Image

Mini review/วิเคราะห์ส่วนผสม Clinique iD สูตร Tone-up gel คู่กับ Cartridge sallow skin (Cartridge โสม)

สวัสดีค่ะ

เมื่อก่อนที่ห้างจะปิดตัว มี่บังเอิญไปได้ตัวอย่าง Clinique iD สูตร Tone-up gel คู่กับ Cartridge sallow skin (Cartridge โสม) ตอนไปซื้อของที่เคาน์เตอร์มาค่ะ

แล้วก็เห็นมีทางลูกเพจถามมาถึงส่วนผสมสูตรนี้ ก็เลยเอามาวิเคราะห์ส่วนผสมให้ได้ชมกันนะคะ

ตัว Sample ของ Clinique iD เขาจะทำมาค่อนข้างน่ารักนะคะ คือมาในลักษณะคล้ายๆสมุดเล่มเล็กๆ ด้านหลังจะมี capsule อยู่ 2 ช่อง ช่องล่างเป็นตัว Cartridge และช่องบนเป็นเนื้อเบส

ซึ่งเวลาใช้งานเราจะกดไล่ให้เนื้อของ Cartridge ไปผสมกับเนื้อเบสด้านบน แล้วไล่ขึ้นไล่ลงให้เป็นเนื้อเดียวกัน ก่อนจะฉีกซองแล้วใช้ทาได้นะคะ

หน้าตาก็ประมาณนี้นะคะ

 

clinique

 

ส่วนตัวมี่ได้ลองใช้แล้ว แต่ไม่ได้ถ่ายไว้ น่าจะเหมาะกับคนที่มีผิวกลาง ผิวสองสี ถึงผิวสีเข้มมากกว่าคนที่มีผิวขาวและ undertone ซีดๆ แบบผิวมี่ ซึ่งส่วนตัวใช้แล้วจะติดหมองหน่อยๆ เพราะตัว tone-up เจลจะมี undertone เป็นสีชมพู ที่ไม่เหมาะกับผิวเราเท่าไหร่ (คหสต.)

สูตรนี้เท่าที่ลองหาอ่านดูจากรีวิวของท่านอื่นๆ เห็นว่าเป็นสูตรพิเศษที่ทำมาเพื่อชาวเอเชีย ที่สามารถใช้เบสที่มี undertone ชมพู (ส่วนใหญ่เจอกับรองพื้นเกาหลี) แล้วจะดูสว่าง Glow แลดูมีราศรีและสวยงามค่ะ

แต่ที่หยิบมารีวิววันนี้ เพราะส่วนตัวคิดว่า เบส Tone-up gel เป็นตัวเบสที่ทำมาได้สมบูรณ์แบบมาก ในแง่ของส่วนผสมค่ะ เสียดายน่าจะมีสีที่ไปในแนว undertone เหลืองบ้าง ซึ่งในฝั่งอเมริกา กับยุโรป จะมีเนื้อ BB ลายพรางอีกสูตรค่ะ

clin BB

(Image from Clinique)

 

ตัวนี้เท่าที่ลองอ่านรีวิว น่าจะมี undertone เหลือง เพราะเหมาะกับคนผิวขาว ถึงผิวกลางค่ะ แต่ยังไม่ได้ลองค้นส่วนผสมของตัวนี้นะคะ

 

ในซอง sample ที่ได้มาเขามีส่วนผสมมาให้ด้วย เลยเอามาวิเคราะห์ให้ได้ชมกันค่ะ

เริ่มจากเบสที่เป็น Tone-up gel ค่ะ

สผส toneup gel

ในภาพรวมคือเป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบอิมัลชั่น ที่ประกอบด้วย น้ำ น้ำมันสังเคราะห์ และ silicone อยู่หลายชนิดนะคะ ซึ่งดูแล้วจะค่อนข้างเหมาะกับคนที่มีผิวมัน หรือ ผิวผสม เพราะตัวน้ำมันสังเคราะห์ Isododecane เวลาทา นางจะระเหยไปได้ ให้ความรู้สึกแห้ง และ matte ไม่เหนอะหนะ

ส่วนคนผิวผสม/แห้งแบบเราก็ยังพอใช้ได้อยู่ ไม่ได้แห้งอะไรมากนักค่ะ

นอกจากสารบำรุงต่างๆที่ใส่มาแล้ว อีกจุดที่น่าสนใจคือกลุ่มของพวก Pigment หรือเม็ดสี ซึ่งมีทั้ง Pigment ที่ช่วยอำพรางปกปิด และ Pigment ที่ให้ความ Glow มี่แทนด้วยสีส้มนะคะ สำหรับสีบางตัวไม่ได้เป็น Pigment ที่ช่วยกลบหรืออำพรางสีผิว ให้ดู Glow แต่เป็นสีที่เอามาแต่งเนื้อเบสให้มีสีออกชมพูสวยงาม

สำหรับสารบำรุงวันนี้มาในสีคล้ายๆกันค่ะ มี่จะหยิบยกมาบางตัวนะคะ

  • สีฟ้า คือ Trehalose กับ Sodium hyaluronate พวกนี้เป็นตัวเติมน้ำ เพิ่มความชุ่มชื้น
  • สีเขียวอ่อน คือเจ้า Lactobacillus ferment กับ Saccharomyces ferment extract ซึ่งพวกนี้มีเคลมเกี่ยวกับพวก Probiotic/Microbiome ซึ่งมีประโยชน์ในด้านของการฟื้นฟูผิว ช่วยคืนความสมดุลให้แก่ผิว และช่วยให้ผิวแข็งแรง
  • สีน้ำเงิน จะเป็นสารบำรุงต่างๆค่ะ ซึ่งตัวที่ใส่มาก็มีหลายชนิดอยู่เหมือนกัน มี่เอามากล่าวคร่าวๆนะคะ
    • Seedcake จากเมล็ดทานตะวัน จะเป็นกลุ่มของพวกโปรตีน อันนี้จะมีประโยชน์ในเชิงชุ่มชื้นเป็นหลัก
    • สารสกัดจากข้าวบาร์เลย์ มีประโยชน์ในเชิงชุ่มชื้น ลดการอักเสบระคายเคือง และให้ความรู้สึกสบายผิว
    • Caffeine ตัวนี้ก็เป็นตัว Top hit ในผลิตภัณฑ์กลุ่ม iD อีกตัวค่ะ ซึ่ง Caffeine แม้จะดูเป็นสารพื้นๆ แต่นางมีประโยชน์ค่อนข้างมากนะคะ มีรายงานการวิจัยกล่าวอยู่ว่า Caffeine ที่เรารู้จักกันในด้านของการลดการบวมน้ำ ยังมีประโยชน์ต่างๆอีก โดยมีคุณสมบัติเสริมการสลายไขมัน เป็น Antioxidant มีคุณสมบัติปกป้องผิวจากรังสี UV เสริมการไหลเวียนเลือดของผิว และยับยั้งเอนไซม์ 5alpha-reductase ซึ่งมีประโยชน์ในการควบคุมความมันให้แก่ผิว (Skin Pharmacol Physiol. 2013;26(1):8-14.)
    • Laminaria saccharina extract ตัวนี้พยายามลองค้นข้อมูลจากหลายๆแหล่ง แต่ไปเจอเป็นข้อมูลจากผู้ผลิตบอกว่าสารสกัดจากสาหร่ายนี้มีคุณสมบัติในด้านการชะลอวัย ต่อต้านอนุมูลอิสระ และให้ความรู้สึกสบายผิว (Soothing)
    • Polygonum cuspidatum คือ สารสกัดจาก Japanese knotweed มีรายงานสรุปว่าสารสกัดจากรากต้นนี้มีคุณสมบัติเป็นตัวลดการอักเสบระคายเคือง และมีประโยชน์ในการยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์บางชนิด (Evid Based Complement Alternat Med. 2013;2013:208349.)

 

ในภาพรวมก็ยังมาในแนวของการดูแลผิวที่เป็นผิวมัน หรือ ผิวผสม มากกว่าจะเน้นดูแลที่ผิวแห้งนะคะ

 

ทีนี้เรามาดูส่วนผสมของ Cartridge โสม หรือ Cartridge for sallow skin สีทองค่ะ

ตัวนี้เข้าใจว่าน่าจะเป็น Limited edition เพราะในเว็บของ US คือ out of stock ไปเรียบร้อย

ส่วนผสมเป็นดังนี้นะคะ

สผส cartridge โสม

ในภาพรวมคือนางมาในเบสแบบน้ำ ไม่มีน้ำมัน แอลกอฮอล์ และซิลิโคน

มีส่วนผสมของ AHA 2 ชนิด คือ Glycolic acid กับ Lactic acid ที่น่าจะใช้ Sodium hydroxide มาปรับ pH ให้อยู่ในค่าที่เหมาะสม เพื่อให้มีประโยชน์ในเชิงการผลัดผิว ดูแลปัญหาริ้วรอย รวมถึงรูขุมขนกว้าง (คหสต.)

นอกจาก AHA ที่เติมน้ำ กับผลัดผิวแล้ว ยังเสริมมาด้วย Caffeine (ที่มีแล้วในเบส) ร่วมกับ สารสกัดจากโสม เรียกได้ว่า โสมนี้มีประโยชน์กับผิวแบบรอบด้าน ครอบจักรวาล สยบทุกมิติของปัญหาผิวมาก

ต่อกันที่ สารสกัดจากเห็ด Poria ซึ่งข้อมูลของผู้ผลิตวัตถุดิบกล่าวไปในเชิงของการควบคุมความมัน กระชับรูขุมขน

ดังนั้นส่วนตัวมองว่า Cartridge นี้ทำมาได้ดีนะคะ เพียงแต่ว่า อาจจะไม่เหมาะใช้กลางวันเท่าไหร่ ถ้าเรามีความไวกับแสงแดดมากๆ อาจจะแพ้แสงแดดได้ค่ะ

แล้วการเอามาจับคู่กับตัวเบส Tone-up ที่เหมาะใช้กลางวัน มันอาจจะแลดูขัดๆกันนิดนึง (คหสต.) แต่ถ้าเราเอาไปจับคู่กับเบสตัวอื่น แล้วใช้กลางคืนคือน่าจะแจ่มอยู่ค่ะ

 

สำหรับวันนี้คงต้องขอตัวไปแค่นี้ พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับมาเป็นของแถมจากการซื้อสินค้าด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

 

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมมาสก์ชีทเพื่อสาวๆผิวบอบบางแพ้ง่าย จาก MEDIHEAL ตอนที่ 2: สูตร A-Zero Shot Pharmask

สวัสดีค่ะ

เมื่อวันก่อนมี่ได้มารีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมมาสก์สูตร Essential Ex ไป (ลิงค์นี้นะคะ >>Click<< เผื่อท่านใดพลาดไป)

และทิ้งท้ายว่า จะมารีวิวสูตร A-zero Shot Pharmask ต่อนะคะ

เราขอกล่าวถึงแบรนด์ Mediheal สั้นๆอีกรอบค่ะ Mediheal เป็นแบรนด์เวชสำอางจากเกาหลี ที่มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาสก์หน้าหลายแบบ เป็นที่นิยม และได้รับรางวัลอันดับ 1 จากการสำรวจของ Kantar world panel นะคะ

ทีนี้วันนี้ มี่จะขอมารีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมของมาสก์ A-Zero Shot Pharmask ต่อค่ะ

น้องมาในหน้าตาแบบนี้นะคะ

medi 6

สำหรับจุดเด่นของมาสก์สูตรนี้คือ ด้านของสารบำรุงที่ทางแบรนด์คัดเลือกมาเพื่อดูแล ปรับสมดุลให้กับผิว ลดการอักเสบระคายเคือง พร้อมให้ความรู้สึกสบายผิว เสริมมาด้วย Anti-red complex ที่เป็นสูตรผสมกันระหว่าง Zeolite กับ Beta-glucan และแผ่นมาสก์ที่ทำมาจากเส้นใย Cellulose ค่ะ

สำหรับแผ่นมาสก์ มีลักษณะเป็นแบบนี้นะคะ

shot 3

ทางแบรนด์เคลมว่าทำมาจาก Cellulose ตัวนี้ คหสต. มี่ว่า ก็บางและเรียบ แนบสนิทไปกับผิวเหมือนกัน แต่ถ้าเราดูเราจะเห็นว่าเนื้อของแผ่นมาสก์อันนี้จะต่างกับสูตร Ex ตรงที่แผ่นมาสก์ Cellulose นี้ถ้าลองสังเกตุดูจะมีเส้นใยในแนวตั้งค่ะ

พยายามถ่ายและซูมดู หลังแผ่นมาสก์เริ่มแห้ง อาจจะไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ค่ะ

shot 6

ซึ่งจุดนี้ก็ทำให้แผ่นมาสก์อุ้มน้ำมาสก์เอาไว้ได้ดีขึ้นนะคะ

น้ำมาสก์เป็นเนื้อแบบเซรั่มใส หนืดเล็กน้อย

shot 4

ค่า pH อยู่ที่ราวๆ 5 นะคะ ถือว่าใกล้เคียงกับผิวดี

shot 5

สำหรับส่วนผสมของสูตรนี้เป็นดังนี้ค่ะ

สผส shot

จากส่วนผสมวันนี้นะคะ มี่ทำสารบำรุงไว้เป็นสีต่างๆจำนวน 5 สีนะคะ

ในภาพรวม น้ำมาสก์เป็นในรูปแบบของ Solution ที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ น้ำมัน และซิลิโคน ไม่มีน้ำหอม แต่ใช้น้ำมันหอมระเหยจากทีทรีเพื่อประโยชน์ในการดูแลสิว

ส่วนผสมของสารบำรุงในภาพรวมคล้ายๆกับมาสก์สูตร Teatree ที่เคยรีวิวไปในครั้งก่อน แต่มีจุดต่างกันเล็กน้อย โดยตัวนี้จะมีสารบำรุงเพิ่มเข้ามา และบางตัวก็เปลี่ยนไป

เราจะเริ่มกันไปทีละสีนะคะ

  • สีฟ้า คู่ของ Zeolite กับ Beta-glucan สองตัวนี้ทางแบรนด์เรียกเป็น Anti-red complex ช่วยลดการระคายเคือง และลดรอยแดง
    • Zeolite เป็นวัตถุดิบในกลุ่มของ Clay ที่ได้จากธรรมชาติ มีคุณสมบัติหลายอย่าง ขึ้นกับโครงสร้างของผลึก และแร่ธาตุที่เป็นองค์ประกอบภายใน อย่างบางตัวมีคุณสมบัติเป็นตัวให้ความร้อน บางตัวมีคุณสมบัติลดการอักเสบระคายเคือง เป็น Antioxidant (เช่น zeolite clinoptilolite) ดังนั้น Zeolite ในสูตรนี้ไม่แน่ใจว่าเป็นแบบไหนเลยขอยกเป็นภาพรวมมาแทนนะคะ
    • Beta-glucan ตัวนี้เป็นสารในกลุ่ม Polysaccharide ที่ได้จากจุลินทรีย์หลายประเภท เช่น เห็ด ยีสต์ เป็นต้น มีประโยชน์มากมายในทางด้านเครื่องสำอาง เช่น เป็นตัวเพิ่มความชุ่มชื้น เป็นอาหารของจุลินทรีย์ชนิดดีบนผิว ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ผิวเราแข็งแรง
  • สีน้ำตาล เป็นมหกรรมแห่ง Teatree 3 รูปแบบ คือ สารสกัดจากใบทีทรี สารสกัดจาก(ต้น)ทีทรี และน้ำมันหอมระเหยจากทีทรี
  • สีชมพู เป็นสารเพิ่มความชุ่มชื้น ได้แก่ Trehalose และ กรดอะมิโน Arginine
  • สีน้ำเงิน เป็นกลุ่มของสารลดการอักเสบระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายผิว (Soothing effect)
  • สีเขียว เป็นกลุ่มของสารสกัดพืชต่างๆ และสารบำรุงอื่นๆ ซึ่ง สารสกัดจากพืช 7 ชนิดจากในลิสท์นี้ เป็นสูตรพิเศษของแบรนด์ที่เลือกมาเพื่อปรับสมดุลของผิว ควบคุมการผลิตน้ำมันส่วนเกิน ลดการเกิดสิวซ้ำซาก ช่วยให้ผิวแข็งแรง และมีสุขภาพดี

 

ส่วนผสมที่เหลืออื่นๆ ก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรกับผิวค่ะ

มาให้คะแนนกันดีกว่า

  1. สารบำรุง ตัวนี้เป็นแผ่นมาสก์หน้าที่ออกแบบมาเพื่อปัญหาสิว ลดรอยแดงรอยดำ และปรับสมดุลควบคุมความมันส่วนเกิน แต่ถ้าพิจารณาที่ส่วนผสมแล้ว เรื่องของการลดรอยดำ อาจจะยังไม่ชัดเจนมากนัก กับยังขาดในส่วนของเรื่องการลดการอุดตันของรูขุมขนอยู่ แต่ถ้าเรื่องรอยแดง ควบคุมความมัน และการลดการระคายเคือง ลดความไม่สบายผิว ถือว่าตอบโจทย์ จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยไม่มีจุดที่หักคะแนน ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ส่วนตัวมี่ชอบแผ่นมาสก์ที่บางๆและแนบสนิทแบบนี้นะคะ ถึงแม้แผ่นมาสก์จะเป็นคนละรุ่นกับสูตร Ex ที่รีวิวไปวันก่อน แต่ตัวแผ่นมาสก์ให้ความรู้สึกนุ่ม ไม่กระด้าง แม้ตอนใกล้แห้ง คล้ายๆกัน ความรู้สึกหลังใช้ หลังลอกแผ่นมาสก์ออกแล้วตบเบาๆ จะได้ผิวที่ค่อนข้างนุ่ม ชุ่มชื้น รู้สึกเย็นสบายผิว แต่ไม่ถึงกับเยิ้มเหนียวเหนอะหนะ ส่วนตัวค่อนข้างประทับใจ ให้ไป 5 ฟลาสก์

 

คะแนน shot

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ Mediheal ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

Facebook: MedihealThailand

Twitter: @Mediheal_TH

Instagram: Medihealthofficial

Youtube: MedihealThailand

 

สำหรับมาสก์ของ Mediheal ตอนนี้มีวางจำหน่ายที่ Watsons และ Watsons Online ค่ะ

 

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับมาจากทางแบรนด์ Mediheal การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม ผลิตภัณฑ์แต้มสิวที่มีส่วนผสมของชาเขียวเกาะเจจู Green powder AC spot solution จากแบรนด์ SkinTalk

สวัสดีค่ะ

วันนี้มี่มีรีวิวผลิตภัณฑ์แต้มสิวจากแบรนด์ SkinTalk มาฝากกันค่ะ

สำหรับกลุ่มของ Green tea ของแบรนด์ SkinTalk จะมีอยู่ด้วยกัน 4 ผลิตภัณฑ์สำหรับใบหน้านะคะ

music 2

(Image from SkinTalk official website)

 

จากคราวก่อนที่มี่ได้รีวิวตัว BHA Music toner ของเขาไป (ตามลิงค์นี้นะคะ >>Click<<) และได้เกริ่นๆไปว่า มี่ได้ตัวที่เป็น Spot corrector มาอีกตัว วันนี้เลยขอมาอัพเดทกันต่อค่ะ

สำหรับตัว Spot corrector จะมีชื่อเต็มๆว่า Green powder AC spot solution ค่ะ ซึ่งมาในขวดแก้วสีชาใบเล็กๆกะทัดรัด ตามรูปค่ะ

gp 2

ตัวนี้จะมาในเนื้อคล้ายๆรองพื้นแบบ Liquid foundation นะคะ ทางแบรนด์แนะนำวิธีใช้ไว้ว่าเวลาใช้งานให้เราเอาคอตตอนบัดส์จุ่มลงไปให้ถึงก้นขวดและก็นำมาแต้มบริเวณหัวสิวได้เลยค่ะ

how to use

(Image from SkinTalk official website)

gp 3

แต่เนื่องจากช่วงนี้ไม่มีสิว เลยแต้มบนหลังมือให้ดูเนื้อสัมผัสกันค่ะ

gp 4

จุดเด่นของตัว AC spot solution ตัวนี้คือทางแบรนด์พยายามเลือกใช้ส่วนผสมที่เป็นมิตรกับผิวมากที่สุด โดยส่วนผสมทุกตัวได้คะแนน EWG อยู่ที่ 0 – 2 ซึ่งหมายความว่าเป็นมิตรกับผิว และสิ่งแวดล้อมค่ะ

EWG

(Image from SkinTalk official website)

สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้นะคะ

สผส gp

ส่วนผสมของ Spot corrector ตัวนี้ค่อนข้างไม่ซับซ้อนนะคะ มีสารบำรุงที่เป็น AHA/BHA อยู่ร่วมกับสารสกัดจากพืช และมี Epigallocatechin gallate (EGCG) ซึ่งเป็นสารสำคัญที่พบในชาเขียว มีประโยชน์ในด้านการลดการอักเสบและระคายเคือง

EGCG

(Image from SkinTalk official website)

จากครั้งก่อนที่เคยเล่าให้ฟังว่าของแบรนด์นี้เลือกใช้ชาเขียวชั้นดีที่ปลูกจากเกาะเจจูมาเป็นส่วนผสมค่ะ โดยที่สารสกัดจากชาเขียวเองก็มีสารในกลุ่มของ Cathechins ซึ่งมีประโยชน์เป็น Antioxidant และประโยชน์อื่นๆ มีงานวิจัยหลายชิ้นที่สนับสนุนถึงการใช้ชาเขียวในทางเครื่องสำอาง สำหรับตัวชาเขียวของแบรนด์นี้ทางผู้ผลิตวัตถุดิบเคลมว่าประกอบด้วยสาร Saponin ที่มีฤทธิ์ในการลดการอักเสบเป็นองค์ประกอบอยู่ด้วย และมีคุณสมบัติในการต่อต้านจุลินทรีย์

นอกจากสารสกัดชาเขียวแล้วยังเสริมมาด้วยสารสกัดจาก Portulaca ที่มีประโยชน์ในการเสริมการสมานแผล และ สารสกัดจาก Witch hazel ที่มีประโยชน์ในด้านการควบคุมความมันและกระชับรูขุมขน

โดยรวมจึงถือว่า ทำมาได้เสริมกันอย่างลงตัว

เพียงแต่ส่วนตัวมองว่าถ้ามีส่วนผสมของพวก Absorbent หรือ สารดูดซับเข้ามาด้วย ตามหลักการทางด้านเครื่องสำอางแล้วน่าจะทำให้สิวแห้งไวขึ้นได้อยู่ค่ะ

วันนี้เนื่องจากส่วนผสมมีไม่มาก เลยไม่ขอให้คะแนนนะคะ

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางบริษัท เจ.เอ. เอลลิแก็นซ์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์เสริมความ เกรดพรีเมี่ยมทั่วโลก ด้วยนะคะ ที่ส่งสินค้าดีๆมาให้มี่ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่

 

Line : https://lin.ee/mzbiXGL

Line@ : @jaelegantthailand

FB: J.A Elegant Thailand – ผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์เสริมความงาม เกรดพรีเมี่ยมทั่วโลก

FB : Skintalk Thailand By J.A.Elegant – ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้มีปัญหาสิวและผิวหน้า

Shopee : Eelegant Beauty Shop โค้ดส่วนลด 50 บาท สำหรับการสั่งซื้อครั้งแรก

JAELNC000

IG : jaelegant_official

YouTube : J.A.Elegant Official https://www.youtube.com/channel/UCOPLQvKHZo6LJzUnPE-Uubw

WEB: http://www.jaelegantthailand.com

 

 

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับมาจากทางบริษัท บริษัท เจ.เอ. เอลลิแก็นซ์ (ประเทศไทย) จำกัด การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้าและไม่ได้รับค่าตอบแทนในการรีวิว โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม BHA music toner จากแบรนด์ SkinTalk แพคเกจใหม่ไฉไลกว่าเดิม

สวัสดีค่ะพี่ๆน้องๆเพื่อนๆทุกท่าน

ส่วนตัวมี่จะชอบพูดเสมอว่า BHA Toner นั้นเหมาะมากสำหรับการทำความสะอาดผิวหลังล้างหน้า เตรียมผิวให้พร้อมรับสารอาหารจากการบำรุง และดูแลปัญหาการอุดตัน

สำหรับวันนี้มี่ขอหยิบยกเอาผลิตภัณฑ์เจ้าเก่า ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบนะคะ และก็เคยมอบมง #ลูกรักบ้านมียอน ให้อยู่หลายปีเช่นกัน

นั่นก็คือ BHA music toner ของแบรนด์ skin Talk จากเกาหลีนั่นเอง หลายๆท่านอาจจะคุ้นๆกับตัวขวดสีฟ้าๆ แต่ตอนนี้นางเปลี่ยนแพคเกจใหม่แล้วค่ะเป็นขวดสีน้ำตาล ฉลากขาวคาดเขียวนั่นเองค่ะ

หน้าตาเป็นแบบนี้นะคะ

music 3

เมื่อวางเทียบกับรุ่นเก่าจะเห็นได้ว่า ดูเรียบหรู ดูคลีนขึ้นเยอะเลย

music 4

ในซีรี่ส์ Green tea นี้มีผลิตภัณฑ์สำหรับผิวหน้าอยู่ 4 อย่างค่ะ

music 2

(Image from SkinTalk official website)

 

สำหรับตัวที่มี่ได้มาจะเป็น BHA music toner กับตัวที่เป็น AC spot solution ค่ะ ซึ่งจะมารีวิวตัวนี้ต่อในโอกาสหน้านะคะ

สำหรับจุดเด่นของ BHA music toner จุดแรกคือ นางใช้ชาเขียวจากเกาะเชจู ซึ่งว่ากันว่าเป็น 1 ในชาเขียวคุณภาพดีของเกาหลี จุดที่สองก็คือ นางใช้น้ำชาเขียวเป็นเบสหลักแทนน้ำค่ะ ไม่ใช่แค่นั้น จุดที่สามก็คือ นางยังเสริมสารบำรุงอื่นๆเข้ามาอีกหลายชนิดได้อย่างลงตัวค่ะ เดี๋ยวเราค่อยมาดูกันอีกรอบในส่วนของการวิเคราะห์ส่วนผสมนะคะ

ชาเขียวเจจู

(Image from Visitjeju.net)

jeju-e1534227472164-345x222

(Image from Coindesk)

 

เนื้อของโทนเนอร์มาในรูปแบบของน้ำใส สีเหลืองอมเขียวอ่อนๆ ไม่มีกลิ่น

 

music 5

ใช้คู่กับสำลี หลังเช็ดให้ความรู้สึกอุ่นเล็กน้อย เมื่อทิ้งไว้ประมาณ 1 – 3 นาที จะได้สัมผัสที่ค่อนข้างนุ่ม

music 6

สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้นะคะ

สผส music

สำหรับส่วนผสมวันนี้มี่ทำไว้ 4 สีนะคะ ขอเริ่มทีละสีเลยนะคะ

  • สีเขียว น้ำชาเขียว และ ผงชาเขียว ที่ทางแบรนด์เคลมว่าได้มาจากเกาะเชจู ในชาเขียวมีสารในกลุ่มของ Cathechins ซึ่งมีประโยชน์เป็น Antioxidant และประโยชน์อื่นๆ มีงานวิจัยหลายชิ้นที่สนับสนุนถึงการใช้ชาเขียวในทางเครื่องสำอาง สำหรับตัวชาเขียวของแบรนด์นี้ทางผู้ผลิตวัตถุดิบเคลมว่าประกอบด้วยสาร Saponin ที่มีฤทธิ์ในการลดการอักเสบเป็นองค์ประกอบอยู่ด้วย และมีคุณสมบัติในการต่อต้านจุลินทรีย์

green tea

(Image from SkinTalk official website)

  • สีชมพู ถ้าชาเขียวเป็นพระเอกของ Toner นี้ นางเอกในโทนเนอร์คงมีอยู่ 2 คนที่แข่งกัน คือ AHA กับ BHA โดย AHA เป็น Citric acid ที่ได้จากพืชตระกูลส้ม ในความเข้มข้น 0.5% และ BHA เป็นตัว Salicylic acid ในความเข้มข้น 0.2%
    *Note: ปกติในหลายๆรายงานกล่าวว่า BHA จะทำงานผลัดผิวได้ดีและมีประสิทธิภาพในการลดการอุดตันได้มีความเข้มข้นอยู่ที่ราวๆ 0.5-2.0% แต่ผลิตภัณฑ์นี้ทางแบรนด์เคลมว่าผ่านการทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยในอาสาสมัครแล้ว และจุดนี้ทางแบรนด์แจ้งว่า เนื่องด้วยมีส่วนผสมทั้ง AHA และBHA รวมกัน จึงเพิ่มคุณสมบัติช่วยในเรื่องของการดูแลปัญหาการอักเสบและการอุดตันของผิว และ มีการระคายเคืองที่ต่ำกว่า โดยสำหรับวิธีใช้ที่ทางแบรนด์แนะนำคือ

    • กรณีผิวปกติหรือผิวมัน สามารถใช้อาทิตย์ละ 3-4 วัน 1 ครั้งในตอนเย็น
    • กรณีผิวแพ้ง่าย สามารถใช้อาทิตย์ละ 2-3 วัน 1 ครั้งในตอนเย็น

 

  • สีฟ้า เป็นกลุ่มของสารเติมน้ำให้ผิว อย่าง Hydrolyzed collagen กับ Betaine ซึ่งตัว Betaine นี้เป็นกรดอะมิโนที่ดัดแปลงมาจาก Glycine ยังมีประโยชน์ในการลดการระคายเคือง และให้สัมผัสที่นุ่มเนียนหลังใช้งาน
  • สีม่วง เป็นสารบำรุงอื่นๆ ซึ่งมีอยู่หลายตัว ทุกตัวทำงานร่วมกันอย่างลงตัวเพื่อดูแลปัญหาด้านความชุ่มชื้น ความมัน การระคายเคือง การสมานแผล และด้านของการต่อต้านจุลินทรีย์

music 1

(Image from SkinTalk official website)

 

ในภาพรวมคือเป็นโทนเนอร์ BHA/AHA ที่เสริมสารบำรุงอื่นๆมารวมกันเพื่อดูแลปัญหาสิว ผิวแห้ง แดง ลอก และระคายเคืองได้อย่างลงตัว

ส่วนผสมอื่นๆที่ทางแบรนด์ใช้ก็เลือกมาเป็นอย่างดี ไม่มีแอลกอฮอล์ น้ำมัน และก็ซิลิโคน

มาให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ

  1. สารบำรุง จากที่ได้กล่าวไปด้านบนสารบำรุงหลักคงหนีไม่พ้นชาเขียว ซึ่งมีประโยชน์ที่ดีกับผิวหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น Antioxidant, ลดการอักเสบระคายเคือง กระชับรูขุมขนควบคุมความมัน เสริมมาด้วย AHA/BHA ที่ให้ประโยชน์ในเชิงของการเติมน้ำให้ผิว พร้อมลดอุดตันไปพร้อมๆกัน และมีสารบำรุงอีกมากมายที่พร้อมจะดูแลปัญหาผิวได้หลายประการไปพร้อมๆกัน จุดนี้ขอให้ไป 4 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยไม่มีที่ให้หักคะแนน ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน สำหรับท่านที่ตามเพจมียอนมาสักพักแล้วจะเห็นว่าตัวนี้เคยได้รับมง #ลูกรักบ้านมียอนมาหลายปีซ้อน แต่ในที่สุดนางก็หลุดโผไป เนื่องจากค่อนข้างหาซื้อลำบาก แต่ตอนนี้หาซื้อได้ง่ายขึ้น เพราะมีบริษัทนำเข้ามาจำหน่ายในไทยแล้วแบบถูกต้อง ในด้านของการใช้งาน คือส่วนตัวรู้สึกชอบ Feeling อุ่นๆหลังเช็ด และเมื่อ Feeling อุ่นๆหายไป เหลือไว้แต่ความนุ่ม และนวลเนียนของผิว จุดนี้ให้ไป 5 ฟลาสก์

คะแนน music

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางบริษัท เจ.เอ. เอลลิแก็นซ์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์เสริมความ เกรดพรีเมี่ยมทั่วโลก ด้วยนะคะ ที่ส่งสินค้าดีๆมาให้มี่ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่

 

Line : https://lin.ee/mzbiXGL

Line@ : @jaelegantthailand

 

FB: J.A Elegant Thailand – ผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์เสริมความงาม เกรดพรีเมี่ยมทั่วโลก

FB : Skintalk Thailand By J.A.Elegant – ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้มีปัญหาสิวและผิวหน้า

Shopee : Eelegant Beauty Shop โค้ดส่วนลด 50 บาท สำหรับการสั่งซื้อครั้งแรก

JAELNC000

IG : jaelegant_official

YouTube : J.A.Elegant Official https://www.youtube.com/channel/UCOPLQvKHZo6LJzUnPE-Uubw

WEB: http://www.jaelegantthailand.com

 

 

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับมาจากทางบริษัท บริษัท เจ.เอ. เอลลิแก็นซ์ (ประเทศไทย) จำกัด การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้าและไม่ได้รับค่าตอบแทนในการรีวิว โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

one ingredient only!!! รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม น้ำตบ Artemisia จาก Missha กับ Time revolution artemisia treatment essence

สวัสดีค่ะ

หลังๆมาเรามักจะเห็นหลายๆบริษัทเครื่องสำอางพยายามลดจำนวนวัตถุดิบที่ใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวลง เพื่อลดโอกาสในการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ของลูกค้าตามเทรนด์ “Less is more” ที่เริ่มออกมาสักพัก

สำหรับวันนี้ มี่จะมารีวิวและวิเคราะห์ส่วนผสมของน้ำตบสูตร Artemisia จากแบรนด์ Missha ซึ่งมีส่วนผสมเพียงชนิดเดียว ตามเทรนด์ Less is more ที่ใช้ส่วนผสมเพียงชนิดเดียว หรือ One ingredient only

หลังๆมาเราเริ่มเห็นหลายแบรนด์ทำน้ำตบและเซรั่ม Artemisia ออกมาเรื่อยๆ โดยมี Missha เป็นเจ้าแรกค่ะ

มี่เองก็มีโอกาสได้รู้จักกับน้องตอนไปเกาหลีเมื่อเดือน เม.ย. ปี 2562 ที่ผ่านมานี้เองค่ะ สมัยนั้นนางพึ่งออก มีโปร 1+1 ด้วย เห็นว่าน่าลองก็จัดมาขำๆ

แต่พอเอามาใช้จริง กลับชอบมากๆ เฉยเลย และนางก็ติดอันดับ #ลูกรักบ้านมียอน ของปี 2562 ด้วยค่ะ

นางมีหน้าตาเป็นแบบนี้นะคะ

mis 1.JPG

ตัวนี้เห็นเหมือนจะธรรมดา แต่นางก็กวาดรางวัลมามากมายใช่ย่อยนะเออ

500_81104_20190731152813162_81104_20191220093847006mis reward

(Image from Missha Korea official website)

 

นางมาในขวดแก้ว เวลาหิ้ว เราก็จะหนักนิดหน่อย ไม่สิ ต้องบอกว่า ขวดแก้วก็ช่วยปกป้องเนื้อในผลิตภัณฑ์ได้ดีกว่าพวกพลาสติกค่ะ

สำหรับเนื้อน้ำตบเป็นแบบน้ำใส เหลว สีเขียวอมน้ำตาล มีกลิ่นคล้ายผัก+ชา

mis 2

mis 4

แต่เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย แห้งไว ซึมไว อาจจะหนึบๆนิดนึงค่ะ

mis 5

ค่า pH อยู่ที่ราวๆ 5 นะคะ

mis 3

 

สำหรับส่วนผสม แน่นอนว่า มีแค่ตัวน้ำหมัก Artemisia ค่ะ

สผส mis

ด้านข้างกล่องจะเขียนเป็น Artemisia annua extract นะคะ

แต่ที่แบรนด์เคลมจะเป็น Double fermented artemisa ค่ะ

โดยเก็บใบ Artemisia มาจากเกาะคังฮวา ซึ่งเป็นเกาะที่มีภูมิอากาศบริสุทธิ์ นำมาหมัก 2 ครั้ง ครั้งแรกในสภาวะอุ่น ครั้งที่สองในสภาวะเย็น ก่อนจะนำมาสกัดด้วยเทคนิคพิเศษ เพื่อเอาสารบำรุงในใบ Artemisia ออกมาค่ะ

Artemisia_essence_061

(Image from Missha US official site)

เห็น story อะไรแบบนี้แล้วมันจะสะกิดอินเนอร์ของหญิงเป็นพิเศษ เลยทำให้ต้องจัดมาลอง ก่อนจะติดใจนั่นเองค่ะ

 

ว่าแต่ Artemisia นี่มันคืออะไร

Artemisia เป็น Genus ของพืชในสกุล Asteracea ซึ่งเป็นสกุลเดียวกับดาวเรือง โดย Genus Artemisia ประกอบด้วยสมุนไพรและพืชผักหลายร้อยชนิดนะคะ เช่น

  • Artemisia vulgaris หรือ Mugwort ที่เอาไปหมักเบียร์ได้
  • Artemisia annua หรือ Sweet wormwood ที่เคยมีประวัติเอาไปสกัดสาร Artemisinin มาทำเป็นยาต้านมาลาเรีย
  • Artemisia argyi เป็นยาในตำรับยาแพทย์แผนจีน
  • Artemisia capillaris มีประโยชน์เป็นสมุนไพรช่วยให้หลับ
  • Artemisia lactiflora คือ จิงจูฉ่าย ที่ใช้เป็นอาหาร

ยังมีอีกมากมายหลายชนิดเลยทีเดียวค่ะ

วันนี้เราจะมาโฟกัสกันที่ Artemisia annua ซึ่งเป็น Sweet wormwood ที่ทางแบรนด์ใช้นะคะ

ใบของน้องมีหน้าตาประมาณนี้ค่ะ

artemisia-annua-benefits.jpg

(Image from https://ezhealthnews.com/artemisia-annua-natural-healthcare-herb-to-treat-cancer-and-malaria/)

 

ในใบของต้นนี้ ประกอบด้วยสารพฤกษเคมีในกลุ่ม Phenolics มากมายหลายชนิดเลยทีเดียว

Schermata_11-2457342_alle_16.54.16.png

(Eleoig [CC BY-SA 4.0 (https://creativecommons.org/licenses/by-sa/4.0)%5D)

ซึ่งมีประโยชน์เป็น Antioxidant มีประโยชน์ในเชิงลดการอักเสบระคายเคือง และด้านอื่นๆอีกมากมายค่ะ

สำหรับข้อมูลจากทางแบรนด์ ได้กล่าวว่า สารสกัดนี้มีประโยชน์ในการลดการระคายเคืองและให้ความรู้สึกสบายผิว (Soothing effect) โดยมีการทดสอบในอาสาสมัคร พบว่า สามารถลดระดับความระคายเคือง และอุณหภูมิของผิวได้ถึง 8.4% เลยทีเดียว

mis clinical

(Image from Missha Korea official website)

หลังจากส่วนตัวใช้มาหลายเดือน ก็รู้สึกว่าผิวแข็งแรง และรู้สึกสบายผิวมากขึ้นตามที่แบรนด์เคลมค่ะ

 

ที่สำคัญส่วนผสมก็แลดูมีความเป็นมิตร เพราะไม่มีสารที่อาจก่ออันตรายให้กับผิวอยู่เลย

 

และล่าสุดมี่ลองเข้าไปเชคในเว็บของ Missha Korea นางออกสินค้าไลน์ใหม่มาอีก 4 ชิ้นเลย

20191127170805_oocredsz

(Image from Missha Korea official website)

มีทั้ง

  • Pack foam cleanser อันนี้เป็น 2 in 1 mask + foam cleanser ค่ะ
  • Ampoule อารมณ์คล้ายๆเซรั่มค่ะ ตัวนี้ก็น่าสนนะคะ แต่ยังไม่มีโอกาสได้ลอง
  • Mist สเปรย์ฉีดบำรุงผิว
  • Mask sheet

 

เรียกได้ว่าน่าโดนไปหมด และก็น่าสงสัยว่า สินค้าตัวอื่นจะมี Artemisia อยู่เท่าไหร่กันเนาะ ถ้ามีโอกาสได้ไปเกาหลีอีกจะไปสืบเสาะมาให้ค่ะ 🙂

สำหรับวันนี้ขอไม่ให้คะแนนนะคะ เนื่องจากมีส่วนผสมชนิดเดียว เลยไม่รู้จะให้คะแนนอย่างไรดี พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม Cleansing water จากประเทศโปแลนด์ กับ Elfa Pharm Green pharmacy micellar solution 3 in 1 Oat

สวัสดีค่ะ

วันนี้มี่นำเอา Cleansing water ตัวหนึ่งที่น่าสนใจ มาวิเคราะห์ส่วนผสมและรีวิวให้ได้ชมกันนะคะ

ส่วนตัวเคยเห็นแบรนด์แบรนด์นี้ในร้าน Watsons มาซักพักแล้ว แต่พึ่งมีโอกาสได้ลองใช้งาน เมื่อทางบริษัทที่นำเข้าสินค้าส่งมาให้มี่เมื่อหลายเดือนก่อน

พอใช้แล้วก็ติดใจ เลยเอามาเล่าสู่กันฟังต่อไปค่ะ

สำหรับ Cleansing water ตัวนี้มาจากบริษัท Elfa pharm ประเทศโปแลนด์ ในแบรนด์ Green pharmacy กับ micellar solution 3 in 1 สูตร Oat ค่ะ

สูตรนี้มีหน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ

gp 5.JPG

 

ความสามารถในการทำความสะอาดก็ถือว่าโอเคเลยหละ

สามารถเช็ดทำความสะอาดลิปแมทท์ได้ ด้วยการวางแปะไว้ประมาณ 10 วินาที ในครั้งแรก และ Eyeliner กันน้ำ ในการเช็ดครั้งที่สองค่ะ

 

 

สำหรับค่า pH นั้นอยู่ที่ราวๆ 6 นะคะ

gp 6

 

มีส่วนผสมเป็นดังนี้

สผส green pharma

จากส่วนผสมวันนี้มีอยู่ 3 สีนะคะ

  • สีชมพู เป็นสารทำความสะอาดในผลิตภัณฑ์ ประกอบด้วย 2 ตัว คือ Sodium cocoamphoacetate ซึ่งมีความอ่อนโยน ร่วมกับ Polysorbate 20 ที่เป็นสารทำความสะอาดชนิดไม่มีประจุ
  • สีม่วง สารชื่อยาวๆตัวนี้น่าสนใจค่ะ Maltooligosyl glycoside/Hydrogenated starch hydrolysate เป็นสารดัดแปลงมาจากแป้งธรรมชาติ ซึ่งทางผู้ผลิตวัตถุดิบกล่าวว่า มีประโยชน์ในการลดการระคายเคืองที่เกิดขึ้นจากสารทำความสะอาดได้ และให้คุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้น และรู้สึกสบายผิว

ตรงนี้จะเป็นผลการทดสอบของทางผู้ผลิตนะคะ

MG-60 2

(Image from Hayashibara Nagase Group)

ด้านบนจะเป็นผิวที่สัมผัสกับสารละลาย SLS (หรือ SDS คือตัวเดียวกัน) ความเข้มข้น 10% เราจะพบว่าผิวจะแดงและแห้ง สังเกตได้จากความเหี่ยวย่นที่เกิดขึ้นนะคะ ส่วนด้านล่างจะเป็นผิวที่สัมผัสกับ สารละลาย 10% SLS ที่มีวัตถุดิบ Maltooligosyl glycoside/Hydrogenated starch hydrolysate (MG-60) ในความเข้มข้น 20% สังเกตว่าผิวจะไม่ได้แดง แล้วก็ไม่ได้เหี่ยวย่นแบบด้านบนค่ะ

ถือว่าน่าสนใจอยู่ไม่น้อย ทั้งในด้านของความเป็นธรรมชาติ และความอ่อนโยน เป็นมิตรของนาง

 

  • สีฟ้า เป็นสารบำรุง ซึ่งทางแบรนด์เน้นมาในส่วนที่มีประโยชน์ในเชิงการลดการอักเสบระคายเคือง อย่างสารสกัดจากข้าวโอ้ต และ Panthenol ค่ะ

 

โดยรวมใน Cleansing water สูตรข้าวโอ๊ตของแบรนด์ Green pharmacy นี้ทำมาได้ค่อนข้างดี มีความอ่อนโยน และมีความน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียวค่ะ

 

วันนี้เนื่องจากส่วนผสมไม่เยอะมาก เลยขอให้คะแนนเป็น 2 หมวด คือ ส่วนผสม และการใช้งานนะคะ

  1. ส่วนผสม ในด้านของสารทำความสะอาด ถือว่าค่อนข้างอ่อนโยนกับผิว เสริมมาด้วยสารบำรุงที่เด่นไปในเชิงด้านการลดการอักเสบระคายเคือง พร้อมเสริมความชุ่มชื้นเป็นหลัก จุดนี้คิดว่า ถ้ามีสารบำรุงอื่นๆเสริมมาอีกซักหน่อย น่าจะสมบูรณ์แบบ สำหรับสารองค์ประกอบอื่นๆเรียกได้ว่าพัฒนาสูตรมาได้เป็นมิตรกับผิวและสิ่งแวดล้อมมากๆ ไม่มีทั้งซิลิโคน แอลกอฮอล์ และน้ำหอม ขอให้ 4 ฟลาสก์
  2. การใช้งาน ส่วนตัวมี่ชอบสัมผัสหลังใช้งานนะคะ มันจะไม่ได้แห้งตึงมากเหมือน Cleansing บางแบรนด์ที่เคยใช้ แต่มันจะออกนุ่มๆ เหมือนมีชั้นมอยส์เจอร์บางๆเคลือบปกป้องผิวอยู่ แต่ถึงแม้เขาจะแนะนำว่าสามารถ Leave-on ได้ เราก็ควรไปล้างน้ำซ้ำอีกรอบถ้าทำได้นะคะ จุดนี้ขอให้คะแนนความชอบส่วนตัวอยู่ที่ 5 ฟลาสก์

 

คะแนน gp

สำหรับวันนี้ต้องขอขอบคุณทางบริษัทด้วยนะคะ ที่ส่งสินค้าดีๆมาให้มี่มีโอกาสได้รู้จักและเปิดหูเปิดตาได้เจอส่วนผสมใหม่ๆ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับสถานที่วางจำหน่าย น้องมีวางจำหน่ายที่ Tops และ Gourmet market และ Allaboutyou ด้วยนะคะ 🙂

พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับมาจากทางแบรนด์ การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้าและไม่ได้รับค่าตอบแทนในการรีวิว โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมครีม Whitening วิตามินรวมจากญี่ปุ่น Shimi AX จากแบรนด์ Kracie

สวัสดีค่ะ

มีผลิตภัณฑ์อยู่ตัวหนึ่งที่มีติดค้างรีวิวทุกคนมานานมากๆ จนใช้หมดไปสองหลอดแล้วก็ยังไม่ได้ฤกษ์นำมารีวิวเสียที

เอาหล่ะ ในที่สุด วันนี้ก็ได้ฤกษ์ รีวิวปิดท้ายวันหยุด ก่อนต้องตื่นไปทำงานแต่เช้ากันในวันพรุ่งนี้

นางก็คือ ครีม #ลูกรักบ้านมียอน Shimi AX จากแบรนด์ Kracie นั่นเองค่ะ

หน้าตาเป็นแบบนี้นะคะ

shimi 1.JPG

หลอดเก่าไป หลอดใหม่มา ตอนนี้หลอดที่สองก็หมด แต่ขอพักสักแป๊บ เพราะของล้นกรุมากๆ 555

 

ตัวหลอดมาแบบเรียบแต่โก้ หรูแต่ง่ายค่ะ

shimi 2

 

จริงๆในบ้านเรามีขายที่ Matsumoto kiyoshi นะคะ แต่มี่สั่งจากเว็บ Dokodemo เอาค่ะ ราคารวมค่าขนส่งแล้วก็ไม่ต่างกันมากนัก

 

คำว่า “Shimi” หรือ しみ เป็นคำที่กำลังอินเทรนด์ของฝั่งญี่ปุ่นเค้าค่ะ แปลว่ารอยเปื้อน แต่ในทางสกินแคร์และบิวตี้ หมายถึง จุดด่างดำ

 

สำหรับเนื้อครีมก็เป็นครีมเนื้อข้นๆหน่อย

shimi 3

ไม่มีกลิ่นค่ะ น่าจะไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม

เกลี่ยได้ง่าย ซึมไว ไม่เหนอะหนะ ขัดกับลุคที่ดูข้นๆของนางเลย

shimi 4

 

วันนี้ไม่ได้วัด pH เพราะเนื้อครีมนางไม่เปียกกระดาษ กระดาษเลยไม่เปลี่ยนสีค่ะ

 

สำหรับส่วนผสมวันนี้ มี่ใช้วิธีแกะจากข้างกล่องเอานะคะ เนื่องจากไม่สะดวกไปถ่ายรูปฉลากไทยในร้านจ้า

สผส

ซึ่งจากที่สังเกตมา ทางญี่ปุ่นเขาไม่ได้เรียงลำดับส่วนผสมจากความเข้มข้นมากไปหาน้อยนะคะ แต่จะเอา Active มาขึ้นก่อน ตามด้วยสารที่เป็นเบส หรือ Vehicle ของตำรับค่ะ

 

สำหรับสารบำรุง ที่สำคัญจะเป็นกลุ่มของวิตามินรวม 3 ชนิดหลัก คือ A C E ค่ะ

  • วิตามินเอ เป็นรูปแบบของ Retinyl palmitate ซึ่งถ้าเทียบกับฟอร์มอื่นแล้ว นางก็จะมีการระคายเคืองที่น้อยกว่า แต่กว่านางจะออกฤทธิ์ได้ นางต้องผ่านการแปรสภาพในผิวถึง 3 ขั้นตอน โดยประโยชน์ของวิตามินเอ กับผิวพรรณนั้น ค่อนข้างกว้างค่ะ โดยหลักๆ จะเด่นไปในด้านของริ้วรอย การปรับสมดุลการผลัดผิว ความกระชับและยืดหยุ่นของผิว และสิว
  • วิตามินซี มาในรูปแบบของ Ascorbyl glucoside ซึ่งเป็นรูปแบบที่เอาวิตามินซีมาจับกับน้ำตาล โดยประโยชน์ของวิตามินซี ก็มีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นในเชิง Whitening, ลดการอักเสบระคายเคือง ต่อต้านอนุมูลอิสระ และ เป็นส่วนหนึ่งของการสังเคราะห์คอลลาเจน
  • วิตามินอี ตัวนี้น่าสนใจนะคะ เป็นรูปแบบของ Tocopheryl nicotinate ซึ่งเป็นสารลูกผสมระหว่างวิตามินอี กับ บี 3 ทางผู้ผลิตวัตถุดิบก็เคลมว่า ถ้านางลงผิว ผิวเราก็จะแปรสภาพจนได้วิตามินอี และ บี 3 ให้ประโยชน์หลายอย่างทั้ง Antioxidant, ลดการอักเสบระคายเคือง และในเชิงด้าน Whitening

antioxidants-06-00020-g001.jpg

(Duncan and Suzuki, . 2017 Mar; 6(1): 20.)

 

สำหรับ Tocopheryl nicotinate นอกจากผลที่กล่าวมาแล้ว นางมีคุณสมบัติในการเสริมการไหลเวียนของเลือดในหลอดเลือดเล็กๆในผิวเสริมมา ซึ่งจริงๆก็มีใช้ในทางยามาซักพักแล้วค่ะ (The American Journal of Clinical Nutrition 1974. 27(10):1110-6)

 

สารบำรุงที่เหลืออยู่ ในส่วนของสีฟ้า คือ

  • Dipotassium glycyrrhizate ตัวนี้ได้มาจากชะเอมค่ะ มีคุณสมบัติในเชิงการลดการอักเสบระคายเคือง
  • Lactobacillus/lotus seed ferment ตัวนี้มีประโยชน์ในด้านชุ่มชื้นเป็นหลักค่ะ

 

และสีเขียว Cholesterol กับ Corn oil เป็นไขมันที่มีประโยชน์กับผิวค่ะ

 

ในส่วนผสมมีการใช้ Paraben เป็นสารกันเสีย แต่ส่วนตัวไม่ได้หักคะแนน Paraben แล้วนะคะ ถ้าใครไม่แพ้สารตัวนี้ นางก็ไม่ได้น่ากลัวอะไรค่ะ

 

มาให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ วันนี้ขอให้ 2 หมวด คือ ส่วนผสม และ การใช้งานนะคะ

  1. ส่วนผสม ในส่วนผสมทำมาได้ค่อนข้างดี และลำพังการผสมเอาวิตามิน A C E/B3 เข้าด้วยกันก็เรียกได้ว่า ให้ประโยชน์ในการดูแลผิวได้ครบวงจรแล้วค่ะ เหลือแค่ว่าเราไม่ทราบความเข้มข้นว่าเค้าใช้ในปริมาณเท่าไหร่ จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. การใช้งาน ในตัวครีม เนื้อออกมาค่อนข้างหนัก แต่ก็ไม่ถึงกับเหนียว หรือมันเยิ้ม (มี่ผิวผสม/แห้ง) แต่ด้วยความที่มีวิตามินเอ ส่วนตัวก็จะใช้แค่ตอนกลางคืนนะคะ แม้ว่า Retinyl palmitate จะเสี่ยงแพ้แสงน้อยกว่าตัวที่เป็นรูปแบบยา อย่าง acid แต่ก็ขอเลี่ยงการใช้กลางวันไว้ก่อนค่ะ สำหรับด้าน Whitening ส่วนตัวมองว่า นางค่อยๆปรับสภาพจุดด่างดำให้สีผิวดูสม่ำเสมอขึ้นค่ะ แต่ไม่ถึงกับจะมาแบบขาวขึ้นแบบเว่อร์วังรวดเร็วอะไรทำนองนั้นค่ะ จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์

 

คะแนน

สำหรับวันนี้ก็คงต้องขอลากันไปเท่านี้ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบนะคะ

พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

 

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

 

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม เซรั่ม Whitening ที่มาพร้อมกับการฟื้นฟู Barrier ผิว และดูแลปัญหาด้านริ้วรอย จากเกาหลี กับ GluCA whitening serum

สวัสดีค่ะ

มี่ติดรีวิวเซรั่ม Whitening ตัวหนึ่งไว้ วันนี้ในที่สุดก็ถึงฤกษ์งามยามดีที่จะมารีวิวและวิเคราะห์ส่วนผสมให้ได้ชมกันแล้วค่ะ

เป็นผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ GluCA ที่มีชื่อเรียบง่ายว่า Whitening serum ค่ะ

จากความเดิมตอนที่แล้วที่มี่ได้มาเล่าถึงแบรนด์ GluCA ไปว่า นางเป็นเวชสำอางประสิทธิภาพสูงจากเกาหลี ที่มีวางจำหน่ายในคลินิกและโรงพยาบาลผิวหนังชั้นนำของประเทศเกาหลีค่ะ

ซึ่งมี่เองก็มีโอกาสได้รู้จักจากการไปเดินชมงาน K-beauty expo 2019 เมื่อต้นเดือน ก.ค. ที่ผ่านมาค่ะ

ผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ GluCA ที่เข้ามาในไทยจะมีด้วยกัน 2 Line นะคะ คือ Line Clinic รุ่นสีฟ้า กับ Line whitening จะเป็นสีเทาค่ะ

โดยวันก่อนมี่ได้รีวิวตัว Essence จากกลุ่ม Clinic ไปแล้วนะคะ ซึ่งถ้าพลาด เพื่อนๆสามารถไปติดตามได้ตามลิงค์นี้เลยค่ะ (>>>Click<<<)

 

สำหรับวันนี้จะมารีวิวตัวเซรั่มจากกลุ่ม Whitening ทั้งกลุ่มจะมีผลิตภัณฑ์อยู่ 5 ชิ้น ได้แก่ โฟมล้างหน้า โทนเนอร์ ครีม อายครีม และ เซรั่มค่ะ

white line.jpg

 

สำหรับตัวเซรั่มจะมีหน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ

Glu 1

ซึ่งจุดเด่นของภาชนะบรรจุคือ นางมีปุ่มล็อคอยู่ด้านหลัง ถ้าปุ่มนี้ล็อคอยู่ (เลื่อนไปทางซ้าย) จะกดเซรั่มออกมาไม่ได้ค่ะ ส่วนตัวมี่ชอบในจุดนี้มากๆ เพราะเวลาเราเดินทาง โหลดไปในกระเป๋า นางก็จะไม่โดนกระแทกจนเลอะเทอะออกมาค่ะ

Glu 3

เนื้อเซรั่มมาในรูปแบบของน้ำนม มีกลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยตามธรรมชาติ

Glu 4

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ซึมซาบไว แห้งไว ยังชุ่มชื้นอยู่แต่ไม่ถึงกับเหนอะหนะ

Glu 5

สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้นะคะ

ส่วนผสม white ใหม่

ในภาพรวมเป็นเซรั่มที่มาในเบสแบบอิมัลชั่น (เบสแบบน้ำนม) มีส่วนผสมของน้ำ และน้ำมัน ร่วมกับซิลิโคนบางชนิด ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์

จากส่วนผสมวันนี้มี่ทำไว้หลายสีเหมือนเช่นเคยนะคะ ขอเปิดประเดิมที่

  • ขอเปิดด้วยสีม่วง อิออน Calcium และ Magnesium ในรูปแบบที่ละลายน้ำได้ ซึ่งสองตัวนี้ทางแบรนด์เคลมเรื่องของเทคโนโลยี Ion balance เพื่อควบคุมสมดุลของ Calcium และ Magnesium ของผิว ซึ่งประโยชน์ของ Calcium ที่มีต่อผิวนั้นมีมากมาย แต่หลักๆคือช่วยให้เซลล์ผิวเจริญเติบโตเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและหน้าที่ (Differentiation) เป็นผิวที่โตเต็มวัย

โดย Calcium จะทำงานร่วมกับ Magnesium ในการควบคุมกระบวนการต่างๆ ซึ่งจากข้อมูลพบว่า ในเซลล์ที่มีสุขภาพดี อิออนของ Calcium และ Magnesium จะอยู่ในสภาวะที่สมดุล แต่ถ้าไม่สมดุล เซลล์ก็จะสุขภาพไม่ดี

glu ca mg

สำหรับประโยชน์ของ Calcium ที่ชัดเจนสำหรับผิวหนังก็คือเรื่องการ Differentiation ให้ผิวเราแข็งแรงและสมบูรณ์ ซึ่งรูปนี้อธิบายได้ชัดมากๆค่ะ

glu ca mg 2

  • สีฟ้า เป็นกลุ่มของสารเพิ่มความชุ่มชื้น ผ่านกระบวนการเติมน้ำให้ผิว ซึ่งประกอบด้วย Hyaluron 3 ชนิด ร่วมกับสารสกัดจากน้ำผึ้ง โปรวิตามินบี 5 และ Hydrolyzed collagen
  • สีเขียว คู่ผสมของ Palmitoyl tripeptide-1, Palmitoyl tetrapeptide-7 รู้จักกันในนามของ Matrixyl 3000 (จริงๆใน Matrixyl 3000 มีสารตัวอื่นประกอบด้วย แต่ขอละไว้นะคะ) ซึ่งมีประโยชน์ในการลดเลือนริ้วรอย และมีงานวิจัยรองรับถึงประสิทธิภาพ
  • สีส้ม เป็นไขมันที่ทดแทนให้ผิว โดยตัวสำคัญคือ Ceramide NP หรือ Ceramide 3 ซึ่งตัวเซราไมด์เองมีความสำคัญมากกับความสามารถในการเป็นปราการเพื่อปกป้องผิว เสริมมาด้วย Phytosphingosine ซึ่งเป็นสารตั้งต้นให้ผิวเรานำไปสังเคราะห์ ceramide ได้ และกรดไขมัน Palmitic
  • สีชมพู เป็นกลุ่มของสารบำรุงต่างๆ ได้แก่
    • Niacinamide ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 มีรายงานว่า สารตัวนี้สามารถเป็น Whitening ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ โดยไปรบกวนการส่งผ่านของเมลานินที่สร้างเสร็จแล้ว ลดการอักเสบในผิว เพิ่มการไหลเวียนเลือด ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวโดยไปกระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า และยังเป็น Antioxidant ด้วย (Int J Cosmet Sci 2005; 27:255–261)
    • สารสกัดพืชมากมายถึง 19 ชนิด โดยมีสารสกัดหลัก 7 ชนิด ซึ่งผ่านการคัดเลือกมาจากฐานข้อมูลของทางแบรนด์ ว่าเป็น Combination ที่ให้ประโยชน์ในเชิง Whitening ได้ดี ได้แก่ สารสกัดจากชาเขียว Centella, Sea buckthorn, Mallow, เจียวกู้หลาน, Alchemilla vulgaris และ Primula veris ซึ่งผ่านการทดสอบแล้วทั้งในระดับหลอดทดลองและในอาสาสมัครว่า มีคุณสมบัติในการลดการสังเคราะห์เมลานินได้

gluca inviro

(Image from GluCA)

 

เราลองมาดูประโยชน์ของสารสกัดและสารบำรุงบางตัวกันดีกว่านะคะ

    • สารสกัดจากชาเขียว มีรายงานวิจัยอยู่ค่อนข้างมาก เช่น เป็น antioxidant เป็น Moisturizer ลดริ้วรอย เพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผิว (Dermatol Ther. 2013;26(3):267-71.) สารประกอบกลุ่ม Polysaccharide ที่พบในชาช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV ได้ และสารประกอบกลุ่ม Polyphenol ยังช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีได้ (J Agric Food Chem. 2009;57(17):7757-62.)
    • สารสกัดจากเจียวกู้หลาน (Gymnostema pentaphyllum extract) ซึ่งปกติเรามักพบในสูตรชา แต่ในทางเครื่องสำอาง เจียวกู้หลานเป็นพืชที่มีความน่าสนใจเหมือนกัน เพราะมีคุณสมบัติเป็น antioxidant เสริมการทำงานของ Fibroblast และปกป้องผิวจากรังสี UV (ISRN Dermatology Volume 2014, Article ID 202876)
    • Primula veris extract หรือ Cowslip ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่ามีคุณสมบัติในการลดการอักเสบระคายเคือง และเป็น Antioxidant
    • สารสกัดจากคาโมมายล์ ลดการอักเสบระคายเคือง และให้ความรู้สึกสบายผิว
    • Adenosine มีประโยชน์ต่อผิวในด้านของการชะลอวัยและลดเลือนริ้วรอย

 

สำหรับสีแดงที่มีให้ไว้ คือกลุ่มของน้ำมันหอมระเหยจากเปลือกของพืชในตระกูล Citrus อาจจะทำให้เกิดอาการผิวไวต่อแสงได้ในบางคน จึงควรทากันแดดเสมอ หรือ นำผลิตภัณฑ์ไปใช้ในตอนกลางคืน ซึ่งในจุดนี้ส่วนตัวมี่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรหลังจากใช้ทั้งเช้าและเย็นมาเกือบเดือน และด้วยแพคเกจที่พกพาสะดวก มีตัวล็อคฝา ป้องกันการหกเลอะเทอะในกระเป๋าเดินทางก็เลยชอบที่จะพกพาไปด้วยเวลาเดินทาง

ในภาพรวมถือว่าเป็นเซรั่มที่ทำมาได้น่าสนใจทั้งในด้านของ Package ทั้งส่วนผสม ที่คัดเลือกมาเสริมกันอย่างลงตัว และการเลือกใช้เทคโนโลยี Ion balance ที่เลือกใช้ทั้ง Calcium และ Magnesium มาเสริมกันได้อย่างลงตัว และให้ประโยชน์กับผิวได้หลายอย่าง เพราะไม่ใช่แค่เป็นเซรั่ม Whitening ธรรมดาแต่มีส่วนผสมของสารบำรุงที่ให้ประโยชน์ทั้งด้านผิวแข็งแรง ชุ่มชื้น ชะลอวัย ลดการอักเสบระคายเคือง และดูแลปัญหาด้านริ้วรอยไปพร้อมๆกัน

ให้คะแนน

  1. สารบำรุง ในด้านของสารบำรุง ตามที่กล่าวไปด้านบน ทางแบรนด์เลือกใช้สารบำรุงหลายชนิด มาเสริมกันได้อย่างลงตัว และให้ประโยชน์กับผิวได้หลายอย่าง เพราะไม่ใช่แค่เป็นเซรั่ม Whitening ธรรมดาแต่มีส่วนผสมของสารบำรุงที่ให้ประโยชน์ทั้งด้านผิวแข็งแรง ชุ่มชื้น ชะลอวัย ลดการอักเสบระคายเคือง และดูแลปัญหาด้านริ้วรอยไปพร้อมๆกัน จึงขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ มีการใช้น้ำมันหอมระเหยจากพืชในสกุล Citrus ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการแพ้แสงได้ในบางราย แต่ส่วนตัวมี่ใช้ทั้งเช้าเย็น ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ถึงแม้จะไม่ได้เกี่ยวกับการใช้งานตรงๆ แต่ส่วนตัวชอบแพคเกจมาก ที่มีตัวล็อคฝากด และเนื้อสัมผัสของตัวเซรั่มก็ทำมาได้ค่อนข้างดี ชุ่มชื้น แต่ไม่ถึงกับเหนอะหนะมาก และเรื่องของประสิทธิภาพส่วนตัวมองว่าในด้านของการลดการอักเสบระคายเคือง และช่วยฟื้นฟูให้ผิวมีสุขภาพดีขึ้น ตรงนี้ทำมาได้ประทับใจมากๆ ส่วนเรื่อง Whitening กับ ริ้วรอย ช่วงนี้ยอมรับว่าไม่ได้มีปัญหาในจุดนี้ เลยยังไม่ทราบชัดเจนค่ะ แต่ขอให้คะแนนความพึงพอใจไว้ที่ 5 ฟลาสก์

คะแนน glu

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทุกท่านด้วยนะคะที่ติดตามรับชมมาจนจบ แล้วพบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

 

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมมาสก์หน้าสีชมพู Pink collagen radiant & Firm overnight mask จากแบรนด์ Scentio

มันจะมี Sleeping mask อยู่ชิ้นนึงที่มีอยากเอามาวิเคราะห์ส่วนผสมตั้งนานแล้ว แต่พึ่งได้มีโอกาสค่ะ

เป็น Sleeping mask สูตร Pink collagen จากแบรนด์ Scentio ที่เป็นสินค้าของเครือ Beauty buffet ค่ะ โดยสาเหตุที่มี่สนใจแบรนด์นี้ก็เพราะว่ามีน้องเซนต์เป็น Presenter รักน้อง ก็ต้องอุดหนุนสินค้าที่น้องเป็น Presenter เอ๊ย ไม่ใช่ ถือว่าไม่ได้ยินเนอะ

แบรนด์นี้เป็นแบรนด์ที่ผลิตสินค้าน่ารักๆมาตอบโจทย์สาววัยแรกรุ่น แบบเราๆ ในราคาที่ไม่แพงมาก และส่วนผสมค่อนข้างดีงาม คุ้มค่าคุ้มราคาค่ะ

อย่าง Sleeping mask วันนี้ ก็มีส่วนผสมที่ดีงามไม่แพ้ของนอกเหมือนกัน ไว้เดี๋ยวเราไปดูด้วยกันตอนช่วงวิเคราะห์ส่วนผสมนะคะ

น้องมาภายใต้คอนเซปท์ ปฏิวัติผิวสวย 4D ค่ะ

มาดูหน้าตาของน้องกันก่อนดีกว่าค่ะ นางมาในกล่องสีชมพูแบบนี้ค่ะ

sc 1.JPG

ด้านในเป็นแพคเกจแบบกระปุกไอติมน่ารัก สีชมพูขาว

sc 2

เนื้อครีมก็สีชมพู เป็นเนื้อแบบพุดดิ้ง คืนรูปได้ กลิ่นก็มาในโทนหวานแหวว

cream

เนื้อเบา ซึมไว ให้ความรู้สึกนุ่ม ชุ่มชื้น ไม่เหนียวเหนอะหนะ

cream 2

สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้นะคะ

สผส piti

ส่วนผสมวันนี้เรียกได้ว่าเยอะและยาวเหมือนกันนะคะ ในภาพรวมนางเป็นมาสก์แบบครีม ที่มีส่วนผสมของน้ำ น้ำมันสังเคราะห์ น้ำมันจากธรรมชาติ และ ซิลิโคนค่ะ โดยที่เนื้อมีความบางเบาแต่ชุ่มชื้นดี น่าจะเพราะเป็นเนื้อแบบซิลิโคนในน้ำ และมีส่วนผสมของสารดูดน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นหลายตัว เสริมสารบำรุงอื่นๆมาอีกหลายชนิด

มาดูกันทีละสีเลยนะคะ

  • เปิดด้วยสีเขียว สูตรผสมของ Octyldodecanol, Echium Plantagineum Seed Oil, Helianthus Annuus (Sunflower) Seed Oil Unsaponifiables, Cardiospermum Halicacabum Flower/Leaf/Vine Extract และ Tocopherol รู้จักกันในนาม Defensil ที่เรามักพบในครีมที่เคลมเรื่องของการลดการอักเสบระคายเคืองที่พบบ่อยตามร้านขายยา วัตถุดิบนี้ทางผู้ผลิตแกเคลมเกี่ยวกับคุณสมบัติในการลดการอักเสบ เสริมสร้างและฟื้นฟู Barrier ผิวให้แข็งแรง
  • สีฟ้าจะเป็นกลุ่มของสารเติมน้ำให้กับผิว ซึ่งมาแบบจัดเต็มด้วยกันหลายตัว ไม่ว่าจะเป็น
    • สารกลุ่ม Hyaluronic acid 4 ชนิด ที่มีขนาดแตกต่างกันไป มีประโยชน์ในการเติมน้ำให้แก่หลายๆระดับชั้นผิว
    • Polyglutamic acid มีประโยชน์ในการเพิ่มความชุ่มชื้นโดยการดูดน้ำให้ผิวเช่นกัน ตัววัตถุดิบนี้ ทางผู้ผลิตบางเจ้า แกเคลมว่า เวลาลงผิว ผิวเราจะตัดเอาออกมาเป็นกรดอะมิโน Glutamic acid เดี่ยวๆ ที่มีประโยชน์เป็นสารเพิ่มความชุ่มชื้น ที่เรียกกันว่า Natural moisturizing factor หรือ NMF ที่ช่วยจับน้ำให้ผิว ผิวจึงชุ่มชื้น และนุ่มนวล
    • Hydrolyzed collagen อันนี้ที่ข้างกล่องเคลมว่าเป็นคอลลาเจนที่ได้จากปลาดาว มีประโยชน์ในเชิงด้านความชุ่มชื้นเช่นกัน
    • Trehalose เป็นน้ำตาลชนิดพิเศษ มีประโยชน์ในเชิงด้านความชุ่มชื้นเช่นกัน
    • Acetamidoethoxyethanol ตัวนี้นางเป็นวัตถุดิบสิทธิบัตร มีชื่อทางการค้าว่า ElfaMoist® AC ผู้ผลิตวัตถุดิบเคลมว่าเป็นสารโมเลกุลเล็กที่สามารถแทรกซึมลงไปในหนังกำพร้าชั้น Stratrum corneum โดยไม่ทำให้ Barrier ผิวเสื่อมสภาพ ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวได้อย่างยาวนานถึง 30 ชั่วโมง
  • สีม่วง เป็นสารบำรุงอื่นๆ ได้แก่
    • Inositol มีประโยชน์ในการช่วยซ่อมแซมโครงสร้างที่เกี่ยวกับการรักษาความชุ่มชื้นของผิวหนัง ช่วยควบคุมความมัน เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิวหนังโดยไปเพิ่มการทำงานของเซลล์ใต้ผิว เพิ่มความชุ่มชื้น และช่วยให้เซลล์ไขมันใต้ผิวเรียบเนียนขึ้น จึงดูเหมือนว่าริ้วรอยลดลง และผิวแน่นขึ้น เต่งตึงขึ้น (ข้อมูลจากผู้จำหน่ายวัตถุดิบชนิด myo-Inositol)
    • Gluconolactone นางเป็นอนุพันธ์ของน้ำตาล อยู่ในกลุ่ม Polyhydroxy acid (PHA) ให้คุณสมบัติการผลัดผิว (Exfoliant) คล้าย AHA แต่อ่อนโยนและมีความระคายเคืองน้อยกว่า มีรายงานวิจัยสนับสนุนว่าการผลัดผิวของ PHA สามารถเพิ่มความชุ่มชื้น เพิ่มความแข็งแรงของ Barrier ผิวหนัง (Cutis. 2004; 73(2 Suppl):3-13.)
    • Hydrolyzed adansonia digitata extract อันนี้ก็น่าสนใจค่ะ นางเป็นสารที่ได้จากการย่อยสลายสารสกัด Baobab ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่า สารนี้ประกอบด้วยสารกลุ่ม Mucilage ที่มีความสามารถในการก่อฟิล์มบนผิวหนัง ช่วยดูดน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ปกป้องกันน้ำระเหยออกจากผิว ให้ผิวนุ่มและเงางาม เมื่อฟิล์ม Set ตัวได้ จะให้ความรู้สึกตึง (Tightening effect) (Dansonyl®, BASF)
    • Tocotrienols เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินอี และ สารสกัดจากมะเขือเทศ ทั้งคู่มีประโยชน์เป็น Antioxidant

ในภาพรวมคือเป็นผลิตภัณฑ์ที่เน้นไปในเชิงการเติมน้ำให้ผิว เพื่อให้ผิวเรานุ่มนวล ชุ่มชื้น พร้อมกับช่วยให้ผิวเราแข็งแรงนั่นเองค่ะ

มาให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ

  1. สารบำรุง ในส่วนของสารบำรุง เรียกได้ว่าจัดเต็มไปในเชิงด้านการเติมน้ำให้ผิวแบบเน้นๆ เสริมมาด้วยคุณสมบัติในด้านของการปกป้องผิวให้แข็งแรง ให้ความรู้สึกสบายผิว และ Antioxidant อีกเล็กน้อย จุดนี้ส่วนตัวอยากให้มีสารบำรุงกลุ่มอื่นๆเพิ่มขึ้นอีกนิดนึง ขอให้ 4 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่ได้มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว ถึงแม้จะดูเหมือนมีซิลิโคนเยอะ และหลายๆคนก็เกรงกลัวซิลิโคน แต่ความจริงตัวซิลิโคนเขาเองก็มีประโยชน์ในด้านของการปรับ Feeling ให้บางเบา เรียบเนียน ไม่เหนอะหนะ และเคลือบปกป้องผิว จุดนี้ให้ 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ส่วนตัวค่อนข้างชอบเนื้อสัมผัส การเกลี่ย สัมผัสหลังใช้ และความชุ่มชื้นหลังใช้นะคะ แต่รู้สึกว่ากลิ่นจะไม่ถูกจริตเราไปนิดนึง แต่ก็คงไม่หักคะแนนเรื่องกลิ่นนะคะ ส่วนด้านความชุ่มชื้น ส่วนตัวมีผิวผสม/แห้ง คิดว่ายังแห้งไปนิดนึงค่ะ ให้ 4 ฟลาสก์

คะแนน sc

สำหรับวันนี้คงต้องขอลากันไปเท่านี้ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบนะคะ พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับมาจากทางแบรนด์ Scentio/Beauty buffet การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้าและไม่ได้รับค่าตอบแทนในการรีวิว โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเจลอาบน้ำผสานพลังน้ำมันหอมระเหยสูตรธรรมชาติ จากแบรนด์ Piti กับผลิตภัณฑ์ Rosemary Natural body shower gel

สวัสดีค่ะ

วันนี้มี่มีรีวิวเจลอาบน้ำจากแบรนด์ไทยคุณภาพแบรนด์หนึ่ง ที่มี่เคยเอาโลชั่นมารีวิวให้ทุกท่านได้ชมไปในช่วงก่อนมาฝากกันค่ะ

เป็นเจลอาบน้ำจากแบรนด์ปิติ ซึ่งผลิตสินค้าออกมาภายใต้ความคิดริเริ่มมาจากความต้องการทำโลชั่นเพื่อดูแลผิวคุณพ่อคุณแม่ของเจ้าของแบรนด์ ซึ่งมีผิวแห้งมาก จนรบกวนคุณภาพชีวิตประจำวัน พอคุณพ่อคุณแม่ใช้แล้วดีมีความสุข ทางแบรนด์ก็เลยอยากส่งต่อ ความรักและความสุขจากการใช้ผลิตภัณฑ์นี้ให้กับทุกคนค่ะ นอกจากโลชั่น ตอนนี้ทางแบรนด์ก็ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับอาบน้ำมาด้วยค่ะ

สำหรับรีวิวโลชั่น ใครที่พลาดไป สามารถกลับไปตามได้ที่ลิงค์นี้นะคะ

(>>>Link review Piti lotion<<<)

ผลิตภัณฑ์มีชื่อเต็มๆว่า Extra moisturizer for dry skin Rosemary Natural body shower gel ซึ่งมีหน้าตาเป็นแบบนี้นะคะ

piti 1

ตัวเจลอาบน้ำมีเนื้อเป็นเจลใสที่ค่อนข้างข้นนะคะ

piti 3

ในด้านของฟอง ส่วนตัวค่อนข้างชอบเลยค่ะ มีฟองแบบที่ชอบเลย

piti 2

ค่า pH หลังละลายน้ำอยู่ที่ราวๆ 6 ซึ่งเป็นกรดอ่อนๆ ซึ่งเหมาะกับผิวของเราดีนะคะ เพราะปกติผลิตภัณฑ์อาบน้ำส่วนใหญ่จะมีค่า pH ค่อนไปทางด่าง ซึ่งอาจจะทำให้ผิวแห้งและระคายเคืองได้ง่าย

piti 4

สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

สผส piti

จากส่วนผสมมี่ทำสีไว้อยู่ 5 สี นะคะ

เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เลยขอเริ่มที่ส่วนของสารทำความสะอาดก่อนเลย

ส่วนของสารทำความสะอาดแทนที่ด้วยสีฟ้าอ่อนค่ะ เปิดมาจะเป็นสารทำความสะอาดหลักอย่าง Ammonium lauryl sulfate (ALS) ซึ่งตัวนี้จริงๆอาจจะไม่ได้อ่อนโยนมากนัก แต่เรื่องของฟอง คือดีงาม แต่ก็เสริมมาด้วยสารทำความสะอาดอีกหลายตัว ที่ช่วยปรับความอ่อนโยนให้ระบบอ่อนโยนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเสริมสารทำความสะอาดกลุ่ม Glutamate ที่มีความอ่อนโยนสูง และทางผู้ผลิตวัตถุดิบเองก็เคลมว่า ถ้าใช้คู่กับพวก SLS/SLES จะช่วยลดการเกาะติดผิวของ SLS/SLES ได้ แต่ในเคสนี้เป็น ALS ก็เลยคิดว่าน่าจะช่วยได้เหมือนกัน (คหสต.) และยังมี Cocamidopropyl betaine กับ Cocoglucoside ซึ่งมีความอ่อนโยน

ในด้านของสารบำรุง วันนี้มี 3 สีค่ะ

  1. สีเขียวมะกอก เป็นกลุ่มของสารไขมัน ที่ช่วยลดความรู้สึกผิวแห้งตึงหลังอาบน้ำ
  2. สีเขียวแก่ Hydroxyethyl urea เป็นตัวเพิ่มความชุ่มชื้น
  3. สีชมพู เป็นกลุ่มของสารสกัดจากพืช ซึ่งอัดแน่นมาด้วยกันหลายชนิดเลย บางตัวก็จะคล้ายๆกับสูตรของโลชั่นที่มี่เคยรีวิวไว้นะคะ
  • สารสกัดจากเมล็ด Evening primrose ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่า มีคุณสมบัติในการเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบและระคายเคือง ทางผู้ผลิตกล่าวว่าให้ผลดีในอาสาสมัครที่มีอาการผิวอักเสบแบบ Atopic
  • Rehmannia chinensis extract สารสกัดจากต้น Chinese fox glove เป็นพืชพื้นบ้านของที่ชาวญี่ปุ่นใช้เป็นยาทาภายนอกมาตั้งแต่สมัยโบราณ ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าเป็นสารเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบระคายเคือง และช่วยให้ผิวนุ่มนวล สารสกัดจากใบพีช ผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าสารสกัดจากใบมีประโยชน์ในการชะลอวัย ลดริ้วรอย
  • Prunus persica leaf extract คือ สารสกัดจากใบพีช มีข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติในการลดการอักเสบระคายเคือง และให้ความรู้สึกสบายผิว
  • Phellodendron amurense bark extract สารสกัดจากพืชในตำรับยาจีนชนิดหนึ่ง มีรายงานเกี่ยวกับคุณสมบัติในการต้านการอักเสบ (Int Immunopharmacol. 2014; 19(2):214-20.) ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่า ประกอบด้วยสารอัลคาลอยด์ที่มีชื่อว่า Berberine มีประโยชน์ในการลดการอักเสบ และต่อต้านเชื้อจุลินทรีย์ และเป็น Antioxidant
  • สารสกัดจากสาหร่าย (Algae extract) ซึ่งสาหร่ายมีหลายสายพันธุ์จึงไม่สามารถฟันธงในรายละเอียดได้ โดยรวมสาหร่ายมีประโยชน์ในการเพิ่มความชุ่มชื้น และเป็น antioxidant
  • สารสกัดจากพลูคาว (Houttuynia cordata extract) ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่ามีประโยชน์ ลดการอักเสบระคายเคือง และ ช่วยในการสมานผิว
  • สารสกัดจากกระเจี๊ยบ (Hibiscus esculentus fruit extract) ประกอบด้วยสารในกลุ่ม Polysaccharide ที่มีประโยชน์ในการเพิ่มความชุ่มชื้น
  • สารสกัดจากอาร์ติโช๊ค (Cynara scolymus leaf extract) ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่ามีประโยชน์ ลดการอักเสบระคายเคือง และต่อต้านจุลินทรีย์
  • สารสกัดจากผลเกรฟฟรุ๊ต (Citrus junos fruit extract) มีประโยชน์ในการเพิ่มความชุ่มชื้นและเป็น antioxidant

 

ส่วนที่เป็นสีฟ้าอ่อนจะเป็นน้ำมันหอมระเหยจากพืชค่ะ ซึ่งมีด้วยกัน 4 ชนิด ได้แก่ Rosemary, Eucalyptus Lavender และ Patchouli ค่ะ

 

มาให้คะแนนกันดีกว่านะคะ วันนี้ขอแบ่งเป็น 3 หมวด คือ สารทำความสะอาด ส่วนผสมอื่นๆ และ การใช้งานค่ะ

  1. สารทำความสะอาด แม้สารทำความสะอาดหลักจะเป็น Ammonium lauryl sulfate ที่มีความสามารถในการทำความสะอาดค่อนข้างดี แต่ก็อาจจะทำให้ผิวแห้งได้บ้าง ซึ่งในจุดนี้ทางแบรนด์มีการเสริมเอาสารทำความสะอาดเข้ามาอีก 3 ชนิด เพื่อปรับปรุงให้มีความอ่อนโยนเพิ่มขึ้น ส่วนตัวหลังใช้ก็ไม่ได้รู้สึกว่าแห้งตึงนะคะ จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ มีการใช้สารบำรุงเข้ามาเสริมหลายชนิด โดยหลักๆจะเน้นไปในเชิงด้านของความชุ่มชื้น การลดการอักเสบระคายเคือง และให้ความรู้สึกสบายผิว ซึ่งก็ถือว่าทำมาได้ค่อนข้างดี แม้ว่าพวก Cleansing จะสัมผัสผิวไม่นาน เราคงจะหวังผลจากสารบำรุงมากไม่ได้ แต่การมีพวกสารลดการระคายเคือง และเพิ่มความชุ่มชื้นอยู่ก็น่าจะมีประโยชน์มากกว่า นอกจากนี้ส่วนของสารที่เป็นพวกไขมันที่ใส่มา ก็ช่วยลดการผิวแห้งหลังล้างได้ด้วย จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ส่วนตัวค่อนข้างชอบเลยค่ะ ตั้งแต่ก่อนใช้ คือเวลาตีฟองกับน้ำอุ่น เราจะได้กลิ่นของน้ำมันหอมระเหย ที่ทางแบรนด์เบลนด์มาเป็นอย่างดี โทนหลักจะเป็น Rosemary รองๆจะมีกลิ่นของ Herb และกลิ่นแนวเย็นๆ แฝงอยู่ ให้ความรู้สึกค่อนข้างสดชื่น ตอนใช้เรื่องของฟอง ก็ทำมาได้โดนจริตดี และในด้านของความรู้สึกหลังใช้ก็จะไม่ได้แห้งตึง และก็ไม่ได้เยิ้มฉ่ำแบบมีเมือกเคลือบ จุดนี้ค่อนข้างชอบ ให้ไป 5 ฟลาสก์

 

piti wash

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ Piti ด้วยนะคะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะ ที่ติดตามรับชมมาจนจบ

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

Line ID : @piti

https://www.facebook.com/pitidryskinexpert/

http://www.pitidryskinexpert.com

 

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Piti การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ