รีวิววิเคราะห์ส่วนผสม Ampoule sheet mask ของแบรนด์ Skindom

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสม Ampoule sheet mask ของแบรนด์ Skindom


วันนี้มี่แวะเอา Ampoule sheet mask เกาหลี จากแบรนด์ Skindom มารีวิวให้ชมกันค่ะ

ก่อนอื่นอยากเกริ่นแนะนำแบรนด์ Skindom ซักนิดค่ะ ขนาดมี่เป็นสายเกาหลี ก็ยอมรับเลยว่ายังไม่เคยได้ยินชื่อแบรนด์นี้มาก่อน เลยไปทำการบ้านนิดหน่อย ได้ความว่า แบรนด์นี้เป็นแบรนด์สกินแคร์ที่ใช้กันในคลินิคความงามและสถานเสริมความงามมากมายด้วยประสิทธิภาพที่แพทย์ผิวหนังเกาหลีส่วนใหญ่เชื่อว่าเห็นผลได้ และมีอยู่ในตลาดมาสิบกว่าปีแล้วค่ะ

คอนเซปท์ของแบรนด์คือ การใช้นวัตกรรมแอมเพิล ที่เรียกว่า Super serum ใช้สารโมเลกุลเล็ก ทำงานและดูดซึมได้ลึก ให้ผิวเต็มอิ่มด้วยคุณค่าสารอาหาร เพื่อผิวสวยไร้ที่ติ เปล่งปลั่งฉ่ำวาวสไตล์สาวเกาหลีค่ะ

สำหรับ Ampoule sheet mask ที่มี่ได้มามีทั้งหมด 6 สูตรค่ะ

IMG_0283-re

แผ่นมาสค์เป็นวัสดุที่นุ่มมาก และเนื้อบางเบามาก ตัวเนื้อ Soaking solution (ขอเรียกว่าน้ำยา นะคะ) เป็นแบบเข้มข้นเหมือนกับเจลและซีรัม ที่เรียกว่า แอมเพิล (Ampoule) มีกลิ่นหอมอ่อนๆค่ะ ใจจริงชั้นอยากอ่านว่าแอมพูลนะ แต่ด้วยความอินเทรนด์ตามกระแสบ้านเราต้องเรียกแอมเพิล ค่ะ

แอมเพิลนี้คืออะไร???

แอมเพิลนี้ คือ เซรั่มเข้มข้นพิเศษ (Super Serum) ประกอบด้วยคุณค่าจากสารอาหารผิวและสารสกัดที่มีความเข้มข้นสูงกว่าซีรัมมีส่วนช่วยกระตุ้น (Booster) กระบวนการดูดซึมสารอาหารให้เข้าสู่โมเลกุลของเซลล์ผิวอย่างล้าลึกและตรงจุดยิ่งขึ้นจึงให้ประสิทธิภาพและผลลัพธ์ที่ดีกว่าค่ะ

มาดูมาสค์ดีกว่าค่ะ

ในส่วนของแผ่นมาสค์เป็นแผ่นที่เนื้อนุ่ม ละเอียด และบางเบามากค่ะ

IMG_0290-re

ในซองให้น้ำยามาเยอะมาก ขนาดเอาน้ำยาที่เหลือในซองมาทาแขน ทาขา ยังไม่หมดเลยค่ะ

ส่วนของตัวน้ำยาจะเป็นเนื้อเจลใสๆ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ชุ่มผิวค่อนข้างมากค่ะ

IMG_0291-re

ส่วนตัวมี่มาสค์ตอนกลางคืน ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที หรือรอจนแผ่นมาสค์แห้งก็ไปดึงออก แล้วนอนเลย เช้าตื่นมาหน้านุ่มมาก เกลี่ยรองพื้นได้ดีมาก แต่งหน้าได้เรียบสุดๆ

ถ้าพูดถึงส่วนผสม แต่ละสูตรจะมีส่วนผสมหลักๆที่คล้ายๆกันนะคะ ลองดูจากรูปนี้นะคะ เป็นตัวแทนส่วนผสมจาก 3 สูตร คือ Mulberry, Acerola และ Grapefruit ค่ะ

แอบกระซิบว่าบางสูตรไม่มีน้ำหอมนะคะ

สผส มาสค์

ในส่วนของน้ำยา ถ้าไม่นับน้ำจะมีส่วนประกอบของ Glycerin, Butylene glycol, Propylene glycol, betaine เป็นหลัก พวกนี้ให้ผลดูดน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้ ไม่มี Alcohol ค่ะ

ในส่วนของสารออกฤทธิ์ แทบทุกสูตรจะมีส่วนผสมของ Biosaccharide gum-1 กับ Cereus grandiflorus extract และ Dipotassium glycyrrhizate เป็นหลักค่ะ และก็เสริมด้วยสารอื่นๆตามสูตรของแต่ละมาสค์ กล่าวรายละเอียดแต่ละตัวซักเล็กน้อยนะคะ

Biosaccharide gum-1 ตัวนี้เป็นคาร์โบไฮเดรตที่ได้จากการหมักจุลินทรีย์ ประกอบด้วยน้ำตาล 3 โมเลกุล คือ Galacturonic acid, L-Fucose และ D-Galactose มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวได้ค่อนข้างนาน ซึ่งผู้ผลิตทดสอบความชุ่มชื้นหลังจากที่ผ่านไป 4 ชั่วโมง ตรงตามที่ Official US website Claim ไว้ สารนี้มีคุณสมบัติก่อฟิล์มให้ความรู้สึกชุ่มชื้นนุ่มนวล ไม่เหนอะหนะ ไม่มัน ถ้าใช้กับผมจะช่วยเคลือบเกล็ดผมที่แตกออก ทำให้ผมเรียบเนียนขึ้น ผมก็จะดูสวยงาม และมีรายงานว่าช่วยลดการอักเสบ ป้องกันการแพ้ได้ (Fucogel, Solabia Inc.)

Cereus grandiflorus flower extract สารสกัดจากดอกกระบองเพชร ไม่มีงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับผิวหนังตีพิมพ์ในฐาน Pubmed ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าให้ผลเป็น Antioxidant ที่ดี มีคุณสมบัติ Astringent (แปลเป็นไทยว่าฝาดสมาน แปลแล้วก็ไม่รู้เรื่อง สารกลุ่ม Astringent ให้ผลกระชับรูขุมขนและฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้บางชนิด) พร้อมให้ผลส่งเสริมการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวแบบอ่อนๆ

Dipotassium glycyrrhizate เป็นสารที่แยกได้จากรากชะเอม ให้ผลลดการอักเสบ ลดการระคายเคืองได้ดี และให้ความรู้สึกสบายผิว

ทีนี้แต่ละสูตรก็มีส่วนที่เป็น Key ingredient เพิ่มเข้ามา คือ

1. สูตร Acacia collagen มีการเสริม Acacia concinna fruit extract เพิ่มเข้ามา ให้ผลเป็นตัวเพิ่มความชุ่มชื้น และช่วยกระชับผิวค่ะ

2. สูตร Grape fruit มีการเสริมสารสกัดจากผลเกรฟฟรุต (Citrus paradise fruit extract) เพิ่มเข้ามา ปกติสารสกัดจากผลส้มจะมีวิตามิน และมีกรดอินทรีย์ธรรมชาติช่วยเติมน้ำให้ผิว และช่วยให้ผิวขาวขึ้นได้

3. สูตร Hyaluronic acid เสริม Hyaluronic acid เพิ่มเข้ามา ให้ผลเติมน้ำให้ผิวยืดหยุ่นและนุ่มนวล

4. สูตร Mulberry root extract เสริม Morus alba bark extract เข้ามา สารสกัดจาก Mulberry นี้สามารถยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ Tyrosinase ที่เป็นเอนไซม์สร้างเม็ดสีผิว จึงช่วยให้สีผิวค่อยๆอ่อนลง

5. สูตร Snail เสริม Snail secretion filtrate เพิ่มเข้ามา ตัวเมือกหอยทากนี้มีรายงานการวิจัยรองรับว่าสามารถช่วยลดการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ช่วยสมานผิว และลดการอักเสบได้

6. สูตร Acerola เสริมสารสกัด Malphigia emarginata fruit extract เข้ามา สารสกัดจากผลอะเซโรล่านี้นอกจากมีวิตามินซีสูงให้ผลเป็น Whitening ได้ดีแล้วยัง มีสารประกอบ Polyphenol หลายชนิด ช่วยลดการสร้างเม็ดสีผิวเมื่อโดนแสงแดด เป็น Antioxidant ที่ดีและลดการอักเสบในผิว ทางแบรนด์ Claim ว่าสามารถกระชับรูขุมขนได้

ให้คะแนนส่วนผสมอยู่ที่ 5/5 และ คะแนนการใช้งานอยู่ที่ 4/5 ค่ะ จริงๆกลิ่นหอมอ่อนๆของมาสค์มันก็ให้ความรู้สึกผ่อนคลายดีนะคะ แต่ส่วนตัวมี่คิดว่ากลิ่นบางสูตรฉุนไปนิดนึงค่ะ

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Skindom ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ทางเฟสบุคของ Skindom Thailand

https://www.facebook.com/SkindomThailand

และเวบไซต์ http://www.skindom.co.th กับ http://www.skindomthailand.com เลยนะคะ

 

กระซิบกระซาบว่า ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์มีวางจำหน่ายที่ Watsons ทั่วประเทศ, EVEANDBOY(สยาม), มีเคาน์เตอร์แบรนด์ อยู่ที่ The Mall งามวงศ์วาน, และในเร็วๆ นี้เห็นทางแบรนด์ว่าจะเข้าเซ็นทรัลอีกหลายๆสาขาด้วยหละ ก็ติดตามกันต่อไปเนาะ
Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ SKindom Thailand ค่ะ

แล้วพบกันใหม่โอกาสถัดไปค่ะ

Love you,
xoxo

[MiYeon Favorites] It’s skin Power 10 formula GF effector

[MiYeon Favorites] It’s skin Power 10 formula GF effector

หลังจากอัพรวมลูกรักไป 3 ตอนก็หายสาปสูญไปพักใหญ่ๆเลย วันนี้เลยเอาตอนที่ 4 มาฝากค่ะ ผลิตภัณฑ์ลูกรักชิ้นที่ 4 ของมี่ก็คือ Power 10 formula GF effector ของ It’s Skin ค่ะ

ดูจากขวดเปล่าก็คงการันตีได้ว่า รักและลงหลักปักฐานมานานขนาดไหน ทุกวันนี้ขึ้นขวดที่ 6 แล้วค่ะ ขวดนึงใช้ได้ประมาณ 2 เดือนค่ะ

IMG_0272-re

ผลิตภัณฑ์ Line นี้มีหลายๆท่านสอบถามเข้ามาเหมือนกันค่ะ ว่าแล้วต้องเมาท์ซักหน่อย อาจจะเมาท์เรื่องนี้หลายรอบแล้ว อย่าพึ่งเบื่อนะคะ = =

ในสมัยแรกสุดแอดมินนั้นติดของญี่ปุ่นค่ะ แต่แล้วนางก็เลิกจำหน่ายในไทย พอของที่เราตุนไว้ใกล้หมด แอดมินก็เลยลองสอดส่องสินค้าพรีออร์เดอร์เกาหลี และได้มาเจอกับผลิตภัณฑ์ Line นี้ คือ มันถูกมาก สมัยนั้น 9800 วอน ก็ไม่ถึง 300 บาท ก็เลยไปลองหา Spot โฆษณาตามเวบต่างๆ ไปเจอรายการ Beauty ซักอย่างของเกาหลีเขาเอา YE effector มาเทียบกับซีรัมชื่อดังของแบรนด์ L กับ EL แล้วแบบว่า เฮ้ย อี YE นี่มันดีอะ ก็เลยอยากลอง

จากนั้นก็พรีออร์เดอร์มาใช้ค่ะ (สมัยนั้นแบรนด์นี้ยังไม่ดังในไทยค่ะ) พอได้มาก็แบบว่า เอ้อ ดีอะ ใช้แค่ 3 วัน หน้านุ่มขึ้นเยอะมาก ก็ใช้ YE มาตลอด จนมาวันหนึ่ง ขนขึ่้น – -* ก็เลยคิดไปคิดมา เออ ยีสต์มีวิตามินบีเยอะ ทำให้ขนขึ้นได้ ก็เลยตัดสินใจเปลี่ยน ตัวที่เลือกคือ GF effector ค่ะ เพราะว่าส่วนผสมค่อนข้างคล้ายกัน เลยลองใช้ดู หน้าก็นุ่มดีค่ะ แต่ไม่ฟินเหมือน YE แต่ก็ต้องเลือก เพราะ GF ขนไม่ขึ้น

สุดท้ายก็ใช้ GF มายาวๆ ตอนไปเที่ยวเจจูก็ไปเจอมา ตอนนั้นราคา 12000 วอน ตอนแรกก็นึกว่าของบนเกาะเจจูแพงกว่าโซล แต่จริงๆแล้วมันขึ้นราคา ถึงจะขึ้นราคาก็ยังไม่เลิกนะคะ

ก่อนจะไปดูส่วนผสมมาดูเนื้อของซีรัมกันก่อนดีกว่าค่ะ

IMG_0273-re

ของเขาจะเป็นขวดแบบมีหลอดหยด ตัวซีรัมเป็นเนื้อใสๆ มีเม็ดบีดส์สีฟ้าอ่อนๆกระจายอยู่ค่ะ แต่ส่วนมากตอนดูดมาใช้ จะไม่ค่อยได้เม็ดบีดส์มามากนัก

IMG_0274-re

พอเกลี่ย จะเกลี่ยง่ายและแฉะๆ หน่อยนะคะ ซึมผิวปานกลาง เย็นและชุ่มชื้นดี ตอนซึมหมดจะเหมือนมีแผ่นฟิล์มหนึบๆเคลือบผิวไว้ให้อิ่มน้ำค่ะ

IMG_0275-re

มาทั้งทีก็ต้องรีวิวส่วนผสมซักหน่อย

สผส GF

จากส่วนผสมจะเห็นว่าเน้นไปที่การเติมน้ำให้ผิวค่ะ

ตัวหลักๆที่อยากกล่าวถึง คือ Grifola frondosa mycelium ferment filtrate สารตัวนี้เป็นของเหลวที่กรองออกมาจากการหมักเห็ด Maitake ปกติเห็ดตัวนี้มีประโยชน์ปรับภูมิคุ้มกัน มีรายงานวิจัยกล่าวว่าในส่วนของ Mycelium มีสารในกลุ่ม Polysaccharide ที่สามารถกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานได้ดีขึ้น (J Agric Food Chem. 2006;54(8):2906-14.) สารตัวนี้ทาง INCI จัดเป็น Antioxidant กับ Humectant (เพิ่มความชุ่มชื้น)

Polyglutamic acid โพลิเมอร์ที่เกิดจากกรดอะมิโน Glutamic acid พบได้ใน Natto ซึ่งเป็นสิ่งที่จุลินทรีย์บางชนิดสร้างระหว่างกระบวนการหมัก ในทางเภสัชกรรมมีประโยชน์ในการเป็นระบบนำส่ง ส่วนในทางเครื่องสำอางผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่าสามารถดูดและจับน้ำได้มากถึง 5000 เท่าของน้ำหนักตัวมัน และมีรายงานการวิจัยอีกฉบับกล่าวว่า Polyglutamic acid ที่มีขนาดโมเลกุลใหญ่สามารถกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันได้ (Chem Biodivers. 2010; 7(6):1555-62.) น่าจะมีส่วนช่วยให้ระบบผิวหนังแข็งแรงขึ้น

และ Sodium PCA กับ Urea เป็นสารดูดน้ำชนิดเดียวกับสารที่เป็น Natural mousturizing factor ในผิว พวกนี้มีขนาดเล็กจะดูดซึมเข้าผิวและช่วยอุ้มน้ำได้

ถ้าให้คะแนนส่วนผสมก็ขอให้ 5/5 ค่ะ เพราะไม่มีตัวไหนที่มีผลเสียกับผิว และ นอกจากผลในการเติมน้ำให้ผิวยังช่วยให้ผิวแข็งแรงได้ด้วย

ตอนนี้ที่เกาหลีขึ้นราคาแล้วนะคะจาก 9800 วอน เป็น 12000 วอน (ประมาณ 360 บาท) แล้วก็มีขนาดใหญ่ 60 ml ออกมาขายแล้วด้วยค่ะ

ไปเกาหลี (เกาะเจจู) ตอน เมษา มี่หอบมา 4 ขวด ตอนนี้เหลือแค่ไม่ถึง 2 ขวดค่ะ = =

Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตัวเองค่ะ (Consumer reviewed)

[MiYeon Favorites] part 1-Innisfree Soybean Firming Skin

[MiYeon Favorites] part 1-Innisfree Soybean Firming Skin

มีหลายๆท่านมากเลยแนะนำเข้ามาว่า อยากเห็น Routine skincare ของมี่

แต่มี่ใช้ไปเรื่อยตามอารมณ์ ไม่เหมือนกันซักวัน เลยกะว่าจะค่อยๆรีวิวผลิตภัณฑ์ที่ชอบไปทีละตัวๆ วันนี้ก็เลยจะรีวิวเอสเซนส์ถั่วเหลืองหมัก พึ่งหมดขวดแรกไปเมื่อคืนนี้เองค่ะ ถึงแม้ว่าขวดจะดูเหมือนไม่ใหญ่มาก แต่ใช้ทนจริงๆค่ะ เปิดใช้ตอนปลายๆเดือน 6 พึ่งมาหมดเมื่อคืนนี้ เกือบปีเชียว

ตอนนั้นไปสอยมาจากเกาหลีเมื่อตอนเดือนมิย.ปีที่แล้วค่ะ ราคารู้สึกจะ 28000 วอน (840 บาท)

ลงรูปร้านด้วย เดี๋ยวจะหาว่าไม่ได้ไปจริงๆ

11121330_10204242340998889_1186810959_n

ถ้าได้แบกเป้ไปเองนะคะ แนะนำให้ไปย่าน มยองดง ตอน 10โมงค่ะ จะร้างมากกกกกกกกกก เดินสนุก ชอปสนั่น ไม่มีคนเยอะแยะมากวนประสาท

แถมอีกรูปค่ะ

(รูปเก่าเล่าใหม่)

ไม่มีคนเลยค่าาาาาาาาาาาาาาาา

11117395_10204242342758933_811500543_n

เข้าเรื่องดีกว่าค่ะ

Innisfree เป็นแบรนด์นึงที่มี่แอบส่องของเค้ามาเกือบสองปี และก็ได้ไปเลือกกับตัวเองเมื่อ มิย. ปีที่แล้ว ตอนนั้นซื้ออะไรมาบ้าง ดูได้ที่ลิงค์เมื่อกี๊นะคะ

แล้ว เมษายน ก็ไปเกาหลีอีก คราวนี้ไปเกาะเจจู ไปกับทัวร์ ทัวร์เค้าเอาเราไปปล่อยที่ไร่ชา O’Sulloc แล้วอิชั้นก็วิ่งขึ้นไป Innisfree Jeju house ค่ะ

คุ้มค่าเหนื่อยเลยยยยยยยย

ตัวที่รักเลยก็คือ

IMG_3625-re

ตัวนี้เนเจอร์ของเค้าจะค่อนข้างมัน ดังนั้นจะเหมาะกับคนที่ผิวแห้งหน่อยนะคะ

เนื้อจะเป็นน้ำนมเหลวๆ กลิ่นหอมสมุนไพร ค่อนข้างชุ่ม มันนิดๆค่ะ

IMG_3626

แต่เอาเข้าจริง พอทิ้งไว้แปบ มันก็ซึมหมดค่ะ ไม่มัน ไม่เหนอะหนะอะไรมาก และหน้าจะนุ่มชุ่มชื้นไปนานโขอยู่

กระดาษวัด pH เหลือ มาวัด pH เล่นๆดีกว่าเนาะ

IMG_3629-re

pH อยู่ที่ 5 ค่ะ ดังนั้น AHA ในนี้ก็จะแตกตัวเป็นรูปเกลือ ซึ่งมีฤทธิ์ผลัดผิวต่ำ จึงไม่ต้องกลัวเรื่องผิวบาง และแพ้แดด

มาดูส่วนผสมกันดีกว่าค่ะ

ดูจากภาพถ่ายกล่องดีกว่าเนาะ ^^ มันแอบยาว = =

1415027625-innisfree-o

วิเคราะห์ส่วนผสมนิดนึงพอกรุบกริบ

ปกติเครื่องสำอางจะประกอบด้วยส่วนสำคัญ 3 ส่วน คือ

1. Active ingredients หรือย่อๆว่า Active เป็นสิ่งที่ทำให้เครื่องสำอางมีฤทธิ์ทางชีวภาพ เช่น ลดริ้วรอย ผิวขาว ดูแลสิว ฯลฯ
2. Base เป็นส่วนหลักของผลิตภัณฑ์ ทำหน้าที่พยุงเอา Actives ไว้ และเป็นตัวนำพาเอา Actives ไปออกฤทธิ์ที่ผิวหนังค่ะ ถ้าเป็น ครีม Base ก็จะเป็นส่วนของน้ำกับน้ำมันค่ะ
3. Additives เป็นส่วนของสารที่ช่วยเพิ่มลักษณะที่ดีให้แก่เครื่องสำอาง เพิ่มความคงตัว ความน่าใช้ ความปลอดภัย เช่น พวก Emulsifier ที่ประสานน้ำให้เข้ากับน้ำมันเกิดเป็นครีม Preservatives ที่ช่วยรักษาผลิตภัณฑ์ให้คงเดิม ฯลฯ

ตัวนี้ถ้าแยกส่วนแบบสรุปๆ ก็จะเป็นดังนี้ค่ะ

1. Actives ตัวที่นำมาเลยน่าจะเป็น Squalane, Arbutin กับถั่วเหลืองหมัก Bacillus ซึ่งถั่วเหลืองมันจะมีสารจำพวก Isoflavone ที่ปกติมันจะจับกับน้ำตาลอยู่ทำให้โมเลกุลใหญ่ การออกฤทธฺ์และการดูดซึมจะน้อย แต่พอหมักด้วยจุลินทรีย์เสร็จ มันก็จะตัวเล็กลง ออกฤทธิ์ได้ง่ายขึ้น และซึมผิวได้ดีขึ้น สารกลุ่มพวกนี้ยังมีคุณสมบัติเป็น Phytoestrogen ช่วยให้ผิวนุ่มนวลด้วย ส่วนสารสกัดพืชอื่นๆ ที่พอจะมีข้อมูลรองรับก็จะเป็นชาสองสายพันธ์ ซึ่งให้ผลเป็น Antioxidant ที่ค่อนข้างดี Orchid ที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ โดยรวมแล้วให้ผลเรื่องริ้วรอย ความชุ่มชื้น ไวท์เทนนิ่ง ถือว่าโอเคอยู่ค่ะ ส่วนของ Citric acid กับ Lactic acid เมื่อมาอยู่ในสภาวะที่มีค่า pH ราวๆ 5 ก็จะกลายร่างเป็นรูปเกลือ คือ Citrate กับ Lactate ซึ่งผลผลัดผิวจะลดลง เหลือแต่ผลเติมน้ำให้ผิว จึงขอให้ 5 ฟลาสก์

2. Base มาในรูปแบบ Emulsion เพราะมีน้ำมันด้วย ส่วนของน้ำ มีสารดึงน้ำให้ผิวอยู่ก็จริง แต่ไม่ได้เลิศเลอประเสริฐศรี ส่วนของน้ำมันก็มีไขมันที่ดีๆต่อผิวอยู่ด้วย ที่เหลือก็เป็นสารพื้นๆทั่วไป แม้ว่าจะไม่ได้ดีมาก แต่ก็ถือว่ามีครบถ้วนสำหรับการเป็น Emulsion ที่ดีชิ้นนึง ที่สำคัญคือไม่มี Alcohol ค่ะขอให้ 5 ฟลาสก์

3. Additives ไม่มีพาราเบน แต่มีน้ำหอม ไม่แน่ใจว่าน้ำหอมนี่เป็นน้ำหอมสังเคราะห์ หรือว่าเป็นน้ำมันหอมระเหยจากพืชตระกูล Citrus เพราะกลิ่นก็แอบเหมือนอยู่ ถ้าเป็นพวก Citrus ก็ไม่เหมาะใช้กลางวันเพราะจะแพ้แสงได้ แต่ก็ไม่เคยหักคะแนนน้ำหอมในผลิตภัณฑ์อื่นๆที่ไม่ใช่แบบทารอบดวงตามาก่อน สารอื่นๆก็ไม่ได้เป็นพิษเป็นภัยอะไร จึงขอให้ 5 ฟลาสก์

4. การใช้งาน คงไม่ต้องบรรยายแล้วค่ะ หมดไปแล้วขวดหนึ่ง กำลังจะแกะขวดที่สอง ก็จัดไป 5 ฟลาสก์ สวยๆค่ะ

สำหรับวันนี้มีแค่นี้ค่ะ แล้วพบกันใหม่กระทู้ถัดไป สวัสดีค่ะ

ปล. Innisfree เมืองไทยเปิดแล้วนะคะ แอบอิจฉาสาวๆกรุงเทพ ได้ไปเดินเล่นแล้ว ส่วนตัวมี่นั้นอยู่ต่างจังหวัด โชคดีอาทิตย์หน้าจะได้ลงไปทำงานที่กทม ถ้ามีเวลาจะแอบไปส่องดูค่ะ ^^

Love you
xoxo
MiYeon’s Shopping in Jeju, April 2015

MiYeon’s Shopping in Jeju, April 2015

Hi guys, this is my first English topic, please feel free to have comments or chats or etc.

On last April, I went to Jeju, South Korea with Thai tour company with very low cost (around 12900 THB for plane, hotels and some foods)

I am Korean Cosmetics-addicted, and always find the way to purchase them into Thailand.

I like to try everything that is Korean, so my daily routine is almost done bt Korean cosmetics.

Well, its time to see my shopping bags!!!

But before shopping bags, before going to Korea I have to check the price and products that will include in my wishlists, and here is my wishlists.

shopping list

Then, we have arrived !!, at Jeju airport

jeju

Tah dah!! here is my shoppings

IMG_2543-re

Wah Quite a lot, right??

In Jeju, the most frequent shop I found is Nature republic, which can be found in almost every place that tour guide to.

IMG_2361-re

Lucky!!, they are on sale !!!!

And these are my purchased.

IMG_2532-re

All of Nature Republic’s products are great and skin friendly.

I love the cactus gel and bamboo mist very much (which will be further reviewed in the next occasion).

The next brand is It’s Skin, It’s Skin is one of my fav’ and the product that I do love most is GF effector. This time I purchased four bottles, for one year.

IMG_2528-re

Woohoo!! See you again next year, Korea.

And the next brand is Innisfree, lucky I have some times and went to Innisfree Jeju House, which is the perfect place that I enjoyed most.

11173325_10204071639651462_5295637980083187181_n IMG_1853-re

These are my purchased,

IMG_2535-re

Sparkling mineral is the new line that launched in April, I think.

But I did not tried it yet, so when I tried it I will make a review.

For Etude House, I purchased Magic any cushion, which is my fav’ and some mask sheets for trying

IMG_2530-re

About magic any cushion, I used peach color.

And the next brand is Beyond. Beyond is one of my interesting since I went to Korea on June, 2014.

Their products are quite great, however there are few line that used alcohol, which may not suits some individuals, and this are my purchased.

IMG_2531-re

On that time I went, their mask sheet is on promotion, 10+10 (Buy 10 get 10 free).

And the next brand is Tony Moly, I used their Galactomyces water before. This time I went for their Goat milk toner, which is newly launched.

IMG_2537-re

Their mascara is also great!!!!!

The next brand is Hanyul, this time I go for their rice skin softener

IMG_2538-re

And the next brand is Mamonde, I love their concepts, I love flower, esp. roses.

This is my purchased,

IMG_2539-re

And the last one is the saem, another eco-friendly brand.

IMG_2540-re

their wrapping tints are great, look like natural lips.

Well That’s all

See you again in my next blog post

love you

xoxo

Review Holika Holika Aloe 99% soothing gel

Review Holika Holika Aloe 99% soothing gel

วันนี้มี่เอา Aloe gel 99% ตัวหนึ่งมารีวิวให้ชมกันค่ะ

Aloe ตัวนี้มี่ไปเจอที่เกาหลี ตอนไปเที่ยวเมื่อเดือนมิถุนายน ปีที่แล้วพอดีเลยค่ะ ก็ไม่ได้อะไรมาก เห็นขวดมันสวยดีเลยซื้อมาค่ะ

ราคาที่เกาหลีอยู่ที่ 5900 วอน/250 ml ประมาณสองร้อยบาท ตก ml ละไม่ถึงบาท คุ้มมากๆ

หลังจากนั้นก็พรีออร์เดอร์มาใช้เรื่อยๆ จนตอนนี้ย่างเข้าหลอดที่สามแล้วค่ะ

นางมีชื่อว่า Aloe 99% Soothing gel ของ Holika Holika

มี่เรียกย่อๆเอง ว่า Aloe 99

เคยจัดอันดับตัวนี้เป็น Miyeon’s favorites 2014 ด้วยค่ะ ( Link: The best of 2014)

มาดูแพคเกจก่อนดีกว่าค่ะ

aloe 1-re

แพคเกจเป็นรูปใบว่านหางจรเข้ น่ารัก ฟรุ้งฟริ้ง มุ้งมิ้ง

สังเกตคำว่า “Holika Holika” ด้วยนะคะ

เมื่อประมาณปลายปี ไปเดินเล่นที่ร้านเครื่องสำอางสีชมพู ที่ห้างหนึ่งเชียงใหม่ ไปสะดุดกับขวดแบบนี้เข้า เกือบสอยละนะคะ ดีนะ ที่อ่านทัน แม่เจ้า นางเป็น Helika ค่ะ เกือบไปแล้ว

แต่แอบพลิกดูส่วนผสมนาง ก็ดูโอเคนะคะ เพียงแต่ ไม่รู้สินะ จะได้เฮ หรือเปล่า

ดูชื่อกันดีๆนะคะสาวๆ

ลองมาดูเนื้อสัมผัสดีกว่าค่ะ นางจะเป็นเจลยืดๆ เหมือนเมือกๆ ใสๆ กลิ่นคล้ายๆแตงกวา ทราบมาทีหลังว่าเป็นสารแต่งกลิ่น ก็แอบเสียใจนิดนึง แต่ก็ไม่เป็นไร ก็ให้ความรู้สึกดีไปอีกแบบ

aloe 5-re

มันจะลื่น เกลี่ยค่อนข้างง่าย แต่แห้งช้านิดนึง แล้วจะรู้สึกหนึบๆ บนผิวอยู่บ้างค่ะ

จะพยายามถ่ายความชุ่มของมันให้เห็น แต่มันไม่ติด เลยสาดแฟลชใส่ ทีนี้ชัดเลยค่ะ แฉะเชียว

aloe 3-re-horz

ซักประมาณ 3-5 นาทีก็จะแห้งสนิทค่ะ

ถ้าอยากฟินกว่านั้น บีบใส่ถ้วยเล็กๆ แล้วแช่ตู้เย็นไว้ แล้วเอามาโปะบนหน้า แล้วเอาผ้าก๊อซ หรือสำลี หรือแผ่นมาสค์ชีทเปล่าๆ แปะทับกลายเป็นมาสค์อโล จะฟินมากค่ะ

เวลาทำงานมาเหนื่อยๆ แปะเสร็จแล้วไปนอน เปิดเพลงเบาๆ หายเป็นปลิดทิ้งเชียวค่ะ

ดูกันมาเยอะ มาดูคำโปรยของผลิตภัณฑ์ดีกว่านะคะ

ตัวนี้ที่ Official Canada website ของ Holika Holika บอกว่า

“99 % fermented aloe vera leaf juice is contained.

  • Fermented contents maximize the effect of activating components like aloesin. So it helps your skin to be clear & healthy”

เค้าบอกว่าเค้าเอา Aloe ไปหมัก ทำให้สารออกฤทธิ์ดีขึ้น

อันนี้จริงไหม จริงค่ะ การหมัก จุลินทรีย์จะไปทำให้เกิดกระบวนการ Bio-conversion เปลี่ยนแปลงสารต่างๆของพืช ส่วนใหญ่ก็จะมีฤทธิ์เพิ่มขึ้นค่ะ

คุณสมบัติของ Aloe ที่มีรายงานการวิจัยสนับสนุนแล้วก็ได้แก่ Whitening, ลดการอักเสบ ลดการระคายเคือง และเพิ่มความชุ่มชื้นค่ะ

ลองมาดูส่วนผสมดีกว่าค่ะ

ตัวนี้ส่วนผสมเป็นภาษาเกาหลีทั้งหมดเลย

ตัวมี่กำลังหัดสะกดฮันกึล (อักษรภาษาเกาหลี) ได้ซักพักแล้วค่ะ เลยลองแกะดู ก็พอจะได้ข้อมูลดังรูปนี้ค่ะ

aloe สผส

ปกติเราจะแบ่งสารส่วนผสมในเครื่องสำอางเป็น 3 กลุ่ม ค่ะ
1. Actives หรือ สารออกฤทธิ์ เป็นสารที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติพิเศษต่างๆ
2. Base หรือ ส่วนเนื้อของผลิตภัณฑ์ เป็นตัวอุ้มและเก็บสารออกฤทธิ์ไว้
3. Additives หรือ ส่วนของสารเติมแต่ง เป็นตัวเติมแต่งให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าใช้ มีความปลอดภัย เช่น พวกสารกันเสีย พวกน้ำหอม พวกซิลิโคน ตัวเพิ่มความหนืด ฯลฯ

ลองมาไล่ไปทีละตัวเลยดีกว่า

คุณสมบัติสารแต่ละตัวแยกตามหน้าที่
1.Actives ได้แก่
– สารสกัดจากว่านหางจรเข้ (Aloe vera extract) ช่วยเรื่องความชุ่มชื้น การลดการระคายเคือง ช่วยให้ความรู้สึกสบายผิว
– สารสกัดจากดอกบัว ช่วยเรื่องริ้วรอย
– สารสกัดจากบัวบก ช่วยเรื่องริ้วรอย การสมานแผล ลดการเกิดแผลเป็น
– สารสกัดจากไผ่ ช่วยเรื่องความชุ่มชื้น
– สารสกัดจากแตงกวา ใบข้าวโพด ใบกะหล่ำปลี แตงโม ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นเช่นกัน

2.Base ไม่มีอะไรเลย นอกจากน้ำอโล

3.Additives มีอยู่ไม่กี่อย่าง ได้แก่
3.1 emulsifier PEG-60 Hydrogenated castor oil ช่วยเรื่องช่วยให้ผลิตภัณฑ์ใส
3.2 สารเพิ่มความหนืด ได้แก่ Sodium polyacrylate กับ Carbomer
3.3 สารปรับ pH ได้แก่ Triethanolamine
3.4 preservative ได้แก่ Phenoxyethanol
3.5 สารแต่งกลิ่น

แล้วก็เกิดคำถาม เมื่อใช้ Aloe ไป 99% แล้วที่เหลือนี่ มันอัดกันเข้ามาได้ขนาดนี้เลยหรือ Carbomer กว่าจะหนืดได้ก็ 0.2-0.3% เข้าไปละ Phenoxyethanol ก็ควรใส่อย่างน้อย 0.5% ที่เหลือคงเป็นสารสกัด อย่างละนิดอย่างละหน่อย แต่ก็ดีกว่าไม่มีอะเนาะ

คะแนน
1. Actives มีอยู่หลายตัว ให้ผลประโยชน์กับผิวรอบด้าน โดยเน้นหนักไปที่ผลการให้ความชุ่มชื้น และการลดการระคายเคืองของผิว ขอให้ 5 ฟลาสก์
2. Base ไม่มี เลยไม่ขอให้คะแนน
3. Additives มีอยู่หลายชนิดเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร และก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไร และก็ไม่เคยหักคะแนนน้ำหอมในผลิตภัณฑ์อื่นๆที่ไม่ใช่พวกครีมทาใต้ตามาก่อน ก็เลยให้ไป 5 ฟลาสก์
4. การใช้งาน ตามที่ได้บรรยายสรรพคุณไปแล้วในหลายๆกระทู้ จึงขอให้ 5 ฟลาสก์ค่ะ

คะแนน aloe

สำหรับวันนี้ก็มีแค่นี้ค่ะ แล้วพบกันใหม่โอกาสหน้า ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนจบนะคะ

เอาไปใช้ทาผิวไหม้แดดหลังสงกรานต์ได้เลยแหละ

See you again~

รีวิววิเคราะห์เจาะลึกส่วนผสม BHA Music toner จากแบรนด์ Skin Talk เวชสำอางของเกาหลี

รีวิววิเคราะห์เจาะลึกส่วนผสม BHA Music toner จากแบรนด์ Skin Talk เวชสำอางของเกาหลี

วันนี้จะมารีวิว BHA music toner ของ Skin Talk ให้ชมกันค่ะ

 

แบรนด์ Skin Talk นั้นเป็นแบรนด์เวชสำอางจากประเทศเกาหลี ปัจจุบันมีผู้นำเข้ามาจำหน่ายในไทยแบบถูกต้องตามกฎหมายแล้วนะคะ 🙂

bha 1

ปกติมี่จะเป็นคนเก็บกล่องและขวดผลิตภัณฑ์ไว้นะคะ บางอันก็น่ารักควรค่าแก่การสะสมจริงๆค่ะ

ความประทับใจแรกของมี่กับผลิตภัณฑ์ ก็คือเรื่อง Tamper-proof แปลเป็นไทยง่ายๆว่า ภาชนะบรรจุที่มีลักษณะพิเศษที่สามารถถูกทำลายไปได้เมื่อเปิดใช้

 

bha 2

 

จะเห็นว่าดูแล้วมีความปลอดภัย และรู้สึกถึงความเชื่อมันในตัวสินค้าได้เลยค่ะ

เนื้อสัมผัสจะเป็นของเหลวใส มีกลิ่นหอมอ่อนๆเบาๆ แห้งค่อนข้างไว หลังแห้งจะรู้สึกหนึบๆนิดนึงค่ะ ไม่ได้แห้งแล้วกรอบไปเลยเหมือนโทนเนอร์บางอย่าง

 

bha 3

 

ตอนแห้งแล้วค่ะ

bha 4

ลองมาดูกล่องดีกว่านะคะ

เป็นกล่องสีน้ำเงิน คาดด้วยสีส้ม/ดำ ดูเรียบง่าย แต่ก็หรูหราค่ะ

bha 5

ค่า pH ของผลิตภัณฑ์อยู่ที่ราวๆ 4-5 ก็ไม่ได้โหดร้ายอะไรกับผิวจนเกินไปค่ะ

bha 6

ลองมาดูส่วนผสมกันดีกว่านะคะ

bha 7

จากลำดับส่วนผสมจะเห็นว่าสิ่งที่มาอันแรกคือ Camellia sinensis หรือเรียกสั้นๆว่า “น้ำชา”

ทำไมต้องน้ำชา???

เพราะในใบชาประกอบด้วยสารสำคัญหลายๆอย่าง ในตระกูล Polyphenols เช่น Flavonoids, Catechins รวมไปถึงสารที่ชื่อว่า Tannin เจ้า Tannin นี้มีคุณสมบัติดีๆหลายอย่างค่ะ ไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัติในการชะลอวัย เป็น Antioxidant และเป็น Astringent (คำนี้เป็นภาษาทางเภสัชกรรม แปลว่าฝาดสมาน แปลไปแล้วก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเพิ่มขึ้น ผลนี้ช่วยเรื่องการกระชับรูขุมขน และควบคุมความมันค่ะ)

ถึงดูส่วนผสมเหมือนจะธรรมดา แต่ความยากอยู่ที่ การนำเอาน้ำชามาใส่แล้วผลิตภัณฑ์มีความคงตัวค่ะ ซึ่งทำได้ค่อนข้างยากเลยทีเดียว การที่ทำได้โดยไม่ได้ใช้สารกันเสียที่รุนแรง ถือว่าค่อนข้างเก่งเลยค่ะ

อ้อ ครั้งแรกที่ใช้จะรู้สึกยุบยิบๆนิดหน่อยนะคะ แต่ครั้งถัดๆมาก็ไม่รู้สึกอะไร เหมือนเช็ดโทนเนอร์ทั่วไปค่ะ

เรามาดูรายละเอียดและคุณสมบัติของส่วนผสมไปด้วยกันเลยดีกว่าค่ะ

ปกติเราจะแบ่งสารส่วนผสมในเครื่องสำอางเป็น 3 กลุ่ม ค่ะ
1. Actives หรือ สารออกฤทธิ์ เป็นสารที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติพิเศษต่างๆ
2. Base หรือ ส่วนเนื้อของผลิตภัณฑ์ เป็นตัวอุ้มและเก็บสารออกฤทธิ์ไว้
3. Additives หรือ ส่วนของสารเติมแต่ง เป็นตัวเติมแต่งให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าใช้ มีความปลอดภัย เช่น พวกสารกันเสีย พวกน้ำหอม พวกซิลิโคน ตัวเพิ่มความหนืด ฯลฯ

ลองมาไล่ไปทีละตัวเลยดีกว่า

คุณสมบัติสารแต่ละตัวแยกตามหน้าที่

1.Actives ได้แก่

-Camellia sinensis leaf water คือ น้ำชา ที่กล่าวไปเมื่อครู่

-Lactobacillus/Kelp ferment filtrate มีอีกชื่อว่า Sea kelp bioferment ไม่มีข้อมูลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง แต่ปกติในระหว่างการหมักด้วย Lactobacillus มักจะได้ผลิตภัณฑ์เป็น Lactic acid ออกมาด้วยเสมอ และสารที่มีอยู่ในพืชที่เอามาหมักด้วยจะเกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างให้มีขนาดเล็กลง ทำให้ดูดซึมเข้าผิวได้มากขึ้น เรียกว่ากระบวนการ Bioconversion

ตัว Kelp เป็นสาหร่ายสีน้ำตาลชนิดหนึ่ง มีแร่ธาตุอยู่หลายชนิด ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว และช่วยเรื่องปรับสภาพผิว

-Chlorella ferment คือ สารที่ได้จากการหมักสาหร่ายสีเขียวสายพันธ์ Chlorella สาหร่ายนี้มีรายงานการวิจัยกล่าวถึงผลในการ Anti-aging โดยมีผลต่อการทำงานของ Antioxidant enzyme ในเซลล์ Fibroblast (BMC Complement Altern Med. 2013; 13:210.)

-Portulaca oleracea extract สารสกัดจากคุณนายตื่นสาย มีรายงานเกี่ยวกับฤทธิ์กระตุ้นการสมานแผล (Wound healing) (J Ethnopharmacol. 2003; 88(2-3):131-6.) ลดการอักเสบ (J Ethnopharmacol. 2000; 73(3):445-51.) และมีคุณสมบัติเป็น Antioxidant (J Med Plants Res. 2011; 5(9):1589-1593)

-Hydrolyzed collagen Collagen เป็นเส้นใยที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผิวหนัง Hydrolyzed collagen เป็นคอลลาเจนที่ผ่านกระบวนการทางเคมีเพื่อให้มีขนาดที่เล็กลง อาจจะดูดซึมเข้าผิวได้บ้าง ขึ้นกับขนาดของมัน ถ้าตัวเล็กๆก็จะดูดซึมได้ ให้ผลช่วยเรื่องความชุ่มชื้นและริ้วรอย แต่ถ้าตัวใหญ่หน่อย ก็จะเคลือบอยู่ภายนอกผิว ให้ผลเพิ่มความชุ่มชื้นกับผิว

-Allantoin สารที่พบในรากคอมเฟรย์ มีประโยชน์ช่วยลดการแพ้ ลดการระคายเคือง และช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนัง มีรายงานการวิจัยสนับสนุนเรื่องคุณสมบัติในการช่วยสมานแผล (Acta Cir Bras. 2010;25(5):460-6.)

-Rosmarinus officinalis extract คือ สารสกัดจากโรสแมรี่ มีรายงานเกี่ยวกับฤทธิ์ต้านการอักเสบ (J Agric Food Chem. 2011; 59(8):3674-85.) Antioxidant (Nat Prod Res. 2008; 22(1):76-90.) และมีผลฆ่าเชื้อแบคทีเรีย/ราบางชนิดได้

-Oryza sativa seed water คือ น้ำที่ได้จากข้าว ปกติถ้าเป็นข้าวสายพันธ์ที่มีสี เช่น ข้าวแดง ข้าวดำ ก็จะให้ผลเป็น Antioxidant ที่ดี แต่ถ้าเป็นข้าวขาว ก็จะช่วยเรื่องความชุ่มชื้น การลดการคายเคือง และช่วยให้ความรู้สึกสบายผิว

-Betaine อนุพันธ์ของกรดอะมิโน Glycine มีชื่อทางเคมีว่า Trimethylglycine พบในหัวบีท มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการระคายเคือง และช่วยให้สัมผัสที่ดีเวลาทา

-Camellia sinensis powder คือ ผงของชา คาดว่าน่าจะใช้ตอนเตรียมน้ำชา

-Salicylic acid เป็นสารในกลุ่ม BHA สารกลุ่มนี้ละลายได้ดีในไขมัน มีผลช่วยลดไขมันอุดตัน ลดการเกิดสิว ลดการอักเสบ และช่วยเรื่องการผลัดผิว ข้างกล่องบอกว่าใส่มา 0.2%

-Citric acid เป็นสารในกลุ่ม AHA สารกลุ่มนี้ละลายได้ดีในน้ำ มีผลช่วยผลัดผิว และเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ข้างกล่องบอกว่าใส่มา 0.5%

2.Base หลักๆคือน้ำชา ร่วมกับสารดึงน้ำอย่าง Glycerin และ 1,2-Hexanediol สารตัวนี้สามารถระงับการเจริญของเชื้อได้ด้วย

3.Additives มีค่อนข้างน้อยชนิด ได้แก่

3.1สารปรับ pH คือ Sodium hydroxide ตัวนี้เราเห็นว่าเค้าใส่ เราอย่าไปคิดว่ามันจะอันตรายอย่างนั้นอย่างนี้ สรรพสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ล้วนมีอันตราย ถ้าใช้ในความเข้มข้นสูงๆ อันนี้ใส่มาแค่ปรับ pH ใส่มาน้อยนิด จนแทบจะไม่ได้มีผลอะไรกับผิว ลองดูจากค่า pH ก็ได้ แค่ราวๆ 4-5 เอง เพราะฉะนั้นไม่ต้องวิตกกับ Sodium hydroxide หรือพวก Potassium hydroxide ในสูตรเครื่องสำอาง

3.2Emulsifier มี PEG-40 Hydrogenated castor oil ใช้เป็นตัวทำให้สารละลายใส มีผลเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้ด้วย

3.3Preservative นับ 1,2-Hexanediol ที่เป็นสารดูดน้ำไว้ด้วย ร่วมกับสารจับโลหะ EDTA

ถึงเวลาให้คะแนน

1.Actives ตัวผลิตภัณฑ์มีชื่อว่า BHA Music toner แต่ไม่ได้มีแค่ BHA มีเสริมมาด้วย AHA สารสกัดจากพืชต่างๆ น้ำชาที่มีประโยชน์เรื่อง Antioxidant และ Tannin และสารสกัดจาก Portulaca ที่ช่วยลดการอักเสบ และช่วยสมานแผล โดยรวมจึงถือว่าเหมาะมากกับการดูแลสิว แต่ถึงไม่มีสิวก็ใช้ได้ เพราะส่วนผสมชุดนี้ช่วยเรื่องการผลัดผิวแบบอ่อนโยน ด้วยส่วนผสมของ AHA 0.5% กับ BHA 0.2% ทำให้เราสามารถใช้ได้ทุกวันเพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่อุดตันในรูขุมขน แต่ถ้าเป็นไปได้ ก็ยังอยากได้ Antioxidant เสริมเข้ามาอีกซักตัว น่าจะสมบูรณ์แบบเลย จุดนี้จึงขอให้ 4 ฟลาสก์

2.Base หลักๆเป็นน้ำ และไม่ใช่น้ำธรรมดา แต่เป็นน้ำชา ไม่มีน้ำมัน ไม่มีซิลิโคน ไม่มีแอลกอฮอล์ ซึ่งส่วนมากผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาสำหรับดูแลเรื่องสิว หรือผิวอุดตัน มักจะมี Alcohol เพื่อช่วยละลายไขมัน แต่สูตรนี้ไม่มี ทำให้คนผิวแห้งที่ผิวไม่เรียบ สามารถเอามาใช้ได้ด้วย จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์

3.Additives เรียกได้ว่ามีค่อนข้างน้อยชนิด ไม่มีน้ำหอม ไม่มีพาราเบน ไม่มีซิลิโคน ไม่มี Surfactant รุนแรง จึงนับว่าค่อนข้างเป็นมิตรกับผิว แล้วก็ไม่รู้จะไปหักคะแนนอะไร ก็เลยขอให้ 5 ฟลาสก์

4.การใช้งาน ตัวโทนเนอร์ทำความสะอาดผิวได้หมดจด ขนาดว่าล้างหน้า 3 ขั้นตอน คือ Cleansing water, oil และ Foam ใช้โทนเนอร์นี้เช็ดยังสามารถเอาอะไรบางอย่างออกมาจากผิวได้อีก ซึ่งโทนเนอร์ตัวเก่าไม่ได้เป็นแบบนี้ หลังจากใช้มาได้เกือบๆสองอาทิตย์ พบว่าผิวเรียบเนียนขึ้น ผิวที่แตกลอกเป็นขุยลดลง สิวหินบนหน้าผาก ก็หายไป แล้วก็ช่วยให้แต่งหน้าได้เรียบเนียนขึ้น จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์เช่นกันค่ะ

 

bha 8

 

ยังไม่จบค่ะ ขอเอาภาพที่ไม่น่าชมเท่าไหร่มาให้ชมค่ะ เป็นสำลีที่เช็ดหลังจากล้างหน้าจนสะอาดแล้ว

ปกติมี่จะเป็นคนล้างหน้า 3 step ค่ะ เริ่มจาก Cleansing water, Cleansing oil และก็ Foam ล้างหน้าค่ะ

สมัยก่อนพอเช็ดโทนเนอร์ก็ไม่ได้มีอะไรติดมากับสำลี จนกระทั่งได้มาใช้โทนเนอร์ตัวนี้

 

bha 9

 

จะเห็นว่ายังมีสีน้ำตาลอ่อนๆ หลุดออกมาด้วยค่ะ

อีกรูปขอเปรียบเทียบผิวจริงให้ดูค่ะ ก่อนใช้ กับหลังใช้ 2 อาทิตย์ อาจจะน่ากลัวนิดนึง กล้องไอโฟนเก็บรายละเอียดได้ชัดกว่าที่ตาเห็นอีกค่ะ ตัวเองยังกลัวเลย (ฮาาา)

 

ก่อนใช้ vs หลังใช้-edit

 

 

ก่อนใช้ ผิวแห้งและลอกเยอะมาก มีสิวหินเม็ดเล็กๆ อยู่สองเม็ด พอใช้ไปเรื่อยๆ ผิวก็หายลอก แต่งหน้าได้ดีขึ้น จนเกือบครบสองอาทิตย์ สิวหินเม็ดนั้นก็หายไป และรอยแดงบนใบหน้าก็น้อยลง

ปล. แสงตอนที่ถ่ายอาจจะไม่เท่ากันค่ะ จริงๆไม่ได้ขาวขึ้นนะคะ

นี่ก็เลยเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่รักมาก เพราะช่วยเอาสิวหินที่ดักดานอยู่บนหน้ามาเกือบครึ่งปีออกไปได้

สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เวบไซต์ Derm Skin Store เลยนะคะ

ลิงค์ …. http://www.dermskinstore.com/
ขอบคุณค่ะที่ติดตามมาจนจบ แล้วพบกันใหม่โอกาสหน้า สวัสดีค่ะ

 

[Beauty Talks] Toner Myths Part 2

[Beauty Talks] Toner Myths Part 2

วันนี้เอาโทนเนอร์ในท้องตลาดมาวิเคราะห์แบบสรุปๆ เป็นกรณีศึกษาเพื่อนำไปใช้ประยุกต์เลือกโทนเนอร์ที่เหมาะสมกับผิวเราค่ะ

 

โฉมหน้าของ Case ในวันนี้ มีดังนี้ค่ะ

toner รวมดาว

 

 

เรียงจากซ้ายไปขวานะคะ

1. Toner กระชับรูขุมขนจากแบรนด์ T

2. Toner Ceramide จากแบรนด์ H

3. Toner ลดริ้วรอยจากแบรนด์ S

4. Peeling toner จากแบรนด์ I

5. Moisture toner จากแบรนด์ P

 

มาดูทีละตัวเลยนะคะ

โทนเนอร์ตัวที่ 1: โทนเนอร์กระชับรูขุมขนจากแบรนด์ T สูตร Original

thayer

ส่วนผสม

Purified Water, SD Alcohol 40-B (Natural Grain) 10%, Aloe Barbadensis Leaf Juice (Certified Organic Filet of Aloe Vera), Hamamelis Virgiana Extract (made from Certified Organic Witch Hazel), Glycerin (Vegetable), Fragrance (Natural Witch Hazel), Citrus Grandis (Grapefruit) Seed Extract, Citric Acid

 

บางที่เค้าจะล่อลวงเราด้วยคำว่า Organic, Natural แต่ความจริงก็ไม่ใช่ว่า ของที่มันไม่ Organic มันจะเป็นอันตรายกับผิวไปเสมอ ดูไปดูมาพวกสารที่ไม่ใช่ Organic มีคุณสมบัติบำรุงผิวดีกว่า มีสัมผัสสวยกว่าอีก

 

โทนเนอร์สูตรนี้มีสารสกัดจาก Witch hazel กับ ว่านหางจรเข้ ซึ่งดูเผินๆก็เหมือนจะดี ให้ผลกระชับรูขุมขน พร้อมกับเติมน้ำให้ผิวในเวลาเดียวกัน มาติดตรงส่วนประกอบของ Alcohol ซึ่งถ้าใครมีผิวมันได้ใช้คงโอเค เพราะ Alcohol จะช่วยชะเอาไขมันที่อุดตันในรูขุมขนออกมาข้างนอก ช่วยให้ผิวเรานุ่มสบายขึ้นด้วย แต่ถ้าใครผิวแห้ง มาเช็ดบ่อยๆก็คงไม่น่าจะเหมาะสมเท่าไหร่

 

โทนเนอร์ตัวที่ 2: โทนเนอร์ Ceramide จากกแบรนด์ H

holika

ส่วนผสม:

water, butylene, glycol, betaine, glycerin, glyceryl acrylate/acrylic acid copolymer, propylene glycol, dimethicone, dimethicone/vinyl dimethicone crosspolymer, peg-20 sorbitan cocoate, gylcosyl trehalose, hydrogenated starch hydroylsate, diphenylsiloxy phenyltrimethicone, triethylhexanoin, polyglyceryl-10 myristate, polyouaternium-51, glyceryl polymethacrylate, aleuritic acid, yeast extract, glycoproteins, dipotassium glycyrrhizinate, panthenol, cetearyl alcohol, gylceryl stearate, stearic acid, ethylhexyl isononanoate, phytosteryl/isostearyl/cetyl/stearyl/behenyl dimer dilinoleate, cetearyl glucoside, hydroxypropyl bispalmitamide mea, glycine soja (soybean) sterols, meadowfoam estolide, ceramide 3, hydrogenated polydecene, butyrospermum parkii (shea) butter, ceteareth-20, glyceryl citrate/lactate/linoleate/oleate, glycosphingolipids, ceramide 6 ii, eruca sativa leaf extract, sodium hyaluronate, xanthan gum, acrylates/c10-30 alkyl acrylate crosspolymer, peg-60 hydrogenated castor oil, caramel, disodium edta, tromethamine, citrus aurantium, bergamia (bergamot) fruit oil, fragrance, phenoxyethanol, caprylhydroxamic acid, caprylyl glycol

 

จากส่วนผสมนี้จะเห็นได้ว่า มีน้ำมันอยู่เป็นองค์ประกอบด้วย ซึ่งก็เป็นน้ำมันพืชดีๆ หลายชนิด รวมไปถึง Ceramides ซึ่งให้ผลทดแทนไขมันในผิว เสริมสร้าง Barrier function มีสารลดการระคายเคือง ลดการอักเสบในผิวด้วย ส่วนผสมที่มีน้ำมันน่าจะเหมาะกับคนที่มีผิวแห้งมากกว่า แต่ถ้าเป็นคนที่มีผิวมันมากๆ การมาใช้อันนี้ทุกวันๆ ก็น่าจะไม่ได้ตอบโจทย์อะไร

 

โทนเนอร์ตัวที่ 3: โทนเนอร์ลดริ้วรอยจากแบรนด์ S

 

sulwashoo

ส่วนผสม:

PINUS SYLVESTRIS BARK EXTRACT, ARTEMISIA VULGARIS EXTRACT, ANGELICA ACUTILOBA ROOT EXTRACT, CNIDIUM OFFICINALE ROOT EXTRACT, BUTYLENE GLYCOL, DICAPRYLYL CARBONATE, CETEARETH-12, CETYL ETHYLHEXANOATE, GLYCERYL STEARATE, CAMELLIA SINENSIS LEAF EXTRACT, PAEONIA ALBIFLORA ROOT EXTRACT, NELUMBO NUCIFERA SEED EXTRACT, POLYGONATUM OFFICINALE RHIZOME/ROOT EXTRACT, LILIUM TIGRINUM FLOWER/LEAF/STEM EXTRACT, REHMANNIA GLUTINOSA ROOT EXTRACT, CHRYSANTHEMUM MORIFOLIUM FLOWER EXTRACT, PAEONIA SUFFRUTICOSA ROOT EXTRACT, CITRUS UNSHIU PEEL EXTRACT, ADENOPHORA STRICTA ROOT EXTRACT, LYCIUM CHINENSE ROOT EXTRACT, COIX LACRYMA-JOBI MA-YUEN SEED EXTRACT, ANGELICA TENUISSIMA ROOT EXTRACT, HONEY, HYDROLYZED GINSENG SAPONINS (ENZYME-TREATED RED GINSENG SAPONINS), PINUS SYLVESTRIS LEAF EXTRACT, GLYCYRRHIZA URALENSIS (LICORICE) ROOT EXTRACT, OPHIOPOGON JAPONICUS ROOT EXTRACT, PANAX GINSENG ROOT EXTRACT, OLDENLANDIA DIFFUSA EXTRACT, PRUNUS MUME FRUIT EXTRACT, ROSA MULTIFLORA FRUIT EXTRACT, CHAENOMELES SINENSIS FRUIT EXTRACT, PINUS KORAIENSIS SEED EXTRACT, SESAMUM INDICUM (SESAME) SEED EXTRACT, PERILLA OCYMOIDES SEED EXTRACT, BETA-GLUCAN, LIMNANTHES ALBA (MEADOWFOAM) SEED OIL, CETEARETH-20, DIMETHICONE, WATER, CETEARYL ALCOHOL, CETYL PALMITATE, TOCOPHERYL ACETATE, METHOXY PEG-114/POLYEPSILON CAPROLACTONE, GLYCERIN, PROPANEDIOL, POTASSIUM CARBOMER, DISODIUM EDTA, PHENOXYETHANOL, FRAGRANCE

 

จากส่วนผสมจะเห็นว่าเต็มไปด้วยสารสกัดพืชหลายๆชนิด ซึ่งเป็น Signature ของแบรนด์นี้เลย ในส่วนผสมมีสารดูดน้ำดีๆหลายตัว แต่ก็มีน้ำมันปนมาด้วยเหมือนกัน ดังนั้นถ้าใครที่ผิวแห้ง หรือผิวธรรมดามาใช้ ก็น่าจะตอบโจทย์ แต่ถ้าคนที่ผิวมันมากๆมาใช้ก็อาจจะเหนอะหนะและหนักผิวเกินไป

 

โทนเนอร์ตัวที่ 4: Peeling toner จากแบรนด์ I

itsskin

 

ส่วนผสม:

WATER, ALCOHOL DENAT., HAMAMELIS VIRGINIANA (WITCH HAZEL) WATER, GLYCERETH-26, PORTULACA OLERACEA EXTRACT, LACTOBACILLUS FERMENT, SACCHAROMYCES FERMENT FILTRATE, METHYLPARABEN, SALIX NIGRA (WILLOW) BARK EXTRACT, FRAGRANCE, PEG-40 HYDROGENATED CASTOR OIL, PPG-26-BUTETH-26, TRISODIUM PHOSPHATE, POTASSIUM PHOSPHATE, BENZOPHENONE-4, SALICYLIC ACID, DISODIUM EDTA

 

จากส่วนผสม ก็จะมี Witch hazel ช่วยกระชับรูขุมขน สารสกัด Portulaca กับยีสต์ Saccharomyces Ferment filtrate ช่วยเรื่องความชุ่มชื้น และให้ความรู้สึกสบายผิว ส่วน Peeling ที่ว่า มาจาก สารสกัดจาก Willow bark ซึ่งมี Salicylic acid ตามธรรมชาติ กับ Salicylic acid ที่ใส่เพิ่มมา และ Lactobacilus ferment ซึ่งให้ Lactic acid เป็นองค์ประกอบหลัก แต่การออกฤทธิ์ของพวกนี้ขึ้นกับค่า pH ด้วย ถ้า pH อยู่ที่ราวๆ 4 สูตรนี้คงไม่เหมาะแน่ๆ ถ้าจะเอามาใช้ทุกวัน แต่ถ้าเอามาใช้อาทิตย์ละ 1 – 2 ครั้งน่าจะโอเคอยู่ แต่ว่ามี Alcohol ซึ่งบางคนอาจจะทนไม่ไหวก็ได้

 

โทนเนอร์ตัวที่ 5: Moisturizer toner จากแบรนด์ P

 

พอลล่า

ส่วนผสม

Water, Glycerin, Superoxide Dismutase, Camellia Sinensis (Green Tea) Leaf Extract, Epilobium Angustifolium (Willow Herb) Extract, Vitis Vinifera (Grape) Seed Extract, Sodium PCA, Creatine, Lecithin, Phospholipids, Linoleic Acid, Sodium PEG-7 Olive Oil Carboxylate, Magnesium Ascorbyl Phosphate, Tocopheryl Acetate, Butylene Glycol, Panthenol, Allantoin, Polysorbate-20, PEG-4, Hydroxyethylcellulose, Phenoxyethanol

 

จากส่วนผสมจะเห็นว่ามีสารสกัดและสารออกฤทธิ์ที่เป็น antioxidant ดีๆอย่าง Superoxide dismutase กับชาเขียว แม้ว่าจะไม่รู้ว่ามันจะออกฤทธิ์ได้จริงหรือเปล่า เพราะมันเป็นกลุ่ม Enzyme ซึ่งความคงตัวค่อนข้างต่ำ สูตรนี้มีน้ำมันด้วย แต่ไม่มากนัก ไม่มีแอลกฮอล์ จึงน่าจะใช้ได้กับทุกสภาพผิว

 

จะเห็นว่า ทุกๆโทนเนอร์ก็มีข้อดีข้อเสียในตัวมันเอง ถ้าเราเลือกประเภทที่เหมาะสมกับผิวเรา เราก็สามารถใช้ได้ แล้วให้ประโยชน์บำรุงผิวด้วยค่ะ

 

แต่ถ้าวันดีคืนดีเราใช้อะไรแล้วรู้สึกหนัก ไม่สบายผิว หรือร้อนๆ วูบวาบ ก็ลองพิจารณาหยุดดีกว่านะคะ อาจจะเป็นสัญญานเตือนว่า ผิวไม่ชอบ ก็ได้

 

สำหรับวันนี้ก็มีแค่นี้ค่ะ ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนจบค่ะ

[Mini-Review] Nature Republic Bulgarian Rose Moisture Toner

[Mini-Review] Nature Republic Bulgarian Rose Moisture Toner

มีใครเป็นคอกุหลาบเหมือนมี่มั้ยคะ ???

ถ้าใช่ ตัวนีี้น่าจะเป็นชอยส์ที่น่าสนใจชอยส์นึงเลยทีเดียวค่ะ

นั่นก็คือ Nature Republic Bulgarian Rose Moisture Toner ค่ะ

NR rose 1แม้ชื่อจะเป็นโทนเนอร์ ที่เราเข้าใจว่าเอามาไว้หยดใส่สำลีแล้วเช็ด แต่โดยเนื้อสัมผัส หรือ Texture ของมัน ที่ค่อนข้างหนืด มันเหมาะกับการเอามาตบมากกว่าค่ะ กลิ่นหอมกุหลาบอ่อนๆ ค่อนข้างซึมไว ชุ่มผิวดี แต่แป๊บเดียวผิวก็แห้งเหมือนเดิมแล้วหล่ะ ซื้อมาเพราะกลิ่นกุหลาบเลยจริงๆค่ะ ส่วนผสมก็ไม่ทราบ เพราะมีแต่ภาษาเกาหลี

คือบางครั้ง แค่เราได้กลิ่นที่ถูกใจ เราก็ยอมจ่ายแล้วค่ะ แม้จะไม่รู้ว่ามันจะโอเคหรือไม่ เชื่อว่าผู้หญิงมากกว่า 95% เป็นเหมือนมี่ ในขณะที่ผู้ชายส่วนใหญ่จะค่อนข้างละเอียดและรอบคอบกว่าเราในการจับจ่ายซื้อเครื่องสำอางซักชิ้น

ให้ดูเนื้อนะคะ

NR rose 2-eNR rose3-eตอนนั้นถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะซื้อที่ชอปไทย ลดราคาเหลือสองร้อยนิดๆ คือซื้อมานานมากแล้วค่ะ และก็ใช้มาได้ซักพักแล้ว แต่ไม่มีเวลามาเล่าให้ฟัง

ถึงไม่ทราบส่วนผสม แต่ก็พอจะเมาท์เรื่อง Rose water ได้อยู่นะคะ

Rose water คืออะไร??

Rose water เป็นน้ำที่เหลือจากการกลั่นเอาน้ำมันออกจากดอกกุหลาบ ก็จะมีความหอมอ่อนๆ มีคุณสมบัติในการเพิ่มความชุ่มชื้น ผ่อนคลาย และให้ความรู้สึกสบายผิวค่ะ แต่ไม่มีรายงานทางวิทยาศาสตร์รองรับนะคะ 🙂

ที่หน้าเวบไซต์ของ Nature Republic Korea มีรูปให้ดูด้วยค่ะ

กลั่นกุหลาบ

(Image source: http://www.naturerepublic.com/)

ก็คือเราจะให้ความร้อน ให้น้ำกลายเป็นไอ มา Condense ใน Chamber ที่มีกลีบกุหลาบอยู่ น้ำมันหอมระเหยจากกุหลาบ จะระเหยออกไปแล้วก็จะถูก Condense ออกมาเป็น Rose oil ซึ่งมีราคาแพงมาก (กิโลละหลายพัน ถึงหมื่นบาท)

น้ำที่เหลืออยู่ใน Chamber ก็จะเป็นตัว Rose water นั่นเองค่ะ

[Full Review] It’s Skin Power 10 Formula WR effector

[Full Review] It’s Skin Power 10 Formula WR effector

ถ้าพูดถึงซีรัมกระชับรูขุมขนลดเลือนริ้วรอย ตัวที่มี่ติดมากที่สุดตัวนึงก็คือ WR effector ก็ใช้กันมานานหลายเดือนแล้วค่ะ จริงๆตัวนี้มี่ว่ามันใช้เปลืองมากเลย แป๊บๆ หมด แป๊บๆหมด – -*

WR 1

เป็นซีรัมหนืดๆ ไม่มัน เนื้อใสๆสีเหลืองทองค่ะ

wr 2

wr 3 wr 4

จะเห็นได้ว่าดูดซึมค่อนข้างไว ไม่เหนอะหนะ

แต่จุดด้อยอยู่ที่ว่า น้ำหอมมันแรงมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ก ไก่ 428 ตัว

ดูส่วนผสมกันดีกว่าค่ะ

wr-ingr

ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์
ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแทบทุกชนิดจะประกอบด้วยส่วนหลักๆ 3 ส่วน คือ
1. Active (สารออกฤทธิ์) เป็นส่วนที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติ/ฤทธิ์ทางชีวภาพ
2. Base คือ เนื้อของผลิตภัณฑ์ บางทีอาจเรียกว่า Vehicle
3. Additive คือ สารที่ช่วยเสริมให้ผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัติที่ดี มีความน่าใช้

คุณสมบัติของสารต่างๆ แยกตามหน้าที่
1. Actives ได้แก่
– Polyglutamic acid โพลิเมอร์ที่เกิดจากกรดอะมิโน Glutamic acid พบได้ใน Natto ซึ่งเป็นสิ่งที่จุลินทรีย์บางชนิดสร้างระหว่างกระบวนการหมัก ในทางเภสัชกรรมมีประโยชน์ในการเป็นระบบนำส่ง ส่วนในทางเครื่องสำอางผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่าสามารถดูดและจับน้ำได้มากถึง 5000 เท่าของน้ำหนักตัวมัน และมีรายงานการวิจัยอีกฉบับกล่าวว่า Polyglutamic acid ที่มีขนาดโมเลกุลใหญ่สามารถกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันได้ (ChemBiodivers. 2010; 7(6):1555-62.) น่าจะมีส่วนช่วยให้ระบบผิวหนังแข็งแรงขึ้น
– Salicornia herbacea extractสารสกัดจากพืชอวบน้ำชนิดหนึ่ง มีรายงานการวิจัยกล่าวว่ามีฤทธิ์ Antioxidant และ Anti-inflammatory ที่ดี (J Med Food. 2009;12(3):661-8.) สามารถลดการสร้างเมลานินโดยไปยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase (BiosciBiotechnolBiochem. 2009;73(3):552-6.) ข้อมูลจากผู้จำหน่ายวัตถุดิบชี้ว่า เป็น Moisturizer ที่ดีโดยการไปออกฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของ Aquaporin ชนิด AQP8 และ AQP3 ทำให้มีการสังเคราะห์สาร NMF ต่างๆ และไขมันในผิวหนังเพิ่มมากขึ้น ออกฤทธิ์ได้ยาวนาน (Hydrasalinolของบ. Codif)
– Viscum album leaf extract สารสกัดจาก Mistletoe ในฐานข้อมูลงานวิจัยพบแต่คุณสมบัติการต้านมะเร็ง ส่วนข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าสารสกัดนี้ให้ผลเป็น Astringent ช่วยกระชับรูขุมขน และให้ความรู้สึกสบายผิว
– Caviar extract สารสกัดจากไข่ปลาคาเวียร์ ซึ่งเป็นไข่จากปลาชนิดหนึ่ง ไม่มีข้อมูลงานวิจัยรองรับ แต่เนื่องจากประกอบด้วยโปรตีนและวิตามินต่างๆจึงให้ผลบำรุงผิวหนัง
– Adenosine สารที่เป็นองค์ประกอบของสารให้พลังงานของเซลล์ที่ชื่อ ATP มีการ Claim ว่าสารนี้จะช่วยประสานการทำงานต่างๆของเซลล์ เพิ่มพลังให้เซลล์ ซึ่งถ้าอิงจากฐานข้อมูลงานวิจัยมีกล่าวถึงผลเกี่ยวกับการลดริ้วรอยอยู่ (J Cosmet Sci. 2007; 58(2):147-55.)

2. Base เป็นซีรัมชนิดปราศจากน้ำมัน ประกอบด้วยน้ำและสารอื่นที่ละลายได้ในน้ำได้แก่ น้ำ, Glycerin, Butylene glycol

3. Additives ได้แก่
3.1 สารเพิ่มความหนืด ได้แก่ Carbomer กับ Sodium polyacrylate
3.2 สารปรับ pH ได้แก่ Triethanolamine
3.3 Preservatives ได้แก่ Methyl parabenกับสารจับโลหะ EDTA
3.4 สารแต่งสี ใช้ Caramel ซึ่งนอกจากให้สีแล้วยังให้ความชุ่มชื้นได้ด้วย
3.5 สารแต่งกลิ่น/Fragrance

ถึงเวลาให้คะแนน
1. Actives สารออกฤทธิ์หลักเน้นไปที่ผลการเพิ่มความชุ่มชื้น มีเสริมด้วยคุณสมบัติ Antioxidant กระชับรูขุมขน ไวท์เทนนิ่ง และลดเลือนริ้วรอย โดยรวมก็ถือว่าโอเค แต่ถ้ามีพวก Antioxidant เพิ่มเข้ามาอีกซักตัวนึง และก็มีพวกที่ช่วยเรื่องริ้วรอยดีๆมาเสริมอีก น่าจะให้ผลที่ดีขึ้นกว่านี้ เลยขอให้ 4 ฟลาสก์
2. Base มาในรูปแบบของซีรัมชนิดน้ำ ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน ไม่มีแอลกอฮอล์ สารดึงน้ำที่ใส่มาดูดน้ำให้ผิวได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ถ้ามีสารดึงน้ำเพิ่มอีกหน่อยน่าจะสมบูรณ์แบบมากกว่านี้ จึงขอให้ 4 ฟลาสก์
3. Additives มีเท่าที่จำเป็น แต่ข้อเสียอยู่ที่การใช้พาราเบน กับน้ำหอม ซึ่งอาจจะไม่เป็นมิตรกับบางคน แต่ก็ไม่เคยหักคะแนนน้ำหอมในผลิตภัณฑ์ Skincare ทั่วไปมาก่อน เลยขอให้ 4 ฟลาสก์
4. เนื้อสัมผัส ไม่เหนอะหนะ ดูดซึมไว แต่กลิ่นฉุนไปหน่อย เลยขอให้ 4 ฟลาสก์ค่ะ

สรุป: 16/20

[Cosme-Diagnosis] Bomul snail cream

[Cosme-Diagnosis] Bomul snail cream

วันนี้แวะมารีวิวครีมหอยทากเกาหลี แบรนด์ Bomul ให้ชมกันค่ะ

ตัวนี้มี่ลองใช้ได้มาสัปดาห์นึงแล้วรู้สึกว่า ผิวนุ่ม ละเอียด ชุ่มชื้นขึ้นค่ะ

ว่าด้วยเมือกหอยทาก จริงๆแล้วมี่เองก็ค่อนข้างกลัวนะคะ แต่สุดท้ายก็ลอง พอได้ลองหลายๆแบรนด์ ทั้งไทย เกาหลี ญี่ปุ่น มี่ว่า อันนี้เหมาะกับผิวมี่ที่สุดเลยหละ เวลาทาจะมีความสุขมาก เพราะอะไรหรอ เดี๋ยวมาดูด้วยกันดีกว่าค่ะ

IMG_0090-re

มี่ไม่ถนัดเรื่องวัสดุศาสตร์ เลยไม่รู้ว่าแพคเกจแต่ละแบบมีจุดเด่นจุดด้อยอย่างไรบ้าง รีวิวแพคเกจตามความชอบแทนละกันนะคะ อันนี้มาในพลาสติกอย่างหนา เข้าใจว่าน่าจะเป็นอคริลิก (แต่ไม่รู้ว่าใช่รึเปล่า ถ้าไม่ใช่ช่วยแก้ด้วยนะคะ) ปิดสนิท ไม่เลอะเทอะ

ส่วนเนื้อครีมจะวาวๆ สีขาวอมฟ้า เหมือนจะไม่มีกลิ่น แต่ถ้าลองดมดีๆจะได้กลิ่นหอมๆเบาๆจางๆหวานๆ

IMG_0091-re

เนื้อครีมค่อนข้างสวยค่ะ ใช้ได้เกือบอาทิตย์ยังยุบไปไม่เยอะ

จริงๆเค้ามีฝารองไว้ด้านในด้วยนะ แต่มี่ปาดที่เปื้อนฝามาใช้จนหมดเสร็จสรรพ มี่ก็เอาออกไปค่ะ

ลองดูเนื้อครีมกันค่ะ

IMG_0092-re

เกลี่ยแล้วค่ะ

IMG_0115-re

ตัวครีมจะหนืดไม่มาก เกลี่ยได้ง่าย ดูดซึมได้ดีปานกลาง จะหนึบๆ ชุ่มๆ แต่หลังจากนั้นประมาณ 5 นาทีก็จะซึมหมดจนเป็นเนื้อเดียวกับผิวค่ะ

ส่วนตัวมี่เป็นคนผิวแห้งก็เลยชอบเป็นพิเศษ

ค่า pH ก็อยู่ที่ช่วง 5-6 กำลังเหมาะกับผิวพอดีค่ะ

IMG_0136-re
แต่ที่ชอบยิ่งกว่าหน่ะหรอ ก็ สัมผัสค่ะ มันจะยืดๆ เราก็ตบเบาๆ จนมันหลอมละลายแนบไปกับผิวหมด ซึ่งแบบนี้ทางวิทย์เครื่องสำอางจะเรียกว่าเป็น Melting effect ค่ะ

10922481_10203491545389468_198576175616252747_n

พยายามมองนะคะ ถ่ายได้แค่นี้อ่า T^T

มันถือเป็นความสนุกระหว่าง Skincare ค่ะ เพลินดี กดๆ ตบๆ แล้วก็ฟู

มาถึงขั้นนี้แล้ว เราก็มาดูส่วนผสมกันดีกว่าค่ะ

ingredients

มีฉลากภาษาไทยพร้อมเสร็จสรรพค่ะ

IMG_0124-re

ต้องขอโทษด้วยค่ะที่รูปไม่ชัด พอดีเมื่อเช้าลืมถ่ายกล่องไว้ มาถ่ายเมื่อกี๊ เลยมืดไปหน่อย ต้องเปิดไฟส่อง

ถ้าแบ่งส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์เป็น 3 ส่วน คือ ส่วนของสารออกฤทธิ์ (Actives) ส่วนของเนื้อครีม (Base) และก็สารอื่นๆ (Additives) ก็จะแบ่งได้เป็น

1.สารออกฤทธิ์ ประกอบด้วย
-Niacinamide เป็นรูปแบบหนึ่งขอวิตามินบี 3 มีรายงานว่า สารตัวนี้สามารถเป็น Whitening ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ โดยไปรบกวนการส่งผ่านของเมลานินที่สร้างเสร็จแล้ว ลดการอักเสบในผิว เพิ่มการไหลเวียนเลือด ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวโดยไปกระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า (Int J CosmetSci 2005; 27:255–261)และยังมีส่วนช่วยเรื่องการลดสิว และรอยดำจากสิวได้ด้วย

-Zanthoxylum piperitum extract สารสกัดจาก Japanese pepper มีรายงานว่าส่วนของผลประกอบด้วยสารกลุ่ม Polyphenols บางชนิดที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย (Biosci Biotechnol Biochem. 2006; 70(6):1423-31.) ส่วนมากสารในกลุ่มนี้ให้ผลเป็น Antioxidant ด้วย

-Pulsatilla koreana extract สารสกัดจากพืชดอกชนิดหนึ่งในเกาหลี มีรายงานเกี่ยวกับฤทธิ์ Anti-inflammatory (BMB Rep. 2012; 45(6):371-6.) สารสกัดจากส่วนของลำต้นสามารถยับยั้งการสะสมตัวของไขมันในเซลล์ไขมันได้ (Planta Med. 2012; 78(16):1783-6.) สารประกอบกลุ่ม Pulsaquinoneที่พบในพืชนี้ให้ผลเป็น Anti-acne (Arch Pharm Res. 2009; 32(4):489-94.)

-Usnea barbata extract สารสกัดจาก Lichen ชนิดหนึ่ง มีรายงานว่าสามารถยับยั้งกระบวนการอักเสบที่เกิดขึ้นจากรังสี UV ในเซลล์ผิวหนัง (J PhotochemPhotobiol B. 2007; 89(1):9-14.)

-Tremella fuciformis extract สารสกัดจากเห็ดหูหนูขาว มีรายงานเกี่ยวกับฤทธิ์ Antioxidant และคุณสมบัติในการลดการอักเสบในผิว (J Food Sci. 2014;79(4):C460-8.) มีสาร Trehaloseที่มีฤทธิ์เด่นเรื่องความชุ่มชื้น (ActaCrystallogr Sect E Struct Rep Online. 2012;68(Pt8):o2511.) ข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่าสารสกัดจากเห็ดนี้ประกอบด้วย Polysaccharide ที่ให้ผลเป็น Moisturizer, Antioxidant, ลดการอักเสบและการแพ้ในผิว โดยให้ชื่อทางการค้าว่า Phyto HA สื่อความหมายว่าเป็น Hyaluronที่ได้จากพืช

-Snail secretion filtrate หรือ สารน้ำจากเมือกหอยทากที่ผ่านการกรองแล้ว Claim ว่ามีโปรตีนหลายชนิด มีประสิทธิภาพสารพัด แต่มีหลักฐานที่เป็นการทดสอบเชิงคลินิกยืนยันอยู่ 2 ชิ้น เกี่ยวกับเรื่องการลดริ้วรอย และการดูแลผิวที่แก่ก่อนวัย รวมไปถึงริ้วรอยที่เกิดจากแสงแดด(Photoaging) (Cosmetic Dermatology. 2009; 22(5):250 กับ Journal of drugs in dermatology. 2013; 12(4):456.)
-Hydrolyzed placenta extract สารสกัดจากรกที่ผ่านการย่อย ทำให้มีขนาดเล็กลง อาจจะดูดซึมเข้าสู่ผิวหนังได้มากขึ้น มีประโยชน์ในแง่ของการเพิ่มความชุ่มชื้น และริ้วรอย
-Oryza sativa extract สารสกัดจากข้าว จริงๆข้าวมีหลายสายพันธุ์ ถ้าดูในฐานข้อมูล Pubmedจะพบว่าข้าวสีม่วงและสีแดง จะมีฤทธิ์เด่นกว่า มีหลายส่วน ทั้งเมล็ด รำ ใบ ซึ่งสารสกัดจากรำข้าวมีรายงานว่าเป็น Antioxidant ที่ดี ช่วยทำลายอนุมูลอิสระ และปกป้องไม่ให้ไขมันในผิวเกิด Lipid peroxidation (BiosciBiotechnolBiochem. 2013;77(3):624-30.) อันจะทำให้เกิดเป็นริ้วรอยตามมา ในรำข้าวยังมี Phytic acid ซึ่งให้ผลดีหลายๆอย่าง ต่อการเป็น Antiaging

2.Baseแบ่งเป็นส่วนของน้ำ กับน้ำมัน ได้แก่
2.1ส่วนของน้ำ ได้แก่ น้ำ กับ Glycerin
2.2ส่วนของน้ำมัน ได้แก่
-Macadamia oil เป็นน้ำมันที่ค่อนข้างดี ให้ความชุ่มชื้นได้สูง
-Glyceryl stearate เป็นสารไขมันพื้นฐานทั่วไป
-Lanolin ได้จากขนแกะ ช่วยรักษาความชุ่มชื้นในผิวได้ดีมาก แต่อาจจะอุดตันรูขุมขนได้ในบางคน
-Mineral oil เป็นน้ำมันพื้นฐานในทางเครื่องสำอาง มีคุณสมบัติเคลือบผิวกันน้ำระเหย
-C13-14 Isoparaffinเป็นตัวช่วยละลายสาร และช่วยรักษาน้ำในผิว
-ส่วน Camellia sinensis leaf oil นี่ไม่แน่ใจว่าใช้แต่งกลิ่น หรือใช้เป็น Active เพราะขึ้นอยู่กับการสกัดด้วย ถ้าสกัดจากใบชาด้วยน้ำมัน Camellia leaf oil จะมีฤทธิ์ที่ดีในการเป็น Antioxidant, ลดรอยแผลเป็น ลดการเกิดสิว ลดการแพ้การระคายเคืองแต่ถ้าสกัดมาจากการกลั่นด้วยไอน้ำก็จะเป็นตัวแต่งกลิ่นเฉยๆ

3.สารอื่นๆ ได้แก่
3.1Emulsifier/Surfactant ได้แก่ Oleth-5, Oleth-10, laureth-7, Polysorbate 20 เป็นสารที่ไม่มีพิษไม่มีภัยอะไร แต่ก็ไม่ได้เสริมประโยชน์อะไรให้แก่ผิวเป็นพิเศษ
3.2สารเพิ่มความหนืด ได้แก่ Carbomer, Polyacrylamide, Sodium polyacrylate
3.3สารปรับ pH ได้แก่ Triethanolamineสารตัวนี้มีหลายๆคนกังวลถึงความปลอดภัย เพราะมันอาจจะเกิดเป็นสารที่ชื่อ Nitrosamine แต่จริงๆแล้วมันไม่มีอะไร ถ้าไม่มีสารบางตัวไปเร่งการเกิดปฏิกิริยา และการเกิดปฏิกิริยาส่วนมากอาศัยอุณหภูมิที่สูงมากๆ
3.4Preservatives ได้แก่ สารจับโลหะ EDTA สำหรับสารระงับเชื้อจุลินทรีย์อาจจะหวังผลจาก Camellia leaf oil กับสารสกัดพืชก็ได้

ถึงเวลาการให้คะแนน

cats

1.Actives การออกฤทธิ์เน้นไปที่เรื่องของความชุ่มชื้น และริ้วรอย การลดการอักเสบในผิว และเรื่อง Whitening อาจจะช่วยเรื่องสิวได้บ้าง เพราะน้ำมันใบชา กับสารสกัด Pepper ซึ่งโดยรวมก็ถือว่ามาครบถ้วนสมบูรณ์ จริงๆถ้ามีพวกวิตามินซี กับอี เสริมเข้ามาอีกน่าจะสมบูรณ์แบบ จุดนี้จึงขอให้ 4ฟลาสก์

2.Base ถ้าพิจารณาความสมบูรณ์ของเนื้อครีม สูตรนี้มีแค่ Glycerin อย่างเดียวในการจับน้ำให้ผิว แต่ส่วนของน้ำมันจากธรรมชาติ มีน้ำมันจาก Macadamia กับ Lanolin อยู่ ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี แต่ Lanolin อาจจะอุดตันได้ในบางคน ซึ่งในสูตรก็มีการแก้มาด้วยสารสกัดและน้ำมันใบชาที่ให้ผลเรื่องสิวได้ มีสารไขมันเคลือบผิวกันน้ำระเหยได้อยู่ แต่ก็ไม่ได้หรูเลิศมาก จุดนี้จึงขอให้ 4 ฟลาสก์ หักคะแนนเรื่องสารดูดน้ำกับ Lanolin ไปอย่างละนิด

3.Additives มีสารอยู่ไม่กี่ชนิด ที่เด่นคือ ไม่มีน้ำหอม ไม่มีพาราเบน ไม่มีซิลิโคน และไม่มีสารกันเสีย (Preservatives free) ถือว่าค่อนข้างดีเลยทีเดียว ดังนั้นในการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มาในแนวธรรมชาติแบบนี้จึงต้องใช้ไม้พาย หรือคอตตอนบัดตักครีมออกมาทาผิว หรือไม่ก็ล้างมือให้สะอาดก่อนทา และปิดฝาให้สนิท ไม่ควรเอามือสกปรกไปควักมาทา เพราะผลิตภัณฑ์ถูกรักษาสภาพไว้โดยสารสกัดพืชและน้ำมันใบชา จุดนี้ขอให้คะแนนกับความเป็นมิตรต่อทั้งคนและสิ่งแวดล้อม ขอให้ 5 ฟลาสก์

4.การใช้งาน ครีมตัวนี้เหมาะมากกับคนผิวแห้ง แต่ก็ไม่ได้เหนอะหนะมากจนเกินไปจนคนผิวมันหรือผิวธรรมดาใช้ไม่ได้ โดยรวมแล้วถือว่าค่อนข้้างทำมาได้ดีค่ะ สำหรับมี่ มี่ชอบความรู้สึก และความสนุกตอนใช้งาน ยืดๆ กดๆ ตบๆ สนุกไปอีกอย่างนึง ขอให้ 5 ค่ะ

รวม 18/20

ท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Bomul ด้วยนะคะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ทดลองใช้ค่ะ

ถ้าสนใจในรายละเอียดสามารถสอบถามได้ทางเฟสบุคของ Bomul เลยนะคะ

สำหรับวันนี้มีแค่นี้ ขอบคุณที่ติดตามค่ะ