Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม น้ำมันบำรุงผิวกายอันดับหนึ่งจากเยอรมัน Frei öl Skincare oil

สวัสดีค่ะ

 

วันนี้มาต่อกันกับออยล์จากแบรนด์ฟราย (Frei öl) ซึ่งเป็นอันดับ 1 ในร้านยาที่เยอรมันกันนะคะ

 

ผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ฟราย ที่มี่ได้รับมามี 2 ชิ้นนะคะ เป็น Facial oil กับ Skincare oil ค่ะ

frei-ol

 

วันก่อนมี่รีวิวตัว Facial oil ไปแล้วนะคะ

(ลิงค์: https://cosmeknowledge.wordpress.com/2016/11/16/freiskincareoil/)

 

วันนี้มารีวิว Skincare oil กันบ้างค่ะ

หน้าตาของออยล์สำหรับบำรุงผิวกาย Frei öl Skincare oil ค่ะ

 

frei-body

 

ถ้าเป็นออยล์สำหรับผิวกายจะเป็นรุ่นกล่องสีขาวคาดฟ้าค่ะ

 

ตัวออยล์จะมาในขวดทรงน่ารักดูเป็นเอกลักษณ์ค่ะ ถ้าเราเปิดมาจะเป็นฝามีรูหยด ช่วยให้เราหยดใช้ออกมาได้ง่ายไม่เลอะเทอะ

 

ตัว Skincare oil นี้เนื้อจะคล้ายๆกับ Facial oil เลยค่ะ เพียงแต่มีสัมผัสที่ต่างกัน ตัว Skincare oil จะมีสัมผัสที่ลื่นกว่าตัว Facial oil และ มีกลิ่นหอมแนวๆดอกไม้ปนๆกับสมุนไพรค่ะ

 

body-tex

ในแง่การดูดซึม ตัว Skincare oil จะดูดซึมได้ช้ากว่า Facial oil แต่ก็ไม่ได้ทิ้งคราบมันเยิ้มเหมือนเราทา Baby oil

body-tex-2

 

ทางแบรนด์จะ Claim ไว้ 4 ด้านหลักๆนะคะ

 

body-claim

  • ให้ผิวนุ่มลื่นดุจผ้าไหม
  • ส่งเสริมการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวด้วยวิตามินเอ
  • ลดเลือนรอยแผลเป็นและรอยแตกลาย
  • ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ

 

ในการใช้งาน ทางแบรนด์แนะนำไว้ 2 รูปแบบ คือ

 

แบบแรก ใช้เป็น Body oil หลังอาบน้ำเสร็จ

 

dir-1

ซึ่งออยล์ตัวนี้จะเบามาก ไม่เหนอะหนะแบบ Baby oil หรือ Mineral oil ทั่วไปค่ะ

แบบที่สอง สำหรับแผลเป็น

dir-2

 

ให้ทาแล้วนวดเป็นวงกลมจนออยล์ซึมหมดค่ะ แน่นอนว่าต้องใช้เวลา ทางแบรนด์เลยบอกว่าใช้อย่างน้อย 3 เดือน อันนี้ถือว่าแบรนด์ Fair กับเราดีค่ะ ไม่มโน 3 วัน 7 วัน

 

และด้วยความที่มีวิตามินเอ จะเอามานวดเซลลูไลท์ก็น่าจะให้ผลดีนะคะ

 

 

สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

%e0%b8%aa%e0%b8%9c%e0%b8%aa

 

สารบำรุงหลักที่น่าสนใจคือ Ethyl linoleate ซึ่งเป็นวัตถุดิบสิทธิบัตร เป็นอนุพันธ์ของกรดไขมันจำเป็น Linoleic acid โดยข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบ (Synovea® EL) ระบุว่า สารนี้มีความคงตัวที่ดีกว่า Linoleic acid ให้ผลด้านการลดการอักเสบในผิว ลดการเกิดสิว ลดการหลั่งน้ำมันจากรูขุมขน นี่ถ้าใครมีสิวที่หลัง หรือแผ่นอกนี่น่าจะใช้ได้ดีเลยทีเดียวหล่ะ

 

มีสารบำรุงกลุ่มวิตามินอยู่ 2 ตัว

  • Retinyl palmitate เป็นอนุพันธ์ของวิตามินเอ ซึ่งให้ผลโดยรวมหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านริ้วรอย ด้านการปรับสมดุลการสร้างและผลัดเซลล์ผิว อาจจะให้ผลถึงด้านแผลเป็นด้วย
  • วิตามินอี 2 รูปแบบ คือ Tocopherol และ Tocopheryl acetate ให้ผลเป็น Antioxidant

 

สารบำรุงอื่นๆ ได้แก่

  • กลุ่มน้ำมันจากพืช จะมีน้ำมัน Jojoba ทานตะวัน กับ Wheat germ ให้ผลทดแทนไขมันในผิวหนัง
  • Bisabolol ซึ่งพบในคาโมมายล์ ให้ผลเกี่ยวกับการลดการอักเสบและให้ความรู้สึกสบายผิว (Soothing effect)
  • Aloe barbadensis extract สารสกัดจากว่านหางจระเข้ ให้ผลด้านลดการอักเสบระคายเคือง ชุ่มชื้น และ Soothing effect เช่นกัน

 

และเนื่องจากเป็น Oil สำหรับตัว ผลเรื่องการอุดตัน หรือ Comedogenic คงไม่ต้องห่วงมากนะคะ

 

ให้คะแนน เหมือนคราวก่อน คือเนื่องจากส่วนผสมไม่เยอะมากมี่เลยขอแบ่งเกณฑ์เป็น 2 ข้อนะคะ

  1. ส่วนผสม: ตัวที่โดดเด่นที่สุดน่าจะเป็น Ethyl linoleate ซึ่งเป็นวัตถุดิบสิทธิบัตรที่เคลมเกี่ยวกับด้านการลดการอักเสบ และทดแทนกรดไขมัน Linoleic acid ให้แก่ผิว เสริมมาด้วยวิตามินเอ อี และสารที่ให้ผลด้าน Soothing effect กับกรดไขมันจากธรรมชาติ โดยรวมจึงถือว่าตอบโจทย์ตามการ Claim และเพราะเป็น Oil สำหรับตัวเราเลยไม่ต้องห่วงเรื่องการอุดตัน จุดนี้ขอให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. การใช้งาน: เป็นออยล์ที่ค่อนข้างบางเบา ลื่น เกลี่ยง่าย ให้ความชุ่มชื้นดี แต่ไม่เหนอะหนะ ทาหลังอาบน้ำแล้วซับๆและแต่งตัวได้เลยไม่เปรอะเปื้อนเสื้อผ้าแบบ Baby oil ส่วนตัวมี่เลยค่อนข้างชอบ และกำลังจะใกล้หน้าหนาวแล้ว น่าจะเป็นมิตรคู่แท้ยามหน้าหนาวสำหรับสาวผิวแห้งได้ดีเลยทีเดียวหล่ะ รับไป 5 ฟลาสก์ค่ะ

 

%e0%b8%84%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%99

 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Frei öl ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามมาจนจบ

 

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์ Frei öl เลยนะคะ

เฟสบุ๊ค Frei Thailand

http://www.facebook.com/Frei-Thailand-468875596641463/

 

Disclaimer: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Frei öl การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมออยล์คุณภาพเลิศจากเยอรมัน Frei öl Facial oil

สวัสดีค่ะ

วันนี้มี่มีรีวิวออยล์คุณภาพเลิศจากเยอรมันมาฝากกันค่ะ

กับ Frei öl (อ่านว่าฟราย) Facial oil และ Skincare oil ค่ะ

 

frei-ol

 

ว่ากันว่า แบรนด์ Frei öl นี้เป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในร้านขายยาเยอรมันเลยทีเดียวค่ะ

 

มาเริ่มกันที่ Facial oil ค่ะ

 

ตัว Facial oil จะเป็นรุ่นกล่องเล็กแถบสีคาดม่วงนะคะ ข้างในจะเป็นขวดพลาสติกอย่างดีมีหลอดหยดค่ะ

 

frei-face

 

ตัว Oil ค่อนข้างเหลว แผ่กระจายบนผิวได้ง่าย มีกลิ่นหอมจางๆ

 

oil-tex

 

สัมผัสบางเบามาก เรียกได้ว่าตัวนี้เป็น Oil ที่บางเบาที่สุดตั้งแต่มี่เคยใช้ออยล์มาเลยค่ะ

 

oil-tex-2

 

การดูดซึม ถ้าเราทาแล้วตบๆเบาๆ จะทำให้ซึมไวขึ้นค่ะ ถ้าชอบความโกลว ก็สามารถจะใช้กลางวันได้ด้วย เพราะไม่เหนอะหนะเลย

 

ทางแบรนด์แนะนำวิธีใช้ไว้หลายแบบเลยค่ะ

แบบแรก: ใช้ 5 – 8 หยด ลงบนผิวหน้าหลังล้างทำความสะอาดหน้า จะช่วยเก็บกักน้ำให้อยู่ในผิวได้ดี หรือจะใช้เป็น Serum ก็ได้ค่ะ

 

dir-1

แบบสอง: ใช้เป็น Intensive mask โดยใช้ oil 10 – 15 หยด โปะลงไปบริเวณใบหน้า คอ เนินอก ไหล่ นวดเบาๆ ทิ้งไว้ 10 นาที แล้วใช้ผ้านุ่มๆซับออก

 

dir-2

แบบสาม: ผสมกับผลิตภัณฑ์ที่เราใช้อยู่ก่อนทาผิว

 

dir-3

 

ทั้งสามแบบ มี่ชอบแบบที่สองมากที่สุดค่ะ

 

ดูส่วนผสมกันดีกว่านะคะ

 

%e0%b8%aa%e0%b8%9c%e0%b8%aa

ส่วนผสมจะเห็นว่าเบสหลักเป็นเบสน้ำมันกลุ่ม Triglycerids และ Fatty ester ซึ่งสารในกลุ่มนี้จะมีความบางเบาในตัวเองอยู่แล้วนะคะ

 

สารออกฤทธิ์หลักจะเป็นสูตรผสมของ Ethylhexyl Palmitate, Sorbitan Oleate, Sorbitan Laurate และ Myristyl Malate Phosphonic Acid ซึ่งมีชื่อทางการค้าว่า “Revidrate สารนี้ทางผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่า สามารถเพิ่มการทำงานของเอนไซม์ Filaggrinase และ Capase-14 ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ทำหน้าที่ตัดโปรตีน Filaggrin ให้กลายเป็นกรดอะมิโนที่เป็นสารดูดจับน้ำตามธรรมชาติของผิว หรือ Natural moisturizing factor หรือ NMF ซึ่งถ้าผิวเรามี NMF มากก็จะดูดจับน้ำไว้ได้ดี

 

สารบำรุงอื่นๆก็มีอยู่หลายตัว เช่น

  • Bisabolol ซึ่งพบในคาโมมายล์ ให้ผลเกี่ยวกับการลดการอักเสบและให้ความรู้สึกสบายผิว (Soothing effect)
  • Aloe barbadensis extract สารสกัดจากว่านหางจระเข้ ให้ผลด้านลดการอักเสบระคายเคือง ชุ่มชื้น และ Soothing effect เช่นกัน
  • น้ำมันจากพืชอย่าง Jojoba และ ข้าวโอ๊ต

โดยว่ากันว่าน้ำมันจากข้าวโอ๊ต มีคุณค่าและราคาค่อนข้างสูง ประกอบด้วยวิตามินอี Phospholipids และ Phytosterol ที่ให้ผลเป็น Antioxidant และ ตัวลดการอักเสบที่ดี และยังมีองค์ประกอบของ Linoleic acid อยู่สูงถึง 30 – 47% (ข้อมูลจาก The Herbarie) ให้ผลในแง่ของการเสริมสร้าง Barrier ผิว

 

โดยรวมจึงเห็นได้ว่า Oil ตัวนี้ไม่ได้เหมือน Oil จากพืชทั่วๆไป เพียงแต่เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เสริมสร้างความแข็งแรงของผิว ที่มาในเบสที่เป็น Oil ก็ถือว่าเป็นนวัตกรรมที่เราไม่ค่อยได้เห็นกันเท่าไหร่

 

ทางแบรนด์ Claim ว่าไม่ใส่ส่วนผสมที่ไม่เป็นมิตรดังต่อไปนี้ค่ะ

claim

ในแง่ของส่วนผสม Ethylhexyl palmitate ที่เป็น Fatty ester ที่ให้สัมผัสบางเบานั้น ทาง Acne.org ได้จัดความเสี่ยงในการอุดตันรูขุมขนไว้ที่ 4 คะแนน แต่ถ้าเราดูจากส่วนผสมแล้ว จะมาในลำดับกลางๆ โดยการอุดตันนั้นขึ้นกับความเข้มข้นที่ใช้ด้วย และขึ้นกับการตอบสนองแต่ละคนด้วยค่ะ ส่วนตัวมี่ใช้แล้วไม่ได้มีปัญหาอะไรนะคะ

 

ให้คะแนนดีกว่าค่ะ เนื่องจากวันนี้ส่วนผสมไม่เยอะมากมี่เลยขอแบ่งเกณฑ์เป็น 2 ข้อนะคะ

  1. ส่วนผสม: ด้านส่วนผสมเราจะเห็นว่าค่อนข้างเน้นไปที่ Soothing effect ลดการระคายเคือง และเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวผ่านกลไกในการช่วยให้ผิวสร้าง NMF ออกมามากขึ้น ส่วนผสมที่ใช้มี Ethylhexyl palmitate ที่อาจจะอุดตันรูขุมขนได้ แต่มีอยู่ในลำดับกลางๆ และส่วนตัวมี่ไม่ได้เกิดปัญหาอุดตันอะไรจากเซรัมตัวนี้นะคะ จุดนี้ขอให้ไป 4 ฟลาสก์
  2. การใช้งาน: อย่างที่บอกไปว่าเซรัมตัวนี้ค่อนข้างบางเบามาก อาจจะเรียกได้ว่าเป็นออยล์ที่บางเบาสุดตั้งแต่มี่เคยสัมผัสกับออยล์มาเลยก็ว่าได้ค่ะ ในด้านความชุ่มชื้น สำหรับมี่ที่เป็นคนผิวผสมค่อนข้างแห้ง ตัวนี้ถ้าลงทับ Skincare ตามปกติ ที่บริเวณแก้ม จะรู้สึกว่าผิวนุ่ม และไม่แห้ง ไม่หยาบกร้านค่ะ ที่สำคัญคือกลิ่นจางมาก ไม่ได้รบกวนอะไรกับชีวิตเลย โดยรวมถือว่าค่อนข้างชอบ ให้ไป 5 ฟลาสก์

 

%e0%b8%84%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%99

 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Frei öl ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามมาจนจบ

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์ Frei öl เลยนะคะ

เฟสบุ๊ค Frei Thailand

http://www.facebook.com/Frei-Thailand-468875596641463/

 

Disclaimer: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Frei öl การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม เซรัมบำรุงใต้ตาเพื่อความกระจ่างใส Graccy grace Grace aura synchronized eye gel

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม เซรัมบำรุงใต้ตาเพื่อความกระจ่างใส Graccy grace Grace aura synchronized eye gel

สวัสดีค่ะ ยังอยู่กับผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ Graccy grace นะคะ

 

วันนี้เป็น Eye gel ที่มีชื่อว่า Grace aura synchronized eye gel ค่ะ

 

ดูหน้าตากันก่อนเลยนะคะ

 

eye 1.JPG

ข้างในเป็นขวดปั๊มทำจากแก้วนะคะ

 

eye-2

ตัวเนื้อเป็นเซรัมกึ่งเจลกึ่งครีม สีเนื้อ ไม่มีกลิ่น เพราะไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมค่ะ

eye-3

 

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ให้ความรู้สึกชุ่มชื้นดี

 

eye-4

 

ถ้าทิ้งไว้ซักพักจะแห้งไว ซึมไว ไม่เหนอะหนะ และไม่ทิ้งคราบใดๆไว้เลยค่ะ

วัดค่า pH ซักหน่อยนะคะ

 

eye-5

ค่า pH อยู่ที่ราวๆ 5-6 ซึ่งใกล้เคียงกับผิวดีค่ะ

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

 

%e0%b8%aa%e0%b8%9c%e0%b8%aa-eye

จากส่วนผสม ในส่วนสีม่วงคือสารบำรุงนะคะ มาดูกันเลยดีกว่าค่ะ

  • Aloe barbadensis leaf powder เป็นผงที่ได้จากการกระบวนการแปรรูปสารสกัดว่านหางจรเข้ มีผลเรื่องชุ่มชื้น และลดการระคายเคืองผิว
  • Hydrolyzed collagen และ Hydrolyzed lupine protein เป็นโปรตีนที่ผ่านกรรมวิธีการย่อยเพื่อให้มีขนาดเล็กลง ทำให้ดูดซึมผ่านผิวได้ดีขึ้น ให้ผลในแง่ชุ่มชื้น ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบ Hydrolyzed lupine protein กล่าวว่า สารนี้ประกอบด้วยกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน ให้ผลด้านการชะลอวัย
  • Alpha-arbutin ช่วยเรื่องความขาว
  • Hydrolyzed corn starch มีบทบาทด้านการปรับสัมผัสของเนื้อครีมให้บางเบา และช่วยเรื่องชุ่มชื้น
  • สารสกัดจากยีสต์ Saccharomyces มีรายงานการวิจัยกล่าวว่า อาสาสมัครใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดจากยีสต์นี้ ทำให้การระเหยของน้ำออกจากผิวลดลง ความชุ่มชื้นในผิวหนังเพิ่มขึ้น และมีริ้วรอยลดลง (Food ChemToxicol. 2008; 46(11):3493-3500.)
  • Medicago sativa extract ให้คุณสมบัติเป็น Antioxidant
  • สารสกัดจากสาหร่ายน้ำจืดสีแดง Haematococcus ผู้ผลิตวัตถุดิบเคลมว่าอุดมด้วยสารสีแดง Astaxanthin ที่เป็นกลุ่มแคโรทีนอยด์ ให้ฤทธิ์เด่นในเรื่องการต้านอนุมูลอิสระ ให้ผลด้านการชะลอวัย

 

สำหรับส่วนผสมอื่นๆ ก็ไม่ได้มีตัวไหนไม่เป็นมิตรกับผิวเลยค่ะ

 

ให้คะแนนกันดีกว่านะคะ

  1. ส่วนผสม มีสารบำรุงผิวอยู่หลายชนิด ให้ผลในแง่ Antioxidant ช่วยชะลอวัย เพิ่มความชุ่มชื้น มีส่วนช่วยด้าน Whitening สำหรับส่วนผสมอื่นๆไม่ได้มีตัวไหนไม่เป็นมิตรกับผิว จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์เนื่องจากสารบำรุงยังน้อยไปนิด จะเหมาะกับคนที่มีร่องรอยอารยธรรมยังไม่มากค่ะ
  2. การใช้งาน ตัวอายเจลค่อนข้างบางเบา เกลี่ยง่าย ลื่น ช่วยอำพรางริ้วรอยเล็กๆได้ทันที ใช้ได้ทั้งกลางวันกลางคืน ทำให้เราเกลี่ยคอนซิลเลอร์ใต้ตาง่ายขึ้นไม่ตกร่องค่ะ ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบอายเจลตัวนี้นะคะ ขอให้ไป 5 ฟลาส์กค่ะ

 

%e0%b8%84%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%99-eye

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้าไปดูได้ที่เพจ Graccy grace นะคะ

https://www.facebook.com/graccygracebygraccy/

 

Discliamer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับเป็นของขวัญจากเพื่อน การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

 

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมอโลเจล จาก Graccy grace Grace soothing aloe vera moisture gel

สวัสดีค่ะ

 

ยังคงอยู่กับผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ Graccy grace นะคะ

 

วันนี้เป็น Aloe gel ของแบรนด์ค่ะ ตัวมี่เป็นคนหนึ่งที่ชอบใช้ Aloe gel ซึ่งที่บ้านก็มี Aloe gel อยู่หลายยี่ห้อเหมือนกันค่ะ

 

ดูหน้าตา Aloe gel ของแบรนด์ก่อนดีกว่าค่ะ

 

Aloe gel.JPG

 

นางมาในหลอดบีบ ใช้ง่าย ใช้สะดวก ไม่เลอะเทอะ

 

 

 

เนื้อเจลเป็นเจลใส ไม่มีกลิ่นค่ะ

aloe-1

 

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ให้ความชุ่มชื้นและสบายผิว

 

aloe-2

 

วัด pH กันซักหน่อยนะคะ

 

aloe-3

 

ค่า pH อยู่ที่ราวๆ 5 – 6 ค่ะ ซึ่งก็ถือว่าใกล้เคียงกับผิวดี

 

 

สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

%e0%b8%aa%e0%b8%9c%e0%b8%aa-aloe-gel

 

ในส่วนของ Aloe gel นั้น นอกจากว่านหางจระเข้ที่โด่งดังด้านความชุ่มชื้น Soothing effect (ให้ความรู้สึกสบายผิว) ลดการอักเสบ แล้วก็ยังอุดมด้วยสารกลุ่ม Moisturizer ที่ให้ผลดูดน้ำให้แก่ผิวหลายตัวเลยค่ะ

 

  • Sodium PCA เป็นสารที่จัดเป็น Natural moisturizing factor (NMF) ซึ่งมีอยู่แล้วในผิวเรา ช่วยให้ผิวจับน้ำไว้ได้ดี
  • Urea เพิ่มความชุ่มชื้น ช่วยผลัดผิวแบบอ่อนๆ
  • Trehalose เป็นน้ำตาลชนิดพิเศษ มีคุณสมบัติดูดน้ำให้ผิว และช่วยปกป้องผิวจากอากาศแห้งได้อย่างยาวนาน
  • Polyquaternium-51 เป็นสารโพลิเมอร์สังเคราะห์จาก MPC ซึ่งมีโครงสร้างคล้ายกับ Phospholipids บนผิวเรา ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่า สารนี้สามารถดูดน้ำและช่วยให้ผิวจับน้ำได้ดีกว่า hyaluron
  • Sodium hyaluronate ที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นเช่นกัน

 

เนื่องจากส่วนผสมไม่เยอะมาก วันนี้ขอให้คะแนนใน 2 หัวข้อนะคะ

  1. ส่วนผสม: ในส่วนของส่วนผสมตัวเจลนั้นค่อนข้างทำมาได้ดีเลยทีเดียว ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม แอลกอฮอล์ น้ำมัน และซิลิโคน นอกจากว่านหางจระเข้แล้วก็ยังมีส่วนผสมของสารที่ช่วยดูดน้ำและจับน้ำให้ผิวอยู่หลายชนิด และไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. การใช้งาน: เป็นเจลว่านหางจระเข้ที่บางเบา ดูดซึมไว ให้ความชุ่มชื้นได้ดี ตัวนี้จริงๆถึงจะบอกว่าสำหรับผิวกาย แต่มี่ก็เอามาใช้ชุบสำลีพอกหน้าด้วยค่ะ ไม่ได้มีปัญหาอะไรค่ะ ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบ เลยขอให้ไป 5 ฟลาสก์

 

%e0%b8%84%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%99-aloe

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้าไปดูได้ที่เฟสบุคของแบรนด์เลยนะคะ

http://www.facebook.com/graccygracebygraccy/

 

Discliamer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับเป็นของขวัญจากเพื่อน การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมโทนเนอร์และสลีปปิ้งมาสค์สำหรับผิวกายเพื่อความกระจ่างใสแบบมีออร่ Graccy grace aura white Body mask และ Body skin detox า

สวัสดีค่ะ

หลังจากที่มี่ได้ใช้สบู่ Graccy grace ที่เพื่อนให้มาได้ซักพัก ก็เลยติดใจ เลยลองหาผลิตภัณฑ์ของเขามาลองเล่นต่ออีก

ตัวที่มี่จัดมาลองเป็น Body mask และ Body skin detox ค่ะ

 

body-1

 

เรามาเริ่มกันที่ตัวมาสค์เลยนะคะ

นางมาในกระปุกพลาสติกสีชมพูค่ะ

 

body-4

 

มาสค์เป็นเนื้อครีมแบบพุดดิ้ง คืนรูปได้ ดูตื่นตาตื่นใจดีค่ะ

 

This slideshow requires JavaScript.

ตัวมาสค์มีกลิ่นหอมละมุน เนื้อบางเบา ตอนตักออกมาถ้าใช้ช้อนตักจะตักง่ายกว่าค่ะ

 

mask tx.jpg

 

เกลี่ยได้ง่าย ให้ความชุ่มชื้นดี ไม่เหนอะหนะค่ะ

 

mask-tx-2

 

วัดค่า pH ซักหน่อยนะคะ

body-10

 

pH อยู่ที่ประมาณ 4 ซึ่งเป็นค่า pH ที่เหมาะสมในการออกฤทธิ์ของ AHA ค่ะ

 

มาดูส่วนผสมบ้างนะคะ

 

%e0%b8%aa%e0%b8%9c%e0%b8%aa-body-mask

 

จากส่วนผสมจะเห็นว่าในเบสหลักจะเป็นเบสชนิดน้ำ (Water-based) จึงให้สัมผัสที่บางเบา ไม่เหนอะหนะ เหมาะกับทุกสภาพผิวกาย

ในส่วนของสารบำรุง ตัวที่เด่นมากเลยน่าจะเป็น Potassium azeloyl diglycinate ซึ่งเป็นสิทธิบัตรของบริษัท Sinerga ประเทศอิตาลี่ สารนี้เป็นนวัตกรรมลูกผสมของ Azelaic acid กับ กรดอะมิโน Glycine ทำให้ความระคายเคืองลดลง ละลายน้ำได้ดีขึ้น มีคุณสมบัติเป็น Multi-functional ingredients ให้ผลได้หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น Whitening ควบคุมความมัน เพิ่มความชุ่มชื้น เพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผิว (J Appl Cosmetol. 2003;21:177-188)

สารบำรุงตัวอื่นๆที่น่าสนใจได้แก่

  • Saccharide isomerate ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่า สารนี้ไปจับกับโปรตีนบนผิวทำให้มีฤทธิ์ชุ่มชื้นได้ยาวนาน
  • Ethylascorbic acid กับ Tocopheryl acetate คือ รูปแบบหนึ่งของวิตามินซีและอี ให้ผลเป็น Antioxidant ตัววิตซียังช่วยเรื่องการเป็น Whitening ได้ด้วย
  • Alpha-arbutin ให้ผลเป็น Whitening โดยการลดการสร้างเม็ดสีผิว
  • Punica granatum extract สารสกัดจากทับทิมก็เป็น Antioxidant เช่นเดียวกัน

 

อีกตัวเป็นตัวโทนเนอร์สำหรับร่างกายค่ะ

มีชื่อว่า Graccy grace aura white skin detox

 

body-3

 

ตัวนี้อารมณ์จะเป็นโทนเนอร์เช็ดทำความสะอาดปรับสภาพผิวก่อนมาสค์นะคะ

ตัวโทนเนอร์เป็นเบสน้ำค่ะ

 

body-11

 

เช็ดแล้วก็จะสามารถทำความสะอาดผิวได้ส่วนหนึ่งด้วยค่ะ

 

detox-tx

 

ในส่วนของค่า pH นั้น

 

body-13

อยู่ที่ประมาณ 4 เช่นกันค่ะ ซึ่งเป็น pH ที่ AHA ออกฤทธิ์ในการผลัดผิวได้ดีค่ะ

 

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

 

%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%aa%e0%b8%a1-body-detox

ส่วนผสมของตัว Body detox นั้นค่อนข้างแน่นนะคะ

ตัวที่เด่นมากของ Body detox ก็คือ Hexanoyl dipeptide-3 norleucine acetate สารตัวนี้เป็นเปปไทด์ที่เกิดจากกรดอะมิโน 2 ตัว มีชื่อทางการค้าว่า PerfectionPeptide P3 ผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่าสารนี้มีคุณสมบัติช่วยส่งเสริมการผลัดเซลล์ผิวอย่างเป็นธรรมชาติ ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวและลดเลือนริ้วรอย (PerfectionPeptide P3, Mibelle biochemistry)

มีเอนไซม์ Papain จากมะละกอ ให้ผลผลัดเซลล์ผิว ทำงานร่วมกับ Lactic acid ที่เป็น AHA ให้ผลผลัดเซลล์ผิว และเติมน้ำให้ผิว และ Bacillus ferment ซึ่งให้ผลการผลัดเซลล์ผิวเช่นกัน

 

เสริมมาด้วยสารที่ได้จากการหมักเปลือกมะนาว (Lactobacillus/lemon peel ferment) ซึ่งอุดมด้วยสารในกลุ่ม Bioflavonoids ที่เป็น Antioxidant ที่ดี สารสกัดจากกะหล่ำดอก (Brassica oleracea botrytis extract) ที่อุดมด้วย Antioxidant เช่นกัน

 

มีสารเติมน้ำให้ผิวหลายตัว อย่าง Trehalose, Sodium hyaluronate, urea, serine

โดยรวมจึงถือว่าทำมาได้ค่อนข้างดี เพียงแต่มีส่วนผสมของสารกันเสียในกลุ่ม parabens อยู่หลายชนิด

การมีอยู่ของ Hydrogen peroxide ถึงแม้จะให้ผลดีในด้านการระงับเชื้อจุลินทรีย์บนผิว แต่ด้วยความที่ว่าสารนี้สลายตัวปลอดปล่อย Oxygen ออกมา อาจจะไป Oxidize สารดีๆในผลิตภัณฑ์ให้เสื่อมสภาพไปได้

 

มาให้คะแนนกันดีกว่า

  1. Actives: ส่วนของสารบำรุงผิวทั้ง 2 ชิ้น เรียกได้ว่าค่อนข้างเน้นไปที่ด้าน Whitening มีการใช้สารที่เป็นนวัตกรรม ในตัว Body detox นั้นจะเน้นไปที่การผลัดผิวให้ผิวดูเรียบเนียน และมีสารในกลุ่ม Moisturizer อยู่หลายตัว ในส่วนนี้เลยขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. Base: เนื้อหลักของทั้งสองชิ้นมาในรูปแบบน้ำ (Water-based) ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน ซิลิโคน และแอลกอฮอล์ จึงเหมาะกับทุกสภาพผิว ไม่มีอะไรให้หักคะแนน เลยขอให้ 5 ฟลาสก์
  3. Additives: กลุ่มสารปรุงแต่งของทั้งสองตัวมีส่วนผสมของ Hydrogen peroxide ซึ่งอาจจะไม่ค่อยเป็นมิตรกับผิวเท่าไหร่ และในตัว Skin detox ก็มีส่วนผสมของ Parabens อยู่หลายชนิด จุดนี้ขอให้ 3 ฟลาสก์
  4. การใช้งาน: ส่วนตัวมี่ใช้โทนเนอร์ Skin detox เช็ดผิวก่อนลงมาสค์ ก็จะแอบเปลืองสำลีอยู่นิดหน่อย แต่จะให้เทใส่ผ้าขนหนูก็จะเปลืองโทนเนอร์ ซึ่งมี่จะใช้อาทิตย์ละ 2 ครั้ง (จริงๆก็ใช้ทุกวันได้ค่ะ) ตามด้วยพอกมาสค์ต่อ ถือว่าค่อนข้างดีเลยค่ะ เป็นการปรนนิบัติผิวตัวเองเพื่อความงาม ซึ่งผลที่ได้เมื่อใช้มา 2 อาทิตย์คือ ผิวจะนุ่มเนียน น่าสัมผัส พวกรอยด่างดำก็ดูจางลง รอยแดงก็ลดลง โดยรวมถือว่าค่อนข้างชอบค่ะ ให้ไป 5 ฟลาสก์

 

%e0%b8%84%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%99-body

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้าไปดูได้ที่เพจ Graccy grace นะคะ

https://www.facebook.com/graccygracebygraccy/

 

Discliamer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับเป็นของขวัญจากเพื่อน การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรัมเพื่อความกระจ่างใส Blanginiv Le Sérum Multi-action brightening serum จากแบรนด์ Giniv

สวัสดีค่ะ

 

วันนี้มาต่อกันกับผลิตภัณฑ์ดีๆจากแบรนด์ Giniv ค่ะ

 

วันก่อนมี่ได้รีวิวตัวมาสค์ไปเรียบร้อยแล้วนะคะ

ลิงค์ค่ะ: https://cosmeknowledge.wordpress.com/2016/09/24/ginivmasque/

 

แบรนด์คอนเซปท์เป็นดังนี้ค่ะ

“แบรนด์ Giniv เป็นบรนด์ที่มีคอนเซ็ปต์เกี่ยวกับการผนวกพลังแห่งพฤกษาสกัดธรรมชาติผสานเข้ากับเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่สอดประสานกันอย่างลงตัว และด้วยความเชื่อในศิลปะแห่งการบำบัดจึงรังสรรค์เนื้อผลิตภัณฑ์และกลิ่นบำบัดอย่างประณีต เพื่อมอบประสบการณ์แห่งการปรนนิบัติผิวอย่างล้ำลึกและเห็นผล”

 

วันนี้มาดูตัวเซรัมกันบ้างค่ะ

 

เซรัมตัวนี้มีชื่อเต็มๆว่า Blanginiv Le Sérum Multi-action brightening serum นั่นเองค่ะ

 

นางมาในกล่องสีขาวขาดแดงดูหรูหราเช่นเดียวกับตัวมาสค์ค่ะ

 

giniv-1

ด้านในเป็นภาชนะแบบ airless ที่ทางแบรนด์เรียกว่า Zero-air lock ค่ะ

giniv-2

เนื้อสัมผัสของเซรัมค่อนข้างบางเบา มีกลิ่นหอมละมุน  เกลี่ยง่าย ดูดซึมได้ไว ไม่ทิ้งคราบเหนอะหนะไว้เลยค่ะ

 

 

สำหรับเซรัมตัวนี้มีค่า pH อยู่ที่ราวๆ 5 – 6 นะคะ

ph-serum

 

ถือว่าใกล้เคียงกับผิวดีค่ะ

 

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

 

%e0%b8%aa%e0%b8%9c%e0%b8%aa-serum

 

จากส่วนผสมจะค่อนข้างจัดมาเต็มเช่นกันค่ะ อัดแน่นไปด้วยส่วนผสมที่ให้ผลด้าน Whitening, moisturizing และ anti-aging แบบ 3 in 1 เลยทีเดียวค่ะ

 

โดยทางแบรนด์เน้น Claim ที่ 3 ส่วนผสมหลักค่ะ คือ สารสกัดจากยอดอ่อน Swiss garden cress (Lepidum sativum sprout extract) ตัว Beta-white และ Wild thymes ค่ะ

 

ซึ่งถ้านอกเหนือจาก 3 ตัวนี้แล้ว ส่วนผสมอื่นๆก็ดูหรูหราไม่แพ้กันเลยค่ะ ลองมาดูกันดีกว่า

 

ในด้าน Whitening นั้น มี่แทนด้วยสีฟ้านะคะ

จะเห็นว่ามี Whitening หลายตัวเลย และให้ผลครอบคลุมทุกขั้นตอนในการสร้างและส่งผ่านเม็ดสี Melanin จึงให้ผลเสริมกันในการเป็น whitening ที่ดี

ตัวที่น่าสนใจเช่น

  • สารสกัดจากชะเอม, Dipotassium glycyrrhizate, arbutin, kojic dipalmitate, hexyl resorcinol และ vitamin C ให้ผลลดการสร้างเม็ดสีผิว โดยไปยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase
  • Acetyl glucosamine กับ Niacinamide ให้ผลเสริมฤทธิ์กันในด้าน Whitening และ Anti-aging โดย Acetyl glucosamine ให้ผลยับยั้งการเปลี่ยน pro-tyrosinase ไม่ให้เป็น tyrosinase จึงไม่มีฤทธิ์สร้างเม็ดสี และเป็นหน่วยย่อยของ hyaluron ในผิวให้ผลเรื่องการเติมน้ำ ส่วน Niacinamide ให้ผลยับยั้งการส่งผ่านเม็ดสีที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ออกไปด้านนอก การเสริมฤทธิ์ของสารทั้งสองจะช่วยให้ skin tone สม่ำเสมอและกระจ่างใสขึ้น (Br J Dermatol. 2010;162(2):435-41.)
  • Oligopepetide-68 มีชื่อทางการค้าว่า Beta-white มีผลด้าน Whitening ตั้งแต่ระดับก่อนการสร้างเอนไซม์ Tyrosinase ออกมาเลยทีเดียว (ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบ)
  • Thymus serpillum extract สารสกัดจาก Thyme ข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่าสารสกัดนี้มีฤทธิ์เป็น Whitening โดยไปยับยั้งโปรตีน Kinesin ที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนการส่งผ่าน Melanosome ที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ออกมายังผิวชั้นนอก
  • Lepidum sativum sprout extract สารสกัดจาก Swiss garden cress ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบบอกว่า มีประโยชน์ในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ต่อต้านอนุมูลอิสระ และลดเลือนริ้วรอยได้ สามารถยับยั้งการทำงานของฮอร์โมน Melanocyte stimulating hormone (MSH) ที่ทำหน้าที่กระตุ้นให้เซลล์เมลาโนไซต์ที่มีหน้าที่สร้างเมลานินทำงานได้ดีขึ้น เมื่อไปยับยั้ง MSH ก็จะทำให้เซลล์เมลาโนไซต์ทำงานได้ลดลง ผิวจึงขาวขึ้น

 

โดยรวมคือ สารในกลุ่ม Whitening ที่ใส่มาคือขัดขวางการสร้างเม็ดสีผิวแทบจะทุก Step เลยทีเดียวค่ะ

 

ต่อมา คือ สารกลุ่มสีน้ำตาล เป็นสารบำรุงอื่นๆ มีทั้งตัวที่มีส่วนช่วย ให้ความรู้สึกสบายผิว ลดการระคายเคือง เพิ่มความชุ่มชื้น Antioxidant และลดริ้วรอย

 

อีกจุดที่น่าสนใจคือ การใช้ Ethoxydiglycol เป็นสารที่ช่วยเพิ่มการดูดซึมสารอื่นเข้าสู่ผิวได้ดีขึ้นด้วยค่ะ

 

สารอื่นๆก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร แต่มีส่วนของ Alcohol ติดมา ซึ่งก็ไม่ได้อยู่ลำดับต้นๆ อาจจะติดมากับพวกวัตถุดิบสารสกัดก็ได้ค่ะ ส่วนตัวมี่ใช้แล้วก็ไม่ได้รู้สึกระคายเคืองหรืออะไรนะคะ

 

มาให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ

  1. กลุ่มสารบำรุง หรือ Actives จากที่ได้เล่าให้ฟังในด้านบน เรียกได้ว่าจัดเต็มและแน่นมาก คงไม่มีอะไรให้หักคะแนนค่ะ รับไป 5 ฟลาสก์เน้นๆ
  2. กลุ่มเนื้อหลัก หรือ Base เป็นสารในรูปแบบครีม ประกอบด้วยน้ำ น้ำมัน และซิลิโคน มีทั้งสารดูดน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว สารกลุ่มไขมันทดแทนผิว และสารเคลือบผิวรักษาความชุ่มชื้น แต่ติดตรงที่มี Alcohol ปนมา แม้จะไม่อยู่ในลำดับต้นๆ แต่เพื่อความแฟร์ในการรีวิวก็ต้องหักคะแนนไป เหลือ 4 ฟลาสก์
  3. กลุ่มสารปรุงแต่ง หรือ Additives ไม่ได้มีสารตัวไหนที่ไม่เป็นมิตรกับผิว แถมยังมีจุดเด่นเรื่องระบบนำส่ง จึงขอให้ไป 5 ฟลาสก์
  4. คะแนนการใช้งาน ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบกลิ่นของตัวเซรัม นางจะมีกลิ่นเบาๆ ดูหรูหราและดูแผง มีสัมผัสที่ค่อนข้างเบา ไม่เหนอะหนะค่ะ เซรัมตัวนี้มี่ใช้เช้าเย็นได้มาเกือบ 2 สัปดาห์ มีคนทักนะคะว่าดูผิวขาวขึ้น ตอนลงเซรัมเสร็จแล้วลงกันแดดทับ มี่รู้สึกว่าลงรองพื้นได้ง่ายขึ้นด้วยค่ะ จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์ค่ะ

 

%e0%b8%84%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%99-serum

 

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ Giniv ด้วยค่ะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

http://giniv.com/

FB : @ginivofficial

IG : ginivofficial

 

Discliamer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Giniv การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผผู้เขียนไม่ได้รับค่าตอบแทนใดๆในการเขียนรีวิว และไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

 

 

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม สบู่ใยบวบสครับผิวเพื่อความกระจ่างใส Graccy Grace Aura White Astaxanthin scrub

สวัสดีค่ะ วันนี้มี่มีรีวิวสบู่เก๋ๆมาฝากกันค่ะ

 

กับผลิตภัณฑ์ล้างและสครับผิวกายเพื่อความกระจ่างใส Graccy Grace Aura White Astaxanthin scrub

 

หน้าตาเป็นแบบนี้ค่า

soap 1.JPG

 

กล่องเป็นทรงลิ้นชัก สไลด์เปิดออกมาก็จะพบกับตัวสบู่ข้างในค่ะ

 

soap 2.JPG

 

สบู่เป็นสบู่ก้อนแบบใส มีใยบวบไว้ขัดตัวด้วยค่ะ

 

ขนาดกระชับพอดีมือ

 

soap 3.JPG

 

ตรงฝั่งด้านหลังจะมีใยบวบให้เราไว้ขัดตัวได้

 

soap 4.JPG

 

ตัวสบู่ให้ฟองที่ค่อนข้างละเอียดค่ะ

 

soap 5.jpg

 

ในด้านส่วนผสม เป็นแบบนี้นะคะ

 

สผส สบู่.jpg

 

จากส่วนผสมตัวนี้จะเป็นสบู่ใสแบบธรรมชาติ (Saponification soap) ไม่ใช่สบู่ใสกลีเซอรีนทั่วไป ซึ่งสบู่แบบนี้ก็จะมีความชุ่มชื้นและนุ่มนวล ในด้านฟองและปริมาณฟองก็จะดีกว่าสบู่ใสแบบกลีเซอรีนทั่วไปค่ะ

 

ในส่วนของสารบำรุงก็มีอยู่ด้วยกันหลายตัวเลย ไม่ว่าจะเป็น

  • Ascorbic acid หรือ วิตามินซี ซึ่งให้ผลเป็น Antioxidant และมีส่วนช่วยเรื่อง Whitening และ เป็นส่วนประกอบหนึ่งในการสังเคราะห์คอลลาเจนของผิว
  • Alpha-arbutin ช่วยยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ที่ใช้สร้างเม็ดสีผิว
  • Collagen ช่วยเรื่องชุ่มชื้น
  • Licorice extract สารสกัดจากชะเอม ให้ผลดีในแง่การลดระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายผิวและเป็น Whitening
  • Tamarind extract สารสกัดจากมะขาม มี AHA จากธรรมชาติช่วยในการผลัดผิว
  • Grape seed extract หรือ สารสกัดเมล็ดองุ่น เป็น Antioxidant ที่ดี
  • Astaxanthin เป็นสารที่มีคุณค่า มีราคาสูง ให้ผลเป็น Antioxidant ที่ดีเช่นกัน

 

โดยรวมเราจะเห็นว่ามีส่วนผสมของพวก Antioxidant และ Whitening อยู่หลายตัวเลยค่ะ และก็มีส่วนช่วยเรื่องความชุ่มชื้นด้วย

 

ถึงแม้สบู่จะสัมผัสผิวเราไม่นาน แต่การมีสารบำรุงอยู่ ก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลยเนอะ

 

ให้คะแนนกันค่ะ

  1. ส่วนผสม เป็นสบู่ใสที่ได้จากการ Saponification แบบธรรมชาติ เสริมมาด้วยสารบำรุงที่เป็น Antioxidant และ Whitening ไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว Alcohol ที่มีอยู่จะถูกใช้ไปเพื่อละลายผลึกของสบู่ทำให้ได้สบู่ใส จึงไม่น่าจะระคายเคืองผิว จุดนี้ขอให้ไป 4 ฟลาสก์
  2. การใช้งาน สบู่ตัวนี้จับถนัดมือมากค่ะ มีฟองที่ค่อนข้างละเอียด มีกลิ่นหอมละมุน อาบแล้วมีใยบวบช่วยขัดผิวด้วย ผิวหลังล้างออกไม่แห้งตึง และก็ไม่ได้มีเมือกหรืออะไรลื่นๆมาเคลือบผิว ส่วนตัวมี่เป็นคนบ้าฟอง ซึ่งฟองยังไม่ได้เยอะมากเลยขอให้ 4 ฟลาสก์ค่ะ

 

%e0%b8%84%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%b9%e0%b9%88

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้าไปดูได้ที่เฟสบุคของแบรนด์เลยนะคะ

https://www.facebook.com/graccygracebygraccy/

 

Discliamer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับเป็นของขวัญจากเพื่อน การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว ผลิตภัณฑ์สปาบำรุงผิว eavam Skincare ลูกครึ่งไทย/ญี่ปุ่นสุดเก๋ไก๋ ภาค 2

สวัสดีค่ะ

 

เมื่อวันก่อนมี่ได้อัพรีวิวเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ Argan balm เก๋ๆจากแบรนด์ eavam ไว้ วันนี้มี่มาอัพรีวิวผลิตภัณฑ์ที่เหลือต่อนะคะ

 

ขอกล่าวถึงแบรนด์ eavam (อีวาม) อีกรอบค่ะ แบรนด์นี้เป็นแบรนด์ที่น่าสนใจแบรนด์หนึ่งค่ะ มีความ Original มี Signature ที่เป็นเอกลักษณ์ และที่สำคัญคือ สินค้าจะผลิต Handmade แบบพิถีพิถันด้วยความประณีตทุกชิ้นค่ะ

 

ทางแบรนด์ eavam มีเจ้าของเป็นคนญี่ปุ่น ซึ่งขึ้นชื่อว่าคนญี่ปุ่นก็จะมีความพิถีพิถันเป็นของคู่กันอยู่แล้วค่ะ ว่ากันว่าเจ้าของแบรนด์ ได้เดินทางหาวัตถุดิบต่างๆจากนานาประเทศด้วยตัวเองเพื่อนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ และนำเอาวัฒนธรรมไทยเข้ามาผสมผสานไว้ได้อย่างลงตัว

 

วันนี้มาดูรีวิวผลิตภัณฑ์ที่เหลืออยู่อีก 3 ชิ้น ค่ะ

  1. กัสโซล midelt 102
  2. สบู่อาร์แกน sumimou 102
  3. kamakura set B

 

 

 

เริ่มที่กัสโซล Midelt 102 เลยค่ะ

 

กัสโซล Midelt 102 เป็นโคลนกัสโซลแบบบริสุทธิ์ ที่ทำให้อยู่ในรูปแบบแห้ง ทางแบรนด์จะแพคในถุงพลาสติกอย่างดี และห่อในกระดาษสาค่ะ

 

 

e-1

 

e-2

 

 

วิธีการใช้งานนั้นก็ง่ายแสนง่าย แค่เติมน้ำสะอาดลงไปในอัตราส่วน 1.5 เท่า

 

e-3

 

e-4

 

 

ตั้งทิ้งไว้ประมาณ 3 นาที ก็จะได้เนื้อโคลนที่นุ่มกำลังดี

 

e-6

 

 

กัสโซลของแบรนด์ สามารถใช้ได้หลายแบบค่ะ

  1. เอามาล้างหน้า โดยเอาโคลนที่ละลายแล้วมาขัดเบาๆ อารมณ์คล้ายๆสครับ
  2. พอกหน้า ทาโคลนที่ละลายแล้วลงบนใบหน้า พอกไว้ประมาณ 3 – 5 นาที แล้วไปล้างออก จะให้ผลในการดูดซับน้ำมันและสิ่งสกปรกบนผิวได้ดี
  3. ทำความสะอาดร่างกาย เอามาขัดตัวแทน Body scrub ก็ได้ค่ะ

 

ความหนืดนั้น ขึ้นกับความชอบของแต่ละคนเลยค่ะ ถ้าชอบหนืดๆมากๆก็ใส่น้ำผสมน้อยหน่อย ชอบแบบเหลวๆ เกลี่ยง่ายๆ ก็ใส่น้ำผสมเยอะหน่อย

 

clay-1

 

หลังจากล้างออกค่ะ

 

clay-2

 

สำหรับส่วนผสมของตัวโคลน Midelt 102 นี้เป็นโคลน Moroccan Lava clay (Ghassoul) บริสุทธิ์เลยค่ะ

ว่ากันว่า ทางแบรนด์ ไปสรรหาโคลนถึงที่เมือง midelt (มิเดลท์) ประเทศโมรอคโค กันเลยทีเดียวค่ะ

%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%99

 

โคลนกัสโซลที่ทางแบรนด์ได้มาเป็นโคลนที่มีกรรมวิธีการผลิตด้วยมือ และตากแห้งจนเกิดเป็นแผ่นแบบที่เห็นค่ะ

 

clay

 

ทางแบรนด์กล่าวว่าโคลนที่ผสมน้ำแล้ว จะเกิดการแตกตัวของอนุภาคเล็กๆที่เป็นไอออนจะช่วยดูดซับความมันและสิ่งสกปรกช่วยขจัดเซลล์ผิวหมองคล้ำให้หลุดออกไป กัสโซลอุดมไปด้วยแร่ธาตุมากมาย เช่น ธาตุเหล็กและซิลิกาที่มีอยู่นั้น จะทำให้ผิวแข็งแรงสุขภาพดีชุ่มชื้นและเรียบเนียน จะช่วยให้ผลัดเซลล์ผิวเก่าและกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ปรับสภาพผิวให้สมดุล ได้เป็นอย่างดี มีความชุ่มชื้น โดยเฉพาะการทำงานของแมกนีเซียมและแคลเซียม คือสิ่งจำเป็นที่จะช่วยดูแลให้ผิวดูมีสุขภาพดี  เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยทำให้ชั้นหนังกำพร้าแข็งแรงและช่วยปรับสภาพเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพให้ดีและเรียบเนียนขึ้นการทำงานของส่วนผสมจากแร่ธาตุต่างๆที่มีในกัสโซลนี้ทำให้ผิวมีความชุ่มชื้นดูกระจ่างใสบำรุงผิวที่อ่อนแอให้แข็งแรงผิวสัมผัสเนียนกระชับขึ้นเหมาะสำหรับบำรุงผิว แห้ง

ผิวบอบบางหรือผิวคล้ำเสียจากการออกแดด

 

 

 

ตัวต่อมาเป็นสบู่อาร์แกน ค่ะ

 

ซึ่งมาในห่อกระดาษสาเช่นกัน

 

e-9

 

 

ซึ่งภายในเป็นตัวสบู่สีขาวสวย ที่ห่อหุ้มด้วยพลาสติกสุญญากาศค่ะ

 

e-10

 

ทางแบรนด์กล่าวว่าสบู่ตัวนี้ได้จากการทำ Saponification แบบเย็น ผลิตด้วยมือค่ะ

สำหรับตัวเนื้อสบู่ เมื่อเปียกน้ำแล้วจะให้ความลื่นค่ะ และค่อนข้างนุ่ม ส่วนปริมาณฟองนั้นจะไม่เยอะมากค่ะ

 

soap

 

ตัวนี้สำหรับมี่ หลังล้างออกก็ไม่แห้งตึงเลยค่ะ

 

สำหรับส่วนผสมของสบู่นั้น ประกอบด้วย น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์พิเศษ  (Extra Virgin Olive Oil) น้ำมันอาร์แกน(Argan Oil) ที่ความเข้มข้นสูง 25% และ น้ำมันมะพร้าว (Coconut Oil)

 

ถ้าพูดถึง Argan oil นั้น อย่างที่มี่ได้กล่าวไปในตอนก่อนว่า ทางแบรนด์ไปสรรหามาจากแถบชานเมืองเอสเซาอิของประเทศโมรอคโคเลยทีเดียวค่ะ

 

ส่วนน้ำมันมะกอก ทางแบรนด์ก็ไปเลือกสรรผลมะกอกจากที่ Adatepe เช่นกันค่ะ

 

 

 

และสุดท้ายเป็นเซ็ตทดลอง Kamakura set B ค่ะ

 

e-7

ห่อมาในกระดาษสาเช่นกันค่ะ

 

 

 

ภายในเซ็ตจะประกอบด้วย

 

e-8

  1. Lavender Argan balm : Oulmes ในถุงพลาสติกสุญญากาศ
  2. โคลนกัสโซล : Midelt
  3. สบู่น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์พิเศษ : Adatepe

 

เป็นเซ็ตที่มีราคาย่อมเยาว์ จับต้องได้ ดูจากงานฝีมือแล้วคุ้มค่าน่าค้นหามากค่ะ

 

จะเห็นว่าทุกผลิตภัณฑ์ ทุกขั้นตอนนี่ทางแบรนด์ใส่ใจรายละเอียดมากจริงๆค่ะ

 

สุดท้ายนี้ก็ขอให้คะแนนซักหน่อย ขอให้คะแนนในภาพรวมเหมือนกับครั้งก่อนนะคะ

 

จากคะแนนเต็ม 5 มี่ขอให้ 5 เต็มเลยค่ะ ด้วยความ Handmade พิถีพิถัน และเอาใจใส่ของทางแบรนด์ และเจ้าของแบรนด์ รวมทั้งแพคเกจ และการใช้งาน

 

eavam-%e0%b8%84%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%99

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมลองเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ของแบรนด์ เฟสบุ๊ค และ IG ของแบรนด์เลยนะคะ

 

Website:

http://eavam.com /

http://www.eavam.co.th

Facebook และ IG : eavamchiangmai

 

Disclaimer: ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นซื้อด้วยตัวเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและสุคนธบำบัด (Aromatherapy) และอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

 

 

 

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมมาสค์ข้ามคืนเพื่อความสว่างใส Giniv Blanginiv masque de minuit

สวัสดีค่ะ

 

วันนี้มี่มีรีวิวมาสค์เก๋ๆจากแบรนด์น้องใหม่ Giniv มาฝากกันค่ะ

 

ดูคำ Claim ของแบรนด์ก่อนเนอะ

“แบรนด์ Giniv เป็นแบรนด์ที่มีคอนเซ็ปต์เกี่ยวกับการผนวกพลังแห่งพฤกษาสกัดธรรมชาติผสานเข้ากับเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่สอดประสานกันอย่างลงตัว และด้วยความเชื่อในศิลปะแห่งการบำบัดจึงรังสรรค์เนื้อผลิตภัณฑ์และกลิ่นบำบัดอย่างประณีต เพื่อมอบประสบการณ์แห่งการปรนนิบัติผิวอย่างล้ำลึกและเห็นผล

 

The New Generation of Multi-action Brightening Technology.

เปล่งรัศมีแห่งผิวสว่างเจิดจรัส ยับยั้ง 3 กระบวนการหมองคล้ำก้าวสู่บัญญัติใหม่แห่งความสว่างใสดุจรุ่งอรุณใหม่แห่งผิว เพราะผู้หญิงเอเชียนั้นมีผิวที่บอบบางและมีแนวโน้มที่ต้องเผชิญกับปัญหาผิวหมองคล้ำได้ง่ายกว่า จึงควรปรนนิบัติผิวอย่างเข้าใจและตรงจุด”

 

ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Blanginiv ที่มี่ได้มามีทั้งหมด 2 ตัว นะคะ เป็นมาสค์หน้าข้ามคืน กับเซรัมค่ะ

 

ตอนได้มาเขาจะแพคมาในกล่องสีขาว มีความหรูหราอยู่นะคะ

 

giniv-6

 

พอแกะกล่องจะเจอกระดาษห่อที่เป็น Signature ของแบรนด์ค่ะ

 

giniv-7

 

หน้าตาตัวมาสค์และ เซรัมค่ะ

 

giniv-8

 

วันนี้ขอรีวิวตัวมาสค์ก่อนนะคะ มาสค์ตัวนี้มีชื่อเต็มว่า Giniv masque de minuit หรือ Multi-action brightening midnight mask นั่นเองค่ะ

 

Mask ตัวนี้ลงหนังสือ L’officiel เล่มล่าสุดของเดือน กย. ด้วยนะคะ

 

giniv-3

 

มาสค์ของแบรนด์จะมาในกล่องสีขาวคาดโบว์แดงดูหรูหราดีค่ะ ตัวเนื้อมาสค์เป็นแบบเนื้อครีม อยู่ในขวดแบบ Airless pump ที่ทางแบรนด์ให้ชื่อว่า Zero-air lock ค่ะ

 

giniv-4

 

มาสค์เป็นเนื้อครีมสีขาว มีกลิ่นหอมละมุนโทนดอกไม้หวานๆ

 

12

 

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ให้ความชุ่มชื้นดี ซึมผิวได้ไว ไม่เหนอะหนะและหนักผิวค่ะ

 

mask-tex

 

ในกลุ่ม Blanginiv นี้ทางแบรนด์ Claim เรื่องผลลัพธ์ 7 ประการนะคะ

 

giniv 5.JPG

 

มาดูส่วนผสมบ้างดีกว่าค่ะ

 

%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%aa%e0%b8%a1-mask

 

ส่วนผสมของมาสค์ตัวนี้นั้นเรียกได้ว่าค่อนข้างจัดเต็มมาเลยทีเดียว อัดแน่นไปด้วยส่วนผสมที่ให้ผลด้าน Whitening, moisturizing และ anti-aging แบบ 3 in 1 เลยทีเดียวค่ะ

 

โดยทางแบรนด์เน้น Claim ที่ 3 ส่วนผสมหลักค่ะ คือ สารสกัดจากยอดอ่อน Swiss garden cress (Lepidum sativum sprout extract) ตัว Beta-white และ Wild thymes ค่ะ

 

ซึ่งถ้านอกเหนือจาก 3 ตัวนี้แล้ว ส่วนผสมอื่นๆก็ดูหรูหราไม่แพ้กันเลยค่ะ ลองมาดูกันดีกว่า

 

ในด้าน Whitening นั้น มี่แทนด้วยสีฟ้านะคะ

จะเห็นว่ามี Whitening หลายตัวเลย และให้ผลครอบคลุมทุกขั้นตอนในการสร้างและส่งผ่านเม็ดสี Melanin จึงให้ผลเสริมกันในการเป็น whitening ที่ดี

ตัวที่น่าสนใจเช่น

  • สารสกัดจากชะเอม, Dipotassium glycyrrhizate, arbutin, kojic dipalmitate, hexyl resorcinol และ vitamin C 2 ชนิด ให้ผลลดการสร้างเม็ดสีผิว โดยไปยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ใช้สร้างเม็ดสีผิว
  • Acetyl glucosamine กับ Niacinamide ให้ผลเสริมฤทธิ์กันในด้าน Whitening และ Anti-aging โดย Acetyl glucosamine ให้ผลยับยั้งการเปลี่ยน pro-tyrosinase ไม่ให้เป็น tyrosinase จึงไม่มีฤทธิ์สร้างเม็ดสี และเป็นหน่วยย่อยของ hyaluron ในผิวให้ผลเรื่องการเติมน้ำ ส่วน Niacinamide ให้ผลยับยั้งการส่งผ่านเม็ดสีที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ออกไปด้านนอก การเสริมฤทธิ์ของสารทั้งสองจะช่วยให้ skin tone สม่ำเสมอและกระจ่างใสขึ้น (Br J Dermatol. 2010;162(2):435-41.)
  • Oligopepetide-68 มีชื่อทางการค้าว่า Beta-white มีผลด้าน Whitening ตั้งแต่ระดับก่อนการสร้างเอนไซม์ Tyrosinase ออกมาเลยทีเดียว (ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบ)
  • Thymus serpillum extract สารสกัดจาก Thyme ข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่าสารสกัดนี้มีฤทธิ์เป็น Whitening โดยไปยับยั้งโปรตีน Kinesin ที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนการส่งผ่าน Melanosome ที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ออกมายังผิวชั้นนอก
  • Lepidum sativum sprout extract สารสกัดจาก Swiss garden cress ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบบอกว่า มีประโยชน์ในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ต่อต้านอนุมูลอิสระ และลดเลือนริ้วรอยได้ สามารถยับยั้งการทำงานของฮอร์โมน Melanocyte stimulating hormone (MSH) ที่ทำหน้าที่กระตุ้นให้เซลล์เมลาโนไซต์ที่มีหน้าที่สร้างเมลานินทำงานได้ดีขึ้น เมื่อไปยับยั้ง MSH ก็จะทำให้เซลล์เมลาโนไซต์ทำงานได้ลดลง ผิวจึงขาวขึ้น

 

โดยรวมคือ สารในกลุ่ม Whitening ที่ใส่มาคือขัดขวางการสร้างเม็ดสีผิวแทบจะทุก Step เลยทีเดียวค่ะ

 

ต่อมา คือ สารบำรุงกลุ่มบานเย็น เป็นสารกลุ่มไขมันทดแทนให้กับผิว ให้ผลด้านความชุ่มชื้น

 

และสุดท้าย คือ สารกลุ่มสีน้ำตาล เป็นสารบำรุงอื่นๆ มีทั้งตัวที่มีส่วนช่วย ให้ความรู้สึกสบายผิว ลดการระคายเคือง เพิ่มความชุ่มชื้น Antioxidant และลดริ้วรอย

 

อีกจุดที่เด่น น่าจะเป็นตัว Glycosphere (Palmitoyl Hydroxypropyltrimonium Amylopectin/Glycerin Crosspolymer) ซึ่งเป็นสารประกอบเชิงซ้อนของคาร์โบไฮเดรตและไขมัน ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าสารนี้ใช้เป็นระบบนำส่งที่สามารถเก็บกักสารได้ทั้งสารที่ละลายน้ำและน้ำมัน ทั้งโมเลกุลใหญ่และเล็ก (Kobo products, Inc.) และนำพาไปสู่ชั้นผิว โดยมี่เดาว่า น่าจะเอามาเก็บ Vit A, C และ E ค่ะ

 

มีส่วนของ Alcohol ติดมา ซึ่งก็ไม่ได้อยู่ลำดับต้นๆ อาจจะติดมากับพวกวัตถุดิบสารสกัดก็ได้ค่ะ ส่วนตัวมี่ใช้แล้วก็ไม่ได้รู้สึกระคายเคืองหรืออะไรนะคะ และสารที่เหลืออื่นๆก็ไม่มีตัวไหนที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

 

ส่วนผสมอัดแน่นจัดเต็มขนาดนี้สมกับคำ Claim ของแบรนด์ ที่กล่าวว่า “The best brightening midnight mask” จริงๆค่ะ

 

มาให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ

  1. กลุ่มสารบำรุง หรือ Actives จากที่ได้เล่าให้ฟังในด้านบน เรียกได้ว่าจัดเต็มและแน่นมาก คงไม่มีอะไรให้หักคะแนนค่ะ รับไป 5 ฟลาสก์เน้นๆ
  2. กลุ่มเนื้อหลัก หรือ Base เป็นสารในรูปแบบครีม ประกอบด้วยน้ำ น้ำมัน และซิลิโคน มีทั้งสารดูดน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว สารกลุ่มไขมันทดแทนผิว และสารเคลือบผิวรักษาความชุ่มชื้น แต่ติดตรงที่มี Alcohol ปนมา แม้จะไม่อยู่ในลำดับต้นๆ แต่เพื่อความแฟร์ในการรีวิวก็ต้องหักคะแนนไป เหลือ 4 ฟลาสก์
  3. กลุ่มสารปรุงแต่ง หรือ Additives ไม่ได้มีสารตัวไหนที่ไม่เป็นมิตรกับผิว แถมยังมีจุดเด่นเรื่องระบบนำส่ง จึงขอให้ไป 5 ฟลาสก์
  4. คะแนนการใช้งาน ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบกลิ่น สัมผัสและเนื้อของมาสค์นะคะ มาสค์มีเนื้อเบา แต่ว่าชุ่มชื้น สิ่งที่มี่สัมผัสได้ในช่วง 2 สัปดาห์ระหว่างใช้ คือ ความชุ่มชื้น และ ความนุ่มฟูของผิวค่ะ ส่วนเรื่องสีผิว มีคนทักนะคะว่าดูผิวขาวขึ้น แต่มี่ยังไม่ค่อยรู้สึกอาจจะเพราะอยู่กับผิวตัวเองทุกวันก็ได้ค่ะ จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์ค่ะ

 

%e0%b8%84%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%99-mask

 

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ Giniv ด้วยค่ะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

http://giniv.com/

FB : @ginivofficial

IG : ginivofficial

 

Discliamer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Giniv การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้รับค่าตอบแทนใดๆในการเขียนรีวิว และไม่มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

Image

รีวิว ผลิตภัณฑ์สปาบำรุงผิว eavam Skincare ลูกครึ่งไทย/ญี่ปุ่นสุดเก๋ไก๋ part 1

 

เมื่อช่วงที่ผ่านมามี่มีโอกาสได้รู้จักกับ Skincare น่ารักๆแบรนด์หนึ่งเลยลองสั่งซื้อมาใช้ดูค่ะ

แบรนด์ eavam (อีวาม) เป็นแบรนด์ที่น่าสนใจแบรนด์หนึ่งค่ะ มีความ Original มี Signature ที่เป็นเอกลักษณ์ และที่สำคัญคือ สินค้าจะผลิต Handmade แบบพิถีพิถันด้วยความประณีตทุกชิ้นค่ะ

eavam.jpg

ทางแบรนด์ eavam มีเจ้าของเป็นคนญี่ปุ่น ซึ่งขึ้นชื่อว่าคนญี่ปุ่นก็จะมีความพิถีพิถันเป็นของคู่กันอยู่แล้วค่ะ ว่ากันว่าเจ้าของแบรนด์ ได้เดินทางหาวัตถุดิบต่างๆจากนานาประเทศด้วยตัวเองเพื่อนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ และนำเอาวัฒนธรรมไทยเข้ามาผสมผสานไว้ได้อย่างลงตัวค่ะ

eavam-2

ว่าแล้วก็ลองสั่งสินค้ามาซักหน่อยค่ะ มี่สั่งจากบนเวบไซต์ของแบรนด์โดยตรงค่ะ และใช้วิธีส่งแบบ EMS เอา

eavam-mix

มีความน่ารักและเอาใจใส่นะคะ มีการ์ดแนบมาด้วยค่ะ

ทางแบรนด์ Claim ไว้ค่อนข้างน่าสนใจทีเดียวค่ะ
1. เดินทางไปเลือกวัตถุดิบเองและติดต่อกับผู้ผลิตโดยตรง (ทุกรายการ ตั้งแต่ เม็ดอาร์แกน ผลมะกอก ขี้ผึ้งที่นำมาผลิตเป็นส่วนผสม)
2. นำเข้าโดยผู้ผลิตโดยตรง
3. มีข้อสัญญากับผู้ผลิตเรื่องรับออเดอร์แล้วจึงจะเริ่มผลิตไม่มีการผลิตเก็บไว้ในสต๊อก
4. การผลิตด้วยการทำมือทีละชิ้น ไม่ใช้เครื่องจักรชิ้นใหญ่
5. ผลิตสบู่ด้วยกระบวนการผลิตแบบเย็น
6. หีบห่อเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ใช้วัตถุดิบที่ย่อยสลายได้
7. ใช้น้ำมันอาร์แกนเป็นส่วนผสมหลักในปริมาณที่มากกว่าแบรนด์อื่น
8.เป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นธรรมชาติล้วนๆไม่เติมแต่งสีกลิ่นลงไปในผลิตภัณฑ์
9. เพิ่มอาชีพและรายได้ให้กับคนในชุมชน

จะเห็นว่าหีบห่อนี่เป็นกระดาษสา หรือ ผ้าดิบ เป็นงานฝีมือ มีความประณีตในการห่อ

ผลิตภัณฑ์ที่มี่สั่งมา มี 5 ชนิด นะคะ

1. กัสโซล midelt 102
2. สบู่อาร์แกน sumimou 102
3. อาร์แกนบาล์ม sumimou 103
4. ลาเวนเดอร์อาร์แกนบาล์ม 0ulmes 03
5. kamakura set B

มี่จัดมาทุกอันเลยค่ะ อย่างละอัน

วันนี้จะขอรีวิวตัว อาร์แกนบาล์มก่อนนะคะ

อาร์แกนบาล์มที่ทางแบรนด์จำหน่ายจะมีรูปแบบที่มาพร้อมภาชนะ Ceramic กับแบบ Refill ค่ะ มี่เลยซื้อแบบกลิ่น Lavender ในภาชนะ Ceramic และซื้อ Refill สูตรธรรมดามาค่ะ

ดูหน้าตากันหน่อยเนอะ เมื่อเราแกะหีบห่อมาจะได้หน้าตาแบบนี้ค่ะ

eavam-balm-1

มีแผ่นคู่มือ 1 แผ่น ชามเซรามิคพร้อมฝาปิด ในอีกด้านที่มีบาล์มอยู่เขาใช้วิธีปิดผนึกด้วยระบบสุญญากาศค่ะ พร้อมกับไม้พายทำมาจากไม้สัก รูปร่างคล้ายๆใบของต้นจามจุรี ไว้ตักบาล์ม และที่วางไม้ทำจากเซรามิก ค่ะ

ดูเก๋ไก๋อะ อีกรูปนะคะ

7.jpg

ว่ากันว่าภาชนะเซรามิกนี้ทำมือนะคะ
เวลาเราใช้เราจะใช้ไม้พายนั้นตักบาล์มออกมาเท่าที่เราต้องการค่ะ จะเอามาทาทั้งหน้าก็ได้ ทาเป็นลิปบาล์มก็ได้ หรือ สำหรับคุณผู้ชายจะใช้ทาหลังโกนหนวดก็ได้ค่ะ

eavam-balm-2

เนื้อบาล์มเมื่อสัมผัสผิว จะหลอมละลายอย่างรวดเร็ว เกลี่ยง่าย และให้สัมผัสที่ดีค่ะ

balm

สำหรับสูตร Oulmes 03 และ 103 ซึ่งมีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยจากดอก Lavender ก็จะมีกลิ่นหอมละมุนของลาเวนเดอร์ค่ะ

balm-2

ในทาง Aromatherapy ว่ากันว่า Lavender oil นั้นมีคุณสมบัติช่วยให้ผ่อนคลาย และยังมีคุณสมบัติช่วยฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ได้ด้วยค่ะ

สำหรับสูตร Refill ก็จะห่อมาในกระดาษสาค่ะ มีความ Handmade อยู่เช่นกัน

refill

ส่วนด้านในก็จะเป็นบาล์มที่บรรจุมาในถุงสุญญากาศ ปิดสนิท พร้อมเอามาใส่ถาดเซรามิกที่มีอยู่ได้ทันทีค่ะ หรือถ้าอยากใส่ภาชนะอื่นก็แค่นวดๆให้อ่อนตัว หรือจะตัดแบ่งก็ได้ค่ะ

refill-2

สำหรับส่วนผสมนั้น ประกอบด้วยส่วนผสมแค่ 2 ชนิด คือ Argan oil และ ขี้ผึ้งดอกลำไยจากจังหวัดเชียงใหม่ค่ะ

ถ้าพูดถึง Argan oil นั้น เป็นน้ำมันที่ได้จากเมล็ดของผล Argan ซึ่งว่ากันว่า น้ำมันอาร์แกนที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ของ eavam นั้น ได้มาจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ ในแถบชานเมืองเอสเซาอิของประเทศโมรอคโค ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีต้นอาร์แกนเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติมากที่สุด ทางแบรนด์ได้คัดสรรผลอาร์แกนที่มีคุณภาพด้วยวิธีการเก็บเกี่ยวอย่างพิถีพิถันที่ภูมิภาค sumimou ผู้ผลิตที่ร่วมการค้ากับ eavam ที่ซุมิโม (sumimou) ไม่ว่าจะเป็นจากผู้ผลิตในมาร์ราเคช (Marrakech) หรืออากาดีร์ (Agadir) สามารถจัดหาเมล็ดอาร์แกนตามปริมาณและคุณภาพที่สมบูรณ์แบบตามรายการสั่งซื้อที่พวกเขาได้รับ โดยไม่ต้องสกัดน้ำมันกักตุนไว้ในสต๊อก การผลิตน้ำมันของพวกเขานั้นขึ้นอยู่กับปริมาณการสั่งซื้อที่ได้รับแต่ละครั้ง

ในทาง Aromatherapy ระบุว่าน้ำมันที่มีส่วนผสมของ Argan oil มีคุณสมบัติในการลดริ้วรอย เพิ่มความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น ลดรอยแตกลาย

ถ้าพูดถึงการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับ Argan oil ก็มีมายาวนานพอสมควรเลยค่ะ

การทดสอบประสิทธิภาพของ Argan oil แบบทา ในสตรีวัยทองจำนวน 60 คน เป็นเวลา 60 วัน พบว่าค่า TEWL (การระเหยของน้ำออกจากผิว) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ค่านี้สื่อว่า Barrier ผิวมีความแข็งแรงมากขึ้น และพบว่าระดับน้ำในผิวชั้นนอก หรือ Epidermis มีค่าสูงขึ้น (Prz Menopauzalny. 2014;13(5):280-8.) อีกชิ้นหนึ่งทดสอบในสตรีวัยทอง จำนวน 30 คน เป็นเวลา 60 วัน พบว่าผิวหนังมีความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้น (Clin Interv Aging. 2015;10:339-49.)

นอกจากนี้การศึกษาล่าสุดในช่วงต้นปีนี้ ได้พบว่า Argan oil มีผลช่วยสมานแผลในหนูทดลองที่มีแผลไหม้ได้ด้วย (Ostomy Wound Manage. 2016 Mar;62(3):26-34.)

โดยรวมผลจากการศึกษาดังกล่าว ก็จะสามารถสรุปได้ว่า Argan oil นั้นให้ผลด้านความชุ่มชื้น ความแข็งแรงของ Barrier ผิว การสมานแผลค่ะ

ส่วนขี้ผึ้งจากดอกลำไยนั้น ว่ากันว่า เป็นขี้ผึ้งที่มีกลิ่นหอมหวานเหมือนดอกลำไยและมีลักษณะพิเศษคือได้เนื้อบาล์มสีอ่อนๆสวยงาม น้ำผึ้งคือผลผลิตมาจากที่ผึ้งไปเก็บรวบรวมเกสรดอกลำไยและขี้ผึ้งคือผลพลอยจากการเลี้ยงผึ้งฟาร์มผึ้งที่เราติดต่อซื้อขายด้วยนั้นเกิดขึ้นจากการรักและใส่ใจในการดูแลผึ้งเป็นอย่างดี รวมทั้งได้รับความร่วมมือจากสวนผลไม้และสิ่งแวดล้อมใกล้ๆฟาร์ม ในการลดปริมาณการใช้สารเคมี (งดการใช้สารเคมีในสวนตั้งแต่ช่วงเริ่มเลี้ยงผึ้งจนถึงช่วงที่ผึ้งทำรังเพราะจะทำให้ผึ้งตายก่อนถึงเวลาที่ลำไยออกดอกและไม่สามารถดูดน้ำหวานจากเกสรได้)

eavam-3

จะเห็นว่าทุกขั้นตอนนี่ทางแบรนด์ใส่ใจรายละเอียดมากจริงๆค่ะ

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่เหลือ มี่จะหยิบมารีวิวในครั้งถัดไปนะคะ

สุดท้ายนี้ก็ขอให้คะแนนซักหน่อย วันนี้ไม่รู้จะให้คะแนนอย่างไรดี เพราะส่วนผสมมีแค่ Argan oil กับ ขี้ผึ้งดอกลำใยก็เลยขอให้คะแนนในภาพรวมแทนนะคะ

จากคะแนนเต็ม 5 มี่ขอให้ 5 เต็มเลยค่ะ ด้วยความ Handmade พิถีพิถัน และเอาใจใส่ของทางแบรนด์ และเจ้าของแบรนด์ รวมทั้งแพคเกจ และการใช้งาน

%e0%b8%84%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%99-eavam

จบแล้วค่ะ ขอบคุณที่ติดตามรับชมมาจนจบนะคะ พบกันใหม่โอกาสถัดไปค่ะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมลองเข้าไปดูได้ที่เวบไซต์ของแบรนด์ เฟสบุค และ IG ของแบรนด์เลยนะคะ

Website:

http://eavam.com /

http://www.eavam.co.th

Facebook และ IG : eavamchiangmai

 

Disclaimer: ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นซื้อด้วยตัวเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและสุคนธบำบัด (Aromatherapy) และอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ[/center]