Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรัมและไพร์มเมอร์กันแดดต้านมลพิษจากแบรนด์ Tender

สวัสดีค่ะ วันนี้มี่มีรีวิวผลิตภัณฑ์ต่อต้านมลภาวะ Anti-pollution จากแบรนด์ Tender แบรนด์น้องใหม่ แต่ส่วนผสมนั้นแซ่บไม่แพ้รุ่นพี่เลยนะคะ

 

สกินแคร์ของแบรนด์ Tender ที่มี่ได้มา มี 2 ชิ้นค่ะ เป็นตัว Serum และ กันแดดเนื้อ Primer ค่ะ

 

มาด้วยแพคเกจน่ารักสดใสมุ้งมิ้งค่ะ

 

tender 1

 

เรามาเริ่มกันกับตัว Serum ก่อนเลยนะคะ

 

Serum นั้นมาในขวดปั๊ม สีขาว ตกแต่งแนว Minimal สีเขียวนมๆ

 

tender 2

 

ตรงนี้เป็นคำ Claim ที่ด้านหลังกล่องค่ะ

 

tender 3

 

เนื้อเซรัมเป็นกึ่งๆน้ำนม มีกลิ่นหอมจางๆค่ะ เกลี่ยค่อนข้างง่าย ให้สัมผัสลื่น บางเบา ซึมไว ไม่เหนอะหนะ

 

 

วัดค่า pH ซักหน่อยนะคะ

 

tender 6

 

ค่า pH อยู่ระหว่าง 5 – 6 ค่ะ ถือว่าใกล้เคียงกับผิวดี

 

 

มาดูส่วนผสมกันบ้างค่ะ

 

สำหรับตัวเซรัมส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

 

สผส primer

 

ส่วนผสมของสารบำรุงมี่ทำสีม่วงไว้ให้ค่ะ ที่มาในลำดับแรกๆจะเป็นตัว Niacinamide หรือ วิตามินบี 3 ซึ่งมีประโยชน์หลายๆด้านนะคะ ไม่ว่าจะเป็น Whitening, ลดการอักเสบ ดูแลปัญหาสิว และเพิ่มการสังเคราะห์ไขมันที่เป็น Barrier ผิว

 

สารบำรุงที่มาเด่นไม่แพ้กันก็คือส่วนผสมของ Plankton extract และ Arginine ferulate ค่ะ สารนี้เป็นนวัตกรรมจากฝรั่งเศส ที่ผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่าให้ผลเกี่ยวกับการ Detoxification (หรือย่อๆว่า Detox) และการชะลอวัยค่ะ ซึ่งเวลาใช้ด้วยกัน สารทั้งสองจะช่วยเสริมฤทธิ์ซึ่งกันและกันค่ะ

 

สารสกัดจากสาหร่ายสีแดง Chondrus cripis น่าจะตรงกับวัตถุดิบ Oligogeline ของบ. Seppic จากทางฝรั่งเศส ซึ่งให้ผลเรื่องความชุ่มชื้น และให้ความรู้สึกสบายผิว

 

และสุดท้าย Broccoli extract (Brassica oleracea italica) นี้มี่คิดว่าน่าจะเป็นวัตถุดิบที่ชื่อ BioDtoxTM ซึ่งประกอบด้วย Propanediol (and) Bioflavonoids (and) Brassica Oleracea Italica (Broccoli) Extract (and) Aloe Barbadensis Leaf Extract

 

ผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่า ให้ผลในการ Detox ช่วยต่อต้านมลภาวะ ลดการอักเสบ ต่อต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจน ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่า สารบำรุงชุดนี้ช่วยปกป้อง Barrier ผิวไม่ให้ถูกทำลายเพราะ Sodium lauryl sulfate ได้ด้วยค่ะ (REF: cosmetic business)

 

จริงๆลำพัง Broccoli ก็ให้ผลเป็น Antioxidant ที่ดีอยู่ในตัวแล้วค่ะ ยิ่งมาประกบกับ Bioflavonoids ซึ่งเป็นสารที่พบในเปลือกส้ม และพืชหลายๆชนิด พวกนี้ก็เป็น Antioxidant ที่ดีอีกค่ะ โดยรวมคือ มหกรรมแห่ง Antioxidant

 

แล้วคหสต.มี่คิดว่าสารพวกนี้น่าจะคงตัวอยู่ในผลิตภัณฑ์ เพราะตัวที่จะตายแทนพวกนี้คือวิตอีค่ะ วิตอีจะเป็นผู้เสียสละพลีชีพเพื่อรักษาสิ่งพวกนี้ไว้

 

ส่วนผสมทุกตัวมีความอ่อนโยน ทางแบรนด์ Claim ว่าสามารถใช้ได้ทุกสภาพผิว แม้กระทั่งผิวแพ้ง่าย เพื่อให้ผิวมีสุขภาพดี

 

ส่วนอีกตัวเป็นกันแดดไพรม์เมอร์ค่ะ มีชื่อเต็มๆว่า complete primer UV protection Anti-pollution SPF50 PA+++ UVA/UVB

 

tender 7

 

นางมาในแพคเกจที่เป็นหลอดบีบค่ะ

ตรงนี้จะเป็นคำ Claim ด้านหลังกล่องนะคะ

 

tender 10

 

เนื้อครีมเป็นครีมสีเหลืองอ่อน มี pigment ขนาดเล็กละเอียดมาก เป็นประกายแวววาว ดู Glow แบบไม่มันเยิ้มค่ะ

 

 

ตัวนี้มี่ไม่ได้วัดค่า pH ให้นะคะ เพราะมีเม็ด pigment จะรบกวนการอ่านสีค่ะ

 

 

มาดูส่วนผสมกันค่ะ

 

สผส เซรัม

 

จากส่วนผสมจะเห็นว่าส่วนของสารบำรุงจะดูคล้ายกับตัว Serum นะคะ จะมีต่างกันเล็กน้อยค่ะ

 

ถ้าพูดถึงสารกันแดดมี่ทำสีฟ้าไว้ให้ค่ะ เป็นกันแดดผสมเคมีและกายภาพค่ะ

  • Ethylhexyl methoxycinnamate ตัวนี้เด่น UVB
  • Octocrylene ดูดซับช่วง UVB และเป็นตัวเพิ่มความคงตัวค่ะ
  • Ethylhexyl triazone ตัวนี้ก็เด่น UVB ค่ะ
  • Diethylamino Hydoxybenzoyl Hexyl Benzoate ตัวนี้เด่น UVA มีความคงตัวค่อนข้างสูง และก็ถ้าเสริมกับสารในกลุ่ม Triazone อีกตัวหนึ่งก็จะได้ผลดีขึ้น
  • titanium dioxide เป็นกันแดดกายภาพ อาศัยการสะท้อนรังสีเอา

 

กันแดดมี SPF ที่ 50 และกันน้ำกันเหงื่อได้ ไม่ลอยไม่วอกไม่เทาเลยค่ะ และจากกลุ่มสารกันแดดที่ใช้โดยรวมก็ถือว่ากันแดดได้ครบถ้วนสมบูรณ์ดีค่ะ

 

ส่วนของสารบำรุงนั้นจะคล้ายกับตัวเซรัม แต่มีการเพิ่ม Lithothamnium calcarum extract เข้ามาค่ะ

 

สารสกัดนี้เป็นสารสกัดจากสาหร่ายสีแดงชนิดหนึ่ง ทางผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่าอุดมด้วยแร่ธาตุมากมาย ให้ผลเป็น Moisturizer, เป็น Antioxidant ช่วยชะลอวัย และให้ความรู้สึกสบายผิว (Soothing)

 

มาให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ

 

  1. สารบำรุง ทั้งสองตัวเน้นไปที่การเป็น Antioxidant และตัววัตถุดิบที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการ Detox ซึ่งสารบำรุงที่ทางแบรนด์เลือกใช้ก็เป็นสารนำเข้าจากนานาประเทศ ไม่ว่าจะเป็นฝรั่งเศส เกาหลี และสเปน ทำให้ดูมีราคา ซึ่งสารที่เลือกใช้ก็มีการ Claim เกี่ยวกับเรื่อง Pollution อยู่ นอกจากนั้นก็ยังมีส่วนของ Whitening และ ความชุ่มชื้น สำหรับตัวกันแดดก็ถือว่ากันได้ครบและครอบคลุมดี เลยขอให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. เนื้อผลิตภัณฑ์ ทั้งสองตัวมาในรูปแบบของ Emulsion ที่ประกอบด้วยน้ำและน้ำมัน ตัวเซรัมไม่มีส่วนผสมของ Silicone ด้วยค่ะ แถมส่วนผสมทั้งสองตัวก็ไม่ได้มีอะไรที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยขอให้ 5 ฟลาสก์
  3. สารปรุงแต่งอื่นๆ ทั้งสองตัวไม่ได้มีสารตัวไหนที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยไม่มีที่ให้หักคะแนน รับไป 5 ฟลาสก์
  4. การใช้งาน เซรัมค่อนข้างบางเบาค่ะ อาจจะไม่ค่อยเหมาะกับคนที่มีผิวแห้งมาก ส่วนตัวมี่คิดว่า ถ้าทาแล้ว หาครีมหรือมอยส์เจอร์มาทาทับอีกชั้นหนึ่งก็จะพอดีค่ะ ส่วนตัวกันแดดไพร์มเมอร์ ถ้าทาเดี่ยวๆจะดูเงาๆหน่อยนะคะ แต่ถ้าทาแล้วลงรองพื้นทับ กับปัดแป้งฝุ่นอีกรอบจะสวยฉ่ำพอดีค่ะ ส่วนข้อติก็มี่คิดว่านางมาในหลอดเล็กไปนิดนึงค่ะ โดยรวมขอให้ไป 4 ฟลาสก์ค่ะ

 

คะแนน

 

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ Tender ด้วยค่ะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

http://www.tenderskincare.com

http://www.facebook.com/tenderskincare

instragram:Tenderskincareofficial

line : @tenderskincare

 

Discliamer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Tender การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมน้ำมัน Argan ออร์แกนิก Or’agan 100% Organic argan oil moisturizer

สวัสดีค่ะ เรามาต่อกันกับผลิตภัณฑ์ดีๆจากแบรนด์ Or’agan กันนะคะ สำหรับผลิตภัณฑ์จาก Or’agan ที่มีได้มา มีทั้งหมด 4 ชิ้น เริ่มจาก Black soap หรือ สบู่ดำ ตามด้วยน้ำมันสารพัดประโยชน์ Bath body massage oil และ Ghassoul Clay วันนี้มาทิ้งทวนด้วย 100% Organic argan oil moisturizer ค่ะ

 

ว่าแล้วเราก็มาดูหน้าตาของผลิตภัณฑ์กันดีกว่าค่ะ

 

oil 1.jpg

 

ตัวผลิตภัณฑ์จะมาในขวดแก้วที่มีรูปทรงเป็นเอกลักษณ์นะคะ ขวดที่มี่ได้มาเป็น Size 10 ml ที่อยู่ในเซ็ตของขวัญของทางแบรนด์ ตัวฝาจะเป็นฝาแบบสเปรย์ค่ะ

 

ที่ด้านหลังกล่องจะมีคำ Claim ดังภาพค่ะ

 

oil 2

 

เป็นเกี่ยวกับเรื่องวัตถุดิบว่าเป็นการสกัดเย็นจากเมล็ดอาร์แกนออร์แกนิก และเป็นการสกัดครั้งแรก รวมทั้งได้รับตรา Ecocert ซึ่ง ตรานี้ไม่ได้ได้มาง่ายนะคะ มีระบบระเบียนและข้อกำหนด หรือ Requirement ที่เยอะเหมือนกันค่ะ

 

มาดูเนื้อสัมผัสกันบ้างค่ะ

 

oil 3

 

เนื้อ oil มีความหนืดอยู่ค่อนข้างน้อยค่ะ มีกลิ่นเฉพาะตัว คล้ายถั่ว ไหลได้อย่างอิสระ ทำให้เกลี่ยได้ง่าย มีสัมผัสที่ค่อนข้างบางเบา ถ้าวัดตามหลักทาง Aromatherapy ซึ่งแบ่ง oil เป็น 3 แบบ คือ Light oil, Medium oil และ Thick oil ตัวนี้น่าจะอยู่ในเกณฑ์ Light-to-Medium ค่ะ

 

การดูดซึมนั้นใช้เวลาพอสมควรค่ะ

 

oil 4

 

ใครที่ไม่ชอบความเหนอะหนะของ oil มี่แนะนำว่า สามารถเอามาผสมกับโลชั่น ในอัตราส่วน oil 1: lotion 2 วอร์มๆให้เข้ากันก่อนเอาลงผิวได้นะคะ จะทำให้ออยล์มีความมันลดลง และยังช่วยให้ซึมผิวได้ดีขึ้นด้วยค่ะ

 

สำหรับส่วนผสมก็คือ ประกอบด้วยน้ำมันจากเมล็ดอาร์แกนออร์แกนิก 100% เลยค่ะ

 

ดูรายละเอียดกันซักหน่อยนะคะ

 

น้ำมันอาร์แกนนั้นน้ำมันจากเมล็ดของต้น Argan (Argania spinosa) ซึ่งในทาง Aromatherapy ระบุว่าน้ำมันที่มีส่วนผสมของ Argan oil มีคุณสมบัติในการลดริ้วรอย เพิ่มความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น ลดรอยแตกลาย

 

ถ้าพูดถึงการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับ Argan oil ก็มีมายาวนานพอสมควรเลยค่ะ

 

มีการศึกษาชิ้นหนึ่งได้กล่าวว่า Argan oil นั้น มีผลต่อการสร้างเม็ดสีผิวในระดับหลอดทดลองด้วยค่ะ ทำให้ได้ผลเรื่อง Whitening ด้วย (Evid Based Complement Alternat Med. 2013; 2013: 340107.)

 

การทดสอบประสิทธิภาพของ Argan oil แบบทา ในสตรีวัยทองจำนวน 60 คน เป็นเวลา 60 วัน พบว่าค่า TEWL (การระเหยของน้ำออกจากผิว) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ค่านี้สื่อว่า Barrier ผิวมีความแข็งแรงมากขึ้น และพบว่าระดับน้ำในผิวชั้นนอก หรือ Epidermis มีค่าสูงขึ้น (Prz Menopauzalny. 2014;13(5):280-8.) อีกชิ้นหนึ่งทดสอบในสตรีวัยทอง จำนวน 30 คน เป็นเวลา 60 วัน พบว่าผิวหนังมีความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้น (Clin Interv Aging. 2015;10:339-49.)

 

นอกจากนี้การศึกษาล่าสุดในช่วงต้นปีนี้ ได้พบว่า Argan oil มีผลช่วยสมานแผลในหนูทดลองที่มีแผลไหม้ได้ด้วย (Ostomy Wound Manage. 2016 Mar;62(3):26-34.)

 

โดยรวมผลจากการศึกษาดังกล่าว ก็จะสามารถสรุปได้ว่า Argan oil นั้นให้ผลด้านความชุ่มชื้น ความแข็งแรงของ Barrier ผิว การสมานแผล และ Whitening ค่ะ

 

วันนี้ไม่รู้จะให้คะแนนอย่างไรดี เพราะส่วนผสมมีแค่ Argan oil ก็เลยขอให้คะแนนในภาพรวมแทนนะคะ

 

จากคะแนนเต็ม 5 สำหรับ Argan oil ตัวนี้ มี่ขอให้ 4 ฟลาสก์ค่ะ เนื่องจากแพคเกจเป็นแบบสเปรย์ ที่ค่อนข้างกดออกยาก และเวลากดมันจะกระจายพอสมควรนะคะ

 

คะแนน argan oil

 

สุดท้ายนี้ขอบคุณทางแบรนด์ Or’agan ด้วยนะคะที่ส่งสินค้าดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามมาจนจบ

 

 

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ทางเฟสบุคของแบรนด์ Or’agan เลยนะคะ

 

https://www.facebook.com/theoraganth

 

 

 

Disclaimer: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับเป็นของขวัญจากแบรนด์ Or’agan การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและสุคนธบำบัด (Aromatherapy) และอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

Miyeon’s Lab — รีวิว/Screening หา สารกลุ่ม Polyphenol ในสกินแคร์ และ homemade beauty

สวัสดีค่ะพี่ๆน้องๆเพื่อนๆห้องแป้งที่น่ารักทุกๆท่าน

วันนี้มี่มาลองตรวจหา Polyphenol ในสกินแคร์ที่มี่ใช้เป็นประจำทุกวันให้ชมกันค่ะ

Polyphenol คือ อะไร ??

Polyphenol เป็นสารพฤกษเคมีในพืช กลุ่มใหญ่ กลุ่มหนึ่ง ทีประกอบด้วยโครงสร้างที่มีหมู่ฟังก์ชั่น ฟีนอล และ -OH อยู่หลายๆตัว ซึ่งสารกลุ่มนี้มีคุณสมบัติที่ดีในเชิงเครื่องสำอางมากมายค่ะ ไม่ว่าจะเป็น Antioxidant, ลดการอักเสบ, Whitening และกลุ่มสาร Polyphenol ที่น่าสนใจตัวหนึ่ง คือ Tannin ซึ่งมีรสฝาด ให้ผลกระชับรูขุมขน ควบคุมความมัน และ มีผลฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ได้บางชนิดค่ะ

การตรวจ Polyphenol ง่ายๆ

จะใช้วิธี Ferric chloride reagent ค่ะ หยดลงไปแล้วสังเกตการเปลี่ยนสี จากสีเหลือง เป็น เขียว น้ำเงิน ม่วง ดำ น้ำตาล หรือ แดง ซึ่งสีที่เกิดขึ้นจะสอดคล้องกับชนิดของ Polyphenol ที่พืชมีค่ะ ถ้าเป็น Tannin มักจะให้สีน้ำเงิน และ เขียว

ซึ่งการตรวจแบบนี้เราเรียกว่า Screening test ซึ่งไม่ได้ถูกต้อง 100% นะคะ แต่ก็มีประโยชน์ในการคัดกรองเบื้องต้นค่ะ

พอดี Ferric chloride ที่ซื้อมา เหลือ เลยลองเอามาตรวจ Skincare เล่นๆค่ะ

ก่อนทำก็ละลาย Ferric chloride ให้ได้ความเข้มข้นที่เหมาะสมก่อนค่ะ

จะได้เป็นสารละลายสีเหลืองน้ำตาลค่ะ

fecl3.jpg
มี่ลองเอา Skincare ที่ใช้เป็นประจำมาตรวจดูค่ะ

fe 1

เยอะเชียว

เราเริ่มกันที่ Madre Labs Rose petal witch hazel toner ค่ะ

fe 2

ตอนแรกคิดว่าจะให้ผลบวกนะคะ เพราะ Witch hazel มี Tannin และ Polyphenol อยู่เยอะ แต่ผลคือ

fe 3

ไม่เกิดปฎิกิริยาค่าาา อาจจะเพราะว่าเจือจางเกินไปก็ได้

ตัวที่สอง Missha near skin black tea toner โทนเนอร์ชาดำของเกาหลีค่ะ

fe 4

ตัวนี้ก็ไม่เกิดปฎิกิริยาค่ะ

fe 5

ตัวที่สาม Skin Talk BHA music toner ลูกรักบ้านมียอนนั่นเองค่ะ

fe 6

ตัวนี้ให้ผลบวกนะคะ ได้เป็นสีม่วงค่ะ

fe 7

ตัวที่สี่ Labstory V10 Revital Whitening Intensive Booster ค่ะ

fe 8

ตัวนี้ดูไม่ค่อยชัด แต่เหมือนจะให้ผลบวกนะคะ ได้เป็นสีน้ำตาลอมเขียว

fe 9

ตัวที่ 5 Hada rizumu น้ำตบ Royal jelly และ Hyaluron ของ Kose cosmeport

fe 10

ตัวนี้คิดไว้แล้วว่าจะไม่เกิดปฏิกิริยา ก็ไม่เกิดจริงค่ะ

fe 11

ตัวที่ 6 Deep sea marine collagen ampoule ของ Mizon ลูกรักเช่นกัน

fe 12

ตัวนี้คิดไว้ว่าคงไม่เกิดปฎิกิริยา ก็ไม่เกิดจริงค่ะ เพราะส่วนผสมนางเป็นพวกคอลลาเจน ซึ่งเป็นโปรตีน

fe 13

ตัวที่ 7 It’s Skin GF effector ลูกรักเช่นกัน

fe 14

ตัวนี้ก็ไม่เกิดปฏิกิริยาค่ะ

fe 15

ลองดูพวก Homemade beauty บ้างนะคะ

สูตรแรก น้ำใบชาจีนต้มค่ะ

fe 16

ไม่เกิดจ้า ทั้งๆที่ควรจะเกิด อาจจะเพราะต้มเจืองจางไป

fe 17

สูตรสอง น้ำใบทับทิมต้มค่ะ

fe 18

ตัวนี้ค่อนข้างชัดค่ะ ว่าเปลี่ยนเป็นสีอมเขียว

fe 19

จบแล้วค่า

ถึงตัวที่ไม่ได้เกิดปฏิกิริยา ก็ไม่ได้แปลว่า จะไม่มีประโยชน์นะคะ เพราะวิธีนี้มันมีข้อจำกัดอยู่เยอะเหมือนกันค่ะ เขาอาจจะมี แต่เจืองจางไปหน่อย เลยไม่ทำปฏิกิริยาก็ได้

ขอบคุณที่รับชมมาจนจบนะคะ

Disclaimer: ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นซื้อด้วยตัวเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นเพียงการคัดกรองเบื้องต้นด้วย Ferric chloride reagent ซึ่งมีข้อจำกัดหลายประการ และการอ่านสีอ่านด้วยตาเปล่า การเตรียมตัวอย่างไม่ได้ใช้เครื่องชั่ง อาจจะมีการคาดเคลื่อน จึงเป็นเพียงแนวทางเท่านั้น

 

Image

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมสบู่ดำจาก Morocco กับ Or’agan black soap with eucalyptus

สวัสดีค่ะ วันนี้มี่แวะเอารีวิวสบู่ดำ หรือ Black soap ของขึ้นชื่อต้นตำรับจาก Morocco มาฝากกันค่ะ

 

Black soap ตัวที่มี่ได้มาเป็นของแบรนด์ Or’agan แบรนด์เครื่องสำอางธรรมชาติและออร์แกนิกแบรนด์ดังที่เป็นแบรนด์ในเครือจากบริษัท Dumoroc มีพันธกิจเกี่ยวกับการส่งออกนำเข้าสินค้าอันทรงคุณค่าจากโมรอคโค มาสู่ไทย ซึ่งสินค้าของแบรนด์หลายๆตัวเป็นตำรับโบราณจากชาวโมรอคโค ด้วยค่ะ #สบู่ตัวนี้ก็เช่นกัน

 

แบรนด์นี้มีวางจำหน่ายตามสปาชื่อดังอยู่หลายที่เหมือนกันค่ะ และกำลังจะเริ่มเปิดตลาดค้าปลีกในบ้านเรา

 

ว่ากันว่า แบรนด์ Or’agan เป็นเจ้าแรกเลยค่ะ ที่นำเอาสบู่ดำเข้ามาจำหน่ายในไทย

 

มาดูหน้าตากันหน่อยนะคะ

 

bs new-ฟุ้ง.jpg

 

สบู่ดำตัวนี้ มีเนื้อแบบขี้ผึ้ง หรือ Ointment ค่อนข้างคล้าย Petrolatum หรือ Vaseline อยู่เหมือนกันค่ะ

 

bs 3

 

เอาช้อนตักขึ้นมาให้ดูเนื้อค่ะ จริงๆถ้าใช้คนเดียว จะเอามือควักและเอามาอาบเลยก็ไม่ว่ากันค่ะ

 

bs 4

 

bs 5

พอเปียกน้ำแล้วก็จะมีฟองอยู่เล็กน้อยค่ะ มีสัมผัสลื่นๆ และมีกลิ่นหอมเย็นสดชื่นของยูคาลิปตัส เวลาอาบจะได้ความรู้สึกเย็นๆด้วยค่ะ

 

bs 6

 

วิธีใช้ที่ถูกต้องคือ ฟอกสบู่ดำทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที ก่อนขัดผิวด้วยถุงมือกีซ (หรือ Kessa glove) ค่ะ

 

 

ว่ากันว่า สบู่ดำนี้ เป็นขั้นตอนแรกของการทำ Hammam (ฮัมมัม) คือ การอาบน้ำสไตล์อาหรับค่ะ ว่ากันว่าในสมัยโบราณ Hammam นี้เป็นส่วนหนึ่งของศาสนา และความเชื่อในการทำความสะอาดร่างกายให้บริสุทธิ์ และถูกสงวนเฉพาะสำหรับผู้ชายเท่านั้นค่ะ ต่อมาจึงได้อนุญาตให้ผู้หญิงเข้าไปทำได้

 

ในไทยเองก็มีบริการ Hammam นะคะ ทีโรงแรมวิลล่ามาร็อก รีสอร์ท ปราณบุรี, Amatara spa และ โรงแรมมาราเกซที่หัวหิน โดยเป็นทรีทเมนท์ที่มีขั้นตอนขัดผิวด้วยสบู่ดำ และถุงมือกีซ (Kessa glove)

 

ถ้าใครไม่อยากไปถึงสปาต่างๆ ทางแบรนด์ Or’agan เองก็ได้จัดชุดสบู่ดำกับถุงมือกีซให้ใช้กันที่บ้าน เป็น Home spa เพื่อผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักได้ค่ะ

 

ถุงมือกีซ ที่มี่ได้มามี 2 อันนะคะ อันหนึ่งสีขาว อันหนึ่งสีส้ม แตกต่างกันที่สีสัน ตามความชอบเลยค่ะ

 

bs 9

 

เวลาจะใช้ เราก็เอามือใส่เข้าไปในช่องด้านล่าง แล้วเอามาขัดผิวที่ถูสบู่ดำไว้แล้วค่ะ

 

bs 10

 

อาบเสร็จขัดผิวเสร็จก็ตบท้ายด้วยน้ำมันบำรุงผิวค่ะ ครบสูตร Home spa สวยๆผ่อนคลายในวันว่าง

 

bs 8

 

เดี๋ยวไว้มารีวิวตัว Oil อีกทีนะคะ

 

จะว่าไป สบู่ดำนี้เองก็มีรายงานการวิจัยกล่าวถึงคุณสมบัติของสบู่ดำ ว่าสามารถกำจัดเชื้อแบคทีเรียบางชนิดบนผิวได้ค่ะ (Ikpoh et al, J Microbial Biotech Res 2012;2(4):533-537)

 

มาทั้งทีไม่วิเคราะห์ส่วนผสมคงไม่ได้ มาดูส่วนผสมกันดีกว่านะคะ

 

สผส black soap

ตัวนี้เป็นสบู่ที่เกิดด้วยวิธี Saponification (ปฏิกิริยาระหว่างน้ำมันและด่าง) ค่ะ ได้สารทำความสะอาดในกลุ่ม Soap ซึ่งมีคุณสมบัติในการทำความสะอาดที่ค่อนข้างดี

 

น้ำมันหลักเป็นน้ำมันจากมะกอก ซึ่งมีส่วนประกอบที่ไม่ทำปฏิกิริยา Saponification อยู่หลายตัว เช่น

  • วิตามินอี ที่เป็น Antioxidant
  • Squalane ที่เพิ่มความชุ่มชื้น
  • สารในกลุ่ม Phytosterol ที่มีผลลดการอักเสบ
  • สารกลุ่ม Phenolic ที่ชื่อ Tyrosol และ Hydroxytyrosol ซึ่งเป็น Antioxidant ที่ดีเช่นกันค่ะ

 

ใช้น้ำมันหอมระเหยจาก Eucalyptus และ Limonene ซึ่งเป็นสารหอม เป็นตัวแต่งกลิ่น

 

สำหรับประโยชน์จากน้ำมันหอมระเหยของ Eucalyptus นั้น ในทางสุคนธบำบัด หรือ Aromatherapy กล่าวว่า น้ำมันหอมระเหยของ Eucalyptus มีคุณสมบัติฆ่าเชื้อ (Anti-septic) ระงับกลิ่นกาย ช่วยขยายหลอดลม ทำให้หายใจสะดวกขึ้น โล่งขึ้น ให้ผลยกระดับจิตใจ (Stimulant effect) ช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้า ทำให้รู้สึกสดชื่น (Refreshing) มีผลขยายหลอดเลือด เพิ่มการไหลเวียนของเลือด ให้ผลลดอาการปวดกล้ามเนื้อ

 

เนื่องจากเป็นสบู่แบบ Saponification และ มีส่วนผสมของ Eucalyptus จึงไม่เหมาะใช้กับผิวหน้านะคะ ใช้สำหรับผิวกายค่ะ

 

มาให้คะแนนกันซักหน่อย เนื่องจากส่วนผสมน้อย เลยขอรวบคะแนนเป็น ส่วนผสม และ การใช้งาน  นะคะ

 

  1. ส่วนผสม ใช้น้ำมันจากมะกอก ซึ่งดูมีราคา และมีส่วนประกอบของสารบำรุงผิวอยู่หลายชนิด ตามที่ได้เล่าให้ฟังในด้านบน และแต่งกลิ่นด้วย Eucalyptus กับ Limonene ซึ่งเป็นสารหอมเลียนแบบธรรมชาติ ส่วนผสมนั้นค่อนข้างเรียบง่าย แต่ยังขาดสารบำรุงอยู่พอสมควร เลยขอให้ไป 3 ฟลาสก์
  2. การใช้งาน ตัวสบู่เนื้อค่อนข้างนุ่ม ละลายน้ำยากเล็กน้อย แต่มีสัมผัสที่ลื่น มีกลิ่นหอมสดชื่น หลังอาบผิวไม่แห้งตึง แต่ปริมาณฟองค่อนข้างน้อยไปนิด ถึงแม้ปริมาณฟองจะไม่เกี่ยวกับความสามารถในการทำความสะอาด แต่ส่วนตัวมี่เองก็เป็นคนติดฟองค่ะ เลยขอให้ 4 ฟลาสก์

 

คะแนน

 

สุดท้ายนี้ขอบคุณทางแบรนด์ Or’agan ด้วยนะคะที่ส่งสินค้าดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามมาจนจบ

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ทางเฟสบุคของแบรนด์ Or’agan เลยนะคะ

https://www.facebook.com/theoraganth

 

Disclaimer: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับเป็นของขวัญจากแบรนด์ Or’agan การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและสุคนธบำบัด (Aromatherapy) และอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ