Beauty Talks: ผิวสวยใส สุขภาพดี เริ่มต้นง่ายๆแค่ล้างหน้าให้สะอาด

Beauty Talks: ผิวสวยใส สุขภาพดี เริ่มต้นง่ายๆแค่ล้างหน้าให้สะอาด

10001393_1059006007452675_4947955951536013963_n

เชื่อว่าหลายๆปัญหาผิวของหลายๆคน กวนใจมานานมากกกก ไม่ว่าจะใช้ครีมอะไร ดีแค่ไหน แพงแค่ไหนก็ไม่หาย ก็จะพาลไปโทษนั่นโทษนี่ แต่จริงๆแล้วมันเกิดขึ้นเพราะว่าล้างหน้าไม่สะอาด

มี่จะพูดอยู่เสมอนะคะ ว่า หัวใจที่สำคัญของการมีผิวสุขภาพดี คือ การล้างหน้าให้สะอาด

สะอาดในที่นี้ ไม่ได้แปลว่า ล้างมากมาย ล้างเว่อร์วัง ล้างจนแบบว่าสูญเสียของดีๆในผิวไปจนหมด

เพราะในการทำความสะอาดผิว จะอาศัยสารเคมีกลุ่มหนึ่งที่มีชื่อว่า “Surfactant” หรือ สารลดแรงตึงผิว ซึ่งสารเหล่านี้มีคุณสมบัติพิเศษคือละลายได้ทั้งในน้ำและในน้ำมัน ซึ่งสิ่งสกปรกบนหน้าเรา ก็มีทั้งน้ำและน้ำมันเหมือนกัน การล้างหน้าด้วยน้ำเปล่า ก็จะเอาสิ่งสกปรกที่ละลายน้ำมันออกไม่ได้ เช่นเดียวกันกับตอนจะเอาเบบี้ออยล์มาล้าง ก็จะเอาสิ่งสกปรกที่ละลายน้ำออกไม่ได้ค่ะ

ดังนั้น Surfactant เหล่านี้แหละ ก็จะทำหน้าที่ดึงเอาสิ่งสกปรกออกมา (วันนี้ขออนุญาตยังไม่ลงรายละเอียดลึกในจุดนี้นะคะ)

แต่ !!!

สิ่งที่เราต้องรำลึกเสมอ คือ Surfactant ไม่ใช่ AI มันไม่ได้ฉลาดนะคะ เพราะฉะนั้นมันจะดึงออกหมดทั้งไขมันดี และไขมันสกปรก มันเลือกเอาออกแต่สิ่งสกปรกไม่ได้

นั่นคือการล้าง หรือปาด makeup remover 1 ครั้ง คือ ของดีๆในผิวก็จะหลุดออกไปด้วย

ยิ่งล้างบ่อย ล้างถี่ เช็ดสำลีอยู่ตรงนั้นแหละ ไขมันของเราก็จะยิ่งหายไป กลายเป็นผิวบอบบางแพ้ง่าย ระคายเคือง สิวบุกบ่อยไปอีก

อันที่จริง ถ้าล้างหน้าให้สะอาดแล้ว ผิวก็ค่อยๆสุขภาพดีและสวยใสมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเป็นผิววัยรุ่นแล้ว แค่ล้างหน้าให้สะอาด สกินคงสกินแคร์นี่เรียกได้ว่าไม่จำเป็นเลยค่ะ แต่ถ้าเราเริ่มมีอายุซักหน่อย ล้างเค้าออกไป ก็ทาครีม ทาบำรุง คืนให้เค้านิดนึงเนาะ

 

ทีนี้วันนี้จะมาแชร์เทคนิคการล้างหน้าค่ะ

เชื่อว่าหลายๆคนอาจจะเคยได้ยิน Double cleansing technique ที่มาจากทางฝั่งเกาหลี/ญี่ปุ่นแล้วเนาะ

เขาจะเป็นการล้างหน้าสองครั้ง คือ นวดหน้าด้วยน้ำมันก่อน ไปล้างด้วยโฟม/เจลล้างหน้ากับน้ำอีกรอบหนึ่ง

แต่ทีนี้บ้านเรา คงไม่มีอารมณ์มานวดออยล์เนาะ ร้อนก็ร้อน เราก็ปรับเอาค่ะ ใช้พวก Cleansing water หรือ Cream แทน

แต่ถ้าใครชอบ จะใช้ออยล์ ใช้บาล์ม ก็ไม่ว่ากันจ้า

Concept อยู่ที่ว่าไม่ว่าจะแต่งหน้าหรือไม่แต่งหน้า สิ่งแรกที่ควรทำ คือ การล้างแบบแห้ง หรือที่เรียกว่า “Pre-cleansing” เป็นขั้นตอนการชำระล้างเอาสิ่งสกปรกต่างๆ หรือพวกเมคอัพ ออกไปจากหน้าก่อนค่ะ โดยใช้พวก Cleansing water, milk, lotion, gel, cream หรือ oil ที่เขาดีไซน์มาให้ใช้ตอนหน้าแห้งค่ะ

ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้จะค่อนข้างอ่อนโยน มักใช้สารทำความสะอาดชนิดไม่มีประจุ (Nonionic surfactant) พวกนี้ไม่มีฟอง และมักจะไม่มีพิษภัยอะไรถ้าติดผิวนานๆไม่ได้ล้างออก (จึงเห็นได้ในหลายๆผลิตภัณฑ์ที่บอกว่าเช็ดแล้วไม่จำเป็นต้องไปล้าง แต่ส่วนตัวก็แนะนำให้ไปล้างออกอยู่ดีค่ะ)

ขั้นตอนที่สองเป็นขั้นตอนการล้างแบบเปียก หรือ “Cleansing”

การล้างหน้าด้วยเจล หรือโฟม ที่เขาทำมาสำหรับใช้กับน้ำ ก็จะช่วยขจัดเอาเศษซากของสิ่งสกปรกที่ยังเหลืออยู่ออกไปจากผิวค่ะ

ในการล้างเปียก ถ้าใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีฟอง ต้องตีฟองบนมือให้เกิดฟองเต็มที่ก่อนนะคะ เพราะว่า
1. Surfactant ที่มีฟอง มักจะเป็น Anionic surfactant (ประจุลบ) พวกนี้จะละลายในน้ำได้ยาก ถ้าเราเอาไปใส่บนหน้าเลย มันจะมีความเข้มข้นที่สูง เกาะอยู่บนหน้าเป็นจุดๆ แล้วก็อาจจะทำให้เกิดการตกค้าง หรือเกิดการระคายเคืองผิวได้ นอกจากนี้มันก็อาจจะ ทำร้ายไขมันดีๆที่เป็น Barrier ผิว ผิวก็จะแพ้ง่าย สิวบุก รอยแดง รอยดำ หมองคล้ำก็มาหา
2. การถู Foam หรือ Gel บนหน้าจะใช้แรงพอสมควร ทำให้เซลล์ผิวเกิดการเสียดสี อาจเกิดความเสียหายได้ค่ะ Surfactant ส่วนมากค่า pH อยู่ที่ 8 ทำให้โปรตีนบนผิวบวม เมื่อไปถูๆแรงๆ ก็จะเกิดความเสียหาย แต่ถ้าเราตีฟองเต็มที่แล้ว แรงเสียดทานจะน้อยมาก

วิธีการล้างเปียกที่ถูกต้องคือ หลังจากตีฟองเสร็จ เอาลงบนหน้า แล้วนวดวนๆเบาๆ ให้ทั่วหน้า ตามด้วยนวดย้ำตรงไรผม ปีกจมูก ร่องจมูก คาง ขอบริมฝีปาก และกกหูด้วยนะคะ ก่อนไปล้างออก เพราะบริเวณนี้จะเป็นบริเวณที่หมักหมมสิ่งสกปรกไว้ และมักจะเกิดสิวได้ค่ะ

อุณหภูมิน้ำก็สำคัญ !!!

ล้างหน้า ควรล้างด้วยน้ำอุ่นค่ะ ถ้ามีเครื่องทำน้ำอุ่นแบบปรับอุณหภูมิได้ ส่วนตัวเคยอ่านเจอจากทางฝั่งญี่ปุ่นว่า น้ำอุ่นราวๆ 35 – 37 องศา คือจะเหมาะกับการล้างหน้า โดยมีความเชื่อว่าน้ำอุ่นทำให้รูขุมขนเปิด  Surfactant จะได้ไหลลงไปชะเอาสิ่งสกปรกและคราบเมคอัพ ออกมาได้ง่ายขึ้น

ถ้ามีเวลาว่าง หลังล้างโฟมออกหมด เอาน้ำเย็นตบอีกรอบ เพื่อกระชับรูขุมขนให้ปิดอีกรอบนะคะ

หลังล้างหน้าเสร็จต้องเติมน้ำ เติมไขมัน คืนให้ผิวด้วยนะคะ

เอาหละ

สรุป
1. Pre-cleansing
2. Cleansing น้ำอุ่น 35 – 37 องศา
3. ตบน้ำเย็น
4. เติมน้ำ เติมไขมัน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s