Mini Review]] วิเคราะห์ส่วนผสม Miracle stick ชื่อดังจากเกาหลี Maxclinic Cirmage lifting stick

Mini Review]] วิเคราะห์ส่วนผสม Miracle stick ชื่อดังจากเกาหลี Maxclinic Cirmage lifting stick

มี่เชื่อว่าหลายๆคนต้องเคยเห็น Lifting stick ชื่อดังของเกาหลีแน่นอน คิดว่าหลายๆคนต้องสงสัยว่า เอ๊ะ เค้าทำได้ไง ทำไมถึงได้ยกกระชับจากหน้าย่น ให้กลายเป็นหน้าเรียวได้อย่างรวดเร็ว

 

วันนี้จะมาวิเคราะห์ส่วนผสมให้ค่ะ

 

มาดูหน้าตากันก่อนนะคะ

cirmage re.jpg

 

(Image from: http://www.maxclinic.com/rb/?c=product/skincare)

วันนี้เป็นงานขโมยเพื่อนมารีวิวค่ะ 555

 

cir 1.jpg

 

ตอนที่เพื่อนสั่งผ่าน G market มีโปร 1+1 (ซื้อ 1 แถม 1)นะคะ

 

หน้าตาจะเป็นแท่งรูปทรงแปลกๆแบบนี้ค่ะ

 

cir 6.jpg

 

เปิดมาจะมีจุกปิดด้านในอีกชั้นนึง

 

cir 7

 

เปิดมาจะเป็นแบบนี้ค่ะ

 

cir 12

 

ลองกับมือดูนะคะ

 

cir 9

 

มันจะเป็นแท่งที่น่าจะมาด้วย Wax เป็นเนื้อหลัก มีกลิ่นหอมอ่อนๆ รู้สึกอุ่นๆ หนึบๆตอนทา นางช่วยกลบความเหี่ยวบนมือได้จริงค่ะ

 

มาลองกับมือเพื่อนอีก ยิ่งเห็นชัด

 

cir 8.jpg

 

ซึ่งการกลบความเหี่ยว หรือ ริ้วรอย นี้เกิดได้จาก 2 กลไกหลักๆ

 

คือ ใช้พวก Pigment หรือ Silicone หรือ Polymer บางชนิดไปเคลือบปิดริ้วรอยต่างๆ หรือช่วยกระเจิงแสง ทำให้เรามองไม่เห็น

 

กับอีกกลไกคือ อาศัย peptide ที่ออกฤทธิ์ผ่านระบบประสาท ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว ริ้วรอยเลยคลายออกค่ะ

 

มาลองดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

มี่ไม่ทราบส่วนผสมเต็ม เลยจะขอวิเคราะห์เท่าที่ทราบนะคะ

ตัวนี้ถ้าดูที่กล่อง มี่คงไม่ซื้อ เพราะนางแจ้งส่วนผสมมาแค่ สารสกัดจากชะเอม Adenosine Tocopheryl acetate และ Phenoxyethanol

cir 4

 

มาดูส่วนผสมในเวบนางถึงได้รู้ค่ะ ว่า นางมาเต็มเหมือนกัน

 

cirmageliftingstick_03-re

(Image from: http://www.maxclinic.com/rb/?c=product/skincare)

 

จัดเต็มไปที่ peptide ที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทอย่าง Argireline, Syn-ake และ Spider peptide รวมถึง สารสกัดจากใยแมงมุมด้วยค่ะ

 

ตัวอื่นๆที่เห็นก็จะมี Collagen, Gellan gum (ที่ก่อฟิล์มบนผิวได้ และให้ความรู้สึกตึง)

 

แต่เรื่องของ Polymer กับ Silicone ที่เคลือบอำพรางริ้วรอยนั้นยังดูไม่ชัด เพราะเราไม่ทราบส่วนผสมทั้งหมดค่ะ

 

โดยรวมก็เหมือนเหล้าเก่าในขวดใหม่ เอา Peptide ที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทหลายๆตัวมายำรวมๆกัน ได้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่โด่งดังในชั่วข้ามคืน ถือว่าทำมาได้ดี และมีความเป็นนวัตกรรมค่ะ

 

ซึ่งจริงๆนางมีเทคนิคของนางด้วยนะคะ ความเว้า ความโค้งของตัวผลิตภัณฑ์มีผลกับการนวดค่ะ

 

ตบท้ายด้วยวิธีนวดค่ะ

 

cirmageliftingstick_07.jpg

(Image from: http://www.maxclinic.com/rb/?c=product/skincare)

 

สำหรับวันนี้ก็มีแค่นี้ค่ะ เอาไปคืนเพื่อนก่อน สวัสดีค่ะ 🙂

 

รีวิววิเคราะห์เจาะลึกส่วนผสมเซรัมเพื่อผิวขาวกระจ่างใสจากแบรนด์ไทยๆ Skin will Brighten to target face serum

รีวิววิเคราะห์เจาะลึกส่วนผสมเซรัมเพื่อผิวขาวกระจ่างใสจากแบรนด์ไทยๆ Skin will Brighten to target face serum

สวัสดีค่ะ พี่ๆน้องๆห้องแป้งที่น่ารักทุกๆท่าน

วันนี้มี่นำเอา Serum ไวท์เทนนิ่งตัวใหม่จาก Skin Will มาอวดและรีวิว วิเคราะห์ส่วนผสมให้ชมกันค่ะ เซรัมตัวนี้มีชื่อว่า Skin will brighten to target face serum ค่ะ

แบรนด์ Skin will นั้น เป็นแบรนด์เวชสำอางแบรนด์หนึ่งของคนไทย ที่น่าสนใจนะคะ ซึ่งตัวที่มี่เคยลองใช้ และรีวิวไปแล้วก็จะมีตัว Vit C กับ Acne away ค่ะ

เผื่อใครอยากอ่าน ตรงนี้เป็น Link ค่ะ

Serum vit c
http://pantip.com/topic/34492606

Acne away
http://pantip.com/topic/34512182

มาดูหน้าตากันดีกว่าค่ะ

sw 1

ตัวผลิตภัณฑ์ในกล่องจะมาแบบมีจุกพลาสติกดำปิดนะคะ และจะแถมหลอดหยดมาให้ 1 อัน ค่ะ

พอเราแกะฝาสีดำออก ข้างในจะมีจุกพลาสติกซีลปกป้องมาอีกชั้นค่ะ

sw 2

ตรงนี้เป็นคำเคลม และส่วนผสมที่ข้างหลังกล่องค่ะ เดี๋ยวเราค่อยดูกันในช่วงวิเคราะห์ส่วนผสมนะคะ

sw 6.jpg

เนื้อเซรัมเป็นกึ่งๆเจล กึ่งๆ Milky ค่ะ

sw 3

เซรัมเนื้อค่อนข้างเบาค่ะ ทาแล้วรู้สึกเย็นสบายผิว และของเขาน่าจะใส่น้ำหอมมาน้อย เลยไม่ได้กลิ่นน้ำหอมที่ฉุนจนรุนแรงเกินไป

sw 4

เกลี่ยค่อนข้างง่าย ซึมไว แห้งไว ไม่เหนอะหนะค่ะ

sw 5

วัดค่า pH กันซักนิด

sw 7

ค่า pH อยู่ที่ราวๆ 5 – 6 นะคะ ถือว่าใกล้เคียงกับผิวดีค่ะ

มาดูส่วนผสมกันบ้างค่ะ

สผส

สำหรับตัวนี้ที่เด่นมากจะเป็น ส่วนผสมที่ชื่อ Brightenyl เพราะเป็นสารนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลเหรียญทอง Best ingredients award จากงาน In-cosmetics เมื่อปีที่แล้ว (2015) คิดว่าใส่มาแบบเต็ม Max ด้วยค่ะ มันจะดีงามขนาดไหนเดี๋ยวจะเล่าให้ฟังนะคะ

เกริ่นนำเล็กน้อย
ปกติเราแบ่งส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็น 3 หมวดหลักๆ คือ
1. Actives หรือ สารออกฤทธิ์ เป็นสารที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติพิเศษต่างๆ
2. Base หรือ ส่วนเนื้อของผลิตภัณฑ์ เป็นตัวพยุงสารออกฤทธิ์ และนำพาไปสู่ผิวหนัง
3. Additives หรือ ส่วนของสารปรุงแต่ง เป็นตัวเติมแต่งให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าใช้ มีความปลอดภัย เช่น พวกสารกันเสีย พวกน้ำหอม พวกซิลิโคน ตัวเพิ่มความหนืด ฯลฯ

เรามาดูไปทีละส่วนกันเลยนะคะ
1. Actives พวกกลุ่มสารบำรุง ได้แก่
– สูตรผสมของ Isopentyldiol, Glycerin, Diglucosyl gallic acid มีชื่อทางการค้าว่า Brightenyl ซึ่งเป็นสารที่เรียกว่า Skin complexion optimizer ช่วยปรับสมดุลให้ผิวกระจ่างใส มีกลไกการออกฤทธิ์ที่สลับซับซ้อนและค่อนข้างพิเศษ โดยสาร Diglucosyl gallic acid จะถูกแปรสภาพโดยจุลินทรีย์เจ้าบ้าน (หรือ Normal flora) บริเวณผิวชั้นนอก ให้ได้เป็นสารออกฤทธิ์ที่ให้ผลลดการอักเสบ ลดการสร้างเม็ดสีผ่านการยับยั้ง Nitric oxide และ Diacylglycerol ซึ่งจะไปกระตุ้นให้มีการสร้างเอนไซม์สร้างเม็ดสี หรือ Tyrosinase ออกมา และเป็นตัวปลุกเอนไซม์ Tyrosinase ตื่นตัว เมื่อยับยั้งแล้วเอนไซม์ Tyrosinase ก็จะอยู่ในรุปที่ไม่ตื่นตัว (ไม่ active)
– Polyglutamic acid โพลิเมอร์ที่เกิดจากกรดอะมิโน Glutamic acid พบได้ใน Natto ซึ่งเป็นสิ่งที่จุลินทรีย์บางชนิดสร้างระหว่างกระบวนการหมัก ในทางเภสัชกรรมมีประโยชน์ในการเป็นระบบนำส่ง ส่วนในทางเครื่องสำอางผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่าสามารถดูดและจับน้ำได้มากถึง 5000 เท่าของน้ำหนักตัวมัน ซึ่งดีกว่า hyaluron หลายเท่า
– Alpha-arbutin สารที่พบในพืชหลายชนิด มีคุณสมบัติลดการสร้างเม็ดสีโดยไปยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ที่สร้างเม็ดสี
– Chamomilla recutita flower extract สารสกัดจาก German Chamomile มีคุณสมบัติและรายงานวิจัยเกี่ยวกับการลดการอักเสบ เมื่อเอามาใช้นอกจากเรื่องลดการอักเสบยังช่วยให้ความรู้สึกสบายผิว หรือที่เรียกว่า Soothing effect
– Tocopheryl acetate อนุพันธ์ของวิตามินอี มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant แต่ส่วนมากมักจะให้ผลแค่ปกป้องสารในผลิตภัณฑ์ไม่ให้เสื่อมสภาพเพราะออกซิเจนในอากาศ
– Gluconic acid อนุพันธ์ของน้ำตาล จัดเป็นสารในกลุ่ม Polyhydroxy acid (PHA) ให้คุณสมบัติการผลัดผิว (Exfoliant) คล้าย AHA แต่อ่อนโยน ระคายเคืองน้อยกว่า มีรายงานวิจัยสนับสนุนว่าการผลัดผิวของ PHA สามารถเพิ่มความชุ่มชื้น เพิ่มความแข็งแรงของ Barrier ผิวหนัง และมีคุณสมบัติเป็น Antioxidant รวมทั้งสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของสารออกฤทธิ์ชนิดอื่นๆ ได้ดี (Cutis. 2004; 73(2 Suppl):3-13.)
– Lactobionic acid อนุพันธ์ของน้ำตาลที่ประกอบด้วยน้ำตาลสองโมเลกุล จัดเป็น PHA (Polyhydroxy acid) มีคุณสมบัติผลัดเซลล์ผิว เพิ่มความชุ่มชื้น ลดริ้วรอย กระชับรูขุมขน เป็น Antioxidant และช่วยดักจับโลหะปนเปื้อนได้ มีรายงานการวิจัยกล่าสวถึงคุณสมบัติในการเป็น Antioxidant และ Moisturizer ที่ให้ผลดีในผิวที่เกิดริ้วรอยก่อนวัย (Int J Cosmet Sci. 2012;34(5):424-34.) มีประสิทธิภาพในการปรับสภาพผิว ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ให้ผลดีเทียบเท่า Glycolic acid แต่มีผลข้างเคียงน้อยกว่ามาก (J Cosmet Dermatol. 2010;9(1):3-10.)
2. Base พวกกลุ่มเนื้อผลิตภัณฑ์ เป็นเซรัมสูตรน้ำ แต่ให้เนื้อออกมากึ่งๆโปร่งแสงคล้ายๆ Emulgel ได้แก่ น้ำ และกลุ่มของสารดูดน้ำ คือ Isopentyldiol, Glycerin, Ethoxydiglycol, Methyl propanediol, Pentylene glycol, Propylene glycol
3. Additives กลุ่มของสารปรุงแต่ง ได้แก่
3.1 Penetration enhancer เป็นสารที่เพิ่มการดูดซึมสารอื่นเข้าสู่ผิว ในที่นี้ได้แก่ Ethoxydiglycol และ Isopentyldiol
3.2 สารเพิ่มความหนืด ได้แก่ Sodium polyacrylates
3.3 Emulsifier ได้แก่ Polysorbate 20 ช่วยเพิ่มการละลายสารในผลิตภัณฑ์
3.4 สารกันเสีย ได้แก่ Phenoxyethanol

ถึงเวลาให้คะแนน
1. สารบำรุง ในด้านการเป็น whitening ตัวหลักในการออกฤทธิ์ให้ผลเสริมฤทธิ์กัน 2 ขั้นตอน ตั้งแต่ก่อนสร้างเมลานิน และระหว่างสร้างเมลานิน ยังเสริมฤทธิ์มาด้วย PHA ที่ยังให้ผลผลัดผิวอย่างอ่อนโยน เผยผิวขาวกระจ่างใส แบบไม่ต้องห่วงผิวบางเหมือนพวก AHA และสารเพิ่มความชุ่มชื้นที่ดูมีคุณค่าอย่าง Polyglutamic acid สำหรับคะแนนสารบำรุงขอให้ 4 ฟลาสก์ เนื่องจาก ความสามารถในการเป็นไวท์เทนนิ่งนั้น ยังขาดขั้นตอนในการยับยั้งการส่งผ่านเมลานินที่สร้างเสร็จไม่ให้ไปข้างนอกอยู่
2. เนื้อผลิตภัณฑ์ จากส่วนผสมจะมาในรูปแบบน้ำ แต่เนื้อจริงสัมผัสโปร่งแสงเหมือน Emulgel เพราะมีส่วนของวิตามินอีอยู่ด้วย สารที่ใช้ให้คุณสมบัติเติมน้ำให้ผิวได้ และช่วยเป็นสารเพิ่มการดูดซึมสารอื่นเข้าสู่ผิว ที่สำคัญคือ ไม่มีน้ำมัน ไม่มีซิลิโคน และแอลกอฮอล์ จึงเหมาะกับทุกสภาพผิว รับไปเลย 5 ฟลาสก์
3. สารปรุงแต่งอื่นๆ มีอยู่เท่าที่จำเป็นจริงๆ ไม่ได้ใส่มาเยอะแยะไร้สาระ ไม่ได้มีตัวไหนไม่เป็นมิตรกับผิวเลยไม่มีอะไรให้หักคะแนน ขอให้ไป 5 ฟลาสก์
4. การใช้งาน เนื้อครีมค่อนข้างเบา ไม่เหนอะหนะและหนักผิว เหมาะมากกับหน้าร้อนช่วงนี้ ส่วนตัวมี่ลองใช้มา 2 สัปดาห์ สิ่งแรกที่สัมผัสได้เมื่อใช้ได้ประมาณ 3 วัน คือ ผิวนุ่มชุ่มชื้น เต่งตึงและเรียบเนียนขึ้น หลังจากนั้นประมาณซักอาทิตย์ก็จะได้เรื่องของสีผิว มันจะไม่ได้ขาวเว่อร์วังอลังการขึ้นมาทันทีนะคะ แต่มันจะเน้นความกระจ่าง เน้น Complexion ที่ดูสว่างขึ้น ดูมีราศีประมาณนั้นเลยค่ะ โดยรวมคือมี่ค่อนข้างประทับใจกับผลลัพธ์ที่ได้ เลยให้ไป 5 ฟลาสก์ค่ะ

คะแนน

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Skin will ด้วยค่ะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ ขอบคุณทุกๆท่านที่ติดตามอ่านมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์
Facebook fanpage: https://www.facebook.com/SKINWILL/
Website: http://www.skinwill.com/store/

Disclaimer/Conflict of interest: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Skin Will

รีวิววิเคราะห์เจาะลึกทุกส่วนผสมแบบละเอียด เซรัมบำรุงผิวเพื่อผิวขาวกระจ่างใสแบรนด์ไทยๆจาก Morebeaute’

รีวิววิเคราะห์เจาะลึกทุกส่วนผสมแบบละเอียด เซรัมบำรุงผิวเพื่อผิวขาวกระจ่างใสแบรนด์ไทยๆจาก Morebeaute’

สวัสดีค่ะพี่ๆน้องๆเพื่อนๆห้องแป้งที่น่ารักทุกๆท่าน

วันนี้มี่แวะเอาเซรัมบำรุงผิวเพื่อผิวขาวกระจ่างใสแบรนด์ไทยๆ ที่ว่ากันว่าคิดสูตรโดยแพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง โดยมุ่งเน้นส่วนประกอบที่ปลอดภัย ไม่มีสารปรอท หรือ steroid แต่ได้ผลจริง จะดีงามขนาดไหนมาดูไปพร้อมกันเลยดีกว่าค่ะ

Serum นี้มีชื่อว่า Morebeaute’ หรือ มอร์บอเต้ ค่ะ

ชื่อเต็มๆคือ Morebeaute’ blemish control luminizing cream

มาดูหน้าตากันหน่อยเนอะ

mb 1.jpg

ซึ่งนางจะมาใน Packaging แบบหลอดปิดสนิทค่ะ

ตัวเนื้อเซรัมจะเป็นแนวๆ Emulgel นะคะ เป็นเซรัมเนื้อเจลขุ่นๆ สีเหลืองอ่อนๆ ซึ่งทางแบรนด์ใช้ส่วนผสมที่เป็นสารสกัดจากธรรมชาติ และไม่ได้ใส่ Opacifier หรือ ตัวกลบสี มาบดบังสี จึงได้เซรัมสีนี้ค่ะ มีกลิ่นหอมจางๆค่ะ

mb 2

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ให้ความรู้สึกเย็น ซึมไวไม่เหนอะหนะค่ะ

mb 3

มาวัด pH กันซักเล็กน้อยนะคะ

mb 4

เนื่องจากผลิตภัณฑ์มีสีเลยอ่านค่ายากนิดนึง ได้ค่าอยู่ที่ราวๆ 5 – 6 ค่ะ ซึ่งใกล้เคียงกับผิวดี และเป็นช่วงที่สารหลายๆตัวในส่วนผสมคงตัวค่ะ

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

สผส

ปกติเราแบ่งส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็น 3 หมวดหลักๆ คือ
1. Actives หรือ สารออกฤทธิ์ เป็นสารที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติพิเศษต่างๆ
2. Base หรือ ส่วนเนื้อของผลิตภัณฑ์ เป็นตัวพยุงสารออกฤทธิ์ และนำพาไปสู่ผิวหนัง
3. Additives หรือ ส่วนของสารเติมแต่ง เป็นตัวเติมแต่งให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าใช้ มีความปลอดภัย เช่น พวกสารกันเสีย พวกน้ำหอม พวกซิลิโคน ตัวเพิ่มความหนืด ฯลฯ

มาดูรายละเอียดแต่ละอย่างกันเลยค่ะ
1. Actives ในส่วนของสารออกฤทธิ์ มี่ได้ทำแถบสีไว้ให้แล้วค่ะ ดังนี้
– Kojic dipalmitate เป็นอนุพันธ์ของ Kojic acid ที่มีความระคายเคืองต่ำ มีการดูดซึมเข้าผิวที่ดีขึ้น มีคุณสมบัติยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ที่ใช้สร้างเม็ดสี
– Arctostapylos uva ursi extract สารสกัดจาก Bearberry ส่วนของใบมีรายงานว่ามีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียบางชนิด มีรายงานว่าส่วนของเปลือกและใบพบสาร Arbutin ที่มีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิวผ่านการยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase (Phytochem Anal. 2009;20(5):416-20.)
– Mitracarpus scaber extract สารสกัดจากพืชชนิดหนึ่งที่พบใน Africa มีรายงานเกี่ยวกับคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ (Lett Appl Microbiol. 2000;30(2):105-8.)
**สูตรผสมของ Arctostapylos uva ursi extract กับ Mitracarpus scaber extract มีชื่อทางการค้าว่า Etioline เป็นสารสิทธิบัตรอเมริกา เลขที่ US2004/0166069A1 ให้ผลเสริมฤทธิ์กันในการยับยั้งเม็ดสีผิว โดยสารสกัดจากใบ Mitracarpus จะเป็นตัว Booster ช่วยให้สารยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ที่สร้างเม็ดสีผิว ได้มากขึ้น
– Alpha-arbutin มีคุณสมบัติในการยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิวผ่านการยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase เช่นกัน
– สูตรผสมของ Dithiaoctanediol, Sutilains, Beta-carotene และ Gluconic acid มีชื่อทางการค้าว่า Melaclear 2 ออกฤทธิ์เสริมกันในการเป็น Whitening ที่ดี โดยเริ่มไปยับยั้งตั้งแต่ขั้นตอนการเปลี่ยนเอนไซม์ pro-Tyrosinase ไม่ให้เป็น Tyrosinase จึงทำงานไม่ได้ ป้องกันไม่ให้อนุมูลอิสระไปกระตุ้นให้เซลล์สร้างเม็ดสีทำงาน จับกับ Retinoids receptor มีผลไม่ให้เซลล์สร้างเม็ดสีโดนกระตุ้น และผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ดำคล้ำอย่างออกโยน
– สูตรผสมของ Capric/caprylic triglycerides กับ Diacetyl boldine มีชื่อทางการค้าว่า Lumiskin เป็นการเอา Diacetyl boldine ซึ่งเป็นสารที่แยกได้จากต้น Boldo ในชิลี ออกฤทธิ์ที่ alpha-adrenergic receptor และ ควบคุม Calcium flow มีผลทำให้เอนไซม์ Tyrosinase ไม่สามารถทำงานได้
– วิตามินซี 2 ชนิด คือ Ascorbic acid และ Ascorbyl palmitate ตัวแรกออกฤทธิ์ได้เลย อีกตัวค่อยๆถูกผิวเปลี่ยนเป็น Ascorbic acid มีผลช่วยให้วิตซี ออกฤทธิ์ได้ยาวนานขึ้น วิตซีมีประโยชน์ในการเป็น Antioxidant, ยับยั้งการสร้างเม็ดสี และเป็นส่วนหนึ่งในขั้นตอนการสร้างคอลลาเจน
– Niacinamide เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 มีรายงานว่า สารตัวนี้สามารถเป็น Whitening ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ โดยไปรบกวนการส่งผ่านของเมลานินที่สร้างเสร็จแล้ว ลดการอักเสบในผิว เพิ่มการไหลเวียนเลือด ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวโดยไปกระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า และยังเป็น Antioxidant ด้วย (Int J Cosmet Sci 2005; 27:255–261)
– วิตามินอี 2 ชนิด คือ Tocopherol และ Tocopheryl acetate ตัวแรกออกฤทธิ์ได้เลย อีกตัวค่อยๆถูกผิวเปลี่ยนเป็น วิตอีในผิว ให้ผลเป็น Antioxidant
– สูตรผสมของ 10-Hydroxydecanoic acid, Sebacic acid และ 1,10-Decanediol มีชื่อทางการค้าว่า Acnacidol แยกสกัดได้จากนมผึ้ง มีคุณสมบัติลดการสร้างน้ำมันของผิว ผ่านการยับยั้งเอนไซม์ 5alpha-reductase ที่เป็นต้นตอของการสร้างน้ำมัน หรือ Sebum และมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ จึงให้ผลดีด้านสิว บริษัทผู้ผลิตวัตถุดิบกล้า Claim ว่า ถ้าใช้ตาม Dose ที่กำหนดจะลดการหลั่งน้ำมันได้รวดเร็วภายใน 1 ชั่วโมง
– Sodium PCA สารเพิ่มความชุ่มชื้นชนิด Natural moisturizing factor (NMF) ที่มีอยู่ในผิว มีหน้าที่ดูดน้ำเข้าหาผิว เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว
– Glycyrrhiza glabra extract คือ สารสกัดจากชะเอม เทศ มีรายงานเกี่ยวกับคุณสมบัติในการยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ลดการสร้างเมลานินช่วยให้สีผิวจางลง มีฤทธิ์เป็น Antioxidant และช่วยปกป้องเซลล์ผิวจากอันตรายจากเปอร์ออกไซด์ในร่างกาย (Molecules. 2014; 19(7):9101-13.) มีคุณสมบัติลดการอักเสบ มีรายงานการวิจัยกล่าวว่า เมื่อใช้สารสกัดชะเอมในโรคผิวอักเสบแบบ Atopic จะช่วยลดอาการคัน บวม และแดงได้ (J Dermatolog Treat. 2003; 14(3):153-7.)
2. Base หรือ เนื้อหลักผลิตภัณฑ์ มาในรูปแบบของ Emulgel ประกอบด้วย น้ำ น้ำมัน และซิลิโคน ดังนี้
2.1 ส่วนของน้ำ ได้แก่ น้ำ Butylene glycol, Glycerine, Propylene glycol ซึ่งช่วยดูดน้ำให้ผิวได้
2.2 ส่วนของน้ำมัน ได้แก่ C13-14 isoparaffin, Hydrogenated polydecene ให้ผลเคลือบผิวปกป้องไม่ให้น้ำระเหยออก พวกนี้ค่อนข้างปลอดภัยเพราะไม่ดูดซึมเข้าผิว และ Capric/caprylic triglyceride ที่ดูดซึมเข้าผิวให้ผลทดแทนไขมันในผิว และ Cholesterol ที่ช่วยลดการอักเสบ และเป็นส่วนหนึ่งของ Barrier ผิว
2.3 ซิลิโคน ได้แก่ Dimethicone, Cyclopentasiloxane, C30-45 alkyl cetearyl dimethicone crosspolymer ให้สัมผัสบางเบา เคลือบปกป้องผิว และเพิ่มความหนืด
3. Additives ได้แก่
3.1 สารทำระบบนำส่ง ได้แก่ Palmitoyl hydroxypropyltrimonium amylopectin/glycerin crosspolymer กับ Hydrogenated lecithin ที่เป็นระบบนำส่งสิทธิบัตรของบริษัท Kobo ทางญี่ปุ่น มีชื่อทางการค้าว่า Glycosphere สามารถเก็บกักสารเพื่อเพิ่มความคงตัวและนำส่งเข้าสู่ผิว ดังรูป

glycosphere.jpg

(Image from Kobo products)
เข้าใจว่าน่าจะเก็บกักวิตามินซีเอาไว้

3.2 สารเพิ่มความหนืด คือ Sodium acrylates/sodium acryloyldimethyltaurate copolymer
3.3 Emulsifier ได้แก่ Laureth-7, Polysorbate 60, Cholesterol, Sodium deoxycholate ช่วยผสานน้ำให้เข้ากับน้ำมัน
3.4 Preservatives ได้แก่ สารจับโลหะ Disodium EDTA และสารกันเสีย Phenoxyethanol กับ Methylisothiazolinone
3.5 สารแต่งกลิ่น หรือ Perfume

ถึงเวลาให้คะแนน
1. Actives ส่วนของสารออกฤทธิ์ค่อนข้างมาเต็มจริงๆ จากที่เล่าให้ฟังในข้างต้นจะเห็นว่ามีส่วนของสารที่ออกฤทธิ์ครอบคลุมขั้นตอนการสร้างเม็ดสีผิวทั้งหมด ตั้งแต่ก่อนสร้าง ระหว่างสร้าง และหลังสร้างเสร็จ ที่สำคัญคือ Gluconic acid ที่ใช้ ไม่ได้ทำให้ผิวบางแต่อย่างใด ยังมีส่วนของสารเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว และสารที่ให้ประโยชน์เรื่อง การชะลอวัย สิว และควบคุมความมันได้อีก โดยรวมถือว่าทำมาได้ครบถ้วนสมบูรณ์ ได้ไป 5 ฟลาสก์
2. Base ส่วนของเนื้อหลัก มีครบถ้วนทั้งสารดูดน้ำให้ผิว สารเคลือบปกป้องผิว และไขมันทดแทนผิวหนัง ไม่มีส่วนผสมของ Alcohol และน้ำมันที่สุ่มเสี่ยงอุดตัน จึงขอให้ 5 ฟลาสก์
3. Additives ส่วนของสารปรุงแต่ง มีความโดดเด่นที่ระบบนำส่ง Glycosphere ที่ช่วยเพิ่มความคงตัวให้ผลิตภัณฑ์ และที่สำคัญคือ ไม่มีส่วนผสมของ Parabens สารอื่นๆไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรกับผิว เลยขอให้ 5 ฟลาสก์
4. การใช้งาน หลังจากใช้เมาราวๆ 2 อาทิตย์ สิ่งที่สัมผัสได้เมื่อใช้ในวันแรกๆ คือ ผิวบริเวณ T-zone มีความมันลดลง หลังจากนั้นที่ได้คือ ผิวชุ่มชื้นขึ้น นุ่มขึ้น และเรื่องความสม่ำเสมอของสีผิว ดูดีขึ้น ผิวดูมี Complexion ที่สว่างขึ้น เลยขอให้ไป 5 ฟลาสก์

คะแนน

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Morebeaute’ ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ
สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางเฟสบุคของแบรนด์
https://www.facebook.com/Morebeauteskin

และเวบไซต์ http://www.morebeaute-skincare.com/ ได้เลยค่ะ
Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์

 

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสม สกินแคร์กลุ่มวิตซี จากแบรนด์ Lab Story ยกเซ็ต

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสม สกินแคร์กลุ่มวิตซี จากแบรนด์ Lab Story ยกเซ็ต

วันนี้เอาสกินแคร์กลุ่ม Vit C เกาหลี จากแบรนด์ Lab story มารีวิวให้ชมกันค่ะ

ขึ้นชื่อว่าบ้านมียอน งานโอปป้าต้องมาเสมอค่ะ

ในเซตนี้ มีผลิตภัณฑ์อยู่ 3 ชิ้นนะคะ คือ Booster, Serum และ Cream ค่ะ

มาดูหน้าตากันก่อนเลยเนอะ

lab 1

แบรนด์ Lab story นั้น ว่ากันว่าเป็น แบรนด์เวชสำอางของเกาหลีที่ดาราเกาหลีเลือกใช้กัน ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์เลือกใช้ส่วนผสมที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ มีการพัฒนาสูตร ใช้นวัตกรรมต่างๆเพื่อดูแลผิว และที่สำคัญคือ ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพ และความปลอดภัย การระคายเคืองเรียบร้อยแล้วค่ะ

อีกอย่างคือ นางมีออฟฟิสอยู่ที่ย่านคังนัมนะคะ ย่านหรูชื่อดังในกรุงโซล

เรามาเริ่มกันที่ตัวแรกของเซตเลยค่ะ กับตัว Booster เป็นแนวๆ Toner/Essence นะคะ

lab 2

ตัวนี้เนื้อจะเป็นกึ่งๆน้ำนม มีความหนืดนิดๆ ชุ่มชื้นผิวมาก กลิ่นหอมอ่อนๆละมุนๆ เกลี่ยค่อนข้างง่ายนะคะ จะเทใส่มือแล้วตบ หรือ จะใส่สำลีแล้วเช็ดก็ได้หมด
ส่วนตัวมี่ชอบเทใส่สำลีแล้วกดเบาๆบนหน้าค่ะ

 

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

 

lab 4

 

ตัวนี้นอกจากสารหลักจะมีจุดเด่นอยู่ที่ น้ำมันจากพืชหลายชนิดค่ะ ส่วนใหญ่ก็เป็นชนิดที่หายากและมีราคาแพง เช่น น้ำมันจากเมล็ดบรอคโคลี่ น้ำมันจากถั่วดาวอินคา (Plukenetia volubilis) สายพันธ์ดั้งเดิมจากป่าอเมซอน น้ำมันเมล็ดแบลคเคอเรนท์ น้ำมันมะรุม ร่วมกับน้ำมันจากพืชตัวดั้งเดิมอีกหลายชนิด เช่น มะกอก ชา Jojoba Macadamia และ Meadowfoam

เรียกได้ว่าใครที่กำลังมองหาน้ำมันจากธรรมชาติ เจ้านี่คงตอบโจทย์ได้เลยค่ะ

ขนาดมี่เอง ลองมาก็เยอะ มาเจอตัว Booster นี่หลงไหลได้ปลื้มเชียวหละ

ส่วนของสารออกฤทธิ์ก็จะมีพวกกลุ่มที่ช่วยเรื่องผิวขาวอยู่หลายตัว เช่น

  • Niacinamide ที่เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 มีคุณสมบัติเรื่องผิวขาว เพิ่มความแข็งแรงให้แก่ Barrier ผิว โดยไปเร่งการสร้างไขมันที่เป็น Barrier ผิว และลดการอักเสบ
  • Sorbitol กับ Sodium hyaluronate ที่มาในลำดับต้นๆ เด่นเรื่องความชุ่มชื้น ผิวนุ่มฟู
  • Melon seed extract อันนี้ขึ้นกับกรรมวิธีว่าจะได้น้ำมัน หรือ โปรตีนออกมา แต่หลักๆก็คือให้ผลเรื่องความชุ่มชื้นของผิว
  • สารสกัดจากผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่หายาก อย่าง Chokeberry (Aronia melanocarpa extract) Elderberry (Sambucus nigra extract)
  • วิตามินซี ที่ใช้เป็นรูปแบบ Ethyl ascorbyl ether ที่มีขนาดเล็ก มีความคงตัวสูง มีความเป็นกรดน้อย ให้ผลเรื่อง Antioxidant ช่วยลดการสร้างเม็ดสีผิว และเป็นส่วนหนึ่งในขั้นตอนการสร้างคอลลาเจนในผิว

สารอื่นๆก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรกับผิวเลยค่ะ แถมบางตัวยังมีประโยชน์กับผิวด้วยซ้ำ

สำหรับค่า pH นั้นอยู่ในช่วงราวๆ 4-5 ซึ่งเป็นช่วงที่สารส่วนใหญ่ในผลิตภัณฑ์คงตัวค่ะ

 

lab 7

 

ตัวที่สองเป็นตัว Serum Whitening bomb

 

lab 8

 

มาในรูปแบบน้ำนม กลิ่นหอมละมุนเช่นกัน ตัวเซรัมนี้มีความหนืดมากกว่าตัว Booster เล็กน้อยค่ะ

lab 11-1

 

สำหรับส่วนผสมนั้นเป็นดังนี้

 

lab 9

 

จากส่วนผสมจะเห็นว่าส่วนใหญ่จะคล้ายกับตัว Booster แต่ลำดับของสารจะต่างกัน เช่น ลำดับของ Ethyl ascorbyl ether จะอยู่ที่ลำดับต้นๆกว่า และ ลำดับของ Niacinamide จะอยู่หลังกว่าตัว Booster

ส่วนที่เพิ่มเข้ามาคือ

  • Biosaccharide gum-1 ซึ่งคาร์โบไฮเดรตที่ได้จากการหมักจุลินทรีย์ ประกอบด้วยน้ำตาล 3 โมเลกุล คือ Galacturonic acid, L-Fucose และ D-Galactose มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวได้ค่อนข้างนาน สารนี้มีคุณสมบัติก่อฟิล์มให้ความรู้สึกชุ่มชื้นนุ่มนวล ไม่เหนอะหนะ ไม่มัน และมีรายงานว่าช่วยลดการอักเสบ ป้องกันการแพ้ได้ (Fucogel จาก Solabia)
  • Adenosine มีคุณสมบัติที่ดีในด้านริ้วรอย และการส่งเสริมการทำงานของผิว

สำหรับค่า pH นั้นอยู่ในช่วงราวๆ 4-5 เหมือนตัว Booster ค่ะ

 

lab 13

 

ส่วนตัวสุดท้ายจะเป็นตัวครีม มีชื่อว่า Intensive cream whitening bomb ค่ะ

lab 14

 

เนื้อครีมจะค่อนข้างเบา ให้ความชุ่มชื้นสูง แต่ไม่เหนอะหนะ และไม่หนักผิวเกลี่ยค่อนข้างง่าย มีกลิ่นละมุนเช่นกัน

 

 

สำหรับส่วนผสมนั้นเป็นดังนี้ค่ะ

 

lab 16

 

มีการเปลี่ยนแปลงลำดับของสารเล็กน้อย โดยเน้นกลุ่มน้ำมันมากขึ้น ตัวชูโรงคือตระกูลมะกอก และแมคคาเดเมีย

สารที่เพิ่มเข้ามาคือ

  • Panthenol หรือ โปรวิตามินบี 5 มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้นและลดการอักเสบในผิว
  • Trehalose เป็นน้ำตาลชนิดพิเศษ ที่มีคุณสมบัติดูดน้ำให้ผิว เพิ่มความชุ่มชื้น น้ำตาลนี้สามารถปกป้องรักษาเซลล์ผิวจากความแห้งได้ยาวนาน
  • โปรตีนนม (Milk protein) ที่ให้ผลเด่นเรื่องความชุ่มชื้น กับ เคลือบผิวให้ดูเรียบเนียน

สำหรับค่า pH นั้นอยู่ในช่วงราวๆ 5 – 6 ค่ะ

 

lab 19

ให้คะแนนกัน

  1. กลุ่มสารออกฤทธิ์ หรือ Active ingredients สารที่เป็นเสมือน Key note player ของไลน์ จะเป็นตัววิตามินบี 3 วิตามินซี เมื่อสองตัวนี้มาเจอกันจะช่วยผสานกันในการเป็น Whitening และช่วยเรื่องริ้วรอย และความแข็งแรงของ Barrier ผิวได้ กับสารสกัดจาก Berry หายาก อย่าง Chokeberry และ Elderberry ซึ่งนอกจากวิตซี ยังมีสารสีกลุ่ม Anthocyanin ที่เป็น Antioxidant ที่ดี ให้กับผิว ในแต่ละชิ้นยังมีสารอื่นๆเสริมเข้ามา เช่น ตัว Booster จะโดดเด่นด้วยน้ำมันจากพืชหายาก ตัว Serum มี Biosaccharide gum-1 และตัวครีมที่เสริมสารเติมน้ำเข้ามา โดยรวมถือว่า ทำได้ดีในการเป็นไวท์เทนนิ่ง เพราะออกฤทธิ์อยู่ที่ 2 ขั้นตอน ตั้งแต่การสร้างเม้ดสี และป้องกันไม่ให้เม็ดสีที่สร้างเสร็จออกมาข้างนอก จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. กลุ่มเนื้อผลิตภัณฑ์ หรือ Base ทั้ง 3 ตัวมาในรูปแบบของ Emulsion ที่ประกอบด้วย น้ำ น้ำมัน และซิลิโคน สารที่ใช้ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรกับผิว มีสารดูดน้ำให้ผิว มีสารไขมันจากธรรมชาติที่สามารถทดแทนไขมันในผิวได้ และมีสารเคลือบผิวรักษาความชุ่มชื้น จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  3. กลุ่มสารปรุงแต่ง หรือ Additives สารที่ใช้ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรกับผิว เลยไม่รู้จะหักคะแนนอะไร เลยขอให้ 5 ฟลาสก์
  4. การใช้งาน ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบตัว Booster เพราะเอามาใช้งานได้กว้าง หลากหลาย เอามาเช็ดก็ได้ เอามาตบๆ หรือจะเอามาทาเป็นตัวหลักเลยก็ได้หมด ส่วนตัว Serum และ ครีม ก็ให้สัมผัสได้ค่อนข้างดีเช่นกัน สิ่งที่สัมผัสได้ก่อนเลยคือเรื่องความชุ่มชื้น ดูเหมือนจะได้เรื่องความเรียบเนียนเข้ามาด้วย ส่วนเรื่องสีผิวไม่สม่ำเสมอนั้นยังไม่ได้ชัดเจนมาก ค่อยเป็นค่อยไปค่ะ จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์

 

คะแนน

จบแล้วค่าาา ขอบคุณทุกๆท่านที่ติดตามมาจนจบนะคะ พบกันใหม่โอกาสถัดไป สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ

 

เดี๋ยวนี้ในไทยเขาก็มีบริษัทนำเข้ามาแบบถูกต้องแล้วนะคะ ลองไปดูกันเล่นๆได้ที่ https://www.facebook.com/labstory.thai ได้เลยค่ะ

 

Disclaimer/Conflict of interest: ผลิตภัณฑ์ได้รับเป็นของขวัญจากเพื่อนที่เกาหลี (Consumer-reviewed)

 

 

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสม ครีมเจลและเจลล้างหน้าในกลุ่ม Acniover แบรนด์เวชสำอาง Martiderm จากสเปน

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสม ครีมเจลและเจลล้างหน้าในกลุ่ม Acniover แบรนด์เวชสำอาง Martiderm จากสเปน

วันนี้มี่จะมารีวิววิเคราะห์ส่วนผสมเจลครีม Creamigel ใน Line ดูแลสิวที่มีชื่อว่า Acniover จาก Martiderm เวชสำอางจากสเปนให้ชมกันค่ะ

ในไลน์ Acniover นี้ มีผลิตภัณฑ์อยู่ 2 อย่างเป็นตัวล้างหน้า และ Creamigel ค่ะ

มาเริ่มกันที่ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าก่อนดีกว่านะคะ มีชื่อว่า Gel purificante ค่ะ

หน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ

wash 1

ตัวนี้เป็นเจลใสสีเขียว กลิ่นแอปเปิ้ล ที่ค่อนข้างอ่อนโยนกับผิวค่ะ

ถูกับน้ำแล้วจะมีฟองอยู่ค่อนข้างน้อยแต่ฟองละเอียดเหมือนครีม มีความลื่นอยู่ในระดับหนึ่ง ทำให้เราละเลงบนหน้าได้ง่ายดี และล้างออกง่ายหมดจด ไม่ทิ้งความมัน หรือความเมือกไว้บนผิวเลยค่ะ

น่าจะเหมาะกับผิวมัน เพราะประสิทธิภาพในการทำความสะอาดค่อนข้างดีเลยทีเดียว

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

ส่วนผสม wash

จากส่วนผสมจะมีพวกสารทำความสะอาดอยู่หลายตัวหลายกลุ่มค่ะ

โดยสิ่งที่โดดเด่นออกมา คือ สารทำความสะอาดจากธรรมชาติ ที่ใช้เป็นสารสกัดจาก Acacia concinna Fruit Extract, Balanites aegyptiaca Fruit Extract และ Gypsophila paniculata Root Extract ซึ่งไปตรงกับวัตถุดิบที่ชื่อ Phytofoam® ของบริษัท Croda สารนี้เป็นสารทำความสะอาดกลุ่ม Saponin ที่มีความอ่อนโยน และทำให้ฟองละเอียดคล้ายครีม

สารทำความสะอาดหลักได้แก่ Glycereth-26, PEG-120 Methyl Glucose Trioleate, Sodium Lauroyl Sarcosinate และ Caprylyl/Capryl Glucoside ซึ่งทุกตัวมีความอ่อนโยนสูง

สารคู่ผสมอย่าง Polyglyceryl-4 Caprylate/Caprate, Polyglyceryl-4 Laurate/Sabacate ตัวนี้ก็อ่อนโยน มาจากบริษัท Croda เช่นกัน มีชื่อทางการค้าว่า NatraGem™ S150 NP มีคุณสมบัติช่วยละลายสาร ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ใส มีคุณสมบัติทำความสะอาดที่ดี สามารถล้างเมคอัพและสิ่งสกปรกที่ติดค้างบนผิวได้ดี

ส่วนสารออกฤทธิ์ก็จะมีตัวชาเขียว ที่เป็น Antioxidant และ สารสกัดจาก Witch hazel ที่ช่วยควบคุมความมัน กระชับรูขุมขน ร่วมกับน้ำตาล Lactitol และ Xylitol ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ซึ่งไปตรงกับวัตถุดิบที่ชื่อ Hairspa ของบริษัท Sederma ที่มี claim เกี่ยวกับการเพิ่มความแข็งแรงของเชื้อจุลชีพเจ้าบ้านบนผิว (Skin normal flora) ที่เมื่อมีความแข็งแรงก็จะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ผิวได้ และป้องกันการเจริญของเชื้อโรคต่างๆ (วัตถุดิบนี้จริงๆทำมาเกี่ยวกับเส้นผม แต่สามารถประยุกต์ใช้กับผิวได้)

สารอื่นๆก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรกับผิว

เดี๋ยวค่อยให้คะแนนทีเดียวตอนท้ายนะคะ

ส่วนอีกตัวเป็นตัว Cremigel ค่ะ

มาดูหน้าตาผลิตภัณฑ์ซักหน่อยนะคะ

acni 1

เนื้อเป็นเจลขุ่นๆ สมกับชื่อ Cremigel ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เกลี่ยค่อนข้างง่าย ไม่เหนอะหนะ ก่อฟิล์มบางๆเคลือบผิวไว้ ให้ผลควบคุมความมันและอำพรางรูขุมขนไปในตัว

 

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

ส่วนผสม

สผส

ในส่วนผสมค่อนข้างเรียบง่าย ซึ่งจุดเด่นอยู่ที่

สูตรผสมของ Salicylic Acid, Polydextrose, Dextrin, Amylopectin และ Niacinamide

ไปตรงกับวัตถุดิบที่ชื่อ Biogenic Sallic-210 ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ทางเครื่องสำอางจากบริษัท Biogenics ในการเก็บกักเอา Salicylic acid ไว้ในเปลือกแคปซูลของพวก Polysaccharide อย่าง Polydextrose, Dextrin, Amylopectin มีผลเพิ่มการละลายน้ำ เพิ่มการดูดซึมเข้าสู่ผิว ลดการระคายเคือง และเพิ่มประสิทธิภาพในการออกฤทธิ์

ดังรูปค่ะ

technology

(Image from Biogenics Inc.)

ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบกล่าวว่า สารนี้ให้ผลที่ดีในการฆ่าเชื้อก่อสิว และเชิ้อแบคทีเรียอื่นๆ ลดการเกิดสิว และความรุนแรงของสิวในอาสาสมัคร ให้ผิวขาว และช่วยผลัดเซลล์ผิว
นอกจากนี้แล้ว ทางแบรนด์ยังเติม Niacinamide เพิ่มเข้ามาอีก โดยรวมแล้วในผลิตภัณฑ์มี Niacinamide อยู่ถึง 5% ซึ่งมีงานวิจัยทดสอบแล้วพบว่าให้ผลดีในการดูแลสิวได้เทียบเท่ากับตัวยา Clindamycin (Int J Dermatol. 2013;52(8):999-1004.) หมายเหตุ: ในงานวิจัย ใช้ 4%

สารออกฤทธิ์อีกตัวคือ Syringa vulgaris extract หรือ สารสกัดจาก Lilac ที่ประกอบด้วยพฤกษเคมีที่ชื่อ Verbacoside ที่มีประสิทธิภาพในการลดการอักเสบ ลดการระคายเคือง ฆ่าเชื้อสิว ควบคุมความมัน และช่วยให้ผิวขาว จึงมีผลลดรอยดำจากสิวได้อีก

ส่วนอีกสองตัวที่มีมาคือ Milk protein ที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้น และ Saccharide isomerate ที่เพิ่มความชุ่มชื้นเช่นกัน โดยสารนี้ออกฤทธิ์ได้อย่างยาวนานเพราะจับกับโปรตีน Keratin บนผิวหนัง จึงไม่ถูกชะล้างออกไปง่ายๆ

โดยรวมถือว่าทำมาได้ค่อนข้างตรงจุดกับสิวเลยโดยตรง

ส่วนของเนื้อหลักผลิตภัณฑ์เป็นเนื้อแบบ Emulgel คือ มีทั้งส่วนของน้ำ น้ำมัน และซิลิโคน
สารที่ใช้ไม่ได้มีอะไรอุดตันรูขุมขน และไม่ได้มี Alcohol เป็นส่วนประกอบ

สารอื่นๆที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร ส่วนที่มีประโยชน์ก็จะเป็นตัว Silica ที่ช่วยควบคุมมันได้อีกทางหนึ่ง

ถึงเวลาให้คะแนน

เริ่มจากตัวล้างหน้า
1. Actives จากที่ได้เล่าให้ฟังไปในด้านบน ถือว่าส่วนผสมนั้นทำมาได้ค่อนข้างดี เพราะนอกจากจะมีสารสกัดที่ช่วยเรื่องควบคุมความมันแล้ว ยังมีสารกลุ่มน้ำตาลที่ช่วยสนับสนุนการเจริญของเชื้อจุลินทรีย์เจ้าบ้าน มีผลช่วยให้ผิวแข็งแรงได้อีก จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
2. Base กลุ่มของสารทำความสะอาดที่ใช้ทุกตัวมีความอ่อนโยนมาก และเป็นชนิดที่ได้จากธรรมชาติ หรือ ดัดแปลงจากธรรมชาติ จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
3. Additives สารองค์ประกอบอื่นๆ มีอยู่เท่าที่จำเป็น ไม่มีตัวไหนมีพิษมีภัยอะไรเลยไม่รู้จะหักคะแนนอะไร จึงเป็น 5 ฟลาสก์
4. การใช้งาน ส่วนของเนื้อสัมผัสนั้นค่อนข้างนุ่มนวล ลื่น เกลี่ยง่าย ล้างได้สะอาดหมดจด เนื่องจากส่วนตัวมี่นั้นผิวค่อนข้างแห้ง เลยรู้สึกแห้งไปเล็กน้อย และเรื่องของปริมาณฟองที่ค่อนข้างน้อย มี่เป็นคนติดฟอง ถึงแม้จะรู้ว่าฟองไม่ได้เกี่ยวกับความสะอาด และความอ่อนโยน ก็ยังติดฟองอยู่ จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์

คะแนน wash

ส่วนตัวครีมเจล
1. Actives จากที่ได้เล่าให้ฟังในด้านบน ถือว่าส่วนผสมนั้นทำมาได้ค่อนข้างดี มีสารที่ให้ประโยชน์เรื่องสิวได้อย่างครบถ้วน และยังมีตัวเพิ่มความชุ่มชื้นเสริมมาอีก แต่ถ้าเป็นไปได้ น่าจะมี Antioxidant เสริมมาซักหน่อย เพื่อปกป้องน้ำมันไม่ให้ถูก Oxidize จากอนุมูลอิสระและความเครียด ก่อเป็นปัญหาผิวต่างๆตามมาภายหลัง จุดนี้จึงขอให้ 4 ฟลาสก์
2. Base เนื้อหลักผลิตภัณฑ์เป็นเนื้อแบบ Emulgel คือ มีทั้งส่วนของน้ำ น้ำมัน และซิลิโคนมีสารดูดน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว มีน้ำมันเคลือบผิวเก็บกักน้ำให้ผิว และมีน้ำมันจากธรรมชาติที่ดูดซึมได้อยู่ในรูปแบบของ Triglyceride สารที่ใช้ไม่ได้มีอะไรอุดตันรูขุมขน และไม่ได้มี Alcohol เป็นส่วนประกอบ จึงขอให้ 5 ฟลาสก์
3. Additives สารที่ใช้ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร จึงไม่มีจุดให้หักคะแนน ขอให้ 5 ฟลาสก์
4. การใช้งาน ตัวผลิตภัณฑ์ให้ผลควบคุมความมันได้ค่อนข้างดี สามารถใช้ลงแทน Primer ก่อนแต่งหน้าได้ด้วย ส่วนตัวมี่เอามาลงเป็น Primer บริเวณ T-zone ก็ให้ผลคุมมันได้จนเย็นอยู่ แต่ถ้าเอาลงที่แก้มจะแห้งเกินไปนิดนึง ส่วนเรื่องสิว เมื่อแต้มสิวลงไป ก็ช่วยให้สิวหายไวขึ้น และไม่ทิ้งร่องรอยอารยธรรมไว้มากมาย จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์

คะแนน

สุดท้ายนี้อีกครั้งอยากขอบคุณทางบริษัท Advance Aesthetic Company ที่ส่งสินค้าดีๆเพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีมาให้ได้ทดลองใช้ค่ะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่

เฟสบุคของบริษัท http://www.facebook.com/advanceaestheticthailand ได้เลยค่ะ

ขอบคุณที่ติดตามรับชมมาจนจบค่ะ

Disclaimer/Conflict of interest: ผลิตภัณฑ์ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Martiderm

 

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมแบบละเอียด เซรัมไวท์เทนนิ่ง Medica viva white serum

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมแบบละเอียด เซรัมไวท์เทนนิ่ง Medica viva white serum

สวัสดีค่ะพี่ๆน้องๆเพื่อนๆห้องแป้งที่น่ารักทุกๆท่าน

วันนี้มี่เอารีวิวเซรัมไวท์เทนนิ่งที่น่าสนใจมาฝากกันค่ะ

วันก่อนมี่พึ่งรีวิวตัวกันแดดไป วันนี้เอาเซรัมมาฝากต่อเลย เรียกได้ว่าทำมาได้ดีไม่แพ้กันเลยหละ

กับตัว Viva white serum จากแบรนด์ Medica viva

IMG_0334-re

โดยเจ้าเซรัมตัวนี้ใช้ส่วนผสมที่ช่วยเรื่องความขาวอยู่หลายตัวเลยค่ะ รายละเอียดเป็นอย่างไรเดี๋ยวค่อยไปดูด้วยกันนะคะ

ลักษณะของเนื้อเซรัม เป็น เซรัมน้ำนม สีขาว กลิ่นหอมแนวดอกไม้ เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ซึมผิวค่อนข้างดี ไม่เหนอะหนะ และหนักผิว

วัด ค่า pH กันซักเล็กน้อยนะคะ

pH

pH อยู่ที่ราวๆ 6 – 7 ถือว่าเป็นกลางนะคะ ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรกับผิว

มาทั้งทีจะไม่วิเคราะห์ส่วนผสมคงไม่ได้ สำหรับส่วนผสมนั้นเป็นดังนี้ค่ะ

สผส

 

ในส่วนของส่วนผสมนั้น ปกติเราแบ่งส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็น 3 หมวดหลักๆ คือ

  1. Actives หรือ สารออกฤทธิ์ เป็นสารที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติพิเศษต่างๆ
  2. Base หรือ ส่วนเนื้อของผลิตภัณฑ์ เป็นตัวพยุงสารออกฤทธิ์ และนำพาไปสู่ผิวหนัง
  3. Additives หรือ ส่วนของสารเติมแต่ง เป็นตัวเติมแต่งให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าใช้ มีความปลอดภัย เช่น พวกสารกันเสีย พวกน้ำหอม พวกซิลิโคน ตัวเพิ่มความหนืด ฯลฯ

 

มาดูรายละเอียดแต่ละอย่างกันเลยค่ะ

  1. Actives ในส่วนของสารออกฤทธิ์ มี่ได้ทำแถบสีไว้ให้แล้วค่ะ สารที่เป็น Whitening แทนด้วยสีน่ำเงิน และสารออกฤทธิ์อื่นๆ แทนด้วยสีเขียว ดังนี้
    • Niacinamide เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 มีรายงานว่า สารตัวนี้สามารถเป็น Whitening ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ โดยไปรบกวนการส่งผ่านของเมลานินที่สร้างเสร็จแล้ว ลดการอักเสบในผิว เพิ่มการไหลเวียนเลือด ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวโดยไปกระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า และยังเป็น Antioxidant ด้วย (Int J Cosmet Sci 2005; 27:255–261)
    • Alpha-arbutin ออกฤทธิ์ลดการสร้างเม็ดสีผิว โดยไปยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ที่สร้างเม็ดสีผิว
    • Urea มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้น ช่วยให้ผิวนุ่ม และผลัดผิวอย่างอ่อนโยน
    • Lepidum sativum sprout extract สารสกัดจาก Garden cress ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบบอกว่า มีประโยชน์ในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ต่อต้านอนุมูลอิสระ และลดเลือนริ้วรอยได้ สามารถยับยั้งการทำงานของฮอร์โมน Melanocyte stimulating hormone (MSH) ที่ทำหน้าที่กระตุ้นให้เซลล์เมลาโนไซต์ที่มีหน้าที่สร้างเมลานินทำงานได้ดีขึ้น เมื่อไปยับยั้ง MSH ก็จะทำให้เซลล์เมลาโนไซต์ทำงานได้ลดลง ผิวจึงขาวขึ้น
    • Hexanoyl dipeptide-3 norleucine acetate เปปไทด์ที่มีคุณสมบัติช่วยส่งเสริมการผลัดเซลล์ผิวอย่างเป็นธรรมชาติ เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวและลดเลือนริ้วรอยได้
    • Soy isoflavones สารกลุ่ม Isoflavone ที่แยกได้จากถั่วเหลือง มีคุณสมบัติเป็น Phytoestrogen ให้คุณสมบัติคล้ายฮอร์โมนเพศหญิง ช่วยให้ผิวนุ่มฟู ยืดหยุ่น และมีคุณสมบัติเป็น Antioxidant ที่ดี
    • Rosmarinus officinalis leaf extract สารสกัดจากใบโรสแมรี่ มีรายงานเกี่ยวกับฤทธิ์ต้านการอักเสบ (J Agric Food Chem. 2011; 59(8):3674-85.) Antioxidant (Nat Prod Res. 2008; 22(1):76-90.)
    • Hexylresorcinol อนุพันธ์ของ Resorcinol มีรายงานว่าสามารถยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ใช้สร้างเม็ดสีเมลานินได้ (Protein J. 2004;23(2):135-41.) ข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่า สารกลุ่มนี้พบในข้าว Rye และ Wheat ให้ผลยับยั้งการสร้างเมลานิน กระตุ้นการสร้าง Glutathione ในผิว จึงให้ผลเสริมกันในการเป็น whitening
    • สูตรผสมของ Glycerin, Hexylresorcinol, Capric Acid, Caprylic Acid, PEG 400, Caproic Acid มีชื่อทางการค้าว่า Hentowhite ของบริษัท Cobiosa ออกฤทธิ์ทั้งก่อนการสร้างเม็ดสี ยับยั้งการสร้างเม็ดสี และยับยั้งไม่ให้เม็ดสีที่สร้างเสร็จออกไปข้างนอก และยังมีฤทธิ์ผลัดผิวแบบอ่อนๆ (Hentowhite, Cobiosa Inc.)
    • Allantoin ลดการอักเสบ ลดการแพ้ ลดการระคายเคือง
    • Caprylyl-2-glyceryl ascorbate อนุพันธ์ใหม่ของวิตามินซี นอกจากให้ผลช่วยเรื่อง Antioxidant ลดการสร้างเม็ดสี และเป็นส่วนหนึ่งในขั้นตอนการสังเคราะห์คอลลาเจนแล้ว สารนี้ยังมีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการสร้าง Ceramide ในผิวได้
    • Helianthus annuus seed oil unsaponifiables สารที่แยกจากน้ำมันทานตะวัน ประกอบด้วยพวก Phytosterol และ สารพฤกษเคมีอื่นๆ มีคุณสมบัติลดการอักเสบในผิว ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่า สารนี้ให้ความชุ่มชื้นในผิวได้อย่างยาวนาน เพิ่มการสังเคราะห์ Ceramides ในผิว ลดการอักเสบ (Soline® Bio, Laboratoires Expanscience)
    • Cardiospermum halicacabum flower/leaf/vine extract สารสกัดจากพืชชนิดหนึ่งที่พบในแอฟริกาใต้และเอเชีย มีรายงานว่าเป็น Antioxidant และมีฤทธิ์ต่อต้านกระบวนการอักเสบที่ดี (J Tradit Complement Med. 2013;3(1):33-40.) ปกป้องคอลลาเจนในผิวไม่ให้ถูกทำลาย (Appl Biochem Biotechnol. 2011;165(3-4):1075-91.)
    • Helianthus annuus seed extract สารสกัดจากเมล็ดทานตะวัน ขึ้นอยู่กับกรรมวิธีในการสกัดว่าจะได้กลุ่มโปรตีน หรือ กลุ่มไขมัน มีคุณสมบัติเกี่ยวกับด้านความชุ่มชื้นของผิว
  2. Base มาในรูปแบบของอีมัลชัน ประกอบด้วยน้ำและน้ำมัน ดังนี้
  • ส่วนของน้ำ ได้แก่ น้ำ, Butylene glycol, Ethoxydiglycol, Glycerin, Alcohol
  • ส่วนของน้ำมัน ได้แก่ Isopropyl palmitate, Octyldodecanol, Stearyl alcohol, น้ำมันจากพืชหลายชนิด ได้แก่ Jojoba, Sunflower, Blackcurrant seed oil
  1. Additives ได้แก่
    • Emulsifier ทำหน้าที่ช่วยผสานน้ำและน้ำมันให้เข้ากัน Polysorbate 20, Polysorbate 80 และ lecithin สาร Lecithin อาจจะทำหน้าที่เป็นตัวสร้างระบบนำส่งแบบไลโปโซมก็ได้
    • สารเพิ่มความหนืด ได้แก่ Sodium polyacrylate, Dextrin, Amylopectin และ Xanthan gum
    • Preservatives ได้แก่ สารฆ่าเชื้อ มี Phenoxyethanol, Chlorphenesin และสารจับโลหะ EDTA
    • Penetration enhancer คือ Ethoxydiglycol เป็นตัวเพิ่มการดูดซึมของสารเข้าสู่ผิว
    • สารแต่งกลิ่น/Perfume

 

มาให้คะแนนดีกว่าค่ะ

1. Actives จากส่วนผสมที่ได้กล่าวไปจะเห็นได้ว่าสารออกฤทธิ์นั้นครอบคลุมแทบจะทุกขั้นตอนของการสร้างเม็ดสีผิว ยังเสริมด้วยสารลดการอักเสบ สารเพิ่มความชุ่มชื้น และสารที่ช่วยเรื่อง Barrier ผิวได้อีก ส่วน Antioxidant นั้นก็ยังมีอยู่ จุดนี้เลยขอให้ 5 ฟลาสก์
2. Base ผลิตภัณฑ์มาในรูปแบบของน้ำนม หรือ Emulsion ประกอบด้วยน้ำและน้ำมัน ไม่มีซิลิโคน ซึ่งในส่วนของน้ำนั้น มี Alcohol ติดมาในลำดับท้ายๆ อาจจะติดมากับสารสกัดซักอย่างก็ได้ ส่วนตัวมี่ใช้ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมาก ในส่วนของ oil นั้น มีตัวไขมันธรรมชาติ และไขมันเคลือบปกป้องผิวครบ เพียงแต่ Isopropyl palmitate นั้นอาจจะอุดตันรูขุมขนได้ในบางราย ซึ่งส่วนตัวมี่ใช้มาสองอาทิตย์กว่า ก็ไม่ได้เกิดปัญหาอะไรเช่นกัน อย่างที่บอก การตอบสนองของเครื่องสำอางนี้แล้วแต่บุคคลนะคะเราคาดเดาไม่ได้ แต่มีคือมี เลยขอให้ 3 ฟลาสก์
3. Additives สารที่ใช้ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร สารบางตัวสามารถเพิ่มความชุ่มชื้นและเคลือบปกป้องผิวได้ ส่วนของสาร Ethoxydiglycol นั้น เพิ่มการดูดซึมสารเข้าสู่ผิวได้มากขึ้น ทำให้สารออกฤทธิ์ต่างๆ ลงไปในผิวได้ง่ายขึ้น จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
4. การใช้งาน ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบเนื้อที่บางเบาของตัวเซรัม กับ กลิ่นหอมดอกไม้หวานๆของเซรัม ส่วนเรื่องประสิทธิภาพนั้น มี่ได้ลองใช้มา 2 อาทิตย์กว่าๆ นั้นยังไม่กล้าพูดว่า ขาวแบบออร่าเปล่ง แต่เรื่องของความนุ่ม ชุ่มชื้น ความแข็งแรง รอยแดง สีผิวไม่สม่ำเสมอ นั้นดูดีขึ้นค่ะ จุดนี้ก็ขอให้ 5 ฟลาสก์ เช่นกัน
คะแนน

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Medica Viva ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้

ขอบคุณที่ติดตามรับชมมาจนจบนะคะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางเฟสบุคของแบรนด์ Medica viva

https://www.facebook.com/medicaviva

ได้เลยค่ะ

Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Medica viva

 

[Review] รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมเซรัม Osmosis MD Vital factor Advance rejuvenating serum เซรัมผสม Growth factor

[Review] รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมเซรัม Osmosis MD Vital factor Advance rejuvenating serum เซรัมผสม Growth factor

สวัสดีค่ะพี่ๆน้องๆเพื่อนๆห้องแป้งที่น่ารักทุกๆท่าน

วันนี้มี่จะมารีวิววิเคราะห์เจาะลึกส่วนผสมของเวชสำอางตัวดังจากอเมริกา Osmosis MD Vital factor Advance rejuvenating serum ค่ะ

os 1

เอ๊ะ หลายๆคนอาจจะสงสัย ชื่อนี้คืออะไร ที่ US ไม่เห็นมี

นางก็คือตัว Stemfactor growth factor serum นั่นเองจ้า แค่ปรับชื่อตามกฎหมายเครื่องสำอางของ อย. บ้านเราเฉยๆ พอเราฉีกฉลากออก ก็จะเจอเนื้อแท้ข้างในขวดค่ะ นั่นก็คือ เจ้า Stemfactor ตัวแม่จาก US นั่นเอง

os 2

แบรนด์ Osmosis มีคอนเซปท์สวยๆว่า “Beautiful skin starts within”

แปลว่า ผิวสวยต้องเริ่มจากภายใน แปลแบบสวยๆละเอียดๆก็คือ ต้องบำรุงผิวจากภายใน ถึงจะสวย
แบรนด์นี้จะเน้นไปที่สารสกัดและสารออกฤทธิ์จากธรรมชาติ สารองค์ประกอบต่างๆก็ไม่ได้ใส่มาเยอะกันจนมากเกินไป จึงเสี่ยงแพ้น้อยกว่านั้นเองค่ะ แต่อย่างไรก็ดี อย่าลืมทดสอบการแพ้ก่อนการใช้งานนะคะ เพราะการแพ้เป็นเรื่องที่คาดเดาไม่ได้ บทจะแพ้ แค่น้ำเปล่าก็ยังแพ้ได้เลยค่ะ

ในส่วนของเนื้อเซรัมเป็นสีเหลืองใสๆ มีกลิ่นหอมอ่อนๆเป็นเอกลักษณ์ตามสไตล์ของแบรนด์

os 3

เกลี่ยค่อนข้างง่าย ซึมไวมาก ไม่ทิ้งร่องรอย ความมัน หรือความเหนอะหนะอะไรไว้เลยค่ะ

os 4

เนื่องจากตัวเซรัมมีเนื้อสีเหลือง มันจะรบกวนการอ่านค่า pH มี่เลยไม่ได้วัดค่า pH ให้นะคะ

ในส่วนของส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

สผส stemfactor

จะเห็นได้ว่าส่วนผสมนั้นค่อนข้างเรียบง่าย เน้นไปที่กลุ่มของสารออกฤทธิ์เลย สารอื่นๆก็ใส่มาเท่าที่จำเป็น

ในส่วนของ Actives หรือส่วนของสารออกฤทธิ์ นั้น หลักๆเลยก็คือ ตัว Growth factor enriched conditioned media ที่ได้จากการเพาะเลี้ยง Adult stem cell และสกัดเอา Growth factor (ขอย่อว่า GF นะคะ) ที่เซลล์สร้างมาเก็บกักไว้ในระบบนำส่งที่ชื่อว่า Exosome ซึ่งเป็นถุงที่เซลล์เหล่านี้สร้างขึ้นมาไว้เก็บ GF และสารอื่นๆที่มีประโยชน์เอาไว้ภายใน ดังรูปค่ะ

โดยเจ้า Exosome นี้ถือเป็นระบบนำส่งที่มีขนาดเล็ก ที่มีความฉลาด เพราะสามารถมุ่งตรงไปยังจุดที่ออกฤทธิ์ได้เลย และเคลื่อนทีไปมาระหว่างเซลล์ได้อย่างอิสระ ทางแบรนด์เรียกว่าเป็น Smart-nanosphere จัดเป็น Targeted-delivery system รูปแบบหนึ่ง หมายถึง การนำส่งสารเข้าไปยังบริเวณที่ต้องการได้เลย โดยไม่ต้องไปแวะไปเสียเวลาที่อื่น

สกัดเซลล์

ทางแบรนด์กล่าวว่า ใน medium ที่เลี้ยงเซลล์นี้ ประกอบด้วย Growth factor อยู่มากมาย ประมาณ 150 – 300 ชนิด ร่วมกับสารกลุ่ม Cytokines ที่เป็นสารที่ร่างกายใช้ติดต่อสื่อสารระหว่างกัน ช่วยให้เซลล์แต่ละเซลล์ปรับตัว ตอบสนองต่อสิ่งต่างๆ และมีความแข็งแรงเพิ่มขึ้น

ตัวอย่าง GF ที่สำคัญๆ ที่ได้จาก Medium นี้ ได้แก่
– HGF มีผลช่วยเรื่องการสมานแผล ลดรอยแผลเป็น โดยไปเร่งให้เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด Macrophage เก็บกินแผลเป็น
– TGF-Beta เพิ่มการสร้างคอลลาเจน และเส้นเลือดใหม่ๆ มีผลเรื่องการไหลเวียนเลือด และส่งผ่านสารอาหาร
– FGF กระตุ้นการแบ่งตัวของ Fibroblast ที่เป็นเซลล์สร้างคอลลาเจน
– IFN-Gamma เพิ่มภูมิคุ้มกันต่อการติดเชื้อโรค
– PDGF-AA กระตุ้นการสร้างเซลล์ผิว เซลล์ Fibroblast เพิ่มการสร้างเส้นเลือดใหม่
– GM-CSF เพิ่มการสร้างเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน
– IGF-1 กระตุ้นการเจริญและแบ่งตัวของเซลล์ผิว
– VEGF เพิ่มการสร้างเส้นเลือด
– KGF กระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวหนัง
นอกจากตัว Medium ดังกล่าวแล้ว ยังมี สารออกฤทธิ์อีก 2 ตัว ได้แก่
– Witch hazel distillate ที่ให้ผลกระชับรูขุมขน ควบคุมความมันและเป็น Antioxidant
– Lactic acid อาจจะแค่ใส่มาเพื่อปรับค่า pH ให้เป็นกรด แต่ความจริงแล้ว Lactic acid มีคุณสมบัติพิเศษต่อผิวอีก การออกฤทธิ์ขึ้นกับค่า pH โดยอาจจะให้ผลเป็นตัวเพิ่มความชุ่มชื้น หรือ ผลัดเซลล์ผิว สำหรับตัว Lactic ใน pH ประมาณ 4 จะให้ผลกระตุ้นการสังเคราะห์ Ceramide ในผิวได้ ซึ่ง Ceramide ทำหน้าที่เป็น Barrier function รักษาความชุ่มชื้นให้แก่ผิว

ส่วนที่เหลือก็เป็นสารเพิ่มความหนืด (Hydroxyethylcellulose) สารกันเสีย (Dehydroacetic acid, Benzyl alcohol) และสารแต่งกลิ่น (Lemon oil)

จะเห็นว่าเรียบง่าย ไม่ใช้อะไรพร่ำเพรื่อเลยจริงๆ

ถึงเวลาให้คะแนน

1. Actives ส่วนของสารออกฤทธิ์เน้นไปที่การ Claim เรื่อง GF เป็นหลัก ซึ่งในตัวของ GF ที่ใส่มาหลายๆชนิด นั้นก็ช่วยบำรุงผิวได้รอบด้านโดยตัวมันเองอยู่แล้ว เมื่อเอามาใส่ในระบบนำส่ง ก็จะช่วยเรื่องการดูดซึมเข้าผิว จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
2. Base เนื้อหลักเป็นชนิดน้ำ (Water-based) ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ น้ำมัน และซิลิโคน จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
3. Additives สารอื่นๆก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร ไม่มีพาราเบน ไม่มี Emulsifier และ Surfactant สารกันเสียก็เป็นชนิดที่ค่อนข้าง Friendly ในส่วนของสารแต่งกลิ่นที่เป็นตัว Lemon oil ถ้าใช้กลางวันแล้วไม่ทากันแดดอาจจะทำให้เกิดการแพ้แสงได้ ซึ่งส่วนตัวมี่ใช้ทั้งเช้าเย็น ตอนเช้าก็ลงกันแดดตามปกติ ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไรนะคะ แต่จุดนี้เพื่อความยุติธรรมจึงขอให้ 4 ฟลาสก์
4. การใช้งาน เมื่อลองใช้แรกๆจะรู้สึกว่าหน้าแห้งเล็กน้อย อาจจะเพราะตัว Witch hazel ที่ลดการสร้างน้ำมันของผิว แต่เมื่อใช้ไปเรื่อยๆ ผิวก็กลับนุ่มขึ้น เนียนขึ้น สีผิวสม่ำเสมอมากขึ้น พวกรอยแห้ง ผิวลอกเป็นขุย รอยแดงที่เคยมีก็ค่อยๆจางลง จุดนี้จึงถือว่าค่อนข้างประทับใจ ที่สำคัญคือแต่งหน้าติด ลงรองพื้นง่าย ไม่เป็นคราบ ไม่เยิ้มระหว่างวัน ขอให้ 5 ฟลาสก์

คะแนน osmosis

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณบริษัท DermaMD ที่ส่งเวชสำอางดีๆ เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีมาให้มี่ได้ทดลองใช้ค่ะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ทางเวบไซต์ http://www.dermskinstore.com/

หรือแฟนเพจของ Osmosis Thailand ที่ https://www.facebook.com/osmosispurmedicalskincarethailand ได้เลยนะคะ
Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์
[/center]

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสม Skindom 24K gold collagen serum

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสม Skindom 24K gold collagen serum

วันนี้มี่แวะเอารีวิววิเคราะห์ส่วนผสมของ Skindom 24K gold collagen serum มาฝากกันค่ะ

ในส่วนของ Skindom นั้นเป็นเครื่องสำอางสัญชาติเกาหลีแบรนด์หนึ่งเลยค่ะ ที่มีจุดเด่นเรื่อง Ampoule และคอนเซปท์เรื่องผิวฉ่ำวาวสไตล์เกาหลี

ซึ่งมี่ได้เคยรีวิวไว้อยู่ 3 อย่างด้วยกันค่ะ

มาสค์:

http://www.jeban.com/viewtopic.php?t=204734

Luxury cell collagen peptide ampoule:

http://www.jeban.com/viewtopic.php?t=204911

 

วันนี้มี่จะเอาตัว 24K gold collagen serum ที่ได้รับเป็นของขวัญปีใหม่มารีวิวให้ชมหลังจากใช้ได้ไปซักพักค่ะ

 

ดูหน้าตาก่อนเนอะ

 

gold 1

 

มาในขวดแก้วสีชา มีหลอดหยด ซึ่งทางเกาหลีจะเรียกขวดในลักษณะแบบนี้ว่า Ampoule นะคะ

 

ตัวเนื้อเซรัมจะเป็นสีทอง และมีแผ่นทองคำ 24K อยู่ด้วยค่ะ

 

gold 2

 

เนื้อจะค่อนข้างหนืด ให้ความรู้สึกชุ่มชื้นผิวได้ดีค่ะ

 

gold 3

 

มีกลิ่นหอมอ่อนๆ เกลี่ยง่าย ให้สัมผัสที่ดี เคลือบปกป้องผิวได้ดี ไม่เหนอะหนะมาก

 

gold 4

 

เนื่องจากเนื้อมีสีเหลือง และมีแผ่นทองคำ มันรบกวนการอ่านค่า pH เลยไม่ได้วัดให้นะคะ

 

มาดูส่วนผสมกันดีกว่า

 

สผส skindom

 

จากส่วนผสมเราจะเห็นว่านอกจาก Hydrolyzed collagen ซึ่งเป็นคอลลาเจนที่ถูกย่อยให้มีขนาดเล็กลง ถ้ามีขนาดเหมาะสมก็จะสามารถซึมเข้าผิวได้ ให้ผลเรื่องความชุ่มชื้นและริ้วรอย กับ Gold ตามชื่อผลิตภัณฑ์แล้ว เรายังจะได้คุณสมบัติเรื่อง Antioxidant ช่วยชะลอวัย และเรื่อง Whitening เข้ามาด้วย

 

ส่วนผสมอื่นๆที่น่าสนใจก็คือ

สารสกัดจากชาเขียว ที่มาเป็นลำดับที่ 3 เลย สารสกัดชาเขียวมีประโยชน์มากมาย มีงานวิจัยมากมาย โดยรวมคือให้ผลเรื่อง Antioxidant ช่วยชะลอวัย มี Tannin ช่วยกระชับรูขุมขน ควบคุมความมันได้ด้วย

 

เสริมมาด้วย Actives ที่ให้ผลด้าน whitening หลายตัวเลย เช่น

  1. สารสกัดจากเปลือกต้น Mulberry เป็น Antioxidant และ Whitening ผ่านการยับยั้งเอนไซม์สร้างเม็ดสีผิว
  2. สารสกัดจาก Sophora ซึ่งเป็นสารสกัดจากพืชชนิดหนึ่งในตำรับยาจีน มีรายงานเกี่ยวกับคุณสมบัติในการลดการสร้าง Melanin ในผิว (Exp Dermatol. 2013;22(1):67-9.)
  3. Niacinamide ที่ให้ผลลดการส่งผ่าน Melanin ที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ออกมาเห็นเป็นสีผิว และยังมีประโยชน์เรื่องลดการอักเสบ กับเพิ่มความแข็งแรงของผิว
  4. สารสกัดจากผล Acerola กับ Strawberry ที่ให้ผลด้าน Whitening และเป็น Antioxidant เช่นกัน

 

ส่วนของเนื้อหลักก็จะเป็นแบบน้ำ (Water-based) ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน แต่มีส่วนผสมของ Ethanol หรือ Alcohol อยู่ ซึ่งอาจจะทำให้บางคนรู้สึกไม่สบายผิวได้ แต่ส่วนตัวมี่ใช้ได้ก็ไม่มีปัญหาอะไร

 

สารอื่นๆที่ใส่มาก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร

 

ให้คะแนนกันดีกว่า

  1. Actives ส่วนของสารออกฤทธิ์ดังที่ได้กล่าวเอาไว้ในด้านบน ถือว่ามีตัวบำรุงผิวอยู่รอบด้าน เน้นไปที่ Whitening กับ Moisturizer เป็นหลัก จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. Base ส่วนของเนื้อหลักมาในรูปแบบ Hydrogel ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน แต่มีส่วนผสมของ Alcohol จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์
  3. Additives สารอื่นๆที่ใช้ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร จึงขอให้ 5 ฟลาสก์
  4. คะแนนการใช้งาน ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบค่ะ เพราะเนื้อเจลให้ความรู้สึกชุ่มชื้น ช่วยให้ผิวนุ่มฟูและเรียบเนียน จุดนี้เลยขอให้ 5 ฟลาสก์

 

คะแนน

 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Skindom ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ พบกันใหม่โอกาสถัดไป ขอบคุณที่ติดตามมาจนจบค่ะ สวัสดีค่ะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้จากทางแบรนด์ Skindom นะคะ

https://www.facebook.com/SkindomThailand

 

Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับเป็นของขวัญจากแบรนด์ Skindom

รีวิว วิเคราะห์ส่วนผสมซีรัมไวท์เทนนิ่ง Martiderm DSP Serum illuminador

รีวิว วิเคราะห์ส่วนผสมซีรัมไวท์เทนนิ่ง Martiderm DSP Serum illuminador

สวัสดีค่ะพี่ๆน้องๆเพื่อนๆทุกๆท่าน

วันนี้มี่มารีวิวเวชสำอาง Whitening ตัวดังจากสเปน ในเครือของ Martiderm ให้ชมกันค่ะ

Martiderm เป็นเวชสำอางจากประเทศสเปนค่ะ ซึ่งมีหลายกลุ่ม Product Line เลย

โดยตัวที่มี่จะรีวิวมาจาก Line DSP อยู่ Line นี้เป็นกลุ่มสกินแคร์ Line Whitening, ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ลดจุดด่างดำทุกประเภท ทั้งจากความชรา จากการอักเสบ และจากแสงแดดค่ะ

มีผลิตภัณฑ์อยู่หลายตัวเหมือนกันค่ะในไลน์

DSP products

ซึ่งตัวที่มี่ได้มาเป็นตัว Serum นะคะ ใช้มาได้เกือบๆสองเดือนแล้วค่ะ แล้วก็กลายเป็นลูกรักประจำปี 2015 ไปเลย ทั้งๆที่พึ่งรู้จักกันได้ไม่นาน เพราะอะไรเดี๋ยวตอนท้ายมาเฉลยนะคะ

DSP1

เซรัมนี้จะมาในขวดแก้วสีขาวทึบ สกรีนด้วยสีทองแดงและมีหลอดหยดมาให้ค่ะ

DSP3

เนื้อเซรัมเป็นแบบน้ำนมสีขาวๆครีมๆ

DSP4

เกลี่ยค่อนข้างง่าย ซึมค่อนข้างไว ไม่เหนอะหนะเลยค่ะ มี่ใช้เป็นขั้นตอนแรกสุดหลังจากทำความสะอาดและโทนเนอร์เรียบร้อยแล้วค่ะ เน้นไปที่บริเวณที่มีจุดด่างดำ

DSP5

วัด pH กันซักน้อยเป็นพิธีค่ะ

pH

pH อยู่ที่ราวๆ 5 นะคะ ใกล้เคียงกับผิวดีค่ะ

มาดูกลไกการสร้างเม็ดสีผิวนิดหน่อยพอเป็นพิธีนะคะ

melanogenesis DSP

(Image from Martiderm Official Website)

     การสร้างเม็ดสีผิวแบ่งออกเป็น 3 Step นะคะ เริ่มตั้งแต่ Step แรกสุด การกระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสีผิว ตัวหลักๆจะเป็นฮอร์โมน MSH ตามมาด้วย Step ที่สอง เป็นการสร้างเม็ดสีผิว ซึ่งอาศัยเอนไซม์ Tyrosinase เป็นหลัก และ Step สุดท้ายเป็นการส่งออกเม็ดสีผิวที่สร้างเสร็จแล้วออกไปข้างนอกจนเกิดเป็นสีผิวขึ้นมาค่ะ

ในเซรัมนี้จะออกฤทธิ์ทั้ง 3 Step เลย ตั้งแต่ก่อนการสร้าง ระหว่างสร้างเม็ดสี และหลังเม็ดสีสร้างเสร็จ โดยที่ไม่มีส่วนผสมของสารผลัดผิวนะคะ

DSP mechanism

(Image from Martiderm Official Website)

สารออกฤทธิ์หลัก มี 4 ตัว ตามแผนภาพด้านบน และมีสารสกัดจาก Garden cress เสริมมาอีกตัวค่ะ

Bellis perennis extract คือ สารสกัดจากดอก Daisy ตัวนี้ทางผู้ผลิตวัตถุดิบ (Daisy WhiteTM) Claim ว่านางออกฤทธิ์ได้ทั้ง 3 ขั้นตอนตั้งแต่ก่อนการสร้างเม็ดสี ยับยั้งการสร้างเม็ดสี และป้องกันไม่ให้เม็ดสีออกไปข้างนอก

Genisteine เป็นสารกลุ่ม Isoflavone ที่ได้จากถั่วเหลือง ออกฤทธิ์ขั้นตอนก่อนการสร้างเช่นกัน โดยไปทำลายอนุมูลอิสระที่จะไปกระตุ้นให้ MSH ทำงาน ซึ่งจะไปกระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสีในลำดับต่อมา สารนี้ยังมีคุณสมบัติคล้ายฮอร์โมนเพศหญิง ที่เราเรียกว่า Phytoestrogen ช่วยให้ผิวนุ่มฟูและเรียบเนียน

Hexylresorcinol ออกฤทธิ์ที่ขั้นตอนก่อนการสร้างและยับยั้งการสร้างเม็ดสี มีรายงานว่าสามารถยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ใช้สร้างเมลานินได้ (Protein J. 2004;23(2):135-41.) การทดสอบเชิงคลินิกชิ้นหนึ่งใช้สารนี้ผสมกับสาร Whitening ตัวอื่นๆในอาสาสมัคร พบว่าผล Whitening effect ดีกว่าครีม Hydroquinone 4% (J Drugs Dermatol. 2013;12(3):s16-20.) ข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่า สารกลุ่มนี้พบในข้าว Rye และ Wheat ให้ผลยับยั้งการสร้างเมลานิน กระตุ้นการสร้าง Glutathione ในผิว จึงให้ผลเสริมกันในการเป็น whitening

Phytic acid เป็นพฤกษเคมีที่พบในส่วนของเมล็ดพืช มีชื่อเต็มว่า Inositol hexakisphosphate ทำหน้าที่เป็นตัวเก็บ Phosphorus และถ่ายทอด Phosphorus ให้แก่ส่วนของเซลล์ โครงสร้างแบบนี้ จะไปคล้ายกับ myo-inositol ที่พบในคนและสัตว์ ออกฤทธิ์ที่ขั้นตอนก่อนการสร้างและยับยั้งการสร้างเม็ดสีเช่นกัน มีรายงานว่าสารนี้สามารถปกป้องเซลล์ผิวจากรังสี UVB ไม่ให้กลายพันธุ์เป็นมะเร็งได้ (Comp Med. 2009; 59(2):147-52.) ในผลิตภัณฑ์ละลานอยู่ในรูปแบบของเกลือ คือ Sodium phytate

ตัวที่เสริมมาคือ สารสกัดจาก Garden cress (Lepidum sativum extract) ออกฤทธิ์ที่ Step แรกเช่นกันค่ะ ตัวนี้ข้อมูลจากผู้ผลิตจวัตถุดิบบอกว่า มีประโยชน์ในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ต่อต้านอนุมูลอิสระ และลดเลือนริ้วรอยได้ สามารถยับยั้งการทำงานของฮอร์โมน Melanocyte stimulating hormone (MSH) ที่ทำหน้าที่กระตุ้นให้เซลล์เมลาโนไซต์ที่มีหน้าที่สร้างเมลานินทำงานได้ดีขึ้น เมื่อไปยับยั้ง MSH ก็จะทำให้เซลล์เมลาโนไซต์ทำงานได้ลดลง ผิวจึงขาวขึ้น

สำหรับส่วนผสมทั้งหมดของผลิตภัณฑ์มีดังนี้นะคะ

สผส

จากส่วนผสมนี้จะเห็นได้ว่าค่อนข้างเรียบง่ายนะคะ

ส่วนของเนื้อหลักเป็นชนิด Emulsion ประกอบด้วยน้ำและน้ำมันสังเคราะห์ อย่าง Triethylhexanoin ซึ่งมีสัมผัสที่ดีและมีความปลอดภัยสูง มีสารดูดน้ำอย่าง Propanediol ที่มี Profile ที่ดีกว่าเมื่อเทียบกับพวก Glycol ในลำดับท้ายๆมี Alcohol พ่วงเข้ามา ซึ่งมาหลังน้ำหอม จึงคิดว่าน่าจะติดมากับสารสกัดพืชบางตัว

ส่วนของสารอื่นๆนั้นก็ไม่ได้มีตัวไหนที่มีพิษมีภัยหรือมีปัญหาอะไร ไม่ได้ใส่ Silicone ไม่มีพาราเบน ไม่มีน้ำมันที่สุ่มเสี่ยงอุดตัน

อีกสิ่งที่คิดไว้คือ Lecithin ยังฟันธงให้ไม่ได้ว่าเอามาทำไม อาจจะเอามาสร้างระบบนำส่งรูปแบบถุงอย่าง Liposome เพื่อช่วยนำส่งสารหรือเปล่า หรือไม่ก็อาจจะแค่ใส่มาเป็น Emulsifier หรือเป็นแค่ไขมันที่เพิ่มความชุ่มชื้นเฉยๆ

แต่จากในภาพรวมทั้งหมด ก็ถือว่าทำมาได้ค่อนข้างดีค่ะ

อีกจุดที่อยากบอกคือ Whitening นี่ไม่ได้มีประโยชน์แค่เอามาทาให้ขาวๆไปวันๆนะคะ เขายังมีประโยชน์เรื่องการปรับสีผิวให้สม่ำเสมอและลดจุดด่างดำได้ด้วย ซึ่งตัวมี่หวังผลตรงนี้ค่อนข้างมากค่ะ

แล้วก็เป็นดังคาดค่ะ จุดด่างดำจากสิวที่ทำไงก็ไม่หาย ค่อยๆจางลงจนเกือบหายสนิทเพียงแค่ 2 อาทิตย์กว่าๆเอง ไม่แปลกใจเลยที่นางขึ้นแท่นลูกรักประจำปี 2015 ไปได้อย่างสวยงาม

ถ่ายกันแบบพลีชีพ เห็นทุกอนูทุกรูของผิว

*รูปถ่ายในแสงที่ไม่เท่ากันนะคะ

ผลการทดสอบ

จะเห็นว่ารอยจุดด่างดำจากสิวนี่ค่อนข้างจางลงเยอะเหมือนกันนะคะ จนถึงจุดที่ลงรองพื้นแล้วไม่เห็นก็ถือว่าเป็นที่น่าพึงพอใจ

มาให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ

  1. Actives ส่วนของสารออกฤทธิ์ค่อนข้างทำมาได้ดี ออกฤทธิ์ได้ครบถ้วนทั้ง 3 Step โดยที่ไม่มีส่วนผสมของสารผลัดผิว จึงไม่ต้องกลัวว่าจะแพ้แดดหรือผิวจะบางถ้าใช้นานๆ จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. Base มาในรูปแบบของน้ำนม ไม่มีซิลิโคน มีสารดูดน้ำเพิ่มความชุ่มชื้น และมีน้ำมันสังเคราะห์ช่วยให้ผิวนุ่ม (Emollient) ถึงแม้ Alcohol จะอยู่ท้ายๆ และการระคายเคืองจาก Alcohol ขึ้นกับความเข้มข้นและความไวแต่ละคน ส่วนตัวใช้ได้ไม่รู้สึกถึงปัญหา หรือว่ารบกวนอะไรกับผิว แต่เพื่อความยุติธรรมต่อการให้คะแนน เลยขอหักคะแนนเหลือ 4 ฟลาสก์
  3. Additives ส่วนผสมที่เลือกมาไม่ได้มีปัญหาอะไร เลยไม่มีที่ให้หักคะแนนรับไป 5 ฟลาสก์
  4. ผลการใช้งาน โดยรวมถือว่าค่อนข้างประทับใจกับผลในการปรับสีผิวให้สม่ำเสมอและการลดจุดด่างดำดังที่ได้กล่าวไปในด้านบน เลยขอให้ 5 ฟลาสก์

คะแนน

สุดท้ายนี้อีกครั้งอยากขอบคุณทางบริษัท Advance Aesthetic Company ที่ส่งสินค้าดีๆเพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีมาให้ได้ทดลองใช้ค่ะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่

เฟสบุคของบริษัท http://www.facebook.com/advanceaestheticthailand ได้เลยค่ะ

ขอบคุณที่ติดตามรับชมมาจนจบค่ะ

Disclaimer/Conflict of interest: ผลิตภัณฑ์ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Martiderm

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมเซรัมไฮยาเข้มข้น 5 ชนิด จากแบรนด์ Hylamide รุ่น SubQ Anti-age

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมเซรัมไฮยาเข้มข้น 5 ชนิด จากแบรนด์ Hylamide รุ่น SubQ Anti-age

วันนี้มี่แวะเอาเวชสำอางจากประเทศแคนาดา แบรนด์ Hylamide มารีวิวให้ชมกันค่ะ

 

ตัวนี้ถ้าหลายๆท่านจำได้ มี่เอามาแชร์ไว้ครั้งหนึ่งในกระทู้ Routine skin care regimen ไว้ (ลิงค์สำหรับชม Skincare regimen ของมี่) แล้วบอกว่าจะรีวิวละเอียดให้ เพราะของเขาคือดีงาม

 

นี่ค่ะ Regimen ช่วงนี้

bedtime1

วันนี้ได้ฤกษ์ละค่ะ มาทำความรู้จักกับแบรนด์ Hylamide กันซักเล็กน้อยก่อนดีกว่านะคะ แบรนด์นี้เป็นแบรนด์ในเครือของ Deciem ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำเวชสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมากมายค่ะ โดยคอนเซปท์ของแบรนด์ Hylamide มีชื่อสวยๆว่า “Multi-depth skincare” เน้นที่การฟื้นฟูผิวที่ 3 ชั้น คือ ชั้น Stratum corneum (ผิวหนังชั้นนอกสุด) ชั้น Epidermis (หนังกำพร้า) และชั้น Dermis โดยอาศัยโมเลกุลที่มีขนาดต่างๆกันในการบำรุง/ฟื้นฟูค่ะ

 

IMG_0192-re

 

โดยตัว Hylamide SubQ นี้ Claim ไว้ดังนี้ค่ะ

 

claim

 

เพิ่มความชุ่มชื้นที่ผิวชั้นนอก และชั้นใน ริ้วรอยตื้น ริ้วรอยลึก ผิวไม่สม่ำเสมอ และพวกริ้วรอยที่เกิดขึ้นตอนเราแสดงสีหน้า (เช่นตีนกา ร่องแก้ม)

 

มาดูลักษณะของผลิตภัณฑ์กันค่ะ

นางจะมาในกล่องแบบนี้ค่ะ

IMG_0715-re

พอแกะออกมาจะมีหน้าตาแบบนี้ (อันนี้ตัวล็อคมันแอบขาดนะคะ จริงๆขวดเขาจะลอคให้ในช่องที่มีลูกศร)

 

IMG_0716-re

 

ฝั่งซ้ายมือจะเป็นรายละเอียดของส่วนผสมที่มีอยู่ในขวดค่ะ

 

IMG_0194-re

 

อันนี้เผื่อใครสนใจนะคะ เดี๋ยววิเคราะห์ละเอียดให้อีกทีค่ะ

 

 

ขวดจริงๆจะเป็นลักษณะขวดแบบมีหลอดหยด หรือที่สาวกเกาหลีแบบเราๆเรียกว่า Ampoule

 

IMG_0720-re

 

 

เนื้อเป็นของเหลวใส ไม่มีสี ไม่ได้ใส่น้ำหอม เลยมีกลิ่นของส่วนผสมอยู่จางๆ

 

IMG_0721-re

 

 

เนื่องจากเป็นของเหลวใส เลยเกลี่ยง่ายมาก ซึมไว แห้งไวมาก ไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่ทิ้งคราบ

 

IMG_0722-re

 

 

วัด pH เหมือนเช่นเคยค่ะ

 

IMG_1927-re

 

pH อยู่ที่ประมาณ 5 นะคะ ใกล้เคียงกับผิวดีค่ะ

 

 

ก่อนจะไปดูส่วนผสมอยากชี้แจงจุดเด่นอีกนิดหน่อยค่ะ

ประเด็นแรกคือ ผลิตภัณฑ์นี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใส่สารออกฤทธิ์มาเยอะมาก คือ มี Active ingredients ถึง 44.32% ซึ่งมี่ไม่เคยเจอเครื่องสำอางไหนที่ใช้สารออกฤทธิ์แบบสารบริสุทธิ์มากกว่านี้มาก่อน (ไม่นับพวกที่ใส่สารสกัดพืช 90+% นะคะ อันนั้นเป็นสารสกัด มีพืชจริงๆเท่าไหร่เราไม่รู้ แต่อันนี้คือสารออกฤทธิ์เพียวๆ)

พอเป็นแบบเข้มข้น ใส่มาเต็มมาก เพื่อโฟกัสเรื่องริ้วรอย ล้วนๆ แต่ถึงแม้ยังไม่เหี่ยวไม่มีริ้วรอย ก็ใช้ได้เพื่อชะลอวัยค่ะ

ตรงนี้เขาชูโรงไว้ข้างกล่องด้วยหล่ะ

 

IMG_0194-re

 

แต่ละตัวคืออะไร เป็นอย่างไร เดี๋ยวลองดูในช่วงวิเคราะห์ส่วนผสมนะคะ

 

จุดเด่นอีกจุดคือ การใช้ อนุพันธ์ Hya สูงสุดถึง 5 ชนิด ซึ่งมากสุดในประวัติการณ์ในวงการเครื่องสำอาง (หมายเลข 7 – 12 นะคะ)

 

5 ชนิดที่ว่าได้แก่

1.VERY LOW-MOLECULAR HA เป็นไฮยาโมเลกุลเล็กมากซึมลงไปได้ลึก เพิ่มความชุ่มชื้น

2.Hyaluronic Acid Ferment เป็นไฮยาจากเทคโนโลยีชีวภาพ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นดึงน้ำให้บริเวณผิว

3.Hydrolyzed HA เป็นไฮยาโมเลกุลเล็ก ซึมลงผิวได้ลึกปานกลาง เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวระดับกลาง

4.HA Pre-Cursor สารตั้งต้นให้ผิวเอาไปสร้างไฮยา ทำให้ผิวนุ่มชุ่มน้ำฟูขึ้น

  1. Plant HA ไฮยาจากมะขาม ที่ช่วยให้ผิวยืดหยุ่นมากขึ้น

 

 

ในที่สุดก็มาถึงเวลาของการวิเคราะห์ส่วนผสมแล้วค่ะ

 

ส่วนผสม

 

ปกติเราแบ่งส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็น 3 หมวดหลักๆ คือ

  1. Actives หรือ สารออกฤทธิ์ เป็นสารที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติพิเศษต่างๆ
  2. Base หรือ ส่วนเนื้อของผลิตภัณฑ์ เป็นตัวอุ้มและเก็บสารออกฤทธิ์ไว้
  3. Additives หรือ ส่วนของสารเติมแต่ง เป็นตัวเติมแต่งให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าใช้ มีความปลอดภัย เช่น พวกสารกันเสีย พวกน้ำหอม พวกซิลิโคน ตัวเพิ่มความหนืด ฯลฯ

 

เรามาดูไปทีละส่วนกันเลยนะคะ

  1. Actives ขอเรียงตามกลุ่มสารนะคะ
    • กลุ่มคาร์โบไฮเดรต และ Hyaluronic acid ได้แก่
  • Sodium hyaluronate crosspolymer เป็นอนุพันธ์ใหม่ของ Hyaluronic acid เกิดจากการเอา Hyaluronic หลายๆตัวมาเชื่อมกันโดยใช้ปฏิกิริยาเคมี ทำให้ได้สารที่มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้นได้สูงขึ้น และมีคุณสมบัติ Antioxidant เพิ่มเติมเข้ามา ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าสารนี้เพิ่มความชุ่มชื้นได้มากกว่า Hyaluronic acid ถึง 5 เท่า และยังเก็บกักความชุ่มชื้นให้ผิวได้ถึง 24 ชั่วโมง (Hylasome EG10, Lipo Chemicals Inc.)
  • Tamarindus indica seed gum เป็น Polysaccharide กลุ่ม Gum ที่ได้จากเมล็ดของมะขาม มีรายงานการวิจัยระบุว่า Carbohydrate ที่พบในเปลือกเมล็ดสามารถกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังแบ่งตัวเพิ่มจำนวนได้ดีขึ้น (Dermatol Res Pract. 2013; 2013: 359756.) และมีรายงานว่าสารสกัดจากเปลือกหุ้มเมล็ดมะขามมีผลปกป้องผิวหนังจากรังสี UVA และเป็น Antioxidant ที่ดี (J Cosmet Sci. 2014; 65(1):11-24.) ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่าเป็น Vegetal hyaluronic acid (Hyaluronic acid จากพืช) มีคุณสมบัติเป็น Moisturizer โดยไปเคลือบที่ผิวไว้ ทำให้ผิวชุ่มชื้น ริ้วรอยลดลง ผิวเรียบเนียนขึ้น (Unitamuron-H22, Induchem)
  • Hydrolyzed hyaluronic acid เป็น Hyaluronic acid ที่ผ่านกรรมวิธีการย่อยให้มีขนาดเล็กลงจึงดูดซึมผิวได้มากขึ้น ให้ผิวนุ่มฟูขึ้น และริ้วรอยลดลง
  • Sodium hyaluronate คือ Hyaluronic acid ตัวดั้งเดิมให้ผลเพิ่มความชุ่มชื้นกับผิว
  • Saccharide isomerate สารประเภทคาร์โบไฮเดรต มีชื่อทางการค้าว่า Pentavitin ผู้ผลิต Claim ว่าสามารถไปจับกับกรดอะมิโน Lysine ของ Keratin ในผิว แล้วให้คุณสมบัติเป็นสารดูดน้ำ อุ้มน้ำ รักษาความชุ่มชื้นไว้ได้ยาวนาน ไม่ถูกล้างออกไปได้ง่ายๆเหมือน moisturizer อื่นๆ
  • Polyglucuronic acid สารกลุ่ม Polysaccharide ที่เกิดขึ้นจาก Glucuronic acid หลายๆตัวมาต่อกัน มีคุณสมบัติก่อฟิล์ม เพิ่มความหนืด และยังมีคุณสมบัติ Antioxidant (Carbohydrates Polymer 2015;116:34-41.) ในวัตถุดิบผสมระหว่าง Hydrolyzed Yeast Extract, Cetyl Hydroxyethylcellulose, Polyglucuronic Acid และ Lecithin ที่ผลิตโดยบริษัท Sederma ระบุว่าสารนี้ได้จากกระบวนการทางไบโอเทคโนโลยี จะได้สารที่มีโครงสร้างคล้ายกับสาย Hyaluronic acid ในผิวของเรา จึงมีผลช่วยทำให้ริ้วรอยตื้นขึ้น ผิวเรียบเนียนและสม่ำเสมอมากขึ้น นุ่มฟู และมีความแข็งแรงมากขึ้น (Optim HyalTM, Sederma Inc.)
    • กลุ่มสารที่เป็น Fermentation product ได้แก่
  • Pseudoalteromonas ferment extract รู้จักกันในชื่อทางการค้าว่า Antarcticine ของบ. Lipotec ได้จากการแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่พบในธารน้ำแข็ง ประกอบด้วยสารกลุ่ม Tripeptide ซึ่งมีคุณสมบัติในการกระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจนและอิลาสติน จึงช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้น ริ้วรอยลดลง นอกจากนี้มีคุณสมบัติในการเพิ่มความชุ่มชื้น และช่วยในกระบวนการสมานแผล (Promote Wound-healing) เวลาผิวหนังเกิดความเสียหาย ก็จะช่วยให้ซ่อมแซมตัวเองได้ไวขึ้น
  • สารประกอบของ Lactobacillus/Eriodictyon californicum ferment extract กับ Phospholipids และ Leuconostoc/Radish root ferment มีชื่อทางการค้าว่า ACB Cationic glycoproteins ให้ผลชะลอวัย ลดริ้วรอย เป็น Antioxidant เพิ่มความชุ่มชื้น และให้ความรู้สึกสบายผิว เพราะมีประจุบวกเลยจับกับผิวได้ดี
    • กลุ่มกรดอะมิโนและเปปไทด์ ได้แก่
  • Copper lysinate/prolinate สารตัวนี้เป็นสารเชิงซ้อนของแร่ธาตุทองแดงกับกรดอะมิโน Lysine และ Proline ผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่าสารนี้สามารถเป็นแหล่งพลังงานให้เซลล์ Fibroblast ที่แก่แล้วเกิดการปรับตัวและสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ชนิดที่ดีออกมา จึงมีผลทำให้ริ้วรอยลดลง ในตลาดเครื่องสำอางวัตถุดิบนี้มีชื่อทางการค้าว่า Neodermyl โดยจำหน่ายในรูปแบบของผสมระหว่าง Glycerin, Water, Methylglucoside Phosphate และ Copper Lysinate/Prolinate (Neodermyl, Induchem Inc.)
  • Palmitoyl tripeptide-38 เปปไทด์สายสั้นๆจากกรดอะมิโน 3 ตัวที่จับกับกรดไขมัน Palmitic acid ทำให้ดูดซึมเข้าผิวได้ง่ายขึ้น เปปไทด์ตัวนี้มีผลกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ไฮยาลูรอน และสารโปรตีนอื่นๆอีกหลายชนิดในผิวที่ทำหน้าที่เพิ่มความแข็งแรงของชั้นหนังแท้ และช่วยเสริมความแข็งแรงของ Dermal-Epidermal junction ให้แข็งแรงมากขึ้น จึงสามารถพยุงเอาชั้นผิวหนังไม่ให้เกิดริ้วรอยได้ง่ายๆ สารตัวนี้จำหน่ายในชื่อทางการค้าว่า Matrixyl Synthe’6 ซึ่งเป็นของผสมระหว่าง Glycerin, Water, Hydroxypropyl Cyclodextrin และ Palmitoyl Tripeptide-38 (Matrixyl Synthe’6, Sederma Inc.)
  • Myristoyl nonapeptide-3 เปปไทด์ที่เกิดจากกรดอะมิโน 9 ตัว จับกับกรดไขมัน Myristic acid ออกฤทธิ์คล้ายกับวิตามินเอ ให้ผลกระตุ้นการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิว และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิว มีความปลอดภัยสูงกว่า และไม่ระคายเคืองผิว
    • กลุ่มสารสกัดพืชอื่นๆ ได้แก่
  • Hydrolyzed yeast extract ประกอบด้วยโปรตีนและวิตามินต่างๆ ให้คุณสมบัติบำรุงผิว และเป็นองค์ประกอบในส่วนผสมของวัตถุดิบ Optim HyalTM
  • Ahnfeltia concinna extract สารสกัดจากสาหร่ายสีแดงชนิดหนึ่ง ไม่พบข้อมูลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่ามีคุณสมบัติส่งเสริมการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิว เพิ่มความยืดหยุ่น ความนุ่ม ลดริ้วรอยให้ผิวเรียบเนียน ลดการระคายเคืองในผิว และเป็น Moisturizer
    • สารอื่นๆ ได้แก่
  • Phospholipids และ Lecithin นอกจากสมบัติการบำรุงผิวก็อาจจะเป็นตัวนำส่งสารให้ผิว
  • Salicylic acid จัดเป็น BHA ให้ผลผลัดผิว ลดการอุดตัน
  1. Base เป็นชนิดน้ำใส หรือ Solution ไม่มีสารกลุ่มน้ำมันสังเคราะห์ ไม่มีซิลิโคน ไม่มีแอลกอฮอล์ ประกอบด้วย น้ำ Glycerin, Pentylene glycol, Ethoxydiglycol, Ethylhexylglycerin, Hexylene glycol, Caprylyl glycol 3 ตัวหลังมีคุณสมบัติระงับเชื้อจุลินทรีย์ได้ด้วย
  2. Additives ได้แก่
    • สารเพิ่มการดูดซึม (Percutaneous absorption enhancer) คือ Ethoxydiglycol ช่วยเพิ่มการดูดซึมให้สารออกฤทธิ์เข้าผิวได้ดีขึ้น
    • สารเพิ่มความหนืด ได้แก่ Polyacrylate crosspolymer-6, Cetyl hydroxyethylcellulose, Hydroxypropylcyclodextrin น่าจะเป็นองค์ประกอบที่ติดมากับกลุ่มสารออกฤทธิ์
    • Surfactant/Emulsifier มี Methylglucoside Phosphate ซึ่งติดมากับสารออกฤทธิ์
    • สารปรับ pH และ Buffer รักษา/ควบคุมค่า pH ได้แก่ Citric acid, Sodium citrate, Sodium hydroxide
    • สารจับโลหะ เป็นตัว Trisodium ethylenediamine disuccinate ให้ผลเพิ่มความคงตัวแก่ผลิตภัณฑ์ สารตัวนี้ผู้ผลิตวัตถุดิบอ้างว่าได้จากธรรมชาติ
    • สารกันเสีย ได้แก่ potassium sorbate, sodium benzoate, sodium citrate, chlorphenesin, phenoxyethanol นับรวมกับกลุ่มสารเติมน้ำอย่าง Ethylhexylglycerin, Hexylene glycol, Caprylyl glycol ที่ช่วยเสริมฤทธิ์ให้สารกันเสียด้วย และ Leuconostoc/Radish root ferment เองก็สามารถเป็นกันเสียได้

 

ถึงเวลาให้คะแนน

  1. Actives ในกลุ่มของสารออกฤทธิ์ตามที่ได้บรรยายไว้ ส่วนมากจะเป็นสารที่ค่อนข้างใหม่ และมีนวัตกรรมพิเศษๆ โดยรวมจะเน้นไปที่การเติมน้ำ ลดริ้วรอยเก่า ป้องกันริ้วรอยใหม่ และเสริมสร้างให้ริ้วรอยที่มีอยู่ดูตื้นขึ้น โดยรวมถือว่าทำได้ค่อนข้างครบตามคำ Claim จุดนี้จึงขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. Base ไม่มีสารกลุ่มน้ำมันสังเคราะห์ ไม่มีซิลิโคน ไม่มีแอลกอฮอล์ และมีตัวเติมน้ำให้ผิวดีๆหลายตัว จุดนี้จึงขอให้ 5 ฟลาสก์
  3. Additives สารที่ใช้ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรกับผิว และออกแบบมาได้อย่างดี เพราะหลายๆชนิดค่อนข้างหายาก และเป็นนวัตกรรม รวมถึงมีการใช้เทคนิคหลายๆอย่างเพื่อเพิ่มการดูดซึมของสารอื่นๆ ที่สำคัญคือไม่มีน้ำหอม ไม่มีพาราเบน จุดนี้จึงขอให้ 5 ฟลาสก์
  4. คะแนนการใช้งาน ตัวนี้มี่ใช้มาเดือนกว่าๆแล้ว ถือว่าใช้ทนมากเลยนะคะ เนื่องจากผิวมี่ยังไม่ค่อยมีริ้วรอย จึงเห็นผลเรื่องริ้วรอยไม่ชัด แต่เรื่องความชุ่มชื้น และความเรียบเนียน จุดนี้ต้องขอให้ 10 เต็ม เพราะว่าผิวค่อนข้างนุ่ม ชุ่มชื้น เรียบขึ้น แต่งหน้าได้ง่ายและติดทนนานมากขึ้น จึงขอให้ 5 ฟลาสก์

 

คะแนน

 

สุดท้ายนี้อีกครั้งอยากขอบคุณทางบริษัท Advance Aesthetic Company ที่ส่งสินค้าดีๆเพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีมาให้ได้ทดลองใช้ค่ะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่

เฟสบุคของบริษัท http://www.facebook.com/advanceaestheticthailand ได้เลยค่ะ

 

ขอบคุณที่ติดตามรับชมมาจนจบค่ะ

 

Disclaimer/Conflict of interest: ผลิตภัณฑ์ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Hylamide ค่ะ