รีวิววิเคราะห์ส่วนผสม ครีมเจลและเจลล้างหน้าในกลุ่ม Acniover แบรนด์เวชสำอาง Martiderm จากสเปน

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสม ครีมเจลและเจลล้างหน้าในกลุ่ม Acniover แบรนด์เวชสำอาง Martiderm จากสเปน

วันนี้มี่จะมารีวิววิเคราะห์ส่วนผสมเจลครีม Creamigel ใน Line ดูแลสิวที่มีชื่อว่า Acniover จาก Martiderm เวชสำอางจากสเปนให้ชมกันค่ะ

ในไลน์ Acniover นี้ มีผลิตภัณฑ์อยู่ 2 อย่างเป็นตัวล้างหน้า และ Creamigel ค่ะ

มาเริ่มกันที่ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าก่อนดีกว่านะคะ มีชื่อว่า Gel purificante ค่ะ

หน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ

wash 1

ตัวนี้เป็นเจลใสสีเขียว กลิ่นแอปเปิ้ล ที่ค่อนข้างอ่อนโยนกับผิวค่ะ

ถูกับน้ำแล้วจะมีฟองอยู่ค่อนข้างน้อยแต่ฟองละเอียดเหมือนครีม มีความลื่นอยู่ในระดับหนึ่ง ทำให้เราละเลงบนหน้าได้ง่ายดี และล้างออกง่ายหมดจด ไม่ทิ้งความมัน หรือความเมือกไว้บนผิวเลยค่ะ

น่าจะเหมาะกับผิวมัน เพราะประสิทธิภาพในการทำความสะอาดค่อนข้างดีเลยทีเดียว

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

ส่วนผสม wash

จากส่วนผสมจะมีพวกสารทำความสะอาดอยู่หลายตัวหลายกลุ่มค่ะ

โดยสิ่งที่โดดเด่นออกมา คือ สารทำความสะอาดจากธรรมชาติ ที่ใช้เป็นสารสกัดจาก Acacia concinna Fruit Extract, Balanites aegyptiaca Fruit Extract และ Gypsophila paniculata Root Extract ซึ่งไปตรงกับวัตถุดิบที่ชื่อ Phytofoam® ของบริษัท Croda สารนี้เป็นสารทำความสะอาดกลุ่ม Saponin ที่มีความอ่อนโยน และทำให้ฟองละเอียดคล้ายครีม

สารทำความสะอาดหลักได้แก่ Glycereth-26, PEG-120 Methyl Glucose Trioleate, Sodium Lauroyl Sarcosinate และ Caprylyl/Capryl Glucoside ซึ่งทุกตัวมีความอ่อนโยนสูง

สารคู่ผสมอย่าง Polyglyceryl-4 Caprylate/Caprate, Polyglyceryl-4 Laurate/Sabacate ตัวนี้ก็อ่อนโยน มาจากบริษัท Croda เช่นกัน มีชื่อทางการค้าว่า NatraGem™ S150 NP มีคุณสมบัติช่วยละลายสาร ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ใส มีคุณสมบัติทำความสะอาดที่ดี สามารถล้างเมคอัพและสิ่งสกปรกที่ติดค้างบนผิวได้ดี

ส่วนสารออกฤทธิ์ก็จะมีตัวชาเขียว ที่เป็น Antioxidant และ สารสกัดจาก Witch hazel ที่ช่วยควบคุมความมัน กระชับรูขุมขน ร่วมกับน้ำตาล Lactitol และ Xylitol ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ซึ่งไปตรงกับวัตถุดิบที่ชื่อ Hairspa ของบริษัท Sederma ที่มี claim เกี่ยวกับการเพิ่มความแข็งแรงของเชื้อจุลชีพเจ้าบ้านบนผิว (Skin normal flora) ที่เมื่อมีความแข็งแรงก็จะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ผิวได้ และป้องกันการเจริญของเชื้อโรคต่างๆ (วัตถุดิบนี้จริงๆทำมาเกี่ยวกับเส้นผม แต่สามารถประยุกต์ใช้กับผิวได้)

สารอื่นๆก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรกับผิว

เดี๋ยวค่อยให้คะแนนทีเดียวตอนท้ายนะคะ

ส่วนอีกตัวเป็นตัว Cremigel ค่ะ

มาดูหน้าตาผลิตภัณฑ์ซักหน่อยนะคะ

acni 1

เนื้อเป็นเจลขุ่นๆ สมกับชื่อ Cremigel ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เกลี่ยค่อนข้างง่าย ไม่เหนอะหนะ ก่อฟิล์มบางๆเคลือบผิวไว้ ให้ผลควบคุมความมันและอำพรางรูขุมขนไปในตัว

 

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

ส่วนผสม

สผส

ในส่วนผสมค่อนข้างเรียบง่าย ซึ่งจุดเด่นอยู่ที่

สูตรผสมของ Salicylic Acid, Polydextrose, Dextrin, Amylopectin และ Niacinamide

ไปตรงกับวัตถุดิบที่ชื่อ Biogenic Sallic-210 ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ทางเครื่องสำอางจากบริษัท Biogenics ในการเก็บกักเอา Salicylic acid ไว้ในเปลือกแคปซูลของพวก Polysaccharide อย่าง Polydextrose, Dextrin, Amylopectin มีผลเพิ่มการละลายน้ำ เพิ่มการดูดซึมเข้าสู่ผิว ลดการระคายเคือง และเพิ่มประสิทธิภาพในการออกฤทธิ์

ดังรูปค่ะ

technology

(Image from Biogenics Inc.)

ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบกล่าวว่า สารนี้ให้ผลที่ดีในการฆ่าเชื้อก่อสิว และเชิ้อแบคทีเรียอื่นๆ ลดการเกิดสิว และความรุนแรงของสิวในอาสาสมัคร ให้ผิวขาว และช่วยผลัดเซลล์ผิว
นอกจากนี้แล้ว ทางแบรนด์ยังเติม Niacinamide เพิ่มเข้ามาอีก โดยรวมแล้วในผลิตภัณฑ์มี Niacinamide อยู่ถึง 5% ซึ่งมีงานวิจัยทดสอบแล้วพบว่าให้ผลดีในการดูแลสิวได้เทียบเท่ากับตัวยา Clindamycin (Int J Dermatol. 2013;52(8):999-1004.) หมายเหตุ: ในงานวิจัย ใช้ 4%

สารออกฤทธิ์อีกตัวคือ Syringa vulgaris extract หรือ สารสกัดจาก Lilac ที่ประกอบด้วยพฤกษเคมีที่ชื่อ Verbacoside ที่มีประสิทธิภาพในการลดการอักเสบ ลดการระคายเคือง ฆ่าเชื้อสิว ควบคุมความมัน และช่วยให้ผิวขาว จึงมีผลลดรอยดำจากสิวได้อีก

ส่วนอีกสองตัวที่มีมาคือ Milk protein ที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้น และ Saccharide isomerate ที่เพิ่มความชุ่มชื้นเช่นกัน โดยสารนี้ออกฤทธิ์ได้อย่างยาวนานเพราะจับกับโปรตีน Keratin บนผิวหนัง จึงไม่ถูกชะล้างออกไปง่ายๆ

โดยรวมถือว่าทำมาได้ค่อนข้างตรงจุดกับสิวเลยโดยตรง

ส่วนของเนื้อหลักผลิตภัณฑ์เป็นเนื้อแบบ Emulgel คือ มีทั้งส่วนของน้ำ น้ำมัน และซิลิโคน
สารที่ใช้ไม่ได้มีอะไรอุดตันรูขุมขน และไม่ได้มี Alcohol เป็นส่วนประกอบ

สารอื่นๆที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร ส่วนที่มีประโยชน์ก็จะเป็นตัว Silica ที่ช่วยควบคุมมันได้อีกทางหนึ่ง

ถึงเวลาให้คะแนน

เริ่มจากตัวล้างหน้า
1. Actives จากที่ได้เล่าให้ฟังไปในด้านบน ถือว่าส่วนผสมนั้นทำมาได้ค่อนข้างดี เพราะนอกจากจะมีสารสกัดที่ช่วยเรื่องควบคุมความมันแล้ว ยังมีสารกลุ่มน้ำตาลที่ช่วยสนับสนุนการเจริญของเชื้อจุลินทรีย์เจ้าบ้าน มีผลช่วยให้ผิวแข็งแรงได้อีก จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
2. Base กลุ่มของสารทำความสะอาดที่ใช้ทุกตัวมีความอ่อนโยนมาก และเป็นชนิดที่ได้จากธรรมชาติ หรือ ดัดแปลงจากธรรมชาติ จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
3. Additives สารองค์ประกอบอื่นๆ มีอยู่เท่าที่จำเป็น ไม่มีตัวไหนมีพิษมีภัยอะไรเลยไม่รู้จะหักคะแนนอะไร จึงเป็น 5 ฟลาสก์
4. การใช้งาน ส่วนของเนื้อสัมผัสนั้นค่อนข้างนุ่มนวล ลื่น เกลี่ยง่าย ล้างได้สะอาดหมดจด เนื่องจากส่วนตัวมี่นั้นผิวค่อนข้างแห้ง เลยรู้สึกแห้งไปเล็กน้อย และเรื่องของปริมาณฟองที่ค่อนข้างน้อย มี่เป็นคนติดฟอง ถึงแม้จะรู้ว่าฟองไม่ได้เกี่ยวกับความสะอาด และความอ่อนโยน ก็ยังติดฟองอยู่ จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์

คะแนน wash

ส่วนตัวครีมเจล
1. Actives จากที่ได้เล่าให้ฟังในด้านบน ถือว่าส่วนผสมนั้นทำมาได้ค่อนข้างดี มีสารที่ให้ประโยชน์เรื่องสิวได้อย่างครบถ้วน และยังมีตัวเพิ่มความชุ่มชื้นเสริมมาอีก แต่ถ้าเป็นไปได้ น่าจะมี Antioxidant เสริมมาซักหน่อย เพื่อปกป้องน้ำมันไม่ให้ถูก Oxidize จากอนุมูลอิสระและความเครียด ก่อเป็นปัญหาผิวต่างๆตามมาภายหลัง จุดนี้จึงขอให้ 4 ฟลาสก์
2. Base เนื้อหลักผลิตภัณฑ์เป็นเนื้อแบบ Emulgel คือ มีทั้งส่วนของน้ำ น้ำมัน และซิลิโคนมีสารดูดน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว มีน้ำมันเคลือบผิวเก็บกักน้ำให้ผิว และมีน้ำมันจากธรรมชาติที่ดูดซึมได้อยู่ในรูปแบบของ Triglyceride สารที่ใช้ไม่ได้มีอะไรอุดตันรูขุมขน และไม่ได้มี Alcohol เป็นส่วนประกอบ จึงขอให้ 5 ฟลาสก์
3. Additives สารที่ใช้ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร จึงไม่มีจุดให้หักคะแนน ขอให้ 5 ฟลาสก์
4. การใช้งาน ตัวผลิตภัณฑ์ให้ผลควบคุมความมันได้ค่อนข้างดี สามารถใช้ลงแทน Primer ก่อนแต่งหน้าได้ด้วย ส่วนตัวมี่เอามาลงเป็น Primer บริเวณ T-zone ก็ให้ผลคุมมันได้จนเย็นอยู่ แต่ถ้าเอาลงที่แก้มจะแห้งเกินไปนิดนึง ส่วนเรื่องสิว เมื่อแต้มสิวลงไป ก็ช่วยให้สิวหายไวขึ้น และไม่ทิ้งร่องรอยอารยธรรมไว้มากมาย จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์

คะแนน

สุดท้ายนี้อีกครั้งอยากขอบคุณทางบริษัท Advance Aesthetic Company ที่ส่งสินค้าดีๆเพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีมาให้ได้ทดลองใช้ค่ะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่

เฟสบุคของบริษัท http://www.facebook.com/advanceaestheticthailand ได้เลยค่ะ

ขอบคุณที่ติดตามรับชมมาจนจบค่ะ

Disclaimer/Conflict of interest: ผลิตภัณฑ์ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Martiderm

 

Beauty Talks: ผิวสวยใส สุขภาพดี เริ่มต้นง่ายๆแค่ล้างหน้าให้สะอาด

Beauty Talks: ผิวสวยใส สุขภาพดี เริ่มต้นง่ายๆแค่ล้างหน้าให้สะอาด

10001393_1059006007452675_4947955951536013963_n

เชื่อว่าหลายๆปัญหาผิวของหลายๆคน กวนใจมานานมากกกก ไม่ว่าจะใช้ครีมอะไร ดีแค่ไหน แพงแค่ไหนก็ไม่หาย ก็จะพาลไปโทษนั่นโทษนี่ แต่จริงๆแล้วมันเกิดขึ้นเพราะว่าล้างหน้าไม่สะอาด

มี่จะพูดอยู่เสมอนะคะ ว่า หัวใจที่สำคัญของการมีผิวสุขภาพดี คือ การล้างหน้าให้สะอาด

สะอาดในที่นี้ ไม่ได้แปลว่า ล้างมากมาย ล้างเว่อร์วัง ล้างจนแบบว่าสูญเสียของดีๆในผิวไปจนหมด

เพราะในการทำความสะอาดผิว จะอาศัยสารเคมีกลุ่มหนึ่งที่มีชื่อว่า “Surfactant” หรือ สารลดแรงตึงผิว ซึ่งสารเหล่านี้มีคุณสมบัติพิเศษคือละลายได้ทั้งในน้ำและในน้ำมัน ซึ่งสิ่งสกปรกบนหน้าเรา ก็มีทั้งน้ำและน้ำมันเหมือนกัน การล้างหน้าด้วยน้ำเปล่า ก็จะเอาสิ่งสกปรกที่ละลายน้ำมันออกไม่ได้ เช่นเดียวกันกับตอนจะเอาเบบี้ออยล์มาล้าง ก็จะเอาสิ่งสกปรกที่ละลายน้ำออกไม่ได้ค่ะ

ดังนั้น Surfactant เหล่านี้แหละ ก็จะทำหน้าที่ดึงเอาสิ่งสกปรกออกมา (วันนี้ขออนุญาตยังไม่ลงรายละเอียดลึกในจุดนี้นะคะ)

แต่ !!!

สิ่งที่เราต้องรำลึกเสมอ คือ Surfactant ไม่ใช่ AI มันไม่ได้ฉลาดนะคะ เพราะฉะนั้นมันจะดึงออกหมดทั้งไขมันดี และไขมันสกปรก มันเลือกเอาออกแต่สิ่งสกปรกไม่ได้

นั่นคือการล้าง หรือปาด makeup remover 1 ครั้ง คือ ของดีๆในผิวก็จะหลุดออกไปด้วย

ยิ่งล้างบ่อย ล้างถี่ เช็ดสำลีอยู่ตรงนั้นแหละ ไขมันของเราก็จะยิ่งหายไป กลายเป็นผิวบอบบางแพ้ง่าย ระคายเคือง สิวบุกบ่อยไปอีก

อันที่จริง ถ้าล้างหน้าให้สะอาดแล้ว ผิวก็ค่อยๆสุขภาพดีและสวยใสมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเป็นผิววัยรุ่นแล้ว แค่ล้างหน้าให้สะอาด สกินคงสกินแคร์นี่เรียกได้ว่าไม่จำเป็นเลยค่ะ แต่ถ้าเราเริ่มมีอายุซักหน่อย ล้างเค้าออกไป ก็ทาครีม ทาบำรุง คืนให้เค้านิดนึงเนาะ

 

ทีนี้วันนี้จะมาแชร์เทคนิคการล้างหน้าค่ะ

เชื่อว่าหลายๆคนอาจจะเคยได้ยิน Double cleansing technique ที่มาจากทางฝั่งเกาหลี/ญี่ปุ่นแล้วเนาะ

เขาจะเป็นการล้างหน้าสองครั้ง คือ นวดหน้าด้วยน้ำมันก่อน ไปล้างด้วยโฟม/เจลล้างหน้ากับน้ำอีกรอบหนึ่ง

แต่ทีนี้บ้านเรา คงไม่มีอารมณ์มานวดออยล์เนาะ ร้อนก็ร้อน เราก็ปรับเอาค่ะ ใช้พวก Cleansing water หรือ Cream แทน

แต่ถ้าใครชอบ จะใช้ออยล์ ใช้บาล์ม ก็ไม่ว่ากันจ้า

Concept อยู่ที่ว่าไม่ว่าจะแต่งหน้าหรือไม่แต่งหน้า สิ่งแรกที่ควรทำ คือ การล้างแบบแห้ง หรือที่เรียกว่า “Pre-cleansing” เป็นขั้นตอนการชำระล้างเอาสิ่งสกปรกต่างๆ หรือพวกเมคอัพ ออกไปจากหน้าก่อนค่ะ โดยใช้พวก Cleansing water, milk, lotion, gel, cream หรือ oil ที่เขาดีไซน์มาให้ใช้ตอนหน้าแห้งค่ะ

ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้จะค่อนข้างอ่อนโยน มักใช้สารทำความสะอาดชนิดไม่มีประจุ (Nonionic surfactant) พวกนี้ไม่มีฟอง และมักจะไม่มีพิษภัยอะไรถ้าติดผิวนานๆไม่ได้ล้างออก (จึงเห็นได้ในหลายๆผลิตภัณฑ์ที่บอกว่าเช็ดแล้วไม่จำเป็นต้องไปล้าง แต่ส่วนตัวก็แนะนำให้ไปล้างออกอยู่ดีค่ะ)

ขั้นตอนที่สองเป็นขั้นตอนการล้างแบบเปียก หรือ “Cleansing”

การล้างหน้าด้วยเจล หรือโฟม ที่เขาทำมาสำหรับใช้กับน้ำ ก็จะช่วยขจัดเอาเศษซากของสิ่งสกปรกที่ยังเหลืออยู่ออกไปจากผิวค่ะ

ในการล้างเปียก ถ้าใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีฟอง ต้องตีฟองบนมือให้เกิดฟองเต็มที่ก่อนนะคะ เพราะว่า
1. Surfactant ที่มีฟอง มักจะเป็น Anionic surfactant (ประจุลบ) พวกนี้จะละลายในน้ำได้ยาก ถ้าเราเอาไปใส่บนหน้าเลย มันจะมีความเข้มข้นที่สูง เกาะอยู่บนหน้าเป็นจุดๆ แล้วก็อาจจะทำให้เกิดการตกค้าง หรือเกิดการระคายเคืองผิวได้ นอกจากนี้มันก็อาจจะ ทำร้ายไขมันดีๆที่เป็น Barrier ผิว ผิวก็จะแพ้ง่าย สิวบุก รอยแดง รอยดำ หมองคล้ำก็มาหา
2. การถู Foam หรือ Gel บนหน้าจะใช้แรงพอสมควร ทำให้เซลล์ผิวเกิดการเสียดสี อาจเกิดความเสียหายได้ค่ะ Surfactant ส่วนมากค่า pH อยู่ที่ 8 ทำให้โปรตีนบนผิวบวม เมื่อไปถูๆแรงๆ ก็จะเกิดความเสียหาย แต่ถ้าเราตีฟองเต็มที่แล้ว แรงเสียดทานจะน้อยมาก

วิธีการล้างเปียกที่ถูกต้องคือ หลังจากตีฟองเสร็จ เอาลงบนหน้า แล้วนวดวนๆเบาๆ ให้ทั่วหน้า ตามด้วยนวดย้ำตรงไรผม ปีกจมูก ร่องจมูก คาง ขอบริมฝีปาก และกกหูด้วยนะคะ ก่อนไปล้างออก เพราะบริเวณนี้จะเป็นบริเวณที่หมักหมมสิ่งสกปรกไว้ และมักจะเกิดสิวได้ค่ะ

อุณหภูมิน้ำก็สำคัญ !!!

ล้างหน้า ควรล้างด้วยน้ำอุ่นค่ะ ถ้ามีเครื่องทำน้ำอุ่นแบบปรับอุณหภูมิได้ ส่วนตัวเคยอ่านเจอจากทางฝั่งญี่ปุ่นว่า น้ำอุ่นราวๆ 35 – 37 องศา คือจะเหมาะกับการล้างหน้า โดยมีความเชื่อว่าน้ำอุ่นทำให้รูขุมขนเปิด  Surfactant จะได้ไหลลงไปชะเอาสิ่งสกปรกและคราบเมคอัพ ออกมาได้ง่ายขึ้น

ถ้ามีเวลาว่าง หลังล้างโฟมออกหมด เอาน้ำเย็นตบอีกรอบ เพื่อกระชับรูขุมขนให้ปิดอีกรอบนะคะ

หลังล้างหน้าเสร็จต้องเติมน้ำ เติมไขมัน คืนให้ผิวด้วยนะคะ

เอาหละ

สรุป
1. Pre-cleansing
2. Cleansing น้ำอุ่น 35 – 37 องศา
3. ตบน้ำเย็น
4. เติมน้ำ เติมไขมัน