Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรัมลดริ้วรอยตัวดังจากสเปน Martiderm Proteum serum anti-aging ultra-intensive

สวัสดีค่ะ วันนี้มี่แวะเอารีวิวของเซรัมลดริ้วรอยตัวดังจากแบรนด์ Martiderm เวชสำอางจากฝั่งสเปนมาฝากกันค่ะ

 

เป็นเซรัมที่มีชื่อว่า Proteum serum anti-aging ultra-intensive ค่ะ

 

ตัวเซรัมหน้าตาเป็นแบบนี้นะคะ

 

pro 1

 

มาในขวดปั๊มสีดำ ดูหรูหรา Classic น่าเกรงขามมากเลยค่ะ ขวดบรรจุ 30 ml ค่ะ

 

 

ตัวเซรัมเป็นเนื้อสีออกเหลืองครีมอ่อนๆ มีความเงา มีกลิ่นหอม

 

pro 3

 

เนื้อเซรัมจะเป็นเนื้อน้ำนมเกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย มีสัมผัสลื่น ตอนลงแรกๆจะมีปื้นๆนิดๆแต่พอเกลี่ยเสร็จก็จะไม่ทิ้งร่องรอยใดๆค่ะ

 

pro 4

 

ด้านหลังกล่องจะมีคำ Claim อยู่ค่ะ

 

pro 2

 

สำหรับการใช้งานทางแบรนด์บอกว่าให้ใช้วันละครั้งในตอนเช้าค่ะ

 

 

 

ทางแบรนด์มีผลการทดสอบในอาสาสมัครด้วยนะคะ

 

proteum 3

(Image from Martiderm)

 

มี่ลองวัด pH ดู ยังพอวัดได้อยู่ค่ะ ปกติถ้าผลิตภัณฑ์มีสีและ Pigment มันจะค่อนข้างรบกวนการอ่านอยู่

 

pro 5

 

คิดว่า pH อยู่ที่ราวๆ 5 นะคะ

 

 

 

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

 

สผส proteum

 

จากส่วนผสมมี่ได้ทำแถบสีไว้ให้แล้วนะคะ

ส่วนสีฟ้าอมเขียว: เป็นกลุ่มส่วนผสมที่ดูดีมีนวัตกรรม ให้ผลด้านริ้วรอย ได้แก่

  • Glycine max (Soybean) seed Polysaccharides เป็นสารประกอบกลุ่มคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่ได้จากถั่วเหลือง ทางแบรนด์ตั้งชื่อว่า Proteum 89+® และ Claim ว่าเป็นสารในกลุ่ม Proteoglycan ขนาดเล็กที่ออกฤทธิ์กระตุ้นการสังเคราะห์ Proteoglycan ที่ชื่อ Decorin และ Vesican ในผิว ให้ผลเพิ่มความกระชับ (Firmness) และ ความยืดหยุ่น (Elasticity) ของผิว

 

ขอกล่าวรายละเอียดของ Decorin กับ Vesican ซักหน่อยนะคะ สองตัวนี้เป็น Proteoglycan ที่มีอยู่ในผิวค่ะ

 

decorin.jpg

(Image from Martiderm)

 

Proteoglycan พวกนี้จะเรียงกันเป็นร่างแหสลับซับซ้อนเหมือนแปรงล้างขวด เกาะอยู่กับโปรตีนที่เป็นสายหลัก Decorin เป็น Proteoglycan ขนาดเล็ก และ Versican เป็น Proteoglycan ขนาดใหญ่ค่ะ พวกนี้จะเรียงกันเป็นร่างแหและจับกับ Hyaluron และ Collagen อยู่ในผิว ทำให้ผิวยืดหยุ่น มีความกระชับ (Li et al, Sci Rep. 2013;3:2422.) เวลาคนเราแก่ตัวลง รวมถึงเวลาโดนรังสี UV บ่อยๆ โครงสร้างพวกนี้ก็จะมีความผิดปกติไป ทำให้เกิดเป็นริ้วรอยขึ้น

 

บทบาทของ Decorin นั้น จะไปจับกับ Collagen Type 1 ในชั้นผิว ช่วยให้ Collagen เรียงตัวในแบบที่เหมาะสม และปกป้องไม่ให้ Collagen โดนย่อยสลายโดยเอนไซม์ในผิว

 

ส่วน Versican นั้น ตัวมันเองก็มีความสามารถในการอุ้มน้ำ และยังจะไปจับกับ Hyaluronic acid ในชั้นผิว ช่วยอุ้มน้ำได้อีกต่อนึง

 

ทางแบรนด์ได้ทดสอบผลของสาร Proteum 89 ด้วยค่ะ มี่ไม่แน่ใจในระเบียบวิธีวิจัยของเขานะคะ แต่คิดว่าน่าจะเป็นระดับหลอดทดลอง (In vitro) ยืนยันแล้วว่า สารให้ผลกระตุ้นการสร้าง Decorin และ Versican ได้จริง

 

โดย Proteum 89 ในความเข้มข้น 1% ให้ผลกระตุ้นการสร้าง Versican ได้ 1.83 เท่า

 

proteum 1

(Image from Martiderm)

 

และกระตุ้นการสร้าง Decorin ได้ 1.78 เท่าค่ะ

 

proteum 2

(Image from Martiderm)

 

 

  • Tocopheryl retinoate อนุพันธ์ใหม่เป็นลูกผสมของวิตามินอีและเอ เป็นตัวนำพา (Carrier) ของกันและกันเข้าไปในผิว ให้ผลเรื่องการลดริ้วรอยจากวิตามินเอ และการเป็น Antioxidant ของวิตามินอี มีงานวิจัยตั้งแต่เมื่อปี 2006 กล่าวถึงผลในการเป็น Antioxidant, กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและ Hyaluronic acid ในระดับหลอดทดลอง และ ให้ผลช่วยให้ริ้วรอยตื้นขึ้นในอาสาสมัคร (Okano et al., J Dermatol Sci Suppl. 2006;2(1):S65-S74) มี่คิดว่าน่าจะเป็นวัตถุดิบตัวเดียวกับ Tocoretinate-10 ของบ. Nikko Chemical ของญี่ปุ่น ซึ่งประกอบด้วย Caprylic/ Capric Triglyceride, D-δ-Tocopherol Retinoate และ D-δ-Tocopherolทางผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim เรื่องริ้วรอย Antioxidant กระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจน และ hyaluron ในผิวเช่นเดียวกัน

 

  • Acetyl hexapeptide-51 amide Peptide ที่มีชื่อทางการค้าว่า Juveleven ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบกล่าวว่าให้ผลปกป้อง DNA และช่วยเร่งกลไกการฟื้นฟู DNA ตามธรรมชาติของผิวให้เกิดได้ไวขึ้น

 

juv

(Image from Lipotec)

 

ส่วนตัวที่เหลือได้แก่

 

สีเขียว: สารบำรุงทั่วไป มีส่วนผสมของวิตามินบี5 บี3 ซี และอี 4 ตัวนี้ให้ผลโดยรวมในด้านความชุ่มชื้น ไวท์เทนนิ่ง Antioxidant และการเพิ่มความแข็งแรงของผิว

 

สีม่วง: สารไขมันทดแทนให้ผิว เพราะคนที่เริ่มมีอายุขึ้นการสร้างไขมันในผิวจะเกิดได้น้อยลง

 

สารสีส้ม จริงๆไม่ใช่สารออกฤทธิ์ค่ะ แต่เป็นกลุ่มของ Pigment ที่ช่วยบดบัง อำพราง รอยต่างๆบนผิว โดยเจ้า Mica จะช่วยสะท้อนแสงทำให้ดูสว่าง ส่วนเจ้า Titanium dioxide มีคุณสมบัติปกปิด และ Silica บางชนิดจะช่วยกระเจิงแสง ทำให้ร่องรอยต่างๆดูเบลอไป

 

การมีอยู่ของ Pigment พวกนี้ทำให้ผลิตภัณฑ์ดูไม่ค่อยจำเป็นสำหรับกลางคืนเท่าไหร่นัก เพราะทาแล้วก็ไปนอน แต่ถ้าจะใช้เช้าเย็นก็ไม่มีปัญหาอะไรค่ะ

 

มาให้คะแนนดีกว่าค่ะ

  1. สารบำรุง หรือ Active ingredients ด้วยความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของตัว Proteum 89+® ซึ่งออกฤทธิ์ได้ค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์ เสริมด้วยวิตามิน A B3 B5 C E จึงให้ผลบำรุงผิวได้ครบถ้วนและรอบด้าน จากที่ได้เล่าให้ฟังไว้ในด้านบน เลยขอให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. เนื้อหลัก หรือ Base มาในรูปแบบของ Emulsion ประกอบด้วย น้ำ น้ำมัน และซิลิโคน ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ มีส่วนของสารเติมน้ำ สารเคลือบผิว และสารไขมันทดแทนอยู่ครบถ้วน เลยขอให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. สารปรุงแต่งอื่นๆ ไม่มีตัวไหนมีพิษมีภัยอะไรกับผิว เลยไม่มีที่ให้หักคะแนน รับไป 5 ฟลาสก์
  4. การใช้งาน จริงๆตัวนี้มี่ค่อนข้างรักเลยนะคะ เกือบจะเป็นลูกรักและ ติดอีกนิดนึงที่กลิ่น ไม่ใช่กลิ่นที่เป็น Spec ของมี่เลยจริงๆ ตอนนี้ค่อยๆกระมิดกระเมี้ยนใช้ ระวังหมด ช่วงแรกๆ ก็ลงทั้งหน้าอยู่ค่ะ แต่ระยะหลังๆนี้เอามาเน้นทาบำรุงใต้ตาค่ะ ช่วยเรื่องริ้วรอยได้ดีเหมือนกันค่ะ จุดนี้ขอให้ไป 5 ฟลาสก์

 

คะแนน

 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Martiderm ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ สำหรับแบรนด์ Martiderm ในประเทศไทย มีบริษัท Advance aesthetic เป็นผู้นำเข้าแบบถูกต้องนะคะ

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่

เฟสบุคของบริษัท http://www.facebook.com/advanceaestheticthailand ได้เลยค่ะ

 

ขอบคุณที่ติดตามรับชมมาจนจบค่ะ

 

Disclaimer/Conflict of interest: ผลิตภัณฑ์ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Martiderm การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสม ครีมเจลและเจลล้างหน้าในกลุ่ม Acniover แบรนด์เวชสำอาง Martiderm จากสเปน

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสม ครีมเจลและเจลล้างหน้าในกลุ่ม Acniover แบรนด์เวชสำอาง Martiderm จากสเปน

วันนี้มี่จะมารีวิววิเคราะห์ส่วนผสมเจลครีม Creamigel ใน Line ดูแลสิวที่มีชื่อว่า Acniover จาก Martiderm เวชสำอางจากสเปนให้ชมกันค่ะ

ในไลน์ Acniover นี้ มีผลิตภัณฑ์อยู่ 2 อย่างเป็นตัวล้างหน้า และ Creamigel ค่ะ

มาเริ่มกันที่ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าก่อนดีกว่านะคะ มีชื่อว่า Gel purificante ค่ะ

หน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ

wash 1

ตัวนี้เป็นเจลใสสีเขียว กลิ่นแอปเปิ้ล ที่ค่อนข้างอ่อนโยนกับผิวค่ะ

ถูกับน้ำแล้วจะมีฟองอยู่ค่อนข้างน้อยแต่ฟองละเอียดเหมือนครีม มีความลื่นอยู่ในระดับหนึ่ง ทำให้เราละเลงบนหน้าได้ง่ายดี และล้างออกง่ายหมดจด ไม่ทิ้งความมัน หรือความเมือกไว้บนผิวเลยค่ะ

น่าจะเหมาะกับผิวมัน เพราะประสิทธิภาพในการทำความสะอาดค่อนข้างดีเลยทีเดียว

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

ส่วนผสม wash

จากส่วนผสมจะมีพวกสารทำความสะอาดอยู่หลายตัวหลายกลุ่มค่ะ

โดยสิ่งที่โดดเด่นออกมา คือ สารทำความสะอาดจากธรรมชาติ ที่ใช้เป็นสารสกัดจาก Acacia concinna Fruit Extract, Balanites aegyptiaca Fruit Extract และ Gypsophila paniculata Root Extract ซึ่งไปตรงกับวัตถุดิบที่ชื่อ Phytofoam® ของบริษัท Croda สารนี้เป็นสารทำความสะอาดกลุ่ม Saponin ที่มีความอ่อนโยน และทำให้ฟองละเอียดคล้ายครีม

สารทำความสะอาดหลักได้แก่ Glycereth-26, PEG-120 Methyl Glucose Trioleate, Sodium Lauroyl Sarcosinate และ Caprylyl/Capryl Glucoside ซึ่งทุกตัวมีความอ่อนโยนสูง

สารคู่ผสมอย่าง Polyglyceryl-4 Caprylate/Caprate, Polyglyceryl-4 Laurate/Sabacate ตัวนี้ก็อ่อนโยน มาจากบริษัท Croda เช่นกัน มีชื่อทางการค้าว่า NatraGem™ S150 NP มีคุณสมบัติช่วยละลายสาร ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ใส มีคุณสมบัติทำความสะอาดที่ดี สามารถล้างเมคอัพและสิ่งสกปรกที่ติดค้างบนผิวได้ดี

ส่วนสารออกฤทธิ์ก็จะมีตัวชาเขียว ที่เป็น Antioxidant และ สารสกัดจาก Witch hazel ที่ช่วยควบคุมความมัน กระชับรูขุมขน ร่วมกับน้ำตาล Lactitol และ Xylitol ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ซึ่งไปตรงกับวัตถุดิบที่ชื่อ Hairspa ของบริษัท Sederma ที่มี claim เกี่ยวกับการเพิ่มความแข็งแรงของเชื้อจุลชีพเจ้าบ้านบนผิว (Skin normal flora) ที่เมื่อมีความแข็งแรงก็จะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ผิวได้ และป้องกันการเจริญของเชื้อโรคต่างๆ (วัตถุดิบนี้จริงๆทำมาเกี่ยวกับเส้นผม แต่สามารถประยุกต์ใช้กับผิวได้)

สารอื่นๆก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรกับผิว

เดี๋ยวค่อยให้คะแนนทีเดียวตอนท้ายนะคะ

ส่วนอีกตัวเป็นตัว Cremigel ค่ะ

มาดูหน้าตาผลิตภัณฑ์ซักหน่อยนะคะ

acni 1

เนื้อเป็นเจลขุ่นๆ สมกับชื่อ Cremigel ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เกลี่ยค่อนข้างง่าย ไม่เหนอะหนะ ก่อฟิล์มบางๆเคลือบผิวไว้ ให้ผลควบคุมความมันและอำพรางรูขุมขนไปในตัว

 

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

ส่วนผสม

สผส

ในส่วนผสมค่อนข้างเรียบง่าย ซึ่งจุดเด่นอยู่ที่

สูตรผสมของ Salicylic Acid, Polydextrose, Dextrin, Amylopectin และ Niacinamide

ไปตรงกับวัตถุดิบที่ชื่อ Biogenic Sallic-210 ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ทางเครื่องสำอางจากบริษัท Biogenics ในการเก็บกักเอา Salicylic acid ไว้ในเปลือกแคปซูลของพวก Polysaccharide อย่าง Polydextrose, Dextrin, Amylopectin มีผลเพิ่มการละลายน้ำ เพิ่มการดูดซึมเข้าสู่ผิว ลดการระคายเคือง และเพิ่มประสิทธิภาพในการออกฤทธิ์

ดังรูปค่ะ

technology

(Image from Biogenics Inc.)

ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบกล่าวว่า สารนี้ให้ผลที่ดีในการฆ่าเชื้อก่อสิว และเชิ้อแบคทีเรียอื่นๆ ลดการเกิดสิว และความรุนแรงของสิวในอาสาสมัคร ให้ผิวขาว และช่วยผลัดเซลล์ผิว
นอกจากนี้แล้ว ทางแบรนด์ยังเติม Niacinamide เพิ่มเข้ามาอีก โดยรวมแล้วในผลิตภัณฑ์มี Niacinamide อยู่ถึง 5% ซึ่งมีงานวิจัยทดสอบแล้วพบว่าให้ผลดีในการดูแลสิวได้เทียบเท่ากับตัวยา Clindamycin (Int J Dermatol. 2013;52(8):999-1004.) หมายเหตุ: ในงานวิจัย ใช้ 4%

สารออกฤทธิ์อีกตัวคือ Syringa vulgaris extract หรือ สารสกัดจาก Lilac ที่ประกอบด้วยพฤกษเคมีที่ชื่อ Verbacoside ที่มีประสิทธิภาพในการลดการอักเสบ ลดการระคายเคือง ฆ่าเชื้อสิว ควบคุมความมัน และช่วยให้ผิวขาว จึงมีผลลดรอยดำจากสิวได้อีก

ส่วนอีกสองตัวที่มีมาคือ Milk protein ที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้น และ Saccharide isomerate ที่เพิ่มความชุ่มชื้นเช่นกัน โดยสารนี้ออกฤทธิ์ได้อย่างยาวนานเพราะจับกับโปรตีน Keratin บนผิวหนัง จึงไม่ถูกชะล้างออกไปง่ายๆ

โดยรวมถือว่าทำมาได้ค่อนข้างตรงจุดกับสิวเลยโดยตรง

ส่วนของเนื้อหลักผลิตภัณฑ์เป็นเนื้อแบบ Emulgel คือ มีทั้งส่วนของน้ำ น้ำมัน และซิลิโคน
สารที่ใช้ไม่ได้มีอะไรอุดตันรูขุมขน และไม่ได้มี Alcohol เป็นส่วนประกอบ

สารอื่นๆที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร ส่วนที่มีประโยชน์ก็จะเป็นตัว Silica ที่ช่วยควบคุมมันได้อีกทางหนึ่ง

ถึงเวลาให้คะแนน

เริ่มจากตัวล้างหน้า
1. Actives จากที่ได้เล่าให้ฟังไปในด้านบน ถือว่าส่วนผสมนั้นทำมาได้ค่อนข้างดี เพราะนอกจากจะมีสารสกัดที่ช่วยเรื่องควบคุมความมันแล้ว ยังมีสารกลุ่มน้ำตาลที่ช่วยสนับสนุนการเจริญของเชื้อจุลินทรีย์เจ้าบ้าน มีผลช่วยให้ผิวแข็งแรงได้อีก จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
2. Base กลุ่มของสารทำความสะอาดที่ใช้ทุกตัวมีความอ่อนโยนมาก และเป็นชนิดที่ได้จากธรรมชาติ หรือ ดัดแปลงจากธรรมชาติ จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
3. Additives สารองค์ประกอบอื่นๆ มีอยู่เท่าที่จำเป็น ไม่มีตัวไหนมีพิษมีภัยอะไรเลยไม่รู้จะหักคะแนนอะไร จึงเป็น 5 ฟลาสก์
4. การใช้งาน ส่วนของเนื้อสัมผัสนั้นค่อนข้างนุ่มนวล ลื่น เกลี่ยง่าย ล้างได้สะอาดหมดจด เนื่องจากส่วนตัวมี่นั้นผิวค่อนข้างแห้ง เลยรู้สึกแห้งไปเล็กน้อย และเรื่องของปริมาณฟองที่ค่อนข้างน้อย มี่เป็นคนติดฟอง ถึงแม้จะรู้ว่าฟองไม่ได้เกี่ยวกับความสะอาด และความอ่อนโยน ก็ยังติดฟองอยู่ จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์

คะแนน wash

ส่วนตัวครีมเจล
1. Actives จากที่ได้เล่าให้ฟังในด้านบน ถือว่าส่วนผสมนั้นทำมาได้ค่อนข้างดี มีสารที่ให้ประโยชน์เรื่องสิวได้อย่างครบถ้วน และยังมีตัวเพิ่มความชุ่มชื้นเสริมมาอีก แต่ถ้าเป็นไปได้ น่าจะมี Antioxidant เสริมมาซักหน่อย เพื่อปกป้องน้ำมันไม่ให้ถูก Oxidize จากอนุมูลอิสระและความเครียด ก่อเป็นปัญหาผิวต่างๆตามมาภายหลัง จุดนี้จึงขอให้ 4 ฟลาสก์
2. Base เนื้อหลักผลิตภัณฑ์เป็นเนื้อแบบ Emulgel คือ มีทั้งส่วนของน้ำ น้ำมัน และซิลิโคนมีสารดูดน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว มีน้ำมันเคลือบผิวเก็บกักน้ำให้ผิว และมีน้ำมันจากธรรมชาติที่ดูดซึมได้อยู่ในรูปแบบของ Triglyceride สารที่ใช้ไม่ได้มีอะไรอุดตันรูขุมขน และไม่ได้มี Alcohol เป็นส่วนประกอบ จึงขอให้ 5 ฟลาสก์
3. Additives สารที่ใช้ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร จึงไม่มีจุดให้หักคะแนน ขอให้ 5 ฟลาสก์
4. การใช้งาน ตัวผลิตภัณฑ์ให้ผลควบคุมความมันได้ค่อนข้างดี สามารถใช้ลงแทน Primer ก่อนแต่งหน้าได้ด้วย ส่วนตัวมี่เอามาลงเป็น Primer บริเวณ T-zone ก็ให้ผลคุมมันได้จนเย็นอยู่ แต่ถ้าเอาลงที่แก้มจะแห้งเกินไปนิดนึง ส่วนเรื่องสิว เมื่อแต้มสิวลงไป ก็ช่วยให้สิวหายไวขึ้น และไม่ทิ้งร่องรอยอารยธรรมไว้มากมาย จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์

คะแนน

สุดท้ายนี้อีกครั้งอยากขอบคุณทางบริษัท Advance Aesthetic Company ที่ส่งสินค้าดีๆเพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีมาให้ได้ทดลองใช้ค่ะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่

เฟสบุคของบริษัท http://www.facebook.com/advanceaestheticthailand ได้เลยค่ะ

ขอบคุณที่ติดตามรับชมมาจนจบค่ะ

Disclaimer/Conflict of interest: ผลิตภัณฑ์ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Martiderm

 

รีวิว วิเคราะห์ส่วนผสมซีรัมไวท์เทนนิ่ง Martiderm DSP Serum illuminador

รีวิว วิเคราะห์ส่วนผสมซีรัมไวท์เทนนิ่ง Martiderm DSP Serum illuminador

สวัสดีค่ะพี่ๆน้องๆเพื่อนๆทุกๆท่าน

วันนี้มี่มารีวิวเวชสำอาง Whitening ตัวดังจากสเปน ในเครือของ Martiderm ให้ชมกันค่ะ

Martiderm เป็นเวชสำอางจากประเทศสเปนค่ะ ซึ่งมีหลายกลุ่ม Product Line เลย

โดยตัวที่มี่จะรีวิวมาจาก Line DSP อยู่ Line นี้เป็นกลุ่มสกินแคร์ Line Whitening, ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ลดจุดด่างดำทุกประเภท ทั้งจากความชรา จากการอักเสบ และจากแสงแดดค่ะ

มีผลิตภัณฑ์อยู่หลายตัวเหมือนกันค่ะในไลน์

DSP products

ซึ่งตัวที่มี่ได้มาเป็นตัว Serum นะคะ ใช้มาได้เกือบๆสองเดือนแล้วค่ะ แล้วก็กลายเป็นลูกรักประจำปี 2015 ไปเลย ทั้งๆที่พึ่งรู้จักกันได้ไม่นาน เพราะอะไรเดี๋ยวตอนท้ายมาเฉลยนะคะ

DSP1

เซรัมนี้จะมาในขวดแก้วสีขาวทึบ สกรีนด้วยสีทองแดงและมีหลอดหยดมาให้ค่ะ

DSP3

เนื้อเซรัมเป็นแบบน้ำนมสีขาวๆครีมๆ

DSP4

เกลี่ยค่อนข้างง่าย ซึมค่อนข้างไว ไม่เหนอะหนะเลยค่ะ มี่ใช้เป็นขั้นตอนแรกสุดหลังจากทำความสะอาดและโทนเนอร์เรียบร้อยแล้วค่ะ เน้นไปที่บริเวณที่มีจุดด่างดำ

DSP5

วัด pH กันซักน้อยเป็นพิธีค่ะ

pH

pH อยู่ที่ราวๆ 5 นะคะ ใกล้เคียงกับผิวดีค่ะ

มาดูกลไกการสร้างเม็ดสีผิวนิดหน่อยพอเป็นพิธีนะคะ

melanogenesis DSP

(Image from Martiderm Official Website)

     การสร้างเม็ดสีผิวแบ่งออกเป็น 3 Step นะคะ เริ่มตั้งแต่ Step แรกสุด การกระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสีผิว ตัวหลักๆจะเป็นฮอร์โมน MSH ตามมาด้วย Step ที่สอง เป็นการสร้างเม็ดสีผิว ซึ่งอาศัยเอนไซม์ Tyrosinase เป็นหลัก และ Step สุดท้ายเป็นการส่งออกเม็ดสีผิวที่สร้างเสร็จแล้วออกไปข้างนอกจนเกิดเป็นสีผิวขึ้นมาค่ะ

ในเซรัมนี้จะออกฤทธิ์ทั้ง 3 Step เลย ตั้งแต่ก่อนการสร้าง ระหว่างสร้างเม็ดสี และหลังเม็ดสีสร้างเสร็จ โดยที่ไม่มีส่วนผสมของสารผลัดผิวนะคะ

DSP mechanism

(Image from Martiderm Official Website)

สารออกฤทธิ์หลัก มี 4 ตัว ตามแผนภาพด้านบน และมีสารสกัดจาก Garden cress เสริมมาอีกตัวค่ะ

Bellis perennis extract คือ สารสกัดจากดอก Daisy ตัวนี้ทางผู้ผลิตวัตถุดิบ (Daisy WhiteTM) Claim ว่านางออกฤทธิ์ได้ทั้ง 3 ขั้นตอนตั้งแต่ก่อนการสร้างเม็ดสี ยับยั้งการสร้างเม็ดสี และป้องกันไม่ให้เม็ดสีออกไปข้างนอก

Genisteine เป็นสารกลุ่ม Isoflavone ที่ได้จากถั่วเหลือง ออกฤทธิ์ขั้นตอนก่อนการสร้างเช่นกัน โดยไปทำลายอนุมูลอิสระที่จะไปกระตุ้นให้ MSH ทำงาน ซึ่งจะไปกระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสีในลำดับต่อมา สารนี้ยังมีคุณสมบัติคล้ายฮอร์โมนเพศหญิง ที่เราเรียกว่า Phytoestrogen ช่วยให้ผิวนุ่มฟูและเรียบเนียน

Hexylresorcinol ออกฤทธิ์ที่ขั้นตอนก่อนการสร้างและยับยั้งการสร้างเม็ดสี มีรายงานว่าสามารถยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ใช้สร้างเมลานินได้ (Protein J. 2004;23(2):135-41.) การทดสอบเชิงคลินิกชิ้นหนึ่งใช้สารนี้ผสมกับสาร Whitening ตัวอื่นๆในอาสาสมัคร พบว่าผล Whitening effect ดีกว่าครีม Hydroquinone 4% (J Drugs Dermatol. 2013;12(3):s16-20.) ข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่า สารกลุ่มนี้พบในข้าว Rye และ Wheat ให้ผลยับยั้งการสร้างเมลานิน กระตุ้นการสร้าง Glutathione ในผิว จึงให้ผลเสริมกันในการเป็น whitening

Phytic acid เป็นพฤกษเคมีที่พบในส่วนของเมล็ดพืช มีชื่อเต็มว่า Inositol hexakisphosphate ทำหน้าที่เป็นตัวเก็บ Phosphorus และถ่ายทอด Phosphorus ให้แก่ส่วนของเซลล์ โครงสร้างแบบนี้ จะไปคล้ายกับ myo-inositol ที่พบในคนและสัตว์ ออกฤทธิ์ที่ขั้นตอนก่อนการสร้างและยับยั้งการสร้างเม็ดสีเช่นกัน มีรายงานว่าสารนี้สามารถปกป้องเซลล์ผิวจากรังสี UVB ไม่ให้กลายพันธุ์เป็นมะเร็งได้ (Comp Med. 2009; 59(2):147-52.) ในผลิตภัณฑ์ละลานอยู่ในรูปแบบของเกลือ คือ Sodium phytate

ตัวที่เสริมมาคือ สารสกัดจาก Garden cress (Lepidum sativum extract) ออกฤทธิ์ที่ Step แรกเช่นกันค่ะ ตัวนี้ข้อมูลจากผู้ผลิตจวัตถุดิบบอกว่า มีประโยชน์ในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ต่อต้านอนุมูลอิสระ และลดเลือนริ้วรอยได้ สามารถยับยั้งการทำงานของฮอร์โมน Melanocyte stimulating hormone (MSH) ที่ทำหน้าที่กระตุ้นให้เซลล์เมลาโนไซต์ที่มีหน้าที่สร้างเมลานินทำงานได้ดีขึ้น เมื่อไปยับยั้ง MSH ก็จะทำให้เซลล์เมลาโนไซต์ทำงานได้ลดลง ผิวจึงขาวขึ้น

สำหรับส่วนผสมทั้งหมดของผลิตภัณฑ์มีดังนี้นะคะ

สผส

จากส่วนผสมนี้จะเห็นได้ว่าค่อนข้างเรียบง่ายนะคะ

ส่วนของเนื้อหลักเป็นชนิด Emulsion ประกอบด้วยน้ำและน้ำมันสังเคราะห์ อย่าง Triethylhexanoin ซึ่งมีสัมผัสที่ดีและมีความปลอดภัยสูง มีสารดูดน้ำอย่าง Propanediol ที่มี Profile ที่ดีกว่าเมื่อเทียบกับพวก Glycol ในลำดับท้ายๆมี Alcohol พ่วงเข้ามา ซึ่งมาหลังน้ำหอม จึงคิดว่าน่าจะติดมากับสารสกัดพืชบางตัว

ส่วนของสารอื่นๆนั้นก็ไม่ได้มีตัวไหนที่มีพิษมีภัยหรือมีปัญหาอะไร ไม่ได้ใส่ Silicone ไม่มีพาราเบน ไม่มีน้ำมันที่สุ่มเสี่ยงอุดตัน

อีกสิ่งที่คิดไว้คือ Lecithin ยังฟันธงให้ไม่ได้ว่าเอามาทำไม อาจจะเอามาสร้างระบบนำส่งรูปแบบถุงอย่าง Liposome เพื่อช่วยนำส่งสารหรือเปล่า หรือไม่ก็อาจจะแค่ใส่มาเป็น Emulsifier หรือเป็นแค่ไขมันที่เพิ่มความชุ่มชื้นเฉยๆ

แต่จากในภาพรวมทั้งหมด ก็ถือว่าทำมาได้ค่อนข้างดีค่ะ

อีกจุดที่อยากบอกคือ Whitening นี่ไม่ได้มีประโยชน์แค่เอามาทาให้ขาวๆไปวันๆนะคะ เขายังมีประโยชน์เรื่องการปรับสีผิวให้สม่ำเสมอและลดจุดด่างดำได้ด้วย ซึ่งตัวมี่หวังผลตรงนี้ค่อนข้างมากค่ะ

แล้วก็เป็นดังคาดค่ะ จุดด่างดำจากสิวที่ทำไงก็ไม่หาย ค่อยๆจางลงจนเกือบหายสนิทเพียงแค่ 2 อาทิตย์กว่าๆเอง ไม่แปลกใจเลยที่นางขึ้นแท่นลูกรักประจำปี 2015 ไปได้อย่างสวยงาม

ถ่ายกันแบบพลีชีพ เห็นทุกอนูทุกรูของผิว

*รูปถ่ายในแสงที่ไม่เท่ากันนะคะ

ผลการทดสอบ

จะเห็นว่ารอยจุดด่างดำจากสิวนี่ค่อนข้างจางลงเยอะเหมือนกันนะคะ จนถึงจุดที่ลงรองพื้นแล้วไม่เห็นก็ถือว่าเป็นที่น่าพึงพอใจ

มาให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ

  1. Actives ส่วนของสารออกฤทธิ์ค่อนข้างทำมาได้ดี ออกฤทธิ์ได้ครบถ้วนทั้ง 3 Step โดยที่ไม่มีส่วนผสมของสารผลัดผิว จึงไม่ต้องกลัวว่าจะแพ้แดดหรือผิวจะบางถ้าใช้นานๆ จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. Base มาในรูปแบบของน้ำนม ไม่มีซิลิโคน มีสารดูดน้ำเพิ่มความชุ่มชื้น และมีน้ำมันสังเคราะห์ช่วยให้ผิวนุ่ม (Emollient) ถึงแม้ Alcohol จะอยู่ท้ายๆ และการระคายเคืองจาก Alcohol ขึ้นกับความเข้มข้นและความไวแต่ละคน ส่วนตัวใช้ได้ไม่รู้สึกถึงปัญหา หรือว่ารบกวนอะไรกับผิว แต่เพื่อความยุติธรรมต่อการให้คะแนน เลยขอหักคะแนนเหลือ 4 ฟลาสก์
  3. Additives ส่วนผสมที่เลือกมาไม่ได้มีปัญหาอะไร เลยไม่มีที่ให้หักคะแนนรับไป 5 ฟลาสก์
  4. ผลการใช้งาน โดยรวมถือว่าค่อนข้างประทับใจกับผลในการปรับสีผิวให้สม่ำเสมอและการลดจุดด่างดำดังที่ได้กล่าวไปในด้านบน เลยขอให้ 5 ฟลาสก์

คะแนน

สุดท้ายนี้อีกครั้งอยากขอบคุณทางบริษัท Advance Aesthetic Company ที่ส่งสินค้าดีๆเพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีมาให้ได้ทดลองใช้ค่ะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่

เฟสบุคของบริษัท http://www.facebook.com/advanceaestheticthailand ได้เลยค่ะ

ขอบคุณที่ติดตามรับชมมาจนจบค่ะ

Disclaimer/Conflict of interest: ผลิตภัณฑ์ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Martiderm