Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมมอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิวกาย CeraVe Moisturizing Lotion (revised 12/2022)

เชื่อว่าหลายๆ ท่านน่าจะคุ้นตา คุ้นชิน แล้วก็อาจจะเคยใช้มอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิวกายของ CeraVe กันมาบ้างแล้วนะคะ

แบรนด์ CeraVe นี่เป็นแบรนด์เวชสำอางบำรุงผิวที่พัฒนาร่วมกับแพทย์ผิวหนังชั้นน้ำของอเมริกา มีราคาที่จับต้องได้ หาซื้อได้ง่าย และเป็นที่นิยมทั่วโลกเลยทีเดียวค่ะ

แบรนด์ CeraVe นั้นเป็นเวชสำอางแบรนด์อันดับ 1 ที่แพทย์ผิวหนังในอเมริกาแนะนำ

ซึ่งสูตรที่ทางบริษัท L’oreal Thailand นำเข้ามาจำหน่ายในไทยนั้น ก็ได้ผ่านการวิจัยและปรับสูตรเพื่อให้เหมาะกับการใช้ในอากาศบ้านเราด้วยค่ะ

ซึ่งก็มีด้วยกันหลายสูตร ท่านที่สนใจสามารถติดตามรับชมได้ที่บน Official website ของทางแบรนด์ CeraVe ประเทศไทยได้เลยค่ะ

(Image from CeraVe Thailand Official Website)

สำหรับ Content นี้เราจะมาอัพเดทและวิเคราะห์ส่วนผสมของ CeraVe Moisturizing Lotion กันอีกครั้งนะคะ

สำหรับหน้าตาน้องก็จะเป็นแบบนี้ค่ะ

ก็จะขอเล่าเรื่องของปราการผิว (Skin Barrier) ของเรา แล้วก็เทคโนโลยี MVE ของทางแบรนด์เล็กน้อยก่อนไปวิเคราะห์ส่วนผสมนะคะ

ในผิวชั้นนอกของเรา จะมีส่วนประกอบที่สำคัญอยู่ 3 อย่าง ที่ทำหน้าที่เป็นตัวปกป้องรักษาความชุ่มชื้นให้คงอยู่ในผิว และป้องกันไม่ให้สารอันตรายต่างๆเข้ามาในผิว ที่เราเรียกกันว่า Barrier ผิวค่ะ

สิ่งเหล่านี้ได้แก่

  1. ไขมันที่เรียงตัวเป็นชั้นๆ หรือ Lipid lamellar
  2. สารชอบน้ำ ที่เรียกว่า Natural moisturizing factor เช่น พวกกรดอะมิโน น้ำตาล ยูเรีย และอิออนบางชนิด
  3. โปรตีนเคราติน และการเรียงตัวแบบสลับซับซ้อนของเซลล์ผิวที่ตายแล้วในชั้นนอก ที่ชื่อ Corneocyte

ว่ากันว่า ไขมันนั้นสำคัญที่สุดในการเป็น Barrier ของผิวนะคะ

แน่นอนว่า ไขมันนี้ เป็นคนละชนิดกับ น้ำมัน Sebum ที่หลั่งออกมาจากต่อมไขมันในรูขุมขน

ไขมันส่วนนี้อยู่ในผิวชั้นนอกของเรา เรียงตัวเป็นชั้นๆ ประกอบด้วยไขมัน 3 ชนิดหลักๆ คือ Ceramide, Cholesterol และ กรดไขมันค่ะ

และองค์ประกอบที่พบมากที่สุดในไขมันนี้ก็คือ Ceramide ที่พบได้เกือบถึง 50% เลยทีเดียว และนางก็มีความสำคัญมากกับความแข็งแรงของ Barrier ผิว

Ceramide นั้นมีหลายชนิดค่ะ แต่ชนิดที่มีความสำคัญคงหนีไม่พ้น Ceramide 1 แต่ทางเครื่องสำอางเราไม่ค่อยนำมาใช้กัน เพราะปัญหาเรื่องความคงตัว เลยหยิบเอา Ceramide 3 ที่คงตัวดีกว่ามาใช้กันเสียมากกว่า

ข้อดีอย่างหนึ่งของ CeraVe ก็คือ ใช้ Ceramide 3 ชนิด คือ Ceramide 1, Ceramide 3 และ Ceramide 6-II ในสัดส่วนที่เหมาะสมเพื่อเสริมการฟื้นฟู Barrier ผิวของเราได้อย่างลงตัวค่ะ

ส่วนเทคโนโลยี MVE นั้น เป็นเทคโนโลยีที่ทางแบรนด์เลือกใช้ในการนำส่งสารบำรุงเข้าสู่ผิวค่ะ

MVE นั้นย่อมาจาก Multivesicular emulsion ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีทั้งสิทธิบัตร และงานวิจัยรองรับรับ โดยเป็นระบบนำส่งที่มีรูปร่างเป็นทรงกลมที่มีหลายๆชั้น คล้ายหัวหอม เวลาลงผิว ก็จะค่อยๆปลดปล่อยออกมาทีละชั้น ทำให้สารเพิ่มความชุ่มชื้นต่างๆอยู่ในผิวได้นานขึ้น (Ref: J Clin Aesthet Dermatol. 2016; 9(12): 26–32.)

(Image from CeraVe Thailand)

ซึ่งตรงนี้ทางแบรนด์เองก็มีผลการทดสอบประสิทธิภาพด้านความชุ่มชื้นในอาสาสมัครด้วยนะคะ

สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

จากส่วนผสมวันนี้ทำสีของสารบำรุงไว้ 2 สีค่ะ

ในส่วนของสารบำรุงสีม่วงจะเป็นส่วนของสารไขมันที่เป็นองค์ประกอบของ Barrier ผิวค่ะ ซึ่งได้แก่

  • Ceramides ทั้ง 3 ชนิด คือ Ceramide 1, 3 และ 6-II ซึ่งถือว่าเป็นการเลือกเซราไมด์ได้อย่างชาญฉลาด ผิวหนังของคนเราประกอบด้วย Ceramides อยู่หลายชนิดก็จริง อันนี้ขอลงลึกนิดหน่อย ถ้าแบ่งแบบง่ายๆ เราสามารถแบ่ง Ceramides ในผิวได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ ตามชนิดของกรดไขมันที่เป็นองค์ประกอบในโมเลกุล คือ Ceramides กลุ่ม N เป็น Ceramide ที่มีกรดไขมันชนิดปกติ กลุ่ม A มีกรดไขมันที่มีหมู่ Hydroxyl ที่ตำแหน่ง alpha-carbon และกลุ่ม EO มีกรดไขมันชนิดที่มีการ Esterified บริเวณ Hydroxyl ตำแหน่ง Omega ว่ากันว่า เซราไมด์กลุ่ม EO จะมีความสำคัญมากที่สุดในการทำให้ Barrier ของผิวแข็งแรง และผิวเราต้องมีสัดส่วนของ Ceramide A, N และ EO ที่เหมาะสมถึงมีผิวแข็งแรง ทีนี้ทางแบรนด์ก็เลยหยิบเอาเซราไมด์ตัวแทนจากแต่ละกลุ่มมาใส่ในครีม ถึงบอกว่านี่คือการใช้ได้อย่างชาญฉลาด
  1. Ceramide AP เป็น Ceramide ในกลุ่ม A มีชื่ออีกชื่อว่า Ceramide 6 II
  2. Ceramide NP เป็น Ceramide ในกลุ่ม N มีชื่ออีกชื่อว่า Ceramide 3 ตัวนี้เป็นเซราไมด์ชนิดที่พบมากที่สุดในผิวเรา
  3. Ceramide EOP เป็น Ceramide ในกลุ่ม EO ที่มีกรดไขมันสายยาวๆอยู่ แต่จากแหล่งข้อมูล มี่ก็ยังมีความสับสนอยู่ เพราะ Ceramide 1 ที่แท้ทรูคือ Ceramide EOS
  • Cholesterol เป็นอีก 1 องค์ประกอบที่สำคัญของ Barrier ผิว
  • Phytosphingosine เป็นเบสชนิดหนึ่งกลุ่ม Sphingoide ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในโครงสร้างของ Ceramide

ตัว Phytosphingosine ของมันเองก็มีประโยชน์ที่ดีกับผิวหลายประการ และมีการศึกษาวิจัยรองรับอยู่หลายชิ้น ที่น่าสนใจคือ น้องมีคุณสมบัติที่ดีในการดูแลการอักเสบและระคายเคืองผิว และเสริมการบวนการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหน้าที่ (Differentiation) ของเซลล์ผิวในชั้นหนังกำพร้า (Keratinocyte) ให้ทำงานได้สมบูรณ์และโตเต็มไว (Mol Med. 2006; 12(1-3): 17–24.)

  • Caprylic/capric glycerides เป็นไขมันชนิด Triglycerides ซึ่งผิวเราสามารถย่อยสลายแปรสภาพได้เป็นกรดไขมัน กับ Glycerin

สีฟ้า เป็นสารบำรุงอื่นๆ ที่ไม่ได้จัดเข้ากับ Barrier lipid ได้แก่

  • Sodium hyaluronate ซึ่งมีประโยชน์ในการเพิ่มความชุ่มชื้น
  • Tocopherol หรือวิตามินอี เป็น antioxidant

ในภาพรวมจึงเน้นไปที่ความแข็งแรงของผิว และเสริมความชุ่มชื้น

และในสูตรไม่มีส่วนผสมสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

มาให้คะแนนดีกว่าค่ะ วันนี้ส่วนผสมมีไม่ค่อยเยอะมาก ขอแบ่งให้คะแนนเป็น 2 หมวดนะคะ

  1. ส่วนผสม ถ้าพิจารณาในด้านของส่วนประกอบที่เกี่ยวข้องกับ Barrier ผิวทั้งหมด ตัวนี้ยังถือว่าขาดกลุ่ม NMF ที่เป็นสารโมเลกุลเล็กอยู่นะคะ แต่ถ้าพิจารณาในด้านของสารไขมันที่เสริมสร้าง Barrier ผิวทั้งหมด ตัวนี้ถือว่าทำมาได้ดี และมีความชาญฉลาด ที่เลือกใช้เซราไมด์ทั้ง 3 กลุ่มหลัก คือ A, N และ EO ตามชนิดที่เป็นองค์ประกอบของ Barrier ผิว ส่วนผสมทุกตัวที่ใส่มามีความเป็นมิตรกับผิวดีค่ะ และอย่าลืมประเด็นของเรื่อง MVE technology ด้วย จุดนี้ขอให้คะแนนแบบในภาพรวมที่ 4 ฟลาสก์
  2. การใช้งาน น้องเป็นโลชั่นที่ให้สัมผัสที่ค่อนข้างบางเบามาก ซึมไว แห้งไว ไม่เหนอะหนะ ในส่วนของสัมผัสหลังใช้ก็ถือว่าค่อนข้างดีค่ะ เบาสบายผิว เอามาทาได้ทั้งหน้าและตัวค่ะ ขวดเดียวครบจบทั้งหน้าตัว ระหว่างวันถ้าเหงื่อออกก็ไม่ได้เยิ้มหรือรู้สึกเหนียวเหนอะหนะไม่สบายตัว รับไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ CeraVe ประเทศไทย ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์ CeraVe ได้โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/CeraveThailandOfficial/

หรือจะตามไปส่องอัพเดทโปรโมชั่นใหม่ๆ ก็สามารถทำได้ตามสะดวกเลยค่ะ

Shopee Mall: https://invl.io/clfdg1w

Laz Mall: https://invol.co/clfdg2j

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับมาจากทางแบรนด์ CeraVe การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณ ผู้เขียนไม่ได้รับค่าตอบแทนในการเขียนรีวิวนี้และไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆ ในการขายสินค้า แต่ผู้เขียนอาจได้รับส่วนแบ่งจากการคลิ้กลิงค์ไปยังร้านค้า

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม Cleanser สูตรเสริม MVE technology จากแบรนด์ CeraVe

สวัสดีค่ะ

เมื่อวันก่อนมี่ได้มาเล่าให้ฟังถึง Moisturizer ของแบรนด์ CeraVe ไปแล้วนะคะ วันนี้เลยขอหยิบเอากลุ่มของ Cleanser ของทางแบรนด์มารีวิวให้ได้ชมกันต่อเลยค่ะ

มี่จะชอบพูดอยู่เสมอว่า หัวใจของการมีผิวสุขภาพดีคือการล้างหน้าให้สะอาด

ซึ่งการล้างหน้าให้สะอาด แม้จะเป็นคำสั้นๆที่ดูง่าย แต่ความจริงมีหลายสิ่งซ่อนเร้นอยู่นะคะ

ในผลิตภัณฑ์ล้างหน้า พระเอกก็คือ Surfactant ซึ่งเป็นกลุ่มของสารที่มีคุณสมบัติพิเศษ ละลายได้ทั้งในน้ำและน้ำมัน พวกนางเป็นตัวที่สำคัญในการทำความสะอาดนั่นเอง โดยนางสามารถดึงเอาสิ่งสกปรกทั้งชนิดที่ละลายน้ำและน้ำมันออกมาได้ในคราวเดียว

แต่ข้อเสียของพวกนางก็คือ นางแยกไม่ได้หรอก อันไหนเป็นน้ำมันสกปรก อันไหนเป็นไขมันที่มีประโยชน์ของผิวเรา นางจะเอาออกมาหมดทั้งของดี ของไม่ดี อาจจะทำให้เกิดปัญหาผิวแห้ง ผิวบอบบางแพ้ง่ายตามมาได้

แม้เราจะใช้ Surfactant ที่อ่อนโยน นางก็ยังดึงไขมันที่มีประโยชน์ออกจากผิวเราได้อยู่ดี

ดังนั้นคงดีไม่น้อยถ้ามีเทคโนโลยีอะไรซักอย่างที่มาเติม หรือคืนไขมันให้กับผิวในระหว่างล้างหน้า ซึ่งตรงนี้ CeraVe ตอบโจทย์ด้วยการทำ MVE technology หรือ Multivesicular emulsion ซึ่งเป็นลักษณะเป็นทรงกลมเป็นชั้นๆ ค่อยๆแตกตัวและปลดปล่อยสารบำรุงออกมาให้ผิวช้าๆ นานๆ แม้จะไม่มีข้อมูลที่เป็นกลางมาสนับสนุนว่า การใส่เทคโนโลยีนี้ลงไปจะช่วยปกป้องผิวแห้งจากการล้างหน้าได้ และ MVE จะสามารถเกาะติดผิวได้จริงระหว่างล้างหน้า แต่การมีพวกนี้อยู่ก็น่าจะให้ประโยชน์กับผิวได้ดี

ว่าแล้วก็มาเข้าเรื่องรีวิวของเราดีกว่านะคะ

Cleanser ของ CeraVe ที่เข้าไทยมาตอนนี้มีด้วยกัน 2 สูตรค่ะ

เป็น Hydrating cleanser สำหรับผิวธรรมดา-ผิวแห้ง ขวดสีเขียวมะนาว และ Foaming cleanser สำหรับผิวธรรมดา-ผิวมัน ขวดสีเขียวมินท์

ซึ่งมีด้วยกัน 3 ขนาด คือ 88 ml, 236 ml และ 473 ml

ที่มี่ใช้อยู่จะเป็นขวดใหญ่ 473 ml มีหน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ

ce 1

 

สูตรสีเขียวมะนาว คือตัว Hydrating cleanser ซึ่งเหมาะกับผิวธรรมดาและผิวแห้ง

ce 3

 

ส่วนสูตรสีเขียวมินท์ คือ Foaming cleanser ที่เหมาะกับผิวธรรมดาและผิวมัน

ce 2

 

ในด้านของเนื้อ Cleanser ตัว Hydrating cleanser จะมีเนื้อคล้ายครีม ส่วน Foaming cleanser จะเป็นเนื้อเจลใส ค่ะ

ce 4

 

ตัว Hydrating cleanser มีฟองค่อนข้างน้อย อารมณ์คล้ายๆ Cleansing cream แต่บางเบากว่า ให้ความรู้สึกนุ่มนวล สบายผิว หลังล้างจะมีความชุ่มชื้นเหลือติดผิวอยู่ ไม่แห้งตึง

ce 5

ค่า pH หลังละลายน้ำอยู่ที่ราวๆ 5 – 6 ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับผิวดีค่ะ

ce 6

ตัว Foaming cleanser ในด้านของปริมาณฟอง ความคงทนของฟอง และคุณภาพฟอง ถือว่าทำมาได้ดี สำหรับ Cleanser ที่ไม่มี SLES/SLS (ซึ่งเป็นสารก่อฟองที่ค่อนข้างรุนแรง อาจทำให้ผิวแห้ง/ระคายเคืองได้) มีฟองปานกลาง ให้ความรู้สึกสะอาด ล้างออกง่าย หลังล้างจะแห้งกว่าสูตร Hydrating แต่ไม่ถึงกับแห้งตึงมาก

ce 7

ค่า pH หลังละลายน้ำอยู่ที่ราวๆ 5 – 6 เช่นกันค่ะ

ce 8

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

เริ่มจากตัว Hydrating cleanser ค่ะ

สผส hydrating

ในภาพรวมคือเป็น Cleanser ที่มาในเบสแบบอิมัลชั่น คือ เป็นเบสแบบน้ำนม คล้ายครีม อาศัยสารในกลุ่ม PEG-40 stearate ร่วมกับ Polysorbate 20 เป็นตัวทำความสะอาด ร่วมกับกลุ่มของ Fatty alcohol อย่าง Cetearyl alcohol, Stearyl alcohol, Cetyl alcohol ซึ่งกลุ่มของสารพวกนี้จะไม่รุนแรงมากเกินไป พร้อมมีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้น (Emollient effect)

ส่วนของสารสีม่วง Behentrimonium methosulfate ตัวนี้เป็นสารประจุบวก ซึ่งสามารถเคลือบผิวให้สัมผัสที่ดีนุ่มนวลค่ะ

ในด้านของสารบำรุง คือมีการใช้ Ceramide 3 ชนิด ในรูปแบบของ MVE ที่ค่อยๆปลดปล่อยสารออกมา พร้อมเสริมด้วย Phytosphingosine ที่เป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์ Ceramide ของผิว และ Hyaluron ที่มีประโยชน์ในการเพิ่มความชุ่มชื้น

จากส่วนผสมถือว่าทำมาได้อย่างลงตัว สำหรับคนผิวแห้ง รวมถึงผิวธรรมดา

 

ส่วนผสมของสูตร Foaming cleanser เป็นดังนี้ค่ะ

สผส foaming

จากส่วนผสมจะเห็นว่าตัวสารทำความสะอาดจะเปลี่ยนไปจากสูตร Hydrating โดยมี Coco-betaine เป็นสารทำความสะอาดหลัก สารนี้ค่อนข้างอ่อนโยนกับผิว เสริมมาด้วยสารทำความสะอาดรองอีกหลายชนิด ได้แก่ Sodium cocoyl glycinate ที่ดัดแปลงโครงสร้างจากกรดอะมิโน Glycine และกรดไขมันจากน้ำมันมะพร้าว กับ PEG-120 methyl glucose dioleate ทุกตัวทำมาได้อ่อนโยนกับผิว

ในด้านของสารบำรุง คือ ใช้เทคโนโลยี MVE ที่เก็บกักไขมันที่เป็นองค์ประกอบของ Barrier ผิวเอาไว้เช่นเดียวกับในสูตร Hydrating และ สูตร Skincare

แถมมาด้วย Niacinamide ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 ที่มีประโยชน์กับผิวมากมายหลายประการ

ในด้านของส่วนผสมถือว่าทำมาได้ค่อนข้างดีเลยค่ะ แม้จะบอกว่าสำหรับผิวธรรมดา-ผิวมัน แต่ส่วนตัวคิดว่าด้วยชนิดของ Surfactant เหล่านี้ คนผิวแห้งก็สามารถใช้ได้ค่ะ

 

ให้คะแนนกันดีกว่านะคะ

วันนี้เนื่องจากเป็น Cleanser เลยขอแบ่งคะแนนเป็น 3 หัวข้อนะคะ คือ สารทำความสะอาด ส่วนผสมอื่นๆ และการใช้งานค่ะ

และขอให้คะแนนสูตรที่ชอบที่สุด คือ สูตร Foaming เป็นตัวแทนในวันนี้ค่ะ

 

  1. สารทำความสะอาด ในกรณีของสูตร Foaming ถือว่าเลือกส่วนผสมของสารทำความสะอาดมาได้อย่างลงตัว ให้ฟองพอเหมาะ ทำความสะอาดได้กำลังดีโดยไม่ทำให้ผิวแห้งตึง ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ นอกจากสารบำรุงที่มาในเทคโนโลยี MVE แล้ว ส่วนผสมอื่นๆทำมาได้ดีอย่างลงตัว ไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ต้องออกตัวเลยว่า แม้มี่จะมีผิวแห้ง แต่มี่เป็นคนบ้าฟอง ดังนั้นมี่จะขอเทใจไปให้สูตร Foaming ตัวเจลทำมาได้ค่อนข้างดี ตีฟองขึ้นง่าย ฟองคงทนนาน ไม่ยุบตัวเร็ว สัมผัสระหว่างล้างก็ถือว่าทำมาได้ดี สัมผัสหลังล้างก็ไม่ได้แห้งตึงจนมากเกินไป ถ้าจะติก็คงอยากได้น้ำหอมเบาๆ สวยๆ แต่เข้าใจว่านี่เป็นเวชสำอางสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย ดังนั้นน้ำหอมก็ไม่ควรมี จัดไป 5 ฟลาสก์ค่ะ

 

คะแนน cera

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ CeraVe ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์ CeraVe ได้โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/CeraveThailandOfficial/

 

พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับมาจากทางแบรนด์ CeraVe การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม มอยส์เจอไรเซอร์นี้ที่รอคอยมานาน กับ CeraVe Moisturizing lotion และ cream

สวัสดีค่ะ

เชื่อว่าหลายๆท่านน่าจะรู้จักสกินแคร์ชื่อดังอย่าง CeraVe มากันบ้างแล้วนะคะ นางเป็นแบรนด์เวชสำอางชื่อดังจากอเมริกา ซึ่งในสมัยก่อนเราจะต้องหิ้ว หรือสั่งจากเว็บอย่าง iHerb เอานะคะ ตอนนี้ทางบริษัทL’oreal Thailand ก็ได้นำเอาสินค้าในแบรนด์ CeraVe เข้ามาจำหน่ายในไทยแล้วค่ะ ไม่ต้องสั่งบนเว็บ ไม่ต้องหิ้วให้เหนื่อยต่อไป

แบรนด์ CeraVe นี่เป็นแบรนด์เวชสำอางบำรุงผิวที่พัฒนาร่วมกับแพทย์ผิวหนังชั้นน้ำของอเมริกา มีราคาที่จับต้องได้ หาซื้อได้ง่าย และเป็นที่นิยมทั่วโลกเลยทีเดียวค่ะ

ซึ่งส่วนตัวมี่มีโอกาสได้ไปร่วมงานเปิดตัวของ CeraVe ในไทยเมื่อช่วงปลายเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมาค่ะ

แอบกระซิบว่าบางสูตรที่เข้าไทย ผ่านการวิจัยและปรับสูตรเพื่อให้เหมาะกับการใช้ในอากาศบ้านเราด้วยค่ะ

หลังจากลองใช้สูตรใหม่มาซักพัก วันนี้เลยอยากขอเอาหยิบเอากลุ่มบำรุงมาวิเคราะห์ส่วนผสมให้ได้ชมกันค่ะ

วันนี้ขอเปิดฉากการวิเคราะห์ส่วนผสมด้วยผลิตภัณฑ์สูตรบำรุงที่เรียกได้ว่าเป็นตัวเด่นของ CeraVe ที่เปิดตัวในครั้งนี้ จะเป็นตัว Moisturizing lotion ที่มาในเนื้อโลชั่น และ Moisturizing  cream ที่มาในเนื้อครีมเข้มข้นค่ะ

หน้าตาเป็นแบบนี้นะคะ

cera 1

ในสูตรโลชั่น นางจะมาใน 2 ขนาด คือ ขนาดเล็ก 88 ml และขนาดใหญ่ 473 ml ค่ะ

ตัวที่มี่ได้มาจะเป็นขนาดใหญ่ที่มาในขวดแบบปั๊มค่ะ ใช้กันจุใจมาก

cera 2

เนื้อสัมผัสจะเป็นเนื้อโลชั่น ไม่มีน้ำหอม อาจจะได้กลิ่นจางๆของวัตถุดิบอยู่ค่ะ

cera 5

เกลี่ยได้ง่าย ลื่น สบายผิว

cera 6

ซึมค่อนข้างไว ให้สัมผัสบางเบา ไม่เหนอะหนะ

cera 7

ส่วนสูตรครีม ก็มาด้วยกัน 2 ขนาด เช่นกัน ขนาดเล็กเป็นแบบหลอดบีบ 50 ml และขนาดใหญ่ 454 กรัม

ที่มี่ได้มาจะเป็นขนาดใหญ่นะคะ ใช้กันจุใจเช่นเคย

cera 3

ในส่วนของตัวครีมเนื้อจะข้นกว่าค่ะ แต่ก็ไม่ได้เหนอะหนะ หรือมันเยิ้มจนรำคาญผิวเลย

cera 4

ทั้งสองสูตรมีเนื้อสัมผัสที่ต่างกันเล็กน้อยค่ะ โดยตัวครีมเนื้อจะเข้มข้นกว่าเนื้อโลชั่นค่ะ

cera 8

ถึงจะดูข้น แต่ก็เกลี่ยง่าย และไม่เหนอะหนะ หนักผิว

cera 9

ส่วนผสมก็จะค่อนข้างคล้ายกัน ต่างกันที่สารขึ้นเนื้อครีมที่ใช้ค่ะ

 

ก่อนไปดูวิเคราะห์ส่วนผสม มี่อยากเล่าให้ฟังถึงองค์ประกอบของ Barrier ผิวเรา และเทคโนโลยี MVE ที่ทางแบรนด์ใช้ซักหน่อยนะคะ

 

ในผิวชั้นนอกของเรา จะมีส่วนประกอบที่สำคัญอยู่ 3 อย่าง ที่ทำหน้าที่เป็นตัวปกป้องรักษาความชุ่มชื้นให้คงอยู่ในผิว และป้องกันไม่ให้สารอันตรายต่างๆเข้ามาในผิว ที่เราเรียกกันว่า Barrier ผิวค่ะ

สิ่งเหล่านี้ได้แก่

  1. ไขมันที่เรียงตัวเป็นชั้นๆ หรือ Lipid lamellar
  2. สารชอบน้ำ ที่เรียกว่า Natural moisturizing factor เช่น พวกกรดอะมิโน น้ำตาล ยูเรีย และอิออนบางชนิด
  3. โปรตีนเคราติน และการเรียงตัวแบบสลับซับซ้อนของเซลล์ผิวที่ตายแล้วในชั้นนอก ที่ชื่อ Corneocyte

 

ว่ากันว่า ไขมันนั้นสำคัญที่สุดในการเป็น Barrier ของผิวนะคะ

แน่นอนว่า ไขมันนี้ เป็นคนละชนิดกับ น้ำมัน Sebum ที่หลั่งออกมาจากต่อมไขมันในรูขุมขนนะคะ

ไขมันส่วนนี้อยู่ในผิวชั้นนอกของเรา เรียงตัวเป็นชั้นๆ ประกอบด้วยไขมัน 3 ชนิดหลักๆ คือ Ceramide, Cholesterol และ กรดไขมันค่ะ

และองค์ประกอบที่พบมากที่สุดในไขมันนี้ก็คือ Ceramide ที่พบได้เกือบถึง 50% เลยทีเดียว และนางก็มีความสำคัญมากกับความแข็งแรงของ Barrier ผิว

Ceramide นั้นมีหลายชนิดค่ะ แต่ชนิดที่มีความสำคัญคงหนีไม่พ้น Ceramide 1 แต่ทางเครื่องสำอางเราไม่ค่อยนำมาใช้กัน เพราะปัญหาเรื่องความคงตัว เลยหยิบเอา Ceramide 3 ที่คงตัวดีกว่ามาใช้กันเสียมากกว่า

ข้อดีอย่างหนึ่งของ CeraVe ก็คือ ใช้ Ceramide 3 ชนิด คือ Ceramide 1, Ceramide 3 และ Ceramide 6-II ในสัดส่วนที่เหมาะสมเพื่อเสริมการฟื้นฟู Barrier ผิวของเราได้อย่างลงตัวค่ะ

ส่วนเทคโนโลยี MVE นั้น เป็นเทคโนโลยีที่ทางแบรนด์เลือกใช้ในการนำส่งสารบำรุงเข้าสู่ผิวค่ะ

MVE นั้นย่อมาจาก Multivesicular emulsion ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีทั้งสิทธิบัตร และงานวิจัยรองรับรับ โดยเป็นระบบนำส่งที่มีรูปร่างเป็นทรงกลมที่มีหลายๆชั้น คล้ายหัวหอม เวลาลงผิว ก็จะค่อยๆปลดปล่อยออกมาทีละชั้น ทำให้สารเพิ่มความชุ่มชื้นต่างๆอยู่ในผิวได้นานขึ้น (Ref: J Clin Aesthet Dermatol. 2016; 9(12): 26–32.)

หน้าตาก็จะประมาณนี้ค่ะ

MVE

(Image source: Draelos ZD in Cosmetic Dermatology: Products and Procedures)

 

ถึงเวลาของช่วงวิเคราะห์ส่วนผสมแล้วค่ะ

เริ่มที่ตัว lotion

สผส lotion

ต่อด้วยตัว cream

สผส cream

จากส่วนผสมมี่ได้ทำแถบสีเอาไว้นะคะ ซึ่งทั้งสองสูตรก็ทำมาคล้ายๆกัน ต่างแค่ที่สัดส่วนของสารขึ้นเนื้อครีมเฉยๆ

ในส่วนของสารบำรุงสีม่วงจะเป็นส่วนของสารไขมันที่เป็นองค์ประกอบของ Barrier ผิวค่ะ ซึ่งได้แก่

  • Ceramides ทั้ง 3 ชนิด คือ Ceramide 1, 3 และ 6-II ซึ่งถือว่าเป็นการเลือกเซราไมด์ได้อย่างชาญฉลาด ผิวหนังของคนเราประกอบด้วย Ceramides อยู่หลายชนิดก็จริง อันนี้ขอลงลึกนิดหน่อย ถ้าแบ่งแบบง่ายๆ เราสามารถแบ่ง Ceramides ในผิวได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ ตามชนิดของกรดไขมันที่เป็นองค์ประกอบในโมเลกุล คือ Ceramides กลุ่ม N เป็น Ceramide ที่มีกรดไขมันชนิดปกติ กลุ่ม A มีกรดไขมันที่มีหมู่ Hydroxyl ที่ตำแหน่ง alpha-carbon และกลุ่ม EO มีกรดไขมันชนิดที่มีการ Esterified บริเวณ Hydroxyl ตำแหน่ง Omega ว่ากันว่า เซราไมด์กลุ่ม EO จะมีความสำคัญมากที่สุดในการทำให้ Barrier ของผิวแข็งแรง และผิวเราต้องมีสัดส่วนของ Ceramide A, N และ EO ที่เหมาะสมถึงมีผิวแข็งแรง ทีนี้ทางแบรนด์ก็เลยหยิบเอาเซราไมด์ตัวแทนจากแต่ละกลุ่มมาใส่ในครีม ถึงบอกว่านี่คือการใช้ได้อย่างชาญฉลาด
  1. Ceramide AP เป็น Ceramide ในกลุ่ม A มีชื่ออีกชื่อว่า Ceramide 6 II
  2. Ceramide NP เป็น Ceramide ในกลุ่ม N มีชื่ออีกชื่อว่า Ceramide 3 ตัวนี้เป็นเซราไมด์ชนิดที่พบมากที่สุดในผิวเรา
  3. Ceramide EOP เป็น Ceramide ในกลุ่ม EO ที่มีกรดไขมันสายยาวๆอยู่ แต่จากแหล่งข้อมูล มี่ก็ยังมีความสับสนอยู่ เพราะ Ceramide 1 ที่แท้ทรูคือ Ceramide EOS
  • Cholesterol เป็นอีก 1 องค์ประกอบที่สำคัญของ Barrier ผิว
  • Caprylic/capric glycerides เป็นไขมันชนิด Triglycerides ซึ่งผิวเราสามารถย่อยสลายแปรสภาพได้เป็นกรดไขมัน กับ Glycerin

สีฟ้า เป็นสารบำรุงอื่นๆ ได้แก่

  • Sodium hyaluronate ซึ่งมีประโยชน์ในการเพิ่มความชุ่มชื้น
  • Tocopherol หรือวิตามินอี เป็น antioxidant ที่น่าจะใส่ลงมาเพื่อปกป้องสารไขมันในสูตรไม่ให้เสื่อมสภาพ

 

ส่วนของเนื้อหลัก มาในรูปแบบของอิมัลชั่น ประกอบด้วย น้ำ สารดูดน้ำเพิ่มความชุ่มชื้น และ สารไขมัน ไม่มีส่วนผสมของ Alcohol

 

มาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะเกิดคำถาม กฺ็ชั้นเห็นอยู่ทนโท่ตำตา ว่ามี Cetyl aclhol, Stearyl alcohol และ Cetearyl alcohol ทำไมมียอนถึงบอกว่าไม่มี Alcohol

นั่นก็เพราะว่า ชื่อ Alcohol สั้นๆ แบบนี้ในทางเครื่องสำอาง เราจะหมายถึง Ethyl alcohol หรือ Ethanol ที่มีผสมในไวน์ เหล้า รวมถึงที่เราเอามาเช็ดฆ่าเชื้อ

Alcohol นี้ จริงๆในเครื่องสำอางใส่ลงไปเพื่อให้ความรู้สึกสดชื่น และรู้สึกแห้ง เบาสบายผิว แต่ข้อเสียของเค้าคือ นางอาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวได้ในบางคนค่ะ

ส่วน Cetyl alcohol, Stearyl alcohol และ Cetearyl alcohol นั้นจะเป็น Alcohol ที่มีขนาดใหญ่ มีจำนวน Carbon ที่สูง กลายเป็นสารในกลุ่มไขมัน ที่เรียกว่า Fatty alcohol ไปแล้ว ไม่ละลายในน้ำเหมือนเจ้า Ethyl alcohol ตัวเล็กๆ

ในทางเครื่องสำอางเราเอา Fatty alcohol มาใช้ในเชิงการเพิ่มเนื้อให้ครีมข้น สวยงาม นางยังให้ประโยชน์ในการเพิ่มความคงตัวให้กับเนื้อครีม และในด้านผิวพรรณ นางยังให้คุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิวเราด้วย

 

ทีนี้หลายคนเห็น Dimethicone อาจจะเริ่มคิดว่าอีเจ้านี่เป็น Silicone จะดีหรือ? จริงๆ Dimethicone นี่เป็น Silicone ตัวพื้นฐานที่ค่อนข้างมีประโยชน์ และมีข้อมูลความปลอดภัยที่ดีนะคะ นางมีขนาดที่ใหญ่มาก ไม่ดูดซึมลงไปในผิว จึงมีความเสี่ยงต่ำในการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ นางมีความสามารถในการเคลือบปกป้องผิวไม่ให้น้ำระเหยออกจากผิว และมีสัมผัสที่บางเบานุ่มนวล ไม่เหนอะหนะ

 

มาให้คะแนนดีกว่าค่ะ วันนี้ส่วนผสมมีไม่ค่อยเยอะมาก ขอแบ่งให้คะแนนเป็น 2 หมวดนะคะ

  1. ส่วนผสม ถ้าพิจารณาในด้านของส่วนประกอบที่เกี่ยวข้องกับ Barrier ผิวทั้งหมด ตัวนี้ยังถือว่าขาดกลุ่ม NMF อยู่นะคะ แต่ถ้าพิจารณาในด้านของสารไขมันที่เสริมสร้าง Barrier ผิวทั้งหมด ตัวนี้ถือว่าทำมาได้ดี และมีความชาญฉลาด ที่เลือกใช้เซราไมด์ทั้ง 3 กลุ่มหลัก คือ A, N และ EO ตามชนิดที่เป็นองค์ประกอบของ Barrier ผิว ส่วนผสมทุกตัวที่ใส่มามีความเป็นมิตรกับผิวดีค่ะ และอย่าลืมประเด็นของเรื่อง MVE technology ด้วย จุดนี้ขอให้คะแนนแบบในภาพรวม ขอให้ไป 4 ฟลาสก์
  2. การใช้งาน ถ้าดูจากส่วนผสมของสูตรครีม จะเห็นว่ามีส่วนผสมของ Petrolatum อยู่ด้วย ซึ่งสารนี้เป็นสารที่ดีมากในการเคลือบปกป้องผิว แต่ข้อเสียของนางคือมีความเหนอะหนะสูง เราก็คิดว่าจะเหนอะหนะ แต่พอใช้จริงไม่เลย นางซึมไวให้สัมผัสที่บางเบามาก ไม่เหนอะหนะเลย ในส่วนของสัมผัสหลังใช้ก็ถือว่าค่อนข้างดีค่ะ เบาสบายผิว เอามาทาได้ทั้งหน้าและตัวค่ะ ส่วนตัวมี่มีผิวผสม/แห้งลองใช้แล้วก็ถือว่าชอบนะคะ ระหว่างวันไม่มันเยิ้ม และก็ไม่แห้งตึงจนเกินไป แต่หน้าหนาวอาจจะเอาไม่อยู่ ไว้จะมาอัพเดทกันอีกทีค่ะ ตอนนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์ไปก่อนนะคะ

 

คะแนน CeraVe

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ CeraVe ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์ CeraVe ได้โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/CeraveThailandOfficial/

 

พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับมาจากทางแบรนด์ CeraVe การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

[Beauty News] CeraVe Thailand brand launch event 2018

เมื่อวันก่อนมี่มีโอกาสได้ไปร่วมงานเปิดตัว CeraVe (เซราวี) ในประเทศไทยเป็นแห่งแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

หลายๆท่านน่าจะรู้จักแบรนด์ CeraVe อยู่แล้วนะคะ ส่วนตัวมี่เองก็เลยลองใช้ตัวนี้อยู่ สั่งมาจากเวบ iHerb

ตอนนี้ทางบริษัท L’oreal Thailand ก็ได้นำเอาสินค้าในแบรนด์ CeraVe เข้ามาจำหน่ายในไทยแล้วค่ะ ไม่ต้องสั่งบนเว็บ ไม่ต้องหิ้วให้เหนื่อยต่อไป

แบรนด์ CeraVe นี่เป็นแบรนด์เวชสำอางบำรุงผิวที่พัฒนาร่วมกับแพทย์ผิวหนังชั้นน้ำของอเมริกา มีราคาที่จับต้องได้ หาซื้อได้ง่าย และเป็นที่นิยมทั่วโลกเลยทีเดียวค่ะ

 

บรรยากาศภายในงานตกแต่งด้วยสีขาวสะอาดสว่างตา ตัดด้วยสีฟ้าของแบรนด์ CeraVe ค่ะ

ce 1

 

นี่ไงป้ายของเรา

ce 6

 

เมื่อเข้าไปถึงทางทีมงานก็จะให้วัดสภาพผิวก่อนค่ะ

ce 2

 

ขนาดเราคิดว่าเราก็ดูแลดีแล้วนะ ผลยังออกมาเกินอายุเลย

 

ด้านแรก ด้านความชุ่มชื้น ผิวมี่ผิวแห้ง เครื่องก็บอกว่าแห้งมากกกกกกกก

ce 3

 

ด้านที่สอง ด้านเม็ดสี ริ้วรอย และ รอยเส้นเลือดฝอย

ce 4

เม็ดสีกับริ้วรอย ของมี่เกินอายุไปนิดนึง ส่วนด้านรอยเส้นเลือดฝอยนั้นยังไม่มี ซึ่งตรงนี้อาจจะ error ได้เพราะเราโบกเมคอัพไปค่อนข้างหนาค่ะ

 

สรุปเลยออกมาว่า ผิวเราก็ยังพอได้อยู่

ce 5

 

ต่อมาก็เป็นซุ้มที่โชว์สินค้าค่ะ

 

ซึ่งทางแบรนด์ CeraVe เคลมเรื่องของนวัตกรรม MVE (Multivesicular emulsion technology) ลิขสิทธิ์ของทางแบรนด์ ซึ่งมีรูปแบบคล้ายหอมหัวใหญ่ ค่อยๆปลดปล่อยไขมันให้ผิว ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นได้อย่างยาวนาน

ce 8

 

จุดเด่นอีกจุด คือ การใช้เซราไมด์ 3 ชนิด ได้แก่ เซราไมด์ 1 เซราไมด์ 3 และ เซราไมด์ 6-II ซึ่งเน้นช่วยฟื้นฟูและปรับสภาพ Barrier ผิวให้แข็งแรงค่ะ

ce 7

 

กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มี่ได้มาจะเป็นทั้งหมดตามภาพนี้ค่ะ

 

ce 9.JPG

ไว้เดี๋ยวเรามารีวิวกันอีกทีนะคะ ^^

 

สุดท้ายนี้ต้องขอบคุณทางแบรนด์ CeraVe Thailand ด้วยค่ะที่เชิญมี่ไปร่วมงานเปิดตัวสินค้า และมอบผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้ได้ทดลองใช้

 

สำหรับวันนี้คงต้องลากันไปเท่านี้ พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ