Image

[Ingredient spotlight] นวัตกรรมใหม่ทางเครื่องสำอาง กับ Exoskin ที่ออกฤทธิ์ Anti-aging ได้อย่างล้ำลึก

สวัสดีค่ะ

คืนนี้มี่มีส่วนผสมนวัตกรรมใหม่ๆทางเครื่องสำอางมาเล่าสู่กันฟังค่ะ

วันนี้เป็นเรื่องของส่วนผสมที่ให้ผลด้าน Anti-aging ค่ะ

ส่วนผสมวันนี้มีชื่อทางการค้า (ยี่ห้อ) ว่า Exoskin เป็นวัตถุดิบของบริษัท Biocosmethic ประเทศฝรั่งเศสค่ะ

exo 1

สารนี้มีชื่อกลางในทางเครื่องสำอาง (INCI name) ว่า macadamia integrifolia seed oil (and) sea silt extract

เป็นสารสกัดจากตะกอนทะเลในเบสที่เป็นน้ำมันแมคคาเดเมียค่ะ

exo 3

(Image from: Biocosmethic)

ทางบริษัทก็มีการ Claim ว่าได้จากน้ำทะเลบริสุทธิ์แถวกัวเตมาลา

เจ้าตะกอนทะเลนี่ทำอะไรได้บ้างนะ ???

ว่ากันว่า สารสกัดจากตะกอนทะเลนี้สามารถกระตุ้นให้เซลล์ผิวเราสร้างตัวส่งสัญญาณที่มีชื่อว่า Exosome ออกมาค่ะ

exo 2

(Image from: Biocosmethic)

Exosome นี้ทำหน้าที่เป็นเสมือน Messenger นำข้อความจากชั้นหนังกำพร้า หรือ Epidermis ออกมายังหนังแท้ หรือ Dermis ค่ะ

Messenger ตัวนี้จะไปกระตุ้นให้เซลล์บางชนิดทำงานและสร้างสารบางชนิดออกมาได้ค่ะ ตัวอย่างเช่น ไปกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ให้สร้างคอลลาเจนออกมา ผิวก็จะยืดหยุ่นมากขึ้น

ทางบริษัทก็ไม่ได้กล่าวลอยๆ นางมีการทดสอบทั้งในระดับหลอดทดลอง และ ในอาสาสมัครค่ะ

  • การทดสอบในระดับหลอดทดลอง
  1. –การทดสอบประสิทธิภาพในการลดการอักเสบที่ชั้นหนังกำพร้า
  2. –การทดสอบประสิทธิภาพในการฟื้นฟูปราการของผิว
  3. –การทดสอบการติดต่อสื่อสารระหว่างชั้นหนังกำพร้าและหนังแท้
  4. –การทดสอบยืนยันว่าเซลล์ Fibroblast ได้รับข้อความจาก Exosome
  • การทดสอบเชิงคลินิกในอาสาสมัคร

พบว่าโดยรวมแล้วตัวตะกอนทะเล หรือ Exoskin มีคุณสมบัติที่โดดเด่นหลายด้านเลยค่ะ

exo 5

(Image from: Biocosmethic)

  • ลดการอักเสบ โดยไปมีผลยับยั้ง NF-kB และ TNF-α ซึ่งจะนำไปสู่ความชรา และความแก่ก่อนวัย ที่เรียกว่า Inflam’aging
  • เพิ่มความแข็งแรงของ Barrier ผิว โดยไปเพิ่มความแข็งแรงให้กับเซลล์ผิวชั้นนอก (หรือ Corneocyte)
  • เพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจน อิลาสติน และ ไฟบริลิน ออกมามากขึ้น ผิวจึงแน่นฟูและกระชับขึ้น

ในการทดสอบระดับอาสาสมัคร โดยให้อาสาสมัครทาครีมที่มี Exoskin ในความเข้มข้น 1.5% เป็นเวลา 56 วัน ทาแค่ครึ่งหน้า เทียบกับครีมเปล่าๆที่ไม่มี Exoskin พบว่า อาสาสมัครมีผิวที่เรียบขึ้น

exo 6

(Image from: Biocosmethic)

มีการแจกแบบสอบถามให้อาสาสมัครประเมินความรู้สึกต่อผิวตัวเองด้วยค่ะ

exo 7.jpg

(Image from: Biocosmethic)

  • 69% รู้สึกว่า ผิวแน่นขึ้นและยืดหยุ่นขึ้น
  • 77% รู้สึกว่า ผิวตัวเองสวยขึ้น
  • 61% รู้สึกว่า ผิวมีความกระจ่างใสมากขึ้น
  • 77% รู้สึกว่า ผิวหน้าเมื่อยามตื่นนอนดูความสดชื่นและมีชีวิตชีวา

 

ก็นับว่าเป็นวัตถุดิบตัวหนึ่งที่น่าสนใจและดูมีนวัตกรรม ดูเก๋ไก๋ ที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยรวมกลไกการออกฤทธิ์ยังมีมากกว่านี้ แต่ค่อนข้างลึกและยาก มี่เลยตัดมาแค่บางจุดที่เข้าใจง่ายเฉยๆนะคะ

วัตถุดิบตัวนี้รู้สึกว่ามีแบรนด์ซื้อไปทำแป้งพัฟแล้วด้วยค่ะ

 

และก็ตอนนี้มีบริษัทนำเข้าวัตถุดิบแล้วนะคะ โดยบริษัท JR Serve Co.,Ltd.

ซึ่งถ้าใครสนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้กับทางบริษัทโดยตรงเลยนะคะ

อีเมล์: jirat@jrserve.co.th

 

Reference:

Biocosmethique. Exoskin Technical data sheet.

 

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม Creamgel สูตรเภสัชกรไทยในประเทศสวีเดน กับ Jayrada Perfectionist Expert anti-acne and whitening cream-gel

สวัสดีค่ะ

วันนี้มี่มีรีวิวผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจมาฝากกันค่ะ กับ Jayrada Perfectionist Expert anti-acne and whitening cream-gel จาก Jayrada Skincare of Sweden เรียกได้ว่ามากันแบบ 2 in 1 เลยทีเดียว ทั้ง Anti-acne และ Whitening

ขอกล่าวถึงแบรนด์ Jayrada ซักน้อยนะคะ แบรนด์นี้เป็นแบรนด์จากประเทศสวีเดน โดยเภสัชกรไทยในสวีเดน มีจำหน่ายทั้งในประเทศไทยและประเทศสวีเดน กล่าวได้ว่า Jayrada เป็นสูตรเฉพาะจากสวีเดน แต่ด้วยความตั้งใจของเจ้าของแบรนด์ที่อยากจะให้มีสินค้า Made in Thailand ในยุโรป Jayrada จึงผลิตในประเทศไทยค่ะ

มาดูโฉมหน้าของ Cream-gel ตัวนี้ดีกว่าค่ะ

jay-1

เป็นเซรั่มที่มาในหลอดพลาสติกสีขาวค่ะ

jay-4

ส่วนนี้เป็นคำเคลมที่ด้านหลังกล่อง

jay-2

ในส่วนของคำ Claim นั้น ทางแบรนด์ Jayrada ได้เลือกใช้สารบำรุงจากธรรมชาติถึง 8 ชนิด เพื่อเสริมฤทธิ์กันอย่างลงตัว เหมาะกับทุกสภาพผิวแม้ผิวบอบบางแพ้ง่าย

 

เนื้อเป็นเนื้อใส ไม่มีกลิ่น เพราะทางแบรนด์ไม่ได้ใส่น้ำหอมค่ะ

jay-5

เกลี่ยง่าย ซึมไว แห้งไว ให้ความรู้สึกเย็นและสบายผิว

jay-6

 

สำหรับส่วนผสมเรียกได้ว่ามากันแน่นเลยทีเดียวค่ะ

%e0%b8%aa%e0%b8%9c%e0%b8%aa-jayrada

มี่ทำสีของสารบำรุงผิวไว้นะคะ

  • กลุ่มวิตามิน สีม่วง
  • กลุ่มแร่ธาตุ สีเขียว
  • กลุ่มสารที่มีผลฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ สีน้ำตาล
  • กลุ่มสารบำรุงอื่นๆ สีฟ้า

 

ถ้าเราดูแถบสี จะเห็นว่า ส่วนของสารส่วนใหญ่ใน Jayrada เป็นสารบำรุงเกือบหมดเลย มีสารอื่นๆอยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้นเองค่ะ

 

มาเริ่มกันที่กลุ่มวิตามิน

  • วิตามินซี ทางแบรนด์เลือกใส่วิตามินซี มาถึง 3 สายพันธ์เลยทีเดียว คือ Ascorbic acid ตัวดั้งเดิม Ascorbyl glucoside ที่มีความอ่อนโยน ตัวนี้ละลายน้ำ และ Ascobyl palmitate ตัวนี้ละลายน้ำมัน ทำมาตอบโจทย์ของผิวเราที่มีทั้งน้ำมันและน้ำอยู่ด้วยกัน วิตามินซีมีประโยชน์เป็น Antioxidant และเป็นองค์ประกอบในการสังเคราะห์คอลลาเจน จึงช่วยเรื่องริ้วรอย และลดการสังเคราะห์เม็ดสีผิวจึงช่วยเรื่อง Whitening
  • วิตามินอี เป็น Antioxidant
  • วิตามินบี 5 เพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบและระคายเคืองผิว

 

กลุ่มสารบำรุงอื่นๆมาด้วยกันค่อนข้างหลายชนิด มีมาทั้งส่วนผสมที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้น Whitening Antioxidant ชะลอวัย ลดการอุดตัน และฆ่าเชื้อแบคทีเรียก่อสิว จึงให้ผลด้านชุ่มชื้น Whitening ชะลอวัย และลดการเกิดสิวไปพร้อมๆกัน

 

ขอกล่าวถึงตัวที่น่าสนใจนะคะ

สูตรผสมของ Aqua (and) Butylene Glycol (and) Panthenol (and) Escin (and) Glycerin (and) Ruscus Aculeatus Root Extract (and) Ammonium Glycyrrhizate (and) Centella Asiatica Extract (and) Hydrolyzed Yeast Protein (and) Calendula Officinalis Flower Extract เป็นวัตถุดิบนวัตกรรมของบริษัท BASF Care creation ซึ่งเป็นบริษัทผลิตวัตถุดิบเครื่องสำอางยักษ์ใหญ่ระดับโลกจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในฝั่งยุโรปค่ะ

วัตถุดิบนี้ทางผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่า ให้ผลปรับโทนสีผิว หรือ Skin tone ให้สม่ำเสมอ โดยไปเพิ่มการไหลเวียนของเลือดใต้ผิวหนัง ให้ความรู้สึกสบายผิว (Soothing) ลดรอยเส้นเลือดฝอยบนผิวเพราะสารอุดมไปด้วย Flavonoids ที่ช่วยให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง

 

กลุ่มสีน้ำตาลเป็นพืชที่มีคุณสมบัติเด่นด้านสิว โดยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และลดการอุดตันเพราะมี BHA จากธรรมชาติ

ส่วนของเนื้อหลักผลิตภัณฑ์และสารปรุงแต่งก็ไม่ได้มีสารอื่นๆที่ไม่เป็นมิตรอยู่เลยค่ะ

 

ให้คะแนนดีกว่าค่ะ

  1. สารบำรุง หรือ Active ingredients เรียกได้ว่ามากันเต็มจริงๆ โดดเด่นทั้งส่วนผสมที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้น Whitening Antioxidant ชะลอวัย และดูแลสิวไปพร้อมๆกัน จัดไปเลย 5 ฟลาสก์
  2. เนื้อหลักผลิตภัณฑ์ หรือ Base มาในเบสน้ำไม่มีน้ำมัน ไม่มีแอลกอฮอล์ และซิลิโคน เลยไม่รู้จะหักคะแนนอะไรดี เอาไป 5 ฟลาสก์
  3. สารปรุงแต่งอื่นๆ แทบจะไม่มีส่วนของสารปรุงแต่งที่ใส่มาไร้สาระ และสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยไม่มีที่ให้หักคะแนน รับไป 5 ฟลาสก์เช่นกัน
  4. การใช้งาน Jayrada Cream-gel เป็นครีมเจลที่มีสัมผัสบางเบามาก ส่วนตัวมี่ลองใช้อยู่ 2 อาทิตย์ เรียกได้ว่าชอบมากเลยทีเดียว ด้วยความบางเบา และสิ่งที่สัมผัสได้คือ เวลาเรามีสิวขึ้นมา สิวจะยุบค่อนข้างไวค่ะ และไม่ทิ้งรอยแดงรอยดำอะไรไว้เลย จะมีที่ติก็แค่หลอดเล็กไปนิด (15 ml) หลอดนึงน่าจะใช้ได้ซักเดือน ถ้าใช้ประหยัดๆหน่อย ทุกวันนี้กลัวหมดเลยเอาไว้ใช้เป็น Spot corrector แต้มบริเวณรอยดำรอยแดงสิวเป็นหลักค่ะ จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์

 

%e0%b8%84%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%99-jay

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Jayrada นะคะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางเฟสบุคของแบรนด์ โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/jayrada.skincare/

 

Discliamer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Jayrada การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

[Ingredient Spotlight] Sequollagen สารสกัดจากยีสต์แห่งต้นไม้ยักษ์ เพื่อการฟื้นฟูและเสริมสร้างคอลลาเจนในผิว

เมื่อราวๆเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา มี่มีโอกาสได้ไปชมงาน in-cosmetics Asia ซึ่งเป็นงานแสดงวัตถุดิบ เครื่องไม้เครื่องมือ และความก้าวหน้าเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางมาค่ะ

 

in-cosme.jpg

 

ปีนี้มีส่วนผสมใหม่ๆที่น่าสนใจอยู่หลายตัวเลย อย่างตัวที่ยกมากวันนี้เป็นวัตถุดิบของบริษัท Biocosmethique ประเทศฝรั่งเศส มีความนวัตกรรมดูแปลกใหม่ และดูทรงคุณค่ามากค่ะ

seq-2

 

Sequollagen เป็นชื่อทางการค้าของ Pichia ferment lysate filtrate เรียกง่ายๆว่าเป็นยีสต์หมักสายพันธุ์หนึ่งค่ะ

seq-1

 

ยีสต์ชนิดนี้ทางแบรนด์กล่าวว่าเป็นยีสต์ที่แยกได้จากต้น Sequoia ซึ่งเป็นต้นไม้สูงใหญ่ในอุทยานแห่งชาติ Yosemite national park ที่ Sierra Nevada mountain ประเทศอเมริกา

 

กล่าวกันว่าต้นไม้ชนิดนี้มีความทนทาน ทนต่อไฟ แมลง มีอายุยืนนานถึง 4000 ปีเลยทีเดียวค่ะ

 

ทางบริษัทจึงได้ทดลองเก็บเชื้อจากเปลือกไม้มา พบว่าเป็นยีสต์ตระกูล Pichia spp. พอเลี้ยงไปเลี้ยงมาพบว่าเจ้ายีสต์นี้ประกอบด้วยเอนไซม์ Prolyl hydroxylase ซึ่งเป็นเอนไซม์สำคัญเอนไซม์หนึ่งในการสร้างคอลลาเจนของผิวเรา

 

seq 3.jpg

(Image from Biocosmethique)

 

seq 4.jpg

(Image from Biocosmethique)

 

เอนไซม์ Prolyl hydroxylase จำเป็นต่อการเปลี่ยนกรดอะมิโน Proline ให้กลายเป็น Hydroxyproline ในสายคอลลาเจนค่ะ

 

เอนไซม์นี้อาศัยธาตุเหล็ก และวิตามินซี เป็นส่วนหนึ่งในการทำงาน นี่ก็อธิบายได้ว่าทำไมวิตามินซี ให้ผลเรื่องริ้วรอยได้ด้วย

 

การทดสอบของบริษัทพบว่า Sequollagen มีคุณสมบัติอยู่ 3 ประการหลักๆ คือ

  1. Rejuvenation คืนความอ่อนเยาว์ โดยส่งเสริมการทำงานของ Fibroblast ซึ่งเป็นเซลล์แม่ในการสร้างเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่ชั้นหนังแท้ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และอิลาสติน ในระดับหลอดทดลอง
  2. ปกป้องจากรังสี UV
  3. ลดริ้วรอย

 

This slideshow requires JavaScript.

(Image from Biocosmethique)

 

ซึ่งการทดสอบของทางบริษัทเป็นในระดับหลอดทดลอง (In-vitro) และระดับ Ex-vivo ซึ่งใช้ผิวหนังจริงมาเพาะเลี้ยงค่ะ

จะเห็นได้ว่าสารดังกล่าวมีคุณสมบัติเพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจน เพิ่มการทำงานของเซลล์แม่อย่าง Fibroblast และช่วยปกป้องเซลล์จากรังสี UV

 

ก็นับว่าเป็นวัตถุดิบตัวหนึ่งที่มีความน่าสนใจ และมีกลไกการออกฤทธิ์ที่ดูแปลกแตกต่างออกไปจากที่เคยมีมา และส่วนตัวมี่เองยังไม่เคยเจอวัตถุดิบนี้ในเครื่องสำอางเลยค่ะ

 

ล่าสุดตอนนี้มีบริษัทนำเข้าวัตถุดิบแล้วนะคะ เป็นบริษัท JR Serve Co.,Ltd.

ซึ่งถ้าใครสนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้กับทางบริษัทโดยตรงเลยนะคะ

อีเมล์: jirat@jrserve.co.th

 

Reference:

Biocosmethique. Sequollagen Technical data sheet.

 

Disclaimer: บทความดังกล่าวเขียนขึ้นโดยอิงจากข้อมูลของผู้ผลิตวัตถุดิบเป็นหลัก และผู้เขียนไม่ได้รับค่าตอบแทนใดๆในการเขียนบทความ

 

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรัมลดริ้วรอยตัวดังจากสเปน Martiderm Proteum serum anti-aging ultra-intensive

สวัสดีค่ะ วันนี้มี่แวะเอารีวิวของเซรัมลดริ้วรอยตัวดังจากแบรนด์ Martiderm เวชสำอางจากฝั่งสเปนมาฝากกันค่ะ

 

เป็นเซรัมที่มีชื่อว่า Proteum serum anti-aging ultra-intensive ค่ะ

 

ตัวเซรัมหน้าตาเป็นแบบนี้นะคะ

 

pro 1

 

มาในขวดปั๊มสีดำ ดูหรูหรา Classic น่าเกรงขามมากเลยค่ะ ขวดบรรจุ 30 ml ค่ะ

 

 

ตัวเซรัมเป็นเนื้อสีออกเหลืองครีมอ่อนๆ มีความเงา มีกลิ่นหอม

 

pro 3

 

เนื้อเซรัมจะเป็นเนื้อน้ำนมเกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย มีสัมผัสลื่น ตอนลงแรกๆจะมีปื้นๆนิดๆแต่พอเกลี่ยเสร็จก็จะไม่ทิ้งร่องรอยใดๆค่ะ

 

pro 4

 

ด้านหลังกล่องจะมีคำ Claim อยู่ค่ะ

 

pro 2

 

สำหรับการใช้งานทางแบรนด์บอกว่าให้ใช้วันละครั้งในตอนเช้าค่ะ

 

 

 

ทางแบรนด์มีผลการทดสอบในอาสาสมัครด้วยนะคะ

 

proteum 3

(Image from Martiderm)

 

มี่ลองวัด pH ดู ยังพอวัดได้อยู่ค่ะ ปกติถ้าผลิตภัณฑ์มีสีและ Pigment มันจะค่อนข้างรบกวนการอ่านอยู่

 

pro 5

 

คิดว่า pH อยู่ที่ราวๆ 5 นะคะ

 

 

 

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

 

สผส proteum

 

จากส่วนผสมมี่ได้ทำแถบสีไว้ให้แล้วนะคะ

ส่วนสีฟ้าอมเขียว: เป็นกลุ่มส่วนผสมที่ดูดีมีนวัตกรรม ให้ผลด้านริ้วรอย ได้แก่

  • Glycine max (Soybean) seed Polysaccharides เป็นสารประกอบกลุ่มคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่ได้จากถั่วเหลือง ทางแบรนด์ตั้งชื่อว่า Proteum 89+® และ Claim ว่าเป็นสารในกลุ่ม Proteoglycan ขนาดเล็กที่ออกฤทธิ์กระตุ้นการสังเคราะห์ Proteoglycan ที่ชื่อ Decorin และ Vesican ในผิว ให้ผลเพิ่มความกระชับ (Firmness) และ ความยืดหยุ่น (Elasticity) ของผิว

 

ขอกล่าวรายละเอียดของ Decorin กับ Vesican ซักหน่อยนะคะ สองตัวนี้เป็น Proteoglycan ที่มีอยู่ในผิวค่ะ

 

decorin.jpg

(Image from Martiderm)

 

Proteoglycan พวกนี้จะเรียงกันเป็นร่างแหสลับซับซ้อนเหมือนแปรงล้างขวด เกาะอยู่กับโปรตีนที่เป็นสายหลัก Decorin เป็น Proteoglycan ขนาดเล็ก และ Versican เป็น Proteoglycan ขนาดใหญ่ค่ะ พวกนี้จะเรียงกันเป็นร่างแหและจับกับ Hyaluron และ Collagen อยู่ในผิว ทำให้ผิวยืดหยุ่น มีความกระชับ (Li et al, Sci Rep. 2013;3:2422.) เวลาคนเราแก่ตัวลง รวมถึงเวลาโดนรังสี UV บ่อยๆ โครงสร้างพวกนี้ก็จะมีความผิดปกติไป ทำให้เกิดเป็นริ้วรอยขึ้น

 

บทบาทของ Decorin นั้น จะไปจับกับ Collagen Type 1 ในชั้นผิว ช่วยให้ Collagen เรียงตัวในแบบที่เหมาะสม และปกป้องไม่ให้ Collagen โดนย่อยสลายโดยเอนไซม์ในผิว

 

ส่วน Versican นั้น ตัวมันเองก็มีความสามารถในการอุ้มน้ำ และยังจะไปจับกับ Hyaluronic acid ในชั้นผิว ช่วยอุ้มน้ำได้อีกต่อนึง

 

ทางแบรนด์ได้ทดสอบผลของสาร Proteum 89 ด้วยค่ะ มี่ไม่แน่ใจในระเบียบวิธีวิจัยของเขานะคะ แต่คิดว่าน่าจะเป็นระดับหลอดทดลอง (In vitro) ยืนยันแล้วว่า สารให้ผลกระตุ้นการสร้าง Decorin และ Versican ได้จริง

 

โดย Proteum 89 ในความเข้มข้น 1% ให้ผลกระตุ้นการสร้าง Versican ได้ 1.83 เท่า

 

proteum 1

(Image from Martiderm)

 

และกระตุ้นการสร้าง Decorin ได้ 1.78 เท่าค่ะ

 

proteum 2

(Image from Martiderm)

 

 

  • Tocopheryl retinoate อนุพันธ์ใหม่เป็นลูกผสมของวิตามินอีและเอ เป็นตัวนำพา (Carrier) ของกันและกันเข้าไปในผิว ให้ผลเรื่องการลดริ้วรอยจากวิตามินเอ และการเป็น Antioxidant ของวิตามินอี มีงานวิจัยตั้งแต่เมื่อปี 2006 กล่าวถึงผลในการเป็น Antioxidant, กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและ Hyaluronic acid ในระดับหลอดทดลอง และ ให้ผลช่วยให้ริ้วรอยตื้นขึ้นในอาสาสมัคร (Okano et al., J Dermatol Sci Suppl. 2006;2(1):S65-S74) มี่คิดว่าน่าจะเป็นวัตถุดิบตัวเดียวกับ Tocoretinate-10 ของบ. Nikko Chemical ของญี่ปุ่น ซึ่งประกอบด้วย Caprylic/ Capric Triglyceride, D-δ-Tocopherol Retinoate และ D-δ-Tocopherolทางผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim เรื่องริ้วรอย Antioxidant กระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจน และ hyaluron ในผิวเช่นเดียวกัน

 

  • Acetyl hexapeptide-51 amide Peptide ที่มีชื่อทางการค้าว่า Juveleven ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบกล่าวว่าให้ผลปกป้อง DNA และช่วยเร่งกลไกการฟื้นฟู DNA ตามธรรมชาติของผิวให้เกิดได้ไวขึ้น

 

juv

(Image from Lipotec)

 

ส่วนตัวที่เหลือได้แก่

 

สีเขียว: สารบำรุงทั่วไป มีส่วนผสมของวิตามินบี5 บี3 ซี และอี 4 ตัวนี้ให้ผลโดยรวมในด้านความชุ่มชื้น ไวท์เทนนิ่ง Antioxidant และการเพิ่มความแข็งแรงของผิว

 

สีม่วง: สารไขมันทดแทนให้ผิว เพราะคนที่เริ่มมีอายุขึ้นการสร้างไขมันในผิวจะเกิดได้น้อยลง

 

สารสีส้ม จริงๆไม่ใช่สารออกฤทธิ์ค่ะ แต่เป็นกลุ่มของ Pigment ที่ช่วยบดบัง อำพราง รอยต่างๆบนผิว โดยเจ้า Mica จะช่วยสะท้อนแสงทำให้ดูสว่าง ส่วนเจ้า Titanium dioxide มีคุณสมบัติปกปิด และ Silica บางชนิดจะช่วยกระเจิงแสง ทำให้ร่องรอยต่างๆดูเบลอไป

 

การมีอยู่ของ Pigment พวกนี้ทำให้ผลิตภัณฑ์ดูไม่ค่อยจำเป็นสำหรับกลางคืนเท่าไหร่นัก เพราะทาแล้วก็ไปนอน แต่ถ้าจะใช้เช้าเย็นก็ไม่มีปัญหาอะไรค่ะ

 

มาให้คะแนนดีกว่าค่ะ

  1. สารบำรุง หรือ Active ingredients ด้วยความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของตัว Proteum 89+® ซึ่งออกฤทธิ์ได้ค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์ เสริมด้วยวิตามิน A B3 B5 C E จึงให้ผลบำรุงผิวได้ครบถ้วนและรอบด้าน จากที่ได้เล่าให้ฟังไว้ในด้านบน เลยขอให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. เนื้อหลัก หรือ Base มาในรูปแบบของ Emulsion ประกอบด้วย น้ำ น้ำมัน และซิลิโคน ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ มีส่วนของสารเติมน้ำ สารเคลือบผิว และสารไขมันทดแทนอยู่ครบถ้วน เลยขอให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. สารปรุงแต่งอื่นๆ ไม่มีตัวไหนมีพิษมีภัยอะไรกับผิว เลยไม่มีที่ให้หักคะแนน รับไป 5 ฟลาสก์
  4. การใช้งาน จริงๆตัวนี้มี่ค่อนข้างรักเลยนะคะ เกือบจะเป็นลูกรักและ ติดอีกนิดนึงที่กลิ่น ไม่ใช่กลิ่นที่เป็น Spec ของมี่เลยจริงๆ ตอนนี้ค่อยๆกระมิดกระเมี้ยนใช้ ระวังหมด ช่วงแรกๆ ก็ลงทั้งหน้าอยู่ค่ะ แต่ระยะหลังๆนี้เอามาเน้นทาบำรุงใต้ตาค่ะ ช่วยเรื่องริ้วรอยได้ดีเหมือนกันค่ะ จุดนี้ขอให้ไป 5 ฟลาสก์

 

คะแนน

 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Martiderm ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ สำหรับแบรนด์ Martiderm ในประเทศไทย มีบริษัท Advance aesthetic เป็นผู้นำเข้าแบบถูกต้องนะคะ

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่

เฟสบุคของบริษัท http://www.facebook.com/advanceaestheticthailand ได้เลยค่ะ

 

ขอบคุณที่ติดตามรับชมมาจนจบค่ะ

 

Disclaimer/Conflict of interest: ผลิตภัณฑ์ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Martiderm การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Mini Review]] วิเคราะห์ส่วนผสม Miracle stick ชื่อดังจากเกาหลี Maxclinic Cirmage lifting stick

Mini Review]] วิเคราะห์ส่วนผสม Miracle stick ชื่อดังจากเกาหลี Maxclinic Cirmage lifting stick

มี่เชื่อว่าหลายๆคนต้องเคยเห็น Lifting stick ชื่อดังของเกาหลีแน่นอน คิดว่าหลายๆคนต้องสงสัยว่า เอ๊ะ เค้าทำได้ไง ทำไมถึงได้ยกกระชับจากหน้าย่น ให้กลายเป็นหน้าเรียวได้อย่างรวดเร็ว

 

วันนี้จะมาวิเคราะห์ส่วนผสมให้ค่ะ

 

มาดูหน้าตากันก่อนนะคะ

cirmage re.jpg

 

(Image from: http://www.maxclinic.com/rb/?c=product/skincare)

วันนี้เป็นงานขโมยเพื่อนมารีวิวค่ะ 555

 

cir 1.jpg

 

ตอนที่เพื่อนสั่งผ่าน G market มีโปร 1+1 (ซื้อ 1 แถม 1)นะคะ

 

หน้าตาจะเป็นแท่งรูปทรงแปลกๆแบบนี้ค่ะ

 

cir 6.jpg

 

เปิดมาจะมีจุกปิดด้านในอีกชั้นนึง

 

cir 7

 

เปิดมาจะเป็นแบบนี้ค่ะ

 

cir 12

 

ลองกับมือดูนะคะ

 

cir 9

 

มันจะเป็นแท่งที่น่าจะมาด้วย Wax เป็นเนื้อหลัก มีกลิ่นหอมอ่อนๆ รู้สึกอุ่นๆ หนึบๆตอนทา นางช่วยกลบความเหี่ยวบนมือได้จริงค่ะ

 

มาลองกับมือเพื่อนอีก ยิ่งเห็นชัด

 

cir 8.jpg

 

ซึ่งการกลบความเหี่ยว หรือ ริ้วรอย นี้เกิดได้จาก 2 กลไกหลักๆ

 

คือ ใช้พวก Pigment หรือ Silicone หรือ Polymer บางชนิดไปเคลือบปิดริ้วรอยต่างๆ หรือช่วยกระเจิงแสง ทำให้เรามองไม่เห็น

 

กับอีกกลไกคือ อาศัย peptide ที่ออกฤทธิ์ผ่านระบบประสาท ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว ริ้วรอยเลยคลายออกค่ะ

 

มาลองดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

มี่ไม่ทราบส่วนผสมเต็ม เลยจะขอวิเคราะห์เท่าที่ทราบนะคะ

ตัวนี้ถ้าดูที่กล่อง มี่คงไม่ซื้อ เพราะนางแจ้งส่วนผสมมาแค่ สารสกัดจากชะเอม Adenosine Tocopheryl acetate และ Phenoxyethanol

cir 4

 

มาดูส่วนผสมในเวบนางถึงได้รู้ค่ะ ว่า นางมาเต็มเหมือนกัน

 

cirmageliftingstick_03-re

(Image from: http://www.maxclinic.com/rb/?c=product/skincare)

 

จัดเต็มไปที่ peptide ที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทอย่าง Argireline, Syn-ake และ Spider peptide รวมถึง สารสกัดจากใยแมงมุมด้วยค่ะ

 

ตัวอื่นๆที่เห็นก็จะมี Collagen, Gellan gum (ที่ก่อฟิล์มบนผิวได้ และให้ความรู้สึกตึง)

 

แต่เรื่องของ Polymer กับ Silicone ที่เคลือบอำพรางริ้วรอยนั้นยังดูไม่ชัด เพราะเราไม่ทราบส่วนผสมทั้งหมดค่ะ

 

โดยรวมก็เหมือนเหล้าเก่าในขวดใหม่ เอา Peptide ที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทหลายๆตัวมายำรวมๆกัน ได้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่โด่งดังในชั่วข้ามคืน ถือว่าทำมาได้ดี และมีความเป็นนวัตกรรมค่ะ

 

ซึ่งจริงๆนางมีเทคนิคของนางด้วยนะคะ ความเว้า ความโค้งของตัวผลิตภัณฑ์มีผลกับการนวดค่ะ

 

ตบท้ายด้วยวิธีนวดค่ะ

 

cirmageliftingstick_07.jpg

(Image from: http://www.maxclinic.com/rb/?c=product/skincare)

 

สำหรับวันนี้ก็มีแค่นี้ค่ะ เอาไปคืนเพื่อนก่อน สวัสดีค่ะ 🙂

 

รีวิววิเคราะห์เจาะลึกส่วนผสมแบบละเอียด ครีม Whitening และ Anti-aging 2 in 1 จาก Fendse Youthful Luminescent Moisturizer

รีวิววิเคราะห์เจาะลึกส่วนผสมแบบละเอียด ครีม Whitening และ Anti-aging 2 in 1 จาก Fendse Youthful Luminescent Moisturizer

วันนี้มี่แวะเอาครีมบำรุงผิวที่ให้คุณสมบัติทั้งปกป้อง ฟื้นฟู และ บำรุงไปได้พร้อมกัน มารีวิวให้ชมกันค่ะ

เป็นครีมของแบรนด์ Fendse อ่านว่า เฟรนเซ่ กับ Youthful Luminescent Moisturizer ตัวนี้เลยค่ะ

img 1

จุดแรกที่น่าสนใจ และน่าประทับใจ คือ ตัวกล่องทำมาได้แน่นหนามากค่ะ มีกันกระแทกชั้นในอีกชั้นหนึ่งด้วยหละ

img 5

ตัวครีมเป็นเนื้อครีมสีครีมอมฟ้าอมเขียวๆนิดๆ น่าจะเป็นเพราะวัตถุดิบสารสกัดพืชค่ะ ไม่มีกลิ่นค่ะ

img 2

เกลี่ยได้ง่าย เคลือบปกป้องและให้ความชุ่มชื้นได้ค่อนข้างสูง เลยค่ะ

img 3

วัดค่า pH กันซักเล็กน้อย

img 4

ค่า pH อยู่ที่ประมาณ 5 ค่ะ ใกล้เคียงกับผิวดี

มาทั้งทีไม่วิเคราะห์ส่วนผสมคงไม่ได้

ส่วนผสมของเฟรนเซ่ เป็นดังนี้นะคะ

สผส

จากส่วนผสมนี่เราจะพอเห็นได้ว่า สารที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสารออกฤทธิ์ ที่มีประโยชน์ในการบำรุงผิวค่ะ

ซึ่งปกติเราแบ่งส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็น 3 หมวดหลักๆ คือ
1. Actives หรือ สารออกฤทธิ์ เป็นสารที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติพิเศษต่างๆ
2. Base หรือ ส่วนเนื้อของผลิตภัณฑ์ เป็นตัวพยุงสารออกฤทธิ์ และนำพาไปสู่ผิวหนัง
3. Additives หรือ ส่วนของสารเติมแต่ง เป็นตัวเติมแต่งให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าใช้ มีความปลอดภัย เช่น พวกสารกันเสีย พวกน้ำหอม พวกซิลิโคน ตัวเพิ่มความหนืด ฯลฯ

คุณสมบัติสารแต่ละตัวตามหน้าที่
1. Actives ได้แก่
– Cnidium monnieri Fruit Extract: สารสกัดจาก Snow parsley ที่ทางแบรนด์บอกว่า เป็นสายพันธ์ธรรมชาติที่ขึ้นบนเกาะเจจูของเกาหลี ในส่วนของงานวิจัยมีเกี่ยวข้องกับฤทธิ์ในการลดการอักเสบ (Int J Mol Med. 2013;32(4):876-82.) แก้แพ้ แก้คัน (Biol Pharm Bull. 2002 ;25(6):809-12.) วัตถุดิบตัวนี้เป็นวัตถุดิบสิทธิบัตรเกาหลี สกัดมาให้ได้สาร Osthole ที่ออกฤทธิ์อย่างเป็นเอกลักษณ์ ไปยับยั้ง Diacylglycerol (DAG) และ Nitric oxide ไม่ให้ไปกระตุ้นให้เอนไซม์ Tyrosinase ทำงาน มีผลลดการสร้างเม็ดสีดีกว่า Arbutin 88 เท่า มีการทดสอบในอาสาสมัคร แค่ใช้เพียง 2 สัปดาห์ก็ได้ผลด้าน Whitening แล้ว (วัดจากค่า L* ของผิว ซึ่งเป็นค่าที่ใช้บอกสีใน Scale สีขาว-สีดำ) และยังลดการอักเสบในผิวได้ด้วย (KR 10-2010-0061978)
– Niacinamide รูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 มีรายงานว่า สารตัวนี้สามารถเป็น Whitening ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ โดยไปรบกวนการส่งผ่านของเมลานินที่สร้างเสร็จแล้ว ลดการอักเสบในผิว เพิ่มการไหลเวียนเลือด ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวโดยไปกระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า และยังเป็น Antioxidant ด้วย (Int J Cosmet Sci 2005; 27:255–261)
– Citrullus lanatus extract สารสกัดจากแตงโม ส่วนของผลมีคุณสมบัติเป็น Antioxidant ที่ดี (Food Nutr Sci 2015;6,1056-1064) ข้อมูลจากผู้จำหน่ายวัตถุดิบระบุว่า สารสกัดจากผลแตงโม มีประโยชน์ในการฟื้นฟูผิวที่ถูกทำลายด้วยรังสี UV ช่วยให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้น
– Pyrus malus fruit extract สารสกัดจากแอปเปิ้ล สารสกัดจาก Apple สายพันธุ์หนึ่ง ไม่มีงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับผิวหนัง ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าสารนี้มีประโยชน์เกี่ยวกับการให้ความรู้สึกสบายผิว และช่วยกระชับรูขุมขน นอกจากนี้ในส่วนของผลไม้จะมีน้ำตาลกับวิตามินอยู่ ซึ่งให้ผลเพิ่มความชุ่มชื้นและปรับสภาพผิวหนังได้
– Lens esculenta Fruit Extract สารสกัดจากถั่วเล็นทิล มีงานวิจัยระบุถึงคุณสมบัติในการเป็น Antioxidant และต้านการอักเสบ (Food Chem. 2013;138(2-3):1543-50.) สารสกัดจากเมล็ดถั่วมีชื่อทางการค้าว่า p-Refinyl ผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าให้ผลควบคุมความมันและกระชับรูขุมขน
– Sodium Lactate and Sodium PCA จัดเป็นสารเพิ่มความชุ่มชื้นตามธรรมชาติในผิว ที่เรียกว่า Natural moisturizing factor หรือ NMF ช่วยเพิ่มความสามารถในการดูดน้ำของผิว
– Tetrapeptide-21 เป็น Peptide ที่ประกอบด้วยกรดอะมิโน 4 ตัว ออกฤทธิ์กระตุ้นการสร้าง Extracellular matrix ในผิว ได้แก่ Collagen, Elastin และ Hyaluronic acid ผลคือริ้วรอยลดลง ผิวดูยืดหยุ่นกระชับขึ้น
– Diglucosyl gallic acid พฤกษเคมีชนิดหนึ่ง มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant ที่ดี ลดการอักเสบในผิว และสามารถลดการสร้างเม็ดสีผิวได้
– Tetrapeptide-30 เป็น Peptide ที่ประกอบด้วยกรดอะมิโน 4 ตัว ออกฤทธิ์ลดการอักเสบในผิว ลดการสร้างเม็ดสีผิว ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าสารนี้สามารถปรับโทนสีผิวให้สม่ำเสมอ และมีความสวยงามมากขึ้น
– Hamamelis virginiana Water น้ำที่ได้จาก Witch hazel มีคุณสมบัติความเป็น Astringent ช่วยกระชับรูขุมขน ควบคุมความมัน สำหรับรายงานการวิจัยมีระบุถึงฤทธิ์ในการต้านการอักเสบ (J Pharm Pharmacol. 1994; 46(4):286-90.)
– สูตรผสมของ Acetyl tyrosine, Proline, Hydrolyzed Vegetable Protein และ Adenosine Triphosphate มีชื่อทางการค้าว่า Unirepair T-43 มีคุณสมบัติที่ดีในการปกป้องผิวจากรังสี UV ช่วยฟื้นฟูสภาพผิวที่เสื่อมไป รวมไปถึงผลในการลดเลือนริ้วรอย (SÖFW-Journal 11-2006;132:1-6)
– สูตรผสมของ Methylglucoside Phosphate และ Copper Lysinate/Prolinate มีชื่อทางการค้าว่า Neodermyl เป็นสารเชิงซ้อนของแร่ธาตุทองแดงกับกรดอะมิโน Lysine และ Proline ผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่าสารนี้สามารถเป็นแหล่งพลังงานให้เซลล์ Fibroblast ที่แก่แล้วเกิดการปรับตัวและสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ชนิดที่ดีออกมา จึงมีผลทำให้ริ้วรอยลดลง
– Actinidia polygama Fruit Extract สารสกัดจากผล Silver vine มีรายงานการวิจัยเกี่ยวกับคุณสมบัติในการต้านการอักเสบ (Arch Pharm Res. 2003;26(12):1061-6.) ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าสารสกัดนี้ให้ผลเกี่ยวกับการลดริ้วรอยได้โดยไปต่อต้านการเกิด Glycation ของโปรตีน (Glycation คือ ภาวะที่น้ำตาลไปจับกับสารโครงสร้างเช่นโปรตีนและไขมัน ทำให้สารเหล่านี้ทำงานได้แย่ลง เกิดเป็นริ้วรอยขึ้น)

2. Base เป็นครีมที่มีส่วนผสมของน้ำและน้ำมัน ไม่มีซิลิโคนค่ะ ดังนี้
2.1 ส่วนของน้ำ ประกอบด้วย น้ำ, และสารเติมน้ำให้ผิวอย่าง Dipropylene glycol, Glycerin และ Butylene glycol
2.2 ส่วนของน้ำมัน ประกอบด้วย Glyceryl stearate, Stearic acid, Squalane, Beeswax และ Jojoba oil โดยมีทั้งน้ำมันที่ซึมผิวได้ และไขมันที่เคลือบปกป้องผิว

3. Additives ได้แก่
3.1 สารปรับ pH ได้แก่ Lactic acid ซึ่งให้ประโยชน์ในการเติมน้ำให้ผิวด้วย
3.2 สารกันเสีย ได้แก่ Phenoxyethanol

สรุปซักนิด:
ในแง่ของการเป็นไวท์เทนนิ่ง สารสกัด Cnidium จากเกาะเจจูสามารถให้ผลที่ดีในขั้นตอนแรกก่อนที่เม็ดสีจะถูกสร้าง และให้ผลลดการอักเสบ ซึ่งจะมากระตุ้นให้เกิดการสร้างเม็ดสีอีกขั้น วิตามินบี 3 ยับยั้งไม่ให้เม็ดสีที่สร้างเสร็จแล้วออกมาข้างนอก และสารสกัดจากพืช สารบำรุงอีกหลายชนิด ขัดขวางการสร้างเม็ดสี โดยรวมคือ ออกฤทธิ์ได้ครบถ้วนทั้ง 3 Step ของการสร้างเม็ดสี
ในแง่ของการชะลอวัย และลดริ้วรอย มีส่วนผสมที่ให้ผล Antioxidant ช่วยชะลอวัย และป้องกันการ Glycation ซึ่งถือเป็นคอนเซปท์ใหม่ของการชะลอวัย

ถึงเวลาให้คะแนน
1. Actives ส่วนของสารออกฤทธิ์มีอยู่ค่อนข้างหลายชนิด และค่อนข้างกว้าง ดังที่ได้กล่าวไปแล้วในข้างบน จะเห็นได้ว่าให้ผลค่อนข้างครบทั้งด้านริ้วรอย ผิวขาว ชุ่มชื้น ปกป้อง ด้านรูขุมขน และ ลดการอักเสบของผิว จึงขอให้ 5 ฟลาสก์
2. Base ส่วนของเนื้อมาในรูปแบบครีม ประกอบด้วยส่วนผสมครบถ้วน ทั้งสารดูดน้ำ น้ำมันที่ซึมเข้าผิวได้ และไขมันเคลือบผิว ไม่มีส่วนผสมของ Alcohol และ Silicones ขอให้ 5 ฟลาสก์
3. Additives ส่วนของสารปรุงแต่งมีเท่าที่จำเป็น ไม่มีสารไหนมีพิษมีภัยอะไร เลยไม่มีอะไรให้หักคะแนน รับไป 5 ฟลาสก์
4. การใช้งาน ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบนะคะ เพราะว่าเนื้อครีมค่อนข้างชุ่มชื้นผิว แต่ก็ไม่ได้เหนอะหนะหรือหนักผิวมากเกินไป ใช้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ส่วนเรื่องผลการใช้งาน หลังจากทดลองมาได้เกือบๆ 2 สัปดาห์ ผิวก็จะนุ่มชุ่มชื้นขึ้น พวกความเหี่ยวที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่แต่งหน้าเยอะๆ ก็ลดลง รูขุมขนก็ดูละเอียดขึ้น ลากรองพื้นได้ง่ายขึ้น ไม่เป็นคราบ อีกอย่างคงเป็นเรื่องกล่อง ที่ทำมาได้ค่อนข้างดี มีการบุกันกระแทกไว้ในกล่อง ซึ่งเราไม่ค่อยพบเห็นเท่าไหร่ เลยขอให้ 5 ฟลาสก์

คะแนน

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ fendse ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามมาจนจบ
สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

http://www.facebook.com/fendse

Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์

เปิดกรุรีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม CC cream นานาชาติในบ้านมียอน 5 แบรนด์ 5 สไตล์

เปิดกรุรีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม CC cream นานาชาติในบ้านมียอน 5 แบรนด์ 5 สไตล์

วันนี้มี่มารีวิวเปิดกรุ CC cream ในบ้านมียอนให้ชมกันค่ะ

CC cream ที่มี่มีไว้ในครอบครอง จะเป็น 5 หลอดนี้ค่ะ
คำถาม: จำเป็นไหม ต้องมี CC 5 หลอด??
คำตอบ: แล้วแต่อารมณ์ค่ะ วันนี้อยากทาอันนี้ อีกวันอยากทาอีกอัน ไรงี้

 

cc 1.jpg

 

ไม่พูดพร่ำทำเพลง มาเริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ ตัวแรก Maybelline New York White superfresh CC
Make it happen inspired by คุณแม่เจนี่ค่ะ

 

cc 2.jpg

 

ตัวนี้เนื้อบีบออกมามีสีค่อนข้างขาว พอทาแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีเนื้อกลืนไปกับผิว (ภาษาอังกฤษมาค่ะ —> Color changed !!)

CC นี้มีกลิ่นหอมอ่อนๆค่ะ

 

m texture.jpg

 

การคุมมันตัวนี้ทำมาได้ค่อนข้างดีนะคะ คุมมันที่จมูกได้นานกว่า 6 ชั่วโมงค่ะ แต่มันดีเกินไปค่ะ ผิวแก้มของมี่ปกติจะไม่มันเหมือน T-zone ใช้ตัวนี้มี่จะรู้สึกแห้งตึงไปนิดนึงค่ะ
ถ้ามาแล้วไม่วิเคราะห์ส่วนผสมคงไม่ได้ค่ะ

ส่วนผสมมาค่ะ

 

สผส M.jpg

ตัวนี้ส่วนผสมค่อนข้างมาเต็ม เพราะอัดแน่นด้วยสารบำรุงอยู่หลายตัวมาก ทั้งสารกลุ่ม LHA, อนุพันธ์ของกรดอะมิโนราคาแพง สารสกัดจากดอกบัว และ โบตั๋น (Peony) ซึ่งให้ผลโดยรวมในด้านริ้วรอยและผิวขาวเช่นกัน มาดูรายละเอียดกันซักเล็กน้อยนะคะ

  • LHA ที่มี่ว่า คือ Capryloyl salicylic acid เป็นลูกหลานของ Salicylic acid ซึ่งเป็น BHA มีบทบาทในการผลัดเซลล์ผิว ลดการอักเสบ ละลายสิวอุดตัน มีงานวิจัยหนึ่งทดสอบประสิทธิภาพของสารตัวนี้เทียบกับ Glycolic acid พบว่า LHA ลดริ้วรอยในอาสาสมัครได้ และช่วยให้ผิวขาวขึ้นดีกว่า Glycolic acid (J Cosmet Dermatol. 2008; 7(4):259-62.)
  • Sodium palmitoyl proline ที่มี่บอกว่าดูแพง มีชื่อว่า Sepicalm VG ซึ่งเป็นวัตถุดิบผสมระหว่างสารตัวนี้กับสารสกัดจากดอกบัว (Nymphaea alba extract) มีประโยชน์เป็น Whitening ทั้งส่วนของสีผิวด่างดำที่เกิดตากกระบวนการอักเสบ และความผิดปกติของสีผิวที่เกิดตามอายุ และมีคุณสมบัติ Soothing ช่วยให้สบายผิว 
  • Paoenia suffruticosa extract คือ สารสกัดจากโบตั๋นพันธ์ Tree peony มีสารประกอบพวก Flavonoid ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ มีรายงานการวิจัยบอกว่าสามารถทำให้เซลล์ผิวหนัง Keratinocyte มีชีวิตยืนยาวขึ้น (Fitoterapia. 2013;84:308-17) มีรายงานถึงฤทธิ์ Antiinflammatory (Nat Prod Res. 2014;28(5):301-5.) และฤทธิ์ Antioxidant กับฤทธิ์ทำให้ผิวขาว ผ่านกลไกการยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase เอนไซม์ DOPA oxidase และยังลดการสังเคราะห์เอนไซม์ tyrosinase กับโปรตีนอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์เมลานินได้ด้วย (Plant Foods Hum Nutr. 2011;66(3):275-84.)
โดยรวมคือ CC นี้ได้ความไวท์ไปเต็มๆค่ะ

แต่มาตกม้าตายเพราะมีส่วนผสมของ paraben อยู่นะคะ

ตัวที่สองมาจากฝั่งเกาหลีบ้างค่ะ เป็น CC จากแบรนด์ Pretty story
cc 6
เนื้อครีมจะออกไปที่อันเดอร์โทนสีชมพู ตามสไตล์เกาหลี ขาวอมชมแบบมีเลือดฝาด กลิ่นหอมอ่อนๆ เน้นปกปิด เพราะเนื้อจะมีเม็ดสีที่ค่อนข้างเข้มข้นค่ะ
pretty texture

การคุมมันนั้น ค่อนข้างดีเช่นกัน คุมมันที่จมูกได้นานกว่า 6 ชั่วโมง แต่ตัวนี้ไม่ได้ทำให้หน้ารู้สึกแห้งไปนะคะ กำลังดีค่ะ

ในส่วนของส่วนผสมนั้น

 

สผส P.jpg

 

มีสารกันแดดทั้งชนิดกายภาพและเคมี และมีสารบำรุงผิวอยู่หลายตัว คือ

  • Arbutin เป็นสารที่ช่วยลดการสร้างเม็ดสีผิว ซึ่งมาในลำดับต้นๆของรายการส่วนผสมเลยค่ะ
  • Snail secretion filtrate หรือ เมือกหอยทาก มีงานวิจัยรองรับถึงผลในการฟื้นฟูผิวที่เสียหายเพราะรังสี UV และช่วยลดริ้วรอย
  • Adenosine มีงานวิจัยรองรับถึงผลในการลดริ้วรอย
  • Collagen ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นผิว
  • Malus domestica fruit cell extract สารสกัดจากเซลล์เพาะเลี้ยงของแอปเปิ้ล ที่เรียกๆกันว่า Apple stem cell มีผลช่วยดูแลฟื้นฟูความเสียหายของผิวและลดริ้วรอย
  • Fragaria chiloensis fruit extract สารสกัดจากสตรอเบอรี่สายพันธ์สีขาว ช่วยลดการสร้างเม็ดสี และช่วยปกป้องฟื้นฟูผิวจากรังสี UV

โดยรวมถือว่าเป็น CC ที่ให้ผลทั้งไวท์เทนนิ่ง ชุ่มชื้น และริ้วรอย ในหลอดเดียวกัน

แต่ก็ยังมีส่วนผสมของ paraben อยู่ค่ะ

 

ตัวที่สาม สัญชาติเกาหลีเช่นกัน เป็นตัว Cathy Doll speed white CC cream

 

cc 10

หลอดดูไปดูมาคล้ายๆเสือดาวมุ้งมิ้ง ตัวนี้นางเคลมเรื่องของการคุมมันตลอดทั้งวันค่ะ แต่ส่วนตัวมี่คุมตรงจมูกได้ราวๆ 4 ชั่วโมงค่ะ บ่ายๆมาต้องเติมแป้งซักหน่อย แต่บริเวณแก้มและหน้าผากกำลังผ่องเลย

 

ตัวนี้บีบออกมาเนื้อจะค่อนข้างขาวนะคะ แต่เวลาเกลี่ยเสร็จก็เกือบจะไม่เห็นสี สัมผัสค่อนข้างบางเบา ออกจะหนึบๆอยู่นิดนึงค่ะ

cathy texture

 

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

 

สผส c

 

ส่วนผสมตัวนี้มีส่วนของสารกันแดดทั้งชนิดกายภาพและเคมีค่ะ ในส่วนของสารบำรุงมีสาร Arbutin ที่ช่วยลดการสร้างเม็ดสี แต่มาในลำดับท้ายๆ

เราจะทำเป็นมองไม่เห็นนะคะ ว่ามีส่วนผสมที่สะกดผิด

ตัวที่สี่ สัญชาติอังกฤษ จาก  Seventeen นั่นเองค่ะ

นางมาในหลอดสีขาว สลับสีเขียวพาสเทลดูเด็กๆวัยใสกรุบกริบ

 

cc 13

 

ตัวนี้สีจะเข้มนิดนึงนะคะ มีส่วนผสมของ Shimmer อยู่ด้วย

ส่วนตัวมี่อยากแนะนำว่า ก่อนใช้เขย่าซักนิดนะคะ จะมีส่วนของ Shimmer ที่มัน Bleed ออกมาจากเนื้อครีม (ศัพท์สวยๆของคำว่า แยกชั้นหรือแยกตัวออกมา)

 

seventeen tex

 

ส่วนการคุมมัน มี่ขอให้ระดับกลางๆค่ะ ตัวนี้จะเน้นความโกลว ความวาวอยู่ด้วย

 

สำหรับส่วนผสมนั้นเป็นดังนี้ค่ะ

 

สผส s

 

จะมีส่วนของสารกันแดดทั้งชนิดเคมีและกายภาพ ร่วมกับสารบำรุงผิว 2 ตัว คือ สารสกัดจาก St.Paul worth (Sigesbeckia orientalis extract) ที่ช่วยเรื่องริ้วรอยได้ และ Rabdosia rubescens ซึ่งคู่นี้ไปตรงกับวัตถุดิบ Chromacare ของบริษัท Sederma ที่ช่วยเรื่องสีผิวอย่างครบวงจร คือ ลดรอยดำ ลดรอยแดงโดยไปลดสีจาก Hemoglobin (องค์ประกอบของ Hemoglobin) และ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิว

ชิคค่ะ สมกับวัย Seventeen จริงๆ เพราะไม่ได้แค่ปกปิด แต่ลดรอยดำรอยแดงได้ในระยะยาว

ตัวสุดท้ายเป็น ZA color match shield cc cream ตัวใหม่ล่าสุด ที่มี่เลือกมาเป็นสูตรสีม่วงค่ะ

 

cc 16

 

เป็น CC base ม่วงที่เปลี่ยนเป็นสีเนื้อตอนทา ให้ผลปรับสีผิวให้สว่างขึ้น มีกลิ่นหอม

za texture

 

ประกอบด้วยสารกันแดดทั้งชนิดกายภาพและเคมี ในส่วนของสารบำรุงนั้นเป็นกลุ่มน้ำตาลที่ช่วยเรื่องของความชุ่มชื้นเป็นหลัก ร่วมกับสารสกัดจากชาเขียว และ hyaluron ค่ะ

เทียบเนื้อหลังเกลี่ยของทุกตัวให้ชมนะคะ

 

seventeen tex

 

ของ ZA กับ Seventeen จะมีความวาวอยู่เล็กๆ และตัวที่กลืนกับผิวมี่ที่สุดจะเป็นตัว Pretty story ตามมาด้วย Maybelline ค่ะ

 

มาดูเนื้อ และ ความมันของเนื้อ CC กันบ้างนะคะ

 

ความมัน

 

ตัวที่เนื้อครีมยังมีความมันอยู่จะเป็นตัว Cathy doll, Seventeen และ ZA นะคะ แต่ Maybelline และ Pretty story นั้น ยังไม่มีน้ำมันซึมออกมาจากเนื้อครีมในช่วงนี้ค่ะ

 

ส่วนการปกปิด มี่ทดสอบกับ สี 3 สี คือ ดำ น้ำตาล และ ชมพู เพื่อใช้ประเมินการกลบรอยดำ เม็ดสี และ รอยแดงนะคะ

 

ปกปิด 1+2

 

ปกปิด 3+4

 

จากรูปจะเห็นว่าตัวที่ปกปิดได้ค่อนข้างดีจะเป็น Pretty story, Seventeen และ ZA ค่ะ ตามลงมาจะเป็น Maybelline และ Cathy doll

สุดท้ายก็มาถึงช่วงให้คะแนนกันค่ะ

 

คะแนน cc

 

สำหรับวันนี้ก็มีแค่นี้ค่ะ ขอบคุณที่ติดตามรับชมมาจนจบนะคะ

พบกันใหม่โอกาสถัดไป สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ

 

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสม สกินแคร์กลุ่มวิตซี จากแบรนด์ Lab Story ยกเซ็ต

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสม สกินแคร์กลุ่มวิตซี จากแบรนด์ Lab Story ยกเซ็ต

วันนี้เอาสกินแคร์กลุ่ม Vit C เกาหลี จากแบรนด์ Lab story มารีวิวให้ชมกันค่ะ

ขึ้นชื่อว่าบ้านมียอน งานโอปป้าต้องมาเสมอค่ะ

ในเซตนี้ มีผลิตภัณฑ์อยู่ 3 ชิ้นนะคะ คือ Booster, Serum และ Cream ค่ะ

มาดูหน้าตากันก่อนเลยเนอะ

lab 1

แบรนด์ Lab story นั้น ว่ากันว่าเป็น แบรนด์เวชสำอางของเกาหลีที่ดาราเกาหลีเลือกใช้กัน ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์เลือกใช้ส่วนผสมที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ มีการพัฒนาสูตร ใช้นวัตกรรมต่างๆเพื่อดูแลผิว และที่สำคัญคือ ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพ และความปลอดภัย การระคายเคืองเรียบร้อยแล้วค่ะ

อีกอย่างคือ นางมีออฟฟิสอยู่ที่ย่านคังนัมนะคะ ย่านหรูชื่อดังในกรุงโซล

เรามาเริ่มกันที่ตัวแรกของเซตเลยค่ะ กับตัว Booster เป็นแนวๆ Toner/Essence นะคะ

lab 2

ตัวนี้เนื้อจะเป็นกึ่งๆน้ำนม มีความหนืดนิดๆ ชุ่มชื้นผิวมาก กลิ่นหอมอ่อนๆละมุนๆ เกลี่ยค่อนข้างง่ายนะคะ จะเทใส่มือแล้วตบ หรือ จะใส่สำลีแล้วเช็ดก็ได้หมด
ส่วนตัวมี่ชอบเทใส่สำลีแล้วกดเบาๆบนหน้าค่ะ

 

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

 

lab 4

 

ตัวนี้นอกจากสารหลักจะมีจุดเด่นอยู่ที่ น้ำมันจากพืชหลายชนิดค่ะ ส่วนใหญ่ก็เป็นชนิดที่หายากและมีราคาแพง เช่น น้ำมันจากเมล็ดบรอคโคลี่ น้ำมันจากถั่วดาวอินคา (Plukenetia volubilis) สายพันธ์ดั้งเดิมจากป่าอเมซอน น้ำมันเมล็ดแบลคเคอเรนท์ น้ำมันมะรุม ร่วมกับน้ำมันจากพืชตัวดั้งเดิมอีกหลายชนิด เช่น มะกอก ชา Jojoba Macadamia และ Meadowfoam

เรียกได้ว่าใครที่กำลังมองหาน้ำมันจากธรรมชาติ เจ้านี่คงตอบโจทย์ได้เลยค่ะ

ขนาดมี่เอง ลองมาก็เยอะ มาเจอตัว Booster นี่หลงไหลได้ปลื้มเชียวหละ

ส่วนของสารออกฤทธิ์ก็จะมีพวกกลุ่มที่ช่วยเรื่องผิวขาวอยู่หลายตัว เช่น

  • Niacinamide ที่เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 มีคุณสมบัติเรื่องผิวขาว เพิ่มความแข็งแรงให้แก่ Barrier ผิว โดยไปเร่งการสร้างไขมันที่เป็น Barrier ผิว และลดการอักเสบ
  • Sorbitol กับ Sodium hyaluronate ที่มาในลำดับต้นๆ เด่นเรื่องความชุ่มชื้น ผิวนุ่มฟู
  • Melon seed extract อันนี้ขึ้นกับกรรมวิธีว่าจะได้น้ำมัน หรือ โปรตีนออกมา แต่หลักๆก็คือให้ผลเรื่องความชุ่มชื้นของผิว
  • สารสกัดจากผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่หายาก อย่าง Chokeberry (Aronia melanocarpa extract) Elderberry (Sambucus nigra extract)
  • วิตามินซี ที่ใช้เป็นรูปแบบ Ethyl ascorbyl ether ที่มีขนาดเล็ก มีความคงตัวสูง มีความเป็นกรดน้อย ให้ผลเรื่อง Antioxidant ช่วยลดการสร้างเม็ดสีผิว และเป็นส่วนหนึ่งในขั้นตอนการสร้างคอลลาเจนในผิว

สารอื่นๆก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรกับผิวเลยค่ะ แถมบางตัวยังมีประโยชน์กับผิวด้วยซ้ำ

สำหรับค่า pH นั้นอยู่ในช่วงราวๆ 4-5 ซึ่งเป็นช่วงที่สารส่วนใหญ่ในผลิตภัณฑ์คงตัวค่ะ

 

lab 7

 

ตัวที่สองเป็นตัว Serum Whitening bomb

 

lab 8

 

มาในรูปแบบน้ำนม กลิ่นหอมละมุนเช่นกัน ตัวเซรัมนี้มีความหนืดมากกว่าตัว Booster เล็กน้อยค่ะ

lab 11-1

 

สำหรับส่วนผสมนั้นเป็นดังนี้

 

lab 9

 

จากส่วนผสมจะเห็นว่าส่วนใหญ่จะคล้ายกับตัว Booster แต่ลำดับของสารจะต่างกัน เช่น ลำดับของ Ethyl ascorbyl ether จะอยู่ที่ลำดับต้นๆกว่า และ ลำดับของ Niacinamide จะอยู่หลังกว่าตัว Booster

ส่วนที่เพิ่มเข้ามาคือ

  • Biosaccharide gum-1 ซึ่งคาร์โบไฮเดรตที่ได้จากการหมักจุลินทรีย์ ประกอบด้วยน้ำตาล 3 โมเลกุล คือ Galacturonic acid, L-Fucose และ D-Galactose มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวได้ค่อนข้างนาน สารนี้มีคุณสมบัติก่อฟิล์มให้ความรู้สึกชุ่มชื้นนุ่มนวล ไม่เหนอะหนะ ไม่มัน และมีรายงานว่าช่วยลดการอักเสบ ป้องกันการแพ้ได้ (Fucogel จาก Solabia)
  • Adenosine มีคุณสมบัติที่ดีในด้านริ้วรอย และการส่งเสริมการทำงานของผิว

สำหรับค่า pH นั้นอยู่ในช่วงราวๆ 4-5 เหมือนตัว Booster ค่ะ

 

lab 13

 

ส่วนตัวสุดท้ายจะเป็นตัวครีม มีชื่อว่า Intensive cream whitening bomb ค่ะ

lab 14

 

เนื้อครีมจะค่อนข้างเบา ให้ความชุ่มชื้นสูง แต่ไม่เหนอะหนะ และไม่หนักผิวเกลี่ยค่อนข้างง่าย มีกลิ่นละมุนเช่นกัน

 

 

สำหรับส่วนผสมนั้นเป็นดังนี้ค่ะ

 

lab 16

 

มีการเปลี่ยนแปลงลำดับของสารเล็กน้อย โดยเน้นกลุ่มน้ำมันมากขึ้น ตัวชูโรงคือตระกูลมะกอก และแมคคาเดเมีย

สารที่เพิ่มเข้ามาคือ

  • Panthenol หรือ โปรวิตามินบี 5 มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้นและลดการอักเสบในผิว
  • Trehalose เป็นน้ำตาลชนิดพิเศษ ที่มีคุณสมบัติดูดน้ำให้ผิว เพิ่มความชุ่มชื้น น้ำตาลนี้สามารถปกป้องรักษาเซลล์ผิวจากความแห้งได้ยาวนาน
  • โปรตีนนม (Milk protein) ที่ให้ผลเด่นเรื่องความชุ่มชื้น กับ เคลือบผิวให้ดูเรียบเนียน

สำหรับค่า pH นั้นอยู่ในช่วงราวๆ 5 – 6 ค่ะ

 

lab 19

ให้คะแนนกัน

  1. กลุ่มสารออกฤทธิ์ หรือ Active ingredients สารที่เป็นเสมือน Key note player ของไลน์ จะเป็นตัววิตามินบี 3 วิตามินซี เมื่อสองตัวนี้มาเจอกันจะช่วยผสานกันในการเป็น Whitening และช่วยเรื่องริ้วรอย และความแข็งแรงของ Barrier ผิวได้ กับสารสกัดจาก Berry หายาก อย่าง Chokeberry และ Elderberry ซึ่งนอกจากวิตซี ยังมีสารสีกลุ่ม Anthocyanin ที่เป็น Antioxidant ที่ดี ให้กับผิว ในแต่ละชิ้นยังมีสารอื่นๆเสริมเข้ามา เช่น ตัว Booster จะโดดเด่นด้วยน้ำมันจากพืชหายาก ตัว Serum มี Biosaccharide gum-1 และตัวครีมที่เสริมสารเติมน้ำเข้ามา โดยรวมถือว่า ทำได้ดีในการเป็นไวท์เทนนิ่ง เพราะออกฤทธิ์อยู่ที่ 2 ขั้นตอน ตั้งแต่การสร้างเม้ดสี และป้องกันไม่ให้เม็ดสีที่สร้างเสร็จออกมาข้างนอก จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. กลุ่มเนื้อผลิตภัณฑ์ หรือ Base ทั้ง 3 ตัวมาในรูปแบบของ Emulsion ที่ประกอบด้วย น้ำ น้ำมัน และซิลิโคน สารที่ใช้ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรกับผิว มีสารดูดน้ำให้ผิว มีสารไขมันจากธรรมชาติที่สามารถทดแทนไขมันในผิวได้ และมีสารเคลือบผิวรักษาความชุ่มชื้น จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  3. กลุ่มสารปรุงแต่ง หรือ Additives สารที่ใช้ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรกับผิว เลยไม่รู้จะหักคะแนนอะไร เลยขอให้ 5 ฟลาสก์
  4. การใช้งาน ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบตัว Booster เพราะเอามาใช้งานได้กว้าง หลากหลาย เอามาเช็ดก็ได้ เอามาตบๆ หรือจะเอามาทาเป็นตัวหลักเลยก็ได้หมด ส่วนตัว Serum และ ครีม ก็ให้สัมผัสได้ค่อนข้างดีเช่นกัน สิ่งที่สัมผัสได้ก่อนเลยคือเรื่องความชุ่มชื้น ดูเหมือนจะได้เรื่องความเรียบเนียนเข้ามาด้วย ส่วนเรื่องสีผิวไม่สม่ำเสมอนั้นยังไม่ได้ชัดเจนมาก ค่อยเป็นค่อยไปค่ะ จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์

 

คะแนน

จบแล้วค่าาา ขอบคุณทุกๆท่านที่ติดตามมาจนจบนะคะ พบกันใหม่โอกาสถัดไป สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ

 

เดี๋ยวนี้ในไทยเขาก็มีบริษัทนำเข้ามาแบบถูกต้องแล้วนะคะ ลองไปดูกันเล่นๆได้ที่ https://www.facebook.com/labstory.thai ได้เลยค่ะ

 

Disclaimer/Conflict of interest: ผลิตภัณฑ์ได้รับเป็นของขวัญจากเพื่อนที่เกาหลี (Consumer-reviewed)

 

 

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสม Skindom Luxury cell peptide C cream

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสม Skindom Luxury cell peptide C cream

วันนี้มี่เอา CC cream จากแบรนด์ Skindom ของเกาหลีมารีวิวให้ชมกันค่ะ

CC ของเขา มีชื่อเต็มๆว่า Luxury cell peptide CC cream นะคะ

CC cream ของเขามีจุดเด่นอยู่ที่ นอกจากช่วยอำพราง และปกปิดได้แล้ว ยังให้ผลเรื่องการชะลอวัย ลดริ้วรอย และยังเป็นกันแดดได้ในตัวเลยค่ะ

ถ้าพูดถึง CC cream นี่ก็มีหลายนิยามค่ะ ทั้ง Color control ที่ช่วยควบคุมสีผิวให้คงที่ตลอดวัน ไม่ดรอป ไม่หมอง หรือจะเป็น Color correction ที่จะช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ หรือ Complete care ที่แปลว่าดูแลแบบสมบูรณ์ เราก็ไม่รู้ว่าแบบไหนถูก แบบไหนผิดเนาะ เอาเป็นว่าจะเรียกอะไรก็ตามสบายเลยจ้า

ถ้าเป็นนิยามของแบรนด์เขาใช้คำว่า Complete correction ค่ะ ที่แปลว่า ช่วยแก้ไขได้อย่างสมบูรณ์ค่ะ

 

IMG_0750-re

มาในขวดสีขาว สะอาดตา เป็นพลาสติกเนื้อหนาค่ะ

 

เนื้อครีมเป็นสีขาว ค่อนข้างข้น เม็ดสีแน่นมาก อารมณ์เหมือนกันแดดทั่วไป

ตอนแรกก็แอบตกใจนะ ว่าขาวแบบนี้จะวอกมั้ย แต่ไม่เลยค่ะ พอเกลี่ยก็เกลี่ยได้ง่าย และปรับให้ผิวขาวขึ้นอีก 2 step เลยค่ะ เสร็จแล้วก็ลงรองพื้นต่อ หน้าจะผ่องและเนียนขึ้นอีก

ในรูปแค่เกลี่ยให้เสร็จเฉยๆค่ะ ไม่ได้ลงรองพื้นทับ

 

มาดูส่วนผสมกันดีกว่านะคะ

 

สผส

จากส่วนผสมจะพอเดาได้ว่า เนื้อเบสหลักจะเป็นอิมัลชั่นของซิลิโคนกับน้ำนะคะ มีน้ำมันอยู่บ้างประปราย น้ำมันที่ใช้ไม่ได้อุดตันรูขุมขนค่ะ ส่วนของ Titanium dioxide, Zinc oxide ที่ใส่มานอกจากช่วยเรื่องปกปิดสีผิวแล้วก็เป็นกันแดดชนิดกายภาพไปในตัว การมีอยู่ของพวก Pigment ตระกูล Iron oxides ให้สีเหลือง-แดง จะให้ผลอำพรางสีผิวได้ด้วย

 

นอกจากพวกเม็ดสีก็ยังมีสารบำรุงอยู่ด้วยแหละ

 

ยกตัวอย่าง

*Niacinamide ที่ให้ผลเรื่องความขาว เรื่องการอักเสบผิว และก็เรื่องความแข็งแรงผิว

*Beta-glucan ที่ช่วยเติมน้ำ และช่วยให้ผิวแข็งแรง

*Sodium hyaluronate ช่วยเติมน้ำ ให้ผิวนุ่มฟู

*Adenosine ช่วยเรื่องริ้วรอย และเสริมพลังงานให้แก่ผิว

*สารสกัดจาก Portulaca, Chamomile และ Allantoin ช่วยเรื่องลดการอักเสบ ระคายเคืองและสมานผิว

*Acetyl hexapeptide-8 เป็นเปปไทด์ตัวดังที่ว่ากันว่าอกฤทธิ์ผ่านระบบประสาทคล้าย Botox ช่วยลดริ้วรอยได้อย่างรวดเร็ว ไม่แปลกใจเลยที่ลงอันนี้เสร็จ ไม่เคยตกร่อง เพราะร่องมันคลายไป พอตกเย็นมาจะตกไม่ตกนี่ก็อีกเรื่องหนึ่งค่ะ (คิดว่าคนผิวมันไม่น่าจะตกร่อง แต่คนผิวแห้ง ค่ำๆมาอาจจะตกร่องได้นิดหน่อยค่ะ)

 

สารออกฤทธิ์ที่ใส่มาก็เห็นได้ว่าค่อนข้างครอบคลุมนะคะ แม้ว่าจะไม่ได้เต็มมากแบบตัวบำรุง แต่ก็แบบว่า มันเป็นเมคอัพกะกันแดดอะค่ะ ไม่ใช่สกินแคร์ แค่มีก็ดีแล้ว ฟิลลิ่งแบบนี้เลย

 

ให้คะแนนเนาะ

  1. Actives จากสรรพคุณที่บรรยายไว้ด้านบน ก็จะเห็นว่ามาค่อนข้างเต็ม คือถ้าถามว่าอยากได้อะไรอีก ก็คงเป็น Antioxidant ค่ะ ที่ดูเหมือนยังไม่ค่อยเด่นมาก ถึงมีแค่วิตอี แต่วิตอีนี่แบบว่าหลักๆเค้าแค่กันสารในขวดไม่ให้เสียไปก่อนถึงผิวเราแค่นั้น คงไม่เหลืออะไรถึงผิว จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์นะคะ
  2. Base มาในรูปแบบของอิมัลชั่นของซิลิโคนกับน้ำ มีน้ำมันอยู่นิดหน่อยประปราย ส่วนของน้ำใช้ Glycerin กับพวก Glycol เป็นตัวดึงน้ำ ส่วนของน้ำมันมีน้ำมันเคลือบผิว และน้ำมันที่ซึมผิวได้บ้าง และก็ส่วนของซิลิโคนก็มีทั้งที่ระเหยได้ บางเบา กับที่เคลือบปกป้องผิวอยู่ โดยรวมไม่มีอะไรที่น่าจะมีปัญหา ขอให้ 5 ฟลาสก์
  3. Additives สารส่วนใหญ่ที่ใส่มาก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร บางชนิดก็ให้ผลเคลือบผิว ให้ผิวนุ่มนวล ฉาบปิดรูขุมขนให้ดูเรียบเนียน ถึงแม้จะมีน้ำหอม แต่ก็ไม่เคยหักคะแนนน้ำหอมในผลิตภัณฑ์อื่นที่ไม่ใช่รอบดวงตามาก่อน จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  4. การใช้งาน ใช้แค่ขนาดประมาณเหรียญ 25 สตางค์ แล้วมาแต้มๆที่หน้า เกลี่ยให้ทั่วนี่จะแบบว่าเรียบเนียนมาก และไม่ได้ขาววอกจนน่าเกลียดเกินไป พอลงรองพื้นทับก็คุมสีรองพื้นไม่ให้ดรอปไม่ให้หมองได้อีก มีกลิ่นหอมอ่อนๆ แต่กลิ่นอยู่แป๊บเดียว ไม่ได้รบกวนผิวไปทั้งวัน จุดนี้คือ ดีงาม ขอให้ 5 ฟลาสก์

 

คะแนน cc cream

 

 

 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Skindom ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ทางเฟสบุคของ Skindom Thailand

https://www.facebook.com/SkindomThailand

และเวบไซต์ http://www.skindom.co.th กับ http://www.skindomthailand.com เลยนะคะ

 

Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ SKindom Thailand ค่ะ

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมแบบละเอียด เซรัมไวท์เทนนิ่ง Medica viva white serum

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมแบบละเอียด เซรัมไวท์เทนนิ่ง Medica viva white serum

สวัสดีค่ะพี่ๆน้องๆเพื่อนๆห้องแป้งที่น่ารักทุกๆท่าน

วันนี้มี่เอารีวิวเซรัมไวท์เทนนิ่งที่น่าสนใจมาฝากกันค่ะ

วันก่อนมี่พึ่งรีวิวตัวกันแดดไป วันนี้เอาเซรัมมาฝากต่อเลย เรียกได้ว่าทำมาได้ดีไม่แพ้กันเลยหละ

กับตัว Viva white serum จากแบรนด์ Medica viva

IMG_0334-re

โดยเจ้าเซรัมตัวนี้ใช้ส่วนผสมที่ช่วยเรื่องความขาวอยู่หลายตัวเลยค่ะ รายละเอียดเป็นอย่างไรเดี๋ยวค่อยไปดูด้วยกันนะคะ

ลักษณะของเนื้อเซรัม เป็น เซรัมน้ำนม สีขาว กลิ่นหอมแนวดอกไม้ เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ซึมผิวค่อนข้างดี ไม่เหนอะหนะ และหนักผิว

วัด ค่า pH กันซักเล็กน้อยนะคะ

pH

pH อยู่ที่ราวๆ 6 – 7 ถือว่าเป็นกลางนะคะ ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรกับผิว

มาทั้งทีจะไม่วิเคราะห์ส่วนผสมคงไม่ได้ สำหรับส่วนผสมนั้นเป็นดังนี้ค่ะ

สผส

 

ในส่วนของส่วนผสมนั้น ปกติเราแบ่งส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็น 3 หมวดหลักๆ คือ

  1. Actives หรือ สารออกฤทธิ์ เป็นสารที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติพิเศษต่างๆ
  2. Base หรือ ส่วนเนื้อของผลิตภัณฑ์ เป็นตัวพยุงสารออกฤทธิ์ และนำพาไปสู่ผิวหนัง
  3. Additives หรือ ส่วนของสารเติมแต่ง เป็นตัวเติมแต่งให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าใช้ มีความปลอดภัย เช่น พวกสารกันเสีย พวกน้ำหอม พวกซิลิโคน ตัวเพิ่มความหนืด ฯลฯ

 

มาดูรายละเอียดแต่ละอย่างกันเลยค่ะ

  1. Actives ในส่วนของสารออกฤทธิ์ มี่ได้ทำแถบสีไว้ให้แล้วค่ะ สารที่เป็น Whitening แทนด้วยสีน่ำเงิน และสารออกฤทธิ์อื่นๆ แทนด้วยสีเขียว ดังนี้
    • Niacinamide เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 มีรายงานว่า สารตัวนี้สามารถเป็น Whitening ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ โดยไปรบกวนการส่งผ่านของเมลานินที่สร้างเสร็จแล้ว ลดการอักเสบในผิว เพิ่มการไหลเวียนเลือด ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวโดยไปกระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า และยังเป็น Antioxidant ด้วย (Int J Cosmet Sci 2005; 27:255–261)
    • Alpha-arbutin ออกฤทธิ์ลดการสร้างเม็ดสีผิว โดยไปยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ที่สร้างเม็ดสีผิว
    • Urea มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้น ช่วยให้ผิวนุ่ม และผลัดผิวอย่างอ่อนโยน
    • Lepidum sativum sprout extract สารสกัดจาก Garden cress ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบบอกว่า มีประโยชน์ในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ต่อต้านอนุมูลอิสระ และลดเลือนริ้วรอยได้ สามารถยับยั้งการทำงานของฮอร์โมน Melanocyte stimulating hormone (MSH) ที่ทำหน้าที่กระตุ้นให้เซลล์เมลาโนไซต์ที่มีหน้าที่สร้างเมลานินทำงานได้ดีขึ้น เมื่อไปยับยั้ง MSH ก็จะทำให้เซลล์เมลาโนไซต์ทำงานได้ลดลง ผิวจึงขาวขึ้น
    • Hexanoyl dipeptide-3 norleucine acetate เปปไทด์ที่มีคุณสมบัติช่วยส่งเสริมการผลัดเซลล์ผิวอย่างเป็นธรรมชาติ เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวและลดเลือนริ้วรอยได้
    • Soy isoflavones สารกลุ่ม Isoflavone ที่แยกได้จากถั่วเหลือง มีคุณสมบัติเป็น Phytoestrogen ให้คุณสมบัติคล้ายฮอร์โมนเพศหญิง ช่วยให้ผิวนุ่มฟู ยืดหยุ่น และมีคุณสมบัติเป็น Antioxidant ที่ดี
    • Rosmarinus officinalis leaf extract สารสกัดจากใบโรสแมรี่ มีรายงานเกี่ยวกับฤทธิ์ต้านการอักเสบ (J Agric Food Chem. 2011; 59(8):3674-85.) Antioxidant (Nat Prod Res. 2008; 22(1):76-90.)
    • Hexylresorcinol อนุพันธ์ของ Resorcinol มีรายงานว่าสามารถยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ใช้สร้างเม็ดสีเมลานินได้ (Protein J. 2004;23(2):135-41.) ข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่า สารกลุ่มนี้พบในข้าว Rye และ Wheat ให้ผลยับยั้งการสร้างเมลานิน กระตุ้นการสร้าง Glutathione ในผิว จึงให้ผลเสริมกันในการเป็น whitening
    • สูตรผสมของ Glycerin, Hexylresorcinol, Capric Acid, Caprylic Acid, PEG 400, Caproic Acid มีชื่อทางการค้าว่า Hentowhite ของบริษัท Cobiosa ออกฤทธิ์ทั้งก่อนการสร้างเม็ดสี ยับยั้งการสร้างเม็ดสี และยับยั้งไม่ให้เม็ดสีที่สร้างเสร็จออกไปข้างนอก และยังมีฤทธิ์ผลัดผิวแบบอ่อนๆ (Hentowhite, Cobiosa Inc.)
    • Allantoin ลดการอักเสบ ลดการแพ้ ลดการระคายเคือง
    • Caprylyl-2-glyceryl ascorbate อนุพันธ์ใหม่ของวิตามินซี นอกจากให้ผลช่วยเรื่อง Antioxidant ลดการสร้างเม็ดสี และเป็นส่วนหนึ่งในขั้นตอนการสังเคราะห์คอลลาเจนแล้ว สารนี้ยังมีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการสร้าง Ceramide ในผิวได้
    • Helianthus annuus seed oil unsaponifiables สารที่แยกจากน้ำมันทานตะวัน ประกอบด้วยพวก Phytosterol และ สารพฤกษเคมีอื่นๆ มีคุณสมบัติลดการอักเสบในผิว ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่า สารนี้ให้ความชุ่มชื้นในผิวได้อย่างยาวนาน เพิ่มการสังเคราะห์ Ceramides ในผิว ลดการอักเสบ (Soline® Bio, Laboratoires Expanscience)
    • Cardiospermum halicacabum flower/leaf/vine extract สารสกัดจากพืชชนิดหนึ่งที่พบในแอฟริกาใต้และเอเชีย มีรายงานว่าเป็น Antioxidant และมีฤทธิ์ต่อต้านกระบวนการอักเสบที่ดี (J Tradit Complement Med. 2013;3(1):33-40.) ปกป้องคอลลาเจนในผิวไม่ให้ถูกทำลาย (Appl Biochem Biotechnol. 2011;165(3-4):1075-91.)
    • Helianthus annuus seed extract สารสกัดจากเมล็ดทานตะวัน ขึ้นอยู่กับกรรมวิธีในการสกัดว่าจะได้กลุ่มโปรตีน หรือ กลุ่มไขมัน มีคุณสมบัติเกี่ยวกับด้านความชุ่มชื้นของผิว
  2. Base มาในรูปแบบของอีมัลชัน ประกอบด้วยน้ำและน้ำมัน ดังนี้
  • ส่วนของน้ำ ได้แก่ น้ำ, Butylene glycol, Ethoxydiglycol, Glycerin, Alcohol
  • ส่วนของน้ำมัน ได้แก่ Isopropyl palmitate, Octyldodecanol, Stearyl alcohol, น้ำมันจากพืชหลายชนิด ได้แก่ Jojoba, Sunflower, Blackcurrant seed oil
  1. Additives ได้แก่
    • Emulsifier ทำหน้าที่ช่วยผสานน้ำและน้ำมันให้เข้ากัน Polysorbate 20, Polysorbate 80 และ lecithin สาร Lecithin อาจจะทำหน้าที่เป็นตัวสร้างระบบนำส่งแบบไลโปโซมก็ได้
    • สารเพิ่มความหนืด ได้แก่ Sodium polyacrylate, Dextrin, Amylopectin และ Xanthan gum
    • Preservatives ได้แก่ สารฆ่าเชื้อ มี Phenoxyethanol, Chlorphenesin และสารจับโลหะ EDTA
    • Penetration enhancer คือ Ethoxydiglycol เป็นตัวเพิ่มการดูดซึมของสารเข้าสู่ผิว
    • สารแต่งกลิ่น/Perfume

 

มาให้คะแนนดีกว่าค่ะ

1. Actives จากส่วนผสมที่ได้กล่าวไปจะเห็นได้ว่าสารออกฤทธิ์นั้นครอบคลุมแทบจะทุกขั้นตอนของการสร้างเม็ดสีผิว ยังเสริมด้วยสารลดการอักเสบ สารเพิ่มความชุ่มชื้น และสารที่ช่วยเรื่อง Barrier ผิวได้อีก ส่วน Antioxidant นั้นก็ยังมีอยู่ จุดนี้เลยขอให้ 5 ฟลาสก์
2. Base ผลิตภัณฑ์มาในรูปแบบของน้ำนม หรือ Emulsion ประกอบด้วยน้ำและน้ำมัน ไม่มีซิลิโคน ซึ่งในส่วนของน้ำนั้น มี Alcohol ติดมาในลำดับท้ายๆ อาจจะติดมากับสารสกัดซักอย่างก็ได้ ส่วนตัวมี่ใช้ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมาก ในส่วนของ oil นั้น มีตัวไขมันธรรมชาติ และไขมันเคลือบปกป้องผิวครบ เพียงแต่ Isopropyl palmitate นั้นอาจจะอุดตันรูขุมขนได้ในบางราย ซึ่งส่วนตัวมี่ใช้มาสองอาทิตย์กว่า ก็ไม่ได้เกิดปัญหาอะไรเช่นกัน อย่างที่บอก การตอบสนองของเครื่องสำอางนี้แล้วแต่บุคคลนะคะเราคาดเดาไม่ได้ แต่มีคือมี เลยขอให้ 3 ฟลาสก์
3. Additives สารที่ใช้ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร สารบางตัวสามารถเพิ่มความชุ่มชื้นและเคลือบปกป้องผิวได้ ส่วนของสาร Ethoxydiglycol นั้น เพิ่มการดูดซึมสารเข้าสู่ผิวได้มากขึ้น ทำให้สารออกฤทธิ์ต่างๆ ลงไปในผิวได้ง่ายขึ้น จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
4. การใช้งาน ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบเนื้อที่บางเบาของตัวเซรัม กับ กลิ่นหอมดอกไม้หวานๆของเซรัม ส่วนเรื่องประสิทธิภาพนั้น มี่ได้ลองใช้มา 2 อาทิตย์กว่าๆ นั้นยังไม่กล้าพูดว่า ขาวแบบออร่าเปล่ง แต่เรื่องของความนุ่ม ชุ่มชื้น ความแข็งแรง รอยแดง สีผิวไม่สม่ำเสมอ นั้นดูดีขึ้นค่ะ จุดนี้ก็ขอให้ 5 ฟลาสก์ เช่นกัน
คะแนน

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Medica Viva ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้

ขอบคุณที่ติดตามรับชมมาจนจบนะคะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางเฟสบุคของแบรนด์ Medica viva

https://www.facebook.com/medicaviva

ได้เลยค่ะ

Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Medica viva