Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมกันแดดถั่วเขียวเย็นผิว beplain Mung Bean Cooling Moisture Sunscreen SPF50+ PA++++

Blog นี้เราจะมีรีวิวกันแดดถั่วเขียวที่ลดอุณหภูมิผิวได้ 10.5 องศาภายหลังการใช้งาน มาในคอนเซปท์ว่า ถ้าลดอุณหภูมิภายในผิวได้ รูขุมขนก็จะเปลี่ยนแปลงไป เออ อันนี้น่าสน ที่สำคัญเขาว่าฮิตในหมู่พส.เกาหลีด้วย

ตัวผลิตภัณฑ์เป็นของแบรนด์ beplain มีชื่อว่า Mung bean cooling moisture sunscreen มีค่า SPF50+ PA++++

รางวัลฉ่ำหลากหลายหมวด

(Image from beplain Korea Official Website)

คำแปลค่าต่างๆ จากภาพนะคะ เป็นความเห็นจากผู้ใช้จริง

  • 100% บอกว่าซึมไว
  • 98% รู้สึกว่าไม่อุดตัน
  • 97% รู้สึกเย็น
  • 95% บอกว่าหลังใช้แล้วเมคอัพติดทนมากขึ้น
  • 94% บอกว่าไม่แสบตา

อีกการทดสอบ อาสาสมัคร 24 คน โดยสถาบัน Human Skin Clinical Trial Center ทุกคนบอกว่า ทาแล้วรู้สึกผิวเย็น และ รู้สึกว่า soothing ทันที

มีเคลมเรื่องกันฝุ่นละออง

และในการทดสอบก็คือมีผลในการลดรอยแดง กับ ลดอุณหภูมิผิวได้ถึง 10.5 องศา

ส่วนนี้เป็นหน้าตาของน้องค่ะ

ตัวกล่อง

จุดเด่นคือเนื้อสัมผัสที่ชุ่มชื้นเหมือนมอยส์เจอร์ไรเซอร์ ทาแล้วกลืนไปกับผิวแต่ก็ไม่ทำให้เหนอะหนะ

หลังเกลี่ย

เชคฟินิชอีกทีด้วยแสงแฟลช ก็คือจะมีความวาวนิดๆ ภายใต้แสงแฟลช

ด้านส่วนผสมก็คืออัดแน่นมาเช่นเคยตามสไตล์ beplain เขาล่ะ

ในภาพรวมน้องเป็นกันแดดเคมี ที่ผสมสารกรองรังสี UVA UVB มาครบเครื่อง เสริมด้วยสารสกัดจากพืชอีกหลายชนิดที่มีประโยชน์ในการ Soothing/Calming ให้ความรู้สึกสบายผิว แต่งสีเขียวนวลๆ ด้วย pigment Chromium oxide greens ซึ่งเขียวกับแดงเป็นสีคู่ตรงข้ามกันใน Artist color wheel เมื่อมาเจอกันก็จะช่วยกลืนสีแดงไป ช่วยกลบรอยแดงได้แบบนิดๆ

มาเริ่มกันที่สารกันแดดในสูตร

  • Ethylhexyl triazone ว่ากันว่าเป็นตัวกรองรังสี UVB ที่มีความคงตัวสูง
  • Drometrizole trisiloxane น้องสารกันแดดที่กรองรังสีได้ในช่วงกว้างทั้ง UVB และ UVA มีจุด Peak 2 จุดในช่วง UVB (303 nm) และ UVA (344 nm)
  • Terephthalylidene dicamphor sulfonic acid เก่งกรอง UVA-1 (320–400 nm) ความคงตัวสูง ละลายน้ำได้ดี เลยให้ฟีลไม่เหนอะหนะ ใช้คู่กับ Drometizole trisiloxane ยืนหนึ่งกวาดเก็บ UVA แบบฉ่ำ
  • Diethylamino hydroxybenzoyl hexyl benzoate หรือรู้จักกันในนาม Uvinul A+ ตัวกรอง UVA ที่เด่นเรื่องการปกป้องการเกิดอนุมูลอิสระจากรังสี UV ในผิว มีความคงตัวดี
  • bis-Ethylhexyloxyphenol methoxyphenyl triazine หรือ Tinosorb S กรองรังสีได้ในช่วงกว้างทั้ง UVA-UVB มีค่า Peak 310 และ 345 nm และมีฤทธิ์เสริมและบูสต์ค่า SPF เมื่อใช้คู่กับสารกันแดดอื่น เช่น Ethylhexyl triazone
  • บูสท์ค่า SPF ด้วย Butyloctyl salicylate ที่มาในสัมผัสบางเบา

ภาพรวมการกรองรังสีจะประมาณนี้นะคะ

สูตรนี้ไม่มี Avobenzone แต่ยังตึงด้าน UVA อยู่

ในด้านสารบำรุงที่ใส่เสริมเข้ามาจะเน้นไปในเชิง Soothing ด้วยสารสกัดจากถั่วเขียว ร่วมกันสารสกัดพืชอีกหลายชนิด เสริม Adenosine ที่ดูแลเรื่องริ้วรอย

คอมบิเนชั่น Iced mung beanTM Complex ของทางแบรนด์ ได้แก่ Vigna radiata seed extract, Laminaria japonica extract, Ulmus davidiana root extract, Aloe barbadensis leaf extract, Viola mandshurica flower extract, Dioscorea japonica root extract เคลมว่าลดอุณหภูมิผิวได้

ใช้ Methyl diisopropyl propionamide เป็นตัวให้ความรู้สึกเย็นแบบละมุนนี เย็นนาน

มาให้คะแนนกัน

  1. สารกันแดด ทำมาได้ค่อนข้างดี ครบจบทั้ง UVA-UVB และมีความคงตัวดี ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ในด้านสารบำรุง มีกลุ่มของสารที่เน้น Soothing อยู่ และตัวเบสทำมาได้ค่อนข้างดี ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยไม่มีที่ให้หักคะแนน ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ส่วนตัวค่อนข้างชอบเนื้อที่ไม่หนักเกินไป นุ่มนวลดี แต่ก็ไม่แห้งจนเกินไป มีฟิล์มเคลือบอยู่นิดๆ เป็นฟิล์มที่แห้งสบายผิว แต่ก็ไม่แห้งจนตึงเกินไป วันที่ต้องอยู่กลางแจ้งนานๆ เติมทับเมคอัพได้ ด้วยเราไม่ได้แต่งหน้าเยอะมาก จะมีหนักก็แค่รองพื้น ตอนเติมกันแดดก็ไม่ได้ละลายรองพื้นออกมา ในภาพรวมให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบนะคะ

แนบทางไปช้อปปิ้ง

https://s.shopee.co.th/1BC9MCRnK3

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับมาจากทางแบรนด์ การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ และไม่ได้รับค่าตอบแทนในการรีวิว โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม beplain Cicaterol toner โทนเนอร์วีแกนตัวตึงด้านการปลอบประโลมผิวพร้อมคุมมันได้ในตัว

ช้อปปิ้งโทนเนอร์ตัวใหม่มาแล้วชอบ เลยอยากเอามาอวด

น้องเป็นของแบรนด์ beplain ประเทศเกาหลี เจ้าของโฟมล้างหน้าถั่วเขียวที่ขึ้นชื่อนั่นเองค่ะ

โทนเนอร์สูตรที่ดิฉันสอยมา มีชื่อว่า Cicaterol toner มาในหน้าตาแบบนี้ค่ะ

เนื้อโทนเนอร์มีสีธรรมชาติของสารสกัดจาก Cica (Centella asiatica; บัวบก) มีกลิ่นจางๆ ของวัตถุดิบ

เวลาใช้งาน ลองใช้ทั้งแบบเทใส่สำลีแล้วเช็ด และแบบเทใส่มือวอร์มแล้วกดๆ ได้ ทั้ง 2 แบบ แต่ชอบแบบสำลีมากกว่า ตัวเนื้อมันจะมาแบบมีความลื่นๆ นิดๆ ชุ่มหน่อยๆ ไม่ได้เช็ดแล้วเป็นน้ำแบบสลายหายไป ให้ความรู้สึกเย็นสบายผิว

ตัวนี้ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพในอาสาสมัครมาด้วย ว่าควบคุมความมัน และกระชับรูขุมขน

จากการวิเคราะห์พบว่า จำนวนของรูขุมขนต่อหน่วยพื้นที่ลดลง 28% ขนาดเล็กลง 19% และปริมาตรของรูขุมขนลดลง 16%

และลดรอยแดงบริเวณแก้มได้ด้วย เพราะมีส่วนผสมของ Beta-sitosterol ซึ่งเป็น Phytosterol ที่เด่นในการดูแลปัญหาการระคายเคือง

สำหรับส่วนผสมก็คือมาแบบ Less is more มีแค่ 5 ingredients only

และที่มาของชื่อ Cicaterol ก็คือ Cica + Beta-sitosterol ก็คือเก๋มาก

และได้รับการรับรอง 100% Vegan จากองค์กร eve Vegan ประเทศฝรั่งเศส นอกจากนี้ตัว Cica ก็มาจากกระบวนการปลูกที่แบรนด์เคลมว่าเป็น “Smart cica” คือ ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี และลดการปลดปล่อยคาร์บอนออกสู่สิ่งแวดล้อม

โดยตัว Cica หรือ Centella asiatica หรือ บัวบก มีการศึกษาทั้งในโมเดลหลอดทดลอง เซลล์เพาะเลี้ยง สัตว์ทดลอง และในอาสาสมัคร พบว่ามีประโยชน์ต่อผิวหลายประการ ในภาพรวมสารสกัดจากบัวบก มีประโยชน์ในการเสริมกระบวนการสมานแผล เสริมกระบวนการสร้างคอลลาเจน และเส้นใย matrix ต่างๆ ใน Dermis มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant และ Soothing ดูแลปัญหาการระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายผิว

เมื่อมาจับคู่กับ Beta-sitosterol ซึ่งเป็น Phytosterol ก็คือเด่นมากในการดูแลปัญหาการระคายเคืองผิว

โดยการใช้ Beta-sitosterol มีการทดสอบในหนูทดลองพบว่าไปลดการสร้าง Thymic stromal lymphopoietin (TSLP) (Han et al., Exp Biol Med (Maywood). 2014;239(4):454-64.) ซึ่งเป็น Cytokine ชนิดหนึ่ง ออกฤทธิ์คล้าย IL-7 เกี่ยวข้องกับอาการคันในโรคผิวหนังบางประเภท

โดยสาเหตุที่ KC จะสร้าง TSLP ออกมานั้นยังไม่ชัดเจน 1 ในนั้นก็คือเวลา Barrier เสียสมดุล KC จะปล่อยตัวนี้ออกมา (Kumar et al., J Allergy Clin Immunol. 2016;138(5):1461-1464.e6) พอออกมาแล้วก็อักเสบแบบวนลูป ในระยะยาวส่งผลให้เกิดโรคผิวหนังอักเสบ

ซึ่งพอ Beta-sitosterol ไปลดการสร้าง TSLP ได้ ก็น่าจะมีประโยชน์ในการดูแลการอักเสบของผิวได้อีกทาง

ในภาพรวมก็ถือว่าเป็นโทนเนอร์สายคลีนที่ทำมาได้ค่อนข้างดี เลือกส่วนผสมชัด และมีผลเทสต์ในอาสาสมัคร

ทางไปช้อปปิ้ง

https://s.shopee.co.th/5VKfZsoCTb

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่ม Snail retinol ขั้นกว่าของเรตินอล คือ เรตินอลผสมเมือกหอยทาก จาก Dr.G

Blog นี้ขอมารีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่ม Retinol จากแบรนด์ Dr.G กัน

น้องเป็นเซรั่มเรตินอลที่ผสมเมือกหอยทากลงไปด้วย เอาจริงๆ คือ เมือกหอยทากนี่เหมือนจะดูเอาท์ แต่ว่ามันก็มีงานวิจัยอยู่หลายฉบับที่บอกว่าเมือกหอยทากที่นำมาจากหอยทากสายพันธุ์ Cryptomphalus aspersa มีประโยชน์ในการดูแลผิวหลายประการ และมีการทดสอบในอาสาสมัครถึงประสิทธิภาพด้านริ้วรอยอยู่ เมื่อเอามาจับมือกับเรตินอล เลยกลายเป็นคู่หู perfect pair ที่น่าสนใจอีกคู่หนึ่ง

เซรั่มมาในหน้าตาแบบนี้ค่ะ

ส่วนกล่องเราแอบประทับใจตรงที่มีอักษรเบรลล์พิมพ์ปั๊มนูนอยู่ด้วย อันนี้คือน่ารักมากอ่ะ

ตัวผลิตภัณฑ์นี้เคลมว่ามีการใช้เทคโนโลยี Double Liposome ซึ่งปกติ Liposome เป็นระบบการนำส่งแบบถุงผนังสองชั้นที่เตรียมจาก phospholipid เป็นสารหลัก มีการจัดเรียงโครงสร้างคล้ายเยื่อหุ้มเซลล์ เลยมีประโยชน์ในการเสริมการนำส่งสารบำรุงเข้าสู่ผิว

เนื้อเซรั่มสีออกครีมๆ มีกลิ่นหอม

เกลี่ยได้ง่าย ให้ความชุ่มชื้นสูง

ตัวผลิตภัณฑ์ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพในผู้หญิงอายุ 30 – 59 คน จำนวน 21 คน เป็นเวลา 4 สัปดาห์ โดยสถาบัน P&K Skin Clinical Research Center (Ref: Dr.G Korea Official Website) โดยทางนี้เลือกมา 2 parameters คือ ริ้วรอยบนหน้าผาก กับ ร่องแก้ม

พบว่า ให้ผลดีอยู่นะคะ โดยเมื่อให้กลุ่มอาสาสมัครหญิงอายุ 30 – 59 ใช้เป็นเวลา 4 สัปดาห์ อาสาสมัครจะมีริ้วรอยบริเวณหน้าผากตื้นขึ้น 108.7% และร่องแก้มตื้นขึ้น 128.3% คือถือว่าดีงามมาก

และก็มีอีกจุดที่ประทับใจ คือ เราไม่ค่อยเห็นว่ามีการทดสอบการเสริมฤทธิ์กันระหว่าง product อื่นในไลน์เดียวกัน เมื่อใช้ร่วมกัน แต่ Dr.G ทำค่ะ พบว่า ใช้ Ampoule คู่กับครีมได้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นทั้งในด้านชุ่มชื้น ริ้วรอยรอบดวงตา ดูแลสีผิวไม่สม่ำเสมอ และในภาพด้านล่างคือ ผลการยกกระชับ (Lifting)

สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

ส่วนผสมก็คืออัดแน่นอัดฉ่ำตามสไตล์เกาหลี

ในด้านสารบำรุงก็มีอยู่หลายตัวเหมือนกัน

สำหรับกลุ่ม Retinoids จะมีด้วยกัน 2 ตัว คือ HPR กับ Retinol ซึ่ง HPR สามารถออกฤทธิ์ได้เลย และ Retinol เวลาลงผิวจะถูกแปรสภาพก่อน จึงจะออกฤทธิ์ได้

ประโยชน์ของ Retinoid ค่อนข้างกว้าง ตั้งแต่ปรับสมดุลการสร้าง-เจริญของผิวในหนังกำพร้า เสริมการสร้างคอลลาเจน และเส้นใยที่เป็นประโยชน์ในการดูแลด้านความกระชับ ผิวเรียบเนียน รวมไปถึงเรื่องปรับสมดุลความมัน ดูแลปัญหาสิว และได้ประโยชน์เรื่องปรับสมดุลเม็ดสีด้วยอีกทาง

ในส่วนของวิตามินและสารกลุ่มใกล้เคียงในตำรับ ได้แก่

  • Niacinamide ดูแลผิวได้หลายประการ ทั้งในด้านของสีผิว การระคายเคือง ผิวแข็งแรง
  • Tocopherol หรือ วิตามินอี เป็น antioxidant ที่ละลายได้ในไขมัน
  • Hydroxydecyl Ubiquinone มีอีกชื่อว่า Idebenone เป็นสารสังเคราะห์เลียนแบบ Coenzyme Q10 มีขนาดเล็กกว่า จึงมีการเคลมว่าดูดซึมได้ดีกว่า เป็น antioxidant อีกตัวที่ละลายได้ในไขมัน

สารที่มีประโยชน์อื่นในการดูแลด้านริ้วรอยและชะลอวัย ได้แก่

  • Snail secretion filtrate หรือ เมือกหอยทาก เป็นเหล้าเก่าในขวดใหม่ มีประวัติการใช้มาเนิ่นนาน มีงานวิจัยตีพิมพ์มาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 2010s โดยในเมือกหอยทากจะประกอบด้วยสารในกลุ่ม Glycosaminoglycans (GAGs) ที่เด่นในเรื่องความชุ่มชื้น และมีประโยชน์อื่นๆ กับผิว อย่างข้อมูลที่มีจะเป็นทั้งในด้านของการสมานแผล, antioxidant, มีผลต่อการแบ่งตัวของ fibroblast จึงให้ประโยชน์ในการดูแลริ้วรอย รวมไปถึงการดูแลสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ (mentioned in Nguyen et al. J Cosmet Dermatol. 2020;19(7):1555-1569.)
  • Dioscorea Japonica Root Extract สารสกัดจาก Glutinous yam ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่ามีคุณสมบัติเป็น antioxidant และเสริมการสังเคราะห์คอลลาเจน
  • Adenosine มีประโยชน์ในการดูแลปัญหาริ้วรอย
  • Ferulic acid เป็น antioxidant ที่ดี ข้อมูลจาก Systematic review (ซึ่งเป็นการรวบรวมงานวิจัยที่มีมาก่อนหน้ามาวิเคราะห์) ล่าสุดเมื่อเดือน พ.ค. 2025 กล่าวว่า Ferulic acid มีศักยภาพที่ดีในการนำมาใช้ในทางเครื่องสำอาง มีฤทธิ์ลดการอักเสบระคายเคือง เพื่อดูแลปัญหารอยแดง สีผิวไม่สม่ำเสมอ ยับยั้งเอนไซม์ MMP ที่ไปย่อยคอลลาเจน พร้อมๆ กับสนับสนุนการสร้างคอลลาเจนใหม่ จึงให้ประโยชน์ในการดูแลริ้วรอย (Roux et al. J Clin Aesthet Dermatol. 2025;18(5):38-42.) และมีผลทดสอบในเซลล์เพาะเลี้ยงว่า เมื่อใช้คู่กับ Retinol สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลปัญหา Photoaging และกระบวนการอักเสบ จากรังสี UVB ได้ (Aging (Albany NY). 2024;16(8):7153-7173.)
  • Palmitoyl Pentapeptide-4 เป็นเปปไทด์จากกรดอะมิโน 5 ตัว ที่มาจับกับกรดไขมัน palmitic เพื่อให้ดูดซึมได้ดีขึ้น มีประโยชน์ในการกระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจน อิลาสติน และ Glycosaminoglycan ในผิว และมีโครงสร้างที่คล้ายกับ Precursor ของ Collagen type I ตัวนี้มีงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการรองรับ (Int J Cosmet Sci. 2005;27(3):155-60)

Soothing/Calming ดูแลการระคายเคืองด้วยส่วนผสมหลายชนิด เช่น Beta-glucan, Biosaccharide gum-1, Allantoin, Betaine และ Cica

เสริมไขมันที่เป็นน้ำมันบำรุงผิวจากธรรมชาติ และมีคอลลาเจน + ไฮยา ที่เติมน้ำให้ผิว

ส่วนของเบสมาแบบซับซ้อน ให้เนื้อสัมผัสที่ดี แห้งไวแต่ยังคงชุ่มชื้นอยู่ ไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

ให้คะแนน

  1. สารบำรุง เป็นเซรั่มที่เลือกเอาสารที่โดดเด่นในการดูแลริ้วรอย ชะลอวัย เข้ามาด้วยกัน ทั้งในส่วนของการเลือกใช้ Retinol + HPR มาจับคู่กับเมือกหอยทาก และ Ferulic acid มาพร้อมกับตัวที่ดูแลการระคายเคือง ไขมันทดแทนผิว และสารเพิ่มความชุ่มชื้น ถือว่าทำมาได้ค่อนข้างครบ ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ในด้านเนื้อสัมผัสค่อนข้างทำมาได้ดี เกลี่ยง่ายให้ความชุ่มชื้นสูง ใช้แล้วสบายผิว แต่ส่วนตัวคิดว่ากลิ่นออกมาแรงไปนิดนึง แต่ก็ไม่เคยหักคะแนน้ำหอมนะ ส่วนในด้านประสิทธิภาพ ตัวเองก็ใช้เรตินอยด์มานานมาก ตัวนี้ก็คือเมนเทนผิวได้ดี ก็คือชอบ ขอให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบค่ะ

แนบลิงค์ช้อปปิ้ง

Shopee https://s.shopee.co.th/AUjDnObWlc

Lazada https://s.lazada.co.th/s.BahvV?cc

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิววิเคราะห์กันแดดลูกเทพจาก Isdin สูตร FusionWater Magic Alcaraz กันได้ครบจบ Heat, IR, Pollution

สำหรับ Blog จะมารีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมใน ISDIN FusionWater Magic สูตรใหม่ล่าสุด ที่พัฒนาร่วมกับนักเทนนิสมือวางอันดับ 2 ของโลกอย่าง Carlos Alcaraz

สูตรนี้ออกแบบมาเอาใจสายสปอร์ตเลย ไม่ว่าจะเป็นเนื้อที่บางเบา คุณสมบัติควบคุมความมัน มาพร้อมผลเทสต์การกันเหงื่อสำหรับคนที่ต้องออกกำลัง เล่นกีฬา หรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง และผลทดสอบประสิทธิภาพในการกันมลภาวะ กันแสงสีฟ้า และกันร้อน (thermal aging) มันจะปังอย่างไรไปดูกันอีกทีในช่วงวิเคราะห์ส่วนผสม

น้องจะมาในหน้าตาสีเหลืองเฉดเดียวกับลูกเทนนิสแบบนี้ค่ะ

ส่วนนี้จะเป็นหน้ากล่องนะคะ

สำหรับเนื้อสัมผัสจะเป็นเนื้อแบบลิควิด เกลี่ยง่าย ให้ฟีลลื่น เมื่อเซ็ตตัวแล้วไม่เหนอะหนะ ไม่วาว ไม่ขาววอก

เมื่อถ่ายด้วยแสงแฟลชจะเห็นว่ามีลักษณะวาวๆ คล้ายฟิล์มของเนื้อกันแดดอยู่

ในภาพรวมกันแดดตัวนี้ นอกจากประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA, UVB ได้ตามมาตรฐานของกันแดดทั่วไปแล้ว เขายังเสริมจุดพิเศษเข้ามาอีกหลายประการ ได้แก่

  • Anti-pollution ปกป้องผิวเสียจากมลภาวะ โดยลดการเกิดอนุมูลอิสระจากมลภาวะได้ 104%
  • มีผลทดสอบป้องกันการทำลายผิวจากรังสี UVA เพิ่มเติม ด้วยนวัตกรรมของทางแบรนด์
  • ปกป้องผลเสียจากแสงสีฟ้าได้ 86%
  • เสริมการปกป้องรังสีอินฟราเรด 89%
  • ปกป้องผิวจากความร้อน โดยลดการเกิดความเสียหายของโปรตีนจากความร้อน ที่ Epidermis ได้ 124% และ ที่ Dermis ได้ 84%

มาโฟกัสเรื่องผิวเสียจากความร้อน หรือ Thermal aging กันนิดหน่อย

คอนเซปท์เรื่อง Thermal aging ได้มีการนำเสนอในวงการผิวพรรณอยู่พักใหญ่ๆ โดยมีบทความวิชาการที่น่าสนใจออกมาในปี 2006 โดย Seo และ Chung ในวารสาร Journal of Dermatological Science Supplement กล่าวว่า เมื่อสัมผัสกับความร้อน จะเหนี่ยวนำให้เกิดอนุมูลอิสระ ทำให้ระบบ AP-1 ทำงานมากขึ้น ส่งผลให้มีการสร้างเอนไซม์ MMP ที่เป็นเอนไซม์ไปย่อยสลายคอลลาเจน อิลาสตินออกมามากขึ้น และยังไปมีผลทำให้เกิดการสร้างสาร Cytokine บางชนิดที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ

ในภาพรวม ความร้อนทำให้เกิดอนุมูลอิสระ เกิดการทำลายเส้นใยคอลลาเจน-อิลาสติน และทำให้เกิดกระบวนการอักเสบ นำไปสู่ thermal aging

ซึ่งตัว FusionWater Magic Alcaraz สูตรนี้ก็มีผลทดสอบในผิวหนังมนุษย์ พบว่าลดผลเสียจากความร้อนได้โดยลดการเกิดความเสียหายของโปรตีนจากความร้อน ที่ Epidermis ได้ 124% และ ที่ Dermis ได้ 84%

ส่วนผสมเป็นดังนี้

ในด้านของส่วนผสม ขอเริ่มที่สารกันแดดที่แทนด้วยสีม่วง

  • Ethylhexyl Salicylate เป็น Chemical sunscreen ที่กรอง UVB เป็นหลัก และทำหน้าที่ช่วยละลายสารกันแดดเคมีชนิดอื่นเข้ามาในเนื้อเบส ตัวสารกันแดดในกลุ่ม Salicylate นี้ค่อนข้างปลอดภัย และมีความคงตัวที่ดี
  • Ethylhexyl triazone (Uvinul T150) เป็น Chemical sunscreen ที่กรอง UVB ว่ากันว่าเป็น UVB absorber ที่มีความคงตัวสูง
  • Bis-Ethylhexyloxyphenol Methoxyphenyl Triazine หรือ Tinosorb S โดดเด่นด้วยช่วงกว้างที่กรองได้ทั้ง UVB UVA มีจุดที่ดูดกลืนแสงสูงสุด (Peak absorption) อยู่ 2 จุด ที่ 310 (ปลายๆ UVB) และ 345 nm (UVA) ตัวนี้ก็ค่อนข้างคงตัวดี และเมื่อใช้คู่กับ Uvinul T150 จะช่วยบูสท์เพิ่มค่าความสามารถในการป้องกันแสงไปได้อีก
  • Butyl Methoxydibenzoylmethane รู้จักกันในนาม Avobenzone เด่นในเรื่องการกรอง UVA เป็นหลัก มี Peak อยู่ที่ 360 nm แต่ว่าไม่ค่อยคงตัว ต้องอาศัย Chemical sunscreen อื่นๆ มาเสริม
  • Phenylbenzimidazole Sulfonic Acid ตัวนี้เป็นกันแดดเคมีที่ละลายในน้ำ เลยมีฟีลลิ่งที่ค่อนข้างเบา เมื่อเทียบกับกันแดดเคมีอื่นๆ ที่ละลายในน้ำมัน น้องกัน UVB เป็นหลัก กัน UVA ได้นิดหน่อย แต่มีประโยชน์คือไปเพิ่ม ความคงตัว ให้ Avobenzone ได้ดี

สรุปก็คือ เป็นกันแดดเคมี ที่กันได้ครบทั้ง UVB UVA และมีการใส่สารกันแดดเสริมกันและกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจากรังสี UV และ เสริมความคงตัวให้แก่ตัวสารกันแดดเอง

ในส่วนของสารบำรุงที่ทำให้สูตรนี้แตกต่างคือ

  • Physalis pubescens Fruit Juice น้ำคั้นจากผล Ground cherry ในภาษาสเปนเรียก capulí มีรายงานกล่าวถึงคุณสมบัติในการเป็น antioxidant ที่ดี ประกอบด้วย polyphenol ที่มีประโยชน์อย่าง epicatechin, ellagic acid และ myricetin (Roll Zimmer et al., Biocatalysis and Agricultural Biotechnology. 2021;31: 101895) และมีสารกลุ่ม withanolides ที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ (Wang et al., Fitoterapia. 2020;146: 104692)

เสริมมาด้วย Antioxidant อย่างวิตามินอี และสารสกัดจากสาหร่าย Porphyridium cruentum extract คือ สารสกัดจากสาหร่ายชนิดหนึ่งที่พบได้ในทะเลแถบเมดิเตอเรเนียน มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant ที่ดี (IOP Conf. Series: Materials Science and Engineering 980 (2020) 012042) ประกอบด้วยสารในกลุ่ม phycoerythrin และ exopolysaccharides ที่สามารถปกป้องและเสริมความสามารถผิว ให้ป้องกันตนเองจากสิ่งแวดล้อม เช่น มลภาวะ รังสี UV ได้ดีขึ้น ทางแบรนด์ได้มีการทดสอบเพิ่มสารตัวนี้เข้าในกันแดดเปรียบเทียบกับไม่ได้ใส่พบว่าสามารถเสริมการปกป้องผิวจากรังสี UVA, แสงสีฟ้า และ มลภาวะ ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

เติมน้ำด้วย Hya และคุมมันด้วย Silica + Hydrated silica

ในส่วนของสารอื่นๆ ก็ปรับมาได้น่าสนใจ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว และยังคงเอาสารก่อฟิล์ม ที่ใช้ใน FusionWater Magic รุ่นขวดฟ้า คือ VP/Eicosene Copolymer ซึ่งให้ฟิล์มที่กันน้ำ เคลือบปกป้องผิว พร้อมให้ฟีลลิ่งนุ่ม คล้ายไหม (Silky) ปรับเนื้อกันแดดให้เกลี่ยง่าย และเรียงตัวสม่ำเสมอบนผิว บูสท์ค่า SPF ได้นิดหน่อย (Ref: TDS Unimer U-15, Givaudan)

ในภาพรวมจึงกล่าวได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดที่พัฒนามาได้ค่อนข้างดี เลือกใช้สารกันแดดเคมีที่เสริมกันแล้วมีประสิทธิภาพในการป้องกัน UVA UVB ได้ครบ และมีความคงตัว พร้อมทั้งมี Antioxidant สารที่ดูแลเรื่องการระคายเคือง และปกป้องผิวจากความร้อน และสารก่อฟิล์มที่ช่วยบูสท์ค่า SPF ได้อีก 1 ขั้น

ให้คะแนน

  1. สารกันแดดและสารบำรุง ทำมาได้ค่อนข้างดี ปกป้องผิวจากแสงแดดได้ค่อนข้างครบ มาคราวนี้ สูตร Alcaraz เติม AOX เติมสารปกป้องผิวจากความร้อน และสารสกัดที่มีประโยชน์ในแง่ของการดูแลการอักเสบระคายเคืองเข้ามาอีก 1 ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว และสารก่อฟิล์มที่ใส่มา นอกจากจะให้ฟีลลิ่งที่ดี ก็ยังมีประโยชน์ในการเสริมด้านการป้องกันแสงแดด ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ส่วนตัวมีผิวผสม/แห้ง ลองใช้ผลิตภัณฑ์นี้มาตั้งแต่ปลายเดือน มีนาคม 68 รู้สึกว่าทำมาได้ค่อนข้างดี แม้จะมีส่วนผสมที่ดูเรื่องการควบคุมความมัน ระหว่างวันส่วนตัวไม่ค่อยได้ออกแดดมากนัก แต่เอามาลองเติมตอนกลางวันแบบ tapๆ เบาๆ ก็ถือว่าทำได้ดี ให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ ISDIN สาขาประเทศไทยด้วยค่ะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์ใหม่มาให้ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านที่ติดตามมาจนจบบทความ

สําหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์ได้โดยตรงเลยนะคะ

Facebook https://www.facebook.com/ISDINTHAILAND/

ทางไปช้อปปิ้ง

Lazada https://s.lazada.co.th/s.y4Ik8?cc

Shopee https://s.shopee.co.th/2VgVBFWzmd

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับมาจากทางแบรนด์ ISDIN ประเทศไทย การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่ม Soybean panthenol ampoule จาก Round Lab

Blog นี้เราจะมาวิเคราะห์ส่วนผสมของเซรั่ม Soybean Panthenol Ampoule จากแบรนด์ Round Lab กัน

ซึ่งน้องมีหน้าตาแบบนี้

ส่วนนี้จะเป็นหน้าตาของกล่อง

เนื้อสัมผัสจะเป็นแบบน้ำนม มีความหนืดเล็กน้อย

เกลี่ยง่าย ให้ฟีลบางเบา ไม่เหนอะหนะ

ก่อนจะไปดูส่วนผสม มาดูเคลม และผลเทสต์ของผลิตภัณฑ์ก่อนนะคะ

สำหรับตัว Soybean panthenol ampoule นี้ ทางแบรนด์เคลมว่า ใช้ Panthenol ที่เก็บกักไว้ในนีโอโซม ซึ่งการเอาไปเก็บนีโอโซมก็จะช่วยเสริมการดูดซึมได้

ซึ่งก็จะสอดคล้องกับผลเทสต์ในอาสาสมัครเพศหญิง จำนวน 22 คน ช่วงอายุ 28 – 64 ว่าสามารถเพิ่มความชุ่มชื้นในผิวที่หลายๆ ระดับ ได้ในการทาเพียงครั้งเดียว

นอกจากนี้การทาเพียงครั้งเดียว ยังปรับ texture ผิวให้เรียบเนียน และลดการเกิดขุยผิว ซึ่งเป็นสัญญาณบอกว่าผิวชุ่มชื้นขึ้น

และการใช้ 2 สัปดาห์ ช่วยให้ Barrier ผิวแข็งแรงขึ้น วัดจากค่าการระเหยของน้ำออกจากผิว หรือ Trans-epidermal water loss (TEWL) ที่ลดลง

จากผลเทสต์เหล่านี้ก็ถือว่าเป็นเซรั่มวิตามินบี 5 ที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว

มาดูส่วนผสมกัน

ในภาพรวมก็คือ เป็นเบสแบบน้ำนม มีส่วนผสมของพวก Fatty ester อยู่รวมกับเบสน้ำ ไม่มีแอลกอฮอล์ และซิลิโคน ในส่วนของสารบำรุงก็จะมี

  • Panthenol หรือ โปรวิตามินบี 5 ที่มีข้อมูลสนับสนุนว่า สามารถดูดซึมผ่านผิวหนังได้ มีคุณสมบัติเป็น Moisturizer ที่ดี เพิ่มความชุ่มชื้น ช่วยผิวกักเก็บน้ำโดยไปลดการระเหยของน้ำออกจากผิว ให้ผิวนุ่ม ยืดหยุ่น เสริมกระบวนการสมานแผล (Wound healing) ลดการอักเสบระคายเคือง ลดรอยแดง (Ebner et al., Am J Clin Dermatol. 2002;3(6):427-33.) แบรนด์เคลมเป็น Panthenol ที่เก็บในนีโอโซม ความเข้มข้น 50,000 ppm คำนวณกลับมาเป็น 5% ในสูตร
  • สารสกัดจากถั่วเหลือง ซึ่งแบรนด์เคลมว่า ใช้ถั่วเหลือง Black soybean ซึ่ง ประกอบด้วย anthocyanin และ isoflavones สูงกว่าถั่วเหลืองปกติถึง 19.5 เท่า โดยปกติสารสกัดจากถั่วเหลืองก็จะเด่นในด้านของ antioxidant จากพวก isoflavones ส่วนประโยชน์แบบละเอียดอาจจะต้องย้อนไปดูกรรมวิธีการสกัดอีกที
  • ไขมันที่เป็นองค์ประกอบของ Barrier ผิว และสารตั้งต้น มี Ceramides, cholesterol, fatty acid อยู่ครบ โดยตัวที่น่าสนใจ คือ Tetraacetylphytosphingosine มีข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบกล่าวว่า สามารถเสริมการสังเคราะห์ Glucosylceramides ที่เป็นสารตั้งต้นของ Ceramides ได้ดีกว่า และมีประโยชน์ในเชิงด้านของการดูแลการอักเสบระคายเคือง
  • Ulmus Davidiana Root Extract มีงานวิจัยระบุว่าประกอบด้วย Polysaccharide พบว่ามีประสิทธิภาพในการเพิ่มความชุ่มชื้นเทียบเท่า Hyaluronic acid ลดสารที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการอักเสบ ในระดับเซลล์เพาะเลี้ยง (J Cosmet Sci. 2006;57(5):355-67.) อีกงานวิจัยกล่าวว่า มีสารกลุ่ม Flavan-3-ols ที่สามารถป้องกันการเกิด Glycation ของโปรตีนได้ (Planta Med. 2008; 74(15):1800-2.)
  • Amaranthus Caudatus Seed Extract สารสกัดจาก Amaranth มีรายงานว่าเป็น Antioxidant (Nahrung. 2002; 46(3):184-6.) ข้อมูลจากผู้ผลิตบอกว่า สารสกัดส่วนเมล็ดของ Amaranth ประกอบด้วยน้ำมันที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวปริมาณสูง และมี Squalane

นอกจากนี้มี Adenosine ดูแลเรื่องชะลอวัย ริ้วรอย เติมน้ำด้วย Hya และมีวิตามินอี เป็น antioxidant

ในภาพรวมก็คือ ถือว่าทำมาได้ค่อนข้างครบ เด่นเรื่อง Soothing พร้อมฟื้นฟู Barrier ผิว เสริมความชุ่มชื้น รองๆ ได้เรื่อง antioxidant เข้ามา

ให้คะแนน

  1. สารบำรุง ในส่วนของสารบำรุงตัวหลักจะเป็น Panthenol ที่บรรจุใน niosome เพื่อเสริมการดูดซึม มีผลทดสอบประสิทธิภาพในอาสาสมัคร เสริมมาด้วยสารสกัดจากธรรมชาติหลายชนิด เด่นเรื่อง Soothing พร้อมฟื้นฟู Barrier ผิว เสริมความชุ่มชื้น มาพร้อมไขมันที่เป็นองค์ประกอบของ Barrier ผิว และสารตั้งต้น ในภาพรวมให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ในภาพรวมคือน้องเป็นเซรั่ม B5 ที่ทำมาในเนื้อบางเบา ไม่เหนอะหนะ สามารถเอาเข้ารูทีนได้ง่าย ในเรื่องของความสบายผิว ดูแลการระคายเคืองส่วนตัวคิดว่าน้องทำมาได้ค่อนข้างดี ในด้านความชุ่มชื้นถ้าผิวแห้งมากคิดว่าต้องเสริมมอยส์อื่นเพิ่มเติม แต่ถ้าผิวมันคิดว่าน่าจะเอาอยู่ ให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบค่ะ

แนบทางไปช้อปปิ้ง

Lazada https://s.lazada.co.th/s.EUDZG?cc

Shopee https://s.shopee.co.th/5fbTPHWnEf

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิวไนท์เซรั่มนวัตกรรมใหม่ Melatonik จาก ISDIN มาพร้อมนวัตกรรมที่เปิดระบบ HIF-1

มันจะมีเซรั่มอยู่ตัวหนึ่ง ที่พรีเมี่ยมสุด พรีเมี่ยมกว่าเพื่อนๆ ในแบรนด์ ISDIN นั่นก็คือน้อง Melatonik นั่นเองค่ะ มันจะขนาดไหน Blog นี้จะมาแกะส่วนผสมกันนะคะ

น้องมาในกล่องแบบหรูหราเลย

ด้านในเป็นขวดแก้วแบบมีหลอดหยด

ตัวเซรั่มเป็นเบสแบบน้ำมัน มีกลิ่นหอมอ่อนๆ

เกลี่ยได้ง่าย ไม่เหนอะหนะ แต่จะให้ฟีลวาวๆ แบบน้ำมันบำรุงผิว

สำหรับความพิเศษของเซรั่มนี้ก็คือ เขามาในคอนเซปท์ Beauty sleep เน้นการฟื้นฟูผิวในยามนอนหลับด้วยการผสานส่วนผสม 3 ชนิด คือ Melatonin, Bakuchiol และ Vitamin C

จุดเด่นของน้องคือ ส่วนผสมคอมบิเนชั่นนี้มีผลการทดสอบรองรับว่าออกฤทธิ์ผ่านระบบ Hypoxia-inducible factor 1 หรือ HIF-1

ระบบนี้มีอยู่ทั่วไปในร่างกายเรา เป็นชุดของโปรตีนที่จะเปิดการทำงานเมื่อปริมาณของ oxygen น้อยลง เมื่อเปิดการทำงานแล้วจะควบคุมยีนอื่นๆ อีกหลายตัว เพื่อตอบสนองและปรับตัวในสภาวะที่ oxygen น้อยๆ นั้น รวมถึงปรับเรื่อง metabolism ที่จากเดิมเราใช้ออกซิเจน ให้ปรับมาในโหมดไม่ใช้ออกซิเจน (anaerobic metabolism) (Yale J Biol Med. 2007;80(2):51–60.)

ในผิวหนังของเราก็มีระบบ HIF-1 เหมือนกัน ทำหน้าที่ควบคุมกระบวนการสร้างเส้นเลือดใหม่ (angiogenesis) การอักเสบ การสมานแผล การทำงานของเซลล์ Keratinocyte ในหนังกำพร้า เสริมระบบภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันตัวเอง เสริม Barrier ผิว โดยผ่านการควบคุมหลายๆ ยีนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการต่างๆ ภายในผิว

ถ้าระบบ HIF-1 ที่ผิวทำงานผิดปกติไปก็จะส่งผลให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา เช่น เพิ่มการอักเสบ อาจนำไปสู่ผิวอักเสบแบบ atopic, สะเก็ดเงิน การสมานแผลช้าลง

การทดลองในหนูทดลอง และใน Keratinocyte มนุษย์ที่เพาะเลี้ยง พบว่า ถ้าเราไปดัดแปลงระบบ HIF-1alpha ให้ทำงานน้อยลง/ไม่ทำงาน จะนำไปสู่ภาวะ aging ด้วย ผิวหนังจะมีความบางลง (atrophy) มีการอักเสบเพิ่มขึ้น โครงสร้างของ laminin-332 (Ln-332) และ integrins ที่อยู่ที่ชั้น basement membrane จะอ่อนแอลง ส่งผลให้เกิดริ้วรอยตามมา และยังทำให้เซลล์ผิวหนังเจริญช้าลง (J Cell Sci. 2011;124(Pt 24):4172-83.)

ในปี 2018 มีการกล่าวถึงการเสริมการทำงานให้ระบบ HIF-1alpha เพื่อฟื้นฟูสภาพผิว (Skin rejuvenation) โดยถ้าไปเสริมได้ จะส่งผลให้ ผิวหนังรักษาสมดุลตัวเองได้ดี มีการสร้างหลอดเลือดใหม่เพื่อลำเลียงสารอาหารมาเลี้ยงผิว ซัพพอร์ตการทำงานตามปกติของผิว เสริมการสร้างคอลลาเจน อิลาสตินใหม่ๆ ซึ่งถือว่าน่าสนใจมากเลยทีเดียว (Plast Reconstr Surg. 2018;141(4):600e-607e.)

เวลาเราโดนรังสี UV เยอะๆ ระบบ HIF-1 ทำงานได้น้อยลง เลยเป็นส่วนหนึ่งของการเกิด aging ด้วยอีกทาง

ทีนี้เราลองมาดูส่วนผสมใน Melatonik กับการเปิดระบบ HIF-1alpha กันบ้าง

  • การทดสอบในผิวหนังมนุษย์ (ex vivo skin explant) พบว่าคอมบิเนชั่นของ Melatonin, Bakuchiol และ Vitamin C ฟอร์ม ascorbyl palmitate ทำงานร่วมกัน (synergism) เพื่อมาเปิดระบบ HIF-1alpha และฟื้นฟูสภาพผิว ฟื้นฟูระบบ HIF-1alpha ให้กลับมาทำงานปกติ แล้วส่งผลต่อให้การสร้างคอลลาเจนมีเพิ่มขึ้น เสริมการสร้างเส้นเลือดใหม่เพื่อลำเลียงสารอาหาร เพิ่มความสามารถของ Barrier ผิว และ ปรับสมดุล metabolism ระดับเซลล์ (Cell Mol Biol. 2018; 65(8):39–47.)

พอมีงานวิจัยนี้ออกมา ก็คือทราบกลไกแล้วว่า คอมบิเนชั่นนี้คือจึ้งมาก เปิด HIF-1 และรีเคลม คืนสภาพ HIF-1 ที่มันน้อยลงเพราะ UV กลับมาได้ เขาก็เริ่มมาศึกษาต่อแล้วค่ะ

  • งานวิจัยถัดมาเริ่มทำในอาสาสมัคร มี 5 การทดลองย่อย รวมใช้อาสาสมัครหญิง 103 คน ทดสอบตั้งแต่ 28 วัน – 84 วัน (3 เดือน) ก็เจอว่า รอยแดงลดลง (สื่อถึงการอักเสบลดลง) ริ้วรอยลดลง ความกระชับผิวเพิ่มขึ้น เพิ่มความชุ่มชื้นในผิวได้ 12 ชม. หลังทา และมีความปลอดภัยที่ดี มีการทดสอบในอาสาสมัครผิวมันด้วย (J Cosmet Dermatol. 2019;18(3):806-814.)
  • การศึกษาต่อมา ทำในเซลล์เพาะเลี้ยง ทำ 2 เซลล์ คือ Keratinocyte (เซลล์ในหนังกำพร้า) และ Fibroblast (เซลล์ที่สร้างคอลลาเจนและอื่นใด) และทำในผิวหนังมนุษย์ (ex vivo) พบว่าปริมาณของ Filaggrin ที่จะสลายตัวเป็น NMF หรือ อาจกลายเป็นเปลือกหุ้มเซลล์ขี้ไคล (cornified envelope) เพิ่มขึ้น และปริมาณของ Aquaporin-3 ก็เพิ่มขึ้น ผลคือ ผิวแข็งแรงขึ้น เก็บความชุ่มชื้นได้มากขึ้น ปริมาณของ Collagen I ก็เพิ่มขึ้น ลดปริมาณของเซลล์ที่เสียหายเพราะ UV (sunburn cells) ในหนังมนุษย์ ก็คือฟื้นฟูด้วยอีกหนึ่ง (Dermatol Ther (Heidelb). 2020;10:191–202)
  • ทำในอาสาสมัครอีกครั้งหนึ่ง ครั้งนี้มีตรวจชิ้นเนื้อด้วย ทำในอาสาสมัคร 24 คน 12 สัปดาห์ อีก 12 คน ใช้ต่อจนครบ 24 สัปดาห์ (นานมาก) ผลการทดลองก็คือจึ้งมาก Texture ผิว จุดด่างดำ รอยแดง สีผิว complexion พวกเส้นริ้วตื้นๆ ริ้วรอย อาการแสดงจากแสงแดด จุดด่างดำต่างๆ ดีขึ้นหมดเลย ที่น่าสนใจก็คือ ริ้วรอยจากการแสดงสีหน้าบนหน้าผาก และ เส้นร่องแก้ม (marionette lines) ก็ดีขึ้น (J Cosmet Dermatol. 2020;19(4):884-890)

เห็นส่วนผสมพี่เรียบๆ แต่วิจัยเพียบนะคะ

ในภาพรวมน้องเป็นเซรั่มเบสออยล์ ที่มีส่วนผสมของเบสน้ำนิดหน่อย โดยออยล์ที่เลือกใช้เป็นออยล์ชนิดบำรุง อย่าง Caprylic/capric triglyceride ซึ่งซึมผิวได้ ไม่เหนอะหนะ เสริมมากับ Dicaprylyl carbonate ที่บางเบาเช่นกัน และใช้ Alcohol เข้ามาลดความเหนอะหนะอีก 1 สเต็ป

เราจะเริ่มที่คอมบิเนชั่นของ Melatonin, Bakuchiol และ Vitamin C ฟอร์ม ascorbyl palmitate ทำงานร่วมกัน (synergism) เพื่อมาเปิดระบบ HIF-1alpha และฟื้นฟูสภาพผิว ฟื้นฟูระบบ HIF-1alpha ให้กลับมาทำงานปกติ แล้วส่งผลต่อให้การสร้างคอลลาเจนมีเพิ่มขึ้น เสริมการสร้างเส้นเลือดใหม่เพื่อลำเลียงสารอาหารมาเลี้ยงและดูแลผิว เพิ่มความสามารถของ Barrier ผิว และ ปรับสมดุล metabolism ระดับเซลล์ (Cell Mol Biol. 2018; 65(8):39–47.)

ซึ่งปกติแล้ว Melatonin เองก็เป็น Antioxidant ที่มีฤทธิ์ดี Bakuchiol เองก็เด่นหลายอย่างทั้งในด้านการชะลอวัยคล้าย Retinoids แต่ไม่มีอาการระคายเคือง มาเจอกับวิตามินซีอีก 3 ฟอร์ม คือ Ascorbyl palmitate, Ascorbyl tetraisopalmitate และ Ascorbic acid ซึ่งเป็น Antioxidant ที่ดีเหมือนกันหมด

เสริมความคงตัวให้ระบบด้วย Tocopherol (วิตามินอี)

มาให้คะแนนกัน

  1. สารบำรุง คอมบิเนชั่นของ Melatonin, Bakuchiol และ Vitamin C ฟอร์ม ascorbyl palmitate ทำงานร่วมกัน เปิดและฟื้นฟูการทำงานของระบบ HIF-1 มีงานวิจัยรองรับ และมีผลทดสอบในอาสาสมัครที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารชั้นนำทางผิวหนัง แต่ละตัวก็มีคุณสมบัติที่ดีในการดูแลผิว เอามาเสริมกันได้อย่างลงตัว และที่สำคัญกลไกของ HIF-1 ก็ยังเป็นสิ่งที่แปลกใหม่ในวงการ และแลดูเหมือนจะให้ผลที่ดีด้วยสิ ให้คะแนนความนวัตกรรม 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ มีแอลกอฮอล์ แต่ด้วยเบสเป็นน้ำมัน เลยไม่น่ากังวลเท่าไหร่ ส่วนตัวเป็นผิวผสม-แห้ง ก็ใช้ได้ไม่มีปัญหาอะไร แต่ต้องหักคะแนนตามระเบียบ รับไป 4 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ในเซรั่มขวดนี้มันจะมีอยู่หลายชอบ ไม่ว่าจะเป็น ชอบ 1 ชอบเรื่องการดึงเอาระบบ HIF-1 มาพูดถึงในทางสกินแคร์ ชอบ 2 ชอบความงานวิจัยมากมายที่มายืนยันว่าคอมบิเนชั่นของชั้นเนี่ย เปิดระบบนี้ได้จริง ชอบ 3 ส่วนผสมมาแบบค่อนข้างคลีน น้อยแต่มาก เรียบแต่โก้ เพียบพร้อมด้วยนวัตกรรม ด้านการใช้งาน ไม่ได้เยิ้ม ไม่ได้วาว ไม่ได้เหนอะหนะ ส่วนตัวเอามาทาหลังทาครีมเสร็จ แล้วก็นั่งทำอะไรเรื่อยเปื่อยอีกสักพักก่อนเข้านอน ตื่นมาก็ผิวชุ่มชื้นดีไม่ได้เยิ้ม รับไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบ และขอบคุณทางแบรนด์สำหรับผลิตภัณฑ์ Melatonik ขวดนี้ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์ ISDIN สาขาประเทศไทย ได้โดยตรงเลยนะคะ

Facebook https://www.facebook.com/ISDINTHAILAND/

ทางไปช้อปปิ้ง

Lazada https://s.lazada.co.th/s.vo0HD?cc

Shopee https://s.shopee.co.th/2Ve5GROTMK

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับเป็นของขวัญมาจากทางแบรนด์ ISDIN ประเทศไทย การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม amt Light Emulsion Rejuvenating & Brigthening

Blog นี้ขอหยิบเอาอิมัลชั่นเนื้อเบาๆ สบายผิว สมชื่อ Light Emulsion จากแบรนด์ amt มาวิเคราะห์ส่วนผสมกันค่ะ

ส่วนนี้จะเป็นหน้าตาของน้อง

ด้านนี้จะเป็นด้านหลังกล่อง ที่กล่าวถึงคอนเซปท์ที่น่าสนใจของการเลือกใช้ออยล์บำรุง (inner oil) 90 ส่วน ประกบคู่กับออยล์เคลือบ (Surface oil) 10 ส่วน เพื่อดูแลผิวให้ชุ่มชื้น

เนื้อเป็นน้ำนม บางเบา ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม

เกลี่ยง่ายให้ฟีลเย็นสบายผิว ให้ความชุ่มชื้นดี

ส่วนผสมเป็นดังนี้

ส่วนผสมมาแบบเรียบง่าย คลีนๆ แต่ก็ครบนะ

ในด้านสารบำรุง ทางแบรนด์เลือกใช้น้ำมันจากเมล็ด Macadamia ซึ่งมีกรดไขมัน Oleic acid เป็นองค์ประกอบหลัก และมีสิ่งที่น่าสนใจหลายอย่าง เช่น Phytosterol, วิตามินอี ฟอร์ม tocopherol, tocotrienol และ squalene (Processes 2022, 10(1), 56 และ Foods. 2021;10(5):1031.)

พวกนี้มีประโยชน์กับผิวหลายอย่าง อย่าง Phytosterol นี่ก็มีคุณสมบัติในการดูแลระคายเคือง ส่วนวิตามินอีเป็น antioxidant และ Squalene เป็นไขมันชนิดเดียวกับที่พบใน Sebum ของเรา

เสริมมาด้วย Hydrogenated lecithin ซึ่งเป็น phospholipid ให้ความชุ่มชื้นผิวได้อีก

และที่น่าสนใจ คือ อนุพันธ์ของกรดอะมิโน Glutamic acid ที่ชื่อ Phytosteryl/octyldodecyl lauroyl glutamate ตัวนี้มีชื่อทางการค้าว่า Eldew PS203-R ซึ่งเป็นการดัดแปลงกรดอะมิโน Glutamic acid ให้มีความเป็นไขมันมากขึ้น แล้วกลายเป็นว่า การจัดเรียงโครงสร้างไปคล้ายกับ Ceramide ที่ฟอร์มตัวเป็น Liquid crystal ได้

ทางผู้ผลิตวัตถุดิบได้ทดสอบประสิทธิภาพในการฟื้นฟู Barrier ผิวที่เสียหายในอาสาสมัคร ให้อาสาสมัครปิด patch ที่มี Sodium lauryl sulfate เพื่อทำให้ Barrier เสีย แล้วทาตำรับที่มีสารนี้ เทียบกับวาสลีน พบว่าสามารถฟื้นฟู Barrier ผิวที่เสียหายได้ดีกว่า ก็คือน่าสนใจดี

เติมไขมันเสร็จ ก็เติมน้ำด้วย Saccharide isomerate ที่จับกับโปรตีนบนผิวได้ค่อนข้างดี จึงให้ความชุ่มชื้นได้ยาวนาน

ส่วนสารบำรุงจะเป็น Niacinamide หรือ B3 ที่มีประโยชน์ต่อผิวหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น Whitening, เสริมการสังเคราะห์ไขมันที่เป็น Barrier ผิว ดูแลการระคายเคือง คู่กับวิตามินอี เป็น Antioxidant ที่ละลายไขมันได้

ส่วนผสมอื่นๆ ทำมาได้ค่อนข้างดี และเอาใจใส่ ขนาดสารขึ้นเนื้อครีม ก็เลือกใช้ตัวที่ค่อนข้างอ่อนโยน อย่าง Glyceryl citrate/lactate/linoleate/oleate ตัวนี้ได้จากธรรมชาติ (เมล็ดทานตะวัน) เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ Vegan ให้ครีมที่มีเนื้อบางเบาแบบนี้เลย ดีงามมาก

ทางไปช้อปปิ้ง

Shopee https://s.shopee.co.th/7V28zksRbG

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับมาจากทางแบรนด์ การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมมอยส์บำรุงผิวสูตรปรับใหม่ dermArtlogy Brighten Rejubarrier gel ปรับใหม่ ปรับฉ่ำ นวัตกรรมใหม่ รับ 2025

คุณๆ ยังจำ Radiance gel moisturizer ของ dermArtlogy ได้อยู่ไหมคะ

ทางแบรนด์ปรับสูตรอีกแล้ว คราวนี้ปรับใหญ่ ใช้สารใหม่ล่าสุด นวัตกรรมลึกล้ำเป็นเอกลัษณ์มาก มาดูกัน

ตัวนี้จะเป็นหน้าตาของผลิตภัณฑ์นะคะ ยังคงคุมโทนเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือเปลี่ยนชื่อเป็น Brighten rejubarrier gel

ภายใต้คอนเซปท์ Triple Skin Barrier Booster ด้วย LipomoideTM, AMPamideTM และ MLE® มันคืออะไร เดี๋ยวมีคำอธิบาย

ส่วนนี้เป็นภาพกล่องนะคะ ยังคงคุมโทนอยู่

เนื้อมาในแบบเจลครีม ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม เลยจะได้กลิ่นของวัตถุดิบอยู่

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ให้ความรู้สึกเย็น สบายผิว คงความชุ่มชื้นและไม่เหนียวเหนอะหนะ

มาดูส่วนผสมกันนะคะ

ส่วนผสมในภาพรวมมาในเบสแบบครีมเจล ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ซิลิโคน และไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว มีสารบำรุงอยู่หลายชนิดให้ประโยชน์ต่อผิวได้ค่อนข้างกว้าง

เริ่มที่เทคโนโลยี MLE และสารไขมันต่างๆ แทนด้วยอักษรสีน้ำตาล

ส่วนผสมของ MLE จะเป็นคอมบิเนชั่นของสารหลายๆ ชนิด ในสัดส่วนที่เหมาะสม

  • ปกติแล้วในผิวเราจะมีไขมันที่ทำหน้าที่เป็น Barrier ผิว ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 3 กลุ่ม คือ Ceramide + Cholesterol และ กรดไขมัน ไขมันเหล่านี้มันจะเรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบซึ่งมีด้วยกันหลายรูปผลึก ส่วนหนึ่งเป็นรูปแบบ Liquid crystal
  • เจ้า MLETM นี่เป็นสูตรผสมของ Pseudoceramide (Myristoyl/palmitoyl oxostearamide/arachamide MEA หรือ Ceramide-9S) ร่วมกับ Phytosterol และกรดไขมัน Stearic acid เรียงตัวในรูปแบบที่คล้ายกับ Liquid crystal ของผิว เมื่อดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ชนิด Polarized light จะเห็นเป็นเครื่องหมายกากบาท เรียก Maltese cross

(Image from Neopharm)

ด้วยความที่การเรียงตัวเหมือนกันกับ Barrier ผิวเรา เลยมีแนวโน้มว่าทำหน้าที่ปกป้องผิวทดแทน Barrier ของผิว

  • Phytosterols ที่เสริมเข้ามายังมีประโยชน์เพิ่มเติมในด้านการดูแลปัญหาการอักเสบและระคายเคืองของผิวได้อีกทาง
  • นอกจาก MLE ยังมีน้ำมันจากทานตะวัน ที่มีองค์ประกอบของกรดไขมัน Linoleic acid อยู่สูง โดย Linoleic acid มีความสำคัญคือเป็นกรดไขมันจำเป็นที่เราสร้างไม่ได้ ต้องได้รับจากอาหาร หรือการทาภายนอก ตัวมันจะเป็นส่วนประกอบของ Ceramide EOS (Ceramide 1) ที่ทำให้ Barrier ผิวแข็งแรง
  • ถัดมา เป็นไขมัน Glycolipids ชนิดพิเศษ กลุ่ม Sophorolipids ที่ได้จากการหมักยีสต์ Candida bombicola (ชุดส่วนผสม Candida bombicola/glucose/methyl rapeseedate ferment) ตัวนี้ทำงานได้หลายหน้าที่ ทั้งเป็น Glycolipids ที่เป็น moisturizer เป็น surfactant และมีคุณสมบัติในการต่อต้านเชื้อแบคทีเรียบางประเภท

สารบำรุงตัวถัดมาคือ AquatideTM มีบทบาทและประโยชน์ในการเสริมกระบวนการ Autophagy ที่เกิดขึ้นภายในผิว ซึ่งเป็นเสมือนกระบวนการที่ผิวเรารีไซเคิลเอาองค์ประกอบที่มันเสื่อมสภาพมาสร้างและฟื้นฟูเป็นองค์ประกอบใหม่ ให้ผิวเราทำงานได้ดีเหมือนเดิม

สำหรับท่านที่สนใจเรื่อง Aquatide สามารถตามไปอ่านเรื่องของ Aquatide แบบละเอียดได้ที่ลิงค์นี้นะคะ (https://miyeonthereviewer.com/2019/06/11/spotlight-aquatide/)

สารสิทธิบัตรใหม่ที่ dermArtlogy เอามาใช้ในสูตรนี้

ตัวแรก LipomoideTM พัฒนามาเพื่อฟื้นฟู Barrier ผิว ด้วยการกระตุ้นการสังเคราะห์ไขมันที่เป็นองค์ประกอบของ Barrier ผิว ผ่านเอนไซม์ Fatty acid synthase (FAS) สร้าง palmitic acid, Ceramide synthase 1 (CerS1) ที่ช่วยสร้าง Ceramide NP และ NS และ Serine palmitoyltransferase (SPT) ที่เติมกรดไขมัน palmitic ใส่หัวเบสของเซราไมด์ ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการสร้างเซราไมด์

พร้อมทั้งเสริมกระบวนการเจริญ (Differentiation) ผ่านการเพิ่ม Loricrin และ Keratin 10 เป็น marker บอกว่าผิวเจริญเต็มวัยแล้ว พร้อมๆ กับเสริมการสร้าง Filaggrin ที่จะกลายเป็น NMF ต่อไป ในขณะเดียวกันก็กระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ด้วย

เรียกได้ตามแบรนด์เคลมว่าเป็นการกระตุ้น 3 ใหม่ คือ ไขมันเกราะผิวใหม่ โปรตีนใหม่ เซลล์ผิวใหม่

นอกจากนี้ยังไปออกฤทธิ์ยับยั้ง Thymic stromal lymphopoietin (TSLP) ซึ่งเป็น Cytokine ชนิดหนึ่ง ออกฤทธิ์คล้าย IL-7 เกี่ยวข้องกับอาการคันในโรคผิวหนังบางประเภท

TSLP สร้างจากเซลล์เยื่อบุ และเซลล์ผิวหนัง (Keratinocyte) ในคนสุขภาพดี TLSP จะไปกระตุ้นให้ Dendritic cells ทำงาน ไปทำให้ T cells เจริญกลายเป็น T-Helper cells (หรือ CD4+ cells) แล้วสร้าง Cytokines ที่เกี่ยวข้องกับการแพ้ เช่น IL-4, IL-5, IL-13 ทำให้เกิดกระบวนการอักเสบและการแพ้จากระบบภูมิคุ้มกัน (Leyva-Castillo, et al. Nat Commun. 2013;4:2847.) 

โดยสาเหตุที่ KC จะสร้าง TSLP ออกมานั้นยังไม่ชัดเจน 1 ในนั้นก็คือเวลา Barrier เสียสมดุล KC จะปล่อยตัวนี้ออกมา (Kumar et al. J Allergy Clin Immunol. 2016;138(5):1461-1464.e6) พอออกมาแล้วก็อักเสบแบบวนลูป ในระยะยาวส่งผลให้เกิดโรคผิวหนังอักเสบ เช่น Atopic dermatitis 

โดยส่วนผสม LipomoideTM นี้ไปยับยั้งการสร้าง TLSP ได้ ทำให้อาการแพ้ การคัน ลดลง

อีกตัวคือ AMPamideTM ที่พัฒนามาจาก Defensamide ให้กล้าแกร่งขึ้นอีกขั้นโดย dermArtlogy เอามาใช้เป็นเจ้าแรกในเครือ Neopharm

เล่าถึง Toll-like receptors (TLRs) นิดหนึ่งค่ะ บนผิวเซลล์ของเราจะมี TLR อยู่ ซึ่ง receptor เหล่านี้เรียกว่าเป็นกลุ่ม pattern recognition receptor ซึ่งคล้ายๆ แบบเซนเซอร์ที่ตรวจจับอะไรบางอย่าง ในที่นี้มันจะตรวจจับสารที่ชื่อสร้าง หรือ สารที่เกิดมาเวลาเซลล์เรามีความเสียหาย พอมันจับกันแล้วระบบ TLR โดนเปิด จะส่งสัญญาณต่อไปให้มีการสร้างพวก Cytokines ที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบต่อมา โดยพบว่าในคนที่เป็นสิว นี่เชื้อ C. acnes มันไปกระตุ้น TLR ได้เลยทำให้เกิดกระบวนการอักเสบ หรือ ในกรณีคนไข้ผิวอักเสบ atopic, สะเก็ดเงิน Barrier ผิวจะอ่อนแอ ส่งผลให้พวกสารก่อการแพ้ระคายเคืองลงไปกระตุ้น TLR ได้ เลยเกิดกระบวนการอักเสบต่างๆ (Lai and Gallo, Infect Disord Drug Targets. 2008;8(3):144–155.)

AMPamideTM นี้สามารถลดการทำงานของ TLR ที่ไวเกินไปได้ จึงให้ผลลดการอักเสบ ทั้งการอักเสบที่เกิดอยู่ก่อนหน้า และป้องกันการอักเสบใหม่

ต่อมาจะเป็นคอมบิเนชั่นของ Kappaphycus alvarezii Extract และ Caesalpinia spinosa Fruit Extract ที่เรียกว่า Biopolymers Film มีข้อมูลว่าเป็นการเบลนด์กันระหว่าง Polysaccharide 2 ฟอร์ม คือ galactomannans กับ sulfated galactans ที่จะสามารถก่อฟิล์มและเคลือบบนผิว ฟิล์มนี้ออกแบบด้วยเทคโนโลยีพิเศษ อากาศผ่านเข้าออกได้ (ไม่ occlusive) จึงบางเบาสบายผิว และมีคุณสมบัติให้ความรู้สึกกระชับผิว

แนบท้ายด้วยส่วนผสมเด่นอีกตัวหนึ่งอ่ะ

Epigallocatechin gallatyl glucoside (EGCGG) เป็นอนุพันธ์ของ EGCG จากชาเขียว ที่มีความคงตัวที่ดีขึ้น โดยเติมน้ำตาลลงไป 1 ตัว มีคุณสมบัติหลายๆ อย่างไม่ว่าจะเป็น Antioxidant ปกป้องผิวจากรังสี UV ดูแลการอักเสบระคายเคือง ลดรอยแดง ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ

มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งกล่าวถึงการใช้ EGCG glucoside พบว่ามีความคงตัวที่ดี ปกป้องผิวจากรังสี UV สามารถเปลี่ยนกลับเป็น EGCG ได้ โดยอาศัยจุลินทรีย์ในผิว และให้ประโยชน์เป็น Whitening (Boira et al. Molecules 2024, 29(22), 5391)

สารบำรุงอื่นๆ ที่มีความโดดเด่นไม่แพ้กัน

  • Panthenol (โปรวิตามินบี 5) + Niacinamide (วิตามินบี 3) เด่นเรื่องคุณสมบัติในการลดการอักเสบระคายเคืองผิว
  • Symsitive (4-t-butylcyclohexanol) Block ความรู้สึกระคายเคืองผิว ผ่านการลดความไวในการตอบสนองที่ระบบประสาท TRPV-1 ที่รับความรู้สึกร้อน ทำให้เรารู้สึกสบายผิว มีข้อมูลว่าให้ผลลดอาการระคายเคือง แสบ แดง ร้อน ได้ค่อนข้างไว
  • สารสกัดจากรากของ Lithospermum erythrorhizon มีสารที่ชื่อว่า Shikonin ซึ่งมีรายงานการวิจัยกล่าวถึงความสามารถในการต่อต้านอนุมูลอิสระ เสริมความสามารถในการต่อต้านอนุมูลอิสระของผิว ลดการอักเสบระคายเคือง และยังมีคุณสมบัติต่อต้านการเกิด Glycation หรือ การจับกันของน้ำตาลกับโปรตีน ที่จะนำไปสู่ความเสื่อมของผิว (Glynn et al. Exp Dermatol. 2018;27(9):1043-1047.) ข้อมูลจากแบรนด์บอกว่า สามารถลดรอยแดงที่เกิดจากการระคายเคืองได้ใน 1 สัปดาห์
  • Resveratrol เป็น antioxidant (AOX) ตัวหนึ่งที่วงการผิวหนังให้การยอมรับ พบได้ในพืชหลายชนิด รวมถึงในไวน์แดง มีประโยชน์กับผิวหลายประการ และมีงานวิจัยรองรับอยู่หลายฉบับ เช่น มีการทดสอบในคน ด้วย Tape stripping technique พบว่าเมื่อทา Resveratrol ลงบนผิวหนังจะสามารถดูดซึมลงไปยังชั้นล่างๆของ Stratum corneum และให้ผลต่อต้านอนุมูลอิสระยังบริเวณนั้นๆ ได้อยู่ (Arch Dermatol Res. 2017;309(6):423-431.) มีการทดสอบในหนูทดลองพบว่า Resveratrol สามารถลดการสร้างโปรตีนที่เกี่ยวกับการสร้างเม็ดสี Melanin ได้หลายชนิด รวมทั้งยับยั้งการสังเคราะห์ Tyrosinase ได้ด้วย และยังให้ผลลดการสร้างสีผิวหลังจากถูกกระตุ้นด้วยรังสี UVB ได้ (Biomol Ther (Seoul). 2014; 22(1):35-40.)
  • Glutathione ก็เป็น AOX อีกตัวที่วงการผิวหนังให้การยอมรับ นอกจากความสามารถในการต่อต้านอนุมูลอิสระแล้ว น้องยังมีส่วนช่วยให้ผิวเราสร้างเมลานินชนิด Pheomelanin ที่มีสีอ่อนกว่า Eumelanin ซึ่งในภาพรวมจะให้สีผิวที่อ่อนลง
  • Superoxide Dismutase เป็นเอนไซม์ที่ใช้ในการกำจัดอนุมูลอิสระของร่างกายตามธรรมชาติ
  • Beta-glucan จัดเป็นคาร์โบไฮเดรต ที่มีการทดสอบในเซลล์เพาะเลี้ยงพบว่า Beta-glucan ที่สกัดจากข้าวบาร์เลย์มีความสามารถในการเสริมการสมานแผล (Carbohydr Polym. 2019;210:389-398.) การทดสอบในเซลล์เพาะเลี้ยงพบว่า Beta-glucan ที่สกัดจากข้าวโอ๊ตมีประโยชน์ในการเสริมกระบวนการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและหน้าที่ของเซลล์ผิว ให้โตเต็มวัย ทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ และฟื้นฟู Barrier ผิว (Int J Biol Macromol. 2021;185:876-889.) ตัว Beta-glucan จัดเป็นสารในกลุ่ม Prebiotic ที่สนับสนุนการเจริญของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ Probiotic ส่งผลต่อเนื่องไปยังการปรับสมดุลของไมโครไบโอม ซึ่งจะช่วยให้ผิวมีความแข็งแรง
  • Zinc PCA ให้ประโยชน์ในการควบคุมความมัน กระชับรูขุมขน

ให้คะแนน

  1. สารบำรุง คือ ต้องบอกเลยว่าเจลนี้ไม่ธรรมดา โดยสารบำรุงที่ใส่มามีคีย์เด่นๆ 3 ประการ คือ เสริม Barrier แบบแข็งแกร่งมากผ่านหลายกลไก ให้คุณสมบัติลดการระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายผิว Soothing ฉ่ำมาก และ เป็น Whitening ได้ด้วย นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ในด้าน Antioxidant ดูแลปัญหาสิว การอุดตัน คุมมัน ดูแลปัญหาริ้วรอยไปอีก คือค่อนข้างครบ รับไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว รับไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ในด้านเนื้อสัมผัส เขาทำมาได้ค่อนข้างดี เกลี่ยง่าย ไม่เหนอะหนะ แต่ก็ยังคงความชุ่มชื้น จะมีติก็เรื่องของกลิ่นที่แบบตัวเองรู้สึกว่ากลิ่นของส่วนผสม/วัตถุดิบมันชัดไปหน่อย แต่ก็ไม่เคยหักคะแนนเรื่องกลิ่นอ่ะ ฉันทนได้ เพราะด้านความสบายผิว soothing ถือว่าทำมาได้ดีเลิศ เอาไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ DermArtlogy ด้วยนะคะ ที่ส่งสินค้าดีๆมาให้ได้เปิดหูเปิดตาเห็นนวัตกรรมใหม่ๆ และขอบคุณทุกๆ ท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์ DermArtlogy โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/DermArtlogyThailand/

ส่วนท่านที่สนใจสามารถติดตามไปชอปปิ้งได้ที่ลิงค์ตามนี้เลยนะคะ

Lazada https://s.lazada.co.th/s.uDj0U?cc

Shopee https://s.shopee.co.th/1B7sgkxVRu

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ DermArtlogy การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

#dermArtlogy #NEW #Moisturizer #3in1 #สำหรับ #ผิวแพ้ง่าย #ผิวหมองคล้ำ #ผิวขาดความชุ่มชื้น #Lipimoide #AMPamide #Neopharm

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมกันแดดสูตรใหม่จาก Bioderma รุ่น Photoderm XDefense Ultra-Fluid เนื้อจึ้งมาก มาพร้อมคุณสมบัติปกป้อง+ดีท็อกซ์ผิว

Bioderma ออกกันแดดสูตรใหม่ ดีงามมาก ทั้งเนื้อสัมผัสที่บางเบา ทั้งส่วนผสม

มาในชื่อว่า Photoderm XDefense Ultra-Fluid

มีหน้าตาแบบนี้

ตรงส่วนนี้จะเป็นกล่อง ซึ่งอยากโฟกัสที่บริษัท NAOS Ecobiology ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของแบรนด์ Bioderma และแบรนด์ชั้นนำอย่าง Institut Esthederm และ Etat Pur โดยบริษัทมีความเชี่ยวชาญด้าน Ecobiology หรือ ชีวนิเวศวิทยา คือ ระบบนิเวศน์ของผิว หรือ ไมโครไบโอม มุ่งเน้นสร้างนวัตกรรมที่ส่งเสริมการทำงานของผิวโดยไม่ทำลายสมดุลชีวนิเวศวิทยา คือ ศิลปะแห่งการดูแลการดำรงอยู่ของระบบนิเวศของผิวหนัง โดยการดูแลให้ผิวทำงานได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ซึ่งเราจะเห็นว่ากลไกของผลิตภัณฑ์ Bioderma จะมีส่วนที่ช่วยดูแลและปรับสมดุลของไมโครไบโอม ซึ่งเป็นระบบชีวนิเวศวิทยาของผิว

ก่อนใช้งานให้เขย่าขวดก่อนใช้ จะได้เนื้อแบบลิควิด ประมาณนี้

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย มีกลิ่นหอมจางๆ ให้สัมผัสไม่เหนอะหนะ นุ่มแบบ Dry touch คล้ายแป้ง ซึมไวแห้งไวไม่ทิ้งคราบขาว ใช้งานง่ายไม่เป็นขุย

เก็บภาพด้วยแสงแฟลชอีกภาพ จะเห็นว่าเนื้อค่อนข้างเบา ไม่วาว ไม่ขาว

มาดูส่วนผสมกัน

ส่วนผสมเป็นดังนี้

ในภาพรวมมาในเบสแบบน้ำนม ไม่มีส่วนผสมของซิลิโคน แอลกอฮอล์

สารกันแดดกันได้ครบทั้ง UVA UVB และเสริมสารที่เป็น SPF booster กับตัวที่ช่วยเพิ่มความเสถียรให้ระบบกันแดดในสูตร 

ในด้านของเทคโนโลยีที่แบรนด์เคลม จะมี

  • ANTI-OX ACTIVE ซึ่งเป็น mycosporine like amino acids (MAA) ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแบคทีเรียในทะเล มีคุณสมบัติ antioxidant ที่ดี ดูดซับรังสี UVA, UVB (Antioxidants (Basel). 2015 Sep 7;4(3):603–646.) และ ปกป้ององค์ประกอบของผิวไม่ให้ถูกทำลายเพราะรังสี UV และน่าจะให้ประโยชน์ยาวไปถึง Infrared, Visible light ไปพร้อมๆ กัน ผ่านการเสริมความสามารถในการเป็น Antioxidant ตามธรรมชาติของผิว
  • Detox Science นวัตกรรมที่ไปเปิดระบบ NRF2 (ชื่อเต็ม Nuclear factor erythroid 2-related factor 2) ซึ่งเป็นระบบ antioxidant ตามธรรมชาติในผิว ที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการ Detox และการเป็น Antioxidant ตามธรรมชาติ โดยระบบนี้ถ้าโดนเปิด จะทำให้มีความสามารถในการเป็น Antioxidant ที่เพิ่มขึ้น โดยไปเพิ่มการสังเคราะห์เอนไซม์ที่เป็น antioxidant ต่างๆ รวมไปถึงให้ผลในการปรับสมดุล และลดกระบวนการอักเสบ ตอบสนองและปกป้องตัวเองจากอันตรายต่างๆ (Stress) (Int J Mol Sci. 2020;21(13):4777.)

ดังนั้นกันแดดนี้จึงให้ประโยชน์ทั้งในการปกป้องและดีท็อกซ์ไปพร้อมๆ กัน

วิเคราะห์ส่วนผสมกัน

กลุ่มสารกันแดด

  • bis-Ethylhexyloxyphenol methoxyphenyl triazine หรือ Tinosorb S เป็นสารกันแดดที่มีความคงตัวดี กรองรังสีได้ในช่วงกว้างทั้ง UVA-UVB
  • Butyl Methoxydibenzoylmethane เด่นกรองรังสี UVA เป็นหลัก
  • Diethylamino hydroxybenzoyl hexyl benzoate หรือ Uvinul A+ เป็นตัวกรอง UVA ที่เด่นเรื่องการปกป้องการเกิดอนุมูลอิสระจากรังสี UV ในผิว มีความคงตัวดี

ส่วนตัวเสริมกันแดดจะมี

  • Ethylhexyl methoxycrylene ตัวนี้จะช่วยกำจัดอนุมูลอิสระ (Singlet oxygen quencher) และตัวมันยังดูดซับรังสี UVA ได้ด้วย
  • Methoxyphenylimino dimethylcyclohexenyl ethyl glycinate ตัวนี้เป็นโมเลกุลจากธรรมชาติพบได้ในสาหร่าย ปกป้องผิวได้จากทั้งรังสี UVA, UVB และบูสท์ค่า SPF ให้ตำรับ

สารบำรุงที่น่าสนใจอีกตัว คือ Trimethoxybenzyl acetylsinapate ตัวนี้เด่นในแง่ของการเป็น Whitening ปรับสมดุลสีผิวให้สม่ำเสมอ โดยมีกลไกการออกฤทธิ์ที่เป็นเอกลักษณ์คือ ไปปรับสมดุลการสังเคราะห์ Dickkopf-1 (DKK1) ซึ่งเป็นโปรตีนที่สร้างจาก Fibroblast สร้างมาแล้วนำส่งสัญญาณไปชั้นหนังกำพร้า ทำให้ลดการเก็บถุงเมลาโนโซมเข้าเซลล์หนังกำพร้า (Keratinocytes), ลดการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนและการเจริญของเซลล์สร้างเม็ดสี (Melanocyte) และลดจำนวนของ Melanocyte ทำให้การสร้างเม็ดสีน้อยลง (FASEB J. 2008;22(4):1009-20.)

มีสิทธิบัตรฝรั่งเศส กล่าวถึงการใช้ Trimethoxybenzyl acetylsinapate คู่กับสารกันแดด พบว่าสามารถปกป้องผิวโดยไปเปิดระบบ NRF2 ดังได้กล่าวไปด้านบน ส่งผลให้ผิวมีความสามารถในการป้องกันตัวเองจากอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้น (Ref: French patent FR3072023A1)

กลุ่มสารบำรุงอื่นๆ

  • น้ำตาล Rhamnose เป็นน้ำตาลชนิดพิเศษ ที่มีคุณสมบัติในการดูแลการระคายเคืองและให้ความรู้สึกสบายผิว
  • Ectoine เป็นกรดอะมิโนชนิดพิเศษ มีโครงสร้างเป็นวง (Cyclic amino acid) สร้างโดยจุลินทรีย์ที่อาศัยในสภาพแวดล้อมแบบ Extreme เรียก Extremophile เพื่อปกป้องตัวเองจากสภาพแวดล้อมนั้น โดย Ectoine จะดึงน้ำเข้าหาตัวและปกป้องโปรตีนที่เป็นโครงสร้างไม่ให้เสื่อมสภาพและถูกทำลายจากสิ่งแวดล้อม ในทางสกินแคร์ มีข้อมูลว่าการใช้ Ectoine มีประโยชน์ที่ดีต่อผิวหลายอย่าง เช่น เพิ่มความชุ่มชื้น และเสริมความแข็งแรงให้แก่ Barrier ผิว ลดการอักเสบระคายเคือง
    • Combination ของ Ectoine + Mannitol เสริมระบบปกป้องผิวตามธรรมชาติ ซึ่งมีงานวิจัยรองรับอยู่ โดยพบว่า ถ้าฉายรังสี UV ลงไปในเซลล์ ที่มีการใช้คอมบิเนชั่นของ Ectoine + Mannitol ร่วมกับสารกันแดด จะสามารถ 1. ปกป้อง Glutathione ในผิวไม่ให้สลายตัว 2. ปกป้อง DNA ไม่ให้ถูกทำลาย 3. ปกป้องเซลล์ภูมิคุ้มกันชนิด Langerhans ให้ทำงานได้ตามปกติ (Fontbonne et al., J Cosmet Dermatol. 2024;23:308-315)
  • Biosaccharide gum-4 หรือ Glycofilm เรียงตัวเป็นฟิล์มบนผิว ดักจับ และปกป้องผิวจากมลภาวะ
  • o-Cymen-5-ol สารจากธรรมชาติที่พบในใบ Thyme เดิมที่เด่นเรื่องคุณสมบัติในการระงับเชื้อจุลินทรีย์ แต่มีข้อมูลว่าสามารถดูดซับรังสี UV ได้ในบางช่วง และเป็น antioxidant ได้
  • Tocopherol หรือ วิตามินอี เป็น antioxidant ที่ละลายได้ในน้ำมัน

ในภาพรวมก็คือ กันแดดขวดนี้ได้ทั้งปกป้องผิวจากรังสี UV และเสริมคุณสมบัติในการบำรุงผิวหลายๆ ด้าน และปกป้องผิวจากมลภาวะ

มาให้คะแนนกัน

  1. สารบำรุง ตัวสารกันแดด ทำมาได้ค่อนข้างดี กันได้ครบจบทั้ง UVA UVB และเสริม antioxidant รวมไปถึงสารบำรุงอื่นๆ ที่เด่นในด้านกระบวนการ detox และความแข็งแรงทนทานของผิวต่อสภาพแวดล้อม พร้อมทั้งดูแลปัญหาอักเสบระคายเคืองไปพร้อมๆ กัน ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว ได้ไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ปกติพอเราพูดถึงกันแดดที่กัน UV ฉ่ำๆ เรามักจะต้องแลกด้วยความเหนอะหนะของเบส แต่ตัวนี้ทำมาได้ดี โดยไม่ต้องใช้ซิลิโคนและแอลกอฮอล์ รวมทั้งผ่านการทดสอบความเป็นมิตรต่อสิ่งมีชีวิตในท้องทะเล ในด้านเนื้อสัมผัสคือดีเลิศ น่าจะเหมาะกับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะ คนผิวมัน ผิวเป็นสิวง่าย แต่คนผิวแห้งก็ยังสามารถใช้ได้ โดยให้ทาสกินแคร์ให้เรียบร้อยก่อน ส่วนตัวมีผิวผสม-แห้ง ก็ไม่ได้รู้สึกว่าจะแห้งมากขึ้นในช่วงบ่าย ตอนทาก็จะมีกลิ่นหอมอ่อนๆ โดยรวมก็คือชอบมาก ให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ Bioderma ประเทศไทย ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆ มาให้ได้เปิดหูเปิดตาและทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์เลยนะคะ

https://www.facebook.com/BIODERMAInternational/?brand_redir=1583092508403141

ทางไปช้อปปิ้ง

Lazada https://s.lazada.co.th/s.uvi8N

Shopee https://th.shp.ee/CQNyLxg

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

#Biodermathailand #Photoderm #PhotodermXDefense #กันแดดดีท็อกซ #กันแดดคุมมัน

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมครีม Firming radiance rosy cream ในไลน์ Précieux Argan Mature Skin ของแบรนด์ So’Bio Etic แบรนด์ออร์แกนิกจากฝรั่งเศส

สำหรับ Blog นี้จะมารีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมครีมที่มีผลทดสอบที่น่าสนใจ น่าสนใจอย่างไร เดี๋ยวตามไปดูกัน

ครีมที่จะวิเคราะห์ส่วนผสมวันนี้มีชื่อว่า Firming radiance rosy cream ในไลน์ Précieux Argan Mature Skin ของแบรนด์ So’Bio Etic แบรนด์ออร์แกนิกจากฝรั่งเศส

มาในหน้าตาแบบนี้ค่ะ

ความน่าสนใจแรกของผลิตภัณฑ์นี้อยู่ที่

  1. ได้รับการรับรอง Organic cosmetic จากองค์กร CosmeBio ซึ่งมีเกณฑ์การตรวจประเมินที่ค่อนข้างเข้ม ไม่ได้ได้มาง่ายๆ
  2. ได้รับตรา Ecocert จาก Cosmos ซึ่งแสดงถึงความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตั้งแต่กระบวนการผลิต และเป็นมิตรกับสุขภาพเราด้วย ซึ่งก็ไม่ได้ได้มาง่ายๆ เช่นกัน

ครีมเป็นเนื้อสีชมพู หอมกลิ่นกุหลาบแบบลักชู ซึ่งการทาครีมแบบหอมๆ นี่ทำให้เรามีความสุขได้ อันนี้ไม่ได้กล่าวแบบลอยๆ แต่มีการศึกษาเทียบกันโดยให้อาสาสมัครทาครีมที่แต่งกลิ่น (ในงานวิจัยเป็นกลิ่น Immortelle) เทียบกับครีมเบสที่ไม่มีกลิ่น พบว่า อาสาสมัครที่ทาครีมมีกลิ่น มีความผ่อนคลายมากขึ้น โดยวัดจากคลื่นสมอง (Ref: Springer et al. Cosmetics. 2022;9(5):97)

การเกลี่ยอาจจะยากนิดนึง แต่ก็เข้าใจได้เพราะเป็นสูตรออร์แกนิก 99% natural origin ไม่มีพวกสารช่วยเกลี่ยสังเคราะห์หนักๆ แต่เรื่องความชุ่มชื้นใดๆ คือ ดีงาม ฟีลลิ่งหลังใช้ก็ดี ค่อนข้างชุ่มผิวนาน โดยไม่เหนอะหนะจนเกินไป

ก่อนไปดูส่วนผสม อยากโชว์ผลทดสอบประสิทธิภาพในอาสาสมัครก่อน

การทดสอบประสิทธิภาพในอาสาสมัครจำนวน 22 คน เป็นเวลา 28 วัน พบว่า

  • ผิวมีความอมชมพู (Rosy complexion) เพิ่มขึ้น 25%
  • ผิวชุ่มชื้นเพิ่มขึ้น 88%
  • ผิวกระชับขึ้น 25%

ซึ่งการเคลมเรื่อง Rosy complexion ถือว่ามีความน่าสนใจไม่เบาเลยทีเดียว

ส่วนผสมเป็นดังนี้

ในด้านของส่วนผสมในภาพรวม มาในเบสแบบครีม ที่มีส่วนผสมของน้ำมันจากธรรมชาติ ไม่มีซิลิโคน ไม่มีแอลกอฮอล์ (หมายถึง Ethyl alcohol ซึ่งอาจก่อการระคายเคืองได้ในผู้ใช้บางราย) และสารอื่นที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

จะว่าไป ขอแทรกเรื่อง Alcohol ในเครื่องสำอางนิดหน่อย เพราะว่าจะแตกต่างกับความหมายของ Alcohol ทางเคมีนิดนึง

ถ้าเป็นเครื่องสำอาง คำว่า “Alcohol” สั้นๆ บนฉลาก จะสื่อความหมายถึง Ethyl alcohol หรือ Ethanol ซึ่งเป็นแอลกอฮอล์ชนิดเดียวกับที่อยู่ในเครื่องดื่ม

ในวงการเครื่องสำอาง เราอาจแบ่ง Alcohol เป็น 3 กลุ่ม คือ Alcohol สายสั้นๆ Alcohol สายยาว หรือ Fatty alcohol และ Alcohol อื่นๆ

โดยถ้าเป็น Alcohol สายสั้นๆ อาจจะทำให้ผิวแห้งได้ เช่น Ethyl alcohol

แต่ถ้าเป็น Alcohol สายยาว หรือ Fatty alcohol มักเอามาใช้เพิ่มเนื้อ เพิ่มความคงตัวให้กับเนื้อครีม และเป็นสารกลุ่มไขมันไปแล้ว ไม่ทำให้ผิวแห้ง แถมยังได้ประโยชน์ให้ผิวนุ่มอีก

มา วิเคราะห์ส่วนผสมกัน

สำหรับสารบำรุงใน Rosy cream ตัวนี้ขอเริ่มจาก

  • น้ำตาล Ribose มีเคลมเกี่ยวกับประสิทธิภาพในด้านของการชะลอวัย ผ่านการเสริมกระบวนการสร้างพลังงานของผิว

กลุ่มสารสกัดจากธรรมชาติ ก่อนอื่นต้องกล่าวก่อนว่า อาจจะวิเคราะห์ได้ไม่ตรง 100% เพราะว่า มีหลายๆ Supplier ที่ขายวัตถุดิบโดยใช้ชื่อกลางทางเครื่องสำอาง (INCI name) เดียวกัน

  • สารสกัดจาก Mallow (Malva sylvestris extract) ตัวนี้จะเด่นเรื่องของ Soothing ให้ความรู้สึกสบายผิว
  • คอมบิเนชั่นของสาหร่าย Fucus กับ Laminaria ทาง Official website ของแบรนด์เคลมเป็น Plant-based collagen ซึ่งพอจะมีข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบอยู่ว่าสารสกัดจากสาหร่ายสองชนิดนี้มีประโยชน์ในการชะลอวัย
  • สารสกัดจากใบพีช (Prunus persica (peach) leaf extract) ทางแบรนด์เคลมเรื่อง กระจ่างใส บังเอิญไปเจอวัตถุดิบใบพีชจาก Supplier ที่ฝรั่งเศส มีเคลมน่าสนใจเกี่ยวกับการเปิดระบบ Vitagenes ซึ่งเป็นยีนที่สร้างโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับการรักษาสมดุลของเซลล์ ช่วยในเรื่องการตอบสนองต่อสิ่งเร้าต่างๆ จากสิ่งแวดล้อม เช่น มลภาวะ รวมถึงความเครียด และมีเคลมเรื่องผิวกระจ่างใส ผลัดผิวบางๆ เพราะมีพวก Glucan อยู่ (Ref: TDS VITAGENYL® by Silab)
  • สารสกัดจากผลแอปเปิ้ล และ ราสเบอรี่ มีประโยชน์เรื่องความชุ่มชื้น แบรนด์เคลมเรื่องกระจ่างใส

มีวิตามินอี เป็น Antioxidant ที่ละลายในน้ำมัน และเสริมไขมันทดแทนจากธรรมชาติ ด้วยน้ำมันอาร์แกน ซึ่งมีส่วนผสมของสารในกลุ่ม Phytosterol อยู่สูง สารกลุ่มนี้เด่นในแง่ของการดูแลปัญหาการอักเสบระคายเคือง ร่วมกับน้ำมันจากพืชหลายชนิด เช่น เมล็ดชา และ ทานตะวัน (แทนกลุ่มสารไขมันธรรมชาติด้วยอักษรสีน้ำตาลในภาพส่วนผสม)

ที่น่าสนใจอีกตัว คือ คอมบิเนชั่นของ Levulinic acid, Sodium levulinate เป็นกรดอินทรีย์ที่ได้จากอ้อย มีประโยชน์หลายอย่างในการทำสูตร เสริมความคงตัว และช่วยเสริมฤทธิ์ในการระงับเชื้อของสารกันเสีย

มาให้คะแนนกัน

  1. สารบำรุง ค่อนข้างเน้นไปที่การเสริมกระบวนการสร้างพลังงานตามธรรมชาติของผิว ดูแลเรื่องผิวกระจ่างใส ชะลอวัย โดยใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ แต่รู้สึกว่ายังจัดฉ่ำกว่านี้ได้อีกหน่อย เลยขอหักคะแนนนิดนึง ให้ไป 4.5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ด้วยความที่ตัวเราเป็นคนชอบกลิ่นกุหลาบ ครีมนี้เบลนด์กลิ่นมาได้ค่อนข้างดี หอมมาก เป็นกุหลาบแบบลักชู ทาแล้วมีความสุข อาจจะมีขุยได้นิดหน่อยถ้าเจอพวกเจล หรือเซรั่มบางตัว แต่ก็เข้าใจได้ด้วยความออร์แกนิก ในด้านความชุ่มชื้น คิดว่าทำมาได้ดี ผิวผสม-แห้งชอบมาก ทากลางคืนเช้ามาก็ยังชุ่มอยู่ ให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทุกท่านนะคะ ที่ติดตามรับชมมาจนจบ และขอบคุณทางบริษัท Chapter 35 ผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ และทางแบรนด์ So’Bio สาขาประเทศไทยที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆ มาให้เป็นของขวัญปีใหม่ค่ะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามที่ทางแบรนด์ได้โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/tipchapter35

ทางไปช้อปปิ้ง

แอพส้ม https://s.shopee.co.th/40ReWLFiKW

แอพฟ้า https://s.lazada.co.th/s.ugtRe?cc

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับเป็นของขวัญมาจากทางแบรนด์ การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ