Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม น้ำมันบำรุงผิวกายอันดับหนึ่งจากเยอรมัน Frei öl Skincare oil

สวัสดีค่ะ

 

วันนี้มาต่อกันกับออยล์จากแบรนด์ฟราย (Frei öl) ซึ่งเป็นอันดับ 1 ในร้านยาที่เยอรมันกันนะคะ

 

ผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ฟราย ที่มี่ได้รับมามี 2 ชิ้นนะคะ เป็น Facial oil กับ Skincare oil ค่ะ

frei-ol

 

วันก่อนมี่รีวิวตัว Facial oil ไปแล้วนะคะ

(ลิงค์: https://cosmeknowledge.wordpress.com/2016/11/16/freiskincareoil/)

 

วันนี้มารีวิว Skincare oil กันบ้างค่ะ

หน้าตาของออยล์สำหรับบำรุงผิวกาย Frei öl Skincare oil ค่ะ

 

frei-body

 

ถ้าเป็นออยล์สำหรับผิวกายจะเป็นรุ่นกล่องสีขาวคาดฟ้าค่ะ

 

ตัวออยล์จะมาในขวดทรงน่ารักดูเป็นเอกลักษณ์ค่ะ ถ้าเราเปิดมาจะเป็นฝามีรูหยด ช่วยให้เราหยดใช้ออกมาได้ง่ายไม่เลอะเทอะ

 

ตัว Skincare oil นี้เนื้อจะคล้ายๆกับ Facial oil เลยค่ะ เพียงแต่มีสัมผัสที่ต่างกัน ตัว Skincare oil จะมีสัมผัสที่ลื่นกว่าตัว Facial oil และ มีกลิ่นหอมแนวๆดอกไม้ปนๆกับสมุนไพรค่ะ

 

body-tex

ในแง่การดูดซึม ตัว Skincare oil จะดูดซึมได้ช้ากว่า Facial oil แต่ก็ไม่ได้ทิ้งคราบมันเยิ้มเหมือนเราทา Baby oil

body-tex-2

 

ทางแบรนด์จะ Claim ไว้ 4 ด้านหลักๆนะคะ

 

body-claim

  • ให้ผิวนุ่มลื่นดุจผ้าไหม
  • ส่งเสริมการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวด้วยวิตามินเอ
  • ลดเลือนรอยแผลเป็นและรอยแตกลาย
  • ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ

 

ในการใช้งาน ทางแบรนด์แนะนำไว้ 2 รูปแบบ คือ

 

แบบแรก ใช้เป็น Body oil หลังอาบน้ำเสร็จ

 

dir-1

ซึ่งออยล์ตัวนี้จะเบามาก ไม่เหนอะหนะแบบ Baby oil หรือ Mineral oil ทั่วไปค่ะ

แบบที่สอง สำหรับแผลเป็น

dir-2

 

ให้ทาแล้วนวดเป็นวงกลมจนออยล์ซึมหมดค่ะ แน่นอนว่าต้องใช้เวลา ทางแบรนด์เลยบอกว่าใช้อย่างน้อย 3 เดือน อันนี้ถือว่าแบรนด์ Fair กับเราดีค่ะ ไม่มโน 3 วัน 7 วัน

 

และด้วยความที่มีวิตามินเอ จะเอามานวดเซลลูไลท์ก็น่าจะให้ผลดีนะคะ

 

 

สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

%e0%b8%aa%e0%b8%9c%e0%b8%aa

 

สารบำรุงหลักที่น่าสนใจคือ Ethyl linoleate ซึ่งเป็นวัตถุดิบสิทธิบัตร เป็นอนุพันธ์ของกรดไขมันจำเป็น Linoleic acid โดยข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบ (Synovea® EL) ระบุว่า สารนี้มีความคงตัวที่ดีกว่า Linoleic acid ให้ผลด้านการลดการอักเสบในผิว ลดการเกิดสิว ลดการหลั่งน้ำมันจากรูขุมขน นี่ถ้าใครมีสิวที่หลัง หรือแผ่นอกนี่น่าจะใช้ได้ดีเลยทีเดียวหล่ะ

 

มีสารบำรุงกลุ่มวิตามินอยู่ 2 ตัว

  • Retinyl palmitate เป็นอนุพันธ์ของวิตามินเอ ซึ่งให้ผลโดยรวมหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านริ้วรอย ด้านการปรับสมดุลการสร้างและผลัดเซลล์ผิว อาจจะให้ผลถึงด้านแผลเป็นด้วย
  • วิตามินอี 2 รูปแบบ คือ Tocopherol และ Tocopheryl acetate ให้ผลเป็น Antioxidant

 

สารบำรุงอื่นๆ ได้แก่

  • กลุ่มน้ำมันจากพืช จะมีน้ำมัน Jojoba ทานตะวัน กับ Wheat germ ให้ผลทดแทนไขมันในผิวหนัง
  • Bisabolol ซึ่งพบในคาโมมายล์ ให้ผลเกี่ยวกับการลดการอักเสบและให้ความรู้สึกสบายผิว (Soothing effect)
  • Aloe barbadensis extract สารสกัดจากว่านหางจระเข้ ให้ผลด้านลดการอักเสบระคายเคือง ชุ่มชื้น และ Soothing effect เช่นกัน

 

และเนื่องจากเป็น Oil สำหรับตัว ผลเรื่องการอุดตัน หรือ Comedogenic คงไม่ต้องห่วงมากนะคะ

 

ให้คะแนน เหมือนคราวก่อน คือเนื่องจากส่วนผสมไม่เยอะมากมี่เลยขอแบ่งเกณฑ์เป็น 2 ข้อนะคะ

  1. ส่วนผสม: ตัวที่โดดเด่นที่สุดน่าจะเป็น Ethyl linoleate ซึ่งเป็นวัตถุดิบสิทธิบัตรที่เคลมเกี่ยวกับด้านการลดการอักเสบ และทดแทนกรดไขมัน Linoleic acid ให้แก่ผิว เสริมมาด้วยวิตามินเอ อี และสารที่ให้ผลด้าน Soothing effect กับกรดไขมันจากธรรมชาติ โดยรวมจึงถือว่าตอบโจทย์ตามการ Claim และเพราะเป็น Oil สำหรับตัวเราเลยไม่ต้องห่วงเรื่องการอุดตัน จุดนี้ขอให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. การใช้งาน: เป็นออยล์ที่ค่อนข้างบางเบา ลื่น เกลี่ยง่าย ให้ความชุ่มชื้นดี แต่ไม่เหนอะหนะ ทาหลังอาบน้ำแล้วซับๆและแต่งตัวได้เลยไม่เปรอะเปื้อนเสื้อผ้าแบบ Baby oil ส่วนตัวมี่เลยค่อนข้างชอบ และกำลังจะใกล้หน้าหนาวแล้ว น่าจะเป็นมิตรคู่แท้ยามหน้าหนาวสำหรับสาวผิวแห้งได้ดีเลยทีเดียวหล่ะ รับไป 5 ฟลาสก์ค่ะ

 

%e0%b8%84%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%99

 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Frei öl ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามมาจนจบ

 

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์ Frei öl เลยนะคะ

เฟสบุ๊ค Frei Thailand

http://www.facebook.com/Frei-Thailand-468875596641463/

 

Disclaimer: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Frei öl การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมออยล์คุณภาพเลิศจากเยอรมัน Frei öl Facial oil

สวัสดีค่ะ

วันนี้มี่มีรีวิวออยล์คุณภาพเลิศจากเยอรมันมาฝากกันค่ะ

กับ Frei öl (อ่านว่าฟราย) Facial oil และ Skincare oil ค่ะ

 

frei-ol

 

ว่ากันว่า แบรนด์ Frei öl นี้เป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในร้านขายยาเยอรมันเลยทีเดียวค่ะ

 

มาเริ่มกันที่ Facial oil ค่ะ

 

ตัว Facial oil จะเป็นรุ่นกล่องเล็กแถบสีคาดม่วงนะคะ ข้างในจะเป็นขวดพลาสติกอย่างดีมีหลอดหยดค่ะ

 

frei-face

 

ตัว Oil ค่อนข้างเหลว แผ่กระจายบนผิวได้ง่าย มีกลิ่นหอมจางๆ

 

oil-tex

 

สัมผัสบางเบามาก เรียกได้ว่าตัวนี้เป็น Oil ที่บางเบาที่สุดตั้งแต่มี่เคยใช้ออยล์มาเลยค่ะ

 

oil-tex-2

 

การดูดซึม ถ้าเราทาแล้วตบๆเบาๆ จะทำให้ซึมไวขึ้นค่ะ ถ้าชอบความโกลว ก็สามารถจะใช้กลางวันได้ด้วย เพราะไม่เหนอะหนะเลย

 

ทางแบรนด์แนะนำวิธีใช้ไว้หลายแบบเลยค่ะ

แบบแรก: ใช้ 5 – 8 หยด ลงบนผิวหน้าหลังล้างทำความสะอาดหน้า จะช่วยเก็บกักน้ำให้อยู่ในผิวได้ดี หรือจะใช้เป็น Serum ก็ได้ค่ะ

 

dir-1

แบบสอง: ใช้เป็น Intensive mask โดยใช้ oil 10 – 15 หยด โปะลงไปบริเวณใบหน้า คอ เนินอก ไหล่ นวดเบาๆ ทิ้งไว้ 10 นาที แล้วใช้ผ้านุ่มๆซับออก

 

dir-2

แบบสาม: ผสมกับผลิตภัณฑ์ที่เราใช้อยู่ก่อนทาผิว

 

dir-3

 

ทั้งสามแบบ มี่ชอบแบบที่สองมากที่สุดค่ะ

 

ดูส่วนผสมกันดีกว่านะคะ

 

%e0%b8%aa%e0%b8%9c%e0%b8%aa

ส่วนผสมจะเห็นว่าเบสหลักเป็นเบสน้ำมันกลุ่ม Triglycerids และ Fatty ester ซึ่งสารในกลุ่มนี้จะมีความบางเบาในตัวเองอยู่แล้วนะคะ

 

สารออกฤทธิ์หลักจะเป็นสูตรผสมของ Ethylhexyl Palmitate, Sorbitan Oleate, Sorbitan Laurate และ Myristyl Malate Phosphonic Acid ซึ่งมีชื่อทางการค้าว่า “Revidrate สารนี้ทางผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่า สามารถเพิ่มการทำงานของเอนไซม์ Filaggrinase และ Capase-14 ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ทำหน้าที่ตัดโปรตีน Filaggrin ให้กลายเป็นกรดอะมิโนที่เป็นสารดูดจับน้ำตามธรรมชาติของผิว หรือ Natural moisturizing factor หรือ NMF ซึ่งถ้าผิวเรามี NMF มากก็จะดูดจับน้ำไว้ได้ดี

 

สารบำรุงอื่นๆก็มีอยู่หลายตัว เช่น

  • Bisabolol ซึ่งพบในคาโมมายล์ ให้ผลเกี่ยวกับการลดการอักเสบและให้ความรู้สึกสบายผิว (Soothing effect)
  • Aloe barbadensis extract สารสกัดจากว่านหางจระเข้ ให้ผลด้านลดการอักเสบระคายเคือง ชุ่มชื้น และ Soothing effect เช่นกัน
  • น้ำมันจากพืชอย่าง Jojoba และ ข้าวโอ๊ต

โดยว่ากันว่าน้ำมันจากข้าวโอ๊ต มีคุณค่าและราคาค่อนข้างสูง ประกอบด้วยวิตามินอี Phospholipids และ Phytosterol ที่ให้ผลเป็น Antioxidant และ ตัวลดการอักเสบที่ดี และยังมีองค์ประกอบของ Linoleic acid อยู่สูงถึง 30 – 47% (ข้อมูลจาก The Herbarie) ให้ผลในแง่ของการเสริมสร้าง Barrier ผิว

 

โดยรวมจึงเห็นได้ว่า Oil ตัวนี้ไม่ได้เหมือน Oil จากพืชทั่วๆไป เพียงแต่เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เสริมสร้างความแข็งแรงของผิว ที่มาในเบสที่เป็น Oil ก็ถือว่าเป็นนวัตกรรมที่เราไม่ค่อยได้เห็นกันเท่าไหร่

 

ทางแบรนด์ Claim ว่าไม่ใส่ส่วนผสมที่ไม่เป็นมิตรดังต่อไปนี้ค่ะ

claim

ในแง่ของส่วนผสม Ethylhexyl palmitate ที่เป็น Fatty ester ที่ให้สัมผัสบางเบานั้น ทาง Acne.org ได้จัดความเสี่ยงในการอุดตันรูขุมขนไว้ที่ 4 คะแนน แต่ถ้าเราดูจากส่วนผสมแล้ว จะมาในลำดับกลางๆ โดยการอุดตันนั้นขึ้นกับความเข้มข้นที่ใช้ด้วย และขึ้นกับการตอบสนองแต่ละคนด้วยค่ะ ส่วนตัวมี่ใช้แล้วไม่ได้มีปัญหาอะไรนะคะ

 

ให้คะแนนดีกว่าค่ะ เนื่องจากวันนี้ส่วนผสมไม่เยอะมากมี่เลยขอแบ่งเกณฑ์เป็น 2 ข้อนะคะ

  1. ส่วนผสม: ด้านส่วนผสมเราจะเห็นว่าค่อนข้างเน้นไปที่ Soothing effect ลดการระคายเคือง และเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวผ่านกลไกในการช่วยให้ผิวสร้าง NMF ออกมามากขึ้น ส่วนผสมที่ใช้มี Ethylhexyl palmitate ที่อาจจะอุดตันรูขุมขนได้ แต่มีอยู่ในลำดับกลางๆ และส่วนตัวมี่ไม่ได้เกิดปัญหาอุดตันอะไรจากเซรัมตัวนี้นะคะ จุดนี้ขอให้ไป 4 ฟลาสก์
  2. การใช้งาน: อย่างที่บอกไปว่าเซรัมตัวนี้ค่อนข้างบางเบามาก อาจจะเรียกได้ว่าเป็นออยล์ที่บางเบาสุดตั้งแต่มี่เคยสัมผัสกับออยล์มาเลยก็ว่าได้ค่ะ ในด้านความชุ่มชื้น สำหรับมี่ที่เป็นคนผิวผสมค่อนข้างแห้ง ตัวนี้ถ้าลงทับ Skincare ตามปกติ ที่บริเวณแก้ม จะรู้สึกว่าผิวนุ่ม และไม่แห้ง ไม่หยาบกร้านค่ะ ที่สำคัญคือกลิ่นจางมาก ไม่ได้รบกวนอะไรกับชีวิตเลย โดยรวมถือว่าค่อนข้างชอบ ให้ไป 5 ฟลาสก์

 

%e0%b8%84%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%99

 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Frei öl ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามมาจนจบ

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์ Frei öl เลยนะคะ

เฟสบุ๊ค Frei Thailand

http://www.facebook.com/Frei-Thailand-468875596641463/

 

Disclaimer: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Frei öl การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ