Image

one ingredient only!!! รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม น้ำตบ Artemisia จาก Missha กับ Time revolution artemisia treatment essence

สวัสดีค่ะ

หลังๆมาเรามักจะเห็นหลายๆบริษัทเครื่องสำอางพยายามลดจำนวนวัตถุดิบที่ใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวลง เพื่อลดโอกาสในการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ของลูกค้าตามเทรนด์ “Less is more” ที่เริ่มออกมาสักพัก

สำหรับวันนี้ มี่จะมารีวิวและวิเคราะห์ส่วนผสมของน้ำตบสูตร Artemisia จากแบรนด์ Missha ซึ่งมีส่วนผสมเพียงชนิดเดียว ตามเทรนด์ Less is more ที่ใช้ส่วนผสมเพียงชนิดเดียว หรือ One ingredient only

หลังๆมาเราเริ่มเห็นหลายแบรนด์ทำน้ำตบและเซรั่ม Artemisia ออกมาเรื่อยๆ โดยมี Missha เป็นเจ้าแรกค่ะ

มี่เองก็มีโอกาสได้รู้จักกับน้องตอนไปเกาหลีเมื่อเดือน เม.ย. ปี 2562 ที่ผ่านมานี้เองค่ะ สมัยนั้นนางพึ่งออก มีโปร 1+1 ด้วย เห็นว่าน่าลองก็จัดมาขำๆ

แต่พอเอามาใช้จริง กลับชอบมากๆ เฉยเลย และนางก็ติดอันดับ #ลูกรักบ้านมียอน ของปี 2562 ด้วยค่ะ

นางมีหน้าตาเป็นแบบนี้นะคะ

mis 1.JPG

ตัวนี้เห็นเหมือนจะธรรมดา แต่นางก็กวาดรางวัลมามากมายใช่ย่อยนะเออ

500_81104_20190731152813162_81104_20191220093847006mis reward

(Image from Missha Korea official website)

 

นางมาในขวดแก้ว เวลาหิ้ว เราก็จะหนักนิดหน่อย ไม่สิ ต้องบอกว่า ขวดแก้วก็ช่วยปกป้องเนื้อในผลิตภัณฑ์ได้ดีกว่าพวกพลาสติกค่ะ

สำหรับเนื้อน้ำตบเป็นแบบน้ำใส เหลว สีเขียวอมน้ำตาล มีกลิ่นคล้ายผัก+ชา

mis 2

mis 4

แต่เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย แห้งไว ซึมไว อาจจะหนึบๆนิดนึงค่ะ

mis 5

ค่า pH อยู่ที่ราวๆ 5 นะคะ

mis 3

 

สำหรับส่วนผสม แน่นอนว่า มีแค่ตัวน้ำหมัก Artemisia ค่ะ

สผส mis

ด้านข้างกล่องจะเขียนเป็น Artemisia annua extract นะคะ

แต่ที่แบรนด์เคลมจะเป็น Double fermented artemisa ค่ะ

โดยเก็บใบ Artemisia มาจากเกาะคังฮวา ซึ่งเป็นเกาะที่มีภูมิอากาศบริสุทธิ์ นำมาหมัก 2 ครั้ง ครั้งแรกในสภาวะอุ่น ครั้งที่สองในสภาวะเย็น ก่อนจะนำมาสกัดด้วยเทคนิคพิเศษ เพื่อเอาสารบำรุงในใบ Artemisia ออกมาค่ะ

Artemisia_essence_061

(Image from Missha US official site)

เห็น story อะไรแบบนี้แล้วมันจะสะกิดอินเนอร์ของหญิงเป็นพิเศษ เลยทำให้ต้องจัดมาลอง ก่อนจะติดใจนั่นเองค่ะ

 

ว่าแต่ Artemisia นี่มันคืออะไร

Artemisia เป็น Genus ของพืชในสกุล Asteracea ซึ่งเป็นสกุลเดียวกับดาวเรือง โดย Genus Artemisia ประกอบด้วยสมุนไพรและพืชผักหลายร้อยชนิดนะคะ เช่น

  • Artemisia vulgaris หรือ Mugwort ที่เอาไปหมักเบียร์ได้
  • Artemisia annua หรือ Sweet wormwood ที่เคยมีประวัติเอาไปสกัดสาร Artemisinin มาทำเป็นยาต้านมาลาเรีย
  • Artemisia argyi เป็นยาในตำรับยาแพทย์แผนจีน
  • Artemisia capillaris มีประโยชน์เป็นสมุนไพรช่วยให้หลับ
  • Artemisia lactiflora คือ จิงจูฉ่าย ที่ใช้เป็นอาหาร

ยังมีอีกมากมายหลายชนิดเลยทีเดียวค่ะ

วันนี้เราจะมาโฟกัสกันที่ Artemisia annua ซึ่งเป็น Sweet wormwood ที่ทางแบรนด์ใช้นะคะ

ใบของน้องมีหน้าตาประมาณนี้ค่ะ

artemisia-annua-benefits.jpg

(Image from https://ezhealthnews.com/artemisia-annua-natural-healthcare-herb-to-treat-cancer-and-malaria/)

 

ในใบของต้นนี้ ประกอบด้วยสารพฤกษเคมีในกลุ่ม Phenolics มากมายหลายชนิดเลยทีเดียว

Schermata_11-2457342_alle_16.54.16.png

(Eleoig [CC BY-SA 4.0 (https://creativecommons.org/licenses/by-sa/4.0)%5D)

ซึ่งมีประโยชน์เป็น Antioxidant มีประโยชน์ในเชิงลดการอักเสบระคายเคือง และด้านอื่นๆอีกมากมายค่ะ

สำหรับข้อมูลจากทางแบรนด์ ได้กล่าวว่า สารสกัดนี้มีประโยชน์ในการลดการระคายเคืองและให้ความรู้สึกสบายผิว (Soothing effect) โดยมีการทดสอบในอาสาสมัคร พบว่า สามารถลดระดับความระคายเคือง และอุณหภูมิของผิวได้ถึง 8.4% เลยทีเดียว

mis clinical

(Image from Missha Korea official website)

หลังจากส่วนตัวใช้มาหลายเดือน ก็รู้สึกว่าผิวแข็งแรง และรู้สึกสบายผิวมากขึ้นตามที่แบรนด์เคลมค่ะ

 

ที่สำคัญส่วนผสมก็แลดูมีความเป็นมิตร เพราะไม่มีสารที่อาจก่ออันตรายให้กับผิวอยู่เลย

 

และล่าสุดมี่ลองเข้าไปเชคในเว็บของ Missha Korea นางออกสินค้าไลน์ใหม่มาอีก 4 ชิ้นเลย

20191127170805_oocredsz

(Image from Missha Korea official website)

มีทั้ง

  • Pack foam cleanser อันนี้เป็น 2 in 1 mask + foam cleanser ค่ะ
  • Ampoule อารมณ์คล้ายๆเซรั่มค่ะ ตัวนี้ก็น่าสนนะคะ แต่ยังไม่มีโอกาสได้ลอง
  • Mist สเปรย์ฉีดบำรุงผิว
  • Mask sheet

 

เรียกได้ว่าน่าโดนไปหมด และก็น่าสงสัยว่า สินค้าตัวอื่นจะมี Artemisia อยู่เท่าไหร่กันเนาะ ถ้ามีโอกาสได้ไปเกาหลีอีกจะไปสืบเสาะมาให้ค่ะ 🙂

สำหรับวันนี้ขอไม่ให้คะแนนนะคะ เนื่องจากมีส่วนผสมชนิดเดียว เลยไม่รู้จะให้คะแนนอย่างไรดี พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม Cleansing water จากประเทศโปแลนด์ กับ Elfa Pharm Green pharmacy micellar solution 3 in 1 Oat

สวัสดีค่ะ

วันนี้มี่นำเอา Cleansing water ตัวหนึ่งที่น่าสนใจ มาวิเคราะห์ส่วนผสมและรีวิวให้ได้ชมกันนะคะ

ส่วนตัวเคยเห็นแบรนด์แบรนด์นี้ในร้าน Watsons มาซักพักแล้ว แต่พึ่งมีโอกาสได้ลองใช้งาน เมื่อทางบริษัทที่นำเข้าสินค้าส่งมาให้มี่เมื่อหลายเดือนก่อน

พอใช้แล้วก็ติดใจ เลยเอามาเล่าสู่กันฟังต่อไปค่ะ

สำหรับ Cleansing water ตัวนี้มาจากบริษัท Elfa pharm ประเทศโปแลนด์ ในแบรนด์ Green pharmacy กับ micellar solution 3 in 1 สูตร Oat ค่ะ

สูตรนี้มีหน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ

gp 5.JPG

 

ความสามารถในการทำความสะอาดก็ถือว่าโอเคเลยหละ

สามารถเช็ดทำความสะอาดลิปแมทท์ได้ ด้วยการวางแปะไว้ประมาณ 10 วินาที ในครั้งแรก และ Eyeliner กันน้ำ ในการเช็ดครั้งที่สองค่ะ

 

 

สำหรับค่า pH นั้นอยู่ที่ราวๆ 6 นะคะ

gp 6

 

มีส่วนผสมเป็นดังนี้

สผส green pharma

จากส่วนผสมวันนี้มีอยู่ 3 สีนะคะ

  • สีชมพู เป็นสารทำความสะอาดในผลิตภัณฑ์ ประกอบด้วย 2 ตัว คือ Sodium cocoamphoacetate ซึ่งมีความอ่อนโยน ร่วมกับ Polysorbate 20 ที่เป็นสารทำความสะอาดชนิดไม่มีประจุ
  • สีม่วง สารชื่อยาวๆตัวนี้น่าสนใจค่ะ Maltooligosyl glycoside/Hydrogenated starch hydrolysate เป็นสารดัดแปลงมาจากแป้งธรรมชาติ ซึ่งทางผู้ผลิตวัตถุดิบกล่าวว่า มีประโยชน์ในการลดการระคายเคืองที่เกิดขึ้นจากสารทำความสะอาดได้ และให้คุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้น และรู้สึกสบายผิว

ตรงนี้จะเป็นผลการทดสอบของทางผู้ผลิตนะคะ

MG-60 2

(Image from Hayashibara Nagase Group)

ด้านบนจะเป็นผิวที่สัมผัสกับสารละลาย SLS (หรือ SDS คือตัวเดียวกัน) ความเข้มข้น 10% เราจะพบว่าผิวจะแดงและแห้ง สังเกตได้จากความเหี่ยวย่นที่เกิดขึ้นนะคะ ส่วนด้านล่างจะเป็นผิวที่สัมผัสกับ สารละลาย 10% SLS ที่มีวัตถุดิบ Maltooligosyl glycoside/Hydrogenated starch hydrolysate (MG-60) ในความเข้มข้น 20% สังเกตว่าผิวจะไม่ได้แดง แล้วก็ไม่ได้เหี่ยวย่นแบบด้านบนค่ะ

ถือว่าน่าสนใจอยู่ไม่น้อย ทั้งในด้านของความเป็นธรรมชาติ และความอ่อนโยน เป็นมิตรของนาง

 

  • สีฟ้า เป็นสารบำรุง ซึ่งทางแบรนด์เน้นมาในส่วนที่มีประโยชน์ในเชิงการลดการอักเสบระคายเคือง อย่างสารสกัดจากข้าวโอ้ต และ Panthenol ค่ะ

 

โดยรวมใน Cleansing water สูตรข้าวโอ๊ตของแบรนด์ Green pharmacy นี้ทำมาได้ค่อนข้างดี มีความอ่อนโยน และมีความน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียวค่ะ

 

วันนี้เนื่องจากส่วนผสมไม่เยอะมาก เลยขอให้คะแนนเป็น 2 หมวด คือ ส่วนผสม และการใช้งานนะคะ

  1. ส่วนผสม ในด้านของสารทำความสะอาด ถือว่าค่อนข้างอ่อนโยนกับผิว เสริมมาด้วยสารบำรุงที่เด่นไปในเชิงด้านการลดการอักเสบระคายเคือง พร้อมเสริมความชุ่มชื้นเป็นหลัก จุดนี้คิดว่า ถ้ามีสารบำรุงอื่นๆเสริมมาอีกซักหน่อย น่าจะสมบูรณ์แบบ สำหรับสารองค์ประกอบอื่นๆเรียกได้ว่าพัฒนาสูตรมาได้เป็นมิตรกับผิวและสิ่งแวดล้อมมากๆ ไม่มีทั้งซิลิโคน แอลกอฮอล์ และน้ำหอม ขอให้ 4 ฟลาสก์
  2. การใช้งาน ส่วนตัวมี่ชอบสัมผัสหลังใช้งานนะคะ มันจะไม่ได้แห้งตึงมากเหมือน Cleansing บางแบรนด์ที่เคยใช้ แต่มันจะออกนุ่มๆ เหมือนมีชั้นมอยส์เจอร์บางๆเคลือบปกป้องผิวอยู่ แต่ถึงแม้เขาจะแนะนำว่าสามารถ Leave-on ได้ เราก็ควรไปล้างน้ำซ้ำอีกรอบถ้าทำได้นะคะ จุดนี้ขอให้คะแนนความชอบส่วนตัวอยู่ที่ 5 ฟลาสก์

 

คะแนน gp

สำหรับวันนี้ต้องขอขอบคุณทางบริษัทด้วยนะคะ ที่ส่งสินค้าดีๆมาให้มี่มีโอกาสได้รู้จักและเปิดหูเปิดตาได้เจอส่วนผสมใหม่ๆ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับสถานที่วางจำหน่าย น้องมีวางจำหน่ายที่ Tops และ Gourmet market และ Allaboutyou ด้วยนะคะ 🙂

พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับมาจากทางแบรนด์ การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้าและไม่ได้รับค่าตอบแทนในการรีวิว โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

[CBD beauty] เมื่อเรามีผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมที่มีส่วนผสมของกัญชง เราต้องมาวิเคราะห์ส่วนผสมกัน >>Case study: Broad spectrum CBD-infused hair care จาก Cloud 10

เชื่อว่าในยุคสมัยนี้เราคงได้ยินเรื่อง CBD กันมาค่อนข้างบ่อยแล้วนะคะ

โดยเจ้า CBD หรือ Cannabidiol เป็นพฤกษเคมีที่มีประโยชน์ ที่เราพบได้จากพืชใน Genus Cannabis เช่น กัญชง และกัญชา

เจ้า CBD นี้มีประโยชน์ค่อนข้างมาก แต่สำหรับวงการเครื่องสำอาง นางมีประโยชน์ไปในเชิงการลดการอักเสบระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายผิว พบได้ค่อนข้างมากในกัญชง (Hemp) โดยตัวนี้ไม่ทำให้เกิดอาการประสาทหลอน เหมือนสาร THC ที่พบในกัญชา (Marijuana) ค่ะ

สำหรับวันนี้มี่จะหยิบยกเอาผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผสมจากแบรนด์ Cloud 10 มาเป็นกรณีศึกษาในการวิเคราะห์ส่วนผสมนะคะ

ทางแบรนด์มีสินค้าออกมาจำนวน 5 ชนิดค่ะ

cloud 1

(Image from Cloud 10)

ได้แก่

  1. แชมพู
  2. ครีมนวดผม
  3. Leave-in scalp toner
  4. All-in-one hair lotion
  5. Glossing mist

 

ส่วนของราคานั้นก็ไม่ได้แรงมากนะคะสำหรับ Hair tonic แต่สำหรับแชมพูและครีมนวดอาจจะดูสูงไปหน่อย (คหสต.)

 

สำหรับวันนี้จะขอหยิบยกเอาแชมพู และ Scalp toner มาเป็นตัวอย่างในกรณีศึกษานะคะ

ว่าแล้วก็ขอเปิดการวิเคราะห์ส่วนผสมด้วยแชมพูเลยนะคะ

cloud shampoo

 

ส่วนผสมของแชมพูเป็นดังภาพค่ะ

สผส cloud 10 shampoo

ในภาพรวมนางเป็นแชมพูแบบเหลือบมุกที่มาด้วยสารทำความสะอาดที่ค่อนข้างอ่อนโยน ปราศจาก Sulfate และซิลิโคน เสริมสารบำรุงมาหลายชนิด แต่พระเอกของเราจะเป็นกลุ่มของ CBD ซึ่งเรียกได้ว่าจัดมาค่อนข้างเต็มสมเคลม Board spectrum hemp ของแบรนด์

  • เริ่มจาก ส่วนผสมระหว่าง aqua, hydrolyzed hemp seed extract, hydrolyzed rice protein, citric acid, sodium benzoate, potassium sorbate ตัวนี้คือวัตถุดิบ Vegeker plus Hemp and Rice phytokeratin ของบริษัท Phenbiox ซึ่งเป็นโปรตีนสกัดจากเมล็ดกัญชง และข้าว ซึ่งเคลมว่าช่วยเพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่นให้กับเส้นผม แถมเป็นวัตถุดิบที่มาจากพืช เพราะ Keratin ปกติมาจากสัตว์
  • ต่อมาเป็นส่วนผสมระหว่าง glycerin, Cannabis sativa seed extract, citric acid. ตัวนี้มาจากบริษัทเดียวกัน ภายใต้ชื่อว่า Cannabiot เล่นไปในด้านของจุลินทรีย์เจ้าบ้านที่มีประโยชน์ หรือ Normal flora ที่ช่วงนี้หลายๆคนอาจจะได้ยินหลายๆแบรนด์พูดถึง Microbiome เนอะ ตัวนี้ทางแบรนด์เคลมเรื่องของการช่วยส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพของ Normal flora บนผิว ลดการอักเสบระคายเคือง และให้ความรู้สึกสบายผิว (Soothing effect)
  • Cannabidiol ตัวนี้ก็คือ CBD ที่เรารู้จักกันนั่นเองค่ะ เป็นสารพฤกษเคมีที่พบในพืชสกุล Cannabis ซึ่งมีฤทธิ์ทางชีวภาพค่อนข้างกว้าง สำหรับทางเครื่องสำอาง จะมีประโยชน์ไปในเชิงการลดการอักเสบระคายเคืองของผิวค่ะ ตัวนี้ไม่เกิดประสาทหลอนและไม่ทำให้เสพย์ติดนะคะ
  • และเนื่องจากทางแบรนด์เคลมว่าสารสกัดจากกัญชงนี้ ไม่มีสาร THC ซึ่งทำให้ประสาทหลอน ดังนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องหลอน หรือ เสพย์ติดค่ะ

 

แต่ด้วยความที่แชมพูนั้นสัมผัสผมแป๊บเดียว เราคงจะหวังผลอะไรในการบำรุงไม่ได้ มี่เลยขอหยิบสินค้าอีก 1 ชิ้นจากแบรนด์ ที่เค้าเรียกว่า Scalp toner จริงๆก็คือ Hair tonic แหละ แค่เรียกให้สวยๆว่าเป็น Toner สำหรับปรับสภาพหนังศีรษะค่ะ

หน้าตานางเป็นแบบนี้ค่ะ

cloud scalp toner

มาดูส่วนผสมกันดีกว่า

สผส cloud 10 tonic

ในภาพรวมนางมาในรูปแบบน้ำใส ที่อาจจะหนืดหน่อยๆ เพราะมีส่วนผสมของพวก Gum เป็นสารเพิ่มความหนืด ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์

ในด้านของสารบำรุงหลักก็เป็นสูตรผสมสูตรเดียวกับแชมพู คือ Vegeker plus Hemp and Rice phytokeratin ร่วมกับ Cannabiot และ CBD แต่นางจะเสริมสารบำรุงเข้ามาอีกหลายตัว ไม่ว่าจะเป็นตัวที่ Classic สำหรับสูตร Hair tonic อย่าง สารสกัดจากแปะก๊วย โสม และพริก ยังมีวัตถุดิบนวัตกรรมอย่าง Capixyl ที่เป็นสูตรผสมระหว่าง Butylene Glycol (and) Aqua (and) Dextran (and) Acetyl Tetrapeptide-3 (and) Trifolium Pratense (Clover) Flower Extract ตัวนี้ผู้ผลิตวัตถุดิบเคลมว่า สารบำรุงที่เป็น Peptide และสารสกัดจาก Red clover ทำงานเสริมกันอย่างลงตัวมีประโยชน์ให้รากผมแข็งแรง และป้องกันผมหลุดร่วงจากฮอร์โมนเพศชาย

 

โดยรวมจึงถือว่าเป็น Hair tonic ที่น่าสนใจตัวหนึ่งเลยหล่ะค่ะ เพราะไม่ใช่แค่ลดการอักเสบระคายเคืองที่หนังศีรษะ ยังดูแลเรื่องของ Normal flora และ ช่วยให้รากผมแข็งแรง ไม่หลุดร่วงง่ายๆ ไปพร้อมๆกัน

 

สำหรับวันนี้ก็คงต้องขอลากันไปเท่านี้ พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

Disclaimer/conflict of interests: บทความนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ใช้เพื่อการศึกษาเท่านั้น และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม เซรั่มบำรุงผิวใต้วงแขน Maricha UA serum เซรั่มเนื้อบางเบาที่บำรุงผิวได้ครบจบทุกปัญหา

สวัสดีค่ะ

วันนี้กลับมาพบกับสิ่งน่าสนใจเช่นเคยนะคะ เมื่อราวๆ 4 เดือนก่อน มี่นำเอาครีมบำรุงผิวใต้วงแขนที่น่าสนใจตัวหนึ่งมารีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมให้ได้ชมกันไป วันนี้มี่ก็จะหยิบยกเอาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวใต้วนแขนจากแบรนด์เจ้าเก่า แต่ปรับปรุงพัฒนาใหม่มาในรูปแบบของเซรั่ม ที่เนื้อบางเบา ไม่เหนอะหนะ แต่ยังคงคุณค่าของสารบำรุงต่างๆไว้เหมือนเนื้อครีม เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่คนที่ไม่ชอบความเหนอะหนะของเนื้อครีมค่ะ

แต่ก่อนจะไปวิเคราะห์ส่วนผสม ก็ขออนุญาตตอบคำถามที่คิดว่ายังคาใจหลายๆคนอยู่อีกรอบ ว่าเราจำเป็นต้องบำรุงผิวใต้วงแขนด้วยเหรอ?

คำตอบคือ ใช่ค่ะ

เพราะว่า ผิวใต้วงแขนของเรานั้นต้องสัมผัสกับพวกโรลออนกับสเปรย์ระงับเหงื่อ ระงับกลิ่นกาย ซึ่งมักจะมีค่า pH เป็นกรด และ ตัวสารที่ระงับเหงื่อ มีคุณสมบัติไปฉาบปิดรูต่อมเหงื่อ ก็อาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองได้ ด้วยเวลาที่จำกัดหลายๆคนก็มักจะไม่ได้โฟกัสกับล้างรักแร้ก่อนนอน แต่ถ้าล้างมากเกินไป ก็แห้งอีก

ดังนั้นการมีสกินแคร์บำรุงซักชิ้น ก็น่าจะช่วยให้ผิวใต้วงแขนของเราแลดูเรียบเนียน สีผิวสม่ำเสมอ รวมไปถึงดูแลพวกปัญหาผิวแห้ง แดง คัน และปัญหารอยเหี่ยวย่น

สกินแคร์ใต้วงแขนวันนี้มาจากแบรนด์ Maricha นั่นเองค่ะ

สำหรับท่านที่สนใจอยากกลับไปอ่านรีวิวของสูตร Cream ก็สามารถกลับไปอ่านได้ตามลิงค์นี้นะคะ

>>Click: Review Cream บำรุงผิวใต้วงแขน Maricha<<

 

สำหรับวันนี้ มี่จะมารีวิว Serum จากแบรนด์ Maricha ให้ได้รับชมกันต่อค่ะ

เริ่มมาด้วยหน้าตาของน้องเลยค่ะ

ms 1

ตัวกล่องจะคล้ายๆกับสูตร Cream นะคะ แต่เพิ่มสีสัน และแถบคาดสีทองเข้ามาค่ะ

เซรั่มก็ยังคงมาในคอนเซปท์ Natural & Organic เช่นเคยค่ะ

ms 2

ตัวแพคเกจมาในขวดปั๊มแบบสุญญากาศนะคะ

ms 3

เนื้อเซรั่มเป็นสีใส มีกลิ่นหอมสไตล์ Aromatherapy หอมในโทนของสมุนไพรเย็นๆ

ms 5

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ซึมไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ เมื่อใช้ใต้วงแขน เวลาเหงื่อออกก็จะไม่หนึบ เหนียว หรือเป็นเมือกค่ะ

ms 6

สำหรับค่า pH อยู่ที่ราวๆ 5 – 6 นะคะ ถือว่าใกล้เคียงกับผิวดีค่ะ

ms 4

มาดูส่วนผสมกันดีกว่านะคะ

สผส ms

สำหรับส่วนผสมวันนี้มี่ทำไว้ 4 สีนะคะ

  • สีม่วง เป็นสารบำรุงหลัก ซึ่งมีด้วยกันหลายตัว โดยมี่ขอยกตัวอย่างตัวที่เด่นๆมาเล่าให้ฟังนะคะ
    • Elettaria cardamomum seed extract คือ สารสกัดจาก Cardamom ที่เป็นเครื่องเทศชนิดหนึ่ง ตรงนี้เข้าใจว่าน่าจะเป็นวัตถุดิบ Extrapone® Cardamom จากบริษัท Symrise ประเทศฝรั่งเศส ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบเคลมว่า มีคุณสมบัติในการระงับเหงื่อ และมีคุณสมบัติในการระงับเชื้อแบคทีเรีย จึงให้ประโยชน์ในเชิงด้านของการระงับเหงื่อ และป้องกันการเกิดกลิ่นกายไปพร้อมๆกัน
    • Opuntia ficus-indica extract อันนี้อาจจะเป็นสารสกัดจากกระบองเพชร Nopal cactus คิดว่าน่าจะเป็นตัวเดียวกับที่นำเข้ามาจากสวิตเซอร์แลนด์ ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าสารนี้ให้ผลลดการอักเสบระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายผิว และเพิ่มความชุ่มชื้น
    • Palmaria palmata extract คือ สารสกัดจากสาหร่ายสีแดงชนิดหนึ่ง มีรายงานการวิจัยกล่าวถึงคุณสมบัติในการเป็น Antioxidant (Food Chem Toxicol. 2005; 43(7):1073-81.) เข้าใจว่าน่าจะเป็นวัตถุดิบ Whitonyl ของฝรั่งเศส ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่า ประกอบด้วยสารในกลุ่ม oligosaccharides ซึ่งมีคุณสมบัติในเชิง Whitening โดยไปขัดขวางการสร้างเม็ดสี และขัดขวางการส่งผ่านเม็ดสีที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ออกไปด้านนอก
    • Hydrolyzed yeast protein สารโปรตีนจากการหมักยีสต์แล้วนำมาผ่านกระบวนการย่อยให้มีขนาดเล็กลง ตัวนี้อาจจะเป็นวัตถุดิบ Chronogen YST™ ที่มีคำ Claim เกี่ยวกับการชะลอวัย และลดเลือนริ้วรอย หรือ Natriance™ Brightener Extract มีคำ Claim เกี่ยวกับด้าน Whitening ทั้งสองตัวมาจากบริษัท Ashland Specialty Chemical จากอเมริกา
    • Zinc PCA สารลูกผสมของ Zinc กับ Pyrollidone carboxylic acid (PCA) ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบกล่าวว่า สารนี้มีประโยชน์เป็นสารเติมน้ำให้ผิว (Humectant) ระงับเชื้อบางชนิด ควบคุมความมัน ลดริ้วรอยและชะลอวัย (Ajidew® ZN-100, Ajinomoto Ltd.)
    • Theobroma cacao shell extract สารสกัดจากเปลือกโกโก้ มีรายงานการวิจัยกล่าวว่าประกอบด้วยพฤกษเคมีที่มีประโยชน์หลายชนิด เช่น สารในกลุ่ม Polyphenols, Flavonoids ซึ่งเป็น Antioxiant ที่ดี และยังมี Theobromine ซึ่งเป็นสารในกลุ่มเดียวกับ Caffeine (Molecules 2018, 23, 1404)
  • สีน้ำตาล เป็นกลุ่มของน้ำมันหอมระเหย ซึ่งนอกจากมีกลิ่นหอมแล้ว ในทาง Aromatherapy ยังเชื่อว่าน้ำมันหอมระเหยเหล่านี้มีคุณสมบัติหลายประการ เช่น การลดการอักเสบระคายเคือง และการระงับเชื้อ จึงมีประโยชน์ในเชิงด้านของการลดกลิ่น เพราะสาเหตุหนึ่งของกลิ่นกาย คือเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย
  • สีชมพู เป็นกลุ่มของสารบำรุงที่มีประโยชน์ในเชิงการลดการอักเสบระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายผิว
  • สีฟ้า เป็นกลุ่มของสารบำรุงที่มีประโยชน์ในด้านของความชุ่มชื้นโดยการเติมน้ำให้ผิว

 

ในภาพรวมถือว่าเป็นเซรั่มบำรุงผิวใต้วงแขนที่นอกจากจะใช้ส่วนผสมที่เป็นน้ำมันหอมระเหยจากธรรมชาติในการให้กลิ่นหอมแล้ว ยังเสริมสารบำรุงมาหลายชนิด ซึ่งมีประโยชน์ทั้งในด้านการระงับเหงื่อ การลดการอักเสบระคายเคือง เพิ่มความชุ่มชื้น ลดเลือนริ้วรอย รวมไปถึง Whitening

ตัวเซรั่มมาในเบสแบบน้ำ ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน ซิลิโคน และแอลกอฮอล์

มาให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ

  1. สารบำรุง ดังที่ได้กล่าวไปด้านบนว่าตัวเซรั่มมีส่วนผสมของสารบำรุงอยู่หลายชนิด ให้ประโยชน์ที่ดีกับผิวใต้วงแขนหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นทั้งในด้านการระงับเหงื่อ การลดการอักเสบระคายเคือง เพิ่มความชุ่มชื้น ลดเลือนริ้วรอย รวมไปถึง Whitening ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยไม่มีจุดให้หักคะแนน รับไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ถ้าเทียบกับครีมสูตรเดิมแล้ว มี่รู้สึกว่าชอบตัวเซรั่มมากกว่า ด้วยความที่เนื้อของนางเบาสบาย มีกลิ่นที่หอมละมุนในโทนธรรมชาติ เมื่อเหงื่อออกระหว่างวันไม่เหนียว ไม่ลื่นเป็นเมือก สำหรับด้าน Whitening ความเรียบเนียน หรือ รูขุมขนใต้วงแขน มี่พึ่งใช้มาได้ราวๆ 2 สัปดาห์ เลยยังไม่ชัดเจนค่ะ ซึ่งคิดว่าน่าจะต้องใช้เวลามากกว่านี้ แต่โดยรวมก็คือเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นค่ะ จุดนี้ก็เลยขอให้ไป 5 ฟลาสก์

 

คะแนน ms

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ Maricha นะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

Line : @maricha

Fb : http://www.facebook.com/marichaskincare

IG : marichaskincare

 

ส่วนวันนี้คงต้องลากันไปเท่านี้ พบกันใหม่โอกาสหน้า สวัสดีค่ะ

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Maricha การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

[Unpack] แกะถุงโชคดี Lucky bag ชุด Momo puri จากร้าน Tsuruha

สวัสดีค่ะทุกๆคน

จากช่วงก่อนที่เห็นเป็นกระแสว่าทางร้าน Tsuruha ออกถุง Lucky bag ออกมาหลายชิ้น 1 ในนั้นคือ ถุงโชคดี Momo puri ที่ด้านในมี Momo puri lotion และ Momo puri gel cream อยู่นะคะ

วางขายในราคา 699 บาท

วันนี้มี่ก็จะมาแกะถุงให้ได้ชมกันค่ะว่าด้านในมีอะไร และสมหวังหรือผิดหวังไหมอย่างไรนะคะ

 

หน้าตาคือนางจะมาในถุงผ้าสปันบอนด์สีแดง สกรีนลายร้าน

lucky 3.jpg

 

ด้วยความคิดคำนวณดูแล้ว คือ โอเคกับราคาของ Lotion + gel cream เลยสอยมาค่ะ

เอามาแกะที่ที่พัก

lucky 1

 

แต่พอแกะออกมา ยอมรับว่าดิฉันก็แอบผิดหวังนิดหน่อยนะคะ

lucky 2

 

ให้ความรู้สึกเหมือนเอาของเหลือๆ กับ sample ฟรีมายัดๆรวมกันในถุง แล้วหวังขายแค่ของหลักตามเซ็ต

แต่ดิฉันอาจจะดวงไม่ดีเองก็ได้ค่ะ 555

 

ว่าแล้วก็คิดถึงญี่ปุ่น ที่นั่นเค้ามีความจริงใจกว่านี้อะ Lucky bag ที่ดวงไม่ดีที่สุดที่เคยได้มา ก็ยังใส่ของที่จัดว่าดีอยู่ ราคาเกินกว่าราคาถุงอีก

 

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมครีม Whitening วิตามินรวมจากญี่ปุ่น Shimi AX จากแบรนด์ Kracie

สวัสดีค่ะ

มีผลิตภัณฑ์อยู่ตัวหนึ่งที่มีติดค้างรีวิวทุกคนมานานมากๆ จนใช้หมดไปสองหลอดแล้วก็ยังไม่ได้ฤกษ์นำมารีวิวเสียที

เอาหล่ะ ในที่สุด วันนี้ก็ได้ฤกษ์ รีวิวปิดท้ายวันหยุด ก่อนต้องตื่นไปทำงานแต่เช้ากันในวันพรุ่งนี้

นางก็คือ ครีม #ลูกรักบ้านมียอน Shimi AX จากแบรนด์ Kracie นั่นเองค่ะ

หน้าตาเป็นแบบนี้นะคะ

shimi 1.JPG

หลอดเก่าไป หลอดใหม่มา ตอนนี้หลอดที่สองก็หมด แต่ขอพักสักแป๊บ เพราะของล้นกรุมากๆ 555

 

ตัวหลอดมาแบบเรียบแต่โก้ หรูแต่ง่ายค่ะ

shimi 2

 

จริงๆในบ้านเรามีขายที่ Matsumoto kiyoshi นะคะ แต่มี่สั่งจากเว็บ Dokodemo เอาค่ะ ราคารวมค่าขนส่งแล้วก็ไม่ต่างกันมากนัก

 

คำว่า “Shimi” หรือ しみ เป็นคำที่กำลังอินเทรนด์ของฝั่งญี่ปุ่นเค้าค่ะ แปลว่ารอยเปื้อน แต่ในทางสกินแคร์และบิวตี้ หมายถึง จุดด่างดำ

 

สำหรับเนื้อครีมก็เป็นครีมเนื้อข้นๆหน่อย

shimi 3

ไม่มีกลิ่นค่ะ น่าจะไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม

เกลี่ยได้ง่าย ซึมไว ไม่เหนอะหนะ ขัดกับลุคที่ดูข้นๆของนางเลย

shimi 4

 

วันนี้ไม่ได้วัด pH เพราะเนื้อครีมนางไม่เปียกกระดาษ กระดาษเลยไม่เปลี่ยนสีค่ะ

 

สำหรับส่วนผสมวันนี้ มี่ใช้วิธีแกะจากข้างกล่องเอานะคะ เนื่องจากไม่สะดวกไปถ่ายรูปฉลากไทยในร้านจ้า

สผส

ซึ่งจากที่สังเกตมา ทางญี่ปุ่นเขาไม่ได้เรียงลำดับส่วนผสมจากความเข้มข้นมากไปหาน้อยนะคะ แต่จะเอา Active มาขึ้นก่อน ตามด้วยสารที่เป็นเบส หรือ Vehicle ของตำรับค่ะ

 

สำหรับสารบำรุง ที่สำคัญจะเป็นกลุ่มของวิตามินรวม 3 ชนิดหลัก คือ A C E ค่ะ

  • วิตามินเอ เป็นรูปแบบของ Retinyl palmitate ซึ่งถ้าเทียบกับฟอร์มอื่นแล้ว นางก็จะมีการระคายเคืองที่น้อยกว่า แต่กว่านางจะออกฤทธิ์ได้ นางต้องผ่านการแปรสภาพในผิวถึง 3 ขั้นตอน โดยประโยชน์ของวิตามินเอ กับผิวพรรณนั้น ค่อนข้างกว้างค่ะ โดยหลักๆ จะเด่นไปในด้านของริ้วรอย การปรับสมดุลการผลัดผิว ความกระชับและยืดหยุ่นของผิว และสิว
  • วิตามินซี มาในรูปแบบของ Ascorbyl glucoside ซึ่งเป็นรูปแบบที่เอาวิตามินซีมาจับกับน้ำตาล โดยประโยชน์ของวิตามินซี ก็มีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นในเชิง Whitening, ลดการอักเสบระคายเคือง ต่อต้านอนุมูลอิสระ และ เป็นส่วนหนึ่งของการสังเคราะห์คอลลาเจน
  • วิตามินอี ตัวนี้น่าสนใจนะคะ เป็นรูปแบบของ Tocopheryl nicotinate ซึ่งเป็นสารลูกผสมระหว่างวิตามินอี กับ บี 3 ทางผู้ผลิตวัตถุดิบก็เคลมว่า ถ้านางลงผิว ผิวเราก็จะแปรสภาพจนได้วิตามินอี และ บี 3 ให้ประโยชน์หลายอย่างทั้ง Antioxidant, ลดการอักเสบระคายเคือง และในเชิงด้าน Whitening

antioxidants-06-00020-g001.jpg

(Duncan and Suzuki, . 2017 Mar; 6(1): 20.)

 

สำหรับ Tocopheryl nicotinate นอกจากผลที่กล่าวมาแล้ว นางมีคุณสมบัติในการเสริมการไหลเวียนของเลือดในหลอดเลือดเล็กๆในผิวเสริมมา ซึ่งจริงๆก็มีใช้ในทางยามาซักพักแล้วค่ะ (The American Journal of Clinical Nutrition 1974. 27(10):1110-6)

 

สารบำรุงที่เหลืออยู่ ในส่วนของสีฟ้า คือ

  • Dipotassium glycyrrhizate ตัวนี้ได้มาจากชะเอมค่ะ มีคุณสมบัติในเชิงการลดการอักเสบระคายเคือง
  • Lactobacillus/lotus seed ferment ตัวนี้มีประโยชน์ในด้านชุ่มชื้นเป็นหลักค่ะ

 

และสีเขียว Cholesterol กับ Corn oil เป็นไขมันที่มีประโยชน์กับผิวค่ะ

 

ในส่วนผสมมีการใช้ Paraben เป็นสารกันเสีย แต่ส่วนตัวไม่ได้หักคะแนน Paraben แล้วนะคะ ถ้าใครไม่แพ้สารตัวนี้ นางก็ไม่ได้น่ากลัวอะไรค่ะ

 

มาให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ วันนี้ขอให้ 2 หมวด คือ ส่วนผสม และ การใช้งานนะคะ

  1. ส่วนผสม ในส่วนผสมทำมาได้ค่อนข้างดี และลำพังการผสมเอาวิตามิน A C E/B3 เข้าด้วยกันก็เรียกได้ว่า ให้ประโยชน์ในการดูแลผิวได้ครบวงจรแล้วค่ะ เหลือแค่ว่าเราไม่ทราบความเข้มข้นว่าเค้าใช้ในปริมาณเท่าไหร่ จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. การใช้งาน ในตัวครีม เนื้อออกมาค่อนข้างหนัก แต่ก็ไม่ถึงกับเหนียว หรือมันเยิ้ม (มี่ผิวผสม/แห้ง) แต่ด้วยความที่มีวิตามินเอ ส่วนตัวก็จะใช้แค่ตอนกลางคืนนะคะ แม้ว่า Retinyl palmitate จะเสี่ยงแพ้แสงน้อยกว่าตัวที่เป็นรูปแบบยา อย่าง acid แต่ก็ขอเลี่ยงการใช้กลางวันไว้ก่อนค่ะ สำหรับด้าน Whitening ส่วนตัวมองว่า นางค่อยๆปรับสภาพจุดด่างดำให้สีผิวดูสม่ำเสมอขึ้นค่ะ แต่ไม่ถึงกับจะมาแบบขาวขึ้นแบบเว่อร์วังรวดเร็วอะไรทำนองนั้นค่ะ จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์

 

คะแนน

สำหรับวันนี้ก็คงต้องขอลากันไปเท่านี้ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบนะคะ

พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

 

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

 

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม เซรั่ม Whitening ที่มาพร้อมกับการฟื้นฟู Barrier ผิว และดูแลปัญหาด้านริ้วรอย จากเกาหลี กับ GluCA whitening serum

สวัสดีค่ะ

มี่ติดรีวิวเซรั่ม Whitening ตัวหนึ่งไว้ วันนี้ในที่สุดก็ถึงฤกษ์งามยามดีที่จะมารีวิวและวิเคราะห์ส่วนผสมให้ได้ชมกันแล้วค่ะ

เป็นผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ GluCA ที่มีชื่อเรียบง่ายว่า Whitening serum ค่ะ

จากความเดิมตอนที่แล้วที่มี่ได้มาเล่าถึงแบรนด์ GluCA ไปว่า นางเป็นเวชสำอางประสิทธิภาพสูงจากเกาหลี ที่มีวางจำหน่ายในคลินิกและโรงพยาบาลผิวหนังชั้นนำของประเทศเกาหลีค่ะ

ซึ่งมี่เองก็มีโอกาสได้รู้จักจากการไปเดินชมงาน K-beauty expo 2019 เมื่อต้นเดือน ก.ค. ที่ผ่านมาค่ะ

ผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ GluCA ที่เข้ามาในไทยจะมีด้วยกัน 2 Line นะคะ คือ Line Clinic รุ่นสีฟ้า กับ Line whitening จะเป็นสีเทาค่ะ

โดยวันก่อนมี่ได้รีวิวตัว Essence จากกลุ่ม Clinic ไปแล้วนะคะ ซึ่งถ้าพลาด เพื่อนๆสามารถไปติดตามได้ตามลิงค์นี้เลยค่ะ (>>>Click<<<)

 

สำหรับวันนี้จะมารีวิวตัวเซรั่มจากกลุ่ม Whitening ทั้งกลุ่มจะมีผลิตภัณฑ์อยู่ 5 ชิ้น ได้แก่ โฟมล้างหน้า โทนเนอร์ ครีม อายครีม และ เซรั่มค่ะ

white line.jpg

 

สำหรับตัวเซรั่มจะมีหน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ

Glu 1

ซึ่งจุดเด่นของภาชนะบรรจุคือ นางมีปุ่มล็อคอยู่ด้านหลัง ถ้าปุ่มนี้ล็อคอยู่ (เลื่อนไปทางซ้าย) จะกดเซรั่มออกมาไม่ได้ค่ะ ส่วนตัวมี่ชอบในจุดนี้มากๆ เพราะเวลาเราเดินทาง โหลดไปในกระเป๋า นางก็จะไม่โดนกระแทกจนเลอะเทอะออกมาค่ะ

Glu 3

เนื้อเซรั่มมาในรูปแบบของน้ำนม มีกลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยตามธรรมชาติ

Glu 4

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ซึมซาบไว แห้งไว ยังชุ่มชื้นอยู่แต่ไม่ถึงกับเหนอะหนะ

Glu 5

สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้นะคะ

ส่วนผสม white ใหม่

ในภาพรวมเป็นเซรั่มที่มาในเบสแบบอิมัลชั่น (เบสแบบน้ำนม) มีส่วนผสมของน้ำ และน้ำมัน ร่วมกับซิลิโคนบางชนิด ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์

จากส่วนผสมวันนี้มี่ทำไว้หลายสีเหมือนเช่นเคยนะคะ ขอเปิดประเดิมที่

  • ขอเปิดด้วยสีม่วง อิออน Calcium และ Magnesium ในรูปแบบที่ละลายน้ำได้ ซึ่งสองตัวนี้ทางแบรนด์เคลมเรื่องของเทคโนโลยี Ion balance เพื่อควบคุมสมดุลของ Calcium และ Magnesium ของผิว ซึ่งประโยชน์ของ Calcium ที่มีต่อผิวนั้นมีมากมาย แต่หลักๆคือช่วยให้เซลล์ผิวเจริญเติบโตเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและหน้าที่ (Differentiation) เป็นผิวที่โตเต็มวัย

โดย Calcium จะทำงานร่วมกับ Magnesium ในการควบคุมกระบวนการต่างๆ ซึ่งจากข้อมูลพบว่า ในเซลล์ที่มีสุขภาพดี อิออนของ Calcium และ Magnesium จะอยู่ในสภาวะที่สมดุล แต่ถ้าไม่สมดุล เซลล์ก็จะสุขภาพไม่ดี

glu ca mg

สำหรับประโยชน์ของ Calcium ที่ชัดเจนสำหรับผิวหนังก็คือเรื่องการ Differentiation ให้ผิวเราแข็งแรงและสมบูรณ์ ซึ่งรูปนี้อธิบายได้ชัดมากๆค่ะ

glu ca mg 2

  • สีฟ้า เป็นกลุ่มของสารเพิ่มความชุ่มชื้น ผ่านกระบวนการเติมน้ำให้ผิว ซึ่งประกอบด้วย Hyaluron 3 ชนิด ร่วมกับสารสกัดจากน้ำผึ้ง โปรวิตามินบี 5 และ Hydrolyzed collagen
  • สีเขียว คู่ผสมของ Palmitoyl tripeptide-1, Palmitoyl tetrapeptide-7 รู้จักกันในนามของ Matrixyl 3000 (จริงๆใน Matrixyl 3000 มีสารตัวอื่นประกอบด้วย แต่ขอละไว้นะคะ) ซึ่งมีประโยชน์ในการลดเลือนริ้วรอย และมีงานวิจัยรองรับถึงประสิทธิภาพ
  • สีส้ม เป็นไขมันที่ทดแทนให้ผิว โดยตัวสำคัญคือ Ceramide NP หรือ Ceramide 3 ซึ่งตัวเซราไมด์เองมีความสำคัญมากกับความสามารถในการเป็นปราการเพื่อปกป้องผิว เสริมมาด้วย Phytosphingosine ซึ่งเป็นสารตั้งต้นให้ผิวเรานำไปสังเคราะห์ ceramide ได้ และกรดไขมัน Palmitic
  • สีชมพู เป็นกลุ่มของสารบำรุงต่างๆ ได้แก่
    • Niacinamide ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 มีรายงานว่า สารตัวนี้สามารถเป็น Whitening ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ โดยไปรบกวนการส่งผ่านของเมลานินที่สร้างเสร็จแล้ว ลดการอักเสบในผิว เพิ่มการไหลเวียนเลือด ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวโดยไปกระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า และยังเป็น Antioxidant ด้วย (Int J Cosmet Sci 2005; 27:255–261)
    • สารสกัดพืชมากมายถึง 19 ชนิด โดยมีสารสกัดหลัก 7 ชนิด ซึ่งผ่านการคัดเลือกมาจากฐานข้อมูลของทางแบรนด์ ว่าเป็น Combination ที่ให้ประโยชน์ในเชิง Whitening ได้ดี ได้แก่ สารสกัดจากชาเขียว Centella, Sea buckthorn, Mallow, เจียวกู้หลาน, Alchemilla vulgaris และ Primula veris ซึ่งผ่านการทดสอบแล้วทั้งในระดับหลอดทดลองและในอาสาสมัครว่า มีคุณสมบัติในการลดการสังเคราะห์เมลานินได้

gluca inviro

(Image from GluCA)

 

เราลองมาดูประโยชน์ของสารสกัดและสารบำรุงบางตัวกันดีกว่านะคะ

    • สารสกัดจากชาเขียว มีรายงานวิจัยอยู่ค่อนข้างมาก เช่น เป็น antioxidant เป็น Moisturizer ลดริ้วรอย เพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผิว (Dermatol Ther. 2013;26(3):267-71.) สารประกอบกลุ่ม Polysaccharide ที่พบในชาช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV ได้ และสารประกอบกลุ่ม Polyphenol ยังช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีได้ (J Agric Food Chem. 2009;57(17):7757-62.)
    • สารสกัดจากเจียวกู้หลาน (Gymnostema pentaphyllum extract) ซึ่งปกติเรามักพบในสูตรชา แต่ในทางเครื่องสำอาง เจียวกู้หลานเป็นพืชที่มีความน่าสนใจเหมือนกัน เพราะมีคุณสมบัติเป็น antioxidant เสริมการทำงานของ Fibroblast และปกป้องผิวจากรังสี UV (ISRN Dermatology Volume 2014, Article ID 202876)
    • Primula veris extract หรือ Cowslip ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่ามีคุณสมบัติในการลดการอักเสบระคายเคือง และเป็น Antioxidant
    • สารสกัดจากคาโมมายล์ ลดการอักเสบระคายเคือง และให้ความรู้สึกสบายผิว
    • Adenosine มีประโยชน์ต่อผิวในด้านของการชะลอวัยและลดเลือนริ้วรอย

 

สำหรับสีแดงที่มีให้ไว้ คือกลุ่มของน้ำมันหอมระเหยจากเปลือกของพืชในตระกูล Citrus อาจจะทำให้เกิดอาการผิวไวต่อแสงได้ในบางคน จึงควรทากันแดดเสมอ หรือ นำผลิตภัณฑ์ไปใช้ในตอนกลางคืน ซึ่งในจุดนี้ส่วนตัวมี่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรหลังจากใช้ทั้งเช้าและเย็นมาเกือบเดือน และด้วยแพคเกจที่พกพาสะดวก มีตัวล็อคฝา ป้องกันการหกเลอะเทอะในกระเป๋าเดินทางก็เลยชอบที่จะพกพาไปด้วยเวลาเดินทาง

ในภาพรวมถือว่าเป็นเซรั่มที่ทำมาได้น่าสนใจทั้งในด้านของ Package ทั้งส่วนผสม ที่คัดเลือกมาเสริมกันอย่างลงตัว และการเลือกใช้เทคโนโลยี Ion balance ที่เลือกใช้ทั้ง Calcium และ Magnesium มาเสริมกันได้อย่างลงตัว และให้ประโยชน์กับผิวได้หลายอย่าง เพราะไม่ใช่แค่เป็นเซรั่ม Whitening ธรรมดาแต่มีส่วนผสมของสารบำรุงที่ให้ประโยชน์ทั้งด้านผิวแข็งแรง ชุ่มชื้น ชะลอวัย ลดการอักเสบระคายเคือง และดูแลปัญหาด้านริ้วรอยไปพร้อมๆกัน

ให้คะแนน

  1. สารบำรุง ในด้านของสารบำรุง ตามที่กล่าวไปด้านบน ทางแบรนด์เลือกใช้สารบำรุงหลายชนิด มาเสริมกันได้อย่างลงตัว และให้ประโยชน์กับผิวได้หลายอย่าง เพราะไม่ใช่แค่เป็นเซรั่ม Whitening ธรรมดาแต่มีส่วนผสมของสารบำรุงที่ให้ประโยชน์ทั้งด้านผิวแข็งแรง ชุ่มชื้น ชะลอวัย ลดการอักเสบระคายเคือง และดูแลปัญหาด้านริ้วรอยไปพร้อมๆกัน จึงขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ มีการใช้น้ำมันหอมระเหยจากพืชในสกุล Citrus ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการแพ้แสงได้ในบางราย แต่ส่วนตัวมี่ใช้ทั้งเช้าเย็น ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ถึงแม้จะไม่ได้เกี่ยวกับการใช้งานตรงๆ แต่ส่วนตัวชอบแพคเกจมาก ที่มีตัวล็อคฝากด และเนื้อสัมผัสของตัวเซรั่มก็ทำมาได้ค่อนข้างดี ชุ่มชื้น แต่ไม่ถึงกับเหนอะหนะมาก และเรื่องของประสิทธิภาพส่วนตัวมองว่าในด้านของการลดการอักเสบระคายเคือง และช่วยฟื้นฟูให้ผิวมีสุขภาพดีขึ้น ตรงนี้ทำมาได้ประทับใจมากๆ ส่วนเรื่อง Whitening กับ ริ้วรอย ช่วงนี้ยอมรับว่าไม่ได้มีปัญหาในจุดนี้ เลยยังไม่ทราบชัดเจนค่ะ แต่ขอให้คะแนนความพึงพอใจไว้ที่ 5 ฟลาสก์

คะแนน glu

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทุกท่านด้วยนะคะที่ติดตามรับชมมาจนจบ แล้วพบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

 

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมมาสก์หน้าสีชมพู Pink collagen radiant & Firm overnight mask จากแบรนด์ Scentio

มันจะมี Sleeping mask อยู่ชิ้นนึงที่มีอยากเอามาวิเคราะห์ส่วนผสมตั้งนานแล้ว แต่พึ่งได้มีโอกาสค่ะ

เป็น Sleeping mask สูตร Pink collagen จากแบรนด์ Scentio ที่เป็นสินค้าของเครือ Beauty buffet ค่ะ โดยสาเหตุที่มี่สนใจแบรนด์นี้ก็เพราะว่ามีน้องเซนต์เป็น Presenter รักน้อง ก็ต้องอุดหนุนสินค้าที่น้องเป็น Presenter เอ๊ย ไม่ใช่ ถือว่าไม่ได้ยินเนอะ

แบรนด์นี้เป็นแบรนด์ที่ผลิตสินค้าน่ารักๆมาตอบโจทย์สาววัยแรกรุ่น แบบเราๆ ในราคาที่ไม่แพงมาก และส่วนผสมค่อนข้างดีงาม คุ้มค่าคุ้มราคาค่ะ

อย่าง Sleeping mask วันนี้ ก็มีส่วนผสมที่ดีงามไม่แพ้ของนอกเหมือนกัน ไว้เดี๋ยวเราไปดูด้วยกันตอนช่วงวิเคราะห์ส่วนผสมนะคะ

น้องมาภายใต้คอนเซปท์ ปฏิวัติผิวสวย 4D ค่ะ

มาดูหน้าตาของน้องกันก่อนดีกว่าค่ะ นางมาในกล่องสีชมพูแบบนี้ค่ะ

sc 1.JPG

ด้านในเป็นแพคเกจแบบกระปุกไอติมน่ารัก สีชมพูขาว

sc 2

เนื้อครีมก็สีชมพู เป็นเนื้อแบบพุดดิ้ง คืนรูปได้ กลิ่นก็มาในโทนหวานแหวว

cream

เนื้อเบา ซึมไว ให้ความรู้สึกนุ่ม ชุ่มชื้น ไม่เหนียวเหนอะหนะ

cream 2

สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้นะคะ

สผส piti

ส่วนผสมวันนี้เรียกได้ว่าเยอะและยาวเหมือนกันนะคะ ในภาพรวมนางเป็นมาสก์แบบครีม ที่มีส่วนผสมของน้ำ น้ำมันสังเคราะห์ น้ำมันจากธรรมชาติ และ ซิลิโคนค่ะ โดยที่เนื้อมีความบางเบาแต่ชุ่มชื้นดี น่าจะเพราะเป็นเนื้อแบบซิลิโคนในน้ำ และมีส่วนผสมของสารดูดน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นหลายตัว เสริมสารบำรุงอื่นๆมาอีกหลายชนิด

มาดูกันทีละสีเลยนะคะ

  • เปิดด้วยสีเขียว สูตรผสมของ Octyldodecanol, Echium Plantagineum Seed Oil, Helianthus Annuus (Sunflower) Seed Oil Unsaponifiables, Cardiospermum Halicacabum Flower/Leaf/Vine Extract และ Tocopherol รู้จักกันในนาม Defensil ที่เรามักพบในครีมที่เคลมเรื่องของการลดการอักเสบระคายเคืองที่พบบ่อยตามร้านขายยา วัตถุดิบนี้ทางผู้ผลิตแกเคลมเกี่ยวกับคุณสมบัติในการลดการอักเสบ เสริมสร้างและฟื้นฟู Barrier ผิวให้แข็งแรง
  • สีฟ้าจะเป็นกลุ่มของสารเติมน้ำให้กับผิว ซึ่งมาแบบจัดเต็มด้วยกันหลายตัว ไม่ว่าจะเป็น
    • สารกลุ่ม Hyaluronic acid 4 ชนิด ที่มีขนาดแตกต่างกันไป มีประโยชน์ในการเติมน้ำให้แก่หลายๆระดับชั้นผิว
    • Polyglutamic acid มีประโยชน์ในการเพิ่มความชุ่มชื้นโดยการดูดน้ำให้ผิวเช่นกัน ตัววัตถุดิบนี้ ทางผู้ผลิตบางเจ้า แกเคลมว่า เวลาลงผิว ผิวเราจะตัดเอาออกมาเป็นกรดอะมิโน Glutamic acid เดี่ยวๆ ที่มีประโยชน์เป็นสารเพิ่มความชุ่มชื้น ที่เรียกกันว่า Natural moisturizing factor หรือ NMF ที่ช่วยจับน้ำให้ผิว ผิวจึงชุ่มชื้น และนุ่มนวล
    • Hydrolyzed collagen อันนี้ที่ข้างกล่องเคลมว่าเป็นคอลลาเจนที่ได้จากปลาดาว มีประโยชน์ในเชิงด้านความชุ่มชื้นเช่นกัน
    • Trehalose เป็นน้ำตาลชนิดพิเศษ มีประโยชน์ในเชิงด้านความชุ่มชื้นเช่นกัน
    • Acetamidoethoxyethanol ตัวนี้นางเป็นวัตถุดิบสิทธิบัตร มีชื่อทางการค้าว่า ElfaMoist® AC ผู้ผลิตวัตถุดิบเคลมว่าเป็นสารโมเลกุลเล็กที่สามารถแทรกซึมลงไปในหนังกำพร้าชั้น Stratrum corneum โดยไม่ทำให้ Barrier ผิวเสื่อมสภาพ ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวได้อย่างยาวนานถึง 30 ชั่วโมง
  • สีม่วง เป็นสารบำรุงอื่นๆ ได้แก่
    • Inositol มีประโยชน์ในการช่วยซ่อมแซมโครงสร้างที่เกี่ยวกับการรักษาความชุ่มชื้นของผิวหนัง ช่วยควบคุมความมัน เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิวหนังโดยไปเพิ่มการทำงานของเซลล์ใต้ผิว เพิ่มความชุ่มชื้น และช่วยให้เซลล์ไขมันใต้ผิวเรียบเนียนขึ้น จึงดูเหมือนว่าริ้วรอยลดลง และผิวแน่นขึ้น เต่งตึงขึ้น (ข้อมูลจากผู้จำหน่ายวัตถุดิบชนิด myo-Inositol)
    • Gluconolactone นางเป็นอนุพันธ์ของน้ำตาล อยู่ในกลุ่ม Polyhydroxy acid (PHA) ให้คุณสมบัติการผลัดผิว (Exfoliant) คล้าย AHA แต่อ่อนโยนและมีความระคายเคืองน้อยกว่า มีรายงานวิจัยสนับสนุนว่าการผลัดผิวของ PHA สามารถเพิ่มความชุ่มชื้น เพิ่มความแข็งแรงของ Barrier ผิวหนัง (Cutis. 2004; 73(2 Suppl):3-13.)
    • Hydrolyzed adansonia digitata extract อันนี้ก็น่าสนใจค่ะ นางเป็นสารที่ได้จากการย่อยสลายสารสกัด Baobab ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่า สารนี้ประกอบด้วยสารกลุ่ม Mucilage ที่มีความสามารถในการก่อฟิล์มบนผิวหนัง ช่วยดูดน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ปกป้องกันน้ำระเหยออกจากผิว ให้ผิวนุ่มและเงางาม เมื่อฟิล์ม Set ตัวได้ จะให้ความรู้สึกตึง (Tightening effect) (Dansonyl®, BASF)
    • Tocotrienols เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินอี และ สารสกัดจากมะเขือเทศ ทั้งคู่มีประโยชน์เป็น Antioxidant

ในภาพรวมคือเป็นผลิตภัณฑ์ที่เน้นไปในเชิงการเติมน้ำให้ผิว เพื่อให้ผิวเรานุ่มนวล ชุ่มชื้น พร้อมกับช่วยให้ผิวเราแข็งแรงนั่นเองค่ะ

มาให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ

  1. สารบำรุง ในส่วนของสารบำรุง เรียกได้ว่าจัดเต็มไปในเชิงด้านการเติมน้ำให้ผิวแบบเน้นๆ เสริมมาด้วยคุณสมบัติในด้านของการปกป้องผิวให้แข็งแรง ให้ความรู้สึกสบายผิว และ Antioxidant อีกเล็กน้อย จุดนี้ส่วนตัวอยากให้มีสารบำรุงกลุ่มอื่นๆเพิ่มขึ้นอีกนิดนึง ขอให้ 4 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่ได้มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว ถึงแม้จะดูเหมือนมีซิลิโคนเยอะ และหลายๆคนก็เกรงกลัวซิลิโคน แต่ความจริงตัวซิลิโคนเขาเองก็มีประโยชน์ในด้านของการปรับ Feeling ให้บางเบา เรียบเนียน ไม่เหนอะหนะ และเคลือบปกป้องผิว จุดนี้ให้ 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ส่วนตัวค่อนข้างชอบเนื้อสัมผัส การเกลี่ย สัมผัสหลังใช้ และความชุ่มชื้นหลังใช้นะคะ แต่รู้สึกว่ากลิ่นจะไม่ถูกจริตเราไปนิดนึง แต่ก็คงไม่หักคะแนนเรื่องกลิ่นนะคะ ส่วนด้านความชุ่มชื้น ส่วนตัวมีผิวผสม/แห้ง คิดว่ายังแห้งไปนิดนึงค่ะ ให้ 4 ฟลาสก์

คะแนน sc

สำหรับวันนี้คงต้องขอลากันไปเท่านี้ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบนะคะ พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับมาจากทางแบรนด์ Scentio/Beauty buffet การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้าและไม่ได้รับค่าตอบแทนในการรีวิว โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเจลอาบน้ำผสานพลังน้ำมันหอมระเหยสูตรธรรมชาติ จากแบรนด์ Piti กับผลิตภัณฑ์ Rosemary Natural body shower gel

สวัสดีค่ะ

วันนี้มี่มีรีวิวเจลอาบน้ำจากแบรนด์ไทยคุณภาพแบรนด์หนึ่ง ที่มี่เคยเอาโลชั่นมารีวิวให้ทุกท่านได้ชมไปในช่วงก่อนมาฝากกันค่ะ

เป็นเจลอาบน้ำจากแบรนด์ปิติ ซึ่งผลิตสินค้าออกมาภายใต้ความคิดริเริ่มมาจากความต้องการทำโลชั่นเพื่อดูแลผิวคุณพ่อคุณแม่ของเจ้าของแบรนด์ ซึ่งมีผิวแห้งมาก จนรบกวนคุณภาพชีวิตประจำวัน พอคุณพ่อคุณแม่ใช้แล้วดีมีความสุข ทางแบรนด์ก็เลยอยากส่งต่อ ความรักและความสุขจากการใช้ผลิตภัณฑ์นี้ให้กับทุกคนค่ะ นอกจากโลชั่น ตอนนี้ทางแบรนด์ก็ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับอาบน้ำมาด้วยค่ะ

สำหรับรีวิวโลชั่น ใครที่พลาดไป สามารถกลับไปตามได้ที่ลิงค์นี้นะคะ

(>>>Link review Piti lotion<<<)

ผลิตภัณฑ์มีชื่อเต็มๆว่า Extra moisturizer for dry skin Rosemary Natural body shower gel ซึ่งมีหน้าตาเป็นแบบนี้นะคะ

piti 1

ตัวเจลอาบน้ำมีเนื้อเป็นเจลใสที่ค่อนข้างข้นนะคะ

piti 3

ในด้านของฟอง ส่วนตัวค่อนข้างชอบเลยค่ะ มีฟองแบบที่ชอบเลย

piti 2

ค่า pH หลังละลายน้ำอยู่ที่ราวๆ 6 ซึ่งเป็นกรดอ่อนๆ ซึ่งเหมาะกับผิวของเราดีนะคะ เพราะปกติผลิตภัณฑ์อาบน้ำส่วนใหญ่จะมีค่า pH ค่อนไปทางด่าง ซึ่งอาจจะทำให้ผิวแห้งและระคายเคืองได้ง่าย

piti 4

สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

สผส piti

จากส่วนผสมมี่ทำสีไว้อยู่ 5 สี นะคะ

เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เลยขอเริ่มที่ส่วนของสารทำความสะอาดก่อนเลย

ส่วนของสารทำความสะอาดแทนที่ด้วยสีฟ้าอ่อนค่ะ เปิดมาจะเป็นสารทำความสะอาดหลักอย่าง Ammonium lauryl sulfate (ALS) ซึ่งตัวนี้จริงๆอาจจะไม่ได้อ่อนโยนมากนัก แต่เรื่องของฟอง คือดีงาม แต่ก็เสริมมาด้วยสารทำความสะอาดอีกหลายตัว ที่ช่วยปรับความอ่อนโยนให้ระบบอ่อนโยนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเสริมสารทำความสะอาดกลุ่ม Glutamate ที่มีความอ่อนโยนสูง และทางผู้ผลิตวัตถุดิบเองก็เคลมว่า ถ้าใช้คู่กับพวก SLS/SLES จะช่วยลดการเกาะติดผิวของ SLS/SLES ได้ แต่ในเคสนี้เป็น ALS ก็เลยคิดว่าน่าจะช่วยได้เหมือนกัน (คหสต.) และยังมี Cocamidopropyl betaine กับ Cocoglucoside ซึ่งมีความอ่อนโยน

ในด้านของสารบำรุง วันนี้มี 3 สีค่ะ

  1. สีเขียวมะกอก เป็นกลุ่มของสารไขมัน ที่ช่วยลดความรู้สึกผิวแห้งตึงหลังอาบน้ำ
  2. สีเขียวแก่ Hydroxyethyl urea เป็นตัวเพิ่มความชุ่มชื้น
  3. สีชมพู เป็นกลุ่มของสารสกัดจากพืช ซึ่งอัดแน่นมาด้วยกันหลายชนิดเลย บางตัวก็จะคล้ายๆกับสูตรของโลชั่นที่มี่เคยรีวิวไว้นะคะ
  • สารสกัดจากเมล็ด Evening primrose ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่า มีคุณสมบัติในการเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบและระคายเคือง ทางผู้ผลิตกล่าวว่าให้ผลดีในอาสาสมัครที่มีอาการผิวอักเสบแบบ Atopic
  • Rehmannia chinensis extract สารสกัดจากต้น Chinese fox glove เป็นพืชพื้นบ้านของที่ชาวญี่ปุ่นใช้เป็นยาทาภายนอกมาตั้งแต่สมัยโบราณ ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าเป็นสารเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบระคายเคือง และช่วยให้ผิวนุ่มนวล สารสกัดจากใบพีช ผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าสารสกัดจากใบมีประโยชน์ในการชะลอวัย ลดริ้วรอย
  • Prunus persica leaf extract คือ สารสกัดจากใบพีช มีข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติในการลดการอักเสบระคายเคือง และให้ความรู้สึกสบายผิว
  • Phellodendron amurense bark extract สารสกัดจากพืชในตำรับยาจีนชนิดหนึ่ง มีรายงานเกี่ยวกับคุณสมบัติในการต้านการอักเสบ (Int Immunopharmacol. 2014; 19(2):214-20.) ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่า ประกอบด้วยสารอัลคาลอยด์ที่มีชื่อว่า Berberine มีประโยชน์ในการลดการอักเสบ และต่อต้านเชื้อจุลินทรีย์ และเป็น Antioxidant
  • สารสกัดจากสาหร่าย (Algae extract) ซึ่งสาหร่ายมีหลายสายพันธุ์จึงไม่สามารถฟันธงในรายละเอียดได้ โดยรวมสาหร่ายมีประโยชน์ในการเพิ่มความชุ่มชื้น และเป็น antioxidant
  • สารสกัดจากพลูคาว (Houttuynia cordata extract) ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่ามีประโยชน์ ลดการอักเสบระคายเคือง และ ช่วยในการสมานผิว
  • สารสกัดจากกระเจี๊ยบ (Hibiscus esculentus fruit extract) ประกอบด้วยสารในกลุ่ม Polysaccharide ที่มีประโยชน์ในการเพิ่มความชุ่มชื้น
  • สารสกัดจากอาร์ติโช๊ค (Cynara scolymus leaf extract) ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่ามีประโยชน์ ลดการอักเสบระคายเคือง และต่อต้านจุลินทรีย์
  • สารสกัดจากผลเกรฟฟรุ๊ต (Citrus junos fruit extract) มีประโยชน์ในการเพิ่มความชุ่มชื้นและเป็น antioxidant

 

ส่วนที่เป็นสีฟ้าอ่อนจะเป็นน้ำมันหอมระเหยจากพืชค่ะ ซึ่งมีด้วยกัน 4 ชนิด ได้แก่ Rosemary, Eucalyptus Lavender และ Patchouli ค่ะ

 

มาให้คะแนนกันดีกว่านะคะ วันนี้ขอแบ่งเป็น 3 หมวด คือ สารทำความสะอาด ส่วนผสมอื่นๆ และ การใช้งานค่ะ

  1. สารทำความสะอาด แม้สารทำความสะอาดหลักจะเป็น Ammonium lauryl sulfate ที่มีความสามารถในการทำความสะอาดค่อนข้างดี แต่ก็อาจจะทำให้ผิวแห้งได้บ้าง ซึ่งในจุดนี้ทางแบรนด์มีการเสริมเอาสารทำความสะอาดเข้ามาอีก 3 ชนิด เพื่อปรับปรุงให้มีความอ่อนโยนเพิ่มขึ้น ส่วนตัวหลังใช้ก็ไม่ได้รู้สึกว่าแห้งตึงนะคะ จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ มีการใช้สารบำรุงเข้ามาเสริมหลายชนิด โดยหลักๆจะเน้นไปในเชิงด้านของความชุ่มชื้น การลดการอักเสบระคายเคือง และให้ความรู้สึกสบายผิว ซึ่งก็ถือว่าทำมาได้ค่อนข้างดี แม้ว่าพวก Cleansing จะสัมผัสผิวไม่นาน เราคงจะหวังผลจากสารบำรุงมากไม่ได้ แต่การมีพวกสารลดการระคายเคือง และเพิ่มความชุ่มชื้นอยู่ก็น่าจะมีประโยชน์มากกว่า นอกจากนี้ส่วนของสารที่เป็นพวกไขมันที่ใส่มา ก็ช่วยลดการผิวแห้งหลังล้างได้ด้วย จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ส่วนตัวค่อนข้างชอบเลยค่ะ ตั้งแต่ก่อนใช้ คือเวลาตีฟองกับน้ำอุ่น เราจะได้กลิ่นของน้ำมันหอมระเหย ที่ทางแบรนด์เบลนด์มาเป็นอย่างดี โทนหลักจะเป็น Rosemary รองๆจะมีกลิ่นของ Herb และกลิ่นแนวเย็นๆ แฝงอยู่ ให้ความรู้สึกค่อนข้างสดชื่น ตอนใช้เรื่องของฟอง ก็ทำมาได้โดนจริตดี และในด้านของความรู้สึกหลังใช้ก็จะไม่ได้แห้งตึง และก็ไม่ได้เยิ้มฉ่ำแบบมีเมือกเคลือบ จุดนี้ค่อนข้างชอบ ให้ไป 5 ฟลาสก์

 

piti wash

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ Piti ด้วยนะคะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะ ที่ติดตามรับชมมาจนจบ

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

Line ID : @piti

https://www.facebook.com/pitidryskinexpert/

http://www.pitidryskinexpert.com

 

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Piti การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม เอสเซนส์ฟื้นฟูผิว ด้วยพลัง Ionic balance กับ GluCA Derma Solv Ionic Essence จากเกาหลี

สวัสดีค่ะ วันนี้มี่หยิบเอาเซรั่มตัวโปรดที่มีเทคโนโลยีที่น่าสนใจจากเกาหลีมารีวิวและวิเคราะห์ส่วนผสมให้ได้ชมกันค่ะ

เป็นผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ GluCA ซึ่งเป็นเวชสำอางประสิทธิภาพสูงจากเกาหลี ที่มีวางจำหน่ายในคลินิกและโรงพยาบาลผิวหนังชั้นนำของประเทศเกาหลีค่ะ

ซึ่งมี่เองก็มีโอกาสได้รู้จักจากการไปเดินชมงาน K-beauty expo 2019 เมื่อต้นเดือน ก.ค. ที่ผ่านมาค่ะ

ผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ GluCA ที่เข้ามาในไทยจะมีด้วยกัน 2 Line นะคะ คือ Line Clinic รุ่นสีฟ้า กับ Line whitening จะเป็นสีเทาค่ะ

ในกลุ่มของ Clinic จะมีผลิตภัณฑ์อยู่ 4 ชิ้นค่ะ คือ โฟมล้างหน้า เอสเซนส์ ครีม และ กันแดดค่ะ

glu 1

(Image from GluCA official website)

วันนี้มี่หยิบเอาส่วนผสมของ GluCA Derma Solv Ionic Essence ซึ่งเป็นตัวเอสเซนส์เข้มข้นในไลน์สีฟ้า หรือ ไลน์ Clinic มาวิเคราะห์ให้ได้ชมกันค่ะ

เริ่มที่หน้าตาของน้องจะมาในกล่องสีขาวแถบฟ้าแบบนี้นะคะ

glu 2

ตัวแพคเกจจะมาในรูปแบบหลอด พร้อมหัว Applicator

glu 3

glu 4-1

ซึ่งเมื่อเรากดที่ปุ่มสีฟ้า เนื้อผลิตภัณฑ์ก็จะออกมาแบบนี้ค่ะ

glu 7

โดยเราสามารถใช้ตัว Applicator นี้กลิ้งเบาๆได้ทั่วใบหน้าเลยค่ะ หรือจะเน้นเฉพาะรอบดวงตาก็ได้

 

ผลิตภัณฑ์มาในเนื้อเจลใส มีกลิ่นหอมอ่อนๆจากน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ อันนี้ทาด้วย Applicator ที่ติดมากับหลอดนะคะ

glu 8

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ซึมไว แห้งไว ไม่เหนอะหนะ

glu 9

ค่า pH อยู่ที่ราวๆ 5 – 6 นะคะ ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับผิวเราดีค่ะ

glu 5

สำหรับส่วนผสมเป็นดังภาพค่ะ

สผส gluCA

ในภาพรวมนางเป็นเอสเซนส์ที่มาในรูปแบบของเจลเบสน้ำ มีส่วนผสมของน้ำมันจากธรรมชาติที่ทดแทนไขมันคืนให้ผิวอยู่เล็กน้อยในลำดับท้ายๆ เสริมมาด้วยสารบำรุงหลายชนิด และแต่งกลิ่นด้วยน้ำมันหอมระเหยจากธรรมชาติค่ะ

ส่วนผสมวันนี้มีหลายสีหน่อยนะคะ

  • ขอเปิดด้วยสีส้ม อิออน Calcium และ Magnesium ในรูปแบบที่ละลายน้ำได้ ซึ่งสองตัวนี้ทางแบรนด์เคลมเรื่องของเทคโนโลยี Ion balance เพื่อควบคุมสมดุลของ Calcium และ Magnesium ของผิว ซึ่งประโยชน์ของ Calcium ที่มีต่อผิวนั้นมีมากมาย แต่หลักๆคือช่วยให้เซลล์ผิวเจริญเติบโตเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและหน้าที่ (Differentiation) เป็นผิวที่โตเต็มวัย
    โดย Calcium จะทำงานร่วมกับ Magnesium ในการควบคุมกระบวนการต่างๆ ซึ่งจากข้อมูลพบว่า ในเซลล์ที่มีสุขภาพดี อิออนของ Calcium และ Magnesium จะอยู่ในสภาวะที่สมดุล แต่ถ้าไม่สมดุล เซลล์ก็จะสุขภาพไม่ดี

glu ca mg

สำหรับประโยชน์ของ Calcium ที่ชัดเจนสำหรับผิวหนังก็คือเรื่องการ Differentiation ให้ผิวเราแข็งแรงและสมบูรณ์ ซึ่งรูปนี้อธิบายได้ชัดมากๆค่ะ
glu ca mg 2

  • สีฟ้า เป็นกลุ่มของสารเพิ่มความชุ่มชื้น ผ่านกระบวนการเติมน้ำให้ผิว ซึ่งประกอบด้วย Hyaluron 3 ชนิด ร่วมกับสารสกัดจากน้ำผึ้ง โปรวิตามินบี 5 และ Hydrolyzed collagen
  • สีเขียว คู่ผสมของ Palmitoyl tripeptide-1, Palmitoyl tetrapeptide-7 รู้จักกันในนามของ Matrixyl 3000 (จริงๆใน Matrixyl 3000 มีสารตัวอื่นประกอบด้วย แต่ขอละไว้นะคะ) ซึ่งมีประโยชน์ในการลดเลือนริ้วรอย และมีงานวิจัยรองรับถึงประสิทธิภาพ
  • สีม่วง เป็นไขมันที่ทดแทนให้ผิว โดยตัวสำคัญคือ Ceramide NP หรือ Ceramide 3 ซึ่งตัวเซราไมด์เองมีความสำคัญมากกับความสามารถในการเป็นปราการเพื่อปกป้องผิว
  • สีเขียวมะกอก เป็นสารบำรุงอื่นๆ ซึ่งตาม Combination ที่แบรนด์เคลมในไลน์ Clinic จะมีส่วนผสมของสารสกัดจากพืชทั้งหมด 6 ชนิด ที่ผ่านการค้นคว้าและพัฒนามาจากทางแบรนด์ โดยทางแบรนด์เคลมว่าได้คัดเลือกมาจากฐานข้อมูลสารสกัดกว่า 85 ชนิด จนได้ 6 ชนิดนี้มาเป็น Combination ที่ให้ประโยชน์ในเชิงการฟื้นฟูและปรับสภาพผิว ที่ทางแบรนด์เรียกว่าเป็น Self-restoration technology ได้แก่ สาหร่ายสีน้ำตาล บลูเบอร์รี่ ใบบัวบก ชาเขียว เสริมด้วย สารสกัดจาก Propolis และ Allantoin

glu สารสกัด

(Image from GluCA)

มี่ขอเลือกกล่าวถึงสารสกัดจากพืชบางตัวนะคะ

  • สารสกัดจากใบบัวบก เสริมมากับ Madecassoside บริสุทธิ์ ซึ่งในปกติใบบัวบกเองก็มี Madecassoside อยู่ตามธรรมชาติ แต่ก็ยังมีการเติมเสริมเพิ่มลงไป เพื่อประโยชน์ในเชิงด้านของการสมานแผล (Wound healing) และในเชิงริ้วรอย
  • สารสกัดจากชาเขียว อุดมไปด้วยสารในกลุ่ม Catechins ซึ่งมีประโยชน์มากมายกับผิว ไม่ว่าจะเป็นในเชิงของ Antioxidant รวมไปถึงเชิงการป้องกันการเกิดริ้วรอย ลดการอักเสบระคายเคือง

 

แต่จุดที่น่าพิจารณาคือ การมีน้ำมันจากเปลือกของพืชในตระกูล Citrus ที่ได้มาจากกระบวนการบีบ (Cold press) อาจจะทำให้เกิดอาการผิวไวต่อแสงได้ในบางคน จึงควรทากันแดดเสมอ หรือ นำผลิตภัณฑ์ไปใช้ในตอนกลางคืน ซึ่งในจุดนี้ส่วนตัวมี่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรหลังจากใช้ทั้งเช้าและเย็นมาเกือบเดือน ซึ่งในจุดนี้เราก็ไม่ทราบว่าน้ำมันหอมระเหยจาก Citrus เหล่านี้มาจากกระบวนการไหน ถ้าเป็นการสกัดวิธีอื่นก็ไม่มีปัญหาอะไรค่ะ

ในภาพรวมถือว่าเป็นเอสเซนส์ที่ทำมาได้น่าสนใจทั้งในด้านของ Package ทั้งส่วนผสม ที่คัดเลือกมาเสริมกันอย่างลงตัว และการเลือกใช้เทคโนโลยี Ion balance ที่เลือกใช้ทั้ง Calcium และ Magnesium มาเสริมกันได้อย่างลงตัว

 

ให้คะแนน

  1. สารบำรุง ในด้านของสารบำรุง ตามที่กล่าวไปด้านบน ทางแบรนด์เลือกใช้สารบำรุงหลายชนิด ที่บำรุงผิวเสริมกันได้อย่างลงตัว เพื่อฟื้นฟูปัญหาผิวแห้ง ผิวที่บอบบาง แพ้ง่าย ซึ่งเกิดจากสิ่งแวดล้อม หรือเกิดตามกาลเวลา อายุที่เพิ่มขึ้น โดยสารบำรุงที่เลือกใช้ นอกจากจะให้ประโยชน์ในด้านการฟื้นฟู Barrier ผิวแล้ว ยังมีประโยชน์ในเชิงการลดริ้วรอย ลดการอักเสบระคายเคือง เสริมกระบวนการสมานแผล (Wound healing) และเติมน้ำไปพร้อมๆกัน จึงขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ มีการใช้น้ำมันหอมระเหยจากพืชในสกุล Citrus ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการแพ้แสงได้ในบางราย แต่ส่วนตัวมี่ใช้ทั้งเช้าเย็น ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน อย่างแรกที่ต้องชมก่อนคือเรื่องของ Applicator ที่เขาออกแบบมาได้รับกับส่วนเว้าใต้ตา และส่วนโค้งของใบหน้า เรื่องของเนื้อสัมผัสของตัวเอสเซนส์ก็ทำมาได้ค่อนข้างดี และเรื่องของประสิทธิภาพส่วนตัวมองว่าในด้านของการลดการอักเสบระคายเคือง และช่วยฟื้นฟูให้ผิวมีสุขภาพดีขึ้น ตรงนี้ทำมาได้ประทับใจมากๆ ให้ไป 5 ฟลาสก์

คะแนน GluCA

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทุกท่านด้วยนะคะที่ติดตามรับชมมาจนจบ แล้วพบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

 

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ