[Thank You]~Alovivi Thailand for the New year gifts

[Thank You]~Alovivi Thailand for the New year gifts

ขอใช้พื้นที่เพื่อแสดงความขอบคุณ Alovivi Thailand ที่ส่งของขวัญปีใหม่มาให้ค่ะ ปลื้มปริ่มเปรมปรีดิ์มากๆค่ะ

เป็น Purevivi Cleansing water 4 ขวด

purevivi

จริงๆขวดนึงสำหรับคนที่แต่งหน้าไม่หนักก็ใช้ได้เกือบ 4-5 เดือนแล้วนะคะ

ขวดที่สองกำลังจะหมดพอดีค่ะ 😉 ไม่เปลี่ยนใจแน่นอน

สำลีแค่แผ่นเดียวก็เช็ดรองพื้นได้เกือบหมดแล้วค่ะ

purevivi 2

สำหรับ Review ผลิตภัณฑ์นี้ สามารถติดตามได้ช่องทางต่างๆต่อไปนี้ค่ะ 🙂

Jeban: Review purevivi
http://www.jeban.com/viewtopic.php?t=189187

Blog Cosme-Knowledge:
https://cosmeknowledge.wordpress.com/2014/08/18/cosme-diagnosis-purevivi-cleansing-water-vs-cleansing-water-%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C-b/

ลูกรักประจำปี 2014
http://www.jeban.com/viewtopic.php?t=194742

โอกาสหน้าพบกันใหม่ค่ะ ขอตัวไปล้างเมคอัพก่อนนอนแล้วค่ะ

[Cosme-Diagnosis] Merveile Easy White ซีรัมวิตามินซี

[Cosme-Diagnosis] Merveile Easy White ซีรัมวิตามินซี

ก่อนอื่น ขอใช้พื้นที่เพื่อขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีอย่าง Merveile เวชสำอางไทยๆ ที่พบได้ตามร้านขายยาทั่วไปค่ะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้

marviele

เบื้องต้นขอรีวิวตัวแรกก่อนเลยนะคะ เป็นเจ้าซีรัมวิตามินซีตัวนี้ก่อนเลยค่ะ

vc 1-re

ด้วยความที่เป็นซีรัมใส เนื้อบางเบา ดูดซึมง่าย ไม่มีน้ำมัน ไม่มีซิลิโคน ไม่มีน้ำหอม ไม่มีพาราเบน เลยประทับใจมี่พอควรเลยค่ะ

vc 3-re

จะว่าไม่มีกลิ่นก็คงไม่ถูก ถ้าดมดีๆจะได้กลิ่นจางๆ คิดว่าน่าจะเป็นกลิ่นของวัตถุดิบอย่าง Cellulose ค่ะ (ส่วนตัวไม่ค่อยถนัดเรื่องกลิ่นเท่าไหร่ แต่จากที่เคยผ่านๆมาคิดว่าน่าจะใช่ค่ะ)

ตัวซีรัม เกลี่ยง่าย ตอนเกลี่ยจะมีคราบขาวๆคล้ายครีมขึ้นมาแป๊บนึง ซึ่งก็ไม่ได้แปลกใจอะไร แล้วก็ดูดซึมค่อนข้างง่ายและเร็ว ไม่ทิ้งความเหนอะหนะ ไม่เหนียว ไม่หนักผิว และไม่วาว

vc 4-re

จะเห็นว่าตรงบริเวณที่ทา ไม่มีคราบอะไรเลย แทบจะไม่ต่างกับฝั่งที่ไม่ได้ทา

แต่มาทั้งทีถ้าจะไม่รีวิวส่วนผสมก็คงไม่ถูก ก็เลยขอจัดนิดนึงค่ะ

vc 2-re

ส่วนผสม:

Water, Ethyl ascorbyl ether, Propanediol, 4-Butylresorcinol, Hydroxyethylcellulose, Phenoxyethanol, Chlorphenesin, Citrus sinensis oil

ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแทบทุกชนิดจะประกอบด้วยส่วนหลักๆ 3 ส่วน คือ

  1. Active (สารสำคัญ) เป็นส่วนที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติ/ฤทธิ์ทางชีวภาพ
  2. Base คือ เนื้อของผลิตภัณฑ์ บางทีอาจเรียกว่า Vehicle
  3. Additive คือ สารที่ช่วยเสริมให้ผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัติที่ดี มีความน่าใช้

คุณสมบัติของสารต่างๆ แยกตามหน้าที่

  1. Actives ได้แก่
  • Ethyl ascorbyl ether เป็นอนุพันธ์รูปแบบใหม่ของวิตามินซี มีชื่อเรียกหลายๆชื่อ เช่น Ethyl ascorbic acid, VC ethyl ตัวนี้เป็นอนุพันธ์ที่มีความคงตัวที่ดีกว่าวิตามินซีรูปแบบดั้งเดิม ส่วนประสิทธิภาพข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าสารตัวนี้มีประสิทธิภาพที่สูงกว่าวิตามินซีรูปแบบอื่นๆ ทั้งในด้าน Antioxidat, Whitening และเรื่องริ้วรอย
  • 4-Butyl resorcinol ออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ Tyrosinase ทำให้เมลานินถูกสร้างมาน้อยลง ผิวขาวขึ้น การทดสอบในอาสาสมัครที่เป็นฝ้ากับครีมที่มีส่วนผสมของสารนี้ 0.1% เป็นเวลา 6-8 สัปดาห์ พบว่ารอยฝ้าจางลง และมีผลข้างเคียงน้อยมาก (Ann Dermatol. 2010; 22(1): 21–25.)
  1. Base ประกอบด้วยน้ำกับ Propanediol สารตัวนี้เป็นสารที่กำลังดัง โดยบริษัท Claim เรื่องความชุ่มชื้นและความเป็นมิตรต่อผิวหนังมากกว่าพวก Glycol ซึ่งปัจจุบันกลุ่มธรรมชาตินิยมต่อต้านการใช้สารกลุ่ม Glycol กันเยอะมากขึ้น
  2. Additives ได้แก่
    • สารเพิ่มความหนืด มี Hydroxyethylcellulose ได้จากการดัดแปลงโครงสร้างของ Cellulose ซึ่งได้จากเยื่อไม้
    • สารกันเสีย ได้แก่ Phenoxyethanol และ Chlorphenesin
    • สารแต่งกลิ่น มีส่วนผสมของ Citrus sinensis oil ซึ่งเป็นน้ำมันหอมระเหยจากส้ม ปกติน้ำมันหอมระเหยจากผิวส้มจะมีสารประกอบบางอย่าง เช่น Coumarins ที่ทำให้เกิดการไวต่อแสงแดดได้ แต่ปัจจุบันก็มีผู้ผลิตน้ำมันหอมระเหยหลายๆเจ้า สกัดแยกสารที่เสี่ยงออกไปหมดแล้ว แต่เราไม่รู้ว่าอันนี้ใช้แบบที่แยกสารพวกนั้นออกไปแล้วหรือยัง ดังนั้นจึงควรระมัดระวังเมื่อออกสู่แสงแดด ควรทากันแดดเสมอ แต่ปกติซีรัมวิตามินซีจะแนะนำให้ทาแค่ช่วงกลางคืน

ถึงเวลาให้คะแนน

  1. Actives ส่วนผสมมีอยู่สองตัวคือ วิตามินซี กับ 4-Butyl resorcinol ซึ่งเน้นไปทางการเป็น Whitening ซึ่งมีประสิทธิภาพ แต่สารทั้งสองตัวนี้ออกฤทธิ์เหมือนๆกันคือไปยับยั้งการสร้างเมลานิน อาจจะได้ผลไม่ดีเท่ากับการใช้สารที่ออกฤทธิ์หลายๆอย่างรวมกันในส่วนผสม เช่น วิตามินบี 3 ที่ออกฤทธิ์รบกวนการส่งผ่านเมลานินที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ออกมาข้างนอก น่าจะให้ผลที่ดีกว่านี้ แต่ด้วยความที่ใช้อนุพันธ์ใหม่ และมีการเสริมด้วยสารอย่าง 4-Butyl Resorcinol ถ้าดูจากการ Claim คิดว่าทำได้เกือบหมด อาจจะมีเรื่องความแข็งแรงของผิวที่อาจจะยังไม่ได้ จึงขอให้ 3 ฟลาสก์
  2. Base ไม่มีแอลกอฮอล์ ไม่มี Glycol มีการใช้ Propanediol ที่ยังอยู่ในกระแส มีผลดูดน้ำให้ผิว เพิ่มความชุ่มชื้นได้ดี จึงขอให้ 5 ฟลาสก์
  3. Additives มีแค่ไม่กี่อย่างเท่าที่จำเป็น คือ มีสารเพิ่มความหนืดจากอนุพันธ์เซลลูโลส มีสารกันเสียที่ไม่ใช่พาราเบน ไม่มีน้ำหอม ไม่มีซิลิโคน แต่น้ำมันจากส้มอาจจะต้องดูกันอีกทีในเชิงลึก ว่าเป็นเปลือกส้ม หรือส่วนอื่นๆของส้ม แล้วยังมี Coumarins อยู่หรือเปล่า ซึ่งเราไม่อาจจะทราบได้เลย ดังนั้นอาจจะต้องใช้กันแดดเสมอ และระวังออกสู่แสงแดดจัดๆ ซึ่งปกติเราไม่ค่อยทาวิตซีกันในตอนกลางวันอยู่แล้ว จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์
  4. การใช้งาน ด้วยความที่ซึมไว ไม่เหนอะหนะ เกลี่ยง่าย ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และไม่ทิ้งคราบใดๆไว้บนผิว จึงขอให้ 5 ฟลาสก์

รวมคะแนน 17/20

marviele blog

ในโอกาสถัดไปจะรีวิวผลิตภัณฑ์ตัวอื่นๆที่ได้รับมาต่อไปนะคะ

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณผลิตภัณฑ์ดีๆของเมืองไทยจาก Merveile ด้วยค่ะ

[Cosme-Diagnosis] Bomul snail cream

[Cosme-Diagnosis] Bomul snail cream

วันนี้แวะมารีวิวครีมหอยทากเกาหลี แบรนด์ Bomul ให้ชมกันค่ะ

ตัวนี้มี่ลองใช้ได้มาสัปดาห์นึงแล้วรู้สึกว่า ผิวนุ่ม ละเอียด ชุ่มชื้นขึ้นค่ะ

ว่าด้วยเมือกหอยทาก จริงๆแล้วมี่เองก็ค่อนข้างกลัวนะคะ แต่สุดท้ายก็ลอง พอได้ลองหลายๆแบรนด์ ทั้งไทย เกาหลี ญี่ปุ่น มี่ว่า อันนี้เหมาะกับผิวมี่ที่สุดเลยหละ เวลาทาจะมีความสุขมาก เพราะอะไรหรอ เดี๋ยวมาดูด้วยกันดีกว่าค่ะ

IMG_0090-re

มี่ไม่ถนัดเรื่องวัสดุศาสตร์ เลยไม่รู้ว่าแพคเกจแต่ละแบบมีจุดเด่นจุดด้อยอย่างไรบ้าง รีวิวแพคเกจตามความชอบแทนละกันนะคะ อันนี้มาในพลาสติกอย่างหนา เข้าใจว่าน่าจะเป็นอคริลิก (แต่ไม่รู้ว่าใช่รึเปล่า ถ้าไม่ใช่ช่วยแก้ด้วยนะคะ) ปิดสนิท ไม่เลอะเทอะ

ส่วนเนื้อครีมจะวาวๆ สีขาวอมฟ้า เหมือนจะไม่มีกลิ่น แต่ถ้าลองดมดีๆจะได้กลิ่นหอมๆเบาๆจางๆหวานๆ

IMG_0091-re

เนื้อครีมค่อนข้างสวยค่ะ ใช้ได้เกือบอาทิตย์ยังยุบไปไม่เยอะ

จริงๆเค้ามีฝารองไว้ด้านในด้วยนะ แต่มี่ปาดที่เปื้อนฝามาใช้จนหมดเสร็จสรรพ มี่ก็เอาออกไปค่ะ

ลองดูเนื้อครีมกันค่ะ

IMG_0092-re

เกลี่ยแล้วค่ะ

IMG_0115-re

ตัวครีมจะหนืดไม่มาก เกลี่ยได้ง่าย ดูดซึมได้ดีปานกลาง จะหนึบๆ ชุ่มๆ แต่หลังจากนั้นประมาณ 5 นาทีก็จะซึมหมดจนเป็นเนื้อเดียวกับผิวค่ะ

ส่วนตัวมี่เป็นคนผิวแห้งก็เลยชอบเป็นพิเศษ

ค่า pH ก็อยู่ที่ช่วง 5-6 กำลังเหมาะกับผิวพอดีค่ะ

IMG_0136-re
แต่ที่ชอบยิ่งกว่าหน่ะหรอ ก็ สัมผัสค่ะ มันจะยืดๆ เราก็ตบเบาๆ จนมันหลอมละลายแนบไปกับผิวหมด ซึ่งแบบนี้ทางวิทย์เครื่องสำอางจะเรียกว่าเป็น Melting effect ค่ะ

10922481_10203491545389468_198576175616252747_n

พยายามมองนะคะ ถ่ายได้แค่นี้อ่า T^T

มันถือเป็นความสนุกระหว่าง Skincare ค่ะ เพลินดี กดๆ ตบๆ แล้วก็ฟู

มาถึงขั้นนี้แล้ว เราก็มาดูส่วนผสมกันดีกว่าค่ะ

ingredients

มีฉลากภาษาไทยพร้อมเสร็จสรรพค่ะ

IMG_0124-re

ต้องขอโทษด้วยค่ะที่รูปไม่ชัด พอดีเมื่อเช้าลืมถ่ายกล่องไว้ มาถ่ายเมื่อกี๊ เลยมืดไปหน่อย ต้องเปิดไฟส่อง

ถ้าแบ่งส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์เป็น 3 ส่วน คือ ส่วนของสารออกฤทธิ์ (Actives) ส่วนของเนื้อครีม (Base) และก็สารอื่นๆ (Additives) ก็จะแบ่งได้เป็น

1.สารออกฤทธิ์ ประกอบด้วย
-Niacinamide เป็นรูปแบบหนึ่งขอวิตามินบี 3 มีรายงานว่า สารตัวนี้สามารถเป็น Whitening ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ โดยไปรบกวนการส่งผ่านของเมลานินที่สร้างเสร็จแล้ว ลดการอักเสบในผิว เพิ่มการไหลเวียนเลือด ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวโดยไปกระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า (Int J CosmetSci 2005; 27:255–261)และยังมีส่วนช่วยเรื่องการลดสิว และรอยดำจากสิวได้ด้วย

-Zanthoxylum piperitum extract สารสกัดจาก Japanese pepper มีรายงานว่าส่วนของผลประกอบด้วยสารกลุ่ม Polyphenols บางชนิดที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย (Biosci Biotechnol Biochem. 2006; 70(6):1423-31.) ส่วนมากสารในกลุ่มนี้ให้ผลเป็น Antioxidant ด้วย

-Pulsatilla koreana extract สารสกัดจากพืชดอกชนิดหนึ่งในเกาหลี มีรายงานเกี่ยวกับฤทธิ์ Anti-inflammatory (BMB Rep. 2012; 45(6):371-6.) สารสกัดจากส่วนของลำต้นสามารถยับยั้งการสะสมตัวของไขมันในเซลล์ไขมันได้ (Planta Med. 2012; 78(16):1783-6.) สารประกอบกลุ่ม Pulsaquinoneที่พบในพืชนี้ให้ผลเป็น Anti-acne (Arch Pharm Res. 2009; 32(4):489-94.)

-Usnea barbata extract สารสกัดจาก Lichen ชนิดหนึ่ง มีรายงานว่าสามารถยับยั้งกระบวนการอักเสบที่เกิดขึ้นจากรังสี UV ในเซลล์ผิวหนัง (J PhotochemPhotobiol B. 2007; 89(1):9-14.)

-Tremella fuciformis extract สารสกัดจากเห็ดหูหนูขาว มีรายงานเกี่ยวกับฤทธิ์ Antioxidant และคุณสมบัติในการลดการอักเสบในผิว (J Food Sci. 2014;79(4):C460-8.) มีสาร Trehaloseที่มีฤทธิ์เด่นเรื่องความชุ่มชื้น (ActaCrystallogr Sect E Struct Rep Online. 2012;68(Pt8):o2511.) ข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่าสารสกัดจากเห็ดนี้ประกอบด้วย Polysaccharide ที่ให้ผลเป็น Moisturizer, Antioxidant, ลดการอักเสบและการแพ้ในผิว โดยให้ชื่อทางการค้าว่า Phyto HA สื่อความหมายว่าเป็น Hyaluronที่ได้จากพืช

-Snail secretion filtrate หรือ สารน้ำจากเมือกหอยทากที่ผ่านการกรองแล้ว Claim ว่ามีโปรตีนหลายชนิด มีประสิทธิภาพสารพัด แต่มีหลักฐานที่เป็นการทดสอบเชิงคลินิกยืนยันอยู่ 2 ชิ้น เกี่ยวกับเรื่องการลดริ้วรอย และการดูแลผิวที่แก่ก่อนวัย รวมไปถึงริ้วรอยที่เกิดจากแสงแดด(Photoaging) (Cosmetic Dermatology. 2009; 22(5):250 กับ Journal of drugs in dermatology. 2013; 12(4):456.)
-Hydrolyzed placenta extract สารสกัดจากรกที่ผ่านการย่อย ทำให้มีขนาดเล็กลง อาจจะดูดซึมเข้าสู่ผิวหนังได้มากขึ้น มีประโยชน์ในแง่ของการเพิ่มความชุ่มชื้น และริ้วรอย
-Oryza sativa extract สารสกัดจากข้าว จริงๆข้าวมีหลายสายพันธุ์ ถ้าดูในฐานข้อมูล Pubmedจะพบว่าข้าวสีม่วงและสีแดง จะมีฤทธิ์เด่นกว่า มีหลายส่วน ทั้งเมล็ด รำ ใบ ซึ่งสารสกัดจากรำข้าวมีรายงานว่าเป็น Antioxidant ที่ดี ช่วยทำลายอนุมูลอิสระ และปกป้องไม่ให้ไขมันในผิวเกิด Lipid peroxidation (BiosciBiotechnolBiochem. 2013;77(3):624-30.) อันจะทำให้เกิดเป็นริ้วรอยตามมา ในรำข้าวยังมี Phytic acid ซึ่งให้ผลดีหลายๆอย่าง ต่อการเป็น Antiaging

2.Baseแบ่งเป็นส่วนของน้ำ กับน้ำมัน ได้แก่
2.1ส่วนของน้ำ ได้แก่ น้ำ กับ Glycerin
2.2ส่วนของน้ำมัน ได้แก่
-Macadamia oil เป็นน้ำมันที่ค่อนข้างดี ให้ความชุ่มชื้นได้สูง
-Glyceryl stearate เป็นสารไขมันพื้นฐานทั่วไป
-Lanolin ได้จากขนแกะ ช่วยรักษาความชุ่มชื้นในผิวได้ดีมาก แต่อาจจะอุดตันรูขุมขนได้ในบางคน
-Mineral oil เป็นน้ำมันพื้นฐานในทางเครื่องสำอาง มีคุณสมบัติเคลือบผิวกันน้ำระเหย
-C13-14 Isoparaffinเป็นตัวช่วยละลายสาร และช่วยรักษาน้ำในผิว
-ส่วน Camellia sinensis leaf oil นี่ไม่แน่ใจว่าใช้แต่งกลิ่น หรือใช้เป็น Active เพราะขึ้นอยู่กับการสกัดด้วย ถ้าสกัดจากใบชาด้วยน้ำมัน Camellia leaf oil จะมีฤทธิ์ที่ดีในการเป็น Antioxidant, ลดรอยแผลเป็น ลดการเกิดสิว ลดการแพ้การระคายเคืองแต่ถ้าสกัดมาจากการกลั่นด้วยไอน้ำก็จะเป็นตัวแต่งกลิ่นเฉยๆ

3.สารอื่นๆ ได้แก่
3.1Emulsifier/Surfactant ได้แก่ Oleth-5, Oleth-10, laureth-7, Polysorbate 20 เป็นสารที่ไม่มีพิษไม่มีภัยอะไร แต่ก็ไม่ได้เสริมประโยชน์อะไรให้แก่ผิวเป็นพิเศษ
3.2สารเพิ่มความหนืด ได้แก่ Carbomer, Polyacrylamide, Sodium polyacrylate
3.3สารปรับ pH ได้แก่ Triethanolamineสารตัวนี้มีหลายๆคนกังวลถึงความปลอดภัย เพราะมันอาจจะเกิดเป็นสารที่ชื่อ Nitrosamine แต่จริงๆแล้วมันไม่มีอะไร ถ้าไม่มีสารบางตัวไปเร่งการเกิดปฏิกิริยา และการเกิดปฏิกิริยาส่วนมากอาศัยอุณหภูมิที่สูงมากๆ
3.4Preservatives ได้แก่ สารจับโลหะ EDTA สำหรับสารระงับเชื้อจุลินทรีย์อาจจะหวังผลจาก Camellia leaf oil กับสารสกัดพืชก็ได้

ถึงเวลาการให้คะแนน

cats

1.Actives การออกฤทธิ์เน้นไปที่เรื่องของความชุ่มชื้น และริ้วรอย การลดการอักเสบในผิว และเรื่อง Whitening อาจจะช่วยเรื่องสิวได้บ้าง เพราะน้ำมันใบชา กับสารสกัด Pepper ซึ่งโดยรวมก็ถือว่ามาครบถ้วนสมบูรณ์ จริงๆถ้ามีพวกวิตามินซี กับอี เสริมเข้ามาอีกน่าจะสมบูรณ์แบบ จุดนี้จึงขอให้ 4ฟลาสก์

2.Base ถ้าพิจารณาความสมบูรณ์ของเนื้อครีม สูตรนี้มีแค่ Glycerin อย่างเดียวในการจับน้ำให้ผิว แต่ส่วนของน้ำมันจากธรรมชาติ มีน้ำมันจาก Macadamia กับ Lanolin อยู่ ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี แต่ Lanolin อาจจะอุดตันได้ในบางคน ซึ่งในสูตรก็มีการแก้มาด้วยสารสกัดและน้ำมันใบชาที่ให้ผลเรื่องสิวได้ มีสารไขมันเคลือบผิวกันน้ำระเหยได้อยู่ แต่ก็ไม่ได้หรูเลิศมาก จุดนี้จึงขอให้ 4 ฟลาสก์ หักคะแนนเรื่องสารดูดน้ำกับ Lanolin ไปอย่างละนิด

3.Additives มีสารอยู่ไม่กี่ชนิด ที่เด่นคือ ไม่มีน้ำหอม ไม่มีพาราเบน ไม่มีซิลิโคน และไม่มีสารกันเสีย (Preservatives free) ถือว่าค่อนข้างดีเลยทีเดียว ดังนั้นในการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มาในแนวธรรมชาติแบบนี้จึงต้องใช้ไม้พาย หรือคอตตอนบัดตักครีมออกมาทาผิว หรือไม่ก็ล้างมือให้สะอาดก่อนทา และปิดฝาให้สนิท ไม่ควรเอามือสกปรกไปควักมาทา เพราะผลิตภัณฑ์ถูกรักษาสภาพไว้โดยสารสกัดพืชและน้ำมันใบชา จุดนี้ขอให้คะแนนกับความเป็นมิตรต่อทั้งคนและสิ่งแวดล้อม ขอให้ 5 ฟลาสก์

4.การใช้งาน ครีมตัวนี้เหมาะมากกับคนผิวแห้ง แต่ก็ไม่ได้เหนอะหนะมากจนเกินไปจนคนผิวมันหรือผิวธรรมดาใช้ไม่ได้ โดยรวมแล้วถือว่าค่อนข้้างทำมาได้ดีค่ะ สำหรับมี่ มี่ชอบความรู้สึก และความสนุกตอนใช้งาน ยืดๆ กดๆ ตบๆ สนุกไปอีกอย่างนึง ขอให้ 5 ค่ะ

รวม 18/20

ท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Bomul ด้วยนะคะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ทดลองใช้ค่ะ

ถ้าสนใจในรายละเอียดสามารถสอบถามได้ทางเฟสบุคของ Bomul เลยนะคะ

สำหรับวันนี้มีแค่นี้ ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

[Cosme-Diagnosis] Mistine hydracare moisturizing lotion

[Cosme-Diagnosis] Mistine hydracare moisturizing lotion

มี่พูดอยู่เสมอว่า ของไทยก็ดีไม่แพ้ของใดในโลก

วันนี้ก็มาตอกย้ำคำพูดตัวเองกับน้ำตบไฮยาจากมิสทีนค่ะ

จริงๆมันไม่ได้ชื่อน้ำตบไฮยานะคะ มี่เรียกเอง ชื่อจริงๆของมันก็คือ

ก็คือ Mistine Hydracare Moisturizing Face lotion

ขึ้นชื่อว่า Lotion แต่ก็เป็นแบบน้ำใสๆเหมือน lotion จากฝั่งญี่ปุ่นเชียวนะคะ

mistine1

อันนี้ไปได้มาจากร้านเชียงใหม่คอสเมติกส์ค่ะ ราคาไม่น่าจะเกิน 70 บาท

ส่วนผสมนี่คือ อลังอยู่นะ

แต่ก่อนจะไปรีวิวส่วนผสม ดูเนื้อก่อนดีกว่าค่ะ

mistine2

mistine3

มันจะเป็นน้ำใสๆ เหลวๆ ไม่หนืด เกลี่ยง่าย แห้งไวดี ค่ะ

แต่มี่เป็นคนผิวแห้งมากๆ อันนี้เอาไม่อยู่เลย สุดท้ายก็ขึ้นหิ้งไปค่ะ

ส่วนผสมก็อลังการดีนะคะ

Water, Glycerin, Butylene glycol, Phenoxyethanol, Triple Hyalu-Smoother (Sodium hyaluronate, Hydrolyzed hyaluronic acid, Hydrolyzed sodium hyaluronate), Hydroxyethylcellulose, Glyceryl acrylate/acrylic acid copolymer, Methylisothiazolinone, 3-O-Ethyl ascorbic acid, Sodium chloride, Prunus yedoensis leaf extract

เห็นส่วนผสมแล้วก็แปลกใจนะ ปกติของมิสทีนนี่แบบว่ามาเป็นมหกรรมแห่งพาราเบนเลยค่ะ
(Parabens พาราเบน เป็นสารกันเสียที่มีรายงานว่าเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งได้ค่ะ ทำให้หลายๆประเทศห้ามใช้ และคาดว่าในไทยจะมีการควบคุมเร็วๆนี้)

ลองดูคุณสมบัติของสารแยกตามหน้าที่ดีกว่าค่ะ

1.กลุ่ม Actives เป็นพวกสารออกฤทธิ์ค่ะ มีส่วนของสารตระกูล Hyaluron กับวิตามินซี ได้แก่

-ส่วนผสมของ Sodium hyaluronate, Hydrolyzed hyaluronic acid และ Hydrolyzed sodium hyaluronate ปกติพวก Hyaluronate มีผลเกี่ยวกับเรื่องความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นของผิว โดยตัวมันจะอุ้มน้ำไว้ พวกที่ Hydrolyzed แล้วก็มีขนาดที่เล็กลงทำให้ดูดซึมเข้าผิวได้ง่ายขึ้น

-3-O-Ethyl ascorbic acid เป็นรูปแบบใหม่ของวิตามินซีที่ Claim กันว่าดูดซึมเข้าผิวง่าย เพราะมีขนาดเล็ก แต่ก็เป็นคำ Claim จากผู้ผลิต ซึ่งอาจจะมี Bias วิตามินซีมีประโยชน์เป็น Whitening, Antioxidant และเป็นองค์ประกอบของการสร้างคอลลาเจนในผิว

-Prunus yedoensis leaf extract คือ สารสกัดจากใบซากุระ สารสกัดจากใบไม่พบข้อมูลในฐานข้อมูล ข้อมูลจากผู้ผลิตบอกว่ามีสารจำพวก Flavonoid และ Coumarin ช่วยทำหน้าที่เป็น Anti-oxidant, Anti-inflammatory, Whitening และช่วยซ่อมแซมผิวหนังที่เสียหาย บริษัททำวิจัยทดสอบผลของสารสกัดนี้กับผิวหนังที่ถูก Sodium Lauryl Sulfate ทำให้เกิดความเสียหาย พบว่าสารสกัดจากใบซากุระช่วยลดความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ (Sakura Extract B ของ บ. Ichimaru Pharcos)

2. กลุ่ม Base เป็นส่วนหลักของผลิตภัณฑ์ ซึ่งมาในรูปแบบน้ำใส (Solution) มีแต่ส่วนของน้ำ ได้แก่ Water, Glycerin, Butylene glycol

3. กลุ่ม Additives เป็นพวกสารอื่นๆได้แก่

3.1สารเพิ่มความหนืด ได้แก่ Hydroxyethylcellulose และ Glyceryl acrylate/acrylic acid copolymer

3.2Preservatives ก็จะมี Phenoxyethanol กับ Methylisothiazolinone เป็นตัวป้องกันเชื้อจุลินทรีย์

3.3Sodium chloride ทำได้หลายหน้าที่

ถึงเวลาให้คะแนน

1.Actives มีส่วนผสมของ Hyaluron 3 ชนิด ซึ่งก็มีตัวปกติ กับตัวที่ Hydrolzyed แล้ว ซึ่งน่าจะดูดซึมเข้าผิวได้มากกว่า เสริมด้วยวิตามินซี กับสารสกัดใบซากุระ ที่น่าจะให้ผลเรื่อง Whitening กับ Antioxidant โดยรวมตัวนี้ก็ให้ทั้งความชุ่มชื้นและ Antioxidant, Whitening แต่อาจจะยังไม่ได้เด่นชัดมากนัก คือถ้าดูตามการออกฤทธิ์ก็ถือว่าครบ แต่รู้สึกว่ามันน้อยไปหน่อย ขอให้ 4 ฟลาสก์

2.Base มีแค่ น้ำ Butylene glycol และ Glycerin ไม่มีส่วนผสมของ Alcohol แต่สารดึงน้ำสองตัวนี้เป็นตัวที่ Basic มาก แต่ก็ยังดีกว่าการที่มีแค่ Glycerin อย่างเดียว จึงขอให้ 4 ฟลาสก์

3.Additives มีส่วนผสมแค่ไม่กี่ชนิด สารที่ใช้ก็ไม่ได้เป็นพิษเป็นภัยอะไร จริงๆแอบแปลกใจด้วยนิดนึงเพราะว่าปกติแบรนด์นี้ชอบใส่มหกรรมครอบครัวพาราเบน แต่อันนี้กลับไม่ใช่ และที่สำคัญคือยังไม่มีน้ำหอมอีก ขอให้ 5 ฟลาสก์

4. คะแนนการใช้งาน สำหรับคนผิวแห้งมากๆ อันนี้เอาไม่อยู่แน่ๆค่ะ แต่ถ้าคนผิวมันอยากเติมน้ำให้ผิว คิดว่าอันนี้น่าจะตอบโจทย์ค่ะ แต่สำหรับตัวมี่เองขอให้ 3 ฟลาสก์ค่ะ

รวม 16/20

สำหรับวันนี้ก็มีแค่นี้ค่ะ พบกันใหม่คราวหน้า สวัสดีค่ะ

[Cosme-Diagnosis]TonyMoly BCDation

[Cosme-Diagnosis]TonyMoly BCDation

ปกติมี่ไม่เคยรีวิวรองพื้นเลยค่ะ จนกระทั่งมาสัมผัสกับเจ้านี่ นางอุดมด้วยส่วนผสมที่ช่วยบำรุงผิวหนังได้เลอค่ากว่า Skincare บางอันเสียอีกค่ะ

เจ้า BCDation ตัวนี้มี่ไปได้มาตอนไปเกาหลีเมื่อเดือน มิย ปีที่แล้ว ตอนนั้นมีโปรซื้อ 1 แถม 1 แต่เป็นซื้อขนาดปกติเป็นขวด แถมหลอดเล็ก 20 กรัมให้ค่ะ

ทางแบรนด์ Claim ว่า BCDation = BB + CC + Foundation

ประมาณว่าขวดเดียวจบ

สีที่

มี่่เลือกมาคือสีเบอร์สองค่ะ

tm1-e

ลองสวอทช์เทียบกับ Illamasqua ลูกรักนะคะ
tm4-etm5tm6

จะเห็นว่าเนื้อสัมผัสค่อนข้างคล้ายเลยทีเดียว ทั้งการทาแล้วออกมาเป็นเนื้อแป้ง

ลองมาดูส่วนผสมดีกว่าค่ะ

tm3

อันนี้อ่านไม่ออกค่ะ ยอม ประมาณว่าปราศจาก 8 สารต้องห้าม เนียนได้ 24 ชั่วโมง มั้ง??

tm2

จะเห็นว่าอลังมาก

เอาแบบสรุปก่อนนะคะ เผื่อใครขี้เกียจอ่านยาวๆ

1. Actives คือ สารออกฤทธิ์ มีอยู่ค่อนข้างสมบูรณ์ ทั้ง Antioxidant, Anti-inflammatory, Whitening, กระชับรูขุมขน ควบคุมความมัน เพิ่มความชุ่มชื้น และเป็น Anti-aging โดยไปกระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจนได้ ซึ่งก็ถือว่าเกือบจะสมบูรณ์แบบ ถือเป็น Skincare ชิ้นหนึ่งได้เลย จึงขอให้ 5 ฟลาสก์

2. Base ปกติผลิตภัณฑ์ประเภท Emulsion ถ้าพิจารณาให้คะแนนจากความสมบูรณ์ของการเป็น Moisturizer คือต้องมีสารชอบน้ำที่ดูดน้ำให้ผิว สารไขมันจากธรรมชาติ และสารไขมันเคลือบคลุมผิว ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้มีสารที่ดูดน้ำให้ผิวอยู่หลายตัว ทุกตัวมีประสิทธิภาพที่ค่อนข้างดี และไม่ระคายเคือง มีน้ำมันจากพืชธรรมชาติอยู่หลายชนิด และมีสารเคลือบคลุมผิวกันน้ำระเหยอีกหลายตัว จึงขอให้ 5 ฟลาสก์

3. Additives มีอยู่หลายชนิด บางชนิดก็ให้คุณสมบัติบำรุงผิวเสริมเข้ามาด้วย จะมีก็ขอติเรื่อง Grapefruit oil ซึ่งมีสารกลุ่ม Coumarins ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอาการแพ้แสงได้ในบางราย จึงควรหลีกเลี่ยงการทำงานหรือออกกำลังการแจ้งเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ จึงขอให้ 4 ฟลาสก์

คะแนนส่วนผสม 14/15
คะแนนการใช้งาน 4/5

รวม 18/20 ค่ะ

แบบเจาะลึกจัดเต็มค่ะ

1. Actives เป็นสารที่ทำให้เครื่องสำอางมีฤทธิ์ทางชีวภาพ ขอแบ่งเป็น 3 กลุ่มตามแหล่งที่มา ได้แก่

1.1 สารสำคัญที่ได้จากกระบวนการทาง Biotechnology ได้แก่

– Pseudoalteromonas ferment extract รู้จักกันในชื่อทางการค้าว่า Antarcticine ของบ. Lipotec ได้จากการแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่พบในธารน้ำแข็ง ประกอบด้วยสารกลุ่ม Tripeptide ซึ่งมีคุณสมบัติในการกระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจนและอิลาสติน จึงช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้น ริ้วรอยลดลง นอกจากนี้มีคุณสมบัติในการเพิ่มความชุ่มชื้น และช่วยในกระบวนการสมานแผล (Promote Wound-healing) เวลาผิวหนังเกิดความเสียหาย ก็จะช่วยให้ซ่อมแซมตัวเองได้ไวขึ้น (ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบ)

1.2 สารสำคัญที่เป็นสารสกัดจากธรรมชาติ ได้แก่

– น้ำคั้นจาก Birch (Betula platphylla japonica juice) สารสกัดจากพืชตัวนี้มีรายงานเกี่ยวกับฤทธิ์ Antioxidant (Life Sci. 2004; 74(8):1013-26.) และสามารถป้องกันการเกิดผื่นการแพ้ ที่คล้าย Atopic dermatitis ในหนูทดลองได้ (J Ethnopharmacol. 2008; 116(2):270-8.) ส่วนข้อมูลจากผู้ผลิตบอกว่า มีคุณสมบัติคล้ายเอสโตรเจน และกระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจน (Birch sap จาก บ. Koei Kogyo)

– Witch hazel extract (Hamamelis verginiana) รู้จักกันดีเพราะคุณสมบัติความเป็น Astringent ช่วยกระชับรูขุมขน ควบคุมความมัน สำหรับรายงานการวิจัยมีระบุถึงฤทธิ์ในการต้านการอักเสบ (J Pharm Pharmacol. 1994; 46(4):286-90.) และมีสารประกอบจำพวก Tannin และ Proanthocyanidins (Planta Med. 1988; 54(5):454-7.) ซึ่งพวกนี้มีฤทธิ์ Antioxidant ที่ดี

– สารสกัดจากพืชตระกูลสน (Pinus densiflora extract) มีรายงานเกี่ยวกับฤทธิ์ Antioxidant และคุณสมบัติในการปกป้อง DNA ไม่ให้ถูกทำลายจากอนุมูลอิสระ (Prev Nutr Food Sci. 2012; 17(2):116-21.) ซึ่งพืชตระกูลสนก็จะมีสารในกลุ่ม Proanthocyanidins ที่มีฤทธิ์แรง อยู่เกือบๆทุกสายพันธุ์ และมักจะมีคุณสมบัติเป็น Whitening อยู่ในตัวด้วย

– สารสกัดจากรากหญ้าคา (Imperata cylindrica root extract) มีรายงานการวิจัยระบุว่าในหญ้าคามีสารประกอบกลุ่ม Polysaccharide ที่มีคุณสมบัติกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ (Planta Med. 1999; 65(6):549-52.) ผู้จำหน่ายวัตถุดิบบอกว่าสารสกัดนี้มีคุณสมบัติช่วยควบคุมความดันในเซลล์ผิว และช่วยรักษาน้ำในผิวหนังชั้นนอก ควบคุมความชุ่มชื้นในผิวได้ 24 ชั่วโมง (Vegesome Moist 24 ของ บ.Sederma)

– สารสกัดจากถั่วเขียว (Phaseolus radiatus seed extract) ถั่วเขียวเป็นพืชหนึ่งที่ทางเกาหลีชอบนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในเครื่องสำอาง เพราะมีโปรตีน กรดอะมิโน ฟลาโวนอยด์หลายๆชนิด ในฐานข้อมูลงานวิจัยยังไม่มีรายงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับทาง Skincare แต่ถ้าลองค้นในฐาน Patent จะเจอเป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ Anti-aging ส่วนข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบบอกว่า สารสกัดจากถั่วเขียวสามารถปรับสภาพผิวให้ผิวนุ่มนวลเนียนและกระจ่างใส

– Oatmeal extract (Avena sativa extract) ส่วนของ Oatmeal มีรายงานเกี่ยวกับคุณสมบัติในการต้านการอักเสบ (Anti-inflammatory) ของเซลล์ผิวหนัง (Int J Tissue React. 2003; 25(2):41-6.) และช่วยป้องกันความระคายเคืองจากสารเคมีในผิว (การทดสอบใช้ SLS เป็นสารที่ทำให้ผิวหนังเกิดการระคายเคือง) (Skin Pharmacol Appl Skin Physiol. 2002; 15(2):120-4.) นอกจากนี้เนื่องจากใน Oatmeal มีทั้งคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนจึงให้ผลเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้ด้วย

– น้ำมันจากพืชต่างๆหลายชนิด ได้แก่ Babassu (Orbignya oleifera), มะรุม (Moringa oleifera), ทานตะวัน, Meadowfoam, Argan, มะกอก และ Baobab (Adansonia digitata) ซึ่งบางชนิดเป็นพืชหายากที่ใช้กันบางเขตของโลก เหมือนเป็นการตลาดด้วยส่วนหนึ่ง เพราะปกติน้ำมันจากพืชจะมีสารประกอบกรดไขมันต่างๆ Phytosterol Phospholipid และสารอื่นๆที่สามารถดูดซึมเข้าสู่ผิวหนังได้ ให้ผลเพิ่มความชุ่มชื้นโดยไปทดแทนไขผิวหนังที่เสียสภาพไป อาจจะให้ผลลดริ้วรอยได้ แต่บางคนอาจจะแพ้น้ำมันพืชบางอย่าง หรือเกิดการอุดตันรูขุมขนจากน้ำมันได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่คาดเดาไม่ได้ในแต่ละบุคคลจึงควรทดสอบก่อน

1.2 สารสำคัญที่เป็นสารบริสุทธิ์ ได้แก่

– Sodium hyaluronate มีบทบาทในเรื่องการเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนัง

– Niacinamide หรือ วิตามินบี 3 ตัวนี้มีบทบาทหลายๆอย่าง ทั้งในเรื่องการเป็น Whitening ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ ลดการอักเสบ เพิ่มการไหลเวียนเลือด กระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า (Int J Cosmet Sci 2005; 27:255–261)

– Adenosine เหมือนเป็นสารชั้นสูงที่ใช้กันในเคาน์เตอร์แบรนด์ โดยเฉพาะแบรนด์ L แต่ปัจจุบันก็เห็นมีใช้กันหลายแบรนด์ Claim กันว่าเป็นองค์ประกอบของสารให้พลังงานของเซลล์ที่ชื่อ ATP ก็จะช่วยประสานการทำงานต่างๆของเซลล์ เพิ่มพลังให้เซลล์ ว่ากันไป ซึ่งถ้าอิงจากฐานข้อมูลงานวิจัยมีกล่าวถึงผลเกี่ยวกับการลดริ้วรอยอยู่ (J Cosmet Sci. 2007; 58(2):147-55.)

– Acetyl heptapeptide-9 ตัวนี้ใช้คู่กับ Colloidal gold นำมาจับกัน (Conjugated) เพื่อเพิ่มการดูดซึมเข้าสู่ผิว ออกฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของ Fibroblast เพื่อให้สังเคราะห์คอลลาเจนเพิ่มขึ้น ทำให้ริ้วรอยต่างๆดูจางลง

– Oxygen อันนี้ไม่ทราบวัตถุประสงค์จริงๆค่ะ เป็นเทรนด์ของเกาหลีที่ชอบบอกว่าเติม Oxygen ให้ผิว แต่ Oxygen ถ้ามีมากเกินไปและถูกเหนี่ยวนำให้เป็น Radical (อนุมูลอิสระ) จะทำร้ายผิวได้

2.เนื้อผลิตภัณฑ์ ได้แก่

2.1 ส่วนของน้ำ ได้แก่ น้ำ, Propylene glycol, Butylene glycol, Pentylene glycol, Dipropylene glycol, Butylene glycol Dicaprate/Dicaprylate ซึ่งให้คุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิวได้ดี

2.2 ส่วนของน้ำมัน ได้แก่

– น้ำมันจากพืชหลายๆชนิด ที่ดูดซึมเข้าผิวได้ (กล่าวในส่วนของ Active ingredients) และ Hydrogenated vegetable oil

– สารเคลือบคลุมผิวรักษาความชุ่มชื้น ได้แก่ Hydrogenated polydecene, Methyl hydrogenated rosinate, Ethylhexyl olivate, Hexyl laurate ซึ่งทำหน้าที่ป้องกันน้ำระเหยออกจากผิวหนัง

3.สารองค์ประกอบอื่นๆ

3.1 อนุพันธ์ของซิลิโคน ได้แก่ Cyclopentasiloxane, Phenyltrimethicone, Cetyl PEG/PPG-10/1 Dimethicone, Cyclohexasiloxane, Dimethicone, Cetyl dimethicone, Triethoxycaprylylsilane, Hydrogenated dimethicone พวกนี้ทำหน้าที่แตกต่างกันไป และยังช่วยให้สัมผัสที่ดีตอนทาครีม ช่วยเคลือบคลุมผิวให้เรียบเนียน รู้สึกดี

3.2 Emulsifier/Surfactant ได้แก่ Polyglyceryl-4 isostearate ตัวนี้ให้สมบัติเพิ่มความชุ่มชื้นได้, Sorbitan isostearate, Sorbitan olivate, Disteardimonium hectorite ตัวนี้เป็นอนุพันธ์ของ Hectorite ซึ่งเป็นแร่ที่ได้จากธรรมชาติ เป็น Emulsifier จะให้ครีมที่มีเนื้อเนียนและมีสีขาว เป็นสารเพิ่มความหนืดในตัว ทำให้ครีมที่ได้มีความหนืดเหมาะสม แผ่กระจายบนผิวได้ดี และเป็นมิตรกับผิว

3.3 สารเพิ่มความหนืด ได้แก่ Glyceryl polymethacrylate, Gelatin และ Acacia gum ซึ่งสองตัวหลังเป็นสารที่ได้มาจากธรรมชาติ

3.4 Preservatives ได้แก่ Phenoxyethanol, 1,2-hexane diol, Caprylyl glycol, Ethylhexylglycerine 3 ตัวหลังมีฤทธิ์ฤทธิ์ระงับเชื้ออ่อนๆ นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้ด้วย

3.4 Pigment/Mineral ได้แก่ Titanium dioxide, Zinc oxide 2 ตัวนี้ให้สีขาว และมีคุณสมบัติเป็น Physical sunscreen ได้เมื่อใช้ในความเข้มข้นค่าหนึ่งขึ้นไป, Talc เป็นแร่ที่มีคุณสมบัติช่วยดูดซับความมันบนผิวได้ ไม่มีคุณสมบัติที่ให้สี, CI77491, CI77492, CI77499 3 ตัวนี้ เป็น Iron oxides สีเฉดเหลือง-ส้ม

3.5 สารแต่งกลิ่น/น้ำหอม ได้แก่ Grapefruit peel oil กับ Fragrance ซึ่ง Grapefruit peel มีสารพฤกษเคมีกลุ่ม Coumarins ที่อาจจะทำให้เกิดภาวะไวต่อแสงแดดได้ในบางราย จึงอาจจะระวังเวลาออกไปแดดจัดๆนานๆ

3.6 สารที่มีหลายหน้าที่ มีสองตัว

– Triethyl citrate ตัวนี้เป็น Ester ของ Citric acid มีหลายๆหน้าที่เช่นเป็น Solvent ช่วยละลายสาร และก็ทำหน้าที่ระงับการหลั่งเหงื่อ ซึ่งก็เป็นไปได้ทุกหน้าที่ นอกจากนี้ก็สามารถใช้เป็น Fixative ในผลิตภัณฑ์ประเภทน้ำหอมให้กลิ่นติดทนนานได้ มีวัตถุดิบตัวหนึ่งของบริษัท Elementis ชื่อว่า Bentone gel ประกอบด้วย Disteardimonium hectorite, Phenyltrimethicone และสารตัวนี้ ทำหน้าที่เป็นสารเพิ่มความหนืด และช่วยปรับลักษณะของผลิตภัณฑ์ให้แผ่กระจายได้ง่าย ไม่เหนอะหนะ ช่วยให้ผิวนุ่ม แลดูเงางาม ควบคุมความมัน ซึ่งก็ถือว่าเป็นคุณสมบัติของรองพื้น/BB ที่ดี

– Calcium stearate ตัวนี้สามารถเป็นสารให้สี สารป้องกันเม็ดสี(ของแข็งที่ไม่ละลาย)ตกตะกอนและอัดกันแน่น (Caking) เพิ่มความคงตัวของ Emulsion ควบคุมความหนืด
จะเห็นได้ว่าค่อนข้างมาเต็มเลยทีเดียว ถ้าใครผิวขาวๆหน่อยน่าจะจัดได้ค่ะ เนียนผ่องได้ทั้งวี่วันค่ะ

[MiiYeon’s NewBies]~My new items for 2015

[MiiYeon’s NewBies]~My new items for 2015

ปีใหม่ เราก็ต้องซื้อของใหม่เข้าบ้าน

ก็เลยได้ฤกษ์ลองของใหม่ๆ หลายๆอย่างเลยค่ะ

new 1

เริ่มด้วย

1. Cleansing water จาก Nature republic อันนี้เห็นสาวเกาหลีรีวิวความอลังของนางไว้ เลยจัดมาลองบ้างค่ะ แต่ ณ วันนี้ยังไม่ได้ลองเลย รอลูกรักอันเก่าหมดก่อน

2. Holika Holika wine therapy sleeping pack สูคร Red wine จริงๆอันนี้ซื้อมาผิด เคยลองเทสเตอร์ไป แต่ไม่รู้ว่ามัน red หรือ White เลยลองสั่ง Red มา แทบกรี๊ดค่ะ ผิดอันกับเทสเตอร์ที่เคยใช้

3. Etude house my castle
ครีมทามือรูปบ้านน่ารักๆ เคยเห็นคุณส้มรีวิวไว้เลยอยากได้บ้าง มี่เลือกมาสองกลิ่นค่ะ เป็นกลิ่นกุหลาบ กับ คุกกี้ เพราะชอบกลิ่นแนวๆประเภทนี้อยู่

new 2

ซื้อมาเพราะแพคเกจน่ารัก เท่านั้นเลยจริงๆ – -*

แต่ยังไม่ได้ลองใช้นะคะ รอ It’s Skin Cookie and Hand cream หมดก่อน

4. มาสก์ลอกเท้าจาก Nature republic

อันนี้เห็นรีวิวในพันทิป เลยอยากลองมั่ง แต่จนวันนี้ยังไม่กล้าลองเลยค่ะ กลัว

5. มาสก์บำรุงเท้าจาก Innisfree

กะว่าหลังจากเท้าลอก จะเอาอันนี้มาบำรุงต่อ

6. ลิปมัน I want chu จาก Holika Holika

อันนี้ซื้อมาด้วยความน่ารักกุ๊บกิ๊บ คือ คอนเซปท์ของนางจะประมาณว่า ให้ผู้ชายทากลิ่นหนึ่ง ผู้หญิงทาอีกกลิ่นนึง ละเวลาจุ๊บกัน จะได้เป็นรสชาดใหม่ๆ ค่ะ

ซื้อมาไปอย่างนั้นหละ ด้วยความน่ารัก ไอเดียบรรเจิดของมัน จริงๆมี่ยังไม่มีคู่ค่าา 55555

7. แผ่นลอกสิวเสี้ยน Pig nose ของ Holika Holika

ตัวนี้เคยไปหิ้วมาเองจากเกาหลี อันนี้ด้วยความชอบกลิ่นล้วนๆเลยค่ะ ประสิทธิภาพยังสู้บีโอเร สูตรสีดำไม่ได้ แต่ก็น่าจะดีที่สุดในบรรดาพอร์แพคของเกาหลีละค่ะ

จบกลุ่มพรีออร์เดอร์ ต่อไปเป็นสินค้าลดราคาในร้าน Karmarts บ้างค่ะ

new 3

เห็นนางติดป้ายหน้าร้านใหญ่โตว่าลดราคาปีใหม่ ทำไงได้ อำนาจต้านทานการลดราคาของหญิงต่ำมากกกกกกกกกกกกกกก

สุดท้ายก็เข้าไปค่ะ

ได้เจ้า No.1 Frink มาสองตัว ตัวแรกเป็น Essence คล้ายๆน้ำป้าเจี๊ยบกับ Tony moly เลยค่ะ ลดแล้วเหลือ 270 นิดๆมั้งคะ ไม่ได้เก็บใบเสร็จไว้

อีกตัวเป็น All day ampoule เหลืออยู่ 220 นิดๆมั้งคะ ตัวนี้ใช้ได้เกือบอาทิตย์ละค่ะ รู้สึกอะไรมั้ย ยังไม่รู้สึกนะ – -*

คงเพราะช่วงนี้หน้าหนาว หน้าฉันแห้งแตกลอกแดงมากมาย

แต่ก็ยังใช้กันต่อไปค่ะ

สุดท้ายก็ไปซื้อของ It’s Skin ค่ะ ตอนนาง Sale ยกร้าน 50%

ละนางแถมเซตหอยทากชื่อดังระดับโลกให้มาลอง

new 10

ตอนนี้กำลังเริ่มใช้ค่ะ แล้วจะเขียนรีวิวมาอีกทีนึงค่ะ

[Mini Review]~Battles of eleven sleeping packs

[Mini Review]~Battles of eleven sleeping packs

promote sleeping pack

ส่วนตัวมี่พึ่งรู้จัก Sleeping pack มาได้ไม่นาน โดยตัวเเรกที่ใช้เป็นเจ้า Panda dream whitening sleeping pack จาก Tony Moly ค่ะ ซื้อมาเพราะกระปุกรูปแพนด้า เท่านั้นเลย จริงๆ

อีกตัวที่ใช้เป็น Holika Holika Pig nose ค่ะ แต่ตัวนี้มี่ใช้แล้วมันร้อนวูบวาบ เลยส่งต่อให้น้องสาวไปเรียบร้อย นางใช้แล้วไม่แพ้ไม่วูบวาบ เห็นนางว่าดีอยู่ค่ะ

ตัวสุดท้ายที่ได้ลองเป็น Wine therapy ได้มาเป็น Tester ตอนไปซื้อของที่ชอป ใช้แล้วรู้สึก “Fulfill” ฟูฟิน” มาก สุดท้ายสั่งซื้อมา เอ๊า สั่งผิด ดันสั่งรุ่นไวน์แดงมา เป็นเจลๆค่ะ ตัวที่ได้ลองเป็นเนื้อครีม (แอบไปร้องไห้)

พวกนี้หาส่วนผสมไม่ได้เลยไม่ได้เอามาจัดค่ะ

ถ้าเราพูดถึง Sleeping pack จริงๆมันก็ไม่มีอะไรมาก มันก็เป็นแค่เจล หรือครีม ธรรมดาๆ ที่ไม่ค่อยจะดูดซึมเข้าผิว แต่มันจะสร้างฟิล์มบางๆเคลือบผิวเพื่อปกคลุม (เรียกว่า Occlusive effect) ผิวหนังไว้ค่ะ

สารที่ก่อฟิล์มนี้ ก็ได้แก่ พวก Polymer ต่างๆ หรือ น้ำมันบางชนิดค่ะ

Occlusive แล้วดีไหม???

ทั้งดี และ ไม่ดีค่ะ

ส่วนที่ดี ก็คือ การ Occlusive จะช่วยปกป้องไม่ให้น้ำระเหยออกจากผิว และเป็นการเพิ่มการดูดซึมสารต่างๆเข้าสู่ผิว

ส่วนที่ไม่ดี ก็คือ การ Occlusive จะทำให้
1. สารที่ดูดซึมลงไปได้มากขึ้น อาจจะไปกระตุ้นให้เกิดการแพ้หรือการระคายเคืองได้
2. เชื้อจุลินทรีย์ต่างๆเจริญเติบโตได้ดีขึ้น
3. แผลจะหายได้ช้าลง

จากเหตุผลนี้ มี่คิดว่า Sleeping pack ไม่ควรใช้ทุกวัน ไม่ควรใช้ในคนที่ผิวหน้ามีแผล ไม่ควรใช้ในคนที่มีสิวอักเสบเป็นหนองอยู่ค่ะ

สรุปคะแนนค่ะ

point 1point 2

รายละเอียดเพิ่มเติมอ่านได้ที่เวบพันทิปเลยค่ะ

http://pantip.com/topic/33057224

[Review]~Mistine White Spa Snail Pink Whitening lotion

[Review]~Mistine White Spa Snail Pink Whitening lotion

วันนี้มี่มารีวิวโลชั่นหอยทากของมิสทีนให้ชมค่ะ ตัวนี้พึ่งออกมาไม่นานมานี้ ลองใช้ได้ราวๆอาทิตย์กว่าแล้วค่ะ รู้สึกว่าโอเคเลยนะ ส่วนผสมก็อลังการเลอค่า ชนิดถีบเคาน์เตอร์แบรนด์บางอันตกแท่นได้เลยหล่ะ

อยากรู้แล้วใช่ม๊า มาเริ่มกันดีกว่าค่ะ

snail 1-e

ดูเนื้อของนางก่อนเนาะ นางจะมีเนื้อสีขาวๆ หนืดๆ ยืดๆ ปั๊มออกจากขวดยากนิดนึง ตอนทาจะเกลี่ยง่าย แต่ซึมยากนิดนึง ต้องใช้เวลาค่ะ แต่สำหรับคนผิวแห้งนี่คงชอบมากๆเลย เพราะมันชุ่มผิวดี

snail 3-e

พอดูดซึมแล้วจะชุ่มๆอยู่คะ แต่ไม่ถึงกับเหนอะหนะมากมาย

snail 4-e

ส่วนผสมค่ะ (คือมันยาวอ่ะ T^T)

snail 2-e

ส่วนผสมหลักๆของนางก็จะเป็น

* Snail Secretion Filtrate หรือ เมือกหอยทากนั่นเอง มาในลำดับต้นๆก่อนพวกซิลิโคนเลย นี่ก็คือแอบดีใจนะ แต่ ลำดับส่วนผสมเราเชื่ออะไรมันมากไม่ได้จริงๆค่ะ

ประโยชน์ของเมือกหอยทากที่มีการศึกษาแล้วก็คือ คุณสมบัติเกี่ยวกับเรื่องการลดริ้วรอย และการดูแลผิวที่เกิดริ้วรอยก่อนวัย (เรียกว่า Photoaging) (Ref: Cosmetic Dermatology. 2009; 22(5):250 กับ Journal of drugs in dermatology. 2013; 12(4):456.)

ส่วนคุณสมบัติอื่นๆที่ Claimๆ กัน ยังไม่มีการพิสูจน์ลงในวารสารวิชาการค่ะ

* Camellia japonica seed oil คือ น้ำมันจากเมล็ดชา อุดมไปด้วยกรดไขมันดีๆที่มีคุณสมบัติบำรุงผิวได้ดีค่ะ

* Niacinamide คือ รูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 มีบทบาทหลายๆอย่าง ทั้งในเรื่องการเป็น Whitening ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ ลดการอักเสบ เพิ่มการไหลเวียนเลือด กระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า (Int J Cosmet Sci 2005; 27:255–261)

* Hydrolyzed collagen กับ Sodium hyaluronate เป็นเรื่องความชุ่มชื้นค่ะ

(ทำไมถึงจัด Hydrolyzed collagen เป็นสารให้ความชุ่มชื้นหน่ะหรอ เพราะว่าขนาดมันยังใหญ่ไป เลยซึมเข้าผิวได้น้อยค่ะ)

* Oligopeptide-68 ตัวนี้ มี่ว่าเป็นจุดเด่นที่สุดของขวดนี้เลยหล่ะ สารตัวนี้มีคุณสมบัติเป็นเปปไทด์ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสีผิว โดยออกฤทธิ์ที่ซับซ้อนค่ะ (เกี่ยวกับระบบ Inflammatory และ TGF-Beta) เป็นไวท์เทนนิ่งที่มีกลไกแปลกๆและถือว่าใหม่ ตัวนึงเลยทีเดียว

อันนี้คาดว่าน่าจะใช้ในรูปแบบของ Liposome จากบริษัท Lucas-Meyer เพราะส่วนผสมไปตรงกับ Beta-White ของ Lucas meyer พอดีเป๊ะ (คือ Water (and) Butylene Glycol (and) Hydrogenated Lecithin (and) Sodium Oleate (and) Oligopeptide-68 (and) Disodium EDTA)

— Liposome เป็นชื่อของตัวพาสารเข้าสู่ผิวรูปแบบหนึ่งค่ะ

แต่เราคงคาดหวังอะไรกับ Liposome มากไม่ได้นะคะ เพราะความคงตัวของมันค่อนข้างน้อยค่ะ แต่ก็จะดีกว่าไม่ได้ใช้แหล่ะ

ส่วนสารอื่นๆก็ถือว่าโอเคค่ะ แต่เสียตรงสารกลุ่ม Parabens ตัวนี้เป็นสารกันเสียตัวนึงที่มีรายงานเกี่ยวกับการเพิ่มความเสี่ยงในการก่อมะเร็งค่ะ แม้ว่าจะไม่ชัดเจนก็ตาม แต่หลายๆประเทศก็ต่อต้านกันพอสมควรค่ะ

อีกจุดคือ กลิ่นค่ะ ดูเหมือนจะใส่น้ำหอมมาพอควรเลยหล่ะ ใครแพ้ง่ายๆ ทดสอบการแพ้ก่อนใช้นะคะ

อีกจุดนึงค่ะ หอยทากเป็นโปรตีน สามารถทำให้เกิดการแพ้ได้นะคะ ควรทดสอบการแพ้ก่อนใช้เสมอค่ะ

ให้คะแนนดีกว่าค่ะ

เนื้อสัมผัส ให้ 3.5/5
การดูดซึม ให้ 2.5/5
ส่วนผสม ให้ 5/5
ความพึงพอใจหลังใช้ 1 สัปดาห์ ให้ 4/5

รวม 15/20 ค่ะ

สำหรับวันนี้ก็มีแค่นี้ ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนจบค่ะ

[Beauty Talks] Winter Skincare

[Beauty Talks] Winter Skincare

รู้สึกว่าช่วงนี้หาสาระไม่ค่อยได้ วันนี้เลยมาจัด Winter Skincare ต้านลมหนาวค่ะ

หลายๆคนเลยคงเกิดคำถามว่า หน้าหนาวแล้วโบกครีมโบกโลชั่นยังไงผิวก็ยังแห้งยังลอกอยู่ไม่หายซักที สุดท้ายก็ต้องไปลงเอยกับเวชสำอางแพงๆ แล้วก็ดีขึ้นกระจิ๊ดนึง

วันนี้มาไขคำตอบให้ค่ะ

สืบเนื่องจากบทความคราวก่อน เราเมาท์กันเรื่องมอยส์เจอไรเซอร์ ว่ามันจะประกอบด้วยสารสามกลุ่มหลักๆคือ

moisture 4

1. Humectant คือ สารดูดน้ำให้ผิว
2. Emollient คือ สารไขมันที่ดูดซึมได้ ช่วยให้ผิวนุ่ม
3. Occlusive คือ สารไขมันที่ไม่ดูดซึม ทำหน้าที่เคลือบผิวกันน้ำระเหยออกจากผิว

เพราะผิวเรามีน้ำมากกว่าอากาศ น้ำในผิวมันก็เลยจะต้องออกไปหาอากาศ ตามหลักเคมีทั่วไปค่ะ แต่ โชคดีที่ผิวเรามี Barrier ซึ่งเกิดมาจาก Ceramide/Cholesterol และสารจับน้ำในผิว ที่เราเรียกว่า NMF คอยรักษาน้ำไว้

แต่ทีนี้ การดูแลตัวเองที่ไม่ถูกต้อง หรือสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ระบบ Barrier พวกนี้ผิดปกติไปค่ะ จึงต้องมีการเสริมด้วย Moisturizer ซึ่งจุดนี้ ไม่ต้องไปพึ่งเวชสำอางแพงๆเลยก็ได้ ถ้าเรารู้จักพิจารณาส่วนผสม เครื่องสำอาง Mass market หลายๆชิ้นเลยก็มีคุณสมบัติเพิ่ม Barrier ให้ผิวได้ เผลอๆดีกว่าเวชสำอางอีก

(Note: คำว่า เวชสำอาง กฏหมายยังไม่ยอมรับนะคะ เป็นแค่ชื่อที่ผู้ผลิตตั้งมาเพื่อการขายเฉยๆ)

มาดูกันที่เจ้ามอยส์เจอไรเซอร์นะคะ

Humectant นี่เป็นสารดึงน้ำ ตัวอย่างที่เราพบบ่อยก็เช่น Sodium hyaluronate, โปรตีน เช่น Collagen, Glycerin, พวกที่ลงท้ายด้วย Glycols, น้ำตาล เช่น Glucose, Sorbitol และก็กรดอะมิโน

พวกนี้จะออกฤทธิ์โดยดึงน้ำจาก”อากาศ”

ย้ำ จาก “อากาศ” มาให้ผิว

แล้วพอหน้าหนาว อากาศแห้ง ทาไปมันจะไปดึงน้ำที่ไหนคะ???

มันก็ดึงจากผิวเรานั่นหล่ะค่ะ ตอบคำถามบางคนได้เลยค่ะ ว่าตบน้ำตบไฮยา แล้วยิ่งแห้ง ใช้มอยส์เจอร์สูตรน้ำแล้วก็แห้งเหมือนเดิม เผลอๆแห้งกว่าเดิมอีก

ก็เพราะประการนี้แหล่ะ

แล้วเราจะทำไงดี??

คำตอบก็คือ Occlusives ค่ะ

หลายๆเคสเลย ในคนผิวแห้ง ปริมาณน้ำในผิวชั้นในเค้าไม่ได้ต่างจากคนผิวปกติ หรือคนผิวมันเลย แค่เค้ามีน้ำในผิวชั้นนอกน้อยกว่าคนปกติ เลยแห้ง แตก ลอก คัน แค่นั้น

เราก็โบก Occlusives ลงไปค่ะ เพื่อกันไม่ให้น้ำระเหยออกไป ผิวเราก็จะกักเก็บน้ำได้มากขึ้น และชุ่มขึ้นค่ะ

occlusive 3-e

occlusive 4-e

สำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพของ Occlusive ที่ดีก็คือ ทาหลังอาบน้่ำค่ะ ให้มันเก็บน้ำที่อาบไปมะกี๊ไว้ในผิว หรือถ้าไม่ชอบก็ภายใน 30 นาทีหลังอาบค่ะ

จะอาบอุ่นอาบเย็นอาบร้อนไม่ว่า อาบเสร็จเติมไขมันทดแทนให้ผิวค่ะ

สำหรับคุณสมบัติในการเป็น Occlusives ของเครื่องสำอางต่างๆ เรียงจากมากไปหาน้อยก็จะได้แก่

กลุ่มแรกเป็นกลุ่มน้ำมันค่ะ

occlusive 1

Vaseline บริสุทธิ์ (หรือ Petroleum jelly, soft parraffin) > Ointment (ขี้ผึ้ง) > Body oil (น้ำมันทาตัว ที่เป็นพวกตระกูล Mineal oil หรือตระกูล Poly…. ต่างๆ น้ำมันจากพืชไม่นับนะคะ เพราะมันดูดซึมได้ ไม่สามารถกันน้ำระเหยได้)

Note: สำหรับคนที่จะใช้วาสลีน ลองมองหาแบบหลอดนะคะ จะได้ลดการปนเปื้อนได้ แต่ถ้าไม่สะดวก เอาแบบกระปุกก็ได้ แต่ควรแยกสำหรับตัว กับสำหรับหน้าเป็นคนละกระปุกค่ะ

อีกนิดอีกทีนึงค่ะ เดี๋ยวนี้มีวาสลีนแต่งสีแต่งกลิ่น เติมน้ำมัน เติมสารสกัดนู่นนี่นั่น เอาแบบธรรมชาติของมันก็ดีอยู่แล้วค่ะ จริงๆมันก็ไม่จำเป็นเลยค่ะ เพราะเราสามารถที่จะรองอะไรก็ได้ แล้วค่อยเอาวาสลีนทับไปอีกชั้นนึง

กลุ่มที่สองเป็นกลุ่ม Emulsion (น้ำมันผสมกับน้ำ)

occlusive 2

Body Butter > Body cream > Body lotion

คำว่า Cream เราแบ่งเป็นสองแบบค่ะ (จริงๆมีมากกว่าสอง)

Cream แรก คือ ครีมน้ำมัน มีน้ำมันเป็นองค์ประกอบหลัก ก็จะคลุมผิวได้ดีกว่า

อีกครีมคือ ครีมน้ำ มีน้ำเป็นองค์ประกอบหลัก พวกนี้ก็จะคลุมผิวได้น้อย แต่ก็เติมน้ำให้ผิวได้ดีกว่าค่ะ

จริงๆมันจะมีครีมซิลิโคนอีกค่ะ ซิลิโคนบางตัวระเหยได้ บางตัวไม่ระเหย มันก็จะเป็น Occlusive ที่ดีเหมือนกัน แถมสัมผัสดีกว่า ไม่เหนอะหนะเหมือนพวก oil

วันนี้ก็มีแค่นี้ค่ะ จริงๆว่าจะเขียนเร็วกว่านี้นะ แต่ลืมตลอดเลยค่ะ

(Revised) รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมสเปรย์มิสท์ Organic rose moisture soda mist จาก meishoku

(Revised) รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมสเปรย์มิสท์ Organic rose moisture soda mist จาก meishoku

Revised: 20 พ.ค. 2564

เมื่อช่วงปี 2014 – 2015 เริ่มมีกระแสของการใช้ Carbon dioxide ในด้านความงาม ก่อนจะเริ่มมาทางเครื่องสำอางค่ะ จากเดิมแค่เป็นการทรีทเมนท์บางชนิดในคลินิกความงาม แต่ตอนนี้เราจะเห็นได้ในหลายๆแบรนด์เลย ทั้งญี่ปุ่น-เกาหลี

ถ้าเป็นทางฝั่งเกาหลี นิยมเรียกว่า Carbonic หรือ Sparkling

ส่วนทางฝั่งญี่ปุ่นตัวนี้เค้าเรียกว่า Soda ค่ะ

สำหรับตัวแพคเกจจะมาในลักษณะนี้นะคะ

โดยตัวสเปรย์จะมาในรูปแบบของ Aerosol ที่มีส่วนผสมดังนี้ค่ะ

สำหรับส่วนผสมมี่ขอทำไว้ 3 สี นะคะ

สีฟ้า จะเป็นกลุ่มของสารบำรุงต่างๆ ซึ่งในภาพรวมจะเด่นไปที่การเติมน้ำ เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว และ มีตัว Dipotassium glycyrrhizate ซึ่งเป็นสารที่ได้จากชะเอม มีประโยชน์ในด้านของการลดการระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายผิว

อีกตัวที่น่าสนใจ ที่เรามักพบในกลุ่มของ Moisturizer ของญี่ปุ่น คือ สารสกัดจากลูกเดือย หรือ Job’s tear extract ( Coix lacryma-jobi extract) เราไม่ได้เจออะไรที่เด่นชัดนะคะ แต่เท่าที่เรียบเรียงได้จะเป็นในแนวทางว่า ลูกเดือยมีสารกลุ่มโพลีฟีนอล ที่มีคุณสมบัติเป็น antioxidant และยังมี คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนในกลุ่ม Fructo-oligosaccharide ซึ่งพวกนี้เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหนังได้โดยการดูดน้ำให้ผิว

และอีกประเด็นของลูกเดือย คือ ตัว Fructo-oligosaccharide เป็น Prebiotic ซึ่งเป็นอาหารของจุลินทรีย์ชนิดดีบนผิวเรา ซึ่งช่วยให้ผิวเราแข็งแรงทางอ้อมๆ ค่ะ

สีม่วง Carbon dioxide ซึ่งเป็นรูปแบบของแก๊ส ที่อัดลงไปเป็น Propellant (ตัวขับเคลื่อนสารออกจากกระป๋องสเปรย์) โดยนางละลายน้ำได้บางส่วนให้เป็น Carbonic acid ในระบบปิดแบบนี้ ทั้งสองจะอยู่ในรูปแบบสมดุลกันค่ะ ทั้ง Carbon dioxide และ Carbonic acid

โดยการใช้ Carbon dioxide ในเชิงสกินแคร์ จะมีการเคลมเกี่ยวกับ คุณสมบัติกระตุ้น Metabolism ของผิวหนัง ส่งเสริมการผลัดเซลล์ผิว กระตุ้นการไหลเวียนเลือด ลดการอุดตันในรูขุมขน และช่วยกระชับรูขุมขน

ซึ่งเอาจริงๆ Carbon dioxide พอละลายน้ำแล้วมีคุณสมบัติเป็นกรด อาจจะต้องมีเทคโนโลยีหรือระบบอะไรสักอย่างมาเพื่อป้องกันไม่ให้มันกร่อนภาชนะได้ จึงอาจเป็นเหตุผลที่ใส่ Nitrogen ร่วมเข้ามา

สำหรับตัวนี้ ไม่แน่ใจว่าปัจจุบันนี้ (พ.ค. 2564) จะยังมีขายอยู่ไหมนะคะ แต่ ณ ตอนนั้น ราคาตกอยู่ที่กระป๋องละ 950 เยน หรือราวๆ 317 บาทค่ะ

Disclaimer: own purchased

Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ