[Cosme-Diagnosis] Emu oil lipogel from Emutopic

[Cosme-Diagnosis] Emu oil lipogel from Emutopic

วันนี้มี่แวะเอาเวชสำอางจากประเทศอิตาลีมารีวิวให้ชมกันค่ะ

เป็น Lipogel จากน้ำมันอีมู Emotopic จากแบรนด์ Difa cooper ค่ะ

IMG_0755-re

มาในหลอดบีบสีขาวสะอาดตา เนื้อครีมเป็นเนื้อมันๆวาวๆ เกลี่ยง่าย กลิ่นจางๆเหมือนมีกลิ่นส้มผสมมินท์ ดมแล้วก็สดชื่นดี การดูดซึมจะค่อนข้างช้า มีฟิล์มของไขมันเคลือบบางๆเคลือบผิวไว้อยู่ ฟิล์มที่ได้จะค่อนข้างมัน แต่ก็ไม่ได้เหนียว หรือหนัก หรือเหนอะหนะแต่อย่างไร เมื่อทิ้งไว้ซักพัก ก็จะดูดซึมจนหมดและความมันก็จะหายไป

IMG_0756-reIMG_0757-re

ตอนเกลี่ย จะเกลี่ยง่ายค่ะ บีบมาแค่นี้เกลี่ยได้ครึ่งมือเชียว

จริงๆอาจจะดูไม่เห็นฟิล์มของผลิตภัณฑ์นะคะ เลยลองยกมือให้ดูฟิล์มค่ะ

IMG_0759-re

หลายๆคนอาจจะกรีดร้องว่าไม่เอาน้ำมัน แต่จริงๆแล้วน้ำมันก็มีประโยชน์ต่อผิวเหมือนกัน และเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เลย เพราะน้ำมันในผิว (คนละส่วนกับน้ำมันที่อยู่นอกผิว) จำเป็นต่อการเป็นตัวป้องกันไม่ให้สารอันตรายซึมเข้าผิว และเป็นตัวรักษาไม่ให้น้ำและสารดีๆในผิวซึมออกไปภายนอก เรียกวา Barrier ผิว นั่นเอง

ส่วนประกอบของ Emu oil ว่ากันว่าคล้ายกับส่วนประกอบของไขมันที่ผิวเรา เลยมีการคิดกันว่า Emu oil น่าจะให้ผลบำรุงผิวได้ดี แล้วก็เป็นไปตามที่คิดกัน เพราะมีรายงานการวิจัย และการศึกษาหลายๆเรื่อง พิสูจน์แล้วว่า Emu oil ให้ผลเป็นตัวลดการอักเสบ ลดการแพ้ การระคายเคืองในผิวได้ดี และให้ผลช่วยการสมานแผล สมานผิวได้ดีมากๆด้วย มีการศึกษาพบว่าถ้าใช้ในรูปแบบรับประทานเพื่อช่วยสมานแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ได้ด้วย

ลองมาวิเคราะห์ส่วนผสมดีกว่านะคะ

ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์

Dromiceius oil (Emu oil), Persea gratissima oil, Caprylic/capric triglyceride, Glyceryl dibehenate/eicosadioate, Tocopheryl acetate, Glyceryl behenate, Cyclopentasiloxane, Oenothera biennis oil, Parfum, Borago officinalis oil, Tribehenin, Glyceryl dibehenate, Ascorbic acid, Ethylhexyl hydroxystearate, Polysilicone-11, Retinyl palmitate

ถ้าดูจากส่วนผสม ผลิตภัณฑ์นี้จะเหมาะกับใคร?

เนื่องจากส่วนผสมมีคุณสมบัติในการทดแทนไขผิวหนัง และลดการอักเสบ รวมถึงช่วยเรื่องการสมานแผล ก็จะเหมาะสำหรับคนที่มีผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย ผิวระคายเคือง ผิวอักเสบ ผิวติดสเตียรอยด์ มีรอยแดง รอยดำจากสิวระยะแรก คนที่ทำเลเซอร์มา หรือแม้กระทั่งคนที่เป็นเซ็บเดิร์ม เพราะองค์ประกอบมีไม่เยอะมาก และชนิดขององค์ประกอบที่ใช้ มีโอกาสกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้น้อยมาก ทำให้เสี่ยงต่อการแพ้และระคายเคืองได้น้อยมาก

Lipogel คืออะไร?

Lipogel ก็เป็นเจลที่มีน้ำมันเป็นองค์ประกอบหลัก จากส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์จะเห็นได้ว่ามีแต่ส่วนของน้ำมัน และไขมัน ซึ่งแต่ละชนิดก็มีประโยชน์กับผิวหนัง เป็นสารที่ดูดซึมได้แทบทุกตัว จึงไม่เหนอะหนะ

คุณสมบัติสารองค์ประกอบแต่ละตัว

1.Actives ได้แก่

-Emu oil คือ น้ำมันจากไขมันของนกอีมู มีรายงานเกี่ยวกับคุณสมบัติการลดการอักเสบ และการช่วยการสมานแผลที่ดีในงานวิจัยหลายๆฉบับ รวมไปถึงผลในการเป็น Moisturizer ที่ดี

มีงานวิจัยฉบับหนึ่งทดสอบผลของผลิตภัณฑ์ที่มี Emu oil กับวิตามินอี และน้ำมันจากพืช พบว่าให้ผลเร่งการสมานแผลของหนูทดลองเพิ่มขึ้นสองเท่า และให้ผลดีกว่าตัวยาทา Cortisol ที่เป็นสเตียรอยด์เสียอีก (Plast Reconstr Surg. 1998;102(7):2404-7.) งานวิจัยในประเทศจีนพบว่า Emu oil ที่ทาภายนอกสามารถเร่งการสมานแผลในหนูได้มากกว่าการใช้ povidone กับ Liquid paraffin (Di Yi Jun Yi Da Xue Xue Bao. 2004 Nov;24(11):1255-6.) และช่วยป้องกันการอักเสบที่เกิดขึ้นจากสารเคมีได้ดี (Lipids. 2003;38(6):603-7.)

-Tocopheryl acetate เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินอี มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant แต่ส่วนมากมักจะให้คุณสมบัติปกป้องสารต่างๆในสูตรไม่ให้เสื่อมสภาพเพราะออกซิเจน

-Ascorbic acid หรือ วิตามินซี มีประโยชน์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ Whitening และเป็นส่วนประกอบของกระบวนการสังเคราะห์คอลลาเจน

-Retinyl palmitate เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินเอ มีประโยชน์หลายๆอย่าง เช่น ลดเลือนริ้วรอย ปรับสมดุลการผลัดผิว ควบคุมความมัน และดูแลเรื่องสิว

2.Base เป็นรูปแบบ Lipogel ประกอบด้วยน้ำมันและสารอื่นๆที่ละลายได้ในน้ำมัน ได้แก่

-กลุ่มน้ำมันจากพืช ได้แก่ Persea Gratissima oil (Avocado), Oenothera biennis oil (Evening primrose), และ Borago officinalis oil (Borage) เป็นน้ำมันจากพืชที่อุดมด้วยกรดไขมันดีๆ ที่ให้คุณสมบัติในการฟื้นฟู และซ่อมแซม โครงสร้างไขมันในชั้นผิวได้

-Capric/caprylic triglyceride เป็นไขมันที่มีกรดไขมันสายยาวปานกลางอยู่ สามารถดูดซึมเข้าผิวได้ง่าย ให้คุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้น และเป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์ไขมันดีๆในผิวหนัง

-สารกลุ่ม Glyceryl ester ได้แก่ Glyceryl dibehenate/eicosadioate, Glyceryl behenate, Glyceryl dibehenate, Tribehenin เป็นรูปแบบที่เลียนแบบไขมันชนิด Glycerides ในร่างกาย คือ จะมี Glycerol เป็นแกนกลาง และมีกรดไขมันมาจับอีก 1-3 ตัว (ถ้ามี 3 ตัว เรียกว่า Triglycerides) ซึ่งกรดไขมันที่ใช้คือ Behenic acid กับ Eicosanoic acid ซึ่งเป็นชนิดที่หายาก และดูมีคุณค่า เมื่อซึมเข้าไปในผิวก็จะถูกเอนไซม์ในผิวตัดออก ได้เป็น Glycerin (หรือ Glycerol) กับกรดไขมัน ให้ผลเป็นมอยส์เจอไรเซอร์ที่ดี และเป็นสารตั้งต้นในการสร้างไขมันของผิว

-Ethylhexyl hydroxystearate สารกลุ่ม Fatty ester ที่มีคุณสมบัติ

3.Additives มีอยู่น้อยชนิด เท่าที่จำเป็น ได้แก่

3.1Silicone มี Cyclopentasiloxane เป็นซิลิโคนที่ระเหยได้ ให้สัมผัสที่เรียบเนียน ทำให้เกลี่ยผลิตภัณฑ์ง่าย และให้สัมผัสที่ไม่เหนอะหนะ กับ Polysilicone-11

3.2สารแต่งกลิ่น/Parfum

ถึงเวลาให้คะแนน

1.Actives มีส่วนผสมของน้ำมันจากธรรมชาติจาก Emu มีคุณสมบัติเด่นในการเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบ การแพ้ในผิว และช่วยเรื่องการสมานแผล ฟื้นฟูผิวหนังที่เสียหาย เสริมด้วยวิตามินพื้นฐาน 3 ชนิด คือ A C E ซึ่งให้ผลในการบำรุงผิวได้รอบด้าน และอิงตามงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่กล่าวว่า สูตรผสมระหว่าง Emu oil, Vitamin E และ น้ำมันจากพืชให้ผลที่ดีในการลดการอักเสบและสมานแผลให้หายไวขึ้น โดยรวมแล้วถือว่าค่อนข้างครบถ้วน ถึงแม้ว่าจะเป็นสารพื้นฐาน แต่ก็มีข้อดีคือเหมาะกับคนที่แพ้ง่าย เพราะมีชนิดของสารไม่มากนัก จึงเสี่ยงต่อการแพ้ได้น้อยกว่า สารองค์ประกอบที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นประเภทไขมัน ซึ่งเสี่ยงต่อการแพ้ได้น้อย จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์ แม้ว่าจะเป็นสารพื้นฐาน แต่ก็มีการใช้อยู่ค่อนข้างครบถ้วนและสมบูรณ์

2.Base เป็นรูปแบบ Lipogel ที่มีน้ำมันดีๆ หลายชนิด มีสารกลุ่ม Glycerol ester ที่เลียนแบบไขมัน Glycerides ในผิว ที่เวลาทาเข้าไปแล้วก็จะโดนผิวตัดย่อย เอาน้ำมันไปรีไซเคิล มาสร้างไขมันดีๆในผิว ทดแทนไขผิวหนังที่สูญเสียไปตามกาลเวลา จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์

3.Additives มีแค่น้อยชนิด และมีเท่าที่จำเป็น ซึ่งมีซิลิโคนมาช่วยเรื่องสัมผัส แต่มีส่วนผสมของน้ำหอม ปกติก็ไม่เคยหักคะแนนน้ำหอมในผลิตภัณฑ์อื่นๆที่ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์รอบดวงตามาก่อน จุดนี้ถือหลักว่า “The lower is the better” ยิ่งมีน้อยก็ยิ่งเสี่ยงแพ้น้อย จึงขอให้ 5 ฟลาสก์

4.คะแนนการใช้งาน หลักจากทดลองใช้มาได้เกือบๆสองอาทิตย์ พบว่าบริเวณที่ลอกบนหน้า ค่อยๆดีขึ้น แต่งหน้าได้เรียบเนียนขึ้น แม้ว่าจะดูเหมือนว่ามันไปนิดนึง แต่ถ้าเราแต้มเฉพาะจุด ในตอนกลางวัน ก่อนทากันแดดและแต่งหน้าตามปกติ ก็ให้ผลได้ดีอยู่ และไม่ได้เหนอะหนะหรือหนักอะไรกับผิวมาก กลืนกับผิวไปได้ตามปกติ และช่วยให้รองพื้นติดกับหน้าที่แห้งๆได้แนบเนียนและสนิทยิ่งขึ้น ถ้าผิวแห้งเหมือนมี่น่าจะชอบมาก ข้อนี้จึงขอให้ 5 ฟลาสก์

point emutopic

 

ผลิตภัณฑ์นี้มีนำเข้ามาในประเทศไทยแบบถูกกฎหมายแล้วนะคะ มีบริษัทไอเมดิกา เป็นผู้นำเข้าค่ะ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เวบไซต์ของบริษัทเลยค่ะ

http://www.imedicaskincare.com/

 

สุดท้ายนี้ก็ขอขอบคุณทางบริษัทไอเมดิกา ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ลองใช้นะคะ

[Beauty Talks] 5 อันดับความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับ Serum

[Beauty Talks] 5 อันดับความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับ Serum

วันนี้มาคุยกันเกี่ยวกับความเชื่อผิดๆของ Serum ดีกว่าค่ะ

เท่าที่เคยดูๆมา ความเชื่อที่เราเข้าใจกันผิดๆของ Serum น่าจะมีประมาณ 5 ข้อนี้ค่ะ

 

serum myth

 

ข้อแรก Serum เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความเข้มข้นของสารออกฤทธิ์สูงที่สุด ถ้าเทียบกับเครื่องสำอางชนิดอื่นๆใน Line เดียวกัน

ข้อนี้ไม่จริงเสมอไปค่ะ ซีรัมมากกว่า 90% ในท้องตลาด มีน้ำเป็นส่วนประกอบอย่างน้อย 80% ขึ้นไป เผลอๆ ถึง มากกว่า 95% ก็มีค่ะ และในหลายๆครั้งเลยที่พบว่า ในครีมบำรุง หรือในเอสเซนส์ มีสารออกฤทธิ์ในระดับที่พอๆกันกับซีรัม แต่ราคาถูกกว่ากันเกือบครึ่ง

อันนี้ไม่นับรวมถึง Oil serum นะคะ

 

ข้อสอง Serum เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าและต้นทุนสูงที่สุด

จากข้อแรกเลย Serum บางสูตรมีน้ำเป็นองค์ประกอบเยอะมาก ซึ่งก็รู้กันว่า น้ำมีราคาค่อนข้างถูก แม้จะเป็นน้ำที่ผ่านกรรมวิธีพิเศษให้มีความบริสุทธิ์สูงมาก ก็ยังมีราคาที่ไม่สูงอยู่ดี

ส่วนคุณค่าของ Serum มาจากความคิดของเราเอง และ Package ที่หรูหรา มาพร้อมหลอดหยด ดูแพง แต่จริงๆก็ไม่ได้มีอะไรมากมายนัก

 

ข้อสาม Serum ปราศจากน้ำมัน สามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว

ข้อนี้ก็ไม่ได้จริงเสมอไป เพราะ Serum บางสูตรก็มีองค์ประกอบของน้ำมัน แล้วก็มาในรูปแบบของ Lotion แล้วมันต่างกับ Lotion ตรงไหน? ก็ไม่เลย แค่เอามาปรับนู่นนี่นั่นให้หนืดมากขึ้น แล้วใส่ขวดหรูหราก็กลายเป็น Serum แล้ว

สำหรับคำกล่าวที่บอกว่าสามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิวก็ไม่จริง เพราะถ้ามีน้ำมันมากๆ ก็จะไม่เหมาะกับคนที่มีผิวมัน และ Serum บางสูตรมี Alcohol เป็นส่วนประกอบ ก็ไม่เหมาะกับคนที่มีผิวแห้งเช่นกัน

 

ข้อสี่ Serum เพียงขวดเดียว สามารถบำรุงผิวได้ครบในทุกขั้นตอน

ข้อนี้ก็ไม่จริง เพราะว่าผิวหนังเราประกอบด้วยทั้งน้ำและน้ำมัน ถ้าซีรัมผลิตขึ้นมาจากน้ำและสารอื่นที่ลบะลายได้ในน้ำ ก็ไม่สามารถจะให้ผลบำรุงผิวได้ครบถ้วน

จริงๆจะพูดก็พูดได้ว่า ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่บำรุงผิวได้ครบทุกขั้นตอนในขวดเดียว

 

ช้อสุดท้าย Serum เหมาะกับคนที่มีอายุแล้วเท่านั้น

จากข้อ 1 ที่เราคิดว่า Serum มีความเข้มข้นของสารสูงที่สุด ก็เลยจะนึกว่า ผลิตภัณฑ์ที่เข้มข้นมากๆ ควรให้คนมีอายุใช้ จะได้ไม่ดื้อเร็ว เดี๋ยวแก่มาจะใช้อะไรก็ไม่ได้ผล

จริงๆ มันก็ไม่เสมอไป Serum บางตัวก็เหมาะกับวัยรุ่น เช่น Serum กระชับรูขุมขน Serum ที่เป็นมอยส์เจอร์สูตรน้ำ อย่าง Hyaluron หรือ Aloe serum

 

สำหรับวันนี้ก็มีแค่นี้ค่ะ ขอบคุณที่ติดตามมาจนจบนะคะ

[Full Review] It’s Skin Power 10 Formula WR effector

[Full Review] It’s Skin Power 10 Formula WR effector

ถ้าพูดถึงซีรัมกระชับรูขุมขนลดเลือนริ้วรอย ตัวที่มี่ติดมากที่สุดตัวนึงก็คือ WR effector ก็ใช้กันมานานหลายเดือนแล้วค่ะ จริงๆตัวนี้มี่ว่ามันใช้เปลืองมากเลย แป๊บๆ หมด แป๊บๆหมด – -*

WR 1

เป็นซีรัมหนืดๆ ไม่มัน เนื้อใสๆสีเหลืองทองค่ะ

wr 2

wr 3 wr 4

จะเห็นได้ว่าดูดซึมค่อนข้างไว ไม่เหนอะหนะ

แต่จุดด้อยอยู่ที่ว่า น้ำหอมมันแรงมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ก ไก่ 428 ตัว

ดูส่วนผสมกันดีกว่าค่ะ

wr-ingr

ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์
ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแทบทุกชนิดจะประกอบด้วยส่วนหลักๆ 3 ส่วน คือ
1. Active (สารออกฤทธิ์) เป็นส่วนที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติ/ฤทธิ์ทางชีวภาพ
2. Base คือ เนื้อของผลิตภัณฑ์ บางทีอาจเรียกว่า Vehicle
3. Additive คือ สารที่ช่วยเสริมให้ผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัติที่ดี มีความน่าใช้

คุณสมบัติของสารต่างๆ แยกตามหน้าที่
1. Actives ได้แก่
– Polyglutamic acid โพลิเมอร์ที่เกิดจากกรดอะมิโน Glutamic acid พบได้ใน Natto ซึ่งเป็นสิ่งที่จุลินทรีย์บางชนิดสร้างระหว่างกระบวนการหมัก ในทางเภสัชกรรมมีประโยชน์ในการเป็นระบบนำส่ง ส่วนในทางเครื่องสำอางผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่าสามารถดูดและจับน้ำได้มากถึง 5000 เท่าของน้ำหนักตัวมัน และมีรายงานการวิจัยอีกฉบับกล่าวว่า Polyglutamic acid ที่มีขนาดโมเลกุลใหญ่สามารถกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันได้ (ChemBiodivers. 2010; 7(6):1555-62.) น่าจะมีส่วนช่วยให้ระบบผิวหนังแข็งแรงขึ้น
– Salicornia herbacea extractสารสกัดจากพืชอวบน้ำชนิดหนึ่ง มีรายงานการวิจัยกล่าวว่ามีฤทธิ์ Antioxidant และ Anti-inflammatory ที่ดี (J Med Food. 2009;12(3):661-8.) สามารถลดการสร้างเมลานินโดยไปยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase (BiosciBiotechnolBiochem. 2009;73(3):552-6.) ข้อมูลจากผู้จำหน่ายวัตถุดิบชี้ว่า เป็น Moisturizer ที่ดีโดยการไปออกฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของ Aquaporin ชนิด AQP8 และ AQP3 ทำให้มีการสังเคราะห์สาร NMF ต่างๆ และไขมันในผิวหนังเพิ่มมากขึ้น ออกฤทธิ์ได้ยาวนาน (Hydrasalinolของบ. Codif)
– Viscum album leaf extract สารสกัดจาก Mistletoe ในฐานข้อมูลงานวิจัยพบแต่คุณสมบัติการต้านมะเร็ง ส่วนข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าสารสกัดนี้ให้ผลเป็น Astringent ช่วยกระชับรูขุมขน และให้ความรู้สึกสบายผิว
– Caviar extract สารสกัดจากไข่ปลาคาเวียร์ ซึ่งเป็นไข่จากปลาชนิดหนึ่ง ไม่มีข้อมูลงานวิจัยรองรับ แต่เนื่องจากประกอบด้วยโปรตีนและวิตามินต่างๆจึงให้ผลบำรุงผิวหนัง
– Adenosine สารที่เป็นองค์ประกอบของสารให้พลังงานของเซลล์ที่ชื่อ ATP มีการ Claim ว่าสารนี้จะช่วยประสานการทำงานต่างๆของเซลล์ เพิ่มพลังให้เซลล์ ซึ่งถ้าอิงจากฐานข้อมูลงานวิจัยมีกล่าวถึงผลเกี่ยวกับการลดริ้วรอยอยู่ (J Cosmet Sci. 2007; 58(2):147-55.)

2. Base เป็นซีรัมชนิดปราศจากน้ำมัน ประกอบด้วยน้ำและสารอื่นที่ละลายได้ในน้ำได้แก่ น้ำ, Glycerin, Butylene glycol

3. Additives ได้แก่
3.1 สารเพิ่มความหนืด ได้แก่ Carbomer กับ Sodium polyacrylate
3.2 สารปรับ pH ได้แก่ Triethanolamine
3.3 Preservatives ได้แก่ Methyl parabenกับสารจับโลหะ EDTA
3.4 สารแต่งสี ใช้ Caramel ซึ่งนอกจากให้สีแล้วยังให้ความชุ่มชื้นได้ด้วย
3.5 สารแต่งกลิ่น/Fragrance

ถึงเวลาให้คะแนน
1. Actives สารออกฤทธิ์หลักเน้นไปที่ผลการเพิ่มความชุ่มชื้น มีเสริมด้วยคุณสมบัติ Antioxidant กระชับรูขุมขน ไวท์เทนนิ่ง และลดเลือนริ้วรอย โดยรวมก็ถือว่าโอเค แต่ถ้ามีพวก Antioxidant เพิ่มเข้ามาอีกซักตัวนึง และก็มีพวกที่ช่วยเรื่องริ้วรอยดีๆมาเสริมอีก น่าจะให้ผลที่ดีขึ้นกว่านี้ เลยขอให้ 4 ฟลาสก์
2. Base มาในรูปแบบของซีรัมชนิดน้ำ ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน ไม่มีแอลกอฮอล์ สารดึงน้ำที่ใส่มาดูดน้ำให้ผิวได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ถ้ามีสารดึงน้ำเพิ่มอีกหน่อยน่าจะสมบูรณ์แบบมากกว่านี้ จึงขอให้ 4 ฟลาสก์
3. Additives มีเท่าที่จำเป็น แต่ข้อเสียอยู่ที่การใช้พาราเบน กับน้ำหอม ซึ่งอาจจะไม่เป็นมิตรกับบางคน แต่ก็ไม่เคยหักคะแนนน้ำหอมในผลิตภัณฑ์ Skincare ทั่วไปมาก่อน เลยขอให้ 4 ฟลาสก์
4. เนื้อสัมผัส ไม่เหนอะหนะ ดูดซึมไว แต่กลิ่นฉุนไปหน่อย เลยขอให้ 4 ฟลาสก์ค่ะ

สรุป: 16/20

[Review] Marveile, the Thai Cosmeceuticals

[Review] Marveile, the Thai Cosmeceuticals

เมื่อราวๆสองอาทิตย์ก่อนทางบริษัท Jas dermatology ได้ส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์เวชสำอางแบรนด์ Marveile มาให้มี่ทดลองใช้ค่ะ วันนี้เลยเอามารีวิวเล่าสู่กันฟัง ผลิตภัณฑ์ของไทยเราก็ใช่ว่าจะสู้ต่างชาติไม่ได้นะคะ ส่วนผสมต่างๆนี่ดูดีเลยทีเดียว

มีการใช้เทคโนโลยีนาโนด้วยค่ะ 🙂

ตัวที่จะเอามารีวิววันนี้ก็มีอยู่  4 ตัวค่ะ

1. Marveile pro acne gel

2. Marveile caviar white

3. Marveile caviar aging

4. Marveile easy white

mar1

เริ่มที่ตัวแรกเลยนะคะ

Marveile pro acne gel

mar 6

รูปกล่องผลิตภัณฑ์ เป็นพื้นสีขาว ตัดกับตัวหนังสือสีฟ้า แลดูสะอาดตาค่ะ ที่กล่องมีคำว่า “Full therapeutic strength” กับ Centella asiatica

mar 9-e

เนื้อจะเป็นเจลใสๆ เกลี่ยง่าย ตอนแรกจะรู้สึกเหมือนมีฟิล์มบางๆเคลือบผิวอยู่ แต่พอทิ้งไว้ซักพักก็จะซึมจนหายไปหมด

mar 10mar 11-e

แต่พอทิ้งไว้ซักพักก็จะหายไปเลย

ลองดูส่วนผสมกันก่อนดีกว่านะคะ

mar 8-e

ตัวที่ให้ผลเป็นสารออกฤทธิ์ (Active ingredient) ก็จะมี

1. Epilobium angustifolium extract สารสกัดจาก Willow herb มีรายงายเกี่ยวกับฤทธิ์ต้านเชื้อจุลชีพ (Curr Drug Targets. 2013; 14(9):986-91.) ฤทธิ์ในการปกป้องคอลลาเจนและอิลาสตินในผิวไม่ให้ถูกทำลายจากรังสี UV และช่วยให้เซลล์ Fibroblast ที่สร้างคอลลาเจนมีชีวิตยืนยาวขึ้น (ปกติคนที่อายุเพิ่มขึ้นเซลล์พวกนี้จะค่อยๆหายไป) (Gen Physiol Biophys. 2013; 32(3):347-59.) สารประกอบ Oenothein B ที่พบในพืชนี้มีประโยชน์เป็น Anti-oxidant และ Anti-inflammatory ที่ดี (Phytomedicine. 2011; 18(7):557-60.) และยังมีฟลาโวนอยด์อื่นๆที่เคยมีรายงานว่าสามารถยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสได้

นั่นก็คือ สารสกัดนี้ให้ผลเป็นตัวฆ่าเชื้อสิว ช่วยลดการอักเสบสิว และลดรอยดำแดงได้

สำหรับลำดับก็เป็นที่น่าภาคภูมิ คือมาก่อนสารดึงน้ำอย่าง Propanediol กะ Glycerin อีก แต่อย่างว่า เราไม่สามารถตัดสินอะไรจากลำดับเครื่องสำอางได้นะคะ เพราะเราไม่ทราบถึง “ความบริสุทธิ์/ความเข้มข้น” ของสารสกัด สารสกัดที่ใส่มา จะมีเนื้อแท้อยู่เท่าไหร่ เราไม่ทราบ และไม่มีใครทราบด้วย นอกจากผู้ผลิตวัตถุดิบ

2. Dipotassium glycyrrhizate เป็นสารที่แยกได้จากชะเอม ให้ผลลดการอักเสบ ลดการระคายเคือง

3. Salicylic acid เป็นสารในกลุ่ม BHA ช่วยผลัดเซลล์ผิว ละลายไขมันอุดตัน ลดการอักเสบ

4. Lactic acid เป็น AHA ที่มีประโยชน์หลายๆอย่าง เช่น เพิ่มความชุ่มชื้น เพิ่มการผลัดผิว เพิ่มการสังเคราะห์ Ceramide ในผิว แต่ฤทธิ์จะขึ้นกับค่า pH เป็นหลัก

5. Centalla asiatica extract คือ สารสกัดจากบัวบก บัวบกเป็นพืชที่มีรายงานถึงฤทธิ์ทางชีวภาพไว้ค่อนข้างเยอะ ที่ดูจะเกี่ยวข้องกับสิวก็จะมีเรื่องของการสมานแผล ลดการเกิดแผลเป็น

6. tetrasodium tetracarbocymethyl naringeninchalcone เป็นสารอนุพันธ์ของ Naringenin chalcone ซึ่งเป็นพวก Flavonoid ที่พบได้ในเปลือกพืชบางชนิด สารตัวนี้ผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim เรื่องคุณสมบัติในการลดการอักเสบ ลดรอยแดง ให้ผลดีใน Sensitive skin โดยจะช่วยลดการแพ้และรอยแดงได้ดี

7. Ascorbic acid คือ วิตามินซี ให้ผลเรื่องลดรอยดำจากสิว

8. Palmitoyl tripeptide-5 เปปไทด์สายสั้นๆจากกรดอะมิโน 3 ตัว มาจับกับกรดไขมัน palmitic จึงดูดซึมผิวได้ง่ายขึ้น รู้จักในนามชื่อทางการค้าว่า Syn-coll มีประโยชน์เป็นตัวกระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจน ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น และลดริ้วรอย

9. Camellia sinensis leaf extract คือ สารสกัดจากชา ให้ผลเป็น Antioxidant และลดการอักเสบของผิว

10. Anthemis nobilis flower extract คือ สารสกัดจาก Roman Chamomile  มีรายงานการวิจัยสนับสนุนถึงฤทธิ์ในการขยายหลอดเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น (Clin Exp Hypertens. 2013; 35(3):200-6.) สารประกอบ Octulosonic acid ที่พบมีฤทธิ์ทางชีวภาพเป็น Anti-oxidant, Anti-inflammatory และช่วยลดบวมได้ (J Nat Prod. 2014 Jan 28.) ผู้ผลิตวัตถุดิบบอกว่าใช้เป็น Anti-inflammatory ให้ผล Soothing effect ช่วยลดการระคายเคือง ลดการอักเสบ เพิ่มความชุ่มชื้น

11. Fucus vesiculosus extract สารสกัดจากสาหร่ายสีน้ำตาลชนิดหนึ่ง มีรายงานการวิจัยสามารถช่วยเพิ่มความหนาของชั้นผิวหนัง เพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผิว กระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจน และช่วยลดริ้วรอย (J Cosmet Sci. 2002;53:1-9)

12. Benzalkonium chloride มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และเป็นสารกันเสียในสูตร

โดยรวมแล้วสารออกฤทธิ์ในส่วนผสมให้คุณสมบัติไปที่การลดการอักเสบ ลดการระคายเคือง มีตัวที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ ลดรอยดำ รอยแดงจากสิว กับตัวผลัดเซลล์ผิวอย่าง AHA/BHA อยู่ด้วย ซึ่งก็ถือว่าสมบูรณ์แบบเลยทีเดียว

ถ้าให้ให้คะแนนกลุ่มสารออกฤทธิ์ จะขอให้ 5/5 เพราะมีอย่างครบถ้วนเลยทีเดียวเชียว

ส่วนประสิทธิภาพ ปกติมี่เป็นคนไม่ค่อยจะเป็นสิวง่าย (เพราะเลยวัยมาแล้ว ไม่ใช่สิ -*-) ตอนนี้เอาให้เพื่อนช่วยลองใช้ แล้วจะมาคอนเฟิร์มให้นะคะ ว่าผลเป็นเช่นไร


ตัวถัดมา เป็น Carvier white ค่ะ

mar 23ลักษณะจะเป็นกล่องวาวๆ สีขาว ดูสะอาดตา แพคเกจข้างในเป็นหลอดค่ะ

mar 20เนื้อครีมเป็นครีมสีขาวอมฟ้า เกลี่ยง่าย ดูดซึมไว ไม่เหนอะหนะ ข้างกล่องบอกว่าไม่ใส่น้ำหอม แต่ตอนทาจะมีกลิ่นหอมอ่อนๆอยู่ค่ะ ไม่แน่ใจว่าเป็นจากวัถุดิบ หรือว่า จากน้ำหอม

mar 19 mar 21-e

ลองมาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

mar 2

ตัวที่เป็นสารออกฤทธิ์ (Active ingredients) ก็จะมี

1. Epilobium angustifolium เหมือนอันมะกี๊

2. Vibrio alginolyticus ferment filtrate สารที่ได้จากการหมักจุลินทรีย์สายพันธ์หนึ่ง ผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่า ได้จากจุลินทรีย์แถบ French Polynesia ประกอบด้วย Polysaccharide ที่เสริมการผลัดเซลล์ผิว การแบ่งตัวและเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของเซลล์ผิว และช่วยเพิ่มความแข็งแรงของเซลล์ผิว โดยมีผลต่อการทำง่านของเอนไซม์ Transglutaminase ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการเชื่อมต่อกันของโปรตีนระหว่างเซลล์

3. Oligopeptide-6 ไม่พบข้อมูล แต่ถ้าเป็น Oligopeptide-68 จะช่วยกดการสร้างเม็ดสีผิวผ่านกลไกของ TGF-Beta ซึ่งใน Leaflet ที่ใส่แทรกมาในกล่องได้บอกว่า Whitening peptide ที่ใส่มาออกฤทธิ์ผ่าน TGF-Beta receptor จึงเข้าใจว่าน่าจะหมายถึงเจ้า Oligopeptide-68 มากกว่า

4. Dipotassium glycyrrhizate เป็นสารที่แยกได้จากชะเอม ให้ผลลดการอักเสบ ลดการระคายเคือง

5. Vitamin E acetate ปกติน่าจะเขียนเป็น Tocopheryl aacetate ซึ่งเป็นชื่อ INCI name ตามที่องค์การเครื่องสำอางกำหนด

6. Caviar extract สารสกัดจากคาเวียร์ ประกอบด้วยโปรตีนและวิตามินบี 6 มีผลควบคุมความมัน และเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว

7. Salicornia herbacea extract ข้อมูลจากผู้จำหน่ายวัตถุดิบชี้ว่า เป็น Moisturizer ที่ดีโดยการไปออกฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของ Aquaporin ชนิด AQP8 และ AQP3 ทำให้มีการสังเคราะห์สาร NMF ต่างๆ และไขมันในผิวหนังเพิ่มมากขึ้น ออกฤทธิ์ได้ยาวนาน

8. Alpha bisabolol ช่วยลดความระคายเคือง และลดการอักเสบในผิว

โดยรวมแล้วสารที่ใส่มาให้ผลเกี่ยวกับเรื่องการอักเสบในผิว มีสารช่วยให้ผิวแข็งแรง ชุ่มชื้น และก็มีไวท์เทนนิ่งอยู่ แม้จะยังคลุมเคลืออยู่บ้าง เรื่องการเขียนส่วนผสม โดยเฉพาะเรื่องน้ำหอม เพราะตอนทาจะมีกลิ่นอ่อนๆอยู่ ไม่แน่ว่าจะเป็นน้ำหอมหรือกลิ่นวัตถุดิบ

ถ้าให้ให้คะแนนส่วนผสมจะขอให้ 4/5 ค่ะ

ผลิตภัณฑ์นี้มีการเทคโนโลยีขั้นสูงด้วย แต่ การดูแค่ส่วนผสมไม่สามารถยืนยันได้ว่า เทคนิคนี้ถูกใช้มาจริงในผลิตภัณฑ์หรือไม่ เพราะอนุภาคนาโน แค่ใช้ส่วนผสมธรรมดา กับเครื่องมือชั้นสูง ก็สามารถทำได้ค่ะ

ลองดูที่เขา Claim นะคะ

mar 18-e

จุดนี้ถ้าถามว่าเป็นไปได้มั้ยทางทฤษฎี ตอบว่า เป็นไปได้ค่ะ และสามารถดูดซึมเข้าผิวได้ดีก็จริง แต่ เรื่องของความคงตัวในผลิตภัณฑ์ยังไม่เคยมีรายงานไว้เลย จึงไม่รู้ว่าพวกนาโนพวกนี้จะแตกและปลดปล่อยออกมาตั้งแต่ตอนอยู่ในหลอดไหม เวลาเก็บไปนานๆ

mar 17-e

อันนี้ก็เป็นอีกเทคนิคนึงที่สามารถทำได้ในทางทฤษฎีค่ะ แต่ทางปฏิบัตินี่ก็ไม่ทราบเช่นกัน เพราะยังไม่เคยมีใครศึกษาไว้


ตัวต่อมา เป็น Caviar aging ค่ะ

mar 14

ตัวนี้เป็นกล่องสีเขียว เมทัลลิค สะท้อนแสงแวววาวดูมีราคา ข้างในเป็นหลอดค่ะ

เนื้อครีมเป็นสีขาวอมฟ้า เกลี่ยง่าย ดูดซึมไว จะชุ่มมากกว่าสูตรไวท์ แต่ก็ไม่เหนอะหนะ

mar 15
mar 12-e

ลองมาดูส่วนผสมกันนะคะ

mar 16

ตัวที่เป็นสารออกฤทธิ์ก็จะมี

1. Niacinamide คือ รูปแบบหนึ่งขอวิตามินบี 3 มีรายงานว่า สารตัวนี้สามารถเป็น Whitening ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ โดยไปรบกวนการส่งผ่านของเมลานินที่สร้างเสร็จแล้ว ลดการอักเสบในผิว เพิ่มการไหลเวียนเลือด ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวโดยไปกระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า (Int J Cosmet Sci 2005; 27:255–261)

2. Vibrio alginolyticus ferment filtrate เหมือนสูตรไวท์

3. Alteromonas ferment filtrate สารที่ได้จากการหมักจุลินทรีย์ชนิดหนึ่ง ผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่าให้ผลกระตุ้นการสร้าง Ceramide กับไขมันชนิดอื่นๆในผิว และเพิ่มการสร้าง Filaggrin ซึ่งเป็นโปรตีนที่สำคัญในผิว โดยจะสลายตัวเป็นกรดอะมิโนที่คอยจับน้ำให้ผิว และ กลายเป็นตัวเพิ่มความแข็งแรงในการยึดเกาะกันของเซลล์ผิว

4. Caprooyl tetrapeptide-3 เปปไทด์ที่จับกับกรดไขมันสายสั้นๆที่ชื่อ Caproic acid ให้ผลกระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจนที่เป็นองค์ประกอบในแนวกั้นระหว่างชั้นหนังกำพร้าและหนังแท้ (Dermal Epidermal Junction) ให้ผลลดและป้องกันริ้วรอย

5. Tocopheryl acetate เป็นรูปแบบหนึ่งองวิตามินอี ให้ผลเป็น Antioxidant แต่ส่วนมากจะให้ผลปกป้องสารต่างๆในผลิตภัณฑ์ ไม่ให้เสื่อมสภาพไปเพราะอากาศ

6. Dipotassium glycyrrhizate เป็นสารที่แยกได้จากชะเอม ให้ผลลดการอักเสบ ลดการระคายเคือง

7. 4-Butyl resorcinol ออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ Tyrosinase ทำให้เมลานินถูกสร้างมาน้อยลง ผิวขาวขึ้น การทดสอบในอาสาสมัครที่เป็นฝ้ากับครีมที่มีส่วนผสมของสารนี้ 0.1% เป็นเวลา 6-8 สัปดาห์ พบว่ารอยฝ้าจางลง และมีผลข้างเคียงน้อยมาก (Ann Dermatol. 2010; 22(1): 21–25.)

8. Caviar extract

9. Arginine เป็นกรดอะมิโน ที่นอกจากเพิ่มความชุ่มชื้น ยังเป็นส่วนประกอบในการสังเคราะห์สารที่เกี่ยวกับการเพิ่มการไหลเวียนเลือด ซึ่งจะช่วยให้ผิวหนังมีสารอาหารมาเลี้ยงมากขึ้น

10. Whey protein โปรตีนที่ได้จากเวย์ เนื่องจากมีขนาดที่ใหญ่ จึงไม่สามารถดูดซึมผ่านผิวได้ ให้ผลเพิ่มความชุ่มชื้นภายนอกผิว

โดยรวมผลิตภัณฑ์นี้ใช้สารออกฤทธิ์ที่ค่อนข้างใหม่ และออกฤทธิ์แบบใหม่ๆ เช่น เพิ่มความแข็งแรงให้ Dermal Epidermal Junction เพิ่มการสร้าง Filaggrin มีเสริมด้วย Whitening อีก

โดยรวมถือว่าทำมาได้ค่อนข้างดีและครบถ้วนสมบูรณ์ จึงขอให้ 5/5


ส่วนตัวสุดท้ายคือ ซีรัมวิตามินซี ซึ่งเคยเขียนไปแล้ววันก่อน ติดตามได้ทางลิงค์นี้เลยค่ะ

vc 1-re สำหรับวันนี้มีแค่นี้ค่ะ

ขอขอบคุณผลิตภัณฑ์ดีๆจากทาง Marveile Thailand ด้วยนะคะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้กับทาง marveile  ทางเฟสบุค หรือ เวบไซต์เลยค่ะ

facebook: Marveile.Thailand

Website: http://www.marveilethailand.com

[Thank You]~Alovivi Thailand for the New year gifts

[Thank You]~Alovivi Thailand for the New year gifts

ขอใช้พื้นที่เพื่อแสดงความขอบคุณ Alovivi Thailand ที่ส่งของขวัญปีใหม่มาให้ค่ะ ปลื้มปริ่มเปรมปรีดิ์มากๆค่ะ

เป็น Purevivi Cleansing water 4 ขวด

purevivi

จริงๆขวดนึงสำหรับคนที่แต่งหน้าไม่หนักก็ใช้ได้เกือบ 4-5 เดือนแล้วนะคะ

ขวดที่สองกำลังจะหมดพอดีค่ะ 😉 ไม่เปลี่ยนใจแน่นอน

สำลีแค่แผ่นเดียวก็เช็ดรองพื้นได้เกือบหมดแล้วค่ะ

purevivi 2

สำหรับ Review ผลิตภัณฑ์นี้ สามารถติดตามได้ช่องทางต่างๆต่อไปนี้ค่ะ 🙂

Jeban: Review purevivi
http://www.jeban.com/viewtopic.php?t=189187

Blog Cosme-Knowledge:
https://cosmeknowledge.wordpress.com/2014/08/18/cosme-diagnosis-purevivi-cleansing-water-vs-cleansing-water-%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C-b/

ลูกรักประจำปี 2014
http://www.jeban.com/viewtopic.php?t=194742

โอกาสหน้าพบกันใหม่ค่ะ ขอตัวไปล้างเมคอัพก่อนนอนแล้วค่ะ

[Cosme-Diagnosis] Merveile Easy White ซีรัมวิตามินซี

[Cosme-Diagnosis] Merveile Easy White ซีรัมวิตามินซี

ก่อนอื่น ขอใช้พื้นที่เพื่อขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีอย่าง Merveile เวชสำอางไทยๆ ที่พบได้ตามร้านขายยาทั่วไปค่ะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้

marviele

เบื้องต้นขอรีวิวตัวแรกก่อนเลยนะคะ เป็นเจ้าซีรัมวิตามินซีตัวนี้ก่อนเลยค่ะ

vc 1-re

ด้วยความที่เป็นซีรัมใส เนื้อบางเบา ดูดซึมง่าย ไม่มีน้ำมัน ไม่มีซิลิโคน ไม่มีน้ำหอม ไม่มีพาราเบน เลยประทับใจมี่พอควรเลยค่ะ

vc 3-re

จะว่าไม่มีกลิ่นก็คงไม่ถูก ถ้าดมดีๆจะได้กลิ่นจางๆ คิดว่าน่าจะเป็นกลิ่นของวัตถุดิบอย่าง Cellulose ค่ะ (ส่วนตัวไม่ค่อยถนัดเรื่องกลิ่นเท่าไหร่ แต่จากที่เคยผ่านๆมาคิดว่าน่าจะใช่ค่ะ)

ตัวซีรัม เกลี่ยง่าย ตอนเกลี่ยจะมีคราบขาวๆคล้ายครีมขึ้นมาแป๊บนึง ซึ่งก็ไม่ได้แปลกใจอะไร แล้วก็ดูดซึมค่อนข้างง่ายและเร็ว ไม่ทิ้งความเหนอะหนะ ไม่เหนียว ไม่หนักผิว และไม่วาว

vc 4-re

จะเห็นว่าตรงบริเวณที่ทา ไม่มีคราบอะไรเลย แทบจะไม่ต่างกับฝั่งที่ไม่ได้ทา

แต่มาทั้งทีถ้าจะไม่รีวิวส่วนผสมก็คงไม่ถูก ก็เลยขอจัดนิดนึงค่ะ

vc 2-re

ส่วนผสม:

Water, Ethyl ascorbyl ether, Propanediol, 4-Butylresorcinol, Hydroxyethylcellulose, Phenoxyethanol, Chlorphenesin, Citrus sinensis oil

ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแทบทุกชนิดจะประกอบด้วยส่วนหลักๆ 3 ส่วน คือ

  1. Active (สารสำคัญ) เป็นส่วนที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติ/ฤทธิ์ทางชีวภาพ
  2. Base คือ เนื้อของผลิตภัณฑ์ บางทีอาจเรียกว่า Vehicle
  3. Additive คือ สารที่ช่วยเสริมให้ผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัติที่ดี มีความน่าใช้

คุณสมบัติของสารต่างๆ แยกตามหน้าที่

  1. Actives ได้แก่
  • Ethyl ascorbyl ether เป็นอนุพันธ์รูปแบบใหม่ของวิตามินซี มีชื่อเรียกหลายๆชื่อ เช่น Ethyl ascorbic acid, VC ethyl ตัวนี้เป็นอนุพันธ์ที่มีความคงตัวที่ดีกว่าวิตามินซีรูปแบบดั้งเดิม ส่วนประสิทธิภาพข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าสารตัวนี้มีประสิทธิภาพที่สูงกว่าวิตามินซีรูปแบบอื่นๆ ทั้งในด้าน Antioxidat, Whitening และเรื่องริ้วรอย
  • 4-Butyl resorcinol ออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ Tyrosinase ทำให้เมลานินถูกสร้างมาน้อยลง ผิวขาวขึ้น การทดสอบในอาสาสมัครที่เป็นฝ้ากับครีมที่มีส่วนผสมของสารนี้ 0.1% เป็นเวลา 6-8 สัปดาห์ พบว่ารอยฝ้าจางลง และมีผลข้างเคียงน้อยมาก (Ann Dermatol. 2010; 22(1): 21–25.)
  1. Base ประกอบด้วยน้ำกับ Propanediol สารตัวนี้เป็นสารที่กำลังดัง โดยบริษัท Claim เรื่องความชุ่มชื้นและความเป็นมิตรต่อผิวหนังมากกว่าพวก Glycol ซึ่งปัจจุบันกลุ่มธรรมชาตินิยมต่อต้านการใช้สารกลุ่ม Glycol กันเยอะมากขึ้น
  2. Additives ได้แก่
    • สารเพิ่มความหนืด มี Hydroxyethylcellulose ได้จากการดัดแปลงโครงสร้างของ Cellulose ซึ่งได้จากเยื่อไม้
    • สารกันเสีย ได้แก่ Phenoxyethanol และ Chlorphenesin
    • สารแต่งกลิ่น มีส่วนผสมของ Citrus sinensis oil ซึ่งเป็นน้ำมันหอมระเหยจากส้ม ปกติน้ำมันหอมระเหยจากผิวส้มจะมีสารประกอบบางอย่าง เช่น Coumarins ที่ทำให้เกิดการไวต่อแสงแดดได้ แต่ปัจจุบันก็มีผู้ผลิตน้ำมันหอมระเหยหลายๆเจ้า สกัดแยกสารที่เสี่ยงออกไปหมดแล้ว แต่เราไม่รู้ว่าอันนี้ใช้แบบที่แยกสารพวกนั้นออกไปแล้วหรือยัง ดังนั้นจึงควรระมัดระวังเมื่อออกสู่แสงแดด ควรทากันแดดเสมอ แต่ปกติซีรัมวิตามินซีจะแนะนำให้ทาแค่ช่วงกลางคืน

ถึงเวลาให้คะแนน

  1. Actives ส่วนผสมมีอยู่สองตัวคือ วิตามินซี กับ 4-Butyl resorcinol ซึ่งเน้นไปทางการเป็น Whitening ซึ่งมีประสิทธิภาพ แต่สารทั้งสองตัวนี้ออกฤทธิ์เหมือนๆกันคือไปยับยั้งการสร้างเมลานิน อาจจะได้ผลไม่ดีเท่ากับการใช้สารที่ออกฤทธิ์หลายๆอย่างรวมกันในส่วนผสม เช่น วิตามินบี 3 ที่ออกฤทธิ์รบกวนการส่งผ่านเมลานินที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ออกมาข้างนอก น่าจะให้ผลที่ดีกว่านี้ แต่ด้วยความที่ใช้อนุพันธ์ใหม่ และมีการเสริมด้วยสารอย่าง 4-Butyl Resorcinol ถ้าดูจากการ Claim คิดว่าทำได้เกือบหมด อาจจะมีเรื่องความแข็งแรงของผิวที่อาจจะยังไม่ได้ จึงขอให้ 3 ฟลาสก์
  2. Base ไม่มีแอลกอฮอล์ ไม่มี Glycol มีการใช้ Propanediol ที่ยังอยู่ในกระแส มีผลดูดน้ำให้ผิว เพิ่มความชุ่มชื้นได้ดี จึงขอให้ 5 ฟลาสก์
  3. Additives มีแค่ไม่กี่อย่างเท่าที่จำเป็น คือ มีสารเพิ่มความหนืดจากอนุพันธ์เซลลูโลส มีสารกันเสียที่ไม่ใช่พาราเบน ไม่มีน้ำหอม ไม่มีซิลิโคน แต่น้ำมันจากส้มอาจจะต้องดูกันอีกทีในเชิงลึก ว่าเป็นเปลือกส้ม หรือส่วนอื่นๆของส้ม แล้วยังมี Coumarins อยู่หรือเปล่า ซึ่งเราไม่อาจจะทราบได้เลย ดังนั้นอาจจะต้องใช้กันแดดเสมอ และระวังออกสู่แสงแดดจัดๆ ซึ่งปกติเราไม่ค่อยทาวิตซีกันในตอนกลางวันอยู่แล้ว จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์
  4. การใช้งาน ด้วยความที่ซึมไว ไม่เหนอะหนะ เกลี่ยง่าย ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และไม่ทิ้งคราบใดๆไว้บนผิว จึงขอให้ 5 ฟลาสก์

รวมคะแนน 17/20

marviele blog

ในโอกาสถัดไปจะรีวิวผลิตภัณฑ์ตัวอื่นๆที่ได้รับมาต่อไปนะคะ

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณผลิตภัณฑ์ดีๆของเมืองไทยจาก Merveile ด้วยค่ะ

[Cosme-Diagnosis] Bomul snail cream

[Cosme-Diagnosis] Bomul snail cream

วันนี้แวะมารีวิวครีมหอยทากเกาหลี แบรนด์ Bomul ให้ชมกันค่ะ

ตัวนี้มี่ลองใช้ได้มาสัปดาห์นึงแล้วรู้สึกว่า ผิวนุ่ม ละเอียด ชุ่มชื้นขึ้นค่ะ

ว่าด้วยเมือกหอยทาก จริงๆแล้วมี่เองก็ค่อนข้างกลัวนะคะ แต่สุดท้ายก็ลอง พอได้ลองหลายๆแบรนด์ ทั้งไทย เกาหลี ญี่ปุ่น มี่ว่า อันนี้เหมาะกับผิวมี่ที่สุดเลยหละ เวลาทาจะมีความสุขมาก เพราะอะไรหรอ เดี๋ยวมาดูด้วยกันดีกว่าค่ะ

IMG_0090-re

มี่ไม่ถนัดเรื่องวัสดุศาสตร์ เลยไม่รู้ว่าแพคเกจแต่ละแบบมีจุดเด่นจุดด้อยอย่างไรบ้าง รีวิวแพคเกจตามความชอบแทนละกันนะคะ อันนี้มาในพลาสติกอย่างหนา เข้าใจว่าน่าจะเป็นอคริลิก (แต่ไม่รู้ว่าใช่รึเปล่า ถ้าไม่ใช่ช่วยแก้ด้วยนะคะ) ปิดสนิท ไม่เลอะเทอะ

ส่วนเนื้อครีมจะวาวๆ สีขาวอมฟ้า เหมือนจะไม่มีกลิ่น แต่ถ้าลองดมดีๆจะได้กลิ่นหอมๆเบาๆจางๆหวานๆ

IMG_0091-re

เนื้อครีมค่อนข้างสวยค่ะ ใช้ได้เกือบอาทิตย์ยังยุบไปไม่เยอะ

จริงๆเค้ามีฝารองไว้ด้านในด้วยนะ แต่มี่ปาดที่เปื้อนฝามาใช้จนหมดเสร็จสรรพ มี่ก็เอาออกไปค่ะ

ลองดูเนื้อครีมกันค่ะ

IMG_0092-re

เกลี่ยแล้วค่ะ

IMG_0115-re

ตัวครีมจะหนืดไม่มาก เกลี่ยได้ง่าย ดูดซึมได้ดีปานกลาง จะหนึบๆ ชุ่มๆ แต่หลังจากนั้นประมาณ 5 นาทีก็จะซึมหมดจนเป็นเนื้อเดียวกับผิวค่ะ

ส่วนตัวมี่เป็นคนผิวแห้งก็เลยชอบเป็นพิเศษ

ค่า pH ก็อยู่ที่ช่วง 5-6 กำลังเหมาะกับผิวพอดีค่ะ

IMG_0136-re
แต่ที่ชอบยิ่งกว่าหน่ะหรอ ก็ สัมผัสค่ะ มันจะยืดๆ เราก็ตบเบาๆ จนมันหลอมละลายแนบไปกับผิวหมด ซึ่งแบบนี้ทางวิทย์เครื่องสำอางจะเรียกว่าเป็น Melting effect ค่ะ

10922481_10203491545389468_198576175616252747_n

พยายามมองนะคะ ถ่ายได้แค่นี้อ่า T^T

มันถือเป็นความสนุกระหว่าง Skincare ค่ะ เพลินดี กดๆ ตบๆ แล้วก็ฟู

มาถึงขั้นนี้แล้ว เราก็มาดูส่วนผสมกันดีกว่าค่ะ

ingredients

มีฉลากภาษาไทยพร้อมเสร็จสรรพค่ะ

IMG_0124-re

ต้องขอโทษด้วยค่ะที่รูปไม่ชัด พอดีเมื่อเช้าลืมถ่ายกล่องไว้ มาถ่ายเมื่อกี๊ เลยมืดไปหน่อย ต้องเปิดไฟส่อง

ถ้าแบ่งส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์เป็น 3 ส่วน คือ ส่วนของสารออกฤทธิ์ (Actives) ส่วนของเนื้อครีม (Base) และก็สารอื่นๆ (Additives) ก็จะแบ่งได้เป็น

1.สารออกฤทธิ์ ประกอบด้วย
-Niacinamide เป็นรูปแบบหนึ่งขอวิตามินบี 3 มีรายงานว่า สารตัวนี้สามารถเป็น Whitening ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ โดยไปรบกวนการส่งผ่านของเมลานินที่สร้างเสร็จแล้ว ลดการอักเสบในผิว เพิ่มการไหลเวียนเลือด ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวโดยไปกระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า (Int J CosmetSci 2005; 27:255–261)และยังมีส่วนช่วยเรื่องการลดสิว และรอยดำจากสิวได้ด้วย

-Zanthoxylum piperitum extract สารสกัดจาก Japanese pepper มีรายงานว่าส่วนของผลประกอบด้วยสารกลุ่ม Polyphenols บางชนิดที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย (Biosci Biotechnol Biochem. 2006; 70(6):1423-31.) ส่วนมากสารในกลุ่มนี้ให้ผลเป็น Antioxidant ด้วย

-Pulsatilla koreana extract สารสกัดจากพืชดอกชนิดหนึ่งในเกาหลี มีรายงานเกี่ยวกับฤทธิ์ Anti-inflammatory (BMB Rep. 2012; 45(6):371-6.) สารสกัดจากส่วนของลำต้นสามารถยับยั้งการสะสมตัวของไขมันในเซลล์ไขมันได้ (Planta Med. 2012; 78(16):1783-6.) สารประกอบกลุ่ม Pulsaquinoneที่พบในพืชนี้ให้ผลเป็น Anti-acne (Arch Pharm Res. 2009; 32(4):489-94.)

-Usnea barbata extract สารสกัดจาก Lichen ชนิดหนึ่ง มีรายงานว่าสามารถยับยั้งกระบวนการอักเสบที่เกิดขึ้นจากรังสี UV ในเซลล์ผิวหนัง (J PhotochemPhotobiol B. 2007; 89(1):9-14.)

-Tremella fuciformis extract สารสกัดจากเห็ดหูหนูขาว มีรายงานเกี่ยวกับฤทธิ์ Antioxidant และคุณสมบัติในการลดการอักเสบในผิว (J Food Sci. 2014;79(4):C460-8.) มีสาร Trehaloseที่มีฤทธิ์เด่นเรื่องความชุ่มชื้น (ActaCrystallogr Sect E Struct Rep Online. 2012;68(Pt8):o2511.) ข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่าสารสกัดจากเห็ดนี้ประกอบด้วย Polysaccharide ที่ให้ผลเป็น Moisturizer, Antioxidant, ลดการอักเสบและการแพ้ในผิว โดยให้ชื่อทางการค้าว่า Phyto HA สื่อความหมายว่าเป็น Hyaluronที่ได้จากพืช

-Snail secretion filtrate หรือ สารน้ำจากเมือกหอยทากที่ผ่านการกรองแล้ว Claim ว่ามีโปรตีนหลายชนิด มีประสิทธิภาพสารพัด แต่มีหลักฐานที่เป็นการทดสอบเชิงคลินิกยืนยันอยู่ 2 ชิ้น เกี่ยวกับเรื่องการลดริ้วรอย และการดูแลผิวที่แก่ก่อนวัย รวมไปถึงริ้วรอยที่เกิดจากแสงแดด(Photoaging) (Cosmetic Dermatology. 2009; 22(5):250 กับ Journal of drugs in dermatology. 2013; 12(4):456.)
-Hydrolyzed placenta extract สารสกัดจากรกที่ผ่านการย่อย ทำให้มีขนาดเล็กลง อาจจะดูดซึมเข้าสู่ผิวหนังได้มากขึ้น มีประโยชน์ในแง่ของการเพิ่มความชุ่มชื้น และริ้วรอย
-Oryza sativa extract สารสกัดจากข้าว จริงๆข้าวมีหลายสายพันธุ์ ถ้าดูในฐานข้อมูล Pubmedจะพบว่าข้าวสีม่วงและสีแดง จะมีฤทธิ์เด่นกว่า มีหลายส่วน ทั้งเมล็ด รำ ใบ ซึ่งสารสกัดจากรำข้าวมีรายงานว่าเป็น Antioxidant ที่ดี ช่วยทำลายอนุมูลอิสระ และปกป้องไม่ให้ไขมันในผิวเกิด Lipid peroxidation (BiosciBiotechnolBiochem. 2013;77(3):624-30.) อันจะทำให้เกิดเป็นริ้วรอยตามมา ในรำข้าวยังมี Phytic acid ซึ่งให้ผลดีหลายๆอย่าง ต่อการเป็น Antiaging

2.Baseแบ่งเป็นส่วนของน้ำ กับน้ำมัน ได้แก่
2.1ส่วนของน้ำ ได้แก่ น้ำ กับ Glycerin
2.2ส่วนของน้ำมัน ได้แก่
-Macadamia oil เป็นน้ำมันที่ค่อนข้างดี ให้ความชุ่มชื้นได้สูง
-Glyceryl stearate เป็นสารไขมันพื้นฐานทั่วไป
-Lanolin ได้จากขนแกะ ช่วยรักษาความชุ่มชื้นในผิวได้ดีมาก แต่อาจจะอุดตันรูขุมขนได้ในบางคน
-Mineral oil เป็นน้ำมันพื้นฐานในทางเครื่องสำอาง มีคุณสมบัติเคลือบผิวกันน้ำระเหย
-C13-14 Isoparaffinเป็นตัวช่วยละลายสาร และช่วยรักษาน้ำในผิว
-ส่วน Camellia sinensis leaf oil นี่ไม่แน่ใจว่าใช้แต่งกลิ่น หรือใช้เป็น Active เพราะขึ้นอยู่กับการสกัดด้วย ถ้าสกัดจากใบชาด้วยน้ำมัน Camellia leaf oil จะมีฤทธิ์ที่ดีในการเป็น Antioxidant, ลดรอยแผลเป็น ลดการเกิดสิว ลดการแพ้การระคายเคืองแต่ถ้าสกัดมาจากการกลั่นด้วยไอน้ำก็จะเป็นตัวแต่งกลิ่นเฉยๆ

3.สารอื่นๆ ได้แก่
3.1Emulsifier/Surfactant ได้แก่ Oleth-5, Oleth-10, laureth-7, Polysorbate 20 เป็นสารที่ไม่มีพิษไม่มีภัยอะไร แต่ก็ไม่ได้เสริมประโยชน์อะไรให้แก่ผิวเป็นพิเศษ
3.2สารเพิ่มความหนืด ได้แก่ Carbomer, Polyacrylamide, Sodium polyacrylate
3.3สารปรับ pH ได้แก่ Triethanolamineสารตัวนี้มีหลายๆคนกังวลถึงความปลอดภัย เพราะมันอาจจะเกิดเป็นสารที่ชื่อ Nitrosamine แต่จริงๆแล้วมันไม่มีอะไร ถ้าไม่มีสารบางตัวไปเร่งการเกิดปฏิกิริยา และการเกิดปฏิกิริยาส่วนมากอาศัยอุณหภูมิที่สูงมากๆ
3.4Preservatives ได้แก่ สารจับโลหะ EDTA สำหรับสารระงับเชื้อจุลินทรีย์อาจจะหวังผลจาก Camellia leaf oil กับสารสกัดพืชก็ได้

ถึงเวลาการให้คะแนน

cats

1.Actives การออกฤทธิ์เน้นไปที่เรื่องของความชุ่มชื้น และริ้วรอย การลดการอักเสบในผิว และเรื่อง Whitening อาจจะช่วยเรื่องสิวได้บ้าง เพราะน้ำมันใบชา กับสารสกัด Pepper ซึ่งโดยรวมก็ถือว่ามาครบถ้วนสมบูรณ์ จริงๆถ้ามีพวกวิตามินซี กับอี เสริมเข้ามาอีกน่าจะสมบูรณ์แบบ จุดนี้จึงขอให้ 4ฟลาสก์

2.Base ถ้าพิจารณาความสมบูรณ์ของเนื้อครีม สูตรนี้มีแค่ Glycerin อย่างเดียวในการจับน้ำให้ผิว แต่ส่วนของน้ำมันจากธรรมชาติ มีน้ำมันจาก Macadamia กับ Lanolin อยู่ ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี แต่ Lanolin อาจจะอุดตันได้ในบางคน ซึ่งในสูตรก็มีการแก้มาด้วยสารสกัดและน้ำมันใบชาที่ให้ผลเรื่องสิวได้ มีสารไขมันเคลือบผิวกันน้ำระเหยได้อยู่ แต่ก็ไม่ได้หรูเลิศมาก จุดนี้จึงขอให้ 4 ฟลาสก์ หักคะแนนเรื่องสารดูดน้ำกับ Lanolin ไปอย่างละนิด

3.Additives มีสารอยู่ไม่กี่ชนิด ที่เด่นคือ ไม่มีน้ำหอม ไม่มีพาราเบน ไม่มีซิลิโคน และไม่มีสารกันเสีย (Preservatives free) ถือว่าค่อนข้างดีเลยทีเดียว ดังนั้นในการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มาในแนวธรรมชาติแบบนี้จึงต้องใช้ไม้พาย หรือคอตตอนบัดตักครีมออกมาทาผิว หรือไม่ก็ล้างมือให้สะอาดก่อนทา และปิดฝาให้สนิท ไม่ควรเอามือสกปรกไปควักมาทา เพราะผลิตภัณฑ์ถูกรักษาสภาพไว้โดยสารสกัดพืชและน้ำมันใบชา จุดนี้ขอให้คะแนนกับความเป็นมิตรต่อทั้งคนและสิ่งแวดล้อม ขอให้ 5 ฟลาสก์

4.การใช้งาน ครีมตัวนี้เหมาะมากกับคนผิวแห้ง แต่ก็ไม่ได้เหนอะหนะมากจนเกินไปจนคนผิวมันหรือผิวธรรมดาใช้ไม่ได้ โดยรวมแล้วถือว่าค่อนข้้างทำมาได้ดีค่ะ สำหรับมี่ มี่ชอบความรู้สึก และความสนุกตอนใช้งาน ยืดๆ กดๆ ตบๆ สนุกไปอีกอย่างนึง ขอให้ 5 ค่ะ

รวม 18/20

ท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Bomul ด้วยนะคะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ทดลองใช้ค่ะ

ถ้าสนใจในรายละเอียดสามารถสอบถามได้ทางเฟสบุคของ Bomul เลยนะคะ

สำหรับวันนี้มีแค่นี้ ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

[Cosme-Diagnosis] Mistine hydracare moisturizing lotion

[Cosme-Diagnosis] Mistine hydracare moisturizing lotion

มี่พูดอยู่เสมอว่า ของไทยก็ดีไม่แพ้ของใดในโลก

วันนี้ก็มาตอกย้ำคำพูดตัวเองกับน้ำตบไฮยาจากมิสทีนค่ะ

จริงๆมันไม่ได้ชื่อน้ำตบไฮยานะคะ มี่เรียกเอง ชื่อจริงๆของมันก็คือ

ก็คือ Mistine Hydracare Moisturizing Face lotion

ขึ้นชื่อว่า Lotion แต่ก็เป็นแบบน้ำใสๆเหมือน lotion จากฝั่งญี่ปุ่นเชียวนะคะ

mistine1

อันนี้ไปได้มาจากร้านเชียงใหม่คอสเมติกส์ค่ะ ราคาไม่น่าจะเกิน 70 บาท

ส่วนผสมนี่คือ อลังอยู่นะ

แต่ก่อนจะไปรีวิวส่วนผสม ดูเนื้อก่อนดีกว่าค่ะ

mistine2

mistine3

มันจะเป็นน้ำใสๆ เหลวๆ ไม่หนืด เกลี่ยง่าย แห้งไวดี ค่ะ

แต่มี่เป็นคนผิวแห้งมากๆ อันนี้เอาไม่อยู่เลย สุดท้ายก็ขึ้นหิ้งไปค่ะ

ส่วนผสมก็อลังการดีนะคะ

Water, Glycerin, Butylene glycol, Phenoxyethanol, Triple Hyalu-Smoother (Sodium hyaluronate, Hydrolyzed hyaluronic acid, Hydrolyzed sodium hyaluronate), Hydroxyethylcellulose, Glyceryl acrylate/acrylic acid copolymer, Methylisothiazolinone, 3-O-Ethyl ascorbic acid, Sodium chloride, Prunus yedoensis leaf extract

เห็นส่วนผสมแล้วก็แปลกใจนะ ปกติของมิสทีนนี่แบบว่ามาเป็นมหกรรมแห่งพาราเบนเลยค่ะ
(Parabens พาราเบน เป็นสารกันเสียที่มีรายงานว่าเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งได้ค่ะ ทำให้หลายๆประเทศห้ามใช้ และคาดว่าในไทยจะมีการควบคุมเร็วๆนี้)

ลองดูคุณสมบัติของสารแยกตามหน้าที่ดีกว่าค่ะ

1.กลุ่ม Actives เป็นพวกสารออกฤทธิ์ค่ะ มีส่วนของสารตระกูล Hyaluron กับวิตามินซี ได้แก่

-ส่วนผสมของ Sodium hyaluronate, Hydrolyzed hyaluronic acid และ Hydrolyzed sodium hyaluronate ปกติพวก Hyaluronate มีผลเกี่ยวกับเรื่องความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นของผิว โดยตัวมันจะอุ้มน้ำไว้ พวกที่ Hydrolyzed แล้วก็มีขนาดที่เล็กลงทำให้ดูดซึมเข้าผิวได้ง่ายขึ้น

-3-O-Ethyl ascorbic acid เป็นรูปแบบใหม่ของวิตามินซีที่ Claim กันว่าดูดซึมเข้าผิวง่าย เพราะมีขนาดเล็ก แต่ก็เป็นคำ Claim จากผู้ผลิต ซึ่งอาจจะมี Bias วิตามินซีมีประโยชน์เป็น Whitening, Antioxidant และเป็นองค์ประกอบของการสร้างคอลลาเจนในผิว

-Prunus yedoensis leaf extract คือ สารสกัดจากใบซากุระ สารสกัดจากใบไม่พบข้อมูลในฐานข้อมูล ข้อมูลจากผู้ผลิตบอกว่ามีสารจำพวก Flavonoid และ Coumarin ช่วยทำหน้าที่เป็น Anti-oxidant, Anti-inflammatory, Whitening และช่วยซ่อมแซมผิวหนังที่เสียหาย บริษัททำวิจัยทดสอบผลของสารสกัดนี้กับผิวหนังที่ถูก Sodium Lauryl Sulfate ทำให้เกิดความเสียหาย พบว่าสารสกัดจากใบซากุระช่วยลดความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ (Sakura Extract B ของ บ. Ichimaru Pharcos)

2. กลุ่ม Base เป็นส่วนหลักของผลิตภัณฑ์ ซึ่งมาในรูปแบบน้ำใส (Solution) มีแต่ส่วนของน้ำ ได้แก่ Water, Glycerin, Butylene glycol

3. กลุ่ม Additives เป็นพวกสารอื่นๆได้แก่

3.1สารเพิ่มความหนืด ได้แก่ Hydroxyethylcellulose และ Glyceryl acrylate/acrylic acid copolymer

3.2Preservatives ก็จะมี Phenoxyethanol กับ Methylisothiazolinone เป็นตัวป้องกันเชื้อจุลินทรีย์

3.3Sodium chloride ทำได้หลายหน้าที่

ถึงเวลาให้คะแนน

1.Actives มีส่วนผสมของ Hyaluron 3 ชนิด ซึ่งก็มีตัวปกติ กับตัวที่ Hydrolzyed แล้ว ซึ่งน่าจะดูดซึมเข้าผิวได้มากกว่า เสริมด้วยวิตามินซี กับสารสกัดใบซากุระ ที่น่าจะให้ผลเรื่อง Whitening กับ Antioxidant โดยรวมตัวนี้ก็ให้ทั้งความชุ่มชื้นและ Antioxidant, Whitening แต่อาจจะยังไม่ได้เด่นชัดมากนัก คือถ้าดูตามการออกฤทธิ์ก็ถือว่าครบ แต่รู้สึกว่ามันน้อยไปหน่อย ขอให้ 4 ฟลาสก์

2.Base มีแค่ น้ำ Butylene glycol และ Glycerin ไม่มีส่วนผสมของ Alcohol แต่สารดึงน้ำสองตัวนี้เป็นตัวที่ Basic มาก แต่ก็ยังดีกว่าการที่มีแค่ Glycerin อย่างเดียว จึงขอให้ 4 ฟลาสก์

3.Additives มีส่วนผสมแค่ไม่กี่ชนิด สารที่ใช้ก็ไม่ได้เป็นพิษเป็นภัยอะไร จริงๆแอบแปลกใจด้วยนิดนึงเพราะว่าปกติแบรนด์นี้ชอบใส่มหกรรมครอบครัวพาราเบน แต่อันนี้กลับไม่ใช่ และที่สำคัญคือยังไม่มีน้ำหอมอีก ขอให้ 5 ฟลาสก์

4. คะแนนการใช้งาน สำหรับคนผิวแห้งมากๆ อันนี้เอาไม่อยู่แน่ๆค่ะ แต่ถ้าคนผิวมันอยากเติมน้ำให้ผิว คิดว่าอันนี้น่าจะตอบโจทย์ค่ะ แต่สำหรับตัวมี่เองขอให้ 3 ฟลาสก์ค่ะ

รวม 16/20

สำหรับวันนี้ก็มีแค่นี้ค่ะ พบกันใหม่คราวหน้า สวัสดีค่ะ

[Cosme-Diagnosis]TonyMoly BCDation

[Cosme-Diagnosis]TonyMoly BCDation

ปกติมี่ไม่เคยรีวิวรองพื้นเลยค่ะ จนกระทั่งมาสัมผัสกับเจ้านี่ นางอุดมด้วยส่วนผสมที่ช่วยบำรุงผิวหนังได้เลอค่ากว่า Skincare บางอันเสียอีกค่ะ

เจ้า BCDation ตัวนี้มี่ไปได้มาตอนไปเกาหลีเมื่อเดือน มิย ปีที่แล้ว ตอนนั้นมีโปรซื้อ 1 แถม 1 แต่เป็นซื้อขนาดปกติเป็นขวด แถมหลอดเล็ก 20 กรัมให้ค่ะ

ทางแบรนด์ Claim ว่า BCDation = BB + CC + Foundation

ประมาณว่าขวดเดียวจบ

สีที่

มี่่เลือกมาคือสีเบอร์สองค่ะ

tm1-e

ลองสวอทช์เทียบกับ Illamasqua ลูกรักนะคะ
tm4-etm5tm6

จะเห็นว่าเนื้อสัมผัสค่อนข้างคล้ายเลยทีเดียว ทั้งการทาแล้วออกมาเป็นเนื้อแป้ง

ลองมาดูส่วนผสมดีกว่าค่ะ

tm3

อันนี้อ่านไม่ออกค่ะ ยอม ประมาณว่าปราศจาก 8 สารต้องห้าม เนียนได้ 24 ชั่วโมง มั้ง??

tm2

จะเห็นว่าอลังมาก

เอาแบบสรุปก่อนนะคะ เผื่อใครขี้เกียจอ่านยาวๆ

1. Actives คือ สารออกฤทธิ์ มีอยู่ค่อนข้างสมบูรณ์ ทั้ง Antioxidant, Anti-inflammatory, Whitening, กระชับรูขุมขน ควบคุมความมัน เพิ่มความชุ่มชื้น และเป็น Anti-aging โดยไปกระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจนได้ ซึ่งก็ถือว่าเกือบจะสมบูรณ์แบบ ถือเป็น Skincare ชิ้นหนึ่งได้เลย จึงขอให้ 5 ฟลาสก์

2. Base ปกติผลิตภัณฑ์ประเภท Emulsion ถ้าพิจารณาให้คะแนนจากความสมบูรณ์ของการเป็น Moisturizer คือต้องมีสารชอบน้ำที่ดูดน้ำให้ผิว สารไขมันจากธรรมชาติ และสารไขมันเคลือบคลุมผิว ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้มีสารที่ดูดน้ำให้ผิวอยู่หลายตัว ทุกตัวมีประสิทธิภาพที่ค่อนข้างดี และไม่ระคายเคือง มีน้ำมันจากพืชธรรมชาติอยู่หลายชนิด และมีสารเคลือบคลุมผิวกันน้ำระเหยอีกหลายตัว จึงขอให้ 5 ฟลาสก์

3. Additives มีอยู่หลายชนิด บางชนิดก็ให้คุณสมบัติบำรุงผิวเสริมเข้ามาด้วย จะมีก็ขอติเรื่อง Grapefruit oil ซึ่งมีสารกลุ่ม Coumarins ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอาการแพ้แสงได้ในบางราย จึงควรหลีกเลี่ยงการทำงานหรือออกกำลังการแจ้งเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ จึงขอให้ 4 ฟลาสก์

คะแนนส่วนผสม 14/15
คะแนนการใช้งาน 4/5

รวม 18/20 ค่ะ

แบบเจาะลึกจัดเต็มค่ะ

1. Actives เป็นสารที่ทำให้เครื่องสำอางมีฤทธิ์ทางชีวภาพ ขอแบ่งเป็น 3 กลุ่มตามแหล่งที่มา ได้แก่

1.1 สารสำคัญที่ได้จากกระบวนการทาง Biotechnology ได้แก่

– Pseudoalteromonas ferment extract รู้จักกันในชื่อทางการค้าว่า Antarcticine ของบ. Lipotec ได้จากการแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่พบในธารน้ำแข็ง ประกอบด้วยสารกลุ่ม Tripeptide ซึ่งมีคุณสมบัติในการกระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจนและอิลาสติน จึงช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้น ริ้วรอยลดลง นอกจากนี้มีคุณสมบัติในการเพิ่มความชุ่มชื้น และช่วยในกระบวนการสมานแผล (Promote Wound-healing) เวลาผิวหนังเกิดความเสียหาย ก็จะช่วยให้ซ่อมแซมตัวเองได้ไวขึ้น (ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบ)

1.2 สารสำคัญที่เป็นสารสกัดจากธรรมชาติ ได้แก่

– น้ำคั้นจาก Birch (Betula platphylla japonica juice) สารสกัดจากพืชตัวนี้มีรายงานเกี่ยวกับฤทธิ์ Antioxidant (Life Sci. 2004; 74(8):1013-26.) และสามารถป้องกันการเกิดผื่นการแพ้ ที่คล้าย Atopic dermatitis ในหนูทดลองได้ (J Ethnopharmacol. 2008; 116(2):270-8.) ส่วนข้อมูลจากผู้ผลิตบอกว่า มีคุณสมบัติคล้ายเอสโตรเจน และกระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจน (Birch sap จาก บ. Koei Kogyo)

– Witch hazel extract (Hamamelis verginiana) รู้จักกันดีเพราะคุณสมบัติความเป็น Astringent ช่วยกระชับรูขุมขน ควบคุมความมัน สำหรับรายงานการวิจัยมีระบุถึงฤทธิ์ในการต้านการอักเสบ (J Pharm Pharmacol. 1994; 46(4):286-90.) และมีสารประกอบจำพวก Tannin และ Proanthocyanidins (Planta Med. 1988; 54(5):454-7.) ซึ่งพวกนี้มีฤทธิ์ Antioxidant ที่ดี

– สารสกัดจากพืชตระกูลสน (Pinus densiflora extract) มีรายงานเกี่ยวกับฤทธิ์ Antioxidant และคุณสมบัติในการปกป้อง DNA ไม่ให้ถูกทำลายจากอนุมูลอิสระ (Prev Nutr Food Sci. 2012; 17(2):116-21.) ซึ่งพืชตระกูลสนก็จะมีสารในกลุ่ม Proanthocyanidins ที่มีฤทธิ์แรง อยู่เกือบๆทุกสายพันธุ์ และมักจะมีคุณสมบัติเป็น Whitening อยู่ในตัวด้วย

– สารสกัดจากรากหญ้าคา (Imperata cylindrica root extract) มีรายงานการวิจัยระบุว่าในหญ้าคามีสารประกอบกลุ่ม Polysaccharide ที่มีคุณสมบัติกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ (Planta Med. 1999; 65(6):549-52.) ผู้จำหน่ายวัตถุดิบบอกว่าสารสกัดนี้มีคุณสมบัติช่วยควบคุมความดันในเซลล์ผิว และช่วยรักษาน้ำในผิวหนังชั้นนอก ควบคุมความชุ่มชื้นในผิวได้ 24 ชั่วโมง (Vegesome Moist 24 ของ บ.Sederma)

– สารสกัดจากถั่วเขียว (Phaseolus radiatus seed extract) ถั่วเขียวเป็นพืชหนึ่งที่ทางเกาหลีชอบนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในเครื่องสำอาง เพราะมีโปรตีน กรดอะมิโน ฟลาโวนอยด์หลายๆชนิด ในฐานข้อมูลงานวิจัยยังไม่มีรายงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับทาง Skincare แต่ถ้าลองค้นในฐาน Patent จะเจอเป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ Anti-aging ส่วนข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบบอกว่า สารสกัดจากถั่วเขียวสามารถปรับสภาพผิวให้ผิวนุ่มนวลเนียนและกระจ่างใส

– Oatmeal extract (Avena sativa extract) ส่วนของ Oatmeal มีรายงานเกี่ยวกับคุณสมบัติในการต้านการอักเสบ (Anti-inflammatory) ของเซลล์ผิวหนัง (Int J Tissue React. 2003; 25(2):41-6.) และช่วยป้องกันความระคายเคืองจากสารเคมีในผิว (การทดสอบใช้ SLS เป็นสารที่ทำให้ผิวหนังเกิดการระคายเคือง) (Skin Pharmacol Appl Skin Physiol. 2002; 15(2):120-4.) นอกจากนี้เนื่องจากใน Oatmeal มีทั้งคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนจึงให้ผลเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้ด้วย

– น้ำมันจากพืชต่างๆหลายชนิด ได้แก่ Babassu (Orbignya oleifera), มะรุม (Moringa oleifera), ทานตะวัน, Meadowfoam, Argan, มะกอก และ Baobab (Adansonia digitata) ซึ่งบางชนิดเป็นพืชหายากที่ใช้กันบางเขตของโลก เหมือนเป็นการตลาดด้วยส่วนหนึ่ง เพราะปกติน้ำมันจากพืชจะมีสารประกอบกรดไขมันต่างๆ Phytosterol Phospholipid และสารอื่นๆที่สามารถดูดซึมเข้าสู่ผิวหนังได้ ให้ผลเพิ่มความชุ่มชื้นโดยไปทดแทนไขผิวหนังที่เสียสภาพไป อาจจะให้ผลลดริ้วรอยได้ แต่บางคนอาจจะแพ้น้ำมันพืชบางอย่าง หรือเกิดการอุดตันรูขุมขนจากน้ำมันได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่คาดเดาไม่ได้ในแต่ละบุคคลจึงควรทดสอบก่อน

1.2 สารสำคัญที่เป็นสารบริสุทธิ์ ได้แก่

– Sodium hyaluronate มีบทบาทในเรื่องการเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนัง

– Niacinamide หรือ วิตามินบี 3 ตัวนี้มีบทบาทหลายๆอย่าง ทั้งในเรื่องการเป็น Whitening ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ ลดการอักเสบ เพิ่มการไหลเวียนเลือด กระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า (Int J Cosmet Sci 2005; 27:255–261)

– Adenosine เหมือนเป็นสารชั้นสูงที่ใช้กันในเคาน์เตอร์แบรนด์ โดยเฉพาะแบรนด์ L แต่ปัจจุบันก็เห็นมีใช้กันหลายแบรนด์ Claim กันว่าเป็นองค์ประกอบของสารให้พลังงานของเซลล์ที่ชื่อ ATP ก็จะช่วยประสานการทำงานต่างๆของเซลล์ เพิ่มพลังให้เซลล์ ว่ากันไป ซึ่งถ้าอิงจากฐานข้อมูลงานวิจัยมีกล่าวถึงผลเกี่ยวกับการลดริ้วรอยอยู่ (J Cosmet Sci. 2007; 58(2):147-55.)

– Acetyl heptapeptide-9 ตัวนี้ใช้คู่กับ Colloidal gold นำมาจับกัน (Conjugated) เพื่อเพิ่มการดูดซึมเข้าสู่ผิว ออกฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของ Fibroblast เพื่อให้สังเคราะห์คอลลาเจนเพิ่มขึ้น ทำให้ริ้วรอยต่างๆดูจางลง

– Oxygen อันนี้ไม่ทราบวัตถุประสงค์จริงๆค่ะ เป็นเทรนด์ของเกาหลีที่ชอบบอกว่าเติม Oxygen ให้ผิว แต่ Oxygen ถ้ามีมากเกินไปและถูกเหนี่ยวนำให้เป็น Radical (อนุมูลอิสระ) จะทำร้ายผิวได้

2.เนื้อผลิตภัณฑ์ ได้แก่

2.1 ส่วนของน้ำ ได้แก่ น้ำ, Propylene glycol, Butylene glycol, Pentylene glycol, Dipropylene glycol, Butylene glycol Dicaprate/Dicaprylate ซึ่งให้คุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิวได้ดี

2.2 ส่วนของน้ำมัน ได้แก่

– น้ำมันจากพืชหลายๆชนิด ที่ดูดซึมเข้าผิวได้ (กล่าวในส่วนของ Active ingredients) และ Hydrogenated vegetable oil

– สารเคลือบคลุมผิวรักษาความชุ่มชื้น ได้แก่ Hydrogenated polydecene, Methyl hydrogenated rosinate, Ethylhexyl olivate, Hexyl laurate ซึ่งทำหน้าที่ป้องกันน้ำระเหยออกจากผิวหนัง

3.สารองค์ประกอบอื่นๆ

3.1 อนุพันธ์ของซิลิโคน ได้แก่ Cyclopentasiloxane, Phenyltrimethicone, Cetyl PEG/PPG-10/1 Dimethicone, Cyclohexasiloxane, Dimethicone, Cetyl dimethicone, Triethoxycaprylylsilane, Hydrogenated dimethicone พวกนี้ทำหน้าที่แตกต่างกันไป และยังช่วยให้สัมผัสที่ดีตอนทาครีม ช่วยเคลือบคลุมผิวให้เรียบเนียน รู้สึกดี

3.2 Emulsifier/Surfactant ได้แก่ Polyglyceryl-4 isostearate ตัวนี้ให้สมบัติเพิ่มความชุ่มชื้นได้, Sorbitan isostearate, Sorbitan olivate, Disteardimonium hectorite ตัวนี้เป็นอนุพันธ์ของ Hectorite ซึ่งเป็นแร่ที่ได้จากธรรมชาติ เป็น Emulsifier จะให้ครีมที่มีเนื้อเนียนและมีสีขาว เป็นสารเพิ่มความหนืดในตัว ทำให้ครีมที่ได้มีความหนืดเหมาะสม แผ่กระจายบนผิวได้ดี และเป็นมิตรกับผิว

3.3 สารเพิ่มความหนืด ได้แก่ Glyceryl polymethacrylate, Gelatin และ Acacia gum ซึ่งสองตัวหลังเป็นสารที่ได้มาจากธรรมชาติ

3.4 Preservatives ได้แก่ Phenoxyethanol, 1,2-hexane diol, Caprylyl glycol, Ethylhexylglycerine 3 ตัวหลังมีฤทธิ์ฤทธิ์ระงับเชื้ออ่อนๆ นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้ด้วย

3.4 Pigment/Mineral ได้แก่ Titanium dioxide, Zinc oxide 2 ตัวนี้ให้สีขาว และมีคุณสมบัติเป็น Physical sunscreen ได้เมื่อใช้ในความเข้มข้นค่าหนึ่งขึ้นไป, Talc เป็นแร่ที่มีคุณสมบัติช่วยดูดซับความมันบนผิวได้ ไม่มีคุณสมบัติที่ให้สี, CI77491, CI77492, CI77499 3 ตัวนี้ เป็น Iron oxides สีเฉดเหลือง-ส้ม

3.5 สารแต่งกลิ่น/น้ำหอม ได้แก่ Grapefruit peel oil กับ Fragrance ซึ่ง Grapefruit peel มีสารพฤกษเคมีกลุ่ม Coumarins ที่อาจจะทำให้เกิดภาวะไวต่อแสงแดดได้ในบางราย จึงอาจจะระวังเวลาออกไปแดดจัดๆนานๆ

3.6 สารที่มีหลายหน้าที่ มีสองตัว

– Triethyl citrate ตัวนี้เป็น Ester ของ Citric acid มีหลายๆหน้าที่เช่นเป็น Solvent ช่วยละลายสาร และก็ทำหน้าที่ระงับการหลั่งเหงื่อ ซึ่งก็เป็นไปได้ทุกหน้าที่ นอกจากนี้ก็สามารถใช้เป็น Fixative ในผลิตภัณฑ์ประเภทน้ำหอมให้กลิ่นติดทนนานได้ มีวัตถุดิบตัวหนึ่งของบริษัท Elementis ชื่อว่า Bentone gel ประกอบด้วย Disteardimonium hectorite, Phenyltrimethicone และสารตัวนี้ ทำหน้าที่เป็นสารเพิ่มความหนืด และช่วยปรับลักษณะของผลิตภัณฑ์ให้แผ่กระจายได้ง่าย ไม่เหนอะหนะ ช่วยให้ผิวนุ่ม แลดูเงางาม ควบคุมความมัน ซึ่งก็ถือว่าเป็นคุณสมบัติของรองพื้น/BB ที่ดี

– Calcium stearate ตัวนี้สามารถเป็นสารให้สี สารป้องกันเม็ดสี(ของแข็งที่ไม่ละลาย)ตกตะกอนและอัดกันแน่น (Caking) เพิ่มความคงตัวของ Emulsion ควบคุมความหนืด
จะเห็นได้ว่าค่อนข้างมาเต็มเลยทีเดียว ถ้าใครผิวขาวๆหน่อยน่าจะจัดได้ค่ะ เนียนผ่องได้ทั้งวี่วันค่ะ

[MiiYeon’s NewBies]~My new items for 2015

[MiiYeon’s NewBies]~My new items for 2015

ปีใหม่ เราก็ต้องซื้อของใหม่เข้าบ้าน

ก็เลยได้ฤกษ์ลองของใหม่ๆ หลายๆอย่างเลยค่ะ

new 1

เริ่มด้วย

1. Cleansing water จาก Nature republic อันนี้เห็นสาวเกาหลีรีวิวความอลังของนางไว้ เลยจัดมาลองบ้างค่ะ แต่ ณ วันนี้ยังไม่ได้ลองเลย รอลูกรักอันเก่าหมดก่อน

2. Holika Holika wine therapy sleeping pack สูคร Red wine จริงๆอันนี้ซื้อมาผิด เคยลองเทสเตอร์ไป แต่ไม่รู้ว่ามัน red หรือ White เลยลองสั่ง Red มา แทบกรี๊ดค่ะ ผิดอันกับเทสเตอร์ที่เคยใช้

3. Etude house my castle
ครีมทามือรูปบ้านน่ารักๆ เคยเห็นคุณส้มรีวิวไว้เลยอยากได้บ้าง มี่เลือกมาสองกลิ่นค่ะ เป็นกลิ่นกุหลาบ กับ คุกกี้ เพราะชอบกลิ่นแนวๆประเภทนี้อยู่

new 2

ซื้อมาเพราะแพคเกจน่ารัก เท่านั้นเลยจริงๆ – -*

แต่ยังไม่ได้ลองใช้นะคะ รอ It’s Skin Cookie and Hand cream หมดก่อน

4. มาสก์ลอกเท้าจาก Nature republic

อันนี้เห็นรีวิวในพันทิป เลยอยากลองมั่ง แต่จนวันนี้ยังไม่กล้าลองเลยค่ะ กลัว

5. มาสก์บำรุงเท้าจาก Innisfree

กะว่าหลังจากเท้าลอก จะเอาอันนี้มาบำรุงต่อ

6. ลิปมัน I want chu จาก Holika Holika

อันนี้ซื้อมาด้วยความน่ารักกุ๊บกิ๊บ คือ คอนเซปท์ของนางจะประมาณว่า ให้ผู้ชายทากลิ่นหนึ่ง ผู้หญิงทาอีกกลิ่นนึง ละเวลาจุ๊บกัน จะได้เป็นรสชาดใหม่ๆ ค่ะ

ซื้อมาไปอย่างนั้นหละ ด้วยความน่ารัก ไอเดียบรรเจิดของมัน จริงๆมี่ยังไม่มีคู่ค่าา 55555

7. แผ่นลอกสิวเสี้ยน Pig nose ของ Holika Holika

ตัวนี้เคยไปหิ้วมาเองจากเกาหลี อันนี้ด้วยความชอบกลิ่นล้วนๆเลยค่ะ ประสิทธิภาพยังสู้บีโอเร สูตรสีดำไม่ได้ แต่ก็น่าจะดีที่สุดในบรรดาพอร์แพคของเกาหลีละค่ะ

จบกลุ่มพรีออร์เดอร์ ต่อไปเป็นสินค้าลดราคาในร้าน Karmarts บ้างค่ะ

new 3

เห็นนางติดป้ายหน้าร้านใหญ่โตว่าลดราคาปีใหม่ ทำไงได้ อำนาจต้านทานการลดราคาของหญิงต่ำมากกกกกกกกกกกกกกก

สุดท้ายก็เข้าไปค่ะ

ได้เจ้า No.1 Frink มาสองตัว ตัวแรกเป็น Essence คล้ายๆน้ำป้าเจี๊ยบกับ Tony moly เลยค่ะ ลดแล้วเหลือ 270 นิดๆมั้งคะ ไม่ได้เก็บใบเสร็จไว้

อีกตัวเป็น All day ampoule เหลืออยู่ 220 นิดๆมั้งคะ ตัวนี้ใช้ได้เกือบอาทิตย์ละค่ะ รู้สึกอะไรมั้ย ยังไม่รู้สึกนะ – -*

คงเพราะช่วงนี้หน้าหนาว หน้าฉันแห้งแตกลอกแดงมากมาย

แต่ก็ยังใช้กันต่อไปค่ะ

สุดท้ายก็ไปซื้อของ It’s Skin ค่ะ ตอนนาง Sale ยกร้าน 50%

ละนางแถมเซตหอยทากชื่อดังระดับโลกให้มาลอง

new 10

ตอนนี้กำลังเริ่มใช้ค่ะ แล้วจะเขียนรีวิวมาอีกทีนึงค่ะ