Image

[Ingredient spotlight] Aquatide by AS&NH, Japan and Incospharm, Korea

เมื่อช่วงปลายเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา มี่มีโอกาสได้ไปเป็นผู้ดำเนินรายการ และผู้แปลภาษาในงานสัมมนา Look beauty & Look better จัดโดยบริษัท AH&NS ประเทศญี่ปุ่น ร่วมกับบริษัท JR Serve ประเทศไทย ที่ผ่านมาค่ะ

aquatide 1

บนเวทีในภาพนะคะ เรียงจากซ้ายไปขวา คือ คุณ Yuki Kinoshita และ คุณ Atsushi Takeoka ค่ะ

ซึ่งคุณ Takeoka เป็นนักวิจัยทางเทคโนโลยีทางชีวภาพที่ร่วมกับนักวิจัยจากทางเกาหลีพัฒนา Aquatide ตัวนี้ขึ้นมานั่นเองค่ะ ปลื้มมากๆ

ตอนเย็นหลังจากงาน มี่ไปดินเนอร์กับทีมงาน มีโอกาสได้คุยกับ คุณ Takeoka แกบอกว่า ตัว Aquatide นี่คือดีงามมาก ส่วนตัวแกเองก็ใช้เป็น Soothing และเป็น Aftershave สามารถลดการระคายเคืองได้ดีเลยหละ คือแบบน่าสนใจเนาะ

 

ทีนี้กลับมาที่ทางบริษัท AH&NS นะคะ บริษัทนี้มีวัตถุดิบอยู่หลายชิ้นมากค่ะที่น่าสนใจ แล้วก็บ้านเรามีบริษัท JR Serve เป็นตัวแทนจำหน่ายค่ะ

สำหรับส่วนผสมที่มี่หยิบยกมาเล่าให้ฟังในช่วง spotlight วันนี้คือเจ้า Aquatide ค่ะ

ซึ่ง Aquatide มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของทางเกาหลีหลายแบรนด์ เช่น Zeroid, Dermartlogy รวมถึง Logically skin

ขอแนบลิงค์รีวิวเก่าๆ ไว้ตามแนบนะคะ

  • Dermartlogy ageless cream (Improved formula) และ Ampoule ทั้ง 5 สูตร: Click here
  • Logically skin: Click here

 

ส่วน Zeroid มี่เคยใช้อยู่ 1 ชิ้น เป็นตัว Intense cream ค่ะ ถ้ามีโอกาสจะนำมารีวิวให้ได้ชมกันต่อไปนะคะ

 

สำหรับ Aquatide นั้นมีชื่อกลางทางเครื่องสำอาง หรือ INCI name ว่า Hexacarboxymethyl dipeptide-12 

chemical structure

สูตรโครงสร้างของ Aquatide

 

กลไกในการออกฤทธิ์ของ Aquatide

Aquatide นั้นออกฤทธิ์ได้หลายกลไก แต่กลไกหลักคือ การควบคุมกระบวนการ Autophagy ของเซลล์ค่ะ

ว่าแต่อะไรคือ Autophagy?

Autophagy เป็นศัพท์เทคนิคทางชีววิทยา หมายถึง ปฏิกิริยาที่เซลล์ในร่างกายทำลายเซลล์อีกเซลล์หนึ่ง แล้วนำเอาองค์ประกอบภายในเซลล์ที่โดนทำลายไป ไป Recycle สร้างเซลล์ใหม่ออกมาทดแทน เพื่อให้ร่างกายทำหน้าที่ได้อย่างปกติ

autophagy drawing

ที่ผิวหนังพบว่าการ Autophagy ของเซลล์ผิวหนังจะทำให้เซลล์ผิวทำงานได้ดีขึ้น มี Barrier ที่แข็งแรงขึ้น ลดการระเหยของน้ำออกจากผิวได้ดี จึงทำให้ผิวชุ่มชื้นมากขึ้น (ค่า TEWL ลดลง)

โดยทางบริษัทคาดเดากลไกของการเหนี่ยวนำให้เกิด Autophagy นี้ว่าเกิดมาจากการที่สารไปเสริมการทำงานของเอนไซม์ Sirtuin-1 (Sirt-1) ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับความมีอายุยืนของเซลล์ (Longevity) และเอนไซม์นี้ยังไปยับยั้ง mTOR โปรตีนที่ทำให้เกิดความแก่ขึ้นมาค่ะ

sirt-1

(Image from Incospharm)

 

aquatide 2

(Image from Incospharm)

 

ทางบริษัทได้มีการทดสอบทั้งในระดับหลอดทดลอง (In vitro) และในอาสาสมัครอยู่หลายอย่างเหมือนกันนะคะ และมีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ลงในวารสารวิชาการนานาชาติอยู่หลายบทความค่ะ

 

ตัวอย่างการทดสอบของทางบริษัท

1. ช่วยให้ผิวฟื้นฟูความเสียหายได้ไวขึ้น

EFF

(Image from Incospharm)

การศึกษานี้ทำโดยให้อาสาสมัครทาสารละลายที่มี Aquatide 2% เทียบกับ สารละลายเปล่าๆ เป็นเวลา 2 สัปดาห์ พอครบเวลา ก็ใช้เทคนิค Tape stripping ดึงเอาผิวหนังชั้น Stratum corneum ออก แล้ววัดค่า TEWL ที่เปลี่ยนแปลงไปค่ะ

2. ความชุ่มชื้นของผิวเพิ่มขึ้น

ความชุ่มชื้น

(Image from Incospharm)

ใช้การทดสอบแบบเดียวกับในข้อ 1

3. ช่วยให้ Barrier ผิวแข็งแรง และลดความรุนแรงของสิว

ทำการทดสอบโดยให้อาสาสมัครที่มีสิวทาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Aquatide 1% ร่วมกับ salicylic acid 0.5% เป็นเวลา 4 สัปดาห์ ก่อนประเมินอาการด้วยแพทย์ผิวหนัง

พบว่าความรุนแรงของสิวลดลง 65%

acne

(Image from Incospharm)

นอกจากข้อมูลจากทางผู้ผลิตวัตถุดิบแล้ว Aquatide ยังมีงานวิจัยหลายชิ้นรองรับถึงประสิทธิภาพ โดยมี่ขอหยิบยกเอางานที่น่าสนใจมาเล่าให้ฟังค่ะ

  • งานวิจัยของ Lim และ คณะ (2019) ได้ทดสอบประสิทธิภาพของ Aquatide ทั้งในระดับของหลอดทดลอง และในอาสาสมัคร พบว่า Aquatide มีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ ปกป้องเซลล์เพาะเลี้ยงไม่ให้ถูกทำลายจาก Hydrogen peroxide ที่จัดเป็น 1 ใน Reactive oxygen species ที่ร่างกายเราสร้างขึ้นมา และในอาสาสมัคร พบว่าสามารถปกป้ององค์ประกอบของโปรตีนไม่ให้ถูกทำลายด้วยปฏิกิริยาออกซิเดชั่น และ เมื่อทดสอบที่สัปดาห์ที่ 4 และ 8 พบว่าอาสาสมัครมีความยืดหยุ่นของผิวเพิ่มขึ้น (J Cosmet Dermatol 2019 Feb;18(1):197-203.)

ดังนั้นโดยสรุป Aquatide จึงมีประโยชน์ทั้งในด้านของความชุ่มชื้น การชะลอวัย ลดการอักเสบระคายเคือง และ เสริม Barrier ผิวให้มีความแข็งแรงมากขึ้นค่ะ

 

Image

Review/วิเคราะห์ส่วนผสม สเปรย์โทนเนอร์ Aquatide จากแบรนด์ Logically, skin กับ Aquatide Multi-Purpose Toner Mist

สวัสดีค่ะ

วันนี้มี่มีแบรนด์เครื่องสำอางเกาหลีแบรนด์หนึ่งมาเล่าสู่กันฟังค่ะ

แบรนด์ที่มี่หยิบยกมาวันนี้คือแบรนด์ Logically, skin (로지컬리스킨)

logo.jpg

ซึ่งเป็นแบรนด์เครื่องสำอางที่มีคอนเซปท์เรียบง่าย แต่อัดแน่นด้วยส่วนผสมโก้หรู นางน่าจะเป็นแบรนด์ใหม่ ยังออกสินค้ามาไม่มากนัก แต่ตัวหนึ่งที่น่าสนใจคือ น้ำแร่ และเซรั่มที่ผสม Aquatide เปปไทด์ตัวดังที่เป็นวัตถุดิบที่พัฒนาร่วมกันระหว่างญี่ปุ่นและเกาหลี จากบริษัท AH&NS ที่มี่มีโอกาสได้ไปนั่งฟังเขาบรรยายมาด้วยเมื่อปลายเดือน พ.ค. ที่ผ่านมาค่ะ

logicallyskin

(Image from logically, skin)

 

ในงานอบรม มีโทนเนอร์สเปรย์มาวางโชว์ ก็เลยทำให้เราได้รู้จักกับแบรนด์ๆนี้

lo 1

นางมาในแพคเกจดีไซน์แบบเรียบหรู

lo 2

ตัวสเปรย์เนื้อค่อนข้างเบานะคะ หัวสเปรย์ค่อนข้างดี กดแล้วออกมาเป็นละอองเล็กมากๆ แต่เสียดายมี่ไม่ได้ถ่ายมาในวันงาน

เลยขอนำรูปจากบนเว็บของเขามาให้ดูค่ะ

lo 7

(Image from logically, skin)

แบรนด์นี้เขาทำ VDO presentation น่ารักดีนะคะ เลยขอแปะลิงค์ให้ได้ชมกันค่ะ เผื่อใครสนใจ

 

สำหรับส่วนผสมมี่ลองแกะจากที่ข้างกล่องและบนเว็บไซต์ของเขา ได้ความดังนี้ค่ะ

ingredient lo

จากส่วนผสมวันนี้มี่ทำไว้สองสีนะคะ คือ สีน้ำตาล เป็นพระเอกของเรา คือ เจ้า Aquatide ค่ะ ซึ่งวัตถุดิบนี้มีขายในหลายๆความเข้มข้น ทางแบรนด์เลือกใส่ตัว 5000 ppm ที่ความเข้มข้น 3% ถือว่าจัดเต็มมาพอควรเลยหละ

Aquatide หรือ Hexacarboxymethyl dipeptide-12 เป็นวัตถุดิบที่เคยได้รับรางวัลเหรียญทองมาจากงาน in-cosmetics Asia มาค่ะ

นางออกฤทธิ์ผ่านกลไกการเสริมกระบวนการ Autophagy

Autophagy เป็นศัพท์เทคนิคทางชีววิทยา หมายถึง ปฏิกิริยาที่เซลล์ในร่างกายทำลายเซลล์ตัวเอง แล้วนำเอาองค์ประกอบภายในเซลล์ที่โดนทำลายไป ไป Recycle สร้างเซลล์ใหม่ออกมาทดแทน เพื่อให้ร่างกายทำหน้าที่ได้อย่างปกติ

ทางแบรนด์เขาทำน่ารักดี เลยขอเอามาแปะอีกรอบ

lo 5

(Image from logically, skin)

 

สำหรับที่ผิวหนังพบว่าการ Autophagy ของเซลล์ผิวหนังจะทำให้ผิวทำงานได้ดีขึ้น มี Barrier ที่แข็งแรงขึ้น จึงสามารถลดการระเหยของน้ำออกจากผิวได้ดี ผิวชุ่มชื้นมากขึ้น

รวมไปถึงการชะลอความแก่ให้แก่ผิวเราด้วยค่ะ

 

ส่วนสีเขียวเป็นสารบำรุงอื่นๆ ที่หนีไม่พ้นวิตามินยอดฮิต อย่าง Niacinamide ซึ่งมีประโยชน์กับผิวมากมายหลายด้านค่ะ ไม่ว่าจะเป็นในเชิง Whitening, ลดการอักเสบ ชะลอวัย ลดการระคายเคือง และเสริมปราการของผิวให้แข็งแรง

รวมไปถึง Proline ที่เป็นกรดอะมิโน มีประโยชน์ในเชิงด้านชุ่มชื้น กับ Adenosine ที่มีประโยชน์ในเชิงริ้วรอย และสารสกัดจากดอกคามีเลีย และ มัลเบอร์รี่ เดาว่าน่าจะให้ประโยชน์ไปในเชิงด้านชุ่มชื้น กับ Whitening

 

โดยรวมนางมาในเบสน้ำ เสริมมาด้วย Coconut acids ซึ่งตัวนี้มี่ไม่ได้ลงสีไว้นะคะ แต่นางเป็นวัตถุดิบตัวหนึ่งที่น่าสนใจค่ะ ข้อมูลจากผู้ผลิตบริษัท Green angel กล่าวว่า กรดไขมันจากมะพร้าวเป็นกรดไขมันสายไม่ยาวมาก ค่อยๆดูดซึมลงไปและเสริมความชุ่มชื้น ทดแทนไขมันคืนให้ผิว นางเคลมไปถึงเรื่องของชะลอวัย และลดการเกิด จุดด่างดำ Spot ตามอายุ

ส่วนตัวมองว่านางมีประโยชน์ในเชิงชุ่มชื้นนะคะ

 

โดยรวมถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจตัวหนึ่ง เอามาฉีดเป็นสเปรย์น้ำแร่ก็ได้ ฉีดแล้วตบๆเป็น essence ก็ดี ฉีดแล้วเช็ดเป็นโทนเนอร์ก็ยังไหว

 

สำหรับราคาก็ไม่แรงมาก อยู่ที่ 42,000 วอน (ประมาณ 1,260 บาท)

แต่ไม่แน่ใจเรื่องช่องทางการจัดจำหน่ายนะคะ ตอนมี่ไปเกาหลียังไม่ได้มองหาแบรนด์นี้เลยไม่แน่ใจว่าตาม Drug store จะพอมีไหม

 

ใครที่ไม่ชอบ Mist ในแบรนด์นี้มีเซรั่มด้วยนะคะ

lo 4

ส่วนผสมก็คล้ายๆกันค่ะ เพียงแต่ตัวเซรั่ม อัด Aquatide มา 4% และราคาตกอยู่ที่ 52,000 วอน (ประมาณ 1,560 บาท)

 

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถตามไปดูได้ที่ลิงค์ด้านล่างนะคะ

https://logicallyskin.com/category/all/46/

 

Disclaimer/conflict of interests: การรีวิวนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

[Unbox] แกะกล่องรีวิวของชอปจาก koriico.com แหล่งชอปแห่งใหม่ ราคามิตรภาพ ส่งไว แพคดี สายเกาต้องไม่พลาด

สวัสดีค่ะ

สมัยนี้เรียกได้ว่าอยากได้อะไร แค่นั่งหน้าจอ แล้วจิ้มๆคลิ้กๆ ก็ได้ของมาประเคนถึงบ้านแล้วเนอะ

ส่วนตัวมี่เองก็แอบจ้องๆเล็งๆเว็บ koriico.com มาซักพักแล้วค่ะ จนในที่สุดก็มือลั่น สั่งมาจนได้ หลายๆชิ้น ราคาดีกว่า ร้านที่ต้องแบกร่างออกไปหิ้วมาเองด้วยซ้ำ

มาค่ะ Unbox แกะกล่องดูว่าวันนี้มี่ซื้ออะไรมาบ้าง

ub 1

สิ่งที่มี่ซื้อมาได้แก่ …แก่ แก่ แก่

ไม่ ยังไม่แก่ !!

 

ub 2-1

ตัวแรกเป็น มาส์กอุ่นตาลายอัลปาก้า จากแบรนด์ Youthful time ของเกาหลีค่ะ

ub 3

วันไหนทำงานเหนื่อยๆ ไถมือถือนานๆ แปะแล้วนอนมันสบายจริงๆนะ

ต่อมาเป็นแผ่นแปะเจลเย็นสำหรับแปะน่องและฝ่าเท้า เวลายืนนานๆ หรือเดินมากๆ ตัวนี้เวิร์คมาก

จากแบรนด์ Youthful time เหมือนกันค่ะ

ub 4

ตัวต่อมา

เชื่อว่าหลายๆคนต้องเคยเห็น มาส์กหลายๆ Step เราก็จะรู้สึกสนุกไปกับมันด้วยค่ะ

เป็น มาส์ก 3 Step จาก Pyunkang Yul ค่ะ

ub 5

Step แรก นางก็จะเป็น peeling gel ผลัดผิวออกก่อน เพื่อกำจัดขี้ไคล และเศษซากสิ่งสกปรกต่างๆออกไป เผยผิวให้รับอาหารจากมาส์กชีทใน Step ที่สองค่ะ

ปิดท้ายด้วยทาเซรั่มบำรุง Balancing gel ใน Step ที่ 3 ต่อไปค่ะ

กิ๊บเก๋มาก

 

ตัวต่อมาเชื่อว่าหลายๆคนคงเคยเห็นโทนเนอร์สิวตัวดัง Some by Mi ขวดสีเขียวๆแน่ๆ

พอดีเห็นนางมีแผ่นซับสิวด้วย เลยสั่งมาลองดูค่ะ

ub 6

 

Cleansing balm ก็อินเทรนด์นะ เลยลองสั่ง Cleansing balm จากแบรนด์ Heimish ของเกาหลีเหมือนกันมาลองเล่นดูค่ะ

ub 7

 

อันนี้ก็ดังเซรั่ม Proteoglycan ของ Fracora จากญี่ปุ่น แอบเล็งไว้นานมากแล้ว ในที่สุดก็ได้ฤกษ์

ub 8

 

โทนเนอร์น้ำมันม้ากำลังหมด ก็เลยสั่งมา Fill ในกรุ เชื่อไหมว่าอันนี้ได้มาในราคา 306 บาท ถูกกว่าแบกร่างไปสอยอีก ไม่ต้องหิ้วไปฝ่าปลากระป๋องในรถไฟให้หนักมือ

ub 10

ติดใจนางมาก อันนี้ก็ขวดที่ 3 แล้ว

โทนเนอร์น้ำมันม้านี้เป็นของญี่ปุ่น มี่เคยรีวิวไว้แล้วนะคะ

ลิงค์รีวิวโทนเนอร์น้ำมันม้า >>Click<<

ปิดท้ายด้วย Cleansing water ผสมเกลือหิมาลัย จากแบรนด์ Ainterol

ub 9

ตัวนี้ได้มาในราคา 326 บาท

นางเป็นคลีนซิ่งที่เคลมว่าใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติทั้งหมด เลยอยากเอามาลองค่ะ

 

แล้วมี่จะเอาของมาทะยอยๆรีวิวกันในโอกาสต่อไปนะคะ

สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมมาส์กหน้าสูตรเฉพาะทางจากโรงพยาบาลศัลยกรรมชั้นนำในเกาหลี Banobagi vita genic jelly mask

สวัสดีค่ะ

วันนี้มี่หยิบเอามาสค์หน้าที่น่าสนใจจากแบรนด์ Banobagi (บาโนบากิ) มารีวิวให้ได้ชมกันค่ะ

เชื่อว่าหลายๆท่านน่าจะเคยได้ยินเกี่ยวกับชื่อ Banobagi มาแล้วนะคะ Banobagi เป็นโรงพยาบาลศัลยกรรมที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในเกาหลีใต้ค่ะ และทางรพ.เองก็มีเครื่องสำอางออกมากมายหลายชิ้น ซึ่งก็ผ่านการพัฒนาสูตรต่างๆมาโดยทีมแพทย์ผิวหนังของรพ.นั่นเอง

เมื่อตอนมี่ไปชมงาน Cosmaprof ที่ฮ่องกงเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ก็เจอทางรพ.มาออกบูธ โชว์สินค้าด้วยค่ะ

cosma 27

ลองเดินๆเข้าไปชมในบูธ ก็มีสกินแคร์น่าสนใจมากมายหลายรายการเหมือนกันค่ะ

ตอนนี้มีบริษัทในบ้านเรานำเอาสินค้าของแบรนด์ Banobagi มาจำหน่ายใน Watsons แบบถูกต้องตามกฎหมายแล้วนะคะ เรียกได้ว่าไม่ต้องหิ้วไม่ต้องพรี ไม่ต้องเสี่ยงของก๊อป ของเลียนแบบกันอีกต่อไป

ผลิตภัณฑ์ที่มี่จะนำมารีวิวในวันนี้มีชื่อว่า Banobagi Vita Genic Jelly Mask นั่นเองค่ะ ซึ่งเป็นมาสค์ชีทที่มีจุดเด่นอยู่ที่การใช้วิตามินรวมเก็บกักให้อยู่ในรูปแบบของ “ถุงไลโปโซม” เพื่อเสริมความคงตัวและการดูดซึมเข้าสู่ผิวนั่นเองค่ะ และมีเนื้อเซรั่มในรูปแบบของ Jelly จึงทำให้แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ นอกจากนี้ยังไม่มีสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองผิว 11 ชนิดและไม่มีน้ำหอม ตามมาตรฐานของ EWG Green Class จาก USA (ซึ่ง EWG จัดตั้งขึ้นเพื่อปกป้องสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม โดยได้จัดทำเว็บไซต์ Skindeep เพื่อเก็บข้อมูลเกี่ยวกับสารเคมีที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพหรือสารเคมีที่ควรเฝ้าระวังว่าอาจจะก่อให้เกิดอันตราย) เหมาะกับทุกสภาพผิว แม้ผิวบอบบางแพ้ง่าย

ตัวมาสค์ Vita genic jelly mask มีด้วยกันทั้งหมด 4 สูตร นะคะ

ba 1.jpg

  • สูตรสีเขียว Relaxing เพื่อความชุ่มชื้นและความสบายผิว ด้วยสารสกัดจาก Aloe vera และสารบำรุงผิวอื่นๆ
  • สูตรสีน้ำเงิน Hydrating เพื่อความชุ่มชื้นและความมีชีวิตชีวา ด้วยน้ำแร่จากเกาะเจจู และสารบำรุงผิวอื่นๆ
  • สูตรสีแดง Lifting เพื่อความกระชับและยืดหยุ่นของผิว ด้วยสารสกัดแคคตัสจากเกาะเจจู และสารบำรุงผิวอื่นๆ
  • สูตรสีเหลือง Whitening เพื่อความกระจ่างใส ด้วยส่วนผสมของสารสกัดจากส้มฮัลลาบองจากเกาะเจจู และสารบำรุงผิวอื่นๆ

 

เนื่องจากส่วนผสมของตัวเนื้อมาสค์ และสารบำรุงจะคล้ายๆกัน แต่จะแตกต่างกันไปตามสารบำรุงหลักของแต่ละสูตร

วันนี้มี่เลยขอหยิบเอาสูตรสีเหลืองที่ชอบที่สุดมาวิเคราะห์ส่วนผสมให้ได้ชมกันนะคะ

ขอแปะรูปแบบชัดๆอีกรูปหนึ่งค่ะ

ba 2

ตัวซองมาสค์ทำมาแบบเก๋ไก๋ในทรงมากกว่าครึ่งวงกลมนิดหน่อย เกือบเต็มวงกลมละอีกนิดนึง

หน้าซองเป็นรูปแคปซูลสีต่างๆ อย่างสูตรนี้ นางก็เป็นแคปซูลสีเหลือง แสดงถึงวิตามินซีจากส้มฮัลลาบองนั่นเองค่ะ

 

ตามชื่อของผลิตภัณฑ์ Jelly mask น้ำมาสค์เป็นแบบเจล ซึ่งค่อนข้างข้นนะคะ สมชื่อ Jelly

ba 3

ข้นเหมือนเจลบำรุงผิวเลย ถ้าเอาเนื้อเจลแบบนี้มาให้ดูแล้วบอกว่าเป็น Sleeping Mask ก็เชื่อเลยล่ะค่ะ

 

ค่า pH ของน้ำมาสค์อยู่ที่ ราวๆ 5 – 6 นะคะ ถือว่าใกล้เคียงกับผิวดี

ba 4

แผ่นมาสค์ไม่หนาไม่บางจนเกินไป กำลังดีเลยค่ะ

นุ่ม เรียบ ละเอียด และแนบสนิทไปกับผิว

ba 5

ซึ่งทางแบรนด์เคลมว่าเป็น Cotton ธรรมชาติ 100% จึงอ่อนโยนและปราศจากสารตกค้างจากการผลิตค่ะ

 

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

สผส bano

จากส่วนผสมวันนี้มี่ทำสีไว้ 2 สีนะคะ

  • สีชมพู เป็นกลุ่มของวิตามินทั้ง 9 ชนิด ได้แก่ วิตามินเอ บี 1 2 3 5 7 9 ซี และ อี เรียกได้ว่าขนกันมาเยอะมาก เรียกได้ว่า บำรุงผิวได้ครบจบทุกปัญหาเลยทีเดียว ทางแบรนด์เคลมว่าวิตามินเหล่านี้เก็บไว้ในระบบนำส่งแบบไลโปโซม เพื่อเพิ่มความคงตัวและการนำส่งวิตามินให้ผิว
  • สีฟ้า เป็นกลุ่มของสารบำรุงอื่นๆ ได้แก่
    • สารสกัดจากส้มฮัลลาบอง ซึ่งเป็นส้มสายพันธุ์พิเศษของเกาะเจจู มีส่วนผสมของสารพฤกษเคมีจากธรรมชาติหลายชนิด และวิตามินมากมาย ทางแบรนด์ได้เคลมว่า มีคุณสมบัติในเชิงด้าน Whitening และเป็น antioxidant ชะลอวัย
    • น้ำตาล Trehalose เป็นน้ำตาลชนิดพิเศษ มีประโยชน์ในเชิงความชุ่มชื้น
    • Adenosine มีประโยชน์ในเชิงด้านของการชะลอวัย ลดเลือนริ้วรอย
    • Carnitine HCl เป็นกรดอะมิโนชนิดพิเศษ เกี่ยวข้องกับการสร้างพลังงานของผิว มีคุณสมบัติเป็น Moisturizer โดยการดึงน้ำเข้าหาตัว มีงานวิจัยกล่าวว่าการทา L-carnitine จะมีผลไปกระตุ้นให้เกิดกระบวนการ เผาผลาญไขมันในเซลล์ Sebocyte ที่ต่อมน้ำมัน มีประโยชน์ในเชิงด้านการควบคุมความมันของผิวหนัง (J Cosmet Dermatol. 2012; 11(1):30-6.)
    • Sodium hyaluronate มีประโยชน์ในการเพิ่มความชุ่มชื้น
    • Dipotassium glycyrrhizate กับ Allantoin มีคุณสมบัติในการลดการระคายเคืองและให้ความรู้สึกสบายผิว

 

ตัวเบสมาในเบสแบบน้ำ ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน และซิลิโคน

ที่สำคัญยังปราศจากสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว รวมถึงไม่มีน้ำหอมด้วย ดังนั้นผิวแพ้ง่ายก็น่าจะสามารถใช้ได้

 

มาให้คะแนนกันดีกว่านะคะ

  1. สารบำรุง ถ้ามองตามทฤษฎีการใส่วิตามินเหล่านี้ลงไปในเครื่องสำอางก็ให้คุณสมบัติในการบำรุงผิวได้ค่อนข้างครบแล้ว แต่นอกจากวิตามิน ในตัวมาสค์ก็ยังเสริมสารบำรุงอื่นๆลงมาอีก ตัวมาสค์สูตรนี้จึงเด่นไปในเชิง Whitening กับการชะลอวัย นอกจากนี้ก็ยังได้ประโยชน์เรื่องของความมัน การอักเสบ และสิวได้จากกลุ่มของวิตามิน ตัวสารบำรุงถ้ามองจากลำดับ อาจจะดูเหมือนใส่มาน้อยไปหน่อย แต่จริงๆ ความเข้มข้นที่ให้ประโยชน์ (Effective concentration) ของวิตามินมันไม่ได้เยอะมากอยู่แล้ว และส่วนตัวก็ไม่เคยหักคะแนนเรื่องลำดับส่วนผสมใครมาก่อน เพื่อความแฟร์ๆ ก็จัดไป 5 ฟลาสก์
  2. เนื้อหลัก และ ส่วนผสมอื่นๆ เป็นมาสค์ในเบสแบบน้ำ ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน แอลกอฮอล์ และซิลิโคน และสารอื่นที่ใช้ก็ล้วนแต่เป็นมิตรกับผิว จุดนี้เลยไม่มี่ที่ให้หักคะแนน รับไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบเนื้อมาสค์นะคะ นางมีความชุ่มชื้นแบบ Intense มากเว่อร์ ด้วยความที่นางมาในเนื้อแบบเจล มาสค์เสร็จเราอาจจะรู้สึกหนักๆผิวหน่อย คนที่มีผิวมันอาจจะไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ แต่คนที่มีผิวแห้งน่าจะชอบฟิลลิ่งหลังมาสค์อยู่ค่ะ จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์

 

คะแนน bano

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ Banobagi ด้วยนะคะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

มีจำหน่ายที่ Watsons ทุกสาขาค่ะ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์เลยนะคะ ล่าสุดตอนนี้เห็นจัดโปรลด 50% อยู่ด้วยหล่ะ

FB Fanpage:  Banobagi Thailand – Cosmetic

พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับมาจากทางแบรนด์ Banobagi การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้าและไม่ได้รับค่าตอบแทนในการรีวิว โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม แชมพูมีอิน (Me-In professional) สูตรผสานพลังจากสารสกัดสมุนไพรเกาหลี เพื่อการดูแลเส้นผม

สวัสดีค่ะ

เมื่อช่วงราวๆเดือนก่อน มี่ไปได้แชมพูเกาหลีจากแบรนด์ มีอิน (Me-In Professional) มาลองใช้ ซึ่งเป็น ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่น่าสนใจมากเลยทีเดียวนะคะ

แบรนด์ Me-In เป็นผลิตภัณฑ์นำเข้าจากเกาหลี ซึ่งช่วงก่อนมี่ได้มารีวิวมาสค์ชีทของเค้าไปนะคะ (ถ้าใครสนใจ หรือไม่ทันได้อ่าน กลับไปตามอ่านได้ที่ลิงค์นี้นะคะ >>Click<<)

 

แชมพูของแบรนด์ Me-In ทำมาด้วยกัน 3 สูตร สำหรับ 3 ปัญหาผม

หน้าตาเป็นแบบนี้นะคะ

me 1

เริ่มกันที่…

สีฟ้า สูตร Scalp care & Soothing สำหรับบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะที่มีปัญหาผมร่วง คัน ระคายเคือง โดดเด่นด้วยส่วนผสมจาก พลูคาว ดอกบัว และสารสกัดจากสมุนไพรเกาหลีอีก 10 กว่าชนิด ดูแลปัญหาหนังศีรษะได้อย่างลงตัว

me 4

สีชมพู สูตร Repair สำหรับฟื้นฟูปัญหาผมแห้งเสียจากการทำสีดัดยืด โดดเด่นด้วยส่วนผสมจากดอก ดงแบค คาโมมายล์ น้ำมันทานตะวันและลาเวนเดอร์ ร่วมกับ สารสกัดจากสมุนไพรเกาหลีอีก 10 กว่าชนิด ช่วยฟื้นฟูสภาพผมที่แห้งเสียให้กลับมาสุขภาพดี

me 2

สีเหลือง สูตร Volume & Shiny เพื่อเพิ่มวอลลุ่มให้ผมที่ลีบแบนกลับมาดูหนานุ่ม โดดเด่นด้วยส่วนผสมจาก คอลลาเจน โรสแมรี่ ลาเวนเดอร์ และน้ำมันจากโจโจบา ร่วมกับ สารสกัดจากสมุนไพรเกาหลีอีก 10 กว่าชนิด ช่วยคืนวอลลุ่มและความเงางามให้แก่เส้นผม

me 3

วันนี้มี่ขอหยิบยกเอาสูตร Repair สีชมพูมารีวิวให้ได้ชมกันนะคะ

สูตรสีชมพูนี้ได้รับรางวัล Cleo Beauty Hall of Fame the Best Shampoo 2018 ด้วยนะเธอ

 

เนื้อแชมพูเป็นแบบน้ำนมค่ะ กลิ่นหอมหวานในแนวของดอกไม้

me 5

มีฟองที่เล็กละเอียด ตีฟองขึ้นง่ายค่ะ หลังสระผมเสร็จ ผมนุ่มลื่นขึ้น หวีง่าย ไม่พันกัน

 

 

ค่า pH หลังละลายน้ำอยู่ที่ ราวๆ 6 นะคะ

ซึ่งในจุดนี้ถือว่าทำมาได้ค่อนข้างดี เพราะแชมพูส่วนใหญ่จะมีค่า pH ค่อนไปทางด่างหน่อยๆ

me 6

ส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

สผส mein สีชมพู

ส่วนผสมวันนี้มี่ทำไว้หลายสีอยู่เหมือนกันค่ะ

กลุ่มของสีฟ้า จะเป็นสารทำความสะอาด มีด้วยกัน 3 ตัวหลักๆ คือ

  • Sodium laureth sulfate หรือ SLES เป็นสารทำความสะอาดประจุลบ ให้ฟองที่ดี
  • Cocamide MEA ทำหน้าที่ช่วยเสริมปริมาณฟอง และเพิ่มความหนืดให้เนื้อแชมพู
  • Cocamidopropyl betaine เป็นสารทำความสะอาดชนิดสองประจุ มีความอ่อนโยน ช่วยเสริมความอ่อนโยนให้แก่เนื้อแชมพู

กลุ่มสีเขียว เป็นสาร Polymer ที่มีประจุบวก ทำหน้าที่ช่วยปรับสภาพเส้นผมในนุ่ม เงางาม หวีง่าย ไม่พันกัน

สีน้ำเงิน เป็นน้ำมันจากพืชธรรมชาติ อย่าง น้ำมันสกัดจากดอกคามีเลีย หรือ ดงแบค และ น้ำมันทานตะวัน ช่วยให้เส้นผมเงางาม ลดการแห้งกรอบของเส้นผมหลังสระ

สีม่วง Zinc pyrithione เป็นสารที่ให้ประโยชน์ในการขจัดรังแค ลดการคันศีรษะ

สีน้ำตาล เป็นกลุ่มของสารสกัดจากพืชผักสมุนไพรที่พบได้ในเกาหลี มีด้วยกันหลายชนิด เช่น คาโมมายล์ ลาเวนเดอร์ พลูคาว Scutellaria มีประโยชน์หลายประการต่อหนังศีรษะ

เช่น

  • คาโมมายล์ ลดการอักเสบระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายหนังศีรษะ
  • ลาเวนเดอร์ มีคุณสมบัติในการลดการอักเสบระคายเคือง และในทาง Aromatherapy กล่าวว่า ถ้าเป็นรูปแบบของ Lavender oil มีประโยชน์ในการฆ่าเชื้อบางชนิด
  • Saurus chinensis extract หรือ ต้นพลูน้ำ เป็นสมุนไพรในตำรับยาจีน มีรายงานเกี่ยวกับคุณสมบัติในการลดการอักเสบระคายเคือง (Exp Biol Med (Maywood). 2016; 241(4): 396–)
  • Cnidium officinale extract คือสารสกัดจาก Cnidium เป็นสมุนไพรในตำรับยาจีน มีประวัติการใช้เกี่ยวกับการติดเชื้อรา แบคทีเรีย และอาการคัน มีรายงานว่าเป็น Antioxidant ที่ดี (Pharmacogn Mag. 2010; 6(24): 323–330.)
  • Thuja orientalis extract เป็นสารสกัดจากพืชในตระกูลสนชนิดหนึ่ง มีรายงานว่ามีสารสกัดด้วยน้ำร้อนของต้นสนนี้มีคุณสมบัติกระตุ้นผมงอกในหนูทดลอง (BMC Complement Altern Med. 2013; 13: 9.)

 

ซึ่งการมีสารบำรุงเหล่านี้ก็อาจจะได้ประโยชน์ในขั้นตอนการสระผม เพราะเราก็จะมีการตีฟองและนวดที่หนังศีรษะ แต่อาจจะให้ประโยชน์ได้ไม่เท่าพวก Leave on อย่าง Hair tonic หรือ ผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพราะสัมผัสเส้นผมแค่ชั่วคราวเท่านั้น แต่ถ้าเปรียบในรูปแบบแชมพูด้วยกันแล้ว โดยรวมถือว่ามีอิน เป็นแชมพูที่ทำมาได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว

 

ให้คะแนน

วันนี้ขอแบ่งหัวข้อในการให้คะแนนเป็น สารทำความสะอาด ส่วนผสมอื่นๆ และ การใช้งานนะคะ

  1. สารทำความสะอาด ใช้ SLES เป็นสารทำความสะอาดหลัก ซึ่งให้ฟองที่ดี ร่วมกับ Cocamidopropyl betaine เพื่อตัดให้มีความอ่อนโยนมากขึ้น และเสริมด้านปริมาณฟองด้วย Cocamide MEA แต่ในด้านของข้อมูลความระคายเคือง SLES จัดว่ายังมีการระคายเคืองอยู่ในระดับหนึ่ง แม้จะไม่รุนแรงเท่า SLS แต่ก็ขอให้ 4 ฟลาสก์ จุดนี้มี่ใช้ได้ไม่มีปัญหาอะไร เพราะในแชมพูเด็กหลายๆ ตัว ก็ใช้ตัวนี้เช่นกัน และผมก็ไม่แห้งกรอบ
  2. ส่วนผสมอื่นๆ มีการเสริมสารประจุบวกเข้ามาเพื่อให้ผมนุ่มสลวย เงางาม และหวีง่าย ร่วมกับสารบำรุงที่เป็นสารสกัดพืชหลายชนิด ให้ประโยชน์โดยรวมไปในเชิงด้านการลดการอักเสบระคายเคือง และให้ความรู้สึกสบายหนังศีรษะ และมี Zinc pyrithione ที่ดูแลเรื่องรังแคและอาการคันได้ แต่ถึงไม่มีรังแคก็สามารถใช้สารนี้ได้ จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน เริ่มจากเรื่องเนื้อแชมพู เรื่องกลิ่น และปริมาณฟอง มี่ว่าแชมพูสูตรนี้เค้าทำมาได้อย่างลงตัวในจุดนี้นะคะ ส่วนการใช้งาน สามารถสระง่าย ตีฟองขึ้นง่าย ล้างออกง่าย ไม่ทำให้ผมแห้งกรอบ หรือ พันกัน ไม่เหนียว ไม่จับกันเป็นลิ่ม และผมไม่มัน ไม่เยิ้มไว โดยรวมถือว่าค่อนข้างชอบนะคะ ให้ไป 5 ฟลาสก์

คะแนน me

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์มีอิน (MeIn) ด้วยนะคะที่ส่งสินค้าดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ทาง Facebook Fanpage ของแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/MeIn-170073223703243/

พบกันใหม่ในโอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับมาจากทางแบรนด์มีอิน (Me-In Professional) การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมส่วนผสม มาสค์หน้าสูตรเข้มข้นด้วย Super serum ซองสีทอง กับ Skindom super serum mask ภาคสอง สูตร 06 – 09

สวัสดีค่ะ

วันนี้มี่มาอัพเดทมาสค์สูตรใหม่ล่าสุด ในไลน์ Super serum mask ในรุ่นซองสีทอง จาก Skindom ให้ได้ชมกันนะคะ

จากตอนที่แล้วมี่ได้มาเล่าให้ฟังว่า Skindom ได้ออกมาสค์ Super serum mask ซองสีทองออกมา 5 สูตร คือ สูตร 01 – 05 ตามลิงค์นี้นะคะ (>>>Click<<<)

ตอนนี้ทางแบรนด์ปล่อยสูตร 06 – 09 ออกมาอีก 4 สูตรค่ะ เรียกได้ว่า 4 สูตรใหม่นี้มีความน่าสนใจไม่แพ้พี่ๆน้องๆเลยทีเดียว

หน้าตา 4 สูตรใหม่เป็นดังนี้ค่ะ

mask 2

แต่ละสูตรมีจุดเด่นดังนี้นะคะ

  • สูตร 06 Lifting + Whitening กระชับหน้าผิวดีมีออร่า ด้วยส่วนผสมของ Q10 และ Mulberry
  • สูตร 07 ขาวใสดับเบิ้ลคูณสอง ด้วยส่วนผสมของวิตามินบี 3 และ Gold beer
  • สูตร 08 Lifting + Whitening ผิวดูเด็กเปล่งประกาย ด้วยส่วนผสมของสารสกัดจากเซลล์เพาะเลี้ยงขององุ่นและข้าว
  • สูตร 09 Whitening + Lifting ฟื้นฟูผิวเสีย เต่งตึงกระจ่างใสด้วยส่วนผสมของ Red love apple และ น้ำผึ้งป่า

 

ซึ่งมาสค์หน้าในสูตรใหม่นี้ แผ่นมาสค์ยังคงมาในแผ่นบางที่แนบสนิทกับผิวเหมือน 5 สูตรแรกค่ะ

mask

ทางแบรนด์เคลมว่าใช้แผ่น Cotton 100% ที่มีความบางเบาเป็นตัวซับเนื้อมาสค์เอาไว้ค่ะ

 

น้ำมาสค์ข้นคล้ายเจล

tex

pH อยู่ที่ราวๆ 5 ค่ะ ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับผิวดีค่ะ

pH

มี่ขอเลือกสูตรที่ชอบที่สุด คือ สูตร 08 Rice cell + Grape cell มาวิเคราะห์ส่วนผสมในวันนี้นะคะ

ส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

สผส 08

มี่ทำสีของส่วนผสมสารบำรุงไว้เป็นสีฟ้านะคะ

จากส่วนผสมจะมีสารบำรุงหลักๆ เป็น สารสกัดจากเซลล์เพาะเลี้ยงของข้าว และ องุ่น ร่วมกับสารที่มีประโยชน์ในการลดการอักเสบระคายเคืองและให้ความรู้สึกสบายผิว อย่าง Betaine, Biosaccharide gum-1 และ Dipotassium glycyrrhizate ค่ะ

กล่าวถึงสารบำรุงหลักซักนิดนะคะ

  1. สารสกัดจากเซลล์เพาะเลี้ยงของข้าว (Oryza sativa callus culture extract) ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่า สารสกัดจากเซลล์เพาะเลี้ยงของข้าวนี้มีประโยชน์ในการเป็น Antioxidant มีคุณสมบัติในการเป็น Whitening ผ่านการยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase และ มีสารกลุ่ม Ceramide ซึ่งช่วยเสริมสร้าง Barrier ช่วยให้ผิวแข็งแรง
  2. สารสกัดจากเซลล์เพาะเลี้ยงขององุ่น (Vitis vinifera callus culture extract) ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่า สารสกัดจากเซลล์เพาะเลี้ยงของข้าวนี้มีประโยชน์ในการเป็น Antioxidant ชะลอวัยป้องกันริ้วรอย และเสริมการสังเคราะห์คอลลาเจนของผิว

 

มาในตัวเบสที่เป็นเบสแบบน้ำ ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน แอลกอฮอล์ ซิลิโคน น้ำหอม และ สารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

ในภาพรวมจึงถือว่าทำมาได้น่าสนใจค่ะ

มาให้คะแนนกันดีกว่านะคะ วันนี้ส่วนผสมมีไม่มาก เลยขอให้คะแนนเป็น 2 หัวข้อนะคะ

  1. ส่วนผสม ในด้านของสารบำรุงเน้นไปในเชิงการชะลอวัยด้วยสารสกัดจากเซลล์เพาะเลี้ยงของข้าวและองุ่น ร่วมกับสารที่ให้ประโยชน์ในเชิงลดการอักเสบระคายเคือง มีวิตามินบี 3 เสริมมา มาในเบสที่เป็นเบสแบบน้ำ เหมาะกับทุกสภาพผิว และไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยขอให้ 3.5 ฟลาสก์
  2. การใช้งาน สูตรนี้เรื่องของการใช้งานจะคล้ายๆกับสูตรอื่นๆในไลน์ Super serum mask นะคะ ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบน้ำมาสค์ของทั้งสองสูตรที่ว่านะคะ ตอนลงผิวจะรู้สึกเย็น สดชื่น ผ่อนคลาย และหลังแกะมาสค์ออกก็จะรู้สึกนุ่มนวล เด้งๆ ไม่แห้ง ไม่ระคายเคือง ให้ไป 5 ฟลาสก์

 

คะแนน

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ Skindom ด้วยนะคะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมามี่ให้ได้ลองใช้นะคะ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/SkindomThailand/

 

พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Skindom การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้าและไม่ได้รับค่าตอบแทนในการรีวิว โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมมาสก์หน้าน้องใหม่สุดน่ารักจากเกาหลี กับแบรนด์ Ponybrown Plus Skin Hue Face Mask ภาค 2 แผ่นมาสก์จากถ่านไม้ไผ่สีดำ

สวัสดีค่ะ เมื่อวันก่อนมี่ได้หยิบเอามาสก์หน้าสุดน่ารักจากแบรนด์เกาหลีจากแบรนด์ Ponybrown มารีวิวให้ได้ชมกันไปแล้ว วันนี้เลยขอเอามาสก์ในกลุ่ม Black mask มารีวิวให้ได้ชมกันต่อค่ะ

 

สำหรับใครที่พลาดตอนแรกไป สามารถคลิกลิงค์ด้านล่างนี้  เพื่อกลับไปรับชมภาคแรกได้นะคะ

>>Click เพื่ออ่าน Ponybrown ตอนแรก<<

กล่าวถึงแบรนด์ Ponybrown อีกซักรอบนะคะ

Ponybrown เป็นแบรนด์มาสก์สัญชาติเกาหลี ที่พัฒนาขึ้นมาโดยเน้นส่วนผสมที่เป็นธรรมชาติ และมีประสิทธิภาพ ภายใต้สโลแกน Happy skin, Happy life โดยทางแบรนด์ก็มีความใส่ใจในตัวสินค้า และมีการตรวจสอบความปลอดภัยต่อผิวหนัง หรือ Dermatologically tested จากเยอรมัน และ SGS จากยุโรปค่ะ ซึ่งในกลุ่มทดสอบมีทั้งอาสาสมัครที่มีผิวธรรมดา รวมไปถึงผิวแบบ sensitive และ eczema

 

สำหรับสูตร Black mask มาด้วยกัน 2 สูตร ดังนี้ค่ะ

po 1

สูตรแรก คือ Skin Hue clearing black mask ทางแบรนด์เคลมว่าเป็นมาสก์หน้าจากเส้นใยถ่านไม้ไผ่ธรรมชาติ เสริมด้วยสารสกัดจากพืช 7 ชนิด เพื่อดูแลผิว 7 ประการ ได้แก่ ให้ผิวชุ่มชื้น ลดการระคายเคือง แลดูกระจ่างใส ขจัดสิ่งสกปรกและน้ำมันส่วนเกิน ต่อต้านอนุมูลอิสระ ริ้วรอย และการระคายเคือง

หน้าตาเป็นซองสีดำลายสีเขียวมินท์ค่ะ

po 2

ส่วนอีกสูตรเป็นสูตร Sebum control ซึ่งทางแบรนด์เคลมว่าเป็นมาสก์หน้าจากเส้นใยถ่านไม้ไผ่ธรรมชาติเหมือนกัน มีส่วนผสมของสารบำรุงที่มีประโยชน์ในเรื่องการควบคุมความมันส่วนเกินและให้รูขุมขนแลดูกระชับ

มาในซองสีดำลายสีชมพูโอรสค่ะ

po 3

ตัวแผ่นมาสก์มาในรูปแบบสีดำ แปะแนบสนิทไปกับผิว

po 4

น้ำมาสก์ของสูตรมาสก์ Clearing จะดูข้นกว่าสูตรสีขาวนิดหน่อยค่ะ

po 5

ค่า pH อยู่ที่ราวๆ 6 ซึ่งใกล้เคียงกับผิวดีค่ะ

po 6

ในด้านของส่วนผสม มาสก์ดำนี้เป็นมาสก์ที่มาในเบสน้ำ มีสารบำรุงตัวหลักอยู่คล้ายกัน คือ มีสารสกัดพืชอยู่ 3 ชนิด ร่วมกับน้ำผึ้ง Manuka ที่ทางแบรนด์เรียกว่า Skin rest complex ค่ะ

ประกอบด้วย สารสกัดจาก Rheum undulatum (Rhubarb), Phaseolus radiatus (ถั่วเขียว) และ parsley ค่ะ ซึ่งดูแลเสริมกันและกัน

 

นอกจาก Skin rest complex แล้วก็จะเสริมสารบำรุงอื่นๆตามสูตร

วันนี้ขอยกเอา Skin hue clearing black mask มาเป็นตัวแทนในการวิเคราะห์ส่วนผสมนะคะ

ส่วนผสมเป็นดังนี้

สผส po black

จากส่วนผสมมี่ทำสีของสารบำรุงไว้ด้วยสีฟ้า และ ชมพู นะคะ

  • สารบำรุงสีฟ้า จะเป็น Hyaluron ที่ทางแบรนด์เลือกมาสองขนาด มีประโยชน์ในการเติมน้ำให้กับผิว ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น
  • สารบำรุงสีชมพู ได้แก่
    • สูตรผสม Skin rest complex ของทางแบรนด์ ซึ่งมีประโยชน์ในภาพรวมเชิง Soothing effect ให้ความรู้สึกสบายผิว เพิ่มความชุ่มชื้น และลดความรู้สึกระคายเคือง
    • สารสกัดจากพืชอื่นๆอีก 7 ชนิด ซึ่งทางแบรนด์เคลมเรื่องดูแลผิว 7 ประการ เราลองมาดูกันนะคะ
  1. สารสกัดจาก Scutellaria ตัวนี้มีรายงานว่าประกอบด้วยสารฟลาโวนอยด์ Baicalin กับ wogonin ที่ให้ผลลดการอักเสบในผิว ปกป้องไม่ให้รังสี UV ทำลายคอลลาเจนในผิว โดยไปมีผลยับยั้งไม่ให้เอนไซม์ MMP เพิ่มจำนวนขึ้น (Eur J Pharmacol. 2011; 661(1-3):124-32.)
  2. สารสกัดจาก Polygonum (Japanese knotweed) มีรายงานว่าสารสกัดจากรากต้นนี้มีคุณสมบัติในเชิงการลดการอักเสบระคายเคือง (Evid Based Complement Alternat Med. 2013;2013:208349.)
  3. สารสกัดจากคาโมมายล์ ลดการอักเสบระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายผิว หรือ Soothing
  4. สารสกัดจากบัวบก มีประโยชน์กับผิวหลายอย่าง หลักๆจะไปในเชิงด้านของริ้วรอย
  5. สารสกัดจากชาเขียว เป็น antioxidant ชั้นดี และยังมีประโยชน์ในเชิงการกระชับรูขุมขน
  6. สารสกัดจากโรสแมรี่ เป็น antioxidant และมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อบางชนิด
  7. สารสกัดจากชะเอม มีประโยชน์ในเชิงการลดการอักเสบระคายเคือง และ Whitening

 

ในส่วนของเบสมาในเบสแบบน้ำ ที่ไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

ในภาพรวมถือเป็นมาสก์ที่มีความน่าสนใจ ด้วยส่วนผสมของสารสกัดจากพืชทั้ง 7 ชนิด ร่วมกับ Skin rest complex ของทางแบรนด์ และ Hyaluron 2 ขนาด ที่ให้ประโยชน์ไปในเชิงด้าน Moisturizing, Soothing รวมไปถึงการชะลอวัย ป้องกันริ้วรอย กระชับรูขุมขน ลดการอักเสบระคายเคือง และอาจจะได้ประโยชน์ไปถึงด้าน Whitening เลยทีเดียว

ให้คะแนน

  1. สารบำรุง จากที่ได้กล่าวไปว่ามีส่วนผสมของสารบำรุงหลายชนิด ที่ทำงานเสริมกันในการให้ประโยชน์ไปในเชิง Moisturizing, Soothing ชะลอวัย ป้องกันริ้วรอย กระชับรูขุมขน ลดการอักเสบระคายเคือง และอาจจะได้ประโยชน์ไปถึงด้าน Whitening จุดนี้ถือว่าทำมาได้ค่อนข้างดี ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ เลือกมาได้อย่างดี ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิวอยู่เลย ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ตัวมาสก์มาในเบสแบบน้ำ เวลาแปะจะรู้สึกเย็น ชุ่มชื้น เมื่อดึงมาสก์ออกจะไม่เหนอะหนะ ไม่เหนียว ด้วยความที่แผ่นมาสก์เป็นแผ่นมาสก์ธรรมชาติจากถ่านไม้ไผ่ ตอนใช้ก็แอบคิดว่ามาสก์จะดูดซับความมันไปจากผิว แล้วทำให้ผิวแห้งไหม แต่หลังจากลองใช้มาทั้ง 2 สูตร ทำมาได้ค่อนข้างดีนะคะ แต่ด้วยความที่นางเป็นเบสน้ำ และมี่มีผิวแห้ง หลังลอกมาสก์ซัก 2 – 3 ชั่วโมง อาจจะต้องเสริม Moisturizer ทับอีกชั้นหนึ่งก่อนไปนอนค่ะ แต่ถ้ามาสก์ตอนเช้าจะดีงามมาก นางจะไม่หนักหน้าและยังทำให้หน้านุ่มฟู แต่งหน้าได้เรียบเนียนขึ้น จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์

คะแนน po

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ Ponybrown ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามที่ทางแบรนด์ได้โดยตรงเลยนะคะ

Facebook: PonybrownThailand

https://www.facebook.com/PonyBrownTH/

Instagram: PonybrownTH

 

พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมมาสก์หน้าน้องใหม่สุดน่ารักจากเกาหลี กับแบรนด์ Ponybrown Plus Skin Hue Face Mask ตอนที่ 1

สวัสดีค่ะ

วันนี้มี่มีรีวิวมาสก์หน้าสุดน่ารักจากแบรนด์เกาหลีจากแบรนด์ Ponybrown มาฝากกันค่ะ

Ponybrown เป็นแบรนด์มาสก์สัญชาติเกาหลี ที่พัฒนาขึ้นมาโดยเน้นส่วนผสมที่เป็นธรรมชาติ และมีประสิทธิภาพ ภายใต้สโลแกน Happy skin, Happy life โดยทางแบรนด์ก็มีความใส่ใจในตัวสินค้า และมีการตรวจสอบความปลอดภัยต่อผิวหนัง หรือ Dermatologically tested จากเยอรมัน และ SGS จากยุโรปค่ะ ซึ่งในกลุ่มทดสอบมีทั้งอาสาสมัครที่มีผิวธรรมดา รวมไปถึงผิวแบบ sensitive และ eczema

มาสก์หน้าในไลน์ Skin Hue ของ Ponybrown มีด้วยกัน 2 กลุ่ม คือ มาสก์หน้าแบบแผ่นขาว และ มาสก์หน้าแบบแผ่นดำ หรือ Black mask ค่ะ

ซึ่งมี่ขอเริ่มรีวิวจากสูตรแผ่นขาว นะคะ

po 1

ในสูตรแผ่นขาว ทางแบรนด์ทำมาด้วยกัน 4 สูตร ค่ะ ได้แก่

รุ่นซองสีฟ้า สูตร Hydrating ทางแบรนด์เคลมว่าเป็นมาสก์หน้าจากเส้นใยไม้ไผ่ มีประโยชน์ในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ด้วยนวัตกรรมที่ชื่อว่า HydromanilTM ค่ะ

po 4

รุ่นซองสีขาวเขียว สูตร Soothing ทางแบรนด์เคลมว่าเป็นมาสก์หน้าจากเส้นใยไม้ไผ่ มีประโยชน์ในการ Soothing หรือให้ความรู้สึกสบายผิว ด้วยสารสกัดจากพืชหลายชนิด

po 3

รุ่นซองสีเขียวมินท์ สูตร Aquaring ทางแบรนด์เคลมว่าเป็นมาสก์หน้าจากเส้นใยผลไม้ มีประโยชน์ในการเสริมความชุ่มชื้น ตัวนี้มี Ceramide อยู่ด้วยค่ะ

po 5

รุ่นซองสีขาวชมพู สูตร Radiance ทางแบรนด์เคลมว่าเป็นมาสก์หน้าจากเส้นใยผลไม้ มีประโยชน์ในเชิงผิวขาวกระจ่างใสค่ะ

po 2

ที่บนซองจะเห็น Mascot ของแบรนด์ คือ น้อง Mariffe นะคะ น่ารักก็ตรงน้องนี่แหละ

แผ่นมาสก์จะมีความบางเบา และแนบสนิทไปกับผิวค่ะ

po 7

น้ำมาสก์เป็นแบบน้ำใส บางเบา ไม่เหนอะหนะ ไม่เหนียว ไม่ลื่น

po 6

ค่า pH ของสูตร Aquaring อยู่ที่ราวๆ  5 – 6 ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับผิวดี

pH po

ในด้านของส่วนผสมในภาพรวมของทั้ง 4 สูตร เป็นมาสก์ที่มาในเบสน้ำ มีสารบำรุงตัวหลักอยู่คล้ายกัน คือ มีสารสกัดพืชอยู่ 3 ชนิด ร่วมกับน้ำผึ้ง Manuka ที่ทางแบรนด์เรียกว่า Skin rest complex ค่ะ

ประกอบด้วย สารสกัดจาก Rheum undulatum (Rhubarb), Phaseolus radiatus (ถั่วเขียว) และ parsley ค่ะ ซึ่งดูแลเสริมกันและกัน

กล่าวถึงสารสกัดจากถั่วเขียว ถั่วเขียวเป็นพืชหนึ่งที่ทางเกาหลีชอบนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในเครื่องสำอาง เพราะมีโปรตีน กรดอะมิโน ฟลาโวนอยด์หลายๆชนิด ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบบอกว่า สารสกัดจากถั่วเขียวสามารถปรับสภาพผิวให้ผิวนุ่มนวลเนียนและกระจ่างใสค่ะ

 

นอกจาก Skin rest complex แล้วก็จะเสริมสารบำรุงอื่นๆตามสูตรค่ะ

 

วันนี้มี่ขอยกส่วนผสมสูตรที่มี่ชอบที่สุดมาเป็นตัวแทนในการวิเคราะห์ส่วนผสมนะคะ

เป็นสูตร Aquaring ค่ะ

ส่วนผสมเป็นดังนี้

สผส po aqua

จากส่วนผสมมี่ทำสีของสารบำรุงไว้ด้วยสีฟ้า เขียว และ ชมพู นะคะ

  • สารบำรุงสีฟ้า คือ Ceramide NP หรือ Ceramide 3 ที่เป็นส่วนหนึ่งของ Barrier ผิว มีประโยชน์ในการทดแทนไขมันคืนให้ผิว
  • สารบำรุงสีเขียว จะเป็น Hyaluron ที่ทางแบรนด์เลือกมาสองขนาด มีประโยชน์ในการเติมน้ำให้กับผิว ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น
  • สารบำรุงสีชมพู ได้แก่
    • สูตรผสม Skin rest complex ของทางแบรนด์ ซึ่งมีประโยชน์ในภาพรวมเชิง Soothing effect ให้ความรู้สึกสบายผิว เพิ่มความชุ่มชื้น และลดความรู้สึกระคายเคือง
    • Coconut water และ Corn flower water ประกอบด้วยวิตามินและสารอาหารหลายชนิด นอกจากคุณสมบัติในด้านความชุ่มชื้นแล้ว ก็อาจจะมีประโยชน์บำรุงผิวจากวิตามินและสารอาหารอื่นๆ รวมไปถึงด้าน Soothing และ การลดการอักเสบระคายเคือง

 

สารส่วนผสมอื่นๆที่ใส่มาก็เลือกมาได้อย่างดี แม้แต่เจ้า Triethanolamine ที่หลังๆไม่ค่อยดี ทางแบรนด์ก็ไม่ใส่ หันไปใส่ Tromethamine ที่มีราคาแพงกว่าแทน

 

ในภาพรวมถือเป็นมาสก์ที่มีความน่าสนใจ ด้วยส่วนผสมของ Hyaluron 2 ขนาด ร่วมกับ Ceramide และสารบำรุงอื่นๆ ที่เด่นไปในเชิงด้าน Moisturizing และ Soothing

 

ถึงเวลาของคะแนนค่ะ

  1. สารบำรุง ถือว่าเป็นมาสค์ที่ทำมาได้ค่อนข้างดีสำหรับคุณสมบัติในด้าน Moisturizing + Soothing แต่ถ้าลองพิจารณาแล้ว สารบำรุงอาจจะยังน้อยชนิดไปหน่อย อาจจะต้องมีสารบำรุงอื่นๆมาประกอบอยู่ จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ก็ถือว่าเลือกมาได้อย่างดี ไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ตัวมาสก์มาในเบสแบบน้ำ เวลาแปะจะรู้สึกเย็น ชุ่มชื้น เมื่อดึงมาสก์ออกจะไม่เหนอะหนะ ไม่เหนียว แต่ถ้าคนผิวแห้งแบบมี่ หลังลอกมาสก์ซัก 2 – 3 ชั่วโมง อาจจะต้องเสริม Moisturizer ทับอีกชั้นหนึ่ง เพื่อกักเก็บความชื้นจากมาสก์ให้ผิวเรานุ่มฟู จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์

 

คะแนน

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ Ponybrown ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

แล้วเรามาต่อกันกับ Black mask ในภาค 2 นะคะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามที่ทางแบรนด์ได้โดยตรงเลยนะคะ

Facebook: PonybrownThailand

https://www.facebook.com/PonyBrownTH/

Instagram: PonybrownTH

 

พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่มบำรุงผิวตัวดังจากเกาหลี แบรนด์ Scinic กับ Peptide 95 Ampoule และ Propolis 95 Ampoule มาแบบเบิ้ลๆ

เรียกได้ว่าตอนนี้กำลังวอแวอยู่กับ 2สูตร Ampoule ของไซน์นิค เลยอยากมารีวิวให้ได้ชมกันค่ะ

แบรนด์ไซน์นิค (Scinic) เป็นเครื่องสำอางของทางเกาหลี มี่เองก็ใช้ของเขามาหลายชิ้นก็รู้สึกว่าเขาทำมาได้ดีนะคะ

อย่าง Ampoule 2 สูตรที่เข้าไทยมา เป็นสูตร Peptide 95 Ampoule และ Propolis 95 Ampoule ค่ะ หน้าตาประมาณนี้นะคะ

 

am 1

เริ่มกันที่ตัว Peptide 95 Ampoule มาในกล่องสีน้ำตาลค่ะ

pep 3

ด้านในเป็นขวดแก้วสวยงามแบบมีหลอดหยด

pep 4

สูตรนี้ เนื้อเซรั่มมาในเนื้อเจลข้นๆ สีน้ำตาลอ่อน มีกลิ่นหอมสะอาดๆ

pep 1

เกลี่ยได้ง่าย ซึมไว แห้งไว ให้ความฉ่ำวาวนิดๆ ไม่เหนอะหนะ

pep 2

ค่า pH อยู่ที่ราวๆ 5 – 6 ค่ะ ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับผิวดี

pH pep

ส่วนผสมเป็นดังนี้นะคะ

pep ing

ตัวส่วนผสมเปิดมาด้วย Peptide solution (สารละลายของเปปไทด์) ที่ข้างกล่องเขียนว่าเป็นสารละลายเข้มข้น 1 ppm ใส่มาจัดเต็มที่ 95% อันนี้ลองคำนวณดู ก็จะได้เนื้อแท้ของ Acetyl hexapeptide หรือ argireline อยู่ที่ ราวๆ 0.095% ก็ถือว่าอยู่ในช่วงที่ไม่น่าเกลียดนะคะ

ถัดมาก็จะเป็นกลุ่มของวิตามินและสารสกัดจากพืชอีกหลายชนิดที่เสริมทัพกันเพื่อบำรุงผิวได้อย่างลงตัว ดูแลผิวที่มีปัญหา Aging ได้อย่างลงตัว ให้ประโยชน์กับผิวในด้านความชุ่มชื้น ลดการอักเสบระคายเคือง Antioxidant ลดการระคายเคืองให้ความรู้สึกสบายผิว และ Whitening

นอกจากสารสกัดจากพืชและวิตามินแล้ว ก็ยังมีส่วนผสมของน้ำมันจากพืชหลายชนิด เช่น น้ำมันจาก Borage, Almond, Macadamia, ทานตะวัน และ Rapeseed ซึ่งน้ำมันจากพืชเหล่านี้ก็มีประโยชน์ในการคืนไขมันทดแทนให้แก่ผิวเรานั่นเอง

 

 

อีกตัวเป็น Propolis Ampoule นะคะ มาในกล่องสีเหลือง หน้าตาประมาณนี้ค่ะ

prop 3

ด้านในเป็นขวดแก้วสวยหรูแบบมีหลอดหยด

prop 4

เนื้อเป็นเนื้อเจล ออกขุ่นเล็กน้อย มีกลิ่นหอมจางๆออกไปทางเฟรชๆสดชื่น

prop 1

เกลี่ยได้ง่าย รู้สึกหนึบกว่าสูตรสีน้ำตาล แต่ก็ยังแห้งไว ซึมไว ไม่เหนอะหนะ แต่ยังมีความผิวฉ่ำๆสไตล์เกาหลีอย่างที่เห็น

prop 2

ค่า pH อยู่ที่ประมาณ 5 – 6 เช่นกันค่ะ

pH prop

ส่วนผสมเป็นดังนี้นะคะ

prop ing

เปิดส่วนผสมมาด้วย Propolis extract และส่วนผสมอื่นจากผึ้งแบบครบเซ็ต ไม่ว่าจะเป็น Royal jelly และน้ำผึ้ง เติมมาด้วยสารสกัดจากพืชอีกมากมาย ที่ให้ประโยชน์ในการบำรุงผิวได้อย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็น เพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบระคายเคือง Antioxidant กระชับรูขุมขน ลดการระคายเคืองให้ความรู้สึกสบายผิว Whitening ช่วยให้ผิวใสเรียบเนียนรวมไปถึงให้ประโยชน์ในเชิงสิว และที่เนื้อเบสออกขุ่นหน่อยก็เพราะมีน้ำมันจากพืชอยู่อีก 5 ชนิด คือ น้ำมันจาก Borage, Almond, Macadamia, ทานตะวัน และ Rapeseed ซึ่งน้ำมันจากพืชเหล่านี้ก็มีประโยชน์ในการคืนไขมันทดแทนให้แก่ผิวเรานั่นเอง

มี Silicone อยู่บ้างประปรายเพื่อให้สัมผัสนุ่มนวล ลื่นผิว

 

 

 

มาให้คะแนนกันดีกว่านะคะ

ขอหยิบยกเอา Peptide 95 Ampoule มาเป็นตัวแทนในการให้คะแนนนะคะ

  1. สารบำรุง อย่างที่ได้เล่าให้ฟังในช่วงวิเคราะห์ส่วนผสม ว่า ใน ampoule นี้นอกจาก Argireline ที่เป็น peptide ตัวเอกของสินค้าแล้ว ยังมีส่วนผสมของสารบำรุงอีกหลายชนิด ดูแลผิวที่มีปัญหา Aging ได้อย่างลงตัว ให้ประโยชน์กับผิวในด้านความชุ่มชื้น ลดการอักเสบระคายเคือง Antioxidant ลดการระคายเคืองให้ความรู้สึกสบายผิว และช่วยเรื่องผิวกระจ่างใส ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยไม่มีที่ให้หักคะแนน ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบเนื้อของเซรั่มตัวนี้นะคะ ในด้านของสัมผัสระหว่างใช้ การเกลี่ย สัมผัสหลังใช้ ถือว่าทำมาได้ดี คิดว่าน่าจะเหมาะกับทุกสภาพผิว แต่คนที่มีผิวแห้งมากๆแบบมี่ อาจจะต้องเสริม moisturizer ตัวอื่นเข้ามาอีก ทาทับอีกซักชั้น ส่วนเรื่องกลิ่นมี่ค่อนข้างรู้สึกเฉยๆ แต่เอาให้แม่ใช้ แม่กลับชอบ ก็นานาจิตตังนะคะ ส่วนเรื่องประสิทธิภาพในการลดริ้วรอย ตอนนี้มี่ยังไม่ค่อยมีริ้วรอยเลยขอข้ามประเด็นนี้ไป แต่ในด้านของผิวนุ่ม เรียบเนียน และให้สัมผัสเด้งๆ ตัวนี้ถือว่าตอบโจทย์ค่ะ ให้ไป 5 ฟลาสก์

 

คะแนน pep

สุดท้ายนี้ต้องขอบคุณทางแบรนด์ Scinic Thailand ด้วยนะคะที่ส่งสินค้าดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์ Scinic โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/SCINICThailand/

 

พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

 

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Scinic การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้าและไม่ได้รับค่าตอบแทนในการรีวิว โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม DermArtlogy Ageless cream สูตรปรับปรุงใหม่ กับ ampoule ทั้ง 5 สูตร พร้อมแบบสอบถามวิเคราะห์สภาพผิวตาม Baumann skin typing system

สวัสดีค่ะ

วันนี้มี่เอารีวิวครีม Ageless ตัวดังตัวใหม่ สูตรปรับปรุงจากแบรนด์ DermArtlogy มาฝากทุกคนกันค่ะ

DermArtlogy เป็นแบรนด์เวชสำอางน้องใหม่ในเครือของบริษัท Neopharm ประเทศเกาหลี ที่ผลิตครีมชื่อดังอย่าง Atopalm นั่นเองค่ะ

โดยตัว Ageless cream นี้ ก็มีการใช้เทคโนโลยี MLE (Multi-lamella emulsion) แบบแบรนด์ Atopalm ชื่อดังค่ะ

ในสูตรใหม่นี้ ทางแบรนด์เคลมว่า มีการเพิ่มส่วนผสมที่เสริมกระบวนการ Autophagy ของผิว เป็น 2 เท่ากันเลยค่ะ

หน้าตาของ Ageless cream สูตรใหม่เป็นแบบนี้ค่ะ

derm 1

ตัวแพคเกจจะดูหรูหรามากขึ้นกว่าสูตรเก่า เปลี่ยนจากขวดพลาสติก มาเป็นแบบพลาสติกอคริลิก ชนิด airless pump ที่มีความสวยงาม สีม่วงลาเวนเดอร์

ด้านตัวกล่องก็ปรับใหม่ค่ะ มาในความเรียบหรูและสวยงามมากขึ้น

derm 7

ที่ด้านหลังจะมีคำเคลมพร้อมกับส่วนผสมอยู่ค่ะ

derm 9

ก็จะพูดถึงเรื่องของ Aquatide กับ Technology MLE ซึ่งเดี๋ยวมี่มาเล่าให้ฟังอีกทีตอนถึงช่วงวิเคราะห์ส่วนผสมนะคะ

อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจ และทำให้ครีม Ageless เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของสาว(และหนุ่ม)ผิวแพ้ง่ายก็คือเรื่องของการพัฒนาสูตรมาเป็นแบบ 10 non-added formula

derm 10

ซึ่งสารเหล่านี้ก็จะไม่ค่อยเป็นมิตรกับผิวเท่าไหร่ค่ะ

ล่าสุด Phenoxyethanol ที่เขาว่า safeๆ กัน ก็เริ่มเจอว่าทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์บ้างแล้วหล่ะ เรียกได้ว่าทางแบรนด์ก็เกาะกระแสตัดออกไปเป็นรายแรกๆเลย

มาดูตัวครีมกันบ้างนะคะ

เนื้อครีมจะคล้ายๆกับสูตรเดิมค่ะ

derm 2

เกลี่ยง่าย ลื่นๆหน่อย แห้งไว ไม่เหนอะหนะและหนักผิว

derm 3

ค่า pH อยู่ที่ประมาณ 5 – 6 ค่ะ ถือว่าใกล้เคียงกับผิวดี

derm 4

ในด้านของส่วนผสม เป็นดังนี้ค่ะ

สผส ageless ใหม่

ว่าแต่อะไรคือ Autophagy?

Autophagy เป็นศัพท์เทคนิคทางชีววิทยา หมายถึง ปฏิกิริยาที่เซลล์ในร่างกายทำลายเซลล์อีกเซลล์หนึ่ง แล้วนำเอาองค์ประกอบภายในเซลล์ที่โดนทำลายไป ไป Recycle สร้างเซลล์ใหม่ออกมาทดแทน เพื่อให้ร่างกายทำหน้าที่ได้อย่างปกติ

ที่ผิวหนังพบว่าการ Autophagy ของเซลล์ผิวหนังจะทำให้เซลล์ผิวทำงานได้ดีขึ้น มี Barrier ที่แข็งแรงขึ้น จึงสามารถลดการระเหยของน้ำออกจากผิวได้ดี ผิวชุ่มชื้นมากขึ้น (ค่า TEWL ลดลง)

โดยทางแบรนด์เคลมว่าส่วนผสมที่เสริมการเกิด Autophagy นี้ก็คือเจ้า Aquatide กับ Caprylamide MEA ค่ะ

 

ถ้าเราลองดูส่วนผสมจะมีส่วนของสารไขมันทดแทนผิว ร่วมกับ Pseudoceramides เปปไทด์ 1 ชนิด และ hyaluron ค่ะ

โดยสีม่วง จะเป็นกลุ่มของไขมันทดแทนผิวนะคะ

สีเขียว คือ Pseudoceramides ที่เป็นนวัตกรรมสิทธิบัตรของเครือ Neopharm เขา

  • Myristoyl/palmitoyl oxostearamide/arachamide MEA ตัวนี้มีชื่อย่อว่า PC-9S เป็นสิทธิบัตรของทาง Neopharm อิงตามสิทธิบัตรอเมริกา US patent US6221371B1 ของปี 2001 Claim ว่าให้ประโยชน์ในการเหนี่ยวนำให้ผิวสร้างไขมันใหม่ออกมาฟื้นฟู Barrier ผิวที่เสียหาย มีรายงานการวิจัยทดสอบประสิทธิภาพของสารนี้ในหนูทดลอง พบว่า ตัวนี้เมื่อใช้ร่วมกับไขมันชนิดที่มีในผิว (Physiological lipids) สามารถกระตุ้นให้ผิวเรามีการสร้างตัวรับที่มีชื่อว่า PPAR-α ออกมา ซึ่งมีประโยชน์ในการลดการอักเสบของผิว และสามารถต้านผลเสียของสเตียรอยด์ที่ไปทำให้ผิวบาง Barrier ผิวเสื่อม น้ำระเหยออกจากผิวได้มาก การใช้ PC-9S จะช่วยเร่งการฟื้นฟู Barrier ผิวได้ดีขึ้น (Arch Dermatol Res. 2015 Nov;307(9):781-92.)
  • ส่วนผสม Caprylamide MEA กับ Hexacarboxymethyl dipeptide-12 คู่นี้ทางแบรนด์ Claim ว่าเป็นคู่ที่ช่วยส่งเสริมการเกิดกลไก Autophagy ของผิว ซึ่ง Autophagy เป็นกลไกในการซ่อมแซมตนเองของร่างกาย โดยกำจัดชิ้นส่วนที่มีความเสื่อมออกไป เอาชิ้นส่วนไป recycle เพื่อให้เกิดการฟื้นฟูและสร้างชิ้นส่วนหรือองค์ประกอบใหม่ๆขึ้นมาทดแทนส่วนเก่าที่เสื่อมสภาพไป ช่วยให้ผิวกลับคืนสู่สมดุล ลดความเครียด และลดความเสื่อมสภาพของผิว

 

สีฟ้า: Hexacarboxymethyl dipeptide-12 มีชื่อทางการค้าว่า Aquatide ของบริษัท incospharm ประเทศเกาหลีเช่นกัน สารตัวนี้ผู้ผลิตวัตถุดิบเรียกเป็น “Skin vaccine” เป็นวัคซีนผิวที่ทาลงไปแล้วให้ผิวแข็งแรง โดยสารมีคุณสมบัติเพิ่มการทำงานของ Barrier ผิว ลดการระเหยของน้ำออกจากผิว ต่อต้านอนุมูลอิสระ และมลภาวะ ลดการอักเสบ และปรับสมดุลให้แก่ผิว

มีรายงานการวิจัยกล่าวว่า ระบบนำส่งสารรูปแบบ MLE นี้สามารถเพิ่มการนำส่งสารเข้าสู่ผิว และสามารถลดและป้องกันผลเสียของสเตียรอยด์ในการทำให้เกิดอาการผิวบางได้ (Ann Dermatol. 2013 Feb;25(1):5-11.) ผลตรงนี้จึงน่าจะเอามาประมาณการณ์ได้คร่าวๆว่า ผลิตภัณฑ์แบบ MLE น่าจะมีประโยชน์ในการฟื้นฟูผิวที่ผ่านสเตียรอยด์มา

 

Ageless cream นี้ทางแบรนด์ก็จะเอามาใช้ร่วมกับ Ampoule อีก 5 สูตร ซึ่งมี่เคยรีวิวไว้แค่ 4 สูตร วันนี้เลยขอเอามารวบใหม่อีกรอบเลยนะคะ

derm 6

จะเห็นว่า Ampoule มี 5 สูตร  เราจะเลือกใช้อย่างไร ก็ต้องวัดกันจาก Baumann skin typing system ค่ะ

derm 5

อะไรคือ Baumann skin typing system??

Baumann skin typing system

การแบ่งสภาพผิวแบบนี้มีแนวคิดมาจาก คุณหมอ Leslie Baumann แพทย์ผิวหนัง และนักวิจัยระดับโลกที่มีผลงานตีพิมพ์ในวารสารทาง Dermatology มากมาย รวมถึงหนังสือตำราอีกหลายเล่ม

นางคิดว่า สภาพผิวคน แค่ 4 อย่าง คือ Normal, Dry, Oily, Combination เนี่ย ไม่พอหรอก นางเลยจัดสรรการแบ่งสภาพผิวใหม่ โดยแบ่งผิวออกเป็น 16 ชนิด ตามปัจจัย 4 ด้าน

คือ

  1. การสร้างน้ำมันของผิว ถ้าผิวสร้างน้ำมันไม่เพียงพอ จะทำให้ผิวแห้ง จะจัดเป็นสภาพผิว D คือ Dry แต่ถ้าผิวไม่แห้ง จะเป็น O คือ Oily
  2. ความทนทานของผิว คือ ผิวบอบบาง คือ S หรือ Sensitive skin และ ผิวแข็งแรง คือ R หรือ Resistant
    • ผิวบอบบางไม่ได้มีแค่การแพ้อย่างเดียว แต่ผิวบอบบางมีด้วยกันถึง 4 ประเภทค่ะ ได้แก่ ผิวที่เป็นสิวได้ง่าย ผิวที่มีความแดง ผิวที่ระคายเคือง และ ผิวที่เกิดการแพ้ค่ะ (ถ้าสนใจอ่านเรื่อง sensitive skin เพิ่ม สามารถตามไปได้ที่ลิงค์นี้นะคะ >>Click เพื่ออ่านเรื่อง sensitive skin<<)
  3. สีผิว สีผิวสม่ำเสมอ คือ N หรือ Non-pigmented ถ้ามีสีผิวไม่สม่ำเสมอ จะเป็น P หรือ Pigmented
  4. ริ้วรอย ถ้ามีริ้วรอย หรือ มีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เสี่ยงต่อการเกิดริ้วรอย เช่น ทำงานกลางแดด สูบบุหรี่ ชอบอาบแดด จะจัดเป็น W หรือ Wrinkle แต่ถ้าไม่มี หรือ อายุน้อย จะจัดเป็น T คือ Tight

เอาสภาพผิวพวกนี้มาทำเป็นตาราง 4 * 4 ก็จะได้สภาพผิว 16 ชนิดนั่นเองค่ะ

baumann

ทีนี้จะรู้ได้อย่างไรว่าเราจะเป็นผิวแบบไหน ทางแบรนด์เค้าก็มีแบบสอบถามสำหรับตรวจสภาพผิวมาให้ค่ะ มี่เลยขอแปลเป็นไทยให้ทุกท่านทำไปด้วยกันนะคะ ^^

เราจะทำไปด้วยกันทีละข้อเลยนะคะ และเอามาเรียงกันเพื่อเลือก ampoule ตามสภาพผิวค่ะ

q 1q 2q 3q 4

(All questionnaires were translated and adapted from dermArtlogy)

อย่างของมี่ จะเป็นแบบ DSNT นะคะ

  • Step1: D/O – D or O ถ้าผิวแห้งเลือก Ampoule Hydrating ถ้าผิวมันเลือก Ampoule Oil control
  • Step2: S/R – ผิวแดง ระคายเคืองง่ายหรือไม่ ถ้าใช่พิจารณาเพิ่ม Ampoule Calming
  • Step3: P/N – มีปัญหาผิวจุดด่างดา ผิวหมองคล้ำหรือไม่ ถ้าใช่พิจารณาเพิ่ม Whitening Ampoule
  • Step4: W/T – มีปัญหาริ้วรอยหรือผิวหย่อยคล้อยหรือไม่ ถ้าใช่พิจารณาเพิ่ม Revitalizing Ampoule (ถ้าอยากชะลอวัยก็สามารถใช้ Revitalizing ampoule เสริมได้นะคะ)

พอเราได้ Ampoule ตามที่เหมาะกับสภาพผิวที่เราต้องการแล้วก็ให้นำเอา Ampoule มาผสมกับ Ageless cream ในอัตราส่วน 1:1 แล้วทาทั่วใบหน้า เช้า/เย็น โดยใช้แค่อย่างเดียวขั้นตอนเดียวก็พอ เพื่อเป็นการประหยัดเวลา (แต่กลางวันก็อย่าลืมทากันแดดนะคะ)

ลองดูส่วนผสมของ ampoule แต่ละสูตรกันอีกซักรอบนะคะ

สีน้ำเงิน: Hydrating

สผส hydra

ตัวนี้อาศัย Hya เป็นตัวชูโรงหลัก โดยทำหน้าที่ดูดน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นให่ผิว

 

สีเขียวแก่: oil-control

สผส oil

มีส่วนผสมของ Enantia chlorantha bark extract กับ Oleanolic acid สองตัวนี้คือวัตถุดิบ Evermat ของประเทศฝรั่งเศส มีคุณสมบัติควบคุมความมัน กระชับรูขุมขน และให้ผลดีเรื่องสิว โดยไปมีผลยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ 5alpha-reductase ซึ่งเป็นตัวสร้างฮอร์โมนเพศชายชนิด Dihydrotestosterone ที่มีฤทธิ์แรงขึ้น เป็นสาเหตุของสิว ผิวมัน และผมร่วง

นอกจากคู่นี้ก็ยังมี Zinc PCA ที่มีผลควบคุมความมัน และมี Hyaluron กับ กรดอะมิโน arginine ที่ช่วยเติมน้ำให้ผิว

สีเขียวอ่อน: Calming

สผส calm

ตัวนี้อาศัย Madecassoside ที่เป็นสารพฤกษเคมีที่พบในใบบัวบก เป็นตัวชูโรง สารนี้มีคุณสมบัติลดอักเสบ เป็น Anti-oxidant มีผลชะลอวัย กระตุ้น Fibroblast ให้สังเคราะห์ Collagen ได้ดีขึ้น และส่งเสริมกระบวนการสมานผิว ร่วมกับ Zinc gluconate ที่นอกจากจะเป็นสารฆ่าเชื้อ ลดการเกิดสิวแล้วมีประโยชน์หลายๆอย่างกับผิว เช่น ควบคุมความมัน กระชับรูขุมขน และส่งเสริมการสมานผิว

ตัวอื่นๆที่เสริมมาจะเป็น hyaluron และกรดอะมิโน Arginine ที่ช่วยเติมน้ำให้ผิว

สีม่วง: Revitalizing

สผส revi

เป็นสูตรที่อัดแน่นมาด้วย Peptide และสารที่มีประโยชน์ด้านริ้วรอย เช่น

  • sh-oligopeptide-1 เป็น Growth factor ชนิดหนึ่ง ที่มีชื่อว่า EGF มีคุณสมบัติเด่นในการลดริ้วรอย โดยมีรายงานการวิจัยรองรับว่ามีประโยชน์ลดริ้วรอย กระชับรูขุมขนและช่วยปรับ Texture ของผิวให้เรียบเนียนขึ้น (J Drugs Dermatol. 2012;11(5):613-20.)
  • Palmitoyl pentapeptide-4 มีชื่อทางการค้าว่า Matrixyl ออกฤทธิ์กระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจน อิลาสติน และ Glycosaminoglycan ในผิว ตัวนี้มีงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการรองรับถึงประสิทธิภาพ (Int J Cosmet Sci. 2005;27(3):155-60)
  • Adenosine ก็เด่นเรื่องริ้วรอยเช่นกัน
  • Biotinoyl hexapeptide-2 amide เปปไทด์เชิงซ้อนของเกาหลี มีชื่อทางการค้าว่า Biotide ซึ่งเป็น peptide เชิงซ้อนที่จับกับวิตามิน Biotin ผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่าช่วยเพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจน ช่วยให้ผิวนุ่มฟูโดยมีผลเพิ่มการสะสมไขมันเฉพาะที่ และลดการอักเสบในผิว

นอกจากสารกลุ่ม peptide เหล่านี้แล้วก็เสริมมาด้วย hyaluron และ กรดอะมิโน arginine ที่ช่วยเติมน้ำให้ผิว มีวิตามินอีเป็น Antioxidant และปิดท้ายด้วย Beta-glucan ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น และปรับสมดุลผิวให้แข็งแรง

และสูตรสีน้ำตาล

สผส white

ส่วนผสมจะค่อนข้างเรียบง่าย แต่จัดมาหนัก ในด้าน Whitening นั้น นางอาศัยผลจาก Ascorbic acid หรือ วิตามินซี ร่วมกับ Arbutin เป็นหลัก เสริมมาด้วยกลุ่มของ Antioxidant อย่าง Ferulic acid ที่ได้จากธรรมชาติ และ วิตามินอี

ดูไปก็แอบคลับคล้ายคลับคลาว่า ส่วนผสมของ Ascorbic acid + Ferulic acid + Vitamin E นี่มันก็แอบเสริมฤทธิ์กันอยู่นะคะ

นอกจากนั้นยังเสริมเอา Allantoin กับ Panthenol เข้ามาเพื่อให้คุณสมบัติด้านการลดการอักเสบระคายเคือง และให้ความรู้สึกสบายผิว และมี Arginine เป็นกรดอะมิโนช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว

เบสมาในเบสน้ำ ไม่มีแอลกอฮอล์ และไม่มีส่วนผสมที่ไม่เป็นมิตรกับผิวค่ะ

 

ว่าแล้วก็มาให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ

  1. สารบำรุง: เป็นการเลือกใช้ Ageless cream เป็นตัวเบสหลัก แล้วให้เสริม Ampoule สูตรตามปัญหาผิวที่ต้องการ ในตัวของ Ageless cream ถือว่าทำมาได้ค่อนข้างดี ใช้สวนผสมที่มีนวัตกรรม และสิทธิบัตร รวมถึงมีงานวิจัยรองรับ เน้นไปที่การฟื้นฟู Barrier ผิวให้แข็งแรง ทีนี้พอ Barrier เราแข็งแรง ปัญหาผิวต่างๆก็จะค่อยๆหายไปเอง และการเลือกใช้คู่กับ ampoule จะตอบปัญหาผิวได้ค่อนข้างหลากหลาย การใช้ร่วมกันก็ประหยัดเวลาในการดูแลผิวได้เยอะเลย ตอบโจทย์วิถีชีวิตอันเร่งรีบของคนปัจจุบันค่ะ และด้วยความน่าสนใจ และแปลกใหม่ของเทคโนโลยี Autophagy ที่ได้รับรางวัลโนเบลด้วย จุดนี้คงต้องขอให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน จากช่วงก่อนส่วนตัวมี่จะชอบผสม Ageless cream คู่กับแอมพูลสีม่วง Revitalizing แต่ตอนนี้เราพัฒนาขึ้นค่ะ เราผสม Ageless cream สูตรใหม่กับ แอมพูลสีม่วง และสีน้ำเงินไปพร้อมๆกัน เนื้อสัมผัสของสูตรใหม่ไม่ค่อยต่างกับสูตรเดิมเท่าไหร่ค่ะ สูตรชุดนี้มี่จะเน้นเสริม Hyaluron เข้ามาช่วยเติมน้ำให้ผิวอีกทาง จะเติมแต่น้ำมันก็คงไม่เหมาะ เลยต้องเติมน้ำเข้ามาเสริมด้วย หลังจากใช้สูตรผสมชุดนี้เกือบเดือน สิ่งที่พบเลยก็คือ ผิวจะไม่ลอกเป็นขุย แม้ตอนนี้เชียงรายจะเริ่มหนาวมาก ปากแตกไปแล้ว แต่หน้ายังอยู่ หน้านุ่ม ชุ่มชื้น ฟู และเวลาเราตบๆมันจะมีความเด้งค่ะ เหมือนตบลูกโป่งน้ำ (ตบเบาๆนะคะ เดี๋ยวเจ็บ 55) โดยรวมมี่ก็ยังค่อนข้างชอบนะคะ ป่านนี้นางคงรอขึ้นแท่นลูกรักปีนี้ไปละ เลยขอให้ไป 5 ฟลาสก์

คะแนน

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางเพจ Dermskinstore และทางแบรนด์ DermArtlogy ด้วยนะคะ ที่ส่งสินค้าดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบค่ะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์ DermArtlogy โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/DermArtlogyThailand/

 

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ DermArtlogy การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้าและไม่ได้รับค่าตอบแทนในการรีวิว โปรดใช้วิจารณญาณ