รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมครีมทับทิมกุหลาบแอลป์ Herbacist by Pharmacisy

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมครีมทับทิมกุหลาบแอลป์ Herbacist by Pharmacisy

วันนี้มี่แวะเอาครีมทับทิมกุหลาบแอลป์ จากแบรนด์ Herbacist by pharmacist มารีวิวให้ชมกันค่ะ ครีมตัวนี้เป็นแบรนด์ของไทย เห็นว่าพัฒนาและวิจัยมาโดยทีมงานเภสัชกรค่ะ

ตัวนี้เป็นแพคเกจใหม่ค่ะ มาแทนรุ่นเก่า

IMG_0319-re

โฉมหน้าผลิตภัณฑ์เป็นกระปุกอคริลิกดูหรูหราค่ะ

IMG_0321-re

 

ตัวเนื้อครีมมีสีชมพู กลิ่นหอมอ่อนๆเกลี่ยง่าย ซึมไว ไม่เหนอะหนะ ให้ความรู้สึกเย็นและสบายผิวดีค่ะ

ก่อนไปดูส่วนผสมมาวัด pH กันหน่อยนะคะ

IMG_3645-re

ค่า pH อยู่ที่ประมาณ 6-7 ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีค่ะ pH เป็นกลาง

 

มาดูส่วนผสมกันดีกว่านะคะ

สผส

สารบางตัวที่เด่นๆ ก็จะได้แก่

Punica granatum extract คือ สารสกัดจากทับทิม แต่ละชิ้นส่วนของทับทิมก็จะมีประโยชน์แตกต่างกันไป ถ้าเป็นใบก็จะมีพวก Tannin ที่ให้ผลกระชับรูขุมขน และเป็น Antioxidant ได้ดี ส่วนเปลือกผลก็มีพวก Tannin และ Polyphenol ที่เป็น Antioxidant ที่ดี ส่วนของผลก็จะมีน้ำตาลช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว มีวิตามินช่วยบำรุงผิว และก็มีพวก Polyphenol ที่ช่วยเป็น Antioxidant ที่ดีเช่นกัน จุดนี้ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าได้มาจากส่วนไหนแต่ทุกๆส่วนก็มีประโยชน์เหมือนกันหมด

Rhododendron ferrugineum leaf cell culture extract สารสกัดจากเซลล์เพาะเลี้ยงของกุหลาบ ข้อมูลจากผู้ผลิต Claim ว่าสารสกัดจากเซลล์นี้มีฤทธิ์ปกป้องสเตมเซลล์ในผิว ช่วยเพิ่ม Barrier function ของผิว ช่วยเพิ่มความคงทนของผิวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ และสภาพแวดล้อมต่างๆ (ข้อมูลจาก TDS ของPhytoCellTecTM Alp Rose จากบริษัท Mibelle)

Saccharide isomerate เป็นสารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตที่มีกลไกการออกฤทธิ์แบบพิเศษ คือไปจับกับโปรตีนบนผิว ให้ผลเพิ่มความชุ่มชื้นได้อย่างยาวนาน

Panthenol เป็นโปรวิตามินบี 5 เมื่อเข้าผิวแล้วจะถูกผิวเปลี่ยนเป็นวิตามินบี 5 มีคุณสมบัติเป็นสารเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว โดยตัวมันเองสามารถซึมเข้าสู่ผิวและดูดน้ำเข้ามาเก็บไว้กับตัวเอง นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติอื่นๆ เช่น ลดการอักเสบ เพิ่มการแบ่งตัวของเซลล์ผิว ช่วยเรื่องการสมานแผล และลดริ้วรอย ซึ่งคุณสมบัติในการเป็น Moisturizer ของ Panthenol มีรายงานตีพิมพ์รองรับ คือ สามารถช่วยเพิ่มความสมบูรณ์ของผิวหนัง ช่วยลดการระเหยของน้ำออกจากผิว รักษาความชุ่มชื้นให้ผิวได้ (J Cosmet Sci. 2011; 62(4):361-70.)
สารสกัดจาก Chamomile กับ Allantoin ช่วยลดการอักเสบในผิว ให้ความรู้สึกสบายผิว และป้องกันการแพ้

มาให้คะแนนกันดีกว่านะคะ

ปกติ เราแบ่งส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็น 3 หมวดหลักๆ คือ
1. Actives หรือ สารออกฤทธิ์ เป็นสารที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติพิเศษต่างๆ
2. Base หรือ ส่วนเนื้อของผลิตภัณฑ์ เป็นตัวอุ้มและเก็บสารออกฤทธิ์ไว้
3. Additives หรือ ส่วนของสารเติมแต่ง เป็นตัวเติมแต่งให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าใช้ มีความปลอดภัย เช่น พวกสารกันเสีย พวกน้ำหอม พวกซิลิโคน ตัวเพิ่มความหนืด ฯลฯ

1. Actives มีส่วนผสมของสารสกัดจากเปลือกทับทิมที่ให้ผลเป็น Antioxidant เสริมกับสารสกัดจากเซลล์เพาะเลี้ยงของกุหลาบ Alps ที่ช่วยให้ผิวแข็งแรง ที่เหลือก็จะเป็นตัว Moisturizer กับตัวลดอักเสบในผิว โดยรวมจึงให้ผลไปในเชิง Prevention เพื่อชะลอความแก่ที่อาจจะเกิดขึ้นเพราะความเครียด ส่วนตัวมี่คิดว่า Antioxidant ยังน้อยไปนิด เลยขอให้ 4 ฟลาสก์
2. Base มาในรูปแบบครีม ประกอบด้วยส่วนของน้ำกับน้ำมัน ในส่วนของน้ำมี Glycerin เป็นสารดูดน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ส่วนของน้ำมันมี Hydrogenated polydecene ที่เป็นน้ำมันสังเคราะห์ ทำหน้าที่เคลือบผิวรักษาความชุ่มชื้นภายใน สารนี้ไม่ดูดซึมจึงมีความเสี่ยงอุดตันน้อยมาก ส่วนผสมชุดนี้ขาดน้ำมันจากพืชที่ดูดซึมเข้าไปทดแทนไขมันในผิวอยู่ จึงขอให้ 4 ฟลาสก์
3. Additives สารประกอบอื่นๆที่ใส่เข้ามามีอยู่ไม่กี่ชนิด แต่ละชนิดที่ใส่มาก็ไม่ได้เป็นพิษเป็นภัยอะไร ส่วนผสมชุดนี้ไม่มีซิลิโคน ไม่มีพาราเบน ไม่มีที่ให้หักคะแนน เลยได้ไป 5 ฟลาสก์
4. การใช้งาน ครีมมีเนื้อบางเบา ซึมไว ไม่เหนอะหนะ ไม่หนักผิว คืนความชุ่มชื้นให้ผิวได้ดี ช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้น โดยรวมถือว่าค่อนข้างชอบค่ะ จุดนี้เลยขอให้ 5 ฟลาสก์

คะแนน

สำหรับวันนี้มีแค่นี้ ขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

 

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ Herbacist by Pharmacist ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ทดลองใช้

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ทาง

Fanpage facebook: https://www.facebook.com/herbacist

Website: http://herbacist-shop.com/index.html

โดยตรงเลยค่ะ

 

แล้วพบกันใหม่โอกาสหน้า สวัสดีค่ะ

Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์
[/center]

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมแบบละเอียด กันแดด Medica Viva กันครบจบหมดทั้ง UV IR VIS

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมแบบละเอียด กันแดด Medica Viva กันครบจบหมดทั้ง UV IR VIS

สวัสดีค่ะ วันนี้มี่แวะเอารีวิวกันแดดมาฝากกันค่ะ

เป็นกันแดดที่น่าสนใจตัวหนึ่งเลย จากแบรนด์ Medica Viva ค่ะ

มาดูโฉมหน้าผลิตภัณฑ์กันหน่อยนะคะ

ตัวนี้มีค่า SPF อยู่ที่ 50 และมีค่า PA+++ ค่ะ

IMG_0329-re

ทำไมมี่ถึงบอกว่ามันน่าสนใจหน่ะหรือ เดี๋ยวมาอ่านไปด้วยกันเลยดีกว่าค่ะ

สำหรับเนื้อ กันแดดตัวนี้มีสีออกไปโทนเหลือง/ส้มค่ะ ใช้เป็นเมคอัพเบส ลงปรับสีผิวให้สว่างขึ้นได้ด้วย

IMG_0330-re

เกลี่ยง่าย แห้งไว ให้ลุคที่ค่อนข้างแมทท์ ไม่มันเยิ้ม และไม่ขาววอกเลย

IMG_0332-re

เนื่องจากตัวเนื้อครีมมีสี และมี Pigment เลยไม่ได้วัดค่า pH ให้นะคะ

สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้เลยค่ะ

สผส

 

ปกติเราแบ่งส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็น 3 หมวดหลักๆ คือ

  1. Actives หรือ สารออกฤทธิ์ เป็นสารที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติพิเศษต่างๆ
  2. Base หรือ ส่วนเนื้อของผลิตภัณฑ์ เป็นตัวพยุงสารออกฤทธิ์ และนำพาไปสู่ผิวหนัง
  3. Additives หรือ ส่วนของสารเติมแต่ง เป็นตัวเติมแต่งให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าใช้ มีความปลอดภัย เช่น พวกสารกันเสีย พวกน้ำหอม พวกซิลิโคน ตัวเพิ่มความหนืด ฯลฯ

 

เรามาดูไปทีละส่วนกันเลยนะคะ

1. Actives ขอแบ่งเป็นสารกันแดด กับ สารบำรุงอื่นๆนะคะ ได้แก่

1.1 สารกันแดด เป็นกันแดดชนิดกายภาพผสมเคมี

  • สารกันแดดทางกายภาพ ได้แก่ Titanium dioxide และ Zinc oxide
  • สารกันแดดเคมี ได้แก่ Ethylhexyl methoxycinnamate ตัวนี้เด่นที่ UVB และ Octocrylene ตัวนี้ถ้าใช้เดี่ยวๆ จะสามารถดูดซับรังสีได้ในช่วง 280-320 nm อยู่ระหว่าง UVB และ UVA

1.2 สารบำรุงอื่นๆ ได้แก่

  • Nicotinamide เป็นอีกชื่อหนึ่งของ Niacinamide ที่เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 3 มีรายงานว่า สารตัวนี้สามารถเป็น Whitening ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ โดยไปรบกวนการส่งผ่านของเมลานินที่สร้างเสร็จแล้ว ลดการอักเสบในผิว เพิ่มการไหลเวียนเลือด ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวโดยไปกระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า และยังเป็น Antioxidant ด้วย (Int J Cosmet Sci 2005; 27:255–261)
  • Plankton extract สารสกัดจากแพลงค์ตอน มีหลายสายพันธุ์ แต่ละสายพันธ์ก็แตกต่างกันไป คุณสมบัติรวมๆของสารสกัดแพลงค์ตอน คือเพิ่มความชุ่มชื้นให้คุณสมบัติสบายผิว (Soothing) มีส่วนช่วยเรื่องริ้วรอย Plankton บางสายพันธ์มีคุณสมบัติลดการอักเสบ เป็น Antioxidant และช่วยปกป้องเซลล์ผิวจากแสงแดดได้
  • Aloe barbadensis leaf extract สารสกัดจากว่านหางจรเข้ มีผลเพิ่มความชุ่มชื้น และลดการระคายเคืองในผิว มีรายงานการวิจัยกล่าวว่าสามารถออกฤทธิ์เป็นสารช่วยให้ผิวขาวได้ โดยตัวที่เป็นตัวออกฤทธิ์คือ Aloin ที่พบในใบ (Planta Med. 2012; 78(8):767-71.)
  • Punica granatum fruit extract สารสกัดจากผลทับทิม มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant ที่ดี ช่วยกระชับรูขุมขน และ มีน้ำตาลที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นได้
  • Polygonum aviculare extract สารสกัดจาก Knotgrass มีรายงานเกี่ยวกับคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ (Saudi J Biol Sci. 2010; 17(1): 57–63.) ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าสารนี้มีความสามารถในการปกป้องเส้นใยในชั้นผิวไม่ให้เสื่อมสลายเพราะรังสี Infrared ได้ (Elix-IRTM, Lucas meyer cosmetics SAS)
  • Melanin สารกลุ่มเดียวกับเม็ดสีในผิว มีรายงานการวิจัยกล่าวว่า Melanin มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant ที่ดี ช่วยยับยั้งปฏิกิริยา Lipid peroxidation (Skin Pharmacol Appl Skin Physiol. 2000;13(3-4):143-9.) ที่ไปทำลายโครงสร้างไขมัน ทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าสารนี้ให้คุณสมบัติในการปกป้องผิวจากแสงสีน้ำเงิน (Blue light) ที่มาพร้อมกับแสงอาทิตย์ และจากแหล่งอื่นๆ เช่น จอคอมพิวเตอร์ จอโทรศัพท์ สามารถป้องกันไม่ให้เส้นใยเกี่ยวพันในชั้นผิวถูกทำลายได้ (Liposhield® HEV Melanin, Lipo Chemicals, Inc.)
  • Ferulic acid สารพฤกษเคมีบริสุทธิ์ที่พบในพืชหลายชนิด เป็น Anti-oxidant ที่มีฤทธิ์แรงและยังมีฤทธิ์ลดการอักเสบในผิวได้ดี
  • Tocopheryl acetate เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินอี มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant ที่ดี แต่ส่วนมากมักจะให้ผลแค่ปกป้องสารอื่นๆในผลิตภัณฑ์ไม่ให้เสื่อมสภาพเพราะอากาศ
  • Allantoin สารที่แยกได้จากพืชหลายชนิด มีคุณสมบัติลดอักเสบ ลดระคายเคืองได้

2. Base มาในรูปแบบของอิมัลชั้นชนิดน้ำและซิลิโคน ดังนี้

2.1 ส่วนของน้ำ ประกอบด้วยน้ำ และสารดูดน้ำให้ผิวอย่าง Propylene glycol, Glycerin

2.2 Silicones ได้แก่ Cyclopentasiloxane กับ Cyclotetrasiloxane ที่บางเบา ระเหยได้ ให้สัมผัสคล้ายไหม ร่วมกับ Dimethicone/Vinyl dimethicone crosspolymer ที่เป็นซิลิโคนชนิดพิเศษ มีสัมผัสนุ่ม แห้ง (Matte) เหมือนไหม ช่วยปกคลุมและเคลือบอำพรางริ้วรอย รูขุมขนบนผิวได้ และ PEG/PPG-20/15 dimethicone ที่มีคุณสมบัติช่วยประสาน Silicone ให้เข้ากันได้ และให้สัมผัสที่ดีตอนทา

3. Additives ได้แก่

  • Solubilizer ทำหน้าที่ช่วยละลาย มี C12-15 alkyl benzoate ที่เป็นไขมันพิเศษที่ช่วยละลายสารกันแดด กับกระจายเม็ดสีให้สม่ำเสมอ
  • สารดูดซับ มี Talc กับ Silica ที่ช่วยดูดซับน้ำมัน ให้ผลควบคุมความมันและให้ได้ลุคที่ Matte บนผิว
  • Preservatives ได้แก่ สารกันเสีย คือ Phenoxyethanol กับ Chlorphenesin และสารจับโลหะ EDTA
  • เม็ดสี มี CI77492 และ CI77493 เป็นกลุ่ม Iron oxides ให้สีเหลือง/แดง
  • สารหลายหน้าที่ คือ Sodium chloride มีคุณสมบัติหลายอย่าง เช่น ปรับค่าความเข้มข้นของสารให้เท่ากับเกลือในผิว (Isotonic) ปรับความหนืด

 

ถึงเวลาให้คะแนน

  1. Actives ในส่วนของสารกันแดดนั้นเป็นชนิดกายภาพ/เคมี ให้ผลกันแดดได้กว้างและครอบคลุมทั้ง UVA, UVB และยังมีสารที่ให้ผลกัน Infrared และ แสงสีน้ำเงินได้อีก นานๆทีเราจะเห็นกันแดดที่กันแสงจากดวงอาทิตย์ได้อย่างกว้างขวางแบบนี้ สารองค์ประกอบอื่นๆก็มีพวก Antioxidant และสารลดการอักเสบในผิวเสริมมา ช่วยปกป้องจากรังสีที่เหลือรอดลงไปในผิวได้อีก และช่วยฟื้นฟูสภาพผิวที่เสียหาย โดยรวมถือว่าทำมาได้ครบถ้วนสมบูรณ์ จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. Base มาในรูปแบบของ Silicone emulsion ไม่มีส่วนผสมของน้ำมันใดๆ (Oil-free) จึงไม่ต้องกังวลเรื่องอุดตัน คือ Silicone ในตัวมันเองปลอดภัย เพราะไม่แพ้ ไม่อุดตัน แต่ถ้าใช้แล้วล้างไม่สะอาด มันจะเคลือบผิว ทำให้สารสกปรกในผิวออกมาไม่ได้ เพราะฉะนั้นถ้าอุดตันควรโทษการล้างหน้า ไม่ใช่โทษ Silicone ในส่วนของสารน้ำ มีสารดูดน้ำให้ผิวแล้ว จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  3. Additives ส่วนของสารปรุงแต่งไม่ได้มีสารไหนที่มีพิษมีภัยอะไรกับผิวเลย มีการเลือกใช้ Talc และ Silica เพื่อคุมมันและให้ได้ลุคที่ Matte มีการใช้เม็ดสี Iron oxides เพื่อให้เป็นเนื้อ CC และช่วยกลบสีขาววอกจากกันแดดกายภาพ ถือว่าทำมาได้ค่อนข้างดี จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  4. การใช้งาน กันแดดตัวนี้ไม่เหนอะหนะเลย ทาแล้วแห้งไวมากกกกกกก แห้งไวไปด้วยซ้ำ ต้องค่อยๆลงรีบๆเกลี่ย ไม่งั้นจะเกลี่ยได้ไม่ทั่ว ใช้เป็นเบสปรับสภาพผิวก่อนลงรองพื้นได้เลยในตัว ใช้เป็น Makeup Primer ก่อนลงรองพื้นก็ได้ และที่สำคัญคือ กันแดดได้ครอบคลุมหมดจริง อะไรจริง จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์

 

คะแนน

 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Medica Viva ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางเฟสบุคของแบรนด์ Medica viva ได้เลยค่ะ

https://www.facebook.com/medicaviva

 

 

 

Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Medica viva

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสม มาสค์ Hydrogel แนวใหม่ ยืดได้ หดได้ คืนรูปได้ จาก Bewitching

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสม มาสค์ Hydrogel แนวใหม่ ยืดได้ หดได้ คืนรูปได้ จาก Bewitching

วันนี้มี่เอามาสค์มารีวิวให้ชมอีกแล้วค่ะ เป็นมาสค์แบบ Hydrogel ที่ Reuse ได้ มาในรูปแบบกระปุก ตักแบ่งมาได้ตามสะดวก ใช้น้อยตักน้อย ใช้มากตักมาก มาสค์แค่ไหนตักแค่นั้น

เป็นมาสค์สูตร Be mild จาก Bewitching ค่ะ

bew 1

เนื้อข้างในเป็นวุ้นๆแบบเจลลี่ค่ะ สีโปร่งแสง คือยังไม่ใส ไม่ขุ่น แสงผ่านได้

bew 2

เวลาจะใช้เอาช้อนตักขึ้นมาจะง่ายกว่านะคะ และป้องกันการปนเปื้อนจากมือเราได้ค่ะ

bew 3

มาสค์ตัวนี้สามารถปั้นได้ ยืดได้ หดได้ คืนรูปได้ค่ะ

 

 

ถ้ามันขาด ก็ควักมาโปะใหม่ ก็คืนรูปได้ค่ะ

 

แปะทิ้งไว้ซัก 15 นาที ถ้าแช่เย็นด้วยจะเพิ่มความฟินค่ะ

พอลอกออกผิวเราจะนุ่มขึ้น ชุ่มชื้นขึ้น

 

bew 7

ตัวมาสค์ที่เหลือเอามา Reuse ได้ด้วยนะเออ มาแปะคอ แปะแขน แปะขา แปะพุง แปะอะไรก็แปะ

มาดูส่วนผสมกันดีกว่าค่ะ

 

สผส

 

ในส่วนของส่วนผสมนั้นจะเห็นได้ว่าส่วนผสมของสาร Actives นั้นมาเต็มมาก ซึ่งทางแบรนด์เองก็ Claim ว่าใช้ส่วนของสารสำคัญเข้มข้นถึง 90% เลยทีเดียวค่ะ

 

ปกติเราแบ่งส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็น 3 หมวดหลักๆ คือ

  1. Actives หรือ สารออกฤทธิ์ เป็นสารที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติพิเศษต่างๆ
  2. Base หรือ ส่วนเนื้อของผลิตภัณฑ์ เป็นตัวอุ้มและเก็บสารออกฤทธิ์ไว้
  3. Additives หรือ ส่วนของสารปรุงแต่ง เป็นตัวเติมแต่งให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าใช้ มีความปลอดภัย เช่น พวกสารกันเสีย พวกน้ำหอม พวกซิลิโคน ตัวเพิ่มความหนืด ฯลฯ

 

มาดูไปทีละกลุ่มเลยนะคะ

 

  1. Actives ส่วนของสารออกฤทธิ์ ได้แก่
  • Goat milk extract สารสกัดจากนมแพะ ในทางเครื่องสำอางมีการ Claim ว่ามีส่วนประกอบของโปรตีน Beta-casien ขนาดเล็ก มีค่า pH เป็นกรดอ่อนๆ ช่วยบำรุงผิวได้อย่างอ่อนโยน มีคุณสมบัติลดการอักเสบ เพิ่มความชุ่มชื้น และให้ความรู้สึกสบายผิว
  • Honey extract สารสกัดจากน้ำผึ้ง มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว
  • Aloe barbadensis extract สารสกัดจากว่านหางจรเข้ มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบ ลดการระคายเคือง มีรายงานการวิจัยกล่าวว่าสามารถออกฤทธิ์เป็นสารช่วยให้ผิวขาวได้โดยไปกระตุ้นให้เกิดกระบวนการ Melanin aggregation ทำให้สีผิวจางลง โดยตัวที่เป็นตัวออกฤทธิ์คือ Aloin ที่พบในใบ (Planta Med. 2012; 78(8):767-71.)
  • Solanum lycopersicum extract สารสกัดจากมะเขือเทศ มีรายงานว่า Lycopene ในสารสกัดมะเขือเทศ สามารถปกป้องผิวหนังจากอันตรายจากรังสี UV ได้ (Br J Dermatol. 2011; 164(1):154-62.) ส่วนของเปลือกผลมีสาร Resveratrol ซึ่งให้ฤทธิ์แรงในการต้านอนุมูลอิสระ (J Agric Food Chem. 2006; 54(19):7175-9.)
  • Cucumis sativus extract สารสกัดจากแตงกวา ซึ่งมีฟลาโวนอยด์และแทนนิน ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ (J Young Pharm. 2010;2(4):365-8) และยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ Hyaluronidase และเอนไซม์ Elastase จึงป้องกันและชะลอการเกิดริ้วรอยได้ (Arch Dermatol Res. 2011;303(4):247-52)
  • Chamomilla recutita extract สารสกัดจาก German Chamomile ปกติใช้เป็น Anti-inflammatory, สารลดการระคายเคือง และให้ผล Soothing effect แปลว่าช่วยให้ความรู้สึกสบายผิว
  • Centella asiatica extract สารสกัดจากบัวบก บัวบกเป็นพืชที่มีรายงานถึงฤทธิ์ทางชีวภาพไว้ค่อนข้างเยอะ ฤทธิ์ทางชีวภาพของบัวบกได้แก่ ฤทธิ์กระตุ้นการสมานแผล กระตุ้นการทำงานของเซลล์ Fibroblast กระตุ้นการสังเคราะห์ Collagen และ Fibronectin ในผิว ลดริ้วรอยที่เกิดก่อนวัย (เรียกริ้วรอยก่อนวัยว่า Photoaging) (Postepy Dermatol Alergol. 2013; 30(1):46-9.) ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ MMP, Hyaluronidase และ Elastase ที่เป็นเอนไซม์ที่ไปทำลาย Collagen, Hyaluronic acid และ Elastin ในผิวตามลำดับ (Postepy Dermatol Alergol. 2013; 30(1):46-9.) ปกป้องผิวไม่ให้ถูกทำลายโดยรังสี UV (Int J Mol Med. 2012; 30(5):1194-202.)
  1. Base ในส่วนของเนื้อหลักนั้นเป็นแบบ Hydrogel ที่มีน้ำมันอยู่เล็กน้อย จะเรียกว่าเป็น Emulgel ก็น่าจะยังไม่เหมาะเพราะน้ำมันนั้นน้อยมากจนไม่ได้รู้สึกว่าเหนอะหนะ และเนื้อยังเป็นแบบโปร่งแสง ไม่ได้ขุ่นเป็นน้ำนม
    • ส่วนของน้ำ มีน้ำกับ Propylene glycol ซึ่งเป็นสารดูดน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว
    • ส่วนของน้ำมัน มี Mineral oil เป็นน้ำมันที่เคลือบผิวปกป้อง รักษาความชุ่มชื้นได้ดี
  2. Additives กลุ่มของสารเติมแต่ง ได้แก่
    • สารเพิ่มความหนืด คือ Polyvinyl alcohol ใช้เป็นสารก่อเจล
    • สารประสานน้ำกับน้ำมัน ใช้ Polysorbate 20 ช่วยให้น้ำมันเข้ากับน้ำได้
    • สารกันเสีย ใช้ Methylisothiazolinone, Methylchloroisothaizolinone
    • สารแต่งกลิ่น (Fragrance)

 

ถึงเวลาให้คะแนน

  1. Actives ในส่วนของสารออกฤทธิ์นั้นใช้สารสกัดจากพืชหลายชนิด ร่วมกับนมแพะ และน้ำผึ้ง ให้ผลโดยรวมในด้านของความชุ่มชื้น ชะลอวัย ลดการอักเสบ ให้ความรู้สึกสบายผิว และด้านริ้วรอย อาจจะได้ผลเรื่อง Whitening ด้วย โดยรวมถือว่าทำมาได้ค่อนข้างครบถ้วน จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. Base ผลิตภัณฑ์เป็น Hydrogel ที่มีส่วนผสมของน้ำมันอยู่เล็กน้อย มีสารดูดน้ำเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว มีสารน้ำมันที่เคลือบปกป้องผิวเพื่อรักษาความชุ่มชื้น ซึ่งดูเหมือนจะขาดน้ำมันบำรุงทดแทนไขมันในผิวหนังอยู่ เลยขอให้ 4 ฟลาสก์
  3. Additives ส่วนของสารปรุงแต่ง มีอยู่เท่าที่จำเป็น คือสารเพิ่มความหนืด สารเชื่อมประสานน้ำกับน้ำมัน สารกันเสีย และสารแต่งกลิ่น ซึ่งโดยรวมก็ไม่มีพิษไม่มีภัยอะไร ก็เลยไม่รู้จะหักคะแนนกับอะไร ให้ 5 ฟลาสก์
  4. การใช้งาน ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบนะคะ ด้วย Gimmick ของผลิตภัณฑ์ ที่สามารถยืดหดได้เป็นรูปร่างตามต้องการ ยืดมากไปจนขาดแล้วก็ยังเอามาโปะติดคืนรูปได้ ด้านการใช้งานก็ชุ่มชื้นผิวดีจริงอะไรจริง ถึงแม้จะ Reuse ได้ แต่มี่ว่า เอามาพอกคอ พอกตัวต่อ ก็น่าจะดีนะคะ จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์ค่ะ

 

คะแนน

 

สุดท้ายนี้อยากขอบคุณทางแบรนด์ Bewitching ด้วยค่ะที่ส่งผลิตภัณฑ์น่ารักๆ มาให้มี่ได้ทดลองใช้

 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางเฟสบุคของแบรนด์

http://www.facebook.com/bewitchingmask

ได้เลยนะคะ

 

Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมเซรัมน้ำแร่ไวท์เทนนิ่ง Sho original Expert whitening complex serum

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมเซรัมน้ำแร่ไวท์เทนนิ่ง Sho original Expert whitening complex serum

วันนี้มี่แวะเอารีวิวเซรัมน้ำแร่ที่น่าสนใจมารีวิววิเคราะห์ส่วนผสมให้ชมกันค่ะ

 

ผลิตภัณฑ์วันนี้คือ Sho original Expert whitening complex serum ค่ะ

 

sho 1

 

ในสเตปการเปิดขวดจะต้องหมุนฝามา 1 กึ๊กก่อน แล้วหัวปั๊มก็จะเด้งออกมาค่ะ

 

sho 2

 

ตัวเซรัมนั้นเป็นเนื้อกึ่งๆน้ำนม มีกลิ่นหอม

 

sho 3

 

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ให้ความชุ่มชื้นผิวดี ซึมไวไม่เหนอะหนะ

 

sho 4

 

วัดค่า pH กันซักหน่อยนะคะ

 

sho 5

 

ค่า pH อยู่ที่ประมาณ 4 – 5 ซึ่งเป็นช่วงที่สารหลายๆตัวมีความคงตัวดีค่ะ

 

สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้นะคะ

 

สผส sho

 

ที่ข้างกล่องจะเห็นว่าทางแบรนด์ Claim ไว้ 7 ด้านด้วยกันค่ะ เรามาวิเคราะห์กันดีกว่าค่ะ

sho claim

 

ปกติเราแบ่งส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็น 3 หมวดหลักๆ คือ

  1. Actives หรือ สารออกฤทธิ์ เป็นสารที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติพิเศษต่างๆ
  2. Base หรือ ส่วนเนื้อของผลิตภัณฑ์ เป็นตัวอุ้มและเก็บสารออกฤทธิ์ไว้
  3. Additives หรือ ส่วนของสารปรุงแต่ง เป็นตัวเติมแต่งให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าใช้ มีความปลอดภัย เช่น พวกสารกันเสีย พวกน้ำหอม พวกซิลิโคน ตัวเพิ่มความหนืด ฯลฯ

 

มาดูไปทีละกลุ่มเลยนะคะ

 

  1. Actives ส่วนของสารออกฤทธิ์ ได้แก่
  • N-acetyl glucosamine เป็นสารอนุพันธ์ของน้ำตาล เป็นองค์ประกอบของ Hyaluronic acid มีขนาดที่เล็กสามารถดูดซึมได้ เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนังโดยดูดน้ำเข้าหาตัว มีรายงานการวิจัยกล่าวว่าสามารถควบคุมการผลัดเซลล์ผิว เพิ่มความชุ่มชื้น (Int J Cosmet Sci. 2010;32(3):234.) กระตุ้นการสังเคราะห์ Collagen และ Hyaluronic acid ในผิว ช่วยชะลอการแก่ตัวของเซลล์ Fibroblast (Int J Cosmet Sci. 2013;35(5):472-6.) เมื่อใช้ร่วมกับ Niacinamide จะให้ผลลดจุดด่างดำได้ดีขึ้น (Br J Dermatol. 2010;162(2):435-41.)
  • Niacinamide รูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 มีรายงานว่า สารตัวนี้สามารถเป็น Whitening ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ โดยไปรบกวนการส่งผ่านของเมลานินที่สร้างเสร็จแล้ว ลดการอักเสบในผิว เพิ่มการไหลเวียนเลือด ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวโดยไปกระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า และยังเป็น Antioxidant ด้วย (Int J Cosmet Sci 2005; 27:255–261) มีการทดสอบเชิงคลินิกพบว่า Niacinamide ที่ความเข้มข้น 4% มีประสิทธิภาพเทียบเท่า Clindamycin ในการรักษาสิว (Int J Dermatol. 2013;52(8):999-1004.)
  • Ascorbyl tetraisopalmitate ตัวนี้เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินซี มีความเป็นกรดต่ำ ซึมเข้าผิวดี ออกฤทธิ์ได้เนิ่นนาน นอกจากไปลดการสร้างเม็ดสีก็ยังเป็น Antioxidant และเป็นองค์ประกอบหนึ่งในการสังเคราะห์คอลลาเจน
  • Gluconolactone อนุพันธ์ของน้ำตาล มีคุณสมบัติเป็น Multifunctional agent เป็นได้ทั้ง Additives ช่วยจับโลหะ เป็นสารระงับเชื้อจุลินทรีย์ และเป็น Active ingredients โดยช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น เป็นสารในกลุ่ม Polyhydroxy acid (PHA) ให้คุณสมบัติการผลัดผิว (Exfoliant) คล้าย AHA แต่อ่อนโยน ระคายเคืองน้อยกว่า มีรายงานวิจัยสนับสนุนว่าการผลัดผิวของ PHA สามารถเพิ่มความชุ่มชื้น เพิ่มความแข็งแรงของ Barrier ผิวหนัง และมีคุณสมบัติเป็น Antioxidant รวมทั้งสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของสารออกฤทธิ์ชนิดอื่นๆ เช่น วิตามินเอ และไฮโดรควิโนนได้ดี ( 2004; 73(2 Suppl):3-13.) มีรายงานว่าสามารถเพิ่มผลการปกป้องรังสี UV ที่ผิวหนังได้ถึง 50% (Dermatol Surg. 2004; 30(2 Pt 1):189-95) การศึกษาทางคลินิกพบว่า Gluconolactone สามารถรักษาสิวได้เทียบเท่า Benzoyl peroxide ซึ่งเป็นยา แต่มีผลข้างเคียงน้อยกว่า (Australas J Dermatol. 1992; 33(3):131-4.)
  • Carnitine กรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่มีบทบาทในการ Metabolism ของไขมัน มีคุณสมบัติเป็น Moisturizer โดยการดึงน้ำเข้าหาตัว มีคุณสมบัติผลัดเซลล์ผิว (Exfoliation) นอกจากนี้ยังให้ผลเป็น Antioxidang และ Anti-inflammatory มีงานวิจัยกล่าวว่าการทา L-carnitine จะมีผลไปกระตุ้นให้เกิดกระบวนการ Beta-oxidation ของไขมันในเซลล์ Sebocyte ทำให้ไขมันลดลง ให้ผลควบคุมความมันของผิวหนัง (J Cosmet Dermatol. 2012; 11(1):30-6.)
  • Fomes officinalis extract เป็นสารสกัดจากเห็ดชนิดหนึ่ง มีคุณสมบัติช่วยควบคุมความมัน กระชับรูขุมขน เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว การทดสอบประสิทธิภาพของสารสกัดในอาสาสมัครซึ่งจัดโดยบริษัทผลิตวัตถุดิบ กล่าวว่าให้ผลกระชับรูขุมขนได้ในทันทีที่ทา และผลที่ได้ดีกว่า Witch hazel กับ Zinc (Technical data sheet: Laboratoires Serobiologiques)
  • Aloe barbadensis leaf juice powder ส่วนของวุ้นว่านหางจรเข้ที่ผ่านกรรมวิธีจนได้ในรูปแบบผง มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายผิว
  • Lecithin สารในกลุ่ม Phospholipids ที่เป็นองค์ประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์ผิว มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้น ทดแทนไขมันในผิวหนัง อาจจะใช้เป็นตัวสร้าง Liposome ซึ่งเป็นระบบนำส่งสารเข้าผิวรูปแบบหนึ่งได้
  • Tocopheryl acetate สารอนุพันธ์ของวิตามินอี มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant แต่ส่วนมากมักจะให้ประโยชน์ปกป้องสารในผลิตภัณฑ์ไม่ให้เสื่อมสภาพเพราะอากาศ
  • Allantoin สารที่พบในรากคอมเฟรย์ มีประโยชน์ช่วยลดการแพ้ ลดการระคายเคือง และช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนัง มีรายงานการวิจัยสนับสนุนเรื่องคุณสมบัติในการช่วยสมานแผล (Acta Cir Bras. 2010;25(5):460-6.)
  • 4-Butylresorcinol ออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ Tyrosinase ทำให้เมลานินถูกสร้างมาน้อยลง ผิวขาวขึ้น การทดสอบในอาสาสมัครที่เป็นฝ้ากับครีมที่มีส่วนผสมของสารนี้ 1% เป็นเวลา 6-8 สัปดาห์ พบว่ารอยฝ้าจางลง และมีผลข้างเคียงน้อยมาก (Ann Dermatol. 2010; 22(1): 21–25.)
  • Sodium hyaluronate มีบทบาทเกี่ยวกับความชุ่มชื้นของผิวหนัง
  1. Base ส่วนของเนื้อผลิตภัณฑ์ แบ่งเป็นส่วนของน้ำ และน้ำมัน

2.1 โดยส่วนของน้ำ คือ น้ำแร่ ว่ากันว่า ทางแบรนด์ใช้น้ำแร่จากเมือง Yangpyeong ของเกาหลี ซึ่งเป็นเมืองที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ น้ำที่นี่ก็จะสะอาด อุดมด้วยแร่ธาตุต่างๆที่มีประโยชน์กับผิว

ถึงแม้ว่าเรื่องประโยชน์ของน้ำแร่กับผิวนั้นยังไม่มีผู้ใดศึกษาไว้อย่างแน่ชัด แต่องค์ประกอบของแร่ธาตุที่อยู่ในน้ำแร่นั้นก็พอมีรายงานอยู่บ้าง เช่น Calcium จำเป็นต่อกระบวนการทำงานของผิว และความแข็งแรงของเซลล์ผิว Zinc เป็นองค์ประกอบของเอนไซม์หลายๆชนิดในผิว และมีคุณสมบัติควบคุมความมัน และสมานผิว เป็นต้น กับสารดูดน้ำให้ผิวอย่าง Propylene glycol

2.2 ส่วนของน้ำมัน ได้แก่ น้ำมัน Jojoba ที่มีคุณสมบัติบางเบา ซึมผิวไว ไม่เหนอะหนะ

  1. Additives กลุ่มของสารปรุงแต่ง ได้แก่
    • สารเพิ่มความหนืด มี Sodium acrylates copolymer กับ Xanthan gum เป็นตัวเพิ่มความหนืด
    • Preservatives ได้แก่ สารจับโลหะ EDTA กับสารกันเสีย Chlorphenesin กับ Methylisothiazolinone
    • สารแต่งกลิ่น (Fragrance)

 

ถึงเวลาให้คะแนน

  1. Actives สารที่ใช้ให้คุณสมบัติในการบำรุงผิวได้รอบด้าน ทั้ง Whitening moisturizer anti-aging และช่วยเรื่องความมัน กับรูขุมขน โดยรวมถือว่าค่อนข้างครบถ้วนและตรงตาม Claim จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. Base ในส่วนของเนื้อผลิตภัณฑ์นั้น ใช้น้ำแร่ล้วนๆ ไม่มีน้ำ เสริมมาด้วยสารดูดน้ำให้ผิว และสารไขมันเพิ่มคามชุ่มชื้น ซึ่งไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ แต่ยังขาดในส่วนของสารที่จะเคลือบผิวรักษาความชุ่มชื้นไว้ ถึงจะไม่มีก็มีข้อดีนะคะ คือ ถ้าไม่มีเนื้อครีมจะไม่เหนอะหนะค่ะ แต่จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์นะคะ
  3. Additives สารปรุงแต่งอื่นๆ มีเพียงสารเพิ่มความหนืด น้ำหอม และสารกันเสีย เท่านั้น ซึ่งถือว่าเลือกใส่มาเท่าที่จำเป็น ไม่มี Parabens ไม่มี Silicone และไม่มี Surfactant ใดๆ จึงไม่มีจุดให้หักคะแนน ได้ไป 5 ฟลาสก์
  4. การใช้งาน ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบที่คอนเซปท์เรื่องน้ำแร่ และแพคเกจที่ช่วยลดการปนเปื้อน และไม่เกะกะเลอะเทอะ ในส่วนของเนื้อสัมผัสก็ค่อนข้างบางเบา แต่ชุ่มชื้นผิวดี จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์

 

คะแนน sho

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่

FB , IG , twitter : SHOskincare

https://www.facebook.com/SHOskincare/

 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Sho ด้วยนะคะที่ส่งสินค้าดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้

 

Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Sho

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมจัดเต็ม มอยส์เจอไรเซอร์คุมสิว Acne away face moisturizing cream จากแบรนด์ Skin Will

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมจัดเต็ม มอยส์เจอไรเซอร์คุมสิว Acne away face moisturizing cream จากแบรนด์ Skin Will

วันนี้มี่แวะเอารีวิวเครื่องสำอางคุณภาพฝีมือคนไทยที่อัดแน่นด้วยส่วนผสมเลอค่ามาฝากกันค่ะ

คราวแล้วเราดูรีวิวตัว Vit c ของแบรนด์นี้ไป วันนี้เรามาดูตัว acne กันบ้างนะคะ ส่วนตัวมี่ว่าโอเคเลยหล่ะ

นั่นก็คือ Acne away face moisturizing cream จาก Skin Will เจ้าเก่าค่ะ

หน้าตาคล้ายๆกันค่ะ แต่ตัว Acne วันนี้จะเป็นหลอดสีฟ้า นะคะ

acne 2

 

ข้างในเป็นหลอดแบบมีจุดกดคล้ายตัว Vit C ค่ะ

 

acne 4

 

ในส่วนของเนื้อครีม เป็นครีมสีขาวค่ะ มีกลิ่นหอมอ่อนๆบางๆแนวๆสมุนไพร

 

acne 6

 

ตัวครีมจะเกลี่ยค่อนข้างง่าย ชุ่มชื้นผิวค่อนข้างมาก ซึมไวปานกลางค่ะ แต่ก็ไม่ถึงกับมันหรือเหนอะหนะนะคะ

 

acne 6

 

วัด pH กันเล็กน้อย

 

acne 7

 

เหมือนเนื้อครีมมันไปเคลือกระดาษอยู่เลยอ่านยากนิดนึง
pH น่าจะอยู่ที่ประมาณ 5 ค่ะ ใกล้เคียงกับผิวดี

ก่อนจะไปดูส่วนผสมอยากบอกว่า เขาเน้น Claiming เรื่องของความเข้มข้นของส่วนผสมเช่นกันค่ะ
โดยใช้ Nicotinamide 5%, Sodium ascorbyl phosphate 5% และ Oligopeptide-10 3% เรียกได้ว่าใส่มาเต็ม max เลยทีเดียว

มาถึงส่วนผสมกันบ้างนะคะ

 

สผส

 

ปกติเราจะแบ่งส่วนประกอบของเครื่องสำอางเป็น 3 ส่วนหลักๆค่ะ ได้แก่

  1. สารออกฤทธิ์ หรือ Active ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติพิเศษในการบำรุงผิว
  2. เนื้อหลัก หรือ Base เป็นส่วนเนื้อหลักที่โอบอุ้ม Active และเป็นตัวพา Active ไปหาผิว
  3. สารเติมแต่ง หรือ Additives ใส่เข้ามาเพื่อความน่าใช้ สวยงาม ปลอดภัย ฯลฯ

 

คุณสมบัติของสารต่างๆแยกตามหน้าที่

  1. กลุ่มสารออกฤทธิ์ ได้แก่
  • Nicotinamide เป็นชื่อพ้องของ Niacinamide เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 มีรายงานว่า สารตัวนี้สามารถเป็น Whitening ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ โดยไปรบกวนการส่งผ่านของเมลานินที่สร้างเสร็จแล้ว ลดการอักเสบในผิว เพิ่มการไหลเวียนเลือด ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวโดยไปกระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า และยังเป็น Antioxidant ด้วย (Int J Cosmet Sci 2005; 27:255–261) มีการทดสอบเชิงคลินิกพบว่า Niacinamide ที่ความเข้มข้น 4% มีประสิทธิภาพเทียบเท่า Clindamycin ในการรักษาสิว (Int J Dermatol. 2013;52(8):999-1004.)
  • Sodium ascorbyl phosphate เป็นรูปแบบที่ละลายได้ในน้ำของวิตามินซี มีความคงตัวสูง มีประโยชน์เป็น Antioxidant, Whitening และเป็นส่วนประกอบในการสร้างคอลลาเจนของผิว
  • Boswellia serrata extract สารสกัดจากพืชชนิดหนึ่ง มีงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติในการลดการอักเสบอยู่ค่อนข้างมาก (Indian J Pharm Sci. 2011;73(3): 255–261.) มีการศึกษาเกี่ยวกับครีมที่มีส่วนผสมของสารสกัดนี้ว่ามีประสิทธิภาพเพียงพอในการลดอาการอักเสบของคนไข้ Eczema และโรค Psoriasis ได้ดี (Clin Cosmet Investig Dermatol. 2014;7:321-7.) และยังช่วยลดริ้วรอยก่อนวัยได้ (Dermatol Ther. 2010;23 Suppl 1:S28-32.)
  • Honey extract ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น
  • Oligopeptide-10 เปปไทด์จากพืชที่มีคุณสมบัติฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ เมื่อใช้ร่วมกับ Salicylic acid จะได้ประสิทธิภาพสูงขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องใช้ Salicylic acid ในความเข้มข้นสูง ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าใช้ Salicylic acid แค่เพียง 5% ก็ได้ประสิทธิภาพเพียงพอในการดูแลสิวแล้ว
  • Melaleuca alternifolia leaf oil น้ำมันหอมระเหยจาก Tea tree มีงานวิจัยค่อนข้างมากกล่าวถึงคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย รา และยีสต์หลายสายพันธ์ และมีประสิทธิภาพในการนำมาใช้ทาภายนอก
  • Camellia sinensis leaf extract สารสกัดจากชาเขียว มีรายงานวิจัยอยู่ค่อนข้างมาก เช่น เป็น antioxidant เป็น Moisturizer ลดริ้วรอย เพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผิว (Dermatol Ther. 2013;26(3):267-71.) และยังมีรายงานถึงคุณสมบัติในการสมานแผล (Evid Based Complement Alternat Med. 2013;2013:386734.) ในชาเขียวยังมีสารประกอบกลุ่ม Polyphenol หลายชนิดที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพหลายๆประการ
  • Aspathalus linerais extract สารสกัดจากชา Rooibos มีรายงานวิจัยกล่าวถึงคุณสมบัติในการเป็น antioxidant (Tradit Complement Med. 2015;5(3):174-8.) ต้านการอักเสบ ( 2015;38(4):1502-16.) ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุถึงคุณสมบัติในการลดอักเสบ antioxidant ฆ่าเชื้อก่อสิว และช่วยให้ความรู้สึกสบายผิว (Soothing effect)
  • Salicylic acid เป็น BHA ช่วยสลายการอุดตัน และลดการอักเสบ
  • Poria cocos extract สารสกัดจากเห็ด Poria มีรายงานเกี่ยวกับฤทธิ์การต้านการอักเสบ และสมานผิวที่เสียหาย (Skin Res Technol. 2006; 12(4):223-7.) มีรายงานถึงคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียและรา นอกนั้นมีแต่รายงานเกี่ยวกับฤทธิ์ต้านมะเร็ง ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่า เป็น Moisturizer, Astringent (กระชับรูขุมขน)
  1. กลุ่มเนื้อหลัก เป็นเนื้อครีมประกอบด้วยน้ำกับน้ำมัน ดังนี้
    • ส่วนของน้ำ ได้แก่ น้ำ, Butylene glycol และ Alcohol
    • ส่วนของน้ำมัน ได้แก่ Oryza sativa bran oil คือ น้ำมันรำข้าว, Glyceryl monostearate, Cetyl alcohol, Glyceryl stearate, Mineral oil, C13-14 isoparaffin, Stearic acid, Shea butter
  2. กลุ่มสารเติมแต่ง ได้แก่
    • Cyclodextrin สารกลุ่มคาร์โบไฮเดรต ที่โครงสร้างเป็นโมเลกุลน้ำตาลกลูโคสมาจับกันเป็นวง สามารถใช้เป็นตัวนำพา (Carrier) สารต่างๆเข้าสู่ผิว หรือใช้เก็บกักห่อหุ้มสารสำคัญต่างๆไม่ให้ถูกทำลายจากสิ่งแวดล้อม และช่วยเพิ่มการละลายของสารบางชนิดได้
    • สารเพิ่มความหนืด ได้แก่ Dimethylacrylamide/acrylic acid/Polystyrene ethyl methacrylate copolymer ร่วมกับ Polyacrylamide และ Xanthan gum
    • สารทำครีม หรือ Emulsifier ได้แก่ PEG-100 stearate กับ Laureth-7
    • สารจับโลหะ คือ EDTA
    • สารกันเสีย คือ Phenoxyethanol

 

ถึงเวลาให้คะแนน

  1. สารออกฤทธิ์ ถึงแม้ว่าเคลมหลักของผลิตภัณฑ์จะเป็นเรื่องการดูแลสิว แต่ความจริงแล้ว ถือว่ามีหลายๆอย่างเสริมเข้ามา ไม่ใช่แค่ฆ่าเชื้อสิวเพียงอย่างเดียว เช่น ช่วยให้ผิวแข็งแรง เป็น Antioxidant ช่วยชะลอวัย ช่วยเรื่องลดการอักเสบ รอยดำ รอยแดง ยังมีการเลือกใช้ Oligopeptide-10 ที่มาเสริมฤทธิ์กับ BHA ทำให้ไม่ต้องใช้ BHA ที่ความเข้มข้นสูงๆอันจะเสี่ยงต่อความระคายเคืองได้อีก จุดนี้เลยขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนของเนื้อผลิตภัณฑ์ ในส่วนของน้ำ มี Butylene glycol เป็นตัวเติมน้ำ มี Alcohol ติดมาในลำดับกลางๆ คือ Alcohol นี้ไม่ได้ฆ่าเชื้อเหมือนที่หลายๆคนเข้าใจ แต่มีส่วนเป็นตัวทำละลายในส่วนผสม และให้สัมผัสที่ดี ถึงแม้ว่า Alcohol จะทำให้หลายๆคนไม่สบายผิวได้ แต่ส่วนใหญ่คนผิวมันก็ไม่ค่อยมีปัญหากับ Alcohol หรือเปล่า ในส่วนของน้ำมัน มีส่วนของน้ำมันเคลือบปกป้องผิว และน้ำมันที่ซึมเข้าผิวได้ ถือว่าค่อนข้างครบถ้วน แต่ขอหักคะแนนของ Alcohol ไป เลยขอให้ 4 ฟลาสก์
  3. ส่วนสารอื่นๆ ไม่มีตัวไหนเป็นพิษเป็นภัยอะไรกับผิว ตัวนี้ไม่มี Emulsifier ที่รุนแรง ไม่มีน้ำหอม ก็ไม่รู้จะหักคะแนนกับอะไร เลยได้ไป 5 ฟลาสก์
  4. การใช้งาน ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบเนื้อนะคะ เพราะมี่ผิวแห้ง แต่ก็มีสิวขึ้นบ้าง นานๆที พอได้ใช้ก็คือรู้สึกว่าชุ่มชื้นดีอยู่ค่ะ น่าจะกำลังเหมาะกับช่วงนี้เลยค่ะ เพราะอากาศเริ่มแห้งแล้ว เป็นอีกทางเลือกในการเพิ่มความชุ่มชื้นในหน้าหนาวแบบไม่ไปรบกวนสิว แต่ถ้าจะมาหวังผลแบบรวดเร็วทันใจแบบยาแต้มสิว ก็จะขอแนะนำให้ไปใช้ยาตามแพทย์แนะนำดีกว่านะคะ โดยรวมถือว่าค่อนข้างพอใจค่ะ ให้ 5 ฟลาสก์

 

คะแนน

 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Skin will ด้วยค่ะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ ขอบคุณทุกๆท่านที่ติดตามอ่านมาจนจบ

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์ Skin Will เลยค่ะ

Facebook fanpage: https://www.facebook.com/SKINWILL/

Website: http://www.skinwill.com/store/

 

Disclaimer/Conflict of interest: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Skin Will

Full Review-Super boosting serum by C complex จากแบรนด์ Skin Will

Full Review-Super boosting serum by C complex จากแบรนด์ Skin Will

วันนี้มี่แวะเอารีวิววิตซีคุณภาพจากแบรนด์คนไทยมาฝากให้ชมกันค่ะ

เป็นตัว Super boosting serum by C complex จากแบรนด์ Skin Will นั่นเอง

skw 1

ตัวผลิตภัณฑ์มาในกล่องสีขาว ตัวหนังสือสีบานเย็น ดูคลาสสิคหรูหราดีค่ะ

ข้างในเป็นหลอดสีดำ มีหัวกดให้กดกัน ไม่ต้องมานั่งบีบๆหลอดให้เมื่อย

 

skw 2

 

ในส่วนของผลิตภัณฑ์เป็นเนื้อครีมค่ะ ไม่มีน้ำหอม

 

skw 3

 

 

เกลี่ยค่อนข้างง่ายนะคะ ซึมไว แห้งไว ชุ่มชื้นผิวดีไม่เหนียวเหนอะหนะ

 

skw 4

 

มาวัด pH ซักหน่อยนะคะ

 

skw 5

อยู่ที่ประมาณ 4 ค่ะ (คือจริงๆตัวเนื้อผลิตภัณฑ์มีสีด้วย เลยดูยากนิดนึง แต่น่าจะใกล้เคียงกับ 4 สุดแล้ว)

 

ที่เป็น 4 เพื่อให้สารกลุ่ม Acid เช่น วิตซี กับ Glycolic อยู่ในรูปกรดที่มีความคงตัวค่ะ

 

 

มาดูส่วนผสมกันบ้างดีกว่าค่ะ

ส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

สผส

 

ปกติเราจะแบ่งส่วนประกอบของเครื่องสำอางเป็น 3 ส่วนหลักๆค่ะ ได้แก่

1.สารออกฤทธิ์ หรือ Active ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติพิเศษในการบำรุงผิว

2.เนื้อหลัก หรือ Base เป็นส่วนเนื้อหลักที่โอบอุ้ม Active และเป็นตัวพา Active ไปหาผิว

3.สารเติมแต่ง หรือ Additives ใส่เข้ามาเพื่อความน่าใช้ สวยงาม ปลอดภัย ฯลฯ

คุณสมบัติของสารต่างๆแยกตามหน้าที่

1.Actives ดูตามแถบสีเลยนะคะ แบ่งเป็น

-วิตามินซี 3 รูปแบบ ได้แก่ Ascorbic acid, Ethyl ascorbic acid, Ascorbyl glucoside ซึ่งปกติวิตามินซีจะให้ผลเป็น Antioxidant, เป็นองค์ประกอบในการสังเคราะห์คอลลาเจน และยับยั้งเอนไซม์ที่ใช้สร้าง Melanin จึงมีผลช่วยให้ผิวขาว การใช้หลายๆรูปแบบมาผสมกันก็น่าจะเพื่อช่วยลดค่าความเป็นกรดของวิตามินซีลง และเสริมให้มีความคงตัวเพิ่มขึ้น

-Glutathione สารต้านอนุมูลอิสระชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นจากกรดอะมิโน 3 ตัว (Glutamic-cysteine-glycine) มาต่อกัน (เป็น Tripeptide) มีประโยชน์ในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ สารทำลายพิษต่างๆ และช่วยให้ผิวขาวเพราะสามารถยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสที่สร้างเมลานินได้

-Aloe barbadensis leaf juice เป็นน้ำคั้นจากว่านหางจรเข้ ให้ความชุ่มชื้น ลดการระคายเคืองได้

-Ferulic acid สารบริสุทธิ์ที่พบในข้าว เป็น Anti-oxidant ที่มีฤทธิ์แรงและยังมีฤทธิ์ Anti-inflammatory

** Combination ทั้งสามตัวนี้ (C E ferulic acid) มีการรายงานมาตั้งแต่ปี 2005 บอกว่าสูตรผสมนี้เสริมฤทธิ์กันในการปกป้องเซลล์ผิวหนังจากรังสี UV (J Invest Dermatol. 2005;125(4):826-32.) หลังจากนั้นอีก 3 ปี ก็มีงานวิจัยออกมาซ้ำอีก บอกว่าสูตรผสมนี้ให้ผลที่ดีในการเป็น Photoprotection (J Am Acad Dermatol. 2008;59(3):418-25.) และในปี 2013 ก็มีรายงานการวิจัยอีกหลายๆฉบับสนับสนุนว่าให้ผลปกป้องผิวหนังจากอันตรายของรังสี UVB ได้ดี ในขณะที่การทา Vit E เข้มข้น 5% ในการทดลองนี้มีผลกระตุ้นให้เกิดความผิดปกติต่างๆในเซลล์ผิว แต่เมื่อมี C และ Ferulic เข้ามาเป็นตัว Stabilizer ก็สามารถปกป้องผิวหนังได้ดีกว่า (PLoS One. 2013;8(5):e63809.) อีกการทดสอบทำในสตรีจีนก็พบว่าสูตรผสมนี้ให้ผลปกป้องผิวหนังจากอันตรายจากรังสี UV ได้ดีเช่นกัน (J Drugs Dermatol. 2013;12(4):464-8.)

-Hematococcus pluvialis extract สารสกัดจากสาหร่ายน้ำจืดสีแดง ที่อุดมด้วยสารสีแดง Astaxanthin ที่เป็นกลุ่มแคโรทีนอยด์ แต่มีฤทธิ์ทางชีวภาพเหนือกว่า ให้ฤทธิ์เด่นในเรื่องการต้านอนุมูลอิสระ ใช้เป็น Anti-aging

-Tocopheryl acetate เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินอี ให้ผลเป็น Antioxidant แต่ส่วนมากจะให้ผลปกป้องสารในผลิตภัณฑ์ไม่ให้เสื่อมสลายเพราะอากาศ

-Poria cocos extract สารสกัดจากเห็ด Poria มีรายงานเกี่ยวกับฤทธิ์การต้านการอักเสบ และสมานผิวที่เสียหาย (Skin Res Technol. 2006; 12(4):223-7.) มีรายงานถึงคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียและรา นอกนั้นมีแต่รายงานเกี่ยวกับฤทธิ์ต้านมะเร็ง ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่า เป็น Moisturizer, Astringent (กระชับรูขุมขน)

2.Base น่าจะมาในรูปแบบ Emulsion เพราะประกอบด้วยส่วนของน้ำและน้ำมัน ดังนี้

2.1ส่วนของน้ำ ได้แก่ น้ำ กับ Glycerine

2.2ส่วนของน้ำมัน ได้แก่ Glyceryl monostearate, Cetearyl alcohol, Cetyl alcohol สามตัวนี้เป็นสารพื้นฐานทั่วไป และ Hydrogenated polydecene ให้ผลเคลือบผิวรักษาความชุ่มชื้น

3.Additives ได้แก่

3.1Emulsifier/Surfactant ได้แก่ Ceteareth-20, Sodium methyl lauroyl taurate, Laureth-7 ไม่มีพิษมีภัยอะไรกับผิว

3.2สารเพิ่มความหนืด ได้แก่ Sodium polyacrylaye กับ Xanthan gum

3.3ส่วนของสารกันเสีย อาศัยคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อของ Poria cocos extract ร่วมกับภาชนะที่เป็นระบบปิด

สรุปคะแนน

1.Actives เน้นไปที่วิตามินซี และสาร Antioxidant ซึ่งก็ใส่มาอยู่หลายตัว สารสกัดพืชที่ใช้มาก็ยังเป็น Antioxidant นอกจากให้ผลเรื่องริ้วรอย ยังให้ผลเรื่อง Whitening ได้ด้วย โดยรวมแล้วก็ถือว่าโอเค จึงขอให้ 5 ฟลาสก์

2.Base ปกติถ้ามาในรูปแบบ Emulsion โดยถ้าเป็น Emulsion ที่สมบูรณ์แบบจะต้องประกอบด้วย ส่วนของสารดูดน้ำให้ผิว สารไขมันจากธรรมชาติ และสารไขมันเคลือบผิว ในส่วนผสมชุดนี้มี Glycerine เป็นสารดึงน้ำให้ผิว แม้ว่าจะเป็นชนิดที่พื้นฐานมากๆ แต่ก็ให้ผลที่ดีในระดับหนึ่ง มีสาร Hydrogenated polydecene เคลือบผิวกันน้ำระเหย แต่ยังขาดน้ำมันจากธรรมชาติที่ดูดซึมได้อยู่ จึงขอให้ 4 ฟลาสก์

3.Additives มีอยู่เท่าที่จำเป็น ไม่มีส่วนผสมของ Silicones, Parabens, emulsifier ที่รุนแรง และน้ำหอม สารอื่นๆที่ใช้ก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร จุดนี้จึงขอให้ 5 ฟลาสก์

4.การใช้งาน เนื้อค่อนข้างเบา เกลี่ยง่าย ไม่ทิ้งคราบความมันส่วนเกินไว้บนผิว หลังจากทดลองใช้อยู่ซักพักก็ถือว่าค่อนข้างชุ่มชื้นดี ผิวดูเรียบเนียนและสีผิวสม่ำเสมอขึ้น จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์

 

คะแนน

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์

Facebook fanpage: https://www.facebook.com/SKINWILL/

Website: http://www.skinwill.com/store/

 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Skin will ด้วยค่ะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ ขอบคุณทุกๆท่านที่ติดตามอ่านมาจนจบ

Disclaimer/Conflict of interest: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Skin Will

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมเอสเซนส์ต้านมลพิษ Klairé Anti-pollution Essence

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมเอสเซนส์ต้านมลพิษ Klairé Anti-pollution Essence

ตอนนี้กระแสเรื่อง Anti-pollution ในเครื่องสำอางมาแรกมากนะคะ เพราะอากาศบ้านเราอย่างที่ทราบกันคือมีแต่มลพิษ ทุกวันนี้มีสารในเครื่องสำอางหลายกลุ่มเลยค่ะ ที่ Claim เรื่องของ Anti-pollution

 

ว่าแล้วก็ขอกล่าวถึงผลกระทบของ Pollution ต่อผิวซักหน่อยนะคะ

 

Pollution หรือมลภาวะนี่ จริงๆเป็นของผสมของสารพิษหลายอย่าง เช่น ก๊าซ ฝุ่นละออง และสารเคมีบางชนิด

ก๊าซพิษพวกนี้มีความระคายเคืองอยู่ในตัวค่ะ แต่ความเข้มข้นของก๊าซพวกนี้ในบรรยากาศมีไม่มาก เลยไม่น่ามีปัญหาอะไร

 

ที่น่าห่วงคือ ฝุ่นละอองจนาดเล็ก กับสารเคมีบางชนิดค่ะ

ฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือ Particulate matter ที่มีขนาด 2.5 ไมครอน และ 10 ไมครอน เราเรียกว่า PM2.5 และ PM10 ค่ะ

 

ตัว PM2.5 นี่สามารถลงไปในผิวได้ค่อนข้างลึกค่ะ และทำให้เกิดการอักเสบภายในผิวได้

 

สารเคมีบางชนิด อย่าง Polycyclic aromatic hydrocarbon หรือย่อว่า PAH นี่ตัวร้ายเลยค่ะ เพราะข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบหลายๆเจ้า Claim ว่า สารนี้มีผลลดช่องแคบๆในผิว ที่เรียกว่า Tight junction มีผลทำให้ Barrier ผิวอ่อนแอลงได้ค่ะ

 

สำหรับการป้องกันมลภาวะนั้น เท่าที่เห็นวัตถุดิบในทางเครื่องสำอางที่ออกมาบ่อยๆ จะอาศัย 2 กลไก เป็นหลักค่ะ

 

อย่างแรกคือ การก่อฟิล์มเคลือบไว้บนผิว แล้วดักจับฝุ่นที่จะเข้าผิวไว้

อย่างที่สองคือ เป็๋นสารที่มีผลลดการอักเสบ หรือ เป็น Antioxidant

 

ส่วนตัวมี่ไม่แน่ใจนะคะ ว่าประสิทธิภาพของสารเหล่านี้นั้นจะได้ในระดับไหน เพราะข้อมูลวัตถุดิบเหล่านี้ส่วนมากมาจากผู้ผลิตวัตถุดิบค่ะ ซึ่งมักจะมี Bias อยู่ในตัวค่ะ แต่มี่ก็ยังคิดว่า การที่เราทำอะไรซักอย่างเพื่อป้องกัน มันก็น่าจะดีกว่าไม่ทำอะไร และที่สำคัญคือ อย่าลืมล้างหน้าให้สะอาด และหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีเขม่าควัน หรือฝุ่นละอองเยอะๆ ค่ะ

 

แล้วก็มาเข้าเรื่องของเราดีกว่าค่ะ

 

น้ำตบที่มีเอามารีวิวในวันนี้เรียกได้เลยว่าอยู่ในกระแส และตอบโจทย์ของเราชาวเมืองเลยทีเดียวค่ะ กับ Klairé Anti-pollution Essence ค่ะ

ชื่อเต็มๆของนาง คือ Klairé Anti-pollution essence hydrating facial treatment active essence for urban lifestyle

 

นางมาในแพคเกจสีขาว กระดาษลูกฟูกค่อนข้างหนา ดูหรูหรา เข้าใจว่าดอกบนกล่องน่าจะเป็นดอกฝ้าย ซึ่งเป็นหนึ่งในสารบำรุงที่ทางแบรนด์ใช้ค่ะ

k1.jpg

พอเปิดมาจะมีถาดรองอีกชั้นค่ะ

 

k 2

 

ภาชนะบรรจุเป็นขวดแก้ว ฝาปั๊ม ตัวฝากดสามารถล๊อคได้ค่ะ

 

k 3

 

ตัวเนื้อผลิตภัณฑ์จะเป็นน้ำใสๆ ไม่หนืด แต่ก็ไม่ได้เหลวมากจนไหลเลอะเทอะค่ะ

 

k 4

 

ส่วนตัวค่อนข้างชอบกลิ่นค่ะ จะหอมๆเหมือนข้าวหอมมะลิ น่าจะเป็นกลิ่นของกลุ่มวัตถุดิบนะคะ เพราะทางแบรนด์เคลมเรื่องไม่ใส่น้ำหอมค่ะ

 

เกลี่ยค่อนข้างง่าย ซึมค่อนข้างไว แห้งไว ไม่ทิ้งคราบใดๆไว้บนผิว แต่ให้ความชุ่มชื้นพอดีตัวเลยค่ะ

 

k 5

 

มาวัด pH กันซักหน่อยค่ะ

 

k 6

 

pH จะอยู่ที่ราวๆ 5-6 ค่ะ ซึ่งก็ใกล้เคียงกับผิวดีค่ะ

 

ถึงคิววิเคราะห์ส่วนผสมบ้าง ผลิตภัณฑ์มีส่วนผสมดังนี้นะคะ

 

สผส

 

ปกติเราจะแบ่งส่วนประกอบของเครื่องสำอางเป็น 3 ส่วนหลักๆค่ะ ได้แก่

  1. สารออกฤทธิ์ หรือ Active ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติพิเศษในการบำรุงผิว
  2. เนื้อหลัก หรือ Base เป็นส่วนเนื้อหลักที่โอบอุ้ม Active และเป็นตัวพา Active ไปหาผิว
  3. สารเติมแต่ง หรือ Additives ใส่เข้ามาเพื่อความน่าใช้ สวยงาม ปลอดภัย ฯลฯ

 

ปกติเราจะแบ่งส่วนประกอบของเครื่องสำอางเป็น 3 ส่วนหลักๆค่ะ ได้แก่

1.สารออกฤทธิ์ หรือ Active ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติพิเศษในการบำรุงผิว

2.เนื้อหลัก หรือ Base เป็นส่วนเนื้อหลักที่โอบอุ้ม Active และเป็นตัวพา Active ไปหาผิว

3.สารเติมแต่ง หรือ Additives ใส่เข้ามาเพื่อความน่าใช้ สวยงาม ปลอดภัย ฯลฯ

สำหรับส่วนของสารออกฤทธิ์มี่ทำเป็นสีๆไว้ให้นะคะ

1.กลุ่มแรกเป็นกลุ่มสีส้มค่ะ กลุ่มนี้เป็นกลุ่มของสารที่ได้จากเทคโนโลยีทางชีวภาพ (Biotechnology) ได้จากการเลี้ยงจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ แล้วเอาสารออกมาใช้ สรุปสั้นๆดังนี้นะคะ

Schizosaccharomyces pombe extract เป็นสารสกัดจากยีสต์ชนิดพิเศษที่ขึ้นบนองุ่นบริเวณริมทะเลของสเปน ยังไม่มีงานวิจัยในฐาน Pubmed ผู้ผลิตเคลมว่า สารสกัดจากยีสต์นี้หมักบ่มด้วยอุณหภูมิต่ำพิเศษ ทำให้ได้สารอาหารออกมามากกว่า ให้ผลกระตุ้นการแบ่งตัวของเซลล์ Fibroblast ที่เป็นเซลล์สร้างคอลลาเจน กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

-Bifida ferment lysate ช่วยฟื้นฟูผิว

-Polyglutamic acid สารประกอบเชิงซ้อนของ Glutamic acid ได้จากการหมักพืชบางชนิด มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้ดีมาก ผู้ผลิตวัตถุดิบเคลมว่าเพิ่มความชุ่มชื้นได้มากกว่า Hyaluron

-Galactomyces ferment filtrate ยีสต์ตัวดัง มีคุณสมบัติช่วยให้ผิวขาว ผิวแข็งแรง ลดริ้วรอย และกระชับรูขุมขน

2.กลุ่มสีฟ้า สารสกัดจากพืช มีอยู่หลายชนิด เน้นไปที่คุณสมบัติในการเคลือบปกป้องผิว เพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบ เป็น Antioxidant และช่วยฟื้นฟูผิวให้กลับคืนสู่สภาพดี ตัวที่น่าสนใจมี 2 กลุ่มหลักๆค่ะ

กลุ่มแรกเป็นสารสกัดที่มีเทคโนโลยีสูงขึ้น คือ สกัดแล้วเอาไปย่อยอีก เพื่อให้ได้สารออกฤทธิ์ที่มีขนาดเล็กลงค่ะ มี 2 ตัว ได้แก่

1 Hydrolyzed acacia macrostachya seed extract เป็นสารสกัดจากเมล็ด Acacia สายพันธ์หนึ่งในแอฟริกา ผ่านกรรมวิธีการย่อยให้ได้สารออกฤทธิ์ที่มีขนาดเล็กลง ทำให้เข้าผิวได้ดีขึ้น ออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น สารนี้ช่วยควบคุมการเก็บกักน้ำของผิวหนังที่ระดับล่าง เพิ่มการสร้างสารดูดน้ำในผิวที่เรียกว่า Natural moisturizing factor (NMF) ผิวจึงอุ้มน้ำได้ดีมากขึ้น และมีความทนต่อสภาวะอากาศที่แห้งแล้งได้ดีขึ้น โดยเฉพาะหน้าหนาว วัตถุดิบตัวนี้ได้รับรางวัลเหรียญทองในงาน In-cosmetics 2015 ด้วยค่ะ (Golden prize-green ingredients award)

2 Hydrolyzed lepidum meyenii root extract เป็นสารสกัดจากราก Maca ที่พบในเปรู ที่ผ่านกรรมวิธีการย่อยเช่นกัน ประกอบด้วยเปปไทด์กับน้ำตาลโมเลกุลเล็ก ซึมซาบเข้าไปบำรุงผิว กระตุ้นการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนของเซลล์ Fibroblast ที่เป็นเซลล์สร้างคอลลาเจนในผิว ลดริ้วรอย เพิ่ม Complexion ให้ผิว ทำให้ผิวดูมีสุขภาพดีขาวแบบมีเลือดฝาด

กลุ่มที่สองเป็น สารสกัดจากเมล็ดพืช มี 2 ชนิด คือ Linum usitatissimum seed คือ Flax seed กับSalvia hispanica seed คือ Chia seed ที่กำลังอยู่ในกระแสเลยค่ะ ไม่ใช่แค่ว่าเอามากินสวยๆลดน้ำหนัก แต่เอามาใส่ในเครื่องสำอางก็ให้ผลดีไม่เบานะคะ เมล็ดทั้งสองนี้มีสารประกอบในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนชนิดพิเศษ ที่สามารถดูดน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้สารประกอบพวกนี้ยังสามารถช่วยกระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจนในผิวได้ และยังเป็น Antioxidant ช่วยชะลอวัยได้อีก

3.กลุ่มสีม่วง Gossypium herbaceum callus culture extract เป็นสารสกัดจากเซลล์เพาะเลี้ยงของฝ้ายชนิดหนึ่งที่ขึ้นในทะเลทรายแถวอาหรับ ผู้ผลิตวัตถุดิบเรียกกันว่า Stem cell พืช ในฝ้ายนี้ประกอบด้วยสารพฤกษเคมีที่มีโครงสร้างดูดกลืนรังสีได้ จึงให้ผลปกป้องเซลล์ผิวหนังจากแสงแดด ช่วยฟื้นฟูเซลล์ที่เสื่อมสภาพให้คืนสู่สภาพดี เสริมสร้างเซลล์ใหม่ และยังให้ความรู้สึกสบายผิว (ภาษาทางเครื่องสำอางเรียก Soothing effect)

4.กลุ่มสีเขียว เป็นตระกูล Hyaluron มี 2 ตัว คือ Hydrolyzed sodium hyaluronate ที่ผ่านการย่อยจนมีขนาดเล็กลง ทำให้สามารถดูดซึมเข้าผิวได้ดีขึ้น ช่วยให้ผิวนุ่ม ยืดหยุ่น และริ้วรอยลดลง กับ Sodium hyaluronate ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น

* Hydrolyzed sodium hyaluronate ทางแบรนด์ Claim ว่าใช้วัตถุดิบที่ผลิตด้วยการย่อยสลาย Hyaluronic acid ด้วยเอนไซม์ Hyaluronidase ทำให้ได้สายโมเลกุลของไฮยา สายสั้นๆ มีโครงสร้างสมบูรณ์ ดูดซึมเข้าผิวได้และยังมีคุณสมบัติ antioxidant เสริมมาอีก

5.สีน้ำเงิน คือ Gluconolactone เป็นสารอนุพันธ์ของน้ำตาล จัดเป็นสารในกลุ่ม Polyhydroxy acid (PHA) ให้คุณสมบัติการผลัดผิว (Exfoliant) คล้าย AHA แต่อ่อนโยน ระคายเคืองน้อยกว่า มีรายงานวิจัยสนับสนุนว่าการผลัดผิวของ PHA สามารถเพิ่มความชุ่มชื้น เพิ่มความแข็งแรงของ Barrier ผิวหนัง และมีคุณสมบัติเป็น Antioxidant รวมทั้งสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของสารออกฤทธิ์ชนิดอื่นๆ เช่น วิตามินเอ ได้ดี (Cutis. 2004; 73(2 Suppl):3-13.) มีรายงานว่าสามารถเพิ่มผลการปกป้องรังสี UV ที่ผิวหนังได้ถึง 50% (Dermatol Surg. 2004; 30(2 Pt 1):189-95) การศึกษาทางคลินิกพบว่า Gluconolactone สามารถรักษาสิวได้เทียบเท่า Benzoyl peroxide ซึ่งเป็นยา แต่มีผลข้างเคียงน้อยกว่า (Australas J Dermatol. 1992; 33(3):131-4.)

มาให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ

1.Actives ส่วนของสารออกฤทธิ์ จากที่บรรยายไป เรียกได้ว่าทำมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ มีประโยชน์หลายๆด้าน ทั้งชุ่มชื้น ลดริ้วรอย ฟื้นฟูผิว ชะลอวัย ให้ความรู้สึกสบายผิว อาจจะได้เรื่องผิวขาวเสริมมาด้วย โดยรวมจึงถือว่าทำมาได้สมบูรณ์แบบ จึงขอให้ 5 ฟลาสก์

2.Base ส่วนของเนื้อหลักเป็นชนิดน้ำ ประกอบด้วยน้ำ และสารดูดน้ำให้ผิวอย่าง Butylene glycol กับ Propylene glycol ส่วนของ Propanediol กับ Glycerin เนื่องจากอยู่ลำดับท้ายๆเลยคิดว่าอาจจะติดมากับสารสกัดหรือสารออกฤทธ์อื่น ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ น้ำมัน และซิลิโคน จึงใช้ได้ทุกสภาพผิว จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์

3.Additives ในส่วนของสารอื่นๆเท่าที่เห็นก็จะมีกลุ่มของ Buffer ที่เป็นตัวควบคุมรักษาค่า pH ให้คงที่ สารกันเสีย และก็สารจับโลหะ สารที่ใช้ทุกชนิดก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร แถมก็มีเท่าที่จำเป็น ไม่ได้มีน้ำหอม ไม่มีพาราเบน ไม่มี Emulsifier ก็เลยไม่รู้จะหักคะแนนอะไร จุดนี้ก็เลยขอให้ 5 ฟลาสก์

4.การใช้งาน ส่วนตัวมี่ชอบกลิ่นนะคะ หอมเหมือนข้าวหอมมะลิ ผิดกับน้ำตบยีสต์ที่ส่วนใหญ่มักจะมีกลิ่นเฉพาะตัวอันเป็นเอกลักษณ์ เวลาใช้ก็ใช้ได้สะดวก จะตบเอา จะใส่สำลีแล้วเช็ด จะใส่สำลีแล้วตบ หรือจะหยดใส่มาสค์อัดเม็ด ก็ทำได้หมด ถ้าใส่มาสค์อัดเม็ดมันจะแอบเปลืองนิดนึง เอามาหยดใส่สำลีซัก 2-3 ปั๊ม ลงบนสำลีซัก 5 แผ่นแล้วแปะลงไปตรงหน้าผาก 2 แผ่น แก้ม 2 แผ่น และคางอีก 1 แผ่น ก็ได้ความผ่อนคลาย และสบายผิวไม่น้อยเช่นกัน นอกจากนี้ยังช่วยให้ผิวชุ่มชื้นนุ่มนวล โดยรวมถือว่าค่อนข้างประทับใจ จึงขอให้ 5 ฟลาสก์

 

คะแนน klaire ใหม่

 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Klairé ด้วยค่ะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้กับทางแบรนด์ Klairé ได้โดยตรงเลยค่ะ

Facebook: https://www.facebook.com/KlaireOfficial

Instagram: Klaireofficial

http://www.beforeandaftercorp.com

 

Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์ Klairé การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Review: Rezme’ White & Firm Serum cream

Review: Rezme’ White & Firm Serum cream

วันนี้มี่แวะเอารีวิว Serum cream จากแบรนด์ Rezme’ มาฝากกันค่ะ

Concept ของ Serum cream ก็เป็นแบบ 2 in 1 ที่แบบว่าทาทีเดียวได้ทั้งซีรัมได้ทั้งครีมเลยค่ะ

ชื่อเต็มๆของผลิตภัณฑ์คือ Rezme’ White & Firm serum cream ค่ะ

rezme

ข้างในเป็นกระปุกแก้วสีขาวเหลือบมุก ฝาสีเงินค่ะ

IMG_0012-re

ตัวครีมเป็นสีขาว เนื้อนุ่ม หอมหวานคล้ายๆดอกไม้ผสมขนมหวานค่ะ

IMG_0013-re

เกลี่ยง่าย ให้ความรู้สึกชุ่มชื้น เย็น ซึมค่อนข้างไว แห้งไว และไม่หนักผิวค่ะ

IMG_0015-re

วัดค่า pH กันซักหน่อย

IMG_0016-re

pH อยู่ที่ประมาณ 4-5 นะคะ ก็ถือว่าใกล้เคียงกับผิวดีค่ะ

มาดูส่วนผสมกันบ้างดีกว่าค่ะ

สผส

ส่วนผสมเรียกได้ว่าค่อนข้างมาเต็มเหมือนกันค่ะ ในส่วนของสารออกฤทธิ์มี่ทำสีเขียวไว้ให้ และในส่วนของสีฟ้า Ethoxydiglycol นี่เป็นตัวทำละลายพิเศษ มีคุณสมบัติเพิ่มการดูดซึมสารอื่นๆเข้าสู่ผิวหนัง ทำให้ได้ผลที่ดีขึ้นค่ะ (ทางวิทย์ฯเรียกว่า Penetration enhancer ค่ะ)

ในส่วนของสารออกฤทธิ์เรียกได้ว่าใส่มาค่อนข้างเยอะเลยหละ เพราะดูสารสกัดนี่มาหลังน้ำเลยทีเดียว

สารออกฤทธิ์เราแบ่งได้เป็น กลุ่ม ดังนี้นะคะ

  1. กลุ่มผิวขาว ได้แก่

–         Lepidum sativum extract ตัวนี้เป็นสารสกัดจาก Garden cress ไม่มีข้อมูลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับผิวหนัง ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบบอกว่า มีประโยชน์ในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ต่อต้านอนุมูลอิสระ และลดเลือนริ้วรอยได้ สามารถยับยั้งการทำงานของฮอร์โมน Melanocyte stimulating hormone (MSH) ที่ทำหน้าที่กระตุ้นให้เซลล์เมลาโนไซต์ที่มีหน้าที่สร้างเมลานินทำงานได้ดีขึ้น เมื่อไปยับยั้ง MSH ก็จะทำให้เซลล์เมลาโนไซต์ทำงานได้ลดลง ผิวจึงขาวขึ้น

–         Arbutin ยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิว

–         Ascorbyl palmitate อนุพันธ์ของวิตามินซี นอกจากเรื่องการลดการสร้างเม็ดสีผิว แล้วยังช่วยเรื่องริ้วรอยโดยเป็นส่วนประกอบในการสร้างคอลลาเจน และเป็น Antioxidant

–         Glutathione ยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิว และเป็น Antioxidant

–         Evodia rutaecarpa extract สารสกัดจากพืชชนิดหนึ่งในตำรับยาจีน มีคุณสมบัติร้อน มีรายงานการวิจัยเกี่ยวกับคุณสมบัติในการปกป้องผิวจากกระบวนการอักเสบที่เกิดขึ้นจากรังสี UV (J Dermatol Sci. 2006;42(1):13-21.) ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่า สารสกัดนี้ให้ผลกระตุ้นการไหลเวียนเลือดช่วยให้ผิวดูมีเลือดฝาดและมีสุขภาพดี ทำให้ผิวดูสว่างขึ้น (Gatulene Radiance, Gattefossé)

สรุปด้านผิวขาว สารออกฤทธิ์ที่ 2 Step คือ ขั้นตอนการสร้างเม็ดสีผิว และขั้นตอนก่อนสร้างเม็ดสีผิว โดยรวมถือว่าทำมาได้ค่อนข้างดี

  1. กลุ่มริ้วรอย ได้แก่

–         Acmella olearaceae สารสกัดจากผักบุ้งให้ผลเป็น Antioxidant และช่วยคุมมันได้

–         สารสกัดจากเซลล์เพาะเลี้ยงของพืช อย่าง Argan กับ Apple อันนี้ผู้ผลิตวัตถุดิบเรียกกันไปเองว่า Stem cell จริงๆแล้วคือเป็นการสกัดเนื้อเยื่อเพาะเลี้ยงจากพืช ที่เรียกกันว่า Callus พวกนี้จะให้สารอาหารให้แก่ผิว ทำให้ผิวทำงานได้ดีขึ้น ริ้วรอยจะดูลดลง

–         Crocus chrysantus extract สารสกัดจากพืชตระกูลเดียวกับหญ้าฝรั่น (saffron) ในส่วนของฐานข้อมูลงานวิจัยมีกล่าวถึงแต่หญ้าฝรั่น สารสกัดจากเหง้าของพืชนี้มีชื่อทางการค้าว่า DermCom ของบริษัท Mibelle มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มการสื่อสารระหว่างเซลล์ สร้างสารเคมี สร้างเซลล์ผิว และสร้าง Growth factor ออกมาให้ผิวแข็งแรง ริ้วรอยลดลง ผิวดูเรียบเนียนขึ้น

  1. กลุ่มลดการอักเสบและปกป้องผิว

–         Hordeum vulagare สารสกัดจากข้าวบาร์เลย์ ช่วยเรื่องเพิ่มความชุ่มชื้น และลดการระคายเคือง

–         Ectoin ช่วยปกป้องผิวจาก UV และช่วยลดการอักเสบในผิว

สำหรับส่วนประกอบอื่นๆก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรกับผิว

ถึงเวลาให้คะแนน

  1. สารออกฤทธิ์ จากที่บรรยายไว้ด้านบนคือให้สมบัติด้านผิวขาว ริ้วรอย และลดการอักเสบกับปกป้องผิว โดยรวมถือว่าทำมาได้ค่อนข้างดี นี่ถ้ามีแต่ผิวขาวคงจะโดนหักคะแนน แต่เพราะมีอย่างอื่นมาเสริมด้วยก็เลยทำให้ดูดีขึ้นมาก ให้ผลได้ค่อนข้างครอบคลุมทั้ง ขาว ริ้วรอย ชะลอวัน ชุ่มชื้น และลดอักเสบ โดยรวมจึงขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. Base ส่วนของเนื้อหลักเป็นชนิดครีม เกิดจากน้ำมันกับน้ำ และซิลิโคน ส่วนของน้ำมันมีทั้งน้ำมันที่ดูดซึมเข้าไปบำรุงผิวได้ และไขมัน/ซิลิโคนที่เคลือบปกป้องผิว ส่วนของน้ำใช้ Propylene glycol เป็นตัวดึงน้ำ ไม่มีส่วนผสมของ Alcohol โดยรวมถือว่าทำมาได้ครบสำหรับการเป็น Moisturizer ดีๆซักชิ้น จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  3. Additives ไม่ใช้พาราเบน ในส่วนผสมไม่มี Fragrance แต่มี่ว่ามันก็หอมอยู่นะ หรือจะหอมสารสกัด? สาร Emulsifier ที่ใช้ก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร จุดนี้ก็เลยไม่รู้จะหักคะแนนอะไร เลยเป็น 5 ฟลาสก์
  4. การใช้งาน ส่วนตัวมี่ได้ลองใช้มา 2 อาทิตย์ กว่าๆ ก็ถือว่าผิวนุ่มชุ่มชื้น และเรียบเนียน แต่งหน้าติดง่ายดีค่ะ โดยรวมก็ถือว่าประทับใจ โดยเฉพาะความหอม มันเป็นสไตล์ที่มี่ชอบพอดี จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์

คะแนน

สุดท้ายนี้อยากขอบคุณทางแบรนด์ Rezme’ ด้วยค่ะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางเฟสบุคของแบรนด์

https://www.facebook.com/RezmeOfficial

ได้เลยค่ะ

Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์ Rezme’

Review: Rezme’ All in one face cleanser

Review: Rezme’ All in one face cleanser

วันนี้มี่แวะเอา Cleanser ที่น่าสนใจมารีวิวให้ชมกันค่ะ

เป็น All in one face cleanser จากแบรนด์ Rezme’ ค่ะ ทำไมถึงน่าสนใจเดี๋ยวมาดูในช่วงวิเคราะห์ส่วนผสมนะคะ

ที่ว่า All in one น่าจะหมายถึง ทั้งทำความสะอาดผิว และทำความสะอาดเมคอัพไปพร้อมๆกันกับการบำรุงผิวค่ะ

อันนี้เป็นรูปร่างหน้าตาของผลิตภัณฑ์ค่ะ

IMG_0007-re

เนื้อข้างในเป็นเจลโปร่งแสง สีขาวครีม กลิ่นหอมอ่อนๆค่ะ

IMG_0008-re

ซึ่งตัวนี้เป็นสูตรไม่มีฟองค่ะ คือบ้านเราติดฟองกันมาก และมักคิดกันไปเองว่าถ้าไม่มีฟองจะไม่สะอาด แต่ความจริงแล้วประสิทธิภาพในการทำความสะอาดไม่ขึ้นกับฟองนะคะ

IMG_0009-re

มาดูประสิทธิภาพในการทำความสะอาดกันค่ะ

มี่ทดสอบกับ 4 อย่างนี้นะคะ

1.Eyeliner กันน้ำสีดำ

2.Mascara กันน้ำ

3.Eyeliner กันน้ำสีส้ม

4.Lip matte สีแดง

IMG_0121-re

บีบ Cleanser ลงไปค่ะ

IMG_0122-re

นวดวนเบาๆซัก 2 นาที มาสคาร่ากับลิปสติกเริ่มหลุดหมดแล้วค่ะ เหลือแต่ Eyeliner

IMG_0123-re

ไปล้างน้ำค่ะ

IMG_0124-re

Eyeliner ทั้งสองยังคงอยู่นะคะ พลิกดูข้างหลังฉลาก ทางแบรนด์แนะนำว่าให้ล้างสองรอบนะคะ เอาสิ ลองทำดูบ้างตามที่เขาแนะนำ

สะอาดแล้วทีนี้ ไม่แห้งด้วยหละ

IMG_0125-re

มีคำแนะนำเพิ่มเติมนะคะเกี่ยวกับการล้างเครื่องสำอางกันน้ำ เลือกเอาวิธีไหนก็ได้ค่ะ

1.ใช้เจลปริมาณเยอะขึ้น

2.นวดให้นานขึ้น

3.ผสมน้ำลงไปหน่อยระหว่างนวด

4.ล้างสองรอบ

มาวัดค่า pH ของผลิตภัณฑ์เมื่อเปียกน้ำแล้วอยู่ที่ราวๆ 6 นะคะ ซึ่งก็ถือว่าใกล้เคียงกับผิวดีค่ะ

IMG_0010-re

สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

สผส

จากส่วนผสมนี่จะเห็นว่าตัวทำความสะอาดของเขามีอยู่ 3 ตัวหลักๆนะคะ ที่มี่ทำสีเขียวไว้ให้ ได้แก่

PEG-7 Glyceryl cocoate, Decyl glucoside และ Olive oil PEG-7 esters ทั้ง 3 ตัวนี้เป็นสารทำความสะอาดชนิดไม่มีประจุ (Nonionic surfactant) ที่มีความอ่อนโยน และสามารถช่วยเรื่องความชุ่มชื้นได้ ปกติสารกลุ่ม Nonionic นี้จะไม่มีฟองค่ะ เลยไม่แปลกใจที่มันไม่มีฟอง

นอกจากสารทำความสะอาด ในส่วนผสมยังมีสารบำรุงผิวด้วยนะคะ ถึงแม้ว่าพวก Cleanser จะสัมผัสผิวเราแค่ไม่นาน หวังอะไรมากไม่ได้ แต่การมีสารบำรุงก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลยนอกจากตัวทำความสะอาด

สารบำรุงพวกนี้ได้แก่ตัวที่มี่ทำสีฟ้าไว้ให้นะคะ

-Panthenol มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบ

-Allantoin ลดการอักเสบ ลดการระคายเคือง

-Picea albies extract คือ สารสกัดจากพืชตระกูลสน มีรายงานเกี่ยวกับคุณสมบัติในการเป็น Antioxidant (Phytochem anal 2012;23(1):1-11) และมีรายงานว่าประกอบด้วยสารกลุ่ม Galactogluoomanan ที่มีคุณสมบัติเป็น prebiotic (J Agric Food Chem 2012;60(44): 11037–11043) เป็นอาหารของจุลินทรีย์ชนิดดีที่เรียกว่า Probiotic พวกนี้ถ้าแข็งแรงจะช่วยปกป้องร่างกายจากจุลินทรีย์ก่อโรคต่างๆ ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าสารนี้ให้สมบัติเป็น Astringent ช่วยกระชับรูขุมขน

-Hamamelis virginiana leaf water หรือ น้ำใบ Witch hazel ช่วยกระชับรูขุมขน

-10-hydroxydecanoic acid เป็นกรดไขมันชนิดพิเศษที่พบได้ใน Royal jelly หรือนมผึ้งนอกจากบำรุงผิวได้ ยังมีฤทธิ์ฆ่าเชื้ออ่อนๆ

-Phellinus linteus extract เป็นสารสกัดจากเห็ดชนิดหนึ่ง มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant และมีผลลดการอักเสบในผิว

-Schizophyllan เป็นสารกลุ่ม Beta-glucan ที่ได้จากเห็ดชนิดหนึ่งที่ชื่อ Schizophyllum commune มีคุณสมบัติเป็นสารเพิ่มความหนืด และมีฤทธิ์ต้านมะเร็ง (Bioactives Carb Diet Fiber 2013;1(1):53-71) ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าให้ผลเพิ่มความชุ่มชื้นและมีผลลดริ้วรอย

โดยรวมในวันนี้ขอให้คะแนนดังนี้นะคะ

1.ความสะอาด จากที่เห็นคือถ้าเป็นเบสเมคอัพและพวกลิปสติก คือออกหมดเกลี้ยง ไม่ทิ้งคราบใดๆไว้ แต่ถ้าล้างแค่รอบเดียวยังเอาพวกกันน้ำแน่นๆแบบ Eyeliner ไม่ออกนะคะต้องล้างรอบที่สองค่ะ จุดนี้จึงขอให้ 4 ฟลาสก์

2.Feeling หลังล้าง หลังล้างเสร็จผิวไม่แห้งตึง ผิวนุ่มชุ่มชื้น อุ้มน้ำได้ดี ถือว่าค่อนข้างชอบเลยค่ะ จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์

3.สารทำความสะอาด เป็นสารชนิดที่ไม่มีประจุ ค่อนข้างอ่อนโยนกับผิว และมีผลเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้อีก จุดนี้จอให้ 5 ฟลาสก์

4.สารองค์ประกอบอื่นๆ สารที่ใส่มาไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรกับผิว แถมยังมีประโยชน์พิเศษเสริมให้แก่ผิวอีก ไม่มีพาราเบน ไม่มีซิลิโคน จุดนี้จึงขอให้ 5 ฟลาสก์

คะแนน

สุดท้ายนี้อยากขอบคุณทางแบรนด์ Rezme’ ด้วยค่ะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางเฟสบุคของแบรนด์

https://www.facebook.com/RezmeOfficial

ได้เลยค่ะ

Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์ Rezme’

Review Enchantress Concentrated Niacinamide 4% Solution for all concerns by Matheenan

Review Enchantress Concentrated Niacinamide 4% Solution for all concerns by Matheenan

วันนี้มี่แวะเอาซีรัม niacinamide หรือ วิตามินบี 3 มารีวิวให้ชมกันค่ะ

ผลิตภัณฑ์มีชื่อเต็มๆว่า Enchantress Concentrated Niacinamide 4% Solution for all concerns by Matheenan

บรรจุมาในแพคเกจน่ารักกุ๊กกิ๊กดูมีเสน่ห์ค่ะ

IMG_0039-re

ในส่วนของคำเคลมของแบรนด์เป็นดังนี้ค่ะ

IMG_0040-re1

ฝั่งซ้ายบอกว่าเป็นสูตรอ่อนโยน ไม่มีน้ำหอม ไม่มีแอลกอฮอล์ ไม่มีสี ไม่มี Formaldehydes SLS, SLES ปรอท สเตียรอยด์ พาราเบน ไฮโดรควิโนน DMDM hydantoin

ส่วนฝั่งขวาเป็นส่วนผสมสำคัญที่ใช้ค่ะ

ตัวซีรัมมาในหลอดพลาสติกเนื้อหนา ฝาเป็นสีเงินค่ะ

IMG_0041-re

ตัวเนื้อซีรัมเป็นเนื้อใส ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น

tex 2

เกลี่ยค่อนข้างง่าย ซึมไว แห้งไว ไม่ทิ้งคราบเหนอะหนะใดๆไว้บนผิวเลยค่ะ

tex 1-re

วัดค่า pH กันดีกว่าค่ะ

IMG_2213-re

น่าจะอยู่ที่ราวๆ 4-5 นะคะ เป็นค่า pH ที่ทำให้สารออกฤทธิ์ในนี้มีความคงตัวสูงสุด และออกฤทธิ์ได้ดีสุดค่ะ

สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้นะคะ

ส่วนผสม

ปกติเราแบ่งส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็น 3 หมวดหลักๆ คือ

1.Actives หรือ สารออกฤทธิ์ เป็นสารที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติพิเศษต่างๆ

2.Base หรือ ส่วนเนื้อของผลิตภัณฑ์ เป็นตัวอุ้มและเก็บสารออกฤทธิ์ไว้

3.Additives หรือ ส่วนของสารเติมแต่ง เป็นตัวเติมแต่งให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าใช้ มีความปลอดภัย เช่น พวกสารกันเสีย พวกน้ำหอม พวกซิลิโคน ตัวเพิ่มความหนืด ฯลฯ

ในส่วนของสารออกฤทธิ์ มีอยู่ 5 กลุ่มหลักๆ เพราะสารบางตัวมีคุณสมบัติได้หลายอย่างจึงอาจจะเจอหลายฤทธิ์ ได้แก่

1.สารเพิ่มความชุ่มชื้น ได้แก่ Beta-glucan ตัวนี้ยังช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ผิวแข็งแรงได้ด้วย, Hyaluronic acid, Niacinamide มีส่วนเพิ่มความชุ่มชื้นโดยไปเพิ่ม Barrier ผิว

2.Whitening ได้แก่ Niacinamide, 3-O Ethyl ascorbyl ether, Glutathione, Alpha-arbutin, Glycyrrhiza glabra root extract, Dipotassim glycyrrhizate

3.ลดการอักเสบ ได้แก่ Niacinamide, Aloe barbadensis leaf extract Glycyrrhiza glabra root extract, Dipotassim glycyrrhizate

4.Antioxidant ได้แก่ สารสกัดจากชาเขียว, 3-O Ethyl ascorbyl ether, Glutathione, Tocopherol กับ Tocopheryl acetate

5.ริ้วรอย ได้แก่ Vigna aconitifolia extract เป็นสารสกัดจากถั่ว Moth bean ที่หายาก ให้ผลช่วยกระตุ้นให้เซลล์ผิวแบ่งตัวเพิ่มจำนวน เพิ่มการผลัดเซลล์ผิว สร้างคอลลาเจน และลดริ้วรอย

สำหรับ Niacinamide คิดว่าควรค่าแก่การกล่าวถึงอีกรอบ เพราะเป็นสารที่ให้คุณสมบัติมากมายหลายอย่าง เจ้า Niacinamide นี้เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 มีรายงานว่า สารตัวนี้สามารถเป็น Whitening ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ โดยไปรบกวนการส่งผ่านของเมลานินที่สร้างเสร็จแล้ว ลดการอักเสบในผิว และให้ผลดีกับคนที่เป็นสิว โดยมีหลายๆรายงานบอกว่า Niacinamide 4% ให้ประสิทธิภาพในการรักษาสิวเทียบเท่ายาแผนปัจจุบันเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังเพิ่มการไหลเวียนเลือด ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวโดยไปกระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า (Int J Cosmet Sci 2005; 27:255–261)

มาให้คะแนนกันดีกว่า

1.Actives จากที่บรรยายไปในข้างบน จากที่บรรยายมาก็จะเห็นได้ว่าซีรัมหลอดนี้สามารถดูแลปัญหาผิวได้รอบด้าน ตั้งแต่เรื่องสีผิวไม่สม่ำเสมอ สิว ริ้วรอย ผิวไม่แข็งแรง และยังช่วยชะลอวัยได้อีก จุดนี้จึงขอให้ 5 ฟลาสก์

2.Base ส่วนเนื้อหลักก็มีน้ำกับสารดูดน้ำให้ผิวอย่าง Glycerin กับ Butylene glycol ที่ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรกับผิว ที่สำคัญคือ ไม่มีน้ำมัน ไม่มีซิลิโคน ไม่มีแอลกอฮอล์ จึงถือว่าค่อนข้างเป็นมิตรกับผิว จึงขอให้ 5 ฟลาสก์

3.Additives สารองค์ประกอบที่เหลือก็มีกันแค่เท่าที่จำเป็น คือ มีกันเสีย กับตัว Buffer คุมค่า pH ให้คงที่ และ Polysorbate 20 ที่น่าจะใส่มาเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ใส สารพวกนี้ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร จึงโดยรวมจึงถือว่าวางแผนมาได้ค่อนข้างดี ไม่มีน้ำหอม ไม่มี Surfactant ที่รุนแรง และไม่มีที่ให้หักคะแนน จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์

4.การใช้งาน ตัวซีรัมตัวนี้เนื้อค่อนข้างเบา เกลี่ยง่าย ให้สัมผัสที่ดี ซึมไว แห้งไว ไม่เหนอะหนะ ไม่ทิ้งคราบอะไรไว้ตกค้างบนผิว ไม่มีกลิ่น ไม่มีสี ส่วนตัวมี่ใช้มาได้เกือบๆ 2 อาทิตย์ ก็รู้สึกว่าผิวนุ่มขึ้น สีผิวสม่ำเสมอมากขึ้น พวกรอยสิวก็ดูหายไป จุดนี้ถือว่าประทับใจอยู่ค่ะ จึงขอให้ 5 ฟลาสก์

คะแนน

สุดท้ายนี้อยากขอบคุณทางแบรนด์ Enchantress ด้วยค่ะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านค่ะที่ติดตามมาจนจบ

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มตามสามารถติดต่อสอบถามได้ทางเฟสบุคของแบรนด์

http://www.facebook.com/ENCHANTRESS.Thailand

 

และทางเวบไซต์ http://www.enchantressthailand.com

 

Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์ Enchantress