Image

[Beauty Talks] เรื่อง(ไม่)ลับ ของ Alcohol ในทางเครื่องสำอาง

Revised 14 ก.พ. 2568

ถ้าพูดถึงคำว่า Alcohol

นิยามของ Alcohol ในทางเครื่องสำอางนั้นจะแตกต่างกับ Alcohol ตามนิยามทางเคมีนิดหน่อย

Blog นี้เราจะมาดูรายละเอียดของ Alcohol กันนะคะ

BTT alcohol.jpg

หลายๆ คน แค่เจอคำว่า Alcohol บนฉลากก็เหวี่ยงผลิตภัณฑ์ทิ้งไม่เอาแล้ว แต่จริงๆแล้ว Alcohol ทุกอย่างก็ไม่ใช่ว่าจะเลวร้ายไปซะหมดนะคะ

ปกติตามนิยามทางเคมี สารในกลุ่ม Alcohol ก็จะหมายถึงสารอะไรก็ตามที่มีหมู่ฟังก์ชัน -OH (Hydroxyl) อยู่เป็นหมู่ฟังก์ชั่นหลักในโครงสร้างค่ะ

แต่ในทางเครื่องสำอาง คำว่า “Alcohol” สั้นๆ ที่ปรากฎบนฉลาก จะหมายถึง Ethyl alcohol หรือ Ethanol ซึ่งเป็นแอลกอฮอล์ชนิดที่เป็นส่วนประกอบในไวน์ เหล้า เบียร์ ที่เรารับประทานกัน

เมื่อพิจารณาจากกลุ่มสาร ประโยชน์ และการใช้งานแล้ว

เราสามารถแบ่ง Alcohol ในทางเครื่องสำอางได้เป็น 3 กลุ่ม

กลุ่มแรกคือ Alcohol สายสั้นๆ หรือ Short chain alcohol พวกนี้จะละลายได้ดีในน้ำ ละลายไขมันได้บ้าง ตัวอย่าง เช่น

Methanol หรือ Methyl alcohol ตัวนี้มีคาร์บอน 1 ตัว เป็นแอลกอฮอล์ที่ต้องห้าม ห้ามใช้ในเครื่องสำอาง เพราะมีความเป็นพิษ และอาจจะทำให้ตาบอดได้ บางครั้งอาจจะปนเปื้อนมา เพราะจุลินทรีย์ที่ติดมากับผลิตภัณฑ์สร้างขึ้นก็ได้

Ethanol หรือ Ethyl alcohol ตัวนีี้มีคาร์บอน 2 ตัว เป็น Alcohol ที่ใช้กันทั่วไปในวงการเครื่องสำอาง มีคุณสมบัติเพิ่มการละลายสาร เพิ่มการดูดซึมสารต่างๆเข้าผิว ช่วยขจัดความมันและสิ่งสกปรกอุดตัน ให้ความรู้สึกเย็นตอนทา ช่วยให้ผลิตภัณฑ์แห้งไวตอนทา ลดความเหนอะหนะให้เนื้อครีม และมีประโยชน์ในการกระชับรูขุมขน แต่ข้อเสียคือ อาจทำให้ผิวแห้ง และระคายเคืองได้ในบางคน

แต่ทั้งนี้การตอบสนองแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน โดยคนที่มีผิวมัน มีแนวโน้มจะทนต่อ alcohol และชอบฟีลลิ่งของผลิตภัณฑ์ที่ใส่ alcohol ลงไปลดความเหนอะหนะให้เนื้อครีม

และการระคายเคืองขึ้นกับความเข้มข้นในสูตร ถ้ามีน้อยๆ แทบจะไม่ต้องกังวลเลย

ตัวต่อมา Propanol หรือ Propyl alcohol มีคาร์บอน 3 ตัว เป็น Alcohol ที่ปัจจุบันไม่ค่อยเจอในตำรับ แต่อาจพบได้ในโทนเนอร์ และ Aftershave สำหรับผู้ชาย ตัวนี้มีกลิ่นแรง และละลายไขมันดีมากๆ จนทำให้ผิวแห้งได้มาก

กลุ่มถัดมา เป็นกลุ่ม Alcohol สายยาวๆ หรือ Long chain alcohol พวกนี้พอมีจำนวนคาร์บอนเยอะขึ้น จะละลายน้ำได้น้อยลงเรื่อยๆ กลายเป็นสารไขมัน ที่เรียกกันว่า Fatty alcohol เวลาเอามาใส่ในสูตรครีม ก็จะให้ผลเพิ่มความคงตัวให้ผลิตภัณฑ์ เพิ่มเนื้อให้ครีม และสามารถเคลือบบนผิวให้ผลในด้านของความชุ่มชื้น และสัมผัสนุ่มผิว ที่เรียกว่าเป็น Emollient effect ได้ค่ะ

ตัวอย่าง Fatty alcohol เช่น Cetyl alcohol, Stearyl alcohol, Cetearyl alcohol, Behenyl alcohol

ส่วน กลุ่มที่ 3 จะเป็นกลุ่ม Alcohol อื่นๆ มักจะเป็นพวกสารที่มีกลิ่นหอม เช่น Benzyl alcohol เจอในมะลิ Phenethyl alcohol เจอในกุหลาบ

พวกนี้ก็ไม่ได้ทำให้ผิวแห้งเหมือนกัน มีประโยชน์ใช้เป็นสารกันเสียทางเลือกในตำรับเครื่องสำอางได้ค่ะ

จะเห็นว่า Alcohol ดีๆและมีประโยชน์ก็มีนะคะ

ด้วยรัก

xoxo

หญิงมี่

Image

มาช้าดีกว่าไม่มา–รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมน้ำตบข้าวหมักเกาหลีที่ชอนซงอีใช้ในเรื่อง You who came from the star กับ Hanyul rice essential skin softener

อู๊ย ชื่อ Blog จะยาวไปไหน

สวัสดีค่ะ วันนี้มี่มีรีวิวน้ำตบข้าวหมักเกาหลีที่นางเอก ชอนซงอีใช้ในเรื่อง you who came from the star ให้ชมกันนะคะ

มาช้าซะแบบว่าซีรี่ส์จบนานจนลืมเรื่องราวหมดแล้ว แต่ก็ดีกว่าไม่มานะเออ

เอารูปจากซีรี่ส์มาโชว์เรียกความจำกันซักหน่อย

1-2.jpg

(Image from: kpoptown.com)

 

ขวดนี้ราคาจะแอบแรงนิดนึงนะคะ อยู่ที่ 35000 วอน (ประมาณ 1050 บาท) ที่เกาหลีจะมีวางในร้าน Aritaum ที่จำหน่ายสินค้าจากบ.ในเครือ Amorepacific ค่ะ

จริงๆมี่ซื้อมาตั้งแต่ปีที่แล้วละค่ะ แต่พึ่งได้ฤกษ์เปิดใช้ จะไม่รีวิวก็ไม่ได้ เห็นแบบนี้ขึ้นแท่นลูกรักบ้านมียอนปีนี้เลยทีเดียว

han 1

เป็นขวดรุ่นเก่าค่ะ ถ้าเป็นรุ่นใหม่จะปรับขวดเป็นสีชมพูแบบนี้ค่ะ

c_a04

(Image from Hanyul)

นางได้รางวัลสายเกาเยอะอยู่นะเออ

เนื้อน้ำตบเป็นแบบหนืดๆเล็กน้อยค่ะ

han 4

 

กลิ่นโสมชัดมาก จริงๆมี่ไม่ชอบกลิ่นโสมนะคะ แรกเริ่มเดิมทีที่ซื้อมาก็แอบคิดว่า จะใช้ได้ไหม แต่เอาเข้าจริงๆกลับใช้ได้ และชอบมาก

นางจะเกลี่ยง่ายหน่อย และเคลือบผิวนิดๆ แต่แอลกอฮอล์แอบเยอะนะคะ ใครไม่ถูกกับแอลกอฮอล์ควรทดสอบก่อน

han 5

ส่วนตัวมี่ใช้แล้วไม่ได้มีปัญหาอะไรค่ะ รู้สึกว่าผิวเนียนละเอียดขึ้นมากกกกกกก เตรียมมอบมงลูกรักปี 2017 ให้เลย

วัดค่า pH ซักหน่อยพอเป็นพิธี

han 6

อยู่ที่ราวๆ 5 ก็ใกล้เคียงกับผิวดีค่ะ

 

มาดูส่วนผสมกันบ้าง

สผส hanyul

ส่วนผสมจะเห็นว่ามี alcohol มาเป็นอันดับ 2 เลย และแน่นอนว่าขนาดมี่ไม่ใช่เจนก็สัมผัสได้ว่า แอลแรงจริงๆ

สารบำรุงมี่แทนด้วยสีฟ้าค่ะ ดูกันเรียงตัวไปเลยละกันนะคะ

  • Niacinamide หรือ วิตามินบี 3 มีบทบาทหลายๆอย่าง ทั้งในเรื่องการเป็น Whitening ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ ลดการอักเสบ เพิ่มการไหลเวียนเลือด กระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า (Int J Cosmet Sci 2005; 27:255–261)
  • Monascus/Rice ferment อันนี้น่าจะเป็นนางเอกของขวดนี้ คือข้าวหมักราแดง หรือเรียกว่าข้าวแดงนั่นเองค่ะ เชื้อ Monascus เป็นยีสต์ชนิดหนึ่ง มีชื่อสามัญว่า Red Yeast ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารจีนหลายๆอย่าง มีประโยชน์หลายๆอย่างต่อสุขภาพ มีการวิจัยระบุว่าการหมักด้วยเชื้อ Monascus ทำให้ฤทธิ์ Antioxidant และ Cytoprotective (ปกป้องเซลล์) เพิ่มสูงขึ้น (J Biosci Bioeng. 2013; 115(4):418-23.) แต่ไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบโดยการทาผิว สำหรับในข้าวมีพฤกษเคมีหลายๆชนิด เมื่อหมักแล้วก็จะทำให้เกิดกระบวนการที่เรียกว่า Bioconversion ที่ไปย่อยพฤกษเคมีให้มีโมเลกุลเล็กลง ทำให้สารซึมเข้าผิวและออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น
  • Lactobacillus/soybean ferment extract ในถั่วเหลืองมีพวก Glycoside ของ Flavonoid ที่มีฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเพศหญิง (Phytoestrogen) เมื่อหมักด้วยจุลินทรีย์ จะทำให้พวก Glycoside โดนย่อย เหลือเพียง Flavonoid ตัวเล็กๆ (ชื่อทางพฤกษเคมีว่า Aglycone) จึงมีฤทธิ์ที่ดีกว่าการใช้สารสกัดธรรมดา สำหรับฤทธิ์ของ Flavonoid นี้ก็คือ ต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มความหนาของชั้นผิวหนัง และเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว แต่การหมักด้วย Lactobacillus จะได้ผลิตภัณฑ์เป็น Lactic acid เสมอ ซึ่งทำหน้าที่เป็น AHA ถ้ามีมากเกินไปอาจจะให้ผลในการผลัดเซลล์ผิวได้ด้วย
  • Saccharomyces/Barley seed ferment filtrate เป็นข้าวบาร์เล่ย์หมัก อันนี้ไม่แน่ใจว่าน่าจะเด่นเรื่องชุ่มชื้นเป็นหลัก
  • Sodium hyaluronate มีบทบาทเกี่ยวกับเรื่องความชุ่มชื้น และการเพิ่มความยืดหยุ่นของผิว
  • สารสกัดจาก Angelica acutiloba root มีรายงานเกี่ยวกับฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกันจากสารประกอบ Polysaccharide ที่พบในราก (Immunology. 1982; 47(1):75-83.)
  • สารสกัดจาก Cnidium officinale (ยาจีนชนิดหนึ่ง) มีรายงานว่าเป็น Antioxidant ที่ดี (Pharmacogn Mag. 2010; 6(24): 323–) ข้อมูลจากผู้ผลิตบอกว่า สารสกัดนี้สามารถปกป้องเซลล์ผิวไม่ให้ถูกทำลายจากรังสี UV ได้
  • สารสกัดจากถั่วเหลือง ปกติในถั่วเหลืองมีสารกลุ่ม Flavonoid ที่ให้ผลเป็น Phytoestrogen ออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเพศหญิง ช่วยให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น หนาตัวและเรียบเนียนขึ้น
  • สารสกัดจาก Cocoa ซึ่งมีสารในกลุ่ม Theobromine ให้ผลคล้ายๆ Caffeine คือช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือด
  • Adenosine Claim กันว่าเป็นองค์ประกอบของสารให้พลังงานของเซลล์ที่ชื่อ ATP ก็จะช่วยประสานการทำงานต่างๆของเซลล์ เพิ่มพลังให้เซลล์ ซึ่งถ้าอิงจากฐานข้อมูลงานวิจัยมีกล่าวถึงผลเกี่ยวกับการลดริ้วรอย (J Cosmet Sci. 2007; 58(2):147-55.)

 

โดยรวมก็ได้หลายด้านเหมือนกันเนอะ ไม่ว่าจะเป็นชะลอวัย ลดริ้วรอย ชุ่มชื้น และก็ Whitening

มาให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ

  1. ส่วนผสม เรียกได้ว่ามีสารบำรุงอยู่หลายตัวเหมือนกัน มีประโยชน์โดยรวมในการชะลอวัย ลดริ้วรอย ชุ่มชื้น และก็ Whitening ก็ถือว่าให้ผลหลายอย่างนะคะ แต่จุดที่ต้องติคือ alcohol ที่ดูเหมือนจะแรงไปหน่อย ขอให้ 4 ฟลาสก์ค่ะ
  2. การใช้งาน ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบน้ำตบตัวนี้นะคะ ไม่ได้หวังว่าใช้แล้วจะสวยแบบซุปตาร์ แต่ก็ใช้แล้วรู้สึกผิวเนียนนุ่มจริงอะไรจริงค่ะ นอกจากเรื่องนุ่มก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษ แต่แค่ผิวเรานุ่มเราก็สบายใจแล้วหล่ะ ขอให้ 5 ฟลาสก์

คะแนน han

สำหรับวันนี้ก็มีแค่นี้ พบกันใหม่โอกาสถัดไปนะคะ สวัสดีค่ะ

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม Gel-cream จากสารสกัดน้ำยางพารามา Nuceara Beauty several effects facial youthful radiant cream

สวัสดีค่ะ

ยางพารานี่เป็นเสมือนพืชมหัศจรรย์เลยนะคะ ราคาน้ำยางดิบตกต่ำ ก็ยังมีการค้นคว้าวิจัยเอามาสกัดทำเครื่องสำอางได้อีก

ว่าแล้ววันนี้มี่ก็มีรีวิวเจลครีม “Gel-cream” จากสารสกัดน้ำยางพารามาฝากกันค่ะ

กับ Nuceara Beauty several effects facial youthful radiant cream ค่ะ

nu 1

ตัวกล่องจะเป็นเงาๆแบบเมทัลลิคค่ะ ดูสวยหรูไปอีกแบบ

 

เปิดมาครั้งแรกจะเจอกับคำว่า “Miratier experience”

nu 2

เอ๊ะ Miratier คืออะไร

Miratier ก็คือ ชื่อทางการค้า (ยี่ห้อ) ของสารสกัดจากเซรั่ม (น้ำใสที่อยู่ในน้ำยาง) ของยางพารา ที่ผ่านการค้นคว้าวิจัยมามากมาย และที่สำคัญ คือ เป็นวัตถุดิบฝีมือคนไทยด้วยนะคะ

เซรั่มของน้ำยางพารานี้ประกอบด้วยคุณสมบัติที่ดีกับผิวหนังหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น

  • ด้าน Whitening เพราะมีส่วนประกอบของ Protease inhibitor ที่ช่วยยับยั้งการส่งผ่านของเมลานินที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ออกมาเห็นเป็นสีผิว
  • กรดอินทรีย์ทั้ง AHA และ BHA ที่ช่วยเรื่องการผลัดผิว ลดการอักเสบ ลดการอุดตัน
  • กลุ่มของน้ำตาล และกรดอะมิโน ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว
  • แร่ธาตุ Zinc ที่มีประโยชน์เรื่องควบคุมความมัน กระชับรูขุมขน
  • สารประกอบเชิงซ้อนของ Zinc กับกรดอะมิโนต่างๆ เช่น Zinc-aspartate ที่ให้ผลดีเกี่ยวกับด้านสิว
  • เบต้ากลูแคน ที่ช่วยเรื่องภูมิคุ้มกัน และเพิ่มความชุ่มชื้นในผิว

 

เกริ่นไปซะยืดยาว เปิดฝากล่องออกด้านในจะพบกับกระปุกครีมค่ะ

nu 3

ตัวกระปุก เป็นกระปุกสีครีม ฝาสีเงิน

 

เนื้อครีมด้านในจะมีสีครีม เนื้อจะดูหยุ่นๆแบบเจล แต่ลักษณะปรากฏจะเป็นสีน้ำนมแบบครีม เลยมีชื่อเรียกว่า Gel-cream

nu 4

ตัวเจลเนื้อบางเบา ซึมไว แห้งไว ไม่เหนอะหนะ

 

nu new 1.jpg

มีกลิ่นหอม ทาแล้วทิ้งไว้ซักพักเราจะรู้สึกตึงๆ อารมณ์แบบประคบเย็นแล้วรูขุมขนกระชับ

nu new 2.jpg

วัดค่า pH กันซักหน่อย

nu 7

อยู่ที่ราวๆ 5 ซึ่งใกล้เคียงกับผิวดีนะคะ

 

 

มาดูส่วนผสมบ้างดีกว่าค่ะ

สผส nuceara

ครีมตัวนี้ทางแบรนด์ Claim เรื่องส่วนประกอบที่ช่วยเสริมความกระจ่างใสให้ผิว ที่ทำงานได้ถึง 5 ระดับของวงจรการเกิดเมลานิน ลดการสร้างเมลานิน เพื่อทำให้รอยดำจางลงอย่างรวดเร็ว ด้วยสารสกัดจากสมุนไพร 5 ชนิด จัดการกับ 5 ระดับกระบวนการผลิตสีผิวที่ผิดปกติ

  • หยุดการเกิด เมลานินขั้นที่ 1 : ป้องกันไม่ให้เซลล์ผิวส่งสัญญาณไปเพื่อผลิตเมลานิน ด้วยสารสกัดธรรมชาติ Scutellaria
  • หยุดการเกิด เมลานินขั้นที่ 2 :ลดการกระตุ้นการผลิตเมลานิน ด้วยสารสกัดธรรมชาติ Licorice Flavonoid
  • หยุดการเกิด เมลานินขั้นที่ 3: ขัดขวางการออกฤทธิ์ของเอนไซน์ทีใช้ผลิตเมลานิน ด้วยสารสกัดธรรมชาติ Mulberry extract
  • หยุดการเกิด เมลานินขั้นที่ 4 : ยับยั้งการส่งเมลานินไปยังเซลล์ผิว ด้วยสารสกัดธรรมชาติ Artemisia Capillaris
  • หยุดการเกิด เมลานินขั้นที่ 5 : ช่วยกระตุ้นการผลัดผิวและสลัดเมลานินออกไป ด้วยสารสกัด ธรรมชาติ Jujube

เดี๋ยวลองมาดูส่วนผสมกันดีกว่าค่ะ

 

ในส่วนของสารบำรุงมี่ทำไว้ 3 สีค่ะ สีน้ำตาล คือ พระเอกของครีมตัวนี้ คือ สารสกัดจากเซรั่มน้ำยางพารา หรือ Miratier ที่มี่ได้เล่าให้ฟังในด้านบนนั่นเอง

สีเขียว Xylitylglucoside, Anhydroxylitol และ Xylitol เป็นวัตถุดิบที่นำเข้าจากฝรั่งเศส ผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่าให้ผลช่วยให้ผิวแข็งแรง เพิ่มการเก็บกักน้ำให้ผิว เพิ่มการสร้าง Hyaluron และไขมันที่เป็น Barrier ตามธรรมชาติของผิว

 

สีฟ้าเป็นกลุ่มของสารบำรุงเช่นกันค่ะ นอกจากสารบำรุงตาม 5 Step ที่ได้เล่าไว้ในด้านบนแล้วก็ยังมี

  • Lactobacillus/Nelumbo Nucifera Seed Ferment Filtrate ตัวนี้เป็นสารสกัดที่ได้จากการหมักเมล็ดบัวของญี่ปุ่น หรือ Byakuren อันนี้มี Story ค่ะ ว่ากันว่า ดร.โอกะ ได้ค้นพบเมล็ดบัวในจังหวัดชิบะ อายุ 2000 ปี และเมื่อนำมาเพาะแล้วยังสามารถเติบโต ผลิบานได้อยู่ ทำให้เมล็ดบัวจึงเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตจากธรรมชาติ ปกติเวลาหมักจุลินทรีย์จะย่อยสลายสารองค์ประกอบในเม็ดบัวให้มีขนาดเล็กลง สารเหล่านี้จึงซึมเข้าผิวได้ง่ายขึ้น และออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น
    สารสกัดนี้ผู้ผลิตเคลมว่ามีบทบาทเกี่ยวกับการชะลอวัย ลดริ้วรอย ช่วยปรับตาข่ายผิวให้ดูเรียบเนียนเหมือนวัยสาว ช่วยให้ผิวชั้นนอกแข็งแรง และประกอบด้วย Lactic acid จากธรรมชาติช่วยส่งเสริมการผลัดผิวออก ให้ผิวเรียบเนียนขึ้น
  • Tetrasodium Tetracarboxymethyl Naringeninchalcone วัตถุดิบของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นสารที่ดัดแปลงมาจากพืชตระกูลส้ม มีคุณสมบัติลดการอักเสบระคายเคือง เป็น Antioxidant และช่วยให้หลอดเลือดฝอยแข็งแรง

ตัว Tetrasodium Tetracarboxymethyl Naringeninchalcone นี้ทางแบรนด์มี Concept เกี่ยวกับ การช่วยลดผิวหมองคล้ำจากโทนแดง ที่เป็นโทนผิวหมองคล้ำระหว่างวัน ที่จะหมองคล้ำขึ้นเมื่ออากาศร้อน หรือช่วงเที่ยงของวัน ใครที่ออกแดดเดินไปเดินมาแล้วแก้มแดงๆ หน้าแดงๆ หรือรู้สึกรองพื้นดูหมองๆ ตัวนี้จะเพอร์เฟคมาก

ในส่วนของเบสหรือเนื้อผลิตภัณฑ์ดูคล้ายกับเบสแบบ Gel เพราะมีส่วนผสมของสารก่อเจล และมีส่วนผสมของสารน้ำมันสังเคราะห์อย่าง Isononyl isononanoate ที่มีความเบา ไม่เหนอะหนะ

 

มาให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ

  1. ส่วนผสม: ในส่วนของสารบำรุงนั้นค่อนข้างมาเต็ม เพราะนอกจากเซรั่มน้ำยางพาราสารพัดประโยชน์แล้ว ยังเสริมมาด้วยส่วนผสมที่เป็น Whitening ที่ออกฤทธิ์เสริมกันได้เป็นอย่างดี ครอบคลุมแทบจะทุกขั้นตอนของการสร้างเม็ดสีผิว และยังมีสารที่ให้ผลเกี่ยวกับความแดงอีก สารบำรุงนอกจากเซรั่มน้ำยางพารา Miratier ของคนไทยแล้ว ก็ยังมีทั้งนำเข้าจากญี่ปุ่น สวิตเซอร์แลนด์ และฝรั่งเศสถ้าไม่ให้คะแนนเต็ม 5 ฟลาสก์ ก็คงจะไม่ได้
  2. การใช้งาน เจลครีมตัวนี้น่าจะเหมาะกับทุกสภาพผิว ใช้ตอนเช้าเป็น Primer ก่อนลงกันแดด และแต่งหน้าก็ดีค่ะ มี่รู้สึกว่ามันจะคุมมันได้หน่อยๆ แต่ก็ไม่ถึงกับแห้งจนเกินไป ในด้านของรอยแดงระหว่างวันมี่ว่าตัวนี้เวิร์คนะคะ ไม่ค่อยเห็น Concept แบบนี้เท่าไหร่ ดูมีเอกลักษณ์ดีค่ะ ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบนะคะ ให้ไป 5 ฟลาสก์

คะแนน nu

สำหรับสนนราคาของครีม Nuceara several effects facial youthful radiant cream ตอนนี้ทางแบรนด์จัดโปรอยู่ที่ราคา 450 บาท/30 ml จากราคา 690 บาท ตก 15บาท/ml ค่ะ

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Nuceara beauty ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

Facebook : https://www.facebook.com/nucearaThailand/

Line : @nuceara

 

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Nuceara การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

อัพเดทตลาดเกาหลีกับบ้านมียอน ช่วงต้นเดือนพค 60 >> คอลเลคชั่น Bono Bono จาก A’pieu กับ Simpsons จาก The face shop

นั่งทำงานมากไปก็เลยเบื่อ เลยไปส่องเวบเกาหลีให้หายเบื่อ บังเอิญไปเจอคอลเลคชั่นใหม่ๆจากแบรนด์ A’pieu กับ The face shop เลยเอามาอวดยั่วเงินในกระเป๋ากันค่ะ

สงครามคาแรคเตอร์ยังไม่จบค่ะ หลังจากแผ่วมาซักพัก ทาง The face shop ก็ออกคอลเลคชั่น Trolls ออกมาต้าน แบรนด์อื่นๆก็เลยเริ่มปล่อยของกันมาบ้าง

เริ่มประเดิมด้วยคอลเลคชั่น Bono Bono ของ A’pieu ค่ะ

bono 2.jpg

(Image from A’pieu)

Bono Bono นี่เป็นการ์ตูนของทางญี่ปุ่นนะคะ ในบ้านเราน่าจะยังไม่ค่อยรู้จักเท่าไหร่ ส่วนตัวมี่ว่าน่ารักดีค่ะ

(รายละเอียดการ์ตูน >>wikipedia)

ในหน้าเวบไซต์ของ A’pieu ก็จะมีคลิปน่ารักๆ เอา product แต่ละตัวมาอวดกัน

คอลเลคชั่นนี้ก็จะมี product อยู่ประมาณนี้ค่ะ

bono 3.jpg

(Image from A’pieu)

เปิดมาด้วยบลัชเนื้อครีมลายมุ้งมิ้ง

20170428175035_avufette

(Image from A’pieu)

Cream Tint ในหลอดดีไซน์รูปตัวเอกจากซีรี่ส์ Bono Bono

20170428175034_eickiplg

(Image from A’pieu)

Lip pencil ดีไซน์น่ารักๆ

20170428175034_amlkcqzw

(Image from A’pieu)

และปิดคอลเลคชั่นด้วย Eyeshadow palette ค่ะ

20170428175034_okkzcrhy

(Image from A’pieu)

ตัว Palette มีสีโทนน้ำตาล-ส้ม ที่ใช้เป็น Everyday look ได้เลยค่ะ

ราคานั้นก็เปิดมาไม่ได้โหดมาก และแน่นอนว่า ร้านพรีร้านหิ้วก็จะต้องฟันกำไรกันจนหัวหลุด

ราคา 1ราคา 2ราคา 3

ราคาแต่ละตัวตามรูปเลยค่า 🙂

  • Cream Tint 6000 วอน (ประมาณ 180 บาท)
  • Lip pencil 5800 วอน (ประมาณ 174 บาท)
  • Cream blush 4500 วอน (ประมาณ 135 บาท)
  • อายชาโดว์พาเลตต์ 18000 วอน (ประมาณ 540 บาท) << อันนี้แอบราคาแรง

 

ส่วนทางแบรนด์ Thefaceshop ก็จัดคอลเลคชั่น Simpsons มาได้ไม่น้อยหน้ากันเลยค่ะ

simpson

(Image from The face shop)

คอลเลคชั่นนี้มี่เห็นบนไอจีของแบรนด์ได้ซักพักแล้วค่ะ

(Image from The face shop)

คอลเลคชั่นนี้ส่วนมากดูเหมือนจะเน้นไปที่กันแดดค่ะ

มีมาสค์หน้าลายตัวละครของ The simpsons ด้วย

mask 1mask 2mask 3

(Image from The face shop)

ตอนเข้าไปในเวบของแบรนด์ก็เจอคูชั่นคอลเลคชั่นของ Kung Fu panda ด้วยค่ะ ไม่รู้มีมานานหรือยัง

ะดห

(Image from The face shop)

สำหรับวันนี้ก็มายั่วน้ำลายแต่เพียงเท่านี้ค่ะ  พบกันใหม่โอกาสถัดไปนะคะ สวัสดีค่ะ

Disclaimers: Images are from A’pieu and TheFaceShop Korea official website.

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมน้ำตบวิตามินบี3 บี5 สุดเลอค่าจากแบรนด์ Naturalist กับ Duo B Hydrabright essence

สวัสดีค่ะ

วันก่อนมี่ได้อัพรีวิวโทนเนอร์ BHA จากแบรนด์ Naturalist ไป (เผื่อใครอยากตาม <<<จิ้ม>>> ได้เลยค่า) แล้วทิ้งท้ายไว้ว่า ถ้าเราใช้ตัว BHA ร่วมกับโทนเนอร์วิตามินบี จะสามารถแบ่งหยดอย่างละครึ่งสำลีแล้วเช็ดไปพร้อมๆกันได้เลย

วันนี้เลยจะมาต่อกันที่ตัวโทนเนอร์วิตามินบีที่ว่าค่ะ

ชื่อเต็มๆก็คือ Duo B Hydrabright essence ค่ะ

หน้าตาเป็นแบบนี้นะคะ

b 1

มาในขวดคล้ายๆกับ BHA ดีไซน์ดูหรูหราและอินเตอร์เช่นกันค่ะ ก็ยังคงบอกเค้าไปว่าชั้นชอบดีไซน์แพคเกจเค้า (ขอใช้ภาษาวิบัติเพื่ออรรถรสในการอ่าน)

จุดเด่นของเจ้าเอสเซนส์ Duo B ตัวนี้คือ ใช้วิตามิน B 2 ชนิด คือ Vitamin B3 + B5 รวมกันถึง 15% จึงช่วยบำรุงผิวได้ดี

จุดสำคัญอีกจุดคือ ทางแบรนด์ Claim ว่าเลือกใช้ B3 หรือ Niacinamide เกรด USP ตามเภสัชตำรับอเมริกาเลยทีเดียว ถ้าพูดง่ายๆคือ มีความบริสุทธิ์ระดับยา ที่จะมากกว่าเกรดเครื่องสำอางทั่วไป และมีความปลอดภัย ประสิทธิภาพในการใช้งานมากขึ้น

แค่นั้นยังไม่พอยังเสริมมาด้วยส่วนผสมบำรุงผิวอีกหลายๆตัวเลย เดี๋ยวเรามาต่อกันอีกทีในช่วงวิเคราะห์ส่วนผสมนะคะ

ก่อนหน้านั้นมาดูเนื้อสัมผัสของเอสเซนส์ตัวนี้กันค่ะ

b 2

เป็นเอสเซนส์แบบน้ำใส ไม่มีสี ไม่มีน้ำหอมเลยจะได้กลิ่นจางๆของส่วนผสม

ตัวนี้วิธีใช้ข้างขวดคือ หยดลงบนฝ่ามือ แล้วตบเบาๆบนใบหน้า เหมือนอารมณ์น้ำตบค่ะ

แต่ถ้ามี BHA ด้วย เอามาใส่สำลีคู่กันเลยค่ะ อย่างละครึ่งแผ่น แล้วเช็ดไปพร้อมกัน มันจะดีงามมาก

เกลี่ยง่าย ซึมผิวไวมาก ให้สัมผัสนุ่มนวลผิว ไม่แห้งตึง แต่ก็ไม่ถึงกับเหนอะหนะ

b 3

วัด pH กันซักหน่อยค่ะ

b 4

pH อยู่ที่ราวๆ 5 ซึ่งใกล้เคียงกับผิวดีค่ะ

ถึงคิวของส่วนผสมบ้างนะคะ

สผส b

ที่ส่วนผสมจะมีส่วนของสีฟ้ากับสีเขียวค่ะ

สีฟ้า คือ Isopentyldiol ที่มีประโยชน์เป็นสารที่ช่วยเพิ่มการดูดซึมสารอื่นๆเข้าผิวค่ะ (มีชื่อเรียกแบบสวยๆว่า Percutaneous absorption enhancer)

ส่วนสีเขียวคือสารบำรุงค่ะ มากันแบบตัวแม่เลย

  • เริ่มต้นกันมาที่ Niacinamide ตัวนี้จัดมาเต็ม 10% เลยทีเดียว มีงานวิจัยรองรับถึงประโยชน์เยอะมากจริงอะไรจริง เรียกได้ว่าเกือบจะครอบจักรวาล
    1. Whitening: ช่วยยับยั้งการส่งผานของเม็ดสีผิวที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ส่งผ่านมาด้านบน เลยไม่เห็นเป็นสีผิว ทำให้ผิวขาวกระจ่างใสมากขึ้น
    2. ลดการเกิดสิว: มีการทดสอบเชิงคลินิกพบว่า Niacinamide ที่ความเข้มข้น 4% มีประสิทธิภาพเทียบเท่า Clindamycin ในการรักษาสิว (Int J Dermatol. 2013;52(8):999-1004.) และยังช่วยลดความมันบนใบหน้า
    3. ชะลอวัย: ช่วยให้ผิวละเอียด กระชับรูขุมขน และละเอียดมากขึ้น ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ
    4. ผิวแข็งแรง: ช่วยเสริมสร้างไขมัน Ceramide และ Hyaluronic Acid ในผิวหนัง
  • Acetyl glucosamine จัดหนักมาที่ 4% ตัวนี้เป็นเสมือนคู่หูคู่ขวัญกับบี 3 เพราะส่งเสริมกันและกันไม่ว่าจะเป็นในด้านริ้วรอย และ Whitening สารตัวนี้ยังเป็นส่วนประกอบในการสังเคราะห์ Hyaluronic Acid ของผิวหนัง และช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นได้
  • ต่อมาคือโปรวิตามินบี 5 หรือ Panthenol ที่จัดมา 1% ซึ่งมีบทบาทในการเพิ่มการชุ่มชื้นและลดการอักเสบของผิว
  • Telmesteine เป็นสารที่มีคุณสมบัติเด่นอยู่ 2 ด้าน คือ
    • ด้านลดริ้วรอย: สารนี้ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่ไปย่อยสลายคอลลาเจนในชั้นผิว และเป็น Antioxidant
    • ด้านลดการอักเสบ และระคายเคือง
  • Raspberry ketone เป็น Whitening ได้โดยไปยับยั้งเอนไซม์ที่สร้างเม็ดสี (Int J Mol Sci. 2011;12(8):4819-35.) ข้อมูลจากทางแบรนด์บอกว่ามีผลต้านอนุมูลอิสระ ชะลอวัย นอกจากนี้มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อจึงให้ผลปกป้องผลิตภัณฑ์จากเชื้อ

โดยรวมจึงจะเห็นได้ว่า Duo B เอสเซนส์นี้มีวิตามินที่เข้มข้นมาก (รวมกันถึง 15%) ซึ่งมีประโยชน์มากมายกับผิว ไม่ว่าจะเป็น Whitening ลดการเกิดสิว ซึ่งกลไกของ Niacinamide นั้นไม่ได้เหมือนกับยาปฏิชีวนะหรือ Antibiotic ที่เราใช้กันทั่วไป อย่าง Clindamycin หรือ Erythromycin ดังนั้นมี่จึงไม่แปลกใจเลยค่ะที่ทางแบรนด์ Claim เรื่องตัว Duo B นี้ ว่าใช้ได้กับสิวทุกประเภท รวมทั้งสิวที่เกิดจากเชื้อดื้อยา เพราะเราใช้ยาปฏิชีวนะแบบไม่ถูกวิธี ใครเป็นสิวบ่อยๆ ทาอะไรไม่หายซักที ตัวนี้น่าจะตอบโจทย์ค่ะ นอกจากนี้ Niacinamide ก็ยังมีส่วนช่วยในการชะลอวัยลดริ้วรอย เพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบระคายเคือง และให้เรารู้สึกสบายผิว

มาให้คะแนนดีกว่านะคะ

  1. ส่วนผสม ถึงแม้จะดูเรียบง่าย แต่ก็อัดแน่นด้วยคุณประโยชน์มากมายหลายด้านตามที่ได้เล่าให้ฟังในด้านบน และยังไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว รับไปเลยค่ะจากความครอบจักรวาลนี้ 5 ฟลาสก์เต็มๆ
  2. การใช้งาน ส่วนตัวมี่พึ่งมาเริ่มใช้หลังจาก BHA ของแบรนด์ประมาณ 1 สัปดาห์ ตัวนี้มี่ใช้ทั้งเช้าและเย็นค่ะ ใช้แบบน้ำตบ พอใช้ร่วมกับ BHA ในตอนกลางคืน เลยมาลองใช้พร้อมกัน หยดแล้วเช็ดทีเดียวเลย ประหยัดทั้งเวลา และยังช่วยลดการแห้งจาก BHA ด้วยค่ะ หน้านุ่มฟูมากขึ้น และรอยด่างดำก็ดูกลืนไปกับสีผิวค่ะ รับไป 5 ฟลาสก์เช่นกัน

คะแนน b

ตัวนี้ทางแบรนด์จัดโปรเปิดตัวถึงสิ้นเดือนนี้ ราคาจะอยู่ที่ 1290 บาท/100 ml จากราคาปกติ 1890 ตกเป็น 12.9 บาท/ml ค่ะ

สุดท้ายนี้ขอบคุณทางแบรนด์ Naturalist ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามกับทางแบรนด์ได้โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/NaturalistTH/

LINE : @naturalist.th

Discliamer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Naturalist beauty การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

[Ingredient spotlight] นวัตกรรมใหม่ทางเครื่องสำอาง กับ Exoskin ที่ออกฤทธิ์ Anti-aging ได้อย่างล้ำลึก

สวัสดีค่ะ

คืนนี้มี่มีส่วนผสมนวัตกรรมใหม่ๆทางเครื่องสำอางมาเล่าสู่กันฟังค่ะ

วันนี้เป็นเรื่องของส่วนผสมที่ให้ผลด้าน Anti-aging ค่ะ

ส่วนผสมวันนี้มีชื่อทางการค้า (ยี่ห้อ) ว่า Exoskin เป็นวัตถุดิบของบริษัท Biocosmethic ประเทศฝรั่งเศสค่ะ

exo 1

สารนี้มีชื่อกลางในทางเครื่องสำอาง (INCI name) ว่า macadamia integrifolia seed oil (and) sea silt extract

เป็นสารสกัดจากตะกอนทะเลในเบสที่เป็นน้ำมันแมคคาเดเมียค่ะ

exo 3

(Image from: Biocosmethic)

ทางบริษัทก็มีการ Claim ว่าได้จากน้ำทะเลบริสุทธิ์แถวกัวเตมาลา

เจ้าตะกอนทะเลนี่ทำอะไรได้บ้างนะ ???

ว่ากันว่า สารสกัดจากตะกอนทะเลนี้สามารถกระตุ้นให้เซลล์ผิวเราสร้างตัวส่งสัญญาณที่มีชื่อว่า Exosome ออกมาค่ะ

exo 2

(Image from: Biocosmethic)

Exosome นี้ทำหน้าที่เป็นเสมือน Messenger นำข้อความจากชั้นหนังกำพร้า หรือ Epidermis ออกมายังหนังแท้ หรือ Dermis ค่ะ

Messenger ตัวนี้จะไปกระตุ้นให้เซลล์บางชนิดทำงานและสร้างสารบางชนิดออกมาได้ค่ะ ตัวอย่างเช่น ไปกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ให้สร้างคอลลาเจนออกมา ผิวก็จะยืดหยุ่นมากขึ้น

ทางบริษัทก็ไม่ได้กล่าวลอยๆ นางมีการทดสอบทั้งในระดับหลอดทดลอง และ ในอาสาสมัครค่ะ

  • การทดสอบในระดับหลอดทดลอง
  1. –การทดสอบประสิทธิภาพในการลดการอักเสบที่ชั้นหนังกำพร้า
  2. –การทดสอบประสิทธิภาพในการฟื้นฟูปราการของผิว
  3. –การทดสอบการติดต่อสื่อสารระหว่างชั้นหนังกำพร้าและหนังแท้
  4. –การทดสอบยืนยันว่าเซลล์ Fibroblast ได้รับข้อความจาก Exosome
  • การทดสอบเชิงคลินิกในอาสาสมัคร

พบว่าโดยรวมแล้วตัวตะกอนทะเล หรือ Exoskin มีคุณสมบัติที่โดดเด่นหลายด้านเลยค่ะ

exo 5

(Image from: Biocosmethic)

  • ลดการอักเสบ โดยไปมีผลยับยั้ง NF-kB และ TNF-α ซึ่งจะนำไปสู่ความชรา และความแก่ก่อนวัย ที่เรียกว่า Inflam’aging
  • เพิ่มความแข็งแรงของ Barrier ผิว โดยไปเพิ่มความแข็งแรงให้กับเซลล์ผิวชั้นนอก (หรือ Corneocyte)
  • เพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจน อิลาสติน และ ไฟบริลิน ออกมามากขึ้น ผิวจึงแน่นฟูและกระชับขึ้น

ในการทดสอบระดับอาสาสมัคร โดยให้อาสาสมัครทาครีมที่มี Exoskin ในความเข้มข้น 1.5% เป็นเวลา 56 วัน ทาแค่ครึ่งหน้า เทียบกับครีมเปล่าๆที่ไม่มี Exoskin พบว่า อาสาสมัครมีผิวที่เรียบขึ้น

exo 6

(Image from: Biocosmethic)

มีการแจกแบบสอบถามให้อาสาสมัครประเมินความรู้สึกต่อผิวตัวเองด้วยค่ะ

exo 7.jpg

(Image from: Biocosmethic)

  • 69% รู้สึกว่า ผิวแน่นขึ้นและยืดหยุ่นขึ้น
  • 77% รู้สึกว่า ผิวตัวเองสวยขึ้น
  • 61% รู้สึกว่า ผิวมีความกระจ่างใสมากขึ้น
  • 77% รู้สึกว่า ผิวหน้าเมื่อยามตื่นนอนดูความสดชื่นและมีชีวิตชีวา

 

ก็นับว่าเป็นวัตถุดิบตัวหนึ่งที่น่าสนใจและดูมีนวัตกรรม ดูเก๋ไก๋ ที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยรวมกลไกการออกฤทธิ์ยังมีมากกว่านี้ แต่ค่อนข้างลึกและยาก มี่เลยตัดมาแค่บางจุดที่เข้าใจง่ายเฉยๆนะคะ

วัตถุดิบตัวนี้รู้สึกว่ามีแบรนด์ซื้อไปทำแป้งพัฟแล้วด้วยค่ะ

 

และก็ตอนนี้มีบริษัทนำเข้าวัตถุดิบแล้วนะคะ โดยบริษัท JR Serve Co.,Ltd.

ซึ่งถ้าใครสนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้กับทางบริษัทโดยตรงเลยนะคะ

อีเมล์: jirat@jrserve.co.th

 

Reference:

Biocosmethique. Exoskin Technical data sheet.

 

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม Naturalist Perfect BHA clear deep exfoliating water โทนเนอร์ BHA ดีๆส่วนผสมเลอค่าฝีมือคนไทย

สวัสดีค่ะ วันนี้มี่จะมาอวดผลิตภัณฑ์ดีๆฝีมือคนไทยที่มีดีไซน์หรูหราดูอินเตอร์มาก และยังมีส่วนผสมที่ดู High class อีกค่ะ

เป็นผลิตภัณฑ์กลุ่ม Skincare ที่มี่ได้มาจากแบรนด์ Naturalist beauty นะคะ

naturalist

เห็นแพคเกจแล้วนึกว่าหอบหิ้วมาจากยุโรปเลยทีเดียว

ผลิตภัณฑ์ที่มี่ได้มามี 3 อย่างค่ะ

  • Perfect BHA clear deep exfoliating toner
  • Soybean phytogen moisture essence
  • Duo B hydrabright essence

 

วันนี้เรามาเริ่มกันที่ BHA นะคะ

ส่วนตัวมี่เองก็จะสอดแทรก BHA เอาไว้ใน Skincare regimen อยู่ เพื่อลดการอุดตัน ลดการเกิดสิว และช่วยลดการอักเสบในรูขุมขนค่ะ

หน้าตาของเจ้า Perfect BHA clear deep exfoliating water ค่ะ

BHA 1

บอกเค้าไปว่าชั้นชอบดีไซน์แพคเกจเค้า (ขอใช้ภาษาวิบัติเพื่ออรรถรสในการอ่าน)

จุดเด่นของเจ้าโทนเนอร์ตัวนี้คือ นางใช้นวัตกรรมใหม่ของ Salicylic Acid ที่เก็บกักในแคปซูล แคปซูลตัวนี้จะมีขนาดเล็ก ซึมลงไปในผิวได้ง่าย และค่อยๆแตกตัวปลดปล่อย Salicylic acid ออกมา โดยทางแบรนด์บอกว่า Salicylic acid จะค่อยๆ ปลดปล่อยออกจากแคปซูล ทาเพียงครั้งเดียวอยู่ได้ถึง 6 ชั่วโมง เลยทีเดียว
การเก็บในแคปซูลก็มีข้อดีคือ ทำให้ความระคายเคืองของ Salicylic acid ลดลง มีความอ่อนโยนเพิ่มขึ้น แต่ยังคงออกฤทธิ์ได้ดีอยู่ และการมีแคปซูลที่เป็นระบบนำส่งทำให้ตัว Salicylic acid ลงไปลึกสมชื่อ Deep exfoliating toner ของนาง

ตัวนี้ใช้คู่กับสำลีนะคะ

BHA 2

เป็นโทนเนอร์ที่ไม่มีน้ำหอม เลยจะได้กลิ่นจางๆของวัตถุดิบ ใช้ง่าย ไม่แสบ ไม่ระคายเคืองค่ะ ตัวนี้ตอนแรกมี่ใช้เช้าเย็น แต่ด้วยความที่มี่เป็นคนผิวแห้ง รู้สึกว่าผิวแห้งเลยเก็บไว้ใช้แค่ก่อนนอนค่ะ

BHA 3

เช็ดแล้วแห้งไว ไม่เหนอะหนะ และไม่ทิ้งคราบเหนียวใดๆไว้บนผิว

วัด pH ซักหน่อยเป็นพิธี

BHA 4

pH อยู่ที่ราวๆ 5 นะคะ ซึ่งก็ใกล้เคียงกับผิวดี

จุดนี้ BHA เราอยู่ในแคปซูลนะคะ pH เท่าไหร่ก็ไม่มีปัญหา

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

สผส BHA

สำหรับสารบำรุงมี่ทำสีเขียวไว้ให้นะคะ เอ๊ะ มีสีฟ้าโดดเด่นมาตัวนึง คือเจ้า Isopentyldiol ตัวนี้เป็นสารที่ช่วยเพิ่มการดูดซึมสารอื่นๆเข้าผิวค่ะ (มีชื่อเรียกแบบสวยๆว่า Percutaneous absorption enhancer)

มาดูสารบำรุงกันเรียงตัวเลยดีกว่า

  • Betaine เป็นอนุพันธ์ของกรดอะมิโนชนิดหนึ่ง มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการระคายเคือง
  • Salicylic acid ก็คือ BHA ที่เป็นพระเอกของเราในวันนี้ค่ะ ช่วยลดการอุดตันในรูขุมขน
  • Panthenol คือ โปรวิตามินบี 5 ที่จะถูกเปลี่ยนเป็นวิตามินบี 5 มีบทบาทในการเพิ่มการชุ่มชื้นและลดการอักเสบของผิว
  • สารสกัดจากเปลือก Magnolia ช่วยฆ่าเขื้อจุลินทรีย์ และช่วยลดการอักเสบและระคายเคือง
  • สารสกัดจากใบยูคาลิปตัส มีคุณสมบัติฆ่าเชื้อจุลินทรีย์เช่นกัน
  • สารสกัดจาก Sigesbeckia มีรายงานเกี่ยวกับคุณสมบัติในการต้านการอักเสบ (J Ethnopharmacol. 2011; 11;137(3))
  • Allantoin ลดการระคายเคือง
  • Raspberry ketone เป็น Whitening ได้โดยไปยับยั้งเอนไซม์ที่สร้างเม็ดสี (Int J Mol Sci. 2011;12(8):4819-35.) ข้อมูลจากทางแบรนด์บอกว่ามีผลต้านอนุมูลอิสระ ชะลอวัย นอกจากนี้มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อจึงให้ผลปกป้องผลิตภัณฑ์จากเชื้อ

อีกตัวที่ไม่ได้ทำสีไว้ แต่ก็คู่ควรแก่การกล่าวถึงคือ Hexamidine diisethionate ตัวนี้ก็เป็นสารฆ่าเชื้อเช่นกัน

โดยรวมจึงเห็นว่านอกจากพระเอกอย่าง BHA แล้ว ยังมีเหล่าบรรดานักแสดงสมทบที่ช่วยมาเสริมกันเรื่องฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ ลดการอักเสบระคายเคือง ซึ่งจะให้ผลดีกับรอยแดงสิว และ Whitening จาก Raspberry ketone ที่จะช่วยเรื่องรอยดำสิวได้ไปพร้อมๆกัน

ขอเชิญคะแนนเลยนะคะ เนื่องจากวันนี้ส่วนผสมเรามีไม่มาก เลยขอแบ่งเป็นคะแนนส่วนผสม กับ คะแนนการใช้งานค่ะ

  1. ส่วนผสม จัดหนักจัดเต็ม มีประโยชน์ต่อผิวได้ครอบคลุมทุกปัญหาสิวเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นสิวอุดตัน สิวอักเสบ รวมไปถึงรอยแดง รอยดำ และไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว รับไปเลยค่ะ 5 ฟลาสก์
  2. การใช้งาน ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบที่ตัวดีไซน์ของเขานะคะ เนื้อในก็ดีไม่แพ้กัน ใช้ง่าย ใช้ซ้อนกับโทนเนอร์อื่นก็ได้ อย่างตัวมี่จะใช้ตัวนี้คู่กับตัว Duo B ที่จะมารีวิวครั้งหน้า ทางแบรนด์แนะนำว่าหยดใส่สำลีเดียวกัน แบ่งอย่างละครึ่งแผ่น และเช็ดทีเดียวเลยค่ะ รวดเร็วทันใจ ส่วนเรื่องความรู้สึกในการใช้งาน คือ ชอบนะ ไม่แสบผิว ไม่ร้อน ไม่วูบวาบ ช่วงแรกใช้เช้าเย็นเลยค่ะ แต่ด้วยอารมณ์ที่มี่ผิวแห้ง ก็เลยอาจรู้สึกแห้งไปหน่อย มี่เลยลดเหลือแค่ใช้กลางคืนค่ะ ใช้ลดปัญหาพวกสิวเสี้ยนกวนใจก็ดีค่ะ เอาไป 5 ฟลาสก์

คะแนน

ตัวนี้ทางแบรนด์จัดโปร ราคาจะอยู่ที่ 790 บาท/100 ml จากราคาปกติ 1290 ตกเป็น 7.9 บาท/ml ค่ะ

สุดท้ายนี้ขอบคุณทางแบรนด์ Naturalist ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามกับทางแบรนด์ได้โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/NaturalistTH/

LINE : @naturalist.th

 

Discliamer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Naturalist beauty การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมสเปรย์น้ำแร่สูตรเซรั่ม กับ Chou SkinDrink serum

สวัสดีค่ะ วันนี้มี่มีรีวิวสเปรย์น้ำแร่มาฝากกันค่ะ

เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักแบรนด์ Chou ที่ทำฟองน้ำรูปไข่ที่โด่งดังค่ะ ตอนนี้เขาทำ Skincare ออกมาหลายตัวเลย

วันนี้มี่จะขอรีวิว SkinDrink serum ซึ่งเป็นสเปรย์น้ำแร่นะคะ

หน้าตาจะมาในกล่องแบบนี้ค่ะ

chu b

พอเราเปิดกล่องมาจะแอบมีกิมมิคเล็กๆ ด้วยคำว่า “Find out your best complexion!”

chu b2

ตัวขวดมาในขวดอลูมิเนียม ซึ่งมีข้อดีคือปกป้องจากอากาศ ทำให้สารบำรุงต่างๆมีความคงตัวดี

chu b3

สเปรย์พ่นออกมาได้ละอองเล็กละเอียด

chu 1

ไม่มีกลิ่น ไม่เหนอะหนะ คืนความชุ่มชื้นให้ผิว และรู้สึกสบายผิวดีค่ะ

chu 2

ดูค่า pH กันซักหน่อยนะคะ

chu 3

อยู่ที่ราวๆ 5 – 6 ซึ่งใกล้เคียงกับผิวดีค่ะ

ในการใช้จริงจะฉีดทับเมคอัพระหว่างวันได้เลยค่ะ ไม่ทำให้เมคอัพเลอะ

พอฉีดเสร็จเอากระดาษซับเบาๆ เมคอัพจะดูสดใหม่เหมือนพึ่งแต่งหน้าเสร็จเลยค่ะ

chu makeup

เมคอัพไม่หลุดติดกระดาษเลยค่ะ

makeup 3

มารีวิวส่วนผสมต่อดีกว่าค่ะ สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้นะคะ

คะแนน chu

จากส่วนผสมก็จะตรงกับ Brand claim ค่ะ โดย Claim ว่าไม่มีส่วนผสมที่ไม่เป็นมิตรกับผิวค่ะ

  • Paraben-free
  • Colorance-free
  • Fragrance-free
  • Alcohol-free
  • Oil-free
  • DEA/TEA/MEA-free
  • Silicone-free
  • Sulfate-free
  • Lead-free
  • Hydroquinone-free
  • Triclosan-free
  • Tretionoin/retinoic acid-free
  • Steroid-free

ส่วนผสมมี่ทำสีของสารบำรุงไว้เป็นสีฟ้านะคะ

จากส่วนผสมจะเห็นว่ามีตัวบำรุงอยู่หลายตัวเหมือนกัน และไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรตาม Brand claim ค่ะ

สารบำรุงที่ใส่มาเน้นไปที่การลดการอักเสบระคายเคืองในผิว และให้ความรู้สึกสบายผิว หรือที่เรียกแบบสวยๆว่า Soothing effect ค่ะ

ว่าแต่สารบำรุงมีอะไรบ้างนะ

  • น้ำทะเล หรือ Sea water extract ที่มีรายงานกล่าวว่าลดการอักเสบในผิวได้
  • สารสกัดจากแตงกวา โดดเด่นเรื่องชุ่มชื้น และให้ความรู้สึกสบายผิว
  • วิตามินบี 3 หรือ Niacinamide ให้ผลเกี่ยวกับ Whitening, ลดการอักเสบ ช่วยผิวสร้าง barrier และ ช่วยดูแลเรื่องสิว
  • ว่านหางจระเข้ ให้ผลเรื่องชุ่มชื้น และให้ความรู้สึกสบายผิวเช่นกัน
  • Boswellia extract เป็นสารสกัดจาก Boswellia ตัวนี้ก็มีงานวิจัยรองรับว่าช่วยลดการอักเสบในผิวได้ดี (Indian J Pharm Sci. 2011;73(3): 255–)
  • สารสกัดจากบัวบก ที่เป็น antioxidant ที่ดีและให้ผลเกี่ยวกับการชะลอวัยด้วยค่ะ
  • Salicylic acid เป็น BHA ช่วยลดการอุดตันและลดการอักเสบค่ะ

มาเต็มสมชื่อ Serum จริงๆค่ะ

มาให้คะแนนกันดีกว่านะคะ

  1. ส่วนผสม จากที่เล่าให้ฟังในด้านบนเราจะเห็นว่าสารบำรุงค่อนข้างมาเต็มเลยทีเดียว หลักๆจะเน้นไปด้านชุ่มชื้นและให้ความรู้สึกสบายผิว และไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. การใช้งาน เป็นน้ำแร่ที่ใช้ได้ง่าย เติมน้ำระหว่างวัน ขวดเล็กพกพาสะดวกใส่กระเป๋าถือได้ รู้สึกหน้าตึงเมื่อไหร่ก็หยิบมาฉีด ฉีดแล้วกดๆซับๆนิดหน่อย เมคอัพไม่หลุดค่ะ แถมยังช่วยให้เมคอัพดูสดเหมือนพึ่งแต่งหน้ามา ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบนะคะ ติตรงราคาแอบแรงไปนิด เลยขอให้ไป 4 ฟลาสก์

คะแนน chu

สำหรับราคา จะตกอยู่ที่ขวดละ 950 บาทค่ะ

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Chou ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ สำหรับวันนี้มีแค่นี้ พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

Disclaimer: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Chou การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้รับค่าตอบแทนในการเขียนรีวิวและไม่มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

[Beauty Talks] แชร์สเต็ปใสห่างไกลสิวเสี้ยนของบ้านมียอน สำหรับหนุ่มสาวผิวแห้ง

สวัสดีค่ะ

วันนี้จะมาแชร์สเต็ปการดูแลสิวเสี้ยนของบ้านมียอนเพื่อแลกเปลี่ยนกันนะคะ

สิวเสี้ยน.jpg

เรียกได้ว่าสิวเสี้ยนนี่เป็นปัญหากวนใจสำหรับหลายคนเลยทีเดียวค่ะ

ว่าแต่ สิวเสี้ยนนี่มันเกิดมาจากไหนกันนะ

acne-formation-process-different-types-bumps-scars-bumps-blackheads-whiteheads-papule-pustules-scars-68322579.jpg

(รูปจาก Dreamstime)

ในสภาวะปกติ: แถวบนสุดรูปที่ 1

การหลั่งน้ำมันจากรูขุมขน และ การสร้างกับผลัดเซลล์ผิวในรูขุมขนมีความสมดุล จึงไม่เกิดสิวขึ้น

 

เมื่อเกิดปัญหาอะไรบางอบ่างขึ้น ทำให้สมดุลในการสร้างน้ำมันจากรูขุมขน และ การสร้างกับผลัดเซลล์ผิวในรูขุมขน เสียสมดุลขึ้น ทำให้เซลล์เหล่านี้ไปอุดตันที่ปากรูขุมขน น้ำมันจึงออกไปข้างนอกไม่ได้ เกิดการอุดตันขึ้นมา (แถวบนสุดรูปที่ 2) อุดตันนี้เราเรียกว่าเป็น Comedone

 

Comedone นี้เกิดได้สองแบบ คือ เกิดอยู่ข้างในรูขุมขน เราเรียกเป็นสิวหัวปิด หรือ Whitehead (แถวบนสุดรูปที่ 3)

 

แต่ถ้าอี Comedone นี้มันมากไปจนดันให้หัวรูขุมขนเปิด ไขมันที่สะสมอยู่ก็สัมผัสออกซิเจนในอากาศ เกิดปฏิกิริยาออกซิไดส์ จนให้เห็นเป็นสีดำ เราจะเรียกว่าเป็นสิวหัวเปิด หรือ Blackhead ก็คือสิวเสี้ยนที่เราเห็นนั่นเองค่ะ (แถวกลางรูปที่สาม)

 

การเกิดสิวจริงๆแล้วมีอีกหลายสาเหตุ และมีสิวอักเสบอีกหลายๆแบบ แต่วันนี้ขอแปะไว้ก่อน ยังไม่กล่าวถึงนะคะ

 

ในการดูแลสิวเสี้ยนนั้น ถ้าคนที่มีผิวมัน กลุ่มสาร หรือ ยาที่มีผลเพิ่มการผลัดผิว หรือ ปรับสมดุลการสร้างเซลล์ผิวใหม่ เช่น วิตามินเอต่างๆ พวกนี้จะช่วยได้ค่ะ แต่ปัญหาคือ พวกนี้มันกดการสร้างน้ำมันด้วย และสารที่ผลัดผิวมักจะระคายเคือง คนผิวแห้งจะใช้ไม่ค่อยได้

 

มี่เองก็ผิวแห้งค่ะ ส่วนตัวมี่มีวิธีดูแลสิวเสี้ยนดังนี้ค่ะ

ในการดูแลแบบทุกวัน หรือ Everyday care หลังจากล้างเมคอัพแล้ว ตอนกลางคืน มี่จะเริ่มจาก

  • นวดด้วย Cleansing oil ด้วยแนวคิดที่เชื่อว่า Like dissolves like น้ำมันในคลีนซิ่งออยล์ก็จะไปละลายเอาไขมันอุดตันในรูขุมขนออกมา การที่เรานวด ก็ช่วยให้น้ำมันลงไปในรูขุมขน และเกิดความร้อนขึ้นมา รูขุมขนจึงเปิดออก
  • ล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้า อันนี้ตามปกติเลยค่ะ แต่ถ้าเป็นไปได้ ล้างน้ำอุ่นค่ะ เอาให้อุ่นพอประมาณ อย่าร้อนเกินไป น้ำอุ่นจะช่วยเปิดรูขุมขน และชะเอา Cleansing oil ออกมา
  • เสร็จแล้วก็ตบท้ายด้วย BHA toner ขั้นตอนนี้ถ้าผิวแห้งมากๆ อาจจะใช้ไม่ได้นะคะ บางคนอาจจะรู้สึกแสบร้อนกับ BHA ได้ ก็แนะนำว่าเลี่ยงไป ใช้โทนเนอร์น้ำกุหลาบ หรือ ชาเขียว หรือพวก Witch hazel แทนค่ะ

 

และนอกจากการดูแลทุกวันแล้ว สิ่งที่เป็น Special care จะทำเพียงสัปดาห์ละครั้ง หรือ สองสัปดาห์ครั้ง ค่ะ จะเริ่มจาก

  • นวด Cleansing oil และล้างน้ำอุ่น อันนี้เหมือนข้างบน
  • แปะ Pore pack ในขณะที่หน้ายังเปียกน้ำอุ่นเมื่อกี๊อยู่ ซึ่ง pore pack จะคอยดูดจับหัวสิวเสี้ยนออกมาได้ค่ะ
  • แปะ pore pack เสร็จเราต้องกระชับรูขุมขนนะคะ เพราะเมื่อสิวเสี้ยนถูกดึงออกมา รูขุมขนเราจะกว้างอยู่ ให้รีบกระชับเพื่อปิดรูขุมขน โดยการประคบเย็นค่ะ ง่ายสุดคือ เอาสำลีชุบน้ำเย็น (จากตู้เย็น) แล้ววางไว้แป๊บนึง (ประมาณ 3 – 5 นาทีก็พอค่ะ)
  • เช็ด BHA toner ซักหน่อย พอกรุบกริบ
  • มาสค์หน้าแบบเย็น (เอามาสค์ไปแช่ตู้เย็นซักประมาณ 30 นาที ก่อนแปะ pore pack กำลังดีเลยค่ะ) ความเย็นจะช่วยปิดรูขุมขน และ การมาสค์หน้าจะเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ช่วยให้ผิวเราฟื้นฟูตัวเองได้ไวขึ้นค่ะ

 

จบแล้วค่ะ สำหรับวิธีการดูแลสิวเสี้ยนแบบง่ายๆ แต่อย่างไรก็ดี พวกนี้ต้องใช้เวลานะคะ ไม่มีอะไรที่ใช้ปุ๊บแล้วหายได้ภายในข้ามคืนหรอกค่ะ

 

พบกันใหม่ Blog ถัดไป สวัสดีค่ะ

Image

[Ingredient Spotlight] วัตถุดิบนวัตกรรมใหม่เสริมฤทธิ์สลายไขมัน ลดเซลลูไลท์ (Lipolysis booster) Lipotethic จากบริษัท Biocosmethic ประเทศฝรั่งเศส

ทุกๆปีในงาน In-cosmetics จะมีวัตถุดิบแปลกๆใหม่ๆที่มีกลไกการออกฤทธิ์ลึกลับซับซ้อนออกมาให้เราเห็นกันเสมอ

ปี 2016 ที่ผ่านมาก็เช่นกัน

ถ้าพูดถึงเรื่องเซลลูไลท์ไขมันส่วนเกินแล้ว แม้จะเป็นปัญหาที่ดูเบๆ (ศัพท์บอกอายุเลย 555) แต่มันก็กระทบกับจิตใจและความมั่นใจของผู้หญิงหลายๆคนค่ะ

ทุกๆปีในวงการเครื่องสำอาง เหล่าบรรดานักวิทยาศาสตร์ก็พยายามเสาะแสวงหาวัตถุดิบใหม่ๆ มาขายเรา วันนี้มี่เลยจะมาเล่าถึงวัตถุดิบตัวใหม่ตัวนึงที่น่าสนใจให้ฟังกันค่ะ

วัตถุดิบวันนี้มีชื่อทางการค้า (ยี่ห้อ) ว่า Lipotethic เป็นวัตถุดิบของบริษัท Biocosmethic ประเทศฝรั่งเศสค่ะ

cover.jpg

Lipotethic ตัวนี้มีชื่อกลางในวงการเครื่องสำอาง (INCI name) ว่า Suaeda maritima flower/leaf/stem extract

กล่าวง่ายๆก็คือ สารสกัดจากต้น  Suaeda maritima นั่นเองค่ะ

ต้นนี้เป็นพืชที่ชอบความเค็ม (Halophilic) พบตามเนินทราย ดินโป่ง และหินที่สัมผัสไอทะเลตามชายฝั่งแถบ Mediterranean และ มหาสมุทรแอตแลนติก ด้วยความที่พืชชอบขึ้นในเขตเค็มจึงประกอบด้วย Betaine ในปริมาณสูง เพื่อทำหน้าที่เป็น Osmoprotectant ปกป้องเซลล์พืชจากเกลือที่เข้มข้นสูง

saueda.jpg

(Image source: Biocosmethic)

Betaine นั้น เป็นสารอนุพันธ์ของกรดอะมิโน Glycine ค่ะ สารนี้พบได้ทั่วไปตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นพืชต้น พืชหัว หรือในเนื้อปลา ด้วยความที่ตัวมันมีทั้งประจุบวกและลบในตัวจึง มีคุณสมบัติเป็น Surfactant ที่ช่วยเสริม Surfactant อื่นๆในสูตรตำรับ  และมีคุณสมบัติช่วยลดการระคายเคืองและให้ความรู้สึกสบายผิวได้ด้วย

ถ้าเราพูดถึงเซลลูไลท์ สิ่งที่เกี่ยวข้องก็คือ เซลล์ไขมัน ซึ่งมีหน้าตาเป็นดังนี้ค่ะ

fat.jpg

(Image source: Biocosmethic)

เซลล์ไขมัน หรือ Adipocyte พบที่ชั้นล่างสุด หรือ Subcutaneous tissue ของผิวเรา ทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานสำรองของร่างกาย ถ้าเรากินเยอะ เซลล์ก็จะมีขนาดใหญ่ และดันผิวออกมาให้เห็นตะปุ่มตะป่ำเป็นเซลลูไลท์ค่ะ

ว่ากันว่าในเซลล์จะมี Cytoplasm อยู่รวมกับหยดของไขมัน (Lipid droplets)

ในการสลายไขมันจากเซลล์ไขมันจะมีกลไกที่ค่อนข้างซับซ้อนค่ะ ดังภาพ

fat met.jpg

(Image source: Biocosmethic)

  • ร่างกายจะสลายไขมันเมื่อมีการกระตุ้นตัวรับแอดริเนอร์จิคชนิดเบต้า และตัวรับฮอร์โมน Glucagon (ซึ่งต้านฤทธิ์กับฮอร์โมนอินซุลิน) สองตัวนี้จะไปกระตุ้นให้เอนไซม์ Adenylate cyclase ทำงาน เปลี่ยนสาร ATP เป็น cAMP ที่จะไปกระตุ้นเอนไซม์ Protein kinase A หรือ PKA
  • PKA ไปกระตุ้นเอนไซม์ Lipase และโปรตีน Perilipin บนเยื่อหุ้มของหยดไขมัน มีผลทำให้เอนไซม์ Lipase บนผิวเซลล์ไขมัน (ATGL) ทำให้เกิดการสลายไขมันขึ้น

 

โปรตีน Perilipn ซึ่งเป็นโปรตีนที่สำคัญชนิดหนึ่งในการควบคุมการสลายไขมันของเซลล์ไขมัน โดยว่ากันว่าโปรตีนนี้จะทำหน้าที่เป็นเสมือน Surfactant ที่คอยดูดจับเอนไซม์ย่อยไขมัน Lipase ให้มาเข้าผสมเป็นเนื้อเดียวกับไขมันและย่อยสลายไขมันได้

 

ในสภาวะปกติ กับ ในสภาวะที่โปรตีนโดนกระตุ้น โปรตีนนี้ก็จะทำหน้าที่ได้แตกต่างกันค่ะ

table.jpg

สมมติฐานการออกฤทธิ์ของ Lipotethic นั้น คาดการณ์ว่า เนื่องจาก Betaine มีผลส่งเสริมการทำงานของ Surfactant อื่นๆ สาร Lipotethic ซึ่งประกอบด้วย Betaine ไปช่วยการทำงานของโปรตีน Perilipin A ในการแตกตัวหยดไขมันเป็นขนาดเล็กๆ จึงช่วยเพิ่มพื้นที่ผิวของหยดไขมันให้เอนไซม์ Lipase ในผิวทำงานได้ดีและรวดเร็วมากขึ้น

ซึ่งทางบริษัทเองมีการทดสอบประสิทธิภาพในระดับหลอดทดลองแล้วค่ะ ว่าให้ผลดีอยู่หลายๆประการ ไม่ว่าจะเป็น

  • ลดจำนวนหยดไขมันขนาดใหญ่และกลางในเซลล์ไขมัน
  • เพิ่มการสลายไขมันในเซลล์ไขมันที่แยกมาจากหน้าท้องและต้นขา
  • เสริมฤทธิ์กับ Caffeine ให้เผาผลาญไขมันได้ดีขึ้น
  • ยับยั้งการสร้างไขมันใหม่

This slideshow requires JavaScript.

 

conclu.jpg

ที่สำคัญวัตถุดิบนี้ผ่านการทดสอบความปลอดภัย การแพ้ การระคายเคือง เรียบร้อยแล้วค่ะ จึงถือว่าน่าสนใจมากเลยทีเดียว

 

ล่าสุดตอนนี้มีบริษัทนำเข้าวัตถุดิบแล้วนะคะ โดยบริษัท JR Serve Co.,Ltd.

ซึ่งถ้าใครสนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้กับทางบริษัทโดยตรงเลยนะคะ

อีเมล์: jirat@jrserve.co.th

 

Reference:

Biocosmethique. Lipotethic Technical data sheet.