Image

Beauty Update: เซรั่มเพิ่มความชุ่มชื้นน้องใหม่จากผู้ที่คร่ำหวอดในวงการเครื่องสำอางมานานนับสิบปี จาก Secret dose moisture+ enrich serum

จะเป็นอย่างไรถ้าผู้เชี่ยวชาญที่คร่ำหวอดในวงการส่วนผสมสกินแคร์มานานร่วม 10 ปี ใช้ความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมา ทำแบรนด์สกินแคร์ของตัวเอง ก็เป็นผลิตภัณฑ์นี้ไงล่ะ Secret dose moisture+ enrich serum

ซึ่งมีหน้าตาประมาณนี้นะคะ

ตัวแพคเกจจริงจะเป็นขวดแก้วแบบมีดรอปเปอร์

น้องเป็นเซรั่มเพิ่มความชุ่มชื้นผิวที่นำเอาโพลิเมอร์ Sacran ที่สกัดจากสาหร่ายมาเป็นนางเอกในการดูแลผิว

ถ้าพูดถึง Sacran ตัวมันเป็น Polysaccharide ที่แยกสกัดออกมาจากสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน Aphanothece sacrum ที่มีชื่อญี่ปุ่นว่า Suizenji-nori

Polysaccharide ตัวนี้มีจุดเด่นอยู่ตรงที่ว่าน้องสามารถกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดีกว่า Hyaluronic acid 5 เท่า และด้วยความที่ Sacran เป็น Polysaccharide ที่มีขนาดโมเลกุลใหญ่มาก และมีความสามารถในการเรียงตัวเป็นฟิล์มเจลบางๆ บนหนังกำพร้า อารมณ์เป็น Second skin น้องเลยให้ประโยชน์ในการเคลือบปกป้องผิว ลดการระเหยของน้ำออกจากผิว และปกป้องผิวไม่ให้สัมผัสกับสารก่อระคายเคืองและมลภาวะต่างๆ จากสิ่งแวดล้อม (Doi et al., Biol Pharm Bull. 2018;41(10):1554-1560.)

มีงานวิจัยที่ทดสอบประสิทธิภาพของ Sacran เทียบกับเซรั่มเบส พบว่าตำรับที่มี Sacran สามารถปกป้องเซลล์ Corneocyte ในชั้นหนังกำพร้าไม่ให้เกิดกระบวนการอักเสบระคายเคือง (Doi et al., J Dermatol. 2017;44(12):1360-1367.) การทดสอบในหนูทดลองที่กระตุ้นให้เกิดภาวะผิวอักเสบด้วยสารเคมี พบว่า Sacran ไปเพิ่มปริมาณน้ำในผิว ลดการสร้าง Cytokine ที่ก่อให้เกิดการอักเสบ (Int J Biol Macromol. 2018;108:112-118.)

สำหรับ Sacran ที่ทางแบรนด์ Secret dose เลือกใช้นั้นเป็นเทคโนโลยีที่เหนือกว่า Sacran ทั่วไป อีกขั้น คือ เอา Sacran มาซ้อน Sacran อีกทีด้วยเทคโนโลยีการถักทอ Biopolymer จากฝรั่งเศส เพื่อเสริมประสิทธิภาพให้ยาวนานขึ้น

เปรียบเป็นการมาส์กล่องหนช่วยเคลือบและปกป้องการระเหยของน้ำในผิว

นอกจาก Sacran แล้ว ที่สกัดจาก Aphanothece sacrum แล้ว ในเซรั่มนี้ยังเสริมสารบำรุงอื่นเข้ามาเพื่อช่วยเติมน้ำแบบฉ่ำๆ ไม่ว่าจะเป็น Hyaluronate, และสารอย่าง Algin และ Pullulan ซึ่งได้จากธรรมชาติ นอกจากคุณสมบัติในการก่อเจล/เพิ่มความหนืดให้สูตรตำรับแล้ว น้องก็ได้ประโยชน์เรื่องการจับน้ำให้ผิวอยู่ด้วย

สำหรับเบสก็มาในเบสน้ำ ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน ซิลิโคน และสารอื่นที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

ตัวเนื้อเซรั่มให้ฟีลลิ่งที่เกลี่ยง่าย ไม่เหนอะหนะหนักผิว ซึมไว แห้งไว แต่ยังคงความชุ่มฉ่ำ ชุ่มชื้นผิวเอาไว้ให้แก่ผิว

Image

[Press conference] รวมบรรยากาศงานเปิดตัวสินค้า Melabright [C+] by Alphascience 29 – 30 เมษายน 2566

เมื่อวันที่ 29 – 30 เมษายน 2566 ที่ผ่านมา ทางแบรนด์ Alphascience ได้เปิดตัวสินค้าใหม่ Melabright [C+] เซรั่มดูแลปัญหาฝ้า ที่มีส่วนผสมของ Cysteamine แบบใช้แล้วไม่ต้องล้างออกชิ้นแรกของโลกค่ะ

ส่วนตัวดิฉันเองได้รับเกียรติเชิญเป็นวิทยากรในงานนี้ร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิ KOLs และ Influencer อีกหลายๆ ท่าน เลยขอนำภาพบรรยากาศมาฝากกันค่ะ

สำหรับเซรั่ม Melabright [C+] ตัวนี้เรียกได้ว่าเป็นตัวหนึ่งที่น่าจับตามองเลยทีเดียวค่ะ

ส่วนผสมเป็นดังนี้นะคะ: Propylene glycol, Isopentyldiol, Aqua, Ascorbic acid, Ginkgo biloba leaf extract, Cysteamine HCl, Ethoxydiglycol, Phytic acid, Acetyl glycyl beta-alanine, PEG-8 dimethicone, Aminomethyl propanol, Citric acid, Sodium citrate, Glycereth-26.

ในงานก็เอา Top three มาตั้งโชว์ค่ะ

ตัว HA Booster ทางเพจได้เคยรีวิวไปแล้ว ท่านที่สนใจสามารถติดตามอ่านได้ที่ลิงค์นี้เลยนะคะ >>Click อ่านรีวิว HA Booster<<

เริ่มเปิดงานด้วยเชฟกันน์ สรวิศ มาโชว์ทำอาหารเมนูที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเซรั่มของ Alphascience ค่ะ

(ขอบคุณภาพถ่ายจากทางทีมงาน Alphascience)

หลังจากนั้นคุณเข้ม หัสวีร์ แบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกของ Alphascience ก็ออกมาร้องเพลงให้ FC ทุกท่านฟัง และเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับประสบการณ์ใช้ Melabright [C+]

(ขอบคุณภาพถ่ายจากทางทีมงาน Alphascience)

และผู้บริหารของทางบริษัท Derma MD ตัวแทนจำหน่ายของ Alphascience ก็ได้มากล่าวต้อนรับและกล่าวถึงการนำเอา Alphascience เข้ามาจำหน่ายค่ะ

(ขอบคุณภาพถ่ายจากทางทีมงาน Alphascience)

หลังจากนั้น Dr.Alfred Marchal ผู้เชี่ยวชาญด้าน Antioxidant ที่คิดค้นตำรับนี้ กับ คุณ Julien Revol CEO ของ Alphascience ประเทศฝรั่งเศสก็ได้มาเล่าแบรนด์สตอรี่ให้ฟังค่ะ

(ขอบคุณภาพถ่ายจากทางทีมงาน Alphascience)

ทางเพจเคยนำเสนอ Brand story ของ Alphascience ไว้ ท่านที่สนใจสามารถติดตามรับชมได้ที่ลิงค์นี้นะคะ >>Click อ่าน Brand story<<

จากนั้นก็เป็นการคุยกันเรื่องเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ค่ะ

Session แรก เริ่มด้วยดิฉันเอง ในหัวข้อเกี่ยวกับ เทรนด์ของผลิตภัณฑ์ Whitening และรายละเอียดของ Vitamin C และ Cysteamine

ต่อมาเป็นหมอเจี๊ยบ เพจ Hello skin by หมอผิวหนัง มาให้ความรู้เกี่ยวกับฝ้า และการดูแลรักษา

และคุณแพรี่ มาเล่าประสบการณ์การใช้งานผลิตภัณฑ์ค่ะ

หมอเจี๊ยบกับคุณแพรี่น่ารักมากๆ ค่ะ

ต่อด้วยหมอต่อ คุณทราย เจริญปุระ และ คุณเยาวธิดาจากเพจ GURUCHECK เช็ค กับ กูรู ค่ะ

จากนั้นก็เป็นการถ่ายรูปร่วมกันค่ะ

ส่วนกิจกรรมวันที่ 2 ก็น่าสนใจเหมือนกันนะคะ

Session แรก เป็น Beauty Guru interview talk ที่ดิฉันมีโอกาสได้แชร์เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับการดูแลผิวคู่กับคุณ Jossy เพจ Jossy Berry ค่ะ คุณ Jossy สวยฉ่ำมงลง น่ารักมากๆ

ส่วนอีก Session เป็นวิทยากรร่วมกับ Dr.Alfred บรรยายเกี่ยวกับเรื่อง Antioxidant และนวัตกรรม/เทคโนโลยี Nextgen Vitamin C ของทางแบรนด์ค่ะ

สำหรับงาน Press conference เปิดตัว Melabright [C+] ก็คือเรียกได้ว่าจัดขึ้นได้อย่างยิ่งใหญ่เลยทีเดียวค่ะ

Special thanks: รูปถ่ายจากทีมงาน Alphascience และ บริษัท Derma MD

Sponsorship: บริษัท Derma MD จำกัด ประเทศไทย และ แบรนด์ Alphascience ประเทศฝรั่งเศส

Disclaimer: Self-opinion

Image

[Preview] ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ สุดปังจาก Biobalance

เมื่อช่วงต้นเดือนทีผ่านมานี้ ทาง Biobalance ประเทศไทยได้นำเอาสินค้าความงามเข้ามาจำหน่ายในไทยอีกหลายรายการเลย

วันนี้เลยขออัพเดทให้ได้ชมกัน พร้อม Preview นิดหน่อยพอเป็นพิธีค่ะ

แบรนด์ Biobalance นั้นเป็นแบรนด์เวชสำอางที่น่าสนใจแบรนด์หนึ่งนะคะ ด้วยความที่ทางทีมผู้พัฒนาสูตรเลือกส่วนผสมจากธรรมชาติมาเบลนด์รวมกันอย่างลงตัว และตัวสินค้าเองก็มีราคาที่ย่อมเยา ไม่แพง จับต้องได้ เข้าถึงง่ายค่ะ

ส่วนตัวเคยทำ Brand introduction ไว้ หากท่านใดสนใจรับชมสามารถติดตามได้ที่ลิงค์นี้ได้เลยค่ะ

https://miyeonthereviewer.com/2022/08/26/brandintro-biobalance/

และ ได้รีวิว Eye cream ที่น่าสนใจ ราคามิตรภาพไว้ที่ลิงค์นี้ค่ะ

https://miyeonthereviewer.com/2022/09/23/biobalance-eye/

สำหรับสินค้าใหม่จากทาง Biobalance นั้นพึ่งวางจำหน่ายไปเมื่อ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมาค่ะ โดยขอเริ่มที่ 3 ชิ้นนี้ก่อนนะคะ

มีหน้าตาประมาณนี้ค่ะ

ตอนแรกที่เห็นเจ้ากล่องเหลืองๆ คือแบบ อันนี้อะไร ทำไมดูคลีนๆ ดูไปดูมาก็น่ารักดี

น้องชื่อ Hello clean Brightening cleansing balm with pure vitamin C

น้องเป็น Cleansing balm เนื้อนุ่ม แว่บแรกที่เปิดกระปุกมา ดูเหมือนจะแข็งนะคะ แต่เอาช้อนตักเข้าไปคือนุ่มมาก เหมือนไอศกรีมเลย

Hello clean มีส่วนผสมของวิตามินซี ร่วมกับสารสกัดจากดอก Porcelain (Hoya lacunosa flower extract) เข้าใจว่าน่าจะหมายถึง Crodarom® Porcelain Flower (INCI: Caprylic/Capric Triglyceride (and) Hoya Lacunosa Flower Extract) ทางผู้ผลิตวัตถุดิบเคลมไปในเชิงของการให้ความรู้สึกสบายผิว ลดความระคายเคือง เพิ่มความชุ่มชื้นและเป็น Antioxidant

ความน่ารักจุดแรกอยู่ที่น้องจะเปลี่ยนเนื้อจากบาล์มนุ่มๆ กลายเป็นออยล์ที่ให้สัมผัสหรูหราแบบ Silky เมื่อเรานวดวนๆ ไป ตอนล้างออกด้วยน้ำอุ่นๆ ผิวเราจะนุ่มมากเว่อร์

ส่วนตัวแนะนำให้ใช้เป็นเทคนิค Double clean นะคะ นวดๆ วนๆ จนฉ่ำใจ แล้วไปล้างด้วยโฟมหรือเจลล้างหน้าต่ออีกครั้ง มันจะฟินมาก

ความน่ารักจุดที่สองอยู่ที่ เราไม่ค่อยเห็นใครเคลมเกี่ยวกับการล้าง Sunscreen บนพวกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเท่าไหร่ แต่น้อง Hello clean เคลมว่าทำได้ค่ะ ก็ถือเป็นอะไรที่ดูน่ารักและน่าสนใจไปอีกแบบ

ถัดมาจะเป็นกลุ่มที่ทางแบรนด์เรียกว่า Super serum ซึ่ง ณ ขณะนี้ที่เข้ามาในบ้านเรามีด้วยกัน 2 สูตร คือ สูตร Pure vitamin C ที่เป็นวิตามินซีในความเข้มข้น 10% และ สูตร Retinol’E ซึ่งเป็น วิตามินเอ รูป Retinol 0.3% ร่วมกับ วิตามินอีรูป Tocopheryl acetate + Tocopherol รวม 2% ค่ะ

ตัวภาชนะเป็นขวดสีชาที่มีดรอปเปอร์นะคะ

สำหรับส่วนผสมของ Pure vitamin C นั้นมาแบบเรียบง่าย คลีนๆ ลีนๆ คือ เป็นวิตามินซี Ascorbic acid ละลายใน Propanediol ที่มีข้อมูลความปลอดภัยค่อนข้างดีค่ะ มีกันอยู่แค่ 2 ส่วนผสม ตรงตาม Concept ‘The less is more’ เป๊ะๆ

ส่วนตัว Retinol’E นั้น เป็นเบสแบบออยล์นะคะ อาศัย Coco-caprylate/caprate ที่เป็นออยล์ดัดแปลงจากน้ำมันมะพร้าว มีน้ำหนักเบา ไม่เหนอะหนะเป็นเบสหลัก ละลายเอาเรตินอล และวิตามินอีเอาไว้ เสริมมาด้วย Squalane เคลือบผิวให้ชุ่มชื้น และ Bisabolol ที่พบได้ในพืชหลายชนิด เช่น คาโมมายล์ มีความเด่นในด้านการลดการระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายผิว

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมของสินค้าชุดใหม่นี้สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยค่ะ

Facebook: https://www.facebook.com/BiobalanceOfficialThailand

Official LazMall: https://invol.co/cle62s0

Official Shopee Mall: https://invle.co/cle62tp

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Biobalance สาขาประเทศไทย การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

Preview/Beauty update: เวชสำอางสุดเนี้ยบจากเกาหลี แบรนด์ Dr.Different ความแตกต่างที่เลอค่า

วันนี้มาอัพเดทสกินแคร์/เวชสำอางจากเกาหลีแบรนด์ใหม่ที่กำลังจะเข้าไทยเร็วๆ นี้ดีด้วยกันนะคะ

แบรนด์ที่มี่จะเอามาอัพเดทในวันนี้มีชื่อว่า Dr.Different ที่ก่อตั้งโดยอาจารย์หมอผิวหนัง Lee Dong-won ซึ่งเป็นผู้ที่มีความสำคัญในวงการเครื่องสำอางและวงการ Dermatology ท่านหนึ่งเลยหละ ท่านเป็นวิทยากรในงานประชุมวิชาการทาง Dermatology อยู่หลายครั้ง รวมถึงเป็นผู้แต่ง Book chapter ในตำรา Dermatology ที่ใช้ในทางการแพทย์ด้วย และนอกจากนี้ท่านเป็นคนพัฒนาตำรับผลัดผิว AHA ที่มีเอกลักษณ์ และใช้ตำรับนี้ถ่ายทอดวิทยาการให้แก่แพทย์ผิวหนังทั่วเกาหลี

(Image from Dr.Different official website)

ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์นอกจากคุณหมอ Lee แล้ว ก็ยังมีผู้เชี่ยวชาญด้านอื่นๆ มาร่วมพัฒนาถึง 15 คนเลยทีเดียว

ชื่อแบรนด์เองก็มีความหมายนะคะ Dr.Different มีจุดที่แตกต่างอยู่ 4 จุด

(Image from Dr.Different official website)

  • Different origin ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์พัฒนาโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง 15 คน
  • Different ingredients ใช้ส่วนผสมสำคัญ หรือ Active ที่มีรายงานว่าดูแลผิวได้จริง เป็นมิตรกับผิว และมีความ Bio-identical คือ เป็นสารที่สามารถพบได้ในผิวหนังตามธรรมชาติ
  • Different formula พัฒนาสูตรในความเข้มข้น ค่า pH เนื้อผลิตภัณฑ์ต่างๆ ให้ Active ที่ใส่มาออกฤทธิ์ได้จริง
  • Different results จากทั้ง 3 ข้อที่ผ่านมา ทำให้ Dr.Different มีประโยชน์ในการดูแลผิวได้แตกต่าง และให้ผลลัพธ์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

(Image from Dr.Different official website)

สำหรับผลิตภัณฑ์ของทางแบรนด์ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ออกมาหลายกลุ่มนะคะ โดยกลุ่มแรกที่มี่ได้ลองใช้จะเป็นกลุ่มของวิตามินเอ (Retinoids) ซึ่งทางแบรนด์เลือกใช้ Retinaldehyde หรือ Retinal ที่เก็บกักไว้ในเทคโนโลยีนีโอโซม ซึ่งมีด้วยกัน 3 สูตรนะคะ

จากการทดสอบประสิทธิภาพในอาสาสมัครพบว่า Retinaldehyde หรือ Retinal มีประสิทธิภาพสูงสุด จึงเป็นเหตุให้ทางแบรนด์เลือกใช้ Retinal

และนอกจากนี้ทางแบรนด์มีทั้งการประเมินความคงตัวของวิตามินเอ (Retinal) ในตำรับ มีสิทธิบัตรรองรับ และมีการประเมินประสิทธิภาสพของผลิตภัณฑ์ในอาสาสมัครด้วยค่ะ

แล้วมี่จะมารีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมในโอกาสถัดไปนะคะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม และอัพเดทข่าวคราวต่างๆ สามารถติดต่อได้ที่ทางเพจของแบรนด์ Dr.Different Thailand ได้โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/DrdifferentTH

Disclaimer: Sponsored items

Image

[Cosme-Diagnosis] วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่มน้ำมัน Hemp oil กับ Kiehl’s Cannabis Sativa Seed Oil Herbal Concentrate

 
ช่วงหลายๆเดือนที่ผ่านมานี้วงการเครื่องสำอางพูดถึงกัญชา กัญชง และอื่นๆใน Genus cannabis กันเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกก จนเรียกได้ว่ามีไวรัล CBD skincare ออกมากันหลายเจ้าหลายแบรนด์เลยทีเดียว
 
 
สารพฤกษเคมีในกัญชา เรียกกันแบบกว้างๆว่า Cannabinoids ซึ่งเวลาพวกนางออกฤทธิ์นางจะมีตัวรับที่จำเพาะ คือ CBD receptor ซึ่ง receptor เหล่านี้มีอยู่ทั่วทุกที่ในร่างกายเลย ไม่ใช่แค่สมอง
 
 
ในผิวเราเองก็มีเจ้า Cannabinoid receptor นะคะ โดยที่ผิวกัญชงมันจะไปจับกับ TRP receptor ซึ่งเป็นตัวรับที่คุมความรู้สึกร้อน-เย็นค่ะ
 
 
และนอกจากนี้ นักวิทยาศาสตร์ยังพบว่า ในผิวเรามี endocannabinoid system หรือย่อว่า ECS ซึ่งควบคุมกระบวนการหลายอย่างมากมายในผิว ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งตัวของเซลล์ผิว การทำหน้าที่ การสร้าง Cytokine และฮอร์โมนบางชนิด
 
 
ซึ่งถ้าระบบสมดุลตรงนี้เสีย อาจจะทำให้เกิดอาการต่างๆได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น สิว ผิวมัน การแพ้ การระคายเคือง การคัน การปวด สะเก็ดเงิน และถ้าเป็นที่ศีรษะ อาจจะทำให้เกิดผมร่วงผมบางได้ด้วยอะ
 
 
อะไรจะมากมายขนาดนั้น
 
 
นี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางสนใจศึกษาเหล่า CBD และ ECS receptor เพื่อหาสารบำรุงใหม่ๆมาใช้ก็ได้ค่ะ
 
 
ล่าสุดเห็นแบรนด์ Kiehl’s ออกสินค้าไลน์ใหม่ เป็นน้ำมันบำรุงผิวจาก Hemp oil ในความเข้มข้น 60% (ไม่แน่ใจกัญชง หรือกัญชา เพราะ ทั้งสองอย่างคือ cannabis sativa เหมือนกัน ถ้าเข้าใจไม่ผิดนะคะ พอดีไม่ค่อยถนัดพฤกษศาสตร์ ถ้าผิดท้วงได้เลยนะคะ :))
 
Cannabis_Sativa_Seed_Oil_Herbal_Concentrate.jpg
 
 
สำหรับออยล์ตัวนี้ทางแบรนด์แนะนำให้ใช้หลังเราล้างหน้าเสร็จค่ะ วอร์มๆแล้วลงที่ผิวหน้าได้เลย
 
kiehl.jpg
 
 
ทางแบรนด์เคลมเรื่องของการลดการอักเสบ ลดรอยแดง และ ช่วยให้ผิวแข็งแรง เรียกได้ว่าเอามาต้านมลภาวะได้พอดิบพอดีเลยหละ
 
 
สำหรับส่วนผสมทางเว็บของอเมริกา โชว์ไว้ดังนี้นะคะ
 
สผส kiehl.jpg
 
 
จากโครงสร้างของส่วนผสมจะเห็นว่าตัวหลัก หรือพระเอกของเรา จะเป็นน้ำมันจาก Hemp ซึ่งทางแบรนด์เคลมมาว่าใส่อยู่ที่ 60%
 
 
รองลงมาคือเจ้า Dicaprylyl ether ซึ่งเป็นน้ำมันที่บางเบา ไม่เหนอะหนะ น่าจะเอามาปรับ feeling ให้น้ำมัน hemp เบาผิวมากขึ้น
 
 
เสริมมาด้วยน้ำมันหอมระเหยจาก Geranium, Oregano, พืชสกุลเดียวกับตะไคร้ เปปเปอร์มินท์ และสารหอมอื่นๆ กับ น้ำมันจากเมล็ดทานตะวัน
 
 
วิตามินอี นี้น่าจะให้ประโยชน์แค่ปกป้องน้ำมันในสูตรไม่ให้เสื่อมสภาพ
 
 
โดยตัวน้ำมันจาก Oregano ตัวนี้ทางแบรนด์ก็เคลมไว้ว่า มีคุณสมบัติในการดูแลผิวที่มีปัญหาเช่นเดียวกัน
 
 
ถือว่าทำมาได้น่าสนใจเลยทีเดียวเลยค่ะ
 
 
แต่จะมีแอบติก็นิดนึงตรงที่ สารหอม Citral ขัดใจขุ่นแม่มียอนเล็กน้อย นี้อาจจะทำให้เกิดการแพ้ได้บ่อย ถ้าใครมีประวัติแพ้ citral หรือ แพ้ง่าย อาจลองเทสต์ท้องแขนดูก่อนก็ดีค่ะ
 
สุดท้ายนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเข้าไทยได้ไหม เพราะเราก็ไม่ได้อัพเดทสถานการณ์ของ Hemp เลย เคยเห็นผ่านๆตาว่าจะแก้กฎหมายเรื่องนี้ ถ้าเข้าไทยได้ก็อยากจะลองดูเหมือนกัน 🙂
 
สำหรับวันนี้คงต้องขอลากันไปเท่านี้นะคะ
 
พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ
 
References:
1. Caterina M.J. ACS Chem Neurosci. 2014; 5(11): 1107–1116.
2. Bíró T. et al. Trends Pharmacol Sci. 2009 Aug; 30(8): 411–420.
 
 
Image

[Cosme-Diagnosis] วิเคราะห์ส่วนผสมสเปรย์ต้านมลภาวะและเกสรดอกไม้ตัวดัง Shiseido IHADA aller screen EX

สวัสดีค่ะ

ถ้าพูดถึงสเปรย์ต้านมลภาวะตัวดัง เชื่อว่าหลายๆท่านคงต้องเคยเห็นเจ้า IHADA aller screen EX ของเครือ Shiseido แน่ๆ

อ๊ะๆ เผื่อจะนึกไม่ออก หน้าตาน้องเป็นแบบนี้จ้า

SHOHIN_PL_C1_E07502_L.jpg

ที่ญี่ปุ่นนางมีจำหน่ายในร้านขายยาค่ะ ราคากรุบๆไม่แพงเลยจริงๆ

นางเป็นผลิตภัณฑ์ตัวหนึ่งที่น่าสนใจ และพัฒนาขึ้นมาจากงานวิจัยหลายๆชิ้น และแน่นอนว่าเป็นขวัญใจของ Blogger/Influencer หลายๆท่าน เลย

ยิ่งทำให้เราสนใจตัวนี้มากขึ้นเลยลองไปค้นข้อมูลเพิ่มเติมมาค่ะ

 

ก่อนจะไปดูส่วนผสม อยากเล่าให้ฟังถึงเรื่องเกสรดอกไม้กับผิวหนังซักหน่อย

เราอาจจะคุ้นเคยว่า เวลาช่วงที่ในอากาศมีละอองเกสรมากๆ คนที่เป็นภูมิแพ้ก็จะมีอาการจาม น้ำมูกไหลเนอะ

หลังๆมานี้ นักวิทยาศาสตร์พบว่า ละอองเกสรนี่ มันไม่ได้แค่มีผลต่อระบบทางเดินหายใจนะ

หลายคณะ นักวิจัยทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและการแพทย์ เจอว่าโปรตีนหรือเปปไทด์จากละอองเกสรดอกไม้ต่างๆหรือ ดอกหญ้าบางชนิด สามารถซึมผ่านผิวหนังที่มี Barrier ไม่สมบูรณ์ เช่น ผู้ที่เป็นโรคผิวหนังอักเสบ อย่าง Atopic dermatitis หรือ Eczema แล้วลงไปเหนี่ยวนำให้เกิดปฏิกิริยาการแพ้ขึ้นมา ทำให้อาการของโรคผิวหนังแย่ลง

นอกจากเรื่องการแพ้แล้ว ก็มีการศึกษาพบว่าละอองเกสร สามารถไปลดความสามารถในการเป็น Barrier ของผิวได้อีก

จากนั้นก็มีการศึกษามาเป็นระยะๆว่าการทามอยส์เจอไรเซอร์บางกลุ่มสามารถลดการดูดซึมของโปรตีนจากละอองเกสรเหล่านี้ได้ และช่วยลดอาการแพ้ที่ผิวหนังได้ค่ะ

 

กลับมาที่ผลิตภัณฑ์ของเรา

Product ตัวนี้ออกมาได้หลายปีแล้วนะคะ ซึ่งตอนที่นางออกมาใหม่ๆ นางก็เป็นข่าวฮือฮาในเว็บ Cosmetics-design แล้วตั้งแต่เมื่อปี 2015

shi 2

(แหล่งข่าว https://www.cosmeticsdesign-asia.com/Article/2015/05/14/Shiseido-sees-opportunity-in-Japan-s-pollen-concerns)

 

หลังจากนั้นก็มีข่าวออกมาอีกว่า Shiseido เจอว่า ละอองเกสรนี่ทำร้าย Barrier ผิวได้ด้วยนะ นอกจากเหนี่ยวนำให้เกิดการแพ้

shi 1

(แหล่งข่าว https://www.cosmeticsdesign-europe.com/Article/2016/02/10/Shiseido-finds-pollen-can-damage-skin-barrier)

 

ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ออกมาสู่ตลาดซักพักแล้ว จนเริ่มมาดังในบ้านเรา เมื่อ Blogger หลายๆท่านมีการกล่าวถึงผลิตภัณฑ์ตัวนี้มากขึ้น ทำให้เราอยากได้อยากลองอยากมีไปด้วย เลยไปลองค้นข้อมูลเพิ่มเติม ก็พบว่านางทำมาได้ค่อนข้างน่าสนใจเลยทีเดียวหละ

 

โดยกลไกการออกฤทธิ์ที่ทางแบรนด์เขา Claim ไว้ คือ นางจะไปสร้างเกราะที่มีประจุไฟฟ้า และสามารถผลักเอาละอองเกสร ฝุ่นละออง ชนิด PM 2.5 รวมถึงพวกไวรัส ไม่ให้เข้ามาสัมผัสผิวเราได้

ihada 2

(Image from Shiseido)

 

และโชคดีมาก ที่ในเว็บของทางแบรนด์เค้ามีส่วนผสมมาให้ เลยลองใช้ Google แปล + Miyeon เดา มาแกะส่วนผสมดูค่ะ

สผส ihada

แนบแบบภาษาญี่ปุ่นมาให้ด้วย เผื่อท่านใดอ่านได้ และมี่แปลผิดจะได้ช่วยแก้ไขในรายละเอียด

 

ดูจากส่วนผสมจะเห็นว่า มีสารประจุบวก อยู่ 2 ชนิด คือ เจ้า Polyquaternium-51 ซึ่งตัวนี้มีสูตรโครงสร้างคล้ายๆกับ Phospholipid ที่เป็นองค์ประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์ต่างๆ ทางผู้ผลิตวัตถุดิบเขาเลยเคลมว่า สามารถเรียงตัวบนผิวได้ และเสริมเรื่องความชุ่มชื้น กับ Barrier ผิว

ส่วนอีกตัวคือ Distearyl dimonium chloride นางจัดเป็นสารประจุบวกในกลุ่มของ Cationic surfactant ซึ่งเดิมทีเราจะใช้สารในกลุ่มนี้เป็นครีมนวดผม เพราะสามารถจับกับผมเสียที่มีประจุเป็นลบ และช่วยปรับสภาพเส้นผมให้นุ่มสลวยสวยเงางาม

เช่นเดียวกัน นางสามารถเกาะกับองค์ประกอบในโปรตีนบนผิวที่มีประจุลบ ทำให้ติดบนผิวได้ยาวนาน

 

เจ้านี่เองที่สร้างเกราะทางไฟฟ้า มาช่วยเคลือบปกป้องผิวเราจากละอองเกสร และฝุ่นละอองต่างๆ

 

เรียกได้ว่าเป็นการใช้วัตถุดิบทางเครื่องสำอางได้อย่างชาญฉลาด เรียกได้ว่า เกือบจะต้องกราบแนบตักเลยทีเดียว

 

ส่วนในเบสก็มีสารในกลุ่มของ Fatty alcohol และน้ำมัน Mineral oil เพื่อช่วยให้ผิวไม่แห้ง และให้สัมผัสนุ่มลื่น ส่วนแอลกอฮอล์อย่าง Ethanol กับ Isopropanol ที่ใส่มาก็เพื่อให้ผลิตภัณฑ์แห้งไว และช่วยให้สารเหล่านี้แผ่กระจายเรียงตัวเป็นฟิล์มสวยๆได้นั่นเอง

ส่วนความกังวลเรื่องความระคายเคือง ถ้าดูจากวิธีการใช้งาน เราสเปรย์ที่ชั้นนอกสุดของผิว หลังจากบำรุงต่างๆมามากมาย และแต่งหน้าแล้ว จึงไม่ค่อยน่าห่วงเท่าไหร่นะคะ เว้นแต่คนที่ Sensitive มากๆ อาจจะต้องลองทดลองดูว่าทนไหวไหม เพราะการตอบสนองของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน

 

สำหรับราคาที่ญี่ปุ่นก็ถือว่าไม่ได้แพงนะคะ

ขวด 50 กรัม 972 เยน (ราวๆ 291 บาท)

ขวด 100 กรัม 1728 เยน (ราวๆ 518 บาท)

 

ด้วยความที่เป็นขวดแบบบรรจุแก๊ส ให้ละอองแบบไมโคร ในการใช้งาน 1 ครั้ง จึงไม่ได้เปลืองมาก น่าจะใช้ทนอยู่

 

Disclaimer: บทความนี้เป็นการเขียนวิเคราะห์ส่วนผสมในเชิงวิชาการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง และมีส่วนที่เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคล มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้และใช้ในเชิงการศึกษา ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า ขอสงวนลิขสิทธิ์ในตัวบทความทั้งหมด และห้ามนำไปใช้เพื่อประโยชน์ในการค้า โปรดใช้วิจารณญานในการรับชม

For educational purpose only

 

References

 

  1. Meinke et al. Skin Pharmacol Physiol. 2016;29(2):71-5. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/27027785
  2. Fölster-Holst et al. Clin Cosmet Investig Dermatol. 2015;8:539 -48. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/26604810
  3. Kumamoto et al. Arch Dermatol Res. 2016;308(1):49-54.https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/26498292
  4. https://www.cosmeticsdesign-europe.com/Article/2016/02/10/Shiseido-finds-pollen-can-damage-skin-barrier
  5. https://www.cosmeticsdesign-asia.com/Article/2015/05/14/Shiseido-sees-opportunity-in-Japan-s-pollen-concerns
  6. https://www.shiseido.co.jp/cms/onlineshop/ih/bn/asex/

 

 

Image

[Beauty News] CeraVe Thailand brand launch event 2018

เมื่อวันก่อนมี่มีโอกาสได้ไปร่วมงานเปิดตัว CeraVe (เซราวี) ในประเทศไทยเป็นแห่งแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

หลายๆท่านน่าจะรู้จักแบรนด์ CeraVe อยู่แล้วนะคะ ส่วนตัวมี่เองก็เลยลองใช้ตัวนี้อยู่ สั่งมาจากเวบ iHerb

ตอนนี้ทางบริษัท L’oreal Thailand ก็ได้นำเอาสินค้าในแบรนด์ CeraVe เข้ามาจำหน่ายในไทยแล้วค่ะ ไม่ต้องสั่งบนเว็บ ไม่ต้องหิ้วให้เหนื่อยต่อไป

แบรนด์ CeraVe นี่เป็นแบรนด์เวชสำอางบำรุงผิวที่พัฒนาร่วมกับแพทย์ผิวหนังชั้นน้ำของอเมริกา มีราคาที่จับต้องได้ หาซื้อได้ง่าย และเป็นที่นิยมทั่วโลกเลยทีเดียวค่ะ

 

บรรยากาศภายในงานตกแต่งด้วยสีขาวสะอาดสว่างตา ตัดด้วยสีฟ้าของแบรนด์ CeraVe ค่ะ

ce 1

 

นี่ไงป้ายของเรา

ce 6

 

เมื่อเข้าไปถึงทางทีมงานก็จะให้วัดสภาพผิวก่อนค่ะ

ce 2

 

ขนาดเราคิดว่าเราก็ดูแลดีแล้วนะ ผลยังออกมาเกินอายุเลย

 

ด้านแรก ด้านความชุ่มชื้น ผิวมี่ผิวแห้ง เครื่องก็บอกว่าแห้งมากกกกกกกก

ce 3

 

ด้านที่สอง ด้านเม็ดสี ริ้วรอย และ รอยเส้นเลือดฝอย

ce 4

เม็ดสีกับริ้วรอย ของมี่เกินอายุไปนิดนึง ส่วนด้านรอยเส้นเลือดฝอยนั้นยังไม่มี ซึ่งตรงนี้อาจจะ error ได้เพราะเราโบกเมคอัพไปค่อนข้างหนาค่ะ

 

สรุปเลยออกมาว่า ผิวเราก็ยังพอได้อยู่

ce 5

 

ต่อมาก็เป็นซุ้มที่โชว์สินค้าค่ะ

 

ซึ่งทางแบรนด์ CeraVe เคลมเรื่องของนวัตกรรม MVE (Multivesicular emulsion technology) ลิขสิทธิ์ของทางแบรนด์ ซึ่งมีรูปแบบคล้ายหอมหัวใหญ่ ค่อยๆปลดปล่อยไขมันให้ผิว ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นได้อย่างยาวนาน

ce 8

 

จุดเด่นอีกจุด คือ การใช้เซราไมด์ 3 ชนิด ได้แก่ เซราไมด์ 1 เซราไมด์ 3 และ เซราไมด์ 6-II ซึ่งเน้นช่วยฟื้นฟูและปรับสภาพ Barrier ผิวให้แข็งแรงค่ะ

ce 7

 

กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มี่ได้มาจะเป็นทั้งหมดตามภาพนี้ค่ะ

 

ce 9.JPG

ไว้เดี๋ยวเรามารีวิวกันอีกทีนะคะ ^^

 

สุดท้ายนี้ต้องขอบคุณทางแบรนด์ CeraVe Thailand ด้วยค่ะที่เชิญมี่ไปร่วมงานเปิดตัวสินค้า และมอบผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้ได้ทดลองใช้

 

สำหรับวันนี้คงต้องลากันไปเท่านี้ พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

Image

อัพเดท Gadget ใหม่จากอเมริกา กับเครื่องปั๊มปากเพื่อปากอวบอิ่มมีสุขภาพดี ไม่ต้องฉีด Filler ให้เจ็บปวด กับ JuvaLips

สวัสดีค่ะ

มี่บังเอิญไปได้อ่านโฆษณาของสินค้า Gadget ที่เป็นเครื่องปั๊มเพื่อริมฝีปากอวบอิ่มแบบไม่ต้องพึ่ง Filler จากอเมริกาจากแบรนด์ JuvaLips มาค่ะ

ทางแบรนด์เคลมว่า เครื่องนี้จะควบคุมความดันแบบอ่อนๆโดยระบบควบคุมความดันผ่าน Pump ทำให้ริมฝีปากของเราอวบอิ่มขึ้นมา

แค่ใช้วันละ 1 – 2 นาที ริมฝีปากก็สามารถอวบอิ่มได้ 4 – 10 ชั่วโมงเลยทีเดียว

หน้าตาของเครื่อง Juvalips เป็นอย่างนี้ค่ะ

ju 1

(Image from Juvalips)

เอาส่วนของยางนุ่มๆสีชมพูครอบปากไว้แล้วเปิดสวิตช์ เครื่องก็จะทำงานปั๊มริมฝีปาก เพื่อเสริมการไหลเวียนของเส้นเลือดฝอยค่ะ

 

ทางแบรนด์เคลมว่าแรงดันที่ใช้เป็นแรงดันที่เหมาะสม และผ่านการทดสอบความปลอดภัยในอาสาสมัครแล้วค่ะ

 

ตัวชิ้นบนสามารถถอดเอามาล้างทำความสะอาดได้ด้วย

29176892_1995212257358347_2720889001817877095_n

(Image from Juvalips)

 

ju 2

(Image from Juvalips)

 

ส่วนราคานั้นก็กรุบกริบอยู่ที่ 149.95 USD ค่ะ (ประมาณ 5000 บาท)

 

ju 3

(Image from Juvalips)

 

ถือว่าเป็น Gadget ที่มีความน่าสนใจมากเลยทีเดียวค่ะ

 

เอกสารอ้างอิง

JuvaLips – Basic Kit in White Save $20

http://www.gcimagazine.com/marketstrends/segments/cosmetics/Juva-Lips-is-Now-Available-on-Amazon-477971123.html

 

Miyeon’s Shopping Guide: มียอนชวนชอปสกินแคร์ Holika Holika

Miyeon’s Shopping Guide: มียอนชวนชอปสกินแคร์ Holika Holika

วันนี้มาแชร์ชวนชอปสกินแคร์ และเมคอัพของแบรนด์ Holika Holika ให้ได้ชมกันค่ะ

แบรนด์นี้เป็นแบรนด์ในเครือบริษัท Enprani บริษัทน้องใหม่ที่พึ่งกำเนิดมาในช่วงปีค.ศ. 2000 มีคอนเซปท์เกี่ยวกับ “Young and healthy skin” เนื่องจากข้อมูลของบริษัทเป็นภาษาเกาหลีจึงไม่สามารถสืบค้นรายละเอียดเพิ่มเติมได้ โดยเครื่องสำอางของบริษัทนี้มีการเติบโตและขยายสาขาไปยังไต้หวันได้อย่างรวดเร็ว
บริษัทนี้มีแบรนด์ยอดนิยมอยู่ภายใต้จำนวน 2 แบรนด์ ได้แก่ Enprani และ Holika Holika

โดยแบรนด์ Holika Holika เป็นแบรนด์ที่เจาะกลุ่มวัยสาวแรกรุ่นด้วยคอนเซปท์สีม่วงที่ดูเล้นรับและใช้ความหมายในแนวแฟนตาซี มีแม่มดเป็นสื่อกลางค่ะ

ตอนมี่ไปเกาหลีเองก็ได้เข้าสาขาของร้านนี้หลายสาขาอยู่ค่ะ แต่ละสาขาจะมีโปรโมชั่น และการขอ Tax free ได้แตกต่างกันนะคะ

10325193_10202278541065118_416973565497716173_n

(รูปนี้ถ่ายมาเองค่ะเมื่อมิย 57)

 

สินค้าของแบรนด์ก็จะมาใน Package น่ารักกรุบกริบ

 

holika 1

 

holika 2

 

สินค้าของ Holika Holika ที่มี่มีประจำบ้านก็จะมีอยู่ 4 ตัวนี้นะคะ

 

holika miyoen

จะเป็นตัว Aloe 99% soothing gel ลูกรักประจำบ้าน ตัวนี้มีปัญหาเรื่องการหาพรี เพราะของมันหนัก และราคามันถูก ไม่มีใครเค้าอยากรับพรีให้ค่ะ ถ้าไม่หิ้วเองก็ต้อง Korea depart ละมาลุ้นภาษี (ที่โคตรแพง) กันอีกที

ตัวนี้ลงทุนนั่งแปลส่วนผสมเอง และรีวิวไปฝากไว้บนจีบันค่ะ

 

http://www.jeban.com/viewtopic.php?t=199755

 

เผื่อใครขี้เกียจไปตาม ดูส่วนผสมได้ตรงนี้นะคะ

 

คะแนนก็เป็นดังนี้ค่ะ

คะแนน aloe

ที่ไม่ให้คะแนน Base เพราะมันไม่มี Base นะคะ เค้าใส่ Aloe มาเป็น Base เลยค่ะ

 

อีกสองตัวมาจาก Line Skin and Good cera เป็นครีม กับ Toner ค่ะ

ถึงแม้จะขึ้นชื่อว่า Toner แต่ความมันนี่ค่อนข้างมากเลยทีเดียวค่ะ ใช้ฟื้นฟู Barrier ผิวให้แข็งแรงเช่นกัน

good cera

 

อีกตัวนึงที่ขาดไม่ได้ก็ Pore pack ค่ะ ข้างในเป็นสีชมพู ติดได้แนบสนิท ลอกไม่เจ็บ สิวเสี้ยนออกดีมาก ก็เลยเป็นลูกรักไปอย่างง่ายดาย

 

ต่อมามาดู Shopping guide ของมี่บ้างนะคะ

 

มีอีกหลายอย่างที่น่าสนใจมากเลยค่ะ เช่น

 

Cushion collection Dodo Cat  ที่ออกมาใหม่ จะมีสองสีในตัวนะคะ ส่วนที่เป็นอุ้งเท้าน้องเหมียวสีขาวนั้นจะทำหน้าที่เป็น Highlighter ที่เพิ่มความ Glow ได้ในตัวค่ะ

 

visual_01

 

มาสค์หน้ารูปสัตว์ที่โดดเด่นกว่าด้วย คุณสมบัติเเผ่นมาสค์เปลี่ยนสีได้

20013056

 

เก๋ไหมละ ถ้าสีเปลี่ยน ก็คือ การมาสค์หน้าเสร็จสมบูรณ์ ถอดออกได้เลย

(เรียกสวยๆแบบวิทย์ๆว่า เป็น Indicator ของการมาสค์)

 

อีกชิ้นที่น่าเล่นก็จะเป็น Mascara ของแบรนด์ที่โด่งดังเช่นกันค่ะ

 

mascara

 

จริงๆของแบรนด์ก็มีอีกหลายอย่างนะคะที่น่าเล่น

 

สำหรับวันนี้ก็มีแค่นี้ก่อนนะคะ ขอบคุณที่ติดตามมาจนจบค่ะ สวัสดีค่ะ

 

Beauty News: เครื่องสำอางไลน์ผักจาก Innisfree เกาหลี

Beauty News: เครื่องสำอางไลน์ผักจาก Innisfree เกาหลี

ใจจริงก็อยากสวมรอยเป็นนักข่าว เขียน Beauty News มานานแล้วเหมือนกัน

 

ไหนๆก็ว่างๆ ขอจัดซักหน่อยค่ะ

 

Beauty News วันนี้ว่าด้วยเรื่องเครื่องสำอางผักค่ะ

 

กระแสของการใช้ผักในเครื่องสำอางนี่เค้ามาแรงมากกกกกกกกกก นะคะ แต่บ้านเรายังไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่

 

น่าจะเปิดตัวด้วย Nature republic ที่ทำ Product ผักออกมาหลายๆตัวอยู่

 

ตอนนี้มาถึงคอนเซปท์ผักจาก Innisfree บ้างแล้วค่ะ

 

ผัก-1

(Image source: http://www.innisfree.co.kr/)

มีคอนเซปท์สวยๆว่า “Super food from Jeju”

 

แน่นอนว่าพอได้ยินคำว่า Jeju ปุ๊บ มี่ก็ไม่คิดอะไรละค่ะ ใจเอนเอียงไปมากกว่า 90%

 

ในไลน์นี้เลือกผัก/ผลไม้/ธัญพืชมาอยู่หลายตัวค่ะ ได้แก่

  1. Blueberry
  2. Kale (คะน้า)
  3. Broccoli
  4. Oat
  5. Red beet

 

แต่ละ Super foods ก็จะมี Product ต่างๆค่ะ มาดูไปทีละอาหารเลยนะคะ

 

ตัวแรก Blueberry นางใช้คอนเซปท์ว่า Rebalancing ค่ะ

 

เดาว่า เหมือนเป็นการปรับสภาพผิวให้คืนสู่สภาวะสมดุลนะคะ

 

จริงๆ Blueberry เองนี่เค้าก็จะมีพวก Anthocyanin ที่เป็น Antioxidant ดีมาก แต่เราไม่รู้ว่ามาอยู่ในขวดแล้วจะคงตัวอยู่ไหม เพราะสารกลุ่มนี้ความคงตัวค่อนข้างต่ำค่ะ แต่ที่ได้แน่นอนคือวิตามิน และน้ำตาล

 

ในไลน์นี้ ทำ Skin (เครื่องสำอางเกาหลี เทียบเท่า Essence, lotion น้ำญี่ปุ่น) และ Cream ค่ะ

 

(Image source: http://www.innisfree.co.kr/)

 

ตัวที่สองเป็นคะน้าค่ะ

คะน้าใช้คอนเซปท์เรื่อง Anti-oxidant

ซึ่งคะน้าเองเค้าก็จะมีพวก Antioxidant อยู่จริงค่ะ

 

ในไลน์นี้ทำออกมา 3 ผลิตภัณฑ์ค่ะ คือ Skin, Lotion และ Cream

(Image source: http://www.innisfree.co.kr/)

 

ตัวที่สามเป็น Broccoli ค่ะ

นางใช้คอนเซปท์เรื่อง Clearing เดาว่าเป็นตัวทำความสะอาดนะคะ เพราะผลิตภัณฑ์ที่นางทำออกมาก็คือกลุ่มทำความสะอาดค่ะ

 

แต่จริงๆแล้ว Broccoli เองก็เด่นเรื่อง Antioxidant เช่นกันค่ะ

 

ในไลน์นี้มี Toner กับ Lotion ค่ะ

 

(Image source: http://www.innisfree.co.kr/)

 

ไลน์ที่ 4 เป็นข้าวโอ้ตนะคะ

มาด้วยคอนเซปท์ Mild moisture เดาๆว่าน่าจะเป็นแบบเพิ่มความชุ่มชื้น อ่อนโยน สำหรับคนเซ้นสิจนน่าถีบ เอ้ย Sensitive

 

จริงๆแล้ว Oat นี่งานวิจัยเกี่ยวกับการลดการแพ้ การระคายเคือง ลดการอักเสบในผิวเยอะมากกกกกกกกกกกกก และยังเป็น Antioxidant ด้วยค่ะ

 

โดยรวมคือมี่ว่า Oat ดีงามสุด ดูแพง ดู Organic ดูเลอค่า

 

ในส่วนของไลน์ Oat ทำออกมาเป็น Skin, Lotion และ Cream

 

(Image source: http://www.innisfree.co.kr/)

 

ไลน์สุดท้ายมาจาก Red beet ค่ะ หรือบีทรูทนั่นเอง

มาด้วยคอนเซปท์ White-toning ค่ะ

 

ในบีทรูทนี่ก็คงไม่ต้องพูดถึง เพราะนางโดนยกให้เป็นอาหารสุขภาพลำดับต้นๆไปซะแล้วค่ะ นางมีพวก Anthocyanin เยอะมาก เป็น Antioxidant ที่ดี และช่วยเรื่องผิวขาวได้ด้วยค่ะ แต่ปัญหาคงเป็นเรื่องความคงตัวเช่นกันค่ะ

ในไลน์นี้ทำออกมาเป็น Lotion กับ Skin ค่ะ

(Image source: http://www.innisfree.co.kr/)

 

คือยังไม่ทราบส่วนผสมนะคะเลยยังวิเคราะห์ละเอียดไม่ได้

 

ถ้าเอาอารมณ์คนผิวแห้งแบบมี่ตั้ง มี่ว่า Oat กับ คะน้า น่าสนใจนะคะ

 

ถ้าอยากได้ขาว ก็หันไปทาง Blueberry กับ Red beet

 

ส่วนผิวมันก็ Broccoli ค่ะ

 

ใครไปเกาหลีอย่าลืมถ่ายรูปส่วนผสมมาฝากน๊าาา พบกันใหม่โอกาสหน้าค่ะ สวัสดีค่ะ