Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม Cleanser สูตรเสริม MVE technology จากแบรนด์ CeraVe

สวัสดีค่ะ

เมื่อวันก่อนมี่ได้มาเล่าให้ฟังถึง Moisturizer ของแบรนด์ CeraVe ไปแล้วนะคะ วันนี้เลยขอหยิบเอากลุ่มของ Cleanser ของทางแบรนด์มารีวิวให้ได้ชมกันต่อเลยค่ะ

มี่จะชอบพูดอยู่เสมอว่า หัวใจของการมีผิวสุขภาพดีคือการล้างหน้าให้สะอาด

ซึ่งการล้างหน้าให้สะอาด แม้จะเป็นคำสั้นๆที่ดูง่าย แต่ความจริงมีหลายสิ่งซ่อนเร้นอยู่นะคะ

ในผลิตภัณฑ์ล้างหน้า พระเอกก็คือ Surfactant ซึ่งเป็นกลุ่มของสารที่มีคุณสมบัติพิเศษ ละลายได้ทั้งในน้ำและน้ำมัน พวกนางเป็นตัวที่สำคัญในการทำความสะอาดนั่นเอง โดยนางสามารถดึงเอาสิ่งสกปรกทั้งชนิดที่ละลายน้ำและน้ำมันออกมาได้ในคราวเดียว

แต่ข้อเสียของพวกนางก็คือ นางแยกไม่ได้หรอก อันไหนเป็นน้ำมันสกปรก อันไหนเป็นไขมันที่มีประโยชน์ของผิวเรา นางจะเอาออกมาหมดทั้งของดี ของไม่ดี อาจจะทำให้เกิดปัญหาผิวแห้ง ผิวบอบบางแพ้ง่ายตามมาได้

แม้เราจะใช้ Surfactant ที่อ่อนโยน นางก็ยังดึงไขมันที่มีประโยชน์ออกจากผิวเราได้อยู่ดี

ดังนั้นคงดีไม่น้อยถ้ามีเทคโนโลยีอะไรซักอย่างที่มาเติม หรือคืนไขมันให้กับผิวในระหว่างล้างหน้า ซึ่งตรงนี้ CeraVe ตอบโจทย์ด้วยการทำ MVE technology หรือ Multivesicular emulsion ซึ่งเป็นลักษณะเป็นทรงกลมเป็นชั้นๆ ค่อยๆแตกตัวและปลดปล่อยสารบำรุงออกมาให้ผิวช้าๆ นานๆ แม้จะไม่มีข้อมูลที่เป็นกลางมาสนับสนุนว่า การใส่เทคโนโลยีนี้ลงไปจะช่วยปกป้องผิวแห้งจากการล้างหน้าได้ และ MVE จะสามารถเกาะติดผิวได้จริงระหว่างล้างหน้า แต่การมีพวกนี้อยู่ก็น่าจะให้ประโยชน์กับผิวได้ดี

ว่าแล้วก็มาเข้าเรื่องรีวิวของเราดีกว่านะคะ

Cleanser ของ CeraVe ที่เข้าไทยมาตอนนี้มีด้วยกัน 2 สูตรค่ะ

เป็น Hydrating cleanser สำหรับผิวธรรมดา-ผิวแห้ง ขวดสีเขียวมะนาว และ Foaming cleanser สำหรับผิวธรรมดา-ผิวมัน ขวดสีเขียวมินท์

ซึ่งมีด้วยกัน 3 ขนาด คือ 88 ml, 236 ml และ 473 ml

ที่มี่ใช้อยู่จะเป็นขวดใหญ่ 473 ml มีหน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ

ce 1

 

สูตรสีเขียวมะนาว คือตัว Hydrating cleanser ซึ่งเหมาะกับผิวธรรมดาและผิวแห้ง

ce 3

 

ส่วนสูตรสีเขียวมินท์ คือ Foaming cleanser ที่เหมาะกับผิวธรรมดาและผิวมัน

ce 2

 

ในด้านของเนื้อ Cleanser ตัว Hydrating cleanser จะมีเนื้อคล้ายครีม ส่วน Foaming cleanser จะเป็นเนื้อเจลใส ค่ะ

ce 4

 

ตัว Hydrating cleanser มีฟองค่อนข้างน้อย อารมณ์คล้ายๆ Cleansing cream แต่บางเบากว่า ให้ความรู้สึกนุ่มนวล สบายผิว หลังล้างจะมีความชุ่มชื้นเหลือติดผิวอยู่ ไม่แห้งตึง

ce 5

ค่า pH หลังละลายน้ำอยู่ที่ราวๆ 5 – 6 ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับผิวดีค่ะ

ce 6

ตัว Foaming cleanser ในด้านของปริมาณฟอง ความคงทนของฟอง และคุณภาพฟอง ถือว่าทำมาได้ดี สำหรับ Cleanser ที่ไม่มี SLES/SLS (ซึ่งเป็นสารก่อฟองที่ค่อนข้างรุนแรง อาจทำให้ผิวแห้ง/ระคายเคืองได้) มีฟองปานกลาง ให้ความรู้สึกสะอาด ล้างออกง่าย หลังล้างจะแห้งกว่าสูตร Hydrating แต่ไม่ถึงกับแห้งตึงมาก

ce 7

ค่า pH หลังละลายน้ำอยู่ที่ราวๆ 5 – 6 เช่นกันค่ะ

ce 8

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

เริ่มจากตัว Hydrating cleanser ค่ะ

สผส hydrating

ในภาพรวมคือเป็น Cleanser ที่มาในเบสแบบอิมัลชั่น คือ เป็นเบสแบบน้ำนม คล้ายครีม อาศัยสารในกลุ่ม PEG-40 stearate ร่วมกับ Polysorbate 20 เป็นตัวทำความสะอาด ร่วมกับกลุ่มของ Fatty alcohol อย่าง Cetearyl alcohol, Stearyl alcohol, Cetyl alcohol ซึ่งกลุ่มของสารพวกนี้จะไม่รุนแรงมากเกินไป พร้อมมีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้น (Emollient effect)

ส่วนของสารสีม่วง Behentrimonium methosulfate ตัวนี้เป็นสารประจุบวก ซึ่งสามารถเคลือบผิวให้สัมผัสที่ดีนุ่มนวลค่ะ

ในด้านของสารบำรุง คือมีการใช้ Ceramide 3 ชนิด ในรูปแบบของ MVE ที่ค่อยๆปลดปล่อยสารออกมา พร้อมเสริมด้วย Phytosphingosine ที่เป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์ Ceramide ของผิว และ Hyaluron ที่มีประโยชน์ในการเพิ่มความชุ่มชื้น

จากส่วนผสมถือว่าทำมาได้อย่างลงตัว สำหรับคนผิวแห้ง รวมถึงผิวธรรมดา

 

ส่วนผสมของสูตร Foaming cleanser เป็นดังนี้ค่ะ

สผส foaming

จากส่วนผสมจะเห็นว่าตัวสารทำความสะอาดจะเปลี่ยนไปจากสูตร Hydrating โดยมี Coco-betaine เป็นสารทำความสะอาดหลัก สารนี้ค่อนข้างอ่อนโยนกับผิว เสริมมาด้วยสารทำความสะอาดรองอีกหลายชนิด ได้แก่ Sodium cocoyl glycinate ที่ดัดแปลงโครงสร้างจากกรดอะมิโน Glycine และกรดไขมันจากน้ำมันมะพร้าว กับ PEG-120 methyl glucose dioleate ทุกตัวทำมาได้อ่อนโยนกับผิว

ในด้านของสารบำรุง คือ ใช้เทคโนโลยี MVE ที่เก็บกักไขมันที่เป็นองค์ประกอบของ Barrier ผิวเอาไว้เช่นเดียวกับในสูตร Hydrating และ สูตร Skincare

แถมมาด้วย Niacinamide ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 ที่มีประโยชน์กับผิวมากมายหลายประการ

ในด้านของส่วนผสมถือว่าทำมาได้ค่อนข้างดีเลยค่ะ แม้จะบอกว่าสำหรับผิวธรรมดา-ผิวมัน แต่ส่วนตัวคิดว่าด้วยชนิดของ Surfactant เหล่านี้ คนผิวแห้งก็สามารถใช้ได้ค่ะ

 

ให้คะแนนกันดีกว่านะคะ

วันนี้เนื่องจากเป็น Cleanser เลยขอแบ่งคะแนนเป็น 3 หัวข้อนะคะ คือ สารทำความสะอาด ส่วนผสมอื่นๆ และการใช้งานค่ะ

และขอให้คะแนนสูตรที่ชอบที่สุด คือ สูตร Foaming เป็นตัวแทนในวันนี้ค่ะ

 

  1. สารทำความสะอาด ในกรณีของสูตร Foaming ถือว่าเลือกส่วนผสมของสารทำความสะอาดมาได้อย่างลงตัว ให้ฟองพอเหมาะ ทำความสะอาดได้กำลังดีโดยไม่ทำให้ผิวแห้งตึง ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ นอกจากสารบำรุงที่มาในเทคโนโลยี MVE แล้ว ส่วนผสมอื่นๆทำมาได้ดีอย่างลงตัว ไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ต้องออกตัวเลยว่า แม้มี่จะมีผิวแห้ง แต่มี่เป็นคนบ้าฟอง ดังนั้นมี่จะขอเทใจไปให้สูตร Foaming ตัวเจลทำมาได้ค่อนข้างดี ตีฟองขึ้นง่าย ฟองคงทนนาน ไม่ยุบตัวเร็ว สัมผัสระหว่างล้างก็ถือว่าทำมาได้ดี สัมผัสหลังล้างก็ไม่ได้แห้งตึงจนมากเกินไป ถ้าจะติก็คงอยากได้น้ำหอมเบาๆ สวยๆ แต่เข้าใจว่านี่เป็นเวชสำอางสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย ดังนั้นน้ำหอมก็ไม่ควรมี จัดไป 5 ฟลาสก์ค่ะ

 

คะแนน cera

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ CeraVe ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์ CeraVe ได้โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/CeraveThailandOfficial/

 

พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับมาจากทางแบรนด์ CeraVe การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Review: Rezme’ All in one face cleanser

Review: Rezme’ All in one face cleanser

วันนี้มี่แวะเอา Cleanser ที่น่าสนใจมารีวิวให้ชมกันค่ะ

เป็น All in one face cleanser จากแบรนด์ Rezme’ ค่ะ ทำไมถึงน่าสนใจเดี๋ยวมาดูในช่วงวิเคราะห์ส่วนผสมนะคะ

ที่ว่า All in one น่าจะหมายถึง ทั้งทำความสะอาดผิว และทำความสะอาดเมคอัพไปพร้อมๆกันกับการบำรุงผิวค่ะ

อันนี้เป็นรูปร่างหน้าตาของผลิตภัณฑ์ค่ะ

IMG_0007-re

เนื้อข้างในเป็นเจลโปร่งแสง สีขาวครีม กลิ่นหอมอ่อนๆค่ะ

IMG_0008-re

ซึ่งตัวนี้เป็นสูตรไม่มีฟองค่ะ คือบ้านเราติดฟองกันมาก และมักคิดกันไปเองว่าถ้าไม่มีฟองจะไม่สะอาด แต่ความจริงแล้วประสิทธิภาพในการทำความสะอาดไม่ขึ้นกับฟองนะคะ

IMG_0009-re

มาดูประสิทธิภาพในการทำความสะอาดกันค่ะ

มี่ทดสอบกับ 4 อย่างนี้นะคะ

1.Eyeliner กันน้ำสีดำ

2.Mascara กันน้ำ

3.Eyeliner กันน้ำสีส้ม

4.Lip matte สีแดง

IMG_0121-re

บีบ Cleanser ลงไปค่ะ

IMG_0122-re

นวดวนเบาๆซัก 2 นาที มาสคาร่ากับลิปสติกเริ่มหลุดหมดแล้วค่ะ เหลือแต่ Eyeliner

IMG_0123-re

ไปล้างน้ำค่ะ

IMG_0124-re

Eyeliner ทั้งสองยังคงอยู่นะคะ พลิกดูข้างหลังฉลาก ทางแบรนด์แนะนำว่าให้ล้างสองรอบนะคะ เอาสิ ลองทำดูบ้างตามที่เขาแนะนำ

สะอาดแล้วทีนี้ ไม่แห้งด้วยหละ

IMG_0125-re

มีคำแนะนำเพิ่มเติมนะคะเกี่ยวกับการล้างเครื่องสำอางกันน้ำ เลือกเอาวิธีไหนก็ได้ค่ะ

1.ใช้เจลปริมาณเยอะขึ้น

2.นวดให้นานขึ้น

3.ผสมน้ำลงไปหน่อยระหว่างนวด

4.ล้างสองรอบ

มาวัดค่า pH ของผลิตภัณฑ์เมื่อเปียกน้ำแล้วอยู่ที่ราวๆ 6 นะคะ ซึ่งก็ถือว่าใกล้เคียงกับผิวดีค่ะ

IMG_0010-re

สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

สผส

จากส่วนผสมนี่จะเห็นว่าตัวทำความสะอาดของเขามีอยู่ 3 ตัวหลักๆนะคะ ที่มี่ทำสีเขียวไว้ให้ ได้แก่

PEG-7 Glyceryl cocoate, Decyl glucoside และ Olive oil PEG-7 esters ทั้ง 3 ตัวนี้เป็นสารทำความสะอาดชนิดไม่มีประจุ (Nonionic surfactant) ที่มีความอ่อนโยน และสามารถช่วยเรื่องความชุ่มชื้นได้ ปกติสารกลุ่ม Nonionic นี้จะไม่มีฟองค่ะ เลยไม่แปลกใจที่มันไม่มีฟอง

นอกจากสารทำความสะอาด ในส่วนผสมยังมีสารบำรุงผิวด้วยนะคะ ถึงแม้ว่าพวก Cleanser จะสัมผัสผิวเราแค่ไม่นาน หวังอะไรมากไม่ได้ แต่การมีสารบำรุงก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลยนอกจากตัวทำความสะอาด

สารบำรุงพวกนี้ได้แก่ตัวที่มี่ทำสีฟ้าไว้ให้นะคะ

-Panthenol มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบ

-Allantoin ลดการอักเสบ ลดการระคายเคือง

-Picea albies extract คือ สารสกัดจากพืชตระกูลสน มีรายงานเกี่ยวกับคุณสมบัติในการเป็น Antioxidant (Phytochem anal 2012;23(1):1-11) และมีรายงานว่าประกอบด้วยสารกลุ่ม Galactogluoomanan ที่มีคุณสมบัติเป็น prebiotic (J Agric Food Chem 2012;60(44): 11037–11043) เป็นอาหารของจุลินทรีย์ชนิดดีที่เรียกว่า Probiotic พวกนี้ถ้าแข็งแรงจะช่วยปกป้องร่างกายจากจุลินทรีย์ก่อโรคต่างๆ ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าสารนี้ให้สมบัติเป็น Astringent ช่วยกระชับรูขุมขน

-Hamamelis virginiana leaf water หรือ น้ำใบ Witch hazel ช่วยกระชับรูขุมขน

-10-hydroxydecanoic acid เป็นกรดไขมันชนิดพิเศษที่พบได้ใน Royal jelly หรือนมผึ้งนอกจากบำรุงผิวได้ ยังมีฤทธิ์ฆ่าเชื้ออ่อนๆ

-Phellinus linteus extract เป็นสารสกัดจากเห็ดชนิดหนึ่ง มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant และมีผลลดการอักเสบในผิว

-Schizophyllan เป็นสารกลุ่ม Beta-glucan ที่ได้จากเห็ดชนิดหนึ่งที่ชื่อ Schizophyllum commune มีคุณสมบัติเป็นสารเพิ่มความหนืด และมีฤทธิ์ต้านมะเร็ง (Bioactives Carb Diet Fiber 2013;1(1):53-71) ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าให้ผลเพิ่มความชุ่มชื้นและมีผลลดริ้วรอย

โดยรวมในวันนี้ขอให้คะแนนดังนี้นะคะ

1.ความสะอาด จากที่เห็นคือถ้าเป็นเบสเมคอัพและพวกลิปสติก คือออกหมดเกลี้ยง ไม่ทิ้งคราบใดๆไว้ แต่ถ้าล้างแค่รอบเดียวยังเอาพวกกันน้ำแน่นๆแบบ Eyeliner ไม่ออกนะคะต้องล้างรอบที่สองค่ะ จุดนี้จึงขอให้ 4 ฟลาสก์

2.Feeling หลังล้าง หลังล้างเสร็จผิวไม่แห้งตึง ผิวนุ่มชุ่มชื้น อุ้มน้ำได้ดี ถือว่าค่อนข้างชอบเลยค่ะ จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์

3.สารทำความสะอาด เป็นสารชนิดที่ไม่มีประจุ ค่อนข้างอ่อนโยนกับผิว และมีผลเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้อีก จุดนี้จอให้ 5 ฟลาสก์

4.สารองค์ประกอบอื่นๆ สารที่ใส่มาไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรกับผิว แถมยังมีประโยชน์พิเศษเสริมให้แก่ผิวอีก ไม่มีพาราเบน ไม่มีซิลิโคน จุดนี้จึงขอให้ 5 ฟลาสก์

คะแนน

สุดท้ายนี้อยากขอบคุณทางแบรนด์ Rezme’ ด้วยค่ะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางเฟสบุคของแบรนด์

https://www.facebook.com/RezmeOfficial

ได้เลยค่ะ

Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์ Rezme’