Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมมอยส์บำรุงผิวสูตรปรับใหม่ dermArtlogy Brighten Rejubarrier gel ปรับใหม่ ปรับฉ่ำ นวัตกรรมใหม่ รับ 2025

คุณๆ ยังจำ Radiance gel moisturizer ของ dermArtlogy ได้อยู่ไหมคะ

ทางแบรนด์ปรับสูตรอีกแล้ว คราวนี้ปรับใหญ่ ใช้สารใหม่ล่าสุด นวัตกรรมลึกล้ำเป็นเอกลัษณ์มาก มาดูกัน

ตัวนี้จะเป็นหน้าตาของผลิตภัณฑ์นะคะ ยังคงคุมโทนเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือเปลี่ยนชื่อเป็น Brighten rejubarrier gel

ภายใต้คอนเซปท์ Triple Skin Barrier Booster ด้วย LipomoideTM, AMPamideTM และ MLE® มันคืออะไร เดี๋ยวมีคำอธิบาย

ส่วนนี้เป็นภาพกล่องนะคะ ยังคงคุมโทนอยู่

เนื้อมาในแบบเจลครีม ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม เลยจะได้กลิ่นของวัตถุดิบอยู่

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ให้ความรู้สึกเย็น สบายผิว คงความชุ่มชื้นและไม่เหนียวเหนอะหนะ

มาดูส่วนผสมกันนะคะ

ส่วนผสมในภาพรวมมาในเบสแบบครีมเจล ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ซิลิโคน และไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว มีสารบำรุงอยู่หลายชนิดให้ประโยชน์ต่อผิวได้ค่อนข้างกว้าง

เริ่มที่เทคโนโลยี MLE และสารไขมันต่างๆ แทนด้วยอักษรสีน้ำตาล

ส่วนผสมของ MLE จะเป็นคอมบิเนชั่นของสารหลายๆ ชนิด ในสัดส่วนที่เหมาะสม

  • ปกติแล้วในผิวเราจะมีไขมันที่ทำหน้าที่เป็น Barrier ผิว ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 3 กลุ่ม คือ Ceramide + Cholesterol และ กรดไขมัน ไขมันเหล่านี้มันจะเรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบซึ่งมีด้วยกันหลายรูปผลึก ส่วนหนึ่งเป็นรูปแบบ Liquid crystal
  • เจ้า MLETM นี่เป็นสูตรผสมของ Pseudoceramide (Myristoyl/palmitoyl oxostearamide/arachamide MEA หรือ Ceramide-9S) ร่วมกับ Phytosterol และกรดไขมัน Stearic acid เรียงตัวในรูปแบบที่คล้ายกับ Liquid crystal ของผิว เมื่อดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ชนิด Polarized light จะเห็นเป็นเครื่องหมายกากบาท เรียก Maltese cross

(Image from Neopharm)

ด้วยความที่การเรียงตัวเหมือนกันกับ Barrier ผิวเรา เลยมีแนวโน้มว่าทำหน้าที่ปกป้องผิวทดแทน Barrier ของผิว

  • Phytosterols ที่เสริมเข้ามายังมีประโยชน์เพิ่มเติมในด้านการดูแลปัญหาการอักเสบและระคายเคืองของผิวได้อีกทาง
  • นอกจาก MLE ยังมีน้ำมันจากทานตะวัน ที่มีองค์ประกอบของกรดไขมัน Linoleic acid อยู่สูง โดย Linoleic acid มีความสำคัญคือเป็นกรดไขมันจำเป็นที่เราสร้างไม่ได้ ต้องได้รับจากอาหาร หรือการทาภายนอก ตัวมันจะเป็นส่วนประกอบของ Ceramide EOS (Ceramide 1) ที่ทำให้ Barrier ผิวแข็งแรง
  • ถัดมา เป็นไขมัน Glycolipids ชนิดพิเศษ กลุ่ม Sophorolipids ที่ได้จากการหมักยีสต์ Candida bombicola (ชุดส่วนผสม Candida bombicola/glucose/methyl rapeseedate ferment) ตัวนี้ทำงานได้หลายหน้าที่ ทั้งเป็น Glycolipids ที่เป็น moisturizer เป็น surfactant และมีคุณสมบัติในการต่อต้านเชื้อแบคทีเรียบางประเภท

สารบำรุงตัวถัดมาคือ AquatideTM มีบทบาทและประโยชน์ในการเสริมกระบวนการ Autophagy ที่เกิดขึ้นภายในผิว ซึ่งเป็นเสมือนกระบวนการที่ผิวเรารีไซเคิลเอาองค์ประกอบที่มันเสื่อมสภาพมาสร้างและฟื้นฟูเป็นองค์ประกอบใหม่ ให้ผิวเราทำงานได้ดีเหมือนเดิม

สำหรับท่านที่สนใจเรื่อง Aquatide สามารถตามไปอ่านเรื่องของ Aquatide แบบละเอียดได้ที่ลิงค์นี้นะคะ (https://miyeonthereviewer.com/2019/06/11/spotlight-aquatide/)

สารสิทธิบัตรใหม่ที่ dermArtlogy เอามาใช้ในสูตรนี้

ตัวแรก LipomoideTM พัฒนามาเพื่อฟื้นฟู Barrier ผิว ด้วยการกระตุ้นการสังเคราะห์ไขมันที่เป็นองค์ประกอบของ Barrier ผิว ผ่านเอนไซม์ Fatty acid synthase (FAS) สร้าง palmitic acid, Ceramide synthase 1 (CerS1) ที่ช่วยสร้าง Ceramide NP และ NS และ Serine palmitoyltransferase (SPT) ที่เติมกรดไขมัน palmitic ใส่หัวเบสของเซราไมด์ ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการสร้างเซราไมด์

พร้อมทั้งเสริมกระบวนการเจริญ (Differentiation) ผ่านการเพิ่ม Loricrin และ Keratin 10 เป็น marker บอกว่าผิวเจริญเต็มวัยแล้ว พร้อมๆ กับเสริมการสร้าง Filaggrin ที่จะกลายเป็น NMF ต่อไป ในขณะเดียวกันก็กระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ด้วย

เรียกได้ตามแบรนด์เคลมว่าเป็นการกระตุ้น 3 ใหม่ คือ ไขมันเกราะผิวใหม่ โปรตีนใหม่ เซลล์ผิวใหม่

นอกจากนี้ยังไปออกฤทธิ์ยับยั้ง Thymic stromal lymphopoietin (TSLP) ซึ่งเป็น Cytokine ชนิดหนึ่ง ออกฤทธิ์คล้าย IL-7 เกี่ยวข้องกับอาการคันในโรคผิวหนังบางประเภท

TSLP สร้างจากเซลล์เยื่อบุ และเซลล์ผิวหนัง (Keratinocyte) ในคนสุขภาพดี TLSP จะไปกระตุ้นให้ Dendritic cells ทำงาน ไปทำให้ T cells เจริญกลายเป็น T-Helper cells (หรือ CD4+ cells) แล้วสร้าง Cytokines ที่เกี่ยวข้องกับการแพ้ เช่น IL-4, IL-5, IL-13 ทำให้เกิดกระบวนการอักเสบและการแพ้จากระบบภูมิคุ้มกัน (Leyva-Castillo, et al. Nat Commun. 2013;4:2847.) 

โดยสาเหตุที่ KC จะสร้าง TSLP ออกมานั้นยังไม่ชัดเจน 1 ในนั้นก็คือเวลา Barrier เสียสมดุล KC จะปล่อยตัวนี้ออกมา (Kumar et al. J Allergy Clin Immunol. 2016;138(5):1461-1464.e6) พอออกมาแล้วก็อักเสบแบบวนลูป ในระยะยาวส่งผลให้เกิดโรคผิวหนังอักเสบ เช่น Atopic dermatitis 

โดยส่วนผสม LipomoideTM นี้ไปยับยั้งการสร้าง TLSP ได้ ทำให้อาการแพ้ การคัน ลดลง

อีกตัวคือ AMPamideTM ที่พัฒนามาจาก Defensamide ให้กล้าแกร่งขึ้นอีกขั้นโดย dermArtlogy เอามาใช้เป็นเจ้าแรกในเครือ Neopharm

เล่าถึง Toll-like receptors (TLRs) นิดหนึ่งค่ะ บนผิวเซลล์ของเราจะมี TLR อยู่ ซึ่ง receptor เหล่านี้เรียกว่าเป็นกลุ่ม pattern recognition receptor ซึ่งคล้ายๆ แบบเซนเซอร์ที่ตรวจจับอะไรบางอย่าง ในที่นี้มันจะตรวจจับสารที่ชื่อสร้าง หรือ สารที่เกิดมาเวลาเซลล์เรามีความเสียหาย พอมันจับกันแล้วระบบ TLR โดนเปิด จะส่งสัญญาณต่อไปให้มีการสร้างพวก Cytokines ที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบต่อมา โดยพบว่าในคนที่เป็นสิว นี่เชื้อ C. acnes มันไปกระตุ้น TLR ได้เลยทำให้เกิดกระบวนการอักเสบ หรือ ในกรณีคนไข้ผิวอักเสบ atopic, สะเก็ดเงิน Barrier ผิวจะอ่อนแอ ส่งผลให้พวกสารก่อการแพ้ระคายเคืองลงไปกระตุ้น TLR ได้ เลยเกิดกระบวนการอักเสบต่างๆ (Lai and Gallo, Infect Disord Drug Targets. 2008;8(3):144–155.)

AMPamideTM นี้สามารถลดการทำงานของ TLR ที่ไวเกินไปได้ จึงให้ผลลดการอักเสบ ทั้งการอักเสบที่เกิดอยู่ก่อนหน้า และป้องกันการอักเสบใหม่

ต่อมาจะเป็นคอมบิเนชั่นของ Kappaphycus alvarezii Extract และ Caesalpinia spinosa Fruit Extract ที่เรียกว่า Biopolymers Film มีข้อมูลว่าเป็นการเบลนด์กันระหว่าง Polysaccharide 2 ฟอร์ม คือ galactomannans กับ sulfated galactans ที่จะสามารถก่อฟิล์มและเคลือบบนผิว ฟิล์มนี้ออกแบบด้วยเทคโนโลยีพิเศษ อากาศผ่านเข้าออกได้ (ไม่ occlusive) จึงบางเบาสบายผิว และมีคุณสมบัติให้ความรู้สึกกระชับผิว

แนบท้ายด้วยส่วนผสมเด่นอีกตัวหนึ่งอ่ะ

Epigallocatechin gallatyl glucoside (EGCGG) เป็นอนุพันธ์ของ EGCG จากชาเขียว ที่มีความคงตัวที่ดีขึ้น โดยเติมน้ำตาลลงไป 1 ตัว มีคุณสมบัติหลายๆ อย่างไม่ว่าจะเป็น Antioxidant ปกป้องผิวจากรังสี UV ดูแลการอักเสบระคายเคือง ลดรอยแดง ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ

มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งกล่าวถึงการใช้ EGCG glucoside พบว่ามีความคงตัวที่ดี ปกป้องผิวจากรังสี UV สามารถเปลี่ยนกลับเป็น EGCG ได้ โดยอาศัยจุลินทรีย์ในผิว และให้ประโยชน์เป็น Whitening (Boira et al. Molecules 2024, 29(22), 5391)

สารบำรุงอื่นๆ ที่มีความโดดเด่นไม่แพ้กัน

  • Panthenol (โปรวิตามินบี 5) + Niacinamide (วิตามินบี 3) เด่นเรื่องคุณสมบัติในการลดการอักเสบระคายเคืองผิว
  • Symsitive (4-t-butylcyclohexanol) Block ความรู้สึกระคายเคืองผิว ผ่านการลดความไวในการตอบสนองที่ระบบประสาท TRPV-1 ที่รับความรู้สึกร้อน ทำให้เรารู้สึกสบายผิว มีข้อมูลว่าให้ผลลดอาการระคายเคือง แสบ แดง ร้อน ได้ค่อนข้างไว
  • สารสกัดจากรากของ Lithospermum erythrorhizon มีสารที่ชื่อว่า Shikonin ซึ่งมีรายงานการวิจัยกล่าวถึงความสามารถในการต่อต้านอนุมูลอิสระ เสริมความสามารถในการต่อต้านอนุมูลอิสระของผิว ลดการอักเสบระคายเคือง และยังมีคุณสมบัติต่อต้านการเกิด Glycation หรือ การจับกันของน้ำตาลกับโปรตีน ที่จะนำไปสู่ความเสื่อมของผิว (Glynn et al. Exp Dermatol. 2018;27(9):1043-1047.) ข้อมูลจากแบรนด์บอกว่า สามารถลดรอยแดงที่เกิดจากการระคายเคืองได้ใน 1 สัปดาห์
  • Resveratrol เป็น antioxidant (AOX) ตัวหนึ่งที่วงการผิวหนังให้การยอมรับ พบได้ในพืชหลายชนิด รวมถึงในไวน์แดง มีประโยชน์กับผิวหลายประการ และมีงานวิจัยรองรับอยู่หลายฉบับ เช่น มีการทดสอบในคน ด้วย Tape stripping technique พบว่าเมื่อทา Resveratrol ลงบนผิวหนังจะสามารถดูดซึมลงไปยังชั้นล่างๆของ Stratum corneum และให้ผลต่อต้านอนุมูลอิสระยังบริเวณนั้นๆ ได้อยู่ (Arch Dermatol Res. 2017;309(6):423-431.) มีการทดสอบในหนูทดลองพบว่า Resveratrol สามารถลดการสร้างโปรตีนที่เกี่ยวกับการสร้างเม็ดสี Melanin ได้หลายชนิด รวมทั้งยับยั้งการสังเคราะห์ Tyrosinase ได้ด้วย และยังให้ผลลดการสร้างสีผิวหลังจากถูกกระตุ้นด้วยรังสี UVB ได้ (Biomol Ther (Seoul). 2014; 22(1):35-40.)
  • Glutathione ก็เป็น AOX อีกตัวที่วงการผิวหนังให้การยอมรับ นอกจากความสามารถในการต่อต้านอนุมูลอิสระแล้ว น้องยังมีส่วนช่วยให้ผิวเราสร้างเมลานินชนิด Pheomelanin ที่มีสีอ่อนกว่า Eumelanin ซึ่งในภาพรวมจะให้สีผิวที่อ่อนลง
  • Superoxide Dismutase เป็นเอนไซม์ที่ใช้ในการกำจัดอนุมูลอิสระของร่างกายตามธรรมชาติ
  • Beta-glucan จัดเป็นคาร์โบไฮเดรต ที่มีการทดสอบในเซลล์เพาะเลี้ยงพบว่า Beta-glucan ที่สกัดจากข้าวบาร์เลย์มีความสามารถในการเสริมการสมานแผล (Carbohydr Polym. 2019;210:389-398.) การทดสอบในเซลล์เพาะเลี้ยงพบว่า Beta-glucan ที่สกัดจากข้าวโอ๊ตมีประโยชน์ในการเสริมกระบวนการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและหน้าที่ของเซลล์ผิว ให้โตเต็มวัย ทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ และฟื้นฟู Barrier ผิว (Int J Biol Macromol. 2021;185:876-889.) ตัว Beta-glucan จัดเป็นสารในกลุ่ม Prebiotic ที่สนับสนุนการเจริญของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ Probiotic ส่งผลต่อเนื่องไปยังการปรับสมดุลของไมโครไบโอม ซึ่งจะช่วยให้ผิวมีความแข็งแรง
  • Zinc PCA ให้ประโยชน์ในการควบคุมความมัน กระชับรูขุมขน

ให้คะแนน

  1. สารบำรุง คือ ต้องบอกเลยว่าเจลนี้ไม่ธรรมดา โดยสารบำรุงที่ใส่มามีคีย์เด่นๆ 3 ประการ คือ เสริม Barrier แบบแข็งแกร่งมากผ่านหลายกลไก ให้คุณสมบัติลดการระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายผิว Soothing ฉ่ำมาก และ เป็น Whitening ได้ด้วย นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ในด้าน Antioxidant ดูแลปัญหาสิว การอุดตัน คุมมัน ดูแลปัญหาริ้วรอยไปอีก คือค่อนข้างครบ รับไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว รับไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ในด้านเนื้อสัมผัส เขาทำมาได้ค่อนข้างดี เกลี่ยง่าย ไม่เหนอะหนะ แต่ก็ยังคงความชุ่มชื้น จะมีติก็เรื่องของกลิ่นที่แบบตัวเองรู้สึกว่ากลิ่นของส่วนผสม/วัตถุดิบมันชัดไปหน่อย แต่ก็ไม่เคยหักคะแนนเรื่องกลิ่นอ่ะ ฉันทนได้ เพราะด้านความสบายผิว soothing ถือว่าทำมาได้ดีเลิศ เอาไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ DermArtlogy ด้วยนะคะ ที่ส่งสินค้าดีๆมาให้ได้เปิดหูเปิดตาเห็นนวัตกรรมใหม่ๆ และขอบคุณทุกๆ ท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์ DermArtlogy โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/DermArtlogyThailand/

ส่วนท่านที่สนใจสามารถติดตามไปชอปปิ้งได้ที่ลิงค์ตามนี้เลยนะคะ

Lazada https://s.lazada.co.th/s.uDj0U?cc

Shopee https://s.shopee.co.th/1B7sgkxVRu

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ DermArtlogy การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

#dermArtlogy #NEW #Moisturizer #3in1 #สำหรับ #ผิวแพ้ง่าย #ผิวหมองคล้ำ #ผิวขาดความชุ่มชื้น #Lipimoide #AMPamide #Neopharm

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม Zeroid Pimprove Moisturizer มอยส์เริ่ดๆ soothing ฉ่ำๆ เพื่อคนผิวมัน

สำหรับ Blog นี้ จะหยิบเอามอยส์ที่น่าสนใจสำหรับคนผิวมัน มีแนวโน้มเป็นสิวง่าย มารีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมให้ได้ชมกันนะคะ

ผลิตภัณฑ์วันนี้ก็คือ Zeroid Pimprove moisturizer นั่นเองค่ะ

เนื้อเป็นเนื้อครีม ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม เลยจะได้กลิ่นของวัตถุดิบอยู่จางๆ

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ให้สัมผัสเบา เย็น สบายผิว ซึมไวแห้งไวไม่เหนอะหนะ

สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้

ถ้าพูดถึงแบรนด์ในเครือ Neopharm ตัวเทคโนโลยีหลักเลยที่ทุกคนรู้จักและนึกถึงเป็นตัวแรกๆ คือ MLE

ส่วนผสมของ MLE จะเป็นคอมบิเนชั่นของสารหลายๆ ชนิด ในสัดส่วนที่เหมาะสม

  • ปกติแล้วในผิวเราจะมีไขมันที่ทำหน้าที่เป็น Barrier ผิว ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 3 กลุ่ม คือ Ceramide + Cholesterol และ กรดไขมัน ไขมันเหล่านี้มันจะเรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบซึ่งมีด้วยกันหลายรูปผลึก ส่วนหนึ่งเป็นรูปแบบ Liquid crystal
  • เจ้า MLETM นี่เป็นสูตรผสมของ Pseudoceramide (Myristoyl/palmitoyl oxostearamide/arachamide MEA หรือ Ceramide-9S) ร่วมกับ Phytosterol และกรดไขมัน Stearic acid เรียงตัวในรูปแบบที่คล้ายกับ Liquid crystal ของผิว เมื่อดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ชนิด Polarized light จะเห็นเป็นเครื่องหมายกากบาท เรียก Maltese cross

(Image from Zeroid global official website)

ด้วยความที่การเรียงตัวเหมือนกันกับ Barrier ผิวเรา เลยมีแนวโน้มว่าทำหน้าที่ปกป้องผิวทดแทน Barrier ของผิว

ถัดมาจะเป็นตัว RestomideTM

RestomideTM หรือ Oleamide MEA ลดการอักเสบและระคายเคือง ผ่าน Cannabinoid receptor Type 1 (CB1) บนผิว เมื่อจับแล้วส่งผลดังนี้

  1. ลดการปลดปล่อยสารที่ทำให้เกิดกระบวนการอักเสบจาก Keratinocyte (เซลล์ในชั้นหนังกำพร้า)
  2. ลดการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนที่ผิดปกติของเซลล์ Ketatinocyte แล้วไปเสริมกระบวนการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง (Differentiation) กระบวนการนี้ให้ประโยชน์ในการลดการอุดตันของผิวได้ส่วนหนึ่ง
  3. ลดการอักเสบระคายเคือง ผ่านระบบภูมิคุ้มกัน
  4. เมื่อจับกับ CB1 Receptor ที่เส้นประสาท จะให้ประโยชน์ในการลดการนำส่งสัญญาณความเจ็บปวด และความรู้สึกคัน

ส่วนผสมของสารบำรุงอื่นๆ ที่เติมมาได้แก่

  • Beta-glucan ซึ่งเป็น prebiotic มีประโยชน์ในการสนับสนุนการเจริญของจุลินทรีย์ดีๆ หรือ probiotic บนผิว การทดสอบในเซลล์เพาะเลี้ยงพบว่า Beta-glucan ที่สกัดจากข้าวโอ๊ตมีประโยชน์ในการเสริมกระบวนการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและหน้าที่ของเซลล์ผิว ให้โตเต็มวัย ทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ และฟื้นฟู Barrier ผิว (Int J Biol Macromol. 2021;185:876-889.)
  • Sodium hyaluronate เติมน้ำ เพิ่มความชุ่มชื้น
  • Allantoin ดูแลการระคายเคือง

มาในเบสครีมที่บางเบา ไม่มีส่วนผสมที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

มาให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ

  1. สารบำรุง ในภาพรวม จะเป็นมอยส์เจอไรเซอร์ฟื้นฟูความแข็งแรงของ Barrier ผิวด้วยเทคโนโลยี MLE ดูแลการระคายเคือง ด้วย RestomideTM พร้อมทั้งปรับสมดุลการสร้าง-เจริญ-ผลัดทิ้งของเซลล์ในชั้นหนังกำพร้า ซึ่งน่าจะให้ประโยชน์ในการปรับสมดุลลดการอุดตันผิว เนื้อมาแบบบางเบา ไม่เหนอะหนะ จึงเหมาะกับคนผิวมันและมีแนวโน้มเป็นสิวง่าย ถ้ามองเรื่องเสริมชั้นผิวสำหรับคนผิวมัน นี่ว่าโอเคนะ ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว รับไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ส่วนตัวมีผิวผสม-แห้ง มอยส์ตัวนี้ทำมาได้เบาๆ สบายผิว เวลาเกลี่ยจะให้ความรู้สึกเย็น สดชื่น ถ้าวันเบาๆ หรือ หลังอาบน้ำแล้วยังขี้เกียจจัดรูทีนชุดใหญ่ไฟกระพริบ ทาอันนี้ไปพลางๆ สบายผิวดี ให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Zeroid สาขาประเทศไทยด้วยนะคะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆ มาให้ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์ Zeroid โดยตรงเลยนะคะ

Facebook https://www.facebook.com/ZeroidThailand

ทางไปช้อปปิ้ง

ช้อปปี้ https://s.shopee.co.th/3LCFLiL6Rk

ลาซาด้า https://s.lazada.co.th/s.uJrDP?cc

Disclaimer/Conflict of interest: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Zeroid การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมครีม Kombucha Hydro Glow cream จาก t’else

วันก่อนทางเพจได้นำเสนอส่วนผสมของ Essence และ เซรั่ม ในไลน์ Kombucha ของ T’else ไปแล้ว วันนี้ขอหยิบเอาครีมมาวิเคราะห์ต่อกันเลยค่ะ

ขออวดโฉมผลิตภัณฑ์ในไลน์ Kombucha อีกรอบ

ท่านที่พลาดไปสามารถกลับไปรับชมรีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมของ Essence และ เซรั่ม (Ampoule) ได้ที่ลิงค์นี้นะคะ >>Click<<

วันนี้ขอหยิบครีมมารีวิวแยก เพราะว่าครีมนี่ฉ่ำไม่เบานะคะ ฉ่ำยังไง เดี๋ยวเล่า

น้องมาในกระปุกหน้าตาแบบนี้ค่ะ

กระปุกใช้วัตถุดิบพลาสติกที่เป็นพลาสติกรักษ์โลกชนิด 50% PCR (Post-consumer recycled material) ซึ่งช่วยลด Carbon footprint ให้กับแบรนด์ ตรงตามคอนเซปท์ eco-friendly ของแบรนด์

เนื้อครีมจะค่อนข้างข้น มีกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำมันหอมระเหย

แม้ว่าจะค่อนข้างข้น แต่ก็เกลี่ยง่าย ให้ความโกลว์ชุ่มฉ่ำ แต่ไม่ถึงกับเหนียวเหนอะหนะ

ซึ่งความโกลว์นั้นแลดูจะมากกว่า ตัว Essence และ Ampoule

ถ่ายด้วยแฟลชเพื่อดูความโกลว์

สูตรนี้ไม่ได้วัดค่า pH นะคะ

ส่วนผสมเป็นดังนี้

สำหรับตัวครีม ส่วนผสมจะคล้ายๆ กับเพื่อนๆ ในไลน์

สำหรับส่วนผสมในภาพรวม ที่ดูเด่นจะเป็นตัว Kombucha ที่ผ่านกระบวนการหมักด้วย Saccharomyces yeast

ซีรี่ส์นี้ตัวใบชาอัสสัมที่เขาเลือกมา คือเป็นเกรดที่ดีที่สุด ที่สมาคมนักดื่มชารู้จักกันในนาม FTGFOP หรือ “Finest Tippy Golden Flowery Orange Pekoe”

‘Orange Pekoe’ เป็นการกล่าวถึงชาทั้งใบ (whole leaf tea) โดยคำว่า Pekoe มีที่มาจากการแปลภาษาจีนผิดในช่วงแรกๆ โดยสื่อความหมายถึง White hair บนยอดอ่อนใบชา ส่วนคำว่า Orange มาจาก Dutch royal House of Orange-Nassau ซึ่งเป็นผู้ที่มีความสำคัญในการซื้อ-ขายชาในยุคศตวรรษที่ 17

ส่วนอีก 3 คำ

Tippy หมายถึง ยอดอ่อนของใบชา

Golden สื่อถึงสีทองของยอดอ่อนใบชา

Flowery เป็นการเน้นย้ำว่ายอดอ่อนของใบชายังอยู่อย่างสมบูรณ์ใน Whole leaves tea นั้นๆ (Reference: Australian Tea Centre)

ในใบชาเกรด FTGFOP จะประกอบด้วยสารพฤกษเคมีสำคัญๆ หลายชนิด ดังภาพ

(Image from T’else Korea Official Website)

จากแบรนด์เคลมก็เป็นไปตามงานวิจัยว่าในการหมักชาจะได้สารพฤกษเคมีที่เป็นประโยชน์หลายชนิด รวมทั้ง Glucuronic acid ออกมาด้วย (Bishop et al., Beverages 2022, 8(3), 45)

สำหรับกรรมวิธีการสกัดนั้นทางแบรนด์ใช้เทคนิคที่เรียกว่า Slow brewing technology สกัดด้วยอุณหภูมิต่ำ 20 องศาเซลเซียส อย่างช้าๆ เป็นเวลา 336 ชั่วโมง เพื่อให้ได้สารสกัดจากคอมบูชาที่มีคุณภาพสูง โดยไม่มีสารเติมแต่งอื่นๆ

โดยผลิตภัณฑ์ในซีรี่ส์นี้ ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพ และการระคายเคืองในอาสาสมัครแล้วเรียบร้อย

สำหรับการใช้ Kombucha จากชาดำแบบทาภายนอกในเชิงเครื่องสำอางนั้น แบบเอามาทาตรงๆ ตอนที่ค้นใน Pubmed เมื่อ 18 ก.พ. 67 ยังไม่พบ แต่จะเจอการใช้สารสกัดจาก Kombucha มาใช้ฉีดเข้าใต้ผิวหนัง (Intradermal) ในหนูทดลอง พบว่า สามารถเพิ่มปริมาณคอลลาเจน และการทำงานของผิวหนังผ่านการเสริมระบบ NAD+ /NADH level ซึ่งจะช่วยให้ผิวทำงานได้ดีขึ้น และอาการของริ้วรอยต่างๆ ดีขึ้นต่อไป (Pakravan, et al. J Cosmet Dermatol. 2018;17(6):1216-1224.) แต่ถ้าเป็น Kombucha ที่เอามาหมักร่วมกับพืชอื่นก็พอมีอยู่หลายฉบับ

จากองค์ประกอบของสารพฤกษเคมีใน Kombucha ที่มีรายงาน เราอาจจะอนุมานได้ว่า Kombucha นั้นจะมีคุณสมบัติเป็น Antioxidant ที่ดี และมีประโยชน์ในการชะลอวัยของผิวพรรณ

ส่วนผสมอื่นๆ ดังนี้

  • Hyaluronic acid 4 กลุ่ม ได้แก่
    • Sodium hyaluronate ตัวดั้งเดิม
    • Hydrolyzed Hya ที่ผ่านการย่อยให้มีขนาดโมเลกุลเล็กลง
    • Sodium acetylated Hya ที่เป็นตัวดัดแปลงเติมหมู่ Acetyl group ลงไปให้มีความชอบไขมันเพิ่มขึ้น ทำให้ซึมลงไปในหนังกำพร้า เกาะอยู่ในนั้น เพิ่มความชุ่มชื้น และทางผู้ผลิตวัตถุดิบเองก็มีเคลมเกี่ยวกับประโยชน์ในการเสริมการฟื้นฟู Barrier เสริมการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนของ Keratinocyte (เซลล์ในชั้นหนังกำพร้า) เพื่อมาทดแทนตัวที่ได้รับความเสียหายจาก UV ไป และการทดสอบในระดับอาสาสมัครพบว่าเสริมความยืดหยุ่นให้ผิว
    • Hydroxypropyltrimonium hya เป็น Hya ประจุบวกที่จะเคลือบเกาะกับผิวเราซึ่งมีประจุลบได้แน่น
  • วิตามินบี 3 ที่มีประโยชน์ที่ดีต่อผิวหลายอย่าง ทั้งในแง่ของ Whitening ผ่านการลดการส่งผ่านเมลานินที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ออกไปด้านนอก ดูแลเรื่องการอักเสบระคายเคือง เสริมการสร้างไขมันที่เป็น Barrier ผิว และดูแลเรื่องรูขุมขน การเกิดสิว การปลดปล่อยน้ำมัน Sebum
  • Pseudoceramide ตัว PC-9S (Myristoyl/Palmitoyl Oxostearamide/Arachamide MEA) ที่สามารถฟอร์มเป็น MLE เพื่อดูแล Barrier ผิว ร่วมกับสารไขมัน อย่าง Shea butter, meadowfoam seed oil และ Phytosterol
  • สารต้านระคายเคือง + ให้ความรู้สึกสบายผิว (Soothing) จัดเต็มแบบฉ่ำ
    • Allantoin
    • Biosaccharide gum-1
    • Acetyl dipeptide-1 cetyl ester
  • สารสกัดจากพืชอีกมากมายหลายชนิด ที่ให้ประโยชน์ที่ดีหลายประการกับผิว

ในภาพรวมก็คือเป็นครีมมอยส์เจอไรเซอร์ที่ดีตัวหนึ่งเลยทีเดียว แต่ในเบสก็ยังคงมีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยจากพืชในตระกูล Citrus ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอาการแพ้แสงแดดได้ ถ้าใช้ในตอนกลางวันแล้วไปโดนแดดจัดๆ

แต่ว่า น้ำมันหอมระเหยกลุ่มนี้ในท้องตลาดจะมีพวกที่เป็นเกรด FCF คือ Furocoumarin free ด้วย โดยแยกเอาสาร Furocoumarin ออกจากน้ำมัน ทำให้ลดความเสี่ยงในการแพ้แสงแดดไป ซึ่งทางนี้ก็คิดว่า ทางแบรนด์คงใช้เกรด FCF แหละ

มาให้คะแนนกันดีกว่า

  1. สารบำรุง น้องเป็นมอยส์เจอไรเซอร์ที่น่าสนใจตัวหนึ่ง มีการใช้ MLE เข้ามาเสริมเพื่อให้ได้ความสามารถในการดูแลผิวให้แข็งแรง พร้อมด้วยตัว Kombucha ที่เป็น Antioxidant ที่ดี มี Hya ที่มีประโยชน์เรื่องความชุ่มชื้น และเสริมสารสกัดจากพืชมาอีกหลายชนิด ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ หักคะแนนเรื่องของ Citrus oil ที่อาจเพิ่มความเสี่ยงในการไวต่อแสง (Photosensitivity) แต่อย่างที่ได้เล่าให้ฟังว่า ในตลาดเครื่องสำอางมีการสกัดเอาสารไวต่อแดดอย่าง Furocoumarin ออก ได้เป็น Citrus oil เกรด FCF ซึ่งจุดนี้คิดว่าแบรนด์คงเลือกมาดีแล้ว แต่ขอให้ 4 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ด้วยความที่น้องเป็นครีมที่ค่อนข้างชุ่มชื้น ส่วนตัวที่มีผิวผสม/แห้งอยู่แล้วเลยค่อนข้างชอบเป็นพิเศษ เอาเป็นครีมรับจบตัวเดียวในตอนเช้าก่อนลงกันแดดแล้วออกบ้านก็พอได้ ไม่สังขยาในระหว่างวัน แต่จะชอบใช้เป็นไนท์ครีมมากกว่า ในด้านความชุ่มชื้น ความสบายผิว นี่ว่าเริ่ด เอาไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ T’else สาขาประเทศไทยด้วยนะคะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆ มาให้ตั้งแต่วันเปิดตัว และขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบค่ะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์ T’else โดยตรงเลยนะคะ

https://web.facebook.com/TelseThailand

ทางไปตำ

แอพส้ม https://s.shopee.co.th/AKLS2XEQ7A

แอพฟ้า https://s.lazada.co.th/s.GCqkH?cc

Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ T’else สาขาประเทศไทย การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม โลชั่นบำรุงผิวกายสำหรับผิวที่เป็นสิวง่าย AC control body lotion จาก Derma:B

ก่อนหน้านี้ทางเพจได้นำเสนอบทวิเคราะห์ส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ในไลน์ AC Control จาก Derma:B แบรนด์ในเครือ Neopharm ประเทศเกาหลีไปแล้ว 2 ชิ้น

ใครที่พลาดไป สามารถติดตามรับชมรีวิวได้ตามลิงค์ด้านล่างนี้เลยค่ะ

Body wash >>Click https://miyeonthereviewer.com/2023/11/09/dermab-accontrol-wash/

Body mist >>Click https://miyeonthereviewer.com/2023/12/08/dermab-ac-mist/

3 ชิ้นนี้ ถ้าเรียง Regimen ก็จะได้ว่า

ล้างด้วย Body wash ➡️ ต่อด้วย Body mist ➡️ ปิดจบด้วย Body lotion

Blog นี้เลยว่ากันด้วยบทวิเคราะห์ส่วนผสมของ Body lotion ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจอีกชิ้นในไลน์ AC Control

น้องเป็น Body lotion ที่มาในหน้าตาและโทนสีที่คุมโทนสำหรับไลน์ AC Control

เนื้อโลชั่นบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ มีกลิ่นหอมเย็นของมินท์

เกลี่ยง่าย ให้ความรู้สึกเย็นสดชื่น ไม่เหนอะหนะหนักผิว

เมื่อทิ้งไว้ประมาณ 2 นาที ก็จะซึม/แห้งไปจนหมด

จุดนี้ ส่วนตัวมองว่าทางแบรนด์พัฒนามาได้ตอบโจทย์คนที่มีปัญหาสิวที่ตัว ซึ่งมักจะมาคู่กับผิวมัน พอใช้โลชั่นบางตัวก็จะเหนอะหนะหนักผิวไป จนรู้สึกไม่อยากใช้ บางคนผิวมันก็จริง แต่หลังอาบน้ำผิวแห้ง พอใช้โลชั่นแล้วก็ต้องรอนานกว่าจะซึมไป ถึงจะแต่งตัวได้

สำหรับเทคโนโลยีเด่นของผลิตภัณฑ์ตามแบรนด์เคลม ได้แก่

  • MLE ซึ่งช่วยฟื้นฟู Barrier ให้ผิวแข็งแรง เก็บกักน้ำได้ดีขึ้น
  • Mentha arvensis acidTM เป็นคอมบิเนชั่นของ Mint + Acid 4 โมเลกุล ได้แก่ AHA + BHA + PHA + LHA ที่ผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน และผ่านการทดสอบประสิทธิภาพในอาสาสมัคร ว่าลดขุยผิวได้ถึง 97%

ตัวผลิตภัณฑ์ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพ รวมถึงการแพ้และการระคายเคืองในอาสาสมัครเรียบร้อย โดยได้คะแนนค่าเฉลี่ยการแพ้ = 0.00 คือ ไม่มีอาสาสมัครคนใดเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการทดสอบผลิตภัณฑ์ (ข้อมูลจาก Derma:B Thailand)

สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้

สำหรับสารบำรุงนั้นเรียกได้ว่าจัดมาเต็ม และมีประโยชน์ในด้านของความชุ่มชื้นผ่านทั้งการเติมน้ำ ทดแทนไขมัน มี MLE เสริมผิวแข็งแรง พร้อมทั้งดูแลเรื่องการอุดตัน สิว และรอยดำ รอยแดงจากสิว ไปพร้อมๆ กัน

กลุ่มแรก แทนด้วยอักษรสีส้ม เป็นกลุ่มของสารดูแลสิว จำพวก Organic acids 4 ตัว ตามแบรนด์เคลม ได้แก่

  • AHA ในที่นี้ใช้เป็น Citric acid เราไม่ค่อยเจอการใช้ Citric acid เพื่อการผลัดผิวเท่าไหร่ ส่วนมากเอามาใช้เป็นตัวปรับ pH ในสูตร หรือ เอามาเป็นตัวจับอิออนโลหะ แต่น้องก็มีความเป็น AHA อยู่
  • BHA คือ Salicylic acid เด่นในเรื่องของการลดการอุดตัน ละลายไขมันได้ดี ลงไปย่อยพวก comedone ในปากปล่องรูขุมขน (Comedolytic)
  • LHA คือ Capryloyl salicylic acid จัดเป็น LHA ที่ละลายได้ดีในไขมัน ผลัดผิวได้อ่อนๆ และ มีประโยชน์ในแง่ของรอยดำเสริมมาอีกทาง
  • PHA คือ Gluconolactone เด่นในแง่ของการผลัดผิวอย่างอ่อนโยน และดูแลเรื่องสิว

ซึ่ง Organic acids ทั้ง 4 นี้ จะมีประโยชน์ในเรื่องของการผลัดผิว ลดการอุดตัน ซึ่งจะให้ประโยชน์ในเรื่องของการดูแลสิวอุดตันต่างๆ

คอมบิเนชั่นของสารสกัดจากมินท์กับ Organic acid นี้ทางแบรนด์เคลมว่าเป็น Mentha arvensis acidTM เพื่อดูแลปัญหาสิว

ส่วนของสารไขมันทดแทนผิว แทนด้วยอักษรสีม่วง จะมี Pseudoceramide ตัว PC-9S (Myristoyl/Palmitoyl Oxostearamide/Arachamide MEA) ที่สามารถฟอร์มเป็น MLE เพื่อดูแล Barrier ผิว ร่วมกับสารไขมันจากธรรมชาติ อย่าง Shea butter, Grape seed oil และกรดไขมัน 2 ชนิด คือ Stearic acid, Palmitic acid

กลุ่มสารที่ดูแลด้านการระคายเคือง แทนด้วยอักษรสีเขียว กลุ่มนี้อาจจะให้ประโยชน์ในการดูแลรอยแดงจากสิว ได้แก่

  • Betaine ตัวนี้เป็นอนุพันธ์ของกรดอะมิโน ที่ให้ความรู้สึกสบายผิว (Soothing) ลดความรู้สึกระคายเคือง และปรับฟีลให้รู้สึกดี
  • Allantoin ยืนหนึ่งเรื่อง Soothing และลดการอักเสบระคายเคือง
  • Beta-glucan ที่มีประโยชน์หลายอย่าง ทั้งด้านการเพิ่มความชุ่มชื้น เป็น prebiotic ที่ช่วยเสริมการเจริญของจุลินทรีย์ probiotic ดูแลเรื่อง microbiome บนชั้นผิว ให้ผิวแข็งแรง และมีประโยชน์ด้านการลดการระคายเคือง
  • Panthenol หรือ โปรวิตามินบี 5 ที่นอกจากจะดูแลเรื่องการระคายเคืองแล้ว ยังได้เรื่องเพิ่มความชุ่มชื้นเข้ามา รวมทั้งช่วยเสริมการฟื้นฟู Barrier ผิวได้อีกทาง

กลุ่มของ Whitening แทนด้วยอักษรสีน้ำเงิน น้องให้ประโยชน์ในการดูแลรอยดำจากสิว มีด้วยกัน 2 ตัวหลักๆ

  • Niacinamide ที่นอกจากด้าน Whitening แล้ว ยังให้ประโยชน์อื่นๆ เพื่อดูแลสิวด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการอักเสบระคายเคือง เสริมการสร้างไขมันที่เป็น Barrier ผิว และควบคุมการสร้าง Sebum
  • สารสกัดจากใบ Loquat เกาหลี (Eriobotrya Japonica Leaf Extract) ที่ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบเคลมว่า ให้ประโยชน์ในด้านของการเป็น Whitening และเป็น Antioxidant (Ref: TDS Loquat Leaf Extract by The Garden of Natural Solution Co., Ltd.)

กลุ่มของสารเติมน้ำเพิ่มความชุ่มชื้น แทนด้วยอักษรสีฟ้า ซึ่งมีด้วยกันหลายตัว

  • Hyaluronic acid และอนุพันธ์อีกหลายชนิด ขนกันมาทั้งครอบครัว ตัวเล็ก ตัวใหญ่ ตัวเคลือบ ตัวประจุบวก มีอย่างน้อย 6 ตัว (เพราะบางตัวใช้ชื่อ INCI name เดียวกัน) ตัวที่น่าสนใจจะเป็นตัวประจุบวก Hydroxypropyltrimonium Hyaluronate ที่เกาะกับผิวได้ยาวนาน ล้างน้ำก็ไม่หลุด ถ้าไม่ไปอาบน้ำ
  • นอกจาก Hyaluron แล้ว อีกตัวที่น่าสนใจก็คือ Hydrolyzed Glycosaminoglycans ตัวนี้เป็น Glycosaminoglycans ที่ผ่านการย่อยให้มีขนาดเล็กลง ก็มีความเด่นเรื่องการเติมน้ำให้ผิวเช่นกัน
  • กรดอะมิโน Arginine เป็น สารจับน้ำตามธรรมชาติให้ผิว (Natural moisturizing factor; NMF)

เสริมทัพมากับ Glyceryl glucoside ที่มีคุณสมบัติในการเสริมการสร้างโปรตีนเก็บน้ำ Aquaporin ให้กับผิว และเมื่อใช้คู่กับ Glycerin ประสิทธิภาพในการเพิ่มความชุ่มชื้นก็จะเพิ่มขึ้น

ส่วนของเบสก็เป็นเนื้อโลชั่นที่ดูแล้วไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

ให้คะแนน

  1. สารบำรุง หรือ Actives ทำมาได้ดีในแง่ของการดูแลสิว แบบครบ ทั้งสิวอุดตัน สิวที่เริ่มอักเสบนิดหน่อย รอยดำ รอยแดง พร้อมเสริมประโยชน์ในการฟื้นฟู Barrier ผิว ด้วย MLE ให้ความรู้สึกสบายผิว ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. เนื้อหลัก หรือ Base มาในเบสแบบอิมัลชั่น ที่พัฒนามาให้มีเนื้อค่อนข้างเบาโดยการเลือกใช้สารไขมันอย่าง Isohexadecane ซึ่งระเหยได้ เมื่อลงผิวแล้วน้องจะระเหยไป ไม่เหลือความเหนอะหนะ ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. สารปรุงแต่ง หรือ Additives ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยไม่มีที่ให้หักคะแนน รับไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Derma:B สาขาประเทศไทยด้วยนะคะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆ มาให้ได้เปิดหูเปิดตาและทดลองใช้ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยค่ะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/DermaBThailand

ทางไปชอปปิ้ง

แอพส้ม https://shope.ee/6KgOjxCETJ

แอพฟ้า https://s.lazada.co.th/s.mr4p8?cc

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Derma:B สาขาประเทศไทย การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม Radiance gel moisturizer เจลมอยส์เจอไรเซอร์สุดปังที่ดูแล Barrier ผิวพร้อมกับให้ประโยชน์ด้าน Whitening

สำหรับบทความนี้ขอหยิบเอามอยส์เจอไรเซอร์ที่น่าสนใจจาก dermArtlogy ที่มีชื่อว่า Radiance gel moisturizer ซึ่งเป็นสูตรที่พัฒนาและปรับปรุงจาก Gel moisturizer สูตรเดิมให้มีความดีงาม และโดดเด่นด้าน Whitening และ Antioxidant เพิ่มขึ้น แต่ยังคงคอนเซปท์ดูแล Barrier ผิวด้วย MLE technology และ Aquatide เช่นเดิมค่ะ

หน้าตาของน้องเป็นประมาณนี้นะคะ

ตัวแพคเกจจริง น้องมาในหลอดสีฟ้าค่ะ

เนื้อมาในรูปแบบข้นๆ คล้ายเจลครีม ไม่มีกลิ่นเนื่องจากไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ให้ความรู้สึกสบายผิว ซึมไวแห้งไวไม่เหนียวเหนอะหนะ และยังคงความรู้สึกชุ่มชื้นอยู่

สำหรับสูตรนี้ จะมีเคลมหลักเป็นเรื่องของ Cosmetic drone technology ซึ่งเป็นนวัตกรรมในทางเครื่องสำอาง ที่มีการติด Tag สารที่บรรจุในระบบ Capsule เพื่อให้สารเข้าไปยังเป้าหมายที่ต้องการได้โดยตรง ซึ่งจะได้กล่าวถึงในช่วงของการวิเคราะห์ส่วนผสม

สำหรับคำเคลมของตัว Cosmetic drone นี้ก็คือ มีคุณสมบัติปรับสีผิวให้สว่างขึ้นถึง 152% ใน 4 สัปดาห์

ส่วนผสมเป็นดังนี้นะคะ

ขอเริ่มที่ส่วนผสมที่เป็นพระเอกของผลิตภัณฑ์ก่อนเลยนะคะ

กลุ่มของสารไขมันทดแทนให้ผิว แทนด้วยสีม่วง

MLE technology จะประกอบด้วยสารหลายชนิด นำมารวมกันในสัดส่วนที่เหมาะสมตามสิทธิบัตรของทาง Neopharm จนเกิดเป็น Liquid crystal เหมือนไขมัน Lipid lamellar ที่เป็น Barrier ผิวตามธรรมชาติ

(Image from Zeroid global official website)

  • Ceramide-9S คือ Myristoyl/palmitoyl oxostearamide/arachamide MEA ซึ่งเป็นสิทธิบัตรของทาง Neopharm อิงตามสิทธิบัตรอเมริกา US patent US6221371B1 ของปี 2001 Claim ว่าให้ประโยชน์ในการเหนี่ยวนำให้ผิวสร้างไขมันใหม่ออกมาฟื้นฟู Barrier ผิวที่เสียหาย มีรายงานการวิจัยทดสอบประสิทธิภาพของสารนี้ในหนูทดลอง พบว่า ตัวนี้เมื่อใช้ร่วมกับไขมันชนิดที่มีในผิว (Physiological lipids) สามารถกระตุ้นให้ผิวเรามีการสร้างตัวรับที่มีชื่อว่า PPAR-α ออกมา ซึ่งมีประโยชน์ในการลดการอักเสบของผิว และสามารถต้านผลเสียของสเตียรอยด์ที่ไปทำให้ผิวบาง Barrier ผิวเสื่อม น้ำระเหยออกจากผิวได้มาก การใช้ Ceramide-9S จะช่วยเร่งการฟื้นฟู Barrier ผิวได้ดีขึ้น (Arch Dermatol Res. 2015;307(9):781-92.)

AquatideTM แทนด้วยสีเขียว มีชื่อเต็มว่า Heptasodium Hexacarboxymethyl Dipeptide-12 มีรายงานว่าไปเสริมกระบวนการ Autophagy ที่เกิดขึ้นภายในผิว ซึ่งเป็นเสมือนกระบวนการที่ผิวเรารีไซเคิลเอาองค์ประกอบที่มันเสื่อมสภาพมาสร้างและฟื้นฟูเป็นองค์ประกอบใหม่ ให้ผิวเราทำงานได้ดีเหมือนเดิม

มีการทดสอบจากผู้ผลิตวัตถุดิบ Aquatide พบว่า ช่วยฟื้นฟู Barrier ผิวที่เสียหายให้กลับมาสู่สภาพเดิมได้ดีขึ้น โดยประเมินจากค่าอัตราการระเหยของน้ำจากผิว (Trans-epidermal water loss; TEWL) ผิวมีความชุ่มชื้นเพิ่มขึ้น

สำหรับประโยชน์ของ Aquatide แบบละเอียดมากขึ้น สามารถติดตามได้ที่ลิงค์นี้ค่ะ https://miyeonthereviewer.com/2019/06/11/spotlight-aquatide/

กลุ่มของสีฟ้า จะเป็นกลุ่มของสารเติมน้ำให้ผิว และดูแลเรื่องความชุ่มชื้น

  • Tetradecyl Aminobutyroylvalylaminobutyric Urea Trifluoroacetate รู้จักกันในชื่อ Syn-Hycan® ตัวนี้ทางผู้ผลิตเคลมว่ามีกลไกการออกฤทธิ์อยู่ 2 อย่างหลักๆ คือ Fuller กับ Firmer
    • Fuller คือ มีคุณสมบัติในการเสริมการสังเคราะห์ Glycosaminoglycan และ Hyaluronic acid ในผิว
    • Firmer คือ เพิ่มการสังเคราะห์ Proteoglycan ที่ชื่อ Decorin และ Lumican ซึ่งเป็นตัวที่เกาะกับสายคอลลาเจนที่พันกันเป็นเกลียว (Helix) ระหว่างเกลียวนี้ก็จะมีพวก Hyaluronic acid และ GAGs ต่างๆแทรกอยู่ ทำให้เกลียวของคอลลาเจนแข็งแรงขึ้น และสารกลุ่ม GAGs ก็อุ้มน้ำให้ผิวดูอวบอิ่มขึ้นไปพร้อมๆ กัน
  • Sodium hyaluronate เป็นสารตัวดังอีกตัวหนึ่งที่มีประโยชน์ในการเติมน้ำให้กับผิว
  • Lactic acid and Glycolic acid 2 ตัวนี้เป็น AHA ที่การออกฤทธิ์จะขึ้นกับค่า pH ว่าจะเติมน้ำ หรือ ผลัดผิว สองตัวนี้เมื่อเอามาทำเป็น Copolymer กัน จะได้เป็น Lactic acid/Glycolic acid Copolymer ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเปลือกแคปซูล (Poly-lactic glycolic acid shell; PLGA) ของโดรนเทคโนโลยี สังเกตว่าจะมีส่วนผสมของกรดอะมิโนอยู่หลายชนิด ซึ่งปกติกรดอะมิโนจะเป็นกลุ่มสารที่เรียกว่าเป็น Natural Moisturizing Factor (NMF) ที่ทำหน้าที่จับน้ำให้ผิวตามธรรมชาติ มีแนวโน้มว่ากรดอะมิโนเหล่านี้น่าจะเป็นองค์ประกอบที่อยู่ในเปปไทด์ที่บรรจุในถุง PLGA ของโดรนก็เป็นได้
  • Beta-glucan จัดเป็นคาร์โบไฮเดรต ที่มีการทดสอบในเซลล์เพาะเลี้ยงพบว่า Beta-glucan ที่สกัดจากข้าวบาร์เลย์มีความสามารถในการเสริมการสมานแผล (Carbohydr Polym. 2019;210:389-398.) การทดสอบในเซลล์เพาะเลี้ยงพบว่า Beta-glucan ที่สกัดจากข้าวโอ๊ตมีประโยชน์ในการเสริมกระบวนการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและหน้าที่ของเซลล์ผิว ให้โตเต็มวัย ทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ และฟื้นฟู Barrier ผิว (Int J Biol Macromol. 2021;185:876-889.) ตัว Beta-glucan จัดเป็นสารในกลุ่ม Prebiotic ที่สนับสนุนการเจริญของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ Probiotic ส่งผลต่อเนื่องไปยังการปรับสมดุลของไมโครไบโอม ซึ่งจะช่วยให้ผิวมีความแข็งแรง

กลุ่มสีส้ม เป็น Antioxidant (AOX) แบบเน้นๆ ซึ่งจัดเต็มมาด้วยกันหลายตัว ได้แก่

  • Resveratrol เป็น AOX ตัวหนึ่งที่วงการผิวหนังให้การยอมรับ พบได้ในพืชหลายชนิด รวมถึงในไวน์แดง มีประโยชน์กับผิวหลายประการ และมีงานวิจัยรองรับอยู่หลายฉบับ เช่น มีการทดสอบในคน ด้วย Tape stripping technique พบว่าเมื่อทา Resveratrol ลงบนผิวหนังจะสามารถดูดซึมลงไปยังชั้นล่างๆของ Stratum corneum และให้ผลต่อต้านอนุมูลอิสระยังบริเวณนั้นๆ ได้อยู่ (Arch Dermatol Res. 2017;309(6):423-431.) มีการทดสอบในหนูทดลองพบว่า Resveratrol สามารถลดการสร้างโปรตีนที่เกี่ยวกับการสร้างเม็ดสี Melanin ได้หลายชนิด รวมทั้งยับยั้งการสังเคราะห์ Tyrosinase ได้ด้วย และยังให้ผลลดการสร้างสีผิวหลังจากถูกกระตุ้นด้วยรังสี UVB ได้ (Biomol Ther (Seoul). 2014; 22(1):35-40.)
  • Glutathione ก็เป็น AOX อีกตัวที่วงการผิวหนังให้การยอมรับ นอกจากความสามารถในการต่อต้านอนุมูลอิสระแล้ว น้องยังมีส่วนช่วยให้ผิวเราสร้างเมลานินชนิด Pheomelanin ที่มีสีอ่อนกว่า Eumelanin ซึ่งในภาพรวมจะให้สีผิวที่อ่อนลง
  • Superoxide Dismutase เป็นเอนไซม์ที่ใช้ในการกำจัดอนุมูลอิสระของร่างกายตามธรรมชาติ
  • สารสกัดจากสาหร่าย Chlorella ซึ่งมีประโยชน์เป็น Antioxidant ที่ดีเช่นกัน

กลุ่มสีน้ำเงิน จะเป็นวิตามินบี 3 บี 5 และสารอื่นที่มีคุณสมบัติดูแลเรื่องการอักเสบระคายเคือง และให้ความรู้สึกสบายผิว (Soothing effect)

  • Niacinamide เป็นรูปแบบหนึ่งวิตามินบี 3 ซึ่งมีประโยชน์ในการดูแลผิวได้หลายประการ ไม่ว่าจะเป็นลดการอักเสบระคายเคือง เสริมการสังเคราะห์ไขมันที่เป็น Barrier ผิว ดูแลเรื่องการควบคุมความมันและปัญหาสิว และเรื่องรอยดำ กับ Whitening
  • Panthenol หรือ โปรวิตามินบี 5 นอกจากประโยชน์ในการเพิ่มความชุ่มชื้นแล้ว น้องยังมีประโยชน์ในการลดการอักเสบระคายเคือง และเสริมการฟื้นฟูตัวเองของ Barrier ผิวที่เสียหายจากสิ่งแวดล้อม
  • Acetyl Dipeptide-1 Cetyl Ester น้องเป็นเปปไทด์สังเคราะห์ที่เด่นในแง่ของการลดความรู้สึกระคายเคือง ซึ่งมีการศึกษารองรับในอาสาสมัคร โดยให้อาสาสมัครทา Capsaicin เพื่อเกิดการระคายเคือง แล้วทาผลิตภัณฑ์ที่มีสารตัวนี้ลงไป พบว่า สารนี้สามารถลดการระคายเคืองและความรู้สึกแสบร้อนที่เกิดขึ้น (J Eur Acad Dermatol Venereol. 2016;30 Suppl 1:18-20.)
  • Dipotassium Glycyrrhizate มีคุณสมบัติลดการระคายเคือง ลดการอักเสบ และมีรายงานการวิจัยในระดับหลอดทดลอง พบว่าสามารถการปกป้องเซลล์ Fibroblast ซึ่งเป็นเซลล์ที่สร้างคอลลาเจนในผิวไม่ให้ถูกทำลายเพราะรังสี UV ได้ (J Photochem Photobiol B. 2015;148:351-7.)

ตบท้ายด้วย Zinc gluconate ที่มีประโยชน์ในการกระชับรูขุมขน ควบคุมความมัน

โดยสรุปก็คือ เป็นมอยส์เจอร์บำรุงที่พัฒนามาอย่างดี นอกจากดูแล Barrier ผิวแล้ว ยังให้ประโยชน์ด้านของ Whitening, การชะลอวัย ดูแลเรื่องริ้วรอย การระคายเคือง และให้ความรู้สึกสบายผิวไปพร้อมๆ กัน

ตัวเบสเป็นเนื้อครีมเจลที่เลือกส่วนผสมที่บางเบาไม่เหนอะหนะหนักผิว และไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว ถ้าเทียบระหว่างสูตรเดิม ตัวเองว่าสูตรนี้ทำเนื้อมาได้ดีขึ้นกว่าเดิมค่ะ

มาให้คะแนนกันดีกว่านะคะ

  1. สารบำรุง ในด้านของการฟื้นฟู Barrier ผิวก็คือมาเด่นยืนหนึ่งด้วย MLE + Aquatide เสริมประโยชน์มาด้วย Whitening, Antioxidant ชะลอวัย มีสารบำรุงที่ดูแลเรื่องริ้วรอย และความรู้สึกระคายเคืองผิว ขอให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ เนื้อเบสทำมาได้ค่อนข้างดี และส่วนผสมอื่นๆ ก็ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยขอให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ส่วนตัวค่อนข้างชอบฟีลของเนื้อครีมที่ค่อนข้างเบา ไม่เหนอะหนะหนักผิว แต่ถ้าผิวแห้งมากๆ อาจจะต้องหามอยส์เจอร์มาทับอีกชั้นหนึ่ง ในด้านของเรื่องความรู้สึกไม่สบาย หรือระคายผิว และอาการแดงของผิว ส่วนตัวว่าน้องทำได้ตอบโจทย์ ส่วนเรื่อง Whitening ทางนี้ได้ทดลองใช้ประมาณ 1 เดือน และไม่ได้มีปัญหาเรื่องจุดด่างดำ เลยอาจจะยังมองไม่ชัด แต่โดยรวมก็ประทับใจดี ให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ DermArtlogy ด้วยนะคะ ที่ส่งสินค้าดีๆมาให้ได้เปิดหูเปิดตาเห็นนวัตกรรมใหม่ๆ และขอบคุณทุกๆ ท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์ DermArtlogy โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/DermArtlogyThailand/

ส่วนท่านที่สนใจสามารถติดตามไปชอปปิ้งได้ที่ลิงค์ตามนี้เลยนะคะ

Shopee : https://shope.ee/qHEdrG7P5

Lazada : https://s.lazada.co.th/l.WKNg

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ DermArtlogy การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

#Dermartlogyth #MLEtechnology #RadianceGelMoisturizer

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมครีมวิตามินซีสุดเนี้ยบด้วยเทคโนโลยีนำส่ง MVP และ MLE กับ ครีม Intensive Repair-C จากแบรนด์ Zeroid

เชื่อว่าหลายคนกำลังให้ความสนใจกับครีมวิตามินซี Intensive Repair-C จาก Zeroid ที่มาในสูตรสุดปังที่กำลังโด่งดังอยู่ ณ ขณะนี้

คอนเทนท์นี้จึงขอหยิบเอาครีมวิตามินซีตัวนี้มาวิเคราะห์ส่วนผสม และเล่ารายละเอียด MVP Technology ที่ทางแบรนด์เลือกใช้ในการรักษาความคงสภาพและนำส่งวิตามินซีเข้าสู่ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรกับผิวค่ะ

สำหรับครีม Intensive Repair-C นี้มาในหน้าตาประมาณนี้ และเนื่องจากอยู่ในไลน์ Intensive จึงเป็นธีมสีเขียวมะกอกค่ะ

โดยตัวแพคเกจหลักจะเป็นแบบหลอดบีบ ก้นกว้างที่สามารถตั้งวางบนโต๊ะเครื่องแป้งได้อย่างสะดวก มาในขนาด 50 ml ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป และพกพาสะดวกยามจำเป็นต้องเดินทาง

เนื้อครีมค่อนข้างข้น ตามสไตล์ของไลน์ Intensive และเนื่องจากไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม เราเลยจะได้กลิ่นของส่วนผสมอยู่จางๆ

ถึงแม้ว่าเนื้อจะดูเหมือนข้น เหนอะหนะ แต่ความจริงไม่ได้เหนอะหนะหรือหนักผิวเลย เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ซึมไวแห้งไว ทิ้งฟิล์มบางๆ เคลือบผิวให้ความรู้สึกนุ่ม เนียน ชุ่มชื้นได้อย่างยาวนาน

ถ่ายด้วยแสงแฟลชเพื่อดูความชุ่มชื้นของเนื้อครีม

มาดูส่วนผสมกันดีกว่าค่ะ

สำหรับส่วนผสมวันนี้ขอแบ่งเป็นกลุ่มๆ 4 กลุ่มค่ะ

สีเขียว คือ สูตรผสม Combination ของ MVP technology ที่ทางแบรนด์เลือกใช้ในการนำส่งและรักษาความคงตัวของวิตามินซีค่ะ

โดยอาศัยอนุภาคของ Colloidal gold เป็นแกนกลางของ Carrier ให้วิตามินซีในรูปแบบของ Ascorbic acid (AA) มายึดเกาะ และรอบๆ AA มี Glutathione มาเกาะอยู่ ซึ่งเจ้า Glutathione นี่แหละที่จะช่วยเป็นตัวปกป้อง AA ของเรา และช่วย Recycle AA ที่โดน Oxidized ถูกทำลายไปด้วยอนุมูลอิสระต่างๆ ให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิม เรียกได้ว่ามีความพัฒนาระบบ Carrier นี้ออกมาได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว

(Image from Zeroid Official)

จึงไม่แปลกใจเลยที่ว่าระบบนี้จะสามารถรักษาความคงสภาพของ AA ไว้ได้เป็นอย่างดี

เมื่อทดสอบฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระ โดยใช้สาร DPPH ซึ่งเป็นสารมาตรฐานในงานวิจัยเกี่ยวกับการทดสอบฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระที่ได้รับการยอมรับในวงการวิชาการ พบว่าเทคโนโลยี MVP ที่มีทองคำ-AA-GSH 3 อย่างจะทำงานได้ดีกว่าการใช้ AA เดี่ยวๆ GSH เดี่ยวๆ หรือแค่เอาทองมาจับกับ AA หรือ GSH เฉยๆ

เพราะ GSH จะช่วย Recycle AA กลับมาให้อยู่ในรูปแบบที่ Active อีกครั้ง วนไปวนมาแบบนี้เรื่อยๆ

และเมื่อทดสอบเทียบกับ Ascorbyl glucoside กับ Sodium ascorbyl phosphate ก็พบว่าเทคโนโลยี MVP ที่มีทองคำ-AA-GSH 3 อย่าง ทำงานได้ดีกว่า

(Image from Zeroid Official)

เมื่อทดสอบประสิทธิภาพการกระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจนในเซลล์เพาะเลี้ยงเมื่อเทียบกับ AA พบว่า เทคโนโลยี MVP สามารถกระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจนได้ดีกว่า AA รูปแบบดั้งเดิม

ภาพ a คือ control เป็นเซลล์ Fibroblast เพาะเลี้ยงเปล่าๆ ใช้เป็นตัวควบคุม Fibroblast ด้วยเทคนิคนี้จะย้อมติดสีฟ้า

ภาพ b เป็นการใช้ AA ที่ความเข้มข้น 0.003% สังเกตว่าเมื่อย้อมสีคอลลาเจน ในเทคนิคนี้จะติดสีเขียว จะมีคอลลาเจนอยู่นิดหน่อย

ข้ามมาที่ภาพ d ซึ่งใช้เทคโนโลยี MVP ที่ความเข้มข้น 0.003% เท่ากับภาพ b จะเห็นว่าปริมาณของคอลลาเจนมีมากกว่ามาก และถ้าเจือจางลงไปอีก 10 เท่า ที่ความเข้มข้น 0.0003% ก็ยังให้ผลที่ดีกว่า AA จะกล่าวโดยนัยว่าฤทธิ์ดีขึ้น 10 เท่าก็คงไม่เกินจริงนัก

(Image from Zeroid Official)

ทดสอบในเซลล์เพาะเลี้ยงไปแล้ว การดูดซึมล่ะ เป็นอย่างไรบ้าง บอกเลยว่าผลการดูดซึมก็ไม่เบา เมื่อทดสอบการดูดซึมผ่านผิวหนัง (Percutaneous absorption) ด้วยอุปกรณ์ Franz cell พบว่าน้อง MVP สามารถดูดซึมได้ โดยเริ่มพบว่าลงไปที่ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) ได้ตั้งแต่ 30 นาที ถือว่าเป็นอะไรที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว

(Image from Zeroid Official)

สำหรับประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจากมลภาวะ (โดยใช้ Ozone เป็นตัวแทน) รังสี UV และ Visible light โดยให้อาสาสมัครทาครีมที่มีวิตามินซีในรูปแบบ AA หรือ MVP ความเข้มข้น 0.5% แล้ววัดการเรืองแสงของ Betacarotene ในชั้นผิวด้วยเทคนิค Skin autoflorescence ซึ่งปกติเวลาผิวเราเสียหายเพราะรังสี UV หรืออนุมูลอิสระ Betacarotene จะถูกทำลายและมีปริมาณลดลง โดยพบว่า การใช้วิตามินซีรูปแบบ MVP มีข้อดีและปกป้อง Betacarotene ในผิวไม่ให้ถูกทำลายได้ดีกว่ารูปแบบ AA

(Image from Zeroid Official)

ถัดมาจะเป็นกลุ่มของสารบำรุงเด่นๆ แทนด้วยสีน้ำตาลนะคะ

  • Methyl caprooyl tyrosinate ตัวนี้มีชื่อทางการค้าว่า Defensamide มีรายงานว่าไปกระตุ้นเอนไซม์ Sphingosine Kinase 1 (SPHK1) ที่ Keratinocyte (เซลล์ผิวในชั้นหนังกำพร้า) ซึ่งไปมีผลเพิ่มการสังเคราะห์ Antimicrobial peptides (AMP) ตามธรรมชาติของผิว จึงส่งเสริมและปกป้องผิวจากเชื้อจุลินทรีย์ และเสริมภูมิคุ้มกันให้แก่ผิว (Ref: Medchem Express; J Dermatol Sci. 2015;79(3):229-34.; J Immunol. 2018; 200(1 Supplement):170.14) นอกจากนี้ผู้ผลิตวัตถุดิบยังกล่าวว่า มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบระคายเคือง และลดการระเหยของน้ำออกจากผิว ไปพร้อมๆกัน

(Image source: Medchem Express)

  • สารสกัดจาก Northern Truffle (Albatrellus confluens Extract) วัตถุดิบนวัตกรรมเหรียญทองแดงจากงาน in-cosmetics ประกอบด้วยสารพฤษเคมี grifolin, neogrifolin and scutigeral ที่ไปยับยั้งการนำส่งสัญญาณผ่านระบบ TRPV1 ซึ่งเป็นตัวรับความรู้สึกร้อนของผิว ที่เกี่ยวข้องกับอาการระคายเคือง พอยับยั้งไปแล้วก็จะไม่เกิดนำส่งสัญญาณ เลยไม่รู้สึกระคายเคือง จะรู้สึกสบายผิวแทน และตัววัตถุดิบเองยังมีข้อมูลว่ามีคุณสมบัติเป็น Antioxidant ดูแลผิวที่แดงและระคายเคืองง่าย และลดรอยแดง (Ref: Rahn AG) มีรายงานการวิจัยที่ทดสอบสาร Grifolin ซึ่งแยกออกมาจากเห็ด Albatrellus ovinus เพื่อยืนยันความสามารถในการยับยั้ง TRPV1 และมีการทดสอบประสิทธิภาพในอาสาสมัครพบว่า ครีมที่มีสารสกัดเห็ดนี้ที่ความเข้มข้น 3% ทำให้อาสาสมัครรู้สึกระคายเคืองและแสบผิวลดลง มีรอยแดงลดลง และเมื่อกระตุ้นด้วย Capsaicin จากพริก หรือความร้อน อาสาสมัครจะรู้สึกระคายเคืองและแสบผิวน้อยลง เพราะว่าสาร Grifolin นั้นไปยับยั้งการส่งสัญญาณผ่าน TRPV1 ไปเลยรู้สึกเคืองผิวน้อยลงนั่นเอง (Int J Cosmet Sci. 2017;39(4):379-385.)
  • Acetyl Dipeptide-1 Cetyl Ester ตัวนี้อาจจะดูคล้ายว่าจะเป็น Calmosensine™ ที่เด่นเรื่องการ calm ผิวแต่ดูจากส่วนผสมที่เขาเรียงมาในลิสท์แล้วคาดว่าน่าจะเป็น Idealift™ (Butylene Glycol (and) Aqua (and) Sorbitan Laurate (and) Hydroxyethylcellulose (and) Acetyl Dipeptide-1 Cetyl Ester) เพราะ Breakdown ออกมาแล้วตรงกันพอดี ตัว IdealiftTM นี่เด่นเรื่องของการเสริมการสังเคราะห์พวกเส้นใยที่เกี่ยวข้องกับความยืดหยุ่นของผิว ยกให้ผิวกระชับ ยืดหยุ่น ลดเลือนริ้วรอย

สีม่วงจะเป็นกลุ่มของไขมันที่ดูแล Barrier ผิว และให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น ก็จะมีกลุ่มของ MLE และสารที่เป็นประโยชน์ในการดูแลเรื่องความชุ่มชื้นผิว

สีน้ำเงินจะเป็นกลุ่มของสารบำรุงอื่นๆ ซึ่งก็มีอยู่หลายตัวและเสริมกันอย่างลงตัว

  • วิตามินบี 3 ที่ดูแลผิวได้หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น Whitening การดูแลเรื่องการฟื้นฟู Barrier ผิวตามธรรมชาติผ่านการสังเคราะห์ไขมัน รวมไปถึงการอักเสบและระคายเคือง และด้วยความเข้มข้นที่ใส่มา 5% ตามแบรนด์เคลมก็อาจจะให้ประโยชน์ดูแลเรื่องสิวไปด้วย
  • วิตามินบี 5 ดูแลด้านความชุ่มชื้น และความรู้สึกสบายผิว
  • วิตามินอี เป็น Antioxidant
  • Madecassoside ที่ได้จากบัวบก ก็เด่นไม่แพ้กันในด้านของการดูแลเรื่องริ้วรอย
  • และสารบำรุงอื่นๆ อีกหลายชนิด

โดยรวมจึงเป็นครีมวิตามินซี ที่ไม่ใช่แค่วิตามินซีธรรมดา แต่ดูแลผิวได้ครบจบทุกปัญหา และยังดูแล Barrier ผิวไปพร้อมๆ กันอย่างลงตัว

สำหรับส่วนผสมอื่นๆ ก็ทำมาได้ค่อนข้างดีเลย ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิวเป็นส่วนประกอบ

มาให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ

  1. Active หรือสารบำรุง ตามที่ได้กล่าวไปด้านบน ทั้งในด้านของเทคโนโลยีที่น่าสนใจอย่าง MVP technology ที่เอามาผสานรวมกับ MLE และนวัตกรรมอื่นๆ ไหนจะทรัฟเฟิลเอย Defensamide เอย วิตามินอื่นๆ เอย จึงออกมาเป็นส่วนผสมที่ดูแลผิวได้ครบจบทุกปัญหา เป็นวิตามินซีที่ไม่ใช่แค่วิตามินซีธรรมดา รับไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยขอให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ส่วนตัวพึ่งได้ลองใช้มาประมาณ 2 อาทิตย์ (ข้อมูล ณ 10 พ.ย. 65) ด้านของ Whitening หรือ จุดด่างดำนั้น ส่วนตัวไม่ได้มีปัญหาในขณะนี้ เลยยังตอบไม่ได้ แต่ในด้านของความสบายผิว ความนุ่มนวล Texture ผิวที่ดูและความรู้สึกเมื่อสัมผัสผิว การแต่งหน้าติดทน ค่อนข้างไปในทิศทางที่ดี และไม่ได้รู้สึกระคายเคืองผิว จุดนี้ค่อนข้างชอบ และคิดว่าถ้าใช้ต่อไปเรื่อยๆ น่าจะเห็นอะไรๆ ชัดเจนขึ้น ขอให้ไป 5 ฟลาสก์ค่ะ

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ Zeroid สาขาประเทศไทยด้วยนะคะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆ เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีอันเลอค่ามาให้ได้รู้จักและทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์ Zeroid โดยตรงเลยนะคะ

Facebook https://www.facebook.com/ZeroidThailand

LazMall https://s.lazada.co.th/s.mUisI?cc

Disclaimer/Conflict of interest: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Zeroid การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

#Zeroid #ผิวแพ้ง่ายไว้ใจZeroid

#Repair –C  #MLE

Image

[Cosme-Diagnosis] มหกรรมวิเคราะห์ส่วนผสม รวมรีวิว 14 BHA Toner ตัวตึงแห่งปี 2022

สำหรับ Blog นี้จะเป็น Content รวมบทวิเคราะห์ส่วนผสม BHA toner ที่น่าสนใจในปี 2022 นี้ แต่ก่อนจะไปเริ่มวิเคราะห์ส่วนผสมขอกล่าวถึง BHA เล็กน้อยนะคะ

BHA หรือ Beta-hydroxy acid จัดเป็นสารในกลุ่มกรดอินทรีย์ (Organic acid) ชนิดหนึ่ง โดยชนิดที่เป็นที่รู้จักและนิยมใช้ในวงการเครื่องสำอางคือ Salicylic acid

น้องมีคุณสมบัติละลายได้ในไขมัน และมีคุณสมบัติในการย่อยสลายโปรตีน Keratin ที่เป็นองค์ประกอบในสิวอุดตัน (Comedone) เราเรียกคุณสมบัตินี้ว่า Comedolytic

โดยในความเข้มข้นสูงๆ จะจัดเป็นยาที่ใช้กัดหนังแข็งๆ ส่วนทางเครื่องสำอาง ความเข้มข้นที่ให้ประโยชน์ในการดูแลเรื่องการอุดตันในรูขุมขนคือ 0.5 – 2.0% ในสูตร

แต่ข้อเสียของวงการเครื่องสำอางคือเรามักจะไม่ทราบความเข้มข้นของสารที่เขียนอยู่บนฉลาก เว้นแต่ผู้ผลิตจะบอกเองค่ะว่าใส่มาเท่าไหร่ การดูลำดับส่วนผสมก็จะช่วยได้ในระดับหนึ่ง

ด้วยคุณสมบัติในการผลัดผิวของ Salicylic acid จึงไม่แนะนำให้ใช้ในตอนกลางวัน และถ้าใช้ ควรใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดที่มีค่า SPF เหมาะสม และหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดค่ะ

และมีข้อควรระวังในผู้ที่มีประวัติแพ้ Aspirin หรือ กลุ่มยาแก้ปวดลดอักเสบชนิดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เพราะอาจจะเกิดการแพ้ได้

ไม่ควรใช้ในหญิงตั้งครรภ์นะคะ เพราะอาจจะมีความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์ได้

สำหรับ content นี้ผลิตภัณฑ์ที่คัดเลือกมามีด้วย 14 ชิ้นค่ะ

ก่อนไปวิเคราะห์ส่วนผสมขอ Disclaimer เล็กน้อยค่ะ

  1. Content นี้จัดทำขึ้นมาเพื่อใช้ในเชิงการศึกษาเป็นหลัก
  2. Content นี้ไม่ได้รับการสนับสนุนจากเครื่องสำอาง หรือบริษัทที่เกี่ยวข้องกับความงามแห่งใด
  3. Content นี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมของผลิตภัณฑ์โดยอาศัยหลักการทางด้านวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง และมีการสอดแทรกความคิดเห็นส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
  4. Content นี้มีการสอดแทรก Affiliated link โดยผู้เขียนอาจได้รับค่าตอบแทนจากการ Click link ที่แนบไว้ท้ายบทวิเคราะห์เครื่องสำอาง

ถ้าพร้อมแล้วขอเริ่มที่ตัวแรกเลยค่ะ

ขอเปิดประเดิมด้วยโทนเนอร์ดูแลสิวในตำนานจาก Some by Mi ที่เชื่อว่าหลายคนน่าจะได้ผ่านตามาบ้าง

สมัยก่อนน้องมีขวดใหญ่มากๆ ด้วย แต่ตอนนี้เหลือมีขายแต่ขวดเล็ก แล้วก็มีไลน์ใหม่ที่เป็นไลน์ชาเขียวออกมาแทน ส่วนตัวก็ยังไม่เคยหยิบเอารุ่นชาเขียวมาดูว่ามีส่วนผสมอะไรบ้าง

แต่ตัว AHA BHA PHA 30 Days Miracle Toner ส่วนผสมคือมาเต็มมาก ทั้งดูแลสิว และเพิ่มความชุ่มชื้นผ่านการเติมน้ำไปพร้อมๆ กัน

สำหรับสารบำรุงอื่นๆ นอกจากพวก Acids แล้วก็มี Niacinamide ที่เป็นตัวเต็งในวงการสกินแคร์ ร่วมกับสารสกัดจากพืชหลายชนิด และสารบำรุงที่ดูแล้วเด่นไปในทางด้านการเติมน้ำให้กับผิว จะมีรองๆ ก็จะเป็นด้าน Whitening กับ การดูแลเรื่องริ้วรอยผ่าน Adenosine

สารสกัดจากถั่วเลนทิล อาจจะเป็นตัว p-Refinyl ของ Silab ประเทศฝรั่งเศส ที่มีเคลมเกี่ยวกับการดูแลเรื่องรูขุมขนไม่กระชับ ควบคุมความมัน และดูแลเรื่องความรู้สึกกระชับผิวไปพร้อมๆ กัน

ขอแนบ Aff link บน Watsons https://invol.co/clew3bt

Laz Mall Some by Mi https://invol.co/clew3ca

ตัวถัดมาเคยเป็นตัวตึงของบ้านมียอน กับน้อง BHA Music Toner จากแบรนด์ Skin Talk สัญชาติเกาหลีเช่นกัน

ตอนนี้เขาปรับสูตรอีกรอบค่ะ จะไม่เหมือนกับสูตรเก่า เลยขอหยิบเอาสูตรเก่ามาวิเคราะห์เป็นกรณีศึกษาก่อน

จุดเด่นของน้องคือน้องใช้น้ำสกัดจากใบชาเขียวเป็นเบสหลัก เสริมมาด้วยสารสกัดและสารบำรุงหลายชนิด นอกจาก AHA BHA แล้ว ยังมีสารสกัดจากพืชและสารบำรุงที่โดดเด่นในด้านของการดูแลเรื่องการระคายเคือง การสมานผิว การเติมน้ำให้ผิว และดูแลเรื่องสิว

มีเคลมเรื่องของสารสกัดจากสาหร่าย Chlorella ว่ามีประโยชน์ในด้านริ้วรอย

แต่เสียดายที่ตอนนี้สูตรปรับใหม่มีเปลี่ยนส่วนผสมไปหลายอย่างเหมือนกันค่ะ

ดูสูตรเก่าไปแล้ว มาดูสูตรใหม่ล่าสุดบ้าง สูตรนี้ส่วนตัวยังไม่มีโอกาสได้ลองนะคะ แม้จะเห็นว่ามีขายตามแพลตฟอร์มออนไลน์อยู่บ้าง

ข้อมูลสูตรนี้เอามาจากเว็บไซต์ของแบรนด์ Skin Talk ประเทศเกาหลี นางบอกว่านางใช้น้ำชาเขียวแทนน้ำ แต่ดิฉันก็ยังเห็นน้ำอยู่นะ ต่อจากน้ำชาเขียวเลยค่ะ

จุดที่เปลี่ยนไปก็คือ มีการเพิ่ม Niacinamide เข้ามาในสูตร แล้วตัดเอา Chlorella กับ สาหร่ายเคลป์หมักทิ้งไป เพิ่มเอาสารสกัดจากรำข้าวเข้ามา

ในภาพรวมคือน้องก็ยังมีส่วนผสมที่ดูแลเรื่องการระคายเคืองผิว สมานผิว เติมน้ำ และดูแลเรื่องสิวได้อยู่

แต่ส่วนตัวแอบชอบส่วนผสมของตัวเก่ามากกว่า

ตัวถัดมา ก็เคยเป็นตัวตึงของบ้านมียอนเหมือนกัน เป็นของจากเกาหลีอีกเช่นกัน

เรายังคงอยู่กับความเก๋ไก๋ของ K-beauty ค่ะ

ตัวนี้คือ Natural BHA Skin Returning A-Sol จากแบรนด์ CosRX ตอนนี้น้องมี Official Mall บน Lazada แล้วนะคะ สมัยก่อนดิฉันต้องสั่งผ่าน iHerb เอา แต่เสียดายสูตรนี้เหมือนไม่มีขายแล้วค่ะ ณ ตอนนี้ ก็ขอหยิบยกเอามาเป็นกรณีศึกษา เพราะมีความน่าสนใจอยู่ค่ะ

สำหรับตัวนี้มี AHA BHA โดย BHA น้องมาในรูปแบบ Betaine salicylate ซึ่งเป็นอนุพันธ์ที่ได้จากการรวมตัวกันของ Salicylic acid กับ Betaine ที่เป็นอนุพันธ์ของกรดอะมิโน Glycine อีกที จุดเด่นของ Betaine salicylate คือ มีการเคลมว่ามีความอ่อนโยนกว่า Salicylic acid ปกติ และตัว Betaine เองก็เด่นเรื่องการดูแลการระคายเคืองไปด้วย

เบสหลักมาในสารสกัดจากโพรโพลิส ที่โดดเด่นเรื่องการดูแลผิวหลายๆ ประการ ทั้งด้านของสิว และการอักเสบระคายเคือง เสริมมาด้วย Panthenol และ Allantoin ที่ดูแลเรื่องการระคายเคืองไปพร้อมๆ กัน ตามมาด้วยสารสกัดจากเมล็ดของ Cassia obtusifolia ที่อาจจะเป็นของบริษัท Garden of Naturalsolution ประเทศเกาหลี ที่เคลมว่ามี Polysaccharide ที่มีคุณสมบัติดูแลเรื่องการระคายเคือง และอาการคันผิว

มี Hya เล็กน้อยพอกรุบกริบ

ปิดท้ายจบด้วย Tea tree oil ถ้าดูจากลำดับส่วนผสมก็พอกล้อมแกล้มว่าอาจจะให้ประโยชน์ด้านสิว

โดยรวมคือ แลดูอ่อนโยน ด้วยความมีสารดูแลเรื่องการระคายเคืองหลายสิ่งอัน

มาถึงสูตรปัจจุบันของ BHA จากแบรนด์ CosRX กันบ้างค่ะ

น้องมีชื่อว่า AHA/BHA Clarifying treatment toner จริงๆ น้องก็เป็นตัวเก่าแก่ตัวหนึ่งในวงการนะคะ

ในด้านของ AHA นอกจากจะเป็น Acids แล้วก็ยังใช้น้ำแอปเปิ้ล ที่มี AHA ตามธรรมชาติ

ส่วนของ BHA เป็น Betaine salicylate เหมือนสูตรป้ายแดง และเสริมมาด้วย BHA ธรรมชาติจากเปลือกต้น Willow

สารบำรุงอาจจะไม่จัดเต็มมาก แต่ก็เด่นไปในทางการดูแลเรื่องการระคายเคืองค่ะ

ราคาไม่แพงเว่อวังนะคะ เป็นมิตรจับต้องได้

อันนี้ขอแนบ Aff link ของ Laz Mall ไว้เผื่อใครอยากไปลองตำ

https://invol.co/cleot31

เมื่อพูดถึง Betaine salicylate แล้ว ขอหยิบเอาอีกตัวที่ดูดีงามไม่แพ้กัน เป็นงานฝาหรั่งค่ะ

Squalane + BHA pore minimizing toner จากแบรนด์ Biossance ที่ไม่ค่อยมีใครกล่าวถึง แต่น้องทำอะไรออกมาปังหลายๆ อย่างนะคะ

น้องมาในคอนเซปท์น่ารักๆ ส่วนผสมจัดเต็มด้วยสารสกัดจากธรรมชาติมากมายหลายชนิด ดูแลผิวได้ครบสยบทุกปัญหา ทั้งเรื่องสิว ผิวมัน การระคายเคือง Whitening เติมน้ำ รวมไปถึงอาจจะได้ประโยชน์ด้านริ้วรอย

กล่าวคือ รอยดำ รอยแดง รอยสิว ดูแลครบค่ะ

ส่วนของ Acid นั้นน้องเน้นไปที่ BHA ค่ะ โดยมี BHA ธรรมชาติจากเปลือก Willow ร่วมกับ Betaine salicylate

อีกจุดเด่นคือเสริม Squalane ที่ดูแลเรื่องความชุ่มชื้นผ่านกลไกการคืนไขมันให้ผิวนุ่มแบบ Emollient effect

อันนี้ขอแนบ Aff link ผ่านเว็บของ Sephora นะคะ ใครสนใจอยากลองเล่นก็ไปแอบส่องกันได้

https://invol.co/cleot19

ดูงานยากๆ ส่วนผสมเยอะๆ ไปแล้ว มาดูอะไรที่เรียบง่ายบ้างค่ะ กับแบรนด์ The INKEY List แบรนด์เรียบง่ายภายใต้คอนเซปท์ Knowledge Powered Skincare Products

ที่ใช้ส่วนผสมที่มีข้อมูลเรื่องประสิทธิภาพ และใช้เท่าที่จำเป็นตามเทรนด์ ‘The less is more’

Beta Hydroxy Acid ก็คือ BHA จริงๆ ค่ะ เสริมมาด้วย Betaine และ Biosaccharide gum-1 เพื่อดูแลด้านการระคายเคือง และเติมน้ำด้วย Hya

มี Zinc PCA ดูแลเรื่องควบคุมความมันและกระชับรูขุมขน

แต่ราคาจะแอบแรงนิดนึง เผื่อใครสนใจแอบไปส่องไปตำได้ค่ะ

ขอแนบ Aff link ไปยัง Sephora

https://invol.co/cleot1p

ตัวถัดมายังอยู่กับงานเกาหลีนะคะ อีก 1 ตัวตึงลูกรักบ้านมียอนที่มาในคอนเซปท์ “คงจะดีถ้าเรามี Peeling ที่ดูแล Barrier ผิวไปพร้อมๆ กัน”

ตัวนี้เป็น Toner สำหรับดูแลผิวมันและผิวที่มีปัญหาสิว จากแบรนด์ Zeroid แบรนด์ดังในเครือ Neopharm ประเทศเกาหลี เจ้าของสิทธิบัตรเทคโนโลยี MLE ที่เด่นเรื่องของการฟื้นฟู Barrier ผิว ดูแลเรื่องผิวแข็งแรง และความชุ่มชื้น

และแน่นอนว่า Toner สูตรนี้ก็มี MLE ด้วยค่ะ

สำหรับ Acids ในนี้จะเป็น AHA ร่วมกับ LHA (Lipohydroxy acid) ชนิด Capryloyl salicylic acid ที่เอา Salicylic acid มาจับกับไขมัน Caprylic acid เพื่อเสริมคุณสมบัติในการละลายไขมัน น้อง LHA นี้จริงๆ พัฒนามาโดยเครือ L’oreal แต่น่าจะหลุด Patent ไปแล้ว เราเลยเจอได้ในหลายๆ แบรนด์

LHA มีงานวิจัยรองรับว่ามีประโยชน์ที่ดีกับผิวหลายด้านๆ ไม่ว่าจะเป็นด้าน Whitening, ริ้วรอย สำหรับเรื่องสิว น้องเหมือนจะเป็นตัวเสริมมากกว่า จากข้อมูลเรื่องการละลายซากเซลล์อุดตัน LHA จะเด่นไม่เท่า BHA แต่ถ้าใช้เสริมกับสารอื่นหรือยาที่ใช้เป็นประจำ น้องจะให้ประโยชน์ดีกว่าใช้สารนั้นอย่างเดียวล่ะ

สารเสริมอื่นๆ นอกจาก MLE ก็จะมี Betaine กับ Panthenol ที่ดูแลด้านการระคายเคือง ร่วมมากับ Hya ที่เติมน้ำ และ Zinc PCA ที่เด่นไปในเชิงการควบคุมความมัน กระชับรูขุมขน และยังมีประโยชน์บ้างในด้านของริ้วรอย

ตัวนี้ราคาจะแอบแรงนิดหน่อย แต่ส่วนตัวก็เลิฟๆ ค่ะ

อันนี้ก็ขอแนบ Aff link ไปที่ Official Laz Mall ของแบรนด์ Zeroid นะคะ

https://invol.co/cleot2p

เมื่อพูดถึง LHA ขอมาดูงานไทยที่น่าสนใจบ้างค่ะ

น้องมาจากแบรนด์ Gravich กับ Acneology facial toner

ส่วนตัวได้เลือกน้องมาซักพัก และผ่านการใช้มา 2 ขวดแล้วนะคะ ด้วยความส่วนผสมดีงาม และราคาย่อมเยา ยิ่งมีโปรงามๆ คือ ไม่ถึง 200 บาท คือ คุ้มค่าปังเว่อร์

แบรนด์นี้ยังมีสกินแคร์อีกหลายชิ้นที่ดีงามไม่แพ้กันนะคะ

ในด้านของส่วนผสมของกลุ่ม Acids น้องจัดเต็มมากทั้ง AHA/BHA/PHA/LHA เสริมมาด้วย Niacinamide ที่เป็นตัวตึงด้านสกินแคร์

มีสารบำรุงอื่นๆ ที่ดูแลเรื่องการเติมน้ำ อย่าง Trehalose กับ Hya

ใช้ Biosaccharide gum-1 ดูแลเรื่องการระคายเคืองผิว คือ ดูแพงอ่ะ

สำหรับด้านสิวก็มี Zinc PCA, Witch hazel และวิตามินบี 6 ที่ดูแลเรื่องควบคุมความมันให้แก่ผิว

แนบ Aff link บน Laz Mall ค่ะ

https://invol.co/clep8j3

ดูงานไทยไปแล้ว อยากขอหยิบงานไทยอีกชิ้นมาเล่าให้ฟังต่อ

น้องมาในราคามิตรภาพ ส่วนตัวสอยมาจากร้านสีน้ำเงินค่ะ ตอนนั้นได้มาในราคาร้อยกว่าบาท

เป็น Tea tree chapter Anti-acne solutions first toner จากแบรนด์ Plantnery ค่ะ

อันนี้คือสมชื่อนะคะ Anti-acne solutions เพราะเน้นไปที่ acne แบบพุ่งมุ่งเป้ามาก

ไม่ว่าจะเป็นด้านการควบคุมความมันผ่าน Witch hazel วิตามินบี 6 Carnitine Zinc PCA ซึ่งบางตัวก็ให้ประโยชน์ดูแลกระชับรูขุมขนไปด้วย

ยังได้ประโยชน์ดูแลสิวจากสารสกัดใบ Neem และ Niacinamide

เติมน้ำด้วย Hya และดูแลการระคายเคืองด้วย Panthenol

ส่วนของ BHA นั้นเป็นชนิด Salicylic acid ตัวดั้งเดิมค่ะ

ขอแนบ Aff link บน Laz Mall นะคะ

https://invol.co/clep8ic

มาดูงานจากองุ่นที่เพื่อนสาวแสนสวยของหญิงเมนชั่นถึงกันบ้างค่ะ

น้อง Vinopure purifying toner จาก Caudelie แบรนด์ของฝรั่งเศส ที่อาจจะดูหาซื้อยากนิดหน่อย เพราะน้องมีที่ Sephora เราอาจจะต้องแบกร่างไปลองเนื้อนางก่อน

จุดที่น่าสนใจ คือ น้องใช้น้ำองุ่นมาเป็น AHA ธรรมชาติ ร่วมกับ Citric acid และ มี BHA ในรูปแบบ Salicylic acid ลดความระคายเคืองด้วย Rose water หอมกรุ่นที่เบลนด์กับน้ำมันหอมระเหยและสารหอมที่เป็นโมเลกุลที่พบเจอได้ตามธรรมชาติอย่างลงตัว

ติดนิดเดียวตรงมี Alcohol แต่ข้อดีของการมี Alcohol ก็คือน้องอาจจะช่วยขจัดเอา sebum ส่วนเกินบริเวณปากปล่องรูขุมขนออกไปได้ ก็จะอารมณ์เสริมๆ กัน และให้ความรู้สึกเย็นผิวตอนน้องระเหยไป แต่คนที่ sensitive กับ Alcohol ก็อาจจะห่างๆ นิดนึงเนอะ

แนบ Aff link จาก Sephora

https://invol.co/cleot25

ด้วยความที่ Caudelie เป็นงานฝรั่งเศส เลยขอหยิบเอา Effaclar ที่เป็นเสมือนนางเอกแห่งวงการผิวที่มีปัญหาสิวจากแบรนด์ Laroche-Posay ในเครือ L’oreal สัญชาติฝรั่งเศสเหมือนกันมาวิเคราะห์

เสียดายที่ตัวนี้ไม่มีในไทย เพราะน้องทำมาได้อย่างเด็ดดวงมาก น้องขึ้นทะเบียนเป็น OTC ใน USA ค่ะ

สำหรับส่วนผสมนอกจากน้ำแร่ La roche แล้วก็คือมี Salicylic acid ที่ความเข้มข้น 0.5% ตาม Guideline ในการดูแลสิว (0.5-2.0%) ร่วมกับ Glycolic acid ที่ 2.0% เสริมมาด้วย Capryloyl glycine ที่เด็ดดวงสำหรับสิว โดยทางผู้ผลิตวัตถุดิบเคลมว่า น้องไปยับยั้งเอนไซม์ 5alpha-reductase ที่เป็นเอนไซม์เปลี่ยนฮอร์โมนเพศชาย Testosterone ให้กลายเป็น Dihydrotestosterone (DHT) ที่มีฤทธิ์แรงขึ้น

เจ้า DHT นี้ถ้ามีมากเกินไปก็จะส่งผลเสียหลายอย่าง เช่น ผิวมัน เป็นสิวง่าย ถ้าเป็นที่ผมก็ทำให้ผมร่วง

พอโดนยับยั้งไป DHT ก็จะไม่เยอะ ต่อมไขมันก็เลยไม่โดนกระตุ้น ไขมันที่สร้างออกมาก็เลยลดลง พอไม่มีไขมัน เชื้อ C. acnes ก็ไม่มีอะไรกิน อาการของสิวก็จะดีขึ้น

ยังเสริมมาด้วยสารบำรุงอีกนิดหน่อย อย่าง Polysaccharide จากเห็ดหูหนูขาว ที่เด่นเรื่องความชุ่มชื้น กับ Scutellaria extract ที่เด่นเรื่องของริ้วรอย คาดการณ์ว่าจะดูแลพวกรอยสิวอะไรแบบนี้ไปพร้อมๆ กัน

แต่ติดตรงที่มี Alcohol ใครที่ sensitive กับ Alcohol ก็เลี่ยงๆ แต่ใครผิวมันก็น่าจะชอบ

มาลองดูแบรนด์ที่น่าสนใจอีกแบรนด์นะคะ กับ Glamglow ที่รวบรวมสารพัด AHA เอาไว้เข้าด้วยกัน และมี BHA ในรูปแบบ Salicylic acid และ สารสกัดจากเปลือกต้น Willow

โดยในภาพรวมที่น่าสนใจคือ Mandelic acid ที่เป็น AHA ที่มีการกล่าวว่าให้ผลดีกับปัญหาสิว เสริมมาด้วยใบยูคาลิปตัส ซึ่งมีรายงานว่ามีคุณสมบัติในการกระตุ้นการสร้าง Ceramide ของผิว (แต่ไม่แน่ใจว่าจะเป็นวัตถุดิบตัวเดียวกันกับที่รายงานหรือเปล่า) มี Witch hazel ที่ดูแลเรื่องรูขุมขน

และสารสกัดจากสาหร่าย ซึ่งถ้าทราบข้อมูลสายพันธุ์เราอาจจะวิเคราะห์กันต่อไปได้ว่ามีประโยชน์ไปในทางไหน

ลดการระคายเคืองด้วยว่านหางจระเข้

มีลูกเล่นมุ้งมิ้งด้วย Charcoal และผงวิบวับจาก Mica

ปกติแบรนด์นี้จะเด่นเรื่อง Clay mask ตัวโทนเนอร์เลยทำมาอารมณ์ให้เป็น Clay วิบวับๆ

แต่ตัวนี้มี Alcohol นะคะ ใครที่ sensitive ก็อาจจะต้องเลี่ยงไป

ว่าแล้วก็ขอแนบ Aff link บน Sephora ค่ะ

https://invol.co/cleot1t

ปิดท้ายด้วยโทนเนอร์จากแบรนด์ Tarte ที่เด่นเรื่องของ makeup ส่วนตัวไม่คิดว่าน้องจะทำ skincare ออกมาได้ปังเว่อร์

ในภาพรวมน้องมี AHA+ BHA+ PHA ที่เสริมมาด้วยสารบำรุงหลายชนิดที่ให้ประโยชน์หลายๆ ด้าน ประเดิมด้วย Niacinamide ตัวตึงสกินแคร์

มีสารสกัดจากหัวหอมที่ดูแลพวกการสมานแผล (Wound healing) และ Sulfur ซึ่งเป็นสาร(เก่าแก่)ที่ใช้ในการดูแลสิว แต่ดูจากลำดับคาดว่าอาจจะยังไม่ถึง dose ที่ต้องการก็เป็นได้

ใครสนใจก็ลองไปแอบส่องแอบตำกันได้ค่ะ

แนบ Aff link:

https://invol.co/cleot1i

สำหรับ Content นี้ก็คงต้องขออนุญาตตัดจบไปที่ตรงนี้นะคะ โอกาสหน้าจะเอาอะไรมาวิเคราะห์ส่วนผสมต่อไปก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยค่ะ

ปิดท้ายด้วย Disclaimer อีกรอบค่ะ

  1. Content นี้จัดทำขึ้นมาเพื่อใช้ในเชิงการศึกษาเป็นหลัก
  2. Content นี้ไม่ได้รับการสนับสนุนจากเครื่องสำอาง หรือบริษัทที่เกี่ยวข้องกับความงามแห่งใด
  3. Content นี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมของผลิตภัณฑ์โดยอาศัยหลักการทางด้านวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง และมีการสอดแทรกความคิดเห็นส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
  4. Content นี้มีการสอดแทรก Affiliated link โดยผู้เขียนอาจได้รับค่าตอบแทนจากการ Click link ที่แนบไว้ท้ายบทวิเคราะห์เครื่องสำอาง
Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมออยล์บำรุงผิวกาย Derma:B Intensive barrier multi-oil

เปิด Blog ด้วยคำโปรยสวยๆ “คงจะดี ถ้ามี Body oil ดีๆ สักชิ้น ที่ไม่ใช่แค่ทาแล้วเคลือบ (Occlusive) ผิวเฉยๆ แต่ให้คุณสมบัติในการทดแทนไขมันธรรมชาติคืนให้แก่ผิว และดูแลปัญหาเรื่องความแห้งกร้าน หยาบกระด้างไปพร้อมๆ กัน”

ถ้าเราแบ่งประเภทของสาร Moisturizer ในเครื่องสำอางเฉพาะกลุ่มของน้ำมัน เราจะแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ Occlusive กับ Emollient

2 ตัวนี้ต่างกันตรงนี้ สารกลุ่ม Occlusive จะไปเคลือบปกป้องผิว ลดการระเหยของน้ำออกจากผิว (Trans-epidermal water loss; TEWL) ในขณะที่สารกลุ่ม Emollient มักจะซึมลงไปในผิว และไม่ค่อยมีผลลดค่า TEWL (แต่ Emollient บางตัวก็ลดค่า TEWL ได้นะ ก็จะเรียกเป็น Semi-occlusive)

Emollient ส่วนมากจะเป็นไขมันที่พบได้ในร่างกายเรา บ้างก็เรียกเป็น Physiological lipids ซึ่งจะมีประโยชน์ในการทดแทนไขมันในผิวหนัง ยามที่ผิวเราขาด

ตัวอย่าง Emollient เช่น น้ำมันจากพืชธรรมชาติ รวมไปถึงพวก Physiological lipids อย่าง Ceramide, Cholesterol, fatty acids

วันนี้ขอหยิบเอา Body oil จากแบรนด์ Derma:B ที่เคยเกริ่นไปใน Blog ก่อน ตามลิงค์นี้ค่ะ

https://miyeonthereviewer.com/2022/03/20/brand-update-dermab/

แบรนด์ Derma:B เป็นแบรนด์ในเครือของบริษัท Neopharm ที่เน้นไปที่ผลิตภัณฑ์กลุ่มดูแลผิวกายโดยเฉพาะ

Body oil ที่หยิบมารีวิวใน Blog นี้มีชื่อว่า Intensive barrier multi-oil

สำหรับเนื้อสัมผัส ตัวน้องจะเป็นน้ำมันที่เหลวหน่อย มีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์เป็นโทนดอกไม้หวานๆ ซึ่งทางแบรนด์ได้เบลนด์กลิ่นนี้ขึ้นมาโดยเฉพาะ

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย จะมีความเงาวาวเหมือนเราใช้น้ำมันทาผิว เพียงแต่จะไม่เหนียวหนึบ ไม่เหนอะหนะและหนักผิว

ส่วนนี้จะเป็น Profile กลิ่นของน้ำมันสูตรนี้ซึ่งเบลนด์มาในโทน Sweet/Citrus/Floral นะคะ

(Image from Derma:B)

สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

ขอแบ่งกลุ่มส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้เป็น 5 สี ซึ่งจะกล่าวถึงทีละสีนะคะ

  • สีชมพู เป็นกลุ่มของน้ำมันจากธรรมชาติ ซึ่งถ้านับรวมน้ำมันพื้นฐานแล้ว ก็มีด้วยกัน 15 ชนิด ซึ่งทางแบรนด์จะเคลมน้ำมันที่หายาก ซึ่งมีมูลค่าสูง ประกอบด้วยสารพฤกษเคมีที่มีประโยชน์มากมาย อย่างน้ำมันจากเมล็ดบรอกโคลี แครอท Black currant เมล็ดมะเขือเทศ เมล็ดชาเขียว (คนละชนิดกับเมล็ดของชาน้ำมัน Camellia oleifera ที่พบเจอกันทั่วไปนะคะ) ซึ่งข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบกล่าวว่าน้ำมันจาก C. sinensis มีประโยชน์ที่ดีหลายด้านทั้งในด้านของ Antioxidant, การลดการอักเสบระคายเคืองและให้ความรู้สึกสบายผิว

ภาพของฝักและเมล็ดชาเขียว (Image from Derma:B Official Website)

ส่วนตัวขออนุญาตกล่าวถึงในภาพรวม ปกติกลุ่มของน้ำมันจากธรรมชาติก็จะประกอบด้วยกรดไขมันจำเป็น และสารที่มีประโยชน์ในกลุ่มที่เรียกว่า Unsaponifiables ที่หมายถึง สารอื่นในน้ำมันที่ไม่สามารถทำปฏิกิริยา Saponification กับด่างได้ ตัวอย่างเช่น พวก Tocopherol, Carotenoids, Phytosterols เป็นต้น พวกนี้มีประโยชน์ต่างๆ มากมายต่อผิว เช่น เป็น Antioxidant และลดอาการอักเสบระคายเคือง

  • สีม่วงบานเย็น เป็นกลุ่มของ Pseudoceramide อย่าง Myristoyl/palmitoyl oxostearamide/arachamide MEA ร่วมกับ Ceramide NP และ Phytosterols ที่เสริมเข้ามา
    • สำหรับ Myristoyl/palmitoyl oxostearamide/arachamide MEA มีชื่อเล่นว่า PC9S ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่เป็นเป็นสิทธิบัตรของทาง Neopharm อิงตามสิทธิบัตรอเมริกา US patent US6221371B1 ของปี 2001 Claim ว่าให้ประโยชน์ในการเหนี่ยวนำให้ผิวสร้างไขมันใหม่ออกมาฟื้นฟู Barrier ผิวที่เสียหาย มีรายงานการวิจัยทดสอบประสิทธิภาพของสารนี้ในหนูทดลอง พบว่า ตัวนี้เมื่อใช้ร่วมกับไขมันชนิดที่มีในผิว (Physiological lipids) สามารถกระตุ้นให้ผิวเรามีการสร้าง Receptor ในกลุ่ม PPAR-α ซึ่งมีประโยชน์ในการลดการอักเสบของผิว และเสริมกระบวนการสังเคราะห์ไขมันที่เป็น Barrier ผิวตามธรรมชาติ (Arch Dermatol Res. 2015 Nov;307(9):781-92.)
    • PC9S ร่วมกับสารอื่นๆ ในสัดส่วนที่เหมาะสมจะเรียงตัวอยู่ในรูปแบบของ MLE ซึ่งมีประโยชน์ในการเสริมความแข็งแรงให้แก่ Barrier ของผิว (สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดตามอ่านต่อได้ที่ https://miyeonthereviewer.com/2022/03/03/dermartlogy-atg/)
  • สีเขียว Acetyl glutamine เป็นอนุพันธ์ของกรดอะมิโน Glutamine ที่มีความคงตัวดีขึ้น ข้อมูลจากทางผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่า Glutamine เป็นกรดอะมิโนที่เรามีอยู่แล้วเพื่อใช้ตอบสนองต่อความเครียด โดยเมื่อเกิดสภาวะเครียดขึ้น จะมีการเหนี่ยวนำให้ Glutamine เข้าไปในเซลล์ แล้วส่งผลให้เกิดการปรับสมดุลตัวเองเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
(Image from DAMY CHEMICAL CO., LTD.)

โดยทางบริษัทได้ศึกษาพบว่าเมื่อมีระดับของ Glutamine เพิ่มขึ้น ก็จะมีปริมาณของ ATP เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้การทำงานต่างๆ ของผิวเกิดได้ตามปกติ นอกจากนี้ทางบริษัทยังมีการศึกษาในอาสาสมัคร พบว่า Acetyl glutamine มีประสิทธิภาพที่ดีหลายประการ เช่น

  1. เสริมความชุ่มชื้น
  2. เสริมสร้าง Barrier ผิวให้แข็งแรงขึ้น
  3. ปรับ Texture ผิวให้เรียบเนียน
  • สีน้ำเงินเข้ม กลุ่มของพวก Peptide และ Folic acid ซึ่งเป็น Combination ที่โดดเด่นและมีประโยชน์ต่อผิวในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านของการเสริมกระบวนการทำงานตามธรรมชาติของผิว ดูแลเรื่องของการชะลอวัย ลดเลือนริ้วรอย ปัญหาของสีผิวไม่สม่ำเสมอ รวมไปถึงด้านการอักเสบระคายเคืองผิว และต่อต้านอนุมูลอิสระ
    • Combination นี้ทางแบรนด์เรียกว่าเป็น Bio-placentaTM ซึ่งชุดของส่วนผสมก็จะคล้ายๆ กับวัตถุดิบ Bio-placenta ที่มีผ่านการทดสอบประสิทธิภาพในอาสาสมัครแล้วเช่นกัน (ข้อมูลจาก DAMY CHEMICAL CO., LTD.)
  • สีฟ้า เป็นสารเติมน้ำอย่าง Sodium hyaluronate และ Panthenol ที่นอกจากเพิ่มความชุ่มชื้นแล้วยังมีประโยชน์ในเชิงด้านการดูแลปัญหาการอักเสบระคายเคืองของผิว

ในภาพรวมคือน้องเป็น Body oil ที่ไม่ใช่แค่ Oil ที่มาทาเคลือบผิว หรือเรียกเป็น Occlusive ธรรมดา แต่น้องเป็นน้ำมันที่เสริมสารบำรุงมาหลายชนิด ให้ประโยชน์ในการดูแลปัญหาผิวรูปแบบต่างๆ โดยไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความแข็งแรงของผิว ดูแลเรื่อง Barrier ผิว เพราะมีส่วนประกอบของทั้ง MLE, Ceramide และสารไขมันทดแทนจากน้ำมันพืชพรรณต่างๆ ให้ความรู้สึกสบายผิว และยังได้ประโยชน์ไปในถึงด้านการชะลอวัย ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนน่าสัมผัส

มาให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ

  1. สารบำรุง ตามที่ได้กล่าวไปด้านบน นอกจากน้องจะมีส่วนประกอบของน้ำมันจากธรรมชาติแล้ว ยังเสริมมาด้วยส่วนผสมของสารบำรุงผิวต่างๆ ที่ให้ประโยชน์ได้หลายด้าน ทั้งในด้านของการชะลอวัย ดูแลเรื่องปัญหาริ้วรอย ความรู้สึกไม่สบายผิว ความแข็งแรงของ Barrier ผิว ปรับสมดุลของผิวและปกป้องผิวจากปัญหาที่เกิดจากความเครียดภายนอก เช่น พวกมลภาวะต่างๆ รวมถึงอาจจะได้ในด้านความสม่ำเสมอของสีผิว หรือเชิง Whitening ไปอีก ขอให้คะแนน 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยไม่มีที่ให้หักคะแนน รับไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน เริ่มที่เนื้อสัมผัสก่อน ส่วนตัวค่อนข้างชอบความบางเบา ไม่เหนอะหนะ ไม่เหนียวในระหว่างวัน ตามมาด้วยกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ให้ความรู้สึกสบายและผ่อนคลาย ถึงแม้จะเป็นช่วงที่อากาศร้อนชื้นยังรู้สึกว่าไม่ได้เหนอะหนะจนรู้สึกรำคาญตัว เผลอๆ เบากว่า Body lotion บางชิ้นเสียอีก อีกจุดที่น่าสนใจคือไม่เลอะเทอะเปรอะเปื้อนเสื้อผ้า ให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ Derma:B สาขาประเทศไทยด้วยนะคะที่ส่งสินค้าดีๆ มาให้ได้ทดลองใช้ และขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/DermaBThailand

หรือ สามารถตามไปส่องร้านค้า Official ของทางแบรนด์ได้เลยนะคะ

Lazada: https://invol.co/claix7f

Shopee: https://invol.co/claix96

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Derma:B สาขาประเทศไทย การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่มบำรุงที่พัฒนาไปอีกขั้น ATG rejuvenating serum จากแบรนด์ dermArtlogy

สวัสดีค่ะ วันนี้ขอมาอัพเดท รีวิว และวิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่มในไลน์ใหม่ของทางแบรนด์ dermArtlogy ของบริษัท Neopharm ประเทศเกาหลีกันนะคะ

เรียกได้ว่าเซรั่มของแบรนด์ dermArtlogy นั้น มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดและทันสมัย

ล่าสุดทางแบรนด์ก็ได้พัฒนาสูตรใหม่ ATG rejuvenating serum ออกมาสำเร็จ จนกลายเป็นเซรั่มตัว Top สุด และได้วางจำหน่ายในบ้านเราเมื่อปลายปี 2564 ที่ผ่านมา

สำหรับท่านที่สนใจรายละเอียดของแบรนด์และเซรั่มสูตร Ageless potent rejuvenating serum สูตรก่อนหน้า และสูตร Gel สามารถติดตามได้ที่ Link ด้านล่างนี้ค่ะ

ช่องทางตามไปอ่าน Ageless potent rejuvenating serum https://miyeonthereviewer.com/2020/10/09/dermatlogy-agelesspotent/

ช่องทางตามไปอ่าน Link Gel moisturizerhttps://miyeonthereviewer.com/2021/01/25/dermartlogy-gelmoist/

สำหรับสูตร Top สุด ณ ขณะนี้ คือตัว ATG ที่จะมาเล่าให้ฟังในวันนี้มีหน้าตาประมาณนี้ค่ะ

น้องมาในดีไซน์ที่เป็น Signature ของทางแบรนด์ โดยรุ่นนี้จะเป็นขวดปั๊มแบบสุญญากาศ Airless pump ค่ะ

เนื้อเซรั่มเป็นประมาณนี้นะคะ มาในรูปแบบ Translucent กึ่งใสกึ่งขุ่น แสงยังผ่านได้

เช่นเคย เนื่องจากไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม เราเลยจะยังได้กลิ่นของวัตถุดิบอยู่จางๆ เนื้อรุ่นนี้เกลี่ยได้ง่าย ให้ความรู้สึกชุ่มชื้น เบา สบายผิว ไม่เหนอะหนะ และไม่แห้งจนเกินไป

ตัวนี้ส่วนตัวมี่โอกาสได้ทดลองใช้ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ยังไม่ออกสู่ท้องตลาดจนปัจจุบันก็ปาเข้าไปน่าจะครึ่งปีได้

ช่วง 2 เดือนแรก จะทาเฉพาะบริเวณใบหน้าด้านซ้ายที่ไม่ได้ใช้พวก retinoid ในด้านของความสบายผิว ความชุ่มชื้น ความแดงที่เป็น undertone บริเวณแก้มดูเหมือนจะลดลง รูขุมขนดูละเอียดขึ้น

หลังจากนั้นก็ทาทั้งสองฝั่งแบบจริงจังจนถึงปัจจุบันน่าจะเกิน 3 เดือนไปแล้ว ที่รู้สึกชอบมากคงหนีไม่พ้นเรื่องของความแข็งแรงของผิว และความรู้สึกดีหลังใช้งาน อารมณ์แบบรักผิวตอนนี้มาก แม้จะมีปัญหากับการใส่ Mask บ้างก็ตาม

ค่า pH อยู่ที่ราวๆ 4 – 5 นะคะ

สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

ในภาพรวมแม้ส่วนผสมจะดูเหมือนค่อนข้างเยอะชนิด แต่ส่วนใหญ่เป็นสารบำรุงที่มีประโยชน์ต่อผิวในด้านต่างๆ เรียกได้ว่าดูแลปัญหาผิวได้อย่างครอบคลุมเลยทีเดียว

วันนี้แบ่งส่วนผสมไว้เป็นสีๆ ตามกลุ่มของการออกฤทธิ์นะคะ

โดยขอเริ่มที่กลุ่มสีชมพู กลุ่มของไขมัน และสารที่ใช้ทำ MLETM (Multi-lamellar emulsion) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสิทธิบัตรของทาง Neopharm ประเทศเกาหลี

  • MLETM ปกติแล้วในผิวเราจะมีไขมันที่ทำหน้าที่เป็น Barrier ผิว ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 3 กลุ่ม คือ Ceramide + Cholesterol และ Fatty acid ไขมันเหล่านี้มันจะเรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบซึ่งมีด้วยกันหลายรูปผลึก ส่วนหนึ่งเป็นรูปแบบ Liquid crystal
  • เจ้า MLETM นี่เป็นสูตรผสมของ Pseudoceramide (Myristoyl/palmitoyl oxostearamide/arachamide MEA หรือ PC-9S) ร่วมกับ Cholesterol, Phytosterol, rapeseed sterols และกรดไขมัน Stearic acid กับกรดไขมันใน น้ำมันจากแมคคาเดเมีย และ Caprylic/capric triglycerides ซึ่งเรียงตัวในรูปแบบที่คล้ายกับ Liquid crystral ของผิว เลยสามารถทำหน้าที่ปกป้องผิวทดแทน Barrier ของผิว อีกตัวที่เป็นส่วนประกอบของ MLE คือ Dihydroxyisopropyl capryloylcaprilamide หรือ PC-5SP ซึ่งพอเอามารวมกับ PC-9S และสารอื่นๆ ในสัดส่วนที่เหมาะสมจะเกิดเป็นโครงสร้างรูปแบบ Liquid crystal ที่เวลาดูภายใต้กล้องจุลทรรศน์ Polarized microscope จะเห็นเป็นลักษณะพิเศษที่เรียกว่า Maltese cross ซึ่งเหมือนกับการเรียงตัวของ Barrier ผิว ตามภาพ
(Image from Neopharm)
  • Phytosterols และ Rapeseed sterols ที่เสริมเข้ามายังมีประโยชน์เพิ่มเติมในด้านการดูแลปัญหาการอักเสบและระคายเคืองของผิว

ถัดมาจะเป็นกลุ่มของ Peptide ต่างๆ ที่เป็นอักษรสีส้มนะคะ

Heptasodium hexacarboxymethyl dipeptide-12 ตัวนี้คือ Aquatide ที่เป็นตัวหลักตัวหนึ่ง โดยมีประโยชน์ในการเสริมกระบวนการ Autophagy ที่เกิดขึ้นภายในผิว ซึ่งเป็นเสมือนกระบวนการที่ผิวเรารีไซเคิลเอาองค์ประกอบที่มันเสื่อมสภาพมาสร้างและฟื้นฟูเป็นองค์ประกอบใหม่ ให้ผิวเราทำงานได้ดีเหมือนเดิม ขอใช้รูปเก่ามาประกอบค่ะ

สำหรับท่านที่สนใจเรื่อง Aquatide สามารถตามไปอ่านเรื่องของ Aquatide แบบละเอียดได้ที่ลิงค์นี้นะคะ (https://cosmeknowledge.wordpress.com/2019/06/11/spotlight-aquatide/)

Tetracarboxymethyl hexanoyl dipeptide-12 ตัวนี้มีชื่อทางการค้าว่า AdiposolTM ซึ่งข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบกล่าวว่าน้องไปมีผลกระตุ้น Adiponectin ซึ่งเป็น Peptide hormone ชนิดหนึ่งที่สร้างจากเซลล์ไขมัน (Adipocyte) ปกติ Adiponectin จะมีบทบาทในระดับร่างกาย แต่ก็มีการพบว่า Adiponectin นั้นมีประโยชน์กับผิวหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น การเสริมสร้างการสังเคราะห์ไขมันที่เป็น Barrier ผิว การแบ่งตัวเพิ่มจำนวนของเซลล์ผิว เสริมการสังเคราะห์คอลลาเจนและ Hyaluron ในธรรมชาติของผิว และลดการอักเสบระคายเคือง (Oh, et al., Biomol Ther (Seoul). 2021; Sep 28. doi: 10.4062/biomolther.2021.089.)

ทีนี้ปัญหาอยู่ที่ว่ารังสี UV และปัจจัยจากสิ่งแวดล้อม อย่างมลภาวะ ไปกดการสร้าง Adiponectin เลยทำให้กระบวนการต่างๆ เหล่านี้หายไป นอกจากนี้รังสี UV ยังไปทำให้เอนไซม์ MMP มาย่อยสลายคอลลาเจนเกิดความเหี่ยวขึ้นมาอีกต่อหนึ่ง

ในจุดนี้ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบ AdiopSOL กล่าวว่า สารนี้ยังเสริมกระบวนการ Autophagy ลดการสร้างเอนไซม์ MMP และลดการอักเสบในระดับหลอดทดลอง และลดรอยแดงของผิวในอาสาสมัคร

(Image from Incospharm และ AH&NS)

Pentasodium tetracarboxymethyl palmitoyl dipeptide-12 ตัวนี้มีชื่อย่อว่า PTPD เป็นเปปไทด์ที่พัฒนามาเพื่อเสริมกระบวนการ Autophagy ซึ่งมีการทดสอบประสิทธิภาพในอาสาสมัครที่เป็นโรคผิวหนังชนิด Atopic dermatitis เป็นเวลา 4 สัปดาห์ พบว่าอาสาสมัครมีอาการระคายเคือง คัน ลดลง และมีความชุ่มชื้นของผิวเพิ่มขึ้น (Kwon, et al. J Dermatolog Treat. 2019;30(6):558-564.) นอกจากนี้ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบกล่าวว่า PTPD ยังมีคุณสมบัติลดปริมาณของเม็ดสีผิว ผ่านการเสริมการเกิด Autophagy ของแหล่งสร้างเม็ดสีผิวอย่าง Melanocyte

(Image from dermArtlogy)

Acetyl dipeptide-1 cetyl ester ตัวนี้เป็น Peptide ตัวหนึ่งที่เราเจอกันค่อนข้างบ่อย น้องเด่นในแง่ของการลดความรู้สึกระคายเคือง ซึ่งมีการศึกษารองรับในอาสาสมัคร โดยให้อาสาสมัครทา Capsaicin เพื่อเกิดการระคายเคือง แล้วทาผลิตภัณฑ์ที่มีสารตัวนี้ลงไป พบว่า สารนี้สามารถลดการระคายเคืองและความรู้สึกแสบร้อนที่เกิดขึ้น (J Eur Acad Dermatol Venereol. 2016;30 Suppl 1:18-20.) สำหรับกลไกในการออกฤทธิ์จะเกิดผ่านระบบของ Opioid โดยไปลดการนำส่งสัญญาณกระแสประสาทที่ให้เกิดความรู้สึกแสบร้อน

กล่าวถึงระบบของ Opioid ในผิวหนังเรานั้น เป็นระบบที่ควบคุมการสื่อสารทางระบบประสาทภายในผิว (Skin neuroendocrine system) จะมีสารที่ชื่อว่า met-Enkephalin สร้างออกมาจากเซลล์เมล็ดเลือดขาว monocyte ทำหน้าที่หลักในการรักษาสมดุลของผิวผ่านการควบคุมกระบวนการอักเสบของผิวและการแบ่งตัวเพิ่มจำนวน/เปลี่ยนแปลงโครงสร้างของเซลล์ในชั้นหนังกำพร้า รวมไปถึงเสริมการฟื้นฟูตัวเองเมื่อเกิดความเสียหายขึ้น (Bigliardi, et al. Exp Dermatol. 2016;25:586-591.)

ซึ่ง Acetyl dipeptide-1 cetyl ester จะไปเหนี่ยวนำให้เกิด met-Enkephalin ที่ไปจับกับตัวรับของ Opioid ซึ่งมีผลลดการระคายเคือง เสริมการฟื้นฟูผิว และทำให้ผิวแข็งแรงในระยะต่อมา

กลุ่มของสารเพิ่มความชุ่มชื้นแทนด้วยสีบานเย็น จะเป็นตัว Hyaluronic acid รูปแบบดั้งเดิม และ Hydrolyzed hyaluronic acid ที่ผ่านการย่อยให้มีขนาดเล็กลง กรดอะมิโน Arginine และวัตถุดิบอีกชิ้นที่เรียกว่าเป็น Exclusive ingredient ของทางแบรนด์ คือ Dihydroxyisopropyl capryloylcaprilamide

  • Dihydroxyisopropyl capryloylcaprilamide มีชื่อย่อว่า K6-PC5 มีคุณสมบัติในการเสริมความแข็งแรงของผิวแบบอ้อมๆ ผ่านการเสริมการสร้างสาร Sphingosine ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญใน Ceramide และ Sphingosine ยังควบคุมกระบวนการทำงานต่างๆ ของผิว โดยรวมจะช่วยให้ผิวเราเก็บกักและอุ้มน้ำไว้ได้ดีขึ้น

ถัดมาเป็นกลุ่มของสารที่ลดการอักเสบและระคายเคืองผิว รวมถึงสารบำรุงอื่นๆ ซึ่งมีด้วยกันหลายชนิด อย่างวิตามินบี 3 บี 5 Betaine, Dipotassium glycyrrhizate, Allantoin และอีกตัวที่น่าสนใจ

  • Caprylamide MEA หรือ Dualguard-7TM สารนี้มีคุณสมบัติดูแลเรื่องการอักเสบระคายเคืองโดยไปลดการสร้างสารเหนี่ยวนำการอักเสบในกลุ่มของ Interleukin-17 (IL-17) เสริมกระบวนการ Autophagy ผ่านการยับยั้งโปรตีน p62 ซึ่งเป็นตัวต่อต้านการเกิด Autophagy และเสริมการสังเคราะห์คอลลาเจน

ปิดท้ายด้วยสีเขียวเป็นกลุ่มของบัวบกและคณะ เป็นสารสกัดจากบัวบก ที่มีประโยชน์ต่อผิวในหลายประการ ตัวนี้ทางแบรนด์เคลมว่าเป็นสารสกัดจากบัวบกในรูปแบบ Medical grade ในความเข้มข้นสูงถึง 50% และยังเสริมสารบริสุทธิ์ที่เป็นสารพฤกษเคมีหลัก (Active phytochemicals) ในบัวบก อย่าง Madecassoside, Asiaticoside, Madecassic acid, และ Asiatic acid เข้ามา ซึ่งสารเหล่านี้มีประโยชน์ในด้านการลดการอักเสบ เสริมการสมานแผล ชะลอวัยลดเลือนริ้วรอย เป็น Antioxidant และอื่นๆอีกหลายด้าน

สารเพิ่มความชุ่มชื้นผิวมากขนาดนี้ผิวจะมันไหม?

ในจุดนี้ทางแบรนด์วางแผนการตั้งตำรับมาอย่างรอบคอบโดยการเสริมเอา Zinc PCA เข้ามา ซึ่งเจ้า Zinc PCA เป็นสารลูกผสมของ Zinc กับ Pyrollidone carboxylic acid (PCA) มีรายงานการวิจัยกล่าวว่านอกจากคุณสมบัติในการกระชับรูขุมขนควบคุมความมัน (Astringent) แล้ว Zinc PCA ยังมีรายงานว่ามีประโยชน์ในการปกป้องผิวหนังจากรังสี UVA และลดผลเสียจากรังสี โดยไปลดการสร้าง Activator protein 1 ที่จะไปเหนี่ยวนำให้เกิดการอักเสบต่อ และ MMP-1 ที่เป็นเอนไซม์ที่ทำลายคอลลาเจนในผิว (Int J Cosmet Sci. 2012; 34(1):23-8.)

สำหรับส่วนผสมอื่นๆ นั้นถือว่าเป็นมิตรกับผิวทั้งหมด

ให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ

  1. สารบำรุง ในภาพรวมนอกจากความโดดเด่นในแง่ของด้าน Autophagy ที่มีประโยชน์ทั้งการชะลอวัย เสริมความแข็งแรงให้กับผิวแล้ว ยังเสริมมาด้วยสารบำรุงอีกหลายชนิดที่ดูแลผิวได้อย่างครอบคลุมจบทุกปัญหา และช่วยให้ผิวมีสุขภาพดี ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ เลือกมาได้ค่อนข้างดี ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิวเลยขอให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ถ้าเทียบกับในไลน์ของ Autophagy ที่ออกมาทั้ง 4 สูตร รวมตัวนี้ ส่วนตัวชอบตัวนี้มากที่สุด ทั้งในแง่ของความรู้สึกเบาสบายผิว เรื่องของอาการแดงและคันระคายเคืองผิว สำหรับกลางวันคือ perfect มาก แต่ถ้าเป็นตอนกลางคืนส่วนตัวจะรู้สึกว่าความชุ่มชื้นตัวเนื้อเซรั่มอาจจะยังน้อยไปนิดหน่อยสำหรับบริเวณที่มีปัญหาผิวแห้งจริงๆ อย่างบริเวณแก้ม แต่เอาครีมมอยส์เจอร์อื่นมาทับไว้อีกชั้นหนึ่งคือสมบูรณ์แบบมาก จากที่ได้ทดลองใช้มาตั้งแต่ก่อนผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด จนถึงตอนนี้ก็ประมาณ 3 เดือน สิ่งที่ดีงามคือ สุขภาพผิวโดยรวมดีขึ้นมาก ตามที่ได้กล่าวไปในด้านบน ขอให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ DermArtlogy ด้วยนะคะ ที่ส่งสินค้าดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบค่ะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์ DermArtlogy โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/DermArtlogyThailand/

📲 𝐋𝐢𝐧𝐞 𝐎𝐟𝐟𝐢𝐜𝐢𝐚𝐥 : @dermskintech หรือคลิก https://bit.ly/2ZWhJB1
📲 𝐋𝐚𝐳𝐚𝐝𝐚 : https://bit.ly/3pVBtOO
📲 𝐒𝐡𝐨𝐩𝐞𝐞 : https://shp.ee/34de5z5

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ DermArtlogy การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

Mini-review + วิเคราะห์ส่วนผสม Zeroid pimprove toner

สวัสดีค่ะ วันนี้ขอหยิบเอาโทนเนอร์ลูกรักของแบรนด์ Zeroid สูตร Pimprove มาวิเคราะห์ส่วนผสมให้ได้ชมกันนะคะ

น้องมีหน้าตาประมาณนี้ค่ะ

น้องยังคงคุมโทนอยู่ในเฉดสีชมพูโอรสเหมือนเดิมค่ะ

ตัวแพคเกจมาในขวดพลาสติกขนาด 200 ml

ตัวเนื้อสัมผัสของโทนเนอร์เป็นเนื้อแบบน้ำใส ส่วนตัวเอามาลองใช้ทั้งในรูปแบบน้ำตบ และ หยดใส่สำลีก่อนเช็ดลงบนหน้า

สำหรับส่วนผสม ส่วนตัวมองว่าคัดเลือกมาค่อนข้างดีนะคะ

ในภาพรวม Toner นี้ใช้ส่วนผสมของ LHA (Lipohydroxy acid) ร่วมกับ AHA 3 ตัว (ซึ่งอาจจะเอามาปรับ pH หรือแอบหวังผลในการออกฤทธิ์ด้วยตรงนี้ไม่แน่ใจ) ลดการระคายเคืองด้วย Panthenol กับ Betaine เติมน้ำด้วย Hya กับดูแลปัญหาสิวเพิ่มเติม ควบคุมความมัน ด้วย Zinc PCA และใช้เทคโนโลยี MLE จาก ceramide PC-9S ของทาง Neopharm

ลองมาดูรายละเอียดของส่วนผสมกันนะคะ ขอละ Hya ไว้ในฐานที่นางเป็นสารที่ Popular มากนะคะ

พระเอกของโทนเนอร์นี้คงเป็นเทคโนโลยี MLE ที่เกิดจาก Ceramide PC-9S (Myristoyl/palmitoyl oxosteramide/arachamide MEA) ว่ากันว่า สารนี้เวลาอยู่ในตำรับนางจะเรียงตัวในรูปแบบของ Multi-lamellar emulsion ซึ่งคล้ายกับการเรียงตัวของไขมันที่เป็น Barrier ของผิว สารนี้มีสิทธิบัตรรองรับอยู่หลายชิ้น อย่าง สิทธิบัตรอเมริกา US patent US6221371B1 กับสิทธิบัตรเกาหลี KR20120041294A

ในสิทธิบัตรของอเมริกายังกล่าวว่าตัว PC-9S ยังสามารถเสริมการสร้าง Ceramide ตามธรรมชาติของผิวได้อีก

ส่วนตรงนี้จะเป็นภาพการเรียงตัวของ PC-9S ในรูปแบบ MLE จากสิทธิบัตร KR20120041294A นะคะ

(Image from Korean patent KR20120041294A)

มีพระเอกแล้วก็ต้องมีพระรอง คือ Capryloyl salicylic acid ตัวนี้จัดเป็น Lipohydroxy acid หรือ LHA ซึ่งเป็นอนุพันธ์ที่เกิดจาก Salicylic acid ที่จัดเป็น BHA โดยว่ากันว่า LHA จะลงผิวได้น้อยเลยให้คุณสมบัติผลัดผิวได้ดี

มีการทดสอบหนึ่งที่ศึกษาตั้งแต่ปี 2008 โดยเทียบประสิทธิภาพในการผลัดผิวของ 5-10% LHA กับ 20-50% AHA ในคลินิกเป็นเวลา 12 อาทิตย์ พบว่า LHA ให้ประสิทธิภาพไม่ต่างกันกับ AHA ทั้งในด้านของริ้วรอยตื้นๆ และความสม่ำเสมอของสีผิว (J Cosmet Dermatol. 2008; 7(4):259-62.) แต่การศึกษานี้ใช้ความเข้มข้นค่อนข้างสูง และทำในคลินิกนะคะ

คุณสมบัติในภาพรวมของ LHA คือ มีประโยชน์ในด้านของการดูแลปัญหาริ้วรอยตื้นๆ ปัญหาสิว และสีผิวไม่สม่ำเสมอ

AHA 3 ชนิด คือ Glycolic acid, Lactic acid และ Citric acid คู่กับ Sodium citrate ซึ่งตรงนี้ไม่แน่ใจว่าหวังผลผลัดผิวด้วยหรือไม่ หลักๆ ก็จะเด่นเรื่องเติมน้ำ ให้ความชุ่มชื้นผิว

Panthenol หรือ โปรวิตามินบี 5 ซึ่งเด่นในด้านของการลดการอักเสบระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายผิว และเพิ่มความชุ่มชื้น

Betaine เป็นอนุพันธ์ของกรดอะมิโน Glycine มีคุณสมบัติในด้านของการดูแลปัญหาเรื่องการระคายเคืองของผิวเช่นเดียวกัน

Zinc PCA เป็นสารผสมของ PCA กับ Zinc ซึ่งข้อมูลของผู้ผลิตวัตถุดิบกล่าวว่า นางมีประโยชน์ในการเพิ่มความชุ่มชื้นผ่านการเติมน้ำให้ผิว พร้อมกับควบคุมความมัน และ ดูแลปัญหาเรื่องริ้วรอยและชะลอวัยไปพร้อมๆ กัน

ส่วนผสมอื่นๆ ก็ถือว่าเลือกมาได้ค่อนข้างดีนะคะ เพราะมีอยู่เท่าที่จำเป็น และไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

ทางไปช้อปปิ้ง

แอพส้ม https://s.shopee.co.th/5Kx5LdS3Ps

แอพฟ้า https://s.lazada.co.th/s.u78KS?cc

Disclaimer: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับมาจากทางแบรนด์ในรูปแบบของของขวัญ การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้าและไม่ได้รับค่าตอบแทนในการรีวิว โปรดใช้วิจารณญาณ