Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม เจลสารพัดประโยชน์ อาบน้ำก็ได้ สระผมก็ดี ซักแมสก์ก็ยังไหว กับ Bossmed anti-bacterial shampoo and body wash ที่มีส่วนผสมของ Chloroxylenol

สวัสดีค่ะพี่ๆน้องๆบ้านมียอนทุกๆท่าน

วันนี้มี่มีรีวิวผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่น่าสนใจ และกำลังอินเทรนด์เข้ากับสถานการณ์ในช่วงนี้มาฝากกันนะคะ

เป็นเจลอาบน้ำ แชมพู แบบ 2 in 1 ที่มีส่วนผสมของ Chloroxylenol ซึ่งเป็นสารที่มีประโยชน์ในการระงับเชื้อจุลชีพต่างๆได้หลายชนิด เรียกได้ว่า ขวดเดียวใช้ได้หัวจรดเท้าเลย ล้างมือ ล้างเท้า อาบน้ำ สระผม แถมยังเอาไปซัก Mask ก็ได้

ผลิตภัณฑ์วันนี้มาจากแบรนด์ Bossmed เป็นแบรนด์น้องใหม่ของครูกานต์ จาก Kanpoohdiary ค่ะ

มีหน้าตาประมาณนี้นะคะ

boss 1

จริงๆมี Size เล็กด้วยนะคะ แต่เดี๊ยนเอาไว้พกพาไปล้างมือเวลาเข้าห้องน้ำสาธารณะจนหมดเกลี้ยงไปแล้วค่ะ

ตัวเจลเป็นเนื้อแบบเจลใส มีกลิ่นของ Chloroxylenol ถ้าท่านเคยได้กลิ่นของ Dettol แบบมีมงกุฎ คือกลิ่นนั้นเลยค่ะ แต่ของเจลนี้จะมีกลิ่นหอมสดชื่นของน้ำมันหอมระเหยจากใบสนปนอยู่นิดๆ จะให้ความสดชื่น และความรู้สึกสะอาดแฝงอยู่ด้วย

boss 2

สำหรับเรื่องของฟอง ก็ถือว่ามีฟองอยู่ในปริมาณที่กำลังดี ไม่มากไปไม่น้อยไป ล้างออกง่าย ไม่ทิ้งเมือกลื่นๆไว้บนผิว ความรู้สึกหลังล้างกำลังเหมาะ ไม่แห้งจนเกินไป แต่ถ้าใครผิวแห้งมากๆ จะทา Hand cream เสริมก็ไม่ว่ากันจ้า

ค่า pH ของเจลหลังละลายน้ำอยู่ที่ราวๆ 6 – 7 นะคะ ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่โอเคเลยสำหรับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด

boss 3

มาค่ะ เรามาดูส่วนผสมกันนะคะ

สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

สผส boss

ในภาพรวมคือเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ใช้ SLES เป็นตัวทำความสะอาดหลัก ตัดความระคายเคืองลงด้วยการเติมสารทำความสะอาดที่อ่อนโยนในตระกูล Sulfosuccinate มีการใช้ cocamidopropyl betaine เพื่อช่วยเสริมความอ่อนโยนขึ้น Polyquartenium-7 เป็นสารที่มีประจุบวก ช่วยเคลือบปรับสภาพผิว และผม ลดผิวแห้งหลังล้าง และลดผมพันกันหลังสระ

นอกจากนี้ก็ยังมี Glycerin ที่จะมีประโยชน์เล็กน้อยในการป้องกันไม่ให้ผิวแห้งหลังล้างเกินไป แต่เนื่องจาก Glycerin ละลายน้ำได้ ประสิทธิภาพของนางก็อาจจะไม่ได้เหมือนกับเราทาบำรุงที่เป็นแบบ Leave-on นะคะ

 

สำหรับตัวหลัก จะเรียกว่าสารบำรุงก็อาจจะไม่ตรงตามวัตถุประสงค์เท่าไหร่ วันนี้เลยขอเรียกเป็น Active แทนนะคะ Active ที่ทางแบรนด์เลือกใส่มี 2 ตัวค่ะ

  • Chloroxylenol ตัวนี้เป็นสารสำคัญที่มีประโยชน์ในการระงับเชื้อจุลชีพต่างๆ ซึ่งทางแบรนด์ใส่มาในความเข้มข้นที่ 0.2% ซึ่งถ้าอิงจากเกณฑ์ขององค์กรที่ดูแลเกี่ยวกับสุขภาพ และป้องกันการติดเชื้อต่างๆ และจากข้อมูลที่เคยมีเกี่ยวกับ Coronavirus ชนิดก่อนหน้า พบว่าความเข้มข้นที่แนะนำให้ใช้/ความเข้มข้นที่มีประสิทธิภาพของสารนี้จะอยู่ที่ 0.12% (ขณะนี้ยังไม่มีการทดสอบประสิทธิภาพและความเข้มข้นของสารนี้กับ SARS-CoV2 ที่ทำให้เกิด COVID-19 ข้อมูลที่ได้จึงเป็นข้อมูลเก่าที่อิงเชื้อโคโรน่าสายพันธ์อื่นค่ะ) ซึ่งจุดนี้มองว่าผ่านนะคะ
  • Pinus sylvestris (Pine) leaf oil เป็นน้ำมันหอมระเหยจากใบสน ซึ่งทางแบรนด์ใส่มาในความเข้มข้นที่ 0.23% ส่วนตัวมีโอกาสได้อ่านบทความในหนังสือเล่มหนึ่ง ที่เขียนโดย Edward Fu และคณะ ข้อมูลอาจจะค่อนข้างเก่า แต่มองว่าเอามาอิงได้กับสถานการณ์นี้นะคะ ในน้ำมันหอมระเหยจากใบสนประกอบด้วยสารพฤกษเคมีในกลุ่มของ Monoterpene หลายชนิด ซึ่งมีคุณสมบัติระงับเชื้อ (เป็น Disinfectant ได้) เพียงแต่ฤทธิ์ของเขาอาจจะครอบคลุมเชื้อได้ไม่กว้างมากนัก และต้องใช้ความเข้มข้นที่ค่อนข้างสูง แต่ว่าถ้าใช้ร่วมกับสารในกลุ่ม Phenol ก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำความสะอาด และระงับเชื้อให้มีมากขึ้น ซึ่งเจ้า Chloroxylenol เองก็เป็นอนุพันธ์ของ Phenol ส่วนตัวเลยมองว่า น่าจะโอเคอยู่ค่ะ (Fu et al. (2007) in Johansan I and Somasundaran P. eds. Handbook for Cleaning/Decontamination of Surfaces. Vol 1, pp. 573-592) แต่ตรงนี้ก็อาจจะต้องการการทดสอบเพิ่มเติมเพื่อมายืนยันอีกทีนะคะ

 

มาค่ะให้คะแนน วันนี้เนื่องจากส่วนผสมมีไม่มาก มี่เลยขอให้คะแนนในภาพรวมเป็น 2 หมวด คือ หมวดส่วนผสม และหมวดการใช้งานนะคะ

  1. ส่วนผสม ในด้านของสารทำความสะอาด แม้ตัวหลักจะเป็น SLES แต่ก็มีการใช้สารทำความสะอาดชนิดอื่นมาเสริมเพื่อลดโอกาสในการเกิดการระคายเคืองลง และมีการใช้ Polymer ที่มีประจุบวกเข้ามาเพื่อช่วยเคลือบปกป้องผิวและผม รวมถึงในด้านของสารระงับเชื้อมองว่า Chloroxylenol น่าจะเป็นตัวเด่น และความเข้มข้นที่ใส่มาก็คือเกินเกณฑ์ขั้นต่ำตามเอกสารอ้างอิงต่างๆ แต่ส่วนตัวมองว่าอยากให้มีสารบำรุง หรือพวกป้องกันผิวแห้งเสริมอีกนิดหน่อย ขอให้ไป 4 ฟลาสก์
  2. การใช้งาน ส่วนตัวมี่ผิวตัวอยู่ในฝั่งแห้ง-ค่อนข้างแห้ง หลังล้างมือ และอาบน้ำด้วยเจลตัวนี้ ก็ไม่ได้แห้งมากไปกว่าเดิมนะคะ สัมผัสหลังใช้ก็ค่อนข้างสดชื่น ไม่ถึงกับตึงจนแห้ง และก็ไม่ได้ถึงกับมีเมือกมอยส์เจอร์ลื่นๆมาเคลือบแต่อย่างใด ซึ่งส่วนตัวจะชอบ Feeling ให้มันกลางๆระหว่างแห้งกับมีมอยส์เจอร์ค่ะ จุดนี้ถือว่าทำมาได้ตอบโจทย์ ในแง่ของฟองก็ถือว่าทำมาได้ถูกใจ สำหรับกลิ่น บางคนอาจจะไม่ปลื้มกับกลิ่นน้ำมันของใบสน แต่ส่วนตัวมี่ชอบกลิ่นในโทนแบบนี้นะคะ เลยขอให้ไป 5 ฟลาสก์

คะแนน boss

สุดท้ายนี้ต้องขอบคุณทางแบรนด์ Bossmed นะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/bossmedthailand/

 

วันนี้คงต้องลากันไปเท่านี้ พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Bossmed การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม แชมพูมีอิน (Me-In professional) สูตรผสานพลังจากสารสกัดสมุนไพรเกาหลี เพื่อการดูแลเส้นผม

สวัสดีค่ะ

เมื่อช่วงราวๆเดือนก่อน มี่ไปได้แชมพูเกาหลีจากแบรนด์ มีอิน (Me-In Professional) มาลองใช้ ซึ่งเป็น ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่น่าสนใจมากเลยทีเดียวนะคะ

แบรนด์ Me-In เป็นผลิตภัณฑ์นำเข้าจากเกาหลี ซึ่งช่วงก่อนมี่ได้มารีวิวมาสค์ชีทของเค้าไปนะคะ (ถ้าใครสนใจ หรือไม่ทันได้อ่าน กลับไปตามอ่านได้ที่ลิงค์นี้นะคะ >>Click<<)

 

แชมพูของแบรนด์ Me-In ทำมาด้วยกัน 3 สูตร สำหรับ 3 ปัญหาผม

หน้าตาเป็นแบบนี้นะคะ

me 1

เริ่มกันที่…

สีฟ้า สูตร Scalp care & Soothing สำหรับบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะที่มีปัญหาผมร่วง คัน ระคายเคือง โดดเด่นด้วยส่วนผสมจาก พลูคาว ดอกบัว และสารสกัดจากสมุนไพรเกาหลีอีก 10 กว่าชนิด ดูแลปัญหาหนังศีรษะได้อย่างลงตัว

me 4

สีชมพู สูตร Repair สำหรับฟื้นฟูปัญหาผมแห้งเสียจากการทำสีดัดยืด โดดเด่นด้วยส่วนผสมจากดอก ดงแบค คาโมมายล์ น้ำมันทานตะวันและลาเวนเดอร์ ร่วมกับ สารสกัดจากสมุนไพรเกาหลีอีก 10 กว่าชนิด ช่วยฟื้นฟูสภาพผมที่แห้งเสียให้กลับมาสุขภาพดี

me 2

สีเหลือง สูตร Volume & Shiny เพื่อเพิ่มวอลลุ่มให้ผมที่ลีบแบนกลับมาดูหนานุ่ม โดดเด่นด้วยส่วนผสมจาก คอลลาเจน โรสแมรี่ ลาเวนเดอร์ และน้ำมันจากโจโจบา ร่วมกับ สารสกัดจากสมุนไพรเกาหลีอีก 10 กว่าชนิด ช่วยคืนวอลลุ่มและความเงางามให้แก่เส้นผม

me 3

วันนี้มี่ขอหยิบยกเอาสูตร Repair สีชมพูมารีวิวให้ได้ชมกันนะคะ

สูตรสีชมพูนี้ได้รับรางวัล Cleo Beauty Hall of Fame the Best Shampoo 2018 ด้วยนะเธอ

 

เนื้อแชมพูเป็นแบบน้ำนมค่ะ กลิ่นหอมหวานในแนวของดอกไม้

me 5

มีฟองที่เล็กละเอียด ตีฟองขึ้นง่ายค่ะ หลังสระผมเสร็จ ผมนุ่มลื่นขึ้น หวีง่าย ไม่พันกัน

 

 

ค่า pH หลังละลายน้ำอยู่ที่ ราวๆ 6 นะคะ

ซึ่งในจุดนี้ถือว่าทำมาได้ค่อนข้างดี เพราะแชมพูส่วนใหญ่จะมีค่า pH ค่อนไปทางด่างหน่อยๆ

me 6

ส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

สผส mein สีชมพู

ส่วนผสมวันนี้มี่ทำไว้หลายสีอยู่เหมือนกันค่ะ

กลุ่มของสีฟ้า จะเป็นสารทำความสะอาด มีด้วยกัน 3 ตัวหลักๆ คือ

  • Sodium laureth sulfate หรือ SLES เป็นสารทำความสะอาดประจุลบ ให้ฟองที่ดี
  • Cocamide MEA ทำหน้าที่ช่วยเสริมปริมาณฟอง และเพิ่มความหนืดให้เนื้อแชมพู
  • Cocamidopropyl betaine เป็นสารทำความสะอาดชนิดสองประจุ มีความอ่อนโยน ช่วยเสริมความอ่อนโยนให้แก่เนื้อแชมพู

กลุ่มสีเขียว เป็นสาร Polymer ที่มีประจุบวก ทำหน้าที่ช่วยปรับสภาพเส้นผมในนุ่ม เงางาม หวีง่าย ไม่พันกัน

สีน้ำเงิน เป็นน้ำมันจากพืชธรรมชาติ อย่าง น้ำมันสกัดจากดอกคามีเลีย หรือ ดงแบค และ น้ำมันทานตะวัน ช่วยให้เส้นผมเงางาม ลดการแห้งกรอบของเส้นผมหลังสระ

สีม่วง Zinc pyrithione เป็นสารที่ให้ประโยชน์ในการขจัดรังแค ลดการคันศีรษะ

สีน้ำตาล เป็นกลุ่มของสารสกัดจากพืชผักสมุนไพรที่พบได้ในเกาหลี มีด้วยกันหลายชนิด เช่น คาโมมายล์ ลาเวนเดอร์ พลูคาว Scutellaria มีประโยชน์หลายประการต่อหนังศีรษะ

เช่น

  • คาโมมายล์ ลดการอักเสบระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายหนังศีรษะ
  • ลาเวนเดอร์ มีคุณสมบัติในการลดการอักเสบระคายเคือง และในทาง Aromatherapy กล่าวว่า ถ้าเป็นรูปแบบของ Lavender oil มีประโยชน์ในการฆ่าเชื้อบางชนิด
  • Saurus chinensis extract หรือ ต้นพลูน้ำ เป็นสมุนไพรในตำรับยาจีน มีรายงานเกี่ยวกับคุณสมบัติในการลดการอักเสบระคายเคือง (Exp Biol Med (Maywood). 2016; 241(4): 396–)
  • Cnidium officinale extract คือสารสกัดจาก Cnidium เป็นสมุนไพรในตำรับยาจีน มีประวัติการใช้เกี่ยวกับการติดเชื้อรา แบคทีเรีย และอาการคัน มีรายงานว่าเป็น Antioxidant ที่ดี (Pharmacogn Mag. 2010; 6(24): 323–330.)
  • Thuja orientalis extract เป็นสารสกัดจากพืชในตระกูลสนชนิดหนึ่ง มีรายงานว่ามีสารสกัดด้วยน้ำร้อนของต้นสนนี้มีคุณสมบัติกระตุ้นผมงอกในหนูทดลอง (BMC Complement Altern Med. 2013; 13: 9.)

 

ซึ่งการมีสารบำรุงเหล่านี้ก็อาจจะได้ประโยชน์ในขั้นตอนการสระผม เพราะเราก็จะมีการตีฟองและนวดที่หนังศีรษะ แต่อาจจะให้ประโยชน์ได้ไม่เท่าพวก Leave on อย่าง Hair tonic หรือ ผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพราะสัมผัสเส้นผมแค่ชั่วคราวเท่านั้น แต่ถ้าเปรียบในรูปแบบแชมพูด้วยกันแล้ว โดยรวมถือว่ามีอิน เป็นแชมพูที่ทำมาได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว

 

ให้คะแนน

วันนี้ขอแบ่งหัวข้อในการให้คะแนนเป็น สารทำความสะอาด ส่วนผสมอื่นๆ และ การใช้งานนะคะ

  1. สารทำความสะอาด ใช้ SLES เป็นสารทำความสะอาดหลัก ซึ่งให้ฟองที่ดี ร่วมกับ Cocamidopropyl betaine เพื่อตัดให้มีความอ่อนโยนมากขึ้น และเสริมด้านปริมาณฟองด้วย Cocamide MEA แต่ในด้านของข้อมูลความระคายเคือง SLES จัดว่ายังมีการระคายเคืองอยู่ในระดับหนึ่ง แม้จะไม่รุนแรงเท่า SLS แต่ก็ขอให้ 4 ฟลาสก์ จุดนี้มี่ใช้ได้ไม่มีปัญหาอะไร เพราะในแชมพูเด็กหลายๆ ตัว ก็ใช้ตัวนี้เช่นกัน และผมก็ไม่แห้งกรอบ
  2. ส่วนผสมอื่นๆ มีการเสริมสารประจุบวกเข้ามาเพื่อให้ผมนุ่มสลวย เงางาม และหวีง่าย ร่วมกับสารบำรุงที่เป็นสารสกัดพืชหลายชนิด ให้ประโยชน์โดยรวมไปในเชิงด้านการลดการอักเสบระคายเคือง และให้ความรู้สึกสบายหนังศีรษะ และมี Zinc pyrithione ที่ดูแลเรื่องรังแคและอาการคันได้ แต่ถึงไม่มีรังแคก็สามารถใช้สารนี้ได้ จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน เริ่มจากเรื่องเนื้อแชมพู เรื่องกลิ่น และปริมาณฟอง มี่ว่าแชมพูสูตรนี้เค้าทำมาได้อย่างลงตัวในจุดนี้นะคะ ส่วนการใช้งาน สามารถสระง่าย ตีฟองขึ้นง่าย ล้างออกง่าย ไม่ทำให้ผมแห้งกรอบ หรือ พันกัน ไม่เหนียว ไม่จับกันเป็นลิ่ม และผมไม่มัน ไม่เยิ้มไว โดยรวมถือว่าค่อนข้างชอบนะคะ ให้ไป 5 ฟลาสก์

คะแนน me

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์มีอิน (MeIn) ด้วยนะคะที่ส่งสินค้าดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ทาง Facebook Fanpage ของแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/MeIn-170073223703243/

พบกันใหม่ในโอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับมาจากทางแบรนด์มีอิน (Me-In Professional) การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม แชมพูสูตรธรรมชาติ ที่ผสมสาร 18-MEA ช่วยชะลอความแก่ของเส้นผม จาก Lolane nature code

สวัสดีค่ะ

มี่ได้ไปรู้จักกับแชมพูและครีมนวดผม Lolane Nature code จากงาน ASEAN beauty ที่ผ่านมาค่ะ

Lolane nature code เป็นผลิตภัณฑ์สูตรธรรมชาติที่น่าสนใจ อัดแน่นมาด้วยส่วนผสมบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะที่นำเข้ามาจากหลายๆประเทศ

วันนี้มี่ขอเริ่มรีวิวที่ตัวแชมพูนะคะ

แชมพูของทางแบรนด์มีด้วยกัน 3 สูตรค่ะ

 

sham 2

คือ สูตรสำหรับผมแห้งเสีย ขอเรียกว่าสูตรผมแห้ง สูตรสำหรับผมมีรังแคและคัน ขอเรียกว่าสูตรรังแค และสูตรสำหรับผมและหนังศีรษะมัน ขอเรียกว่าสูตรผมมัน นะคะ

เนื้อแชมพูสูตรผมแห้ง สูตรผมแห้ง ผมมัน จะเป็นแชมพูแบบใสค่ะ ส่วนสูตรรังแคจะเป็นแชมพูเนื้อน้ำนม

sham 6.jpg

กลิ่นของทั้ง 3 สูตรจะต่างกันเล็กน้อยค่ะ

สูตรผมแห้ง จะมีกลิ่นหอมหวานคล้ายข้าวโพด

สูตรผมมัน จะมีกลิ่นออกส้มๆผสมสมุนไพร

สูตรรังแค จะมีกลิ่นออกแนวสมุนไพร

เนื้อฟองจะมาแนวคล้ายๆกัน ฟองเล็กละเอียด นุ่มดีค่ะ

sham 7

ตอนเอาลงสระผมจริงๆจะฟองเยอะกว่านี้ค่ะ

วัดค่า pH ซักหน่อย

sham 1

อยู่ที่ราวๆ 6 – 7 ค่ะ ซึ่งถือว่าต่ำกว่าแชมพูทั่วไป ที่จะอยู่ราวๆ 8 ตรงนี้ก็คือดี เพราะถ้าแชมพูเป็นด่างมากไปผมจะแห้งกรอบ

 

ทางแบรนด์มีการทดสอบความอ่อนโยนของตัวแชมพูด้วยค่ะ

โดยทดสอบกับผมย้อมสี โดยมีสมมติฐานว่า แชมพูที่ชะเอาเม็ดสีออกมาได้มากกว่าจะมีความรุนแรงกว่า

โดยแบ่งเส้นผมของอาสาสมัครออกเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งซ้ายสระด้วยแชมพูยี่ห้อ S และฝั่งขวาสระด้วยแชมพู Lolane ขอยืมรูปจากทางแบรนด์เลยนะคะ

lo 1

lo 2

lo 3

 

พบว่าฝั่งขวามีเม็ดสีออกมาน้อยกว่า จึงสรุปว่าแชมพู Lolane มีความอ่อนโยนกว่า เนี่ยเป็นอีกจุดที่มี่ชอบ คือส่วนตัวมี่เองก็ทำสีผมค่ะ ทำไปทำมาจนเม็ดสีนี่หายหมด ถ้าสีที่ย้อมหลุด ก็จะเหลือแค่ผมสีซีดๆ พอมาใช้โลแลน สีผมก็ติดผมดีขึ้น ซึ่งก็ตรงกับที่ทางแบรนด์บอกว่าเป็นแชมพูถนอมสีผมสำหรับคนที่กำลังมองหาแชมพูที่อ่อนโยนไม่ทำลายสีผมให้หลุดเร็ว

ตรงนี้ต้องกราบ

 

แชมพูทั้ง 3 สูตรมีส่วนของสารบำรุงคล้ายๆกันค่ะ เลยขอยกส่วนผสมของสูตรผมแห้งมาเป็นนางเอกในการวิเคราะห์ส่วนผสมในวันนี้นะคะ

ส่วนผสม:

สผส shampoo

ส่วนของส่วนผสมมี่ทำเป็นสีๆไว้ให้ค่ะ

  • สีฟ้า: กลุ่มสารทำความสะอาดหลัก
  • สีม่วง: กลุ่มสารบำรุง
  • สีเขียว: สารปรับสภาพเส้นผมให้ผมนุ่ม เงาสลวย หวีง่ายไม่พันกัน
  • สีแดง: parabens ซึ่งดูไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่

 

เริ่มกันที่สีฟ้าค่ะ

สารทำความสะอาดตัวหลักคือ Sodium lauryl ether sulfate หรือ SLES ซึ่งเป็นสารทำความสะอาดประจุลบ ทำความสะอาดได้ดี ฟองเยอะ เสริมมาด้วย Cocamidopropyl betaine กับ Disodium cocoyl glutamate (ขอย่อว่า DCG) ซึ่งมีความอ่อนโยน และ cocamide DEA ที่ช่วยเพิ่มฟองค่ะ

ตัว DCG นี้ต้องกล่าวถึงเป็นพิเศษ เพราะนางดีงามอยู่ค่ะ สารทำความสะอาดตัวนี้ผลิตจากกรดอะมิโนกลูตาเมท และ กรดไขมันจากมะพร้าว จึงมีความเป็นธรรมชาติอยู่ในตัว สารทำความสะอาด DCG นี้มีความอ่อนโยนสูง และยังมีความสามารถพิเศษ คือ นอกจากความอ่อนโยนของนางแล้วนางจะช่วยลดการเกาะติดของ SLES บนเส้นผม จึงช่วยเพิ่มความอ่อนโยนให้แก่ผลิตภัณฑ์ได้ และยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นได้อีก (ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบ)

 

ต่อมา สีม่วง

ถึงจะเป็นแชมพู ที่สัมผัสผมแป๊บเดียว นางก็ใส่ใจ ใส่สารบำรุงมาด้วย สารบำรุงที่ใส่มามีหลายตัวค่ะ

  • Propanediol เป็นวัตถุดิบเพิ่มความชุ่มชื้นที่ผลิตได้จากการหมัก Corn sugar ตัวนี้มีความอ่อนโยนสูงค่ะ ช่วยให้เส้นผมอ่อนนุ่ม ชุ่มชื้น
  • C10-40 Isoalkylamidopropylethyldimonium ethosulfate ตัวนี้คือน้ำมัน 18-MEA ที่นำมาทำให้อยู่ในรูปแบบของประจุบวกค่ะ ตัวนี้เรื่องมันยาวค่ะ ต้องมาลงรายละเอียดกันซักหน่อย

18-MEA เป็นน้ำมันตามธรรมชาติชนิดหนึ่งที่อยู่บนเส้นผมของคนเราค่ะ ช่วยให้ผมเงางาม ว่ากันว่า เวลาเราอายุเพิ่มขึ้น น้ำมันนี้จะลดลง ผมคนที่มีอายุเพิ่มขึ้นเลยไม่เงางามไม่สุขภาพดีเหมือนผมเด็กๆ ทางแบรนด์จึงเคลมว่า 18-MEA นี่เป็นเสมือนดัชนีชี้ความอ่อนเยาว์ของเส้นผม

ทีนี้ทำไมต้องประจุบวก ??

จริงอยู่ที่มีหลายๆแบรนด์ใส่ 18-MEA มาในสูตร แต่หลายๆแบรนด์ ไม่ได้ใช้ในรูปแบบประจุบวก เหมือนของแบรนด์นี้ สาเหตุที่ต้องเป็นประจุบวกเพราะว่า ผมเสียของเราจะมีประจุลบ พอเจอสารประจุบวก ก็จะจับกันได้แน่น ไม่หลุดออกไปได้ง่ายๆ ดังนั้น 18-MEA ที่เป็นประจุบวกก็จะเกาะติดบนเส้นผมได้นาน แม้จะล้างแชมพูออกไปแล้ว (เหตุผลนี้ใช้กับพวกสารประจุบวกในสูตรครีมนวดผมด้วย คือ ประจุบวกจะไปเคลือบติดบนเส้นผม)

ตามภาพเลยค่ะ

pantene

(ที่มา: http://www.myfatpocket.com/beauty-news/pantene-launches-colour-perm-lasting-care-range.html)

 

  • สารสกัดจากข้าวหอมนิล (ตามที่เคลมไว้ข้างขวด) ข้าวหอมนิลอุดมด้วยสารสีที่เป็น Antioxidant ที่ดี จึงสามารถปกป้อง 18-MEA ตามธรรมชาติบนเส้นผมไม่ให้ถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระ
  • ส่วนผสมของ Apigenin, Oleanolic acid และ Biotinoyl tripeptide-1 คือ วัตถุดิบ Procarpil ของประเทศฝรั่งเศส ให้ผลเสริมฤทธิ์กันอย่างลงตัว โดยช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดมาเลี้ยงเส้นผม ต่อต้านการทำงานของเอนไซม์ 5α-reductase ที่เป็นเอนไซม์เปลี่ยนฮอร์โมนเพศชายให้มีฤทธิ์แรงขึ้น มีผลทำให้รากผมมีขนาดเล็กลง และฝ่อไปในที่สุด สารนี้จึงมีคุณสมบัติช่วยให้รากผมของเรามีความแข็งแรง ไม่หลุดร่วงง่าย

 

hair 6

(ที่มา: Sederma)

  • สารสกัดจาก Celery ตัวนี้น่าจะหมายถึงวัตถุดิบ Apiscalp ที่นำเข้าจากฝรั่งเศส ผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่า คืนความชุ่มชื้น ปรับสมดุลการผลิตน้ำมันของหนังศีรษะให้เหมาะสม ฟื้นฟูความเสียหายและความเสื่อมที่หนังศีรษะ และให้ความรู้สึกสบายหนังศีรษะ (Soothing effect)

 

ส่วนของสารสีเขียวเป็นกลุ่มของสารประจุบวกตามที่เล่าให้ฟังว่าจับกับผมเสียที่เป็นลบและช่วยให้ความเงางาม

และสีแดงคือสารกันเสียในกลุ่ม parabens ที่ดูเหมือนจะไม่เป็นมิตรเท่าไหร่นัก แต่แชมพูพวกนี้สัมผัสผมแค่ชั่วคราวแล้วก็ล้างออก จึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

ส่วนผสมอีกสองสูตรที่เหลือก็จะคล้ายๆกันนะคะ

ถ้าเป็นสูตรผมมันจะมีการเพิ่มสารสกัดจากพืชตระกูล Citrus เข้ามา ทางแบรนด์ Claim ว่าเป็น Balance care technology ที่ใช้สารสกัดจาก Citrus ร่วมกับ Celery ในการปรับสมดุลความมันของหนังศีรษะและเส้นผม และคืนความแข็งแรงให้แก่เส้นผม โดยเพิ่มการยึดเกาะของเส้นผมกับหนังศีรษะให้แน่นขึ้น ผมจึงไม่หลุดร่วง นอกจากนี้ยังใช้น้ำมัน Tea tree ที่เก็บกักไว้ในระบบนำส่งแบบแคปซูล ช่วยควบคุมความมันบนหนังศีรษะ ให้ความรู้สึกสบายหนังศีรษะ (Soothing effect) และช่วยให้หนังศีรษะชุ่มชื้น มีสุขภาพดี นอกจากนี้ Tea tree oil ยังมีงานวิจัยรองรับว่าสามารถลดการเกิดรังแค อาการคัน และความมันของหนังศีรษะในอาสาสมัครได้ดี โดยไม่มีผลข้างเคียงใดๆ (J Am Acad Dermatol. 2002;47(6):852-5.)

ถ้าเป็นสูตรรังแค จะมีการเพิ่ม  Zinc pyrithione ที่ให้ผลดีต่อรังแค น้ำมันสกัดจากไพล หรือ Plaitanoid มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียและราที่ก่อให้เกิดรังแค ช่วยให้รู้สึกสบายหนังศีรษะ และลดอาการคันหนังศีรษะและรังแค นอกจากนี้น้ำมันจากไพลยังมีฤทธิ์ลดการอักเสบและระคายเคืองได้ด้วย และ สารสกัดจากเปลือกไม้สน เข้าใจว่าเป็นวัตถุดิบของทางฝรั่งเศส มีคุณสมบัติช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ควบคุมความมัน และลดการสะสมตัวของเชื้อก่อโรคบนหนังศีรษะ หนังศีรษะจึงมีสุขภาพดี

ตารางสรุปซักนิดก่อนไปให้คะแนน อันนี้ขอยืมมาจากทางแบรนด์เลยนะคะ

คุณลักษณะ แชมพูทั่วไป แชมพู Lolane nature code
1. ความเป็นมิตรกับไขมันตามธรรมชาติบนเส้นผม สารทำความสะอาดมักขจัดเอาไขมันตามธรรมชาติของเส้นผมออกมา ทำให้เส้นผมหยาบกระด้าง ไม่เงางาม มีการเสริม 18-MEA ให้แก่เส้นผม โดย 18-MEA ก็เป็นเสมือนดัชนีบ่งชี้ความอ่อนเยาว์ของเส้นผม
2. สารทำความสะอาด ใช้สารทำความสะอาด SLES เป็นตัวหลัก ซึ่งไม่ได้อ่อนโยนมากนัก ใช้สารทำความสะอาด SLES ร่วมกับสารทำความสะอาดชนิดอ่อนโยนในตระกูล Glutamate ซึ่งมีผลลดการระคายเคือง SLES
3. สารบำรุง มักไม่มีสารบำรุง หรือถ้ามีส่วนมากก็จะเป็นกลุ่มของสารที่ไม่ได้มาจากธรรมชาติ มีสารบำรุงอยู่หลายชนิด และเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น Corn sugar, procarpil, Apiscalp และสารสกัดจากข้าวหอมนิล
4. อื่นๆ ผ่านการทดสอบการระคายเคืองและความปลอดภัยจากสถาบัน Dermscan Asia

มาให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ วันนี้มี่แบ่งเป็น 4 หัวข้อนะคะ ตั้งแต่สารทำความสะอาด สารบำรุง ส่วนผสมอื่นๆ และ การใช้งาน

  1. สารทำความสะอาด นอกจาก SLES แล้วก็มีการเสริมสารทำความสะอาดเข้ามาอีกหลายชนิด โดยเฉพาะสารทำความสะอาดกลุ่ม Glutamate ที่มีความอ่อนโยน และมีคุณสมบัติลดการเกาะติดของ SLES บนเส้นผมได้จึงช่วยลดการระคายเคืองจากสารทำความสะอาดหลักได้ นอกจากนี้ก็ยังใช้สารกลุ่ม betaine ที่มีความอ่อนโยนเช่นกัน ตรงนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. สารบำรุง แชมพูตัวนี้มีสารบำรุงอยู่หลายตัวเหมือนกันโดยรวมให้คุณสมบัติหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผมร่วง ผมบาง ความชุ่มชื้น ความเงางาม ช่วยเรื่อง Hair aging ซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่ของวงการเครื่องสำอาง โดยการใช้ 18-MEA เพื่อช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้เส้นผม และช่วยปรับสมดุลของเส้นผมและหนังศีรษะ ครบถ้วนทุกจุดความต้องการบนหัวเลยทีเดียว ถึงแม้แชมพูจะสัมผัสผมเราแค่แป๊บเดียว แต่มีก็ดีกว่าไม่มี รับไป 5 ฟลาสก์
  3. ส่วนผสมอื่นๆ สารองค์ประกอบส่วนใหญ่ที่ใส่มาก็มีประโยชน์หมด แต่ตัวที่น่าเสียดายคือ parabens ที่อาจจะไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่นัก ถึงแชมพูจะสัมผัสผมเราไม่นาน แต่มีก็คือมี หักคะแนนไป 1 คะแนน รับไป 4 ฟลาสก์
  4. การใช้งาน ส่วนตัวมี่ผมแห้ง หนังศีรษะมันค่ะ ลองใช้ทั้ง 3 สูตร ชอบสูตรรังแคมากที่สุด รู้สึกว่าสระแล้วผมนุ่มสุด แล้วให้ความรู้สึกเบาสบายหัว ส่วนสูตรผมแห้งกับผมมัน มี่ว่ามันแห้งไปนิดค่ะสำหรับผมมี่ กลิ่นก็มาเป็นแนวธรรมชาติค่ะ ตรงนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์นะคะ ถ้ารีวิวแค่สูตรรังแค นี่จะให้ 5 เต็ม

 

คะแนน lolabe

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Lolane ด้วยนะคะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามมาจนจบ พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้กับทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/LolaneThailand

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Lolane การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ