Image

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมสเปรย์น้ำแร่สูตรเซรั่ม กับ Chou SkinDrink serum

สวัสดีค่ะ วันนี้มี่มีรีวิวสเปรย์น้ำแร่มาฝากกันค่ะ

เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักแบรนด์ Chou ที่ทำฟองน้ำรูปไข่ที่โด่งดังค่ะ ตอนนี้เขาทำ Skincare ออกมาหลายตัวเลย

วันนี้มี่จะขอรีวิว SkinDrink serum ซึ่งเป็นสเปรย์น้ำแร่นะคะ

หน้าตาจะมาในกล่องแบบนี้ค่ะ

chu b

พอเราเปิดกล่องมาจะแอบมีกิมมิคเล็กๆ ด้วยคำว่า “Find out your best complexion!”

chu b2

ตัวขวดมาในขวดอลูมิเนียม ซึ่งมีข้อดีคือปกป้องจากอากาศ ทำให้สารบำรุงต่างๆมีความคงตัวดี

chu b3

สเปรย์พ่นออกมาได้ละอองเล็กละเอียด

chu 1

ไม่มีกลิ่น ไม่เหนอะหนะ คืนความชุ่มชื้นให้ผิว และรู้สึกสบายผิวดีค่ะ

chu 2

ดูค่า pH กันซักหน่อยนะคะ

chu 3

อยู่ที่ราวๆ 5 – 6 ซึ่งใกล้เคียงกับผิวดีค่ะ

ในการใช้จริงจะฉีดทับเมคอัพระหว่างวันได้เลยค่ะ ไม่ทำให้เมคอัพเลอะ

พอฉีดเสร็จเอากระดาษซับเบาๆ เมคอัพจะดูสดใหม่เหมือนพึ่งแต่งหน้าเสร็จเลยค่ะ

chu makeup

เมคอัพไม่หลุดติดกระดาษเลยค่ะ

makeup 3

มารีวิวส่วนผสมต่อดีกว่าค่ะ สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้นะคะ

คะแนน chu

จากส่วนผสมก็จะตรงกับ Brand claim ค่ะ โดย Claim ว่าไม่มีส่วนผสมที่ไม่เป็นมิตรกับผิวค่ะ

  • Paraben-free
  • Colorance-free
  • Fragrance-free
  • Alcohol-free
  • Oil-free
  • DEA/TEA/MEA-free
  • Silicone-free
  • Sulfate-free
  • Lead-free
  • Hydroquinone-free
  • Triclosan-free
  • Tretionoin/retinoic acid-free
  • Steroid-free

ส่วนผสมมี่ทำสีของสารบำรุงไว้เป็นสีฟ้านะคะ

จากส่วนผสมจะเห็นว่ามีตัวบำรุงอยู่หลายตัวเหมือนกัน และไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรตาม Brand claim ค่ะ

สารบำรุงที่ใส่มาเน้นไปที่การลดการอักเสบระคายเคืองในผิว และให้ความรู้สึกสบายผิว หรือที่เรียกแบบสวยๆว่า Soothing effect ค่ะ

ว่าแต่สารบำรุงมีอะไรบ้างนะ

  • น้ำทะเล หรือ Sea water extract ที่มีรายงานกล่าวว่าลดการอักเสบในผิวได้
  • สารสกัดจากแตงกวา โดดเด่นเรื่องชุ่มชื้น และให้ความรู้สึกสบายผิว
  • วิตามินบี 3 หรือ Niacinamide ให้ผลเกี่ยวกับ Whitening, ลดการอักเสบ ช่วยผิวสร้าง barrier และ ช่วยดูแลเรื่องสิว
  • ว่านหางจระเข้ ให้ผลเรื่องชุ่มชื้น และให้ความรู้สึกสบายผิวเช่นกัน
  • Boswellia extract เป็นสารสกัดจาก Boswellia ตัวนี้ก็มีงานวิจัยรองรับว่าช่วยลดการอักเสบในผิวได้ดี (Indian J Pharm Sci. 2011;73(3): 255–)
  • สารสกัดจากบัวบก ที่เป็น antioxidant ที่ดีและให้ผลเกี่ยวกับการชะลอวัยด้วยค่ะ
  • Salicylic acid เป็น BHA ช่วยลดการอุดตันและลดการอักเสบค่ะ

มาเต็มสมชื่อ Serum จริงๆค่ะ

มาให้คะแนนกันดีกว่านะคะ

  1. ส่วนผสม จากที่เล่าให้ฟังในด้านบนเราจะเห็นว่าสารบำรุงค่อนข้างมาเต็มเลยทีเดียว หลักๆจะเน้นไปด้านชุ่มชื้นและให้ความรู้สึกสบายผิว และไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. การใช้งาน เป็นน้ำแร่ที่ใช้ได้ง่าย เติมน้ำระหว่างวัน ขวดเล็กพกพาสะดวกใส่กระเป๋าถือได้ รู้สึกหน้าตึงเมื่อไหร่ก็หยิบมาฉีด ฉีดแล้วกดๆซับๆนิดหน่อย เมคอัพไม่หลุดค่ะ แถมยังช่วยให้เมคอัพดูสดเหมือนพึ่งแต่งหน้ามา ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบนะคะ ติตรงราคาแอบแรงไปนิด เลยขอให้ไป 4 ฟลาสก์

คะแนน chu

สำหรับราคา จะตกอยู่ที่ขวดละ 950 บาทค่ะ

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Chou ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ สำหรับวันนี้มีแค่นี้ พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

Disclaimer: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Chou การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้รับค่าตอบแทนในการเขียนรีวิวและไม่มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

[Beauty Talks] แชร์สเต็ปใสห่างไกลสิวเสี้ยนของบ้านมียอน สำหรับหนุ่มสาวผิวแห้ง

สวัสดีค่ะ

วันนี้จะมาแชร์สเต็ปการดูแลสิวเสี้ยนของบ้านมียอนเพื่อแลกเปลี่ยนกันนะคะ

สิวเสี้ยน.jpg

เรียกได้ว่าสิวเสี้ยนนี่เป็นปัญหากวนใจสำหรับหลายคนเลยทีเดียวค่ะ

ว่าแต่ สิวเสี้ยนนี่มันเกิดมาจากไหนกันนะ

acne-formation-process-different-types-bumps-scars-bumps-blackheads-whiteheads-papule-pustules-scars-68322579.jpg

(รูปจาก Dreamstime)

ในสภาวะปกติ: แถวบนสุดรูปที่ 1

การหลั่งน้ำมันจากรูขุมขน และ การสร้างกับผลัดเซลล์ผิวในรูขุมขนมีความสมดุล จึงไม่เกิดสิวขึ้น

 

เมื่อเกิดปัญหาอะไรบางอบ่างขึ้น ทำให้สมดุลในการสร้างน้ำมันจากรูขุมขน และ การสร้างกับผลัดเซลล์ผิวในรูขุมขน เสียสมดุลขึ้น ทำให้เซลล์เหล่านี้ไปอุดตันที่ปากรูขุมขน น้ำมันจึงออกไปข้างนอกไม่ได้ เกิดการอุดตันขึ้นมา (แถวบนสุดรูปที่ 2) อุดตันนี้เราเรียกว่าเป็น Comedone

 

Comedone นี้เกิดได้สองแบบ คือ เกิดอยู่ข้างในรูขุมขน เราเรียกเป็นสิวหัวปิด หรือ Whitehead (แถวบนสุดรูปที่ 3)

 

แต่ถ้าอี Comedone นี้มันมากไปจนดันให้หัวรูขุมขนเปิด ไขมันที่สะสมอยู่ก็สัมผัสออกซิเจนในอากาศ เกิดปฏิกิริยาออกซิไดส์ จนให้เห็นเป็นสีดำ เราจะเรียกว่าเป็นสิวหัวเปิด หรือ Blackhead ก็คือสิวเสี้ยนที่เราเห็นนั่นเองค่ะ (แถวกลางรูปที่สาม)

 

การเกิดสิวจริงๆแล้วมีอีกหลายสาเหตุ และมีสิวอักเสบอีกหลายๆแบบ แต่วันนี้ขอแปะไว้ก่อน ยังไม่กล่าวถึงนะคะ

 

ในการดูแลสิวเสี้ยนนั้น ถ้าคนที่มีผิวมัน กลุ่มสาร หรือ ยาที่มีผลเพิ่มการผลัดผิว หรือ ปรับสมดุลการสร้างเซลล์ผิวใหม่ เช่น วิตามินเอต่างๆ พวกนี้จะช่วยได้ค่ะ แต่ปัญหาคือ พวกนี้มันกดการสร้างน้ำมันด้วย และสารที่ผลัดผิวมักจะระคายเคือง คนผิวแห้งจะใช้ไม่ค่อยได้

 

มี่เองก็ผิวแห้งค่ะ ส่วนตัวมี่มีวิธีดูแลสิวเสี้ยนดังนี้ค่ะ

ในการดูแลแบบทุกวัน หรือ Everyday care หลังจากล้างเมคอัพแล้ว ตอนกลางคืน มี่จะเริ่มจาก

  • นวดด้วย Cleansing oil ด้วยแนวคิดที่เชื่อว่า Like dissolves like น้ำมันในคลีนซิ่งออยล์ก็จะไปละลายเอาไขมันอุดตันในรูขุมขนออกมา การที่เรานวด ก็ช่วยให้น้ำมันลงไปในรูขุมขน และเกิดความร้อนขึ้นมา รูขุมขนจึงเปิดออก
  • ล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้า อันนี้ตามปกติเลยค่ะ แต่ถ้าเป็นไปได้ ล้างน้ำอุ่นค่ะ เอาให้อุ่นพอประมาณ อย่าร้อนเกินไป น้ำอุ่นจะช่วยเปิดรูขุมขน และชะเอา Cleansing oil ออกมา
  • เสร็จแล้วก็ตบท้ายด้วย BHA toner ขั้นตอนนี้ถ้าผิวแห้งมากๆ อาจจะใช้ไม่ได้นะคะ บางคนอาจจะรู้สึกแสบร้อนกับ BHA ได้ ก็แนะนำว่าเลี่ยงไป ใช้โทนเนอร์น้ำกุหลาบ หรือ ชาเขียว หรือพวก Witch hazel แทนค่ะ

 

และนอกจากการดูแลทุกวันแล้ว สิ่งที่เป็น Special care จะทำเพียงสัปดาห์ละครั้ง หรือ สองสัปดาห์ครั้ง ค่ะ จะเริ่มจาก

  • นวด Cleansing oil และล้างน้ำอุ่น อันนี้เหมือนข้างบน
  • แปะ Pore pack ในขณะที่หน้ายังเปียกน้ำอุ่นเมื่อกี๊อยู่ ซึ่ง pore pack จะคอยดูดจับหัวสิวเสี้ยนออกมาได้ค่ะ
  • แปะ pore pack เสร็จเราต้องกระชับรูขุมขนนะคะ เพราะเมื่อสิวเสี้ยนถูกดึงออกมา รูขุมขนเราจะกว้างอยู่ ให้รีบกระชับเพื่อปิดรูขุมขน โดยการประคบเย็นค่ะ ง่ายสุดคือ เอาสำลีชุบน้ำเย็น (จากตู้เย็น) แล้ววางไว้แป๊บนึง (ประมาณ 3 – 5 นาทีก็พอค่ะ)
  • เช็ด BHA toner ซักหน่อย พอกรุบกริบ
  • มาสค์หน้าแบบเย็น (เอามาสค์ไปแช่ตู้เย็นซักประมาณ 30 นาที ก่อนแปะ pore pack กำลังดีเลยค่ะ) ความเย็นจะช่วยปิดรูขุมขน และ การมาสค์หน้าจะเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ช่วยให้ผิวเราฟื้นฟูตัวเองได้ไวขึ้นค่ะ

 

จบแล้วค่ะ สำหรับวิธีการดูแลสิวเสี้ยนแบบง่ายๆ แต่อย่างไรก็ดี พวกนี้ต้องใช้เวลานะคะ ไม่มีอะไรที่ใช้ปุ๊บแล้วหายได้ภายในข้ามคืนหรอกค่ะ

 

พบกันใหม่ Blog ถัดไป สวัสดีค่ะ

Image

[Ingredient Spotlight] วัตถุดิบนวัตกรรมใหม่เสริมฤทธิ์สลายไขมัน ลดเซลลูไลท์ (Lipolysis booster) Lipotethic จากบริษัท Biocosmethic ประเทศฝรั่งเศส

ทุกๆปีในงาน In-cosmetics จะมีวัตถุดิบแปลกๆใหม่ๆที่มีกลไกการออกฤทธิ์ลึกลับซับซ้อนออกมาให้เราเห็นกันเสมอ

ปี 2016 ที่ผ่านมาก็เช่นกัน

ถ้าพูดถึงเรื่องเซลลูไลท์ไขมันส่วนเกินแล้ว แม้จะเป็นปัญหาที่ดูเบๆ (ศัพท์บอกอายุเลย 555) แต่มันก็กระทบกับจิตใจและความมั่นใจของผู้หญิงหลายๆคนค่ะ

ทุกๆปีในวงการเครื่องสำอาง เหล่าบรรดานักวิทยาศาสตร์ก็พยายามเสาะแสวงหาวัตถุดิบใหม่ๆ มาขายเรา วันนี้มี่เลยจะมาเล่าถึงวัตถุดิบตัวใหม่ตัวนึงที่น่าสนใจให้ฟังกันค่ะ

วัตถุดิบวันนี้มีชื่อทางการค้า (ยี่ห้อ) ว่า Lipotethic เป็นวัตถุดิบของบริษัท Biocosmethic ประเทศฝรั่งเศสค่ะ

cover.jpg

Lipotethic ตัวนี้มีชื่อกลางในวงการเครื่องสำอาง (INCI name) ว่า Suaeda maritima flower/leaf/stem extract

กล่าวง่ายๆก็คือ สารสกัดจากต้น  Suaeda maritima นั่นเองค่ะ

ต้นนี้เป็นพืชที่ชอบความเค็ม (Halophilic) พบตามเนินทราย ดินโป่ง และหินที่สัมผัสไอทะเลตามชายฝั่งแถบ Mediterranean และ มหาสมุทรแอตแลนติก ด้วยความที่พืชชอบขึ้นในเขตเค็มจึงประกอบด้วย Betaine ในปริมาณสูง เพื่อทำหน้าที่เป็น Osmoprotectant ปกป้องเซลล์พืชจากเกลือที่เข้มข้นสูง

saueda.jpg

(Image source: Biocosmethic)

Betaine นั้น เป็นสารอนุพันธ์ของกรดอะมิโน Glycine ค่ะ สารนี้พบได้ทั่วไปตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นพืชต้น พืชหัว หรือในเนื้อปลา ด้วยความที่ตัวมันมีทั้งประจุบวกและลบในตัวจึง มีคุณสมบัติเป็น Surfactant ที่ช่วยเสริม Surfactant อื่นๆในสูตรตำรับ  และมีคุณสมบัติช่วยลดการระคายเคืองและให้ความรู้สึกสบายผิวได้ด้วย

ถ้าเราพูดถึงเซลลูไลท์ สิ่งที่เกี่ยวข้องก็คือ เซลล์ไขมัน ซึ่งมีหน้าตาเป็นดังนี้ค่ะ

fat.jpg

(Image source: Biocosmethic)

เซลล์ไขมัน หรือ Adipocyte พบที่ชั้นล่างสุด หรือ Subcutaneous tissue ของผิวเรา ทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานสำรองของร่างกาย ถ้าเรากินเยอะ เซลล์ก็จะมีขนาดใหญ่ และดันผิวออกมาให้เห็นตะปุ่มตะป่ำเป็นเซลลูไลท์ค่ะ

ว่ากันว่าในเซลล์จะมี Cytoplasm อยู่รวมกับหยดของไขมัน (Lipid droplets)

ในการสลายไขมันจากเซลล์ไขมันจะมีกลไกที่ค่อนข้างซับซ้อนค่ะ ดังภาพ

fat met.jpg

(Image source: Biocosmethic)

  • ร่างกายจะสลายไขมันเมื่อมีการกระตุ้นตัวรับแอดริเนอร์จิคชนิดเบต้า และตัวรับฮอร์โมน Glucagon (ซึ่งต้านฤทธิ์กับฮอร์โมนอินซุลิน) สองตัวนี้จะไปกระตุ้นให้เอนไซม์ Adenylate cyclase ทำงาน เปลี่ยนสาร ATP เป็น cAMP ที่จะไปกระตุ้นเอนไซม์ Protein kinase A หรือ PKA
  • PKA ไปกระตุ้นเอนไซม์ Lipase และโปรตีน Perilipin บนเยื่อหุ้มของหยดไขมัน มีผลทำให้เอนไซม์ Lipase บนผิวเซลล์ไขมัน (ATGL) ทำให้เกิดการสลายไขมันขึ้น

 

โปรตีน Perilipn ซึ่งเป็นโปรตีนที่สำคัญชนิดหนึ่งในการควบคุมการสลายไขมันของเซลล์ไขมัน โดยว่ากันว่าโปรตีนนี้จะทำหน้าที่เป็นเสมือน Surfactant ที่คอยดูดจับเอนไซม์ย่อยไขมัน Lipase ให้มาเข้าผสมเป็นเนื้อเดียวกับไขมันและย่อยสลายไขมันได้

 

ในสภาวะปกติ กับ ในสภาวะที่โปรตีนโดนกระตุ้น โปรตีนนี้ก็จะทำหน้าที่ได้แตกต่างกันค่ะ

table.jpg

สมมติฐานการออกฤทธิ์ของ Lipotethic นั้น คาดการณ์ว่า เนื่องจาก Betaine มีผลส่งเสริมการทำงานของ Surfactant อื่นๆ สาร Lipotethic ซึ่งประกอบด้วย Betaine ไปช่วยการทำงานของโปรตีน Perilipin A ในการแตกตัวหยดไขมันเป็นขนาดเล็กๆ จึงช่วยเพิ่มพื้นที่ผิวของหยดไขมันให้เอนไซม์ Lipase ในผิวทำงานได้ดีและรวดเร็วมากขึ้น

ซึ่งทางบริษัทเองมีการทดสอบประสิทธิภาพในระดับหลอดทดลองแล้วค่ะ ว่าให้ผลดีอยู่หลายๆประการ ไม่ว่าจะเป็น

  • ลดจำนวนหยดไขมันขนาดใหญ่และกลางในเซลล์ไขมัน
  • เพิ่มการสลายไขมันในเซลล์ไขมันที่แยกมาจากหน้าท้องและต้นขา
  • เสริมฤทธิ์กับ Caffeine ให้เผาผลาญไขมันได้ดีขึ้น
  • ยับยั้งการสร้างไขมันใหม่

This slideshow requires JavaScript.

 

conclu.jpg

ที่สำคัญวัตถุดิบนี้ผ่านการทดสอบความปลอดภัย การแพ้ การระคายเคือง เรียบร้อยแล้วค่ะ จึงถือว่าน่าสนใจมากเลยทีเดียว

 

ล่าสุดตอนนี้มีบริษัทนำเข้าวัตถุดิบแล้วนะคะ โดยบริษัท JR Serve Co.,Ltd.

ซึ่งถ้าใครสนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้กับทางบริษัทโดยตรงเลยนะคะ

อีเมล์: jirat@jrserve.co.th

 

Reference:

Biocosmethique. Lipotethic Technical data sheet.

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม Creamgel สูตรเภสัชกรไทยในประเทศสวีเดน กับ Jayrada Perfectionist Expert anti-acne and whitening cream-gel

สวัสดีค่ะ

วันนี้มี่มีรีวิวผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจมาฝากกันค่ะ กับ Jayrada Perfectionist Expert anti-acne and whitening cream-gel จาก Jayrada Skincare of Sweden เรียกได้ว่ามากันแบบ 2 in 1 เลยทีเดียว ทั้ง Anti-acne และ Whitening

ขอกล่าวถึงแบรนด์ Jayrada ซักน้อยนะคะ แบรนด์นี้เป็นแบรนด์จากประเทศสวีเดน โดยเภสัชกรไทยในสวีเดน มีจำหน่ายทั้งในประเทศไทยและประเทศสวีเดน กล่าวได้ว่า Jayrada เป็นสูตรเฉพาะจากสวีเดน แต่ด้วยความตั้งใจของเจ้าของแบรนด์ที่อยากจะให้มีสินค้า Made in Thailand ในยุโรป Jayrada จึงผลิตในประเทศไทยค่ะ

มาดูโฉมหน้าของ Cream-gel ตัวนี้ดีกว่าค่ะ

jay-1

เป็นเซรั่มที่มาในหลอดพลาสติกสีขาวค่ะ

jay-4

ส่วนนี้เป็นคำเคลมที่ด้านหลังกล่อง

jay-2

ในส่วนของคำ Claim นั้น ทางแบรนด์ Jayrada ได้เลือกใช้สารบำรุงจากธรรมชาติถึง 8 ชนิด เพื่อเสริมฤทธิ์กันอย่างลงตัว เหมาะกับทุกสภาพผิวแม้ผิวบอบบางแพ้ง่าย

 

เนื้อเป็นเนื้อใส ไม่มีกลิ่น เพราะทางแบรนด์ไม่ได้ใส่น้ำหอมค่ะ

jay-5

เกลี่ยง่าย ซึมไว แห้งไว ให้ความรู้สึกเย็นและสบายผิว

jay-6

 

สำหรับส่วนผสมเรียกได้ว่ามากันแน่นเลยทีเดียวค่ะ

%e0%b8%aa%e0%b8%9c%e0%b8%aa-jayrada

มี่ทำสีของสารบำรุงผิวไว้นะคะ

  • กลุ่มวิตามิน สีม่วง
  • กลุ่มแร่ธาตุ สีเขียว
  • กลุ่มสารที่มีผลฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ สีน้ำตาล
  • กลุ่มสารบำรุงอื่นๆ สีฟ้า

 

ถ้าเราดูแถบสี จะเห็นว่า ส่วนของสารส่วนใหญ่ใน Jayrada เป็นสารบำรุงเกือบหมดเลย มีสารอื่นๆอยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้นเองค่ะ

 

มาเริ่มกันที่กลุ่มวิตามิน

  • วิตามินซี ทางแบรนด์เลือกใส่วิตามินซี มาถึง 3 สายพันธ์เลยทีเดียว คือ Ascorbic acid ตัวดั้งเดิม Ascorbyl glucoside ที่มีความอ่อนโยน ตัวนี้ละลายน้ำ และ Ascobyl palmitate ตัวนี้ละลายน้ำมัน ทำมาตอบโจทย์ของผิวเราที่มีทั้งน้ำมันและน้ำอยู่ด้วยกัน วิตามินซีมีประโยชน์เป็น Antioxidant และเป็นองค์ประกอบในการสังเคราะห์คอลลาเจน จึงช่วยเรื่องริ้วรอย และลดการสังเคราะห์เม็ดสีผิวจึงช่วยเรื่อง Whitening
  • วิตามินอี เป็น Antioxidant
  • วิตามินบี 5 เพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบและระคายเคืองผิว

 

กลุ่มสารบำรุงอื่นๆมาด้วยกันค่อนข้างหลายชนิด มีมาทั้งส่วนผสมที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้น Whitening Antioxidant ชะลอวัย ลดการอุดตัน และฆ่าเชื้อแบคทีเรียก่อสิว จึงให้ผลด้านชุ่มชื้น Whitening ชะลอวัย และลดการเกิดสิวไปพร้อมๆกัน

 

ขอกล่าวถึงตัวที่น่าสนใจนะคะ

สูตรผสมของ Aqua (and) Butylene Glycol (and) Panthenol (and) Escin (and) Glycerin (and) Ruscus Aculeatus Root Extract (and) Ammonium Glycyrrhizate (and) Centella Asiatica Extract (and) Hydrolyzed Yeast Protein (and) Calendula Officinalis Flower Extract เป็นวัตถุดิบนวัตกรรมของบริษัท BASF Care creation ซึ่งเป็นบริษัทผลิตวัตถุดิบเครื่องสำอางยักษ์ใหญ่ระดับโลกจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในฝั่งยุโรปค่ะ

วัตถุดิบนี้ทางผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่า ให้ผลปรับโทนสีผิว หรือ Skin tone ให้สม่ำเสมอ โดยไปเพิ่มการไหลเวียนของเลือดใต้ผิวหนัง ให้ความรู้สึกสบายผิว (Soothing) ลดรอยเส้นเลือดฝอยบนผิวเพราะสารอุดมไปด้วย Flavonoids ที่ช่วยให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง

 

กลุ่มสีน้ำตาลเป็นพืชที่มีคุณสมบัติเด่นด้านสิว โดยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และลดการอุดตันเพราะมี BHA จากธรรมชาติ

ส่วนของเนื้อหลักผลิตภัณฑ์และสารปรุงแต่งก็ไม่ได้มีสารอื่นๆที่ไม่เป็นมิตรอยู่เลยค่ะ

 

ให้คะแนนดีกว่าค่ะ

  1. สารบำรุง หรือ Active ingredients เรียกได้ว่ามากันเต็มจริงๆ โดดเด่นทั้งส่วนผสมที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้น Whitening Antioxidant ชะลอวัย และดูแลสิวไปพร้อมๆกัน จัดไปเลย 5 ฟลาสก์
  2. เนื้อหลักผลิตภัณฑ์ หรือ Base มาในเบสน้ำไม่มีน้ำมัน ไม่มีแอลกอฮอล์ และซิลิโคน เลยไม่รู้จะหักคะแนนอะไรดี เอาไป 5 ฟลาสก์
  3. สารปรุงแต่งอื่นๆ แทบจะไม่มีส่วนของสารปรุงแต่งที่ใส่มาไร้สาระ และสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยไม่มีที่ให้หักคะแนน รับไป 5 ฟลาสก์เช่นกัน
  4. การใช้งาน Jayrada Cream-gel เป็นครีมเจลที่มีสัมผัสบางเบามาก ส่วนตัวมี่ลองใช้อยู่ 2 อาทิตย์ เรียกได้ว่าชอบมากเลยทีเดียว ด้วยความบางเบา และสิ่งที่สัมผัสได้คือ เวลาเรามีสิวขึ้นมา สิวจะยุบค่อนข้างไวค่ะ และไม่ทิ้งรอยแดงรอยดำอะไรไว้เลย จะมีที่ติก็แค่หลอดเล็กไปนิด (15 ml) หลอดนึงน่าจะใช้ได้ซักเดือน ถ้าใช้ประหยัดๆหน่อย ทุกวันนี้กลัวหมดเลยเอาไว้ใช้เป็น Spot corrector แต้มบริเวณรอยดำรอยแดงสิวเป็นหลักค่ะ จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์

 

%e0%b8%84%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%99-jay

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Jayrada นะคะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางเฟสบุคของแบรนด์ โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/jayrada.skincare/

 

Discliamer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Jayrada การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม Sleeping mask สูตรพืชเอเชีย และ Multi-vitamin serum จากแบรนด์ Asiae สวยใสประดุจเจ้าหญิงแรกแย้ม

สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านที่น่ารักทุกๆท่าน

เมื่อช่วงก่อนมี่เคยรีวิว Skincare คุณภาพฝีมือคนไทยจากแบรนด์ Asiae ไปแล้วช่วงก่อน ตอนนี้ทางแบรนด์ปรับ package ให้ดูสวยงามขึ้น และมีผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ที่เป็น Multivitamin active serum ที่น่าสนใจเพิ่มมาอีกตัวค่ะ

ว่าแล้วก็มาดูหน้าตาโฉมใหม่จากแบรนด์ Asiae เครื่องสำอางสูตรเอเชีย กันเลยดีกว่าค่ะ

asiae-1

เป็นแพคเกจแนววินเทจสวยงามเชียวค่ะ

มาดูกันไปทีละตัวเลยเนอะ

 

ตัวแรกเป็น Multivitamin serum ตัวนี้ค่ะ

asiae-3

เป็นเซรั่มขวดแก้วสีชา มาในกล่องกระดาษสีขาว/เขียว ดูสวยงามดีค่ะ

asiae-6

ตัวเซรั่มมีสีชมพู ซึ่งคาดว่าเป็นสีตามธรรมชาติของวิตามินบี 12 ที่ใส่มาเป็นส่วนผสม

mtv-1

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ดูดซึมไว ไม่เหนอะหนะ ไม่แห้งตึง ด้วยความที่ทางแบรนด์ไม่ใส่น้ำหอมเราเลยจะได้กลิ่นของวัตถุดิบอยู่จางๆค่ะ

mtv-2

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

%e0%b8%aa%e0%b8%9c%e0%b8%aa-multivit

จากส่วนผสมในส่วนของสีม่วงจะเป็นสารบำรุงค่ะ

ในกลุ่มของวิตามินก็จะมีวิตามินอี วิตามินซี วิตามินบี 5 บี 3 และ บี 12 เรียกได้ว่ามากันอย่างอุ่นหนาฝาคั่งเลยทีเดียว

มาดูคุณสมบัติของวิตามินแต่ละตัวกันดีกว่าค่ะ

  • วิตามินอี เป็นรูปแบบ Alpha-tocopherol มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant
  • วิตามินบี 5 หรือ Panthenol มีบทบาทเรื่องความชุ่มชื้น ลดการอักเสบ ให้ความรู้สึกสบายผิว
  • วิตามินซี ใช้ในรูปแบบ Ascorbyl glucoside ซึ่งมีความอ่อนโยน มีความเป็นกรดน้อย และมีความคงตัวสูงกว่า วิตามินซีมีประโยชน์กับผิวหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้าน Antioxidant ชะลอวัย หรือ Whitening
  • วิตามินบี 3 หรือ Niacinamide เป็นอีกตัวที่มีประโยชน์กับผิวอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็น Whitening ลดการอักเสบ ด้านสิว และช่วยเพิ่มการสร้างไขมันที่เป็น Barrier ผิว ช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้น
  • วิตามินบี 12 หรือ Cyanocobalamin มีรายงานการวิจัยกล่าวถึงคุณสมบัติในการลดการอักเสบในผู้ป่วย Atopic dermatitis ทั้งในเด็กและในผู้ใหญ่ (Br J Dermatol. 2004;150(5):977-83., J Altern Complement Med. 2009;15(4):387-9.) ผู้ผลิตวัตถุดิบยัง Claim ไปถึงคุณสมบัติในการลดผิวไหม้แดด (Sunburn) ริ้วรอย เสริมความยืดหยุ่นให้ผิว และช่วยให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น

 

นอกจากวิตามินรวมแล้ว เซรั่มยังมี Hyaluron  อีก 2 ขนาด ซึ่งช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นเช่นกัน

โดยรวมก็กล่าวได้ง่ายๆว่าเซรั่มตัวนี้ตัวเดียว ได้ครบจบทุกสิ่งค่ะ

ในส่วนผสมยังมีการใส่ Ethoxydiglycol ซึ่งเป็นสารเพิ่มการดูดซึมของสารอื่นเข้าสู่ผิวอยู่ด้วย

ส่วนผสมอื่นๆก็ไม่ได้มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิวเลยค่ะ

 

อีกตัวเป็น Aqua active sleeping pack ซึ่งมีการปรับแพคเกจ และภาชนะใหม่ ให้ไฉไลกว่าเดิม โดยมาในรูปแบบกระปุกแก้วสีชา

asiae-2

เนื้อมาสค์มาในรูปแบบ Emulgel สีฟ้า

asiae-5

ด้วยความที่ทางแบรนด์ไม่ใส่น้ำหอม เราก็จะได้กลิ่นของวัตถุดิบจางๆเช่นกันค่ะ

mask-1

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ชุ่มชื้นผิวค่อนข้างมาก แต่ไม่เหนอะหนะ ให้ความรู้สึกเย็นสบายผิว

mtv-2

สำหรับส่วนผสมเป็นดังรูปค่ะ

%e0%b8%aa%e0%b8%9c%e0%b8%aa-asiae-mask

มี่แทนกลุ่มของสารบำรุงด้วยสีม่วงนะคะ

 

ส่วนของสารบำรุงนั้นให้ผลโดยรวมหลายด้าน ได้แก่

  • ผลัดเซลล์ผิวลดการอุดตัน จากสารสกัดของต้น Willow 2 สายพันธ์ คือ Salix nigra (Black willow) และ Salix alba ที่มี BHA ตามธรรมชาติ ให้ผลลดการอุดตัน ลดการอักเสบ ร่วมกับ Glycolic acid ที่เป็น AHA และสาร Lactic acid ธรรมชาติที่ได้จากการหมักของ Lactobacillus
  • Antioxidant ต่อต้านอนุมูลอิสระ จากสารสกัดพืชหลายชนิด
  • ผลดีต่อสิว มี Niacinamide ที่ช่วยลดการอักเสบสิว ร่วมกับสารสกัดจากพืชที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้ออย่าง Melia azaridacta (สะเดาอินเดีย), Houttuynia cordata (พลูคาว) และสารหอม O-cymen-5 ol ที่เป็นสารกลุ่ม Terpenes ที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อได้หลายชนิด ร่วมกับ Glyceryl caprylate ซึ่งมีคุณสมบัติที่ดีกับผิวหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความชุ่มชื้น จนถึงฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อ
  • ลดการอักเสบ จากสารสกัด Phellodendron amurense ซึ่งมีงานวิจัยรองรับถึงคุณสมบัติในการต้านการอักเสบ (Int Immunopharmacol. 2014; 19(2):214-20.)
  • ริ้วรอยและแผลเป็น มีสารสกัดจาก Scutellaria ที่ช่วยเรื่องการสร้างคอลลาเจนในผิว ช่วยลดริ้วรอย สมานแผล
  • สูตรผสมของ Lactobacillus/Soybean Ferment Extract (and) Saccharomyces/Viscum Album (Mistletoe) Ferment Extract (and) Saccharomyces/Imperata Cylindrica Root Ferment Extract มีชื่อทางการค้าว่า Natural HGTM ของเกาหลี มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้น ช่วยให้ความรู้สึกสบายผิว ลดการอักเสบ ลดการระคายเคือง
  • Whitening อาศัย Niacinamide เป็นตัวลดการส่งผ่านเมลานินออกมาจากข้างใน มีผลลดรอยดำจากสิวได้ด้วย
  • Moisturizer มี Trehalose ที่เป็นน้ำตาลชนิดพิเศษ มีคุณสมบัติดูดน้ำให้ผิว และช่วยปกป้องผิวจากอากาศแห้งๆได้ดี ร่วมกับสารดูดน้ำอีกหลายตัว และ Sodium hyaluronate

 

โดยรวมถือว่าทำมาได้ค่อนข้างครบค่ะ

ในส่วนของเนื้อผลิตภัณฑ์ ก็ไม่ได้มีสารที่มีพิษมีภัยอะไร ไม่มี Alcohol มีสารดูดน้ำดีๆหลายตัว มี Silicone ที่ช่วยเคลือบปกป้องผิวรักษาความชุ่มชื้นได้ด้วย

ตัวนี้มาในรูปแบบของ Emugel ที่ประกอบด้วยซิลิโคนกับน้ำ ไม่มีน้ำมันที่สุ่มเสี่ยงอุดตันรูขุมขน

 

มาให้คะแนนกันดีกว่า

วันนี้ขอให้รวบ เป็นภาพรวมเลยนะคะ

 

  1. กลุ่มสารออกฤทธิ์ หรือ Actives เรียกได้ว่ามากันแน่นแบบสมบูรณ์แบบ ดูแลได้ครอบคลุมเกือบทุกปัญหาผิว ดังที่ได้เล่าให้ฟังไปแล้วในด้านบน ถึงตรงนี้ก็ไม่รู้จะเอาอะไรมาหักคะแนน จึงขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. กลุ่มเนื้อหลัก หรือ Base ทั้ง 2 ตัว ไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว และไม่มี Alcohol ไม่มีน้ำมันที่สุ่มเสี่ยงอุดตันผิว เลยไม่มีที่ให้หักคะแนน จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  3. กลุ่มของสารปรุงแต่ง หรือ Additives ทั้งสองตัวไม่มีสารที่มีพิษมีภัยอะไรกับผิว เลยไม่รู้จะหักคะแนนอะไร เลยขอให้ 5 ฟลาสก์
  4. การใช้งาน สำหรับตัว Multivitamin serum มีเนื้อค่อนข้างบางเบา ไม่เหนอะหนะ ดูดซึมง่าย ส่วนตัว Sleeping mask ก็ให้สัมผัสที่เบา ไม่หนักผิว ไม่มันเยิ้ม เน้นการเติมน้ำให้กับผิว เกลี่ยค่อนข้างง่าย หลังจากใช้มาอยู่เกือบ 2 อาทิตย์ ก็รู้สึกว่าผิวเราจะนุ่ม ชุ่มชื้น มีน้ำมีนวล ทำให้ริ้วรอยเล็กๆดูหายไปค่ะ โดยรวมจึงถือว่าค่อนข้างประทับใจ ขอให้ 5 ฟลาสก์

 

%e0%b8%84%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%99-asiae

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่เฟสบุคของทางแบรนด์ได้เลยค่ะ

 

https://www.facebook.com/Asiae.np

 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Asiae ด้วยค่ะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบ สวัสดีค่ะ

 

Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์ Asiae การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้รับค่าตอบแทนในการเขียนรีวิวและไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมน้ำตบยางพารา Apara The first care para activating essence

สวัสดีค่ะ วันนี้มี่จะมารีวิวน้ำตบตัวหนึ่งที่น่าสนใจให้ชมกันค่ะ

เป็นน้ำตบที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากยางพารา สารสกัดยางพารานี้เป็นผลงานการวิจัยของคนไทย และมีอนุสิทธิบัตรรองรับด้วยค่ะ

กับน้ำตบ The first care para activating essence จากแบรนด์ Apara นั่นเองค่ะ

มาดูหน้าตากันก่อนเลยนะคะ

apara-3

มาในกล่องกระดาษสีขาวเงาเหลือบมุกดูเรียบง่ายแต่หรูหรา

ด้านในเป็นขวดพลาสติกอย่างหนา

apara-4

ลวดลายที่ขวดมีความหมายนะคะ

postcard

เป็นลายที่ทำเลียนแบบตอนกรีดยางค่ะ ดูมี Gimmick เก๋ไก๋สวยงาม

เนื้อน้ำตบเป็นเนื้อน้ำนม

apara

ตัวน้ำตบมีกลิ่นอ่อนๆ น่าจะเป็นกลิ่นของสารสกัดยางพาราที่ผสมๆกับน้ำมันหอมระเหยจากกุหลาบ เนื้อค่อนข้างเบา เกลี่ยง่าย ซึมไว ไม่เหนอะหนะ

apara-2

วิธีใช้ของมี่คือ ใช้หยดลงบนฝ่ามือ ส่วนตัวมี่จะใช้ในขนาดประมาณเหรียญ 5 บาท แล้ว Warm เล็กน้อย ก่อนตบเบาๆบนหน้า ทั้งเช้าและเย็น หลังล้างหน้าเรียบร้อยแล้วค่ะ

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

%e0%b8%aa%e0%b8%9c%e0%b8%aa-apara

ในส่วนผสมมี่ได้ทำสีส่วนผสมของสารบำรุงไว้แล้วค่ะ

เริ่มกันที่สีน้ำเงิน พระเอกของเรา คือ Hevea brasiliensis extract คือ สารสกัดจากยางพารานั่นเองค่ะ สารสกัดนี้เป็นสารสกัดที่เกิดจากงานวิจัยอันทรงคุณค่าของ รศ.ดร.รพีพรรณ วิทิตสุวรรณกุล ภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (หรือ ม.อ.) เมธีวิจัยอาวุโสของสกว. ร่วมกับศูนย์ความเป็นเลิศทางชีววิทยาศาสตร์ หรือ TCELS

สารสกัดนี้มีที่มาจากการที่ทีมนักวิจัยสังเกตว่าชาวสวนที่กรีดยางส่วนใหญ่มีผิวพรรณดี เลยนำมาศึกษา พบว่าในสารสกัดจากน้ำยางพารา ประกอบด้วยสารที่มีประโยชน์ในทางเครื่องสำอางหลายชนิด ที่น่าสนใจคือ

  • สารกลุ่ม Antioxidants ที่ช่วยชะลอวัย
  • สารกลุ่ม Protease inhibitor ซึ่งทำงานในการขัดขวางการส่งผ่านเมลานินที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ออกมาเห็นเป็นสีผิว
  • น้ำตาลหลายๆชนิด ช่วยดูดน้ำให้ผิวเพิ่มความชุ่มชื้น
  • กรดอินทรีย์จำพวก AHA และ BHA
  • วิตามินและแร่ธาตุอีกหลายชนิด

(ข้อมูลจาก TCELS)

สารสกัดนี้ยังมีการทดสอบประสิทธิภาพด้าน Whitening ลดการเกิดฝ้าในอาสาสมัครด้วยค่ะ โดยมีกลไกในการเป็น Whitening 2 ขั้นตอน คือ ลดการสร้างเม็ดสีผิว และลดการส่งผ่านเมลานินที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ออกมาข้างนอก

สารสกัดนี้ได้รับอนุสิทธิบัตรคุ้มครองด้วยค่ะ โดยในอนุสิทธิบัตรจะเคลมเรื่อง Peptide ที่มีผลด้าน Whitening (อนุสิทธิบัตรไทย เลขที่คำขอ 0603001971)

สารสกัดจากทาง TCELS มี Claim ว่า นอกจากช่วยเรื่อง Whitening แล้ว ยังให้ผลดีด้านลดการอักเสบของสิว ควบคุมความมัน และช่วยลดเลือนริ้วรอย

ในส่วนของสารบำรุงอื่นๆจะเป็นกลุ่มสีฟ้า ได้แก่

  • Witch hazel หรือ Hamamelis virginiana extract มีคุณสมบัติควบคุมความมัน กระชับรูขุมขน
  • คาโมมายล์ หรือ Chamomilla recutita extract มีคุณสมบัติลดการระคายเคือง ลดการอักเสบ และให้ความรู้สึกสบายผิว
  • ใบ Artichoke หรือ Cynara scolymus extract น่าจะเป็นวัตถุดิบของฝรั่งเศส ผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่า สารสกัดประกอบด้วยเปปไทด์ที่มีคุณสมบัติควบคุมปริมาณของ EGF receptor บนเซลล์ผิวให้มีจำนวนปกติมีผลเพิ่มการแบ่งตัวของเซลล์ผิวหนัง ทำให้ชั้นผิวหนาตัวขึ้น ช่วยเพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจนในผิว และยับยั้งการทำงานของ MMP-1 ที่เป็นเอนไซม์ย่อยสลายคอลลาเจนในผิว
  • Sodium PCA เป็น Natural moisturizing factor ตามธรรมชาติในผิว ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น
  • สารสกัดจากบัวบก หรือ Centella asiatica extract มีคุณสมบัติเด่นด้านการชะลอวัย และริ้วรอย
  • Niacinamide หรือ วิตามินบี 3 มีคุณสมบัติหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็น Whitening, ลดการอักเสบในผิว เพิ่มการสังเคราะห์ไขมันที่เป็น Barrier function ของผิว
  • ว่านหางจระเข้ มีคุณสมบัติด้านความชุ่มชื้น

สีเขียวคือน้ำมันหอมระเหยจากกุหลาบ ซึ่งมีคุณค่ามีราคาแพง ให้คุณสมบัติเด่นด้าน Soothing หรือ ให้ความรู้สึกสบายผิว

ในส่วนของเนื้อหลัก และ สารปรุงแต่งของผลิตภัณฑ์ ก็ทำมาได้ดี และไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิวอยู่เลยค่ะ

ถึงเวลาให้คะแนน

  1. สารบำรุง หรือ Active ingredients เป็นน้ำตบที่ใช้สารสกัดจากยางพาราเป็นพระเอก พระเอกของเราในวันนี้ก็ให้ผลดีในหลายๆด้านไม่ว่าจะเป็น Whitening, ชุ่มชื้น และชะลอวัยลดริ้วรอย เสริมมาด้วยนักแสดงสมทบอย่างสารสกัดพืชอีก 5 ชนิด ตัวที่มาเป็นพระรองคงนี้ไม่พ้นใบ Artichoke จากฝรั่งเศส ที่มีคุณสมบัติเด่นในด้านการลดและป้องกันริ้วรอย และสารสกัดอื่นๆที่มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายผิว ตบท้ายด้วยวิตามินบี 3 และ Sodium PCA ที่เป็น Natural moisturizing factor ตามธรรมชาติในผิว จึงถือว่าทำมาได้อย่างลงตัว รับไป 5 ฟลาสก์
  2. เนื้อหลัก หรือ Base ถึงจะดูเป็นน้ำนม แต่ก็ไม่มีส่วนผสมของน้ำมันที่อาจจะรบกวนและอุดตันผิวอยู่ มีสารที่ให้คุณสมบัติดูดน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว และไม่มี Alcohol ไม่มีที่ให้หักคะแนน รับไป 5 ฟลาสก์
  3. สารปรุงแต่ง หรือ Additives ไม่มีทั้งซิลิโคน น้ำหอม และพาราเบน ใช้น้ำมันหอมระเหยจากดอกกุหลาบเป็นตัวให้กลิ่น นอกจากนี้ก็ไม่มีส่วนผสมของสารอื่นๆที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยไม่มีที่ให้หักคะแนนเช่นกัน รับไป 5 ฟลาสก์
  4. การใช้งาน ถ้าตัดเรื่องนวัตกรรมและสิทธิบัตรไทยออกไป น้ำตบ Apara เป็นน้ำตบที่ดูภายนอกเหมือนจะมันและหนักผิวเพราะมาในรูปแบบน้ำนม แต่พอใช้จริงกลับซึมไวและ หลังใช้ครั้งแรกก็จะรู้สึกว่าผิวชุ่มชื้น และรู้สึกเบา สบายผิว หลังจากใช้มาเกือบ 2 สัปดาห์จะรู้สึกด้านความสม่ำเสมอของสีผิว และความนุ่มฟูของผิวหน้า มีติแค่เรื่องกลิ่นเล็กน้อย แต่เข้าใจว่า น่าจะเป็นกลิ่นของวัตถุดิบและส่วนผสม โดยรวมถือว่าทำมาได้ค่อนข้างดี และมี่ค่อนข้างชอบ เลยขอให้ไป 5 ฟลาสก์

%e0%b8%84%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%99-apara

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Apara ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์นวัตกรรมดีๆฝีมือคนไทยมาให้มี่ได้ทดลองใช้ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/apara.thailand/

และขอขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

Disclaimer: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Apara การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

 

Image

[Fragrance review] รีวิวน้ำหอม Asiae Sense of soul 3 กลิ่น 3 สไตล์

สวัสดีค่ะ

วันนี้มี่จะมารีวิวน้ำหอมดีๆฝีมือคนไทยให้ชมกันนะคะ

เป็นน้ำหอมจากแบรนด์ Asiae ซึ่งมี skincare ด้วยค่ะ แล้วจะมารีวิวกันอีกทีค่ะ

 

น้ำหอม Asiae เป็นน้ำหอมที่มีคัดเลือกกลิ่นโดย Fragrance evaluator มือทอง มีกลิ่นสลับซับซ้อน แต่โยงกลิ่นแต่ละกลิ่นเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว (Complex harmonized perfume)

 

ถ้าเราแบ่งประเภทของน้ำหอมตามความเข้มข้นของหัวน้ำหอม จะแบ่งน้ำหอมได้เป็น 5 กลุ่มค่ะ

  • Eau Fraiche มีความเข้มข้นของหัวน้ำหอม 1 – 3%
  • Eau de Cologne มีความเข้มข้นของหัวน้ำหอม 3 – 7%
  • Eau de Toilette มีความเข้มข้นของหัวน้ำหอม 7 – 15%
  • Eau de Parfum มีความเข้มข้นของหัวน้ำหอม 15 – 20%
  • Perfume มีความเข้มข้นของหัวน้ำหอม 20 – 40%

 

16387380_1758578624469464_2618885698969898774_n

(ที่มา: Asiae)

 

ทางแบรนด์มีน้ำหอมอยู่ 3 กลิ่นค่ะ

 

หน้าตาเป็นแบบนี้นะคะ

 

per-1

 

มาในกล่องกระดาษลายวินเทจสวยงามค่ะ

 

ประเดิมกันที่กล่องสีชมพู กลิ่น Bride to be กลิ่นเจ้าสาว

 

per-4

กลิ่นนี้เป็นกลิ่นที่เสริมสร้างความมั่นใจ ให้อารมณ์ดอกไม้แบบเข้มข้น Intense ตัดด้วยกลิ่นโทนเครื่องเทศสุดร้อนแรง ให้สร้างความมั่นใจ ประหนึ่งยืนเท้าเอวอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้ พร้อมกับเปล่งเสียง “วันนี้ชั้นต้องได้”

กลิ่นนี้ติดทนนานทั้งวัน แทบจะไม่เปลี่ยนกลิ่นเลย

 

ตัวต่อมาเป็นกล่องสีม่วง กลิ่น Sweet Duchess กลิ่นเลดี้ผู้สูงศักดิ์

 

per-2

กลิ่นนี้ให้อารมณ์วินเทจสไตล์อังกฤษ เปิดมาด้วยกลิ่นดอกกุหลาบและกลิ่นดอกไม้ขาว ที่ผสานกับกลิ่นโทนซิตรัสและสมุนไพรอย่างลงตัว ให้อารมณ์เสมือนจิบชาสมุนไพรท่ามกลางสวนกุหลาบ มีความเย้ายวน ดูมีเสน่ห์น่าค้นหา ดูสูงค่า ดูแพง

 

 

 

ตัวสุดท้ายเป็นกล่องสีเหลือง Oriental princess กลิ่นเจ้าหญิงแห่งเอเชีย

 

per-3

 

กลิ่นนี้เป็นกลิ่นแนวดอกไม้แบบหวานๆซอฟท์ สไตล์ Oriental ที่ผสมผสานกันระหว่างกระดังงากับดอกไม้ขาว

กลิ่นมีความละมุนนี จะว่าไทยๆก็ยังไม่ไทยซะทีเดียว เพราะมีตัดมาด้วยความหวาน และความอ่อนโยน ให้ความรู้สึกถึงกุลสตรีไทยนั่งร้อยมาลัยในสวนกระดังงา ตัดอย่างลงตัวด้วยความหวานของวานิลลา และกลิ่นโทน Powdery ให้ความไร้เดียงสา น่าเอ็นดู

 

ในส่วนของราคานั้น ทางแบรนด์ทำน้ำหอมออกมา 2 ขนาด คือ 10 ml ราคาตกอยู่ที่ 290 บาท และ 30 ml ราคาตกที่ 690 บาท

ถือว่าจับต้องได้ และคุ้มค่ามากสำหรับกลิ่นที่ผสมผสานกันมาอย่างลงตัว

สำหรับคนที่สนใจสามารถสอบถามกับทางแบรนด์ Asiae ได้โดยตรงเลยนะคะ

 

เฟสบุค: https://www.facebook.com/Asiae.np

 

Disclailmer: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์ Asiae การรีวิวครั้งนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลโปรดใช้วิจารณญาน ผู้เขียนไม่ได้รับค่าตอบแทนในการรีวิว และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆในการขายสินค้า

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม มอยส์เจอไรเซอร์ฟื้นฟู Barrier ผิวกาย สูตร MLE จากแบรนด์ Atopalm กับ moisturizing body lotion รุ่นสีแดง

สวัสดีค่ะ

วันนี้มี่มีรีวิวมอยส์เจอร์สำหรับฟื้นฟู Barrier ผิวจากแบรนด์ Atopalm มาฝากกันนะคะ โดยเจ้า Atopalm เป็นแบรนด์เกาหลีค่ะ ที่เกาหลีจะสามารถหาสอยได้ตาม Watson, Boons หรือ LOBs นะคะ ในบ้านเราก็จะมีวางอยู่ในร้านยาทั่วไป และ Drugstore อย่างร้านสีเขียว สีน้ำเงินค่ะ

แบรนด์นี้ผลิตจากบริษัท Neopharm ซึ่งเป็นบริษัทใหญ่บริษัทหนึ่ง และมีแบรนด์ลูกในเครือหลายแบรนด์ โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี MLE ค่ะ ซึ่งในจุดนี้เราจะมาเล่าให้ฟังอีกทีในส่วนของการวิเคราะห์ส่วนผสมนะคะ

จริงๆที่เกาหลีมีสูตรใหม่ที่ดูหรูหราและเลอค่ากว่าสูตรสีแดงด้วยนะคะ แต่ว่า ณ ขณะที่เขียนรีวิวนี้ยังไม่เข้ามาในบ้านเราค่ะ

เพราะงั้น เราก็จำเป็นต้องใช้สีแดงกันไปก่อนที่จะได้ฤกษ์ไปหิ้วจากเกาหลีค่ะ

มาดูหน้าตากันซักหน่อยเนอะ

น้องมาในดีไซน์แบบ Minimal สีขาวแดงค่ะ

atopalm-re

ตัวนี้เป็นสูตร Body นะคะ

แต่มี่เอามาใช้ทาหน้าค่ะ เพราะลองดูส่วนผสมแล้วไม่น่ามีปัญหาอะไร และเนื้อจะบางเบากว่าสูตรที่เขาทำมาเป็น Facial ด้วยค่ะ แต่ถ้ามีผิวบอบบางก็ไม่แนะนำนะคะ เพราะการตอบสนองแต่ละคนไม่เหมือนกัน และครีมที่เขาพัฒนามาสำหรับทาตัว อาจจะไม่ได้เหมาะกับผิวหน้าค่ะ

เนื้อครีมเป็นครีมสีขาว มีกลิ่นแนวๆ น้ำมันหอมระเหย มีกลิ่นของน้ำมันอยู่จางๆ

atopalm 2-re

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ให้ความรู้สึกเย็น สูตรสำหรับผิวตัว จะซึมไวมากค่ะ และไม่ค่อยเหนอะหนะเท่าไหร่

ถ้าผิวแห้งมากๆ อาจจะยังเอาไม่อยู่นะคะ

atopalm 3-re

สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้นะคะ

สผส atopalm

ครีม Atopalm เป็นครีมที่มีเคลม เกี่ยวกับการเสริมสร้างและฟื้นฟู Barrier function ของผิว เพื่อให้ผิวแข็งแรง

ในด้านของส่วนผสมจะเห็นว่ามีการใช้เซราไมด์สังเคราะห์ หรือ Pseudoceramides ตัว Myristoyl/palmitoyl oxostearamide/arachamide MEA ตัวนี้เป็นสารสิทธิบัตร US patent US6221371B1 ของปี 2001 จากบริษัท Aekyung เกาหลี ซึ่งมีประโยชน์ในการเหนี่ยวนำให้ผิวสร้างไขมันใหม่ออกมาฟื้นฟู Barrier ผิวที่เสียหาย

ทางแบรนด์กล่าวว่าใช้เทคโนโลยี MLE (Multi lamella emulsion) formula ซึ่งช่วยเพิ่มการดูดซึมของสารต่างๆเข้าสู่ผิวได้ดี

ตรงนี้มี่เข้าใจว่า เทคโนโลยี MLE ก็คือรูปแบบของ Liquid crystal รูปแบบหนึ่งค่ะ ซึ่งเป็นระบบนำส่งสารเข้าสู่ผิว ด้วยความที่โครงสร้างของ Liquid crystal นั้นคล้ายคลึงกับไขมันที่เป็น Barrier ผิว มันก็สามารถจะผสมกับไขมันในผิวและช่วยเพิ่มการนำส่งสารเข้าผิวได้ดีขึ้น

real_mleimage1

(Image from Atopalm Korea official website)

สาเหตุที่มี่คิดว่า MLE ของทางบริษัท เหมือนกับเทคโนโลยี Liquid crystal คือ มี่ลองเทียบลักษณะ MLE ของ Atopalm กับ Liquid crystal จากน้ำมันดอกคำฝอยในงานวิจัยของ Rocha-Filho และคณะดู จะพบว่าคล้ายกันมากมายค่ะ

liquid crystal 2

(รูปของ Liquid crystal จากน้ำมันดอกคำฝอย Image from Rocha-Filho, et al. Molecules 2016, 21(6), 680)

เพราะฉะนั้น เรื่องการนำส่งสารเข้าผิว คิดว่าน่าจะออกมาในรูปแบบที่คล้ายๆกัน เพราะนอกจากโครงสร้างของ Liquid crystal ที่ให้ประโยชน์ในเชิงการฟื้นฟู Barrier ผิวแล้วยังสามารถใช้เก็บกักสารบำรุงไว้ภายในเพื่อเสริมการนำส่งสารเข้าผิวได้ด้วยค่ะ

ทีนี้ลองมาดูส่วนผสมกันนะคะ

ส่วนผสมของสารไขมันทดแทน มี่ทำสีม่วงไว้ให้นะคะ ถือว่ามากันครบทั้ง Phytosterols ซึ่งผิวเราสามารถเอาไปเปลี่ยนเป็น Cholesterol ได้ มีกรดไขมันจำเป็นจากน้ำมันพืช และมี Pseudoceramides ค่ะสารบำรุงอื่นๆ มี่แทนด้วยสีฟ้าค่ะ เช่น

  • Sodium Hyaluronate มีประโยชน์ในด้านของความชุ่มชื้นผิว
  • สารสกัดจาก Portulaca มีประโยชน์ในด้านการฟื้นฟูปรับสภาพผิว และช่วยสมานแผล (Wound healing)
  • Hydrolyzed extensin ซึ่งผู้ผลิตวัตถุดิบเคลมว่าเป็น Collagen จากแครอท ให้ผลในแง่ของความชุ่มชื้นเช่นกัน
  • Allantoin มีประโยชน์ในเชิงการระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายผิว (Soothing effect)
  • Arginine ตัวนี้เป็นกรดอะมิโน ช่วยเรื่องความชุ่มชื้น โดยเป็น NMF (Natural moisturizing factor) ช่วยผิวจับน้ำเอาไว้

โดยรวมจึงเห็นว่าช่วยเป็น Moisturizer พร้อมๆกันทั้งในด้านเติมไขมัน และเติมน้ำให้ผิวเลยทีเดียว

ประเด็นที่แอบปลื้มเล็กน้อย คือ ตัวนี้เขาพัฒนามาสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย ในผลิตภัณฑ์ไม่มีส่วนผสมของ Propylene glycol เพราะสารนี้หลังๆมีรายงานว่าทำให้เกิดการแพ้และระคายเคืองได้บ่อย ทางแบรนด์เลือกไปใช้ propanediol แทน ก็ถือว่าทำมาได้ดี และใส่ใจในรายละเอียดเล็กน้อย

มาดูคะแนนกันดีกว่าค่ะ

  1. สารบำรุง หรือ Actives นอกจากส่วนผสมของสารไขมันที่ทดแทน Barrier ผิวแล้ว ยังมีส่วนผสมของสารที่ช่วยเรื่องการเติมน้ำ เพิ่มความชุ่มชื้น ปรับสภาพผิว เป็นหลัก ถ้าเราวัดๆกันที่การเป็นมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อฟื้นฟู Barrier ผิวแล้ว ขอเทใจให้ไปเลย 5 ฟลาสก์ แต่ในใจก็ยังอยากให้มีพวก antioxidant เสริมๆมาซักหน่อย
  2. เนื้อผลิตภัณฑ์ หรือ Base เป็นรูปแบบครีม ซึ่งมีส่วนผสมครบถ้วนทั้ง สารดูดน้ำให้ผิว สารเคลือบผิวกันน้ำระเหย และสารไขมันทดแทนให้ผิว ไม่มี Alcohol ไม่มี Mineral oil ไม่มีที่ให้หักคะแนน รับไป 5 ฟลาสก์
  3. สารปรุงแต่งอื่นๆ หรือ Additives มีอยู่ค่อนข้างน้อยชนิด และไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยไม่มีที่ให้หักคะแนน รับไป 5 ฟลาสก์
  4. การใช้งาน เป็นครีมที่มีความมันเหนอะหนะน้อย แต่ให้ความชุ่มชื้นได้ดี เหมาะมากกับช่วงหน้าหนาวที่อากาศแห้งๆ ส่วนตัวมี่เอาสูตรนี้มาทาหน้าเลยด้วยซ้ำ เนื้อครีมค่อนข้างซึมไว มีความเนียน มีกลิ่นที่ดูเป็นธรรมชาติ ยิ่งใช้คู่กับยาทาสิวยิ่งเวิร์ค ลดการแสบร้อน และลดการผิวลอกจากยาทาสิวได้ดีเลยหล่ะ ให้ไปเต็มๆ 5 ฟลาสก์

คะแนน atopalm

สุดท้ายนี้ขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ พบกันใหม่โอกาสถัดไป สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ

 

Disclaimer/Conflict of interest: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคลและผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่มไวท์เทนนิ่งเพื่อผิวกระจ่างใส Favory Whitening serum เซรั่มแบรนด์ไทยเลอค่าด้วยวัตถุดิบนำเข้าจากฝรั่งเศส

สวัสดีค่ะ

 

วันนี้มี่มีรีวิวเซรั่ม Whitening แบรนด์ไทยๆที่น่าสนใจมาฝากกันค่ะ

 

เป็นเซรั่มจากแบรนด์ Favory (ฟาโวรี่) นั่นเองค่ะ

 

มาดูหน้าตากันเลยดีกว่าเนอะ

 

fav-1

 

เป็นเซรั่มในขวดปั๊มเรียบหรูสีขาวมุก

 

fav-2

 

ที่บนกล่อง Claim ว่า ใช้สารบำรุงนำเข้าจากฝรั่งเศสด้วยค่ะ เดี๋ยวค่อยไปดูด้วยกันในช่วงวิเคราะห์ส่วนผสมนะคะ

 

 

 

ตัวเซรั่มเป็นเซรั่มเนื้อแบบ Creamgel เนื่องจากไม่มีน้ำหอมเลยไม่มีกลิ่นค่ะ

 

fav-3

 

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ให้สัมผัสบางเบา ชุ่มชื้น ไม่เหนียวเหนอะหนะ

 

fav-4

 

วัดค่า pH ซักหน่อยนะคะ

 

fav-5

 

ได้ค่า pH อยู่ระหว่าง 5 – 6 ซึ่งใกล้เคียงกับผิวดีค่ะ

 

 

 

มาดูส่วนผสมกันบ้างค่ะ

 

%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%aa%e0%b8%a1

 

จากส่วนผสมจะเห็นว่าส่วนของสารบำรุงผิวเป็นกลุ่มของสารสกัดจากพืชผักผลไม้หลากหลายชนิด เช่น

  • ใบบัวบก (Centella asiatica) ซึ่งเป็นพืชที่มีการศึกษามากมายกล่าวว่าให้ผลดีในด้านของการเป็น Antioxidant และช่วยเรื่องริ้วรอย
  • ชาเขียว (Camellia sinensis) อุดมด้วยสาร Antioxidant ที่ทรงคุณค่า
  • ชะเอมเทศ (Glycyrrhiza glabra) มีรายงานเกี่ยวกับคุณสมบัติในการยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ลดการสร้างเมลานินช่วยให้สีผิวจางลง และเป็น Antioxidant ( 2014; 19(7):9101-13.)
  • ราก Japanese knotweed (Polygonum cuspidatum) มีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบในผิว (Evid Based Complement Alternat Med. 2013;2013:208349.)
  • Scutellaria ประกอบด้วยสารฟลาโวนอยด์ ที่ให้ผลลดการอักเสบในผิว ปกป้องไม่ให้รังสี UV ทำลายคอลลาเจนในผิว โดยไปมีผลยับยั้งไม่ให้เอนไซม์ MMP ซึ่งเป็นตัวการย่อยสลายคอลลาเจนในผิว เพิ่มจำนวนขึ้นมา (Eur J Pharmacol. 2011; 661(1-3):124-32.)
  • คาโมมายล์ ช่วยให้ความรู้สึกสบายผิว (Soothing effect) และลดการระคายเคือง
  • Rosemary เป็น Antioxidant ที่ดี
  • มะละกอ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น อาจจะมีองค์ประกอบของเอนไซม์ Papain ที่ช่วยผลัดผิวอย่างอ่อนโยน ทำให้ผิวนุ่ม
  • ฝรั่ง ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น
  • Saxifrage ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าสารสกัดให้ผลเป็นไวท์เทนนิ่ง เพิ่มความชุ่มชื้น และกระชับรูขุมขน

 

ซึ่งสูตรผสมของสารสกัดเหล่านี้ไปตรงกับวัตถุดิบ DermawhiteTM WF ของบริษัท BASF ประเทศฝรั่งเศส เป็นวัตถุดิบสิทธิบัตรฝรั่งเศส ยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลี

วัตถุดิบนี้ทางผู้ผลิตวัตถุดิบกล่าวว่าให้ผลช่วยเพิ่มความกระจ่างใส (Radiance) ของผิว มีการทดสอบในอาสาสมัครพบว่าให้ผลดีกว่า Kojic acid อย่างมากมาย

 

เนื้อเบสหลักเป็นรูปแบบ creamgel ไม่มีส่วนผสมของน้ำมันที่สุ่มเสียงอุดตัน ไม่มีแอลกอฮอล์ และทางแบรนด์ไม่ได้ใช้น้ำหอมด้วยค่ะ

 

มาดูคะแนนกันดีกว่า

  1. Actives หรือ ส่วนผสมของสารบำรุง ใช้ส่วนผสมของพืชผักผลไม้หลากหลายชนิด ให้ผลโดยรวมทั้งในแง่การเป็น Antioxidant ช่วยชะลอวัย ลดการระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายผิว และ Whitening จึงขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. Base หรือ เนื้อหลัก เป็นรูปแบบ Creamgel ประกอบด้วยซิลิโคนชนิดพื้นฐาน ซึ่งไม่ได้เกาะติดผิวจนอาจจะอุดตัน ร่วมกับไขมัน Stearic acid เพียงตัวเดียว ไม่มีส่วนผสมของ Alcohol จึงดูเหมาะกับทุกสภาพผิว มีพวก Glycol และ Glycerin เป็นตัวดูดน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ไม่มีที่ให้หักคะแนนจึงขอให้ 5 ฟลาสก์
  3. Additives ส่วนของสารปรุงแต่ง มีอยู่เท่าที่จำเป็น แต่เนื่องจากมีส่วนผสมของสารในกลุ่ม Parabens ซึ่งดูไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่นัก และสารในกลุ่ม Sulfite ถึงแม้จะช่วยปกป้องสารอื่นๆในผลิตภัณฑ์ได้ดี แต่ก็อาจจะสลายตัวให้สารที่มีความเป็นกรด ที่อาจจะระคายเคืองผิวในบางคนได้ เลยขอให้ไป 3 ฟลาสก์
  4. การใช้งาน เซรั่มตัวนี้เป็นเซรั่มรูปแบบ Creamgel ที่มีความบางเบา มีสัมผัสนุ่มนวล เกลี่ยง่าย ซึมไว ไม่เหนอะหนะ ในแง่ของการเป็น Whitening หลังจากมี่ใช้ได้เกือบๆ 2 อาทิตย์ รู้สึกได้ว่าสีผิวดูมีความสม่ำเสมอมากขึ้น พวกจุดด่างดำ รอยดำจากสิวดูจางลง ถือว่าค่อนข้างประทับใจค่ะ ให้ไป 5 ฟลาสก์

 

%e0%b8%84%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%99

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์ Favory โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/FavoryThailand/

https://line.me/R/ti/p/%40favory

 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Favory ด้วยค่ะ ที่ส่งสินค้าดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ พบกันใหม่โอกาสถัดไป สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ

 

Discliamer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Favory การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

[Ingredient Spotlight] Sequollagen สารสกัดจากยีสต์แห่งต้นไม้ยักษ์ เพื่อการฟื้นฟูและเสริมสร้างคอลลาเจนในผิว

เมื่อราวๆเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา มี่มีโอกาสได้ไปชมงาน in-cosmetics Asia ซึ่งเป็นงานแสดงวัตถุดิบ เครื่องไม้เครื่องมือ และความก้าวหน้าเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางมาค่ะ

 

in-cosme.jpg

 

ปีนี้มีส่วนผสมใหม่ๆที่น่าสนใจอยู่หลายตัวเลย อย่างตัวที่ยกมากวันนี้เป็นวัตถุดิบของบริษัท Biocosmethique ประเทศฝรั่งเศส มีความนวัตกรรมดูแปลกใหม่ และดูทรงคุณค่ามากค่ะ

seq-2

 

Sequollagen เป็นชื่อทางการค้าของ Pichia ferment lysate filtrate เรียกง่ายๆว่าเป็นยีสต์หมักสายพันธุ์หนึ่งค่ะ

seq-1

 

ยีสต์ชนิดนี้ทางแบรนด์กล่าวว่าเป็นยีสต์ที่แยกได้จากต้น Sequoia ซึ่งเป็นต้นไม้สูงใหญ่ในอุทยานแห่งชาติ Yosemite national park ที่ Sierra Nevada mountain ประเทศอเมริกา

 

กล่าวกันว่าต้นไม้ชนิดนี้มีความทนทาน ทนต่อไฟ แมลง มีอายุยืนนานถึง 4000 ปีเลยทีเดียวค่ะ

 

ทางบริษัทจึงได้ทดลองเก็บเชื้อจากเปลือกไม้มา พบว่าเป็นยีสต์ตระกูล Pichia spp. พอเลี้ยงไปเลี้ยงมาพบว่าเจ้ายีสต์นี้ประกอบด้วยเอนไซม์ Prolyl hydroxylase ซึ่งเป็นเอนไซม์สำคัญเอนไซม์หนึ่งในการสร้างคอลลาเจนของผิวเรา

 

seq 3.jpg

(Image from Biocosmethique)

 

seq 4.jpg

(Image from Biocosmethique)

 

เอนไซม์ Prolyl hydroxylase จำเป็นต่อการเปลี่ยนกรดอะมิโน Proline ให้กลายเป็น Hydroxyproline ในสายคอลลาเจนค่ะ

 

เอนไซม์นี้อาศัยธาตุเหล็ก และวิตามินซี เป็นส่วนหนึ่งในการทำงาน นี่ก็อธิบายได้ว่าทำไมวิตามินซี ให้ผลเรื่องริ้วรอยได้ด้วย

 

การทดสอบของบริษัทพบว่า Sequollagen มีคุณสมบัติอยู่ 3 ประการหลักๆ คือ

  1. Rejuvenation คืนความอ่อนเยาว์ โดยส่งเสริมการทำงานของ Fibroblast ซึ่งเป็นเซลล์แม่ในการสร้างเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่ชั้นหนังแท้ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และอิลาสติน ในระดับหลอดทดลอง
  2. ปกป้องจากรังสี UV
  3. ลดริ้วรอย

 

This slideshow requires JavaScript.

(Image from Biocosmethique)

 

ซึ่งการทดสอบของทางบริษัทเป็นในระดับหลอดทดลอง (In-vitro) และระดับ Ex-vivo ซึ่งใช้ผิวหนังจริงมาเพาะเลี้ยงค่ะ

จะเห็นได้ว่าสารดังกล่าวมีคุณสมบัติเพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจน เพิ่มการทำงานของเซลล์แม่อย่าง Fibroblast และช่วยปกป้องเซลล์จากรังสี UV

 

ก็นับว่าเป็นวัตถุดิบตัวหนึ่งที่มีความน่าสนใจ และมีกลไกการออกฤทธิ์ที่ดูแปลกแตกต่างออกไปจากที่เคยมีมา และส่วนตัวมี่เองยังไม่เคยเจอวัตถุดิบนี้ในเครื่องสำอางเลยค่ะ

 

ล่าสุดตอนนี้มีบริษัทนำเข้าวัตถุดิบแล้วนะคะ เป็นบริษัท JR Serve Co.,Ltd.

ซึ่งถ้าใครสนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้กับทางบริษัทโดยตรงเลยนะคะ

อีเมล์: jirat@jrserve.co.th

 

Reference:

Biocosmethique. Sequollagen Technical data sheet.

 

Disclaimer: บทความดังกล่าวเขียนขึ้นโดยอิงจากข้อมูลของผู้ผลิตวัตถุดิบเป็นหลัก และผู้เขียนไม่ได้รับค่าตอบแทนใดๆในการเขียนบทความ