[Review]~Mistine White Spa Snail Pink Whitening lotion

[Review]~Mistine White Spa Snail Pink Whitening lotion

วันนี้มี่มารีวิวโลชั่นหอยทากของมิสทีนให้ชมค่ะ ตัวนี้พึ่งออกมาไม่นานมานี้ ลองใช้ได้ราวๆอาทิตย์กว่าแล้วค่ะ รู้สึกว่าโอเคเลยนะ ส่วนผสมก็อลังการเลอค่า ชนิดถีบเคาน์เตอร์แบรนด์บางอันตกแท่นได้เลยหล่ะ

อยากรู้แล้วใช่ม๊า มาเริ่มกันดีกว่าค่ะ

snail 1-e

ดูเนื้อของนางก่อนเนาะ นางจะมีเนื้อสีขาวๆ หนืดๆ ยืดๆ ปั๊มออกจากขวดยากนิดนึง ตอนทาจะเกลี่ยง่าย แต่ซึมยากนิดนึง ต้องใช้เวลาค่ะ แต่สำหรับคนผิวแห้งนี่คงชอบมากๆเลย เพราะมันชุ่มผิวดี

snail 3-e

พอดูดซึมแล้วจะชุ่มๆอยู่คะ แต่ไม่ถึงกับเหนอะหนะมากมาย

snail 4-e

ส่วนผสมค่ะ (คือมันยาวอ่ะ T^T)

snail 2-e

ส่วนผสมหลักๆของนางก็จะเป็น

* Snail Secretion Filtrate หรือ เมือกหอยทากนั่นเอง มาในลำดับต้นๆก่อนพวกซิลิโคนเลย นี่ก็คือแอบดีใจนะ แต่ ลำดับส่วนผสมเราเชื่ออะไรมันมากไม่ได้จริงๆค่ะ

ประโยชน์ของเมือกหอยทากที่มีการศึกษาแล้วก็คือ คุณสมบัติเกี่ยวกับเรื่องการลดริ้วรอย และการดูแลผิวที่เกิดริ้วรอยก่อนวัย (เรียกว่า Photoaging) (Ref: Cosmetic Dermatology. 2009; 22(5):250 กับ Journal of drugs in dermatology. 2013; 12(4):456.)

ส่วนคุณสมบัติอื่นๆที่ Claimๆ กัน ยังไม่มีการพิสูจน์ลงในวารสารวิชาการค่ะ

* Camellia japonica seed oil คือ น้ำมันจากเมล็ดชา อุดมไปด้วยกรดไขมันดีๆที่มีคุณสมบัติบำรุงผิวได้ดีค่ะ

* Niacinamide คือ รูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 มีบทบาทหลายๆอย่าง ทั้งในเรื่องการเป็น Whitening ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ ลดการอักเสบ เพิ่มการไหลเวียนเลือด กระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า (Int J Cosmet Sci 2005; 27:255–261)

* Hydrolyzed collagen กับ Sodium hyaluronate เป็นเรื่องความชุ่มชื้นค่ะ

(ทำไมถึงจัด Hydrolyzed collagen เป็นสารให้ความชุ่มชื้นหน่ะหรอ เพราะว่าขนาดมันยังใหญ่ไป เลยซึมเข้าผิวได้น้อยค่ะ)

* Oligopeptide-68 ตัวนี้ มี่ว่าเป็นจุดเด่นที่สุดของขวดนี้เลยหล่ะ สารตัวนี้มีคุณสมบัติเป็นเปปไทด์ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสีผิว โดยออกฤทธิ์ที่ซับซ้อนค่ะ (เกี่ยวกับระบบ Inflammatory และ TGF-Beta) เป็นไวท์เทนนิ่งที่มีกลไกแปลกๆและถือว่าใหม่ ตัวนึงเลยทีเดียว

อันนี้คาดว่าน่าจะใช้ในรูปแบบของ Liposome จากบริษัท Lucas-Meyer เพราะส่วนผสมไปตรงกับ Beta-White ของ Lucas meyer พอดีเป๊ะ (คือ Water (and) Butylene Glycol (and) Hydrogenated Lecithin (and) Sodium Oleate (and) Oligopeptide-68 (and) Disodium EDTA)

— Liposome เป็นชื่อของตัวพาสารเข้าสู่ผิวรูปแบบหนึ่งค่ะ

แต่เราคงคาดหวังอะไรกับ Liposome มากไม่ได้นะคะ เพราะความคงตัวของมันค่อนข้างน้อยค่ะ แต่ก็จะดีกว่าไม่ได้ใช้แหล่ะ

ส่วนสารอื่นๆก็ถือว่าโอเคค่ะ แต่เสียตรงสารกลุ่ม Parabens ตัวนี้เป็นสารกันเสียตัวนึงที่มีรายงานเกี่ยวกับการเพิ่มความเสี่ยงในการก่อมะเร็งค่ะ แม้ว่าจะไม่ชัดเจนก็ตาม แต่หลายๆประเทศก็ต่อต้านกันพอสมควรค่ะ

อีกจุดคือ กลิ่นค่ะ ดูเหมือนจะใส่น้ำหอมมาพอควรเลยหล่ะ ใครแพ้ง่ายๆ ทดสอบการแพ้ก่อนใช้นะคะ

อีกจุดนึงค่ะ หอยทากเป็นโปรตีน สามารถทำให้เกิดการแพ้ได้นะคะ ควรทดสอบการแพ้ก่อนใช้เสมอค่ะ

ให้คะแนนดีกว่าค่ะ

เนื้อสัมผัส ให้ 3.5/5
การดูดซึม ให้ 2.5/5
ส่วนผสม ให้ 5/5
ความพึงพอใจหลังใช้ 1 สัปดาห์ ให้ 4/5

รวม 15/20 ค่ะ

สำหรับวันนี้ก็มีแค่นี้ ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนจบค่ะ

[Beauty Talks] แนะนำ Skincare regimen สำหรับช่วงวัยต่างๆ

[Beauty Talks] แนะนำ Skincare regimen สำหรับช่วงวัยต่างๆ

สกินแค-2

 

มีข้อแนะนำและก็ส่วนผสมที่น่าจับตามองมาฝากกันค่ะ อาจจะปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมนะคะ อิงจากมาตรฐานค่าเฉลี่ยของสภาพผิวคนทั่วไปค่ะ แต่จริงๆแล้วผิวคุณผู้ชายจะมันกว่าคุณผู้หญิง ก็สามารถปรับเปลี่ยนจาก Oil based มาเป็น Water based ได้ค่ะ

การดูแลผิวในแต่ละช่วงอายุ

  1. ช่วงเด็กน้อยอายุ 5-15 ปี เป็นผิวพรรณที่ยังแข็งแรง สารองค์ประกอบต่างๆในผิวมีอยู่อย่างครบถ้วน แต่ในบางบริเวณอาจจะยังเติบโตไม่เต็มที่ ที่สำคัญคือ มอยส์เจอไรเซอร์ กับ Sunscreen ของเด็ก เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวถูกทำร้ายจากแสงแดดและมลภาวะ
  • มอยส์เจอไรเซอร์ชนิดที่เป็น Oil-based เช่น Baby oil โดยให้ทาหลังจากอาบน้ำไม่เกิน 30 นาที เพื่อช่วยให้เก็บกักน้ำได้ดีขึ้น (ทาตัว)
  • Sunscreen มีอยู่หลายๆยี่ห้อที่ทำกันแดดของเด็กออกมา ควรจะเลือกใช้กันแดดที่เหมาะสมกับผิวของเด็ก (ทาตัว)
  • ส่วนผสมที่ควรจับตามองเป็นพิเศษ: ไม่มี
  1. อายุช่วง 15-20 ปี ผิวของวัยรุ่นมักจะมีปัญหาสิว และความมันส่วนเกิน ซึ่งเกิดจาก Hormone ต่างๆค่ะ การดูแลในช่วงนี้จะเน้นไปที่การควบคุมความมัน การผลัดเซลล์ผิว สลับกับการเติมน้ำให้ผิว การดูแลผิวที่ควรทำได้แก่
  • Cleanser อาจจะเป็นโฟมล้างหน้า หรือเจลล้างหน้า ปกติ โฟมล้างหน้ามักจะมีส่วนผสมของน้ำมัน ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้สารทำความสะอาดเอาไขมันออกไปจากผิวมากเกินไป ซึ่งจะทำให้ผิวแห้งและเหี่ยวไวขึ้น แต่ถ้ามีผิวที่มันมากๆ ใช้เจลล้างหน้าจะดีกว่า
  • AHA serum ใช้เพื่อผลัดเซลล์ผิว โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวมัน มีปัญหารูขุมขนกว้าง เพราะพวก AHA เมื่อใช้ต่อเนื่องจะช่วยให้รูขุมขนกระชับขึ้นได้ โดยใช้ AHA ในความเข้มข้นที่ไม่สูงมากนัก เช่น Glycolic acid หรือ Lactic acid 4-8% สัปดาห์ละ 1-3 ครั้ง การใช้ AHA ถี่เกินไปจะทำให้ผิวบาง เสี่ยงต่อการแพ้ง่าย และทำให้แพ้แดดได้ง่ายขึ้น
  • Toner ใช้เช็ดเพื่อควบคุมความมัน กำจัดสิ่งสกปรกที่ตกค้างบนผิว อาจจะเลือกชนิดที่มี Alcohol หรือ ไม่มี Alcohol ก็ได้ ขึ้นกับสภาพผิว
  • Scrub ถ้าอยากจะผลัดเซลล์ผิว วัยนี้สามารถขัดผิวได้ อาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง โดยเลือกสครับที่มีเม็ดขัดไม่หยาบจนเกินไป เช่น สครับจากธัญพืช สครับจากเม็ดบีดส์สังเคราะห์
  • Clay mask ผิวช่วงวัยรุ่นที่มีปัญหาเรื่องความมัน กับสิว การมาสค์หน้าด้วยส่วนผสมของ Clay เช่น Kaolin, Bentonite, Magnesium aluminium silicate จะช่วยคุมความมัน ดูดซับสารพิษและสิ่งสกปรกให้หลุดออกมาได้
  • เจลแต้มสิว อาจจะใช้ยาแต้มสิวโดยปรึกษากับแพทย์ผิวหนัง หรือเภสัชกร ก่อนใช้ยา หรืออาจจะใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางสำหรับแต้มสิวเฉพาะจุดก็ได้
  • Moisturizer เน้นไปที่ Water-based
  • กันแดด: จำเป็นเพื่อชะลอความเสื่อมที่จะเกิดกับผิว
  • ส่วนผสมที่น่าจับตามอง: AHA (Glycolic acid, Lactic acid, Fruit acid), Witch hazel extract, Cucumber extract, BHA (Salicylic acid), LHA (Capryloyl salicylic acid)

 

  1. วัยระหว่าง 20-30 ปี เป็นระยะที่สิวเริ่มลดลง ความมันลดลง ผิวเริ่มมีสร้างตัวช้าลง บางคนจะเริ่มพบปัญหาผิวแห้ง และหยาบกระด้างได้ การดูแลผิววัยนี้จะเริ่มใช้พวก Antioxidant, Moisturizer ที่เน้นเติมน้ำให้ผิว และเติมไขมันให้ผิวในปริมาณเล็กน้อย สำหรับ AHA, Scrub ยังใช้ได้ แต่ควรเว้นช่วงของการใช้ให้ห่างกว่าเดิม
  • Cleanser วัยนี้เริ่มแต่งหน้าแต่งตา ควรหา Cleanser สำหรับลบเครื่องสำอาง ก่อนล้างหน้า สำหรับตัวล้างหน้าอาจจะใช้ในรูปแบบของโฟมล้างหน้า หรือครีมล้างหน้า ซึ่งจะมีส่วนผสมของ Oil ที่เพิ่มขึ้นมา จะได้ไม่ทำให้ผิวแห้งมากกว่าเดิม
  • AHA/Scrub เว้นช่วงห่างของการใช้ให้มากขึ้น อาจจะเป็นสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง
  • ผลิตภัณฑ์เติมน้ำให้ผิว เช่น Mask, Mist สามารถใช้ได้ตามความจำเป็น สำหรับ Mist ควรเลือก Mist ที่ไม่มี Alcohol
  • Toner แนะนำให้เลือกชนิดที่ไม่มี Alcohol และไม่มี AHA
  • Essence/Serum อาจจะใช้หรือไม่ใช้ก็ได้ แล้วแต่สภาพผิว
  • Sunscreen ต้องทาทุกวัน ควรเลือกชนิด Physical sunscreen (Titanium dioxide ± Zinc oxide) จะได้ไม่ต้องมาเติมบ่อยๆระหว่างวัน
  • ส่วนผสมที่น่าจับตามอง: Sodium hyaluronate, Vegetable oil, Vitamin C, E, B3, B5, สารสกัดพืชต่างๆที่เป็น Antioxidants

 

  1. วัย 30-40 ปี วัยนี้จะเริ่มเกิดริ้วรอยได้ง่าย ผิวจะเริ่มแห้งได้มากขึ้น การดูแลผิวในช่วงนี้จะคล้ายกับวัย 20-30 เพียงแต่บางคนที่ผิวแห้งมากๆ อาจจะดื้อต่อ Hyaluronate ทำให้ต้องหันมาหา Moisturizer อื่นๆทดแทน ผลิตภัณฑ์ที่ใช้จะมีความเป็น Oil มากขึ้น จากเดิมที่เน้นแต่การเติมน้ำ ตอนช่วงวัยนี้ต้องหาไขมันทดแทนให้ผิว และอาศัยพวก Antioxidant มาช่วยชะลอความเสื่อมของผิว
  • Cleanser อย่าลืมล้าง Make-up ออกก่อนเสมอ ล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ประเภทโฟมหรือครีม เช่นเดียวกับวัย 20-30 เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวแห้งเกินไป
  • Essence เติมน้ำให้ผิว หลังล้างหน้าเสร็จ ถ้ายังไม่บำรุงผิวเลย อาจจะใช้ Essence ที่มีส่วนผสมของสารเติมน้ำให้ผิว เช่น Hyaluron, Collagen, Aloe vera มาตบเพื่อเติมน้ำที่หายไปจากการล้างก่อน แต่ถ้าล้างหน้าเสร็จแล้วทำ Skincare เลยก็ข้ามขั้นตอนนี้ไปได้
  • Toner เลือกใช้ชนิดที่ไม่มี Alcohol เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวแห้ง
  • AHA/Scrub สัปดาห์ละ ครั้ง
  • Sleeping pack หรือ Mask sheet เพื่อเติมน้ำให้ผิว สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง
  • พิจารณา Serum/Essence น้ำตบต่างๆ เพื่อช่วยชะลอความเสื่อมของผิว
  • Moisturizer เน้นความมันเพิ่มขึ้น เพื่อทดแทนไขผิวหนังที่หายไป มองหาผลิตภัณฑ์ที่มี Ceramide หรือ Vegetable oil เป็นองค์ประกอบ เพื่อเน้นการทดแทนไขมันในผิวหนัง
  • Sunscreen ทาทุกวันเช่นเดิม
  • ส่วนผสมที่น่าจับตามองสำหรับวัย 30-40: Hyaluronate, Vitamin B3-B5-C-E, สารสกัดพืชต่างๆที่เป็น Antioxidants

 

  1. อายุ 41 ปีขึ้นไป ผิวจะเริ่มแห้งมากขึ้นอีก เริ่มมีการเกิดสีผิวไม่สม่ำเสมอ มีริ้วรอย ผลิตภัณฑ์ในช่วงนี้ก็จะคล้ายๆวัย 30-40 เพียงแต่จะเน้นความเป็นมันที่มากขึ้น และเน้นไปที่ส่วนผสมเพื่อการลดริ้วรอย เช่น Peptides ต่างๆ, สารสกัดพืชบางชนิดที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิว
  • Cleanser อย่าลืมล้าง Make-up ออกก่อนเสมอ ล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ประเภทครีม ซึ่งจะมีส่วนผสมของ Oil มากกว่า สำหรับโฟมล้างหน้าส่วนใหญ่ในตลาดมักจะใช้เป็น Soap-based ซึ่งอาจจะทำให้ผิวแห้งมากเกินไปได้
  • Essence เติมน้ำให้ผิว หลังล้างหน้าเสร็จ ก็ให้ทา Essence ก่อนรอบหนึ่ง และตอนถึงขั้นตอน Skincare ก็ใช้อีกทีหนึ่ง อาจจะเอา Essence หยดใส่สำลีแล้วชุบเช็ดหน้าแทนโทนเนอร์เลยก็ได้
  • AHA/Scrub สัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อช่วยลดริ้วรอย และเติมน้ำให้ผิว
  • Sleeping pack หรือ Mask sheet เพื่อเติมน้ำให้ผิว สัปดาห์ละ 2 ครั้งขึ้นไป
  • ควรมองหา Serum/Essence น้ำตบต่างๆ เพื่อช่วยเสริมการสร้างคอลลาเจนมาทดแทนให้กับผิว
  • Moisturizer เน้นความมันเพิ่มขึ้น เพื่อทดแทนไขผิวหนังที่หายไป มองหาผลิตภัณฑ์ที่มี Ceramide หรือ Vegetable oil เป็นองค์ประกอบ เพื่อเน้นการทดแทนไขมันในผิวหนัง
  • Sunscreen ทาทุกวันเช่นเดิม
  • ส่วนผสมที่น่าจับตามองสำหรับวัย 30-40: Ceramide, Linoleic acid, Vegetables oil, Trehalose, Hyaluronate, Vitamin B3-B5-C-E-A, Peptides ต่างๆ, สารสกัดพืชต่างๆที่เป็น Antioxidants และพวกที่ชะลอความเสื่อมโดยไปชะลอการสลายตัวของคอลลาเจน

 

สรุปผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้ตั้งแต่วัยรุ่นจนวัยหลุด

  1. Toner สูตรไม่มี Alcohol
  2. Aloe gel
  3. Mask sheet ชนิดที่เติมน้ำให้ผิว (เช่น แตงกวา ว่านหางจระเข้ Hyaluron, etc.)
  4. กันแดด ห้ามขาด !!
[Beauty Talks]~My Sunscreen evolution diary

[Beauty Talks]~My Sunscreen evolution diary

วันนี้เอา Diary sunscreen มาแชร์ให้ฟังค่ะ

evol-re

ถ้าพูดถึงกันแดดแล้ว ก็มีอยู่ตัวนึง ที่มีติดมาก รักมาก และใช้ไปเยอะมาก (น่าจะเกิน 10 ขวด)

นั่นก็คือ DHC Suncut Q10 light touch ของประเทศญี่ปุ่นค่ะ

ย้อนอดีตไปเมื่อราวๆ 10 ปีก่อน DHC มาตั้งเคาน์เตอร์ในไทย ด้วยเบอร์โทรที่จำง่าย 02-3536-333 (ทุกวันนี้ยังจำได้อยู่เลย)

ก็ได้ไปลองใช้กันแดด Suncut ของเค้า และก็ติดงอมแงมค่ะ แม้ว่าสมัยนั้นจะยังดูส่วนผสมไม่ค่อยเป็นก็เถอะนะ (ยังเรียนปี 3-4 อยู่เลยมั้งคะ)

แล้วทีนี้นางก็เลิกจำหน่ายในไทย

แต่ก่อนนางจะอำลาไทยแลนด์ นางทิ้ง Sayonara sale ไว้ให้ แบบชนิดที่ว่า ลดถล่มทลาย คนลู่กันซื้อ มี่เองก็ตุนไว้เยอะมาก ชนิดที่ว่าพอใช้กันอีก เกือบ 3 ปีเลยทีเดียว

หลังจากนั้นก็ได้ไปโอซาก้า ก็ไปถอยมากับมือตัวเองคะ เป็น Limited edition รุ่นมินนี่เมาส์

ถอยมา 3 ขวด

แล้วหลังจากนั้นก็ฝากเพื่อน ฝากพี่ ฝากน้องที่ไปญี่ปุ่นหิ้วมาให้อยู่หลายครั้ง

และก็เริ่มลองตัวเบสทินท์ ก็โอเคนะ แต่หนักหน้าไปหน่อย ดีค่ะที่มีแค่ขวดเดียว

ตอนนี้ที่ญี่ปุ่นนางเปลี่ยนแพคเกจแล้วค่ะ คาดว่าคงปรับสูตรด้วย

จนกระทั่งได้มาพบกับ Solanoveil ค่ะ

ติดหนึบเลย สีเนื้อ แห้งๆ แมทท์ๆ เหมือนทาเบสไปในตัว

ต่อมาก็ไปเที่ยวเกาหลี เลยไปถอย Tony moly กับ Nature republic มาอีกอย่างละชิ้นสองชิ้น (เพราะมันมีโปร 1+1 กับ โปรลด 50% พอดี คือถ้ามันไม่โปรก็คง Solanoveil ต่อไปค่ะ)

แต่ยังไม่ได้ลองใช้นะคะ รอ Solanoveil หมด จะใช้เป็น Next item ค่ะ

ถ้ามีโอกาสจะเอาส่วนผสมมาวิเคราะห์ให้ชมนะคะ

สำหรับ Solanoveil เคยเขียนแล้ว ติดตามที่ได้ที่ลิงค์ข้างล่างนี้เลยค่ะ

[Review]~Nature Republic Cotton Fresh Deodorant Spray

[Review]~Nature Republic Cotton Fresh Deodorant Spray

วันนี้จะมารีวิวสเปรย์ระงับกลิ่นสูตรน้ำจาก Nature republic นะคะ

nr 1

เค้า Claim ว่าเค้าใช้ Cotton จากอียิปต์ค่ะ เพื่อให้วงแขนเรียบเนียนสวย

จริงๆไปเกาหลีตั้งแต่เดือน มิย แล้ว แต่พึ่งได้ฤกษ์เอามาใช้

ตอนนั้นที่ซื้อไม่ได้อะไรหรอกค่ะ แค่มันมีโปร 1+1 (ซื้อ 1 แถม 1) ก็เลยซื้อมา

แล้วเห็นว่าแถมไม่มีกำหนดด้วยค่ะ


(From: Naturerepublic.com)

ข้างในนางจะเป็นสเปรย์สูตรน้ำค่ะ ค่อนข้างแห้งไว

cotton 3-edit

พอยท์มันอยู่ตรงความใส่ใจในรายละเอียดของผู้ผลิตค่ะ

เค้าเจาะรูที่ฝาไว้ด้วย เพื่อให้ละอองของเหลวที่ติดปากสเปรย์ ระเหยออกมาได้ ไม่อบอวล ไม่ทิ้งคราบในนั้นค่ะ

ซึ่งเป็นอะไรที่ นวัตกรรมมาก และบ้านเราไม่มีค่ะ (หรือมีแต่มี่ไม่รู้ – -*)

ทำไมถึงควรเลือกสเปรย์สูตรน้ำหรอคะ?

เพราะว่า สูตรน้ำจะไม่มีผงแป้ง ที่จะไปเกาะติดเสื้อผ้าละเห็นเป็นคราบขาวที่วงแขนค่ะ

(ส่วนจะเหลืองมั้ย นี่ยังไม่แน่ใจนะคะ พอดีว่าที่ข้างกล่องไม่มีส่วนผสมมาให้ ถ้ามี Aluminium chlorhydrate ก็จะทำให้ผ้าเหลืองได้ค่ะ)

สรุปคือ

กลิ่น 5/5 (กลิ่นที่ชอบพอดี)
ความแห้งไว 5/5
ระงับเหงื่อ 4/5
ดับกลิ่นตัว 4/5

จริงๆ Product Line นี้นางมีหลายตัวนะคะ ตัวที่น่าสนใจอีกสองตัวคือ

เจลล้างจุ๊กกุแร๊ กับ ไวท์เทนนิ่งครีมสำหรับจุ๊กกุแร๊ค่ะ

NM7156-กระ
(From: Naturerepublic.com)

นับว่าเป็นนวัตกรรมอีกเช่นกันค่ะ

จริงๆเคยเห็นสครับด้วยนะ แต่ไม่รู้ว่าคงเลิกผลิตไปแล้วหรือเปล่าตอนนี้ไม่เห็นค่ะ

[Mini Review]~Cathy doll Makeup remover toner & Serum + Foam clenser

[Mini Review]~Cathy doll Makeup remover toner & Serum + Foam clenser

Mini review เป็นบทความวิเคราะห์แบบเบาๆ กรุบกริบของพวกเทสเตอร์ และผลิตภัณฑ์ตัวอย่างต่างๆค่ะ

ช่วงก่อนเดินทางบ่อย แล้วขี้เกียจพกโฟมล้างหน้า เลยไปซื้อโฟมล้างหน้าซองๆ ของ Cathy doll มาจากร้านเครื่องสำอางแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ค่ะ ได้มาในราคาซองละ 4 บาท 1 ซองมี่ใช้ได้อยู่เกือบๆ 6 ครั้งค่ะ

คลีนซิ่ง 1-edit

ตัวที่ใช้ไปแล้วเป็นตัวสีฟ้านะคะ สีชมพูยังไม่ได้ลองใช้

ไม่ได้ถ่ายเนื้อโฟมให้ดูเลยค่ะ เพราะตัวเปียกตอนล้างหน้า

จะเป็นโฟมมีผงขัดไม่หยาบมาก อารมณ์ประหนึ่งสครับ กลิ่นหอมเหมือนแอปเปิลค่ะ ฟองนุ่มละเอียดเล็กมากเหมือนครีม ล้างออกง่าย หมดจดไม่ทิ้งคราบหรือเมือกลื่นๆค่ะ

ส่วนผสมของตัวสีฟ้านะคะ

(อ่านยากนิดนึงนะคะ)

cleans ฟ้า-edit

ตัวนี้สารทำความสะอาดหลักเป็นกลุ่ม Soap ค่ะ ได้จาก Stearic acid + Lauric acid + Myristic acid ทำปฏิกิริยากับ Potassium hydroxide เกิดเป็น Soap ขึ้น

คุณสมบัติของ Soap คือ เป็นสารประจุลบ ทำความสะอาดได้ดีในระดับหนึ่ง เกิดฟองได้ดีค่ะ แต่จะอ่อนโยนกับผิวกว่าพวก Sodium laureth sulfate (คนละตัวกับ Sodium lauryl sulfate นะคะ ไม่งั้นหน้าคงแหก)

เสริมด้วย Cocamidopropyl betaine ที่เป็นสารกลุ่มสองประจุมีความอ่อนโยนกับผิว และ Sodium cocoyl isethionate ที่อ่อนโยนกับผิวเช่นกันค่ะ

มีส่วนของ Walnut shell powder เป็นตัวขัด

มีสารสกัดจาก Witch hazel ให้ผลกระชับรูขุมขน กับ Apple ให้ผลเป็นมอยส์เจอไรเซอร์ กับมี AHA ด้วยค่ะ

ใช้ Dipropylene glycol เป็นสารดึงน้ำให้ผิว

โดยรวมดูแล้วค่อนข้างโอเคเลยค่ะ

ไม่มีพาราเบนค่ะ

ให้คะแนนส่วนผสม 5/5
การใช้งาน 5/5

สำหรับสีชมพู

cleans ชม-edit

ส่วนผสมเรียกได้ว่าเหมือนกับสีฟ้าหยั่งกะลอกกันมา เพียงแต่ว่า

สีชมพูไม่มีวอลนัทที่เป็นสครับ ไม่มี Witch hazel ที่กระชับรูขุมขน แต่เพิ่มสารสกัดจากมะละกอเข้ามาแทนค่ะ อันนี้เข้าใจว่าน่าจะเอามาผลัดผิว เพื่อให้ไวท์ตามคำเคลมค่ะ

ให้คะแนน
ส่วนผสม 5/5

ยังไม่ได้ลองใช้สีชมพูค่ะ ถ้าได้ใช้แล้วเดี๋ยวมาอัพเดทให้ฟังนะคะ

ขอบคุณที่ติดตามค่ะ ^^

First time Beauty shopping in Korea~ June, 2014

First time Beauty shopping in Korea~ June, 2014

จะว่าก็ว่าเถอะ เกาหลีเป็นสวรรค์แห่งเครื่องสำอางเลยก็ว่าได้ค่ะ ด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ รูปแบบผลิตภัณฑ์แปลกๆ สารใหม่ๆ นี่ต้องมาจากเกาหลีเป็นส่วนใหญ่

เมื่อเดือน มิย ที่ผ่านมา มี่ก็ได้ไปเที่ยวเกาหลีมาค่ะ กลับมากระเป๋าเบาเชียวค่ะ เห็นอะไรๆก็อยากได้หมด นี่เสียดายว่าไม่มีแรงขนมา ไม่งั้นคงได้มามากกว่านี้เยอะค่ะ

ประเดิมเลยดีกว่าค่ะ เดี๋ยวตอนท้ายๆจะบอกทริคเล็กๆน้อยๆให้นะคะ 😉

ย่านแรก มยองดง (Myeong-dong)

มีสารพัดร้านเครื่องสำอาง เรียกได้ว่า มีครบทุกแบรนด์เลยมั้ง แต่ราคาอาจจะสูงกว่าบางตลาดนะคะ

Innisfree นี่เป็นแบรนด์ในดวงใจเลยค่ะ
IMG_1485-re

Primera นี่เป็น High brand ค่ะ แต่มี่ไม่ได้ซื้ออะไรมานะคะ
IMG_1486-re

Skin foods ค่ะ ไม่ได้ซื้ออะไรมาเหมือนกัน
IMG_1490-re

ร้านโซนนี้นี่ใช้เวลากับมันนานมากๆค่ะ
IMG_1492-edit

ลาเนจ ก็ไม่ได้ซื้ออะไรมาเหมือนกัน -*-
IMG_1499-re

espoir นี่เค้าว่ากันว่าเป็นผู้นำเทรนด์เมคอัพ แต่มี่ก็ไม่ได้ซื้ออะไรมาเช่นกันค่ะ
IMG_1503-re

Mamonde นี่หมดเงินไปกับ Rose water เลยค่ะ คือเป็นคนบ้ากุหลาบมากๆ
IMG_1504-re

ส่วนอีกย่านเป็นย่านอินซาดงค่ะ ย่านนี้ลดราคากระหน่ำกว่าย่านมยองดงมากๆ ลดแหลกแจกแถมแบบฟินมาก ค่ะ

จุดเด่นของที่นี่คือ ป้ายร้านจะเป็นตัวฮันกึล ค่ะ

insadong

ส่วนย่านที่ไปอีกก็จะมี ทงแดมุน กับ นัมแดมุน ซึ่งของที่นี่ก็ถูกกว่าย่านมยองดงค่ะ

ถ้าไม่รีบ แนะนำว่าให้ไปดูย่านอื่นๆก่อนค่อยกลับมาหาของที่ไม่ได้จากมยองดงนะคะ

อันนี้เป็นความเสียหายค่ะ ใช้ได้ยาวจนแก่ 555

IMG_2370-re

จริงๆบางส่วนก็ส่งต่อให้เด็กๆกับญาติๆกับเพื่อนๆแล้วนะคะ ทุกวันนี้ก็ยังพรีออร์เดอร์อยู่ จะใช้กันทันไหม !!!

[Cosme-Diagnosis] White seed Real whitening lotion จาก TheFaceShop

[Cosme-Diagnosis] White seed Real whitening lotion จาก TheFaceShop

ช่วงต้นเดือนทางเพจ TheFaceShop ได้จัดกิจกรรม Dare to wonder ขึ้นค่ะ มี่ก็ได้เข้าไปร่วมสนุกและเป็นผู้โชคดีได้รับ White seed real whitening lotion มาค่ะ

วันนี้เลยเอามารีวิวเจาะลึกให้ชมค่ะ

container-re

เป็นขวดแก้วทึบ สีขาว ค่อนข้างหนาค่ะ ดูแน่นหนาปลอดภัยแข็งแรง ฝาปั๊มสีขาว กดง่ายสะดวกมือ ไม่เลอะเทอะ ดูสะอาดตามากค่ะ

เนื้อโลชั่นเป็นโลชั่นเนื้อบางเบาสีขาว เกลี่ยง่าย ดูดซึมได้เร็วปานกลาง พอดูดซึมหมดก็แห้งสนิท ไม่เหนอะหนะ สามารถแต่งหน้าทับได้เลยค่ะ

hand2-re

สำหรับความประทับใจในสัมผัส กลิ่น การแผ่กระจายบนผิว การดูดซึม และความนุ่มผิว มี่ขอให้ 5/5 ฟลาสก์ค่ะ เพราะเกลี่ยง่าย เนื้อเนียน กลิ่นหอมดอกไม้ หวานๆ อ่อนๆ ไม่ฉุนจนเกินไป ดูดซึมไวปานกลาง และนุ่มผิวดีค่ะ

ลองวัดค่า pH ดู ได้ค่า pH ประมาณ 5 ค่ะ อยู่ในช่วงใกล้กับผิวเลยค่ะ (ผิวเรามีค่า pH 5-6)

pH-re

ส่วนผสมนะคะ

ingre-re

box-re

มาในคอนเซปท์ 7 Free system ค่ะ

ไม่มีอะไรบ้าง ลองมาดูกันค่ะ

คือ ไม่มีพาราเบน ไม่มี Alcohol Denat. ไม่มี Mineral oil ไม่มีสี ไม่มีวัตถุดิบที่ได้จากสัตว์ ไม่มี Benzophenone และ ไม่มี Triethanolamine ค่ะ

พาราเบนนี่เคยมีรายงานว่าอาจจะไปรบกวนระบบฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายได้ ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเพิ่มขึ้น ทำให้กลุ่มประเทศทาง EU Ban ไปค่ะ

Alcohol Denat. นี่เป็นแอลกอฮอล์ที่ผ่านกรรมวิธีทางเคมีเพื่อกำจัดเอากลิ่นออก เค้ากลัวเรื่องสารเคมีตกค้าง กับกลัวเรื่องความแห้งและความระคายเคืองที่เกิดจากแอลกอฮอล์ค่ะ

Mineral oil เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากอุตสาหกรรมทางปิโตรเคมี ที่อาจจะมีผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม

สัี บางชนิดอาจจะมีผลต่อสุขภาพได้ค่ะ

วัตถุดิบที่ได้จากสัตว์ บางชนิดอาจจะทำให้เกิดการแพ้ และมีเรื่องของประเด็นการทำลายทำร้ายชีวิตสัตว์ด้วย

Benzophenone เป็นสารกรองรังสี UV มักพบในผลิตภัณฑ์เพื่อป้องกันสารในผลิตภัณฑ์ไม่ให้เสียสภาพไปเพราะแสงแดด แค่ว่าพวกนี้ดูดซึมเข้าร่างได้อาจจะเป็นอันตรายได้ค่ะ

และสุดท้าย Triethanolamine เป็นสารปรับ pH ค่ะ มีรายงานว่าสามารถเกิดปฏิกิริยากับสารเคมีบางชนิดและปลดปล่อยพวก Nitroso ออกมาซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งค่ะ

เรามาลองเจาะลึกส่วนผสมกันดีกว่าค่ะ

(ค่อนข้างยาวนะคะ ถ้าเบื่อ ข้ามไปอ่านบทสรุปตอนท้ายได้เลยค่ะ)

ปกติผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแทบทุกชนิดจะประกอบด้วยส่วนหลักๆ 3 ส่วน คือ
1. Active (สารสำคัญ) เป็นส่วนที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติ/ฤทธิ์ทางชีวภาพ
2. Base คือ เนื้อของผลิตภัณฑ์ บางทีอาจเรียกว่า Vehicle
3. Additive คือ สารที่ช่วยเสริมให้ผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัติที่ดี มีความน่าใช้

คุณสมบัติของสารต่างๆแยกตามหน้าที่
1. Actives ได้แก่

– Niacinamide คือ วิตามินบี 3 มีบทบาทหลายๆอย่าง ทั้งในเรื่องการเป็น Whitening ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ ลดการอักเสบ เพิ่มการไหลเวียนเลือด กระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า (Int J Cosmet Sci 2005; 27:255–261)
– Panthenol คือ วิตามินบี 5 มีคุณสมบัติเป็นสารเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว โดยตัวมันเองสามารถซึมเข้าสู่ผิวและดูดน้ำเข้ามาเก็บไว้กับตัวเอง สามารถช่วยเพิ่มความสมบูรณ์ของผิวหนัง ช่วยลดการระเหยของน้ำออกจากผิว รักษาความชุ่มชื้นให้ผิวได้ (J Cosmet Sci. 2011; 62(4):361-70.) นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติอื่นๆ เช่น ลดการอักเสบ เพิ่มการแบ่งตัวของเซลล์ผิว ช่วยเรื่องการสมานแผล และลดริ้วรอย
– Lupinus albus seed extract คือ สารสกัดจาก White lupin ถ้าเป็นการสกัดในน้ำมัน จะมีจำหน่ายในรูปแบบสารสกัดที่ชื่อ Collageneer ของบริษัท Expanscience มีฤทธิ์กระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจน ช่วยเพิ่มความกระชับและความยืดหยุ่นของชั้นผิว (ข้อมูลจากผู้จำหน่ายวัตถุดิบ) แต่ถ้าสกัดด้วยน้ำก็จะมีโปรตีนคุณภาพดี (J. Sci Food Agri, 1987, 41(3), 205-218) และมีคุณสมบัติเป็นสารจับโลหะ ช่วยป้องกันไม่ให้โครงสร้างผิวเสื่อมจากปฏิกิริยาที่ถูกเร่งโดยโลหะ
– Bellis perennis flower extract คือ สารสกัดจาก White Daisy ในฐานข้อมูลงานวิจัยมีการกล่าวถึงคุณสมบัติในการเป็น Antioxidant (Nat Prod Commun. 2010;5(1):147-50.) ส่วนในสิทธิบัตรยุโรประบุว่าสารสกัดจาก Daisy สามารถใช้เป็น Whitening ได้โดยไปยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ Tyrosinase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ใช้สร้างเมลานิน (EP1737538 B1)
– Polyglutamic acid มีบทบาทในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้ค่อนข้างดี
– Hexylresorcinol อนุพันธ์ของ Resorcinol มีรายงานว่าสามารถยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ใช้สร้างเมลานินได้ (Protein J. 2004;23(2):135-41.) การทดสอบเชิงคลินิกชิ้นหนึ่งใช้สารนี้ผสมกับสาร Whitening ตัวอื่นๆในอาสาสมัคร พบว่าผล Whitening effect ดีกว่าครีม Hydroquinone 4% (J Drugs Dermatol. 2013;12(3):s16-20.) ข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่า สารกลุ่มนี้พบในข้าว Rye และ Wheat ให้ผลยับยั้งการสร้างเมลานิน กระตุ้นการสร้าง Glutathione ในผิว จึงให้ผลเสริมกันในการเป็น whitening
– Salix alba bark extract คือ สารสกัดจาก Willow สารสกัดจาก White willow ไม่มีข้อมูลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับผิวหนัง มีรายงานว่าประกอบด้วย Tannin, Lignin ให้ผลกระชับรูขุมขน มี Salicylic acid ที่เป็น BHA ให้ผลละลายไขมันอุดตันในรูขุมขน ลดการอักเสบ และฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
– Chenopodium quinoa seed extract คือ สารสกัดจาก Quinoa เป็นธัญพืชชนิดหนึ่ง มีรายงานการวิจัยระบุว่าประกอบด้วยสารกลุ่ม Phenolics หลายชนิด ให้ผลเป็น Antioxidant ที่ดี (Food Chem. 2015;166:380-8.) มีสารกลุ่ม Saponin หลายๆตัวที่ให้ฤทธิ์เป็น Anti-inflammatory (J Food Sci. 2014;79(5):H1018-23.) ข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่า สารสกัดจากเมล็ด Quinoa ให้ผลเพิ่มความแข็งแรงของหลอดเลือดฝอย ลดการสร้างหลอดเลือดฝอยใหม่ เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิวหนัง และช่วยลดจำนวนเม็ดเลือดแดงที่คั่งค้างใต้ตา มีผลลดรอยคล้ำใต้ตาได้ (Adipoless จาก Seppic)

2. Base เป็นรูปแบบของ Emulsion ประกอบด้วยส่วนของน้ำกับน้ำมัน ดังนี้

2.1 ส่วนของน้ำ ได้แก่ น้ำ, Propanediol, Propylene glycol dicaprylate/dicaprate, 1,2-Hexanediol, Butylene glycol, Glycerine
2.2 ส่วนของน้ำมัน ได้แก่ Capric/caprylic triglycerides, Caprylic/capric glycerides สองตัวนี้เป็นไขมันที่มีสายยาวปานกลาง มีขนาดเล็ก ซึมเข้าผิวได้ง่าย ให้ผลบำรุงทดแทนไขมันในผิวหนัง, Cetearyl alcohol, Glyceryl stearate เป็นไขมันพื้นฐานทั่วไป

3. Additives ได้แก่

3.1 Silicones ได้แก่ Cyclopentasiloxane กับ Cyclohexasiloxane เป็นซิลิโคนที่ระเหยได้ ให้สัมผัสที่ดีตอนทา ไม่เหนอะหนะ
3.2 Emulsifiers เป็นตัวผสานน้ำให้เข้ากับน้ำมัน ได้แก่ Cetearyl olivate ตัวนี้เป็น Fatty ester ที่ให้คุณสมบัติเป็น Emulsifier ได้ด้วย มักพบร่วมกับ Sorbitan olivate เป็น Emulsifier ที่ได้จากธรรมชาติ ให้สัมผัสที่เนียนละเอียด และมีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว, และ PEG-100 stearate ที่เป็นสารพื้นฐานทั่วไป
3.3 สารเพิ่มความหนืด ได้แก่ Acrylates/C10-30 alkylacrylate crosspolymer กับ Carbomer
3.4สารปรับ pH คือ Potassium hydroxide แม้ว่าโดยธรรมชาติสารนี้จะระคายเคือง แต่ใส่มานิดหน่อยแค่ปรับ pH เลยไม่เป็นอะไรกับผิว อันตรายขึ้นกับความเข้มข้นด้วย
3.5 Preservatives ได้แก่ Phenoxyethanol, Potassium sorbate, Sodium benzoate, Sorbic acid และสารจับโลหะ EDTA
3.6 สารแต่งกลิ่น Fragrance

สรุปและให้คะแนน
1. Actives มีตัว Whitening เด่นๆอยู่ 2 ตัว คือ Niacinamide กับ Hexylresorcinol ถ้าดูจากลำดับส่วนผสมแล้วคือ Niacinamide มีอยู่พอสมควรเลยหล่ะ สารสกัดอื่นๆยังไม่มี Report รองรับชัดเจน แต่ก็ให้คุณสมบัติเป็น Anti-oxidant กับพวกลดริ้วรอย และ Moisture ได้ดี โดยรวมแล้วผลิตภัณฑ์นี้ได้ทั้ง Moisturizer, Whitening, Anti-oxidant, Anti-inflammatory ซึ่งก็ถือว่าครบถ้วนสมบูรณ์ ถ้าได้พวก Antioxidant ดีๆอีกซักตัวสองตัวคงแจ่ม ผลิตภัณฑ์นี้ไม่มีพวก AHA ที่ถ้าใช้ความเข้มข้นเยอะๆไปนานๆก็จะทำให้ผิวบางได้ จึงสามารถใช้ได้เลยในระยะยาว และที่สำคัญคือไม่ได้ใช้พวก Pigment ที่จะมาแค่เคลือบผิวให้ขาวหลอกๆไปวันๆ จุดนี้เลยขอให้ 4.5 ฟลาสก์
2. Base ถ้ามองจากความสมบูรณ์ของตัวเนื้อครีมในการเป็น Emulsion ที่ดี ผลิตภัณฑ์นี้มีสารดึงน้ำให้ผิวดีๆหลายตัว มีน้ำมันจากธรรมชาติอย่างพวก Capric/caprylic glycerides กับ Triglycerides อยู่ จะขาดก็ยังแต่สารไขมันเคลือบผิวกันน้ำระเหย จุดนี้จึงขอให้ 4 ฟลาสก์
3. Additives ผลิตภัณฑ์ไม่มีส่วนผสมของสารพาราเบน สารอื่นๆก็ไม่ได้เป็นพิษเป็นภัยอะไร แถมคู่ผสมอย่าง Cetearyl olivate/Sorbitan olivate ยังให้ผลเป็น Moisturizer ที่ดีให้ผิวด้วย แต่มีน้ำหอมนะ บางคนที่ผิวไวมากๆ อาจจะแพ้ก็ได้ แต่ก็ไม่เคยหักคะแนนน้ำหอมในผลิตภัณฑ์อื่นๆที่ไม่ใช่รอบดวงตามาก่อน จึงขอให้ 5 ฟลาสก์

รวมคะแนน
point

1. การใช้งาน 5/5
2. Actives 4.5/5
3. Base 4/5
4. Additives 5/5

รวม 18.5/20 ค่ะ

ท้ายนี้ขอขอบคุณผลิตภัณฑ์ดีๆจาก TheFaceShop ด้วยนะคะ

แล้วก็ขอเพิ่มเติมนิดนึงคือ Line นี้ยังมี Toner, Essence, Cream ด้วยค่ะ ราคาก็ไม่แพงมาก (สำหรับ Lotion 125 ml 779 บาท) ถ้าเทียบกับส่วนผสมแล้วถือว่าคุ้มค่าคุ้มราคาเลยค่ะ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือเข้าไปชมผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของ TheFaceShop ได้ที่เวบไซต์ของ TheFaceShop หรือ แฟนเพจของ TheFaceShop ในเฟสบุคเลยนะคะ

ขอบคุณค่ะที่ติดตามอ่านมาจนจบ

[Beauty Talks] วิธีการตรวจสอบเลขที่จดแจ้งเครื่องสำอาง

[Beauty Talks] วิธีการตรวจสอบเลขที่จดแจ้งเครื่องสำอาง

เดี๋ยวนี้มีเครื่องสำอางแปลกๆออกมาเยอะมากขึ้นเรื่อยๆค่ะ บางชนิดเองก็ไม่ผ่านการจดแจ้งทะเบียนกับอย บางชนิดก็จด แต่จดแบบปลอมๆ

วันนี้เลยเอาวิธีการตรวจสอบเลขที่จดแจ้งของเครื่องสำอางมาฝากกันค่ะ

ขั้นแรกเลย ให้เข้าไปที่เวบไซต์ e-cosmetic.fda.moph.go.th/ ก็จะได้หน้าต่างดังรูปค่ะ

ตรวจเลขจดแจ้ง 1

เข้าไปคลิกตรงคำว่า “ค้นหาข้อมูลเครื่องสำอาง” ที่ตีกรอบสีส้มไว้ ในรูป

ก็จะได้หน้าต่างแบบนี้

ตรวจเลขจดแจ้ง 2

คลิกคำว่า ข้อมูลรับแจ้งรายละเอียดเครื่องสำอาง (ส่วนที่ตีกรอบสีม่วงไว้) จะได้หน้าต่างดังรูป

ตรวจเลขจดแจ้ง 3

แล้วก็พิมพ์เลขที่จดแจ้งลงไปในช่อง “ค้นจากเลขที่แจ้ง” (ลูกศรสีม่วง) แล้วกดค้นหา ก็จะได้ข้อมูลออกมาดังนี้

ตรวจเลขจดแจ้ง 4

ง่ายมากเลยใช่มั้ยคะ ^^

ทีนี้สงสัยผลิตภัณฑ์อะไรก็เอามาคีย์ได้เลยค่ะ

แต่…

มีเลข อย ก็ไม่ได้แปลว่าจะปลอดภัยนะคะ

เพราะการจดแจ้งทะเบียนเครื่องสำอางในไทยเป็นลักษณะของการ Pre-Market control คือ ควบคุมแค่ก่อนการจำหน่ายในท้องตลาดเฉยๆค่ะ

หลังจากได้เลขที่จดแจ้งมาแล้ว ผู้ผลิตจะแอบไปใส่อะไร ลดอะไร ก็ไม่มีใครรู้ได้ค่ะ ดังนั้นเราควรเลือกซื้อจากผู้ผลิตที่ไว้ใจได้นะคะ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินและความงามค่ะ

[Mini]Cosme-Diagnosis เปิดกรุ Primer 5 อันที่เคยใช้ + วิเคราะห์ส่วนผสมแบบย่อๆ

[Mini]Cosme-Diagnosis เปิดกรุ Primer 5 อันที่เคยใช้ + วิเคราะห์ส่วนผสมแบบย่อๆ

วันนี้เอาบทวิเคราะห์ Primer ในกรุ 5 สูตร จาก 4 แบรนด์ มาฝากค่ะ

ส่วนตัวพึ่งเริ่มใช้ Primer มาได้ปีกว่าๆ เลยยังลองไม่เยอะชนิดเท่าไหร่ค่ะ

ขอเล่าให้ฟังก่อนนิดนึงถึง Primer ก่อนนะคะ

คำว่า Primer จริงๆแล้ว ยังไม่มีนิยามทาง Formulation มากำหนดและอธิบายไว้ ว่ามันคืออะไร

แต่ในทาง Makeup Primer หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทาเพื่อเตรียมผิวก่อนแต่งหน้าในขั้นตอนถัดไป เพื่อให้
1. ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน โดยไปเคลือบเป็นฟิล์มบางๆ เพื่อปิดรูขุมขน และริ้วรอยตื้นๆบนผิว
2. ป้องกันไม่ให้ Makeup เข้าไปอุดตันในรูขุมขน โดยเจ้า Primer เองจะเป็นตัวที่เข้าไปในรูขุมขน
3. ช่วยให้ Makeup ต่างๆติดผิวได้ดีขึ้น
(ถ้าผิดพลาดหรือตกหล่นไปรบกวนแจ้งด้วยนะคะ ไม่ค่อยถนัดเรื่อง Makeup เท่าไหร่ค่ะ)

ดังนั้นถ้ามองจากคุณสมบัติของ Primer มันก็ควรจะประกอบด้วย สารก่อฟิล์ม ที่จะช่วยเคลือบเป็นฟิล์มบางๆบนผิว เพื่อให้ผิวเรียบเนียนและกันเมคอัพตกไปในรูขุมขนบนผิวค่ะ

Primer ที่มี่เคยใช้ มี 5 ตัว ดังรูปเลยค่ะ

IMG_4715-re2

เรียงไปทีละตัว แล้วสุดท้ายจะลองบนผิวให้ดูอีกทีนึงค่ะ

คราวนี้เอาแบบสรุปๆเลยนะคะ จัดเต็มแบบกระทู้ก่อนๆ แลดูจะยาวและรบกวนพื้นที่ไปค่ะ

ตัวแรก LM foundation primer

เป็น Primer เนื้อเจลแฉะๆ สีเนื้อ เกลี่ยง่าย เคลือบผิวได้ปานกลาง ปกปิดรูขุมขนได้ปานกลาง ชุ่มผิวปานกลาง คุมมันได้น้อย เกลี่ยรองพื้นได้เรียบขึ้น และติดทนนานขึ้นปานกลาง

ส่วนผสม: Water, Tridecyl neopentanoate, cetyl alcohol, stearic acid, glyceryl stearate, lanolin, Diazolidinyl urea, Triethanolamine, Methylparaben, Carbomer, Propylparaben, Propylene glycol, Polymethylmethacrylate, Aloe barbadensis leaf juice, Allantion, Ascorbyl palmitate, Tocopherol, Glycine soja oil, Jasminum officinale oil, Lavendula angustifolia oil, Geranium maculatum oil, Cymbopogon martini oil, Citrus aurantium dulcis peel oil, Camellia sinensis leaf extract, Honey extract, Vitis vinifera fruit extract, Actinidia chinensis fruit extract, Citral, Geraniol, Linalool, Limonene

มีส่วนของสารก่อฟิล์มอย่าง Polymethylmethacrylate ที่ช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้น มีส่วนผสมของสารกลุ่มน้ำมัน มีสารสกัดจากชาเขียวที่เป็น Antioxidant ที่ดีอยู่ มีส่วนผสมจาก Aloe น้ำผึ้ง องุ่น กับผล Kiwi ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้

ส่วนของน้ำมันหอมระเหยจากพืชอย่างมะลิ มีราคาแพง มีความอ่อนโยน แต่น้ำมันหอมระเหยที่ได้จากพืชตระกูล Citrus อย่างส้ม อาจจะทำให้เกิดการแพ้แสง (Photosensitivity จนถึง Phototoxic) ได้ จึงควรระวังการทาแล้วไปออกแดดจัดๆ อาจจะทำให้ผิวไหม้ ดำ ได้ (ผลการตอบสนองแล้วแต่บุคคล)

คะแนน
ส่วนผสม 3
ทาง่าย 4
ปกปิดรูขุมขน 3
เกลี่ยรองพื้นได้เรียบเนียนขึ้น 4
คุมมัน 2
รองพื้นติดทนนาน 3
กันเหงื่อกันน้ำ 3

ตัวที่สอง It’s Skin Cotton primer

ส่วนผสม:
Water, Cyclopentasiloxane, Butylene glycol, Silica, Dimethicone/Vinyl dimethicone crosspolymer, Polysorbate 60, Polyacrilamide, C13-14 isoparaffin, Allantoin, Laureth-7, EDTA, Terminalia chebula fruit extract, Camellia sinensis leaf extract, Anthemis nobilis flower extract, Aloe barbadensis leaf extract, Fragrance, Phenoxyethanol

Primer เนื้อเจลแห้งๆสีขุ่น เกลี่ยง่าย เคลือบผิวได้ดี คุมมันปานกลาง ปกปิดรูขุมขนปานกลาง ชุ่มผิวมาก เกลี่ยรองพื้นได้เรียบเนียนขึ้น ติดทนนาน กันเหงื่อกันน้ำ

หลักๆเป็น Silicone มี Silica ช่วยดูดซับน้ำมันบนผิว อาศัยสารก่อฟิล์มที่เป็นอนุพันธ์ของซิลิโคน กับ Polyacrilamide มีส่วนของน้ำมันอยู่ มีสารสกัดพืชอย่าง Terminalia ให้ผลกระชับรูขุมขน คุมมัน เป็น Antioxidant ชาเขียว เป็น Antioxidant Chamomile กะ Allantoin ลดการระคายเคือง Aloe เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว

คะแนน
ส่วนผสม 5
ทาง่าย 5
ปกปิดรูขุมขน 4
เกลี่ยรองพื้นได้เรียบเนียนขึ้น 4
คุมมัน 3
รองพื้นติดทนนาน 4
กันเหงื่อกันน้ำ 5

ตัวที่สาม Innisfree No sebum Mineral primer

ส่วนผสม (Copy มาจาก Innisfreeworld website ค่ะ)
CYCLOPENTASILOXANE, DIMETHICONE/VINYL DIMETHICONE CROSSPOLYMER, CYCLOHEXASILOXANE, ETHYLENE/ACRYLICACID COPOLYMER, PEG/PPG-19/19 DIMETHICONE, 1,2-HEXANEDIOL, CAMELLIA SINENSISLEAF EXTRACT, SILICA, MINERAL SALTS, MENTHA ARVENSIS LEAF EXTRACT, CAMELLIA JAPONICA LEAF EXTRACT, ORCHID EXTRACT, OPUNTIA COCCINELLIFERA FRUIT EXTRACT, CITRUS UNSHIU PEEL EXTRACT, TOCOPHEROL, FRAGRANCE

Primer เนื้อซิลิโคนเกือบใส เกลี่ยยาก แต่ลื่น เคลือบผิวได้ดี คุมมันได้ดี ปกปิดรูขุมขนดีมาก เกลี่ยรองพื้นได้ง่ายและเรียบเนียนปานกลาง ช่วยให้รองพื้นติดทน กันน้ำ กันเหงื่อ

หลักๆเป็น Silicone ไม่มีส่วนประกอบของน้ำ มี Silica ช่วยดูดซับน้ำมัน มีสารก่อฟิล์มจากอนุพันธ์ของซิลิโคน และ Acrylates มีสารสกัดพืชที่เป็น Antioxidant และควบคุมความมัน ส่วนของ Mineral salt ยังไม่มีหลักฐานรองรับถึงประโยชน์ต่อผิว

คะแนน
ส่วนผสม 5
ทาง่าย 3
ปกปิดรูขุมขน 5
เกลี่ยรองพื้นได้เรียบเนียนขึ้น 5
คุมมัน 5
รองพื้นติดทนนาน 5
กันเหงื่อกันน้ำ 5

ตัวที่ 4 Hydraveil จาก Illamasqua

ส่วนผสม (Copy มาจาก Illamasqua UK website)
AQUA (WATER, EAU), GLYCERIN, BUTYLENE GLYCOL, PEG-240/HDI COPOLYMER BIS-DECYLTETRADECETH-20 ETHER, PHENOXYETHANOL, NIACINAMIDE, CHLORPHENESIN, ETHYLHEXYLGLYCERIN, INULIN LAURYL CARBAMATE, SODIUM HYALURONATE, ALCOHOL, 3-O-ETHYL ASCORBIC ACID, DISODIUM EDTA, SODIUM ASCORBYL PHOSPHATE, SODIUM PHOSPHATE, PARFUM (FRAGRANCE), METHYLISOTHIAZOLINONE, ACMELLA OLERACEA EXTRACT, POTASSIUM LAURATE, CAPRYLIC/CAPRIC TRIGLYCERIDE, BHT, HAEMATOCOCCUS PLUVIALIS EXTRACT, SODIUM CHLORIDE, TOCOPHEROL, BUTYLPHENYL METHYLPROPIONAL, LIMONENE.

ไพรมเมอร์เนื้อเจลใส ชอบเกาะกันเป็นกลุ่มๆเลยทำให้เกลี่ยยากเล็กน้อย แต่ชุ่มชื้นมาก คุมมันได้ในระดับหนึ่ง ปกปิดรูขุมขนได้เล็กน้อย เกลี่ยรองพื้นได้ยาก เป็นคราบเล็กน้อย รองพื้นติดทนขึ้น ไม่ค่อยกันเหงื่อกันน้ำเท่าไหร่

ส่วนผสมหลักๆเป็นพวกสารก่อเจล ซึ่งมีคุณสมบัติเคลือบฟิล์มได้ มีสารสกัดพืชที่จริงๆมีคุณสมบัติเป็นยาชา จึงคาดว่าน่าจะทำหน้าที่ควบคุมการสร้างน้ำมันออกมาจากในผิว มีวิตามินบี 3 กับวิตซี ช่วยเรื่องความขาวกับริ้วรอย มี Antioxidant เสริมเข้ามา

คะแนน
ส่วนผสม 5
ทาง่าย 3
ปกปิดรูขุมขน 2
เกลี่ยรองพื้นได้เรียบเนียนขึ้น 2
คุมมัน 3
รองพื้นติดทนนาน 4
กันเหงื่อกันน้ำ 3

ตัวที่ 5 Matte veil

ส่วนผสม (Copy มาจาก Illamasqua UK website)
Aqua (Water, Eau), Alcohol Denat., Butylene glycol, Aluminum starch octenylsuccinate, Polyacrylamide, Phenoxyethanol, Ethylhexylglycerin, Polysorbate 60, C13-14 isoparaffin, Methylparaben, Carbomer, Sodium hydroxide, Laureth-7, Parfum (Fragrance), Sodium hyaluronate, Glycerin, Sodium citrate, Xanthan gum, Titanium dioxide (CI 77891), Iron oxides (CI 77491, CI 77492)

รองพื้นเนื้อเจลสีเนื้อ ทาง่าย แห้งไว ไม่ค่อยชุ่มผิวเท่าไหร่ คุมมันได้ดี แต่ทำให้เกลี่ยรองพื้นยากขึ้น และไม่สม่ำเสมอ ปิดรูขุมขนได้ปานกลาง

ส่วนผสมมี Aluminium starch octenylsuccinate เป็นอนุพันธ์ของคาร์โบไฮเดรต มีคุณสมบัติดูดซับความมันและสามารถช่วยไม่ให้เม็ดสีและ Pigment ต่างๆจับกลุ่มกันมองเห็นเป็นคราบ กับสารก่อฟิล์มอย่าง Polyacrilamide แต่มี Alcohol ซึ่งน่าจะเยอะด้วย นอกจาก Hyaluron ก็ไม่มีสารสำคัญอื่นๆที่จะช่วยบำรุงผิวได้เลย

คะแนน
ส่วนผสม 2
ทาง่าย 4
ปกปิดรูขุมขน 4
เกลี่ยรองพื้นได้เรียบเนียนขึ้น 1
คุมมัน 4
รองพื้นติดทนนาน 3
กันเหงื่อกันน้ำ 4

ลองทาให้ดูบนผิวนะคะ

ให้ดูเนื้อของแต่ละอัน

หลังเกลี่ย

พอแห้งก็หยดรองพื้นลงไป

เกลี่ยให้ทั่ว

แสงธรรมชาติ:

แสงนีออน

แสงแฟลช:

ส่วนตัวชอบเนื้อแบบ It’s Skin แต่ชอบคุณสมบัติในการปรับผิวแบบ Innisfree ค่ะ

Cosme-Diagnosis บทวิเคราะห์เครื่องสำอางจากส่วนผสม

Cosme-Diagnosis บทวิเคราะห์เครื่องสำอางจากส่วนผสม

Image

สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับสู่ Blog เล็กๆของมี่

กำลังหัดทำนะคะ อาจจะยังไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ และอาจจะไม่ได้อัพเดทบ่อยเท่าบนเฟสบุค แต่จะพยายามทำ เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลไว้ไม่ให้หายไปค่ะ

ตอนนี้เป็นบทนำของการวิเคราะห์ส่วนผสมเครื่องสำอาง

ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแทบทุกชนิดจะประกอบด้วยส่วนหลักๆ 3 ส่วน คือ

1. Active ingredients ภาษาไทยเรียกว่า สารสำคัญ เป็นสารที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติ/มีฤทธิ์ทางชีวภาพต่างๆ เช่น วิตามิน โปรตีน Whitening ต่างๆ สารสกัดพืช ฯลฯ

2. Base หรือ Vehicle เป็นส่วนเนื้อของผลิตภัณฑ์ เป็นตัวนำพาเอาสารสำคัญไปสู่ผิวหนัง

3. Additive คือสารที่ช่วยเสริมให้ผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัติที่ดี มีความน่าใช้ มีความปลอดภัย เช่น สารกันเสีย สารทำอิมัลชั่น สารเพิ่มความหนืด ฯลฯ