชนิดนี้สามารถก่อฟิล์มบนผิวได้ มีการทดสอบจากผู้ผลิตวัตถุดิบบางรายพบว่าสามารถปกป้องผิวจากมลภาวะได้

 

โดยสรุป คือ ในผลิตภัณฑ์นี้ประกอบด้วยส่วนผสมของสารบำรุงที่ดูแลผิวได้หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ด้านความชุ่มชื้น ความแข็งแรงของผิว การชะลอวัยป้องกันริ้วรอย ฟื้นฟูและปรับสภาพผิว รวมไปถึงเรื่องของการปรับสมดุล Microbiome และ ให้ความรู้สึกสบายผิว

และอีกจุดคือ ในการพัฒนาสูตร ทางแบรนด์เลี่ยงการใส่สารที่ไม่เป็นมิตรกับผิวลงมา ดังนั้นส่วนตัวจึงมองว่าทำมาได้ค่อนข้างดีค่ะ

 

มาให้คะแนนกันนะคะ

  1. สารบำรุง ตามที่กล่าวไปด้านบนว่า สารบำรุงที่ดูแลผิวได้หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ด้านความชุ่มชื้น ความแข็งแรงของผิว การชะลอวัยป้องกันริ้วรอย ฟื้นฟูและปรับสภาพผิว รวมไปถึงเรื่องของการปรับสมดุล Microbiome และ ให้ความรู้สึกสบายผิว ซึ่งถ้ามองในจุดนี้ การดูแลเรื่อง Microbiome ก็จะมีประโยชน์ในด้านของสิวอีก ส่วนตัวเลยมองว่าในด้านของสารบำรุงนี้กระปุกเดียวครบจบทุกปัญหาผิว ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยไม่มีที่ให้หักคะแนน ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ส่วนตัวมี่มีโอกาสได้ใช้ผลิตภัณฑ์นี้มาราวๆ 2 สัปดาห์ สิ่งที่เห็นได้คือเรื่องความชุ่มชื้น เรื่องของรูขุมขนที่แลดูกระชับ แต่งหน้าทารองพื้นได้ง่ายขึ้นไม่ค่อยตกร่อง และรู้สึกได้ว่าผิวเด้งและกระชับขึ้นค่ะ สำหรับด้าน Whitening หรือ ริ้วรอย ช่วง 2 สัปดาห์นี้อาจจะยังน้อยไปที่จะฟันธง และส่วนตัวมี่เองช่วงนี้ก็ไม่ได้มีปัญหาเรื่องจุดด่างดำหรือริ้วรอยค่ะ แต่ก็สัมผัสได้ถึงสัญญาณอันดีอยู่ ส่วนข้อติคือ มี่ผิวผสม/แห้ง ลำพัง Sleeping mask ตัวนี้ตัวเดียวก่อนนอน ยังไม่พอค่ะ ต้องโบกมอยส์เจอร์เพิ่มอีกชั้น หรือทามอยส์เจอร์ให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยมาทา Sleeping mask อีกที จุดนี้ถือว่าเขาทำมาได้ค่อนข้างตอบโจทย์นะคะ ขอให้ไป 4 ฟลาสก์ค่ะ

คะแนน mb

สุดท้ายนี้ต้องขอบคุณทางแบรนด์ Miss Bonnie นะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

Facebook Page

Miss Bonnie Skincare : เวชสำอางโดยเภสัชกร

https://www.facebook.com/missbonnieskincare/

 

พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Miss Bonnie การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ