
Mini Review Hand cream ป้องกัน Aging hand จาก CoenRich Q10 whitening medicated hand & finger สูตร Deep moisture ของญี่ปุ่น


สวัสดีค่ะ วันนี้มี่มีรีวิว Overnight mask หรือ Sleeping pack ที่น่าสนใจมาฝากกันอีกแล้วค่ะ
เชื่อว่า Overnight mask เป็นผลิตภัณฑ์ในใจใครหลายๆคนเลย มี่เองก็เช่นกัน เนื่องจากมันใช้สะดวก แค่ทาๆแล้วไปนอนได้เลย ไม่ต้องรอมานั่งล้าง ลอก หรือ แกะแผ่นออก
เรียกได้ว่าเหมาะกับวิถีชีวิตอันเร่งรีบของเราจริงๆ
Overnight mask ที่มี่หยิบมารีวิววันนี้เป็นผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ DP.DERM+ ที่มีชื่อว่า Multi-Tasking Overnight mask ค่ะ
มาทำความรู้จักกับแบรนด์ DP.DERM+ กันซักนิดนะคะ
“DP.DERM+” เป็นแบรนด์สกินแคร์คนไทยที่ใช้สารสกัดหลักตามงานวิจัยซึ่งเป็นที่ยอมรับ ร่วมกับสารนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนตามหลักวิทยาศาสตร์”
เริ่มจากเจ้าของแบรนด์เป็นพยาบาล รพ.รัฐ ไม่ค่อยมีเวลาดูแลผิวหน้าเนื่องจากต้องขึ้นเวร นอนดึก บางวันไม่ได้นอน วันไหนลงเวรเหนื่อยๆก็ล้างหน้านอนเลย ไม่มีแรงทา skincare หลายๆขั้นตอน บวกกับเจ้าของแบรนด์มีผิวบอบบางแพ้ง่าย ซึ่งหาผลิตภัณฑ์ทั่วไปตามท้องตลาดที่ไม่มีน้ำหอม แอลกอฮอล์ สารระคายเคืองผิวอื่นๆได้ยาก หรือผลิตภัณฑ์ดีๆก็มีราคาแพงต้องนำเข้า จึงปรึกษาแฟนที่เป็นหมอว่าอยากจะทำเพื่อใช้เอง ก็เลยศึกษา ทดลอง และพัฒนาสูตรร่วมกันเรื่อยมา จนออกมาเป็น “DP.DERM+ : Multi-tasking Overnight Mask” ที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องความชุ่มชื้น ความขาวกระจ่างใส เสริมสร้างชั้นผิว ลดริ้วรอยจากผิวที่แห้งกร้าน ป้องกันริ้วรอยเกิดใหม่ปัญหาผิวหมองคล้ำ ฝ้า รอยดำ/รอยแดง สิว ให้จบครบในขั้นตอนเดียว สามารถใช้เป็นสกินแคร์ตัวเดียวก่อนนอนได้เลย
ตัวมาส์กมาในกล่องสีขาวดูเรียบหรู

เปิดกล่องโดยการสไลด์ออกมา

แพคเกจด้านในเป็นหลอดบีบสีขาว ตัดด้วยฝาสีดำ

เนื้อมาส์กมาในเนื้อแบบครีม ทางแบรนด์ไม่ได้ใส่น้ำหอมเลยมีกลิ่นจางๆของวัตถุดิบอยู่ค่ะ

เกลี่ยค่อนข้างง่าย เนื้อดี ให้ความชุ่มชื้นค่อนข้างมาก แต่ไม่เหนียวเหนอะหนะหนักผิว

วันนี้ไม่ได้วัดค่า pH ให้นะคะ เนื่องจากตัวมาส์กไม่เปียกกระดาษวัด pH เลยไม่เกิดการเปลี่ยนสีค่ะ
มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

จากส่วนผสมวันนี้มี่ทำสีไว้ 2 สีนะคะ
มาส์กนี้มาในเบสแบบครีม มีส่วนผสมของน้ำ น้ำมันและซิลิโคน ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ และสารอื่นที่ไม่เป็นมิตรกับผิว
โดยรวมเป็นมาส์กหน้าที่มีส่วนผสมของสารบำรุงที่ให้ประโยชน์ในด้านของ Whitening, การชะลอวัยป้องกันริ้วรอยใหม่ เสริมการสังเคราะห์ไขมันที่เป็นส่วนประกอบ Barrier ผิวให้แข็งแรง รวมไปถึงการลดการอักเสบระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายผิว
มาให้คะแนนกันดีกว่านะคะ

สุดท้ายนี้ต้องขอบคุณทางแบรนด์ DP.DERM+ ด้วยนะคะที่ส่งสินค้าดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ
สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์เลยนะคะ
FB: dp.derm+ หรือคลิ้ก https://bit.ly/2Ed3qvV
Line: @dpderm (มี@นำหน้าด้วยนะคะ) หรือคลิ้ก https://bit.ly/2U9WG6I
พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ
Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ DP.DERM+ การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ
สวัสดีค่ะพี่ๆน้องๆเพื่อนๆบ้านมียอนทุกๆท่าน
วันนี้มี่จะมาพาไปเดินชมงาน Cosmoprof ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าเครื่องสำอางและความงามที่ยิ่งใหญ่งานหนึ่งในเอเชียให้ได้ชมกันนะคะ
งานจัดที่ฮ่องกงจ้า
#บินวนไปค่ะ

เลือกใช้บริการของ Hong Kong Airlines เครื่องใหญ่ บินนิ่ม นั่งสบาย Leg room กว้างขวางอยู่ค่ะ (แต่ขากลับแอบดีเลย์ไปชั่วโมงกว่า งอนมาก ถึงไทยเกือบเที่ยงคืน)
เดี๋ยวๆ จะกลายเป็นเพจรีวิวสายการบินละ 55
กลับมาก่อนค่ะ
จริงๆนอกจากงาน Cosmoprof แล้ว จะมีอีกงานที่ชื่อ Cosmopack ค่ะ ซึ่งจัดที่ Asia world expo ใกล้ๆสนามบิน เป็นงานแสดงวัตถุดิบ โรงงาน OEM ต่างๆ แพคเกจจิ้ง สิ่งพิมพ์ และอื่นๆ เหมาะกับคนที่คิดจะทำสินค้าเป็นของตัวเองค่ะ มี่ไม่อัพเดทในส่วนนี้นะคะ เนื่องจากจะคล้ายๆกับงาน In-cosmetics + Cosmex ที่มี่ที่บ้านเรา
ส่วนงาน Cosmoprof จัดที่ Hong Kong Convention & Exhibition Centre (HKCEC) ใกล้ๆกับ MTR Wanchai ค่ะ เดินทางค่อนข้างสะดวก นั่งรถไฟไปถึงสถานี Wanchai แล้วเดินตามฝูงชนไปเรื่อยๆ ก็ถึงแล้วจ้า

ที่สถานีเป็นตีมสีเขียว เขียวทุกอนู แต่ทำไมมือถืออิชั้นถ่ายออกมาแล้วเหลืองๆ
เดินตามป้ายบอกทางไปเรื่อยๆ คนเยอะจริงๆค่ะ 
ในที่สุดเราก็มาถึง คนเยอะมากจริงๆ

ป้ายต้อนรับหลากหลายภาษา

พอเข้ามาก็เดินขึ้นบันใดไปปรินท์ Badge กันก่อนค่ะ
งานปีนี้มีหลายส่วนแยกกันอย่างชัดเจนค่ะ

งานเล็บ ไป ห้อง 5E
งานผม ไป ห้อง 5G
งานสินค้า Natural ไป 3G
งานสินค้าที่เกี่ยวกับ Salon ไป 3E, 3F
และสิ่งที่เป็นเป้าหมายของเรา คือ Cosmetics & Toiletries ไปห้อง 1E, concourse และ 5C ค่ะ
คนเยอะทุกอณู


พอเป็นวันสุดท้ายเค้าก็จะอารมณ์ขายของที่เอามาทิ้ง ขี้เกียจขนกลับแล้ว ว่างั้น
ปีนี้เทรนด์ที่ยังติดตลาด หนีไม่พ้นพวกมาสค์นะคะ ซึ่งมีการแตกไลน์ต่างๆออกมาอีกมากมาย
เช่น มาสค์หน้าอก แปะแล้วอกฟู


มาสค์สำหรับแทบทุก area ของร่างกาย


มาสค์เล็กๆ รูปผลไม้น่ารักดี


มาสค์ Aromatherapy มาสค์ไปบำบัดจิตไป ฟินกันไป

มาสค์ Unicorn Hologram น่ารักๆ มีทั้งแบบ Mask sheet และ แบบ Sleeping pack
เสียดายเค้าไม่ได้ขาย ไม่งั้นคงซื้อมาละค่ะ 55

นอกจากกลุ่มของพวกมาสค์ อื่นๆก็จะเป็นกลุ่มของสินค้าทั่วไป บางเจ้าก็มาแบบเป็นแบรนด์ บางเจ้าก็มาทั้งโรงงาน
อย่าง โรงงาน Cosmetex roland ของประเทศญี่ปุ่น ที่ผลิต กลุ่มน้ำมันม้า ลูกรักบ้านมียอน แต่เสียดาย โหลดกระเป๋าลงใต้เครื่องไปแล้ว ไม่งั้นจะแอบไปถามราคาซักหน่อย


อีกเจ้าคือบริษัท Arakaki Tshusho ที่อยู่เบื้องหลังสกินแคร์และเมคอัพลายการ์ตูนต่างๆ และแน่นอนว่า คอลเลคชั่นคิตตี้ และ เซเลอร์มูนทั้งหมดที่เคยอยากได้ ก็มาปรากฏให้ได้เชยชมกันค่ะ
ตอนที่ไปถึงเค้ากั้นบูธ เตรียมโละของค่ะ แต่พอถึงเวลาจริง ก็เหนื่อยแล้ว เลยไม่ได้เดินย้อนกลับไปดูของ


เธอเห็นจอกศักดิ์สิทธิ์ กับ ที่แปลงร่างของเซเลอร์เนปจูนนั้นไหมมมมมมมมมมมมมมมมมมม อยากได้มากเลยยยยยยยยยยย

BanoBagi เวชสำอางเจ้าดังจากเกาหลีก็มา เซลแบบจัดหนักจัดเต็ม แต่คนเยอะเลยขี้เกียจเข้าไปแทรก
จริงๆ มี่เองก็ได้มาสค์ของเขามาลองใช้อยู่ เดี๋ยวมารีวิวกันอีกทีเนอะ

Atopalm ก็มีเด้อ เซลกระหน่ำมาก แทบร้องไห้ ที่โหลดกระเป๋าไปแล้ว เลยซื้อของที่ขนาดเกิน 100 ml ไม่ได้เลย



อันนี้แอบอยากลองเป็นการส่วนตัว พึ่งเคยเห็นครั้งแรก

ลิปสติกแพคเกจโฉบเฉี่ยว รูปเล็บอินทรีย์ (อันนี้เดี๊ยนตั้งเอง)

ฟรายออยล์ น้ำมันบำรุงผิวตัวดังจากเยอรมันก็มี
อันนี้เคยรีวิวไว้อยู่ เหมือนบ้านเราไม่มีขายแล้วมั้งคะ ไม่เห็นมาซักพักแล้ว
ของเค้าทำมาได้ฟิลลิ่ง และมีเนื้อดีจริงๆ

อันนี้เป็นเซรั่มลดรอยเหลือง เทรนด์ใหม่ ของจีน (หรือไต้หวันไม่แน่ใจ) จากแบรนด์ Zino
เห็นมีคำว่า EGF อยู่ด้วย
ไม่แน่ใจว่าจะใช้แก้ Glycation หรือ เปล่า เพราะถ้าผิวเกิด Glycation เยอะๆ ผิวจะออกเหลือง

เสียดายไม่ได้หยิบมาดูส่วนผสม
เจอผลิตภัณฑ์ที่มาในแพคเกจเรียบๆ เน้น ingredient แบบ simple และมี clinical trial รองรับอยู่เยอะเหมือนกันนะคะ ออกแนวมี The ordinary เป็นไอดอล
อันนี้เป็นของจากฝั่งไต้หวันค่ะ


แอบอยากลอง Lactic acid 10% + HA 10% มากเว่อร์
อันนี้คอนเซปท์น่ารักค่ะ จากฝั่งญี่ปุ่น แบรนด์ Himecoto
ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเฉพาะจุด

ครีมบำรุงผิวสะโพก เพื่อให้ได้สะโพก มาร์ชแมลโลว์ จ้าาาา
ชักอยากได้แล้วสิ อิอิ
มีผลิตภัณฑ์แปลกๆใหม่ๆมาจากทั่วทุกมุมโลกเลยก็ว่าได้นะคะ
บางชิ้นเราก็รู้จักผ่าน iHerb บางชิ้นเราก็เคยรีวิว ไปเจอก็แอบตื่นเต้นดีเหมือนกัน
โดยรวมงานน่าจะเหมาะมากกับคนที่ทำงานเชิง Distributor ที่อยากจะนำเอาสินค้าใหม่ๆมาจำหน่ายในบ้านเรานะคะ มีหลายๆแบรนด์ที่ยังไม่มีคนนำเข้ามาในไทย และหลายๆแบรนด์ก็น่าสนใจมากเลยทีเดียวค่ะ
สำหรับวันนี้คงต้องขอตัวไปก่อน
พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะ
วันนี้มี่มีรีวิวผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ DNAh (ดีนะห์) มาให้ได้ชมกันอีกแล้วค่ะ
พูดถึงแบรนด์ DNAh น่าจะเป็นอีกแบรนด์ที่อยู่กับบ้านมียอนมานาน
แบรนด์ดีนะห์ เอาจริงๆ ก็ดีจริงๆนะ สมชื่อเค้า
เริ่มต้นจากการที่เจ้าของแบรนด์เภสัชกรคุณแม่ลูก 4 มีเวลาน้อยและมีเวลาจำกัดสำหรับตัวเองในแต่ละวัน จนรู้สึกว่า ต้องหาผลิตภัณฑ์ดีๆ ที่ใช้ง่าย ไม่ยุ่งยาก ไม่หลายขั้นตอน เพื่อบำรุงผิวตัวเองบ้าง เลยเริ่มลองศึกษาว่าจะเอาอะไรมาใช้กับผิวบ้างถึงจะดี และพัฒนาสูตรตั้งแต่ตัวเองตั้งครรภ์และให้นมลูก แบรนด์ดีนะห์หลักๆจะเน้นการนำสารจากธรรมชาติมาใช้ ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะมาจากพืช
จริงๆ มี่เคยรีวิว Sleeping mask ของเค้าไปแล้วนะคะ แต่ว่าทางแบรนด์ปรับสูตร มี่เลยอยากเอามารีวิวใหม่อีกรอบค่ะ
หน้าตาของ DNAh Perfect SNOWWHITE mask สูตรปรับปรุงยังมาใน Package ที่คล้ายเดิมนะคะ

เลื่อนปลอกออกมาจะเจอกระปุกมาสค์อยู่ด้านในค่ะ

มาสค์มาในกระปุกแบบปั๊มแบบสุญญากาศ หรือ Airless ซึ่งก็มีข้อดีคือลดการปนเปื้อนจากสิ่งแวดล้อมได้ค่ะ

เนื้อมาสค์ทำมาได้ไม่แตกต่างจากสูตรเดิมมากนักค่ะ กลิ่นหอมละมุนในโทนกลิ่นดอกไม้อ่อนๆ

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ซึมไว ชุ่มชื้นดีแต่ไม่เหนอะหนะหนักผิว

ค่า pH อยู่ที่ราวๆ 5 – 6 นะคะ

ส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

ส่วนผสมปรับจากสูตรเดิมอยู่ในหลายจุดเหมือนกันนะคะ โดยตัดพาราเบน และ Methylisothiazolinone ซึ่งทำให้เกิดการแพ้ได้บ่อยทิ้งไป เปลี่ยนชนิดของสารกันเสียมาเป็นชนิดที่เป็นมิตรกับผิวมากขึ้น และปรับเพิ่มสารเพิ่มความชุ่มชื้นอย่าง Glycerin เข้ามา
วันนี้มี่ทำส่วนผสมไว้หลายสีเลย สีเขียวเป็นกลุ่มของสารบำรุงที่เป็น Whitening สีชมพูเป็นกรดไขมันจำเป็น ซึ่งและ สีฟ้าเป็นกลุ่มของสารบำรุงอื่นๆค่ะ
ส่วนของสารบำรุงทางแบรนด์เลือกใส่มาหลายชนิดเหมือนกัน มี่ขอยกมาเป็นกลุ่มๆนะคะ
โดยรวมจึงเห็นว่าสารบำรุงในมาสค์นี้มากันครบถ้วนเลยทีเดียวค่ะ
ถ้าพิจารณาด้าน Whitening อย่างเดียว ถือว่า มีส่วนเสริมฤทธิ์กันครบทั้ง 3 Step คือ
ในด้านเบส ดูเหมือนจะเป็นแบบประเภทอิมัลชั่นแบบเนื้อครีม ประกอบด้วยส่วนของน้ำ น้ำมัน และซิลิโคน มีส่วนผสมของ Alcohol มาในลำดับท้ายๆ ซึ่งน่าจะติดมากับวัตถุดิบสารบำรุง
ให้คะแนน

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ DNAh ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ
สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางเฟสบุคของแบรนด์ DNAh ได้โดยตรงเลยนะคะ
https://www.facebook.com/deenahthailand
ช่องทางการจำหน่าย
เพจ DNAh
Line @ : DNAhThailand

Shop store :ร้านยา ฟาร์มาคาเฟ่ จ.เชียงใหม่, ร้านยาธัญลักษณ์เภสัช กรุงเทพ, ร้านยาเยอะแยะ จ.เชียงใหม่ และ จ.ลำพูน
สำหรับวันนี้ก็ขอลากันไปแค่นี้ พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ
Disclaimer/conflict of interest: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ DNAh การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ
สวัสดีค่ะ
วันนี้มี่มาอัพเดทมาสค์สูตรใหม่ล่าสุด ในไลน์ Super serum mask ในรุ่นซองสีทอง จาก Skindom ให้ได้ชมกันนะคะ
จากตอนที่แล้วมี่ได้มาเล่าให้ฟังว่า Skindom ได้ออกมาสค์ Super serum mask ซองสีทองออกมา 5 สูตร คือ สูตร 01 – 05 ตามลิงค์นี้นะคะ (>>>Click<<<)
ตอนนี้ทางแบรนด์ปล่อยสูตร 06 – 09 ออกมาอีก 4 สูตรค่ะ เรียกได้ว่า 4 สูตรใหม่นี้มีความน่าสนใจไม่แพ้พี่ๆน้องๆเลยทีเดียว
หน้าตา 4 สูตรใหม่เป็นดังนี้ค่ะ

แต่ละสูตรมีจุดเด่นดังนี้นะคะ
ซึ่งมาสค์หน้าในสูตรใหม่นี้ แผ่นมาสค์ยังคงมาในแผ่นบางที่แนบสนิทกับผิวเหมือน 5 สูตรแรกค่ะ

ทางแบรนด์เคลมว่าใช้แผ่น Cotton 100% ที่มีความบางเบาเป็นตัวซับเนื้อมาสค์เอาไว้ค่ะ
น้ำมาสค์ข้นคล้ายเจล

pH อยู่ที่ราวๆ 5 ค่ะ ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับผิวดีค่ะ

มี่ขอเลือกสูตรที่ชอบที่สุด คือ สูตร 08 Rice cell + Grape cell มาวิเคราะห์ส่วนผสมในวันนี้นะคะ
ส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

มี่ทำสีของส่วนผสมสารบำรุงไว้เป็นสีฟ้านะคะ
จากส่วนผสมจะมีสารบำรุงหลักๆ เป็น สารสกัดจากเซลล์เพาะเลี้ยงของข้าว และ องุ่น ร่วมกับสารที่มีประโยชน์ในการลดการอักเสบระคายเคืองและให้ความรู้สึกสบายผิว อย่าง Betaine, Biosaccharide gum-1 และ Dipotassium glycyrrhizate ค่ะ
กล่าวถึงสารบำรุงหลักซักนิดนะคะ
มาในตัวเบสที่เป็นเบสแบบน้ำ ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน แอลกอฮอล์ ซิลิโคน น้ำหอม และ สารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว
ในภาพรวมจึงถือว่าทำมาได้น่าสนใจค่ะ
มาให้คะแนนกันดีกว่านะคะ วันนี้ส่วนผสมมีไม่มาก เลยขอให้คะแนนเป็น 2 หัวข้อนะคะ

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ Skindom ด้วยนะคะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมามี่ให้ได้ลองใช้นะคะ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ
สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ
https://www.facebook.com/SkindomThailand/
พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ
Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Skindom การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้าและไม่ได้รับค่าตอบแทนในการรีวิว โปรดใช้วิจารณญาณ
สวัสดีค่ะ
วันนี้มี่มีรีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมผลิตภัณฑ์เซรั่มที่น่าสนใจมาฝากกันค่ะ
เป็นผลิตภัณฑ์จากแบรนด์น้องใหม่อย่าง Neem ซึ่งเป็นแบรนด์สกินแคร์สายคลีน ที่ใส่ใจการเลือกใช้ส่วนผสมของสารบำรุงจากธรรมชาติ ไม่ใช้ส่วนผสมที่อาจก่อการระคายเคืองให้กับผิวอย่างน้ำหอม แอลกอฮอล์ และ ซิลิโคน ค่ะ
ผลิตภัณฑ์ที่มี่หยิบยกเอามารีวิววันนี้เป็นตัว Multiplant brightening serum ที่ทำมาได้น่าสนใจมากเลยค่ะ โดยในด้านของสารบำรุงเรียกได้ว่าจัดเต็มเน้นใช้สารบำรุงที่สกัดจากธรรมชาติ ร่วมกับสารบำรุงสมัยใหม่ได้อย่างลงตัวค่ะ ไว้เดี๋ยวมาเล่าให้ฟังอีกทีในช่วงวิเคราะห์ส่วนผสมนะคะ
นอกจากตัว Neem multiplant brightening serum แล้ว ทางแบรนด์ยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆที่น่าสนใจอีก 2 ชิ้น คือ เซรั่มเพิ่มความชุ่มชื้น SOS skin hydrating และ สบู่ Bright & Clear acne soap นะคะ
มีทั้งแบบจำหน่ายแยกปลีกเป็นชิ้น และจัดเซ็ตสวยงามในเซ็ต Neem acnoc recovery set ค่ะ
หน้าตาเป็นประมาณนี้นะคะ

ใน Set นี้จะประกอบด้วยเครื่องสำอาง 3 ชิ้นนะคะ

ตัวเซรั่มมอยส์เจอร์นั้นถือว่าทำมาได้ค่อนข้างดีทีเดียว นอกจากด้านความชุ่มชื้นแล้วยังดูแลผิวด้านการระคายเคือง ไวท์เทนนิ่ง รวมไปถึงด้านริ้วรอยไปพร้อมๆกัน เซรั่มบางเบา ซึมไวไม่เหนอะหนะ
ส่วนสบู่ก็มาในเบสสบู่ธรรมชาติ (สบู่ saponification) ที่ใช้น้ำมันจากพืชหลายชนิดเป็นตัวขึ้นเนื้อสบู่ เสริมด้วย Ceramides และสารสกัดจากพืชอื่นๆอีกหลายชนิดเลยทีเดียว ฟองนุ่มละเอียด ไม่แห้งตึง
แต่พระเอกของวันนี้ที่เราจะมีรีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมกัน คือ Neem multiplant brightening serum นั่นเองค่ะ
นางมาในขวดแก้วสีขาวทึบแสง มีหลอดหยดค่ะ

เนื้อเซรั่มเป็นแบบเซรั่มเบสน้ำ สีออกเหลือง ซึ่งคาดว่าเป็นสีของสารสกัดจากธรรมชาตินะคะ

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ซึมไวไม่เหนอะหนะค่ะ

ค่า pH อยู่ที่ราวๆ 6 นะคะ ถือว่าใกล้เคียงกับผิวดีค่ะ

ส่วนวันนี้ตัวพระเอก ที่นำมาวิเคราะห์ส่วนผสมจะเป็นเจ้า Neem multiplant brightening serum ส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

มาวิเคราะห์ส่วนผสมกันดีกว่านะคะ วันนี้ขอมาแบบจัดเต็มเลยค่ะ
ถ้าเราพิจารณากันจะพบว่าผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแทบทุกชนิดจะประกอบด้วยส่วนหลักๆ 3 ส่วน คือ
รายละเอียดส่วนผสมแต่ละตัว
โดยสรุป ถือเป็นเซรั่มเบสน้ำ ที่ทำมาได้ค่อนข้างดี เสริมสารบำรุงหลายชนิด ให้ประโยชน์หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น Whitening, Antioxidant ชะลอวัย ลดการอักเสบระคายเคือง เพิ่มความชุ่มชื้น ให้ความรู้สึกสบายผิว พร้อมทั้งดูแลเรื่องรูขุมขน และปัญหาสิวไปพร้อมๆกัน และไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว นั่นคือเซรั่มสูตรนี้ ไม่มีน้ำหอม แอลกอฮอล์ และซิลิโคน ค่ะ
มาให้คะแนนกันค่ะ

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Neem ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ
สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์ Neem โดยตรงเลยนะคะ
Facebook : Neemthailand (https://www.facebook.com/NeemThailand/)
Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Neem การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ
สวัสดีค่ะ
ตอนไปเกาหลีเมื่อช่วง Spring ปีที่แล้ว มี่บังเอิญไปเห็น Metal cushion ของแบรนด์ Isa Knox เขาทำตลับลายดอกซากุระออกมา แล้วที่สำคัญคือเป็นสีม่วง/ชมพู ด้วยความที่มันโดนจริต เลยซื้อมาไว้อันนึง เก็บไว้ในกรุ
สมัยนั้นใช้เบอร์ 23 แต่เบอร์ 23 เป็นตลับเขียว ไม่สวย เลยยอมซื้อเบอร์ 21 ที่เป็นสีม่วงมา กะจะเอามาสะสมเป็นคอลเลคชั่น
Isa Knox นี่เป็นแบรนด์ในเครือ LG คู่แข่งของ Amore Pacific นั่นเองค่ะ
(ปล. นอกเรื่องนิดนึงค่ะ หลังๆได้ยินมาว่าเครื่องสำอางเกาหลีไม่ได้ดีทุกแบรนด์นะ แบรนด์ที่เกรดต่ำและอาจปนเปื้อนสารเคมี ก็มีอยู่ด้วย เลยไม่ค่อยซื้อของไปเรื่อย แต่ไว้ใจเครือ LG เลยจัดมาค่ะ)
Isa Knox นางออกสินค้าในตลับน่ารักๆมาหลายชิ้นเหมือนกันนะคะ เห็นแล้วก็อยากได้ (อยากได้ตลับ 55)
อย่างรูปนี้เอามาจากหน้าเว็บค่ะ เป็น Collection ปี 2018 เป็น Cherry blossom collection III (แต่ที่เรามีเป็นรุ่น II)

(Image from Isa Knox)
Collection II ที่มี่ได้มา จงใจเลือกตลับสีม่วงค่ะ
หน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ

ตอนแรกกะว่าจะสะสมไปๆมาๆ ก็อยากลองแกะใช้
ด้านในก็เหมือน Metal cushion ทั่วไป คือ บรรจุรองพื้นเนื้อครีมในตลับเหล็ก ที่มีรูๆ

(พยายามเช็ดแล้วนะ แต่มันยังมีรอยรองพื้นอยู่นิดหน่อย ไม่เป็นไรเนอะ ดูไปเพลินๆ)
เวลาเรากดออกมา เนื้อครีมรองพื้นก็จะไหลออกมาตามรูค่ะ

ใช้คู่กับ Air Puff ขออภัยในความสกปรกของ Air Puff อิชั้นด้วยนะคะ
ตอนแรกก็คิดว่าจะขาววอกเกินไปหรือเปล่า แต่ไม่เลย ผิวมี่ตอนนี้ใช้เบอร์ 21 ได้สบายๆ อาจจะเพราะด้วยหลายสาเหตุ เช่น กางร่มตลอดเวลาออกนอกอาคาร ใช้กันแดดทุกวัน อายุที่เพิ่มขึ้นทำให้เซลล์สร้างเม็ดสีทำงานน้อยลง สกินแคร์ที่เป็น Whitening หลายๆชิ้นที่ได้ทดลองตามที่เคยรีวิวกันไป ฯลฯ
เนื้อรองพื้นทำมาได้ดีมาก เหมาะกับอากาศร้อนบ้านเราพอดีเลย ให้ลุคที่ดูแมทท์ ไม่เยิ้ม ไม่แห้งเกินไป ไม่ดรอป สีสวยงาม เข้ากับผิวพอดี แต่จำราคาไม่ได้แล้วหละ ซื้อที่ร้านป้าปากแดงใต้ดินมยองดงค่ะ
ลงผิวแขนให้ดูก่อนค่ะ

ลองลงหน้าให้ดู ถ่ายด้วยแสงธรรมชาติ และแสงแฟลช ค่ะ

ในภาพรวมคือค่อนข้างเหมาะกับผิวมี่จริงๆค่ะ
พอดีมี่หาส่วนผสมไม่ได้ เลยขอข้ามการวิเคราะห์ส่วนผสมไปนะคะ
สำหรับวันนี้คงต้องขอตัวลากันไปเท่านี้ก่อน พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ
Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้อาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ
สวัสดีค่ะ เมื่อวันก่อนมี่ได้หยิบเอามาสก์หน้าสุดน่ารักจากแบรนด์เกาหลีจากแบรนด์ Ponybrown มารีวิวให้ได้ชมกันไปแล้ว วันนี้เลยขอเอามาสก์ในกลุ่ม Black mask มารีวิวให้ได้ชมกันต่อค่ะ
สำหรับใครที่พลาดตอนแรกไป สามารถคลิกลิงค์ด้านล่างนี้ เพื่อกลับไปรับชมภาคแรกได้นะคะ
>>Click เพื่ออ่าน Ponybrown ตอนแรก<<
กล่าวถึงแบรนด์ Ponybrown อีกซักรอบนะคะ
Ponybrown เป็นแบรนด์มาสก์สัญชาติเกาหลี ที่พัฒนาขึ้นมาโดยเน้นส่วนผสมที่เป็นธรรมชาติ และมีประสิทธิภาพ ภายใต้สโลแกน Happy skin, Happy life โดยทางแบรนด์ก็มีความใส่ใจในตัวสินค้า และมีการตรวจสอบความปลอดภัยต่อผิวหนัง หรือ Dermatologically tested จากเยอรมัน และ SGS จากยุโรปค่ะ ซึ่งในกลุ่มทดสอบมีทั้งอาสาสมัครที่มีผิวธรรมดา รวมไปถึงผิวแบบ sensitive และ eczema
สำหรับสูตร Black mask มาด้วยกัน 2 สูตร ดังนี้ค่ะ

สูตรแรก คือ Skin Hue clearing black mask ทางแบรนด์เคลมว่าเป็นมาสก์หน้าจากเส้นใยถ่านไม้ไผ่ธรรมชาติ เสริมด้วยสารสกัดจากพืช 7 ชนิด เพื่อดูแลผิว 7 ประการ ได้แก่ ให้ผิวชุ่มชื้น ลดการระคายเคือง แลดูกระจ่างใส ขจัดสิ่งสกปรกและน้ำมันส่วนเกิน ต่อต้านอนุมูลอิสระ ริ้วรอย และการระคายเคือง
หน้าตาเป็นซองสีดำลายสีเขียวมินท์ค่ะ

ส่วนอีกสูตรเป็นสูตร Sebum control ซึ่งทางแบรนด์เคลมว่าเป็นมาสก์หน้าจากเส้นใยถ่านไม้ไผ่ธรรมชาติเหมือนกัน มีส่วนผสมของสารบำรุงที่มีประโยชน์ในเรื่องการควบคุมความมันส่วนเกินและให้รูขุมขนแลดูกระชับ
มาในซองสีดำลายสีชมพูโอรสค่ะ

ตัวแผ่นมาสก์มาในรูปแบบสีดำ แปะแนบสนิทไปกับผิว

น้ำมาสก์ของสูตรมาสก์ Clearing จะดูข้นกว่าสูตรสีขาวนิดหน่อยค่ะ

ค่า pH อยู่ที่ราวๆ 6 ซึ่งใกล้เคียงกับผิวดีค่ะ

ในด้านของส่วนผสม มาสก์ดำนี้เป็นมาสก์ที่มาในเบสน้ำ มีสารบำรุงตัวหลักอยู่คล้ายกัน คือ มีสารสกัดพืชอยู่ 3 ชนิด ร่วมกับน้ำผึ้ง Manuka ที่ทางแบรนด์เรียกว่า Skin rest complex ค่ะ
ประกอบด้วย สารสกัดจาก Rheum undulatum (Rhubarb), Phaseolus radiatus (ถั่วเขียว) และ parsley ค่ะ ซึ่งดูแลเสริมกันและกัน
นอกจาก Skin rest complex แล้วก็จะเสริมสารบำรุงอื่นๆตามสูตร
วันนี้ขอยกเอา Skin hue clearing black mask มาเป็นตัวแทนในการวิเคราะห์ส่วนผสมนะคะ
ส่วนผสมเป็นดังนี้

จากส่วนผสมมี่ทำสีของสารบำรุงไว้ด้วยสีฟ้า และ ชมพู นะคะ
ในส่วนของเบสมาในเบสแบบน้ำ ที่ไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว
ในภาพรวมถือเป็นมาสก์ที่มีความน่าสนใจ ด้วยส่วนผสมของสารสกัดจากพืชทั้ง 7 ชนิด ร่วมกับ Skin rest complex ของทางแบรนด์ และ Hyaluron 2 ขนาด ที่ให้ประโยชน์ไปในเชิงด้าน Moisturizing, Soothing รวมไปถึงการชะลอวัย ป้องกันริ้วรอย กระชับรูขุมขน ลดการอักเสบระคายเคือง และอาจจะได้ประโยชน์ไปถึงด้าน Whitening เลยทีเดียว
ให้คะแนน

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ Ponybrown ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ
สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามที่ทางแบรนด์ได้โดยตรงเลยนะคะ
Facebook: PonybrownThailand
https://www.facebook.com/PonyBrownTH/
Instagram: PonybrownTH
พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ
Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ
สวัสดีค่ะ
วันนี้มี่มีรีวิวมาสก์หน้าสุดน่ารักจากแบรนด์เกาหลีจากแบรนด์ Ponybrown มาฝากกันค่ะ
Ponybrown เป็นแบรนด์มาสก์สัญชาติเกาหลี ที่พัฒนาขึ้นมาโดยเน้นส่วนผสมที่เป็นธรรมชาติ และมีประสิทธิภาพ ภายใต้สโลแกน Happy skin, Happy life โดยทางแบรนด์ก็มีความใส่ใจในตัวสินค้า และมีการตรวจสอบความปลอดภัยต่อผิวหนัง หรือ Dermatologically tested จากเยอรมัน และ SGS จากยุโรปค่ะ ซึ่งในกลุ่มทดสอบมีทั้งอาสาสมัครที่มีผิวธรรมดา รวมไปถึงผิวแบบ sensitive และ eczema
มาสก์หน้าในไลน์ Skin Hue ของ Ponybrown มีด้วยกัน 2 กลุ่ม คือ มาสก์หน้าแบบแผ่นขาว และ มาสก์หน้าแบบแผ่นดำ หรือ Black mask ค่ะ
ซึ่งมี่ขอเริ่มรีวิวจากสูตรแผ่นขาว นะคะ

ในสูตรแผ่นขาว ทางแบรนด์ทำมาด้วยกัน 4 สูตร ค่ะ ได้แก่
รุ่นซองสีฟ้า สูตร Hydrating ทางแบรนด์เคลมว่าเป็นมาสก์หน้าจากเส้นใยไม้ไผ่ มีประโยชน์ในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ด้วยนวัตกรรมที่ชื่อว่า HydromanilTM ค่ะ

รุ่นซองสีขาวเขียว สูตร Soothing ทางแบรนด์เคลมว่าเป็นมาสก์หน้าจากเส้นใยไม้ไผ่ มีประโยชน์ในการ Soothing หรือให้ความรู้สึกสบายผิว ด้วยสารสกัดจากพืชหลายชนิด

รุ่นซองสีเขียวมินท์ สูตร Aquaring ทางแบรนด์เคลมว่าเป็นมาสก์หน้าจากเส้นใยผลไม้ มีประโยชน์ในการเสริมความชุ่มชื้น ตัวนี้มี Ceramide อยู่ด้วยค่ะ

รุ่นซองสีขาวชมพู สูตร Radiance ทางแบรนด์เคลมว่าเป็นมาสก์หน้าจากเส้นใยผลไม้ มีประโยชน์ในเชิงผิวขาวกระจ่างใสค่ะ

ที่บนซองจะเห็น Mascot ของแบรนด์ คือ น้อง Mariffe นะคะ น่ารักก็ตรงน้องนี่แหละ
แผ่นมาสก์จะมีความบางเบา และแนบสนิทไปกับผิวค่ะ

น้ำมาสก์เป็นแบบน้ำใส บางเบา ไม่เหนอะหนะ ไม่เหนียว ไม่ลื่น

ค่า pH ของสูตร Aquaring อยู่ที่ราวๆ 5 – 6 ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับผิวดี

ในด้านของส่วนผสมในภาพรวมของทั้ง 4 สูตร เป็นมาสก์ที่มาในเบสน้ำ มีสารบำรุงตัวหลักอยู่คล้ายกัน คือ มีสารสกัดพืชอยู่ 3 ชนิด ร่วมกับน้ำผึ้ง Manuka ที่ทางแบรนด์เรียกว่า Skin rest complex ค่ะ
ประกอบด้วย สารสกัดจาก Rheum undulatum (Rhubarb), Phaseolus radiatus (ถั่วเขียว) และ parsley ค่ะ ซึ่งดูแลเสริมกันและกัน
กล่าวถึงสารสกัดจากถั่วเขียว ถั่วเขียวเป็นพืชหนึ่งที่ทางเกาหลีชอบนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในเครื่องสำอาง เพราะมีโปรตีน กรดอะมิโน ฟลาโวนอยด์หลายๆชนิด ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบบอกว่า สารสกัดจากถั่วเขียวสามารถปรับสภาพผิวให้ผิวนุ่มนวลเนียนและกระจ่างใสค่ะ
นอกจาก Skin rest complex แล้วก็จะเสริมสารบำรุงอื่นๆตามสูตรค่ะ
วันนี้มี่ขอยกส่วนผสมสูตรที่มี่ชอบที่สุดมาเป็นตัวแทนในการวิเคราะห์ส่วนผสมนะคะ
เป็นสูตร Aquaring ค่ะ
ส่วนผสมเป็นดังนี้

จากส่วนผสมมี่ทำสีของสารบำรุงไว้ด้วยสีฟ้า เขียว และ ชมพู นะคะ
สารส่วนผสมอื่นๆที่ใส่มาก็เลือกมาได้อย่างดี แม้แต่เจ้า Triethanolamine ที่หลังๆไม่ค่อยดี ทางแบรนด์ก็ไม่ใส่ หันไปใส่ Tromethamine ที่มีราคาแพงกว่าแทน
ในภาพรวมถือเป็นมาสก์ที่มีความน่าสนใจ ด้วยส่วนผสมของ Hyaluron 2 ขนาด ร่วมกับ Ceramide และสารบำรุงอื่นๆ ที่เด่นไปในเชิงด้าน Moisturizing และ Soothing
ถึงเวลาของคะแนนค่ะ

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ Ponybrown ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ
แล้วเรามาต่อกันกับ Black mask ในภาค 2 นะคะ
สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามที่ทางแบรนด์ได้โดยตรงเลยนะคะ
Facebook: PonybrownThailand
https://www.facebook.com/PonyBrownTH/
Instagram: PonybrownTH
พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ
Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ
เรียกได้ว่าตอนนี้กำลังวอแวอยู่กับ 2สูตร Ampoule ของไซน์นิค เลยอยากมารีวิวให้ได้ชมกันค่ะ
แบรนด์ไซน์นิค (Scinic) เป็นเครื่องสำอางของทางเกาหลี มี่เองก็ใช้ของเขามาหลายชิ้นก็รู้สึกว่าเขาทำมาได้ดีนะคะ
อย่าง Ampoule 2 สูตรที่เข้าไทยมา เป็นสูตร Peptide 95 Ampoule และ Propolis 95 Ampoule ค่ะ หน้าตาประมาณนี้นะคะ

เริ่มกันที่ตัว Peptide 95 Ampoule มาในกล่องสีน้ำตาลค่ะ

ด้านในเป็นขวดแก้วสวยงามแบบมีหลอดหยด

สูตรนี้ เนื้อเซรั่มมาในเนื้อเจลข้นๆ สีน้ำตาลอ่อน มีกลิ่นหอมสะอาดๆ

เกลี่ยได้ง่าย ซึมไว แห้งไว ให้ความฉ่ำวาวนิดๆ ไม่เหนอะหนะ

ค่า pH อยู่ที่ราวๆ 5 – 6 ค่ะ ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับผิวดี

ส่วนผสมเป็นดังนี้นะคะ

ตัวส่วนผสมเปิดมาด้วย Peptide solution (สารละลายของเปปไทด์) ที่ข้างกล่องเขียนว่าเป็นสารละลายเข้มข้น 1 ppm ใส่มาจัดเต็มที่ 95% อันนี้ลองคำนวณดู ก็จะได้เนื้อแท้ของ Acetyl hexapeptide หรือ argireline อยู่ที่ ราวๆ 0.095% ก็ถือว่าอยู่ในช่วงที่ไม่น่าเกลียดนะคะ
ถัดมาก็จะเป็นกลุ่มของวิตามินและสารสกัดจากพืชอีกหลายชนิดที่เสริมทัพกันเพื่อบำรุงผิวได้อย่างลงตัว ดูแลผิวที่มีปัญหา Aging ได้อย่างลงตัว ให้ประโยชน์กับผิวในด้านความชุ่มชื้น ลดการอักเสบระคายเคือง Antioxidant ลดการระคายเคืองให้ความรู้สึกสบายผิว และ Whitening
นอกจากสารสกัดจากพืชและวิตามินแล้ว ก็ยังมีส่วนผสมของน้ำมันจากพืชหลายชนิด เช่น น้ำมันจาก Borage, Almond, Macadamia, ทานตะวัน และ Rapeseed ซึ่งน้ำมันจากพืชเหล่านี้ก็มีประโยชน์ในการคืนไขมันทดแทนให้แก่ผิวเรานั่นเอง
อีกตัวเป็น Propolis Ampoule นะคะ มาในกล่องสีเหลือง หน้าตาประมาณนี้ค่ะ

ด้านในเป็นขวดแก้วสวยหรูแบบมีหลอดหยด

เนื้อเป็นเนื้อเจล ออกขุ่นเล็กน้อย มีกลิ่นหอมจางๆออกไปทางเฟรชๆสดชื่น

เกลี่ยได้ง่าย รู้สึกหนึบกว่าสูตรสีน้ำตาล แต่ก็ยังแห้งไว ซึมไว ไม่เหนอะหนะ แต่ยังมีความผิวฉ่ำๆสไตล์เกาหลีอย่างที่เห็น

ค่า pH อยู่ที่ประมาณ 5 – 6 เช่นกันค่ะ

ส่วนผสมเป็นดังนี้นะคะ

เปิดส่วนผสมมาด้วย Propolis extract และส่วนผสมอื่นจากผึ้งแบบครบเซ็ต ไม่ว่าจะเป็น Royal jelly และน้ำผึ้ง เติมมาด้วยสารสกัดจากพืชอีกมากมาย ที่ให้ประโยชน์ในการบำรุงผิวได้อย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็น เพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบระคายเคือง Antioxidant กระชับรูขุมขน ลดการระคายเคืองให้ความรู้สึกสบายผิว Whitening ช่วยให้ผิวใสเรียบเนียนรวมไปถึงให้ประโยชน์ในเชิงสิว และที่เนื้อเบสออกขุ่นหน่อยก็เพราะมีน้ำมันจากพืชอยู่อีก 5 ชนิด คือ น้ำมันจาก Borage, Almond, Macadamia, ทานตะวัน และ Rapeseed ซึ่งน้ำมันจากพืชเหล่านี้ก็มีประโยชน์ในการคืนไขมันทดแทนให้แก่ผิวเรานั่นเอง
มี Silicone อยู่บ้างประปรายเพื่อให้สัมผัสนุ่มนวล ลื่นผิว
มาให้คะแนนกันดีกว่านะคะ
ขอหยิบยกเอา Peptide 95 Ampoule มาเป็นตัวแทนในการให้คะแนนนะคะ

สุดท้ายนี้ต้องขอบคุณทางแบรนด์ Scinic Thailand ด้วยนะคะที่ส่งสินค้าดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ
สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์ Scinic โดยตรงเลยนะคะ
https://www.facebook.com/SCINICThailand/
พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ
Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Scinic การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้าและไม่ได้รับค่าตอบแทนในการรีวิว โปรดใช้วิจารณญาณ