[Cosme-Diagnosis] Mistine hydracare moisturizing lotion

[Cosme-Diagnosis] Mistine hydracare moisturizing lotion

มี่พูดอยู่เสมอว่า ของไทยก็ดีไม่แพ้ของใดในโลก

วันนี้ก็มาตอกย้ำคำพูดตัวเองกับน้ำตบไฮยาจากมิสทีนค่ะ

จริงๆมันไม่ได้ชื่อน้ำตบไฮยานะคะ มี่เรียกเอง ชื่อจริงๆของมันก็คือ

ก็คือ Mistine Hydracare Moisturizing Face lotion

ขึ้นชื่อว่า Lotion แต่ก็เป็นแบบน้ำใสๆเหมือน lotion จากฝั่งญี่ปุ่นเชียวนะคะ

mistine1

อันนี้ไปได้มาจากร้านเชียงใหม่คอสเมติกส์ค่ะ ราคาไม่น่าจะเกิน 70 บาท

ส่วนผสมนี่คือ อลังอยู่นะ

แต่ก่อนจะไปรีวิวส่วนผสม ดูเนื้อก่อนดีกว่าค่ะ

mistine2

mistine3

มันจะเป็นน้ำใสๆ เหลวๆ ไม่หนืด เกลี่ยง่าย แห้งไวดี ค่ะ

แต่มี่เป็นคนผิวแห้งมากๆ อันนี้เอาไม่อยู่เลย สุดท้ายก็ขึ้นหิ้งไปค่ะ

ส่วนผสมก็อลังการดีนะคะ

Water, Glycerin, Butylene glycol, Phenoxyethanol, Triple Hyalu-Smoother (Sodium hyaluronate, Hydrolyzed hyaluronic acid, Hydrolyzed sodium hyaluronate), Hydroxyethylcellulose, Glyceryl acrylate/acrylic acid copolymer, Methylisothiazolinone, 3-O-Ethyl ascorbic acid, Sodium chloride, Prunus yedoensis leaf extract

เห็นส่วนผสมแล้วก็แปลกใจนะ ปกติของมิสทีนนี่แบบว่ามาเป็นมหกรรมแห่งพาราเบนเลยค่ะ
(Parabens พาราเบน เป็นสารกันเสียที่มีรายงานว่าเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งได้ค่ะ ทำให้หลายๆประเทศห้ามใช้ และคาดว่าในไทยจะมีการควบคุมเร็วๆนี้)

ลองดูคุณสมบัติของสารแยกตามหน้าที่ดีกว่าค่ะ

1.กลุ่ม Actives เป็นพวกสารออกฤทธิ์ค่ะ มีส่วนของสารตระกูล Hyaluron กับวิตามินซี ได้แก่

-ส่วนผสมของ Sodium hyaluronate, Hydrolyzed hyaluronic acid และ Hydrolyzed sodium hyaluronate ปกติพวก Hyaluronate มีผลเกี่ยวกับเรื่องความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นของผิว โดยตัวมันจะอุ้มน้ำไว้ พวกที่ Hydrolyzed แล้วก็มีขนาดที่เล็กลงทำให้ดูดซึมเข้าผิวได้ง่ายขึ้น

-3-O-Ethyl ascorbic acid เป็นรูปแบบใหม่ของวิตามินซีที่ Claim กันว่าดูดซึมเข้าผิวง่าย เพราะมีขนาดเล็ก แต่ก็เป็นคำ Claim จากผู้ผลิต ซึ่งอาจจะมี Bias วิตามินซีมีประโยชน์เป็น Whitening, Antioxidant และเป็นองค์ประกอบของการสร้างคอลลาเจนในผิว

-Prunus yedoensis leaf extract คือ สารสกัดจากใบซากุระ สารสกัดจากใบไม่พบข้อมูลในฐานข้อมูล ข้อมูลจากผู้ผลิตบอกว่ามีสารจำพวก Flavonoid และ Coumarin ช่วยทำหน้าที่เป็น Anti-oxidant, Anti-inflammatory, Whitening และช่วยซ่อมแซมผิวหนังที่เสียหาย บริษัททำวิจัยทดสอบผลของสารสกัดนี้กับผิวหนังที่ถูก Sodium Lauryl Sulfate ทำให้เกิดความเสียหาย พบว่าสารสกัดจากใบซากุระช่วยลดความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ (Sakura Extract B ของ บ. Ichimaru Pharcos)

2. กลุ่ม Base เป็นส่วนหลักของผลิตภัณฑ์ ซึ่งมาในรูปแบบน้ำใส (Solution) มีแต่ส่วนของน้ำ ได้แก่ Water, Glycerin, Butylene glycol

3. กลุ่ม Additives เป็นพวกสารอื่นๆได้แก่

3.1สารเพิ่มความหนืด ได้แก่ Hydroxyethylcellulose และ Glyceryl acrylate/acrylic acid copolymer

3.2Preservatives ก็จะมี Phenoxyethanol กับ Methylisothiazolinone เป็นตัวป้องกันเชื้อจุลินทรีย์

3.3Sodium chloride ทำได้หลายหน้าที่

ถึงเวลาให้คะแนน

1.Actives มีส่วนผสมของ Hyaluron 3 ชนิด ซึ่งก็มีตัวปกติ กับตัวที่ Hydrolzyed แล้ว ซึ่งน่าจะดูดซึมเข้าผิวได้มากกว่า เสริมด้วยวิตามินซี กับสารสกัดใบซากุระ ที่น่าจะให้ผลเรื่อง Whitening กับ Antioxidant โดยรวมตัวนี้ก็ให้ทั้งความชุ่มชื้นและ Antioxidant, Whitening แต่อาจจะยังไม่ได้เด่นชัดมากนัก คือถ้าดูตามการออกฤทธิ์ก็ถือว่าครบ แต่รู้สึกว่ามันน้อยไปหน่อย ขอให้ 4 ฟลาสก์

2.Base มีแค่ น้ำ Butylene glycol และ Glycerin ไม่มีส่วนผสมของ Alcohol แต่สารดึงน้ำสองตัวนี้เป็นตัวที่ Basic มาก แต่ก็ยังดีกว่าการที่มีแค่ Glycerin อย่างเดียว จึงขอให้ 4 ฟลาสก์

3.Additives มีส่วนผสมแค่ไม่กี่ชนิด สารที่ใช้ก็ไม่ได้เป็นพิษเป็นภัยอะไร จริงๆแอบแปลกใจด้วยนิดนึงเพราะว่าปกติแบรนด์นี้ชอบใส่มหกรรมครอบครัวพาราเบน แต่อันนี้กลับไม่ใช่ และที่สำคัญคือยังไม่มีน้ำหอมอีก ขอให้ 5 ฟลาสก์

4. คะแนนการใช้งาน สำหรับคนผิวแห้งมากๆ อันนี้เอาไม่อยู่แน่ๆค่ะ แต่ถ้าคนผิวมันอยากเติมน้ำให้ผิว คิดว่าอันนี้น่าจะตอบโจทย์ค่ะ แต่สำหรับตัวมี่เองขอให้ 3 ฟลาสก์ค่ะ

รวม 16/20

สำหรับวันนี้ก็มีแค่นี้ค่ะ พบกันใหม่คราวหน้า สวัสดีค่ะ

[Review]~Mistine White Spa Snail Pink Whitening lotion

[Review]~Mistine White Spa Snail Pink Whitening lotion

วันนี้มี่มารีวิวโลชั่นหอยทากของมิสทีนให้ชมค่ะ ตัวนี้พึ่งออกมาไม่นานมานี้ ลองใช้ได้ราวๆอาทิตย์กว่าแล้วค่ะ รู้สึกว่าโอเคเลยนะ ส่วนผสมก็อลังการเลอค่า ชนิดถีบเคาน์เตอร์แบรนด์บางอันตกแท่นได้เลยหล่ะ

อยากรู้แล้วใช่ม๊า มาเริ่มกันดีกว่าค่ะ

snail 1-e

ดูเนื้อของนางก่อนเนาะ นางจะมีเนื้อสีขาวๆ หนืดๆ ยืดๆ ปั๊มออกจากขวดยากนิดนึง ตอนทาจะเกลี่ยง่าย แต่ซึมยากนิดนึง ต้องใช้เวลาค่ะ แต่สำหรับคนผิวแห้งนี่คงชอบมากๆเลย เพราะมันชุ่มผิวดี

snail 3-e

พอดูดซึมแล้วจะชุ่มๆอยู่คะ แต่ไม่ถึงกับเหนอะหนะมากมาย

snail 4-e

ส่วนผสมค่ะ (คือมันยาวอ่ะ T^T)

snail 2-e

ส่วนผสมหลักๆของนางก็จะเป็น

* Snail Secretion Filtrate หรือ เมือกหอยทากนั่นเอง มาในลำดับต้นๆก่อนพวกซิลิโคนเลย นี่ก็คือแอบดีใจนะ แต่ ลำดับส่วนผสมเราเชื่ออะไรมันมากไม่ได้จริงๆค่ะ

ประโยชน์ของเมือกหอยทากที่มีการศึกษาแล้วก็คือ คุณสมบัติเกี่ยวกับเรื่องการลดริ้วรอย และการดูแลผิวที่เกิดริ้วรอยก่อนวัย (เรียกว่า Photoaging) (Ref: Cosmetic Dermatology. 2009; 22(5):250 กับ Journal of drugs in dermatology. 2013; 12(4):456.)

ส่วนคุณสมบัติอื่นๆที่ Claimๆ กัน ยังไม่มีการพิสูจน์ลงในวารสารวิชาการค่ะ

* Camellia japonica seed oil คือ น้ำมันจากเมล็ดชา อุดมไปด้วยกรดไขมันดีๆที่มีคุณสมบัติบำรุงผิวได้ดีค่ะ

* Niacinamide คือ รูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 มีบทบาทหลายๆอย่าง ทั้งในเรื่องการเป็น Whitening ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ ลดการอักเสบ เพิ่มการไหลเวียนเลือด กระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า (Int J Cosmet Sci 2005; 27:255–261)

* Hydrolyzed collagen กับ Sodium hyaluronate เป็นเรื่องความชุ่มชื้นค่ะ

(ทำไมถึงจัด Hydrolyzed collagen เป็นสารให้ความชุ่มชื้นหน่ะหรอ เพราะว่าขนาดมันยังใหญ่ไป เลยซึมเข้าผิวได้น้อยค่ะ)

* Oligopeptide-68 ตัวนี้ มี่ว่าเป็นจุดเด่นที่สุดของขวดนี้เลยหล่ะ สารตัวนี้มีคุณสมบัติเป็นเปปไทด์ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสีผิว โดยออกฤทธิ์ที่ซับซ้อนค่ะ (เกี่ยวกับระบบ Inflammatory และ TGF-Beta) เป็นไวท์เทนนิ่งที่มีกลไกแปลกๆและถือว่าใหม่ ตัวนึงเลยทีเดียว

อันนี้คาดว่าน่าจะใช้ในรูปแบบของ Liposome จากบริษัท Lucas-Meyer เพราะส่วนผสมไปตรงกับ Beta-White ของ Lucas meyer พอดีเป๊ะ (คือ Water (and) Butylene Glycol (and) Hydrogenated Lecithin (and) Sodium Oleate (and) Oligopeptide-68 (and) Disodium EDTA)

— Liposome เป็นชื่อของตัวพาสารเข้าสู่ผิวรูปแบบหนึ่งค่ะ

แต่เราคงคาดหวังอะไรกับ Liposome มากไม่ได้นะคะ เพราะความคงตัวของมันค่อนข้างน้อยค่ะ แต่ก็จะดีกว่าไม่ได้ใช้แหล่ะ

ส่วนสารอื่นๆก็ถือว่าโอเคค่ะ แต่เสียตรงสารกลุ่ม Parabens ตัวนี้เป็นสารกันเสียตัวนึงที่มีรายงานเกี่ยวกับการเพิ่มความเสี่ยงในการก่อมะเร็งค่ะ แม้ว่าจะไม่ชัดเจนก็ตาม แต่หลายๆประเทศก็ต่อต้านกันพอสมควรค่ะ

อีกจุดคือ กลิ่นค่ะ ดูเหมือนจะใส่น้ำหอมมาพอควรเลยหล่ะ ใครแพ้ง่ายๆ ทดสอบการแพ้ก่อนใช้นะคะ

อีกจุดนึงค่ะ หอยทากเป็นโปรตีน สามารถทำให้เกิดการแพ้ได้นะคะ ควรทดสอบการแพ้ก่อนใช้เสมอค่ะ

ให้คะแนนดีกว่าค่ะ

เนื้อสัมผัส ให้ 3.5/5
การดูดซึม ให้ 2.5/5
ส่วนผสม ให้ 5/5
ความพึงพอใจหลังใช้ 1 สัปดาห์ ให้ 4/5

รวม 15/20 ค่ะ

สำหรับวันนี้ก็มีแค่นี้ ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนจบค่ะ