Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม Toner pad สูตร Red orange niacinamide blemish pad จาก T’else ที่โดดเด่นด้วยการออกแบบ vitamin pad

สำหรับ Blog นี้ขอหยิบเอา toner pad ที่น่าสนใจจากบ้าน T’else มาวิเคราะห์ส่วนผสมกันนะคะ

โดยแบรนด์ T’else เป็นแบรนด์ที่มาในเทรนด์ Cleanical beauty คือ Clean + Clinical ส่วนผสมต้องคลีน และมีประสิทธิภาพ

และ T’else มาจากคำว่า Terra สื่อถึงพรรณไม้ และ Else คือ อื่นๆ

โดยผลิตภัณฑ์ใน Line Red orange จะมาในสีส้มสดใส เน้นเคลมหลักไปที่ด้าน Brightening & Vitalizing เพื่อผิวกระจ่างใส มีชีวิตชีวา

Terra คือ Blood orange ส้มสีเลือดเกรดออร์แกนิกจากอิตาลี่ นำมาสกัดด้วยกรรมวิธีพิเศษของทางแบรนด์ ที่เรียกว่า Air-brewing 100TM ที่สกัดด้วยฟองอากาศบางๆ ที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส กว่า 100 ชั่วโมง

Else คือ  Niacinamide วิตามินบี 3 สารพัดประโยชน์ เพื่อดูแลด้านความกระจ่างใสของผิว

สำหรับ Toner pad สูตรนี้มีชื่อว่า Red orange niacinamide blemish pad

มาในหน้าตาแบบนี้ค่ะ

telse red orange pad

ส่วนนี้เป็นกล่องนะคะ

เทคโนโลยีของแผ่น pad ตัวนี้น่าสนใจ คือ

ด้านสีเหลืองเป็น vitamin pad ที่ใช้ส่วนผสมของวิตามินซีถักทอลงไปร่วมกับเส้นใยของ pad เลย จึงจะได้ประโยชน์ในเชิงการดูแลปัญหาจุดด่างดำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ

ทางแบรนด์เรียกว่าเป็นเทคนิค Real vitamelting method โดยเอาวิตามินซีบริสุทธิ์ 99% มาผสมผสานจนเกิดเส้นใย ก่อนถักทอเป็น pad

ด้านสีอ่อนกว่าทำจากใยไผ่ เน้นเรื่องชุ่มชื้น ดูแลผิวอ่อนโยน

เวลาใช้งานใช้ด้านสีอ่อนเช็ด ด้านสีเหลืองแปะ

ตัวแผ่นเราสามารถฉีกได้ง่ายด้วยมือ ก็จะได้แผ่นแบบครึ่งวงกลมที่เอามาวางเฉพาะจุดได้ง่ายขึ้น เช่น หน้าผาก รอบดวงตา คาง

ตัวผลิตภัณฑ์ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพในอาสาสมัครว่าให้ประสิทธิภาพในการดูแลจุดด่างดำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ และช่วยเพิ่มความกระจ่างใสของผิว

ส่วนผสมเป็นดังนี้

ในภาพรวมของส่วนผสม ตัว toner pad นี้ออกแบบมาในเบสน้ำ มีส่วนผสมเติมน้ำเก่งๆ อย่าง Hydroxyethyl urea และใช้ Betaine เป็น soothing + ปรับ feel บนผิว

ด้านสารบำรุงมีวิตามินหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น B3 (2%), Vitamin C 2 ฟอร์ม คือ Sodium ascorbyl phosphate และ Ascorbic acid รวมถึงกลุ่มวิตามินบีรวม (B1, B6, B2, B12, Biotin, Folic acid) ที่ดูแลผิวได้หลากหลายประการ

ตัวสารสกัดจากส้มทางแบรนด์ได้คัดเลือกส้มสายพันธุ์ Moro ซึ่งมีปริมาณ active phytochemical สูงกว่าส้มสายพันธุ์อื่น ถึง 3.3 เท่า นำมาสกัดด้วยกรรมวิธีพิเศษที่เป็นเอกลักษณ์ของทางแบรนด์ ที่แบรนด์เรียกว่า Air brewing technology สกัดที่อุณหภูมิต่ำ 20 องศา 100 ชั่วโมง เพื่อดึงเอาสารพฤกษเคมีที่สำคัญออกมา ด้วยกรรมวิธีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

โดยในสารสกัดจากส้ม Blood orange นั้นประกอบด้วยพฤกษเคมีหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น Vitamin C, Anthocyanin และ Flavonoid ที่เป็น Antioxidant ที่ดีกับผิว ซึ่ง Flavonoid ที่พบในส้มนั้นมีหลายชนิด เช่น quercetin, kaempferol, hesperidin, nobiletin เป็นต้น

ให้คะแนน

  1. สารบำรุง แม้ว่าชื่อจะบอกว่าเป็น Red orange + Niacinamide แต่ส่วนผสมมีสารบำรุงหลายชนิด ให้ประโยชน์ต่อผิวหลายอย่าง มีสารเติมน้ำอย่าง hydroxyethyl urea เข้ามา ในเรื่องของ whitening คิดว่าทำมาได้ครบกลไก คือ ลดการสร้างเม็ดสีจากวิตามินซี-สารสกัดส้ม และลดการส่งผ่านเม็ดสีที่เสร็จแล้วไม่ให้ออกมาข้างนอกด้วย B3 แต่ส่วนตัวแอบอยากได้ความ soothing เพิ่มอีกนิด เลยขอให้ 4 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ส่วนตัวชอบเรื่องของเทคโนโลยีการเตรียมแพดที่เป็น vitamin pad เอา vitamin ไปผสานกับตัวเส้นใยก่อนขึ้น-ถักทอเป็น fiber ของแพด และชอบความดีไซน์แบบที่ฉีกครึ่งได้ ในด้านการใช้งาน ส่วนตัวมองว่า ด้านสีเข้มมันจะมีฟีลลื่นๆ ทำให้เกลี่ยได้ง่ายบนผิว แม้บน Official Korean Website จะเคลมว่าให้เอาด้านสีอ่อนเช็ด พี่หญิงมี่ว่าเอาด้านสีเข้มเช็ดก็ลื่นสบายผิวดี ให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

ทางไปช้อปปิ้ง

https://s.shopee.co.th/1gIWuQTP4F

Disclaimer: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับมาจากทางแบรนด์ การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม ISOI brightening serum จัดมาสวยๆ ด้วย 4 กุหลาบ (Rose oil, water, extract, PDRN)

Blog นี้ขอหยิบเอาเซรั่ม brightening ขวัญใจ พส.เกาหลีตัวดัง มาวิเคราะห์ส่วนผสมกันค่ะ

น้องก็คือ ISOI brightening serum นั่นเอง

มาในหน้าตาแบบนี้นะคะ

isoi brightening serum

สำหรับเซรั่มตัวนี้ก็เรียกได้ว่ากวาดรางวัลขวัญใจมหาชนมามากมาย และติดอันดับ 1 ใน Olive Young ถึง 10 ปีซ้อนเลยทีเดียว

เนื้อเป็นเจลใส มีกลิ่นหอมของ rose oil

เกลี่ยง่าย ให้ความชุ่มชื้นดี ไม่เหนอะหนะ

ตัวนี้ที่น่าสนใจคือมีผลทดสอบประสิทธิภาพในอาสาสมัคร ทั้งในส่วนของการดูแลจุดด่างดำ ความชุ่มชื้น และ เรื่องรูขุมขนอยู่ด้วย เรียกได้ว่า มีชิ้นเดียว ได้หลายประโยชน์พร้อมๆ กัน

และยังผ่านการทดสอบในอาสาสมัครผิวบอบบาง และ ทดสอบว่าไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน

ส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

เป็นเซรั่มที่มีส่วนผสมหลายกลุ่มเหมือนกันนะคะ

เนื่องจากเขาชูเรื่องของ Bulgarian rose เลยอยากดึงกลุ่มกุหลาบออกมาเล่าก่อนค่ะ

ในนี้จะเป็นตัวเบลนด์ของ Rose water, Rose oil, Rose extract และ Rose PDRN ซึ่งหลักๆ กลุ่มพวก rose water และ rose oil จะเด่นเรื่อง soothing ในส่วนของ rose extract อาจมี polyphenol ที่เป็น antioxidant ได้

สำหรับ rose PDRN ขอให้คุณสมบัติเรื่องชุ่มชื้น + soothing ไว้ก่อน

เสริมมาด้วยกลุ่มสาร soothing อื่นๆ เช่น Betaine, Allantoin, Panthenol, ร่วมกับกลุ่มของสารสกัดพืช เช่น สารสกัดจาก cica, พลูคาว, calendula และ Scutellaria baicalensis

ทีนี้ผลิตภัณฑ์นี้คือ brightening serum เนาะ

มาดูสารที่ให้ประโยชน์ในเรื่องการดูแลเม็ดสีกัน

  • Arbutin เป็นสารที่ยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase ซึ่งเป็นตัวหลักในการสร้างเม็ดสี
  • Niacinamide มีส่วนช่วยในเชิง brightening โดยไปขัดขวางการส่งผ่านเม็ดสีที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ออกไปภายนอก
  • 3-O Ethyl ascorbic acid เป็นอนุพันธ์ของวิตามินซีที่ว่ากันว่า มีความคงตัวที่ดีขึ้น นอกจากบทบาทแบบวิตามินซี คือ เป็น antioxidant แล้ว สารตัวนี้ค่อนข้างจะเก่งในเชิง brightening ได้หลากหลายกลไก (Chen et al., Free Radic Biol Med. 2021;173:151-169)
  • Ferulic acid เป็น antioxidant ที่ดีตัวหนึ่ง มีบทบาทในการปกป้องผิวจากรังสี UV ดูแลกระบวนการระคายเคือง และยับยั้งการสร้างเม็ดสี (อ้างอิงจากการกล่าวถึงใน Li et al. Chem Cent J. 2017;11:26.)
  • สารสกัดจากรากโบตั๋นและชะเอม ก็มีประโยชน์ในเชิง brightening เช่นกัน

ไม่มีส่วนผสมที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

ให้คะแนน

  1. สารบำรุง เด่นไปในทาง soothing ให้ความรู้สึกสบายผิว ดูแลการระคายเคือง พร้อมๆ กับประโยชน์ในเชิง brightening จากสารบำรุงหลากหลายชนิด ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ส่วนตัวค่อนข้างชอบที่เนื้อของเซรั่ม ไม่ได้เบาไป ไม่ได้หนักไป เลเยอร์ไว้ฝั่งเบสน้ำ มีกลิ่นที่หอมตามธรรมชาติของ rose oil ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ ในด้านของ soothing คิดว่าทำมาได้ค่อนข้างดี ส่วน brightening ส่วนตัวไม่ได้มีปัญหาเรื่องสีผิวไม่สม่ำเสมอ เลยยังตอบไม่ได้ แต่ในภาพรวมก็คือชอบ ให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามมาจนจบนะคะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามที่ทางแบรนด์ ISOI Thailand ได้เลยค่ะ

ทางไปช้อปปิ้ง

https://s.shopee.co.th/3qMmYcD3U2

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับมาจากทางแบรนด์ การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมสกินแคร์ดูแลจุดด่างดำเพื่อผิวกระจ่างใส สูตร Cleanical beauty จาก T’else ในไลน์ Red orange ครบชุดทั้งโทนเนอร์ และเซรั่ม

T’else rebrand ใหม่ ปรับคอนเซปท์เป็น Cleanical beauty ภายใต้ชื่อใหม่ Terra + Else วันนี้มาถึงคิววิเคราะห์ส่วนผสมของ Line Red orange กันบ้างค่ะ

สำหรับ Line นี้จะมาในสีส้มสดใส เน้นเคลมหลักไปที่ด้าน Brightening & Vitalizing เพื่อผิวกระจ่างใส มีชีวิตชีวา

  • ด้วยส่วนผสมของ Terra เป็น Blood orange ส้มสีเลือดเกรดออร์แกนิกจากอิตาลี่ นำมาสกัดด้วยกรรมวิธีพิเศษของทางแบรนด์ ที่เรียกว่า Air-brewing 100TM ที่สกัดด้วยฟองอากาศบางๆ ที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส กว่า 100 ชั่วโมง
  • มาจับคู่กับ Niacinamide วิตามินบี 3 สารพัดประโยชน์ เพื่อดูแลด้านความกระจ่างใสของผิว

Line นี้มาในหน้าตาแบบนี้ค่ะ

ก่อนไปรีวิว ต้องบอกก่อนว่า ทำไมทางแบรนด์ถึงเลือก Blood orange สายพันธุ์ Moro จากอิตาลี นั่นก็เพราะว่ามีส่วนผสมของ Anthocyanin สูงกว่า Blood orange สายพันธุ์อื่นนั่นเอง

ถึงเวลาของการรีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม โดยจะขอเริ่มที่สูตร Toner

น้องมาในหน้าตาแบบนี้

เช่นเคย วัตถุดิบสำหรับภาชนะบรรจุมาจาก PCR (post-consumer recycled) plastic

เนื้อโทนเนอร์เป็นแบบใส มีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ที่เบลนด์ขึ้นมาจาก Galbanum (Ferula galbaniflua) resin และ Mugwort (Artemisia vulgaris) essential oil

กลิ่นจะเป็น Top green ตามมาด้วยกลิ่นโทนยางไม้และ woody ใครที่ชอบก็จะชอบ ใครที่ไม่ชินก็อาจจะรู้สึกแบบ แปลกๆ แต่กลิ่นไม่ติดผิวค่ะ แป๊บเดียวก็ไปละ ไม่ต้องกังวลไป

เกลี่ยได้ง่าย ซึมไวแห้งไว ไม่เหนอะหนะ เหมาะกับการใช้ทั้งเทบนมือแล้วตบๆ เป็นน้ำตบ หรือ เทใส่สำลีแล้ว tap เบาๆ

ค่า pH อยู่ที่ราวๆ 5 – 6 ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับผิวดี

ความน่าสนใจของสูตร Toner นี้คือ ทางแบรนด์ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยในอาสาสมัครมาเรียบร้อย โดยจุดเด่น ก็คือ น้องสามารถปรับโทนสีผิวให้แลดูกระจ่างใส โดยลดทั้งความด่างดำ และ ความเหลืองของสีผิว

โดยการวัดค่าความด่างดำ นั้นประเมินจากค่าความสว่าง (L*) พบว่า เมื่อให้อาสาสมัครใช้ไปเพียง 7 วัน ก็สามารถเพิ่มความสว่างให้ผิวได้ จึงเป็นที่มาของการเคลมว่าสัมผัสการเปลี่ยนแปลงได้ภายใน 7 วัน

ส่วนประสิทธิภาพการปรับความเหลือง วัดจากค่า b* เป็นค่าสีในแกนเหลือง-น้ำเงิน ค่าที่น้อยลง แสดงถึงความเหลืองน้อยลง ซึ่งพบว่าเริ่มเห็นผล (Significant) ตั้งแต่ 7 วันแรก

วิเคราะห์ส่วนผสมของ Toner กันดีกว่า

สำหรับส่วนผสม พระเอก คงหนีไม่พ้นสารสกัดจาก Blood orange (Citrus sinensis (orange) fruit extract) ที่ได้จากส้ม Blood orange จากประเทศอิตาลี่ สกัดด้วยกรรมวิธีพิเศษที่เป็นเอกลักษณ์ของทางแบรนด์ เพื่อดึงเอาสารพฤกษเคมีที่สำคัญออกมา ด้วยกรรมวิธีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

โดยในสารสกัดจากส้ม Blood orange นั้นประกอบด้วยพฤกษเคมีหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น Vitamin C, Anthocyanin และ Flavonoid ที่เป็น Antioxidant ที่ดีกับผิว

โดย Flavonoid ที่พบในส้มนั้นมีหลายชนิด เช่น quercetin, kaempferol, hesperidin, nobiletin เป็นต้น

ส่วนผสมอื่นๆ ได้แก่

  • Gluconolactone เป็น PHA ที่ดูแลเรื่องการผลัดผิวได้อย่างอ่อนโยน
  • วิตามินรวม ทั้ง Niacinamide (B3), Ascorbic acid (C), Cyanocobalamin (B12), Folic acid, Panthenol (B5) และ Tocopherol (E) ที่ให้ประโยชน์กับผิวได้หลากหลายประการ
  • ดูแลการระคายเคือง พร้อมให้ความรู้สึกสบายผิวด้วย Betaine
  • เติมน้ำด้วยกรดอะมิโน Arginine
  • ดูแลริ้วรอยด้วย Adenosine

มาในเบสแบบน้ำ ไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

ถัดมาเราลองมาดูสูตร Serum บ้าง

ตัว Serum มาในหน้าตาประมาณนี้

แพคเกจเป็นแบบขวดปั๊ม

เนื้อเป็นเซรั่มแบบน้ำใส มีความหนืดมีน้ำมีเนื้อ ในส่วนของกลิ่นก็เป็นโทนเดียวกัน คือ Galbanum + Mugwort

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ให้ความชุ่มชื้นมากขึ้น ถ้าเทียบกับสูตร Toner

ค่า pH อยู่ที่ราวๆ 5 – 6 เช่นกัน

สำหรับเซรั่มนี้ก็ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยในอาสาสมัครมาเช่นกันค่ะ โดยน้องจะเด่นเรื่องของการดูแลปัญหาสีผิวที่พบเจอในชีวิตประจำวัน 4 ชนิด ได้แก่ จุดด่างดำ ฝ้า กระ และผิวคล้ำจากการสัมผัสผิว UV

โดยในการทดสอบกับอาสาสมัครพบว่าเซรั่มสามารถดูแลลดความเข้มของจุดด่างดำทั้งระดับตื้น และระดับลึกได้โดยผลเริ่มเห็น (Significant) ที่ 7 วัน

85% ของอาสาสมัครที่ทดลองใช้ 2 สัปดาห์พบว่าสีผิวขาวกระจ่างใสขึ้น และบริเวณของรอยดำแลดูลดลง

มาดูส่วนผสมกันบ้าง

ส่วนผสมจะมีปรับจาก Toner นิดหน่อยนะคะ

  • เพิ่มความเข้มข้นของสารสกัดจาก Blood orange และ Niacinamide ขึ้นมา
  • ปรับสารการดูแลการระคายเคืองและให้ความรู้สึกสบายผิวแบบฉ่ำ ด้วย Allantoin และ Dipotassium glycyrrhizate
  • ตัด PHA ออกไป

ส่วนของเบสมีการเพิ่มสารเพิ่มความหนืดให้มีน้ำมีเนื้อมากขึ้น และยังคงไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ T’else สาขาประเทศไทยด้วยนะคะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆ มาให้ตั้งแต่วันเปิดตัว (แต่ดิฉันพึ่งได้ฤกษ์หยิบมารีวิว) และขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบค่ะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์ T’else โดยตรงเลยนะคะ

https://web.facebook.com/TelseThailand

ทางไปตำ (สูตร Toner)

แอพฟ้า https://s.lazada.co.th/s.micRO?cc

แอพส้ม https://s.shopee.co.th/6plLWGOy8f

Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ T’else สาขาประเทศไทย การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม Eye cream สุดเลอค่าในราคาที่จับต้องได้ กับ Brightening eye cream จาก Biobalance

สวัสดีค่ะ

หลายวันก่อนส่วนตัวได้อัพเดทรายละเอียดเกี่ยวกับแบรนด์ที่น่าสนใจอย่าง Biobalance ไป วันนี้เลยขอมาอัพเดท รีวิว และวิเคราะห์ส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงรอบดวงตา สูตร Brightening eye cream ต่อค่ะ

Eye cream สูตรนี้มาในหน้าตาประมาณนี้ค่ะ

ด้านในเป็นหลอดแบบเรียว

ด้านหลังกล่องจะมีแนะนำคุณ Alpay เภสัชกรผู้ก่อตั้งแบรนด์ และกล่าวถึง Active ในหลอดนี้ค่ะ

ท่านที่พลาดบทแนะนำแบรนด์ Biobalance แล้วสนใจสามารถตามไปอ่านได้ที่ลิงค์นี้นะคะ >>Click แนะนำ Biobalance<<

เนื้อครีมมีสีขาว มีกลิ่นหอมนวลๆ

เกลี่ยได้ง่าย ซึมไวแห้งไวไม่เหนอะหนะ แต่ยังคงความชุ่มชื้น

ส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

สำหรับส่วนผสมของอายครีมนี้มีสารบำรุงอยู่ด้วยกันหลายชนิด หลักๆ จะเป็นกลุ่มวิตามินรวม เปปไทด์ที่ดูแลเรื่องริ้วรอย กลุ่มสารที่ดูแลเรื่องการไหลเวียนเลือด และสารบำรุงอื่นๆ ซึ่งแทนด้วยสีแต่ละสี

  • ขอเริ่มที่สีม่วง เป็นคู่ผสมของ N-hydroxysuccinimide และ Chrysin เป็นคู่ผสมที่เหมือนพี่น้อง ช่วยกันดูแลเรื่องของรอยคล้ำใต้ตา ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากการสะสมของของเหลวบริเวณรอบดวงตาจากการไหลเวียนเลือดที่ไม่ดี โดย

Chrysin เป็นสารพฤกษเคมีในกลุ่ม Polyphenol ที่พบได้ในหลายแหล่ง เช่น น้ำผึ้ง Propolis และในพืช รวมถึงผลไม้หลายชนิด ตัว Chrysin เองมีรายงานถึงคุณสมบัติในการต่อต้านการอักเสบระคายเคือง ข้อมูลจากผู้ผลิต Claim ว่ามีส่วนช่วยในการกำจัดพวกเม็ดสี (Pigment) ที่สะสมในเส้นเลือดฝอยใต้ตา จึงช่วยลดเลือนรอยคล้ำรอบดวงตาให้แลดูจางลง มีรายงานหนึ่งกล่าวว่า Chrysin มีคุณสมบัติเสริมการทำงานของเอนไซม์ UGT1A1 ซึ่งมีผลต่อเนื่องในการกำจัด Bilirubin ที่อาจจะสะสมค้างในหลอดเลือดฝอยบริเวณใต้ดวงตา มีรายงานการวิจัยกล่าวถึงคุณสมบัติในการยับยั้งการสร้างเมลานิน (Biochem Biophys Res Commun. 2011; 411(1):121-5.) และมีคุณสมบัติปกป้องผิวและองค์ประกอบของผิวจากรังสี UV (J Agric Food Chem. 2011; 59(15):8391-400., Pharm Biol. 2016;54(11):2692-2700)

N-hydroxysuccinimide เป็นสารที่ทำงานร่วมกับ Chrysin ในการกำจัดเอาพวก Hemoglobin และ pigment อื่นๆในตาคล้ำ ออกไปทิ้งยังบริเวณอื่นๆของร่างกาย โดยไปช่วยให้ธาตุเหล็กที่เป็นองค์ประกอบ ใน Heme ละลายน้ำได้ดีขึ้น จึงถูกขับออกไปจากบริเวณใต้ตาได้

  • สีน้ำตาล คู่เปปไทด์ Palmitoyl Oligopeptide, Palmitoy Tetrapeptide-7 โดย Palmitoyl oligopeptide บางแหล่งก็กล่าวว่าหมายถึง Palmitoyl tripeptide-1 โดยสองตัวนี้ทำงานเสริมกันในการเสริมสร้างคอลลาเจน และสารเส้นใยในกลุ่ม Glycosaminoglycans (GAGs) เพื่อให้ผิวมีความกระชับ แข็งแรง แน่น (Firm) ลดเลือนริ้วรอย และปกป้องเส้นใยเหล่านี้ไม่ให้ถูกทำลายจากสภาวะต่างๆ เช่น ความเครียด รังสี UV
  • สีน้ำเงิน เป็นกลุ่มของวิตามินรวม ได้แก่
    • Niacinamide ขวัญใจสายสกินแคร์ นางเป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 มีประโยชน์ที่ดีกับผิวหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นด้าน Whitening, ด้านการชะลอวัย ดูแลปัญหาการอักเสบระคายเคืองSodium ascorbyl phosphate นางเป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินซี ซึ่งมีคุณสมบัติบำรุงผิวหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นด้าน Antioxidant ต่อต้านอนุมูลอิสระ และวิตามินซีเอง ตามธรรมชาติยังมีคุณสมบัติในการเป็น Whitening ผ่านการยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ที่เป็นตัวการสร้างเม็ดสี วิตามินซีเองยังมีประโยชน์ในการลดการอักเสบระคายเคือง และเป็นส่วนหนึ่งในการสังเคราะห์คอลลาเจนTocopheryl acetate เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินอี เป็น Antioxidant เช่นกัน
    • Panthenol หรือ โปรวิตามินบี 5 ที่เด่นในด้านของความชุ่มชื้นและลดการอักเสบระคายเคือง รวมถึงเสริมความแข็งแรงให้แก่ผิว
  • สีฟ้า เป็นสารสกัดจากพืชและสารบำรุงอื่นๆ ได้แก่
    • สารสกัดจากโรสแมรี่ เป็น Antioxidantสารสกัดจากชะเอม ที่เป็น Whitening และดูแลเรื่องการอักเสบระคายเคืองAllantoin ที่ดูแลเรื่องการระคายเคือง
    • สารสกัดจากใบบัวบกที่มีประโยชน์กับผิวหลายประการ โดยจะเด่นไปที่ด้านการดูแลเรื่องริ้วรอย
  • สีชมพู Titanium dioxide ตอนแรกเข้าใจว่าใส่มาเพื่อให้ความขาว บดบังปกปิดสีผิวเดิมเหมือน Alumina แต่ด้วยความวงเล็บคำว่า nano จึงมีประโยชน์ในการปกป้องผิวจากรังสี UV ไป แต่ตัว product ไม่ได้ Claim ด้านการป้องกันแสงแดด
  • สีเขียว Alumina เป็นเม็ดสี (Pigment) สีขาว ที่อำพรางสีผิว ปกปิดให้ผิวแลดูขาวขึ้นกระจ่างขึ้น

ในส่วนของเนื้อหลักนั้น มาในรูปแบบของอิมัลชั่น ที่มีน้ำ น้ำมันและซิลิโคนตามปกติ ไม่มีส่วนผสมของ Alcohol และสารอื่นที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

มีสารปรุงแต่งอยู่ 2 ตัวที่อาจจะมีปัญหากับผู้ที่ไวต่อการระคายเคืองได้ อย่าง Sodium cetearyl sulfate ซึ่งเป็นสารกลุ่ม surfactant ประจุลบ ที่อาจจะระคายเคืองผิว กับ Chlorhexidine digluconate ที่ใส่มาเป็นสารระงับเชื้อ เข้าใจได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับรอบดวงตาจึงมีความใส่ใจด้านการปนเปื้อนเชื้อ แต่สารนี้อาจจะก่อระคายเคืองได้ แต่ทั้งนี้การระคายเคืองนั้นขึ้นกับความเข้มข้นของสาร โดยสองตัวนี้มาในลำดับท้ายๆ และการตอบสนองก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล อีกทั้งในสูตรยังมีสารที่ดูแลเรื่องการระคายเคืองอยู่หลายตัว จึงไม่น่าเป็นกังวลอะไร ซึ่งส่วนตัวนั้นได้ทดลองใช้มาประมาณ 2 อาทิตย์ ก็ใช้ได้ไม่พบอาการผิดปกติอะไร

ให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ

  1. สารบำรุง หรือ Active ดังที่ได้กล่าวไปว่าเป็น Eye cream ที่ดูเหมือนจะเป็น Eye cream พื้นๆ สูตรคลาสสิค ไม่หวือหวา แต่ส่วนผสมของคุณเขาจัดมาได้ครบมาก จบทุกปัญหาความต้องการของครีมบำรุงผิวรอบดวงตา ไม่ว่าจะเป็นด้านของริ้วรอย รอยคล้ำรอบดวงตา น้องตอบโจทย์ได้อย่างลงตัว รวมทั้งยังเสริมวิตามินและเปปไทด์ที่ดูแลเรื่องการชะลอวัยมาพร้อม สำรวจราคาใน LazMall official ของทางแบรนด์อยู่ที่ 499 บาท (ณ 23 ก.ย. 65) ราคานี้ ทำมาได้ครบขนาดนี้ เอาไปเลยค่ะ 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ตามที่ได้กล่าวไปเรื่องของสารก่อการระคายเคืองนั้น ถึงแม้ว่าจะพัฒนาสูตรมาได้ค่อนข้างดี เลือกใช้สารที่ดูแลและป้องกันปัญหาระคายเคืองเข้ามา และส่วนตัวเองก็สามารถใช้ได้ไม่มีปัญหาอะไร แต่เพื่อความแฟร์เลยจำเป็นต้องหักคะแนน เหลือ 4 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ส่วนตัวค่อนข้างชอบความบางเบาของครีมชิ้นนี้ แต่ถึงแม้จะบางเบาก็ไม่ถึงกับทำให้ผิวรอบดวงตาแห้ง ในด้านของประสิทธิภาพในการลดเลือนริ้วรอยและรอยคล้ำนั้น ส่วนตัวพึ่งทดลองได้ประมาณ 2 อาทิตย์ อาจจะยังตอบโจทย์ได้ไม่ชัด แต่ก็รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ Biobalance สาขาประเทศไทยที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆ มาให้ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

Facebook: https://www.facebook.com/BiobalanceOfficialThailand

Official LazMall: https://invol.co/cle62s0

Official Shopee Mall: https://invle.co/cle62tp

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Biobalance สาขาประเทศไทย การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

รีวิววิเคราะห์เจาะลึกทุกส่วนผสมแบบละเอียด เซรัมบำรุงผิวเพื่อผิวขาวกระจ่างใสแบรนด์ไทยๆจาก Morebeaute’

รีวิววิเคราะห์เจาะลึกทุกส่วนผสมแบบละเอียด เซรัมบำรุงผิวเพื่อผิวขาวกระจ่างใสแบรนด์ไทยๆจาก Morebeaute’

สวัสดีค่ะพี่ๆน้องๆเพื่อนๆห้องแป้งที่น่ารักทุกๆท่าน

วันนี้มี่แวะเอาเซรัมบำรุงผิวเพื่อผิวขาวกระจ่างใสแบรนด์ไทยๆ ที่ว่ากันว่าคิดสูตรโดยแพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง โดยมุ่งเน้นส่วนประกอบที่ปลอดภัย ไม่มีสารปรอท หรือ steroid แต่ได้ผลจริง จะดีงามขนาดไหนมาดูไปพร้อมกันเลยดีกว่าค่ะ

Serum นี้มีชื่อว่า Morebeaute’ หรือ มอร์บอเต้ ค่ะ

ชื่อเต็มๆคือ Morebeaute’ blemish control luminizing cream

มาดูหน้าตากันหน่อยเนอะ

mb 1.jpg

ซึ่งนางจะมาใน Packaging แบบหลอดปิดสนิทค่ะ

ตัวเนื้อเซรัมจะเป็นแนวๆ Emulgel นะคะ เป็นเซรัมเนื้อเจลขุ่นๆ สีเหลืองอ่อนๆ ซึ่งทางแบรนด์ใช้ส่วนผสมที่เป็นสารสกัดจากธรรมชาติ และไม่ได้ใส่ Opacifier หรือ ตัวกลบสี มาบดบังสี จึงได้เซรัมสีนี้ค่ะ มีกลิ่นหอมจางๆค่ะ

mb 2

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ให้ความรู้สึกเย็น ซึมไวไม่เหนอะหนะค่ะ

mb 3

มาวัด pH กันซักเล็กน้อยนะคะ

mb 4

เนื่องจากผลิตภัณฑ์มีสีเลยอ่านค่ายากนิดนึง ได้ค่าอยู่ที่ราวๆ 5 – 6 ค่ะ ซึ่งใกล้เคียงกับผิวดี และเป็นช่วงที่สารหลายๆตัวในส่วนผสมคงตัวค่ะ

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

สผส

ปกติเราแบ่งส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็น 3 หมวดหลักๆ คือ
1. Actives หรือ สารออกฤทธิ์ เป็นสารที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติพิเศษต่างๆ
2. Base หรือ ส่วนเนื้อของผลิตภัณฑ์ เป็นตัวพยุงสารออกฤทธิ์ และนำพาไปสู่ผิวหนัง
3. Additives หรือ ส่วนของสารเติมแต่ง เป็นตัวเติมแต่งให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าใช้ มีความปลอดภัย เช่น พวกสารกันเสีย พวกน้ำหอม พวกซิลิโคน ตัวเพิ่มความหนืด ฯลฯ

มาดูรายละเอียดแต่ละอย่างกันเลยค่ะ
1. Actives ในส่วนของสารออกฤทธิ์ มี่ได้ทำแถบสีไว้ให้แล้วค่ะ ดังนี้
– Kojic dipalmitate เป็นอนุพันธ์ของ Kojic acid ที่มีความระคายเคืองต่ำ มีการดูดซึมเข้าผิวที่ดีขึ้น มีคุณสมบัติยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ที่ใช้สร้างเม็ดสี
– Arctostapylos uva ursi extract สารสกัดจาก Bearberry ส่วนของใบมีรายงานว่ามีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียบางชนิด มีรายงานว่าส่วนของเปลือกและใบพบสาร Arbutin ที่มีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิวผ่านการยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase (Phytochem Anal. 2009;20(5):416-20.)
– Mitracarpus scaber extract สารสกัดจากพืชชนิดหนึ่งที่พบใน Africa มีรายงานเกี่ยวกับคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ (Lett Appl Microbiol. 2000;30(2):105-8.)
**สูตรผสมของ Arctostapylos uva ursi extract กับ Mitracarpus scaber extract มีชื่อทางการค้าว่า Etioline เป็นสารสิทธิบัตรอเมริกา เลขที่ US2004/0166069A1 ให้ผลเสริมฤทธิ์กันในการยับยั้งเม็ดสีผิว โดยสารสกัดจากใบ Mitracarpus จะเป็นตัว Booster ช่วยให้สารยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ที่สร้างเม็ดสีผิว ได้มากขึ้น
– Alpha-arbutin มีคุณสมบัติในการยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิวผ่านการยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase เช่นกัน
– สูตรผสมของ Dithiaoctanediol, Sutilains, Beta-carotene และ Gluconic acid มีชื่อทางการค้าว่า Melaclear 2 ออกฤทธิ์เสริมกันในการเป็น Whitening ที่ดี โดยเริ่มไปยับยั้งตั้งแต่ขั้นตอนการเปลี่ยนเอนไซม์ pro-Tyrosinase ไม่ให้เป็น Tyrosinase จึงทำงานไม่ได้ ป้องกันไม่ให้อนุมูลอิสระไปกระตุ้นให้เซลล์สร้างเม็ดสีทำงาน จับกับ Retinoids receptor มีผลไม่ให้เซลล์สร้างเม็ดสีโดนกระตุ้น และผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ดำคล้ำอย่างออกโยน
– สูตรผสมของ Capric/caprylic triglycerides กับ Diacetyl boldine มีชื่อทางการค้าว่า Lumiskin เป็นการเอา Diacetyl boldine ซึ่งเป็นสารที่แยกได้จากต้น Boldo ในชิลี ออกฤทธิ์ที่ alpha-adrenergic receptor และ ควบคุม Calcium flow มีผลทำให้เอนไซม์ Tyrosinase ไม่สามารถทำงานได้
– วิตามินซี 2 ชนิด คือ Ascorbic acid และ Ascorbyl palmitate ตัวแรกออกฤทธิ์ได้เลย อีกตัวค่อยๆถูกผิวเปลี่ยนเป็น Ascorbic acid มีผลช่วยให้วิตซี ออกฤทธิ์ได้ยาวนานขึ้น วิตซีมีประโยชน์ในการเป็น Antioxidant, ยับยั้งการสร้างเม็ดสี และเป็นส่วนหนึ่งในขั้นตอนการสร้างคอลลาเจน
– Niacinamide เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 มีรายงานว่า สารตัวนี้สามารถเป็น Whitening ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ โดยไปรบกวนการส่งผ่านของเมลานินที่สร้างเสร็จแล้ว ลดการอักเสบในผิว เพิ่มการไหลเวียนเลือด ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวโดยไปกระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า และยังเป็น Antioxidant ด้วย (Int J Cosmet Sci 2005; 27:255–261)
– วิตามินอี 2 ชนิด คือ Tocopherol และ Tocopheryl acetate ตัวแรกออกฤทธิ์ได้เลย อีกตัวค่อยๆถูกผิวเปลี่ยนเป็น วิตอีในผิว ให้ผลเป็น Antioxidant
– สูตรผสมของ 10-Hydroxydecanoic acid, Sebacic acid และ 1,10-Decanediol มีชื่อทางการค้าว่า Acnacidol แยกสกัดได้จากนมผึ้ง มีคุณสมบัติลดการสร้างน้ำมันของผิว ผ่านการยับยั้งเอนไซม์ 5alpha-reductase ที่เป็นต้นตอของการสร้างน้ำมัน หรือ Sebum และมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ จึงให้ผลดีด้านสิว บริษัทผู้ผลิตวัตถุดิบกล้า Claim ว่า ถ้าใช้ตาม Dose ที่กำหนดจะลดการหลั่งน้ำมันได้รวดเร็วภายใน 1 ชั่วโมง
– Sodium PCA สารเพิ่มความชุ่มชื้นชนิด Natural moisturizing factor (NMF) ที่มีอยู่ในผิว มีหน้าที่ดูดน้ำเข้าหาผิว เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว
– Glycyrrhiza glabra extract คือ สารสกัดจากชะเอม เทศ มีรายงานเกี่ยวกับคุณสมบัติในการยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ลดการสร้างเมลานินช่วยให้สีผิวจางลง มีฤทธิ์เป็น Antioxidant และช่วยปกป้องเซลล์ผิวจากอันตรายจากเปอร์ออกไซด์ในร่างกาย (Molecules. 2014; 19(7):9101-13.) มีคุณสมบัติลดการอักเสบ มีรายงานการวิจัยกล่าวว่า เมื่อใช้สารสกัดชะเอมในโรคผิวอักเสบแบบ Atopic จะช่วยลดอาการคัน บวม และแดงได้ (J Dermatolog Treat. 2003; 14(3):153-7.)
2. Base หรือ เนื้อหลักผลิตภัณฑ์ มาในรูปแบบของ Emulgel ประกอบด้วย น้ำ น้ำมัน และซิลิโคน ดังนี้
2.1 ส่วนของน้ำ ได้แก่ น้ำ Butylene glycol, Glycerine, Propylene glycol ซึ่งช่วยดูดน้ำให้ผิวได้
2.2 ส่วนของน้ำมัน ได้แก่ C13-14 isoparaffin, Hydrogenated polydecene ให้ผลเคลือบผิวปกป้องไม่ให้น้ำระเหยออก พวกนี้ค่อนข้างปลอดภัยเพราะไม่ดูดซึมเข้าผิว และ Capric/caprylic triglyceride ที่ดูดซึมเข้าผิวให้ผลทดแทนไขมันในผิว และ Cholesterol ที่ช่วยลดการอักเสบ และเป็นส่วนหนึ่งของ Barrier ผิว
2.3 ซิลิโคน ได้แก่ Dimethicone, Cyclopentasiloxane, C30-45 alkyl cetearyl dimethicone crosspolymer ให้สัมผัสบางเบา เคลือบปกป้องผิว และเพิ่มความหนืด
3. Additives ได้แก่
3.1 สารทำระบบนำส่ง ได้แก่ Palmitoyl hydroxypropyltrimonium amylopectin/glycerin crosspolymer กับ Hydrogenated lecithin ที่เป็นระบบนำส่งสิทธิบัตรของบริษัท Kobo ทางญี่ปุ่น มีชื่อทางการค้าว่า Glycosphere สามารถเก็บกักสารเพื่อเพิ่มความคงตัวและนำส่งเข้าสู่ผิว ดังรูป

glycosphere.jpg

(Image from Kobo products)
เข้าใจว่าน่าจะเก็บกักวิตามินซีเอาไว้

3.2 สารเพิ่มความหนืด คือ Sodium acrylates/sodium acryloyldimethyltaurate copolymer
3.3 Emulsifier ได้แก่ Laureth-7, Polysorbate 60, Cholesterol, Sodium deoxycholate ช่วยผสานน้ำให้เข้ากับน้ำมัน
3.4 Preservatives ได้แก่ สารจับโลหะ Disodium EDTA และสารกันเสีย Phenoxyethanol กับ Methylisothiazolinone
3.5 สารแต่งกลิ่น หรือ Perfume

ถึงเวลาให้คะแนน
1. Actives ส่วนของสารออกฤทธิ์ค่อนข้างมาเต็มจริงๆ จากที่เล่าให้ฟังในข้างต้นจะเห็นว่ามีส่วนของสารที่ออกฤทธิ์ครอบคลุมขั้นตอนการสร้างเม็ดสีผิวทั้งหมด ตั้งแต่ก่อนสร้าง ระหว่างสร้าง และหลังสร้างเสร็จ ที่สำคัญคือ Gluconic acid ที่ใช้ ไม่ได้ทำให้ผิวบางแต่อย่างใด ยังมีส่วนของสารเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว และสารที่ให้ประโยชน์เรื่อง การชะลอวัย สิว และควบคุมความมันได้อีก โดยรวมถือว่าทำมาได้ครบถ้วนสมบูรณ์ ได้ไป 5 ฟลาสก์
2. Base ส่วนของเนื้อหลัก มีครบถ้วนทั้งสารดูดน้ำให้ผิว สารเคลือบปกป้องผิว และไขมันทดแทนผิวหนัง ไม่มีส่วนผสมของ Alcohol และน้ำมันที่สุ่มเสี่ยงอุดตัน จึงขอให้ 5 ฟลาสก์
3. Additives ส่วนของสารปรุงแต่ง มีความโดดเด่นที่ระบบนำส่ง Glycosphere ที่ช่วยเพิ่มความคงตัวให้ผลิตภัณฑ์ และที่สำคัญคือ ไม่มีส่วนผสมของ Parabens สารอื่นๆไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรกับผิว เลยขอให้ 5 ฟลาสก์
4. การใช้งาน หลังจากใช้เมาราวๆ 2 อาทิตย์ สิ่งที่สัมผัสได้เมื่อใช้ในวันแรกๆ คือ ผิวบริเวณ T-zone มีความมันลดลง หลังจากนั้นที่ได้คือ ผิวชุ่มชื้นขึ้น นุ่มขึ้น และเรื่องความสม่ำเสมอของสีผิว ดูดีขึ้น ผิวดูมี Complexion ที่สว่างขึ้น เลยขอให้ไป 5 ฟลาสก์

คะแนน

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Morebeaute’ ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ
สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางเฟสบุคของแบรนด์
https://www.facebook.com/Morebeauteskin

และเวบไซต์ http://www.morebeaute-skincare.com/ ได้เลยค่ะ
Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์