รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมเซรัมน้ำแร่ไวท์เทนนิ่ง Sho original Expert whitening complex serum

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมเซรัมน้ำแร่ไวท์เทนนิ่ง Sho original Expert whitening complex serum

วันนี้มี่แวะเอารีวิวเซรัมน้ำแร่ที่น่าสนใจมารีวิววิเคราะห์ส่วนผสมให้ชมกันค่ะ

 

ผลิตภัณฑ์วันนี้คือ Sho original Expert whitening complex serum ค่ะ

 

sho 1

 

ในสเตปการเปิดขวดจะต้องหมุนฝามา 1 กึ๊กก่อน แล้วหัวปั๊มก็จะเด้งออกมาค่ะ

 

sho 2

 

ตัวเซรัมนั้นเป็นเนื้อกึ่งๆน้ำนม มีกลิ่นหอม

 

sho 3

 

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ให้ความชุ่มชื้นผิวดี ซึมไวไม่เหนอะหนะ

 

sho 4

 

วัดค่า pH กันซักหน่อยนะคะ

 

sho 5

 

ค่า pH อยู่ที่ประมาณ 4 – 5 ซึ่งเป็นช่วงที่สารหลายๆตัวมีความคงตัวดีค่ะ

 

สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้นะคะ

 

สผส sho

 

ที่ข้างกล่องจะเห็นว่าทางแบรนด์ Claim ไว้ 7 ด้านด้วยกันค่ะ เรามาวิเคราะห์กันดีกว่าค่ะ

sho claim

 

ปกติเราแบ่งส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็น 3 หมวดหลักๆ คือ

  1. Actives หรือ สารออกฤทธิ์ เป็นสารที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติพิเศษต่างๆ
  2. Base หรือ ส่วนเนื้อของผลิตภัณฑ์ เป็นตัวอุ้มและเก็บสารออกฤทธิ์ไว้
  3. Additives หรือ ส่วนของสารปรุงแต่ง เป็นตัวเติมแต่งให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าใช้ มีความปลอดภัย เช่น พวกสารกันเสีย พวกน้ำหอม พวกซิลิโคน ตัวเพิ่มความหนืด ฯลฯ

 

มาดูไปทีละกลุ่มเลยนะคะ

 

  1. Actives ส่วนของสารออกฤทธิ์ ได้แก่
  • N-acetyl glucosamine เป็นสารอนุพันธ์ของน้ำตาล เป็นองค์ประกอบของ Hyaluronic acid มีขนาดที่เล็กสามารถดูดซึมได้ เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนังโดยดูดน้ำเข้าหาตัว มีรายงานการวิจัยกล่าวว่าสามารถควบคุมการผลัดเซลล์ผิว เพิ่มความชุ่มชื้น (Int J Cosmet Sci. 2010;32(3):234.) กระตุ้นการสังเคราะห์ Collagen และ Hyaluronic acid ในผิว ช่วยชะลอการแก่ตัวของเซลล์ Fibroblast (Int J Cosmet Sci. 2013;35(5):472-6.) เมื่อใช้ร่วมกับ Niacinamide จะให้ผลลดจุดด่างดำได้ดีขึ้น (Br J Dermatol. 2010;162(2):435-41.)
  • Niacinamide รูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 มีรายงานว่า สารตัวนี้สามารถเป็น Whitening ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ โดยไปรบกวนการส่งผ่านของเมลานินที่สร้างเสร็จแล้ว ลดการอักเสบในผิว เพิ่มการไหลเวียนเลือด ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวโดยไปกระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า และยังเป็น Antioxidant ด้วย (Int J Cosmet Sci 2005; 27:255–261) มีการทดสอบเชิงคลินิกพบว่า Niacinamide ที่ความเข้มข้น 4% มีประสิทธิภาพเทียบเท่า Clindamycin ในการรักษาสิว (Int J Dermatol. 2013;52(8):999-1004.)
  • Ascorbyl tetraisopalmitate ตัวนี้เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินซี มีความเป็นกรดต่ำ ซึมเข้าผิวดี ออกฤทธิ์ได้เนิ่นนาน นอกจากไปลดการสร้างเม็ดสีก็ยังเป็น Antioxidant และเป็นองค์ประกอบหนึ่งในการสังเคราะห์คอลลาเจน
  • Gluconolactone อนุพันธ์ของน้ำตาล มีคุณสมบัติเป็น Multifunctional agent เป็นได้ทั้ง Additives ช่วยจับโลหะ เป็นสารระงับเชื้อจุลินทรีย์ และเป็น Active ingredients โดยช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น เป็นสารในกลุ่ม Polyhydroxy acid (PHA) ให้คุณสมบัติการผลัดผิว (Exfoliant) คล้าย AHA แต่อ่อนโยน ระคายเคืองน้อยกว่า มีรายงานวิจัยสนับสนุนว่าการผลัดผิวของ PHA สามารถเพิ่มความชุ่มชื้น เพิ่มความแข็งแรงของ Barrier ผิวหนัง และมีคุณสมบัติเป็น Antioxidant รวมทั้งสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของสารออกฤทธิ์ชนิดอื่นๆ เช่น วิตามินเอ และไฮโดรควิโนนได้ดี ( 2004; 73(2 Suppl):3-13.) มีรายงานว่าสามารถเพิ่มผลการปกป้องรังสี UV ที่ผิวหนังได้ถึง 50% (Dermatol Surg. 2004; 30(2 Pt 1):189-95) การศึกษาทางคลินิกพบว่า Gluconolactone สามารถรักษาสิวได้เทียบเท่า Benzoyl peroxide ซึ่งเป็นยา แต่มีผลข้างเคียงน้อยกว่า (Australas J Dermatol. 1992; 33(3):131-4.)
  • Carnitine กรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่มีบทบาทในการ Metabolism ของไขมัน มีคุณสมบัติเป็น Moisturizer โดยการดึงน้ำเข้าหาตัว มีคุณสมบัติผลัดเซลล์ผิว (Exfoliation) นอกจากนี้ยังให้ผลเป็น Antioxidang และ Anti-inflammatory มีงานวิจัยกล่าวว่าการทา L-carnitine จะมีผลไปกระตุ้นให้เกิดกระบวนการ Beta-oxidation ของไขมันในเซลล์ Sebocyte ทำให้ไขมันลดลง ให้ผลควบคุมความมันของผิวหนัง (J Cosmet Dermatol. 2012; 11(1):30-6.)
  • Fomes officinalis extract เป็นสารสกัดจากเห็ดชนิดหนึ่ง มีคุณสมบัติช่วยควบคุมความมัน กระชับรูขุมขน เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว การทดสอบประสิทธิภาพของสารสกัดในอาสาสมัครซึ่งจัดโดยบริษัทผลิตวัตถุดิบ กล่าวว่าให้ผลกระชับรูขุมขนได้ในทันทีที่ทา และผลที่ได้ดีกว่า Witch hazel กับ Zinc (Technical data sheet: Laboratoires Serobiologiques)
  • Aloe barbadensis leaf juice powder ส่วนของวุ้นว่านหางจรเข้ที่ผ่านกรรมวิธีจนได้ในรูปแบบผง มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายผิว
  • Lecithin สารในกลุ่ม Phospholipids ที่เป็นองค์ประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์ผิว มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้น ทดแทนไขมันในผิวหนัง อาจจะใช้เป็นตัวสร้าง Liposome ซึ่งเป็นระบบนำส่งสารเข้าผิวรูปแบบหนึ่งได้
  • Tocopheryl acetate สารอนุพันธ์ของวิตามินอี มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant แต่ส่วนมากมักจะให้ประโยชน์ปกป้องสารในผลิตภัณฑ์ไม่ให้เสื่อมสภาพเพราะอากาศ
  • Allantoin สารที่พบในรากคอมเฟรย์ มีประโยชน์ช่วยลดการแพ้ ลดการระคายเคือง และช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนัง มีรายงานการวิจัยสนับสนุนเรื่องคุณสมบัติในการช่วยสมานแผล (Acta Cir Bras. 2010;25(5):460-6.)
  • 4-Butylresorcinol ออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ Tyrosinase ทำให้เมลานินถูกสร้างมาน้อยลง ผิวขาวขึ้น การทดสอบในอาสาสมัครที่เป็นฝ้ากับครีมที่มีส่วนผสมของสารนี้ 1% เป็นเวลา 6-8 สัปดาห์ พบว่ารอยฝ้าจางลง และมีผลข้างเคียงน้อยมาก (Ann Dermatol. 2010; 22(1): 21–25.)
  • Sodium hyaluronate มีบทบาทเกี่ยวกับความชุ่มชื้นของผิวหนัง
  1. Base ส่วนของเนื้อผลิตภัณฑ์ แบ่งเป็นส่วนของน้ำ และน้ำมัน

2.1 โดยส่วนของน้ำ คือ น้ำแร่ ว่ากันว่า ทางแบรนด์ใช้น้ำแร่จากเมือง Yangpyeong ของเกาหลี ซึ่งเป็นเมืองที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ น้ำที่นี่ก็จะสะอาด อุดมด้วยแร่ธาตุต่างๆที่มีประโยชน์กับผิว

ถึงแม้ว่าเรื่องประโยชน์ของน้ำแร่กับผิวนั้นยังไม่มีผู้ใดศึกษาไว้อย่างแน่ชัด แต่องค์ประกอบของแร่ธาตุที่อยู่ในน้ำแร่นั้นก็พอมีรายงานอยู่บ้าง เช่น Calcium จำเป็นต่อกระบวนการทำงานของผิว และความแข็งแรงของเซลล์ผิว Zinc เป็นองค์ประกอบของเอนไซม์หลายๆชนิดในผิว และมีคุณสมบัติควบคุมความมัน และสมานผิว เป็นต้น กับสารดูดน้ำให้ผิวอย่าง Propylene glycol

2.2 ส่วนของน้ำมัน ได้แก่ น้ำมัน Jojoba ที่มีคุณสมบัติบางเบา ซึมผิวไว ไม่เหนอะหนะ

  1. Additives กลุ่มของสารปรุงแต่ง ได้แก่
    • สารเพิ่มความหนืด มี Sodium acrylates copolymer กับ Xanthan gum เป็นตัวเพิ่มความหนืด
    • Preservatives ได้แก่ สารจับโลหะ EDTA กับสารกันเสีย Chlorphenesin กับ Methylisothiazolinone
    • สารแต่งกลิ่น (Fragrance)

 

ถึงเวลาให้คะแนน

  1. Actives สารที่ใช้ให้คุณสมบัติในการบำรุงผิวได้รอบด้าน ทั้ง Whitening moisturizer anti-aging และช่วยเรื่องความมัน กับรูขุมขน โดยรวมถือว่าค่อนข้างครบถ้วนและตรงตาม Claim จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. Base ในส่วนของเนื้อผลิตภัณฑ์นั้น ใช้น้ำแร่ล้วนๆ ไม่มีน้ำ เสริมมาด้วยสารดูดน้ำให้ผิว และสารไขมันเพิ่มคามชุ่มชื้น ซึ่งไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ แต่ยังขาดในส่วนของสารที่จะเคลือบผิวรักษาความชุ่มชื้นไว้ ถึงจะไม่มีก็มีข้อดีนะคะ คือ ถ้าไม่มีเนื้อครีมจะไม่เหนอะหนะค่ะ แต่จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์นะคะ
  3. Additives สารปรุงแต่งอื่นๆ มีเพียงสารเพิ่มความหนืด น้ำหอม และสารกันเสีย เท่านั้น ซึ่งถือว่าเลือกใส่มาเท่าที่จำเป็น ไม่มี Parabens ไม่มี Silicone และไม่มี Surfactant ใดๆ จึงไม่มีจุดให้หักคะแนน ได้ไป 5 ฟลาสก์
  4. การใช้งาน ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบที่คอนเซปท์เรื่องน้ำแร่ และแพคเกจที่ช่วยลดการปนเปื้อน และไม่เกะกะเลอะเทอะ ในส่วนของเนื้อสัมผัสก็ค่อนข้างบางเบา แต่ชุ่มชื้นผิวดี จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์

 

คะแนน sho

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่

FB , IG , twitter : SHOskincare

https://www.facebook.com/SHOskincare/

 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Sho ด้วยนะคะที่ส่งสินค้าดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้

 

Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Sho

รีวิววิเคราะห์ แผ่นแปะสิว Hydrocolloid จาก Mia care สูตร Day และ Night

รีวิววิเคราะห์ แผ่นแปะสิว Hydrocolloid จาก Mia care สูตร Day และ Night

วันนี้มี่จะแวะมารีวิวแผ่นแปะสิว Hydrocolloid จากแบรนด์ Miacare (ไมย์แคร์) ให้ชมกันค่ะ

ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของทาง BenQ ชื่อดังที่ผลิตคอมพิวเตอร์นั่นเองค่ะ

mia 1

 

ในไทยนำเข้าโดยบริษัทยูนิ-เพรสซิเดนท์ เจ้าเดียวกับที่นำเข้ามาสค์ My beauty diary ตัวดังจากไต้หวันนั่นเอง

 

สูตรที่มี่ได้มา มี 3 แบบนะคะ

แบบกล่องชมพู เป็นสูตรกลางวัน แบบกล่องฟ้า เป็นสูตรกลางคืน และแบบกล่องม่วง เป็นแบบทั้งกลางวันกลางคืนค่ะ

 

ก่อนจะไปรีวิว อยากเมาท์มอยสาระเรื่อง Hydrocolloid กันซักหน่อยนะคะ

 

คำว่า Colloid หมายถึงระบบการกระจายตัวรูปแบบหนึ่งที่มีของแข็งขนาดเล็กๆ กระจายอยู่ในของเหลว

 

ส่วน Hydrocolloid ก็เป็นคำที่สื่อว่า Colloid นี้อยู่ในน้ำค่ะ

ลักษณะก็ประมาณรูปนี้ค่ะ

hydrocolloid

ซึ่งเจ้าอนุภาคของแข็งขนาดเล็กๆนี้ มีความสามารถในการดูดซับของเหลวไว้ได้ในตัวมันเอง ประกอบกับความเล็ก ทำให้มีพื้นที่ผิวมากมายไว้คอยดูดซับ ก็จะช่วยดูดซับของเหลวจากตัวสิวไว้ได้ดีค่ะ

 

ช่วงนี้หน้าหนาวเลยไม่ค่อยมีสิว ขอรีวิวให้ดูบนแขนแทนนะคะ

เริ่มจากสูตร Day กล่องสีชมพูค่ะ

 

mia 3

กล่องหนึ่งจะมี 12 หลุม Sealed มาแบบดิบดี ประหนึ่งผ่าน Sterile มา

 

ตัวแผ่นจะค่อนข้างบาง แนบสนิทไปกับผิว แต่งหน้าทับได้ค่ะ

 

 

ส่วนตัว Night มาในกล่องสีฟ้านะคะ

 

mia 7

ตัวนี้กล่องหนึ่งก็มี 12 หลุม เช่นกันค่ะ ลักษณะแผ่นจะค่อนข้างหนากว่า ช่วยเพิ่มความสามารถในการดูดซับ

 

 

ในส่วนของประสิทธิภาพในการซับสิว มี่เคยเอามาแปะสิวที่อักเสบมีหนองอยู่ครั้งหนึ่ง ก็ดูดซับออกมาได้พอควรนะคะ เพียงแต่ถ้าอักเสบมาก อาจจะต้องเปลี่ยนแผ่นระหว่างวันค่ะ ส่วนตัวค่อนข้างชอบนะคะ

 

Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับมาจากทางแบรนด์ Miacare

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสม Skindom 24K gold collagen serum

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสม Skindom 24K gold collagen serum

วันนี้มี่แวะเอารีวิววิเคราะห์ส่วนผสมของ Skindom 24K gold collagen serum มาฝากกันค่ะ

ในส่วนของ Skindom นั้นเป็นเครื่องสำอางสัญชาติเกาหลีแบรนด์หนึ่งเลยค่ะ ที่มีจุดเด่นเรื่อง Ampoule และคอนเซปท์เรื่องผิวฉ่ำวาวสไตล์เกาหลี

ซึ่งมี่ได้เคยรีวิวไว้อยู่ 3 อย่างด้วยกันค่ะ

มาสค์:

http://www.jeban.com/viewtopic.php?t=204734

Luxury cell collagen peptide ampoule:

http://www.jeban.com/viewtopic.php?t=204911

 

วันนี้มี่จะเอาตัว 24K gold collagen serum ที่ได้รับเป็นของขวัญปีใหม่มารีวิวให้ชมหลังจากใช้ได้ไปซักพักค่ะ

 

ดูหน้าตาก่อนเนอะ

 

gold 1

 

มาในขวดแก้วสีชา มีหลอดหยด ซึ่งทางเกาหลีจะเรียกขวดในลักษณะแบบนี้ว่า Ampoule นะคะ

 

ตัวเนื้อเซรัมจะเป็นสีทอง และมีแผ่นทองคำ 24K อยู่ด้วยค่ะ

 

gold 2

 

เนื้อจะค่อนข้างหนืด ให้ความรู้สึกชุ่มชื้นผิวได้ดีค่ะ

 

gold 3

 

มีกลิ่นหอมอ่อนๆ เกลี่ยง่าย ให้สัมผัสที่ดี เคลือบปกป้องผิวได้ดี ไม่เหนอะหนะมาก

 

gold 4

 

เนื่องจากเนื้อมีสีเหลือง และมีแผ่นทองคำ มันรบกวนการอ่านค่า pH เลยไม่ได้วัดให้นะคะ

 

มาดูส่วนผสมกันดีกว่า

 

สผส skindom

 

จากส่วนผสมเราจะเห็นว่านอกจาก Hydrolyzed collagen ซึ่งเป็นคอลลาเจนที่ถูกย่อยให้มีขนาดเล็กลง ถ้ามีขนาดเหมาะสมก็จะสามารถซึมเข้าผิวได้ ให้ผลเรื่องความชุ่มชื้นและริ้วรอย กับ Gold ตามชื่อผลิตภัณฑ์แล้ว เรายังจะได้คุณสมบัติเรื่อง Antioxidant ช่วยชะลอวัย และเรื่อง Whitening เข้ามาด้วย

 

ส่วนผสมอื่นๆที่น่าสนใจก็คือ

สารสกัดจากชาเขียว ที่มาเป็นลำดับที่ 3 เลย สารสกัดชาเขียวมีประโยชน์มากมาย มีงานวิจัยมากมาย โดยรวมคือให้ผลเรื่อง Antioxidant ช่วยชะลอวัย มี Tannin ช่วยกระชับรูขุมขน ควบคุมความมันได้ด้วย

 

เสริมมาด้วย Actives ที่ให้ผลด้าน whitening หลายตัวเลย เช่น

  1. สารสกัดจากเปลือกต้น Mulberry เป็น Antioxidant และ Whitening ผ่านการยับยั้งเอนไซม์สร้างเม็ดสีผิว
  2. สารสกัดจาก Sophora ซึ่งเป็นสารสกัดจากพืชชนิดหนึ่งในตำรับยาจีน มีรายงานเกี่ยวกับคุณสมบัติในการลดการสร้าง Melanin ในผิว (Exp Dermatol. 2013;22(1):67-9.)
  3. Niacinamide ที่ให้ผลลดการส่งผ่าน Melanin ที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ออกมาเห็นเป็นสีผิว และยังมีประโยชน์เรื่องลดการอักเสบ กับเพิ่มความแข็งแรงของผิว
  4. สารสกัดจากผล Acerola กับ Strawberry ที่ให้ผลด้าน Whitening และเป็น Antioxidant เช่นกัน

 

ส่วนของเนื้อหลักก็จะเป็นแบบน้ำ (Water-based) ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน แต่มีส่วนผสมของ Ethanol หรือ Alcohol อยู่ ซึ่งอาจจะทำให้บางคนรู้สึกไม่สบายผิวได้ แต่ส่วนตัวมี่ใช้ได้ก็ไม่มีปัญหาอะไร

 

สารอื่นๆที่ใส่มาก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร

 

ให้คะแนนกันดีกว่า

  1. Actives ส่วนของสารออกฤทธิ์ดังที่ได้กล่าวเอาไว้ในด้านบน ถือว่ามีตัวบำรุงผิวอยู่รอบด้าน เน้นไปที่ Whitening กับ Moisturizer เป็นหลัก จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. Base ส่วนของเนื้อหลักมาในรูปแบบ Hydrogel ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน แต่มีส่วนผสมของ Alcohol จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์
  3. Additives สารอื่นๆที่ใช้ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร จึงขอให้ 5 ฟลาสก์
  4. คะแนนการใช้งาน ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบค่ะ เพราะเนื้อเจลให้ความรู้สึกชุ่มชื้น ช่วยให้ผิวนุ่มฟูและเรียบเนียน จุดนี้เลยขอให้ 5 ฟลาสก์

 

คะแนน

 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Skindom ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ พบกันใหม่โอกาสถัดไป ขอบคุณที่ติดตามมาจนจบค่ะ สวัสดีค่ะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้จากทางแบรนด์ Skindom นะคะ

https://www.facebook.com/SkindomThailand

 

Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับเป็นของขวัญจากแบรนด์ Skindom

รีวิว วิเคราะห์ส่วนผสมซีรัมไวท์เทนนิ่ง Martiderm DSP Serum illuminador

รีวิว วิเคราะห์ส่วนผสมซีรัมไวท์เทนนิ่ง Martiderm DSP Serum illuminador

สวัสดีค่ะพี่ๆน้องๆเพื่อนๆทุกๆท่าน

วันนี้มี่มารีวิวเวชสำอาง Whitening ตัวดังจากสเปน ในเครือของ Martiderm ให้ชมกันค่ะ

Martiderm เป็นเวชสำอางจากประเทศสเปนค่ะ ซึ่งมีหลายกลุ่ม Product Line เลย

โดยตัวที่มี่จะรีวิวมาจาก Line DSP อยู่ Line นี้เป็นกลุ่มสกินแคร์ Line Whitening, ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ลดจุดด่างดำทุกประเภท ทั้งจากความชรา จากการอักเสบ และจากแสงแดดค่ะ

มีผลิตภัณฑ์อยู่หลายตัวเหมือนกันค่ะในไลน์

DSP products

ซึ่งตัวที่มี่ได้มาเป็นตัว Serum นะคะ ใช้มาได้เกือบๆสองเดือนแล้วค่ะ แล้วก็กลายเป็นลูกรักประจำปี 2015 ไปเลย ทั้งๆที่พึ่งรู้จักกันได้ไม่นาน เพราะอะไรเดี๋ยวตอนท้ายมาเฉลยนะคะ

DSP1

เซรัมนี้จะมาในขวดแก้วสีขาวทึบ สกรีนด้วยสีทองแดงและมีหลอดหยดมาให้ค่ะ

DSP3

เนื้อเซรัมเป็นแบบน้ำนมสีขาวๆครีมๆ

DSP4

เกลี่ยค่อนข้างง่าย ซึมค่อนข้างไว ไม่เหนอะหนะเลยค่ะ มี่ใช้เป็นขั้นตอนแรกสุดหลังจากทำความสะอาดและโทนเนอร์เรียบร้อยแล้วค่ะ เน้นไปที่บริเวณที่มีจุดด่างดำ

DSP5

วัด pH กันซักน้อยเป็นพิธีค่ะ

pH

pH อยู่ที่ราวๆ 5 นะคะ ใกล้เคียงกับผิวดีค่ะ

มาดูกลไกการสร้างเม็ดสีผิวนิดหน่อยพอเป็นพิธีนะคะ

melanogenesis DSP

(Image from Martiderm Official Website)

     การสร้างเม็ดสีผิวแบ่งออกเป็น 3 Step นะคะ เริ่มตั้งแต่ Step แรกสุด การกระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสีผิว ตัวหลักๆจะเป็นฮอร์โมน MSH ตามมาด้วย Step ที่สอง เป็นการสร้างเม็ดสีผิว ซึ่งอาศัยเอนไซม์ Tyrosinase เป็นหลัก และ Step สุดท้ายเป็นการส่งออกเม็ดสีผิวที่สร้างเสร็จแล้วออกไปข้างนอกจนเกิดเป็นสีผิวขึ้นมาค่ะ

ในเซรัมนี้จะออกฤทธิ์ทั้ง 3 Step เลย ตั้งแต่ก่อนการสร้าง ระหว่างสร้างเม็ดสี และหลังเม็ดสีสร้างเสร็จ โดยที่ไม่มีส่วนผสมของสารผลัดผิวนะคะ

DSP mechanism

(Image from Martiderm Official Website)

สารออกฤทธิ์หลัก มี 4 ตัว ตามแผนภาพด้านบน และมีสารสกัดจาก Garden cress เสริมมาอีกตัวค่ะ

Bellis perennis extract คือ สารสกัดจากดอก Daisy ตัวนี้ทางผู้ผลิตวัตถุดิบ (Daisy WhiteTM) Claim ว่านางออกฤทธิ์ได้ทั้ง 3 ขั้นตอนตั้งแต่ก่อนการสร้างเม็ดสี ยับยั้งการสร้างเม็ดสี และป้องกันไม่ให้เม็ดสีออกไปข้างนอก

Genisteine เป็นสารกลุ่ม Isoflavone ที่ได้จากถั่วเหลือง ออกฤทธิ์ขั้นตอนก่อนการสร้างเช่นกัน โดยไปทำลายอนุมูลอิสระที่จะไปกระตุ้นให้ MSH ทำงาน ซึ่งจะไปกระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสีในลำดับต่อมา สารนี้ยังมีคุณสมบัติคล้ายฮอร์โมนเพศหญิง ที่เราเรียกว่า Phytoestrogen ช่วยให้ผิวนุ่มฟูและเรียบเนียน

Hexylresorcinol ออกฤทธิ์ที่ขั้นตอนก่อนการสร้างและยับยั้งการสร้างเม็ดสี มีรายงานว่าสามารถยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ใช้สร้างเมลานินได้ (Protein J. 2004;23(2):135-41.) การทดสอบเชิงคลินิกชิ้นหนึ่งใช้สารนี้ผสมกับสาร Whitening ตัวอื่นๆในอาสาสมัคร พบว่าผล Whitening effect ดีกว่าครีม Hydroquinone 4% (J Drugs Dermatol. 2013;12(3):s16-20.) ข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่า สารกลุ่มนี้พบในข้าว Rye และ Wheat ให้ผลยับยั้งการสร้างเมลานิน กระตุ้นการสร้าง Glutathione ในผิว จึงให้ผลเสริมกันในการเป็น whitening

Phytic acid เป็นพฤกษเคมีที่พบในส่วนของเมล็ดพืช มีชื่อเต็มว่า Inositol hexakisphosphate ทำหน้าที่เป็นตัวเก็บ Phosphorus และถ่ายทอด Phosphorus ให้แก่ส่วนของเซลล์ โครงสร้างแบบนี้ จะไปคล้ายกับ myo-inositol ที่พบในคนและสัตว์ ออกฤทธิ์ที่ขั้นตอนก่อนการสร้างและยับยั้งการสร้างเม็ดสีเช่นกัน มีรายงานว่าสารนี้สามารถปกป้องเซลล์ผิวจากรังสี UVB ไม่ให้กลายพันธุ์เป็นมะเร็งได้ (Comp Med. 2009; 59(2):147-52.) ในผลิตภัณฑ์ละลานอยู่ในรูปแบบของเกลือ คือ Sodium phytate

ตัวที่เสริมมาคือ สารสกัดจาก Garden cress (Lepidum sativum extract) ออกฤทธิ์ที่ Step แรกเช่นกันค่ะ ตัวนี้ข้อมูลจากผู้ผลิตจวัตถุดิบบอกว่า มีประโยชน์ในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ต่อต้านอนุมูลอิสระ และลดเลือนริ้วรอยได้ สามารถยับยั้งการทำงานของฮอร์โมน Melanocyte stimulating hormone (MSH) ที่ทำหน้าที่กระตุ้นให้เซลล์เมลาโนไซต์ที่มีหน้าที่สร้างเมลานินทำงานได้ดีขึ้น เมื่อไปยับยั้ง MSH ก็จะทำให้เซลล์เมลาโนไซต์ทำงานได้ลดลง ผิวจึงขาวขึ้น

สำหรับส่วนผสมทั้งหมดของผลิตภัณฑ์มีดังนี้นะคะ

สผส

จากส่วนผสมนี้จะเห็นได้ว่าค่อนข้างเรียบง่ายนะคะ

ส่วนของเนื้อหลักเป็นชนิด Emulsion ประกอบด้วยน้ำและน้ำมันสังเคราะห์ อย่าง Triethylhexanoin ซึ่งมีสัมผัสที่ดีและมีความปลอดภัยสูง มีสารดูดน้ำอย่าง Propanediol ที่มี Profile ที่ดีกว่าเมื่อเทียบกับพวก Glycol ในลำดับท้ายๆมี Alcohol พ่วงเข้ามา ซึ่งมาหลังน้ำหอม จึงคิดว่าน่าจะติดมากับสารสกัดพืชบางตัว

ส่วนของสารอื่นๆนั้นก็ไม่ได้มีตัวไหนที่มีพิษมีภัยหรือมีปัญหาอะไร ไม่ได้ใส่ Silicone ไม่มีพาราเบน ไม่มีน้ำมันที่สุ่มเสี่ยงอุดตัน

อีกสิ่งที่คิดไว้คือ Lecithin ยังฟันธงให้ไม่ได้ว่าเอามาทำไม อาจจะเอามาสร้างระบบนำส่งรูปแบบถุงอย่าง Liposome เพื่อช่วยนำส่งสารหรือเปล่า หรือไม่ก็อาจจะแค่ใส่มาเป็น Emulsifier หรือเป็นแค่ไขมันที่เพิ่มความชุ่มชื้นเฉยๆ

แต่จากในภาพรวมทั้งหมด ก็ถือว่าทำมาได้ค่อนข้างดีค่ะ

อีกจุดที่อยากบอกคือ Whitening นี่ไม่ได้มีประโยชน์แค่เอามาทาให้ขาวๆไปวันๆนะคะ เขายังมีประโยชน์เรื่องการปรับสีผิวให้สม่ำเสมอและลดจุดด่างดำได้ด้วย ซึ่งตัวมี่หวังผลตรงนี้ค่อนข้างมากค่ะ

แล้วก็เป็นดังคาดค่ะ จุดด่างดำจากสิวที่ทำไงก็ไม่หาย ค่อยๆจางลงจนเกือบหายสนิทเพียงแค่ 2 อาทิตย์กว่าๆเอง ไม่แปลกใจเลยที่นางขึ้นแท่นลูกรักประจำปี 2015 ไปได้อย่างสวยงาม

ถ่ายกันแบบพลีชีพ เห็นทุกอนูทุกรูของผิว

*รูปถ่ายในแสงที่ไม่เท่ากันนะคะ

ผลการทดสอบ

จะเห็นว่ารอยจุดด่างดำจากสิวนี่ค่อนข้างจางลงเยอะเหมือนกันนะคะ จนถึงจุดที่ลงรองพื้นแล้วไม่เห็นก็ถือว่าเป็นที่น่าพึงพอใจ

มาให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ

  1. Actives ส่วนของสารออกฤทธิ์ค่อนข้างทำมาได้ดี ออกฤทธิ์ได้ครบถ้วนทั้ง 3 Step โดยที่ไม่มีส่วนผสมของสารผลัดผิว จึงไม่ต้องกลัวว่าจะแพ้แดดหรือผิวจะบางถ้าใช้นานๆ จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. Base มาในรูปแบบของน้ำนม ไม่มีซิลิโคน มีสารดูดน้ำเพิ่มความชุ่มชื้น และมีน้ำมันสังเคราะห์ช่วยให้ผิวนุ่ม (Emollient) ถึงแม้ Alcohol จะอยู่ท้ายๆ และการระคายเคืองจาก Alcohol ขึ้นกับความเข้มข้นและความไวแต่ละคน ส่วนตัวใช้ได้ไม่รู้สึกถึงปัญหา หรือว่ารบกวนอะไรกับผิว แต่เพื่อความยุติธรรมต่อการให้คะแนน เลยขอหักคะแนนเหลือ 4 ฟลาสก์
  3. Additives ส่วนผสมที่เลือกมาไม่ได้มีปัญหาอะไร เลยไม่มีที่ให้หักคะแนนรับไป 5 ฟลาสก์
  4. ผลการใช้งาน โดยรวมถือว่าค่อนข้างประทับใจกับผลในการปรับสีผิวให้สม่ำเสมอและการลดจุดด่างดำดังที่ได้กล่าวไปในด้านบน เลยขอให้ 5 ฟลาสก์

คะแนน

สุดท้ายนี้อีกครั้งอยากขอบคุณทางบริษัท Advance Aesthetic Company ที่ส่งสินค้าดีๆเพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีมาให้ได้ทดลองใช้ค่ะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่

เฟสบุคของบริษัท http://www.facebook.com/advanceaestheticthailand ได้เลยค่ะ

ขอบคุณที่ติดตามรับชมมาจนจบค่ะ

Disclaimer/Conflict of interest: ผลิตภัณฑ์ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Martiderm

Miyeon’s Shopping Guide: มียอนชวนชอปสกินแคร์ Holika Holika

Miyeon’s Shopping Guide: มียอนชวนชอปสกินแคร์ Holika Holika

วันนี้มาแชร์ชวนชอปสกินแคร์ และเมคอัพของแบรนด์ Holika Holika ให้ได้ชมกันค่ะ

แบรนด์นี้เป็นแบรนด์ในเครือบริษัท Enprani บริษัทน้องใหม่ที่พึ่งกำเนิดมาในช่วงปีค.ศ. 2000 มีคอนเซปท์เกี่ยวกับ “Young and healthy skin” เนื่องจากข้อมูลของบริษัทเป็นภาษาเกาหลีจึงไม่สามารถสืบค้นรายละเอียดเพิ่มเติมได้ โดยเครื่องสำอางของบริษัทนี้มีการเติบโตและขยายสาขาไปยังไต้หวันได้อย่างรวดเร็ว
บริษัทนี้มีแบรนด์ยอดนิยมอยู่ภายใต้จำนวน 2 แบรนด์ ได้แก่ Enprani และ Holika Holika

โดยแบรนด์ Holika Holika เป็นแบรนด์ที่เจาะกลุ่มวัยสาวแรกรุ่นด้วยคอนเซปท์สีม่วงที่ดูเล้นรับและใช้ความหมายในแนวแฟนตาซี มีแม่มดเป็นสื่อกลางค่ะ

ตอนมี่ไปเกาหลีเองก็ได้เข้าสาขาของร้านนี้หลายสาขาอยู่ค่ะ แต่ละสาขาจะมีโปรโมชั่น และการขอ Tax free ได้แตกต่างกันนะคะ

10325193_10202278541065118_416973565497716173_n

(รูปนี้ถ่ายมาเองค่ะเมื่อมิย 57)

 

สินค้าของแบรนด์ก็จะมาใน Package น่ารักกรุบกริบ

 

holika 1

 

holika 2

 

สินค้าของ Holika Holika ที่มี่มีประจำบ้านก็จะมีอยู่ 4 ตัวนี้นะคะ

 

holika miyoen

จะเป็นตัว Aloe 99% soothing gel ลูกรักประจำบ้าน ตัวนี้มีปัญหาเรื่องการหาพรี เพราะของมันหนัก และราคามันถูก ไม่มีใครเค้าอยากรับพรีให้ค่ะ ถ้าไม่หิ้วเองก็ต้อง Korea depart ละมาลุ้นภาษี (ที่โคตรแพง) กันอีกที

ตัวนี้ลงทุนนั่งแปลส่วนผสมเอง และรีวิวไปฝากไว้บนจีบันค่ะ

 

http://www.jeban.com/viewtopic.php?t=199755

 

เผื่อใครขี้เกียจไปตาม ดูส่วนผสมได้ตรงนี้นะคะ

 

คะแนนก็เป็นดังนี้ค่ะ

คะแนน aloe

ที่ไม่ให้คะแนน Base เพราะมันไม่มี Base นะคะ เค้าใส่ Aloe มาเป็น Base เลยค่ะ

 

อีกสองตัวมาจาก Line Skin and Good cera เป็นครีม กับ Toner ค่ะ

ถึงแม้จะขึ้นชื่อว่า Toner แต่ความมันนี่ค่อนข้างมากเลยทีเดียวค่ะ ใช้ฟื้นฟู Barrier ผิวให้แข็งแรงเช่นกัน

good cera

 

อีกตัวนึงที่ขาดไม่ได้ก็ Pore pack ค่ะ ข้างในเป็นสีชมพู ติดได้แนบสนิท ลอกไม่เจ็บ สิวเสี้ยนออกดีมาก ก็เลยเป็นลูกรักไปอย่างง่ายดาย

 

ต่อมามาดู Shopping guide ของมี่บ้างนะคะ

 

มีอีกหลายอย่างที่น่าสนใจมากเลยค่ะ เช่น

 

Cushion collection Dodo Cat  ที่ออกมาใหม่ จะมีสองสีในตัวนะคะ ส่วนที่เป็นอุ้งเท้าน้องเหมียวสีขาวนั้นจะทำหน้าที่เป็น Highlighter ที่เพิ่มความ Glow ได้ในตัวค่ะ

 

visual_01

 

มาสค์หน้ารูปสัตว์ที่โดดเด่นกว่าด้วย คุณสมบัติเเผ่นมาสค์เปลี่ยนสีได้

20013056

 

เก๋ไหมละ ถ้าสีเปลี่ยน ก็คือ การมาสค์หน้าเสร็จสมบูรณ์ ถอดออกได้เลย

(เรียกสวยๆแบบวิทย์ๆว่า เป็น Indicator ของการมาสค์)

 

อีกชิ้นที่น่าเล่นก็จะเป็น Mascara ของแบรนด์ที่โด่งดังเช่นกันค่ะ

 

mascara

 

จริงๆของแบรนด์ก็มีอีกหลายอย่างนะคะที่น่าเล่น

 

สำหรับวันนี้ก็มีแค่นี้ก่อนนะคะ ขอบคุณที่ติดตามมาจนจบค่ะ สวัสดีค่ะ

 

Beauty News: เครื่องสำอางไลน์ผักจาก Innisfree เกาหลี

Beauty News: เครื่องสำอางไลน์ผักจาก Innisfree เกาหลี

ใจจริงก็อยากสวมรอยเป็นนักข่าว เขียน Beauty News มานานแล้วเหมือนกัน

 

ไหนๆก็ว่างๆ ขอจัดซักหน่อยค่ะ

 

Beauty News วันนี้ว่าด้วยเรื่องเครื่องสำอางผักค่ะ

 

กระแสของการใช้ผักในเครื่องสำอางนี่เค้ามาแรงมากกกกกกกกกก นะคะ แต่บ้านเรายังไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่

 

น่าจะเปิดตัวด้วย Nature republic ที่ทำ Product ผักออกมาหลายๆตัวอยู่

 

ตอนนี้มาถึงคอนเซปท์ผักจาก Innisfree บ้างแล้วค่ะ

 

ผัก-1

(Image source: http://www.innisfree.co.kr/)

มีคอนเซปท์สวยๆว่า “Super food from Jeju”

 

แน่นอนว่าพอได้ยินคำว่า Jeju ปุ๊บ มี่ก็ไม่คิดอะไรละค่ะ ใจเอนเอียงไปมากกว่า 90%

 

ในไลน์นี้เลือกผัก/ผลไม้/ธัญพืชมาอยู่หลายตัวค่ะ ได้แก่

  1. Blueberry
  2. Kale (คะน้า)
  3. Broccoli
  4. Oat
  5. Red beet

 

แต่ละ Super foods ก็จะมี Product ต่างๆค่ะ มาดูไปทีละอาหารเลยนะคะ

 

ตัวแรก Blueberry นางใช้คอนเซปท์ว่า Rebalancing ค่ะ

 

เดาว่า เหมือนเป็นการปรับสภาพผิวให้คืนสู่สภาวะสมดุลนะคะ

 

จริงๆ Blueberry เองนี่เค้าก็จะมีพวก Anthocyanin ที่เป็น Antioxidant ดีมาก แต่เราไม่รู้ว่ามาอยู่ในขวดแล้วจะคงตัวอยู่ไหม เพราะสารกลุ่มนี้ความคงตัวค่อนข้างต่ำค่ะ แต่ที่ได้แน่นอนคือวิตามิน และน้ำตาล

 

ในไลน์นี้ ทำ Skin (เครื่องสำอางเกาหลี เทียบเท่า Essence, lotion น้ำญี่ปุ่น) และ Cream ค่ะ

 

(Image source: http://www.innisfree.co.kr/)

 

ตัวที่สองเป็นคะน้าค่ะ

คะน้าใช้คอนเซปท์เรื่อง Anti-oxidant

ซึ่งคะน้าเองเค้าก็จะมีพวก Antioxidant อยู่จริงค่ะ

 

ในไลน์นี้ทำออกมา 3 ผลิตภัณฑ์ค่ะ คือ Skin, Lotion และ Cream

(Image source: http://www.innisfree.co.kr/)

 

ตัวที่สามเป็น Broccoli ค่ะ

นางใช้คอนเซปท์เรื่อง Clearing เดาว่าเป็นตัวทำความสะอาดนะคะ เพราะผลิตภัณฑ์ที่นางทำออกมาก็คือกลุ่มทำความสะอาดค่ะ

 

แต่จริงๆแล้ว Broccoli เองก็เด่นเรื่อง Antioxidant เช่นกันค่ะ

 

ในไลน์นี้มี Toner กับ Lotion ค่ะ

 

(Image source: http://www.innisfree.co.kr/)

 

ไลน์ที่ 4 เป็นข้าวโอ้ตนะคะ

มาด้วยคอนเซปท์ Mild moisture เดาๆว่าน่าจะเป็นแบบเพิ่มความชุ่มชื้น อ่อนโยน สำหรับคนเซ้นสิจนน่าถีบ เอ้ย Sensitive

 

จริงๆแล้ว Oat นี่งานวิจัยเกี่ยวกับการลดการแพ้ การระคายเคือง ลดการอักเสบในผิวเยอะมากกกกกกกกกกกกก และยังเป็น Antioxidant ด้วยค่ะ

 

โดยรวมคือมี่ว่า Oat ดีงามสุด ดูแพง ดู Organic ดูเลอค่า

 

ในส่วนของไลน์ Oat ทำออกมาเป็น Skin, Lotion และ Cream

 

(Image source: http://www.innisfree.co.kr/)

 

ไลน์สุดท้ายมาจาก Red beet ค่ะ หรือบีทรูทนั่นเอง

มาด้วยคอนเซปท์ White-toning ค่ะ

 

ในบีทรูทนี่ก็คงไม่ต้องพูดถึง เพราะนางโดนยกให้เป็นอาหารสุขภาพลำดับต้นๆไปซะแล้วค่ะ นางมีพวก Anthocyanin เยอะมาก เป็น Antioxidant ที่ดี และช่วยเรื่องผิวขาวได้ด้วยค่ะ แต่ปัญหาคงเป็นเรื่องความคงตัวเช่นกันค่ะ

ในไลน์นี้ทำออกมาเป็น Lotion กับ Skin ค่ะ

(Image source: http://www.innisfree.co.kr/)

 

คือยังไม่ทราบส่วนผสมนะคะเลยยังวิเคราะห์ละเอียดไม่ได้

 

ถ้าเอาอารมณ์คนผิวแห้งแบบมี่ตั้ง มี่ว่า Oat กับ คะน้า น่าสนใจนะคะ

 

ถ้าอยากได้ขาว ก็หันไปทาง Blueberry กับ Red beet

 

ส่วนผิวมันก็ Broccoli ค่ะ

 

ใครไปเกาหลีอย่าลืมถ่ายรูปส่วนผสมมาฝากน๊าาา พบกันใหม่โอกาสหน้าค่ะ สวัสดีค่ะ

อวดผลงานนศ.วิทย์เครื่องสำอาง มฟล. วิจัยสูตรสร้างแบรนด์เครื่องสำอางสีสัน กับงาน Colors of 2015

อวดผลงานนศ.วิทย์เครื่องสำอาง มฟล. วิจัยสูตรสร้างแบรนด์เครื่องสำอางสีสัน กับงาน Colors of 2015

แวะเอารูปบรรยากาศงาน Color of 2015 ที่ทางสำนักวิชาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงจัดเมื่อต้นปีที่ผ่านมา มาอวดให้ชมกันค่ะ

เป็นภาพบรรยากาศรวมๆ มีทั้ง Products ใหม่ๆ ที่น่าสนใจมากๆค่ะ

 

เป็นภาพเก่าที่เคยอัพไว้ในเด็กดีค่ะ

Beauty Talks: ผิวบอบบางแพ้ง่าย และสกินแคร์สำหรับ Sensitive skin

Beauty Talks: ผิวบอบบางแพ้ง่าย และสกินแคร์สำหรับ Sensitive skin

 

วันนี้มี่อยากเล่าเรื่อง Sensitive skin ค่ะ เพราะว่าเดี๋ยวนี้คนเอเชียเกิดภาวะ Sensitive skin กันมากขึ้น

 

sensitive

 

Sensitive skin นี่ ไม่ใช่แค่ว่า บอบบางแพ้ง่ายอย่างเดียวค่ะ แต่ในทางการแพทย์ ตาม Baumann skin typing system เขาแบ่งประเภทของ Sensitive skin ไว้ 4 แบบเลยทีเดียวค่ะ

ได้แก่

S1 คือ Sensitive skin ประเภทที่เรียกว่า Acne type เป็นผิวที่มีแนวโน้มเกิดสิวได้ง่ายกว่าคนปกติ ใช้อะไรก็จะอุดตันหมด อุดตันตลอดปีตลอดชาติตลอดชีวิต

คนกลุ่มนี้ต้องเลี่ยงสารต่อไปนี้นะคะ

 

acne

 

แต่ ไม่ได้แปลว่า เจอพวกนี้แล้วจะต้องอดตันเสมอไป จะแบนไปเลย ความจริงแล้วการอุดตันมีหลายๆปัจจัยมาเกี่ยวข้องด้วย รวมถึงความเข้มข้นที่เขาใส่มาในสูตรด้วย ยิ่งเข้มข้นก็ยิ่งเสี่ยงตันค่ะ

 

 

S2 คือ Sensitive skin ประเภทที่เรียกว่า Rosacea type เป็นผิวที่มีอาการแดง เหมือนอายตลอดเวลา เพราะพวกนี้เส้นเลือดเขาจะไวค่ะ แค่ทานของร้อนของเผ็ด หรืออากาศร้อน ก็แดงละค่ะ

 

 

S3 คือ Sensitive skin ประเภทที่เรียกว่า Burning and Stinging type เป็นผิวที่มีอาการปวดแสบปวดร้อน รู้สึกแสบ ร้อน เมื่อทาผลิตภัณฑ์ หรือเมื่อสัมผัสสิ่งเร้าบางอย่าง เช่น ลม ความเย็น ความร้อน โดยไม่จำเป็นต้องมีอาการแดงร่วมด้วยค่ะ

คนกลุ่มนี้จะต้องเลี่ยงสารต่อไปนี้นะคะ

 

sting

 

แต่ไม่ได้แปลว่าจะให้แบนไปเลยเช่นกัน เพราะความทนของแต่ละคนไม่เท่ากันค่ะ มันขึ้นกับความเข้มข้นสารในผลิตภัณฑ์ด้วย

 

 

และ S4 คือ Sensitive skin ประเภทที่เรียกว่า Contact dermatitis and irritant dermatitis type คนกลุ่มนี้จะแพ้ง่ายเพราะ Barrier ผิวอ่อนแอกว่าคนปกติ

แพ้ได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งน้ำประปา คนกลุ่มนี้ควรทดสอบการแพ้ก่อนการใช้งานค่ะ

สารที่มีความเสี่ยงสูงทำให้แพ้ก็จะเป็นพวก กันแดดเคมี สารกันเสีย น้ำหอม และสารกลุ่มโปรตีนเป็นต้น

การแพ้นี่ไม่ขึ้นกับความเข้มข้นสาร แค่ใส่มา น้อยแค่ไหนก็แพ้ได้ค่ะ และการแพ้คาดเดาไม่ได้ค่ะ แต่จะเกิดซ้ำๆเดิม จากสารที่เคยแพ้

 

 

 

ต่อมาเป็นแนะนำ Skincare สำหรับ Sensitive skin แบบต่างๆนะคะ

S1: ควรใช้ BHA เป็นประจำเพื่อละลายสิวอุดตันค่ะ

S2: สามารถใช้ได้เหมือนคนปกติเลยค่ะ อาจจะหาเบสเขียวมากลบรอยแดง

S3: ควรเลี่ยงพวก AHA, BHA, Alcohol, Essential oil

S4: ควรเลือกเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของสารไม่มากชนิดจนเกินไป เพราะ Barrier ผิวของคน S4 ไม่ดี สารจะซึมลงง่าย ทำให้เสี่ยงแพ้ง่ายค่ะ นอกจากนี้ควรเลี่ยงน้ำหอม กันแดดเคมี และโปรตีนค่ะ

 

สรุป

 

พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมจัดเต็ม มอยส์เจอไรเซอร์คุมสิว Acne away face moisturizing cream จากแบรนด์ Skin Will

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมจัดเต็ม มอยส์เจอไรเซอร์คุมสิว Acne away face moisturizing cream จากแบรนด์ Skin Will

วันนี้มี่แวะเอารีวิวเครื่องสำอางคุณภาพฝีมือคนไทยที่อัดแน่นด้วยส่วนผสมเลอค่ามาฝากกันค่ะ

คราวแล้วเราดูรีวิวตัว Vit c ของแบรนด์นี้ไป วันนี้เรามาดูตัว acne กันบ้างนะคะ ส่วนตัวมี่ว่าโอเคเลยหล่ะ

นั่นก็คือ Acne away face moisturizing cream จาก Skin Will เจ้าเก่าค่ะ

หน้าตาคล้ายๆกันค่ะ แต่ตัว Acne วันนี้จะเป็นหลอดสีฟ้า นะคะ

acne 2

 

ข้างในเป็นหลอดแบบมีจุดกดคล้ายตัว Vit C ค่ะ

 

acne 4

 

ในส่วนของเนื้อครีม เป็นครีมสีขาวค่ะ มีกลิ่นหอมอ่อนๆบางๆแนวๆสมุนไพร

 

acne 6

 

ตัวครีมจะเกลี่ยค่อนข้างง่าย ชุ่มชื้นผิวค่อนข้างมาก ซึมไวปานกลางค่ะ แต่ก็ไม่ถึงกับมันหรือเหนอะหนะนะคะ

 

acne 6

 

วัด pH กันเล็กน้อย

 

acne 7

 

เหมือนเนื้อครีมมันไปเคลือกระดาษอยู่เลยอ่านยากนิดนึง
pH น่าจะอยู่ที่ประมาณ 5 ค่ะ ใกล้เคียงกับผิวดี

ก่อนจะไปดูส่วนผสมอยากบอกว่า เขาเน้น Claiming เรื่องของความเข้มข้นของส่วนผสมเช่นกันค่ะ
โดยใช้ Nicotinamide 5%, Sodium ascorbyl phosphate 5% และ Oligopeptide-10 3% เรียกได้ว่าใส่มาเต็ม max เลยทีเดียว

มาถึงส่วนผสมกันบ้างนะคะ

 

สผส

 

ปกติเราจะแบ่งส่วนประกอบของเครื่องสำอางเป็น 3 ส่วนหลักๆค่ะ ได้แก่

  1. สารออกฤทธิ์ หรือ Active ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติพิเศษในการบำรุงผิว
  2. เนื้อหลัก หรือ Base เป็นส่วนเนื้อหลักที่โอบอุ้ม Active และเป็นตัวพา Active ไปหาผิว
  3. สารเติมแต่ง หรือ Additives ใส่เข้ามาเพื่อความน่าใช้ สวยงาม ปลอดภัย ฯลฯ

 

คุณสมบัติของสารต่างๆแยกตามหน้าที่

  1. กลุ่มสารออกฤทธิ์ ได้แก่
  • Nicotinamide เป็นชื่อพ้องของ Niacinamide เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 มีรายงานว่า สารตัวนี้สามารถเป็น Whitening ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ โดยไปรบกวนการส่งผ่านของเมลานินที่สร้างเสร็จแล้ว ลดการอักเสบในผิว เพิ่มการไหลเวียนเลือด ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวโดยไปกระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า และยังเป็น Antioxidant ด้วย (Int J Cosmet Sci 2005; 27:255–261) มีการทดสอบเชิงคลินิกพบว่า Niacinamide ที่ความเข้มข้น 4% มีประสิทธิภาพเทียบเท่า Clindamycin ในการรักษาสิว (Int J Dermatol. 2013;52(8):999-1004.)
  • Sodium ascorbyl phosphate เป็นรูปแบบที่ละลายได้ในน้ำของวิตามินซี มีความคงตัวสูง มีประโยชน์เป็น Antioxidant, Whitening และเป็นส่วนประกอบในการสร้างคอลลาเจนของผิว
  • Boswellia serrata extract สารสกัดจากพืชชนิดหนึ่ง มีงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติในการลดการอักเสบอยู่ค่อนข้างมาก (Indian J Pharm Sci. 2011;73(3): 255–261.) มีการศึกษาเกี่ยวกับครีมที่มีส่วนผสมของสารสกัดนี้ว่ามีประสิทธิภาพเพียงพอในการลดอาการอักเสบของคนไข้ Eczema และโรค Psoriasis ได้ดี (Clin Cosmet Investig Dermatol. 2014;7:321-7.) และยังช่วยลดริ้วรอยก่อนวัยได้ (Dermatol Ther. 2010;23 Suppl 1:S28-32.)
  • Honey extract ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น
  • Oligopeptide-10 เปปไทด์จากพืชที่มีคุณสมบัติฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ เมื่อใช้ร่วมกับ Salicylic acid จะได้ประสิทธิภาพสูงขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องใช้ Salicylic acid ในความเข้มข้นสูง ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าใช้ Salicylic acid แค่เพียง 5% ก็ได้ประสิทธิภาพเพียงพอในการดูแลสิวแล้ว
  • Melaleuca alternifolia leaf oil น้ำมันหอมระเหยจาก Tea tree มีงานวิจัยค่อนข้างมากกล่าวถึงคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย รา และยีสต์หลายสายพันธ์ และมีประสิทธิภาพในการนำมาใช้ทาภายนอก
  • Camellia sinensis leaf extract สารสกัดจากชาเขียว มีรายงานวิจัยอยู่ค่อนข้างมาก เช่น เป็น antioxidant เป็น Moisturizer ลดริ้วรอย เพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผิว (Dermatol Ther. 2013;26(3):267-71.) และยังมีรายงานถึงคุณสมบัติในการสมานแผล (Evid Based Complement Alternat Med. 2013;2013:386734.) ในชาเขียวยังมีสารประกอบกลุ่ม Polyphenol หลายชนิดที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพหลายๆประการ
  • Aspathalus linerais extract สารสกัดจากชา Rooibos มีรายงานวิจัยกล่าวถึงคุณสมบัติในการเป็น antioxidant (Tradit Complement Med. 2015;5(3):174-8.) ต้านการอักเสบ ( 2015;38(4):1502-16.) ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุถึงคุณสมบัติในการลดอักเสบ antioxidant ฆ่าเชื้อก่อสิว และช่วยให้ความรู้สึกสบายผิว (Soothing effect)
  • Salicylic acid เป็น BHA ช่วยสลายการอุดตัน และลดการอักเสบ
  • Poria cocos extract สารสกัดจากเห็ด Poria มีรายงานเกี่ยวกับฤทธิ์การต้านการอักเสบ และสมานผิวที่เสียหาย (Skin Res Technol. 2006; 12(4):223-7.) มีรายงานถึงคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียและรา นอกนั้นมีแต่รายงานเกี่ยวกับฤทธิ์ต้านมะเร็ง ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่า เป็น Moisturizer, Astringent (กระชับรูขุมขน)
  1. กลุ่มเนื้อหลัก เป็นเนื้อครีมประกอบด้วยน้ำกับน้ำมัน ดังนี้
    • ส่วนของน้ำ ได้แก่ น้ำ, Butylene glycol และ Alcohol
    • ส่วนของน้ำมัน ได้แก่ Oryza sativa bran oil คือ น้ำมันรำข้าว, Glyceryl monostearate, Cetyl alcohol, Glyceryl stearate, Mineral oil, C13-14 isoparaffin, Stearic acid, Shea butter
  2. กลุ่มสารเติมแต่ง ได้แก่
    • Cyclodextrin สารกลุ่มคาร์โบไฮเดรต ที่โครงสร้างเป็นโมเลกุลน้ำตาลกลูโคสมาจับกันเป็นวง สามารถใช้เป็นตัวนำพา (Carrier) สารต่างๆเข้าสู่ผิว หรือใช้เก็บกักห่อหุ้มสารสำคัญต่างๆไม่ให้ถูกทำลายจากสิ่งแวดล้อม และช่วยเพิ่มการละลายของสารบางชนิดได้
    • สารเพิ่มความหนืด ได้แก่ Dimethylacrylamide/acrylic acid/Polystyrene ethyl methacrylate copolymer ร่วมกับ Polyacrylamide และ Xanthan gum
    • สารทำครีม หรือ Emulsifier ได้แก่ PEG-100 stearate กับ Laureth-7
    • สารจับโลหะ คือ EDTA
    • สารกันเสีย คือ Phenoxyethanol

 

ถึงเวลาให้คะแนน

  1. สารออกฤทธิ์ ถึงแม้ว่าเคลมหลักของผลิตภัณฑ์จะเป็นเรื่องการดูแลสิว แต่ความจริงแล้ว ถือว่ามีหลายๆอย่างเสริมเข้ามา ไม่ใช่แค่ฆ่าเชื้อสิวเพียงอย่างเดียว เช่น ช่วยให้ผิวแข็งแรง เป็น Antioxidant ช่วยชะลอวัย ช่วยเรื่องลดการอักเสบ รอยดำ รอยแดง ยังมีการเลือกใช้ Oligopeptide-10 ที่มาเสริมฤทธิ์กับ BHA ทำให้ไม่ต้องใช้ BHA ที่ความเข้มข้นสูงๆอันจะเสี่ยงต่อความระคายเคืองได้อีก จุดนี้เลยขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนของเนื้อผลิตภัณฑ์ ในส่วนของน้ำ มี Butylene glycol เป็นตัวเติมน้ำ มี Alcohol ติดมาในลำดับกลางๆ คือ Alcohol นี้ไม่ได้ฆ่าเชื้อเหมือนที่หลายๆคนเข้าใจ แต่มีส่วนเป็นตัวทำละลายในส่วนผสม และให้สัมผัสที่ดี ถึงแม้ว่า Alcohol จะทำให้หลายๆคนไม่สบายผิวได้ แต่ส่วนใหญ่คนผิวมันก็ไม่ค่อยมีปัญหากับ Alcohol หรือเปล่า ในส่วนของน้ำมัน มีส่วนของน้ำมันเคลือบปกป้องผิว และน้ำมันที่ซึมเข้าผิวได้ ถือว่าค่อนข้างครบถ้วน แต่ขอหักคะแนนของ Alcohol ไป เลยขอให้ 4 ฟลาสก์
  3. ส่วนสารอื่นๆ ไม่มีตัวไหนเป็นพิษเป็นภัยอะไรกับผิว ตัวนี้ไม่มี Emulsifier ที่รุนแรง ไม่มีน้ำหอม ก็ไม่รู้จะหักคะแนนกับอะไร เลยได้ไป 5 ฟลาสก์
  4. การใช้งาน ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบเนื้อนะคะ เพราะมี่ผิวแห้ง แต่ก็มีสิวขึ้นบ้าง นานๆที พอได้ใช้ก็คือรู้สึกว่าชุ่มชื้นดีอยู่ค่ะ น่าจะกำลังเหมาะกับช่วงนี้เลยค่ะ เพราะอากาศเริ่มแห้งแล้ว เป็นอีกทางเลือกในการเพิ่มความชุ่มชื้นในหน้าหนาวแบบไม่ไปรบกวนสิว แต่ถ้าจะมาหวังผลแบบรวดเร็วทันใจแบบยาแต้มสิว ก็จะขอแนะนำให้ไปใช้ยาตามแพทย์แนะนำดีกว่านะคะ โดยรวมถือว่าค่อนข้างพอใจค่ะ ให้ 5 ฟลาสก์

 

คะแนน

 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Skin will ด้วยค่ะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ ขอบคุณทุกๆท่านที่ติดตามอ่านมาจนจบ

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์ Skin Will เลยค่ะ

Facebook fanpage: https://www.facebook.com/SKINWILL/

Website: http://www.skinwill.com/store/

 

Disclaimer/Conflict of interest: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Skin Will

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมเซรัมไฮยาเข้มข้น 5 ชนิด จากแบรนด์ Hylamide รุ่น SubQ Anti-age

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมเซรัมไฮยาเข้มข้น 5 ชนิด จากแบรนด์ Hylamide รุ่น SubQ Anti-age

วันนี้มี่แวะเอาเวชสำอางจากประเทศแคนาดา แบรนด์ Hylamide มารีวิวให้ชมกันค่ะ

 

ตัวนี้ถ้าหลายๆท่านจำได้ มี่เอามาแชร์ไว้ครั้งหนึ่งในกระทู้ Routine skin care regimen ไว้ (ลิงค์สำหรับชม Skincare regimen ของมี่) แล้วบอกว่าจะรีวิวละเอียดให้ เพราะของเขาคือดีงาม

 

นี่ค่ะ Regimen ช่วงนี้

bedtime1

วันนี้ได้ฤกษ์ละค่ะ มาทำความรู้จักกับแบรนด์ Hylamide กันซักเล็กน้อยก่อนดีกว่านะคะ แบรนด์นี้เป็นแบรนด์ในเครือของ Deciem ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำเวชสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมากมายค่ะ โดยคอนเซปท์ของแบรนด์ Hylamide มีชื่อสวยๆว่า “Multi-depth skincare” เน้นที่การฟื้นฟูผิวที่ 3 ชั้น คือ ชั้น Stratum corneum (ผิวหนังชั้นนอกสุด) ชั้น Epidermis (หนังกำพร้า) และชั้น Dermis โดยอาศัยโมเลกุลที่มีขนาดต่างๆกันในการบำรุง/ฟื้นฟูค่ะ

 

IMG_0192-re

 

โดยตัว Hylamide SubQ นี้ Claim ไว้ดังนี้ค่ะ

 

claim

 

เพิ่มความชุ่มชื้นที่ผิวชั้นนอก และชั้นใน ริ้วรอยตื้น ริ้วรอยลึก ผิวไม่สม่ำเสมอ และพวกริ้วรอยที่เกิดขึ้นตอนเราแสดงสีหน้า (เช่นตีนกา ร่องแก้ม)

 

มาดูลักษณะของผลิตภัณฑ์กันค่ะ

นางจะมาในกล่องแบบนี้ค่ะ

IMG_0715-re

พอแกะออกมาจะมีหน้าตาแบบนี้ (อันนี้ตัวล็อคมันแอบขาดนะคะ จริงๆขวดเขาจะลอคให้ในช่องที่มีลูกศร)

 

IMG_0716-re

 

ฝั่งซ้ายมือจะเป็นรายละเอียดของส่วนผสมที่มีอยู่ในขวดค่ะ

 

IMG_0194-re

 

อันนี้เผื่อใครสนใจนะคะ เดี๋ยววิเคราะห์ละเอียดให้อีกทีค่ะ

 

 

ขวดจริงๆจะเป็นลักษณะขวดแบบมีหลอดหยด หรือที่สาวกเกาหลีแบบเราๆเรียกว่า Ampoule

 

IMG_0720-re

 

 

เนื้อเป็นของเหลวใส ไม่มีสี ไม่ได้ใส่น้ำหอม เลยมีกลิ่นของส่วนผสมอยู่จางๆ

 

IMG_0721-re

 

 

เนื่องจากเป็นของเหลวใส เลยเกลี่ยง่ายมาก ซึมไว แห้งไวมาก ไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่ทิ้งคราบ

 

IMG_0722-re

 

 

วัด pH เหมือนเช่นเคยค่ะ

 

IMG_1927-re

 

pH อยู่ที่ประมาณ 5 นะคะ ใกล้เคียงกับผิวดีค่ะ

 

 

ก่อนจะไปดูส่วนผสมอยากชี้แจงจุดเด่นอีกนิดหน่อยค่ะ

ประเด็นแรกคือ ผลิตภัณฑ์นี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใส่สารออกฤทธิ์มาเยอะมาก คือ มี Active ingredients ถึง 44.32% ซึ่งมี่ไม่เคยเจอเครื่องสำอางไหนที่ใช้สารออกฤทธิ์แบบสารบริสุทธิ์มากกว่านี้มาก่อน (ไม่นับพวกที่ใส่สารสกัดพืช 90+% นะคะ อันนั้นเป็นสารสกัด มีพืชจริงๆเท่าไหร่เราไม่รู้ แต่อันนี้คือสารออกฤทธิ์เพียวๆ)

พอเป็นแบบเข้มข้น ใส่มาเต็มมาก เพื่อโฟกัสเรื่องริ้วรอย ล้วนๆ แต่ถึงแม้ยังไม่เหี่ยวไม่มีริ้วรอย ก็ใช้ได้เพื่อชะลอวัยค่ะ

ตรงนี้เขาชูโรงไว้ข้างกล่องด้วยหล่ะ

 

IMG_0194-re

 

แต่ละตัวคืออะไร เป็นอย่างไร เดี๋ยวลองดูในช่วงวิเคราะห์ส่วนผสมนะคะ

 

จุดเด่นอีกจุดคือ การใช้ อนุพันธ์ Hya สูงสุดถึง 5 ชนิด ซึ่งมากสุดในประวัติการณ์ในวงการเครื่องสำอาง (หมายเลข 7 – 12 นะคะ)

 

5 ชนิดที่ว่าได้แก่

1.VERY LOW-MOLECULAR HA เป็นไฮยาโมเลกุลเล็กมากซึมลงไปได้ลึก เพิ่มความชุ่มชื้น

2.Hyaluronic Acid Ferment เป็นไฮยาจากเทคโนโลยีชีวภาพ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นดึงน้ำให้บริเวณผิว

3.Hydrolyzed HA เป็นไฮยาโมเลกุลเล็ก ซึมลงผิวได้ลึกปานกลาง เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวระดับกลาง

4.HA Pre-Cursor สารตั้งต้นให้ผิวเอาไปสร้างไฮยา ทำให้ผิวนุ่มชุ่มน้ำฟูขึ้น

  1. Plant HA ไฮยาจากมะขาม ที่ช่วยให้ผิวยืดหยุ่นมากขึ้น

 

 

ในที่สุดก็มาถึงเวลาของการวิเคราะห์ส่วนผสมแล้วค่ะ

 

ส่วนผสม

 

ปกติเราแบ่งส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็น 3 หมวดหลักๆ คือ

  1. Actives หรือ สารออกฤทธิ์ เป็นสารที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติพิเศษต่างๆ
  2. Base หรือ ส่วนเนื้อของผลิตภัณฑ์ เป็นตัวอุ้มและเก็บสารออกฤทธิ์ไว้
  3. Additives หรือ ส่วนของสารเติมแต่ง เป็นตัวเติมแต่งให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าใช้ มีความปลอดภัย เช่น พวกสารกันเสีย พวกน้ำหอม พวกซิลิโคน ตัวเพิ่มความหนืด ฯลฯ

 

เรามาดูไปทีละส่วนกันเลยนะคะ

  1. Actives ขอเรียงตามกลุ่มสารนะคะ
    • กลุ่มคาร์โบไฮเดรต และ Hyaluronic acid ได้แก่
  • Sodium hyaluronate crosspolymer เป็นอนุพันธ์ใหม่ของ Hyaluronic acid เกิดจากการเอา Hyaluronic หลายๆตัวมาเชื่อมกันโดยใช้ปฏิกิริยาเคมี ทำให้ได้สารที่มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้นได้สูงขึ้น และมีคุณสมบัติ Antioxidant เพิ่มเติมเข้ามา ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าสารนี้เพิ่มความชุ่มชื้นได้มากกว่า Hyaluronic acid ถึง 5 เท่า และยังเก็บกักความชุ่มชื้นให้ผิวได้ถึง 24 ชั่วโมง (Hylasome EG10, Lipo Chemicals Inc.)
  • Tamarindus indica seed gum เป็น Polysaccharide กลุ่ม Gum ที่ได้จากเมล็ดของมะขาม มีรายงานการวิจัยระบุว่า Carbohydrate ที่พบในเปลือกเมล็ดสามารถกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังแบ่งตัวเพิ่มจำนวนได้ดีขึ้น (Dermatol Res Pract. 2013; 2013: 359756.) และมีรายงานว่าสารสกัดจากเปลือกหุ้มเมล็ดมะขามมีผลปกป้องผิวหนังจากรังสี UVA และเป็น Antioxidant ที่ดี (J Cosmet Sci. 2014; 65(1):11-24.) ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่าเป็น Vegetal hyaluronic acid (Hyaluronic acid จากพืช) มีคุณสมบัติเป็น Moisturizer โดยไปเคลือบที่ผิวไว้ ทำให้ผิวชุ่มชื้น ริ้วรอยลดลง ผิวเรียบเนียนขึ้น (Unitamuron-H22, Induchem)
  • Hydrolyzed hyaluronic acid เป็น Hyaluronic acid ที่ผ่านกรรมวิธีการย่อยให้มีขนาดเล็กลงจึงดูดซึมผิวได้มากขึ้น ให้ผิวนุ่มฟูขึ้น และริ้วรอยลดลง
  • Sodium hyaluronate คือ Hyaluronic acid ตัวดั้งเดิมให้ผลเพิ่มความชุ่มชื้นกับผิว
  • Saccharide isomerate สารประเภทคาร์โบไฮเดรต มีชื่อทางการค้าว่า Pentavitin ผู้ผลิต Claim ว่าสามารถไปจับกับกรดอะมิโน Lysine ของ Keratin ในผิว แล้วให้คุณสมบัติเป็นสารดูดน้ำ อุ้มน้ำ รักษาความชุ่มชื้นไว้ได้ยาวนาน ไม่ถูกล้างออกไปได้ง่ายๆเหมือน moisturizer อื่นๆ
  • Polyglucuronic acid สารกลุ่ม Polysaccharide ที่เกิดขึ้นจาก Glucuronic acid หลายๆตัวมาต่อกัน มีคุณสมบัติก่อฟิล์ม เพิ่มความหนืด และยังมีคุณสมบัติ Antioxidant (Carbohydrates Polymer 2015;116:34-41.) ในวัตถุดิบผสมระหว่าง Hydrolyzed Yeast Extract, Cetyl Hydroxyethylcellulose, Polyglucuronic Acid และ Lecithin ที่ผลิตโดยบริษัท Sederma ระบุว่าสารนี้ได้จากกระบวนการทางไบโอเทคโนโลยี จะได้สารที่มีโครงสร้างคล้ายกับสาย Hyaluronic acid ในผิวของเรา จึงมีผลช่วยทำให้ริ้วรอยตื้นขึ้น ผิวเรียบเนียนและสม่ำเสมอมากขึ้น นุ่มฟู และมีความแข็งแรงมากขึ้น (Optim HyalTM, Sederma Inc.)
    • กลุ่มสารที่เป็น Fermentation product ได้แก่
  • Pseudoalteromonas ferment extract รู้จักกันในชื่อทางการค้าว่า Antarcticine ของบ. Lipotec ได้จากการแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่พบในธารน้ำแข็ง ประกอบด้วยสารกลุ่ม Tripeptide ซึ่งมีคุณสมบัติในการกระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจนและอิลาสติน จึงช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้น ริ้วรอยลดลง นอกจากนี้มีคุณสมบัติในการเพิ่มความชุ่มชื้น และช่วยในกระบวนการสมานแผล (Promote Wound-healing) เวลาผิวหนังเกิดความเสียหาย ก็จะช่วยให้ซ่อมแซมตัวเองได้ไวขึ้น
  • สารประกอบของ Lactobacillus/Eriodictyon californicum ferment extract กับ Phospholipids และ Leuconostoc/Radish root ferment มีชื่อทางการค้าว่า ACB Cationic glycoproteins ให้ผลชะลอวัย ลดริ้วรอย เป็น Antioxidant เพิ่มความชุ่มชื้น และให้ความรู้สึกสบายผิว เพราะมีประจุบวกเลยจับกับผิวได้ดี
    • กลุ่มกรดอะมิโนและเปปไทด์ ได้แก่
  • Copper lysinate/prolinate สารตัวนี้เป็นสารเชิงซ้อนของแร่ธาตุทองแดงกับกรดอะมิโน Lysine และ Proline ผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่าสารนี้สามารถเป็นแหล่งพลังงานให้เซลล์ Fibroblast ที่แก่แล้วเกิดการปรับตัวและสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ชนิดที่ดีออกมา จึงมีผลทำให้ริ้วรอยลดลง ในตลาดเครื่องสำอางวัตถุดิบนี้มีชื่อทางการค้าว่า Neodermyl โดยจำหน่ายในรูปแบบของผสมระหว่าง Glycerin, Water, Methylglucoside Phosphate และ Copper Lysinate/Prolinate (Neodermyl, Induchem Inc.)
  • Palmitoyl tripeptide-38 เปปไทด์สายสั้นๆจากกรดอะมิโน 3 ตัวที่จับกับกรดไขมัน Palmitic acid ทำให้ดูดซึมเข้าผิวได้ง่ายขึ้น เปปไทด์ตัวนี้มีผลกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ไฮยาลูรอน และสารโปรตีนอื่นๆอีกหลายชนิดในผิวที่ทำหน้าที่เพิ่มความแข็งแรงของชั้นหนังแท้ และช่วยเสริมความแข็งแรงของ Dermal-Epidermal junction ให้แข็งแรงมากขึ้น จึงสามารถพยุงเอาชั้นผิวหนังไม่ให้เกิดริ้วรอยได้ง่ายๆ สารตัวนี้จำหน่ายในชื่อทางการค้าว่า Matrixyl Synthe’6 ซึ่งเป็นของผสมระหว่าง Glycerin, Water, Hydroxypropyl Cyclodextrin และ Palmitoyl Tripeptide-38 (Matrixyl Synthe’6, Sederma Inc.)
  • Myristoyl nonapeptide-3 เปปไทด์ที่เกิดจากกรดอะมิโน 9 ตัว จับกับกรดไขมัน Myristic acid ออกฤทธิ์คล้ายกับวิตามินเอ ให้ผลกระตุ้นการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิว และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิว มีความปลอดภัยสูงกว่า และไม่ระคายเคืองผิว
    • กลุ่มสารสกัดพืชอื่นๆ ได้แก่
  • Hydrolyzed yeast extract ประกอบด้วยโปรตีนและวิตามินต่างๆ ให้คุณสมบัติบำรุงผิว และเป็นองค์ประกอบในส่วนผสมของวัตถุดิบ Optim HyalTM
  • Ahnfeltia concinna extract สารสกัดจากสาหร่ายสีแดงชนิดหนึ่ง ไม่พบข้อมูลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่ามีคุณสมบัติส่งเสริมการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิว เพิ่มความยืดหยุ่น ความนุ่ม ลดริ้วรอยให้ผิวเรียบเนียน ลดการระคายเคืองในผิว และเป็น Moisturizer
    • สารอื่นๆ ได้แก่
  • Phospholipids และ Lecithin นอกจากสมบัติการบำรุงผิวก็อาจจะเป็นตัวนำส่งสารให้ผิว
  • Salicylic acid จัดเป็น BHA ให้ผลผลัดผิว ลดการอุดตัน
  1. Base เป็นชนิดน้ำใส หรือ Solution ไม่มีสารกลุ่มน้ำมันสังเคราะห์ ไม่มีซิลิโคน ไม่มีแอลกอฮอล์ ประกอบด้วย น้ำ Glycerin, Pentylene glycol, Ethoxydiglycol, Ethylhexylglycerin, Hexylene glycol, Caprylyl glycol 3 ตัวหลังมีคุณสมบัติระงับเชื้อจุลินทรีย์ได้ด้วย
  2. Additives ได้แก่
    • สารเพิ่มการดูดซึม (Percutaneous absorption enhancer) คือ Ethoxydiglycol ช่วยเพิ่มการดูดซึมให้สารออกฤทธิ์เข้าผิวได้ดีขึ้น
    • สารเพิ่มความหนืด ได้แก่ Polyacrylate crosspolymer-6, Cetyl hydroxyethylcellulose, Hydroxypropylcyclodextrin น่าจะเป็นองค์ประกอบที่ติดมากับกลุ่มสารออกฤทธิ์
    • Surfactant/Emulsifier มี Methylglucoside Phosphate ซึ่งติดมากับสารออกฤทธิ์
    • สารปรับ pH และ Buffer รักษา/ควบคุมค่า pH ได้แก่ Citric acid, Sodium citrate, Sodium hydroxide
    • สารจับโลหะ เป็นตัว Trisodium ethylenediamine disuccinate ให้ผลเพิ่มความคงตัวแก่ผลิตภัณฑ์ สารตัวนี้ผู้ผลิตวัตถุดิบอ้างว่าได้จากธรรมชาติ
    • สารกันเสีย ได้แก่ potassium sorbate, sodium benzoate, sodium citrate, chlorphenesin, phenoxyethanol นับรวมกับกลุ่มสารเติมน้ำอย่าง Ethylhexylglycerin, Hexylene glycol, Caprylyl glycol ที่ช่วยเสริมฤทธิ์ให้สารกันเสียด้วย และ Leuconostoc/Radish root ferment เองก็สามารถเป็นกันเสียได้

 

ถึงเวลาให้คะแนน

  1. Actives ในกลุ่มของสารออกฤทธิ์ตามที่ได้บรรยายไว้ ส่วนมากจะเป็นสารที่ค่อนข้างใหม่ และมีนวัตกรรมพิเศษๆ โดยรวมจะเน้นไปที่การเติมน้ำ ลดริ้วรอยเก่า ป้องกันริ้วรอยใหม่ และเสริมสร้างให้ริ้วรอยที่มีอยู่ดูตื้นขึ้น โดยรวมถือว่าทำได้ค่อนข้างครบตามคำ Claim จุดนี้จึงขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. Base ไม่มีสารกลุ่มน้ำมันสังเคราะห์ ไม่มีซิลิโคน ไม่มีแอลกอฮอล์ และมีตัวเติมน้ำให้ผิวดีๆหลายตัว จุดนี้จึงขอให้ 5 ฟลาสก์
  3. Additives สารที่ใช้ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรกับผิว และออกแบบมาได้อย่างดี เพราะหลายๆชนิดค่อนข้างหายาก และเป็นนวัตกรรม รวมถึงมีการใช้เทคนิคหลายๆอย่างเพื่อเพิ่มการดูดซึมของสารอื่นๆ ที่สำคัญคือไม่มีน้ำหอม ไม่มีพาราเบน จุดนี้จึงขอให้ 5 ฟลาสก์
  4. คะแนนการใช้งาน ตัวนี้มี่ใช้มาเดือนกว่าๆแล้ว ถือว่าใช้ทนมากเลยนะคะ เนื่องจากผิวมี่ยังไม่ค่อยมีริ้วรอย จึงเห็นผลเรื่องริ้วรอยไม่ชัด แต่เรื่องความชุ่มชื้น และความเรียบเนียน จุดนี้ต้องขอให้ 10 เต็ม เพราะว่าผิวค่อนข้างนุ่ม ชุ่มชื้น เรียบขึ้น แต่งหน้าได้ง่ายและติดทนนานมากขึ้น จึงขอให้ 5 ฟลาสก์

 

คะแนน

 

สุดท้ายนี้อีกครั้งอยากขอบคุณทางบริษัท Advance Aesthetic Company ที่ส่งสินค้าดีๆเพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีมาให้ได้ทดลองใช้ค่ะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่

เฟสบุคของบริษัท http://www.facebook.com/advanceaestheticthailand ได้เลยค่ะ

 

ขอบคุณที่ติดตามรับชมมาจนจบค่ะ

 

Disclaimer/Conflict of interest: ผลิตภัณฑ์ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Hylamide ค่ะ