Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม Eye cream สุดเลอค่าในราคาที่จับต้องได้ กับ Brightening eye cream จาก Biobalance

สวัสดีค่ะ

หลายวันก่อนส่วนตัวได้อัพเดทรายละเอียดเกี่ยวกับแบรนด์ที่น่าสนใจอย่าง Biobalance ไป วันนี้เลยขอมาอัพเดท รีวิว และวิเคราะห์ส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงรอบดวงตา สูตร Brightening eye cream ต่อค่ะ

Eye cream สูตรนี้มาในหน้าตาประมาณนี้ค่ะ

ด้านในเป็นหลอดแบบเรียว

ด้านหลังกล่องจะมีแนะนำคุณ Alpay เภสัชกรผู้ก่อตั้งแบรนด์ และกล่าวถึง Active ในหลอดนี้ค่ะ

ท่านที่พลาดบทแนะนำแบรนด์ Biobalance แล้วสนใจสามารถตามไปอ่านได้ที่ลิงค์นี้นะคะ >>Click แนะนำ Biobalance<<

เนื้อครีมมีสีขาว มีกลิ่นหอมนวลๆ

เกลี่ยได้ง่าย ซึมไวแห้งไวไม่เหนอะหนะ แต่ยังคงความชุ่มชื้น

ส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

สำหรับส่วนผสมของอายครีมนี้มีสารบำรุงอยู่ด้วยกันหลายชนิด หลักๆ จะเป็นกลุ่มวิตามินรวม เปปไทด์ที่ดูแลเรื่องริ้วรอย กลุ่มสารที่ดูแลเรื่องการไหลเวียนเลือด และสารบำรุงอื่นๆ ซึ่งแทนด้วยสีแต่ละสี

  • ขอเริ่มที่สีม่วง เป็นคู่ผสมของ N-hydroxysuccinimide และ Chrysin เป็นคู่ผสมที่เหมือนพี่น้อง ช่วยกันดูแลเรื่องของรอยคล้ำใต้ตา ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากการสะสมของของเหลวบริเวณรอบดวงตาจากการไหลเวียนเลือดที่ไม่ดี โดย

Chrysin เป็นสารพฤกษเคมีในกลุ่ม Polyphenol ที่พบได้ในหลายแหล่ง เช่น น้ำผึ้ง Propolis และในพืช รวมถึงผลไม้หลายชนิด ตัว Chrysin เองมีรายงานถึงคุณสมบัติในการต่อต้านการอักเสบระคายเคือง ข้อมูลจากผู้ผลิต Claim ว่ามีส่วนช่วยในการกำจัดพวกเม็ดสี (Pigment) ที่สะสมในเส้นเลือดฝอยใต้ตา จึงช่วยลดเลือนรอยคล้ำรอบดวงตาให้แลดูจางลง มีรายงานหนึ่งกล่าวว่า Chrysin มีคุณสมบัติเสริมการทำงานของเอนไซม์ UGT1A1 ซึ่งมีผลต่อเนื่องในการกำจัด Bilirubin ที่อาจจะสะสมค้างในหลอดเลือดฝอยบริเวณใต้ดวงตา มีรายงานการวิจัยกล่าวถึงคุณสมบัติในการยับยั้งการสร้างเมลานิน (Biochem Biophys Res Commun. 2011; 411(1):121-5.) และมีคุณสมบัติปกป้องผิวและองค์ประกอบของผิวจากรังสี UV (J Agric Food Chem. 2011; 59(15):8391-400., Pharm Biol. 2016;54(11):2692-2700)

N-hydroxysuccinimide เป็นสารที่ทำงานร่วมกับ Chrysin ในการกำจัดเอาพวก Hemoglobin และ pigment อื่นๆในตาคล้ำ ออกไปทิ้งยังบริเวณอื่นๆของร่างกาย โดยไปช่วยให้ธาตุเหล็กที่เป็นองค์ประกอบ ใน Heme ละลายน้ำได้ดีขึ้น จึงถูกขับออกไปจากบริเวณใต้ตาได้

  • สีน้ำตาล คู่เปปไทด์ Palmitoyl Oligopeptide, Palmitoy Tetrapeptide-7 โดย Palmitoyl oligopeptide บางแหล่งก็กล่าวว่าหมายถึง Palmitoyl tripeptide-1 โดยสองตัวนี้ทำงานเสริมกันในการเสริมสร้างคอลลาเจน และสารเส้นใยในกลุ่ม Glycosaminoglycans (GAGs) เพื่อให้ผิวมีความกระชับ แข็งแรง แน่น (Firm) ลดเลือนริ้วรอย และปกป้องเส้นใยเหล่านี้ไม่ให้ถูกทำลายจากสภาวะต่างๆ เช่น ความเครียด รังสี UV
  • สีน้ำเงิน เป็นกลุ่มของวิตามินรวม ได้แก่
    • Niacinamide ขวัญใจสายสกินแคร์ นางเป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 มีประโยชน์ที่ดีกับผิวหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นด้าน Whitening, ด้านการชะลอวัย ดูแลปัญหาการอักเสบระคายเคืองSodium ascorbyl phosphate นางเป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินซี ซึ่งมีคุณสมบัติบำรุงผิวหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นด้าน Antioxidant ต่อต้านอนุมูลอิสระ และวิตามินซีเอง ตามธรรมชาติยังมีคุณสมบัติในการเป็น Whitening ผ่านการยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ที่เป็นตัวการสร้างเม็ดสี วิตามินซีเองยังมีประโยชน์ในการลดการอักเสบระคายเคือง และเป็นส่วนหนึ่งในการสังเคราะห์คอลลาเจนTocopheryl acetate เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินอี เป็น Antioxidant เช่นกัน
    • Panthenol หรือ โปรวิตามินบี 5 ที่เด่นในด้านของความชุ่มชื้นและลดการอักเสบระคายเคือง รวมถึงเสริมความแข็งแรงให้แก่ผิว
  • สีฟ้า เป็นสารสกัดจากพืชและสารบำรุงอื่นๆ ได้แก่
    • สารสกัดจากโรสแมรี่ เป็น Antioxidantสารสกัดจากชะเอม ที่เป็น Whitening และดูแลเรื่องการอักเสบระคายเคืองAllantoin ที่ดูแลเรื่องการระคายเคือง
    • สารสกัดจากใบบัวบกที่มีประโยชน์กับผิวหลายประการ โดยจะเด่นไปที่ด้านการดูแลเรื่องริ้วรอย
  • สีชมพู Titanium dioxide ตอนแรกเข้าใจว่าใส่มาเพื่อให้ความขาว บดบังปกปิดสีผิวเดิมเหมือน Alumina แต่ด้วยความวงเล็บคำว่า nano จึงมีประโยชน์ในการปกป้องผิวจากรังสี UV ไป แต่ตัว product ไม่ได้ Claim ด้านการป้องกันแสงแดด
  • สีเขียว Alumina เป็นเม็ดสี (Pigment) สีขาว ที่อำพรางสีผิว ปกปิดให้ผิวแลดูขาวขึ้นกระจ่างขึ้น

ในส่วนของเนื้อหลักนั้น มาในรูปแบบของอิมัลชั่น ที่มีน้ำ น้ำมันและซิลิโคนตามปกติ ไม่มีส่วนผสมของ Alcohol และสารอื่นที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

มีสารปรุงแต่งอยู่ 2 ตัวที่อาจจะมีปัญหากับผู้ที่ไวต่อการระคายเคืองได้ อย่าง Sodium cetearyl sulfate ซึ่งเป็นสารกลุ่ม surfactant ประจุลบ ที่อาจจะระคายเคืองผิว กับ Chlorhexidine digluconate ที่ใส่มาเป็นสารระงับเชื้อ เข้าใจได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับรอบดวงตาจึงมีความใส่ใจด้านการปนเปื้อนเชื้อ แต่สารนี้อาจจะก่อระคายเคืองได้ แต่ทั้งนี้การระคายเคืองนั้นขึ้นกับความเข้มข้นของสาร โดยสองตัวนี้มาในลำดับท้ายๆ และการตอบสนองก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล อีกทั้งในสูตรยังมีสารที่ดูแลเรื่องการระคายเคืองอยู่หลายตัว จึงไม่น่าเป็นกังวลอะไร ซึ่งส่วนตัวนั้นได้ทดลองใช้มาประมาณ 2 อาทิตย์ ก็ใช้ได้ไม่พบอาการผิดปกติอะไร

ให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ

  1. สารบำรุง หรือ Active ดังที่ได้กล่าวไปว่าเป็น Eye cream ที่ดูเหมือนจะเป็น Eye cream พื้นๆ สูตรคลาสสิค ไม่หวือหวา แต่ส่วนผสมของคุณเขาจัดมาได้ครบมาก จบทุกปัญหาความต้องการของครีมบำรุงผิวรอบดวงตา ไม่ว่าจะเป็นด้านของริ้วรอย รอยคล้ำรอบดวงตา น้องตอบโจทย์ได้อย่างลงตัว รวมทั้งยังเสริมวิตามินและเปปไทด์ที่ดูแลเรื่องการชะลอวัยมาพร้อม สำรวจราคาใน LazMall official ของทางแบรนด์อยู่ที่ 499 บาท (ณ 23 ก.ย. 65) ราคานี้ ทำมาได้ครบขนาดนี้ เอาไปเลยค่ะ 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ตามที่ได้กล่าวไปเรื่องของสารก่อการระคายเคืองนั้น ถึงแม้ว่าจะพัฒนาสูตรมาได้ค่อนข้างดี เลือกใช้สารที่ดูแลและป้องกันปัญหาระคายเคืองเข้ามา และส่วนตัวเองก็สามารถใช้ได้ไม่มีปัญหาอะไร แต่เพื่อความแฟร์เลยจำเป็นต้องหักคะแนน เหลือ 4 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ส่วนตัวค่อนข้างชอบความบางเบาของครีมชิ้นนี้ แต่ถึงแม้จะบางเบาก็ไม่ถึงกับทำให้ผิวรอบดวงตาแห้ง ในด้านของประสิทธิภาพในการลดเลือนริ้วรอยและรอยคล้ำนั้น ส่วนตัวพึ่งทดลองได้ประมาณ 2 อาทิตย์ อาจจะยังตอบโจทย์ได้ไม่ชัด แต่ก็รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ Biobalance สาขาประเทศไทยที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆ มาให้ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

Facebook: https://www.facebook.com/BiobalanceOfficialThailand

Official LazMall: https://invol.co/cle62s0

Official Shopee Mall: https://invle.co/cle62tp

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Biobalance สาขาประเทศไทย การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

รีวิววิเคราะห์เจาะลึกทุกส่วนผสมแบบละเอียด เซรัมบำรุงผิวเพื่อผิวขาวกระจ่างใสแบรนด์ไทยๆจาก Morebeaute’

รีวิววิเคราะห์เจาะลึกทุกส่วนผสมแบบละเอียด เซรัมบำรุงผิวเพื่อผิวขาวกระจ่างใสแบรนด์ไทยๆจาก Morebeaute’

สวัสดีค่ะพี่ๆน้องๆเพื่อนๆห้องแป้งที่น่ารักทุกๆท่าน

วันนี้มี่แวะเอาเซรัมบำรุงผิวเพื่อผิวขาวกระจ่างใสแบรนด์ไทยๆ ที่ว่ากันว่าคิดสูตรโดยแพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง โดยมุ่งเน้นส่วนประกอบที่ปลอดภัย ไม่มีสารปรอท หรือ steroid แต่ได้ผลจริง จะดีงามขนาดไหนมาดูไปพร้อมกันเลยดีกว่าค่ะ

Serum นี้มีชื่อว่า Morebeaute’ หรือ มอร์บอเต้ ค่ะ

ชื่อเต็มๆคือ Morebeaute’ blemish control luminizing cream

มาดูหน้าตากันหน่อยเนอะ

mb 1.jpg

ซึ่งนางจะมาใน Packaging แบบหลอดปิดสนิทค่ะ

ตัวเนื้อเซรัมจะเป็นแนวๆ Emulgel นะคะ เป็นเซรัมเนื้อเจลขุ่นๆ สีเหลืองอ่อนๆ ซึ่งทางแบรนด์ใช้ส่วนผสมที่เป็นสารสกัดจากธรรมชาติ และไม่ได้ใส่ Opacifier หรือ ตัวกลบสี มาบดบังสี จึงได้เซรัมสีนี้ค่ะ มีกลิ่นหอมจางๆค่ะ

mb 2

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ให้ความรู้สึกเย็น ซึมไวไม่เหนอะหนะค่ะ

mb 3

มาวัด pH กันซักเล็กน้อยนะคะ

mb 4

เนื่องจากผลิตภัณฑ์มีสีเลยอ่านค่ายากนิดนึง ได้ค่าอยู่ที่ราวๆ 5 – 6 ค่ะ ซึ่งใกล้เคียงกับผิวดี และเป็นช่วงที่สารหลายๆตัวในส่วนผสมคงตัวค่ะ

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

สผส

ปกติเราแบ่งส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็น 3 หมวดหลักๆ คือ
1. Actives หรือ สารออกฤทธิ์ เป็นสารที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติพิเศษต่างๆ
2. Base หรือ ส่วนเนื้อของผลิตภัณฑ์ เป็นตัวพยุงสารออกฤทธิ์ และนำพาไปสู่ผิวหนัง
3. Additives หรือ ส่วนของสารเติมแต่ง เป็นตัวเติมแต่งให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าใช้ มีความปลอดภัย เช่น พวกสารกันเสีย พวกน้ำหอม พวกซิลิโคน ตัวเพิ่มความหนืด ฯลฯ

มาดูรายละเอียดแต่ละอย่างกันเลยค่ะ
1. Actives ในส่วนของสารออกฤทธิ์ มี่ได้ทำแถบสีไว้ให้แล้วค่ะ ดังนี้
– Kojic dipalmitate เป็นอนุพันธ์ของ Kojic acid ที่มีความระคายเคืองต่ำ มีการดูดซึมเข้าผิวที่ดีขึ้น มีคุณสมบัติยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ที่ใช้สร้างเม็ดสี
– Arctostapylos uva ursi extract สารสกัดจาก Bearberry ส่วนของใบมีรายงานว่ามีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียบางชนิด มีรายงานว่าส่วนของเปลือกและใบพบสาร Arbutin ที่มีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิวผ่านการยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase (Phytochem Anal. 2009;20(5):416-20.)
– Mitracarpus scaber extract สารสกัดจากพืชชนิดหนึ่งที่พบใน Africa มีรายงานเกี่ยวกับคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ (Lett Appl Microbiol. 2000;30(2):105-8.)
**สูตรผสมของ Arctostapylos uva ursi extract กับ Mitracarpus scaber extract มีชื่อทางการค้าว่า Etioline เป็นสารสิทธิบัตรอเมริกา เลขที่ US2004/0166069A1 ให้ผลเสริมฤทธิ์กันในการยับยั้งเม็ดสีผิว โดยสารสกัดจากใบ Mitracarpus จะเป็นตัว Booster ช่วยให้สารยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ที่สร้างเม็ดสีผิว ได้มากขึ้น
– Alpha-arbutin มีคุณสมบัติในการยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิวผ่านการยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase เช่นกัน
– สูตรผสมของ Dithiaoctanediol, Sutilains, Beta-carotene และ Gluconic acid มีชื่อทางการค้าว่า Melaclear 2 ออกฤทธิ์เสริมกันในการเป็น Whitening ที่ดี โดยเริ่มไปยับยั้งตั้งแต่ขั้นตอนการเปลี่ยนเอนไซม์ pro-Tyrosinase ไม่ให้เป็น Tyrosinase จึงทำงานไม่ได้ ป้องกันไม่ให้อนุมูลอิสระไปกระตุ้นให้เซลล์สร้างเม็ดสีทำงาน จับกับ Retinoids receptor มีผลไม่ให้เซลล์สร้างเม็ดสีโดนกระตุ้น และผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ดำคล้ำอย่างออกโยน
– สูตรผสมของ Capric/caprylic triglycerides กับ Diacetyl boldine มีชื่อทางการค้าว่า Lumiskin เป็นการเอา Diacetyl boldine ซึ่งเป็นสารที่แยกได้จากต้น Boldo ในชิลี ออกฤทธิ์ที่ alpha-adrenergic receptor และ ควบคุม Calcium flow มีผลทำให้เอนไซม์ Tyrosinase ไม่สามารถทำงานได้
– วิตามินซี 2 ชนิด คือ Ascorbic acid และ Ascorbyl palmitate ตัวแรกออกฤทธิ์ได้เลย อีกตัวค่อยๆถูกผิวเปลี่ยนเป็น Ascorbic acid มีผลช่วยให้วิตซี ออกฤทธิ์ได้ยาวนานขึ้น วิตซีมีประโยชน์ในการเป็น Antioxidant, ยับยั้งการสร้างเม็ดสี และเป็นส่วนหนึ่งในขั้นตอนการสร้างคอลลาเจน
– Niacinamide เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 มีรายงานว่า สารตัวนี้สามารถเป็น Whitening ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ โดยไปรบกวนการส่งผ่านของเมลานินที่สร้างเสร็จแล้ว ลดการอักเสบในผิว เพิ่มการไหลเวียนเลือด ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวโดยไปกระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า และยังเป็น Antioxidant ด้วย (Int J Cosmet Sci 2005; 27:255–261)
– วิตามินอี 2 ชนิด คือ Tocopherol และ Tocopheryl acetate ตัวแรกออกฤทธิ์ได้เลย อีกตัวค่อยๆถูกผิวเปลี่ยนเป็น วิตอีในผิว ให้ผลเป็น Antioxidant
– สูตรผสมของ 10-Hydroxydecanoic acid, Sebacic acid และ 1,10-Decanediol มีชื่อทางการค้าว่า Acnacidol แยกสกัดได้จากนมผึ้ง มีคุณสมบัติลดการสร้างน้ำมันของผิว ผ่านการยับยั้งเอนไซม์ 5alpha-reductase ที่เป็นต้นตอของการสร้างน้ำมัน หรือ Sebum และมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ จึงให้ผลดีด้านสิว บริษัทผู้ผลิตวัตถุดิบกล้า Claim ว่า ถ้าใช้ตาม Dose ที่กำหนดจะลดการหลั่งน้ำมันได้รวดเร็วภายใน 1 ชั่วโมง
– Sodium PCA สารเพิ่มความชุ่มชื้นชนิด Natural moisturizing factor (NMF) ที่มีอยู่ในผิว มีหน้าที่ดูดน้ำเข้าหาผิว เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว
– Glycyrrhiza glabra extract คือ สารสกัดจากชะเอม เทศ มีรายงานเกี่ยวกับคุณสมบัติในการยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ลดการสร้างเมลานินช่วยให้สีผิวจางลง มีฤทธิ์เป็น Antioxidant และช่วยปกป้องเซลล์ผิวจากอันตรายจากเปอร์ออกไซด์ในร่างกาย (Molecules. 2014; 19(7):9101-13.) มีคุณสมบัติลดการอักเสบ มีรายงานการวิจัยกล่าวว่า เมื่อใช้สารสกัดชะเอมในโรคผิวอักเสบแบบ Atopic จะช่วยลดอาการคัน บวม และแดงได้ (J Dermatolog Treat. 2003; 14(3):153-7.)
2. Base หรือ เนื้อหลักผลิตภัณฑ์ มาในรูปแบบของ Emulgel ประกอบด้วย น้ำ น้ำมัน และซิลิโคน ดังนี้
2.1 ส่วนของน้ำ ได้แก่ น้ำ Butylene glycol, Glycerine, Propylene glycol ซึ่งช่วยดูดน้ำให้ผิวได้
2.2 ส่วนของน้ำมัน ได้แก่ C13-14 isoparaffin, Hydrogenated polydecene ให้ผลเคลือบผิวปกป้องไม่ให้น้ำระเหยออก พวกนี้ค่อนข้างปลอดภัยเพราะไม่ดูดซึมเข้าผิว และ Capric/caprylic triglyceride ที่ดูดซึมเข้าผิวให้ผลทดแทนไขมันในผิว และ Cholesterol ที่ช่วยลดการอักเสบ และเป็นส่วนหนึ่งของ Barrier ผิว
2.3 ซิลิโคน ได้แก่ Dimethicone, Cyclopentasiloxane, C30-45 alkyl cetearyl dimethicone crosspolymer ให้สัมผัสบางเบา เคลือบปกป้องผิว และเพิ่มความหนืด
3. Additives ได้แก่
3.1 สารทำระบบนำส่ง ได้แก่ Palmitoyl hydroxypropyltrimonium amylopectin/glycerin crosspolymer กับ Hydrogenated lecithin ที่เป็นระบบนำส่งสิทธิบัตรของบริษัท Kobo ทางญี่ปุ่น มีชื่อทางการค้าว่า Glycosphere สามารถเก็บกักสารเพื่อเพิ่มความคงตัวและนำส่งเข้าสู่ผิว ดังรูป

glycosphere.jpg

(Image from Kobo products)
เข้าใจว่าน่าจะเก็บกักวิตามินซีเอาไว้

3.2 สารเพิ่มความหนืด คือ Sodium acrylates/sodium acryloyldimethyltaurate copolymer
3.3 Emulsifier ได้แก่ Laureth-7, Polysorbate 60, Cholesterol, Sodium deoxycholate ช่วยผสานน้ำให้เข้ากับน้ำมัน
3.4 Preservatives ได้แก่ สารจับโลหะ Disodium EDTA และสารกันเสีย Phenoxyethanol กับ Methylisothiazolinone
3.5 สารแต่งกลิ่น หรือ Perfume

ถึงเวลาให้คะแนน
1. Actives ส่วนของสารออกฤทธิ์ค่อนข้างมาเต็มจริงๆ จากที่เล่าให้ฟังในข้างต้นจะเห็นว่ามีส่วนของสารที่ออกฤทธิ์ครอบคลุมขั้นตอนการสร้างเม็ดสีผิวทั้งหมด ตั้งแต่ก่อนสร้าง ระหว่างสร้าง และหลังสร้างเสร็จ ที่สำคัญคือ Gluconic acid ที่ใช้ ไม่ได้ทำให้ผิวบางแต่อย่างใด ยังมีส่วนของสารเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว และสารที่ให้ประโยชน์เรื่อง การชะลอวัย สิว และควบคุมความมันได้อีก โดยรวมถือว่าทำมาได้ครบถ้วนสมบูรณ์ ได้ไป 5 ฟลาสก์
2. Base ส่วนของเนื้อหลัก มีครบถ้วนทั้งสารดูดน้ำให้ผิว สารเคลือบปกป้องผิว และไขมันทดแทนผิวหนัง ไม่มีส่วนผสมของ Alcohol และน้ำมันที่สุ่มเสี่ยงอุดตัน จึงขอให้ 5 ฟลาสก์
3. Additives ส่วนของสารปรุงแต่ง มีความโดดเด่นที่ระบบนำส่ง Glycosphere ที่ช่วยเพิ่มความคงตัวให้ผลิตภัณฑ์ และที่สำคัญคือ ไม่มีส่วนผสมของ Parabens สารอื่นๆไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรกับผิว เลยขอให้ 5 ฟลาสก์
4. การใช้งาน หลังจากใช้เมาราวๆ 2 อาทิตย์ สิ่งที่สัมผัสได้เมื่อใช้ในวันแรกๆ คือ ผิวบริเวณ T-zone มีความมันลดลง หลังจากนั้นที่ได้คือ ผิวชุ่มชื้นขึ้น นุ่มขึ้น และเรื่องความสม่ำเสมอของสีผิว ดูดีขึ้น ผิวดูมี Complexion ที่สว่างขึ้น เลยขอให้ไป 5 ฟลาสก์

คะแนน

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Morebeaute’ ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ
สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางเฟสบุคของแบรนด์
https://www.facebook.com/Morebeauteskin

และเวบไซต์ http://www.morebeaute-skincare.com/ ได้เลยค่ะ
Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์