Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม เซรั่ม Whitening ที่มาพร้อมกับการฟื้นฟู Barrier ผิว และดูแลปัญหาด้านริ้วรอย จากเกาหลี กับ GluCA whitening serum

สวัสดีค่ะ

มี่ติดรีวิวเซรั่ม Whitening ตัวหนึ่งไว้ วันนี้ในที่สุดก็ถึงฤกษ์งามยามดีที่จะมารีวิวและวิเคราะห์ส่วนผสมให้ได้ชมกันแล้วค่ะ

เป็นผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ GluCA ที่มีชื่อเรียบง่ายว่า Whitening serum ค่ะ

จากความเดิมตอนที่แล้วที่มี่ได้มาเล่าถึงแบรนด์ GluCA ไปว่า นางเป็นเวชสำอางประสิทธิภาพสูงจากเกาหลี ที่มีวางจำหน่ายในคลินิกและโรงพยาบาลผิวหนังชั้นนำของประเทศเกาหลีค่ะ

ซึ่งมี่เองก็มีโอกาสได้รู้จักจากการไปเดินชมงาน K-beauty expo 2019 เมื่อต้นเดือน ก.ค. ที่ผ่านมาค่ะ

ผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ GluCA ที่เข้ามาในไทยจะมีด้วยกัน 2 Line นะคะ คือ Line Clinic รุ่นสีฟ้า กับ Line whitening จะเป็นสีเทาค่ะ

โดยวันก่อนมี่ได้รีวิวตัว Essence จากกลุ่ม Clinic ไปแล้วนะคะ ซึ่งถ้าพลาด เพื่อนๆสามารถไปติดตามได้ตามลิงค์นี้เลยค่ะ (>>>Click<<<)

 

สำหรับวันนี้จะมารีวิวตัวเซรั่มจากกลุ่ม Whitening ทั้งกลุ่มจะมีผลิตภัณฑ์อยู่ 5 ชิ้น ได้แก่ โฟมล้างหน้า โทนเนอร์ ครีม อายครีม และ เซรั่มค่ะ

white line.jpg

 

สำหรับตัวเซรั่มจะมีหน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ

Glu 1

ซึ่งจุดเด่นของภาชนะบรรจุคือ นางมีปุ่มล็อคอยู่ด้านหลัง ถ้าปุ่มนี้ล็อคอยู่ (เลื่อนไปทางซ้าย) จะกดเซรั่มออกมาไม่ได้ค่ะ ส่วนตัวมี่ชอบในจุดนี้มากๆ เพราะเวลาเราเดินทาง โหลดไปในกระเป๋า นางก็จะไม่โดนกระแทกจนเลอะเทอะออกมาค่ะ

Glu 3

เนื้อเซรั่มมาในรูปแบบของน้ำนม มีกลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยตามธรรมชาติ

Glu 4

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ซึมซาบไว แห้งไว ยังชุ่มชื้นอยู่แต่ไม่ถึงกับเหนอะหนะ

Glu 5

สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้นะคะ

ส่วนผสม white ใหม่

ในภาพรวมเป็นเซรั่มที่มาในเบสแบบอิมัลชั่น (เบสแบบน้ำนม) มีส่วนผสมของน้ำ และน้ำมัน ร่วมกับซิลิโคนบางชนิด ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์

จากส่วนผสมวันนี้มี่ทำไว้หลายสีเหมือนเช่นเคยนะคะ ขอเปิดประเดิมที่

  • ขอเปิดด้วยสีม่วง อิออน Calcium และ Magnesium ในรูปแบบที่ละลายน้ำได้ ซึ่งสองตัวนี้ทางแบรนด์เคลมเรื่องของเทคโนโลยี Ion balance เพื่อควบคุมสมดุลของ Calcium และ Magnesium ของผิว ซึ่งประโยชน์ของ Calcium ที่มีต่อผิวนั้นมีมากมาย แต่หลักๆคือช่วยให้เซลล์ผิวเจริญเติบโตเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและหน้าที่ (Differentiation) เป็นผิวที่โตเต็มวัย

โดย Calcium จะทำงานร่วมกับ Magnesium ในการควบคุมกระบวนการต่างๆ ซึ่งจากข้อมูลพบว่า ในเซลล์ที่มีสุขภาพดี อิออนของ Calcium และ Magnesium จะอยู่ในสภาวะที่สมดุล แต่ถ้าไม่สมดุล เซลล์ก็จะสุขภาพไม่ดี

glu ca mg

สำหรับประโยชน์ของ Calcium ที่ชัดเจนสำหรับผิวหนังก็คือเรื่องการ Differentiation ให้ผิวเราแข็งแรงและสมบูรณ์ ซึ่งรูปนี้อธิบายได้ชัดมากๆค่ะ

glu ca mg 2

  • สีฟ้า เป็นกลุ่มของสารเพิ่มความชุ่มชื้น ผ่านกระบวนการเติมน้ำให้ผิว ซึ่งประกอบด้วย Hyaluron 3 ชนิด ร่วมกับสารสกัดจากน้ำผึ้ง โปรวิตามินบี 5 และ Hydrolyzed collagen
  • สีเขียว คู่ผสมของ Palmitoyl tripeptide-1, Palmitoyl tetrapeptide-7 รู้จักกันในนามของ Matrixyl 3000 (จริงๆใน Matrixyl 3000 มีสารตัวอื่นประกอบด้วย แต่ขอละไว้นะคะ) ซึ่งมีประโยชน์ในการลดเลือนริ้วรอย และมีงานวิจัยรองรับถึงประสิทธิภาพ
  • สีส้ม เป็นไขมันที่ทดแทนให้ผิว โดยตัวสำคัญคือ Ceramide NP หรือ Ceramide 3 ซึ่งตัวเซราไมด์เองมีความสำคัญมากกับความสามารถในการเป็นปราการเพื่อปกป้องผิว เสริมมาด้วย Phytosphingosine ซึ่งเป็นสารตั้งต้นให้ผิวเรานำไปสังเคราะห์ ceramide ได้ และกรดไขมัน Palmitic
  • สีชมพู เป็นกลุ่มของสารบำรุงต่างๆ ได้แก่
    • Niacinamide ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 มีรายงานว่า สารตัวนี้สามารถเป็น Whitening ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ โดยไปรบกวนการส่งผ่านของเมลานินที่สร้างเสร็จแล้ว ลดการอักเสบในผิว เพิ่มการไหลเวียนเลือด ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวโดยไปกระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า และยังเป็น Antioxidant ด้วย (Int J Cosmet Sci 2005; 27:255–261)
    • สารสกัดพืชมากมายถึง 19 ชนิด โดยมีสารสกัดหลัก 7 ชนิด ซึ่งผ่านการคัดเลือกมาจากฐานข้อมูลของทางแบรนด์ ว่าเป็น Combination ที่ให้ประโยชน์ในเชิง Whitening ได้ดี ได้แก่ สารสกัดจากชาเขียว Centella, Sea buckthorn, Mallow, เจียวกู้หลาน, Alchemilla vulgaris และ Primula veris ซึ่งผ่านการทดสอบแล้วทั้งในระดับหลอดทดลองและในอาสาสมัครว่า มีคุณสมบัติในการลดการสังเคราะห์เมลานินได้

gluca inviro

(Image from GluCA)

 

เราลองมาดูประโยชน์ของสารสกัดและสารบำรุงบางตัวกันดีกว่านะคะ

    • สารสกัดจากชาเขียว มีรายงานวิจัยอยู่ค่อนข้างมาก เช่น เป็น antioxidant เป็น Moisturizer ลดริ้วรอย เพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผิว (Dermatol Ther. 2013;26(3):267-71.) สารประกอบกลุ่ม Polysaccharide ที่พบในชาช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV ได้ และสารประกอบกลุ่ม Polyphenol ยังช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีได้ (J Agric Food Chem. 2009;57(17):7757-62.)
    • สารสกัดจากเจียวกู้หลาน (Gymnostema pentaphyllum extract) ซึ่งปกติเรามักพบในสูตรชา แต่ในทางเครื่องสำอาง เจียวกู้หลานเป็นพืชที่มีความน่าสนใจเหมือนกัน เพราะมีคุณสมบัติเป็น antioxidant เสริมการทำงานของ Fibroblast และปกป้องผิวจากรังสี UV (ISRN Dermatology Volume 2014, Article ID 202876)
    • Primula veris extract หรือ Cowslip ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่ามีคุณสมบัติในการลดการอักเสบระคายเคือง และเป็น Antioxidant
    • สารสกัดจากคาโมมายล์ ลดการอักเสบระคายเคือง และให้ความรู้สึกสบายผิว
    • Adenosine มีประโยชน์ต่อผิวในด้านของการชะลอวัยและลดเลือนริ้วรอย

 

สำหรับสีแดงที่มีให้ไว้ คือกลุ่มของน้ำมันหอมระเหยจากเปลือกของพืชในตระกูล Citrus อาจจะทำให้เกิดอาการผิวไวต่อแสงได้ในบางคน จึงควรทากันแดดเสมอ หรือ นำผลิตภัณฑ์ไปใช้ในตอนกลางคืน ซึ่งในจุดนี้ส่วนตัวมี่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรหลังจากใช้ทั้งเช้าและเย็นมาเกือบเดือน และด้วยแพคเกจที่พกพาสะดวก มีตัวล็อคฝา ป้องกันการหกเลอะเทอะในกระเป๋าเดินทางก็เลยชอบที่จะพกพาไปด้วยเวลาเดินทาง

ในภาพรวมถือว่าเป็นเซรั่มที่ทำมาได้น่าสนใจทั้งในด้านของ Package ทั้งส่วนผสม ที่คัดเลือกมาเสริมกันอย่างลงตัว และการเลือกใช้เทคโนโลยี Ion balance ที่เลือกใช้ทั้ง Calcium และ Magnesium มาเสริมกันได้อย่างลงตัว และให้ประโยชน์กับผิวได้หลายอย่าง เพราะไม่ใช่แค่เป็นเซรั่ม Whitening ธรรมดาแต่มีส่วนผสมของสารบำรุงที่ให้ประโยชน์ทั้งด้านผิวแข็งแรง ชุ่มชื้น ชะลอวัย ลดการอักเสบระคายเคือง และดูแลปัญหาด้านริ้วรอยไปพร้อมๆกัน

ให้คะแนน

  1. สารบำรุง ในด้านของสารบำรุง ตามที่กล่าวไปด้านบน ทางแบรนด์เลือกใช้สารบำรุงหลายชนิด มาเสริมกันได้อย่างลงตัว และให้ประโยชน์กับผิวได้หลายอย่าง เพราะไม่ใช่แค่เป็นเซรั่ม Whitening ธรรมดาแต่มีส่วนผสมของสารบำรุงที่ให้ประโยชน์ทั้งด้านผิวแข็งแรง ชุ่มชื้น ชะลอวัย ลดการอักเสบระคายเคือง และดูแลปัญหาด้านริ้วรอยไปพร้อมๆกัน จึงขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ มีการใช้น้ำมันหอมระเหยจากพืชในสกุล Citrus ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการแพ้แสงได้ในบางราย แต่ส่วนตัวมี่ใช้ทั้งเช้าเย็น ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ถึงแม้จะไม่ได้เกี่ยวกับการใช้งานตรงๆ แต่ส่วนตัวชอบแพคเกจมาก ที่มีตัวล็อคฝากด และเนื้อสัมผัสของตัวเซรั่มก็ทำมาได้ค่อนข้างดี ชุ่มชื้น แต่ไม่ถึงกับเหนอะหนะมาก และเรื่องของประสิทธิภาพส่วนตัวมองว่าในด้านของการลดการอักเสบระคายเคือง และช่วยฟื้นฟูให้ผิวมีสุขภาพดีขึ้น ตรงนี้ทำมาได้ประทับใจมากๆ ส่วนเรื่อง Whitening กับ ริ้วรอย ช่วงนี้ยอมรับว่าไม่ได้มีปัญหาในจุดนี้ เลยยังไม่ทราบชัดเจนค่ะ แต่ขอให้คะแนนความพึงพอใจไว้ที่ 5 ฟลาสก์

คะแนน glu

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทุกท่านด้วยนะคะที่ติดตามรับชมมาจนจบ แล้วพบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

 

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม เอสเซนส์ฟื้นฟูผิว ด้วยพลัง Ionic balance กับ GluCA Derma Solv Ionic Essence จากเกาหลี

สวัสดีค่ะ วันนี้มี่หยิบเอาเซรั่มตัวโปรดที่มีเทคโนโลยีที่น่าสนใจจากเกาหลีมารีวิวและวิเคราะห์ส่วนผสมให้ได้ชมกันค่ะ

เป็นผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ GluCA ซึ่งเป็นเวชสำอางประสิทธิภาพสูงจากเกาหลี ที่มีวางจำหน่ายในคลินิกและโรงพยาบาลผิวหนังชั้นนำของประเทศเกาหลีค่ะ

ซึ่งมี่เองก็มีโอกาสได้รู้จักจากการไปเดินชมงาน K-beauty expo 2019 เมื่อต้นเดือน ก.ค. ที่ผ่านมาค่ะ

ผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ GluCA ที่เข้ามาในไทยจะมีด้วยกัน 2 Line นะคะ คือ Line Clinic รุ่นสีฟ้า กับ Line whitening จะเป็นสีเทาค่ะ

ในกลุ่มของ Clinic จะมีผลิตภัณฑ์อยู่ 4 ชิ้นค่ะ คือ โฟมล้างหน้า เอสเซนส์ ครีม และ กันแดดค่ะ

glu 1

(Image from GluCA official website)

วันนี้มี่หยิบเอาส่วนผสมของ GluCA Derma Solv Ionic Essence ซึ่งเป็นตัวเอสเซนส์เข้มข้นในไลน์สีฟ้า หรือ ไลน์ Clinic มาวิเคราะห์ให้ได้ชมกันค่ะ

เริ่มที่หน้าตาของน้องจะมาในกล่องสีขาวแถบฟ้าแบบนี้นะคะ

glu 2

ตัวแพคเกจจะมาในรูปแบบหลอด พร้อมหัว Applicator

glu 3

glu 4-1

ซึ่งเมื่อเรากดที่ปุ่มสีฟ้า เนื้อผลิตภัณฑ์ก็จะออกมาแบบนี้ค่ะ

glu 7

โดยเราสามารถใช้ตัว Applicator นี้กลิ้งเบาๆได้ทั่วใบหน้าเลยค่ะ หรือจะเน้นเฉพาะรอบดวงตาก็ได้

 

ผลิตภัณฑ์มาในเนื้อเจลใส มีกลิ่นหอมอ่อนๆจากน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ อันนี้ทาด้วย Applicator ที่ติดมากับหลอดนะคะ

glu 8

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ซึมไว แห้งไว ไม่เหนอะหนะ

glu 9

ค่า pH อยู่ที่ราวๆ 5 – 6 นะคะ ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับผิวเราดีค่ะ

glu 5

สำหรับส่วนผสมเป็นดังภาพค่ะ

สผส gluCA

ในภาพรวมนางเป็นเอสเซนส์ที่มาในรูปแบบของเจลเบสน้ำ มีส่วนผสมของน้ำมันจากธรรมชาติที่ทดแทนไขมันคืนให้ผิวอยู่เล็กน้อยในลำดับท้ายๆ เสริมมาด้วยสารบำรุงหลายชนิด และแต่งกลิ่นด้วยน้ำมันหอมระเหยจากธรรมชาติค่ะ

ส่วนผสมวันนี้มีหลายสีหน่อยนะคะ

  • ขอเปิดด้วยสีส้ม อิออน Calcium และ Magnesium ในรูปแบบที่ละลายน้ำได้ ซึ่งสองตัวนี้ทางแบรนด์เคลมเรื่องของเทคโนโลยี Ion balance เพื่อควบคุมสมดุลของ Calcium และ Magnesium ของผิว ซึ่งประโยชน์ของ Calcium ที่มีต่อผิวนั้นมีมากมาย แต่หลักๆคือช่วยให้เซลล์ผิวเจริญเติบโตเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและหน้าที่ (Differentiation) เป็นผิวที่โตเต็มวัย
    โดย Calcium จะทำงานร่วมกับ Magnesium ในการควบคุมกระบวนการต่างๆ ซึ่งจากข้อมูลพบว่า ในเซลล์ที่มีสุขภาพดี อิออนของ Calcium และ Magnesium จะอยู่ในสภาวะที่สมดุล แต่ถ้าไม่สมดุล เซลล์ก็จะสุขภาพไม่ดี

glu ca mg

สำหรับประโยชน์ของ Calcium ที่ชัดเจนสำหรับผิวหนังก็คือเรื่องการ Differentiation ให้ผิวเราแข็งแรงและสมบูรณ์ ซึ่งรูปนี้อธิบายได้ชัดมากๆค่ะ
glu ca mg 2

  • สีฟ้า เป็นกลุ่มของสารเพิ่มความชุ่มชื้น ผ่านกระบวนการเติมน้ำให้ผิว ซึ่งประกอบด้วย Hyaluron 3 ชนิด ร่วมกับสารสกัดจากน้ำผึ้ง โปรวิตามินบี 5 และ Hydrolyzed collagen
  • สีเขียว คู่ผสมของ Palmitoyl tripeptide-1, Palmitoyl tetrapeptide-7 รู้จักกันในนามของ Matrixyl 3000 (จริงๆใน Matrixyl 3000 มีสารตัวอื่นประกอบด้วย แต่ขอละไว้นะคะ) ซึ่งมีประโยชน์ในการลดเลือนริ้วรอย และมีงานวิจัยรองรับถึงประสิทธิภาพ
  • สีม่วง เป็นไขมันที่ทดแทนให้ผิว โดยตัวสำคัญคือ Ceramide NP หรือ Ceramide 3 ซึ่งตัวเซราไมด์เองมีความสำคัญมากกับความสามารถในการเป็นปราการเพื่อปกป้องผิว
  • สีเขียวมะกอก เป็นสารบำรุงอื่นๆ ซึ่งตาม Combination ที่แบรนด์เคลมในไลน์ Clinic จะมีส่วนผสมของสารสกัดจากพืชทั้งหมด 6 ชนิด ที่ผ่านการค้นคว้าและพัฒนามาจากทางแบรนด์ โดยทางแบรนด์เคลมว่าได้คัดเลือกมาจากฐานข้อมูลสารสกัดกว่า 85 ชนิด จนได้ 6 ชนิดนี้มาเป็น Combination ที่ให้ประโยชน์ในเชิงการฟื้นฟูและปรับสภาพผิว ที่ทางแบรนด์เรียกว่าเป็น Self-restoration technology ได้แก่ สาหร่ายสีน้ำตาล บลูเบอร์รี่ ใบบัวบก ชาเขียว เสริมด้วย สารสกัดจาก Propolis และ Allantoin

glu สารสกัด

(Image from GluCA)

มี่ขอเลือกกล่าวถึงสารสกัดจากพืชบางตัวนะคะ

  • สารสกัดจากใบบัวบก เสริมมากับ Madecassoside บริสุทธิ์ ซึ่งในปกติใบบัวบกเองก็มี Madecassoside อยู่ตามธรรมชาติ แต่ก็ยังมีการเติมเสริมเพิ่มลงไป เพื่อประโยชน์ในเชิงด้านของการสมานแผล (Wound healing) และในเชิงริ้วรอย
  • สารสกัดจากชาเขียว อุดมไปด้วยสารในกลุ่ม Catechins ซึ่งมีประโยชน์มากมายกับผิว ไม่ว่าจะเป็นในเชิงของ Antioxidant รวมไปถึงเชิงการป้องกันการเกิดริ้วรอย ลดการอักเสบระคายเคือง

 

แต่จุดที่น่าพิจารณาคือ การมีน้ำมันจากเปลือกของพืชในตระกูล Citrus ที่ได้มาจากกระบวนการบีบ (Cold press) อาจจะทำให้เกิดอาการผิวไวต่อแสงได้ในบางคน จึงควรทากันแดดเสมอ หรือ นำผลิตภัณฑ์ไปใช้ในตอนกลางคืน ซึ่งในจุดนี้ส่วนตัวมี่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรหลังจากใช้ทั้งเช้าและเย็นมาเกือบเดือน ซึ่งในจุดนี้เราก็ไม่ทราบว่าน้ำมันหอมระเหยจาก Citrus เหล่านี้มาจากกระบวนการไหน ถ้าเป็นการสกัดวิธีอื่นก็ไม่มีปัญหาอะไรค่ะ

ในภาพรวมถือว่าเป็นเอสเซนส์ที่ทำมาได้น่าสนใจทั้งในด้านของ Package ทั้งส่วนผสม ที่คัดเลือกมาเสริมกันอย่างลงตัว และการเลือกใช้เทคโนโลยี Ion balance ที่เลือกใช้ทั้ง Calcium และ Magnesium มาเสริมกันได้อย่างลงตัว

 

ให้คะแนน

  1. สารบำรุง ในด้านของสารบำรุง ตามที่กล่าวไปด้านบน ทางแบรนด์เลือกใช้สารบำรุงหลายชนิด ที่บำรุงผิวเสริมกันได้อย่างลงตัว เพื่อฟื้นฟูปัญหาผิวแห้ง ผิวที่บอบบาง แพ้ง่าย ซึ่งเกิดจากสิ่งแวดล้อม หรือเกิดตามกาลเวลา อายุที่เพิ่มขึ้น โดยสารบำรุงที่เลือกใช้ นอกจากจะให้ประโยชน์ในด้านการฟื้นฟู Barrier ผิวแล้ว ยังมีประโยชน์ในเชิงการลดริ้วรอย ลดการอักเสบระคายเคือง เสริมกระบวนการสมานแผล (Wound healing) และเติมน้ำไปพร้อมๆกัน จึงขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ มีการใช้น้ำมันหอมระเหยจากพืชในสกุล Citrus ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการแพ้แสงได้ในบางราย แต่ส่วนตัวมี่ใช้ทั้งเช้าเย็น ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน อย่างแรกที่ต้องชมก่อนคือเรื่องของ Applicator ที่เขาออกแบบมาได้รับกับส่วนเว้าใต้ตา และส่วนโค้งของใบหน้า เรื่องของเนื้อสัมผัสของตัวเอสเซนส์ก็ทำมาได้ค่อนข้างดี และเรื่องของประสิทธิภาพส่วนตัวมองว่าในด้านของการลดการอักเสบระคายเคือง และช่วยฟื้นฟูให้ผิวมีสุขภาพดีขึ้น ตรงนี้ทำมาได้ประทับใจมากๆ ให้ไป 5 ฟลาสก์

คะแนน GluCA

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทุกท่านด้วยนะคะที่ติดตามรับชมมาจนจบ แล้วพบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

 

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

[Beauty Talks] ประโยชน์ของแร่ธาตุในทางสกินแคร์

วันนี้มี่มาเล่าถึงการใช้แร่ธาตุในเชิง Skincare ค่ะ

เชื่อว่าหลายๆท่านน่าจะเคยได้ยินเกี่ยวกับการใช้น้ำแร่ หรือ การอาบน้ำแร่ รวมไปถึงออนเซนต่างๆ เพื่อคุณสมบัติในการบำรุงผิวพรรณแล้ว

วันนี้มี่เลยอยากมาแชร์ข้อมูลถึงประโยชน์ของแร่ธาตุต่างๆในผิวหนังเรากันค่ะ

อย่างแร่ธาตุที่ทางเครื่องสำอางใช้กันบ่อยๆ คงหนีไม่พ้น Zinc ซึ่งเจ้า Zinc นั้นก็มีประโยชน์มากมายกับผิวพรรณ เพราะตัวนางเองเป็น Cofactor ของเอนไซม์บางชนิดในผิว จึงทำหน้าที่ควบคุมการทำงานต่างๆของผิวให้เป็นปกติ แต่ทางเครื่องสำอางที่ Focus กันแล้วใช้กันบ่อยๆ จะเป็นเรื่องของคุณสมบัติในการควบคุมความมัน คุณสมบัติในการระงับเชื้อ รวมถึง Zinc oxide ที่มีขนาดพอเหมาะ สามารถให้คุณสมบัติเป็นสารกันแดดได้ด้วย

ตัวต่อมาที่มีใช้กันมานานแล้ว คือ เจ้า Copper ซึ่งมักเอามาจับกับ Peptide เพื่อเสริมการดูดซึม มีประโยชน์ในเชิงการเป็น Antioxidant

Selenium ก็มีบทบาทในการบำรุงผิว และมีการพูดถึงในเชิงของการเป็น Antioxidant และคุณสมบัติในการลดการอักเสบระคายเคือง

ตัวถัดมาที่วงการเครื่องสำอางเริ่มพูดถึงในหลายๆปีที่ผ่านมาคือ Calcium ค่ะ โดยเจ้า Calcium นี้มีประโยชน์มากมายหลายอย่าง แต่หลักๆจะเกี่ยวข้องกับคุณสมบัติในการบำรุงผิว ช่วยให้ผิวแข็งแรง โดยมีผลต่อกระบวนการเปลี่ยนแปลงรูปร่างและหน้าที่ของผิว ควบคุมการสร้างเปลือกหุ้มเซลล์ Corneocyte ในหนังกำพร้า ที่เรียกว่า Cornified envelope ซึ่งหลังๆแบรนด์ทางญี่ปุ่นเริ่มพูดถึง Cornified envelope กันมากขึ้นค่ะ

Cornified envelop เป็นเสมือนเปลือกแคปซูลที่ทำจากโปรตีนหลายๆชนิดที่มีความทนทานมาก เรียงซ้อนกันหลายชั้น อัดกันแน่นด้วยโครงสร้างที่ซับซ้อน ทำหน้าที่เป็นเสมือนเกราะในการปกป้องผิว ให้แข็งแรงค่ะ

 

F5.large

(Image from Candi et al. PNAS March 3, 1998 95 (5) 2067-2072; https://doi.org/10.1073/pnas.95.5.2067)

 

ส่วนตัวมี่ค่อนข้างให้ความสนใจกับการใช้แร่ธาตุเพื่อบำรุงผิวนะคะ นอกจากน้ำแร่ และเซรั่มน้ำแร่ที่ใช้อยู่แล้ว เมื่อตอนไปเกาหลีเห็นแบรนด์ A’pieu ของทางเกาหลีได้ Launch สินค้าในกลุ่มของ Mineral ออกมา 3 สูตร ซึ่งทำมาได้น่าสนใจเลยทีเดียว

nfUZTMnRNQilWIzIdyYs

(Image from A’pieu)

โดยมีด้วยกัน 3 สูตร คือ Zinc, Calcium และ Magnesium ค่ะ

  • สูตร Zinc จะเน้นเคลมเรื่องของ Calming
  • สูตร Calcium เน้นเคลมเรื่องของ Moisturizing
  • สูตร Magnesium เน้นเคลมในเรื่องของ Nutrition

 

GvJFfgOfpOSdVPZDMqLx

(Image from A’pieu)

 

ในตอนแรกนางปล่อยแพคเกจมาเป็นรูปแบบกระปุก แต่ตอนมี่ไป นางปรับแพคเกจมาเป็นแบบหลอด แล้วปล่อยสินค้าที่เป็นโทนเนอร์แร่ธาตุรวมออกมาอีกชิ้นค่ะ

APIEU_Cicative_Cream_01

(Image from A’pieu)

 

ซึ่งตัวที่มี่ไปสอยมาจากเกาหลีทริปนี้ก็คือ ครีมสูตร Calcium ด้วยความที่เราเป็นสาย Barrier ผิว ดังนั้นคุณสมบัติของ Calcium ที่มีต่อผิวในด้านของ Cornified envelope จึงค่อนข้างถูกใจต้องตาสำหรับมี่ค่ะ ไว้เราจะมารีวิวให้ได้ชมกันต่อไปนะคะ

 

Image

[Ingredient spotlight] Aquatide by AS&NH, Japan and Incospharm, Korea

เมื่อช่วงปลายเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา มี่มีโอกาสได้ไปเป็นผู้ดำเนินรายการ และผู้แปลภาษาในงานสัมมนา Look beauty & Look better จัดโดยบริษัท AH&NS ประเทศญี่ปุ่น ร่วมกับบริษัท JR Serve ประเทศไทย ที่ผ่านมาค่ะ

aquatide 1

บนเวทีในภาพนะคะ เรียงจากซ้ายไปขวา คือ คุณ Yuki Kinoshita และ คุณ Atsushi Takeoka ค่ะ

ซึ่งคุณ Takeoka เป็นนักวิจัยทางเทคโนโลยีทางชีวภาพที่ร่วมกับนักวิจัยจากทางเกาหลีพัฒนา Aquatide ตัวนี้ขึ้นมานั่นเองค่ะ ปลื้มมากๆ

ตอนเย็นหลังจากงาน มี่ไปดินเนอร์กับทีมงาน มีโอกาสได้คุยกับ คุณ Takeoka แกบอกว่า ตัว Aquatide นี่คือดีงามมาก ส่วนตัวแกเองก็ใช้เป็น Soothing และเป็น Aftershave สามารถลดการระคายเคืองได้ดีเลยหละ คือแบบน่าสนใจเนาะ

 

ทีนี้กลับมาที่ทางบริษัท AH&NS นะคะ บริษัทนี้มีวัตถุดิบอยู่หลายชิ้นมากค่ะที่น่าสนใจ แล้วก็บ้านเรามีบริษัท JR Serve เป็นตัวแทนจำหน่ายค่ะ

สำหรับส่วนผสมที่มี่หยิบยกมาเล่าให้ฟังในช่วง spotlight วันนี้คือเจ้า Aquatide ค่ะ

ซึ่ง Aquatide มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของทางเกาหลีหลายแบรนด์ เช่น Zeroid, Dermartlogy รวมถึง Logically skin

ขอแนบลิงค์รีวิวเก่าๆ ไว้ตามแนบนะคะ

  • Dermartlogy ageless cream (Improved formula) และ Ampoule ทั้ง 5 สูตร: Click here
  • Logically skin: Click here

 

ส่วน Zeroid มี่เคยใช้อยู่ 1 ชิ้น เป็นตัว Intense cream ค่ะ ถ้ามีโอกาสจะนำมารีวิวให้ได้ชมกันต่อไปนะคะ

 

สำหรับ Aquatide นั้นมีชื่อกลางทางเครื่องสำอาง หรือ INCI name ว่า Hexacarboxymethyl dipeptide-12 

chemical structure

สูตรโครงสร้างของ Aquatide

 

กลไกในการออกฤทธิ์ของ Aquatide

Aquatide นั้นออกฤทธิ์ได้หลายกลไก แต่กลไกหลักคือ การควบคุมกระบวนการ Autophagy ของเซลล์ค่ะ

ว่าแต่อะไรคือ Autophagy?

Autophagy เป็นศัพท์เทคนิคทางชีววิทยา หมายถึง ปฏิกิริยาที่เซลล์ในร่างกายทำลายเซลล์อีกเซลล์หนึ่ง แล้วนำเอาองค์ประกอบภายในเซลล์ที่โดนทำลายไป ไป Recycle สร้างเซลล์ใหม่ออกมาทดแทน เพื่อให้ร่างกายทำหน้าที่ได้อย่างปกติ

autophagy drawing

ที่ผิวหนังพบว่าการ Autophagy ของเซลล์ผิวหนังจะทำให้เซลล์ผิวทำงานได้ดีขึ้น มี Barrier ที่แข็งแรงขึ้น ลดการระเหยของน้ำออกจากผิวได้ดี จึงทำให้ผิวชุ่มชื้นมากขึ้น (ค่า TEWL ลดลง)

โดยทางบริษัทคาดเดากลไกของการเหนี่ยวนำให้เกิด Autophagy นี้ว่าเกิดมาจากการที่สารไปเสริมการทำงานของเอนไซม์ Sirtuin-1 (Sirt-1) ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับความมีอายุยืนของเซลล์ (Longevity) และเอนไซม์นี้ยังไปยับยั้ง mTOR โปรตีนที่ทำให้เกิดความแก่ขึ้นมาค่ะ

sirt-1

(Image from Incospharm)

 

aquatide 2

(Image from Incospharm)

 

ทางบริษัทได้มีการทดสอบทั้งในระดับหลอดทดลอง (In vitro) และในอาสาสมัครอยู่หลายอย่างเหมือนกันนะคะ และมีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ลงในวารสารวิชาการนานาชาติอยู่หลายบทความค่ะ

 

ตัวอย่างการทดสอบของทางบริษัท

1. ช่วยให้ผิวฟื้นฟูความเสียหายได้ไวขึ้น

EFF

(Image from Incospharm)

การศึกษานี้ทำโดยให้อาสาสมัครทาสารละลายที่มี Aquatide 2% เทียบกับ สารละลายเปล่าๆ เป็นเวลา 2 สัปดาห์ พอครบเวลา ก็ใช้เทคนิค Tape stripping ดึงเอาผิวหนังชั้น Stratum corneum ออก แล้ววัดค่า TEWL ที่เปลี่ยนแปลงไปค่ะ

2. ความชุ่มชื้นของผิวเพิ่มขึ้น

ความชุ่มชื้น

(Image from Incospharm)

ใช้การทดสอบแบบเดียวกับในข้อ 1

3. ช่วยให้ Barrier ผิวแข็งแรง และลดความรุนแรงของสิว

ทำการทดสอบโดยให้อาสาสมัครที่มีสิวทาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Aquatide 1% ร่วมกับ salicylic acid 0.5% เป็นเวลา 4 สัปดาห์ ก่อนประเมินอาการด้วยแพทย์ผิวหนัง

พบว่าความรุนแรงของสิวลดลง 65%

acne

(Image from Incospharm)

นอกจากข้อมูลจากทางผู้ผลิตวัตถุดิบแล้ว Aquatide ยังมีงานวิจัยหลายชิ้นรองรับถึงประสิทธิภาพ โดยมี่ขอหยิบยกเอางานที่น่าสนใจมาเล่าให้ฟังค่ะ

  • งานวิจัยของ Lim และ คณะ (2019) ได้ทดสอบประสิทธิภาพของ Aquatide ทั้งในระดับของหลอดทดลอง และในอาสาสมัคร พบว่า Aquatide มีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ ปกป้องเซลล์เพาะเลี้ยงไม่ให้ถูกทำลายจาก Hydrogen peroxide ที่จัดเป็น 1 ใน Reactive oxygen species ที่ร่างกายเราสร้างขึ้นมา และในอาสาสมัคร พบว่าสามารถปกป้ององค์ประกอบของโปรตีนไม่ให้ถูกทำลายด้วยปฏิกิริยาออกซิเดชั่น และ เมื่อทดสอบที่สัปดาห์ที่ 4 และ 8 พบว่าอาสาสมัครมีความยืดหยุ่นของผิวเพิ่มขึ้น (J Cosmet Dermatol 2019 Feb;18(1):197-203.)

ดังนั้นโดยสรุป Aquatide จึงมีประโยชน์ทั้งในด้านของความชุ่มชื้น การชะลอวัย ลดการอักเสบระคายเคือง และ เสริม Barrier ผิวให้มีความแข็งแรงมากขึ้นค่ะ

 

Image

Review/วิเคราะห์ส่วนผสม สเปรย์โทนเนอร์ Aquatide จากแบรนด์ Logically, skin กับ Aquatide Multi-Purpose Toner Mist

สวัสดีค่ะ

วันนี้มี่มีแบรนด์เครื่องสำอางเกาหลีแบรนด์หนึ่งมาเล่าสู่กันฟังค่ะ

แบรนด์ที่มี่หยิบยกมาวันนี้คือแบรนด์ Logically, skin (로지컬리스킨)

logo.jpg

ซึ่งเป็นแบรนด์เครื่องสำอางที่มีคอนเซปท์เรียบง่าย แต่อัดแน่นด้วยส่วนผสมโก้หรู นางน่าจะเป็นแบรนด์ใหม่ ยังออกสินค้ามาไม่มากนัก แต่ตัวหนึ่งที่น่าสนใจคือ น้ำแร่ และเซรั่มที่ผสม Aquatide เปปไทด์ตัวดังที่เป็นวัตถุดิบที่พัฒนาร่วมกันระหว่างญี่ปุ่นและเกาหลี จากบริษัท AH&NS ที่มี่มีโอกาสได้ไปนั่งฟังเขาบรรยายมาด้วยเมื่อปลายเดือน พ.ค. ที่ผ่านมาค่ะ

logicallyskin

(Image from logically, skin)

 

ในงานอบรม มีโทนเนอร์สเปรย์มาวางโชว์ ก็เลยทำให้เราได้รู้จักกับแบรนด์ๆนี้

lo 1

นางมาในแพคเกจดีไซน์แบบเรียบหรู

lo 2

ตัวสเปรย์เนื้อค่อนข้างเบานะคะ หัวสเปรย์ค่อนข้างดี กดแล้วออกมาเป็นละอองเล็กมากๆ แต่เสียดายมี่ไม่ได้ถ่ายมาในวันงาน

เลยขอนำรูปจากบนเว็บของเขามาให้ดูค่ะ

lo 7

(Image from logically, skin)

แบรนด์นี้เขาทำ VDO presentation น่ารักดีนะคะ เลยขอแปะลิงค์ให้ได้ชมกันค่ะ เผื่อใครสนใจ

 

สำหรับส่วนผสมมี่ลองแกะจากที่ข้างกล่องและบนเว็บไซต์ของเขา ได้ความดังนี้ค่ะ

ingredient lo

จากส่วนผสมวันนี้มี่ทำไว้สองสีนะคะ คือ สีน้ำตาล เป็นพระเอกของเรา คือ เจ้า Aquatide ค่ะ ซึ่งวัตถุดิบนี้มีขายในหลายๆความเข้มข้น ทางแบรนด์เลือกใส่ตัว 5000 ppm ที่ความเข้มข้น 3% ถือว่าจัดเต็มมาพอควรเลยหละ

Aquatide หรือ Hexacarboxymethyl dipeptide-12 เป็นวัตถุดิบที่เคยได้รับรางวัลเหรียญทองมาจากงาน in-cosmetics Asia มาค่ะ

นางออกฤทธิ์ผ่านกลไกการเสริมกระบวนการ Autophagy

Autophagy เป็นศัพท์เทคนิคทางชีววิทยา หมายถึง ปฏิกิริยาที่เซลล์ในร่างกายทำลายเซลล์ตัวเอง แล้วนำเอาองค์ประกอบภายในเซลล์ที่โดนทำลายไป ไป Recycle สร้างเซลล์ใหม่ออกมาทดแทน เพื่อให้ร่างกายทำหน้าที่ได้อย่างปกติ

ทางแบรนด์เขาทำน่ารักดี เลยขอเอามาแปะอีกรอบ

lo 5

(Image from logically, skin)

 

สำหรับที่ผิวหนังพบว่าการ Autophagy ของเซลล์ผิวหนังจะทำให้ผิวทำงานได้ดีขึ้น มี Barrier ที่แข็งแรงขึ้น จึงสามารถลดการระเหยของน้ำออกจากผิวได้ดี ผิวชุ่มชื้นมากขึ้น

รวมไปถึงการชะลอความแก่ให้แก่ผิวเราด้วยค่ะ

 

ส่วนสีเขียวเป็นสารบำรุงอื่นๆ ที่หนีไม่พ้นวิตามินยอดฮิต อย่าง Niacinamide ซึ่งมีประโยชน์กับผิวมากมายหลายด้านค่ะ ไม่ว่าจะเป็นในเชิง Whitening, ลดการอักเสบ ชะลอวัย ลดการระคายเคือง และเสริมปราการของผิวให้แข็งแรง

รวมไปถึง Proline ที่เป็นกรดอะมิโน มีประโยชน์ในเชิงด้านชุ่มชื้น กับ Adenosine ที่มีประโยชน์ในเชิงริ้วรอย และสารสกัดจากดอกคามีเลีย และ มัลเบอร์รี่ เดาว่าน่าจะให้ประโยชน์ไปในเชิงด้านชุ่มชื้น กับ Whitening

 

โดยรวมนางมาในเบสน้ำ เสริมมาด้วย Coconut acids ซึ่งตัวนี้มี่ไม่ได้ลงสีไว้นะคะ แต่นางเป็นวัตถุดิบตัวหนึ่งที่น่าสนใจค่ะ ข้อมูลจากผู้ผลิตบริษัท Green angel กล่าวว่า กรดไขมันจากมะพร้าวเป็นกรดไขมันสายไม่ยาวมาก ค่อยๆดูดซึมลงไปและเสริมความชุ่มชื้น ทดแทนไขมันคืนให้ผิว นางเคลมไปถึงเรื่องของชะลอวัย และลดการเกิด จุดด่างดำ Spot ตามอายุ

ส่วนตัวมองว่านางมีประโยชน์ในเชิงชุ่มชื้นนะคะ

 

โดยรวมถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจตัวหนึ่ง เอามาฉีดเป็นสเปรย์น้ำแร่ก็ได้ ฉีดแล้วตบๆเป็น essence ก็ดี ฉีดแล้วเช็ดเป็นโทนเนอร์ก็ยังไหว

 

สำหรับราคาก็ไม่แรงมาก อยู่ที่ 42,000 วอน (ประมาณ 1,260 บาท)

แต่ไม่แน่ใจเรื่องช่องทางการจัดจำหน่ายนะคะ ตอนมี่ไปเกาหลียังไม่ได้มองหาแบรนด์นี้เลยไม่แน่ใจว่าตาม Drug store จะพอมีไหม

 

ใครที่ไม่ชอบ Mist ในแบรนด์นี้มีเซรั่มด้วยนะคะ

lo 4

ส่วนผสมก็คล้ายๆกันค่ะ เพียงแต่ตัวเซรั่ม อัด Aquatide มา 4% และราคาตกอยู่ที่ 52,000 วอน (ประมาณ 1,560 บาท)

 

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถตามไปดูได้ที่ลิงค์ด้านล่างนะคะ

https://logicallyskin.com/category/all/46/

 

Disclaimer/conflict of interests: การรีวิวนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

[Unbox] แกะกล่องรีวิวของชอปจาก koriico.com แหล่งชอปแห่งใหม่ ราคามิตรภาพ ส่งไว แพคดี สายเกาต้องไม่พลาด

สวัสดีค่ะ

สมัยนี้เรียกได้ว่าอยากได้อะไร แค่นั่งหน้าจอ แล้วจิ้มๆคลิ้กๆ ก็ได้ของมาประเคนถึงบ้านแล้วเนอะ

ส่วนตัวมี่เองก็แอบจ้องๆเล็งๆเว็บ koriico.com มาซักพักแล้วค่ะ จนในที่สุดก็มือลั่น สั่งมาจนได้ หลายๆชิ้น ราคาดีกว่า ร้านที่ต้องแบกร่างออกไปหิ้วมาเองด้วยซ้ำ

มาค่ะ Unbox แกะกล่องดูว่าวันนี้มี่ซื้ออะไรมาบ้าง

ub 1

สิ่งที่มี่ซื้อมาได้แก่ …แก่ แก่ แก่

ไม่ ยังไม่แก่ !!

 

ub 2-1

ตัวแรกเป็น มาส์กอุ่นตาลายอัลปาก้า จากแบรนด์ Youthful time ของเกาหลีค่ะ

ub 3

วันไหนทำงานเหนื่อยๆ ไถมือถือนานๆ แปะแล้วนอนมันสบายจริงๆนะ

ต่อมาเป็นแผ่นแปะเจลเย็นสำหรับแปะน่องและฝ่าเท้า เวลายืนนานๆ หรือเดินมากๆ ตัวนี้เวิร์คมาก

จากแบรนด์ Youthful time เหมือนกันค่ะ

ub 4

ตัวต่อมา

เชื่อว่าหลายๆคนต้องเคยเห็น มาส์กหลายๆ Step เราก็จะรู้สึกสนุกไปกับมันด้วยค่ะ

เป็น มาส์ก 3 Step จาก Pyunkang Yul ค่ะ

ub 5

Step แรก นางก็จะเป็น peeling gel ผลัดผิวออกก่อน เพื่อกำจัดขี้ไคล และเศษซากสิ่งสกปรกต่างๆออกไป เผยผิวให้รับอาหารจากมาส์กชีทใน Step ที่สองค่ะ

ปิดท้ายด้วยทาเซรั่มบำรุง Balancing gel ใน Step ที่ 3 ต่อไปค่ะ

กิ๊บเก๋มาก

 

ตัวต่อมาเชื่อว่าหลายๆคนคงเคยเห็นโทนเนอร์สิวตัวดัง Some by Mi ขวดสีเขียวๆแน่ๆ

พอดีเห็นนางมีแผ่นซับสิวด้วย เลยสั่งมาลองดูค่ะ

ub 6

 

Cleansing balm ก็อินเทรนด์นะ เลยลองสั่ง Cleansing balm จากแบรนด์ Heimish ของเกาหลีเหมือนกันมาลองเล่นดูค่ะ

ub 7

 

อันนี้ก็ดังเซรั่ม Proteoglycan ของ Fracora จากญี่ปุ่น แอบเล็งไว้นานมากแล้ว ในที่สุดก็ได้ฤกษ์

ub 8

 

โทนเนอร์น้ำมันม้ากำลังหมด ก็เลยสั่งมา Fill ในกรุ เชื่อไหมว่าอันนี้ได้มาในราคา 306 บาท ถูกกว่าแบกร่างไปสอยอีก ไม่ต้องหิ้วไปฝ่าปลากระป๋องในรถไฟให้หนักมือ

ub 10

ติดใจนางมาก อันนี้ก็ขวดที่ 3 แล้ว

โทนเนอร์น้ำมันม้านี้เป็นของญี่ปุ่น มี่เคยรีวิวไว้แล้วนะคะ

ลิงค์รีวิวโทนเนอร์น้ำมันม้า >>Click<<

ปิดท้ายด้วย Cleansing water ผสมเกลือหิมาลัย จากแบรนด์ Ainterol

ub 9

ตัวนี้ได้มาในราคา 326 บาท

นางเป็นคลีนซิ่งที่เคลมว่าใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติทั้งหมด เลยอยากเอามาลองค่ะ

 

แล้วมี่จะเอาของมาทะยอยๆรีวิวกันในโอกาสต่อไปนะคะ

สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมมาส์กหน้าสูตรเฉพาะทางจากโรงพยาบาลศัลยกรรมชั้นนำในเกาหลี Banobagi vita genic jelly mask

สวัสดีค่ะ

วันนี้มี่หยิบเอามาสค์หน้าที่น่าสนใจจากแบรนด์ Banobagi (บาโนบากิ) มารีวิวให้ได้ชมกันค่ะ

เชื่อว่าหลายๆท่านน่าจะเคยได้ยินเกี่ยวกับชื่อ Banobagi มาแล้วนะคะ Banobagi เป็นโรงพยาบาลศัลยกรรมที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในเกาหลีใต้ค่ะ และทางรพ.เองก็มีเครื่องสำอางออกมากมายหลายชิ้น ซึ่งก็ผ่านการพัฒนาสูตรต่างๆมาโดยทีมแพทย์ผิวหนังของรพ.นั่นเอง

เมื่อตอนมี่ไปชมงาน Cosmaprof ที่ฮ่องกงเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ก็เจอทางรพ.มาออกบูธ โชว์สินค้าด้วยค่ะ

cosma 27

ลองเดินๆเข้าไปชมในบูธ ก็มีสกินแคร์น่าสนใจมากมายหลายรายการเหมือนกันค่ะ

ตอนนี้มีบริษัทในบ้านเรานำเอาสินค้าของแบรนด์ Banobagi มาจำหน่ายใน Watsons แบบถูกต้องตามกฎหมายแล้วนะคะ เรียกได้ว่าไม่ต้องหิ้วไม่ต้องพรี ไม่ต้องเสี่ยงของก๊อป ของเลียนแบบกันอีกต่อไป

ผลิตภัณฑ์ที่มี่จะนำมารีวิวในวันนี้มีชื่อว่า Banobagi Vita Genic Jelly Mask นั่นเองค่ะ ซึ่งเป็นมาสค์ชีทที่มีจุดเด่นอยู่ที่การใช้วิตามินรวมเก็บกักให้อยู่ในรูปแบบของ “ถุงไลโปโซม” เพื่อเสริมความคงตัวและการดูดซึมเข้าสู่ผิวนั่นเองค่ะ และมีเนื้อเซรั่มในรูปแบบของ Jelly จึงทำให้แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ นอกจากนี้ยังไม่มีสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองผิว 11 ชนิดและไม่มีน้ำหอม ตามมาตรฐานของ EWG Green Class จาก USA (ซึ่ง EWG จัดตั้งขึ้นเพื่อปกป้องสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม โดยได้จัดทำเว็บไซต์ Skindeep เพื่อเก็บข้อมูลเกี่ยวกับสารเคมีที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพหรือสารเคมีที่ควรเฝ้าระวังว่าอาจจะก่อให้เกิดอันตราย) เหมาะกับทุกสภาพผิว แม้ผิวบอบบางแพ้ง่าย

ตัวมาสค์ Vita genic jelly mask มีด้วยกันทั้งหมด 4 สูตร นะคะ

ba 1.jpg

  • สูตรสีเขียว Relaxing เพื่อความชุ่มชื้นและความสบายผิว ด้วยสารสกัดจาก Aloe vera และสารบำรุงผิวอื่นๆ
  • สูตรสีน้ำเงิน Hydrating เพื่อความชุ่มชื้นและความมีชีวิตชีวา ด้วยน้ำแร่จากเกาะเจจู และสารบำรุงผิวอื่นๆ
  • สูตรสีแดง Lifting เพื่อความกระชับและยืดหยุ่นของผิว ด้วยสารสกัดแคคตัสจากเกาะเจจู และสารบำรุงผิวอื่นๆ
  • สูตรสีเหลือง Whitening เพื่อความกระจ่างใส ด้วยส่วนผสมของสารสกัดจากส้มฮัลลาบองจากเกาะเจจู และสารบำรุงผิวอื่นๆ

 

เนื่องจากส่วนผสมของตัวเนื้อมาสค์ และสารบำรุงจะคล้ายๆกัน แต่จะแตกต่างกันไปตามสารบำรุงหลักของแต่ละสูตร

วันนี้มี่เลยขอหยิบเอาสูตรสีเหลืองที่ชอบที่สุดมาวิเคราะห์ส่วนผสมให้ได้ชมกันนะคะ

ขอแปะรูปแบบชัดๆอีกรูปหนึ่งค่ะ

ba 2

ตัวซองมาสค์ทำมาแบบเก๋ไก๋ในทรงมากกว่าครึ่งวงกลมนิดหน่อย เกือบเต็มวงกลมละอีกนิดนึง

หน้าซองเป็นรูปแคปซูลสีต่างๆ อย่างสูตรนี้ นางก็เป็นแคปซูลสีเหลือง แสดงถึงวิตามินซีจากส้มฮัลลาบองนั่นเองค่ะ

 

ตามชื่อของผลิตภัณฑ์ Jelly mask น้ำมาสค์เป็นแบบเจล ซึ่งค่อนข้างข้นนะคะ สมชื่อ Jelly

ba 3

ข้นเหมือนเจลบำรุงผิวเลย ถ้าเอาเนื้อเจลแบบนี้มาให้ดูแล้วบอกว่าเป็น Sleeping Mask ก็เชื่อเลยล่ะค่ะ

 

ค่า pH ของน้ำมาสค์อยู่ที่ ราวๆ 5 – 6 นะคะ ถือว่าใกล้เคียงกับผิวดี

ba 4

แผ่นมาสค์ไม่หนาไม่บางจนเกินไป กำลังดีเลยค่ะ

นุ่ม เรียบ ละเอียด และแนบสนิทไปกับผิว

ba 5

ซึ่งทางแบรนด์เคลมว่าเป็น Cotton ธรรมชาติ 100% จึงอ่อนโยนและปราศจากสารตกค้างจากการผลิตค่ะ

 

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

สผส bano

จากส่วนผสมวันนี้มี่ทำสีไว้ 2 สีนะคะ

  • สีชมพู เป็นกลุ่มของวิตามินทั้ง 9 ชนิด ได้แก่ วิตามินเอ บี 1 2 3 5 7 9 ซี และ อี เรียกได้ว่าขนกันมาเยอะมาก เรียกได้ว่า บำรุงผิวได้ครบจบทุกปัญหาเลยทีเดียว ทางแบรนด์เคลมว่าวิตามินเหล่านี้เก็บไว้ในระบบนำส่งแบบไลโปโซม เพื่อเพิ่มความคงตัวและการนำส่งวิตามินให้ผิว
  • สีฟ้า เป็นกลุ่มของสารบำรุงอื่นๆ ได้แก่
    • สารสกัดจากส้มฮัลลาบอง ซึ่งเป็นส้มสายพันธุ์พิเศษของเกาะเจจู มีส่วนผสมของสารพฤกษเคมีจากธรรมชาติหลายชนิด และวิตามินมากมาย ทางแบรนด์ได้เคลมว่า มีคุณสมบัติในเชิงด้าน Whitening และเป็น antioxidant ชะลอวัย
    • น้ำตาล Trehalose เป็นน้ำตาลชนิดพิเศษ มีประโยชน์ในเชิงความชุ่มชื้น
    • Adenosine มีประโยชน์ในเชิงด้านของการชะลอวัย ลดเลือนริ้วรอย
    • Carnitine HCl เป็นกรดอะมิโนชนิดพิเศษ เกี่ยวข้องกับการสร้างพลังงานของผิว มีคุณสมบัติเป็น Moisturizer โดยการดึงน้ำเข้าหาตัว มีงานวิจัยกล่าวว่าการทา L-carnitine จะมีผลไปกระตุ้นให้เกิดกระบวนการ เผาผลาญไขมันในเซลล์ Sebocyte ที่ต่อมน้ำมัน มีประโยชน์ในเชิงด้านการควบคุมความมันของผิวหนัง (J Cosmet Dermatol. 2012; 11(1):30-6.)
    • Sodium hyaluronate มีประโยชน์ในการเพิ่มความชุ่มชื้น
    • Dipotassium glycyrrhizate กับ Allantoin มีคุณสมบัติในการลดการระคายเคืองและให้ความรู้สึกสบายผิว

 

ตัวเบสมาในเบสแบบน้ำ ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน และซิลิโคน

ที่สำคัญยังปราศจากสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว รวมถึงไม่มีน้ำหอมด้วย ดังนั้นผิวแพ้ง่ายก็น่าจะสามารถใช้ได้

 

มาให้คะแนนกันดีกว่านะคะ

  1. สารบำรุง ถ้ามองตามทฤษฎีการใส่วิตามินเหล่านี้ลงไปในเครื่องสำอางก็ให้คุณสมบัติในการบำรุงผิวได้ค่อนข้างครบแล้ว แต่นอกจากวิตามิน ในตัวมาสค์ก็ยังเสริมสารบำรุงอื่นๆลงมาอีก ตัวมาสค์สูตรนี้จึงเด่นไปในเชิง Whitening กับการชะลอวัย นอกจากนี้ก็ยังได้ประโยชน์เรื่องของความมัน การอักเสบ และสิวได้จากกลุ่มของวิตามิน ตัวสารบำรุงถ้ามองจากลำดับ อาจจะดูเหมือนใส่มาน้อยไปหน่อย แต่จริงๆ ความเข้มข้นที่ให้ประโยชน์ (Effective concentration) ของวิตามินมันไม่ได้เยอะมากอยู่แล้ว และส่วนตัวก็ไม่เคยหักคะแนนเรื่องลำดับส่วนผสมใครมาก่อน เพื่อความแฟร์ๆ ก็จัดไป 5 ฟลาสก์
  2. เนื้อหลัก และ ส่วนผสมอื่นๆ เป็นมาสค์ในเบสแบบน้ำ ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน แอลกอฮอล์ และซิลิโคน และสารอื่นที่ใช้ก็ล้วนแต่เป็นมิตรกับผิว จุดนี้เลยไม่มี่ที่ให้หักคะแนน รับไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบเนื้อมาสค์นะคะ นางมีความชุ่มชื้นแบบ Intense มากเว่อร์ ด้วยความที่นางมาในเนื้อแบบเจล มาสค์เสร็จเราอาจจะรู้สึกหนักๆผิวหน่อย คนที่มีผิวมันอาจจะไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ แต่คนที่มีผิวแห้งน่าจะชอบฟิลลิ่งหลังมาสค์อยู่ค่ะ จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์

 

คะแนน bano

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ Banobagi ด้วยนะคะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

มีจำหน่ายที่ Watsons ทุกสาขาค่ะ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์เลยนะคะ ล่าสุดตอนนี้เห็นจัดโปรลด 50% อยู่ด้วยหล่ะ

FB Fanpage:  Banobagi Thailand – Cosmetic

พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับมาจากทางแบรนด์ Banobagi การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้าและไม่ได้รับค่าตอบแทนในการรีวิว โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม แชมพูมีอิน (Me-In professional) สูตรผสานพลังจากสารสกัดสมุนไพรเกาหลี เพื่อการดูแลเส้นผม

สวัสดีค่ะ

เมื่อช่วงราวๆเดือนก่อน มี่ไปได้แชมพูเกาหลีจากแบรนด์ มีอิน (Me-In Professional) มาลองใช้ ซึ่งเป็น ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่น่าสนใจมากเลยทีเดียวนะคะ

แบรนด์ Me-In เป็นผลิตภัณฑ์นำเข้าจากเกาหลี ซึ่งช่วงก่อนมี่ได้มารีวิวมาสค์ชีทของเค้าไปนะคะ (ถ้าใครสนใจ หรือไม่ทันได้อ่าน กลับไปตามอ่านได้ที่ลิงค์นี้นะคะ >>Click<<)

 

แชมพูของแบรนด์ Me-In ทำมาด้วยกัน 3 สูตร สำหรับ 3 ปัญหาผม

หน้าตาเป็นแบบนี้นะคะ

me 1

เริ่มกันที่…

สีฟ้า สูตร Scalp care & Soothing สำหรับบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะที่มีปัญหาผมร่วง คัน ระคายเคือง โดดเด่นด้วยส่วนผสมจาก พลูคาว ดอกบัว และสารสกัดจากสมุนไพรเกาหลีอีก 10 กว่าชนิด ดูแลปัญหาหนังศีรษะได้อย่างลงตัว

me 4

สีชมพู สูตร Repair สำหรับฟื้นฟูปัญหาผมแห้งเสียจากการทำสีดัดยืด โดดเด่นด้วยส่วนผสมจากดอก ดงแบค คาโมมายล์ น้ำมันทานตะวันและลาเวนเดอร์ ร่วมกับ สารสกัดจากสมุนไพรเกาหลีอีก 10 กว่าชนิด ช่วยฟื้นฟูสภาพผมที่แห้งเสียให้กลับมาสุขภาพดี

me 2

สีเหลือง สูตร Volume & Shiny เพื่อเพิ่มวอลลุ่มให้ผมที่ลีบแบนกลับมาดูหนานุ่ม โดดเด่นด้วยส่วนผสมจาก คอลลาเจน โรสแมรี่ ลาเวนเดอร์ และน้ำมันจากโจโจบา ร่วมกับ สารสกัดจากสมุนไพรเกาหลีอีก 10 กว่าชนิด ช่วยคืนวอลลุ่มและความเงางามให้แก่เส้นผม

me 3

วันนี้มี่ขอหยิบยกเอาสูตร Repair สีชมพูมารีวิวให้ได้ชมกันนะคะ

สูตรสีชมพูนี้ได้รับรางวัล Cleo Beauty Hall of Fame the Best Shampoo 2018 ด้วยนะเธอ

 

เนื้อแชมพูเป็นแบบน้ำนมค่ะ กลิ่นหอมหวานในแนวของดอกไม้

me 5

มีฟองที่เล็กละเอียด ตีฟองขึ้นง่ายค่ะ หลังสระผมเสร็จ ผมนุ่มลื่นขึ้น หวีง่าย ไม่พันกัน

 

 

ค่า pH หลังละลายน้ำอยู่ที่ ราวๆ 6 นะคะ

ซึ่งในจุดนี้ถือว่าทำมาได้ค่อนข้างดี เพราะแชมพูส่วนใหญ่จะมีค่า pH ค่อนไปทางด่างหน่อยๆ

me 6

ส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

สผส mein สีชมพู

ส่วนผสมวันนี้มี่ทำไว้หลายสีอยู่เหมือนกันค่ะ

กลุ่มของสีฟ้า จะเป็นสารทำความสะอาด มีด้วยกัน 3 ตัวหลักๆ คือ

  • Sodium laureth sulfate หรือ SLES เป็นสารทำความสะอาดประจุลบ ให้ฟองที่ดี
  • Cocamide MEA ทำหน้าที่ช่วยเสริมปริมาณฟอง และเพิ่มความหนืดให้เนื้อแชมพู
  • Cocamidopropyl betaine เป็นสารทำความสะอาดชนิดสองประจุ มีความอ่อนโยน ช่วยเสริมความอ่อนโยนให้แก่เนื้อแชมพู

กลุ่มสีเขียว เป็นสาร Polymer ที่มีประจุบวก ทำหน้าที่ช่วยปรับสภาพเส้นผมในนุ่ม เงางาม หวีง่าย ไม่พันกัน

สีน้ำเงิน เป็นน้ำมันจากพืชธรรมชาติ อย่าง น้ำมันสกัดจากดอกคามีเลีย หรือ ดงแบค และ น้ำมันทานตะวัน ช่วยให้เส้นผมเงางาม ลดการแห้งกรอบของเส้นผมหลังสระ

สีม่วง Zinc pyrithione เป็นสารที่ให้ประโยชน์ในการขจัดรังแค ลดการคันศีรษะ

สีน้ำตาล เป็นกลุ่มของสารสกัดจากพืชผักสมุนไพรที่พบได้ในเกาหลี มีด้วยกันหลายชนิด เช่น คาโมมายล์ ลาเวนเดอร์ พลูคาว Scutellaria มีประโยชน์หลายประการต่อหนังศีรษะ

เช่น

  • คาโมมายล์ ลดการอักเสบระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายหนังศีรษะ
  • ลาเวนเดอร์ มีคุณสมบัติในการลดการอักเสบระคายเคือง และในทาง Aromatherapy กล่าวว่า ถ้าเป็นรูปแบบของ Lavender oil มีประโยชน์ในการฆ่าเชื้อบางชนิด
  • Saurus chinensis extract หรือ ต้นพลูน้ำ เป็นสมุนไพรในตำรับยาจีน มีรายงานเกี่ยวกับคุณสมบัติในการลดการอักเสบระคายเคือง (Exp Biol Med (Maywood). 2016; 241(4): 396–)
  • Cnidium officinale extract คือสารสกัดจาก Cnidium เป็นสมุนไพรในตำรับยาจีน มีประวัติการใช้เกี่ยวกับการติดเชื้อรา แบคทีเรีย และอาการคัน มีรายงานว่าเป็น Antioxidant ที่ดี (Pharmacogn Mag. 2010; 6(24): 323–330.)
  • Thuja orientalis extract เป็นสารสกัดจากพืชในตระกูลสนชนิดหนึ่ง มีรายงานว่ามีสารสกัดด้วยน้ำร้อนของต้นสนนี้มีคุณสมบัติกระตุ้นผมงอกในหนูทดลอง (BMC Complement Altern Med. 2013; 13: 9.)

 

ซึ่งการมีสารบำรุงเหล่านี้ก็อาจจะได้ประโยชน์ในขั้นตอนการสระผม เพราะเราก็จะมีการตีฟองและนวดที่หนังศีรษะ แต่อาจจะให้ประโยชน์ได้ไม่เท่าพวก Leave on อย่าง Hair tonic หรือ ผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพราะสัมผัสเส้นผมแค่ชั่วคราวเท่านั้น แต่ถ้าเปรียบในรูปแบบแชมพูด้วยกันแล้ว โดยรวมถือว่ามีอิน เป็นแชมพูที่ทำมาได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว

 

ให้คะแนน

วันนี้ขอแบ่งหัวข้อในการให้คะแนนเป็น สารทำความสะอาด ส่วนผสมอื่นๆ และ การใช้งานนะคะ

  1. สารทำความสะอาด ใช้ SLES เป็นสารทำความสะอาดหลัก ซึ่งให้ฟองที่ดี ร่วมกับ Cocamidopropyl betaine เพื่อตัดให้มีความอ่อนโยนมากขึ้น และเสริมด้านปริมาณฟองด้วย Cocamide MEA แต่ในด้านของข้อมูลความระคายเคือง SLES จัดว่ายังมีการระคายเคืองอยู่ในระดับหนึ่ง แม้จะไม่รุนแรงเท่า SLS แต่ก็ขอให้ 4 ฟลาสก์ จุดนี้มี่ใช้ได้ไม่มีปัญหาอะไร เพราะในแชมพูเด็กหลายๆ ตัว ก็ใช้ตัวนี้เช่นกัน และผมก็ไม่แห้งกรอบ
  2. ส่วนผสมอื่นๆ มีการเสริมสารประจุบวกเข้ามาเพื่อให้ผมนุ่มสลวย เงางาม และหวีง่าย ร่วมกับสารบำรุงที่เป็นสารสกัดพืชหลายชนิด ให้ประโยชน์โดยรวมไปในเชิงด้านการลดการอักเสบระคายเคือง และให้ความรู้สึกสบายหนังศีรษะ และมี Zinc pyrithione ที่ดูแลเรื่องรังแคและอาการคันได้ แต่ถึงไม่มีรังแคก็สามารถใช้สารนี้ได้ จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน เริ่มจากเรื่องเนื้อแชมพู เรื่องกลิ่น และปริมาณฟอง มี่ว่าแชมพูสูตรนี้เค้าทำมาได้อย่างลงตัวในจุดนี้นะคะ ส่วนการใช้งาน สามารถสระง่าย ตีฟองขึ้นง่าย ล้างออกง่าย ไม่ทำให้ผมแห้งกรอบ หรือ พันกัน ไม่เหนียว ไม่จับกันเป็นลิ่ม และผมไม่มัน ไม่เยิ้มไว โดยรวมถือว่าค่อนข้างชอบนะคะ ให้ไป 5 ฟลาสก์

คะแนน me

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์มีอิน (MeIn) ด้วยนะคะที่ส่งสินค้าดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ทาง Facebook Fanpage ของแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/MeIn-170073223703243/

พบกันใหม่ในโอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับมาจากทางแบรนด์มีอิน (Me-In Professional) การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมส่วนผสม มาสค์หน้าสูตรเข้มข้นด้วย Super serum ซองสีทอง กับ Skindom super serum mask ภาคสอง สูตร 06 – 09

สวัสดีค่ะ

วันนี้มี่มาอัพเดทมาสค์สูตรใหม่ล่าสุด ในไลน์ Super serum mask ในรุ่นซองสีทอง จาก Skindom ให้ได้ชมกันนะคะ

จากตอนที่แล้วมี่ได้มาเล่าให้ฟังว่า Skindom ได้ออกมาสค์ Super serum mask ซองสีทองออกมา 5 สูตร คือ สูตร 01 – 05 ตามลิงค์นี้นะคะ (>>>Click<<<)

ตอนนี้ทางแบรนด์ปล่อยสูตร 06 – 09 ออกมาอีก 4 สูตรค่ะ เรียกได้ว่า 4 สูตรใหม่นี้มีความน่าสนใจไม่แพ้พี่ๆน้องๆเลยทีเดียว

หน้าตา 4 สูตรใหม่เป็นดังนี้ค่ะ

mask 2

แต่ละสูตรมีจุดเด่นดังนี้นะคะ

  • สูตร 06 Lifting + Whitening กระชับหน้าผิวดีมีออร่า ด้วยส่วนผสมของ Q10 และ Mulberry
  • สูตร 07 ขาวใสดับเบิ้ลคูณสอง ด้วยส่วนผสมของวิตามินบี 3 และ Gold beer
  • สูตร 08 Lifting + Whitening ผิวดูเด็กเปล่งประกาย ด้วยส่วนผสมของสารสกัดจากเซลล์เพาะเลี้ยงขององุ่นและข้าว
  • สูตร 09 Whitening + Lifting ฟื้นฟูผิวเสีย เต่งตึงกระจ่างใสด้วยส่วนผสมของ Red love apple และ น้ำผึ้งป่า

 

ซึ่งมาสค์หน้าในสูตรใหม่นี้ แผ่นมาสค์ยังคงมาในแผ่นบางที่แนบสนิทกับผิวเหมือน 5 สูตรแรกค่ะ

mask

ทางแบรนด์เคลมว่าใช้แผ่น Cotton 100% ที่มีความบางเบาเป็นตัวซับเนื้อมาสค์เอาไว้ค่ะ

 

น้ำมาสค์ข้นคล้ายเจล

tex

pH อยู่ที่ราวๆ 5 ค่ะ ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับผิวดีค่ะ

pH

มี่ขอเลือกสูตรที่ชอบที่สุด คือ สูตร 08 Rice cell + Grape cell มาวิเคราะห์ส่วนผสมในวันนี้นะคะ

ส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

สผส 08

มี่ทำสีของส่วนผสมสารบำรุงไว้เป็นสีฟ้านะคะ

จากส่วนผสมจะมีสารบำรุงหลักๆ เป็น สารสกัดจากเซลล์เพาะเลี้ยงของข้าว และ องุ่น ร่วมกับสารที่มีประโยชน์ในการลดการอักเสบระคายเคืองและให้ความรู้สึกสบายผิว อย่าง Betaine, Biosaccharide gum-1 และ Dipotassium glycyrrhizate ค่ะ

กล่าวถึงสารบำรุงหลักซักนิดนะคะ

  1. สารสกัดจากเซลล์เพาะเลี้ยงของข้าว (Oryza sativa callus culture extract) ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่า สารสกัดจากเซลล์เพาะเลี้ยงของข้าวนี้มีประโยชน์ในการเป็น Antioxidant มีคุณสมบัติในการเป็น Whitening ผ่านการยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase และ มีสารกลุ่ม Ceramide ซึ่งช่วยเสริมสร้าง Barrier ช่วยให้ผิวแข็งแรง
  2. สารสกัดจากเซลล์เพาะเลี้ยงขององุ่น (Vitis vinifera callus culture extract) ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่า สารสกัดจากเซลล์เพาะเลี้ยงของข้าวนี้มีประโยชน์ในการเป็น Antioxidant ชะลอวัยป้องกันริ้วรอย และเสริมการสังเคราะห์คอลลาเจนของผิว

 

มาในตัวเบสที่เป็นเบสแบบน้ำ ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน แอลกอฮอล์ ซิลิโคน น้ำหอม และ สารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

ในภาพรวมจึงถือว่าทำมาได้น่าสนใจค่ะ

มาให้คะแนนกันดีกว่านะคะ วันนี้ส่วนผสมมีไม่มาก เลยขอให้คะแนนเป็น 2 หัวข้อนะคะ

  1. ส่วนผสม ในด้านของสารบำรุงเน้นไปในเชิงการชะลอวัยด้วยสารสกัดจากเซลล์เพาะเลี้ยงของข้าวและองุ่น ร่วมกับสารที่ให้ประโยชน์ในเชิงลดการอักเสบระคายเคือง มีวิตามินบี 3 เสริมมา มาในเบสที่เป็นเบสแบบน้ำ เหมาะกับทุกสภาพผิว และไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยขอให้ 3.5 ฟลาสก์
  2. การใช้งาน สูตรนี้เรื่องของการใช้งานจะคล้ายๆกับสูตรอื่นๆในไลน์ Super serum mask นะคะ ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบน้ำมาสค์ของทั้งสองสูตรที่ว่านะคะ ตอนลงผิวจะรู้สึกเย็น สดชื่น ผ่อนคลาย และหลังแกะมาสค์ออกก็จะรู้สึกนุ่มนวล เด้งๆ ไม่แห้ง ไม่ระคายเคือง ให้ไป 5 ฟลาสก์

 

คะแนน

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ Skindom ด้วยนะคะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมามี่ให้ได้ลองใช้นะคะ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/SkindomThailand/

 

พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Skindom การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้าและไม่ได้รับค่าตอบแทนในการรีวิว โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมมาสก์หน้าน้องใหม่สุดน่ารักจากเกาหลี กับแบรนด์ Ponybrown Plus Skin Hue Face Mask ภาค 2 แผ่นมาสก์จากถ่านไม้ไผ่สีดำ

สวัสดีค่ะ เมื่อวันก่อนมี่ได้หยิบเอามาสก์หน้าสุดน่ารักจากแบรนด์เกาหลีจากแบรนด์ Ponybrown มารีวิวให้ได้ชมกันไปแล้ว วันนี้เลยขอเอามาสก์ในกลุ่ม Black mask มารีวิวให้ได้ชมกันต่อค่ะ

 

สำหรับใครที่พลาดตอนแรกไป สามารถคลิกลิงค์ด้านล่างนี้  เพื่อกลับไปรับชมภาคแรกได้นะคะ

>>Click เพื่ออ่าน Ponybrown ตอนแรก<<

กล่าวถึงแบรนด์ Ponybrown อีกซักรอบนะคะ

Ponybrown เป็นแบรนด์มาสก์สัญชาติเกาหลี ที่พัฒนาขึ้นมาโดยเน้นส่วนผสมที่เป็นธรรมชาติ และมีประสิทธิภาพ ภายใต้สโลแกน Happy skin, Happy life โดยทางแบรนด์ก็มีความใส่ใจในตัวสินค้า และมีการตรวจสอบความปลอดภัยต่อผิวหนัง หรือ Dermatologically tested จากเยอรมัน และ SGS จากยุโรปค่ะ ซึ่งในกลุ่มทดสอบมีทั้งอาสาสมัครที่มีผิวธรรมดา รวมไปถึงผิวแบบ sensitive และ eczema

 

สำหรับสูตร Black mask มาด้วยกัน 2 สูตร ดังนี้ค่ะ

po 1

สูตรแรก คือ Skin Hue clearing black mask ทางแบรนด์เคลมว่าเป็นมาสก์หน้าจากเส้นใยถ่านไม้ไผ่ธรรมชาติ เสริมด้วยสารสกัดจากพืช 7 ชนิด เพื่อดูแลผิว 7 ประการ ได้แก่ ให้ผิวชุ่มชื้น ลดการระคายเคือง แลดูกระจ่างใส ขจัดสิ่งสกปรกและน้ำมันส่วนเกิน ต่อต้านอนุมูลอิสระ ริ้วรอย และการระคายเคือง

หน้าตาเป็นซองสีดำลายสีเขียวมินท์ค่ะ

po 2

ส่วนอีกสูตรเป็นสูตร Sebum control ซึ่งทางแบรนด์เคลมว่าเป็นมาสก์หน้าจากเส้นใยถ่านไม้ไผ่ธรรมชาติเหมือนกัน มีส่วนผสมของสารบำรุงที่มีประโยชน์ในเรื่องการควบคุมความมันส่วนเกินและให้รูขุมขนแลดูกระชับ

มาในซองสีดำลายสีชมพูโอรสค่ะ

po 3

ตัวแผ่นมาสก์มาในรูปแบบสีดำ แปะแนบสนิทไปกับผิว

po 4

น้ำมาสก์ของสูตรมาสก์ Clearing จะดูข้นกว่าสูตรสีขาวนิดหน่อยค่ะ

po 5

ค่า pH อยู่ที่ราวๆ 6 ซึ่งใกล้เคียงกับผิวดีค่ะ

po 6

ในด้านของส่วนผสม มาสก์ดำนี้เป็นมาสก์ที่มาในเบสน้ำ มีสารบำรุงตัวหลักอยู่คล้ายกัน คือ มีสารสกัดพืชอยู่ 3 ชนิด ร่วมกับน้ำผึ้ง Manuka ที่ทางแบรนด์เรียกว่า Skin rest complex ค่ะ

ประกอบด้วย สารสกัดจาก Rheum undulatum (Rhubarb), Phaseolus radiatus (ถั่วเขียว) และ parsley ค่ะ ซึ่งดูแลเสริมกันและกัน

 

นอกจาก Skin rest complex แล้วก็จะเสริมสารบำรุงอื่นๆตามสูตร

วันนี้ขอยกเอา Skin hue clearing black mask มาเป็นตัวแทนในการวิเคราะห์ส่วนผสมนะคะ

ส่วนผสมเป็นดังนี้

สผส po black

จากส่วนผสมมี่ทำสีของสารบำรุงไว้ด้วยสีฟ้า และ ชมพู นะคะ

  • สารบำรุงสีฟ้า จะเป็น Hyaluron ที่ทางแบรนด์เลือกมาสองขนาด มีประโยชน์ในการเติมน้ำให้กับผิว ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น
  • สารบำรุงสีชมพู ได้แก่
    • สูตรผสม Skin rest complex ของทางแบรนด์ ซึ่งมีประโยชน์ในภาพรวมเชิง Soothing effect ให้ความรู้สึกสบายผิว เพิ่มความชุ่มชื้น และลดความรู้สึกระคายเคือง
    • สารสกัดจากพืชอื่นๆอีก 7 ชนิด ซึ่งทางแบรนด์เคลมเรื่องดูแลผิว 7 ประการ เราลองมาดูกันนะคะ
  1. สารสกัดจาก Scutellaria ตัวนี้มีรายงานว่าประกอบด้วยสารฟลาโวนอยด์ Baicalin กับ wogonin ที่ให้ผลลดการอักเสบในผิว ปกป้องไม่ให้รังสี UV ทำลายคอลลาเจนในผิว โดยไปมีผลยับยั้งไม่ให้เอนไซม์ MMP เพิ่มจำนวนขึ้น (Eur J Pharmacol. 2011; 661(1-3):124-32.)
  2. สารสกัดจาก Polygonum (Japanese knotweed) มีรายงานว่าสารสกัดจากรากต้นนี้มีคุณสมบัติในเชิงการลดการอักเสบระคายเคือง (Evid Based Complement Alternat Med. 2013;2013:208349.)
  3. สารสกัดจากคาโมมายล์ ลดการอักเสบระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายผิว หรือ Soothing
  4. สารสกัดจากบัวบก มีประโยชน์กับผิวหลายอย่าง หลักๆจะไปในเชิงด้านของริ้วรอย
  5. สารสกัดจากชาเขียว เป็น antioxidant ชั้นดี และยังมีประโยชน์ในเชิงการกระชับรูขุมขน
  6. สารสกัดจากโรสแมรี่ เป็น antioxidant และมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อบางชนิด
  7. สารสกัดจากชะเอม มีประโยชน์ในเชิงการลดการอักเสบระคายเคือง และ Whitening

 

ในส่วนของเบสมาในเบสแบบน้ำ ที่ไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

ในภาพรวมถือเป็นมาสก์ที่มีความน่าสนใจ ด้วยส่วนผสมของสารสกัดจากพืชทั้ง 7 ชนิด ร่วมกับ Skin rest complex ของทางแบรนด์ และ Hyaluron 2 ขนาด ที่ให้ประโยชน์ไปในเชิงด้าน Moisturizing, Soothing รวมไปถึงการชะลอวัย ป้องกันริ้วรอย กระชับรูขุมขน ลดการอักเสบระคายเคือง และอาจจะได้ประโยชน์ไปถึงด้าน Whitening เลยทีเดียว

ให้คะแนน

  1. สารบำรุง จากที่ได้กล่าวไปว่ามีส่วนผสมของสารบำรุงหลายชนิด ที่ทำงานเสริมกันในการให้ประโยชน์ไปในเชิง Moisturizing, Soothing ชะลอวัย ป้องกันริ้วรอย กระชับรูขุมขน ลดการอักเสบระคายเคือง และอาจจะได้ประโยชน์ไปถึงด้าน Whitening จุดนี้ถือว่าทำมาได้ค่อนข้างดี ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ เลือกมาได้อย่างดี ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิวอยู่เลย ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ตัวมาสก์มาในเบสแบบน้ำ เวลาแปะจะรู้สึกเย็น ชุ่มชื้น เมื่อดึงมาสก์ออกจะไม่เหนอะหนะ ไม่เหนียว ด้วยความที่แผ่นมาสก์เป็นแผ่นมาสก์ธรรมชาติจากถ่านไม้ไผ่ ตอนใช้ก็แอบคิดว่ามาสก์จะดูดซับความมันไปจากผิว แล้วทำให้ผิวแห้งไหม แต่หลังจากลองใช้มาทั้ง 2 สูตร ทำมาได้ค่อนข้างดีนะคะ แต่ด้วยความที่นางเป็นเบสน้ำ และมี่มีผิวแห้ง หลังลอกมาสก์ซัก 2 – 3 ชั่วโมง อาจจะต้องเสริม Moisturizer ทับอีกชั้นหนึ่งก่อนไปนอนค่ะ แต่ถ้ามาสก์ตอนเช้าจะดีงามมาก นางจะไม่หนักหน้าและยังทำให้หน้านุ่มฟู แต่งหน้าได้เรียบเนียนขึ้น จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์

คะแนน po

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ Ponybrown ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามที่ทางแบรนด์ได้โดยตรงเลยนะคะ

Facebook: PonybrownThailand

https://www.facebook.com/PonyBrownTH/

Instagram: PonybrownTH

 

พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ