Image

อัพเดทตลาดเกาหลีกับบ้านมียอน ช่วงต้นเดือนพค 60 >> คอลเลคชั่น Bono Bono จาก A’pieu กับ Simpsons จาก The face shop

นั่งทำงานมากไปก็เลยเบื่อ เลยไปส่องเวบเกาหลีให้หายเบื่อ บังเอิญไปเจอคอลเลคชั่นใหม่ๆจากแบรนด์ A’pieu กับ The face shop เลยเอามาอวดยั่วเงินในกระเป๋ากันค่ะ

สงครามคาแรคเตอร์ยังไม่จบค่ะ หลังจากแผ่วมาซักพัก ทาง The face shop ก็ออกคอลเลคชั่น Trolls ออกมาต้าน แบรนด์อื่นๆก็เลยเริ่มปล่อยของกันมาบ้าง

เริ่มประเดิมด้วยคอลเลคชั่น Bono Bono ของ A’pieu ค่ะ

bono 2.jpg

(Image from A’pieu)

Bono Bono นี่เป็นการ์ตูนของทางญี่ปุ่นนะคะ ในบ้านเราน่าจะยังไม่ค่อยรู้จักเท่าไหร่ ส่วนตัวมี่ว่าน่ารักดีค่ะ

(รายละเอียดการ์ตูน >>wikipedia)

ในหน้าเวบไซต์ของ A’pieu ก็จะมีคลิปน่ารักๆ เอา product แต่ละตัวมาอวดกัน

คอลเลคชั่นนี้ก็จะมี product อยู่ประมาณนี้ค่ะ

bono 3.jpg

(Image from A’pieu)

เปิดมาด้วยบลัชเนื้อครีมลายมุ้งมิ้ง

20170428175035_avufette

(Image from A’pieu)

Cream Tint ในหลอดดีไซน์รูปตัวเอกจากซีรี่ส์ Bono Bono

20170428175034_eickiplg

(Image from A’pieu)

Lip pencil ดีไซน์น่ารักๆ

20170428175034_amlkcqzw

(Image from A’pieu)

และปิดคอลเลคชั่นด้วย Eyeshadow palette ค่ะ

20170428175034_okkzcrhy

(Image from A’pieu)

ตัว Palette มีสีโทนน้ำตาล-ส้ม ที่ใช้เป็น Everyday look ได้เลยค่ะ

ราคานั้นก็เปิดมาไม่ได้โหดมาก และแน่นอนว่า ร้านพรีร้านหิ้วก็จะต้องฟันกำไรกันจนหัวหลุด

ราคา 1ราคา 2ราคา 3

ราคาแต่ละตัวตามรูปเลยค่า 🙂

  • Cream Tint 6000 วอน (ประมาณ 180 บาท)
  • Lip pencil 5800 วอน (ประมาณ 174 บาท)
  • Cream blush 4500 วอน (ประมาณ 135 บาท)
  • อายชาโดว์พาเลตต์ 18000 วอน (ประมาณ 540 บาท) << อันนี้แอบราคาแรง

 

ส่วนทางแบรนด์ Thefaceshop ก็จัดคอลเลคชั่น Simpsons มาได้ไม่น้อยหน้ากันเลยค่ะ

simpson

(Image from The face shop)

คอลเลคชั่นนี้มี่เห็นบนไอจีของแบรนด์ได้ซักพักแล้วค่ะ

(Image from The face shop)

คอลเลคชั่นนี้ส่วนมากดูเหมือนจะเน้นไปที่กันแดดค่ะ

มีมาสค์หน้าลายตัวละครของ The simpsons ด้วย

mask 1mask 2mask 3

(Image from The face shop)

ตอนเข้าไปในเวบของแบรนด์ก็เจอคูชั่นคอลเลคชั่นของ Kung Fu panda ด้วยค่ะ ไม่รู้มีมานานหรือยัง

ะดห

(Image from The face shop)

สำหรับวันนี้ก็มายั่วน้ำลายแต่เพียงเท่านี้ค่ะ  พบกันใหม่โอกาสถัดไปนะคะ สวัสดีค่ะ

Disclaimers: Images are from A’pieu and TheFaceShop Korea official website.

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมน้ำตบวิตามินบี3 บี5 สุดเลอค่าจากแบรนด์ Naturalist กับ Duo B Hydrabright essence

สวัสดีค่ะ

วันก่อนมี่ได้อัพรีวิวโทนเนอร์ BHA จากแบรนด์ Naturalist ไป (เผื่อใครอยากตาม <<<จิ้ม>>> ได้เลยค่า) แล้วทิ้งท้ายไว้ว่า ถ้าเราใช้ตัว BHA ร่วมกับโทนเนอร์วิตามินบี จะสามารถแบ่งหยดอย่างละครึ่งสำลีแล้วเช็ดไปพร้อมๆกันได้เลย

วันนี้เลยจะมาต่อกันที่ตัวโทนเนอร์วิตามินบีที่ว่าค่ะ

ชื่อเต็มๆก็คือ Duo B Hydrabright essence ค่ะ

หน้าตาเป็นแบบนี้นะคะ

b 1

มาในขวดคล้ายๆกับ BHA ดีไซน์ดูหรูหราและอินเตอร์เช่นกันค่ะ ก็ยังคงบอกเค้าไปว่าชั้นชอบดีไซน์แพคเกจเค้า (ขอใช้ภาษาวิบัติเพื่ออรรถรสในการอ่าน)

จุดเด่นของเจ้าเอสเซนส์ Duo B ตัวนี้คือ ใช้วิตามิน B 2 ชนิด คือ Vitamin B3 + B5 รวมกันถึง 15% จึงช่วยบำรุงผิวได้ดี

จุดสำคัญอีกจุดคือ ทางแบรนด์ Claim ว่าเลือกใช้ B3 หรือ Niacinamide เกรด USP ตามเภสัชตำรับอเมริกาเลยทีเดียว ถ้าพูดง่ายๆคือ มีความบริสุทธิ์ระดับยา ที่จะมากกว่าเกรดเครื่องสำอางทั่วไป และมีความปลอดภัย ประสิทธิภาพในการใช้งานมากขึ้น

แค่นั้นยังไม่พอยังเสริมมาด้วยส่วนผสมบำรุงผิวอีกหลายๆตัวเลย เดี๋ยวเรามาต่อกันอีกทีในช่วงวิเคราะห์ส่วนผสมนะคะ

ก่อนหน้านั้นมาดูเนื้อสัมผัสของเอสเซนส์ตัวนี้กันค่ะ

b 2

เป็นเอสเซนส์แบบน้ำใส ไม่มีสี ไม่มีน้ำหอมเลยจะได้กลิ่นจางๆของส่วนผสม

ตัวนี้วิธีใช้ข้างขวดคือ หยดลงบนฝ่ามือ แล้วตบเบาๆบนใบหน้า เหมือนอารมณ์น้ำตบค่ะ

แต่ถ้ามี BHA ด้วย เอามาใส่สำลีคู่กันเลยค่ะ อย่างละครึ่งแผ่น แล้วเช็ดไปพร้อมกัน มันจะดีงามมาก

เกลี่ยง่าย ซึมผิวไวมาก ให้สัมผัสนุ่มนวลผิว ไม่แห้งตึง แต่ก็ไม่ถึงกับเหนอะหนะ

b 3

วัด pH กันซักหน่อยค่ะ

b 4

pH อยู่ที่ราวๆ 5 ซึ่งใกล้เคียงกับผิวดีค่ะ

ถึงคิวของส่วนผสมบ้างนะคะ

สผส b

ที่ส่วนผสมจะมีส่วนของสีฟ้ากับสีเขียวค่ะ

สีฟ้า คือ Isopentyldiol ที่มีประโยชน์เป็นสารที่ช่วยเพิ่มการดูดซึมสารอื่นๆเข้าผิวค่ะ (มีชื่อเรียกแบบสวยๆว่า Percutaneous absorption enhancer)

ส่วนสีเขียวคือสารบำรุงค่ะ มากันแบบตัวแม่เลย

  • เริ่มต้นกันมาที่ Niacinamide ตัวนี้จัดมาเต็ม 10% เลยทีเดียว มีงานวิจัยรองรับถึงประโยชน์เยอะมากจริงอะไรจริง เรียกได้ว่าเกือบจะครอบจักรวาล
    1. Whitening: ช่วยยับยั้งการส่งผานของเม็ดสีผิวที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ส่งผ่านมาด้านบน เลยไม่เห็นเป็นสีผิว ทำให้ผิวขาวกระจ่างใสมากขึ้น
    2. ลดการเกิดสิว: มีการทดสอบเชิงคลินิกพบว่า Niacinamide ที่ความเข้มข้น 4% มีประสิทธิภาพเทียบเท่า Clindamycin ในการรักษาสิว (Int J Dermatol. 2013;52(8):999-1004.) และยังช่วยลดความมันบนใบหน้า
    3. ชะลอวัย: ช่วยให้ผิวละเอียด กระชับรูขุมขน และละเอียดมากขึ้น ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ
    4. ผิวแข็งแรง: ช่วยเสริมสร้างไขมัน Ceramide และ Hyaluronic Acid ในผิวหนัง
  • Acetyl glucosamine จัดหนักมาที่ 4% ตัวนี้เป็นเสมือนคู่หูคู่ขวัญกับบี 3 เพราะส่งเสริมกันและกันไม่ว่าจะเป็นในด้านริ้วรอย และ Whitening สารตัวนี้ยังเป็นส่วนประกอบในการสังเคราะห์ Hyaluronic Acid ของผิวหนัง และช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นได้
  • ต่อมาคือโปรวิตามินบี 5 หรือ Panthenol ที่จัดมา 1% ซึ่งมีบทบาทในการเพิ่มการชุ่มชื้นและลดการอักเสบของผิว
  • Telmesteine เป็นสารที่มีคุณสมบัติเด่นอยู่ 2 ด้าน คือ
    • ด้านลดริ้วรอย: สารนี้ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่ไปย่อยสลายคอลลาเจนในชั้นผิว และเป็น Antioxidant
    • ด้านลดการอักเสบ และระคายเคือง
  • Raspberry ketone เป็น Whitening ได้โดยไปยับยั้งเอนไซม์ที่สร้างเม็ดสี (Int J Mol Sci. 2011;12(8):4819-35.) ข้อมูลจากทางแบรนด์บอกว่ามีผลต้านอนุมูลอิสระ ชะลอวัย นอกจากนี้มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อจึงให้ผลปกป้องผลิตภัณฑ์จากเชื้อ

โดยรวมจึงจะเห็นได้ว่า Duo B เอสเซนส์นี้มีวิตามินที่เข้มข้นมาก (รวมกันถึง 15%) ซึ่งมีประโยชน์มากมายกับผิว ไม่ว่าจะเป็น Whitening ลดการเกิดสิว ซึ่งกลไกของ Niacinamide นั้นไม่ได้เหมือนกับยาปฏิชีวนะหรือ Antibiotic ที่เราใช้กันทั่วไป อย่าง Clindamycin หรือ Erythromycin ดังนั้นมี่จึงไม่แปลกใจเลยค่ะที่ทางแบรนด์ Claim เรื่องตัว Duo B นี้ ว่าใช้ได้กับสิวทุกประเภท รวมทั้งสิวที่เกิดจากเชื้อดื้อยา เพราะเราใช้ยาปฏิชีวนะแบบไม่ถูกวิธี ใครเป็นสิวบ่อยๆ ทาอะไรไม่หายซักที ตัวนี้น่าจะตอบโจทย์ค่ะ นอกจากนี้ Niacinamide ก็ยังมีส่วนช่วยในการชะลอวัยลดริ้วรอย เพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบระคายเคือง และให้เรารู้สึกสบายผิว

มาให้คะแนนดีกว่านะคะ

  1. ส่วนผสม ถึงแม้จะดูเรียบง่าย แต่ก็อัดแน่นด้วยคุณประโยชน์มากมายหลายด้านตามที่ได้เล่าให้ฟังในด้านบน และยังไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว รับไปเลยค่ะจากความครอบจักรวาลนี้ 5 ฟลาสก์เต็มๆ
  2. การใช้งาน ส่วนตัวมี่พึ่งมาเริ่มใช้หลังจาก BHA ของแบรนด์ประมาณ 1 สัปดาห์ ตัวนี้มี่ใช้ทั้งเช้าและเย็นค่ะ ใช้แบบน้ำตบ พอใช้ร่วมกับ BHA ในตอนกลางคืน เลยมาลองใช้พร้อมกัน หยดแล้วเช็ดทีเดียวเลย ประหยัดทั้งเวลา และยังช่วยลดการแห้งจาก BHA ด้วยค่ะ หน้านุ่มฟูมากขึ้น และรอยด่างดำก็ดูกลืนไปกับสีผิวค่ะ รับไป 5 ฟลาสก์เช่นกัน

คะแนน b

ตัวนี้ทางแบรนด์จัดโปรเปิดตัวถึงสิ้นเดือนนี้ ราคาจะอยู่ที่ 1290 บาท/100 ml จากราคาปกติ 1890 ตกเป็น 12.9 บาท/ml ค่ะ

สุดท้ายนี้ขอบคุณทางแบรนด์ Naturalist ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามกับทางแบรนด์ได้โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/NaturalistTH/

LINE : @naturalist.th

Discliamer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Naturalist beauty การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

[Ingredient spotlight] นวัตกรรมใหม่ทางเครื่องสำอาง กับ Exoskin ที่ออกฤทธิ์ Anti-aging ได้อย่างล้ำลึก

สวัสดีค่ะ

คืนนี้มี่มีส่วนผสมนวัตกรรมใหม่ๆทางเครื่องสำอางมาเล่าสู่กันฟังค่ะ

วันนี้เป็นเรื่องของส่วนผสมที่ให้ผลด้าน Anti-aging ค่ะ

ส่วนผสมวันนี้มีชื่อทางการค้า (ยี่ห้อ) ว่า Exoskin เป็นวัตถุดิบของบริษัท Biocosmethic ประเทศฝรั่งเศสค่ะ

exo 1

สารนี้มีชื่อกลางในทางเครื่องสำอาง (INCI name) ว่า macadamia integrifolia seed oil (and) sea silt extract

เป็นสารสกัดจากตะกอนทะเลในเบสที่เป็นน้ำมันแมคคาเดเมียค่ะ

exo 3

(Image from: Biocosmethic)

ทางบริษัทก็มีการ Claim ว่าได้จากน้ำทะเลบริสุทธิ์แถวกัวเตมาลา

เจ้าตะกอนทะเลนี่ทำอะไรได้บ้างนะ ???

ว่ากันว่า สารสกัดจากตะกอนทะเลนี้สามารถกระตุ้นให้เซลล์ผิวเราสร้างตัวส่งสัญญาณที่มีชื่อว่า Exosome ออกมาค่ะ

exo 2

(Image from: Biocosmethic)

Exosome นี้ทำหน้าที่เป็นเสมือน Messenger นำข้อความจากชั้นหนังกำพร้า หรือ Epidermis ออกมายังหนังแท้ หรือ Dermis ค่ะ

Messenger ตัวนี้จะไปกระตุ้นให้เซลล์บางชนิดทำงานและสร้างสารบางชนิดออกมาได้ค่ะ ตัวอย่างเช่น ไปกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ให้สร้างคอลลาเจนออกมา ผิวก็จะยืดหยุ่นมากขึ้น

ทางบริษัทก็ไม่ได้กล่าวลอยๆ นางมีการทดสอบทั้งในระดับหลอดทดลอง และ ในอาสาสมัครค่ะ

  • การทดสอบในระดับหลอดทดลอง
  1. –การทดสอบประสิทธิภาพในการลดการอักเสบที่ชั้นหนังกำพร้า
  2. –การทดสอบประสิทธิภาพในการฟื้นฟูปราการของผิว
  3. –การทดสอบการติดต่อสื่อสารระหว่างชั้นหนังกำพร้าและหนังแท้
  4. –การทดสอบยืนยันว่าเซลล์ Fibroblast ได้รับข้อความจาก Exosome
  • การทดสอบเชิงคลินิกในอาสาสมัคร

พบว่าโดยรวมแล้วตัวตะกอนทะเล หรือ Exoskin มีคุณสมบัติที่โดดเด่นหลายด้านเลยค่ะ

exo 5

(Image from: Biocosmethic)

  • ลดการอักเสบ โดยไปมีผลยับยั้ง NF-kB และ TNF-α ซึ่งจะนำไปสู่ความชรา และความแก่ก่อนวัย ที่เรียกว่า Inflam’aging
  • เพิ่มความแข็งแรงของ Barrier ผิว โดยไปเพิ่มความแข็งแรงให้กับเซลล์ผิวชั้นนอก (หรือ Corneocyte)
  • เพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจน อิลาสติน และ ไฟบริลิน ออกมามากขึ้น ผิวจึงแน่นฟูและกระชับขึ้น

ในการทดสอบระดับอาสาสมัคร โดยให้อาสาสมัครทาครีมที่มี Exoskin ในความเข้มข้น 1.5% เป็นเวลา 56 วัน ทาแค่ครึ่งหน้า เทียบกับครีมเปล่าๆที่ไม่มี Exoskin พบว่า อาสาสมัครมีผิวที่เรียบขึ้น

exo 6

(Image from: Biocosmethic)

มีการแจกแบบสอบถามให้อาสาสมัครประเมินความรู้สึกต่อผิวตัวเองด้วยค่ะ

exo 7.jpg

(Image from: Biocosmethic)

  • 69% รู้สึกว่า ผิวแน่นขึ้นและยืดหยุ่นขึ้น
  • 77% รู้สึกว่า ผิวตัวเองสวยขึ้น
  • 61% รู้สึกว่า ผิวมีความกระจ่างใสมากขึ้น
  • 77% รู้สึกว่า ผิวหน้าเมื่อยามตื่นนอนดูความสดชื่นและมีชีวิตชีวา

 

ก็นับว่าเป็นวัตถุดิบตัวหนึ่งที่น่าสนใจและดูมีนวัตกรรม ดูเก๋ไก๋ ที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยรวมกลไกการออกฤทธิ์ยังมีมากกว่านี้ แต่ค่อนข้างลึกและยาก มี่เลยตัดมาแค่บางจุดที่เข้าใจง่ายเฉยๆนะคะ

วัตถุดิบตัวนี้รู้สึกว่ามีแบรนด์ซื้อไปทำแป้งพัฟแล้วด้วยค่ะ

 

และก็ตอนนี้มีบริษัทนำเข้าวัตถุดิบแล้วนะคะ โดยบริษัท JR Serve Co.,Ltd.

ซึ่งถ้าใครสนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้กับทางบริษัทโดยตรงเลยนะคะ

อีเมล์: jirat@jrserve.co.th

 

Reference:

Biocosmethique. Exoskin Technical data sheet.

 

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม Naturalist Perfect BHA clear deep exfoliating water โทนเนอร์ BHA ดีๆส่วนผสมเลอค่าฝีมือคนไทย

สวัสดีค่ะ วันนี้มี่จะมาอวดผลิตภัณฑ์ดีๆฝีมือคนไทยที่มีดีไซน์หรูหราดูอินเตอร์มาก และยังมีส่วนผสมที่ดู High class อีกค่ะ

เป็นผลิตภัณฑ์กลุ่ม Skincare ที่มี่ได้มาจากแบรนด์ Naturalist beauty นะคะ

naturalist

เห็นแพคเกจแล้วนึกว่าหอบหิ้วมาจากยุโรปเลยทีเดียว

ผลิตภัณฑ์ที่มี่ได้มามี 3 อย่างค่ะ

  • Perfect BHA clear deep exfoliating toner
  • Soybean phytogen moisture essence
  • Duo B hydrabright essence

 

วันนี้เรามาเริ่มกันที่ BHA นะคะ

ส่วนตัวมี่เองก็จะสอดแทรก BHA เอาไว้ใน Skincare regimen อยู่ เพื่อลดการอุดตัน ลดการเกิดสิว และช่วยลดการอักเสบในรูขุมขนค่ะ

หน้าตาของเจ้า Perfect BHA clear deep exfoliating water ค่ะ

BHA 1

บอกเค้าไปว่าชั้นชอบดีไซน์แพคเกจเค้า (ขอใช้ภาษาวิบัติเพื่ออรรถรสในการอ่าน)

จุดเด่นของเจ้าโทนเนอร์ตัวนี้คือ นางใช้นวัตกรรมใหม่ของ Salicylic Acid ที่เก็บกักในแคปซูล แคปซูลตัวนี้จะมีขนาดเล็ก ซึมลงไปในผิวได้ง่าย และค่อยๆแตกตัวปลดปล่อย Salicylic acid ออกมา โดยทางแบรนด์บอกว่า Salicylic acid จะค่อยๆ ปลดปล่อยออกจากแคปซูล ทาเพียงครั้งเดียวอยู่ได้ถึง 6 ชั่วโมง เลยทีเดียว
การเก็บในแคปซูลก็มีข้อดีคือ ทำให้ความระคายเคืองของ Salicylic acid ลดลง มีความอ่อนโยนเพิ่มขึ้น แต่ยังคงออกฤทธิ์ได้ดีอยู่ และการมีแคปซูลที่เป็นระบบนำส่งทำให้ตัว Salicylic acid ลงไปลึกสมชื่อ Deep exfoliating toner ของนาง

ตัวนี้ใช้คู่กับสำลีนะคะ

BHA 2

เป็นโทนเนอร์ที่ไม่มีน้ำหอม เลยจะได้กลิ่นจางๆของวัตถุดิบ ใช้ง่าย ไม่แสบ ไม่ระคายเคืองค่ะ ตัวนี้ตอนแรกมี่ใช้เช้าเย็น แต่ด้วยความที่มี่เป็นคนผิวแห้ง รู้สึกว่าผิวแห้งเลยเก็บไว้ใช้แค่ก่อนนอนค่ะ

BHA 3

เช็ดแล้วแห้งไว ไม่เหนอะหนะ และไม่ทิ้งคราบเหนียวใดๆไว้บนผิว

วัด pH ซักหน่อยเป็นพิธี

BHA 4

pH อยู่ที่ราวๆ 5 นะคะ ซึ่งก็ใกล้เคียงกับผิวดี

จุดนี้ BHA เราอยู่ในแคปซูลนะคะ pH เท่าไหร่ก็ไม่มีปัญหา

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

สผส BHA

สำหรับสารบำรุงมี่ทำสีเขียวไว้ให้นะคะ เอ๊ะ มีสีฟ้าโดดเด่นมาตัวนึง คือเจ้า Isopentyldiol ตัวนี้เป็นสารที่ช่วยเพิ่มการดูดซึมสารอื่นๆเข้าผิวค่ะ (มีชื่อเรียกแบบสวยๆว่า Percutaneous absorption enhancer)

มาดูสารบำรุงกันเรียงตัวเลยดีกว่า

  • Betaine เป็นอนุพันธ์ของกรดอะมิโนชนิดหนึ่ง มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการระคายเคือง
  • Salicylic acid ก็คือ BHA ที่เป็นพระเอกของเราในวันนี้ค่ะ ช่วยลดการอุดตันในรูขุมขน
  • Panthenol คือ โปรวิตามินบี 5 ที่จะถูกเปลี่ยนเป็นวิตามินบี 5 มีบทบาทในการเพิ่มการชุ่มชื้นและลดการอักเสบของผิว
  • สารสกัดจากเปลือก Magnolia ช่วยฆ่าเขื้อจุลินทรีย์ และช่วยลดการอักเสบและระคายเคือง
  • สารสกัดจากใบยูคาลิปตัส มีคุณสมบัติฆ่าเชื้อจุลินทรีย์เช่นกัน
  • สารสกัดจาก Sigesbeckia มีรายงานเกี่ยวกับคุณสมบัติในการต้านการอักเสบ (J Ethnopharmacol. 2011; 11;137(3))
  • Allantoin ลดการระคายเคือง
  • Raspberry ketone เป็น Whitening ได้โดยไปยับยั้งเอนไซม์ที่สร้างเม็ดสี (Int J Mol Sci. 2011;12(8):4819-35.) ข้อมูลจากทางแบรนด์บอกว่ามีผลต้านอนุมูลอิสระ ชะลอวัย นอกจากนี้มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อจึงให้ผลปกป้องผลิตภัณฑ์จากเชื้อ

อีกตัวที่ไม่ได้ทำสีไว้ แต่ก็คู่ควรแก่การกล่าวถึงคือ Hexamidine diisethionate ตัวนี้ก็เป็นสารฆ่าเชื้อเช่นกัน

โดยรวมจึงเห็นว่านอกจากพระเอกอย่าง BHA แล้ว ยังมีเหล่าบรรดานักแสดงสมทบที่ช่วยมาเสริมกันเรื่องฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ ลดการอักเสบระคายเคือง ซึ่งจะให้ผลดีกับรอยแดงสิว และ Whitening จาก Raspberry ketone ที่จะช่วยเรื่องรอยดำสิวได้ไปพร้อมๆกัน

ขอเชิญคะแนนเลยนะคะ เนื่องจากวันนี้ส่วนผสมเรามีไม่มาก เลยขอแบ่งเป็นคะแนนส่วนผสม กับ คะแนนการใช้งานค่ะ

  1. ส่วนผสม จัดหนักจัดเต็ม มีประโยชน์ต่อผิวได้ครอบคลุมทุกปัญหาสิวเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นสิวอุดตัน สิวอักเสบ รวมไปถึงรอยแดง รอยดำ และไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว รับไปเลยค่ะ 5 ฟลาสก์
  2. การใช้งาน ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบที่ตัวดีไซน์ของเขานะคะ เนื้อในก็ดีไม่แพ้กัน ใช้ง่าย ใช้ซ้อนกับโทนเนอร์อื่นก็ได้ อย่างตัวมี่จะใช้ตัวนี้คู่กับตัว Duo B ที่จะมารีวิวครั้งหน้า ทางแบรนด์แนะนำว่าหยดใส่สำลีเดียวกัน แบ่งอย่างละครึ่งแผ่น และเช็ดทีเดียวเลยค่ะ รวดเร็วทันใจ ส่วนเรื่องความรู้สึกในการใช้งาน คือ ชอบนะ ไม่แสบผิว ไม่ร้อน ไม่วูบวาบ ช่วงแรกใช้เช้าเย็นเลยค่ะ แต่ด้วยอารมณ์ที่มี่ผิวแห้ง ก็เลยอาจรู้สึกแห้งไปหน่อย มี่เลยลดเหลือแค่ใช้กลางคืนค่ะ ใช้ลดปัญหาพวกสิวเสี้ยนกวนใจก็ดีค่ะ เอาไป 5 ฟลาสก์

คะแนน

ตัวนี้ทางแบรนด์จัดโปร ราคาจะอยู่ที่ 790 บาท/100 ml จากราคาปกติ 1290 ตกเป็น 7.9 บาท/ml ค่ะ

สุดท้ายนี้ขอบคุณทางแบรนด์ Naturalist ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามกับทางแบรนด์ได้โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/NaturalistTH/

LINE : @naturalist.th

 

Discliamer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Naturalist beauty การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมสเปรย์น้ำแร่สูตรเซรั่ม กับ Chou SkinDrink serum

สวัสดีค่ะ วันนี้มี่มีรีวิวสเปรย์น้ำแร่มาฝากกันค่ะ

เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักแบรนด์ Chou ที่ทำฟองน้ำรูปไข่ที่โด่งดังค่ะ ตอนนี้เขาทำ Skincare ออกมาหลายตัวเลย

วันนี้มี่จะขอรีวิว SkinDrink serum ซึ่งเป็นสเปรย์น้ำแร่นะคะ

หน้าตาจะมาในกล่องแบบนี้ค่ะ

chu b

พอเราเปิดกล่องมาจะแอบมีกิมมิคเล็กๆ ด้วยคำว่า “Find out your best complexion!”

chu b2

ตัวขวดมาในขวดอลูมิเนียม ซึ่งมีข้อดีคือปกป้องจากอากาศ ทำให้สารบำรุงต่างๆมีความคงตัวดี

chu b3

สเปรย์พ่นออกมาได้ละอองเล็กละเอียด

chu 1

ไม่มีกลิ่น ไม่เหนอะหนะ คืนความชุ่มชื้นให้ผิว และรู้สึกสบายผิวดีค่ะ

chu 2

ดูค่า pH กันซักหน่อยนะคะ

chu 3

อยู่ที่ราวๆ 5 – 6 ซึ่งใกล้เคียงกับผิวดีค่ะ

ในการใช้จริงจะฉีดทับเมคอัพระหว่างวันได้เลยค่ะ ไม่ทำให้เมคอัพเลอะ

พอฉีดเสร็จเอากระดาษซับเบาๆ เมคอัพจะดูสดใหม่เหมือนพึ่งแต่งหน้าเสร็จเลยค่ะ

chu makeup

เมคอัพไม่หลุดติดกระดาษเลยค่ะ

makeup 3

มารีวิวส่วนผสมต่อดีกว่าค่ะ สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้นะคะ

คะแนน chu

จากส่วนผสมก็จะตรงกับ Brand claim ค่ะ โดย Claim ว่าไม่มีส่วนผสมที่ไม่เป็นมิตรกับผิวค่ะ

  • Paraben-free
  • Colorance-free
  • Fragrance-free
  • Alcohol-free
  • Oil-free
  • DEA/TEA/MEA-free
  • Silicone-free
  • Sulfate-free
  • Lead-free
  • Hydroquinone-free
  • Triclosan-free
  • Tretionoin/retinoic acid-free
  • Steroid-free

ส่วนผสมมี่ทำสีของสารบำรุงไว้เป็นสีฟ้านะคะ

จากส่วนผสมจะเห็นว่ามีตัวบำรุงอยู่หลายตัวเหมือนกัน และไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรตาม Brand claim ค่ะ

สารบำรุงที่ใส่มาเน้นไปที่การลดการอักเสบระคายเคืองในผิว และให้ความรู้สึกสบายผิว หรือที่เรียกแบบสวยๆว่า Soothing effect ค่ะ

ว่าแต่สารบำรุงมีอะไรบ้างนะ

  • น้ำทะเล หรือ Sea water extract ที่มีรายงานกล่าวว่าลดการอักเสบในผิวได้
  • สารสกัดจากแตงกวา โดดเด่นเรื่องชุ่มชื้น และให้ความรู้สึกสบายผิว
  • วิตามินบี 3 หรือ Niacinamide ให้ผลเกี่ยวกับ Whitening, ลดการอักเสบ ช่วยผิวสร้าง barrier และ ช่วยดูแลเรื่องสิว
  • ว่านหางจระเข้ ให้ผลเรื่องชุ่มชื้น และให้ความรู้สึกสบายผิวเช่นกัน
  • Boswellia extract เป็นสารสกัดจาก Boswellia ตัวนี้ก็มีงานวิจัยรองรับว่าช่วยลดการอักเสบในผิวได้ดี (Indian J Pharm Sci. 2011;73(3): 255–)
  • สารสกัดจากบัวบก ที่เป็น antioxidant ที่ดีและให้ผลเกี่ยวกับการชะลอวัยด้วยค่ะ
  • Salicylic acid เป็น BHA ช่วยลดการอุดตันและลดการอักเสบค่ะ

มาเต็มสมชื่อ Serum จริงๆค่ะ

มาให้คะแนนกันดีกว่านะคะ

  1. ส่วนผสม จากที่เล่าให้ฟังในด้านบนเราจะเห็นว่าสารบำรุงค่อนข้างมาเต็มเลยทีเดียว หลักๆจะเน้นไปด้านชุ่มชื้นและให้ความรู้สึกสบายผิว และไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. การใช้งาน เป็นน้ำแร่ที่ใช้ได้ง่าย เติมน้ำระหว่างวัน ขวดเล็กพกพาสะดวกใส่กระเป๋าถือได้ รู้สึกหน้าตึงเมื่อไหร่ก็หยิบมาฉีด ฉีดแล้วกดๆซับๆนิดหน่อย เมคอัพไม่หลุดค่ะ แถมยังช่วยให้เมคอัพดูสดเหมือนพึ่งแต่งหน้ามา ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบนะคะ ติตรงราคาแอบแรงไปนิด เลยขอให้ไป 4 ฟลาสก์

คะแนน chu

สำหรับราคา จะตกอยู่ที่ขวดละ 950 บาทค่ะ

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Chou ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ สำหรับวันนี้มีแค่นี้ พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

Disclaimer: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Chou การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้รับค่าตอบแทนในการเขียนรีวิวและไม่มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

[Beauty Talks] แชร์สเต็ปใสห่างไกลสิวเสี้ยนของบ้านมียอน สำหรับหนุ่มสาวผิวแห้ง

สวัสดีค่ะ

วันนี้จะมาแชร์สเต็ปการดูแลสิวเสี้ยนของบ้านมียอนเพื่อแลกเปลี่ยนกันนะคะ

สิวเสี้ยน.jpg

เรียกได้ว่าสิวเสี้ยนนี่เป็นปัญหากวนใจสำหรับหลายคนเลยทีเดียวค่ะ

ว่าแต่ สิวเสี้ยนนี่มันเกิดมาจากไหนกันนะ

acne-formation-process-different-types-bumps-scars-bumps-blackheads-whiteheads-papule-pustules-scars-68322579.jpg

(รูปจาก Dreamstime)

ในสภาวะปกติ: แถวบนสุดรูปที่ 1

การหลั่งน้ำมันจากรูขุมขน และ การสร้างกับผลัดเซลล์ผิวในรูขุมขนมีความสมดุล จึงไม่เกิดสิวขึ้น

 

เมื่อเกิดปัญหาอะไรบางอบ่างขึ้น ทำให้สมดุลในการสร้างน้ำมันจากรูขุมขน และ การสร้างกับผลัดเซลล์ผิวในรูขุมขน เสียสมดุลขึ้น ทำให้เซลล์เหล่านี้ไปอุดตันที่ปากรูขุมขน น้ำมันจึงออกไปข้างนอกไม่ได้ เกิดการอุดตันขึ้นมา (แถวบนสุดรูปที่ 2) อุดตันนี้เราเรียกว่าเป็น Comedone

 

Comedone นี้เกิดได้สองแบบ คือ เกิดอยู่ข้างในรูขุมขน เราเรียกเป็นสิวหัวปิด หรือ Whitehead (แถวบนสุดรูปที่ 3)

 

แต่ถ้าอี Comedone นี้มันมากไปจนดันให้หัวรูขุมขนเปิด ไขมันที่สะสมอยู่ก็สัมผัสออกซิเจนในอากาศ เกิดปฏิกิริยาออกซิไดส์ จนให้เห็นเป็นสีดำ เราจะเรียกว่าเป็นสิวหัวเปิด หรือ Blackhead ก็คือสิวเสี้ยนที่เราเห็นนั่นเองค่ะ (แถวกลางรูปที่สาม)

 

การเกิดสิวจริงๆแล้วมีอีกหลายสาเหตุ และมีสิวอักเสบอีกหลายๆแบบ แต่วันนี้ขอแปะไว้ก่อน ยังไม่กล่าวถึงนะคะ

 

ในการดูแลสิวเสี้ยนนั้น ถ้าคนที่มีผิวมัน กลุ่มสาร หรือ ยาที่มีผลเพิ่มการผลัดผิว หรือ ปรับสมดุลการสร้างเซลล์ผิวใหม่ เช่น วิตามินเอต่างๆ พวกนี้จะช่วยได้ค่ะ แต่ปัญหาคือ พวกนี้มันกดการสร้างน้ำมันด้วย และสารที่ผลัดผิวมักจะระคายเคือง คนผิวแห้งจะใช้ไม่ค่อยได้

 

มี่เองก็ผิวแห้งค่ะ ส่วนตัวมี่มีวิธีดูแลสิวเสี้ยนดังนี้ค่ะ

ในการดูแลแบบทุกวัน หรือ Everyday care หลังจากล้างเมคอัพแล้ว ตอนกลางคืน มี่จะเริ่มจาก

  • นวดด้วย Cleansing oil ด้วยแนวคิดที่เชื่อว่า Like dissolves like น้ำมันในคลีนซิ่งออยล์ก็จะไปละลายเอาไขมันอุดตันในรูขุมขนออกมา การที่เรานวด ก็ช่วยให้น้ำมันลงไปในรูขุมขน และเกิดความร้อนขึ้นมา รูขุมขนจึงเปิดออก
  • ล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้า อันนี้ตามปกติเลยค่ะ แต่ถ้าเป็นไปได้ ล้างน้ำอุ่นค่ะ เอาให้อุ่นพอประมาณ อย่าร้อนเกินไป น้ำอุ่นจะช่วยเปิดรูขุมขน และชะเอา Cleansing oil ออกมา
  • เสร็จแล้วก็ตบท้ายด้วย BHA toner ขั้นตอนนี้ถ้าผิวแห้งมากๆ อาจจะใช้ไม่ได้นะคะ บางคนอาจจะรู้สึกแสบร้อนกับ BHA ได้ ก็แนะนำว่าเลี่ยงไป ใช้โทนเนอร์น้ำกุหลาบ หรือ ชาเขียว หรือพวก Witch hazel แทนค่ะ

 

และนอกจากการดูแลทุกวันแล้ว สิ่งที่เป็น Special care จะทำเพียงสัปดาห์ละครั้ง หรือ สองสัปดาห์ครั้ง ค่ะ จะเริ่มจาก

  • นวด Cleansing oil และล้างน้ำอุ่น อันนี้เหมือนข้างบน
  • แปะ Pore pack ในขณะที่หน้ายังเปียกน้ำอุ่นเมื่อกี๊อยู่ ซึ่ง pore pack จะคอยดูดจับหัวสิวเสี้ยนออกมาได้ค่ะ
  • แปะ pore pack เสร็จเราต้องกระชับรูขุมขนนะคะ เพราะเมื่อสิวเสี้ยนถูกดึงออกมา รูขุมขนเราจะกว้างอยู่ ให้รีบกระชับเพื่อปิดรูขุมขน โดยการประคบเย็นค่ะ ง่ายสุดคือ เอาสำลีชุบน้ำเย็น (จากตู้เย็น) แล้ววางไว้แป๊บนึง (ประมาณ 3 – 5 นาทีก็พอค่ะ)
  • เช็ด BHA toner ซักหน่อย พอกรุบกริบ
  • มาสค์หน้าแบบเย็น (เอามาสค์ไปแช่ตู้เย็นซักประมาณ 30 นาที ก่อนแปะ pore pack กำลังดีเลยค่ะ) ความเย็นจะช่วยปิดรูขุมขน และ การมาสค์หน้าจะเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ช่วยให้ผิวเราฟื้นฟูตัวเองได้ไวขึ้นค่ะ

 

จบแล้วค่ะ สำหรับวิธีการดูแลสิวเสี้ยนแบบง่ายๆ แต่อย่างไรก็ดี พวกนี้ต้องใช้เวลานะคะ ไม่มีอะไรที่ใช้ปุ๊บแล้วหายได้ภายในข้ามคืนหรอกค่ะ

 

พบกันใหม่ Blog ถัดไป สวัสดีค่ะ

Image

[Ingredient Spotlight] วัตถุดิบนวัตกรรมใหม่เสริมฤทธิ์สลายไขมัน ลดเซลลูไลท์ (Lipolysis booster) Lipotethic จากบริษัท Biocosmethic ประเทศฝรั่งเศส

ทุกๆปีในงาน In-cosmetics จะมีวัตถุดิบแปลกๆใหม่ๆที่มีกลไกการออกฤทธิ์ลึกลับซับซ้อนออกมาให้เราเห็นกันเสมอ

ปี 2016 ที่ผ่านมาก็เช่นกัน

ถ้าพูดถึงเรื่องเซลลูไลท์ไขมันส่วนเกินแล้ว แม้จะเป็นปัญหาที่ดูเบๆ (ศัพท์บอกอายุเลย 555) แต่มันก็กระทบกับจิตใจและความมั่นใจของผู้หญิงหลายๆคนค่ะ

ทุกๆปีในวงการเครื่องสำอาง เหล่าบรรดานักวิทยาศาสตร์ก็พยายามเสาะแสวงหาวัตถุดิบใหม่ๆ มาขายเรา วันนี้มี่เลยจะมาเล่าถึงวัตถุดิบตัวใหม่ตัวนึงที่น่าสนใจให้ฟังกันค่ะ

วัตถุดิบวันนี้มีชื่อทางการค้า (ยี่ห้อ) ว่า Lipotethic เป็นวัตถุดิบของบริษัท Biocosmethic ประเทศฝรั่งเศสค่ะ

cover.jpg

Lipotethic ตัวนี้มีชื่อกลางในวงการเครื่องสำอาง (INCI name) ว่า Suaeda maritima flower/leaf/stem extract

กล่าวง่ายๆก็คือ สารสกัดจากต้น  Suaeda maritima นั่นเองค่ะ

ต้นนี้เป็นพืชที่ชอบความเค็ม (Halophilic) พบตามเนินทราย ดินโป่ง และหินที่สัมผัสไอทะเลตามชายฝั่งแถบ Mediterranean และ มหาสมุทรแอตแลนติก ด้วยความที่พืชชอบขึ้นในเขตเค็มจึงประกอบด้วย Betaine ในปริมาณสูง เพื่อทำหน้าที่เป็น Osmoprotectant ปกป้องเซลล์พืชจากเกลือที่เข้มข้นสูง

saueda.jpg

(Image source: Biocosmethic)

Betaine นั้น เป็นสารอนุพันธ์ของกรดอะมิโน Glycine ค่ะ สารนี้พบได้ทั่วไปตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นพืชต้น พืชหัว หรือในเนื้อปลา ด้วยความที่ตัวมันมีทั้งประจุบวกและลบในตัวจึง มีคุณสมบัติเป็น Surfactant ที่ช่วยเสริม Surfactant อื่นๆในสูตรตำรับ  และมีคุณสมบัติช่วยลดการระคายเคืองและให้ความรู้สึกสบายผิวได้ด้วย

ถ้าเราพูดถึงเซลลูไลท์ สิ่งที่เกี่ยวข้องก็คือ เซลล์ไขมัน ซึ่งมีหน้าตาเป็นดังนี้ค่ะ

fat.jpg

(Image source: Biocosmethic)

เซลล์ไขมัน หรือ Adipocyte พบที่ชั้นล่างสุด หรือ Subcutaneous tissue ของผิวเรา ทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานสำรองของร่างกาย ถ้าเรากินเยอะ เซลล์ก็จะมีขนาดใหญ่ และดันผิวออกมาให้เห็นตะปุ่มตะป่ำเป็นเซลลูไลท์ค่ะ

ว่ากันว่าในเซลล์จะมี Cytoplasm อยู่รวมกับหยดของไขมัน (Lipid droplets)

ในการสลายไขมันจากเซลล์ไขมันจะมีกลไกที่ค่อนข้างซับซ้อนค่ะ ดังภาพ

fat met.jpg

(Image source: Biocosmethic)

  • ร่างกายจะสลายไขมันเมื่อมีการกระตุ้นตัวรับแอดริเนอร์จิคชนิดเบต้า และตัวรับฮอร์โมน Glucagon (ซึ่งต้านฤทธิ์กับฮอร์โมนอินซุลิน) สองตัวนี้จะไปกระตุ้นให้เอนไซม์ Adenylate cyclase ทำงาน เปลี่ยนสาร ATP เป็น cAMP ที่จะไปกระตุ้นเอนไซม์ Protein kinase A หรือ PKA
  • PKA ไปกระตุ้นเอนไซม์ Lipase และโปรตีน Perilipin บนเยื่อหุ้มของหยดไขมัน มีผลทำให้เอนไซม์ Lipase บนผิวเซลล์ไขมัน (ATGL) ทำให้เกิดการสลายไขมันขึ้น

 

โปรตีน Perilipn ซึ่งเป็นโปรตีนที่สำคัญชนิดหนึ่งในการควบคุมการสลายไขมันของเซลล์ไขมัน โดยว่ากันว่าโปรตีนนี้จะทำหน้าที่เป็นเสมือน Surfactant ที่คอยดูดจับเอนไซม์ย่อยไขมัน Lipase ให้มาเข้าผสมเป็นเนื้อเดียวกับไขมันและย่อยสลายไขมันได้

 

ในสภาวะปกติ กับ ในสภาวะที่โปรตีนโดนกระตุ้น โปรตีนนี้ก็จะทำหน้าที่ได้แตกต่างกันค่ะ

table.jpg

สมมติฐานการออกฤทธิ์ของ Lipotethic นั้น คาดการณ์ว่า เนื่องจาก Betaine มีผลส่งเสริมการทำงานของ Surfactant อื่นๆ สาร Lipotethic ซึ่งประกอบด้วย Betaine ไปช่วยการทำงานของโปรตีน Perilipin A ในการแตกตัวหยดไขมันเป็นขนาดเล็กๆ จึงช่วยเพิ่มพื้นที่ผิวของหยดไขมันให้เอนไซม์ Lipase ในผิวทำงานได้ดีและรวดเร็วมากขึ้น

ซึ่งทางบริษัทเองมีการทดสอบประสิทธิภาพในระดับหลอดทดลองแล้วค่ะ ว่าให้ผลดีอยู่หลายๆประการ ไม่ว่าจะเป็น

  • ลดจำนวนหยดไขมันขนาดใหญ่และกลางในเซลล์ไขมัน
  • เพิ่มการสลายไขมันในเซลล์ไขมันที่แยกมาจากหน้าท้องและต้นขา
  • เสริมฤทธิ์กับ Caffeine ให้เผาผลาญไขมันได้ดีขึ้น
  • ยับยั้งการสร้างไขมันใหม่

This slideshow requires JavaScript.

 

conclu.jpg

ที่สำคัญวัตถุดิบนี้ผ่านการทดสอบความปลอดภัย การแพ้ การระคายเคือง เรียบร้อยแล้วค่ะ จึงถือว่าน่าสนใจมากเลยทีเดียว

 

ล่าสุดตอนนี้มีบริษัทนำเข้าวัตถุดิบแล้วนะคะ โดยบริษัท JR Serve Co.,Ltd.

ซึ่งถ้าใครสนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้กับทางบริษัทโดยตรงเลยนะคะ

อีเมล์: jirat@jrserve.co.th

 

Reference:

Biocosmethique. Lipotethic Technical data sheet.

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม Creamgel สูตรเภสัชกรไทยในประเทศสวีเดน กับ Jayrada Perfectionist Expert anti-acne and whitening cream-gel

สวัสดีค่ะ

วันนี้มี่มีรีวิวผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจมาฝากกันค่ะ กับ Jayrada Perfectionist Expert anti-acne and whitening cream-gel จาก Jayrada Skincare of Sweden เรียกได้ว่ามากันแบบ 2 in 1 เลยทีเดียว ทั้ง Anti-acne และ Whitening

ขอกล่าวถึงแบรนด์ Jayrada ซักน้อยนะคะ แบรนด์นี้เป็นแบรนด์จากประเทศสวีเดน โดยเภสัชกรไทยในสวีเดน มีจำหน่ายทั้งในประเทศไทยและประเทศสวีเดน กล่าวได้ว่า Jayrada เป็นสูตรเฉพาะจากสวีเดน แต่ด้วยความตั้งใจของเจ้าของแบรนด์ที่อยากจะให้มีสินค้า Made in Thailand ในยุโรป Jayrada จึงผลิตในประเทศไทยค่ะ

มาดูโฉมหน้าของ Cream-gel ตัวนี้ดีกว่าค่ะ

jay-1

เป็นเซรั่มที่มาในหลอดพลาสติกสีขาวค่ะ

jay-4

ส่วนนี้เป็นคำเคลมที่ด้านหลังกล่อง

jay-2

ในส่วนของคำ Claim นั้น ทางแบรนด์ Jayrada ได้เลือกใช้สารบำรุงจากธรรมชาติถึง 8 ชนิด เพื่อเสริมฤทธิ์กันอย่างลงตัว เหมาะกับทุกสภาพผิวแม้ผิวบอบบางแพ้ง่าย

 

เนื้อเป็นเนื้อใส ไม่มีกลิ่น เพราะทางแบรนด์ไม่ได้ใส่น้ำหอมค่ะ

jay-5

เกลี่ยง่าย ซึมไว แห้งไว ให้ความรู้สึกเย็นและสบายผิว

jay-6

 

สำหรับส่วนผสมเรียกได้ว่ามากันแน่นเลยทีเดียวค่ะ

%e0%b8%aa%e0%b8%9c%e0%b8%aa-jayrada

มี่ทำสีของสารบำรุงผิวไว้นะคะ

  • กลุ่มวิตามิน สีม่วง
  • กลุ่มแร่ธาตุ สีเขียว
  • กลุ่มสารที่มีผลฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ สีน้ำตาล
  • กลุ่มสารบำรุงอื่นๆ สีฟ้า

 

ถ้าเราดูแถบสี จะเห็นว่า ส่วนของสารส่วนใหญ่ใน Jayrada เป็นสารบำรุงเกือบหมดเลย มีสารอื่นๆอยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้นเองค่ะ

 

มาเริ่มกันที่กลุ่มวิตามิน

  • วิตามินซี ทางแบรนด์เลือกใส่วิตามินซี มาถึง 3 สายพันธ์เลยทีเดียว คือ Ascorbic acid ตัวดั้งเดิม Ascorbyl glucoside ที่มีความอ่อนโยน ตัวนี้ละลายน้ำ และ Ascobyl palmitate ตัวนี้ละลายน้ำมัน ทำมาตอบโจทย์ของผิวเราที่มีทั้งน้ำมันและน้ำอยู่ด้วยกัน วิตามินซีมีประโยชน์เป็น Antioxidant และเป็นองค์ประกอบในการสังเคราะห์คอลลาเจน จึงช่วยเรื่องริ้วรอย และลดการสังเคราะห์เม็ดสีผิวจึงช่วยเรื่อง Whitening
  • วิตามินอี เป็น Antioxidant
  • วิตามินบี 5 เพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบและระคายเคืองผิว

 

กลุ่มสารบำรุงอื่นๆมาด้วยกันค่อนข้างหลายชนิด มีมาทั้งส่วนผสมที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้น Whitening Antioxidant ชะลอวัย ลดการอุดตัน และฆ่าเชื้อแบคทีเรียก่อสิว จึงให้ผลด้านชุ่มชื้น Whitening ชะลอวัย และลดการเกิดสิวไปพร้อมๆกัน

 

ขอกล่าวถึงตัวที่น่าสนใจนะคะ

สูตรผสมของ Aqua (and) Butylene Glycol (and) Panthenol (and) Escin (and) Glycerin (and) Ruscus Aculeatus Root Extract (and) Ammonium Glycyrrhizate (and) Centella Asiatica Extract (and) Hydrolyzed Yeast Protein (and) Calendula Officinalis Flower Extract เป็นวัตถุดิบนวัตกรรมของบริษัท BASF Care creation ซึ่งเป็นบริษัทผลิตวัตถุดิบเครื่องสำอางยักษ์ใหญ่ระดับโลกจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในฝั่งยุโรปค่ะ

วัตถุดิบนี้ทางผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่า ให้ผลปรับโทนสีผิว หรือ Skin tone ให้สม่ำเสมอ โดยไปเพิ่มการไหลเวียนของเลือดใต้ผิวหนัง ให้ความรู้สึกสบายผิว (Soothing) ลดรอยเส้นเลือดฝอยบนผิวเพราะสารอุดมไปด้วย Flavonoids ที่ช่วยให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง

 

กลุ่มสีน้ำตาลเป็นพืชที่มีคุณสมบัติเด่นด้านสิว โดยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และลดการอุดตันเพราะมี BHA จากธรรมชาติ

ส่วนของเนื้อหลักผลิตภัณฑ์และสารปรุงแต่งก็ไม่ได้มีสารอื่นๆที่ไม่เป็นมิตรอยู่เลยค่ะ

 

ให้คะแนนดีกว่าค่ะ

  1. สารบำรุง หรือ Active ingredients เรียกได้ว่ามากันเต็มจริงๆ โดดเด่นทั้งส่วนผสมที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้น Whitening Antioxidant ชะลอวัย และดูแลสิวไปพร้อมๆกัน จัดไปเลย 5 ฟลาสก์
  2. เนื้อหลักผลิตภัณฑ์ หรือ Base มาในเบสน้ำไม่มีน้ำมัน ไม่มีแอลกอฮอล์ และซิลิโคน เลยไม่รู้จะหักคะแนนอะไรดี เอาไป 5 ฟลาสก์
  3. สารปรุงแต่งอื่นๆ แทบจะไม่มีส่วนของสารปรุงแต่งที่ใส่มาไร้สาระ และสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยไม่มีที่ให้หักคะแนน รับไป 5 ฟลาสก์เช่นกัน
  4. การใช้งาน Jayrada Cream-gel เป็นครีมเจลที่มีสัมผัสบางเบามาก ส่วนตัวมี่ลองใช้อยู่ 2 อาทิตย์ เรียกได้ว่าชอบมากเลยทีเดียว ด้วยความบางเบา และสิ่งที่สัมผัสได้คือ เวลาเรามีสิวขึ้นมา สิวจะยุบค่อนข้างไวค่ะ และไม่ทิ้งรอยแดงรอยดำอะไรไว้เลย จะมีที่ติก็แค่หลอดเล็กไปนิด (15 ml) หลอดนึงน่าจะใช้ได้ซักเดือน ถ้าใช้ประหยัดๆหน่อย ทุกวันนี้กลัวหมดเลยเอาไว้ใช้เป็น Spot corrector แต้มบริเวณรอยดำรอยแดงสิวเป็นหลักค่ะ จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์

 

%e0%b8%84%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%99-jay

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Jayrada นะคะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางเฟสบุคของแบรนด์ โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/jayrada.skincare/

 

Discliamer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Jayrada การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม Sleeping mask สูตรพืชเอเชีย และ Multi-vitamin serum จากแบรนด์ Asiae สวยใสประดุจเจ้าหญิงแรกแย้ม

สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านที่น่ารักทุกๆท่าน

เมื่อช่วงก่อนมี่เคยรีวิว Skincare คุณภาพฝีมือคนไทยจากแบรนด์ Asiae ไปแล้วช่วงก่อน ตอนนี้ทางแบรนด์ปรับ package ให้ดูสวยงามขึ้น และมีผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ที่เป็น Multivitamin active serum ที่น่าสนใจเพิ่มมาอีกตัวค่ะ

ว่าแล้วก็มาดูหน้าตาโฉมใหม่จากแบรนด์ Asiae เครื่องสำอางสูตรเอเชีย กันเลยดีกว่าค่ะ

asiae-1

เป็นแพคเกจแนววินเทจสวยงามเชียวค่ะ

มาดูกันไปทีละตัวเลยเนอะ

 

ตัวแรกเป็น Multivitamin serum ตัวนี้ค่ะ

asiae-3

เป็นเซรั่มขวดแก้วสีชา มาในกล่องกระดาษสีขาว/เขียว ดูสวยงามดีค่ะ

asiae-6

ตัวเซรั่มมีสีชมพู ซึ่งคาดว่าเป็นสีตามธรรมชาติของวิตามินบี 12 ที่ใส่มาเป็นส่วนผสม

mtv-1

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ดูดซึมไว ไม่เหนอะหนะ ไม่แห้งตึง ด้วยความที่ทางแบรนด์ไม่ใส่น้ำหอมเราเลยจะได้กลิ่นของวัตถุดิบอยู่จางๆค่ะ

mtv-2

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

%e0%b8%aa%e0%b8%9c%e0%b8%aa-multivit

จากส่วนผสมในส่วนของสีม่วงจะเป็นสารบำรุงค่ะ

ในกลุ่มของวิตามินก็จะมีวิตามินอี วิตามินซี วิตามินบี 5 บี 3 และ บี 12 เรียกได้ว่ามากันอย่างอุ่นหนาฝาคั่งเลยทีเดียว

มาดูคุณสมบัติของวิตามินแต่ละตัวกันดีกว่าค่ะ

  • วิตามินอี เป็นรูปแบบ Alpha-tocopherol มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant
  • วิตามินบี 5 หรือ Panthenol มีบทบาทเรื่องความชุ่มชื้น ลดการอักเสบ ให้ความรู้สึกสบายผิว
  • วิตามินซี ใช้ในรูปแบบ Ascorbyl glucoside ซึ่งมีความอ่อนโยน มีความเป็นกรดน้อย และมีความคงตัวสูงกว่า วิตามินซีมีประโยชน์กับผิวหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้าน Antioxidant ชะลอวัย หรือ Whitening
  • วิตามินบี 3 หรือ Niacinamide เป็นอีกตัวที่มีประโยชน์กับผิวอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็น Whitening ลดการอักเสบ ด้านสิว และช่วยเพิ่มการสร้างไขมันที่เป็น Barrier ผิว ช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้น
  • วิตามินบี 12 หรือ Cyanocobalamin มีรายงานการวิจัยกล่าวถึงคุณสมบัติในการลดการอักเสบในผู้ป่วย Atopic dermatitis ทั้งในเด็กและในผู้ใหญ่ (Br J Dermatol. 2004;150(5):977-83., J Altern Complement Med. 2009;15(4):387-9.) ผู้ผลิตวัตถุดิบยัง Claim ไปถึงคุณสมบัติในการลดผิวไหม้แดด (Sunburn) ริ้วรอย เสริมความยืดหยุ่นให้ผิว และช่วยให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น

 

นอกจากวิตามินรวมแล้ว เซรั่มยังมี Hyaluron  อีก 2 ขนาด ซึ่งช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นเช่นกัน

โดยรวมก็กล่าวได้ง่ายๆว่าเซรั่มตัวนี้ตัวเดียว ได้ครบจบทุกสิ่งค่ะ

ในส่วนผสมยังมีการใส่ Ethoxydiglycol ซึ่งเป็นสารเพิ่มการดูดซึมของสารอื่นเข้าสู่ผิวอยู่ด้วย

ส่วนผสมอื่นๆก็ไม่ได้มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิวเลยค่ะ

 

อีกตัวเป็น Aqua active sleeping pack ซึ่งมีการปรับแพคเกจ และภาชนะใหม่ ให้ไฉไลกว่าเดิม โดยมาในรูปแบบกระปุกแก้วสีชา

asiae-2

เนื้อมาสค์มาในรูปแบบ Emulgel สีฟ้า

asiae-5

ด้วยความที่ทางแบรนด์ไม่ใส่น้ำหอม เราก็จะได้กลิ่นของวัตถุดิบจางๆเช่นกันค่ะ

mask-1

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ชุ่มชื้นผิวค่อนข้างมาก แต่ไม่เหนอะหนะ ให้ความรู้สึกเย็นสบายผิว

mtv-2

สำหรับส่วนผสมเป็นดังรูปค่ะ

%e0%b8%aa%e0%b8%9c%e0%b8%aa-asiae-mask

มี่แทนกลุ่มของสารบำรุงด้วยสีม่วงนะคะ

 

ส่วนของสารบำรุงนั้นให้ผลโดยรวมหลายด้าน ได้แก่

  • ผลัดเซลล์ผิวลดการอุดตัน จากสารสกัดของต้น Willow 2 สายพันธ์ คือ Salix nigra (Black willow) และ Salix alba ที่มี BHA ตามธรรมชาติ ให้ผลลดการอุดตัน ลดการอักเสบ ร่วมกับ Glycolic acid ที่เป็น AHA และสาร Lactic acid ธรรมชาติที่ได้จากการหมักของ Lactobacillus
  • Antioxidant ต่อต้านอนุมูลอิสระ จากสารสกัดพืชหลายชนิด
  • ผลดีต่อสิว มี Niacinamide ที่ช่วยลดการอักเสบสิว ร่วมกับสารสกัดจากพืชที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้ออย่าง Melia azaridacta (สะเดาอินเดีย), Houttuynia cordata (พลูคาว) และสารหอม O-cymen-5 ol ที่เป็นสารกลุ่ม Terpenes ที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อได้หลายชนิด ร่วมกับ Glyceryl caprylate ซึ่งมีคุณสมบัติที่ดีกับผิวหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความชุ่มชื้น จนถึงฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อ
  • ลดการอักเสบ จากสารสกัด Phellodendron amurense ซึ่งมีงานวิจัยรองรับถึงคุณสมบัติในการต้านการอักเสบ (Int Immunopharmacol. 2014; 19(2):214-20.)
  • ริ้วรอยและแผลเป็น มีสารสกัดจาก Scutellaria ที่ช่วยเรื่องการสร้างคอลลาเจนในผิว ช่วยลดริ้วรอย สมานแผล
  • สูตรผสมของ Lactobacillus/Soybean Ferment Extract (and) Saccharomyces/Viscum Album (Mistletoe) Ferment Extract (and) Saccharomyces/Imperata Cylindrica Root Ferment Extract มีชื่อทางการค้าว่า Natural HGTM ของเกาหลี มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้น ช่วยให้ความรู้สึกสบายผิว ลดการอักเสบ ลดการระคายเคือง
  • Whitening อาศัย Niacinamide เป็นตัวลดการส่งผ่านเมลานินออกมาจากข้างใน มีผลลดรอยดำจากสิวได้ด้วย
  • Moisturizer มี Trehalose ที่เป็นน้ำตาลชนิดพิเศษ มีคุณสมบัติดูดน้ำให้ผิว และช่วยปกป้องผิวจากอากาศแห้งๆได้ดี ร่วมกับสารดูดน้ำอีกหลายตัว และ Sodium hyaluronate

 

โดยรวมถือว่าทำมาได้ค่อนข้างครบค่ะ

ในส่วนของเนื้อผลิตภัณฑ์ ก็ไม่ได้มีสารที่มีพิษมีภัยอะไร ไม่มี Alcohol มีสารดูดน้ำดีๆหลายตัว มี Silicone ที่ช่วยเคลือบปกป้องผิวรักษาความชุ่มชื้นได้ด้วย

ตัวนี้มาในรูปแบบของ Emugel ที่ประกอบด้วยซิลิโคนกับน้ำ ไม่มีน้ำมันที่สุ่มเสี่ยงอุดตันรูขุมขน

 

มาให้คะแนนกันดีกว่า

วันนี้ขอให้รวบ เป็นภาพรวมเลยนะคะ

 

  1. กลุ่มสารออกฤทธิ์ หรือ Actives เรียกได้ว่ามากันแน่นแบบสมบูรณ์แบบ ดูแลได้ครอบคลุมเกือบทุกปัญหาผิว ดังที่ได้เล่าให้ฟังไปแล้วในด้านบน ถึงตรงนี้ก็ไม่รู้จะเอาอะไรมาหักคะแนน จึงขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. กลุ่มเนื้อหลัก หรือ Base ทั้ง 2 ตัว ไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว และไม่มี Alcohol ไม่มีน้ำมันที่สุ่มเสี่ยงอุดตันผิว เลยไม่มีที่ให้หักคะแนน จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  3. กลุ่มของสารปรุงแต่ง หรือ Additives ทั้งสองตัวไม่มีสารที่มีพิษมีภัยอะไรกับผิว เลยไม่รู้จะหักคะแนนอะไร เลยขอให้ 5 ฟลาสก์
  4. การใช้งาน สำหรับตัว Multivitamin serum มีเนื้อค่อนข้างบางเบา ไม่เหนอะหนะ ดูดซึมง่าย ส่วนตัว Sleeping mask ก็ให้สัมผัสที่เบา ไม่หนักผิว ไม่มันเยิ้ม เน้นการเติมน้ำให้กับผิว เกลี่ยค่อนข้างง่าย หลังจากใช้มาอยู่เกือบ 2 อาทิตย์ ก็รู้สึกว่าผิวเราจะนุ่ม ชุ่มชื้น มีน้ำมีนวล ทำให้ริ้วรอยเล็กๆดูหายไปค่ะ โดยรวมจึงถือว่าค่อนข้างประทับใจ ขอให้ 5 ฟลาสก์

 

%e0%b8%84%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%99-asiae

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่เฟสบุคของทางแบรนด์ได้เลยค่ะ

 

https://www.facebook.com/Asiae.np

 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Asiae ด้วยค่ะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบ สวัสดีค่ะ

 

Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์ Asiae การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้รับค่าตอบแทนในการเขียนรีวิวและไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมน้ำตบยางพารา Apara The first care para activating essence

สวัสดีค่ะ วันนี้มี่จะมารีวิวน้ำตบตัวหนึ่งที่น่าสนใจให้ชมกันค่ะ

เป็นน้ำตบที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากยางพารา สารสกัดยางพารานี้เป็นผลงานการวิจัยของคนไทย และมีอนุสิทธิบัตรรองรับด้วยค่ะ

กับน้ำตบ The first care para activating essence จากแบรนด์ Apara นั่นเองค่ะ

มาดูหน้าตากันก่อนเลยนะคะ

apara-3

มาในกล่องกระดาษสีขาวเงาเหลือบมุกดูเรียบง่ายแต่หรูหรา

ด้านในเป็นขวดพลาสติกอย่างหนา

apara-4

ลวดลายที่ขวดมีความหมายนะคะ

postcard

เป็นลายที่ทำเลียนแบบตอนกรีดยางค่ะ ดูมี Gimmick เก๋ไก๋สวยงาม

เนื้อน้ำตบเป็นเนื้อน้ำนม

apara

ตัวน้ำตบมีกลิ่นอ่อนๆ น่าจะเป็นกลิ่นของสารสกัดยางพาราที่ผสมๆกับน้ำมันหอมระเหยจากกุหลาบ เนื้อค่อนข้างเบา เกลี่ยง่าย ซึมไว ไม่เหนอะหนะ

apara-2

วิธีใช้ของมี่คือ ใช้หยดลงบนฝ่ามือ ส่วนตัวมี่จะใช้ในขนาดประมาณเหรียญ 5 บาท แล้ว Warm เล็กน้อย ก่อนตบเบาๆบนหน้า ทั้งเช้าและเย็น หลังล้างหน้าเรียบร้อยแล้วค่ะ

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

%e0%b8%aa%e0%b8%9c%e0%b8%aa-apara

ในส่วนผสมมี่ได้ทำสีส่วนผสมของสารบำรุงไว้แล้วค่ะ

เริ่มกันที่สีน้ำเงิน พระเอกของเรา คือ Hevea brasiliensis extract คือ สารสกัดจากยางพารานั่นเองค่ะ สารสกัดนี้เป็นสารสกัดที่เกิดจากงานวิจัยอันทรงคุณค่าของ รศ.ดร.รพีพรรณ วิทิตสุวรรณกุล ภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (หรือ ม.อ.) เมธีวิจัยอาวุโสของสกว. ร่วมกับศูนย์ความเป็นเลิศทางชีววิทยาศาสตร์ หรือ TCELS

สารสกัดนี้มีที่มาจากการที่ทีมนักวิจัยสังเกตว่าชาวสวนที่กรีดยางส่วนใหญ่มีผิวพรรณดี เลยนำมาศึกษา พบว่าในสารสกัดจากน้ำยางพารา ประกอบด้วยสารที่มีประโยชน์ในทางเครื่องสำอางหลายชนิด ที่น่าสนใจคือ

  • สารกลุ่ม Antioxidants ที่ช่วยชะลอวัย
  • สารกลุ่ม Protease inhibitor ซึ่งทำงานในการขัดขวางการส่งผ่านเมลานินที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ออกมาเห็นเป็นสีผิว
  • น้ำตาลหลายๆชนิด ช่วยดูดน้ำให้ผิวเพิ่มความชุ่มชื้น
  • กรดอินทรีย์จำพวก AHA และ BHA
  • วิตามินและแร่ธาตุอีกหลายชนิด

(ข้อมูลจาก TCELS)

สารสกัดนี้ยังมีการทดสอบประสิทธิภาพด้าน Whitening ลดการเกิดฝ้าในอาสาสมัครด้วยค่ะ โดยมีกลไกในการเป็น Whitening 2 ขั้นตอน คือ ลดการสร้างเม็ดสีผิว และลดการส่งผ่านเมลานินที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ออกมาข้างนอก

สารสกัดนี้ได้รับอนุสิทธิบัตรคุ้มครองด้วยค่ะ โดยในอนุสิทธิบัตรจะเคลมเรื่อง Peptide ที่มีผลด้าน Whitening (อนุสิทธิบัตรไทย เลขที่คำขอ 0603001971)

สารสกัดจากทาง TCELS มี Claim ว่า นอกจากช่วยเรื่อง Whitening แล้ว ยังให้ผลดีด้านลดการอักเสบของสิว ควบคุมความมัน และช่วยลดเลือนริ้วรอย

ในส่วนของสารบำรุงอื่นๆจะเป็นกลุ่มสีฟ้า ได้แก่

  • Witch hazel หรือ Hamamelis virginiana extract มีคุณสมบัติควบคุมความมัน กระชับรูขุมขน
  • คาโมมายล์ หรือ Chamomilla recutita extract มีคุณสมบัติลดการระคายเคือง ลดการอักเสบ และให้ความรู้สึกสบายผิว
  • ใบ Artichoke หรือ Cynara scolymus extract น่าจะเป็นวัตถุดิบของฝรั่งเศส ผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่า สารสกัดประกอบด้วยเปปไทด์ที่มีคุณสมบัติควบคุมปริมาณของ EGF receptor บนเซลล์ผิวให้มีจำนวนปกติมีผลเพิ่มการแบ่งตัวของเซลล์ผิวหนัง ทำให้ชั้นผิวหนาตัวขึ้น ช่วยเพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจนในผิว และยับยั้งการทำงานของ MMP-1 ที่เป็นเอนไซม์ย่อยสลายคอลลาเจนในผิว
  • Sodium PCA เป็น Natural moisturizing factor ตามธรรมชาติในผิว ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น
  • สารสกัดจากบัวบก หรือ Centella asiatica extract มีคุณสมบัติเด่นด้านการชะลอวัย และริ้วรอย
  • Niacinamide หรือ วิตามินบี 3 มีคุณสมบัติหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็น Whitening, ลดการอักเสบในผิว เพิ่มการสังเคราะห์ไขมันที่เป็น Barrier function ของผิว
  • ว่านหางจระเข้ มีคุณสมบัติด้านความชุ่มชื้น

สีเขียวคือน้ำมันหอมระเหยจากกุหลาบ ซึ่งมีคุณค่ามีราคาแพง ให้คุณสมบัติเด่นด้าน Soothing หรือ ให้ความรู้สึกสบายผิว

ในส่วนของเนื้อหลัก และ สารปรุงแต่งของผลิตภัณฑ์ ก็ทำมาได้ดี และไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิวอยู่เลยค่ะ

ถึงเวลาให้คะแนน

  1. สารบำรุง หรือ Active ingredients เป็นน้ำตบที่ใช้สารสกัดจากยางพาราเป็นพระเอก พระเอกของเราในวันนี้ก็ให้ผลดีในหลายๆด้านไม่ว่าจะเป็น Whitening, ชุ่มชื้น และชะลอวัยลดริ้วรอย เสริมมาด้วยนักแสดงสมทบอย่างสารสกัดพืชอีก 5 ชนิด ตัวที่มาเป็นพระรองคงนี้ไม่พ้นใบ Artichoke จากฝรั่งเศส ที่มีคุณสมบัติเด่นในด้านการลดและป้องกันริ้วรอย และสารสกัดอื่นๆที่มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายผิว ตบท้ายด้วยวิตามินบี 3 และ Sodium PCA ที่เป็น Natural moisturizing factor ตามธรรมชาติในผิว จึงถือว่าทำมาได้อย่างลงตัว รับไป 5 ฟลาสก์
  2. เนื้อหลัก หรือ Base ถึงจะดูเป็นน้ำนม แต่ก็ไม่มีส่วนผสมของน้ำมันที่อาจจะรบกวนและอุดตันผิวอยู่ มีสารที่ให้คุณสมบัติดูดน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว และไม่มี Alcohol ไม่มีที่ให้หักคะแนน รับไป 5 ฟลาสก์
  3. สารปรุงแต่ง หรือ Additives ไม่มีทั้งซิลิโคน น้ำหอม และพาราเบน ใช้น้ำมันหอมระเหยจากดอกกุหลาบเป็นตัวให้กลิ่น นอกจากนี้ก็ไม่มีส่วนผสมของสารอื่นๆที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยไม่มีที่ให้หักคะแนนเช่นกัน รับไป 5 ฟลาสก์
  4. การใช้งาน ถ้าตัดเรื่องนวัตกรรมและสิทธิบัตรไทยออกไป น้ำตบ Apara เป็นน้ำตบที่ดูภายนอกเหมือนจะมันและหนักผิวเพราะมาในรูปแบบน้ำนม แต่พอใช้จริงกลับซึมไวและ หลังใช้ครั้งแรกก็จะรู้สึกว่าผิวชุ่มชื้น และรู้สึกเบา สบายผิว หลังจากใช้มาเกือบ 2 สัปดาห์จะรู้สึกด้านความสม่ำเสมอของสีผิว และความนุ่มฟูของผิวหน้า มีติแค่เรื่องกลิ่นเล็กน้อย แต่เข้าใจว่า น่าจะเป็นกลิ่นของวัตถุดิบและส่วนผสม โดยรวมถือว่าทำมาได้ค่อนข้างดี และมี่ค่อนข้างชอบ เลยขอให้ไป 5 ฟลาสก์

%e0%b8%84%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%99-apara

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Apara ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์นวัตกรรมดีๆฝีมือคนไทยมาให้มี่ได้ทดลองใช้ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/apara.thailand/

และขอขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

Disclaimer: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Apara การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ