รีวิววิเคราะห์เจาะลึกทุกส่วนผสมแบบละเอียด เซรัมบำรุงผิวเพื่อผิวขาวกระจ่างใสแบรนด์ไทยๆจาก Morebeaute’

รีวิววิเคราะห์เจาะลึกทุกส่วนผสมแบบละเอียด เซรัมบำรุงผิวเพื่อผิวขาวกระจ่างใสแบรนด์ไทยๆจาก Morebeaute’

สวัสดีค่ะพี่ๆน้องๆเพื่อนๆห้องแป้งที่น่ารักทุกๆท่าน

วันนี้มี่แวะเอาเซรัมบำรุงผิวเพื่อผิวขาวกระจ่างใสแบรนด์ไทยๆ ที่ว่ากันว่าคิดสูตรโดยแพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง โดยมุ่งเน้นส่วนประกอบที่ปลอดภัย ไม่มีสารปรอท หรือ steroid แต่ได้ผลจริง จะดีงามขนาดไหนมาดูไปพร้อมกันเลยดีกว่าค่ะ

Serum นี้มีชื่อว่า Morebeaute’ หรือ มอร์บอเต้ ค่ะ

ชื่อเต็มๆคือ Morebeaute’ blemish control luminizing cream

มาดูหน้าตากันหน่อยเนอะ

mb 1.jpg

ซึ่งนางจะมาใน Packaging แบบหลอดปิดสนิทค่ะ

ตัวเนื้อเซรัมจะเป็นแนวๆ Emulgel นะคะ เป็นเซรัมเนื้อเจลขุ่นๆ สีเหลืองอ่อนๆ ซึ่งทางแบรนด์ใช้ส่วนผสมที่เป็นสารสกัดจากธรรมชาติ และไม่ได้ใส่ Opacifier หรือ ตัวกลบสี มาบดบังสี จึงได้เซรัมสีนี้ค่ะ มีกลิ่นหอมจางๆค่ะ

mb 2

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ให้ความรู้สึกเย็น ซึมไวไม่เหนอะหนะค่ะ

mb 3

มาวัด pH กันซักเล็กน้อยนะคะ

mb 4

เนื่องจากผลิตภัณฑ์มีสีเลยอ่านค่ายากนิดนึง ได้ค่าอยู่ที่ราวๆ 5 – 6 ค่ะ ซึ่งใกล้เคียงกับผิวดี และเป็นช่วงที่สารหลายๆตัวในส่วนผสมคงตัวค่ะ

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

สผส

ปกติเราแบ่งส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็น 3 หมวดหลักๆ คือ
1. Actives หรือ สารออกฤทธิ์ เป็นสารที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติพิเศษต่างๆ
2. Base หรือ ส่วนเนื้อของผลิตภัณฑ์ เป็นตัวพยุงสารออกฤทธิ์ และนำพาไปสู่ผิวหนัง
3. Additives หรือ ส่วนของสารเติมแต่ง เป็นตัวเติมแต่งให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าใช้ มีความปลอดภัย เช่น พวกสารกันเสีย พวกน้ำหอม พวกซิลิโคน ตัวเพิ่มความหนืด ฯลฯ

มาดูรายละเอียดแต่ละอย่างกันเลยค่ะ
1. Actives ในส่วนของสารออกฤทธิ์ มี่ได้ทำแถบสีไว้ให้แล้วค่ะ ดังนี้
– Kojic dipalmitate เป็นอนุพันธ์ของ Kojic acid ที่มีความระคายเคืองต่ำ มีการดูดซึมเข้าผิวที่ดีขึ้น มีคุณสมบัติยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ที่ใช้สร้างเม็ดสี
– Arctostapylos uva ursi extract สารสกัดจาก Bearberry ส่วนของใบมีรายงานว่ามีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียบางชนิด มีรายงานว่าส่วนของเปลือกและใบพบสาร Arbutin ที่มีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิวผ่านการยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase (Phytochem Anal. 2009;20(5):416-20.)
– Mitracarpus scaber extract สารสกัดจากพืชชนิดหนึ่งที่พบใน Africa มีรายงานเกี่ยวกับคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ (Lett Appl Microbiol. 2000;30(2):105-8.)
**สูตรผสมของ Arctostapylos uva ursi extract กับ Mitracarpus scaber extract มีชื่อทางการค้าว่า Etioline เป็นสารสิทธิบัตรอเมริกา เลขที่ US2004/0166069A1 ให้ผลเสริมฤทธิ์กันในการยับยั้งเม็ดสีผิว โดยสารสกัดจากใบ Mitracarpus จะเป็นตัว Booster ช่วยให้สารยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ที่สร้างเม็ดสีผิว ได้มากขึ้น
– Alpha-arbutin มีคุณสมบัติในการยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิวผ่านการยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase เช่นกัน
– สูตรผสมของ Dithiaoctanediol, Sutilains, Beta-carotene และ Gluconic acid มีชื่อทางการค้าว่า Melaclear 2 ออกฤทธิ์เสริมกันในการเป็น Whitening ที่ดี โดยเริ่มไปยับยั้งตั้งแต่ขั้นตอนการเปลี่ยนเอนไซม์ pro-Tyrosinase ไม่ให้เป็น Tyrosinase จึงทำงานไม่ได้ ป้องกันไม่ให้อนุมูลอิสระไปกระตุ้นให้เซลล์สร้างเม็ดสีทำงาน จับกับ Retinoids receptor มีผลไม่ให้เซลล์สร้างเม็ดสีโดนกระตุ้น และผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ดำคล้ำอย่างออกโยน
– สูตรผสมของ Capric/caprylic triglycerides กับ Diacetyl boldine มีชื่อทางการค้าว่า Lumiskin เป็นการเอา Diacetyl boldine ซึ่งเป็นสารที่แยกได้จากต้น Boldo ในชิลี ออกฤทธิ์ที่ alpha-adrenergic receptor และ ควบคุม Calcium flow มีผลทำให้เอนไซม์ Tyrosinase ไม่สามารถทำงานได้
– วิตามินซี 2 ชนิด คือ Ascorbic acid และ Ascorbyl palmitate ตัวแรกออกฤทธิ์ได้เลย อีกตัวค่อยๆถูกผิวเปลี่ยนเป็น Ascorbic acid มีผลช่วยให้วิตซี ออกฤทธิ์ได้ยาวนานขึ้น วิตซีมีประโยชน์ในการเป็น Antioxidant, ยับยั้งการสร้างเม็ดสี และเป็นส่วนหนึ่งในขั้นตอนการสร้างคอลลาเจน
– Niacinamide เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 มีรายงานว่า สารตัวนี้สามารถเป็น Whitening ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ โดยไปรบกวนการส่งผ่านของเมลานินที่สร้างเสร็จแล้ว ลดการอักเสบในผิว เพิ่มการไหลเวียนเลือด ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวโดยไปกระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า และยังเป็น Antioxidant ด้วย (Int J Cosmet Sci 2005; 27:255–261)
– วิตามินอี 2 ชนิด คือ Tocopherol และ Tocopheryl acetate ตัวแรกออกฤทธิ์ได้เลย อีกตัวค่อยๆถูกผิวเปลี่ยนเป็น วิตอีในผิว ให้ผลเป็น Antioxidant
– สูตรผสมของ 10-Hydroxydecanoic acid, Sebacic acid และ 1,10-Decanediol มีชื่อทางการค้าว่า Acnacidol แยกสกัดได้จากนมผึ้ง มีคุณสมบัติลดการสร้างน้ำมันของผิว ผ่านการยับยั้งเอนไซม์ 5alpha-reductase ที่เป็นต้นตอของการสร้างน้ำมัน หรือ Sebum และมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ จึงให้ผลดีด้านสิว บริษัทผู้ผลิตวัตถุดิบกล้า Claim ว่า ถ้าใช้ตาม Dose ที่กำหนดจะลดการหลั่งน้ำมันได้รวดเร็วภายใน 1 ชั่วโมง
– Sodium PCA สารเพิ่มความชุ่มชื้นชนิด Natural moisturizing factor (NMF) ที่มีอยู่ในผิว มีหน้าที่ดูดน้ำเข้าหาผิว เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว
– Glycyrrhiza glabra extract คือ สารสกัดจากชะเอม เทศ มีรายงานเกี่ยวกับคุณสมบัติในการยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ลดการสร้างเมลานินช่วยให้สีผิวจางลง มีฤทธิ์เป็น Antioxidant และช่วยปกป้องเซลล์ผิวจากอันตรายจากเปอร์ออกไซด์ในร่างกาย (Molecules. 2014; 19(7):9101-13.) มีคุณสมบัติลดการอักเสบ มีรายงานการวิจัยกล่าวว่า เมื่อใช้สารสกัดชะเอมในโรคผิวอักเสบแบบ Atopic จะช่วยลดอาการคัน บวม และแดงได้ (J Dermatolog Treat. 2003; 14(3):153-7.)
2. Base หรือ เนื้อหลักผลิตภัณฑ์ มาในรูปแบบของ Emulgel ประกอบด้วย น้ำ น้ำมัน และซิลิโคน ดังนี้
2.1 ส่วนของน้ำ ได้แก่ น้ำ Butylene glycol, Glycerine, Propylene glycol ซึ่งช่วยดูดน้ำให้ผิวได้
2.2 ส่วนของน้ำมัน ได้แก่ C13-14 isoparaffin, Hydrogenated polydecene ให้ผลเคลือบผิวปกป้องไม่ให้น้ำระเหยออก พวกนี้ค่อนข้างปลอดภัยเพราะไม่ดูดซึมเข้าผิว และ Capric/caprylic triglyceride ที่ดูดซึมเข้าผิวให้ผลทดแทนไขมันในผิว และ Cholesterol ที่ช่วยลดการอักเสบ และเป็นส่วนหนึ่งของ Barrier ผิว
2.3 ซิลิโคน ได้แก่ Dimethicone, Cyclopentasiloxane, C30-45 alkyl cetearyl dimethicone crosspolymer ให้สัมผัสบางเบา เคลือบปกป้องผิว และเพิ่มความหนืด
3. Additives ได้แก่
3.1 สารทำระบบนำส่ง ได้แก่ Palmitoyl hydroxypropyltrimonium amylopectin/glycerin crosspolymer กับ Hydrogenated lecithin ที่เป็นระบบนำส่งสิทธิบัตรของบริษัท Kobo ทางญี่ปุ่น มีชื่อทางการค้าว่า Glycosphere สามารถเก็บกักสารเพื่อเพิ่มความคงตัวและนำส่งเข้าสู่ผิว ดังรูป

glycosphere.jpg

(Image from Kobo products)
เข้าใจว่าน่าจะเก็บกักวิตามินซีเอาไว้

3.2 สารเพิ่มความหนืด คือ Sodium acrylates/sodium acryloyldimethyltaurate copolymer
3.3 Emulsifier ได้แก่ Laureth-7, Polysorbate 60, Cholesterol, Sodium deoxycholate ช่วยผสานน้ำให้เข้ากับน้ำมัน
3.4 Preservatives ได้แก่ สารจับโลหะ Disodium EDTA และสารกันเสีย Phenoxyethanol กับ Methylisothiazolinone
3.5 สารแต่งกลิ่น หรือ Perfume

ถึงเวลาให้คะแนน
1. Actives ส่วนของสารออกฤทธิ์ค่อนข้างมาเต็มจริงๆ จากที่เล่าให้ฟังในข้างต้นจะเห็นว่ามีส่วนของสารที่ออกฤทธิ์ครอบคลุมขั้นตอนการสร้างเม็ดสีผิวทั้งหมด ตั้งแต่ก่อนสร้าง ระหว่างสร้าง และหลังสร้างเสร็จ ที่สำคัญคือ Gluconic acid ที่ใช้ ไม่ได้ทำให้ผิวบางแต่อย่างใด ยังมีส่วนของสารเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว และสารที่ให้ประโยชน์เรื่อง การชะลอวัย สิว และควบคุมความมันได้อีก โดยรวมถือว่าทำมาได้ครบถ้วนสมบูรณ์ ได้ไป 5 ฟลาสก์
2. Base ส่วนของเนื้อหลัก มีครบถ้วนทั้งสารดูดน้ำให้ผิว สารเคลือบปกป้องผิว และไขมันทดแทนผิวหนัง ไม่มีส่วนผสมของ Alcohol และน้ำมันที่สุ่มเสี่ยงอุดตัน จึงขอให้ 5 ฟลาสก์
3. Additives ส่วนของสารปรุงแต่ง มีความโดดเด่นที่ระบบนำส่ง Glycosphere ที่ช่วยเพิ่มความคงตัวให้ผลิตภัณฑ์ และที่สำคัญคือ ไม่มีส่วนผสมของ Parabens สารอื่นๆไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรกับผิว เลยขอให้ 5 ฟลาสก์
4. การใช้งาน หลังจากใช้เมาราวๆ 2 อาทิตย์ สิ่งที่สัมผัสได้เมื่อใช้ในวันแรกๆ คือ ผิวบริเวณ T-zone มีความมันลดลง หลังจากนั้นที่ได้คือ ผิวชุ่มชื้นขึ้น นุ่มขึ้น และเรื่องความสม่ำเสมอของสีผิว ดูดีขึ้น ผิวดูมี Complexion ที่สว่างขึ้น เลยขอให้ไป 5 ฟลาสก์

คะแนน

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Morebeaute’ ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ
สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางเฟสบุคของแบรนด์
https://www.facebook.com/Morebeauteskin

และเวบไซต์ http://www.morebeaute-skincare.com/ ได้เลยค่ะ
Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์

 

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมแบบจัดเต็ม กันแดดเนื้อมูสและกันแดด Cushion จากแบรนด์ Jewels

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมแบบจัดเต็ม กันแดดเนื้อมูสและกันแดด Cushion จากแบรนด์ Jewels

สวัสดีค่ะพี่ๆน้องๆเพื่อนๆห้องแป้งที่น่ารักทุกๆท่าน

วันนี้มี่นำเอากันแดดเจ๋งๆสวยๆฝีมือคนไทยมารีวิวให้ชมกันอีกแล้วค่ะ

กับกันแดดแบบมูส และ Cushion จากแบรนด์ Jewels ซึ่งเป็นแบรนด์ของเภสัชกร ควบคุมและดูแลโดยเภสัชกรค่ะ

เห็นกล่องแล้วก็แบบว่า ดูหรูหราสมชื่อแบรนด์จริงๆค่ะ

jewels 1

มาเริ่มดูที่ตัวเนื้อมูสก่อนเลยนะคะ

นางจะมาในหลอดมุ้งมิ้งฝาหลอดทำมาเป็นอัญมณีดูหรูหราเลอค่าค่ะ

jewels 2

ในส่วนของเนื้อนั้น มาเป็นเนื้อมูส สีเนื้อ เพราะไม่ได้ใส่น้ำหอมเลยมีกลิ่นวัตถุดิบอยู่จางๆค่ะ ก็ดูธรรมชาติดี ดมไปดมมาก็แอบคล้ายชอคโกแลต ผสมกาแฟ (หรือฉันหิว)

เวลาเกลี่ยตัวนี้จะเกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ให้สัมผัสแห้งๆคล้ายมาร์ชแมลโลว์ แห้งไวนะคะ อย่ารีบลงทั้งหน้า ค่อยๆแต้ม ค่อยๆเกลี่ยไปค่ะจะได้ความเนียนที่มากกว่า ทาแล้วไม่ปื้น ไม่วอก ค่ะ ทากับไม่ทา มีความขาวต่างกันเล็กน้อยเองค่ะ

 

ตรงนี้ก็เป็นคำเคลมที่ด้านหลังกล่องค่ะ

jewels 3

อีกตัวจะมาในแบบ Cushion ค่ะ จะว่าไปเราไม่ค่อยได้เห็นกันแดดแบบ Cushion กันมากเท่าไหร่นักเนอะ เท่าที่มี่ตามตลาดมา มี่เห็นของแบรนด์นี้ กับ แบรนด์เกาหลีอย่าง A’PIEU และ The Face Shop ค่ะ

มาในกล่องสีขาวดูหรูหรา เลอค่าเช่นกันค่ะ

jewels 10

ตัว Cushion ทำมาได้ค่อนข้างแน่นหนา ดูคงทน ไม่เปราะหักง่าย นี่ทำหล่นมา 2 ที ยังภาพดีอยู่ค่ะ มีความหรูหราแต่เรียบง่าย

เนื้อครีมมีความละเอียด และบางเบามาก

jewels 6

มีคุณสมบัติปกปิดได้ด้วย เอามาใช้เป็นเบส หรือ BB เลยก็ว่าได้ค่ะ

แสงสด

jewels 7

แสงแฟลช

jewels 8

จะได้ความโกลวอยู่เล็กๆค่ะ ตัว Cushion นี่จะเด่นกว่าตัวมูสอยู่ตรงที่ เวลาทาเราจะได้สัมผัสที่เย็น และสบายผิว กับเราสามารถเอามาเติมระหว่างวันได้เมื่อไหร่ก็ได้ที่ต้องการ เช่น อยู่กลางแดดนานๆ เหงื่อออกมาก ขับรถแล้วร้อน หน้าเยิน หน้าไหล รองพื้นเยิ้ม ฯลฯ โบกเลยค่ะ เมคอัพจะเฟรชขึ้นมาทันที

ไม่ค่อยเจอกันแดดที่เติมระหว่างวันได้ง่ายๆแบบนี้เนอะ

แต่ส่วนตัวมี่ว่า ตัวกันแดดเป็นชนิดกายภาพ ถ้าเราเหงื่อออกไม่มาก ไม่ไปล้างไปเช็ด มันก็ไม่เสื่อมหรอกค่ะ ติดอยู่ตรงหน้านั่นหล่ะ ไม่ต้องเติมยังได้
ทั้งสองตัวส่วนผสมหลักจะคล้ายกัน มี่เลยขอเลือกตัวกันแดดมูส มาวิเคราะห์นะคะ

ส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

สผส jewels

 

มี่ได้ทำ Highlight ด้วยสีไว้แล้วค่ะ

 

ปกติเราแบ่งส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็น 3 หมวดหลักๆ คือ

  1. Actives หรือ สารออกฤทธิ์ เป็นสารที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติพิเศษต่างๆ
  2. Base หรือ ส่วนเนื้อของผลิตภัณฑ์ เป็นตัวพยุงสารออกฤทธิ์ และนำพาไปสู่ผิวหนัง
  3. Additives หรือ ส่วนของสารเติมแต่ง เป็นตัวเติมแต่งให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าใช้ มีความปลอดภัย เช่น พวกสารกันเสีย พวกน้ำหอม พวกซิลิโคน ตัวเพิ่มความหนืด ฯลฯ

 

เรามาดูไปทีละส่วนกันเลยนะคะ

  1. Actives ขอแบ่งเป็นสารกันแดด กับ สารบำรุงอื่นๆนะคะ ได้แก่
    • สารกันแดด ใช้ Titanium dioxide และ Zinc oxide ซึ่งเป็นกันแดดชนิดกายภาพ พวกนี้อาศัยการสะท้อนและกระเจิงแสงออกไปโดยที่ตัวมันเองจะมีความคงตัวสูงมาก ไม่เสื่อมสลายไปตามเวลา เว้นแต่เหงื่อออกมาก หรือไปล้างไปเช็ดมันออกมา
    • สารบำรุงอื่นๆ มีอยู่หลายตัวเหมือนกันค่ะ ได้แก่
    • Arbutin เป็นสารที่ออกฤทธิ์ลดการสร้างเม็ดสีผิว ป้องกันไม่ให้สีผิวเข้มขึ้นหลังจากโดนแดด
    • Ascorbyl glucoside อนุพันธ์น้ำตาลของวิตามินซี มีความเป็นกรดน้อย ระคายเคืองน้อย ซึมเข้าผิวได้ดี มีความคงตัวสูง ให้ประโยชน์เป็น Antioxidant ช่วยดักจับอนุมูลอิสระที่เกิดจากรังสี UV ที่หลุดรอดเข้ามา และความเครียดในแต่ละวัน นอกจากนี้ยังช่วยลดการสร้างเม็ดสีผิว และเป็นส่วนหนึ่งในขั้นตอนการสังเคราะห์คอลลาเจน
    • Centella asiatica leaf extract คือ สารสกัดจากบัวบก สารสกัดจากบัวบก บัวบกเป็นพืชที่มีรายงานถึงฤทธิ์ทางชีวภาพไว้ค่อนข้างเยอะ ฤทธิ์ทางชีวภาพของบัวบกได้แก่ ฤทธิ์กระตุ้นการสมานแผล กระตุ้นการทำงานของเซลล์ Fibroblast กระตุ้นการสังเคราะห์ Collagen และ Fibronectin ในผิว ลดริ้วรอยที่เกิดก่อนวัย (เรียกริ้วรอยก่อนวัยว่า Photoaging) (Postepy Dermatol Alergol. 2013; 30(1):46-9.) และ ปกป้องผิวไม่ให้ถูกทำลายโดยรังสี UV (Int J Mol Med. 2012; 30(5):1194-202.)
    • Niacinamide ที่เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 3 มีรายงานว่า สารตัวนี้สามารถเป็น Whitening ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ โดยไปรบกวนการส่งผ่านของเมลานินที่สร้างเสร็จแล้ว ลดการอักเสบในผิว เพิ่มการไหลเวียนเลือด ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวโดยไปกระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า และยังเป็น Antioxidant ด้วย (Int J Cosmet Sci 2005; 27:255–261)
    • Camellia sinensis leaf extract สารสกัดจากใบชาเขียว มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant ที่ดี มีรายงานวิจัยอยู่ค่อนข้างมาก เช่น ช่วยลดริ้วรอย เพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผิว (Dermatol Ther. 2013;26(3):267-71.) และยังมีรายงานถึงคุณสมบัติในการสมานแผล (Evid Based Complement Alternat Med. 2013;2013:386734.) สารประกอบกลุ่ม Polysaccharide ที่พบในชาช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV ได้ และสารประกอบกลุ่ม Polyphenol ยังช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีได้ (J Agric Food Chem. 2009;57(17):7757-62.)
    • Sodium hyaluronate ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว
    • Tocopherol คือ วิตามินอี มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant แต่ส่วนมากจะให้ผลแค่ปกป้องสารในผลิตภัณฑ์ไม่ให้เสื่อมสภาพ
    • Glycyrrhiza glabra root extract สารสกัดจากชะเอมเทศ มีรายงานเกี่ยวกับคุณสมบัติในการยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ลดการสร้างเมลานินช่วยให้สีผิวจางลง มีฤทธิ์เป็น Antioxidant และช่วยปกป้องเซลล์ผิวจากอันตรายจากเปอร์ออกไซด์ในร่างกาย ( 2014; 19(7):9101-13.) มีคุณสมบัติเป็น Anti-inflammatory เมื่อใช้ในโรคผิวอักเสบแบบ Atopic จะช่วยลดอาการคัน บวม และแดงได้ (J Dermatolog Treat. 2003; 14(3):153-7.)
    • Tourmaline หินอัญมณีชนิดหนึ่งมีสีชมพู มีรายงานการวิจัยกล่าวว่าหินนี้สามารถปลดปล่อยรังสี Far-Infrared (FIR) ที่มีคุณสมบัติกระตุ้นการไหลเวียนเลือด และเพิ่มการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนของเซลล์ผิวได้ (J Cosmet Sci. 2002;53(3):175-84.)
    • Lepidum sativum sprout extract สารสกัดจาก Garden cress ไม่มีข้อมูลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับผิวหนัง ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบบอกว่า มีประโยชน์ในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ต่อต้านอนุมูลอิสระ และลดเลือนริ้วรอยได้ สามารถยับยั้งการทำงานของฮอร์โมน Melanocyte stimulating hormone (MSH) ที่ทำหน้าที่กระตุ้นให้เซลล์เมลาโนไซต์ที่มีหน้าที่สร้างเมลานินทำงานได้ดีขึ้น เมื่อไปยับยั้ง MSH ก็จะทำให้เซลล์เมลาโนไซต์ทำงานได้ลดลง ผิวจึงขาวขึ้น
    • Dimethoxy chromanyl palmitate มีชื่อทางการค้าว่า Chromabright ข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่าสารนี้ให้ผลเป็น Whitening และช่วยต่อต้านการแก่ก่อนวัย (Photoaging)
  2. Base มาในรูปแบบของอิมิลชั่นเนื้อมูส ประกอบด้วยน้ำ น้ำมัน และซิลิโคน ดังนี้

2.1 ส่วนของน้ำ ได้แก่ น้ำ, Propylene glycol, Glycerin

2.2 ส่วนของน้ำมัน ได้แก่ Isopropyl myristate, Glyceryl monostearate, Cetyl alcohol, Stearyl alcohol, Diethylhexyl carbonate, Lecithin ที่มีหลายหน้าที่ ทั้งเพิ่มความชุ่มชื้น ทดแทนไขมันในผิวหนัง และอาจจะทำหน้าที่สร้าง Liposome

2.3 Silicones ได้แก่ Cyclomethicone ที่เป็นซิลิโคนบางเบาระเหยได้ ไม่เหนอะหนะ, Cethyl dimethicone ที่เป็นซิลิโคนจับกับสายไขมัน เข้ากับน้ำมันได้ดีจึงไม่ขัดขวางการหลั่งน้ำมันตามธรรมชาติ

  1. Additives ได้แก่
    • สารกันเสีย คือ Phenoxyethanol
    • Magnesium stearate เพิ่มการเกาะติดผิวของสารกลุ่ม Pigment
    • Sodium chloride มีหลายหน้าที่
    • สารแต่งสี ได้แก่ CI19140 คือ Yellow number 5 เป็นสีละลายน้ำ มีสีเหลือง และ CI14720 คือ เป็นสีละลายน้ำ มีสีแดง

ถึงเวลาให้คะแนน
1. กลุ่มสารออกฤทธิ์ เรียกได้ว่ามาค่อนข้างครบ เพราะไม่ใช่แค่ใช้กันแดดกายภาพที่เน้นสะท้อนรังสี UV ทิ้งไป ยังมีสารในกลุ่ม Antioxidant สารลดการอักเสบ ยังมีสารที่ให้ความชุ่มชื้น และช่วยเรื่องไวท์เทนนิ่งได้ ในส่วนของ Tourmaline ที่ใส่มา ใครจะไปคิดว่ามีงานวิจัยรองรับว่าสามารถเพิ่มการไหลเวียนของเลือด และกระตุ้นทำงานของเซลล์ผิวได้จริง โดยรวมถือว่าค่อนข้างครบสำหรับการเป็นกันแดดดีๆตัวนึง ให้ 5 ฟลาสก์

2. กลุ่มเนื้อผลิตภัณฑ์ สารที่ใช้หลายตัวให้สัมผัสที่ค่อนข้างบางเบา สารไขมันบางตัวให้คุณสมบัติบำรุงผิวได้ บางตัวให้สมบัติเคลือบปกป้องผิวกันน้ำระเหย และมีส่วนผสมของสารดูดน้ำให้ผิว โดยรวมถือว่ามีอยู่ ไม่มี Alcohol แต่ส่วนผสมของ Isopropyl myristate นั้นอาจจะอุดตันรูขุมขนได้ในบางราย แต่ทางแบรนด์เองก็ได้ทดสอบแล้วว่าไม่เกิดการอุดตันในอาสาสมัคร แต่เพื่อความยุติธรรม เลยต้องขอหักคะแนน ได้ไป 4 ฟลาสก์

3. กลุ่มสารอื่นๆ ใส่มาเท่าที่จำเป็นจริงๆ มาแบบ The less is the more น้อยๆสิดี อัตราเสี่ยงต่อการเกิดการไม่พึงประสงค์ก็น้อยกว่าอันที่มาเยอะๆ สารไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรก็เลยไม่มีอะไรให้หักคะแนน ได้ไป 5 ฟลาสก์

4. การใช้งาน ตัวกันแดดมาในเนื้อแบบมูส ที่เกลี่ยง่าย แห้งไว ไม่เป็นปื้นขาว ไม่วอก ให้ลุคที่ matte สามารถแต่งหน้าทับได้เลย ถ้าใครที่ใช้ Primer ด้วย มี่แนะนำให้ลง Primer ก่อน ค่อยลงกันแดดตัวนี้ จะทำให้เกลี่ยกันแดดได้สมูทขึ้นเยอะค่ะ ส่วนเรื่องการกันแดด จากที่ลองมาได้เกือบๆ 2 อาทิตย์ ก็ถือว่าทำมาได้ดีนะคะ ในส่วนของแพคเพจเองก็หรูหรา โดยเฉพาะตัว Cushion ที่ทาแล้วจะให้สัมผัสเย็นๆ เติมทับกี่ครั้งก็ได้ในระหว่างวัน แถมยังให้เมคอัพดูเฟรชตลอด คือ ค่อนข้างประทับใจค่ะ Cushion นี่มีต่อตลับที่สองแน่ๆ เอาไปเลยค่ะ 5 ฟลาสก์

คะแนน

สำหรับวันนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ Jewels ด้วยนะคะที่ส่งสินค้าดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบค่ะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางเฟสบุคของแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

Facebook Page : jewelsaesthetic

https://www.facebook.com/jewelsaesthetic

 

อ้อ และ ผลิตภัณฑ์มีจำหน่ายที่ร้าน eveandboy สยามสแคว์,Z-pell รังสิต, Beautrium สยามสแควร์, Lashes ทุกสาขา, Stardust ทุกสาขา, เจ้เล้ง ดอนเมือง, ร้านขายยาบางร้าน ไปลองเล่นก่อนตัดสินใจได้ค่ะ

Disclaimer/Conflict of interest: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Jewels

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสม ครีมเจลและเจลล้างหน้าในกลุ่ม Acniover แบรนด์เวชสำอาง Martiderm จากสเปน

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสม ครีมเจลและเจลล้างหน้าในกลุ่ม Acniover แบรนด์เวชสำอาง Martiderm จากสเปน

วันนี้มี่จะมารีวิววิเคราะห์ส่วนผสมเจลครีม Creamigel ใน Line ดูแลสิวที่มีชื่อว่า Acniover จาก Martiderm เวชสำอางจากสเปนให้ชมกันค่ะ

ในไลน์ Acniover นี้ มีผลิตภัณฑ์อยู่ 2 อย่างเป็นตัวล้างหน้า และ Creamigel ค่ะ

มาเริ่มกันที่ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าก่อนดีกว่านะคะ มีชื่อว่า Gel purificante ค่ะ

หน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ

wash 1

ตัวนี้เป็นเจลใสสีเขียว กลิ่นแอปเปิ้ล ที่ค่อนข้างอ่อนโยนกับผิวค่ะ

ถูกับน้ำแล้วจะมีฟองอยู่ค่อนข้างน้อยแต่ฟองละเอียดเหมือนครีม มีความลื่นอยู่ในระดับหนึ่ง ทำให้เราละเลงบนหน้าได้ง่ายดี และล้างออกง่ายหมดจด ไม่ทิ้งความมัน หรือความเมือกไว้บนผิวเลยค่ะ

น่าจะเหมาะกับผิวมัน เพราะประสิทธิภาพในการทำความสะอาดค่อนข้างดีเลยทีเดียว

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

ส่วนผสม wash

จากส่วนผสมจะมีพวกสารทำความสะอาดอยู่หลายตัวหลายกลุ่มค่ะ

โดยสิ่งที่โดดเด่นออกมา คือ สารทำความสะอาดจากธรรมชาติ ที่ใช้เป็นสารสกัดจาก Acacia concinna Fruit Extract, Balanites aegyptiaca Fruit Extract และ Gypsophila paniculata Root Extract ซึ่งไปตรงกับวัตถุดิบที่ชื่อ Phytofoam® ของบริษัท Croda สารนี้เป็นสารทำความสะอาดกลุ่ม Saponin ที่มีความอ่อนโยน และทำให้ฟองละเอียดคล้ายครีม

สารทำความสะอาดหลักได้แก่ Glycereth-26, PEG-120 Methyl Glucose Trioleate, Sodium Lauroyl Sarcosinate และ Caprylyl/Capryl Glucoside ซึ่งทุกตัวมีความอ่อนโยนสูง

สารคู่ผสมอย่าง Polyglyceryl-4 Caprylate/Caprate, Polyglyceryl-4 Laurate/Sabacate ตัวนี้ก็อ่อนโยน มาจากบริษัท Croda เช่นกัน มีชื่อทางการค้าว่า NatraGem™ S150 NP มีคุณสมบัติช่วยละลายสาร ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ใส มีคุณสมบัติทำความสะอาดที่ดี สามารถล้างเมคอัพและสิ่งสกปรกที่ติดค้างบนผิวได้ดี

ส่วนสารออกฤทธิ์ก็จะมีตัวชาเขียว ที่เป็น Antioxidant และ สารสกัดจาก Witch hazel ที่ช่วยควบคุมความมัน กระชับรูขุมขน ร่วมกับน้ำตาล Lactitol และ Xylitol ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ซึ่งไปตรงกับวัตถุดิบที่ชื่อ Hairspa ของบริษัท Sederma ที่มี claim เกี่ยวกับการเพิ่มความแข็งแรงของเชื้อจุลชีพเจ้าบ้านบนผิว (Skin normal flora) ที่เมื่อมีความแข็งแรงก็จะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ผิวได้ และป้องกันการเจริญของเชื้อโรคต่างๆ (วัตถุดิบนี้จริงๆทำมาเกี่ยวกับเส้นผม แต่สามารถประยุกต์ใช้กับผิวได้)

สารอื่นๆก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรกับผิว

เดี๋ยวค่อยให้คะแนนทีเดียวตอนท้ายนะคะ

ส่วนอีกตัวเป็นตัว Cremigel ค่ะ

มาดูหน้าตาผลิตภัณฑ์ซักหน่อยนะคะ

acni 1

เนื้อเป็นเจลขุ่นๆ สมกับชื่อ Cremigel ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เกลี่ยค่อนข้างง่าย ไม่เหนอะหนะ ก่อฟิล์มบางๆเคลือบผิวไว้ ให้ผลควบคุมความมันและอำพรางรูขุมขนไปในตัว

 

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

ส่วนผสม

สผส

ในส่วนผสมค่อนข้างเรียบง่าย ซึ่งจุดเด่นอยู่ที่

สูตรผสมของ Salicylic Acid, Polydextrose, Dextrin, Amylopectin และ Niacinamide

ไปตรงกับวัตถุดิบที่ชื่อ Biogenic Sallic-210 ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ทางเครื่องสำอางจากบริษัท Biogenics ในการเก็บกักเอา Salicylic acid ไว้ในเปลือกแคปซูลของพวก Polysaccharide อย่าง Polydextrose, Dextrin, Amylopectin มีผลเพิ่มการละลายน้ำ เพิ่มการดูดซึมเข้าสู่ผิว ลดการระคายเคือง และเพิ่มประสิทธิภาพในการออกฤทธิ์

ดังรูปค่ะ

technology

(Image from Biogenics Inc.)

ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบกล่าวว่า สารนี้ให้ผลที่ดีในการฆ่าเชื้อก่อสิว และเชิ้อแบคทีเรียอื่นๆ ลดการเกิดสิว และความรุนแรงของสิวในอาสาสมัคร ให้ผิวขาว และช่วยผลัดเซลล์ผิว
นอกจากนี้แล้ว ทางแบรนด์ยังเติม Niacinamide เพิ่มเข้ามาอีก โดยรวมแล้วในผลิตภัณฑ์มี Niacinamide อยู่ถึง 5% ซึ่งมีงานวิจัยทดสอบแล้วพบว่าให้ผลดีในการดูแลสิวได้เทียบเท่ากับตัวยา Clindamycin (Int J Dermatol. 2013;52(8):999-1004.) หมายเหตุ: ในงานวิจัย ใช้ 4%

สารออกฤทธิ์อีกตัวคือ Syringa vulgaris extract หรือ สารสกัดจาก Lilac ที่ประกอบด้วยพฤกษเคมีที่ชื่อ Verbacoside ที่มีประสิทธิภาพในการลดการอักเสบ ลดการระคายเคือง ฆ่าเชื้อสิว ควบคุมความมัน และช่วยให้ผิวขาว จึงมีผลลดรอยดำจากสิวได้อีก

ส่วนอีกสองตัวที่มีมาคือ Milk protein ที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้น และ Saccharide isomerate ที่เพิ่มความชุ่มชื้นเช่นกัน โดยสารนี้ออกฤทธิ์ได้อย่างยาวนานเพราะจับกับโปรตีน Keratin บนผิวหนัง จึงไม่ถูกชะล้างออกไปง่ายๆ

โดยรวมถือว่าทำมาได้ค่อนข้างตรงจุดกับสิวเลยโดยตรง

ส่วนของเนื้อหลักผลิตภัณฑ์เป็นเนื้อแบบ Emulgel คือ มีทั้งส่วนของน้ำ น้ำมัน และซิลิโคน
สารที่ใช้ไม่ได้มีอะไรอุดตันรูขุมขน และไม่ได้มี Alcohol เป็นส่วนประกอบ

สารอื่นๆที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร ส่วนที่มีประโยชน์ก็จะเป็นตัว Silica ที่ช่วยควบคุมมันได้อีกทางหนึ่ง

ถึงเวลาให้คะแนน

เริ่มจากตัวล้างหน้า
1. Actives จากที่ได้เล่าให้ฟังไปในด้านบน ถือว่าส่วนผสมนั้นทำมาได้ค่อนข้างดี เพราะนอกจากจะมีสารสกัดที่ช่วยเรื่องควบคุมความมันแล้ว ยังมีสารกลุ่มน้ำตาลที่ช่วยสนับสนุนการเจริญของเชื้อจุลินทรีย์เจ้าบ้าน มีผลช่วยให้ผิวแข็งแรงได้อีก จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
2. Base กลุ่มของสารทำความสะอาดที่ใช้ทุกตัวมีความอ่อนโยนมาก และเป็นชนิดที่ได้จากธรรมชาติ หรือ ดัดแปลงจากธรรมชาติ จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
3. Additives สารองค์ประกอบอื่นๆ มีอยู่เท่าที่จำเป็น ไม่มีตัวไหนมีพิษมีภัยอะไรเลยไม่รู้จะหักคะแนนอะไร จึงเป็น 5 ฟลาสก์
4. การใช้งาน ส่วนของเนื้อสัมผัสนั้นค่อนข้างนุ่มนวล ลื่น เกลี่ยง่าย ล้างได้สะอาดหมดจด เนื่องจากส่วนตัวมี่นั้นผิวค่อนข้างแห้ง เลยรู้สึกแห้งไปเล็กน้อย และเรื่องของปริมาณฟองที่ค่อนข้างน้อย มี่เป็นคนติดฟอง ถึงแม้จะรู้ว่าฟองไม่ได้เกี่ยวกับความสะอาด และความอ่อนโยน ก็ยังติดฟองอยู่ จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์

คะแนน wash

ส่วนตัวครีมเจล
1. Actives จากที่ได้เล่าให้ฟังในด้านบน ถือว่าส่วนผสมนั้นทำมาได้ค่อนข้างดี มีสารที่ให้ประโยชน์เรื่องสิวได้อย่างครบถ้วน และยังมีตัวเพิ่มความชุ่มชื้นเสริมมาอีก แต่ถ้าเป็นไปได้ น่าจะมี Antioxidant เสริมมาซักหน่อย เพื่อปกป้องน้ำมันไม่ให้ถูก Oxidize จากอนุมูลอิสระและความเครียด ก่อเป็นปัญหาผิวต่างๆตามมาภายหลัง จุดนี้จึงขอให้ 4 ฟลาสก์
2. Base เนื้อหลักผลิตภัณฑ์เป็นเนื้อแบบ Emulgel คือ มีทั้งส่วนของน้ำ น้ำมัน และซิลิโคนมีสารดูดน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว มีน้ำมันเคลือบผิวเก็บกักน้ำให้ผิว และมีน้ำมันจากธรรมชาติที่ดูดซึมได้อยู่ในรูปแบบของ Triglyceride สารที่ใช้ไม่ได้มีอะไรอุดตันรูขุมขน และไม่ได้มี Alcohol เป็นส่วนประกอบ จึงขอให้ 5 ฟลาสก์
3. Additives สารที่ใช้ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร จึงไม่มีจุดให้หักคะแนน ขอให้ 5 ฟลาสก์
4. การใช้งาน ตัวผลิตภัณฑ์ให้ผลควบคุมความมันได้ค่อนข้างดี สามารถใช้ลงแทน Primer ก่อนแต่งหน้าได้ด้วย ส่วนตัวมี่เอามาลงเป็น Primer บริเวณ T-zone ก็ให้ผลคุมมันได้จนเย็นอยู่ แต่ถ้าเอาลงที่แก้มจะแห้งเกินไปนิดนึง ส่วนเรื่องสิว เมื่อแต้มสิวลงไป ก็ช่วยให้สิวหายไวขึ้น และไม่ทิ้งร่องรอยอารยธรรมไว้มากมาย จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์

คะแนน

สุดท้ายนี้อีกครั้งอยากขอบคุณทางบริษัท Advance Aesthetic Company ที่ส่งสินค้าดีๆเพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีมาให้ได้ทดลองใช้ค่ะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่

เฟสบุคของบริษัท http://www.facebook.com/advanceaestheticthailand ได้เลยค่ะ

ขอบคุณที่ติดตามรับชมมาจนจบค่ะ

Disclaimer/Conflict of interest: ผลิตภัณฑ์ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Martiderm

 

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมแบบละเอียด เซรัมไวท์เทนนิ่ง Medica viva white serum

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมแบบละเอียด เซรัมไวท์เทนนิ่ง Medica viva white serum

สวัสดีค่ะพี่ๆน้องๆเพื่อนๆห้องแป้งที่น่ารักทุกๆท่าน

วันนี้มี่เอารีวิวเซรัมไวท์เทนนิ่งที่น่าสนใจมาฝากกันค่ะ

วันก่อนมี่พึ่งรีวิวตัวกันแดดไป วันนี้เอาเซรัมมาฝากต่อเลย เรียกได้ว่าทำมาได้ดีไม่แพ้กันเลยหละ

กับตัว Viva white serum จากแบรนด์ Medica viva

IMG_0334-re

โดยเจ้าเซรัมตัวนี้ใช้ส่วนผสมที่ช่วยเรื่องความขาวอยู่หลายตัวเลยค่ะ รายละเอียดเป็นอย่างไรเดี๋ยวค่อยไปดูด้วยกันนะคะ

ลักษณะของเนื้อเซรัม เป็น เซรัมน้ำนม สีขาว กลิ่นหอมแนวดอกไม้ เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ซึมผิวค่อนข้างดี ไม่เหนอะหนะ และหนักผิว

วัด ค่า pH กันซักเล็กน้อยนะคะ

pH

pH อยู่ที่ราวๆ 6 – 7 ถือว่าเป็นกลางนะคะ ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรกับผิว

มาทั้งทีจะไม่วิเคราะห์ส่วนผสมคงไม่ได้ สำหรับส่วนผสมนั้นเป็นดังนี้ค่ะ

สผส

 

ในส่วนของส่วนผสมนั้น ปกติเราแบ่งส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็น 3 หมวดหลักๆ คือ

  1. Actives หรือ สารออกฤทธิ์ เป็นสารที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติพิเศษต่างๆ
  2. Base หรือ ส่วนเนื้อของผลิตภัณฑ์ เป็นตัวพยุงสารออกฤทธิ์ และนำพาไปสู่ผิวหนัง
  3. Additives หรือ ส่วนของสารเติมแต่ง เป็นตัวเติมแต่งให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าใช้ มีความปลอดภัย เช่น พวกสารกันเสีย พวกน้ำหอม พวกซิลิโคน ตัวเพิ่มความหนืด ฯลฯ

 

มาดูรายละเอียดแต่ละอย่างกันเลยค่ะ

  1. Actives ในส่วนของสารออกฤทธิ์ มี่ได้ทำแถบสีไว้ให้แล้วค่ะ สารที่เป็น Whitening แทนด้วยสีน่ำเงิน และสารออกฤทธิ์อื่นๆ แทนด้วยสีเขียว ดังนี้
    • Niacinamide เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 มีรายงานว่า สารตัวนี้สามารถเป็น Whitening ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ โดยไปรบกวนการส่งผ่านของเมลานินที่สร้างเสร็จแล้ว ลดการอักเสบในผิว เพิ่มการไหลเวียนเลือด ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวโดยไปกระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า และยังเป็น Antioxidant ด้วย (Int J Cosmet Sci 2005; 27:255–261)
    • Alpha-arbutin ออกฤทธิ์ลดการสร้างเม็ดสีผิว โดยไปยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ที่สร้างเม็ดสีผิว
    • Urea มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้น ช่วยให้ผิวนุ่ม และผลัดผิวอย่างอ่อนโยน
    • Lepidum sativum sprout extract สารสกัดจาก Garden cress ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบบอกว่า มีประโยชน์ในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ต่อต้านอนุมูลอิสระ และลดเลือนริ้วรอยได้ สามารถยับยั้งการทำงานของฮอร์โมน Melanocyte stimulating hormone (MSH) ที่ทำหน้าที่กระตุ้นให้เซลล์เมลาโนไซต์ที่มีหน้าที่สร้างเมลานินทำงานได้ดีขึ้น เมื่อไปยับยั้ง MSH ก็จะทำให้เซลล์เมลาโนไซต์ทำงานได้ลดลง ผิวจึงขาวขึ้น
    • Hexanoyl dipeptide-3 norleucine acetate เปปไทด์ที่มีคุณสมบัติช่วยส่งเสริมการผลัดเซลล์ผิวอย่างเป็นธรรมชาติ เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวและลดเลือนริ้วรอยได้
    • Soy isoflavones สารกลุ่ม Isoflavone ที่แยกได้จากถั่วเหลือง มีคุณสมบัติเป็น Phytoestrogen ให้คุณสมบัติคล้ายฮอร์โมนเพศหญิง ช่วยให้ผิวนุ่มฟู ยืดหยุ่น และมีคุณสมบัติเป็น Antioxidant ที่ดี
    • Rosmarinus officinalis leaf extract สารสกัดจากใบโรสแมรี่ มีรายงานเกี่ยวกับฤทธิ์ต้านการอักเสบ (J Agric Food Chem. 2011; 59(8):3674-85.) Antioxidant (Nat Prod Res. 2008; 22(1):76-90.)
    • Hexylresorcinol อนุพันธ์ของ Resorcinol มีรายงานว่าสามารถยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ใช้สร้างเม็ดสีเมลานินได้ (Protein J. 2004;23(2):135-41.) ข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่า สารกลุ่มนี้พบในข้าว Rye และ Wheat ให้ผลยับยั้งการสร้างเมลานิน กระตุ้นการสร้าง Glutathione ในผิว จึงให้ผลเสริมกันในการเป็น whitening
    • สูตรผสมของ Glycerin, Hexylresorcinol, Capric Acid, Caprylic Acid, PEG 400, Caproic Acid มีชื่อทางการค้าว่า Hentowhite ของบริษัท Cobiosa ออกฤทธิ์ทั้งก่อนการสร้างเม็ดสี ยับยั้งการสร้างเม็ดสี และยับยั้งไม่ให้เม็ดสีที่สร้างเสร็จออกไปข้างนอก และยังมีฤทธิ์ผลัดผิวแบบอ่อนๆ (Hentowhite, Cobiosa Inc.)
    • Allantoin ลดการอักเสบ ลดการแพ้ ลดการระคายเคือง
    • Caprylyl-2-glyceryl ascorbate อนุพันธ์ใหม่ของวิตามินซี นอกจากให้ผลช่วยเรื่อง Antioxidant ลดการสร้างเม็ดสี และเป็นส่วนหนึ่งในขั้นตอนการสังเคราะห์คอลลาเจนแล้ว สารนี้ยังมีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการสร้าง Ceramide ในผิวได้
    • Helianthus annuus seed oil unsaponifiables สารที่แยกจากน้ำมันทานตะวัน ประกอบด้วยพวก Phytosterol และ สารพฤกษเคมีอื่นๆ มีคุณสมบัติลดการอักเสบในผิว ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่า สารนี้ให้ความชุ่มชื้นในผิวได้อย่างยาวนาน เพิ่มการสังเคราะห์ Ceramides ในผิว ลดการอักเสบ (Soline® Bio, Laboratoires Expanscience)
    • Cardiospermum halicacabum flower/leaf/vine extract สารสกัดจากพืชชนิดหนึ่งที่พบในแอฟริกาใต้และเอเชีย มีรายงานว่าเป็น Antioxidant และมีฤทธิ์ต่อต้านกระบวนการอักเสบที่ดี (J Tradit Complement Med. 2013;3(1):33-40.) ปกป้องคอลลาเจนในผิวไม่ให้ถูกทำลาย (Appl Biochem Biotechnol. 2011;165(3-4):1075-91.)
    • Helianthus annuus seed extract สารสกัดจากเมล็ดทานตะวัน ขึ้นอยู่กับกรรมวิธีในการสกัดว่าจะได้กลุ่มโปรตีน หรือ กลุ่มไขมัน มีคุณสมบัติเกี่ยวกับด้านความชุ่มชื้นของผิว
  2. Base มาในรูปแบบของอีมัลชัน ประกอบด้วยน้ำและน้ำมัน ดังนี้
  • ส่วนของน้ำ ได้แก่ น้ำ, Butylene glycol, Ethoxydiglycol, Glycerin, Alcohol
  • ส่วนของน้ำมัน ได้แก่ Isopropyl palmitate, Octyldodecanol, Stearyl alcohol, น้ำมันจากพืชหลายชนิด ได้แก่ Jojoba, Sunflower, Blackcurrant seed oil
  1. Additives ได้แก่
    • Emulsifier ทำหน้าที่ช่วยผสานน้ำและน้ำมันให้เข้ากัน Polysorbate 20, Polysorbate 80 และ lecithin สาร Lecithin อาจจะทำหน้าที่เป็นตัวสร้างระบบนำส่งแบบไลโปโซมก็ได้
    • สารเพิ่มความหนืด ได้แก่ Sodium polyacrylate, Dextrin, Amylopectin และ Xanthan gum
    • Preservatives ได้แก่ สารฆ่าเชื้อ มี Phenoxyethanol, Chlorphenesin และสารจับโลหะ EDTA
    • Penetration enhancer คือ Ethoxydiglycol เป็นตัวเพิ่มการดูดซึมของสารเข้าสู่ผิว
    • สารแต่งกลิ่น/Perfume

 

มาให้คะแนนดีกว่าค่ะ

1. Actives จากส่วนผสมที่ได้กล่าวไปจะเห็นได้ว่าสารออกฤทธิ์นั้นครอบคลุมแทบจะทุกขั้นตอนของการสร้างเม็ดสีผิว ยังเสริมด้วยสารลดการอักเสบ สารเพิ่มความชุ่มชื้น และสารที่ช่วยเรื่อง Barrier ผิวได้อีก ส่วน Antioxidant นั้นก็ยังมีอยู่ จุดนี้เลยขอให้ 5 ฟลาสก์
2. Base ผลิตภัณฑ์มาในรูปแบบของน้ำนม หรือ Emulsion ประกอบด้วยน้ำและน้ำมัน ไม่มีซิลิโคน ซึ่งในส่วนของน้ำนั้น มี Alcohol ติดมาในลำดับท้ายๆ อาจจะติดมากับสารสกัดซักอย่างก็ได้ ส่วนตัวมี่ใช้ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมาก ในส่วนของ oil นั้น มีตัวไขมันธรรมชาติ และไขมันเคลือบปกป้องผิวครบ เพียงแต่ Isopropyl palmitate นั้นอาจจะอุดตันรูขุมขนได้ในบางราย ซึ่งส่วนตัวมี่ใช้มาสองอาทิตย์กว่า ก็ไม่ได้เกิดปัญหาอะไรเช่นกัน อย่างที่บอก การตอบสนองของเครื่องสำอางนี้แล้วแต่บุคคลนะคะเราคาดเดาไม่ได้ แต่มีคือมี เลยขอให้ 3 ฟลาสก์
3. Additives สารที่ใช้ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร สารบางตัวสามารถเพิ่มความชุ่มชื้นและเคลือบปกป้องผิวได้ ส่วนของสาร Ethoxydiglycol นั้น เพิ่มการดูดซึมสารเข้าสู่ผิวได้มากขึ้น ทำให้สารออกฤทธิ์ต่างๆ ลงไปในผิวได้ง่ายขึ้น จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
4. การใช้งาน ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบเนื้อที่บางเบาของตัวเซรัม กับ กลิ่นหอมดอกไม้หวานๆของเซรัม ส่วนเรื่องประสิทธิภาพนั้น มี่ได้ลองใช้มา 2 อาทิตย์กว่าๆ นั้นยังไม่กล้าพูดว่า ขาวแบบออร่าเปล่ง แต่เรื่องของความนุ่ม ชุ่มชื้น ความแข็งแรง รอยแดง สีผิวไม่สม่ำเสมอ นั้นดูดีขึ้นค่ะ จุดนี้ก็ขอให้ 5 ฟลาสก์ เช่นกัน
คะแนน

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Medica Viva ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้

ขอบคุณที่ติดตามรับชมมาจนจบนะคะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางเฟสบุคของแบรนด์ Medica viva

https://www.facebook.com/medicaviva

ได้เลยค่ะ

Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Medica viva

 

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมแบบละเอียด กันแดด Medica Viva กันครบจบหมดทั้ง UV IR VIS

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมแบบละเอียด กันแดด Medica Viva กันครบจบหมดทั้ง UV IR VIS

สวัสดีค่ะ วันนี้มี่แวะเอารีวิวกันแดดมาฝากกันค่ะ

เป็นกันแดดที่น่าสนใจตัวหนึ่งเลย จากแบรนด์ Medica Viva ค่ะ

มาดูโฉมหน้าผลิตภัณฑ์กันหน่อยนะคะ

ตัวนี้มีค่า SPF อยู่ที่ 50 และมีค่า PA+++ ค่ะ

IMG_0329-re

ทำไมมี่ถึงบอกว่ามันน่าสนใจหน่ะหรือ เดี๋ยวมาอ่านไปด้วยกันเลยดีกว่าค่ะ

สำหรับเนื้อ กันแดดตัวนี้มีสีออกไปโทนเหลือง/ส้มค่ะ ใช้เป็นเมคอัพเบส ลงปรับสีผิวให้สว่างขึ้นได้ด้วย

IMG_0330-re

เกลี่ยง่าย แห้งไว ให้ลุคที่ค่อนข้างแมทท์ ไม่มันเยิ้ม และไม่ขาววอกเลย

IMG_0332-re

เนื่องจากตัวเนื้อครีมมีสี และมี Pigment เลยไม่ได้วัดค่า pH ให้นะคะ

สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้เลยค่ะ

สผส

 

ปกติเราแบ่งส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็น 3 หมวดหลักๆ คือ

  1. Actives หรือ สารออกฤทธิ์ เป็นสารที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติพิเศษต่างๆ
  2. Base หรือ ส่วนเนื้อของผลิตภัณฑ์ เป็นตัวพยุงสารออกฤทธิ์ และนำพาไปสู่ผิวหนัง
  3. Additives หรือ ส่วนของสารเติมแต่ง เป็นตัวเติมแต่งให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าใช้ มีความปลอดภัย เช่น พวกสารกันเสีย พวกน้ำหอม พวกซิลิโคน ตัวเพิ่มความหนืด ฯลฯ

 

เรามาดูไปทีละส่วนกันเลยนะคะ

1. Actives ขอแบ่งเป็นสารกันแดด กับ สารบำรุงอื่นๆนะคะ ได้แก่

1.1 สารกันแดด เป็นกันแดดชนิดกายภาพผสมเคมี

  • สารกันแดดทางกายภาพ ได้แก่ Titanium dioxide และ Zinc oxide
  • สารกันแดดเคมี ได้แก่ Ethylhexyl methoxycinnamate ตัวนี้เด่นที่ UVB และ Octocrylene ตัวนี้ถ้าใช้เดี่ยวๆ จะสามารถดูดซับรังสีได้ในช่วง 280-320 nm อยู่ระหว่าง UVB และ UVA

1.2 สารบำรุงอื่นๆ ได้แก่

  • Nicotinamide เป็นอีกชื่อหนึ่งของ Niacinamide ที่เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 3 มีรายงานว่า สารตัวนี้สามารถเป็น Whitening ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ โดยไปรบกวนการส่งผ่านของเมลานินที่สร้างเสร็จแล้ว ลดการอักเสบในผิว เพิ่มการไหลเวียนเลือด ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวโดยไปกระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า และยังเป็น Antioxidant ด้วย (Int J Cosmet Sci 2005; 27:255–261)
  • Plankton extract สารสกัดจากแพลงค์ตอน มีหลายสายพันธุ์ แต่ละสายพันธ์ก็แตกต่างกันไป คุณสมบัติรวมๆของสารสกัดแพลงค์ตอน คือเพิ่มความชุ่มชื้นให้คุณสมบัติสบายผิว (Soothing) มีส่วนช่วยเรื่องริ้วรอย Plankton บางสายพันธ์มีคุณสมบัติลดการอักเสบ เป็น Antioxidant และช่วยปกป้องเซลล์ผิวจากแสงแดดได้
  • Aloe barbadensis leaf extract สารสกัดจากว่านหางจรเข้ มีผลเพิ่มความชุ่มชื้น และลดการระคายเคืองในผิว มีรายงานการวิจัยกล่าวว่าสามารถออกฤทธิ์เป็นสารช่วยให้ผิวขาวได้ โดยตัวที่เป็นตัวออกฤทธิ์คือ Aloin ที่พบในใบ (Planta Med. 2012; 78(8):767-71.)
  • Punica granatum fruit extract สารสกัดจากผลทับทิม มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant ที่ดี ช่วยกระชับรูขุมขน และ มีน้ำตาลที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นได้
  • Polygonum aviculare extract สารสกัดจาก Knotgrass มีรายงานเกี่ยวกับคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ (Saudi J Biol Sci. 2010; 17(1): 57–63.) ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าสารนี้มีความสามารถในการปกป้องเส้นใยในชั้นผิวไม่ให้เสื่อมสลายเพราะรังสี Infrared ได้ (Elix-IRTM, Lucas meyer cosmetics SAS)
  • Melanin สารกลุ่มเดียวกับเม็ดสีในผิว มีรายงานการวิจัยกล่าวว่า Melanin มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant ที่ดี ช่วยยับยั้งปฏิกิริยา Lipid peroxidation (Skin Pharmacol Appl Skin Physiol. 2000;13(3-4):143-9.) ที่ไปทำลายโครงสร้างไขมัน ทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าสารนี้ให้คุณสมบัติในการปกป้องผิวจากแสงสีน้ำเงิน (Blue light) ที่มาพร้อมกับแสงอาทิตย์ และจากแหล่งอื่นๆ เช่น จอคอมพิวเตอร์ จอโทรศัพท์ สามารถป้องกันไม่ให้เส้นใยเกี่ยวพันในชั้นผิวถูกทำลายได้ (Liposhield® HEV Melanin, Lipo Chemicals, Inc.)
  • Ferulic acid สารพฤกษเคมีบริสุทธิ์ที่พบในพืชหลายชนิด เป็น Anti-oxidant ที่มีฤทธิ์แรงและยังมีฤทธิ์ลดการอักเสบในผิวได้ดี
  • Tocopheryl acetate เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินอี มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant ที่ดี แต่ส่วนมากมักจะให้ผลแค่ปกป้องสารอื่นๆในผลิตภัณฑ์ไม่ให้เสื่อมสภาพเพราะอากาศ
  • Allantoin สารที่แยกได้จากพืชหลายชนิด มีคุณสมบัติลดอักเสบ ลดระคายเคืองได้

2. Base มาในรูปแบบของอิมัลชั้นชนิดน้ำและซิลิโคน ดังนี้

2.1 ส่วนของน้ำ ประกอบด้วยน้ำ และสารดูดน้ำให้ผิวอย่าง Propylene glycol, Glycerin

2.2 Silicones ได้แก่ Cyclopentasiloxane กับ Cyclotetrasiloxane ที่บางเบา ระเหยได้ ให้สัมผัสคล้ายไหม ร่วมกับ Dimethicone/Vinyl dimethicone crosspolymer ที่เป็นซิลิโคนชนิดพิเศษ มีสัมผัสนุ่ม แห้ง (Matte) เหมือนไหม ช่วยปกคลุมและเคลือบอำพรางริ้วรอย รูขุมขนบนผิวได้ และ PEG/PPG-20/15 dimethicone ที่มีคุณสมบัติช่วยประสาน Silicone ให้เข้ากันได้ และให้สัมผัสที่ดีตอนทา

3. Additives ได้แก่

  • Solubilizer ทำหน้าที่ช่วยละลาย มี C12-15 alkyl benzoate ที่เป็นไขมันพิเศษที่ช่วยละลายสารกันแดด กับกระจายเม็ดสีให้สม่ำเสมอ
  • สารดูดซับ มี Talc กับ Silica ที่ช่วยดูดซับน้ำมัน ให้ผลควบคุมความมันและให้ได้ลุคที่ Matte บนผิว
  • Preservatives ได้แก่ สารกันเสีย คือ Phenoxyethanol กับ Chlorphenesin และสารจับโลหะ EDTA
  • เม็ดสี มี CI77492 และ CI77493 เป็นกลุ่ม Iron oxides ให้สีเหลือง/แดง
  • สารหลายหน้าที่ คือ Sodium chloride มีคุณสมบัติหลายอย่าง เช่น ปรับค่าความเข้มข้นของสารให้เท่ากับเกลือในผิว (Isotonic) ปรับความหนืด

 

ถึงเวลาให้คะแนน

  1. Actives ในส่วนของสารกันแดดนั้นเป็นชนิดกายภาพ/เคมี ให้ผลกันแดดได้กว้างและครอบคลุมทั้ง UVA, UVB และยังมีสารที่ให้ผลกัน Infrared และ แสงสีน้ำเงินได้อีก นานๆทีเราจะเห็นกันแดดที่กันแสงจากดวงอาทิตย์ได้อย่างกว้างขวางแบบนี้ สารองค์ประกอบอื่นๆก็มีพวก Antioxidant และสารลดการอักเสบในผิวเสริมมา ช่วยปกป้องจากรังสีที่เหลือรอดลงไปในผิวได้อีก และช่วยฟื้นฟูสภาพผิวที่เสียหาย โดยรวมถือว่าทำมาได้ครบถ้วนสมบูรณ์ จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. Base มาในรูปแบบของ Silicone emulsion ไม่มีส่วนผสมของน้ำมันใดๆ (Oil-free) จึงไม่ต้องกังวลเรื่องอุดตัน คือ Silicone ในตัวมันเองปลอดภัย เพราะไม่แพ้ ไม่อุดตัน แต่ถ้าใช้แล้วล้างไม่สะอาด มันจะเคลือบผิว ทำให้สารสกปรกในผิวออกมาไม่ได้ เพราะฉะนั้นถ้าอุดตันควรโทษการล้างหน้า ไม่ใช่โทษ Silicone ในส่วนของสารน้ำ มีสารดูดน้ำให้ผิวแล้ว จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  3. Additives ส่วนของสารปรุงแต่งไม่ได้มีสารไหนที่มีพิษมีภัยอะไรกับผิวเลย มีการเลือกใช้ Talc และ Silica เพื่อคุมมันและให้ได้ลุคที่ Matte มีการใช้เม็ดสี Iron oxides เพื่อให้เป็นเนื้อ CC และช่วยกลบสีขาววอกจากกันแดดกายภาพ ถือว่าทำมาได้ค่อนข้างดี จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  4. การใช้งาน กันแดดตัวนี้ไม่เหนอะหนะเลย ทาแล้วแห้งไวมากกกกกกก แห้งไวไปด้วยซ้ำ ต้องค่อยๆลงรีบๆเกลี่ย ไม่งั้นจะเกลี่ยได้ไม่ทั่ว ใช้เป็นเบสปรับสภาพผิวก่อนลงรองพื้นได้เลยในตัว ใช้เป็น Makeup Primer ก่อนลงรองพื้นก็ได้ และที่สำคัญคือ กันแดดได้ครอบคลุมหมดจริง อะไรจริง จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์

 

คะแนน

 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Medica Viva ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางเฟสบุคของแบรนด์ Medica viva ได้เลยค่ะ

https://www.facebook.com/medicaviva

 

 

 

Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Medica viva

[Review] รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมเซรัม Osmosis MD Vital factor Advance rejuvenating serum เซรัมผสม Growth factor

[Review] รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมเซรัม Osmosis MD Vital factor Advance rejuvenating serum เซรัมผสม Growth factor

สวัสดีค่ะพี่ๆน้องๆเพื่อนๆห้องแป้งที่น่ารักทุกๆท่าน

วันนี้มี่จะมารีวิววิเคราะห์เจาะลึกส่วนผสมของเวชสำอางตัวดังจากอเมริกา Osmosis MD Vital factor Advance rejuvenating serum ค่ะ

os 1

เอ๊ะ หลายๆคนอาจจะสงสัย ชื่อนี้คืออะไร ที่ US ไม่เห็นมี

นางก็คือตัว Stemfactor growth factor serum นั่นเองจ้า แค่ปรับชื่อตามกฎหมายเครื่องสำอางของ อย. บ้านเราเฉยๆ พอเราฉีกฉลากออก ก็จะเจอเนื้อแท้ข้างในขวดค่ะ นั่นก็คือ เจ้า Stemfactor ตัวแม่จาก US นั่นเอง

os 2

แบรนด์ Osmosis มีคอนเซปท์สวยๆว่า “Beautiful skin starts within”

แปลว่า ผิวสวยต้องเริ่มจากภายใน แปลแบบสวยๆละเอียดๆก็คือ ต้องบำรุงผิวจากภายใน ถึงจะสวย
แบรนด์นี้จะเน้นไปที่สารสกัดและสารออกฤทธิ์จากธรรมชาติ สารองค์ประกอบต่างๆก็ไม่ได้ใส่มาเยอะกันจนมากเกินไป จึงเสี่ยงแพ้น้อยกว่านั้นเองค่ะ แต่อย่างไรก็ดี อย่าลืมทดสอบการแพ้ก่อนการใช้งานนะคะ เพราะการแพ้เป็นเรื่องที่คาดเดาไม่ได้ บทจะแพ้ แค่น้ำเปล่าก็ยังแพ้ได้เลยค่ะ

ในส่วนของเนื้อเซรัมเป็นสีเหลืองใสๆ มีกลิ่นหอมอ่อนๆเป็นเอกลักษณ์ตามสไตล์ของแบรนด์

os 3

เกลี่ยค่อนข้างง่าย ซึมไวมาก ไม่ทิ้งร่องรอย ความมัน หรือความเหนอะหนะอะไรไว้เลยค่ะ

os 4

เนื่องจากตัวเซรัมมีเนื้อสีเหลือง มันจะรบกวนการอ่านค่า pH มี่เลยไม่ได้วัดค่า pH ให้นะคะ

ในส่วนของส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

สผส stemfactor

จะเห็นได้ว่าส่วนผสมนั้นค่อนข้างเรียบง่าย เน้นไปที่กลุ่มของสารออกฤทธิ์เลย สารอื่นๆก็ใส่มาเท่าที่จำเป็น

ในส่วนของ Actives หรือส่วนของสารออกฤทธิ์ นั้น หลักๆเลยก็คือ ตัว Growth factor enriched conditioned media ที่ได้จากการเพาะเลี้ยง Adult stem cell และสกัดเอา Growth factor (ขอย่อว่า GF นะคะ) ที่เซลล์สร้างมาเก็บกักไว้ในระบบนำส่งที่ชื่อว่า Exosome ซึ่งเป็นถุงที่เซลล์เหล่านี้สร้างขึ้นมาไว้เก็บ GF และสารอื่นๆที่มีประโยชน์เอาไว้ภายใน ดังรูปค่ะ

โดยเจ้า Exosome นี้ถือเป็นระบบนำส่งที่มีขนาดเล็ก ที่มีความฉลาด เพราะสามารถมุ่งตรงไปยังจุดที่ออกฤทธิ์ได้เลย และเคลื่อนทีไปมาระหว่างเซลล์ได้อย่างอิสระ ทางแบรนด์เรียกว่าเป็น Smart-nanosphere จัดเป็น Targeted-delivery system รูปแบบหนึ่ง หมายถึง การนำส่งสารเข้าไปยังบริเวณที่ต้องการได้เลย โดยไม่ต้องไปแวะไปเสียเวลาที่อื่น

สกัดเซลล์

ทางแบรนด์กล่าวว่า ใน medium ที่เลี้ยงเซลล์นี้ ประกอบด้วย Growth factor อยู่มากมาย ประมาณ 150 – 300 ชนิด ร่วมกับสารกลุ่ม Cytokines ที่เป็นสารที่ร่างกายใช้ติดต่อสื่อสารระหว่างกัน ช่วยให้เซลล์แต่ละเซลล์ปรับตัว ตอบสนองต่อสิ่งต่างๆ และมีความแข็งแรงเพิ่มขึ้น

ตัวอย่าง GF ที่สำคัญๆ ที่ได้จาก Medium นี้ ได้แก่
– HGF มีผลช่วยเรื่องการสมานแผล ลดรอยแผลเป็น โดยไปเร่งให้เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด Macrophage เก็บกินแผลเป็น
– TGF-Beta เพิ่มการสร้างคอลลาเจน และเส้นเลือดใหม่ๆ มีผลเรื่องการไหลเวียนเลือด และส่งผ่านสารอาหาร
– FGF กระตุ้นการแบ่งตัวของ Fibroblast ที่เป็นเซลล์สร้างคอลลาเจน
– IFN-Gamma เพิ่มภูมิคุ้มกันต่อการติดเชื้อโรค
– PDGF-AA กระตุ้นการสร้างเซลล์ผิว เซลล์ Fibroblast เพิ่มการสร้างเส้นเลือดใหม่
– GM-CSF เพิ่มการสร้างเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน
– IGF-1 กระตุ้นการเจริญและแบ่งตัวของเซลล์ผิว
– VEGF เพิ่มการสร้างเส้นเลือด
– KGF กระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวหนัง
นอกจากตัว Medium ดังกล่าวแล้ว ยังมี สารออกฤทธิ์อีก 2 ตัว ได้แก่
– Witch hazel distillate ที่ให้ผลกระชับรูขุมขน ควบคุมความมันและเป็น Antioxidant
– Lactic acid อาจจะแค่ใส่มาเพื่อปรับค่า pH ให้เป็นกรด แต่ความจริงแล้ว Lactic acid มีคุณสมบัติพิเศษต่อผิวอีก การออกฤทธิ์ขึ้นกับค่า pH โดยอาจจะให้ผลเป็นตัวเพิ่มความชุ่มชื้น หรือ ผลัดเซลล์ผิว สำหรับตัว Lactic ใน pH ประมาณ 4 จะให้ผลกระตุ้นการสังเคราะห์ Ceramide ในผิวได้ ซึ่ง Ceramide ทำหน้าที่เป็น Barrier function รักษาความชุ่มชื้นให้แก่ผิว

ส่วนที่เหลือก็เป็นสารเพิ่มความหนืด (Hydroxyethylcellulose) สารกันเสีย (Dehydroacetic acid, Benzyl alcohol) และสารแต่งกลิ่น (Lemon oil)

จะเห็นว่าเรียบง่าย ไม่ใช้อะไรพร่ำเพรื่อเลยจริงๆ

ถึงเวลาให้คะแนน

1. Actives ส่วนของสารออกฤทธิ์เน้นไปที่การ Claim เรื่อง GF เป็นหลัก ซึ่งในตัวของ GF ที่ใส่มาหลายๆชนิด นั้นก็ช่วยบำรุงผิวได้รอบด้านโดยตัวมันเองอยู่แล้ว เมื่อเอามาใส่ในระบบนำส่ง ก็จะช่วยเรื่องการดูดซึมเข้าผิว จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
2. Base เนื้อหลักเป็นชนิดน้ำ (Water-based) ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ น้ำมัน และซิลิโคน จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
3. Additives สารอื่นๆก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร ไม่มีพาราเบน ไม่มี Emulsifier และ Surfactant สารกันเสียก็เป็นชนิดที่ค่อนข้าง Friendly ในส่วนของสารแต่งกลิ่นที่เป็นตัว Lemon oil ถ้าใช้กลางวันแล้วไม่ทากันแดดอาจจะทำให้เกิดการแพ้แสงได้ ซึ่งส่วนตัวมี่ใช้ทั้งเช้าเย็น ตอนเช้าก็ลงกันแดดตามปกติ ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไรนะคะ แต่จุดนี้เพื่อความยุติธรรมจึงขอให้ 4 ฟลาสก์
4. การใช้งาน เมื่อลองใช้แรกๆจะรู้สึกว่าหน้าแห้งเล็กน้อย อาจจะเพราะตัว Witch hazel ที่ลดการสร้างน้ำมันของผิว แต่เมื่อใช้ไปเรื่อยๆ ผิวก็กลับนุ่มขึ้น เนียนขึ้น สีผิวสม่ำเสมอมากขึ้น พวกรอยแห้ง ผิวลอกเป็นขุย รอยแดงที่เคยมีก็ค่อยๆจางลง จุดนี้จึงถือว่าค่อนข้างประทับใจ ที่สำคัญคือแต่งหน้าติด ลงรองพื้นง่าย ไม่เป็นคราบ ไม่เยิ้มระหว่างวัน ขอให้ 5 ฟลาสก์

คะแนน osmosis

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณบริษัท DermaMD ที่ส่งเวชสำอางดีๆ เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีมาให้มี่ได้ทดลองใช้ค่ะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ทางเวบไซต์ http://www.dermskinstore.com/

หรือแฟนเพจของ Osmosis Thailand ที่ https://www.facebook.com/osmosispurmedicalskincarethailand ได้เลยนะคะ
Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์
[/center]

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสม มาสค์ Hydrogel แนวใหม่ ยืดได้ หดได้ คืนรูปได้ จาก Bewitching

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสม มาสค์ Hydrogel แนวใหม่ ยืดได้ หดได้ คืนรูปได้ จาก Bewitching

วันนี้มี่เอามาสค์มารีวิวให้ชมอีกแล้วค่ะ เป็นมาสค์แบบ Hydrogel ที่ Reuse ได้ มาในรูปแบบกระปุก ตักแบ่งมาได้ตามสะดวก ใช้น้อยตักน้อย ใช้มากตักมาก มาสค์แค่ไหนตักแค่นั้น

เป็นมาสค์สูตร Be mild จาก Bewitching ค่ะ

bew 1

เนื้อข้างในเป็นวุ้นๆแบบเจลลี่ค่ะ สีโปร่งแสง คือยังไม่ใส ไม่ขุ่น แสงผ่านได้

bew 2

เวลาจะใช้เอาช้อนตักขึ้นมาจะง่ายกว่านะคะ และป้องกันการปนเปื้อนจากมือเราได้ค่ะ

bew 3

มาสค์ตัวนี้สามารถปั้นได้ ยืดได้ หดได้ คืนรูปได้ค่ะ

 

 

ถ้ามันขาด ก็ควักมาโปะใหม่ ก็คืนรูปได้ค่ะ

 

แปะทิ้งไว้ซัก 15 นาที ถ้าแช่เย็นด้วยจะเพิ่มความฟินค่ะ

พอลอกออกผิวเราจะนุ่มขึ้น ชุ่มชื้นขึ้น

 

bew 7

ตัวมาสค์ที่เหลือเอามา Reuse ได้ด้วยนะเออ มาแปะคอ แปะแขน แปะขา แปะพุง แปะอะไรก็แปะ

มาดูส่วนผสมกันดีกว่าค่ะ

 

สผส

 

ในส่วนของส่วนผสมนั้นจะเห็นได้ว่าส่วนผสมของสาร Actives นั้นมาเต็มมาก ซึ่งทางแบรนด์เองก็ Claim ว่าใช้ส่วนของสารสำคัญเข้มข้นถึง 90% เลยทีเดียวค่ะ

 

ปกติเราแบ่งส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็น 3 หมวดหลักๆ คือ

  1. Actives หรือ สารออกฤทธิ์ เป็นสารที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติพิเศษต่างๆ
  2. Base หรือ ส่วนเนื้อของผลิตภัณฑ์ เป็นตัวอุ้มและเก็บสารออกฤทธิ์ไว้
  3. Additives หรือ ส่วนของสารปรุงแต่ง เป็นตัวเติมแต่งให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าใช้ มีความปลอดภัย เช่น พวกสารกันเสีย พวกน้ำหอม พวกซิลิโคน ตัวเพิ่มความหนืด ฯลฯ

 

มาดูไปทีละกลุ่มเลยนะคะ

 

  1. Actives ส่วนของสารออกฤทธิ์ ได้แก่
  • Goat milk extract สารสกัดจากนมแพะ ในทางเครื่องสำอางมีการ Claim ว่ามีส่วนประกอบของโปรตีน Beta-casien ขนาดเล็ก มีค่า pH เป็นกรดอ่อนๆ ช่วยบำรุงผิวได้อย่างอ่อนโยน มีคุณสมบัติลดการอักเสบ เพิ่มความชุ่มชื้น และให้ความรู้สึกสบายผิว
  • Honey extract สารสกัดจากน้ำผึ้ง มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว
  • Aloe barbadensis extract สารสกัดจากว่านหางจรเข้ มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบ ลดการระคายเคือง มีรายงานการวิจัยกล่าวว่าสามารถออกฤทธิ์เป็นสารช่วยให้ผิวขาวได้โดยไปกระตุ้นให้เกิดกระบวนการ Melanin aggregation ทำให้สีผิวจางลง โดยตัวที่เป็นตัวออกฤทธิ์คือ Aloin ที่พบในใบ (Planta Med. 2012; 78(8):767-71.)
  • Solanum lycopersicum extract สารสกัดจากมะเขือเทศ มีรายงานว่า Lycopene ในสารสกัดมะเขือเทศ สามารถปกป้องผิวหนังจากอันตรายจากรังสี UV ได้ (Br J Dermatol. 2011; 164(1):154-62.) ส่วนของเปลือกผลมีสาร Resveratrol ซึ่งให้ฤทธิ์แรงในการต้านอนุมูลอิสระ (J Agric Food Chem. 2006; 54(19):7175-9.)
  • Cucumis sativus extract สารสกัดจากแตงกวา ซึ่งมีฟลาโวนอยด์และแทนนิน ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ (J Young Pharm. 2010;2(4):365-8) และยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ Hyaluronidase และเอนไซม์ Elastase จึงป้องกันและชะลอการเกิดริ้วรอยได้ (Arch Dermatol Res. 2011;303(4):247-52)
  • Chamomilla recutita extract สารสกัดจาก German Chamomile ปกติใช้เป็น Anti-inflammatory, สารลดการระคายเคือง และให้ผล Soothing effect แปลว่าช่วยให้ความรู้สึกสบายผิว
  • Centella asiatica extract สารสกัดจากบัวบก บัวบกเป็นพืชที่มีรายงานถึงฤทธิ์ทางชีวภาพไว้ค่อนข้างเยอะ ฤทธิ์ทางชีวภาพของบัวบกได้แก่ ฤทธิ์กระตุ้นการสมานแผล กระตุ้นการทำงานของเซลล์ Fibroblast กระตุ้นการสังเคราะห์ Collagen และ Fibronectin ในผิว ลดริ้วรอยที่เกิดก่อนวัย (เรียกริ้วรอยก่อนวัยว่า Photoaging) (Postepy Dermatol Alergol. 2013; 30(1):46-9.) ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ MMP, Hyaluronidase และ Elastase ที่เป็นเอนไซม์ที่ไปทำลาย Collagen, Hyaluronic acid และ Elastin ในผิวตามลำดับ (Postepy Dermatol Alergol. 2013; 30(1):46-9.) ปกป้องผิวไม่ให้ถูกทำลายโดยรังสี UV (Int J Mol Med. 2012; 30(5):1194-202.)
  1. Base ในส่วนของเนื้อหลักนั้นเป็นแบบ Hydrogel ที่มีน้ำมันอยู่เล็กน้อย จะเรียกว่าเป็น Emulgel ก็น่าจะยังไม่เหมาะเพราะน้ำมันนั้นน้อยมากจนไม่ได้รู้สึกว่าเหนอะหนะ และเนื้อยังเป็นแบบโปร่งแสง ไม่ได้ขุ่นเป็นน้ำนม
    • ส่วนของน้ำ มีน้ำกับ Propylene glycol ซึ่งเป็นสารดูดน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว
    • ส่วนของน้ำมัน มี Mineral oil เป็นน้ำมันที่เคลือบผิวปกป้อง รักษาความชุ่มชื้นได้ดี
  2. Additives กลุ่มของสารเติมแต่ง ได้แก่
    • สารเพิ่มความหนืด คือ Polyvinyl alcohol ใช้เป็นสารก่อเจล
    • สารประสานน้ำกับน้ำมัน ใช้ Polysorbate 20 ช่วยให้น้ำมันเข้ากับน้ำได้
    • สารกันเสีย ใช้ Methylisothiazolinone, Methylchloroisothaizolinone
    • สารแต่งกลิ่น (Fragrance)

 

ถึงเวลาให้คะแนน

  1. Actives ในส่วนของสารออกฤทธิ์นั้นใช้สารสกัดจากพืชหลายชนิด ร่วมกับนมแพะ และน้ำผึ้ง ให้ผลโดยรวมในด้านของความชุ่มชื้น ชะลอวัย ลดการอักเสบ ให้ความรู้สึกสบายผิว และด้านริ้วรอย อาจจะได้ผลเรื่อง Whitening ด้วย โดยรวมถือว่าทำมาได้ค่อนข้างครบถ้วน จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. Base ผลิตภัณฑ์เป็น Hydrogel ที่มีส่วนผสมของน้ำมันอยู่เล็กน้อย มีสารดูดน้ำเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว มีสารน้ำมันที่เคลือบปกป้องผิวเพื่อรักษาความชุ่มชื้น ซึ่งดูเหมือนจะขาดน้ำมันบำรุงทดแทนไขมันในผิวหนังอยู่ เลยขอให้ 4 ฟลาสก์
  3. Additives ส่วนของสารปรุงแต่ง มีอยู่เท่าที่จำเป็น คือสารเพิ่มความหนืด สารเชื่อมประสานน้ำกับน้ำมัน สารกันเสีย และสารแต่งกลิ่น ซึ่งโดยรวมก็ไม่มีพิษไม่มีภัยอะไร ก็เลยไม่รู้จะหักคะแนนกับอะไร ให้ 5 ฟลาสก์
  4. การใช้งาน ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบนะคะ ด้วย Gimmick ของผลิตภัณฑ์ ที่สามารถยืดหดได้เป็นรูปร่างตามต้องการ ยืดมากไปจนขาดแล้วก็ยังเอามาโปะติดคืนรูปได้ ด้านการใช้งานก็ชุ่มชื้นผิวดีจริงอะไรจริง ถึงแม้จะ Reuse ได้ แต่มี่ว่า เอามาพอกคอ พอกตัวต่อ ก็น่าจะดีนะคะ จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์ค่ะ

 

คะแนน

 

สุดท้ายนี้อยากขอบคุณทางแบรนด์ Bewitching ด้วยค่ะที่ส่งผลิตภัณฑ์น่ารักๆ มาให้มี่ได้ทดลองใช้

 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางเฟสบุคของแบรนด์

http://www.facebook.com/bewitchingmask

ได้เลยนะคะ

 

Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมเซรัมน้ำแร่ไวท์เทนนิ่ง Sho original Expert whitening complex serum

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมเซรัมน้ำแร่ไวท์เทนนิ่ง Sho original Expert whitening complex serum

วันนี้มี่แวะเอารีวิวเซรัมน้ำแร่ที่น่าสนใจมารีวิววิเคราะห์ส่วนผสมให้ชมกันค่ะ

 

ผลิตภัณฑ์วันนี้คือ Sho original Expert whitening complex serum ค่ะ

 

sho 1

 

ในสเตปการเปิดขวดจะต้องหมุนฝามา 1 กึ๊กก่อน แล้วหัวปั๊มก็จะเด้งออกมาค่ะ

 

sho 2

 

ตัวเซรัมนั้นเป็นเนื้อกึ่งๆน้ำนม มีกลิ่นหอม

 

sho 3

 

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ให้ความชุ่มชื้นผิวดี ซึมไวไม่เหนอะหนะ

 

sho 4

 

วัดค่า pH กันซักหน่อยนะคะ

 

sho 5

 

ค่า pH อยู่ที่ประมาณ 4 – 5 ซึ่งเป็นช่วงที่สารหลายๆตัวมีความคงตัวดีค่ะ

 

สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้นะคะ

 

สผส sho

 

ที่ข้างกล่องจะเห็นว่าทางแบรนด์ Claim ไว้ 7 ด้านด้วยกันค่ะ เรามาวิเคราะห์กันดีกว่าค่ะ

sho claim

 

ปกติเราแบ่งส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็น 3 หมวดหลักๆ คือ

  1. Actives หรือ สารออกฤทธิ์ เป็นสารที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติพิเศษต่างๆ
  2. Base หรือ ส่วนเนื้อของผลิตภัณฑ์ เป็นตัวอุ้มและเก็บสารออกฤทธิ์ไว้
  3. Additives หรือ ส่วนของสารปรุงแต่ง เป็นตัวเติมแต่งให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าใช้ มีความปลอดภัย เช่น พวกสารกันเสีย พวกน้ำหอม พวกซิลิโคน ตัวเพิ่มความหนืด ฯลฯ

 

มาดูไปทีละกลุ่มเลยนะคะ

 

  1. Actives ส่วนของสารออกฤทธิ์ ได้แก่
  • N-acetyl glucosamine เป็นสารอนุพันธ์ของน้ำตาล เป็นองค์ประกอบของ Hyaluronic acid มีขนาดที่เล็กสามารถดูดซึมได้ เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนังโดยดูดน้ำเข้าหาตัว มีรายงานการวิจัยกล่าวว่าสามารถควบคุมการผลัดเซลล์ผิว เพิ่มความชุ่มชื้น (Int J Cosmet Sci. 2010;32(3):234.) กระตุ้นการสังเคราะห์ Collagen และ Hyaluronic acid ในผิว ช่วยชะลอการแก่ตัวของเซลล์ Fibroblast (Int J Cosmet Sci. 2013;35(5):472-6.) เมื่อใช้ร่วมกับ Niacinamide จะให้ผลลดจุดด่างดำได้ดีขึ้น (Br J Dermatol. 2010;162(2):435-41.)
  • Niacinamide รูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 มีรายงานว่า สารตัวนี้สามารถเป็น Whitening ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ โดยไปรบกวนการส่งผ่านของเมลานินที่สร้างเสร็จแล้ว ลดการอักเสบในผิว เพิ่มการไหลเวียนเลือด ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวโดยไปกระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า และยังเป็น Antioxidant ด้วย (Int J Cosmet Sci 2005; 27:255–261) มีการทดสอบเชิงคลินิกพบว่า Niacinamide ที่ความเข้มข้น 4% มีประสิทธิภาพเทียบเท่า Clindamycin ในการรักษาสิว (Int J Dermatol. 2013;52(8):999-1004.)
  • Ascorbyl tetraisopalmitate ตัวนี้เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินซี มีความเป็นกรดต่ำ ซึมเข้าผิวดี ออกฤทธิ์ได้เนิ่นนาน นอกจากไปลดการสร้างเม็ดสีก็ยังเป็น Antioxidant และเป็นองค์ประกอบหนึ่งในการสังเคราะห์คอลลาเจน
  • Gluconolactone อนุพันธ์ของน้ำตาล มีคุณสมบัติเป็น Multifunctional agent เป็นได้ทั้ง Additives ช่วยจับโลหะ เป็นสารระงับเชื้อจุลินทรีย์ และเป็น Active ingredients โดยช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น เป็นสารในกลุ่ม Polyhydroxy acid (PHA) ให้คุณสมบัติการผลัดผิว (Exfoliant) คล้าย AHA แต่อ่อนโยน ระคายเคืองน้อยกว่า มีรายงานวิจัยสนับสนุนว่าการผลัดผิวของ PHA สามารถเพิ่มความชุ่มชื้น เพิ่มความแข็งแรงของ Barrier ผิวหนัง และมีคุณสมบัติเป็น Antioxidant รวมทั้งสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของสารออกฤทธิ์ชนิดอื่นๆ เช่น วิตามินเอ และไฮโดรควิโนนได้ดี ( 2004; 73(2 Suppl):3-13.) มีรายงานว่าสามารถเพิ่มผลการปกป้องรังสี UV ที่ผิวหนังได้ถึง 50% (Dermatol Surg. 2004; 30(2 Pt 1):189-95) การศึกษาทางคลินิกพบว่า Gluconolactone สามารถรักษาสิวได้เทียบเท่า Benzoyl peroxide ซึ่งเป็นยา แต่มีผลข้างเคียงน้อยกว่า (Australas J Dermatol. 1992; 33(3):131-4.)
  • Carnitine กรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่มีบทบาทในการ Metabolism ของไขมัน มีคุณสมบัติเป็น Moisturizer โดยการดึงน้ำเข้าหาตัว มีคุณสมบัติผลัดเซลล์ผิว (Exfoliation) นอกจากนี้ยังให้ผลเป็น Antioxidang และ Anti-inflammatory มีงานวิจัยกล่าวว่าการทา L-carnitine จะมีผลไปกระตุ้นให้เกิดกระบวนการ Beta-oxidation ของไขมันในเซลล์ Sebocyte ทำให้ไขมันลดลง ให้ผลควบคุมความมันของผิวหนัง (J Cosmet Dermatol. 2012; 11(1):30-6.)
  • Fomes officinalis extract เป็นสารสกัดจากเห็ดชนิดหนึ่ง มีคุณสมบัติช่วยควบคุมความมัน กระชับรูขุมขน เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว การทดสอบประสิทธิภาพของสารสกัดในอาสาสมัครซึ่งจัดโดยบริษัทผลิตวัตถุดิบ กล่าวว่าให้ผลกระชับรูขุมขนได้ในทันทีที่ทา และผลที่ได้ดีกว่า Witch hazel กับ Zinc (Technical data sheet: Laboratoires Serobiologiques)
  • Aloe barbadensis leaf juice powder ส่วนของวุ้นว่านหางจรเข้ที่ผ่านกรรมวิธีจนได้ในรูปแบบผง มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายผิว
  • Lecithin สารในกลุ่ม Phospholipids ที่เป็นองค์ประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์ผิว มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้น ทดแทนไขมันในผิวหนัง อาจจะใช้เป็นตัวสร้าง Liposome ซึ่งเป็นระบบนำส่งสารเข้าผิวรูปแบบหนึ่งได้
  • Tocopheryl acetate สารอนุพันธ์ของวิตามินอี มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant แต่ส่วนมากมักจะให้ประโยชน์ปกป้องสารในผลิตภัณฑ์ไม่ให้เสื่อมสภาพเพราะอากาศ
  • Allantoin สารที่พบในรากคอมเฟรย์ มีประโยชน์ช่วยลดการแพ้ ลดการระคายเคือง และช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนัง มีรายงานการวิจัยสนับสนุนเรื่องคุณสมบัติในการช่วยสมานแผล (Acta Cir Bras. 2010;25(5):460-6.)
  • 4-Butylresorcinol ออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ Tyrosinase ทำให้เมลานินถูกสร้างมาน้อยลง ผิวขาวขึ้น การทดสอบในอาสาสมัครที่เป็นฝ้ากับครีมที่มีส่วนผสมของสารนี้ 1% เป็นเวลา 6-8 สัปดาห์ พบว่ารอยฝ้าจางลง และมีผลข้างเคียงน้อยมาก (Ann Dermatol. 2010; 22(1): 21–25.)
  • Sodium hyaluronate มีบทบาทเกี่ยวกับความชุ่มชื้นของผิวหนัง
  1. Base ส่วนของเนื้อผลิตภัณฑ์ แบ่งเป็นส่วนของน้ำ และน้ำมัน

2.1 โดยส่วนของน้ำ คือ น้ำแร่ ว่ากันว่า ทางแบรนด์ใช้น้ำแร่จากเมือง Yangpyeong ของเกาหลี ซึ่งเป็นเมืองที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ น้ำที่นี่ก็จะสะอาด อุดมด้วยแร่ธาตุต่างๆที่มีประโยชน์กับผิว

ถึงแม้ว่าเรื่องประโยชน์ของน้ำแร่กับผิวนั้นยังไม่มีผู้ใดศึกษาไว้อย่างแน่ชัด แต่องค์ประกอบของแร่ธาตุที่อยู่ในน้ำแร่นั้นก็พอมีรายงานอยู่บ้าง เช่น Calcium จำเป็นต่อกระบวนการทำงานของผิว และความแข็งแรงของเซลล์ผิว Zinc เป็นองค์ประกอบของเอนไซม์หลายๆชนิดในผิว และมีคุณสมบัติควบคุมความมัน และสมานผิว เป็นต้น กับสารดูดน้ำให้ผิวอย่าง Propylene glycol

2.2 ส่วนของน้ำมัน ได้แก่ น้ำมัน Jojoba ที่มีคุณสมบัติบางเบา ซึมผิวไว ไม่เหนอะหนะ

  1. Additives กลุ่มของสารปรุงแต่ง ได้แก่
    • สารเพิ่มความหนืด มี Sodium acrylates copolymer กับ Xanthan gum เป็นตัวเพิ่มความหนืด
    • Preservatives ได้แก่ สารจับโลหะ EDTA กับสารกันเสีย Chlorphenesin กับ Methylisothiazolinone
    • สารแต่งกลิ่น (Fragrance)

 

ถึงเวลาให้คะแนน

  1. Actives สารที่ใช้ให้คุณสมบัติในการบำรุงผิวได้รอบด้าน ทั้ง Whitening moisturizer anti-aging และช่วยเรื่องความมัน กับรูขุมขน โดยรวมถือว่าค่อนข้างครบถ้วนและตรงตาม Claim จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. Base ในส่วนของเนื้อผลิตภัณฑ์นั้น ใช้น้ำแร่ล้วนๆ ไม่มีน้ำ เสริมมาด้วยสารดูดน้ำให้ผิว และสารไขมันเพิ่มคามชุ่มชื้น ซึ่งไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ แต่ยังขาดในส่วนของสารที่จะเคลือบผิวรักษาความชุ่มชื้นไว้ ถึงจะไม่มีก็มีข้อดีนะคะ คือ ถ้าไม่มีเนื้อครีมจะไม่เหนอะหนะค่ะ แต่จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์นะคะ
  3. Additives สารปรุงแต่งอื่นๆ มีเพียงสารเพิ่มความหนืด น้ำหอม และสารกันเสีย เท่านั้น ซึ่งถือว่าเลือกใส่มาเท่าที่จำเป็น ไม่มี Parabens ไม่มี Silicone และไม่มี Surfactant ใดๆ จึงไม่มีจุดให้หักคะแนน ได้ไป 5 ฟลาสก์
  4. การใช้งาน ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบที่คอนเซปท์เรื่องน้ำแร่ และแพคเกจที่ช่วยลดการปนเปื้อน และไม่เกะกะเลอะเทอะ ในส่วนของเนื้อสัมผัสก็ค่อนข้างบางเบา แต่ชุ่มชื้นผิวดี จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์

 

คะแนน sho

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่

FB , IG , twitter : SHOskincare

https://www.facebook.com/SHOskincare/

 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Sho ด้วยนะคะที่ส่งสินค้าดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้

 

Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Sho

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมจัดเต็ม มอยส์เจอไรเซอร์คุมสิว Acne away face moisturizing cream จากแบรนด์ Skin Will

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมจัดเต็ม มอยส์เจอไรเซอร์คุมสิว Acne away face moisturizing cream จากแบรนด์ Skin Will

วันนี้มี่แวะเอารีวิวเครื่องสำอางคุณภาพฝีมือคนไทยที่อัดแน่นด้วยส่วนผสมเลอค่ามาฝากกันค่ะ

คราวแล้วเราดูรีวิวตัว Vit c ของแบรนด์นี้ไป วันนี้เรามาดูตัว acne กันบ้างนะคะ ส่วนตัวมี่ว่าโอเคเลยหล่ะ

นั่นก็คือ Acne away face moisturizing cream จาก Skin Will เจ้าเก่าค่ะ

หน้าตาคล้ายๆกันค่ะ แต่ตัว Acne วันนี้จะเป็นหลอดสีฟ้า นะคะ

acne 2

 

ข้างในเป็นหลอดแบบมีจุดกดคล้ายตัว Vit C ค่ะ

 

acne 4

 

ในส่วนของเนื้อครีม เป็นครีมสีขาวค่ะ มีกลิ่นหอมอ่อนๆบางๆแนวๆสมุนไพร

 

acne 6

 

ตัวครีมจะเกลี่ยค่อนข้างง่าย ชุ่มชื้นผิวค่อนข้างมาก ซึมไวปานกลางค่ะ แต่ก็ไม่ถึงกับมันหรือเหนอะหนะนะคะ

 

acne 6

 

วัด pH กันเล็กน้อย

 

acne 7

 

เหมือนเนื้อครีมมันไปเคลือกระดาษอยู่เลยอ่านยากนิดนึง
pH น่าจะอยู่ที่ประมาณ 5 ค่ะ ใกล้เคียงกับผิวดี

ก่อนจะไปดูส่วนผสมอยากบอกว่า เขาเน้น Claiming เรื่องของความเข้มข้นของส่วนผสมเช่นกันค่ะ
โดยใช้ Nicotinamide 5%, Sodium ascorbyl phosphate 5% และ Oligopeptide-10 3% เรียกได้ว่าใส่มาเต็ม max เลยทีเดียว

มาถึงส่วนผสมกันบ้างนะคะ

 

สผส

 

ปกติเราจะแบ่งส่วนประกอบของเครื่องสำอางเป็น 3 ส่วนหลักๆค่ะ ได้แก่

  1. สารออกฤทธิ์ หรือ Active ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติพิเศษในการบำรุงผิว
  2. เนื้อหลัก หรือ Base เป็นส่วนเนื้อหลักที่โอบอุ้ม Active และเป็นตัวพา Active ไปหาผิว
  3. สารเติมแต่ง หรือ Additives ใส่เข้ามาเพื่อความน่าใช้ สวยงาม ปลอดภัย ฯลฯ

 

คุณสมบัติของสารต่างๆแยกตามหน้าที่

  1. กลุ่มสารออกฤทธิ์ ได้แก่
  • Nicotinamide เป็นชื่อพ้องของ Niacinamide เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 มีรายงานว่า สารตัวนี้สามารถเป็น Whitening ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ โดยไปรบกวนการส่งผ่านของเมลานินที่สร้างเสร็จแล้ว ลดการอักเสบในผิว เพิ่มการไหลเวียนเลือด ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวโดยไปกระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า และยังเป็น Antioxidant ด้วย (Int J Cosmet Sci 2005; 27:255–261) มีการทดสอบเชิงคลินิกพบว่า Niacinamide ที่ความเข้มข้น 4% มีประสิทธิภาพเทียบเท่า Clindamycin ในการรักษาสิว (Int J Dermatol. 2013;52(8):999-1004.)
  • Sodium ascorbyl phosphate เป็นรูปแบบที่ละลายได้ในน้ำของวิตามินซี มีความคงตัวสูง มีประโยชน์เป็น Antioxidant, Whitening และเป็นส่วนประกอบในการสร้างคอลลาเจนของผิว
  • Boswellia serrata extract สารสกัดจากพืชชนิดหนึ่ง มีงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติในการลดการอักเสบอยู่ค่อนข้างมาก (Indian J Pharm Sci. 2011;73(3): 255–261.) มีการศึกษาเกี่ยวกับครีมที่มีส่วนผสมของสารสกัดนี้ว่ามีประสิทธิภาพเพียงพอในการลดอาการอักเสบของคนไข้ Eczema และโรค Psoriasis ได้ดี (Clin Cosmet Investig Dermatol. 2014;7:321-7.) และยังช่วยลดริ้วรอยก่อนวัยได้ (Dermatol Ther. 2010;23 Suppl 1:S28-32.)
  • Honey extract ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น
  • Oligopeptide-10 เปปไทด์จากพืชที่มีคุณสมบัติฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ เมื่อใช้ร่วมกับ Salicylic acid จะได้ประสิทธิภาพสูงขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องใช้ Salicylic acid ในความเข้มข้นสูง ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าใช้ Salicylic acid แค่เพียง 5% ก็ได้ประสิทธิภาพเพียงพอในการดูแลสิวแล้ว
  • Melaleuca alternifolia leaf oil น้ำมันหอมระเหยจาก Tea tree มีงานวิจัยค่อนข้างมากกล่าวถึงคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย รา และยีสต์หลายสายพันธ์ และมีประสิทธิภาพในการนำมาใช้ทาภายนอก
  • Camellia sinensis leaf extract สารสกัดจากชาเขียว มีรายงานวิจัยอยู่ค่อนข้างมาก เช่น เป็น antioxidant เป็น Moisturizer ลดริ้วรอย เพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผิว (Dermatol Ther. 2013;26(3):267-71.) และยังมีรายงานถึงคุณสมบัติในการสมานแผล (Evid Based Complement Alternat Med. 2013;2013:386734.) ในชาเขียวยังมีสารประกอบกลุ่ม Polyphenol หลายชนิดที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพหลายๆประการ
  • Aspathalus linerais extract สารสกัดจากชา Rooibos มีรายงานวิจัยกล่าวถึงคุณสมบัติในการเป็น antioxidant (Tradit Complement Med. 2015;5(3):174-8.) ต้านการอักเสบ ( 2015;38(4):1502-16.) ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุถึงคุณสมบัติในการลดอักเสบ antioxidant ฆ่าเชื้อก่อสิว และช่วยให้ความรู้สึกสบายผิว (Soothing effect)
  • Salicylic acid เป็น BHA ช่วยสลายการอุดตัน และลดการอักเสบ
  • Poria cocos extract สารสกัดจากเห็ด Poria มีรายงานเกี่ยวกับฤทธิ์การต้านการอักเสบ และสมานผิวที่เสียหาย (Skin Res Technol. 2006; 12(4):223-7.) มีรายงานถึงคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียและรา นอกนั้นมีแต่รายงานเกี่ยวกับฤทธิ์ต้านมะเร็ง ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่า เป็น Moisturizer, Astringent (กระชับรูขุมขน)
  1. กลุ่มเนื้อหลัก เป็นเนื้อครีมประกอบด้วยน้ำกับน้ำมัน ดังนี้
    • ส่วนของน้ำ ได้แก่ น้ำ, Butylene glycol และ Alcohol
    • ส่วนของน้ำมัน ได้แก่ Oryza sativa bran oil คือ น้ำมันรำข้าว, Glyceryl monostearate, Cetyl alcohol, Glyceryl stearate, Mineral oil, C13-14 isoparaffin, Stearic acid, Shea butter
  2. กลุ่มสารเติมแต่ง ได้แก่
    • Cyclodextrin สารกลุ่มคาร์โบไฮเดรต ที่โครงสร้างเป็นโมเลกุลน้ำตาลกลูโคสมาจับกันเป็นวง สามารถใช้เป็นตัวนำพา (Carrier) สารต่างๆเข้าสู่ผิว หรือใช้เก็บกักห่อหุ้มสารสำคัญต่างๆไม่ให้ถูกทำลายจากสิ่งแวดล้อม และช่วยเพิ่มการละลายของสารบางชนิดได้
    • สารเพิ่มความหนืด ได้แก่ Dimethylacrylamide/acrylic acid/Polystyrene ethyl methacrylate copolymer ร่วมกับ Polyacrylamide และ Xanthan gum
    • สารทำครีม หรือ Emulsifier ได้แก่ PEG-100 stearate กับ Laureth-7
    • สารจับโลหะ คือ EDTA
    • สารกันเสีย คือ Phenoxyethanol

 

ถึงเวลาให้คะแนน

  1. สารออกฤทธิ์ ถึงแม้ว่าเคลมหลักของผลิตภัณฑ์จะเป็นเรื่องการดูแลสิว แต่ความจริงแล้ว ถือว่ามีหลายๆอย่างเสริมเข้ามา ไม่ใช่แค่ฆ่าเชื้อสิวเพียงอย่างเดียว เช่น ช่วยให้ผิวแข็งแรง เป็น Antioxidant ช่วยชะลอวัย ช่วยเรื่องลดการอักเสบ รอยดำ รอยแดง ยังมีการเลือกใช้ Oligopeptide-10 ที่มาเสริมฤทธิ์กับ BHA ทำให้ไม่ต้องใช้ BHA ที่ความเข้มข้นสูงๆอันจะเสี่ยงต่อความระคายเคืองได้อีก จุดนี้เลยขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนของเนื้อผลิตภัณฑ์ ในส่วนของน้ำ มี Butylene glycol เป็นตัวเติมน้ำ มี Alcohol ติดมาในลำดับกลางๆ คือ Alcohol นี้ไม่ได้ฆ่าเชื้อเหมือนที่หลายๆคนเข้าใจ แต่มีส่วนเป็นตัวทำละลายในส่วนผสม และให้สัมผัสที่ดี ถึงแม้ว่า Alcohol จะทำให้หลายๆคนไม่สบายผิวได้ แต่ส่วนใหญ่คนผิวมันก็ไม่ค่อยมีปัญหากับ Alcohol หรือเปล่า ในส่วนของน้ำมัน มีส่วนของน้ำมันเคลือบปกป้องผิว และน้ำมันที่ซึมเข้าผิวได้ ถือว่าค่อนข้างครบถ้วน แต่ขอหักคะแนนของ Alcohol ไป เลยขอให้ 4 ฟลาสก์
  3. ส่วนสารอื่นๆ ไม่มีตัวไหนเป็นพิษเป็นภัยอะไรกับผิว ตัวนี้ไม่มี Emulsifier ที่รุนแรง ไม่มีน้ำหอม ก็ไม่รู้จะหักคะแนนกับอะไร เลยได้ไป 5 ฟลาสก์
  4. การใช้งาน ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบเนื้อนะคะ เพราะมี่ผิวแห้ง แต่ก็มีสิวขึ้นบ้าง นานๆที พอได้ใช้ก็คือรู้สึกว่าชุ่มชื้นดีอยู่ค่ะ น่าจะกำลังเหมาะกับช่วงนี้เลยค่ะ เพราะอากาศเริ่มแห้งแล้ว เป็นอีกทางเลือกในการเพิ่มความชุ่มชื้นในหน้าหนาวแบบไม่ไปรบกวนสิว แต่ถ้าจะมาหวังผลแบบรวดเร็วทันใจแบบยาแต้มสิว ก็จะขอแนะนำให้ไปใช้ยาตามแพทย์แนะนำดีกว่านะคะ โดยรวมถือว่าค่อนข้างพอใจค่ะ ให้ 5 ฟลาสก์

 

คะแนน

 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Skin will ด้วยค่ะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ ขอบคุณทุกๆท่านที่ติดตามอ่านมาจนจบ

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์ Skin Will เลยค่ะ

Facebook fanpage: https://www.facebook.com/SKINWILL/

Website: http://www.skinwill.com/store/

 

Disclaimer/Conflict of interest: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Skin Will

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมเซรัมไฮยาเข้มข้น 5 ชนิด จากแบรนด์ Hylamide รุ่น SubQ Anti-age

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมเซรัมไฮยาเข้มข้น 5 ชนิด จากแบรนด์ Hylamide รุ่น SubQ Anti-age

วันนี้มี่แวะเอาเวชสำอางจากประเทศแคนาดา แบรนด์ Hylamide มารีวิวให้ชมกันค่ะ

 

ตัวนี้ถ้าหลายๆท่านจำได้ มี่เอามาแชร์ไว้ครั้งหนึ่งในกระทู้ Routine skin care regimen ไว้ (ลิงค์สำหรับชม Skincare regimen ของมี่) แล้วบอกว่าจะรีวิวละเอียดให้ เพราะของเขาคือดีงาม

 

นี่ค่ะ Regimen ช่วงนี้

bedtime1

วันนี้ได้ฤกษ์ละค่ะ มาทำความรู้จักกับแบรนด์ Hylamide กันซักเล็กน้อยก่อนดีกว่านะคะ แบรนด์นี้เป็นแบรนด์ในเครือของ Deciem ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำเวชสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมากมายค่ะ โดยคอนเซปท์ของแบรนด์ Hylamide มีชื่อสวยๆว่า “Multi-depth skincare” เน้นที่การฟื้นฟูผิวที่ 3 ชั้น คือ ชั้น Stratum corneum (ผิวหนังชั้นนอกสุด) ชั้น Epidermis (หนังกำพร้า) และชั้น Dermis โดยอาศัยโมเลกุลที่มีขนาดต่างๆกันในการบำรุง/ฟื้นฟูค่ะ

 

IMG_0192-re

 

โดยตัว Hylamide SubQ นี้ Claim ไว้ดังนี้ค่ะ

 

claim

 

เพิ่มความชุ่มชื้นที่ผิวชั้นนอก และชั้นใน ริ้วรอยตื้น ริ้วรอยลึก ผิวไม่สม่ำเสมอ และพวกริ้วรอยที่เกิดขึ้นตอนเราแสดงสีหน้า (เช่นตีนกา ร่องแก้ม)

 

มาดูลักษณะของผลิตภัณฑ์กันค่ะ

นางจะมาในกล่องแบบนี้ค่ะ

IMG_0715-re

พอแกะออกมาจะมีหน้าตาแบบนี้ (อันนี้ตัวล็อคมันแอบขาดนะคะ จริงๆขวดเขาจะลอคให้ในช่องที่มีลูกศร)

 

IMG_0716-re

 

ฝั่งซ้ายมือจะเป็นรายละเอียดของส่วนผสมที่มีอยู่ในขวดค่ะ

 

IMG_0194-re

 

อันนี้เผื่อใครสนใจนะคะ เดี๋ยววิเคราะห์ละเอียดให้อีกทีค่ะ

 

 

ขวดจริงๆจะเป็นลักษณะขวดแบบมีหลอดหยด หรือที่สาวกเกาหลีแบบเราๆเรียกว่า Ampoule

 

IMG_0720-re

 

 

เนื้อเป็นของเหลวใส ไม่มีสี ไม่ได้ใส่น้ำหอม เลยมีกลิ่นของส่วนผสมอยู่จางๆ

 

IMG_0721-re

 

 

เนื่องจากเป็นของเหลวใส เลยเกลี่ยง่ายมาก ซึมไว แห้งไวมาก ไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่ทิ้งคราบ

 

IMG_0722-re

 

 

วัด pH เหมือนเช่นเคยค่ะ

 

IMG_1927-re

 

pH อยู่ที่ประมาณ 5 นะคะ ใกล้เคียงกับผิวดีค่ะ

 

 

ก่อนจะไปดูส่วนผสมอยากชี้แจงจุดเด่นอีกนิดหน่อยค่ะ

ประเด็นแรกคือ ผลิตภัณฑ์นี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใส่สารออกฤทธิ์มาเยอะมาก คือ มี Active ingredients ถึง 44.32% ซึ่งมี่ไม่เคยเจอเครื่องสำอางไหนที่ใช้สารออกฤทธิ์แบบสารบริสุทธิ์มากกว่านี้มาก่อน (ไม่นับพวกที่ใส่สารสกัดพืช 90+% นะคะ อันนั้นเป็นสารสกัด มีพืชจริงๆเท่าไหร่เราไม่รู้ แต่อันนี้คือสารออกฤทธิ์เพียวๆ)

พอเป็นแบบเข้มข้น ใส่มาเต็มมาก เพื่อโฟกัสเรื่องริ้วรอย ล้วนๆ แต่ถึงแม้ยังไม่เหี่ยวไม่มีริ้วรอย ก็ใช้ได้เพื่อชะลอวัยค่ะ

ตรงนี้เขาชูโรงไว้ข้างกล่องด้วยหล่ะ

 

IMG_0194-re

 

แต่ละตัวคืออะไร เป็นอย่างไร เดี๋ยวลองดูในช่วงวิเคราะห์ส่วนผสมนะคะ

 

จุดเด่นอีกจุดคือ การใช้ อนุพันธ์ Hya สูงสุดถึง 5 ชนิด ซึ่งมากสุดในประวัติการณ์ในวงการเครื่องสำอาง (หมายเลข 7 – 12 นะคะ)

 

5 ชนิดที่ว่าได้แก่

1.VERY LOW-MOLECULAR HA เป็นไฮยาโมเลกุลเล็กมากซึมลงไปได้ลึก เพิ่มความชุ่มชื้น

2.Hyaluronic Acid Ferment เป็นไฮยาจากเทคโนโลยีชีวภาพ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นดึงน้ำให้บริเวณผิว

3.Hydrolyzed HA เป็นไฮยาโมเลกุลเล็ก ซึมลงผิวได้ลึกปานกลาง เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวระดับกลาง

4.HA Pre-Cursor สารตั้งต้นให้ผิวเอาไปสร้างไฮยา ทำให้ผิวนุ่มชุ่มน้ำฟูขึ้น

  1. Plant HA ไฮยาจากมะขาม ที่ช่วยให้ผิวยืดหยุ่นมากขึ้น

 

 

ในที่สุดก็มาถึงเวลาของการวิเคราะห์ส่วนผสมแล้วค่ะ

 

ส่วนผสม

 

ปกติเราแบ่งส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็น 3 หมวดหลักๆ คือ

  1. Actives หรือ สารออกฤทธิ์ เป็นสารที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติพิเศษต่างๆ
  2. Base หรือ ส่วนเนื้อของผลิตภัณฑ์ เป็นตัวอุ้มและเก็บสารออกฤทธิ์ไว้
  3. Additives หรือ ส่วนของสารเติมแต่ง เป็นตัวเติมแต่งให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าใช้ มีความปลอดภัย เช่น พวกสารกันเสีย พวกน้ำหอม พวกซิลิโคน ตัวเพิ่มความหนืด ฯลฯ

 

เรามาดูไปทีละส่วนกันเลยนะคะ

  1. Actives ขอเรียงตามกลุ่มสารนะคะ
    • กลุ่มคาร์โบไฮเดรต และ Hyaluronic acid ได้แก่
  • Sodium hyaluronate crosspolymer เป็นอนุพันธ์ใหม่ของ Hyaluronic acid เกิดจากการเอา Hyaluronic หลายๆตัวมาเชื่อมกันโดยใช้ปฏิกิริยาเคมี ทำให้ได้สารที่มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้นได้สูงขึ้น และมีคุณสมบัติ Antioxidant เพิ่มเติมเข้ามา ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าสารนี้เพิ่มความชุ่มชื้นได้มากกว่า Hyaluronic acid ถึง 5 เท่า และยังเก็บกักความชุ่มชื้นให้ผิวได้ถึง 24 ชั่วโมง (Hylasome EG10, Lipo Chemicals Inc.)
  • Tamarindus indica seed gum เป็น Polysaccharide กลุ่ม Gum ที่ได้จากเมล็ดของมะขาม มีรายงานการวิจัยระบุว่า Carbohydrate ที่พบในเปลือกเมล็ดสามารถกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังแบ่งตัวเพิ่มจำนวนได้ดีขึ้น (Dermatol Res Pract. 2013; 2013: 359756.) และมีรายงานว่าสารสกัดจากเปลือกหุ้มเมล็ดมะขามมีผลปกป้องผิวหนังจากรังสี UVA และเป็น Antioxidant ที่ดี (J Cosmet Sci. 2014; 65(1):11-24.) ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่าเป็น Vegetal hyaluronic acid (Hyaluronic acid จากพืช) มีคุณสมบัติเป็น Moisturizer โดยไปเคลือบที่ผิวไว้ ทำให้ผิวชุ่มชื้น ริ้วรอยลดลง ผิวเรียบเนียนขึ้น (Unitamuron-H22, Induchem)
  • Hydrolyzed hyaluronic acid เป็น Hyaluronic acid ที่ผ่านกรรมวิธีการย่อยให้มีขนาดเล็กลงจึงดูดซึมผิวได้มากขึ้น ให้ผิวนุ่มฟูขึ้น และริ้วรอยลดลง
  • Sodium hyaluronate คือ Hyaluronic acid ตัวดั้งเดิมให้ผลเพิ่มความชุ่มชื้นกับผิว
  • Saccharide isomerate สารประเภทคาร์โบไฮเดรต มีชื่อทางการค้าว่า Pentavitin ผู้ผลิต Claim ว่าสามารถไปจับกับกรดอะมิโน Lysine ของ Keratin ในผิว แล้วให้คุณสมบัติเป็นสารดูดน้ำ อุ้มน้ำ รักษาความชุ่มชื้นไว้ได้ยาวนาน ไม่ถูกล้างออกไปได้ง่ายๆเหมือน moisturizer อื่นๆ
  • Polyglucuronic acid สารกลุ่ม Polysaccharide ที่เกิดขึ้นจาก Glucuronic acid หลายๆตัวมาต่อกัน มีคุณสมบัติก่อฟิล์ม เพิ่มความหนืด และยังมีคุณสมบัติ Antioxidant (Carbohydrates Polymer 2015;116:34-41.) ในวัตถุดิบผสมระหว่าง Hydrolyzed Yeast Extract, Cetyl Hydroxyethylcellulose, Polyglucuronic Acid และ Lecithin ที่ผลิตโดยบริษัท Sederma ระบุว่าสารนี้ได้จากกระบวนการทางไบโอเทคโนโลยี จะได้สารที่มีโครงสร้างคล้ายกับสาย Hyaluronic acid ในผิวของเรา จึงมีผลช่วยทำให้ริ้วรอยตื้นขึ้น ผิวเรียบเนียนและสม่ำเสมอมากขึ้น นุ่มฟู และมีความแข็งแรงมากขึ้น (Optim HyalTM, Sederma Inc.)
    • กลุ่มสารที่เป็น Fermentation product ได้แก่
  • Pseudoalteromonas ferment extract รู้จักกันในชื่อทางการค้าว่า Antarcticine ของบ. Lipotec ได้จากการแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่พบในธารน้ำแข็ง ประกอบด้วยสารกลุ่ม Tripeptide ซึ่งมีคุณสมบัติในการกระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจนและอิลาสติน จึงช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้น ริ้วรอยลดลง นอกจากนี้มีคุณสมบัติในการเพิ่มความชุ่มชื้น และช่วยในกระบวนการสมานแผล (Promote Wound-healing) เวลาผิวหนังเกิดความเสียหาย ก็จะช่วยให้ซ่อมแซมตัวเองได้ไวขึ้น
  • สารประกอบของ Lactobacillus/Eriodictyon californicum ferment extract กับ Phospholipids และ Leuconostoc/Radish root ferment มีชื่อทางการค้าว่า ACB Cationic glycoproteins ให้ผลชะลอวัย ลดริ้วรอย เป็น Antioxidant เพิ่มความชุ่มชื้น และให้ความรู้สึกสบายผิว เพราะมีประจุบวกเลยจับกับผิวได้ดี
    • กลุ่มกรดอะมิโนและเปปไทด์ ได้แก่
  • Copper lysinate/prolinate สารตัวนี้เป็นสารเชิงซ้อนของแร่ธาตุทองแดงกับกรดอะมิโน Lysine และ Proline ผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่าสารนี้สามารถเป็นแหล่งพลังงานให้เซลล์ Fibroblast ที่แก่แล้วเกิดการปรับตัวและสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ชนิดที่ดีออกมา จึงมีผลทำให้ริ้วรอยลดลง ในตลาดเครื่องสำอางวัตถุดิบนี้มีชื่อทางการค้าว่า Neodermyl โดยจำหน่ายในรูปแบบของผสมระหว่าง Glycerin, Water, Methylglucoside Phosphate และ Copper Lysinate/Prolinate (Neodermyl, Induchem Inc.)
  • Palmitoyl tripeptide-38 เปปไทด์สายสั้นๆจากกรดอะมิโน 3 ตัวที่จับกับกรดไขมัน Palmitic acid ทำให้ดูดซึมเข้าผิวได้ง่ายขึ้น เปปไทด์ตัวนี้มีผลกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ไฮยาลูรอน และสารโปรตีนอื่นๆอีกหลายชนิดในผิวที่ทำหน้าที่เพิ่มความแข็งแรงของชั้นหนังแท้ และช่วยเสริมความแข็งแรงของ Dermal-Epidermal junction ให้แข็งแรงมากขึ้น จึงสามารถพยุงเอาชั้นผิวหนังไม่ให้เกิดริ้วรอยได้ง่ายๆ สารตัวนี้จำหน่ายในชื่อทางการค้าว่า Matrixyl Synthe’6 ซึ่งเป็นของผสมระหว่าง Glycerin, Water, Hydroxypropyl Cyclodextrin และ Palmitoyl Tripeptide-38 (Matrixyl Synthe’6, Sederma Inc.)
  • Myristoyl nonapeptide-3 เปปไทด์ที่เกิดจากกรดอะมิโน 9 ตัว จับกับกรดไขมัน Myristic acid ออกฤทธิ์คล้ายกับวิตามินเอ ให้ผลกระตุ้นการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิว และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิว มีความปลอดภัยสูงกว่า และไม่ระคายเคืองผิว
    • กลุ่มสารสกัดพืชอื่นๆ ได้แก่
  • Hydrolyzed yeast extract ประกอบด้วยโปรตีนและวิตามินต่างๆ ให้คุณสมบัติบำรุงผิว และเป็นองค์ประกอบในส่วนผสมของวัตถุดิบ Optim HyalTM
  • Ahnfeltia concinna extract สารสกัดจากสาหร่ายสีแดงชนิดหนึ่ง ไม่พบข้อมูลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่ามีคุณสมบัติส่งเสริมการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิว เพิ่มความยืดหยุ่น ความนุ่ม ลดริ้วรอยให้ผิวเรียบเนียน ลดการระคายเคืองในผิว และเป็น Moisturizer
    • สารอื่นๆ ได้แก่
  • Phospholipids และ Lecithin นอกจากสมบัติการบำรุงผิวก็อาจจะเป็นตัวนำส่งสารให้ผิว
  • Salicylic acid จัดเป็น BHA ให้ผลผลัดผิว ลดการอุดตัน
  1. Base เป็นชนิดน้ำใส หรือ Solution ไม่มีสารกลุ่มน้ำมันสังเคราะห์ ไม่มีซิลิโคน ไม่มีแอลกอฮอล์ ประกอบด้วย น้ำ Glycerin, Pentylene glycol, Ethoxydiglycol, Ethylhexylglycerin, Hexylene glycol, Caprylyl glycol 3 ตัวหลังมีคุณสมบัติระงับเชื้อจุลินทรีย์ได้ด้วย
  2. Additives ได้แก่
    • สารเพิ่มการดูดซึม (Percutaneous absorption enhancer) คือ Ethoxydiglycol ช่วยเพิ่มการดูดซึมให้สารออกฤทธิ์เข้าผิวได้ดีขึ้น
    • สารเพิ่มความหนืด ได้แก่ Polyacrylate crosspolymer-6, Cetyl hydroxyethylcellulose, Hydroxypropylcyclodextrin น่าจะเป็นองค์ประกอบที่ติดมากับกลุ่มสารออกฤทธิ์
    • Surfactant/Emulsifier มี Methylglucoside Phosphate ซึ่งติดมากับสารออกฤทธิ์
    • สารปรับ pH และ Buffer รักษา/ควบคุมค่า pH ได้แก่ Citric acid, Sodium citrate, Sodium hydroxide
    • สารจับโลหะ เป็นตัว Trisodium ethylenediamine disuccinate ให้ผลเพิ่มความคงตัวแก่ผลิตภัณฑ์ สารตัวนี้ผู้ผลิตวัตถุดิบอ้างว่าได้จากธรรมชาติ
    • สารกันเสีย ได้แก่ potassium sorbate, sodium benzoate, sodium citrate, chlorphenesin, phenoxyethanol นับรวมกับกลุ่มสารเติมน้ำอย่าง Ethylhexylglycerin, Hexylene glycol, Caprylyl glycol ที่ช่วยเสริมฤทธิ์ให้สารกันเสียด้วย และ Leuconostoc/Radish root ferment เองก็สามารถเป็นกันเสียได้

 

ถึงเวลาให้คะแนน

  1. Actives ในกลุ่มของสารออกฤทธิ์ตามที่ได้บรรยายไว้ ส่วนมากจะเป็นสารที่ค่อนข้างใหม่ และมีนวัตกรรมพิเศษๆ โดยรวมจะเน้นไปที่การเติมน้ำ ลดริ้วรอยเก่า ป้องกันริ้วรอยใหม่ และเสริมสร้างให้ริ้วรอยที่มีอยู่ดูตื้นขึ้น โดยรวมถือว่าทำได้ค่อนข้างครบตามคำ Claim จุดนี้จึงขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. Base ไม่มีสารกลุ่มน้ำมันสังเคราะห์ ไม่มีซิลิโคน ไม่มีแอลกอฮอล์ และมีตัวเติมน้ำให้ผิวดีๆหลายตัว จุดนี้จึงขอให้ 5 ฟลาสก์
  3. Additives สารที่ใช้ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรกับผิว และออกแบบมาได้อย่างดี เพราะหลายๆชนิดค่อนข้างหายาก และเป็นนวัตกรรม รวมถึงมีการใช้เทคนิคหลายๆอย่างเพื่อเพิ่มการดูดซึมของสารอื่นๆ ที่สำคัญคือไม่มีน้ำหอม ไม่มีพาราเบน จุดนี้จึงขอให้ 5 ฟลาสก์
  4. คะแนนการใช้งาน ตัวนี้มี่ใช้มาเดือนกว่าๆแล้ว ถือว่าใช้ทนมากเลยนะคะ เนื่องจากผิวมี่ยังไม่ค่อยมีริ้วรอย จึงเห็นผลเรื่องริ้วรอยไม่ชัด แต่เรื่องความชุ่มชื้น และความเรียบเนียน จุดนี้ต้องขอให้ 10 เต็ม เพราะว่าผิวค่อนข้างนุ่ม ชุ่มชื้น เรียบขึ้น แต่งหน้าได้ง่ายและติดทนนานมากขึ้น จึงขอให้ 5 ฟลาสก์

 

คะแนน

 

สุดท้ายนี้อีกครั้งอยากขอบคุณทางบริษัท Advance Aesthetic Company ที่ส่งสินค้าดีๆเพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีมาให้ได้ทดลองใช้ค่ะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่

เฟสบุคของบริษัท http://www.facebook.com/advanceaestheticthailand ได้เลยค่ะ

 

ขอบคุณที่ติดตามรับชมมาจนจบค่ะ

 

Disclaimer/Conflict of interest: ผลิตภัณฑ์ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Hylamide ค่ะ