Mini Review]] วิเคราะห์ส่วนผสม Miracle stick ชื่อดังจากเกาหลี Maxclinic Cirmage lifting stick

Mini Review]] วิเคราะห์ส่วนผสม Miracle stick ชื่อดังจากเกาหลี Maxclinic Cirmage lifting stick

มี่เชื่อว่าหลายๆคนต้องเคยเห็น Lifting stick ชื่อดังของเกาหลีแน่นอน คิดว่าหลายๆคนต้องสงสัยว่า เอ๊ะ เค้าทำได้ไง ทำไมถึงได้ยกกระชับจากหน้าย่น ให้กลายเป็นหน้าเรียวได้อย่างรวดเร็ว

 

วันนี้จะมาวิเคราะห์ส่วนผสมให้ค่ะ

 

มาดูหน้าตากันก่อนนะคะ

cirmage re.jpg

 

(Image from: http://www.maxclinic.com/rb/?c=product/skincare)

วันนี้เป็นงานขโมยเพื่อนมารีวิวค่ะ 555

 

cir 1.jpg

 

ตอนที่เพื่อนสั่งผ่าน G market มีโปร 1+1 (ซื้อ 1 แถม 1)นะคะ

 

หน้าตาจะเป็นแท่งรูปทรงแปลกๆแบบนี้ค่ะ

 

cir 6.jpg

 

เปิดมาจะมีจุกปิดด้านในอีกชั้นนึง

 

cir 7

 

เปิดมาจะเป็นแบบนี้ค่ะ

 

cir 12

 

ลองกับมือดูนะคะ

 

cir 9

 

มันจะเป็นแท่งที่น่าจะมาด้วย Wax เป็นเนื้อหลัก มีกลิ่นหอมอ่อนๆ รู้สึกอุ่นๆ หนึบๆตอนทา นางช่วยกลบความเหี่ยวบนมือได้จริงค่ะ

 

มาลองกับมือเพื่อนอีก ยิ่งเห็นชัด

 

cir 8.jpg

 

ซึ่งการกลบความเหี่ยว หรือ ริ้วรอย นี้เกิดได้จาก 2 กลไกหลักๆ

 

คือ ใช้พวก Pigment หรือ Silicone หรือ Polymer บางชนิดไปเคลือบปิดริ้วรอยต่างๆ หรือช่วยกระเจิงแสง ทำให้เรามองไม่เห็น

 

กับอีกกลไกคือ อาศัย peptide ที่ออกฤทธิ์ผ่านระบบประสาท ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว ริ้วรอยเลยคลายออกค่ะ

 

มาลองดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

มี่ไม่ทราบส่วนผสมเต็ม เลยจะขอวิเคราะห์เท่าที่ทราบนะคะ

ตัวนี้ถ้าดูที่กล่อง มี่คงไม่ซื้อ เพราะนางแจ้งส่วนผสมมาแค่ สารสกัดจากชะเอม Adenosine Tocopheryl acetate และ Phenoxyethanol

cir 4

 

มาดูส่วนผสมในเวบนางถึงได้รู้ค่ะ ว่า นางมาเต็มเหมือนกัน

 

cirmageliftingstick_03-re

(Image from: http://www.maxclinic.com/rb/?c=product/skincare)

 

จัดเต็มไปที่ peptide ที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทอย่าง Argireline, Syn-ake และ Spider peptide รวมถึง สารสกัดจากใยแมงมุมด้วยค่ะ

 

ตัวอื่นๆที่เห็นก็จะมี Collagen, Gellan gum (ที่ก่อฟิล์มบนผิวได้ และให้ความรู้สึกตึง)

 

แต่เรื่องของ Polymer กับ Silicone ที่เคลือบอำพรางริ้วรอยนั้นยังดูไม่ชัด เพราะเราไม่ทราบส่วนผสมทั้งหมดค่ะ

 

โดยรวมก็เหมือนเหล้าเก่าในขวดใหม่ เอา Peptide ที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทหลายๆตัวมายำรวมๆกัน ได้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่โด่งดังในชั่วข้ามคืน ถือว่าทำมาได้ดี และมีความเป็นนวัตกรรมค่ะ

 

ซึ่งจริงๆนางมีเทคนิคของนางด้วยนะคะ ความเว้า ความโค้งของตัวผลิตภัณฑ์มีผลกับการนวดค่ะ

 

ตบท้ายด้วยวิธีนวดค่ะ

 

cirmageliftingstick_07.jpg

(Image from: http://www.maxclinic.com/rb/?c=product/skincare)

 

สำหรับวันนี้ก็มีแค่นี้ค่ะ เอาไปคืนเพื่อนก่อน สวัสดีค่ะ 🙂

 

รีวิววิเคราะห์เจาะลึกส่วนผสมแบบละเอียด ครีม Whitening และ Anti-aging 2 in 1 จาก Fendse Youthful Luminescent Moisturizer

รีวิววิเคราะห์เจาะลึกส่วนผสมแบบละเอียด ครีม Whitening และ Anti-aging 2 in 1 จาก Fendse Youthful Luminescent Moisturizer

วันนี้มี่แวะเอาครีมบำรุงผิวที่ให้คุณสมบัติทั้งปกป้อง ฟื้นฟู และ บำรุงไปได้พร้อมกัน มารีวิวให้ชมกันค่ะ

เป็นครีมของแบรนด์ Fendse อ่านว่า เฟรนเซ่ กับ Youthful Luminescent Moisturizer ตัวนี้เลยค่ะ

img 1

จุดแรกที่น่าสนใจ และน่าประทับใจ คือ ตัวกล่องทำมาได้แน่นหนามากค่ะ มีกันกระแทกชั้นในอีกชั้นหนึ่งด้วยหละ

img 5

ตัวครีมเป็นเนื้อครีมสีครีมอมฟ้าอมเขียวๆนิดๆ น่าจะเป็นเพราะวัตถุดิบสารสกัดพืชค่ะ ไม่มีกลิ่นค่ะ

img 2

เกลี่ยได้ง่าย เคลือบปกป้องและให้ความชุ่มชื้นได้ค่อนข้างสูง เลยค่ะ

img 3

วัดค่า pH กันซักเล็กน้อย

img 4

ค่า pH อยู่ที่ประมาณ 5 ค่ะ ใกล้เคียงกับผิวดี

มาทั้งทีไม่วิเคราะห์ส่วนผสมคงไม่ได้

ส่วนผสมของเฟรนเซ่ เป็นดังนี้นะคะ

สผส

จากส่วนผสมนี่เราจะพอเห็นได้ว่า สารที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสารออกฤทธิ์ ที่มีประโยชน์ในการบำรุงผิวค่ะ

ซึ่งปกติเราแบ่งส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็น 3 หมวดหลักๆ คือ
1. Actives หรือ สารออกฤทธิ์ เป็นสารที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติพิเศษต่างๆ
2. Base หรือ ส่วนเนื้อของผลิตภัณฑ์ เป็นตัวพยุงสารออกฤทธิ์ และนำพาไปสู่ผิวหนัง
3. Additives หรือ ส่วนของสารเติมแต่ง เป็นตัวเติมแต่งให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าใช้ มีความปลอดภัย เช่น พวกสารกันเสีย พวกน้ำหอม พวกซิลิโคน ตัวเพิ่มความหนืด ฯลฯ

คุณสมบัติสารแต่ละตัวตามหน้าที่
1. Actives ได้แก่
– Cnidium monnieri Fruit Extract: สารสกัดจาก Snow parsley ที่ทางแบรนด์บอกว่า เป็นสายพันธ์ธรรมชาติที่ขึ้นบนเกาะเจจูของเกาหลี ในส่วนของงานวิจัยมีเกี่ยวข้องกับฤทธิ์ในการลดการอักเสบ (Int J Mol Med. 2013;32(4):876-82.) แก้แพ้ แก้คัน (Biol Pharm Bull. 2002 ;25(6):809-12.) วัตถุดิบตัวนี้เป็นวัตถุดิบสิทธิบัตรเกาหลี สกัดมาให้ได้สาร Osthole ที่ออกฤทธิ์อย่างเป็นเอกลักษณ์ ไปยับยั้ง Diacylglycerol (DAG) และ Nitric oxide ไม่ให้ไปกระตุ้นให้เอนไซม์ Tyrosinase ทำงาน มีผลลดการสร้างเม็ดสีดีกว่า Arbutin 88 เท่า มีการทดสอบในอาสาสมัคร แค่ใช้เพียง 2 สัปดาห์ก็ได้ผลด้าน Whitening แล้ว (วัดจากค่า L* ของผิว ซึ่งเป็นค่าที่ใช้บอกสีใน Scale สีขาว-สีดำ) และยังลดการอักเสบในผิวได้ด้วย (KR 10-2010-0061978)
– Niacinamide รูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 มีรายงานว่า สารตัวนี้สามารถเป็น Whitening ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ โดยไปรบกวนการส่งผ่านของเมลานินที่สร้างเสร็จแล้ว ลดการอักเสบในผิว เพิ่มการไหลเวียนเลือด ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวโดยไปกระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า และยังเป็น Antioxidant ด้วย (Int J Cosmet Sci 2005; 27:255–261)
– Citrullus lanatus extract สารสกัดจากแตงโม ส่วนของผลมีคุณสมบัติเป็น Antioxidant ที่ดี (Food Nutr Sci 2015;6,1056-1064) ข้อมูลจากผู้จำหน่ายวัตถุดิบระบุว่า สารสกัดจากผลแตงโม มีประโยชน์ในการฟื้นฟูผิวที่ถูกทำลายด้วยรังสี UV ช่วยให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้น
– Pyrus malus fruit extract สารสกัดจากแอปเปิ้ล สารสกัดจาก Apple สายพันธุ์หนึ่ง ไม่มีงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับผิวหนัง ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าสารนี้มีประโยชน์เกี่ยวกับการให้ความรู้สึกสบายผิว และช่วยกระชับรูขุมขน นอกจากนี้ในส่วนของผลไม้จะมีน้ำตาลกับวิตามินอยู่ ซึ่งให้ผลเพิ่มความชุ่มชื้นและปรับสภาพผิวหนังได้
– Lens esculenta Fruit Extract สารสกัดจากถั่วเล็นทิล มีงานวิจัยระบุถึงคุณสมบัติในการเป็น Antioxidant และต้านการอักเสบ (Food Chem. 2013;138(2-3):1543-50.) สารสกัดจากเมล็ดถั่วมีชื่อทางการค้าว่า p-Refinyl ผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าให้ผลควบคุมความมันและกระชับรูขุมขน
– Sodium Lactate and Sodium PCA จัดเป็นสารเพิ่มความชุ่มชื้นตามธรรมชาติในผิว ที่เรียกว่า Natural moisturizing factor หรือ NMF ช่วยเพิ่มความสามารถในการดูดน้ำของผิว
– Tetrapeptide-21 เป็น Peptide ที่ประกอบด้วยกรดอะมิโน 4 ตัว ออกฤทธิ์กระตุ้นการสร้าง Extracellular matrix ในผิว ได้แก่ Collagen, Elastin และ Hyaluronic acid ผลคือริ้วรอยลดลง ผิวดูยืดหยุ่นกระชับขึ้น
– Diglucosyl gallic acid พฤกษเคมีชนิดหนึ่ง มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant ที่ดี ลดการอักเสบในผิว และสามารถลดการสร้างเม็ดสีผิวได้
– Tetrapeptide-30 เป็น Peptide ที่ประกอบด้วยกรดอะมิโน 4 ตัว ออกฤทธิ์ลดการอักเสบในผิว ลดการสร้างเม็ดสีผิว ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าสารนี้สามารถปรับโทนสีผิวให้สม่ำเสมอ และมีความสวยงามมากขึ้น
– Hamamelis virginiana Water น้ำที่ได้จาก Witch hazel มีคุณสมบัติความเป็น Astringent ช่วยกระชับรูขุมขน ควบคุมความมัน สำหรับรายงานการวิจัยมีระบุถึงฤทธิ์ในการต้านการอักเสบ (J Pharm Pharmacol. 1994; 46(4):286-90.)
– สูตรผสมของ Acetyl tyrosine, Proline, Hydrolyzed Vegetable Protein และ Adenosine Triphosphate มีชื่อทางการค้าว่า Unirepair T-43 มีคุณสมบัติที่ดีในการปกป้องผิวจากรังสี UV ช่วยฟื้นฟูสภาพผิวที่เสื่อมไป รวมไปถึงผลในการลดเลือนริ้วรอย (SÖFW-Journal 11-2006;132:1-6)
– สูตรผสมของ Methylglucoside Phosphate และ Copper Lysinate/Prolinate มีชื่อทางการค้าว่า Neodermyl เป็นสารเชิงซ้อนของแร่ธาตุทองแดงกับกรดอะมิโน Lysine และ Proline ผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่าสารนี้สามารถเป็นแหล่งพลังงานให้เซลล์ Fibroblast ที่แก่แล้วเกิดการปรับตัวและสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ชนิดที่ดีออกมา จึงมีผลทำให้ริ้วรอยลดลง
– Actinidia polygama Fruit Extract สารสกัดจากผล Silver vine มีรายงานการวิจัยเกี่ยวกับคุณสมบัติในการต้านการอักเสบ (Arch Pharm Res. 2003;26(12):1061-6.) ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าสารสกัดนี้ให้ผลเกี่ยวกับการลดริ้วรอยได้โดยไปต่อต้านการเกิด Glycation ของโปรตีน (Glycation คือ ภาวะที่น้ำตาลไปจับกับสารโครงสร้างเช่นโปรตีนและไขมัน ทำให้สารเหล่านี้ทำงานได้แย่ลง เกิดเป็นริ้วรอยขึ้น)

2. Base เป็นครีมที่มีส่วนผสมของน้ำและน้ำมัน ไม่มีซิลิโคนค่ะ ดังนี้
2.1 ส่วนของน้ำ ประกอบด้วย น้ำ, และสารเติมน้ำให้ผิวอย่าง Dipropylene glycol, Glycerin และ Butylene glycol
2.2 ส่วนของน้ำมัน ประกอบด้วย Glyceryl stearate, Stearic acid, Squalane, Beeswax และ Jojoba oil โดยมีทั้งน้ำมันที่ซึมผิวได้ และไขมันที่เคลือบปกป้องผิว

3. Additives ได้แก่
3.1 สารปรับ pH ได้แก่ Lactic acid ซึ่งให้ประโยชน์ในการเติมน้ำให้ผิวด้วย
3.2 สารกันเสีย ได้แก่ Phenoxyethanol

สรุปซักนิด:
ในแง่ของการเป็นไวท์เทนนิ่ง สารสกัด Cnidium จากเกาะเจจูสามารถให้ผลที่ดีในขั้นตอนแรกก่อนที่เม็ดสีจะถูกสร้าง และให้ผลลดการอักเสบ ซึ่งจะมากระตุ้นให้เกิดการสร้างเม็ดสีอีกขั้น วิตามินบี 3 ยับยั้งไม่ให้เม็ดสีที่สร้างเสร็จแล้วออกมาข้างนอก และสารสกัดจากพืช สารบำรุงอีกหลายชนิด ขัดขวางการสร้างเม็ดสี โดยรวมคือ ออกฤทธิ์ได้ครบถ้วนทั้ง 3 Step ของการสร้างเม็ดสี
ในแง่ของการชะลอวัย และลดริ้วรอย มีส่วนผสมที่ให้ผล Antioxidant ช่วยชะลอวัย และป้องกันการ Glycation ซึ่งถือเป็นคอนเซปท์ใหม่ของการชะลอวัย

ถึงเวลาให้คะแนน
1. Actives ส่วนของสารออกฤทธิ์มีอยู่ค่อนข้างหลายชนิด และค่อนข้างกว้าง ดังที่ได้กล่าวไปแล้วในข้างบน จะเห็นได้ว่าให้ผลค่อนข้างครบทั้งด้านริ้วรอย ผิวขาว ชุ่มชื้น ปกป้อง ด้านรูขุมขน และ ลดการอักเสบของผิว จึงขอให้ 5 ฟลาสก์
2. Base ส่วนของเนื้อมาในรูปแบบครีม ประกอบด้วยส่วนผสมครบถ้วน ทั้งสารดูดน้ำ น้ำมันที่ซึมเข้าผิวได้ และไขมันเคลือบผิว ไม่มีส่วนผสมของ Alcohol และ Silicones ขอให้ 5 ฟลาสก์
3. Additives ส่วนของสารปรุงแต่งมีเท่าที่จำเป็น ไม่มีสารไหนมีพิษมีภัยอะไร เลยไม่มีอะไรให้หักคะแนน รับไป 5 ฟลาสก์
4. การใช้งาน ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบนะคะ เพราะว่าเนื้อครีมค่อนข้างชุ่มชื้นผิว แต่ก็ไม่ได้เหนอะหนะหรือหนักผิวมากเกินไป ใช้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ส่วนเรื่องผลการใช้งาน หลังจากทดลองมาได้เกือบๆ 2 สัปดาห์ ผิวก็จะนุ่มชุ่มชื้นขึ้น พวกความเหี่ยวที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่แต่งหน้าเยอะๆ ก็ลดลง รูขุมขนก็ดูละเอียดขึ้น ลากรองพื้นได้ง่ายขึ้น ไม่เป็นคราบ อีกอย่างคงเป็นเรื่องกล่อง ที่ทำมาได้ค่อนข้างดี มีการบุกันกระแทกไว้ในกล่อง ซึ่งเราไม่ค่อยพบเห็นเท่าไหร่ เลยขอให้ 5 ฟลาสก์

คะแนน

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ fendse ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามมาจนจบ
สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

http://www.facebook.com/fendse

Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์

รีวิววิเคราะห์เจาะลึกส่วนผสมเซรัมเพื่อผิวขาวกระจ่างใสจากแบรนด์ไทยๆ Skin will Brighten to target face serum

รีวิววิเคราะห์เจาะลึกส่วนผสมเซรัมเพื่อผิวขาวกระจ่างใสจากแบรนด์ไทยๆ Skin will Brighten to target face serum

สวัสดีค่ะ พี่ๆน้องๆห้องแป้งที่น่ารักทุกๆท่าน

วันนี้มี่นำเอา Serum ไวท์เทนนิ่งตัวใหม่จาก Skin Will มาอวดและรีวิว วิเคราะห์ส่วนผสมให้ชมกันค่ะ เซรัมตัวนี้มีชื่อว่า Skin will brighten to target face serum ค่ะ

แบรนด์ Skin will นั้น เป็นแบรนด์เวชสำอางแบรนด์หนึ่งของคนไทย ที่น่าสนใจนะคะ ซึ่งตัวที่มี่เคยลองใช้ และรีวิวไปแล้วก็จะมีตัว Vit C กับ Acne away ค่ะ

เผื่อใครอยากอ่าน ตรงนี้เป็น Link ค่ะ

Serum vit c
http://pantip.com/topic/34492606

Acne away
http://pantip.com/topic/34512182

มาดูหน้าตากันดีกว่าค่ะ

sw 1

ตัวผลิตภัณฑ์ในกล่องจะมาแบบมีจุกพลาสติกดำปิดนะคะ และจะแถมหลอดหยดมาให้ 1 อัน ค่ะ

พอเราแกะฝาสีดำออก ข้างในจะมีจุกพลาสติกซีลปกป้องมาอีกชั้นค่ะ

sw 2

ตรงนี้เป็นคำเคลม และส่วนผสมที่ข้างหลังกล่องค่ะ เดี๋ยวเราค่อยดูกันในช่วงวิเคราะห์ส่วนผสมนะคะ

sw 6.jpg

เนื้อเซรัมเป็นกึ่งๆเจล กึ่งๆ Milky ค่ะ

sw 3

เซรัมเนื้อค่อนข้างเบาค่ะ ทาแล้วรู้สึกเย็นสบายผิว และของเขาน่าจะใส่น้ำหอมมาน้อย เลยไม่ได้กลิ่นน้ำหอมที่ฉุนจนรุนแรงเกินไป

sw 4

เกลี่ยค่อนข้างง่าย ซึมไว แห้งไว ไม่เหนอะหนะค่ะ

sw 5

วัดค่า pH กันซักนิด

sw 7

ค่า pH อยู่ที่ราวๆ 5 – 6 นะคะ ถือว่าใกล้เคียงกับผิวดีค่ะ

มาดูส่วนผสมกันบ้างค่ะ

สผส

สำหรับตัวนี้ที่เด่นมากจะเป็น ส่วนผสมที่ชื่อ Brightenyl เพราะเป็นสารนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลเหรียญทอง Best ingredients award จากงาน In-cosmetics เมื่อปีที่แล้ว (2015) คิดว่าใส่มาแบบเต็ม Max ด้วยค่ะ มันจะดีงามขนาดไหนเดี๋ยวจะเล่าให้ฟังนะคะ

เกริ่นนำเล็กน้อย
ปกติเราแบ่งส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็น 3 หมวดหลักๆ คือ
1. Actives หรือ สารออกฤทธิ์ เป็นสารที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติพิเศษต่างๆ
2. Base หรือ ส่วนเนื้อของผลิตภัณฑ์ เป็นตัวพยุงสารออกฤทธิ์ และนำพาไปสู่ผิวหนัง
3. Additives หรือ ส่วนของสารปรุงแต่ง เป็นตัวเติมแต่งให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าใช้ มีความปลอดภัย เช่น พวกสารกันเสีย พวกน้ำหอม พวกซิลิโคน ตัวเพิ่มความหนืด ฯลฯ

เรามาดูไปทีละส่วนกันเลยนะคะ
1. Actives พวกกลุ่มสารบำรุง ได้แก่
– สูตรผสมของ Isopentyldiol, Glycerin, Diglucosyl gallic acid มีชื่อทางการค้าว่า Brightenyl ซึ่งเป็นสารที่เรียกว่า Skin complexion optimizer ช่วยปรับสมดุลให้ผิวกระจ่างใส มีกลไกการออกฤทธิ์ที่สลับซับซ้อนและค่อนข้างพิเศษ โดยสาร Diglucosyl gallic acid จะถูกแปรสภาพโดยจุลินทรีย์เจ้าบ้าน (หรือ Normal flora) บริเวณผิวชั้นนอก ให้ได้เป็นสารออกฤทธิ์ที่ให้ผลลดการอักเสบ ลดการสร้างเม็ดสีผ่านการยับยั้ง Nitric oxide และ Diacylglycerol ซึ่งจะไปกระตุ้นให้มีการสร้างเอนไซม์สร้างเม็ดสี หรือ Tyrosinase ออกมา และเป็นตัวปลุกเอนไซม์ Tyrosinase ตื่นตัว เมื่อยับยั้งแล้วเอนไซม์ Tyrosinase ก็จะอยู่ในรุปที่ไม่ตื่นตัว (ไม่ active)
– Polyglutamic acid โพลิเมอร์ที่เกิดจากกรดอะมิโน Glutamic acid พบได้ใน Natto ซึ่งเป็นสิ่งที่จุลินทรีย์บางชนิดสร้างระหว่างกระบวนการหมัก ในทางเภสัชกรรมมีประโยชน์ในการเป็นระบบนำส่ง ส่วนในทางเครื่องสำอางผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่าสามารถดูดและจับน้ำได้มากถึง 5000 เท่าของน้ำหนักตัวมัน ซึ่งดีกว่า hyaluron หลายเท่า
– Alpha-arbutin สารที่พบในพืชหลายชนิด มีคุณสมบัติลดการสร้างเม็ดสีโดยไปยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ที่สร้างเม็ดสี
– Chamomilla recutita flower extract สารสกัดจาก German Chamomile มีคุณสมบัติและรายงานวิจัยเกี่ยวกับการลดการอักเสบ เมื่อเอามาใช้นอกจากเรื่องลดการอักเสบยังช่วยให้ความรู้สึกสบายผิว หรือที่เรียกว่า Soothing effect
– Tocopheryl acetate อนุพันธ์ของวิตามินอี มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant แต่ส่วนมากมักจะให้ผลแค่ปกป้องสารในผลิตภัณฑ์ไม่ให้เสื่อมสภาพเพราะออกซิเจนในอากาศ
– Gluconic acid อนุพันธ์ของน้ำตาล จัดเป็นสารในกลุ่ม Polyhydroxy acid (PHA) ให้คุณสมบัติการผลัดผิว (Exfoliant) คล้าย AHA แต่อ่อนโยน ระคายเคืองน้อยกว่า มีรายงานวิจัยสนับสนุนว่าการผลัดผิวของ PHA สามารถเพิ่มความชุ่มชื้น เพิ่มความแข็งแรงของ Barrier ผิวหนัง และมีคุณสมบัติเป็น Antioxidant รวมทั้งสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของสารออกฤทธิ์ชนิดอื่นๆ ได้ดี (Cutis. 2004; 73(2 Suppl):3-13.)
– Lactobionic acid อนุพันธ์ของน้ำตาลที่ประกอบด้วยน้ำตาลสองโมเลกุล จัดเป็น PHA (Polyhydroxy acid) มีคุณสมบัติผลัดเซลล์ผิว เพิ่มความชุ่มชื้น ลดริ้วรอย กระชับรูขุมขน เป็น Antioxidant และช่วยดักจับโลหะปนเปื้อนได้ มีรายงานการวิจัยกล่าสวถึงคุณสมบัติในการเป็น Antioxidant และ Moisturizer ที่ให้ผลดีในผิวที่เกิดริ้วรอยก่อนวัย (Int J Cosmet Sci. 2012;34(5):424-34.) มีประสิทธิภาพในการปรับสภาพผิว ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ให้ผลดีเทียบเท่า Glycolic acid แต่มีผลข้างเคียงน้อยกว่ามาก (J Cosmet Dermatol. 2010;9(1):3-10.)
2. Base พวกกลุ่มเนื้อผลิตภัณฑ์ เป็นเซรัมสูตรน้ำ แต่ให้เนื้อออกมากึ่งๆโปร่งแสงคล้ายๆ Emulgel ได้แก่ น้ำ และกลุ่มของสารดูดน้ำ คือ Isopentyldiol, Glycerin, Ethoxydiglycol, Methyl propanediol, Pentylene glycol, Propylene glycol
3. Additives กลุ่มของสารปรุงแต่ง ได้แก่
3.1 Penetration enhancer เป็นสารที่เพิ่มการดูดซึมสารอื่นเข้าสู่ผิว ในที่นี้ได้แก่ Ethoxydiglycol และ Isopentyldiol
3.2 สารเพิ่มความหนืด ได้แก่ Sodium polyacrylates
3.3 Emulsifier ได้แก่ Polysorbate 20 ช่วยเพิ่มการละลายสารในผลิตภัณฑ์
3.4 สารกันเสีย ได้แก่ Phenoxyethanol

ถึงเวลาให้คะแนน
1. สารบำรุง ในด้านการเป็น whitening ตัวหลักในการออกฤทธิ์ให้ผลเสริมฤทธิ์กัน 2 ขั้นตอน ตั้งแต่ก่อนสร้างเมลานิน และระหว่างสร้างเมลานิน ยังเสริมฤทธิ์มาด้วย PHA ที่ยังให้ผลผลัดผิวอย่างอ่อนโยน เผยผิวขาวกระจ่างใส แบบไม่ต้องห่วงผิวบางเหมือนพวก AHA และสารเพิ่มความชุ่มชื้นที่ดูมีคุณค่าอย่าง Polyglutamic acid สำหรับคะแนนสารบำรุงขอให้ 4 ฟลาสก์ เนื่องจาก ความสามารถในการเป็นไวท์เทนนิ่งนั้น ยังขาดขั้นตอนในการยับยั้งการส่งผ่านเมลานินที่สร้างเสร็จไม่ให้ไปข้างนอกอยู่
2. เนื้อผลิตภัณฑ์ จากส่วนผสมจะมาในรูปแบบน้ำ แต่เนื้อจริงสัมผัสโปร่งแสงเหมือน Emulgel เพราะมีส่วนของวิตามินอีอยู่ด้วย สารที่ใช้ให้คุณสมบัติเติมน้ำให้ผิวได้ และช่วยเป็นสารเพิ่มการดูดซึมสารอื่นเข้าสู่ผิว ที่สำคัญคือ ไม่มีน้ำมัน ไม่มีซิลิโคน และแอลกอฮอล์ จึงเหมาะกับทุกสภาพผิว รับไปเลย 5 ฟลาสก์
3. สารปรุงแต่งอื่นๆ มีอยู่เท่าที่จำเป็นจริงๆ ไม่ได้ใส่มาเยอะแยะไร้สาระ ไม่ได้มีตัวไหนไม่เป็นมิตรกับผิวเลยไม่มีอะไรให้หักคะแนน ขอให้ไป 5 ฟลาสก์
4. การใช้งาน เนื้อครีมค่อนข้างเบา ไม่เหนอะหนะและหนักผิว เหมาะมากกับหน้าร้อนช่วงนี้ ส่วนตัวมี่ลองใช้มา 2 สัปดาห์ สิ่งแรกที่สัมผัสได้เมื่อใช้ได้ประมาณ 3 วัน คือ ผิวนุ่มชุ่มชื้น เต่งตึงและเรียบเนียนขึ้น หลังจากนั้นประมาณซักอาทิตย์ก็จะได้เรื่องของสีผิว มันจะไม่ได้ขาวเว่อร์วังอลังการขึ้นมาทันทีนะคะ แต่มันจะเน้นความกระจ่าง เน้น Complexion ที่ดูสว่างขึ้น ดูมีราศีประมาณนั้นเลยค่ะ โดยรวมคือมี่ค่อนข้างประทับใจกับผลลัพธ์ที่ได้ เลยให้ไป 5 ฟลาสก์ค่ะ

คะแนน

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Skin will ด้วยค่ะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ ขอบคุณทุกๆท่านที่ติดตามอ่านมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์
Facebook fanpage: https://www.facebook.com/SKINWILL/
Website: http://www.skinwill.com/store/

Disclaimer/Conflict of interest: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Skin Will

รีวิววิเคราะห์เจาะลึกทุกส่วนผสมแบบละเอียด เซรัมบำรุงผิวเพื่อผิวขาวกระจ่างใสแบรนด์ไทยๆจาก Morebeaute’

รีวิววิเคราะห์เจาะลึกทุกส่วนผสมแบบละเอียด เซรัมบำรุงผิวเพื่อผิวขาวกระจ่างใสแบรนด์ไทยๆจาก Morebeaute’

สวัสดีค่ะพี่ๆน้องๆเพื่อนๆห้องแป้งที่น่ารักทุกๆท่าน

วันนี้มี่แวะเอาเซรัมบำรุงผิวเพื่อผิวขาวกระจ่างใสแบรนด์ไทยๆ ที่ว่ากันว่าคิดสูตรโดยแพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง โดยมุ่งเน้นส่วนประกอบที่ปลอดภัย ไม่มีสารปรอท หรือ steroid แต่ได้ผลจริง จะดีงามขนาดไหนมาดูไปพร้อมกันเลยดีกว่าค่ะ

Serum นี้มีชื่อว่า Morebeaute’ หรือ มอร์บอเต้ ค่ะ

ชื่อเต็มๆคือ Morebeaute’ blemish control luminizing cream

มาดูหน้าตากันหน่อยเนอะ

mb 1.jpg

ซึ่งนางจะมาใน Packaging แบบหลอดปิดสนิทค่ะ

ตัวเนื้อเซรัมจะเป็นแนวๆ Emulgel นะคะ เป็นเซรัมเนื้อเจลขุ่นๆ สีเหลืองอ่อนๆ ซึ่งทางแบรนด์ใช้ส่วนผสมที่เป็นสารสกัดจากธรรมชาติ และไม่ได้ใส่ Opacifier หรือ ตัวกลบสี มาบดบังสี จึงได้เซรัมสีนี้ค่ะ มีกลิ่นหอมจางๆค่ะ

mb 2

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ให้ความรู้สึกเย็น ซึมไวไม่เหนอะหนะค่ะ

mb 3

มาวัด pH กันซักเล็กน้อยนะคะ

mb 4

เนื่องจากผลิตภัณฑ์มีสีเลยอ่านค่ายากนิดนึง ได้ค่าอยู่ที่ราวๆ 5 – 6 ค่ะ ซึ่งใกล้เคียงกับผิวดี และเป็นช่วงที่สารหลายๆตัวในส่วนผสมคงตัวค่ะ

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

สผส

ปกติเราแบ่งส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็น 3 หมวดหลักๆ คือ
1. Actives หรือ สารออกฤทธิ์ เป็นสารที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติพิเศษต่างๆ
2. Base หรือ ส่วนเนื้อของผลิตภัณฑ์ เป็นตัวพยุงสารออกฤทธิ์ และนำพาไปสู่ผิวหนัง
3. Additives หรือ ส่วนของสารเติมแต่ง เป็นตัวเติมแต่งให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าใช้ มีความปลอดภัย เช่น พวกสารกันเสีย พวกน้ำหอม พวกซิลิโคน ตัวเพิ่มความหนืด ฯลฯ

มาดูรายละเอียดแต่ละอย่างกันเลยค่ะ
1. Actives ในส่วนของสารออกฤทธิ์ มี่ได้ทำแถบสีไว้ให้แล้วค่ะ ดังนี้
– Kojic dipalmitate เป็นอนุพันธ์ของ Kojic acid ที่มีความระคายเคืองต่ำ มีการดูดซึมเข้าผิวที่ดีขึ้น มีคุณสมบัติยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ที่ใช้สร้างเม็ดสี
– Arctostapylos uva ursi extract สารสกัดจาก Bearberry ส่วนของใบมีรายงานว่ามีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียบางชนิด มีรายงานว่าส่วนของเปลือกและใบพบสาร Arbutin ที่มีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิวผ่านการยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase (Phytochem Anal. 2009;20(5):416-20.)
– Mitracarpus scaber extract สารสกัดจากพืชชนิดหนึ่งที่พบใน Africa มีรายงานเกี่ยวกับคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ (Lett Appl Microbiol. 2000;30(2):105-8.)
**สูตรผสมของ Arctostapylos uva ursi extract กับ Mitracarpus scaber extract มีชื่อทางการค้าว่า Etioline เป็นสารสิทธิบัตรอเมริกา เลขที่ US2004/0166069A1 ให้ผลเสริมฤทธิ์กันในการยับยั้งเม็ดสีผิว โดยสารสกัดจากใบ Mitracarpus จะเป็นตัว Booster ช่วยให้สารยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ที่สร้างเม็ดสีผิว ได้มากขึ้น
– Alpha-arbutin มีคุณสมบัติในการยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิวผ่านการยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase เช่นกัน
– สูตรผสมของ Dithiaoctanediol, Sutilains, Beta-carotene และ Gluconic acid มีชื่อทางการค้าว่า Melaclear 2 ออกฤทธิ์เสริมกันในการเป็น Whitening ที่ดี โดยเริ่มไปยับยั้งตั้งแต่ขั้นตอนการเปลี่ยนเอนไซม์ pro-Tyrosinase ไม่ให้เป็น Tyrosinase จึงทำงานไม่ได้ ป้องกันไม่ให้อนุมูลอิสระไปกระตุ้นให้เซลล์สร้างเม็ดสีทำงาน จับกับ Retinoids receptor มีผลไม่ให้เซลล์สร้างเม็ดสีโดนกระตุ้น และผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ดำคล้ำอย่างออกโยน
– สูตรผสมของ Capric/caprylic triglycerides กับ Diacetyl boldine มีชื่อทางการค้าว่า Lumiskin เป็นการเอา Diacetyl boldine ซึ่งเป็นสารที่แยกได้จากต้น Boldo ในชิลี ออกฤทธิ์ที่ alpha-adrenergic receptor และ ควบคุม Calcium flow มีผลทำให้เอนไซม์ Tyrosinase ไม่สามารถทำงานได้
– วิตามินซี 2 ชนิด คือ Ascorbic acid และ Ascorbyl palmitate ตัวแรกออกฤทธิ์ได้เลย อีกตัวค่อยๆถูกผิวเปลี่ยนเป็น Ascorbic acid มีผลช่วยให้วิตซี ออกฤทธิ์ได้ยาวนานขึ้น วิตซีมีประโยชน์ในการเป็น Antioxidant, ยับยั้งการสร้างเม็ดสี และเป็นส่วนหนึ่งในขั้นตอนการสร้างคอลลาเจน
– Niacinamide เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 มีรายงานว่า สารตัวนี้สามารถเป็น Whitening ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ โดยไปรบกวนการส่งผ่านของเมลานินที่สร้างเสร็จแล้ว ลดการอักเสบในผิว เพิ่มการไหลเวียนเลือด ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวโดยไปกระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า และยังเป็น Antioxidant ด้วย (Int J Cosmet Sci 2005; 27:255–261)
– วิตามินอี 2 ชนิด คือ Tocopherol และ Tocopheryl acetate ตัวแรกออกฤทธิ์ได้เลย อีกตัวค่อยๆถูกผิวเปลี่ยนเป็น วิตอีในผิว ให้ผลเป็น Antioxidant
– สูตรผสมของ 10-Hydroxydecanoic acid, Sebacic acid และ 1,10-Decanediol มีชื่อทางการค้าว่า Acnacidol แยกสกัดได้จากนมผึ้ง มีคุณสมบัติลดการสร้างน้ำมันของผิว ผ่านการยับยั้งเอนไซม์ 5alpha-reductase ที่เป็นต้นตอของการสร้างน้ำมัน หรือ Sebum และมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ จึงให้ผลดีด้านสิว บริษัทผู้ผลิตวัตถุดิบกล้า Claim ว่า ถ้าใช้ตาม Dose ที่กำหนดจะลดการหลั่งน้ำมันได้รวดเร็วภายใน 1 ชั่วโมง
– Sodium PCA สารเพิ่มความชุ่มชื้นชนิด Natural moisturizing factor (NMF) ที่มีอยู่ในผิว มีหน้าที่ดูดน้ำเข้าหาผิว เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว
– Glycyrrhiza glabra extract คือ สารสกัดจากชะเอม เทศ มีรายงานเกี่ยวกับคุณสมบัติในการยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ลดการสร้างเมลานินช่วยให้สีผิวจางลง มีฤทธิ์เป็น Antioxidant และช่วยปกป้องเซลล์ผิวจากอันตรายจากเปอร์ออกไซด์ในร่างกาย (Molecules. 2014; 19(7):9101-13.) มีคุณสมบัติลดการอักเสบ มีรายงานการวิจัยกล่าวว่า เมื่อใช้สารสกัดชะเอมในโรคผิวอักเสบแบบ Atopic จะช่วยลดอาการคัน บวม และแดงได้ (J Dermatolog Treat. 2003; 14(3):153-7.)
2. Base หรือ เนื้อหลักผลิตภัณฑ์ มาในรูปแบบของ Emulgel ประกอบด้วย น้ำ น้ำมัน และซิลิโคน ดังนี้
2.1 ส่วนของน้ำ ได้แก่ น้ำ Butylene glycol, Glycerine, Propylene glycol ซึ่งช่วยดูดน้ำให้ผิวได้
2.2 ส่วนของน้ำมัน ได้แก่ C13-14 isoparaffin, Hydrogenated polydecene ให้ผลเคลือบผิวปกป้องไม่ให้น้ำระเหยออก พวกนี้ค่อนข้างปลอดภัยเพราะไม่ดูดซึมเข้าผิว และ Capric/caprylic triglyceride ที่ดูดซึมเข้าผิวให้ผลทดแทนไขมันในผิว และ Cholesterol ที่ช่วยลดการอักเสบ และเป็นส่วนหนึ่งของ Barrier ผิว
2.3 ซิลิโคน ได้แก่ Dimethicone, Cyclopentasiloxane, C30-45 alkyl cetearyl dimethicone crosspolymer ให้สัมผัสบางเบา เคลือบปกป้องผิว และเพิ่มความหนืด
3. Additives ได้แก่
3.1 สารทำระบบนำส่ง ได้แก่ Palmitoyl hydroxypropyltrimonium amylopectin/glycerin crosspolymer กับ Hydrogenated lecithin ที่เป็นระบบนำส่งสิทธิบัตรของบริษัท Kobo ทางญี่ปุ่น มีชื่อทางการค้าว่า Glycosphere สามารถเก็บกักสารเพื่อเพิ่มความคงตัวและนำส่งเข้าสู่ผิว ดังรูป

glycosphere.jpg

(Image from Kobo products)
เข้าใจว่าน่าจะเก็บกักวิตามินซีเอาไว้

3.2 สารเพิ่มความหนืด คือ Sodium acrylates/sodium acryloyldimethyltaurate copolymer
3.3 Emulsifier ได้แก่ Laureth-7, Polysorbate 60, Cholesterol, Sodium deoxycholate ช่วยผสานน้ำให้เข้ากับน้ำมัน
3.4 Preservatives ได้แก่ สารจับโลหะ Disodium EDTA และสารกันเสีย Phenoxyethanol กับ Methylisothiazolinone
3.5 สารแต่งกลิ่น หรือ Perfume

ถึงเวลาให้คะแนน
1. Actives ส่วนของสารออกฤทธิ์ค่อนข้างมาเต็มจริงๆ จากที่เล่าให้ฟังในข้างต้นจะเห็นว่ามีส่วนของสารที่ออกฤทธิ์ครอบคลุมขั้นตอนการสร้างเม็ดสีผิวทั้งหมด ตั้งแต่ก่อนสร้าง ระหว่างสร้าง และหลังสร้างเสร็จ ที่สำคัญคือ Gluconic acid ที่ใช้ ไม่ได้ทำให้ผิวบางแต่อย่างใด ยังมีส่วนของสารเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว และสารที่ให้ประโยชน์เรื่อง การชะลอวัย สิว และควบคุมความมันได้อีก โดยรวมถือว่าทำมาได้ครบถ้วนสมบูรณ์ ได้ไป 5 ฟลาสก์
2. Base ส่วนของเนื้อหลัก มีครบถ้วนทั้งสารดูดน้ำให้ผิว สารเคลือบปกป้องผิว และไขมันทดแทนผิวหนัง ไม่มีส่วนผสมของ Alcohol และน้ำมันที่สุ่มเสี่ยงอุดตัน จึงขอให้ 5 ฟลาสก์
3. Additives ส่วนของสารปรุงแต่ง มีความโดดเด่นที่ระบบนำส่ง Glycosphere ที่ช่วยเพิ่มความคงตัวให้ผลิตภัณฑ์ และที่สำคัญคือ ไม่มีส่วนผสมของ Parabens สารอื่นๆไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรกับผิว เลยขอให้ 5 ฟลาสก์
4. การใช้งาน หลังจากใช้เมาราวๆ 2 อาทิตย์ สิ่งที่สัมผัสได้เมื่อใช้ในวันแรกๆ คือ ผิวบริเวณ T-zone มีความมันลดลง หลังจากนั้นที่ได้คือ ผิวชุ่มชื้นขึ้น นุ่มขึ้น และเรื่องความสม่ำเสมอของสีผิว ดูดีขึ้น ผิวดูมี Complexion ที่สว่างขึ้น เลยขอให้ไป 5 ฟลาสก์

คะแนน

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Morebeaute’ ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ
สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางเฟสบุคของแบรนด์
https://www.facebook.com/Morebeauteskin

และเวบไซต์ http://www.morebeaute-skincare.com/ ได้เลยค่ะ
Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์

 

เปิดกรุรีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม CC cream นานาชาติในบ้านมียอน 5 แบรนด์ 5 สไตล์

เปิดกรุรีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม CC cream นานาชาติในบ้านมียอน 5 แบรนด์ 5 สไตล์

วันนี้มี่มารีวิวเปิดกรุ CC cream ในบ้านมียอนให้ชมกันค่ะ

CC cream ที่มี่มีไว้ในครอบครอง จะเป็น 5 หลอดนี้ค่ะ
คำถาม: จำเป็นไหม ต้องมี CC 5 หลอด??
คำตอบ: แล้วแต่อารมณ์ค่ะ วันนี้อยากทาอันนี้ อีกวันอยากทาอีกอัน ไรงี้

 

cc 1.jpg

 

ไม่พูดพร่ำทำเพลง มาเริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ ตัวแรก Maybelline New York White superfresh CC
Make it happen inspired by คุณแม่เจนี่ค่ะ

 

cc 2.jpg

 

ตัวนี้เนื้อบีบออกมามีสีค่อนข้างขาว พอทาแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีเนื้อกลืนไปกับผิว (ภาษาอังกฤษมาค่ะ —> Color changed !!)

CC นี้มีกลิ่นหอมอ่อนๆค่ะ

 

m texture.jpg

 

การคุมมันตัวนี้ทำมาได้ค่อนข้างดีนะคะ คุมมันที่จมูกได้นานกว่า 6 ชั่วโมงค่ะ แต่มันดีเกินไปค่ะ ผิวแก้มของมี่ปกติจะไม่มันเหมือน T-zone ใช้ตัวนี้มี่จะรู้สึกแห้งตึงไปนิดนึงค่ะ
ถ้ามาแล้วไม่วิเคราะห์ส่วนผสมคงไม่ได้ค่ะ

ส่วนผสมมาค่ะ

 

สผส M.jpg

ตัวนี้ส่วนผสมค่อนข้างมาเต็ม เพราะอัดแน่นด้วยสารบำรุงอยู่หลายตัวมาก ทั้งสารกลุ่ม LHA, อนุพันธ์ของกรดอะมิโนราคาแพง สารสกัดจากดอกบัว และ โบตั๋น (Peony) ซึ่งให้ผลโดยรวมในด้านริ้วรอยและผิวขาวเช่นกัน มาดูรายละเอียดกันซักเล็กน้อยนะคะ

  • LHA ที่มี่ว่า คือ Capryloyl salicylic acid เป็นลูกหลานของ Salicylic acid ซึ่งเป็น BHA มีบทบาทในการผลัดเซลล์ผิว ลดการอักเสบ ละลายสิวอุดตัน มีงานวิจัยหนึ่งทดสอบประสิทธิภาพของสารตัวนี้เทียบกับ Glycolic acid พบว่า LHA ลดริ้วรอยในอาสาสมัครได้ และช่วยให้ผิวขาวขึ้นดีกว่า Glycolic acid (J Cosmet Dermatol. 2008; 7(4):259-62.)
  • Sodium palmitoyl proline ที่มี่บอกว่าดูแพง มีชื่อว่า Sepicalm VG ซึ่งเป็นวัตถุดิบผสมระหว่างสารตัวนี้กับสารสกัดจากดอกบัว (Nymphaea alba extract) มีประโยชน์เป็น Whitening ทั้งส่วนของสีผิวด่างดำที่เกิดตากกระบวนการอักเสบ และความผิดปกติของสีผิวที่เกิดตามอายุ และมีคุณสมบัติ Soothing ช่วยให้สบายผิว 
  • Paoenia suffruticosa extract คือ สารสกัดจากโบตั๋นพันธ์ Tree peony มีสารประกอบพวก Flavonoid ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ มีรายงานการวิจัยบอกว่าสามารถทำให้เซลล์ผิวหนัง Keratinocyte มีชีวิตยืนยาวขึ้น (Fitoterapia. 2013;84:308-17) มีรายงานถึงฤทธิ์ Antiinflammatory (Nat Prod Res. 2014;28(5):301-5.) และฤทธิ์ Antioxidant กับฤทธิ์ทำให้ผิวขาว ผ่านกลไกการยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase เอนไซม์ DOPA oxidase และยังลดการสังเคราะห์เอนไซม์ tyrosinase กับโปรตีนอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์เมลานินได้ด้วย (Plant Foods Hum Nutr. 2011;66(3):275-84.)
โดยรวมคือ CC นี้ได้ความไวท์ไปเต็มๆค่ะ

แต่มาตกม้าตายเพราะมีส่วนผสมของ paraben อยู่นะคะ

ตัวที่สองมาจากฝั่งเกาหลีบ้างค่ะ เป็น CC จากแบรนด์ Pretty story
cc 6
เนื้อครีมจะออกไปที่อันเดอร์โทนสีชมพู ตามสไตล์เกาหลี ขาวอมชมแบบมีเลือดฝาด กลิ่นหอมอ่อนๆ เน้นปกปิด เพราะเนื้อจะมีเม็ดสีที่ค่อนข้างเข้มข้นค่ะ
pretty texture

การคุมมันนั้น ค่อนข้างดีเช่นกัน คุมมันที่จมูกได้นานกว่า 6 ชั่วโมง แต่ตัวนี้ไม่ได้ทำให้หน้ารู้สึกแห้งไปนะคะ กำลังดีค่ะ

ในส่วนของส่วนผสมนั้น

 

สผส P.jpg

 

มีสารกันแดดทั้งชนิดกายภาพและเคมี และมีสารบำรุงผิวอยู่หลายตัว คือ

  • Arbutin เป็นสารที่ช่วยลดการสร้างเม็ดสีผิว ซึ่งมาในลำดับต้นๆของรายการส่วนผสมเลยค่ะ
  • Snail secretion filtrate หรือ เมือกหอยทาก มีงานวิจัยรองรับถึงผลในการฟื้นฟูผิวที่เสียหายเพราะรังสี UV และช่วยลดริ้วรอย
  • Adenosine มีงานวิจัยรองรับถึงผลในการลดริ้วรอย
  • Collagen ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นผิว
  • Malus domestica fruit cell extract สารสกัดจากเซลล์เพาะเลี้ยงของแอปเปิ้ล ที่เรียกๆกันว่า Apple stem cell มีผลช่วยดูแลฟื้นฟูความเสียหายของผิวและลดริ้วรอย
  • Fragaria chiloensis fruit extract สารสกัดจากสตรอเบอรี่สายพันธ์สีขาว ช่วยลดการสร้างเม็ดสี และช่วยปกป้องฟื้นฟูผิวจากรังสี UV

โดยรวมถือว่าเป็น CC ที่ให้ผลทั้งไวท์เทนนิ่ง ชุ่มชื้น และริ้วรอย ในหลอดเดียวกัน

แต่ก็ยังมีส่วนผสมของ paraben อยู่ค่ะ

 

ตัวที่สาม สัญชาติเกาหลีเช่นกัน เป็นตัว Cathy Doll speed white CC cream

 

cc 10

หลอดดูไปดูมาคล้ายๆเสือดาวมุ้งมิ้ง ตัวนี้นางเคลมเรื่องของการคุมมันตลอดทั้งวันค่ะ แต่ส่วนตัวมี่คุมตรงจมูกได้ราวๆ 4 ชั่วโมงค่ะ บ่ายๆมาต้องเติมแป้งซักหน่อย แต่บริเวณแก้มและหน้าผากกำลังผ่องเลย

 

ตัวนี้บีบออกมาเนื้อจะค่อนข้างขาวนะคะ แต่เวลาเกลี่ยเสร็จก็เกือบจะไม่เห็นสี สัมผัสค่อนข้างบางเบา ออกจะหนึบๆอยู่นิดนึงค่ะ

cathy texture

 

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

 

สผส c

 

ส่วนผสมตัวนี้มีส่วนของสารกันแดดทั้งชนิดกายภาพและเคมีค่ะ ในส่วนของสารบำรุงมีสาร Arbutin ที่ช่วยลดการสร้างเม็ดสี แต่มาในลำดับท้ายๆ

เราจะทำเป็นมองไม่เห็นนะคะ ว่ามีส่วนผสมที่สะกดผิด

ตัวที่สี่ สัญชาติอังกฤษ จาก  Seventeen นั่นเองค่ะ

นางมาในหลอดสีขาว สลับสีเขียวพาสเทลดูเด็กๆวัยใสกรุบกริบ

 

cc 13

 

ตัวนี้สีจะเข้มนิดนึงนะคะ มีส่วนผสมของ Shimmer อยู่ด้วย

ส่วนตัวมี่อยากแนะนำว่า ก่อนใช้เขย่าซักนิดนะคะ จะมีส่วนของ Shimmer ที่มัน Bleed ออกมาจากเนื้อครีม (ศัพท์สวยๆของคำว่า แยกชั้นหรือแยกตัวออกมา)

 

seventeen tex

 

ส่วนการคุมมัน มี่ขอให้ระดับกลางๆค่ะ ตัวนี้จะเน้นความโกลว ความวาวอยู่ด้วย

 

สำหรับส่วนผสมนั้นเป็นดังนี้ค่ะ

 

สผส s

 

จะมีส่วนของสารกันแดดทั้งชนิดเคมีและกายภาพ ร่วมกับสารบำรุงผิว 2 ตัว คือ สารสกัดจาก St.Paul worth (Sigesbeckia orientalis extract) ที่ช่วยเรื่องริ้วรอยได้ และ Rabdosia rubescens ซึ่งคู่นี้ไปตรงกับวัตถุดิบ Chromacare ของบริษัท Sederma ที่ช่วยเรื่องสีผิวอย่างครบวงจร คือ ลดรอยดำ ลดรอยแดงโดยไปลดสีจาก Hemoglobin (องค์ประกอบของ Hemoglobin) และ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิว

ชิคค่ะ สมกับวัย Seventeen จริงๆ เพราะไม่ได้แค่ปกปิด แต่ลดรอยดำรอยแดงได้ในระยะยาว

ตัวสุดท้ายเป็น ZA color match shield cc cream ตัวใหม่ล่าสุด ที่มี่เลือกมาเป็นสูตรสีม่วงค่ะ

 

cc 16

 

เป็น CC base ม่วงที่เปลี่ยนเป็นสีเนื้อตอนทา ให้ผลปรับสีผิวให้สว่างขึ้น มีกลิ่นหอม

za texture

 

ประกอบด้วยสารกันแดดทั้งชนิดกายภาพและเคมี ในส่วนของสารบำรุงนั้นเป็นกลุ่มน้ำตาลที่ช่วยเรื่องของความชุ่มชื้นเป็นหลัก ร่วมกับสารสกัดจากชาเขียว และ hyaluron ค่ะ

เทียบเนื้อหลังเกลี่ยของทุกตัวให้ชมนะคะ

 

seventeen tex

 

ของ ZA กับ Seventeen จะมีความวาวอยู่เล็กๆ และตัวที่กลืนกับผิวมี่ที่สุดจะเป็นตัว Pretty story ตามมาด้วย Maybelline ค่ะ

 

มาดูเนื้อ และ ความมันของเนื้อ CC กันบ้างนะคะ

 

ความมัน

 

ตัวที่เนื้อครีมยังมีความมันอยู่จะเป็นตัว Cathy doll, Seventeen และ ZA นะคะ แต่ Maybelline และ Pretty story นั้น ยังไม่มีน้ำมันซึมออกมาจากเนื้อครีมในช่วงนี้ค่ะ

 

ส่วนการปกปิด มี่ทดสอบกับ สี 3 สี คือ ดำ น้ำตาล และ ชมพู เพื่อใช้ประเมินการกลบรอยดำ เม็ดสี และ รอยแดงนะคะ

 

ปกปิด 1+2

 

ปกปิด 3+4

 

จากรูปจะเห็นว่าตัวที่ปกปิดได้ค่อนข้างดีจะเป็น Pretty story, Seventeen และ ZA ค่ะ ตามลงมาจะเป็น Maybelline และ Cathy doll

สุดท้ายก็มาถึงช่วงให้คะแนนกันค่ะ

 

คะแนน cc

 

สำหรับวันนี้ก็มีแค่นี้ค่ะ ขอบคุณที่ติดตามรับชมมาจนจบนะคะ

พบกันใหม่โอกาสถัดไป สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ

 

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสม สกินแคร์กลุ่มวิตซี จากแบรนด์ Lab Story ยกเซ็ต

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสม สกินแคร์กลุ่มวิตซี จากแบรนด์ Lab Story ยกเซ็ต

วันนี้เอาสกินแคร์กลุ่ม Vit C เกาหลี จากแบรนด์ Lab story มารีวิวให้ชมกันค่ะ

ขึ้นชื่อว่าบ้านมียอน งานโอปป้าต้องมาเสมอค่ะ

ในเซตนี้ มีผลิตภัณฑ์อยู่ 3 ชิ้นนะคะ คือ Booster, Serum และ Cream ค่ะ

มาดูหน้าตากันก่อนเลยเนอะ

lab 1

แบรนด์ Lab story นั้น ว่ากันว่าเป็น แบรนด์เวชสำอางของเกาหลีที่ดาราเกาหลีเลือกใช้กัน ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์เลือกใช้ส่วนผสมที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ มีการพัฒนาสูตร ใช้นวัตกรรมต่างๆเพื่อดูแลผิว และที่สำคัญคือ ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพ และความปลอดภัย การระคายเคืองเรียบร้อยแล้วค่ะ

อีกอย่างคือ นางมีออฟฟิสอยู่ที่ย่านคังนัมนะคะ ย่านหรูชื่อดังในกรุงโซล

เรามาเริ่มกันที่ตัวแรกของเซตเลยค่ะ กับตัว Booster เป็นแนวๆ Toner/Essence นะคะ

lab 2

ตัวนี้เนื้อจะเป็นกึ่งๆน้ำนม มีความหนืดนิดๆ ชุ่มชื้นผิวมาก กลิ่นหอมอ่อนๆละมุนๆ เกลี่ยค่อนข้างง่ายนะคะ จะเทใส่มือแล้วตบ หรือ จะใส่สำลีแล้วเช็ดก็ได้หมด
ส่วนตัวมี่ชอบเทใส่สำลีแล้วกดเบาๆบนหน้าค่ะ

 

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

 

lab 4

 

ตัวนี้นอกจากสารหลักจะมีจุดเด่นอยู่ที่ น้ำมันจากพืชหลายชนิดค่ะ ส่วนใหญ่ก็เป็นชนิดที่หายากและมีราคาแพง เช่น น้ำมันจากเมล็ดบรอคโคลี่ น้ำมันจากถั่วดาวอินคา (Plukenetia volubilis) สายพันธ์ดั้งเดิมจากป่าอเมซอน น้ำมันเมล็ดแบลคเคอเรนท์ น้ำมันมะรุม ร่วมกับน้ำมันจากพืชตัวดั้งเดิมอีกหลายชนิด เช่น มะกอก ชา Jojoba Macadamia และ Meadowfoam

เรียกได้ว่าใครที่กำลังมองหาน้ำมันจากธรรมชาติ เจ้านี่คงตอบโจทย์ได้เลยค่ะ

ขนาดมี่เอง ลองมาก็เยอะ มาเจอตัว Booster นี่หลงไหลได้ปลื้มเชียวหละ

ส่วนของสารออกฤทธิ์ก็จะมีพวกกลุ่มที่ช่วยเรื่องผิวขาวอยู่หลายตัว เช่น

  • Niacinamide ที่เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 มีคุณสมบัติเรื่องผิวขาว เพิ่มความแข็งแรงให้แก่ Barrier ผิว โดยไปเร่งการสร้างไขมันที่เป็น Barrier ผิว และลดการอักเสบ
  • Sorbitol กับ Sodium hyaluronate ที่มาในลำดับต้นๆ เด่นเรื่องความชุ่มชื้น ผิวนุ่มฟู
  • Melon seed extract อันนี้ขึ้นกับกรรมวิธีว่าจะได้น้ำมัน หรือ โปรตีนออกมา แต่หลักๆก็คือให้ผลเรื่องความชุ่มชื้นของผิว
  • สารสกัดจากผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่หายาก อย่าง Chokeberry (Aronia melanocarpa extract) Elderberry (Sambucus nigra extract)
  • วิตามินซี ที่ใช้เป็นรูปแบบ Ethyl ascorbyl ether ที่มีขนาดเล็ก มีความคงตัวสูง มีความเป็นกรดน้อย ให้ผลเรื่อง Antioxidant ช่วยลดการสร้างเม็ดสีผิว และเป็นส่วนหนึ่งในขั้นตอนการสร้างคอลลาเจนในผิว

สารอื่นๆก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรกับผิวเลยค่ะ แถมบางตัวยังมีประโยชน์กับผิวด้วยซ้ำ

สำหรับค่า pH นั้นอยู่ในช่วงราวๆ 4-5 ซึ่งเป็นช่วงที่สารส่วนใหญ่ในผลิตภัณฑ์คงตัวค่ะ

 

lab 7

 

ตัวที่สองเป็นตัว Serum Whitening bomb

 

lab 8

 

มาในรูปแบบน้ำนม กลิ่นหอมละมุนเช่นกัน ตัวเซรัมนี้มีความหนืดมากกว่าตัว Booster เล็กน้อยค่ะ

lab 11-1

 

สำหรับส่วนผสมนั้นเป็นดังนี้

 

lab 9

 

จากส่วนผสมจะเห็นว่าส่วนใหญ่จะคล้ายกับตัว Booster แต่ลำดับของสารจะต่างกัน เช่น ลำดับของ Ethyl ascorbyl ether จะอยู่ที่ลำดับต้นๆกว่า และ ลำดับของ Niacinamide จะอยู่หลังกว่าตัว Booster

ส่วนที่เพิ่มเข้ามาคือ

  • Biosaccharide gum-1 ซึ่งคาร์โบไฮเดรตที่ได้จากการหมักจุลินทรีย์ ประกอบด้วยน้ำตาล 3 โมเลกุล คือ Galacturonic acid, L-Fucose และ D-Galactose มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวได้ค่อนข้างนาน สารนี้มีคุณสมบัติก่อฟิล์มให้ความรู้สึกชุ่มชื้นนุ่มนวล ไม่เหนอะหนะ ไม่มัน และมีรายงานว่าช่วยลดการอักเสบ ป้องกันการแพ้ได้ (Fucogel จาก Solabia)
  • Adenosine มีคุณสมบัติที่ดีในด้านริ้วรอย และการส่งเสริมการทำงานของผิว

สำหรับค่า pH นั้นอยู่ในช่วงราวๆ 4-5 เหมือนตัว Booster ค่ะ

 

lab 13

 

ส่วนตัวสุดท้ายจะเป็นตัวครีม มีชื่อว่า Intensive cream whitening bomb ค่ะ

lab 14

 

เนื้อครีมจะค่อนข้างเบา ให้ความชุ่มชื้นสูง แต่ไม่เหนอะหนะ และไม่หนักผิวเกลี่ยค่อนข้างง่าย มีกลิ่นละมุนเช่นกัน

 

 

สำหรับส่วนผสมนั้นเป็นดังนี้ค่ะ

 

lab 16

 

มีการเปลี่ยนแปลงลำดับของสารเล็กน้อย โดยเน้นกลุ่มน้ำมันมากขึ้น ตัวชูโรงคือตระกูลมะกอก และแมคคาเดเมีย

สารที่เพิ่มเข้ามาคือ

  • Panthenol หรือ โปรวิตามินบี 5 มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้นและลดการอักเสบในผิว
  • Trehalose เป็นน้ำตาลชนิดพิเศษ ที่มีคุณสมบัติดูดน้ำให้ผิว เพิ่มความชุ่มชื้น น้ำตาลนี้สามารถปกป้องรักษาเซลล์ผิวจากความแห้งได้ยาวนาน
  • โปรตีนนม (Milk protein) ที่ให้ผลเด่นเรื่องความชุ่มชื้น กับ เคลือบผิวให้ดูเรียบเนียน

สำหรับค่า pH นั้นอยู่ในช่วงราวๆ 5 – 6 ค่ะ

 

lab 19

ให้คะแนนกัน

  1. กลุ่มสารออกฤทธิ์ หรือ Active ingredients สารที่เป็นเสมือน Key note player ของไลน์ จะเป็นตัววิตามินบี 3 วิตามินซี เมื่อสองตัวนี้มาเจอกันจะช่วยผสานกันในการเป็น Whitening และช่วยเรื่องริ้วรอย และความแข็งแรงของ Barrier ผิวได้ กับสารสกัดจาก Berry หายาก อย่าง Chokeberry และ Elderberry ซึ่งนอกจากวิตซี ยังมีสารสีกลุ่ม Anthocyanin ที่เป็น Antioxidant ที่ดี ให้กับผิว ในแต่ละชิ้นยังมีสารอื่นๆเสริมเข้ามา เช่น ตัว Booster จะโดดเด่นด้วยน้ำมันจากพืชหายาก ตัว Serum มี Biosaccharide gum-1 และตัวครีมที่เสริมสารเติมน้ำเข้ามา โดยรวมถือว่า ทำได้ดีในการเป็นไวท์เทนนิ่ง เพราะออกฤทธิ์อยู่ที่ 2 ขั้นตอน ตั้งแต่การสร้างเม้ดสี และป้องกันไม่ให้เม็ดสีที่สร้างเสร็จออกมาข้างนอก จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. กลุ่มเนื้อผลิตภัณฑ์ หรือ Base ทั้ง 3 ตัวมาในรูปแบบของ Emulsion ที่ประกอบด้วย น้ำ น้ำมัน และซิลิโคน สารที่ใช้ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรกับผิว มีสารดูดน้ำให้ผิว มีสารไขมันจากธรรมชาติที่สามารถทดแทนไขมันในผิวได้ และมีสารเคลือบผิวรักษาความชุ่มชื้น จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  3. กลุ่มสารปรุงแต่ง หรือ Additives สารที่ใช้ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรกับผิว เลยไม่รู้จะหักคะแนนอะไร เลยขอให้ 5 ฟลาสก์
  4. การใช้งาน ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบตัว Booster เพราะเอามาใช้งานได้กว้าง หลากหลาย เอามาเช็ดก็ได้ เอามาตบๆ หรือจะเอามาทาเป็นตัวหลักเลยก็ได้หมด ส่วนตัว Serum และ ครีม ก็ให้สัมผัสได้ค่อนข้างดีเช่นกัน สิ่งที่สัมผัสได้ก่อนเลยคือเรื่องความชุ่มชื้น ดูเหมือนจะได้เรื่องความเรียบเนียนเข้ามาด้วย ส่วนเรื่องสีผิวไม่สม่ำเสมอนั้นยังไม่ได้ชัดเจนมาก ค่อยเป็นค่อยไปค่ะ จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์

 

คะแนน

จบแล้วค่าาา ขอบคุณทุกๆท่านที่ติดตามมาจนจบนะคะ พบกันใหม่โอกาสถัดไป สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ

 

เดี๋ยวนี้ในไทยเขาก็มีบริษัทนำเข้ามาแบบถูกต้องแล้วนะคะ ลองไปดูกันเล่นๆได้ที่ https://www.facebook.com/labstory.thai ได้เลยค่ะ

 

Disclaimer/Conflict of interest: ผลิตภัณฑ์ได้รับเป็นของขวัญจากเพื่อนที่เกาหลี (Consumer-reviewed)

 

 

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมมาสค์หน้าสูตรธรรมชาติจากประเทศกรีซ Apivita express beauty

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมมาสค์หน้าสูตรธรรมชาติจากประเทศกรีซ Apivita express beauty

วันนี้มี่เอามาสค์จากแบรนด์ Apivita ซึ่งเป็นแบรนด์เครื่องสำอางจากธรรมชาติแบรนด์ใหญ่แบรนด์หนึ่งของประเทศกรีซมาฝากกันค่ะ

แบรนด์นี้เป็นแบรนด์เครื่องสำอางธรรมชาติ มีผลิตภัณฑ์อยู่หลายอย่างเหมือนกันค่ะ ตั้งแต่ Cleansing จนไปถึงบำรุง ซึ่งแบรนด์เองเคลมว่าใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติอย่างน้อยตั้งแต่ 85% ไปจนถึง 100% เลยทีเดียวค่ะ ที่สำคัญคือทางแบรนด์ยังเคลมอีกว่า ไม่ใส่ silicones, parabens, mineral oil, propylene glycol, polycyclic musks, nitromusks, phthalates รวมไปถึงสารอื่นๆที่มีผลเสียต่อสุขภาพหรือสิ่งแวดล้อมด้วยค่ะ แบรนด์นี้มีวางจำหน่ายในห้างสรรพศินค้าชั้นนำหลายประเทศ เช่น กรีซ สเปน ออสเตรเลีย ฮ่องกง ญี่ปุ่น สิงคโปร์ อเมริกา เบลเยี่ยม เนเธอร์แลนด์ และในอีกหลายประเทศ

กลับมาที่ตัวมาสค์ของเราค่ะ

ตัวมาสค์จะทำมาในรูปแบบซองๆ กล่องหนึ่งมีอยู่ 12 ซอง ซองละ 8 ml นะคะ

ตัวที่มี่ได้มาเป็นมาสค์หน้า 5 สูตร และมาสค์ใต้ตา 1 สูตรนะคะ

มาดูโฉมหน้ากันนิดนึง

api 1

เริ่มกันที่มาสค์หน้านะคะ

สูตรองุ่น: เน้นไปที่ด้านการลดริ้วรอย และยกกระชับ ในส่วนผสมมีการเสริมสารที่มีมูลค่า ในตระกูล Lipoaminoacid อย่าง Dipalmitoyl hydroxyproline ที่ให้ผลดีด้านการยกกระชับ และลดริ้วรอยด้วย

สูตรส้ม: เน้นไปที่ความกระจ่างใส Glow and Radiance

สูตร Pink Clay: เน้นเรื่องการ Detox และ ทำความสะอาดอย่างล้ำลึกถึงรูขุมขน ด้วยส่วนผสม Clay ที่ให้ผลดูดซับสารพิษ

สูตรทับทิม: เน้นการฟื้นฟูและปรับสภาพผิวเพื่อความกระจ่างใส

สูตร Sea lavender: เน้นเติมน้ำและลดการอักเสบในผิว

มาสค์ในแบรนด์นี้จะทำเป็นมาสค์แบบล้างออก หรือ Wash-off mask นะคะ ทาหนาๆ ทิ้งไว้ประมา 10 นาที ก่อนไปล้างออกค่ะ

ส่วนมาสค์รอบตา จริงๆทางแบรนด์ก็มีหลายสูตรค่ะ

ส่วนตัวที่มี่ได้มาเป็น สูตรแปะก๊วย ที่ว่ากันว่าให้ผลดีเรื่องรอยคล้ำ และรอยบวมใต้ตาเลยหล่ะค่ะ

ทั้งนี้เพราะสารสกัดจากใบแปะก๊วยนั้น นอกจากเป็น Antioxidant ให้ผลชะลอวัย ชะลอการเกิดริ้วรอยใหม่แล้ว สารยังมีผลช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือด จึงมีผลลดรอยคล้ำและรอยบวมใต้ตาได้ด้วยค่ะ

และยังเสริมด้วยสารกลุ่ม Flavonoid ที่มีมูลค่าอย่าง Escin ที่ช่วยให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง ตาไม่คล้ำง่าย และมีสาร Lipoamino acid ด้วยเช่นเดียวกัน

ในส่วนของเนื้อ ก็จะเป็นเนื้อครีม มีความหนืดค่อนข้างสูง กลิ่นหอมอ่อนๆดูเป็นธรรมชาติ เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย จะเคลือบผิวไว้ให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า Occlusive effect ที่มีผลผลักวิตามินและสารบำรุงอื่นๆเข้าสู่ผิวค่ะ

หลังจากครบเวลาก็ไปล้างออก มาสค์นี้เราสามารถล้างด้วยน้ำเปล่าอุ่นๆ ได้เลยค่ะ เพราะนางล้างออกง่ายมาก หลังล้างผิวจะค่อนข้างนุ่มและชุ่มชื้น เหมือนมาสค์ตามคลินิกเสริมความงาม หรือพวกสปาเลยหล่ะ

 

เนื้อมาสค์จะค่อนข้างคล้ายๆกันนะคะ จะมีก็สูตร Pink clay ที่ให้สัมผัสที่ต่างออกไป

สำหรับสูตร Pink clay เนื้อจะประมาณ Clay mask โคลนพอกหน้าค่ะ

เป็นโคลนที่บางเบา และเกลี่ยง่ายสุดตั้งแต่ใช้ Clay mask มา

api pink clay

ส่วนผสมหลักของมาสค์จะค่อนข้างคล้ายกันนะคะ ตัวที่มี่ยกมาเป็นตัวแทนในการวิเคราะห์ คือ มาสค์หน้าสูตรทับทิม

ส่วนผสมค่ะ

สผส มาสค์ทับทิม

แบรนด์ Apivita นั้นจัดเป็นเครื่องสำอางธรรมชาติ เน้นไปที่กลุ่มของพืชที่ได้จากการปลูกแบบออร์แกนิก เป็นส่วนใหญ่เลยค่ะ อย่างน้ำชาที่เขาใส่ก็เป็นน้ำที่ชงจากใบชาที่ปลูกแบบออร์แกนิกนะคะ เอามาใช้แทนน้ำส่วนที่เป็น Base หรือ Vehicle เลยทีเดียว ซึ่งน้ำชาเองนอกจากสารในกลุ่มแทนนินที่มีประโยชน์ต่อผิวหนังแล้ว ยังมีสาร antioxidant อยู่ด้วยค่ะ

จากส่วนผสมมี่ได้ทำแถบสีไว้ให้นะคะ สีเขียว จะเป็นกลุ่มของสารบำรุงผิว หรือ Active ingredients นะคะ ซึ่งก็มีหลายตัวเลย ได้แก่
1. กลุ่มวิตามิน ที่มีในส่วนผสมจะมีทั้ง วิตามินเอ ซี อี และบี 5 ซึ่งให้ผลโดยรวมกับผิวได้ค่อนข้างรอบด้าน ตั้งแต่ด้านชุ่มชื้น ลดอักเสบ ต่อต้านอนุมูลอิสระ ไปจนถึงด้านริ้วรอยและผิวขาว
2. กลุ่มน้ำตาล ได้แก่ Sorbitol, Mannitol และน้ำผึ้ง ที่ให้ผลเรื่องความชุ่มชื้นเป็นหลัก
3. กลุ่มสารสกัด สำหรับสูตรทับทิมนั้นก็จะมีชาเขียว และ ทับทิม ซึ่งให้ผลด้านการชะลอวัย ป้องกันริ้วรอยใหม่และลดริ้วรอยเก่า รวมถึงมีสารในกลุ่มแทนนิน ที่ให้ผลเรื่องกระชับรูขุมขนได้ด้วย

สีน้ำตาลเป็นกลุ่มของน้ำมันตามธรรมชาติที่คืนไขมันทดแทนให้แก่ผิวเพื่อเพิ่มส่งเสริมให้ผิวเรากักเก็บความชุ่มชื้นได้ดีขึ้น

สารองค์ประกอบอื่นๆที่ใช้ก็เป็นมิตรทั้งกับผิวหนังและสิ่งแวดล้อมทุกตัว

และสารบางตัวเองก็มีประโยชน์เสริมให้กับผิวได้อีก

ถึงเวลาให้คะแนนกันแล้วค่ะ
1. สารบำรุง หรือ Active ingredients

แต่ละสูตรจะมีส่วนผสมของสารบำรุงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว บางสูตรก็ใช้วัตถุดิบที่ดูโดดเด่นและดูมีคุณค่า ส่วนบางสูตรก็เน้นไปที่ธรรมชาติ มาด้วยสารสกัดจากพืช Organic ล้วนๆ เรียกได้ว่า อยากดูแลผิวด้านไหนก็เลือกสูตรนั้นกันไปเลย แต่สิ่งที่อยากบอกก็คือว่า ในสูตรๆหนึ่ง ไม่ได้ให้ผลด้านการบำรุงแค่อย่างเดียวนะคะ แต่ให้ผลหลายๆด้านไปพร้อมกัน อย่างสูตรทับทิมที่มี่ยกมาให้ดู เรียกได้ว่าบำรุงกันครอบจักรวาลไปเลยค่ะ ในจุดนี้ก็ไม่มีอะไรให้หักคะแนนค่ะ

2. เนื้อหลัก หรือ Base เป็นรูปแบบครีมที่ให้ผลเคลือบผิวได้ดี สร้างสภาวะที่เรียกว่า Occlusive ได้เยอะ เมื่อเกิดภาวะ Occlusive ผิวเราจะมีความชื้นเพิ่มสูงขึ้น ทำให้การทำงานต่างๆในผิวดีขึ้น ที่สำคัญคือไม่มี Alcohol และ Silicone เลยค่ะ ขอให้ 5 ฟลาสก์

3. สารปรุงแต่ง หรือ Additives มีส่วนผสมของพวกสารทำเนื้อครีม (Emulsifier) สารเพิ่มความหนืด สารก่อฟิล์มบนผิว สารกันเสีย สารแต่งกลิ่น และเม็ดสีเท่านั้น ทุกตัวไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรกับผิว เลยไม่รู้จะหักคะแนนอะไร จึงขอให้ 5 ฟลาสก์

4. การใช้งาน ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบสัมผัสของเนื้อครีม เพราะกลิ่นค่อนข้างละมุน ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เวลามาสค์ถ้าเอาไปแช่เย็นก่อนแล้วค่อยมาละเลงบนหน้า ลงไปนอนบนเตียงนุ่มๆ หลับตาพักซักแป๊บนึง เรียกได้ว่าหายเหนื่อยเลยหล่ะ พอไปล้างออกก็จะได้สัมผัสที่นุ่ม เนียน และผิวดูเรียบละเอียดขึ้น ถ้าใช้กลางคืน เช้ามาก็จะลากรองพื้นได้เนียนมากขึ้น ไม่เป็นเส้นและไม่ทิ้งคราบค่ะ จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์[/left]

คะแนน

สำหรับวันนี้ต้องขอขอบคุณทางเพจ Skin dip ด้วยนะคะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆจากแบรนด์ Apivita มาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางเพจ Skin dip โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/Skin-Dip-267169553621403

หรือ

IG: skin.dip

LineID: s.matika

 
Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางเพจ Skin dip

 

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมแบบจัดเต็ม กันแดดเนื้อมูสและกันแดด Cushion จากแบรนด์ Jewels

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมแบบจัดเต็ม กันแดดเนื้อมูสและกันแดด Cushion จากแบรนด์ Jewels

สวัสดีค่ะพี่ๆน้องๆเพื่อนๆห้องแป้งที่น่ารักทุกๆท่าน

วันนี้มี่นำเอากันแดดเจ๋งๆสวยๆฝีมือคนไทยมารีวิวให้ชมกันอีกแล้วค่ะ

กับกันแดดแบบมูส และ Cushion จากแบรนด์ Jewels ซึ่งเป็นแบรนด์ของเภสัชกร ควบคุมและดูแลโดยเภสัชกรค่ะ

เห็นกล่องแล้วก็แบบว่า ดูหรูหราสมชื่อแบรนด์จริงๆค่ะ

jewels 1

มาเริ่มดูที่ตัวเนื้อมูสก่อนเลยนะคะ

นางจะมาในหลอดมุ้งมิ้งฝาหลอดทำมาเป็นอัญมณีดูหรูหราเลอค่าค่ะ

jewels 2

ในส่วนของเนื้อนั้น มาเป็นเนื้อมูส สีเนื้อ เพราะไม่ได้ใส่น้ำหอมเลยมีกลิ่นวัตถุดิบอยู่จางๆค่ะ ก็ดูธรรมชาติดี ดมไปดมมาก็แอบคล้ายชอคโกแลต ผสมกาแฟ (หรือฉันหิว)

เวลาเกลี่ยตัวนี้จะเกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ให้สัมผัสแห้งๆคล้ายมาร์ชแมลโลว์ แห้งไวนะคะ อย่ารีบลงทั้งหน้า ค่อยๆแต้ม ค่อยๆเกลี่ยไปค่ะจะได้ความเนียนที่มากกว่า ทาแล้วไม่ปื้น ไม่วอก ค่ะ ทากับไม่ทา มีความขาวต่างกันเล็กน้อยเองค่ะ

 

ตรงนี้ก็เป็นคำเคลมที่ด้านหลังกล่องค่ะ

jewels 3

อีกตัวจะมาในแบบ Cushion ค่ะ จะว่าไปเราไม่ค่อยได้เห็นกันแดดแบบ Cushion กันมากเท่าไหร่นักเนอะ เท่าที่มี่ตามตลาดมา มี่เห็นของแบรนด์นี้ กับ แบรนด์เกาหลีอย่าง A’PIEU และ The Face Shop ค่ะ

มาในกล่องสีขาวดูหรูหรา เลอค่าเช่นกันค่ะ

jewels 10

ตัว Cushion ทำมาได้ค่อนข้างแน่นหนา ดูคงทน ไม่เปราะหักง่าย นี่ทำหล่นมา 2 ที ยังภาพดีอยู่ค่ะ มีความหรูหราแต่เรียบง่าย

เนื้อครีมมีความละเอียด และบางเบามาก

jewels 6

มีคุณสมบัติปกปิดได้ด้วย เอามาใช้เป็นเบส หรือ BB เลยก็ว่าได้ค่ะ

แสงสด

jewels 7

แสงแฟลช

jewels 8

จะได้ความโกลวอยู่เล็กๆค่ะ ตัว Cushion นี่จะเด่นกว่าตัวมูสอยู่ตรงที่ เวลาทาเราจะได้สัมผัสที่เย็น และสบายผิว กับเราสามารถเอามาเติมระหว่างวันได้เมื่อไหร่ก็ได้ที่ต้องการ เช่น อยู่กลางแดดนานๆ เหงื่อออกมาก ขับรถแล้วร้อน หน้าเยิน หน้าไหล รองพื้นเยิ้ม ฯลฯ โบกเลยค่ะ เมคอัพจะเฟรชขึ้นมาทันที

ไม่ค่อยเจอกันแดดที่เติมระหว่างวันได้ง่ายๆแบบนี้เนอะ

แต่ส่วนตัวมี่ว่า ตัวกันแดดเป็นชนิดกายภาพ ถ้าเราเหงื่อออกไม่มาก ไม่ไปล้างไปเช็ด มันก็ไม่เสื่อมหรอกค่ะ ติดอยู่ตรงหน้านั่นหล่ะ ไม่ต้องเติมยังได้
ทั้งสองตัวส่วนผสมหลักจะคล้ายกัน มี่เลยขอเลือกตัวกันแดดมูส มาวิเคราะห์นะคะ

ส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

สผส jewels

 

มี่ได้ทำ Highlight ด้วยสีไว้แล้วค่ะ

 

ปกติเราแบ่งส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็น 3 หมวดหลักๆ คือ

  1. Actives หรือ สารออกฤทธิ์ เป็นสารที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติพิเศษต่างๆ
  2. Base หรือ ส่วนเนื้อของผลิตภัณฑ์ เป็นตัวพยุงสารออกฤทธิ์ และนำพาไปสู่ผิวหนัง
  3. Additives หรือ ส่วนของสารเติมแต่ง เป็นตัวเติมแต่งให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าใช้ มีความปลอดภัย เช่น พวกสารกันเสีย พวกน้ำหอม พวกซิลิโคน ตัวเพิ่มความหนืด ฯลฯ

 

เรามาดูไปทีละส่วนกันเลยนะคะ

  1. Actives ขอแบ่งเป็นสารกันแดด กับ สารบำรุงอื่นๆนะคะ ได้แก่
    • สารกันแดด ใช้ Titanium dioxide และ Zinc oxide ซึ่งเป็นกันแดดชนิดกายภาพ พวกนี้อาศัยการสะท้อนและกระเจิงแสงออกไปโดยที่ตัวมันเองจะมีความคงตัวสูงมาก ไม่เสื่อมสลายไปตามเวลา เว้นแต่เหงื่อออกมาก หรือไปล้างไปเช็ดมันออกมา
    • สารบำรุงอื่นๆ มีอยู่หลายตัวเหมือนกันค่ะ ได้แก่
    • Arbutin เป็นสารที่ออกฤทธิ์ลดการสร้างเม็ดสีผิว ป้องกันไม่ให้สีผิวเข้มขึ้นหลังจากโดนแดด
    • Ascorbyl glucoside อนุพันธ์น้ำตาลของวิตามินซี มีความเป็นกรดน้อย ระคายเคืองน้อย ซึมเข้าผิวได้ดี มีความคงตัวสูง ให้ประโยชน์เป็น Antioxidant ช่วยดักจับอนุมูลอิสระที่เกิดจากรังสี UV ที่หลุดรอดเข้ามา และความเครียดในแต่ละวัน นอกจากนี้ยังช่วยลดการสร้างเม็ดสีผิว และเป็นส่วนหนึ่งในขั้นตอนการสังเคราะห์คอลลาเจน
    • Centella asiatica leaf extract คือ สารสกัดจากบัวบก สารสกัดจากบัวบก บัวบกเป็นพืชที่มีรายงานถึงฤทธิ์ทางชีวภาพไว้ค่อนข้างเยอะ ฤทธิ์ทางชีวภาพของบัวบกได้แก่ ฤทธิ์กระตุ้นการสมานแผล กระตุ้นการทำงานของเซลล์ Fibroblast กระตุ้นการสังเคราะห์ Collagen และ Fibronectin ในผิว ลดริ้วรอยที่เกิดก่อนวัย (เรียกริ้วรอยก่อนวัยว่า Photoaging) (Postepy Dermatol Alergol. 2013; 30(1):46-9.) และ ปกป้องผิวไม่ให้ถูกทำลายโดยรังสี UV (Int J Mol Med. 2012; 30(5):1194-202.)
    • Niacinamide ที่เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 3 มีรายงานว่า สารตัวนี้สามารถเป็น Whitening ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ โดยไปรบกวนการส่งผ่านของเมลานินที่สร้างเสร็จแล้ว ลดการอักเสบในผิว เพิ่มการไหลเวียนเลือด ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวโดยไปกระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า และยังเป็น Antioxidant ด้วย (Int J Cosmet Sci 2005; 27:255–261)
    • Camellia sinensis leaf extract สารสกัดจากใบชาเขียว มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant ที่ดี มีรายงานวิจัยอยู่ค่อนข้างมาก เช่น ช่วยลดริ้วรอย เพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผิว (Dermatol Ther. 2013;26(3):267-71.) และยังมีรายงานถึงคุณสมบัติในการสมานแผล (Evid Based Complement Alternat Med. 2013;2013:386734.) สารประกอบกลุ่ม Polysaccharide ที่พบในชาช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV ได้ และสารประกอบกลุ่ม Polyphenol ยังช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีได้ (J Agric Food Chem. 2009;57(17):7757-62.)
    • Sodium hyaluronate ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว
    • Tocopherol คือ วิตามินอี มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant แต่ส่วนมากจะให้ผลแค่ปกป้องสารในผลิตภัณฑ์ไม่ให้เสื่อมสภาพ
    • Glycyrrhiza glabra root extract สารสกัดจากชะเอมเทศ มีรายงานเกี่ยวกับคุณสมบัติในการยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ลดการสร้างเมลานินช่วยให้สีผิวจางลง มีฤทธิ์เป็น Antioxidant และช่วยปกป้องเซลล์ผิวจากอันตรายจากเปอร์ออกไซด์ในร่างกาย ( 2014; 19(7):9101-13.) มีคุณสมบัติเป็น Anti-inflammatory เมื่อใช้ในโรคผิวอักเสบแบบ Atopic จะช่วยลดอาการคัน บวม และแดงได้ (J Dermatolog Treat. 2003; 14(3):153-7.)
    • Tourmaline หินอัญมณีชนิดหนึ่งมีสีชมพู มีรายงานการวิจัยกล่าวว่าหินนี้สามารถปลดปล่อยรังสี Far-Infrared (FIR) ที่มีคุณสมบัติกระตุ้นการไหลเวียนเลือด และเพิ่มการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนของเซลล์ผิวได้ (J Cosmet Sci. 2002;53(3):175-84.)
    • Lepidum sativum sprout extract สารสกัดจาก Garden cress ไม่มีข้อมูลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับผิวหนัง ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบบอกว่า มีประโยชน์ในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ต่อต้านอนุมูลอิสระ และลดเลือนริ้วรอยได้ สามารถยับยั้งการทำงานของฮอร์โมน Melanocyte stimulating hormone (MSH) ที่ทำหน้าที่กระตุ้นให้เซลล์เมลาโนไซต์ที่มีหน้าที่สร้างเมลานินทำงานได้ดีขึ้น เมื่อไปยับยั้ง MSH ก็จะทำให้เซลล์เมลาโนไซต์ทำงานได้ลดลง ผิวจึงขาวขึ้น
    • Dimethoxy chromanyl palmitate มีชื่อทางการค้าว่า Chromabright ข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่าสารนี้ให้ผลเป็น Whitening และช่วยต่อต้านการแก่ก่อนวัย (Photoaging)
  2. Base มาในรูปแบบของอิมิลชั่นเนื้อมูส ประกอบด้วยน้ำ น้ำมัน และซิลิโคน ดังนี้

2.1 ส่วนของน้ำ ได้แก่ น้ำ, Propylene glycol, Glycerin

2.2 ส่วนของน้ำมัน ได้แก่ Isopropyl myristate, Glyceryl monostearate, Cetyl alcohol, Stearyl alcohol, Diethylhexyl carbonate, Lecithin ที่มีหลายหน้าที่ ทั้งเพิ่มความชุ่มชื้น ทดแทนไขมันในผิวหนัง และอาจจะทำหน้าที่สร้าง Liposome

2.3 Silicones ได้แก่ Cyclomethicone ที่เป็นซิลิโคนบางเบาระเหยได้ ไม่เหนอะหนะ, Cethyl dimethicone ที่เป็นซิลิโคนจับกับสายไขมัน เข้ากับน้ำมันได้ดีจึงไม่ขัดขวางการหลั่งน้ำมันตามธรรมชาติ

  1. Additives ได้แก่
    • สารกันเสีย คือ Phenoxyethanol
    • Magnesium stearate เพิ่มการเกาะติดผิวของสารกลุ่ม Pigment
    • Sodium chloride มีหลายหน้าที่
    • สารแต่งสี ได้แก่ CI19140 คือ Yellow number 5 เป็นสีละลายน้ำ มีสีเหลือง และ CI14720 คือ เป็นสีละลายน้ำ มีสีแดง

ถึงเวลาให้คะแนน
1. กลุ่มสารออกฤทธิ์ เรียกได้ว่ามาค่อนข้างครบ เพราะไม่ใช่แค่ใช้กันแดดกายภาพที่เน้นสะท้อนรังสี UV ทิ้งไป ยังมีสารในกลุ่ม Antioxidant สารลดการอักเสบ ยังมีสารที่ให้ความชุ่มชื้น และช่วยเรื่องไวท์เทนนิ่งได้ ในส่วนของ Tourmaline ที่ใส่มา ใครจะไปคิดว่ามีงานวิจัยรองรับว่าสามารถเพิ่มการไหลเวียนของเลือด และกระตุ้นทำงานของเซลล์ผิวได้จริง โดยรวมถือว่าค่อนข้างครบสำหรับการเป็นกันแดดดีๆตัวนึง ให้ 5 ฟลาสก์

2. กลุ่มเนื้อผลิตภัณฑ์ สารที่ใช้หลายตัวให้สัมผัสที่ค่อนข้างบางเบา สารไขมันบางตัวให้คุณสมบัติบำรุงผิวได้ บางตัวให้สมบัติเคลือบปกป้องผิวกันน้ำระเหย และมีส่วนผสมของสารดูดน้ำให้ผิว โดยรวมถือว่ามีอยู่ ไม่มี Alcohol แต่ส่วนผสมของ Isopropyl myristate นั้นอาจจะอุดตันรูขุมขนได้ในบางราย แต่ทางแบรนด์เองก็ได้ทดสอบแล้วว่าไม่เกิดการอุดตันในอาสาสมัคร แต่เพื่อความยุติธรรม เลยต้องขอหักคะแนน ได้ไป 4 ฟลาสก์

3. กลุ่มสารอื่นๆ ใส่มาเท่าที่จำเป็นจริงๆ มาแบบ The less is the more น้อยๆสิดี อัตราเสี่ยงต่อการเกิดการไม่พึงประสงค์ก็น้อยกว่าอันที่มาเยอะๆ สารไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรก็เลยไม่มีอะไรให้หักคะแนน ได้ไป 5 ฟลาสก์

4. การใช้งาน ตัวกันแดดมาในเนื้อแบบมูส ที่เกลี่ยง่าย แห้งไว ไม่เป็นปื้นขาว ไม่วอก ให้ลุคที่ matte สามารถแต่งหน้าทับได้เลย ถ้าใครที่ใช้ Primer ด้วย มี่แนะนำให้ลง Primer ก่อน ค่อยลงกันแดดตัวนี้ จะทำให้เกลี่ยกันแดดได้สมูทขึ้นเยอะค่ะ ส่วนเรื่องการกันแดด จากที่ลองมาได้เกือบๆ 2 อาทิตย์ ก็ถือว่าทำมาได้ดีนะคะ ในส่วนของแพคเพจเองก็หรูหรา โดยเฉพาะตัว Cushion ที่ทาแล้วจะให้สัมผัสเย็นๆ เติมทับกี่ครั้งก็ได้ในระหว่างวัน แถมยังให้เมคอัพดูเฟรชตลอด คือ ค่อนข้างประทับใจค่ะ Cushion นี่มีต่อตลับที่สองแน่ๆ เอาไปเลยค่ะ 5 ฟลาสก์

คะแนน

สำหรับวันนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ Jewels ด้วยนะคะที่ส่งสินค้าดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบค่ะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางเฟสบุคของแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

Facebook Page : jewelsaesthetic

https://www.facebook.com/jewelsaesthetic

 

อ้อ และ ผลิตภัณฑ์มีจำหน่ายที่ร้าน eveandboy สยามสแคว์,Z-pell รังสิต, Beautrium สยามสแควร์, Lashes ทุกสาขา, Stardust ทุกสาขา, เจ้เล้ง ดอนเมือง, ร้านขายยาบางร้าน ไปลองเล่นก่อนตัดสินใจได้ค่ะ

Disclaimer/Conflict of interest: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Jewels

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสม ครีมเจลและเจลล้างหน้าในกลุ่ม Acniover แบรนด์เวชสำอาง Martiderm จากสเปน

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสม ครีมเจลและเจลล้างหน้าในกลุ่ม Acniover แบรนด์เวชสำอาง Martiderm จากสเปน

วันนี้มี่จะมารีวิววิเคราะห์ส่วนผสมเจลครีม Creamigel ใน Line ดูแลสิวที่มีชื่อว่า Acniover จาก Martiderm เวชสำอางจากสเปนให้ชมกันค่ะ

ในไลน์ Acniover นี้ มีผลิตภัณฑ์อยู่ 2 อย่างเป็นตัวล้างหน้า และ Creamigel ค่ะ

มาเริ่มกันที่ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าก่อนดีกว่านะคะ มีชื่อว่า Gel purificante ค่ะ

หน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ

wash 1

ตัวนี้เป็นเจลใสสีเขียว กลิ่นแอปเปิ้ล ที่ค่อนข้างอ่อนโยนกับผิวค่ะ

ถูกับน้ำแล้วจะมีฟองอยู่ค่อนข้างน้อยแต่ฟองละเอียดเหมือนครีม มีความลื่นอยู่ในระดับหนึ่ง ทำให้เราละเลงบนหน้าได้ง่ายดี และล้างออกง่ายหมดจด ไม่ทิ้งความมัน หรือความเมือกไว้บนผิวเลยค่ะ

น่าจะเหมาะกับผิวมัน เพราะประสิทธิภาพในการทำความสะอาดค่อนข้างดีเลยทีเดียว

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

ส่วนผสม wash

จากส่วนผสมจะมีพวกสารทำความสะอาดอยู่หลายตัวหลายกลุ่มค่ะ

โดยสิ่งที่โดดเด่นออกมา คือ สารทำความสะอาดจากธรรมชาติ ที่ใช้เป็นสารสกัดจาก Acacia concinna Fruit Extract, Balanites aegyptiaca Fruit Extract และ Gypsophila paniculata Root Extract ซึ่งไปตรงกับวัตถุดิบที่ชื่อ Phytofoam® ของบริษัท Croda สารนี้เป็นสารทำความสะอาดกลุ่ม Saponin ที่มีความอ่อนโยน และทำให้ฟองละเอียดคล้ายครีม

สารทำความสะอาดหลักได้แก่ Glycereth-26, PEG-120 Methyl Glucose Trioleate, Sodium Lauroyl Sarcosinate และ Caprylyl/Capryl Glucoside ซึ่งทุกตัวมีความอ่อนโยนสูง

สารคู่ผสมอย่าง Polyglyceryl-4 Caprylate/Caprate, Polyglyceryl-4 Laurate/Sabacate ตัวนี้ก็อ่อนโยน มาจากบริษัท Croda เช่นกัน มีชื่อทางการค้าว่า NatraGem™ S150 NP มีคุณสมบัติช่วยละลายสาร ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ใส มีคุณสมบัติทำความสะอาดที่ดี สามารถล้างเมคอัพและสิ่งสกปรกที่ติดค้างบนผิวได้ดี

ส่วนสารออกฤทธิ์ก็จะมีตัวชาเขียว ที่เป็น Antioxidant และ สารสกัดจาก Witch hazel ที่ช่วยควบคุมความมัน กระชับรูขุมขน ร่วมกับน้ำตาล Lactitol และ Xylitol ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ซึ่งไปตรงกับวัตถุดิบที่ชื่อ Hairspa ของบริษัท Sederma ที่มี claim เกี่ยวกับการเพิ่มความแข็งแรงของเชื้อจุลชีพเจ้าบ้านบนผิว (Skin normal flora) ที่เมื่อมีความแข็งแรงก็จะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ผิวได้ และป้องกันการเจริญของเชื้อโรคต่างๆ (วัตถุดิบนี้จริงๆทำมาเกี่ยวกับเส้นผม แต่สามารถประยุกต์ใช้กับผิวได้)

สารอื่นๆก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรกับผิว

เดี๋ยวค่อยให้คะแนนทีเดียวตอนท้ายนะคะ

ส่วนอีกตัวเป็นตัว Cremigel ค่ะ

มาดูหน้าตาผลิตภัณฑ์ซักหน่อยนะคะ

acni 1

เนื้อเป็นเจลขุ่นๆ สมกับชื่อ Cremigel ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เกลี่ยค่อนข้างง่าย ไม่เหนอะหนะ ก่อฟิล์มบางๆเคลือบผิวไว้ ให้ผลควบคุมความมันและอำพรางรูขุมขนไปในตัว

 

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

ส่วนผสม

สผส

ในส่วนผสมค่อนข้างเรียบง่าย ซึ่งจุดเด่นอยู่ที่

สูตรผสมของ Salicylic Acid, Polydextrose, Dextrin, Amylopectin และ Niacinamide

ไปตรงกับวัตถุดิบที่ชื่อ Biogenic Sallic-210 ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ทางเครื่องสำอางจากบริษัท Biogenics ในการเก็บกักเอา Salicylic acid ไว้ในเปลือกแคปซูลของพวก Polysaccharide อย่าง Polydextrose, Dextrin, Amylopectin มีผลเพิ่มการละลายน้ำ เพิ่มการดูดซึมเข้าสู่ผิว ลดการระคายเคือง และเพิ่มประสิทธิภาพในการออกฤทธิ์

ดังรูปค่ะ

technology

(Image from Biogenics Inc.)

ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบกล่าวว่า สารนี้ให้ผลที่ดีในการฆ่าเชื้อก่อสิว และเชิ้อแบคทีเรียอื่นๆ ลดการเกิดสิว และความรุนแรงของสิวในอาสาสมัคร ให้ผิวขาว และช่วยผลัดเซลล์ผิว
นอกจากนี้แล้ว ทางแบรนด์ยังเติม Niacinamide เพิ่มเข้ามาอีก โดยรวมแล้วในผลิตภัณฑ์มี Niacinamide อยู่ถึง 5% ซึ่งมีงานวิจัยทดสอบแล้วพบว่าให้ผลดีในการดูแลสิวได้เทียบเท่ากับตัวยา Clindamycin (Int J Dermatol. 2013;52(8):999-1004.) หมายเหตุ: ในงานวิจัย ใช้ 4%

สารออกฤทธิ์อีกตัวคือ Syringa vulgaris extract หรือ สารสกัดจาก Lilac ที่ประกอบด้วยพฤกษเคมีที่ชื่อ Verbacoside ที่มีประสิทธิภาพในการลดการอักเสบ ลดการระคายเคือง ฆ่าเชื้อสิว ควบคุมความมัน และช่วยให้ผิวขาว จึงมีผลลดรอยดำจากสิวได้อีก

ส่วนอีกสองตัวที่มีมาคือ Milk protein ที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้น และ Saccharide isomerate ที่เพิ่มความชุ่มชื้นเช่นกัน โดยสารนี้ออกฤทธิ์ได้อย่างยาวนานเพราะจับกับโปรตีน Keratin บนผิวหนัง จึงไม่ถูกชะล้างออกไปง่ายๆ

โดยรวมถือว่าทำมาได้ค่อนข้างตรงจุดกับสิวเลยโดยตรง

ส่วนของเนื้อหลักผลิตภัณฑ์เป็นเนื้อแบบ Emulgel คือ มีทั้งส่วนของน้ำ น้ำมัน และซิลิโคน
สารที่ใช้ไม่ได้มีอะไรอุดตันรูขุมขน และไม่ได้มี Alcohol เป็นส่วนประกอบ

สารอื่นๆที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร ส่วนที่มีประโยชน์ก็จะเป็นตัว Silica ที่ช่วยควบคุมมันได้อีกทางหนึ่ง

ถึงเวลาให้คะแนน

เริ่มจากตัวล้างหน้า
1. Actives จากที่ได้เล่าให้ฟังไปในด้านบน ถือว่าส่วนผสมนั้นทำมาได้ค่อนข้างดี เพราะนอกจากจะมีสารสกัดที่ช่วยเรื่องควบคุมความมันแล้ว ยังมีสารกลุ่มน้ำตาลที่ช่วยสนับสนุนการเจริญของเชื้อจุลินทรีย์เจ้าบ้าน มีผลช่วยให้ผิวแข็งแรงได้อีก จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
2. Base กลุ่มของสารทำความสะอาดที่ใช้ทุกตัวมีความอ่อนโยนมาก และเป็นชนิดที่ได้จากธรรมชาติ หรือ ดัดแปลงจากธรรมชาติ จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
3. Additives สารองค์ประกอบอื่นๆ มีอยู่เท่าที่จำเป็น ไม่มีตัวไหนมีพิษมีภัยอะไรเลยไม่รู้จะหักคะแนนอะไร จึงเป็น 5 ฟลาสก์
4. การใช้งาน ส่วนของเนื้อสัมผัสนั้นค่อนข้างนุ่มนวล ลื่น เกลี่ยง่าย ล้างได้สะอาดหมดจด เนื่องจากส่วนตัวมี่นั้นผิวค่อนข้างแห้ง เลยรู้สึกแห้งไปเล็กน้อย และเรื่องของปริมาณฟองที่ค่อนข้างน้อย มี่เป็นคนติดฟอง ถึงแม้จะรู้ว่าฟองไม่ได้เกี่ยวกับความสะอาด และความอ่อนโยน ก็ยังติดฟองอยู่ จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์

คะแนน wash

ส่วนตัวครีมเจล
1. Actives จากที่ได้เล่าให้ฟังในด้านบน ถือว่าส่วนผสมนั้นทำมาได้ค่อนข้างดี มีสารที่ให้ประโยชน์เรื่องสิวได้อย่างครบถ้วน และยังมีตัวเพิ่มความชุ่มชื้นเสริมมาอีก แต่ถ้าเป็นไปได้ น่าจะมี Antioxidant เสริมมาซักหน่อย เพื่อปกป้องน้ำมันไม่ให้ถูก Oxidize จากอนุมูลอิสระและความเครียด ก่อเป็นปัญหาผิวต่างๆตามมาภายหลัง จุดนี้จึงขอให้ 4 ฟลาสก์
2. Base เนื้อหลักผลิตภัณฑ์เป็นเนื้อแบบ Emulgel คือ มีทั้งส่วนของน้ำ น้ำมัน และซิลิโคนมีสารดูดน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว มีน้ำมันเคลือบผิวเก็บกักน้ำให้ผิว และมีน้ำมันจากธรรมชาติที่ดูดซึมได้อยู่ในรูปแบบของ Triglyceride สารที่ใช้ไม่ได้มีอะไรอุดตันรูขุมขน และไม่ได้มี Alcohol เป็นส่วนประกอบ จึงขอให้ 5 ฟลาสก์
3. Additives สารที่ใช้ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร จึงไม่มีจุดให้หักคะแนน ขอให้ 5 ฟลาสก์
4. การใช้งาน ตัวผลิตภัณฑ์ให้ผลควบคุมความมันได้ค่อนข้างดี สามารถใช้ลงแทน Primer ก่อนแต่งหน้าได้ด้วย ส่วนตัวมี่เอามาลงเป็น Primer บริเวณ T-zone ก็ให้ผลคุมมันได้จนเย็นอยู่ แต่ถ้าเอาลงที่แก้มจะแห้งเกินไปนิดนึง ส่วนเรื่องสิว เมื่อแต้มสิวลงไป ก็ช่วยให้สิวหายไวขึ้น และไม่ทิ้งร่องรอยอารยธรรมไว้มากมาย จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์

คะแนน

สุดท้ายนี้อีกครั้งอยากขอบคุณทางบริษัท Advance Aesthetic Company ที่ส่งสินค้าดีๆเพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีมาให้ได้ทดลองใช้ค่ะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่

เฟสบุคของบริษัท http://www.facebook.com/advanceaestheticthailand ได้เลยค่ะ

ขอบคุณที่ติดตามรับชมมาจนจบค่ะ

Disclaimer/Conflict of interest: ผลิตภัณฑ์ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Martiderm

 

[Beauty Talks] น้ำทำร้ายผิวได้มากกว่าที่คิด

[Beauty Talks] น้ำทำร้ายผิวได้มากกว่าที่คิด

วันนี้มาคุยกันเรื่องผลเสียของน้ำต่อผิวหนังดีกว่าค่ะ

คิดว่าหลายๆคนต้องมีประสบการณ์แช่น้ำ หรือ ล้างจาน หรือ อาบน้ำ นานๆ จนมือเปื่อย เท้าเปื่อย

สงสัยไหมคะว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร วันนี้มีคำตอบมาเฉลยค่ะ

 

นั่นก็เพราะ น้ำ สามารถมีผลทำให้ความสามารถในการเป็น Barrier ผิว (Barrier function ของผิว) น้อยลงค่ะ และเซลล์ผิวเองก็ชอบน้ำ มันจะดูดน้ำไว้กับตัวค่ะ

 

เมื่อเซลล์ผิวดูดน้ำไว้มากขึ้นเรื่อยๆ มันก็จะบวมเต่ง อัดกันแน่นขึ้น ดันกันออกมาให้เราเห็นเป็นรอยเปื่อยนั่นเอง

ลองดูรูปภาพนี้ประกอบนะคะ

 

ผิวเปียก

 

เมื่อเซลล์ผิวบวมเป่งกันจนดันกันออกมา จะทำให้กาวที่เคยเชื่อมระหว่างผิวหลวมลง ช่องว่างระหว่างเซลล์มีมากขึ้น มีผลทำให้สารต่างๆเข้าสู่ผิวได้ง่ายขึ้น รวมทั้งน้ำเอง

นอกจากนี้น้ำสามารถที่จะละลายเอาสารดูดจับน้ำตามธรรมชาติที่มีอยู่ในผิว (ที่เราเรียกว่า Natural moisturizing factor หรือ NMF) ออกมาด้วย ผลก็คือ ผิวมีความสามารถในการจับน้ำลดลงในระยะยาว เกิดเป็นผิวแห้งขึ้นได้ค่ะ

 

สำหรับวิธีป้องกันผลเสียจากน้ำนั้น ยังไม่มีนะคะ แต่เมื่อเราต้องอยู่กับน้ำนานๆ ควรรีบเช็ดตัวเช็ดมือให้แห้ง แล้วปล่อยให้ผิวคายน้ำออกมาเอง ค่อยทาครีมทับค่ะ

 

การทาครีมในช่วงที่ผิวเปื่อยอยู่นั่น อย่างที่บอกคือช่องว่างระหว่างเซลล์ผิวมันกว้างขึ้น ทำให้สารต่างๆเข้าผิวได้เยอะขึ้น อาจจะเสี่ยงแพ้มากขึ้นก็ได้ค่ะ

 

สรุป:

  1. น้ำทำให้เซลล์ผิวดูดน้ำไว้มากเกินไปจนเต่ง และดันเบียดกันจนทำให้เกิดช่องว่าง ส่งผลให้สารต่างๆเข้าผิวได้ง่ายขึ้น (Barrier ผิวเสียไป)
  2. น้ำละลายเอาสาร NMF ออกมา ทำให้ผิวแห้งได้ในระยะยาว