Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม เจลแต้มสิวนวัตกรรมใหม่ ผสมสารสกัดจาก Dragon’s blood เข้มข้น จากแบรนด์ Puricas

วันนี้มี่มีรีวิวเจลแต้มสิวที่น่าสนใจมาฝากค่ะ

เป็นเจลแต้มสิวจากแบรนด์ Puricas ที่มีส่วนผสมของสารสกัดจาก Dragon’s blood เข้มข้น และยังมีนวัตกรรมที่ให้ประโยชน์ในการลดและป้องกันสิวได้ครบวงจรเลยหละ เดี๋ยวค่อยมาดูรายละเอียดกันอีกทีในช่วงวิเคราะห์ส่วนผสมนะคะ

แบรนด์ Puricas เป็นแบรนด์สกินแคร์กึ่งเวชสำอางที่เอาสารสกัดจากธรรมชาติอย่าง Dragon’s blood ของประเทศสเปน และป่าแถบอะเมซอน มาผสานกับเทคโนโลยีอื่นๆได้อย่างลงตัวค่ะ

เป็นแบรนด์แรกของประเทศไทยที่ใช้สารสกัดจาก Dragon’s blood ในการฟื้นฟูและบำรุงเลยทีเดียว

เริ่มจากหน้าตากันก่อนเลยค่ะ

pu 1

ตัวแพคเกจเป็นหลอดแบบเรียวเล็ก ใช้สะดวก บีบออกมานิดเดียวก็แต้มสิวได้แล้ว แต่ตอนช่วงเปิดครั้งแรก มันจะกะปริมาณยากหน่อยๆค่ะ

หลอดนี้พกสะดวกเหมือนกัน สำหรับคนชอบเดินทางบ่อยแบบมี่

pu 2

เนื้อเจลจะมาในรูปแบบน้ำนม สีเหลืองอมส้ม กลิ่นหอมจางๆ เข้าใจว่าน่าจะเป็นกลิ่นของน้ำมัน Tea tree

pu 3

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย นุ่มลื่น ไม่หนักผิว

pu 4

พอแห้งแล้วจะมีฟิล์มบางๆเคลือบอยู่ค่ะ

pu 5

ตรงนี้จะเป็นข้างหลังกล่องนะคะ

pu 7

วัด pH ซักหน่อยพองาม

pu 6

ค่า pH อยู่ที่ราวๆ 5 – 6 ซึ่งใกล้เคียงกับผิวดีค่ะ

เอาหละ มาดูส่วนผสมกันดีกว่า

สผส puricas acne

จากส่วนผสมมี่ทำสีไว้ให้แล้วนะคะ ลองมาแมทช์กับที่ทางแบรนด์ Claim ไว้เนอะ

 

7% Triple action ที่ประกอบด้วย 3% Acnadiol BG ร่วมกับ 2% Salicylic acid และ 2% Cytobiol Iris ที่ทำงานเสริมฤทธิ์กันแบบ Synergistic effect (คำนี้เป็นศัพท์เทคนิคทางการแพทย์ค่ะ แปลง่ายๆว่าการเสริมฤทธิ์กันแล้วให้ผลดีกว่าเดิม แบบ 1 + 1 ได้ผลมากกว่า 2)

 

  • Acnadiol BG ประกอบด้วย 10-Hydroxydecanoic acid, Sebacic acid และ 1,10-Decanediol ว่ากันว่าแยกสกัดได้จากนมผึ้ง หรือ Royal jelly มีคุณสมบัติลดการสร้างน้ำมันของผิวโดยผ่านการยับยั้งเอนไซม์ 5alpha-reductase ที่เป็นต้นตอของการสร้างน้ำมัน หรือ Sebum ในรูขุมขน และมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ จึงให้ผลดีด้านสิว บริษัทผู้ผลิตวัตถุดิบกล้า Claim ว่า ถ้าใช้ตาม Dose ที่กำหนดจะลดการหลั่งน้ำมันได้รวดเร็วภายใน 1 ชั่วโมง
  • Salicylic acid ที่ความเข้มข้น 2% ซึ่งเป็นความเข้มข้นที่มีรายงานว่าให้ผลดีสำหรับการดูแลสิว
  • Cyobiol Iris เป็นวัตถุดิบของฝรั่งเศส ประกอบด้วย Iris florentina Root Extract ร่วมกับ Zinc Sulfate และ Retinyl Palmitate ช่วยลดการสร้างน้ำมันในรูขุมขน ยับยั้งเชื้อสิว ช่วยควบคุมการอุดตัน ผู้ผลิตวัตถุดิบยังเคลมว่า มีประโยชน์ด้านการลดริ้วรอย และกระชับรูขุมขนเสริมเข้ามาอีก

 

อีกตัวที่เป็นเสมือนนางเอกของแบรนด์ Puricas คือ สารสกัดจาก Dragon’s blood หรือ Croton lechleri resin extract

เดี๋ยวๆเห็นชื่อแบบนี้ ไม่ได้เป็นนิยายแฟนตาซีนะคะ เพราะใช่เลือดมังกรจริงๆค่ะ แต่เป็นสารสกัดของยางไม้ของต้นที่มีชื่อว่า Dragon’s blood (ชื่อวิทยาศาสตร์ Croton lechleri) นั่นเอง

603b3580a861a307dc6dbe2db2bb8236.jpg

(ที่มา: https://ctesthetic.com/tag/skin-care/)

 

ที่ได้ชื่อนี้ก็เพราะว่า ยางของต้นนางเป็นสีแดงเหมือนเลือดนั่นเอง

drop_of_dragons_blood_main_-_zoe_helene

(ที่มา: Helen, Z. http://www.medicinehunter.com/dragons-blood)

สารสกัดนี้มีประโยชน์อย่างไร ???

  • Dragon’s blood extract เป็นวัตถุดิบที่มีประโยชน์ในการช่วยเร่งการสมานแผล ลดการอักเสบ ต่อต้านอนุมูลอิสระ และยังช่วยเป็น Barrier ปกป้องน้ำระเหยออกจากผิวได้ด้วย ว่ากันว่าสีแดงในน้ำยางมาจากสารกลุ่ม Proanthocyanidins ที่พบในองุ่น และ เปลือกสน ก็เป็น Antioxidant ที่ดี ตามที่เขา Claim มา

 

สารบำรุงอื่นๆ

  • Niacinamide หรือ วิตามินบี 3 มีรายงานว่า สารตัวนี้สามารถเป็น Whitening ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ โดยไปรบกวนการส่งผ่านของเมลานินที่สร้างเสร็จแล้ว ลดการอักเสบในผิว เพิ่มการไหลเวียนเลือด ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวโดยไปกระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า และยังเป็น Antioxidant ด้วย (Int J Cosmet Sci 2005; 27:255–261) มีการทดสอบเชิงคลินิกพบว่า Niacinamide ที่ความเข้มข้น 4% มีประสิทธิภาพเทียบเท่า Clindamycin ในการรักษาสิว เลยทีเดียว (Int J Dermatol. 2013;52(8):999-1004.) ถ้าเราพิจารณาจากลำดับส่วนผสมแล้ว น่าจะพอเดาได้ว่า คงใส่มาเยอะอยู่ เพราะมาในลำดับที่ 2 เลยทีเดียว
  • สารสกัดจากใบบัวบก มีประโยชน์เด่นด้าน Antioxidant ช่วยเรื่องการสมานแผล ลดการเกิดแผลเป็น และให้ประโยชน์ไปถึงการชะลอวัย ลดริ้วรอย
  • สารสกัดจากเปลือกมังคุด ที่โดดเด่นเรื่องการยับยั้งเชื้อก่อสิว และยังมีประโยชน์เสริมในด้านลดการอักเสบและระคายเคือง รวมถึงเป็น Antioxidant ได้อีก
  • น้ำมันจาก Tea tree ที่มีประโยชน์ในการยับยั้งเชื้อก่อสิว เช่นกัน
  • Horse fat หรือ ไขมัน/น้ำมันม้า มีคุณสมบัติลดการอักเสบในผิวได้ และยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ทดแทนไขมันคืนให้ผิว ช่วยให้ผิวแข็งแรง

 

แอบมี Alcohol ติดมาในลำดับท้ายๆ หลัง EDTA ซึ่งปกตินิยมใช้ที่ 0.1% เข้าใจว่าน่าจะมากับวัตถุดิบซักตัวนึง น้อยขนาดนี้ไม่น่าจะมีผลอะไร ส่วนตัวมี่เองก็ใช้ได้มาเกือบสองสัปดาห์ก็ไม่มีปัญหาอะไรนะคะ

 

มาให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ วันนี้ขอให้คะแนนเป็น 3 หัวข้อนะคะ

  1. สารบำรุง สมกับเป็นเจลแต้มสิว เพราะอัดแน่นมาด้วยส่วนผสมที่ให้ประโยชน์ในเรื่องสิวได้อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการลดการอุดตัน ลดการอักเสบ ควบคุมความมัน ต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย และยังมีผลดีไปถึงแผลเป็น รอยดำ รอยแดงจากสิวได้อีก ยังไม่พอ ยังมีสารบำรุงเสริมด้านชุ่มชื้น กับชะลอวัย ป้องกันริ้วรอยเสริมมาอีก ถึงจะเป็น Brand ไทย แต่สารบำรุงส่วนมากก็นำเข้าจากต่างประเทศ เยอะขนาดนี้เอาคะแนนไปเถอะค่ะ 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ นอกจากแอลกอฮอล์ที่ติดมาในลำดับท้ายๆ ก็ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิวอีกเลย แต่มีก็คือมี ก็ต้องขอหักคะแนนเพื่อความยุติธรรมค่ะ ให้ไป 4 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน เป็นเจลแต้มสิวที่มีกลิ่นหอมของน้ำมัน Tea tree เนื้อเจลนุ่มลื่น ใช้ง่าย ใช้ได้ทั้งเช้าเย็น บ่ายๆเจ็บสิวคว้ามาเติมก็ยังได้ (ทางแบรนด์แนะนำว่าใช้วันละ 1 – 3 ครั้ง) มีประโยชน์ดีทั้งรอยสิว รอยดำ รอยแดง สิวอักเสบ สิวหัวดำ หัวขาว สิวเสี้ยนก็ยังใช้ได้ ประมาณ 1 – 2 วันก็ยุบแล้วค่ะ เก็บยาทาสิวอันแสนระคายเคืองและแสบหน้าขึ้นหิ้งไปเลย เอาใจอิชั้นไปเลย 5 ฟลาสก์

คะแนน

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ Puricas ด้วยนะคะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางเพจ Puricas โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/puricas/

http://puricas.com/th/home

 

พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Puricas การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม Gel-cream จากสารสกัดน้ำยางพารามา Nuceara Beauty several effects facial youthful radiant cream

สวัสดีค่ะ

ยางพารานี่เป็นเสมือนพืชมหัศจรรย์เลยนะคะ ราคาน้ำยางดิบตกต่ำ ก็ยังมีการค้นคว้าวิจัยเอามาสกัดทำเครื่องสำอางได้อีก

ว่าแล้ววันนี้มี่ก็มีรีวิวเจลครีม “Gel-cream” จากสารสกัดน้ำยางพารามาฝากกันค่ะ

กับ Nuceara Beauty several effects facial youthful radiant cream ค่ะ

nu 1

ตัวกล่องจะเป็นเงาๆแบบเมทัลลิคค่ะ ดูสวยหรูไปอีกแบบ

 

เปิดมาครั้งแรกจะเจอกับคำว่า “Miratier experience”

nu 2

เอ๊ะ Miratier คืออะไร

Miratier ก็คือ ชื่อทางการค้า (ยี่ห้อ) ของสารสกัดจากเซรั่ม (น้ำใสที่อยู่ในน้ำยาง) ของยางพารา ที่ผ่านการค้นคว้าวิจัยมามากมาย และที่สำคัญ คือ เป็นวัตถุดิบฝีมือคนไทยด้วยนะคะ

เซรั่มของน้ำยางพารานี้ประกอบด้วยคุณสมบัติที่ดีกับผิวหนังหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น

  • ด้าน Whitening เพราะมีส่วนประกอบของ Protease inhibitor ที่ช่วยยับยั้งการส่งผ่านของเมลานินที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ออกมาเห็นเป็นสีผิว
  • กรดอินทรีย์ทั้ง AHA และ BHA ที่ช่วยเรื่องการผลัดผิว ลดการอักเสบ ลดการอุดตัน
  • กลุ่มของน้ำตาล และกรดอะมิโน ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว
  • แร่ธาตุ Zinc ที่มีประโยชน์เรื่องควบคุมความมัน กระชับรูขุมขน
  • สารประกอบเชิงซ้อนของ Zinc กับกรดอะมิโนต่างๆ เช่น Zinc-aspartate ที่ให้ผลดีเกี่ยวกับด้านสิว
  • เบต้ากลูแคน ที่ช่วยเรื่องภูมิคุ้มกัน และเพิ่มความชุ่มชื้นในผิว

 

เกริ่นไปซะยืดยาว เปิดฝากล่องออกด้านในจะพบกับกระปุกครีมค่ะ

nu 3

ตัวกระปุก เป็นกระปุกสีครีม ฝาสีเงิน

 

เนื้อครีมด้านในจะมีสีครีม เนื้อจะดูหยุ่นๆแบบเจล แต่ลักษณะปรากฏจะเป็นสีน้ำนมแบบครีม เลยมีชื่อเรียกว่า Gel-cream

nu 4

ตัวเจลเนื้อบางเบา ซึมไว แห้งไว ไม่เหนอะหนะ

 

nu new 1.jpg

มีกลิ่นหอม ทาแล้วทิ้งไว้ซักพักเราจะรู้สึกตึงๆ อารมณ์แบบประคบเย็นแล้วรูขุมขนกระชับ

nu new 2.jpg

วัดค่า pH กันซักหน่อย

nu 7

อยู่ที่ราวๆ 5 ซึ่งใกล้เคียงกับผิวดีนะคะ

 

 

มาดูส่วนผสมบ้างดีกว่าค่ะ

สผส nuceara

ครีมตัวนี้ทางแบรนด์ Claim เรื่องส่วนประกอบที่ช่วยเสริมความกระจ่างใสให้ผิว ที่ทำงานได้ถึง 5 ระดับของวงจรการเกิดเมลานิน ลดการสร้างเมลานิน เพื่อทำให้รอยดำจางลงอย่างรวดเร็ว ด้วยสารสกัดจากสมุนไพร 5 ชนิด จัดการกับ 5 ระดับกระบวนการผลิตสีผิวที่ผิดปกติ

  • หยุดการเกิด เมลานินขั้นที่ 1 : ป้องกันไม่ให้เซลล์ผิวส่งสัญญาณไปเพื่อผลิตเมลานิน ด้วยสารสกัดธรรมชาติ Scutellaria
  • หยุดการเกิด เมลานินขั้นที่ 2 :ลดการกระตุ้นการผลิตเมลานิน ด้วยสารสกัดธรรมชาติ Licorice Flavonoid
  • หยุดการเกิด เมลานินขั้นที่ 3: ขัดขวางการออกฤทธิ์ของเอนไซน์ทีใช้ผลิตเมลานิน ด้วยสารสกัดธรรมชาติ Mulberry extract
  • หยุดการเกิด เมลานินขั้นที่ 4 : ยับยั้งการส่งเมลานินไปยังเซลล์ผิว ด้วยสารสกัดธรรมชาติ Artemisia Capillaris
  • หยุดการเกิด เมลานินขั้นที่ 5 : ช่วยกระตุ้นการผลัดผิวและสลัดเมลานินออกไป ด้วยสารสกัด ธรรมชาติ Jujube

เดี๋ยวลองมาดูส่วนผสมกันดีกว่าค่ะ

 

ในส่วนของสารบำรุงมี่ทำไว้ 3 สีค่ะ สีน้ำตาล คือ พระเอกของครีมตัวนี้ คือ สารสกัดจากเซรั่มน้ำยางพารา หรือ Miratier ที่มี่ได้เล่าให้ฟังในด้านบนนั่นเอง

สีเขียว Xylitylglucoside, Anhydroxylitol และ Xylitol เป็นวัตถุดิบที่นำเข้าจากฝรั่งเศส ผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่าให้ผลช่วยให้ผิวแข็งแรง เพิ่มการเก็บกักน้ำให้ผิว เพิ่มการสร้าง Hyaluron และไขมันที่เป็น Barrier ตามธรรมชาติของผิว

 

สีฟ้าเป็นกลุ่มของสารบำรุงเช่นกันค่ะ นอกจากสารบำรุงตาม 5 Step ที่ได้เล่าไว้ในด้านบนแล้วก็ยังมี

  • Lactobacillus/Nelumbo Nucifera Seed Ferment Filtrate ตัวนี้เป็นสารสกัดที่ได้จากการหมักเมล็ดบัวของญี่ปุ่น หรือ Byakuren อันนี้มี Story ค่ะ ว่ากันว่า ดร.โอกะ ได้ค้นพบเมล็ดบัวในจังหวัดชิบะ อายุ 2000 ปี และเมื่อนำมาเพาะแล้วยังสามารถเติบโต ผลิบานได้อยู่ ทำให้เมล็ดบัวจึงเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตจากธรรมชาติ ปกติเวลาหมักจุลินทรีย์จะย่อยสลายสารองค์ประกอบในเม็ดบัวให้มีขนาดเล็กลง สารเหล่านี้จึงซึมเข้าผิวได้ง่ายขึ้น และออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น
    สารสกัดนี้ผู้ผลิตเคลมว่ามีบทบาทเกี่ยวกับการชะลอวัย ลดริ้วรอย ช่วยปรับตาข่ายผิวให้ดูเรียบเนียนเหมือนวัยสาว ช่วยให้ผิวชั้นนอกแข็งแรง และประกอบด้วย Lactic acid จากธรรมชาติช่วยส่งเสริมการผลัดผิวออก ให้ผิวเรียบเนียนขึ้น
  • Tetrasodium Tetracarboxymethyl Naringeninchalcone วัตถุดิบของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นสารที่ดัดแปลงมาจากพืชตระกูลส้ม มีคุณสมบัติลดการอักเสบระคายเคือง เป็น Antioxidant และช่วยให้หลอดเลือดฝอยแข็งแรง

ตัว Tetrasodium Tetracarboxymethyl Naringeninchalcone นี้ทางแบรนด์มี Concept เกี่ยวกับ การช่วยลดผิวหมองคล้ำจากโทนแดง ที่เป็นโทนผิวหมองคล้ำระหว่างวัน ที่จะหมองคล้ำขึ้นเมื่ออากาศร้อน หรือช่วงเที่ยงของวัน ใครที่ออกแดดเดินไปเดินมาแล้วแก้มแดงๆ หน้าแดงๆ หรือรู้สึกรองพื้นดูหมองๆ ตัวนี้จะเพอร์เฟคมาก

ในส่วนของเบสหรือเนื้อผลิตภัณฑ์ดูคล้ายกับเบสแบบ Gel เพราะมีส่วนผสมของสารก่อเจล และมีส่วนผสมของสารน้ำมันสังเคราะห์อย่าง Isononyl isononanoate ที่มีความเบา ไม่เหนอะหนะ

 

มาให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ

  1. ส่วนผสม: ในส่วนของสารบำรุงนั้นค่อนข้างมาเต็ม เพราะนอกจากเซรั่มน้ำยางพาราสารพัดประโยชน์แล้ว ยังเสริมมาด้วยส่วนผสมที่เป็น Whitening ที่ออกฤทธิ์เสริมกันได้เป็นอย่างดี ครอบคลุมแทบจะทุกขั้นตอนของการสร้างเม็ดสีผิว และยังมีสารที่ให้ผลเกี่ยวกับความแดงอีก สารบำรุงนอกจากเซรั่มน้ำยางพารา Miratier ของคนไทยแล้ว ก็ยังมีทั้งนำเข้าจากญี่ปุ่น สวิตเซอร์แลนด์ และฝรั่งเศสถ้าไม่ให้คะแนนเต็ม 5 ฟลาสก์ ก็คงจะไม่ได้
  2. การใช้งาน เจลครีมตัวนี้น่าจะเหมาะกับทุกสภาพผิว ใช้ตอนเช้าเป็น Primer ก่อนลงกันแดด และแต่งหน้าก็ดีค่ะ มี่รู้สึกว่ามันจะคุมมันได้หน่อยๆ แต่ก็ไม่ถึงกับแห้งจนเกินไป ในด้านของรอยแดงระหว่างวันมี่ว่าตัวนี้เวิร์คนะคะ ไม่ค่อยเห็น Concept แบบนี้เท่าไหร่ ดูมีเอกลักษณ์ดีค่ะ ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบนะคะ ให้ไป 5 ฟลาสก์

คะแนน nu

สำหรับสนนราคาของครีม Nuceara several effects facial youthful radiant cream ตอนนี้ทางแบรนด์จัดโปรอยู่ที่ราคา 450 บาท/30 ml จากราคา 690 บาท ตก 15บาท/ml ค่ะ

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Nuceara beauty ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

Facebook : https://www.facebook.com/nucearaThailand/

Line : @nuceara

 

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Nuceara การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมน้ำตบวิตามินบี3 บี5 สุดเลอค่าจากแบรนด์ Naturalist กับ Duo B Hydrabright essence

สวัสดีค่ะ

วันก่อนมี่ได้อัพรีวิวโทนเนอร์ BHA จากแบรนด์ Naturalist ไป (เผื่อใครอยากตาม <<<จิ้ม>>> ได้เลยค่า) แล้วทิ้งท้ายไว้ว่า ถ้าเราใช้ตัว BHA ร่วมกับโทนเนอร์วิตามินบี จะสามารถแบ่งหยดอย่างละครึ่งสำลีแล้วเช็ดไปพร้อมๆกันได้เลย

วันนี้เลยจะมาต่อกันที่ตัวโทนเนอร์วิตามินบีที่ว่าค่ะ

ชื่อเต็มๆก็คือ Duo B Hydrabright essence ค่ะ

หน้าตาเป็นแบบนี้นะคะ

b 1

มาในขวดคล้ายๆกับ BHA ดีไซน์ดูหรูหราและอินเตอร์เช่นกันค่ะ ก็ยังคงบอกเค้าไปว่าชั้นชอบดีไซน์แพคเกจเค้า (ขอใช้ภาษาวิบัติเพื่ออรรถรสในการอ่าน)

จุดเด่นของเจ้าเอสเซนส์ Duo B ตัวนี้คือ ใช้วิตามิน B 2 ชนิด คือ Vitamin B3 + B5 รวมกันถึง 15% จึงช่วยบำรุงผิวได้ดี

จุดสำคัญอีกจุดคือ ทางแบรนด์ Claim ว่าเลือกใช้ B3 หรือ Niacinamide เกรด USP ตามเภสัชตำรับอเมริกาเลยทีเดียว ถ้าพูดง่ายๆคือ มีความบริสุทธิ์ระดับยา ที่จะมากกว่าเกรดเครื่องสำอางทั่วไป และมีความปลอดภัย ประสิทธิภาพในการใช้งานมากขึ้น

แค่นั้นยังไม่พอยังเสริมมาด้วยส่วนผสมบำรุงผิวอีกหลายๆตัวเลย เดี๋ยวเรามาต่อกันอีกทีในช่วงวิเคราะห์ส่วนผสมนะคะ

ก่อนหน้านั้นมาดูเนื้อสัมผัสของเอสเซนส์ตัวนี้กันค่ะ

b 2

เป็นเอสเซนส์แบบน้ำใส ไม่มีสี ไม่มีน้ำหอมเลยจะได้กลิ่นจางๆของส่วนผสม

ตัวนี้วิธีใช้ข้างขวดคือ หยดลงบนฝ่ามือ แล้วตบเบาๆบนใบหน้า เหมือนอารมณ์น้ำตบค่ะ

แต่ถ้ามี BHA ด้วย เอามาใส่สำลีคู่กันเลยค่ะ อย่างละครึ่งแผ่น แล้วเช็ดไปพร้อมกัน มันจะดีงามมาก

เกลี่ยง่าย ซึมผิวไวมาก ให้สัมผัสนุ่มนวลผิว ไม่แห้งตึง แต่ก็ไม่ถึงกับเหนอะหนะ

b 3

วัด pH กันซักหน่อยค่ะ

b 4

pH อยู่ที่ราวๆ 5 ซึ่งใกล้เคียงกับผิวดีค่ะ

ถึงคิวของส่วนผสมบ้างนะคะ

สผส b

ที่ส่วนผสมจะมีส่วนของสีฟ้ากับสีเขียวค่ะ

สีฟ้า คือ Isopentyldiol ที่มีประโยชน์เป็นสารที่ช่วยเพิ่มการดูดซึมสารอื่นๆเข้าผิวค่ะ (มีชื่อเรียกแบบสวยๆว่า Percutaneous absorption enhancer)

ส่วนสีเขียวคือสารบำรุงค่ะ มากันแบบตัวแม่เลย

  • เริ่มต้นกันมาที่ Niacinamide ตัวนี้จัดมาเต็ม 10% เลยทีเดียว มีงานวิจัยรองรับถึงประโยชน์เยอะมากจริงอะไรจริง เรียกได้ว่าเกือบจะครอบจักรวาล
    1. Whitening: ช่วยยับยั้งการส่งผานของเม็ดสีผิวที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ส่งผ่านมาด้านบน เลยไม่เห็นเป็นสีผิว ทำให้ผิวขาวกระจ่างใสมากขึ้น
    2. ลดการเกิดสิว: มีการทดสอบเชิงคลินิกพบว่า Niacinamide ที่ความเข้มข้น 4% มีประสิทธิภาพเทียบเท่า Clindamycin ในการรักษาสิว (Int J Dermatol. 2013;52(8):999-1004.) และยังช่วยลดความมันบนใบหน้า
    3. ชะลอวัย: ช่วยให้ผิวละเอียด กระชับรูขุมขน และละเอียดมากขึ้น ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ
    4. ผิวแข็งแรง: ช่วยเสริมสร้างไขมัน Ceramide และ Hyaluronic Acid ในผิวหนัง
  • Acetyl glucosamine จัดหนักมาที่ 4% ตัวนี้เป็นเสมือนคู่หูคู่ขวัญกับบี 3 เพราะส่งเสริมกันและกันไม่ว่าจะเป็นในด้านริ้วรอย และ Whitening สารตัวนี้ยังเป็นส่วนประกอบในการสังเคราะห์ Hyaluronic Acid ของผิวหนัง และช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นได้
  • ต่อมาคือโปรวิตามินบี 5 หรือ Panthenol ที่จัดมา 1% ซึ่งมีบทบาทในการเพิ่มการชุ่มชื้นและลดการอักเสบของผิว
  • Telmesteine เป็นสารที่มีคุณสมบัติเด่นอยู่ 2 ด้าน คือ
    • ด้านลดริ้วรอย: สารนี้ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่ไปย่อยสลายคอลลาเจนในชั้นผิว และเป็น Antioxidant
    • ด้านลดการอักเสบ และระคายเคือง
  • Raspberry ketone เป็น Whitening ได้โดยไปยับยั้งเอนไซม์ที่สร้างเม็ดสี (Int J Mol Sci. 2011;12(8):4819-35.) ข้อมูลจากทางแบรนด์บอกว่ามีผลต้านอนุมูลอิสระ ชะลอวัย นอกจากนี้มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อจึงให้ผลปกป้องผลิตภัณฑ์จากเชื้อ

โดยรวมจึงจะเห็นได้ว่า Duo B เอสเซนส์นี้มีวิตามินที่เข้มข้นมาก (รวมกันถึง 15%) ซึ่งมีประโยชน์มากมายกับผิว ไม่ว่าจะเป็น Whitening ลดการเกิดสิว ซึ่งกลไกของ Niacinamide นั้นไม่ได้เหมือนกับยาปฏิชีวนะหรือ Antibiotic ที่เราใช้กันทั่วไป อย่าง Clindamycin หรือ Erythromycin ดังนั้นมี่จึงไม่แปลกใจเลยค่ะที่ทางแบรนด์ Claim เรื่องตัว Duo B นี้ ว่าใช้ได้กับสิวทุกประเภท รวมทั้งสิวที่เกิดจากเชื้อดื้อยา เพราะเราใช้ยาปฏิชีวนะแบบไม่ถูกวิธี ใครเป็นสิวบ่อยๆ ทาอะไรไม่หายซักที ตัวนี้น่าจะตอบโจทย์ค่ะ นอกจากนี้ Niacinamide ก็ยังมีส่วนช่วยในการชะลอวัยลดริ้วรอย เพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบระคายเคือง และให้เรารู้สึกสบายผิว

มาให้คะแนนดีกว่านะคะ

  1. ส่วนผสม ถึงแม้จะดูเรียบง่าย แต่ก็อัดแน่นด้วยคุณประโยชน์มากมายหลายด้านตามที่ได้เล่าให้ฟังในด้านบน และยังไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว รับไปเลยค่ะจากความครอบจักรวาลนี้ 5 ฟลาสก์เต็มๆ
  2. การใช้งาน ส่วนตัวมี่พึ่งมาเริ่มใช้หลังจาก BHA ของแบรนด์ประมาณ 1 สัปดาห์ ตัวนี้มี่ใช้ทั้งเช้าและเย็นค่ะ ใช้แบบน้ำตบ พอใช้ร่วมกับ BHA ในตอนกลางคืน เลยมาลองใช้พร้อมกัน หยดแล้วเช็ดทีเดียวเลย ประหยัดทั้งเวลา และยังช่วยลดการแห้งจาก BHA ด้วยค่ะ หน้านุ่มฟูมากขึ้น และรอยด่างดำก็ดูกลืนไปกับสีผิวค่ะ รับไป 5 ฟลาสก์เช่นกัน

คะแนน b

ตัวนี้ทางแบรนด์จัดโปรเปิดตัวถึงสิ้นเดือนนี้ ราคาจะอยู่ที่ 1290 บาท/100 ml จากราคาปกติ 1890 ตกเป็น 12.9 บาท/ml ค่ะ

สุดท้ายนี้ขอบคุณทางแบรนด์ Naturalist ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามกับทางแบรนด์ได้โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/NaturalistTH/

LINE : @naturalist.th

Discliamer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Naturalist beauty การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม Naturalist Perfect BHA clear deep exfoliating water โทนเนอร์ BHA ดีๆส่วนผสมเลอค่าฝีมือคนไทย

สวัสดีค่ะ วันนี้มี่จะมาอวดผลิตภัณฑ์ดีๆฝีมือคนไทยที่มีดีไซน์หรูหราดูอินเตอร์มาก และยังมีส่วนผสมที่ดู High class อีกค่ะ

เป็นผลิตภัณฑ์กลุ่ม Skincare ที่มี่ได้มาจากแบรนด์ Naturalist beauty นะคะ

naturalist

เห็นแพคเกจแล้วนึกว่าหอบหิ้วมาจากยุโรปเลยทีเดียว

ผลิตภัณฑ์ที่มี่ได้มามี 3 อย่างค่ะ

  • Perfect BHA clear deep exfoliating toner
  • Soybean phytogen moisture essence
  • Duo B hydrabright essence

 

วันนี้เรามาเริ่มกันที่ BHA นะคะ

ส่วนตัวมี่เองก็จะสอดแทรก BHA เอาไว้ใน Skincare regimen อยู่ เพื่อลดการอุดตัน ลดการเกิดสิว และช่วยลดการอักเสบในรูขุมขนค่ะ

หน้าตาของเจ้า Perfect BHA clear deep exfoliating water ค่ะ

BHA 1

บอกเค้าไปว่าชั้นชอบดีไซน์แพคเกจเค้า (ขอใช้ภาษาวิบัติเพื่ออรรถรสในการอ่าน)

จุดเด่นของเจ้าโทนเนอร์ตัวนี้คือ นางใช้นวัตกรรมใหม่ของ Salicylic Acid ที่เก็บกักในแคปซูล แคปซูลตัวนี้จะมีขนาดเล็ก ซึมลงไปในผิวได้ง่าย และค่อยๆแตกตัวปลดปล่อย Salicylic acid ออกมา โดยทางแบรนด์บอกว่า Salicylic acid จะค่อยๆ ปลดปล่อยออกจากแคปซูล ทาเพียงครั้งเดียวอยู่ได้ถึง 6 ชั่วโมง เลยทีเดียว
การเก็บในแคปซูลก็มีข้อดีคือ ทำให้ความระคายเคืองของ Salicylic acid ลดลง มีความอ่อนโยนเพิ่มขึ้น แต่ยังคงออกฤทธิ์ได้ดีอยู่ และการมีแคปซูลที่เป็นระบบนำส่งทำให้ตัว Salicylic acid ลงไปลึกสมชื่อ Deep exfoliating toner ของนาง

ตัวนี้ใช้คู่กับสำลีนะคะ

BHA 2

เป็นโทนเนอร์ที่ไม่มีน้ำหอม เลยจะได้กลิ่นจางๆของวัตถุดิบ ใช้ง่าย ไม่แสบ ไม่ระคายเคืองค่ะ ตัวนี้ตอนแรกมี่ใช้เช้าเย็น แต่ด้วยความที่มี่เป็นคนผิวแห้ง รู้สึกว่าผิวแห้งเลยเก็บไว้ใช้แค่ก่อนนอนค่ะ

BHA 3

เช็ดแล้วแห้งไว ไม่เหนอะหนะ และไม่ทิ้งคราบเหนียวใดๆไว้บนผิว

วัด pH ซักหน่อยเป็นพิธี

BHA 4

pH อยู่ที่ราวๆ 5 นะคะ ซึ่งก็ใกล้เคียงกับผิวดี

จุดนี้ BHA เราอยู่ในแคปซูลนะคะ pH เท่าไหร่ก็ไม่มีปัญหา

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

สผส BHA

สำหรับสารบำรุงมี่ทำสีเขียวไว้ให้นะคะ เอ๊ะ มีสีฟ้าโดดเด่นมาตัวนึง คือเจ้า Isopentyldiol ตัวนี้เป็นสารที่ช่วยเพิ่มการดูดซึมสารอื่นๆเข้าผิวค่ะ (มีชื่อเรียกแบบสวยๆว่า Percutaneous absorption enhancer)

มาดูสารบำรุงกันเรียงตัวเลยดีกว่า

  • Betaine เป็นอนุพันธ์ของกรดอะมิโนชนิดหนึ่ง มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการระคายเคือง
  • Salicylic acid ก็คือ BHA ที่เป็นพระเอกของเราในวันนี้ค่ะ ช่วยลดการอุดตันในรูขุมขน
  • Panthenol คือ โปรวิตามินบี 5 ที่จะถูกเปลี่ยนเป็นวิตามินบี 5 มีบทบาทในการเพิ่มการชุ่มชื้นและลดการอักเสบของผิว
  • สารสกัดจากเปลือก Magnolia ช่วยฆ่าเขื้อจุลินทรีย์ และช่วยลดการอักเสบและระคายเคือง
  • สารสกัดจากใบยูคาลิปตัส มีคุณสมบัติฆ่าเชื้อจุลินทรีย์เช่นกัน
  • สารสกัดจาก Sigesbeckia มีรายงานเกี่ยวกับคุณสมบัติในการต้านการอักเสบ (J Ethnopharmacol. 2011; 11;137(3))
  • Allantoin ลดการระคายเคือง
  • Raspberry ketone เป็น Whitening ได้โดยไปยับยั้งเอนไซม์ที่สร้างเม็ดสี (Int J Mol Sci. 2011;12(8):4819-35.) ข้อมูลจากทางแบรนด์บอกว่ามีผลต้านอนุมูลอิสระ ชะลอวัย นอกจากนี้มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อจึงให้ผลปกป้องผลิตภัณฑ์จากเชื้อ

อีกตัวที่ไม่ได้ทำสีไว้ แต่ก็คู่ควรแก่การกล่าวถึงคือ Hexamidine diisethionate ตัวนี้ก็เป็นสารฆ่าเชื้อเช่นกัน

โดยรวมจึงเห็นว่านอกจากพระเอกอย่าง BHA แล้ว ยังมีเหล่าบรรดานักแสดงสมทบที่ช่วยมาเสริมกันเรื่องฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ ลดการอักเสบระคายเคือง ซึ่งจะให้ผลดีกับรอยแดงสิว และ Whitening จาก Raspberry ketone ที่จะช่วยเรื่องรอยดำสิวได้ไปพร้อมๆกัน

ขอเชิญคะแนนเลยนะคะ เนื่องจากวันนี้ส่วนผสมเรามีไม่มาก เลยขอแบ่งเป็นคะแนนส่วนผสม กับ คะแนนการใช้งานค่ะ

  1. ส่วนผสม จัดหนักจัดเต็ม มีประโยชน์ต่อผิวได้ครอบคลุมทุกปัญหาสิวเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นสิวอุดตัน สิวอักเสบ รวมไปถึงรอยแดง รอยดำ และไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว รับไปเลยค่ะ 5 ฟลาสก์
  2. การใช้งาน ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบที่ตัวดีไซน์ของเขานะคะ เนื้อในก็ดีไม่แพ้กัน ใช้ง่าย ใช้ซ้อนกับโทนเนอร์อื่นก็ได้ อย่างตัวมี่จะใช้ตัวนี้คู่กับตัว Duo B ที่จะมารีวิวครั้งหน้า ทางแบรนด์แนะนำว่าหยดใส่สำลีเดียวกัน แบ่งอย่างละครึ่งแผ่น และเช็ดทีเดียวเลยค่ะ รวดเร็วทันใจ ส่วนเรื่องความรู้สึกในการใช้งาน คือ ชอบนะ ไม่แสบผิว ไม่ร้อน ไม่วูบวาบ ช่วงแรกใช้เช้าเย็นเลยค่ะ แต่ด้วยอารมณ์ที่มี่ผิวแห้ง ก็เลยอาจรู้สึกแห้งไปหน่อย มี่เลยลดเหลือแค่ใช้กลางคืนค่ะ ใช้ลดปัญหาพวกสิวเสี้ยนกวนใจก็ดีค่ะ เอาไป 5 ฟลาสก์

คะแนน

ตัวนี้ทางแบรนด์จัดโปร ราคาจะอยู่ที่ 790 บาท/100 ml จากราคาปกติ 1290 ตกเป็น 7.9 บาท/ml ค่ะ

สุดท้ายนี้ขอบคุณทางแบรนด์ Naturalist ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามกับทางแบรนด์ได้โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/NaturalistTH/

LINE : @naturalist.th

 

Discliamer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Naturalist beauty การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิววิเคราะห์ส่วนผสมสเปรย์น้ำแร่สูตรเซรั่ม กับ Chou SkinDrink serum

สวัสดีค่ะ วันนี้มี่มีรีวิวสเปรย์น้ำแร่มาฝากกันค่ะ

เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักแบรนด์ Chou ที่ทำฟองน้ำรูปไข่ที่โด่งดังค่ะ ตอนนี้เขาทำ Skincare ออกมาหลายตัวเลย

วันนี้มี่จะขอรีวิว SkinDrink serum ซึ่งเป็นสเปรย์น้ำแร่นะคะ

หน้าตาจะมาในกล่องแบบนี้ค่ะ

chu b

พอเราเปิดกล่องมาจะแอบมีกิมมิคเล็กๆ ด้วยคำว่า “Find out your best complexion!”

chu b2

ตัวขวดมาในขวดอลูมิเนียม ซึ่งมีข้อดีคือปกป้องจากอากาศ ทำให้สารบำรุงต่างๆมีความคงตัวดี

chu b3

สเปรย์พ่นออกมาได้ละอองเล็กละเอียด

chu 1

ไม่มีกลิ่น ไม่เหนอะหนะ คืนความชุ่มชื้นให้ผิว และรู้สึกสบายผิวดีค่ะ

chu 2

ดูค่า pH กันซักหน่อยนะคะ

chu 3

อยู่ที่ราวๆ 5 – 6 ซึ่งใกล้เคียงกับผิวดีค่ะ

ในการใช้จริงจะฉีดทับเมคอัพระหว่างวันได้เลยค่ะ ไม่ทำให้เมคอัพเลอะ

พอฉีดเสร็จเอากระดาษซับเบาๆ เมคอัพจะดูสดใหม่เหมือนพึ่งแต่งหน้าเสร็จเลยค่ะ

chu makeup

เมคอัพไม่หลุดติดกระดาษเลยค่ะ

makeup 3

มารีวิวส่วนผสมต่อดีกว่าค่ะ สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้นะคะ

คะแนน chu

จากส่วนผสมก็จะตรงกับ Brand claim ค่ะ โดย Claim ว่าไม่มีส่วนผสมที่ไม่เป็นมิตรกับผิวค่ะ

  • Paraben-free
  • Colorance-free
  • Fragrance-free
  • Alcohol-free
  • Oil-free
  • DEA/TEA/MEA-free
  • Silicone-free
  • Sulfate-free
  • Lead-free
  • Hydroquinone-free
  • Triclosan-free
  • Tretionoin/retinoic acid-free
  • Steroid-free

ส่วนผสมมี่ทำสีของสารบำรุงไว้เป็นสีฟ้านะคะ

จากส่วนผสมจะเห็นว่ามีตัวบำรุงอยู่หลายตัวเหมือนกัน และไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรตาม Brand claim ค่ะ

สารบำรุงที่ใส่มาเน้นไปที่การลดการอักเสบระคายเคืองในผิว และให้ความรู้สึกสบายผิว หรือที่เรียกแบบสวยๆว่า Soothing effect ค่ะ

ว่าแต่สารบำรุงมีอะไรบ้างนะ

  • น้ำทะเล หรือ Sea water extract ที่มีรายงานกล่าวว่าลดการอักเสบในผิวได้
  • สารสกัดจากแตงกวา โดดเด่นเรื่องชุ่มชื้น และให้ความรู้สึกสบายผิว
  • วิตามินบี 3 หรือ Niacinamide ให้ผลเกี่ยวกับ Whitening, ลดการอักเสบ ช่วยผิวสร้าง barrier และ ช่วยดูแลเรื่องสิว
  • ว่านหางจระเข้ ให้ผลเรื่องชุ่มชื้น และให้ความรู้สึกสบายผิวเช่นกัน
  • Boswellia extract เป็นสารสกัดจาก Boswellia ตัวนี้ก็มีงานวิจัยรองรับว่าช่วยลดการอักเสบในผิวได้ดี (Indian J Pharm Sci. 2011;73(3): 255–)
  • สารสกัดจากบัวบก ที่เป็น antioxidant ที่ดีและให้ผลเกี่ยวกับการชะลอวัยด้วยค่ะ
  • Salicylic acid เป็น BHA ช่วยลดการอุดตันและลดการอักเสบค่ะ

มาเต็มสมชื่อ Serum จริงๆค่ะ

มาให้คะแนนกันดีกว่านะคะ

  1. ส่วนผสม จากที่เล่าให้ฟังในด้านบนเราจะเห็นว่าสารบำรุงค่อนข้างมาเต็มเลยทีเดียว หลักๆจะเน้นไปด้านชุ่มชื้นและให้ความรู้สึกสบายผิว และไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. การใช้งาน เป็นน้ำแร่ที่ใช้ได้ง่าย เติมน้ำระหว่างวัน ขวดเล็กพกพาสะดวกใส่กระเป๋าถือได้ รู้สึกหน้าตึงเมื่อไหร่ก็หยิบมาฉีด ฉีดแล้วกดๆซับๆนิดหน่อย เมคอัพไม่หลุดค่ะ แถมยังช่วยให้เมคอัพดูสดเหมือนพึ่งแต่งหน้ามา ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบนะคะ ติตรงราคาแอบแรงไปนิด เลยขอให้ไป 4 ฟลาสก์

คะแนน chu

สำหรับราคา จะตกอยู่ที่ขวดละ 950 บาทค่ะ

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Chou ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ สำหรับวันนี้มีแค่นี้ พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

Disclaimer: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Chou การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้รับค่าตอบแทนในการเขียนรีวิวและไม่มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม Sleeping mask สูตรพืชเอเชีย และ Multi-vitamin serum จากแบรนด์ Asiae สวยใสประดุจเจ้าหญิงแรกแย้ม

สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านที่น่ารักทุกๆท่าน

เมื่อช่วงก่อนมี่เคยรีวิว Skincare คุณภาพฝีมือคนไทยจากแบรนด์ Asiae ไปแล้วช่วงก่อน ตอนนี้ทางแบรนด์ปรับ package ให้ดูสวยงามขึ้น และมีผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ที่เป็น Multivitamin active serum ที่น่าสนใจเพิ่มมาอีกตัวค่ะ

ว่าแล้วก็มาดูหน้าตาโฉมใหม่จากแบรนด์ Asiae เครื่องสำอางสูตรเอเชีย กันเลยดีกว่าค่ะ

asiae-1

เป็นแพคเกจแนววินเทจสวยงามเชียวค่ะ

มาดูกันไปทีละตัวเลยเนอะ

 

ตัวแรกเป็น Multivitamin serum ตัวนี้ค่ะ

asiae-3

เป็นเซรั่มขวดแก้วสีชา มาในกล่องกระดาษสีขาว/เขียว ดูสวยงามดีค่ะ

asiae-6

ตัวเซรั่มมีสีชมพู ซึ่งคาดว่าเป็นสีตามธรรมชาติของวิตามินบี 12 ที่ใส่มาเป็นส่วนผสม

mtv-1

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ดูดซึมไว ไม่เหนอะหนะ ไม่แห้งตึง ด้วยความที่ทางแบรนด์ไม่ใส่น้ำหอมเราเลยจะได้กลิ่นของวัตถุดิบอยู่จางๆค่ะ

mtv-2

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

%e0%b8%aa%e0%b8%9c%e0%b8%aa-multivit

จากส่วนผสมในส่วนของสีม่วงจะเป็นสารบำรุงค่ะ

ในกลุ่มของวิตามินก็จะมีวิตามินอี วิตามินซี วิตามินบี 5 บี 3 และ บี 12 เรียกได้ว่ามากันอย่างอุ่นหนาฝาคั่งเลยทีเดียว

มาดูคุณสมบัติของวิตามินแต่ละตัวกันดีกว่าค่ะ

  • วิตามินอี เป็นรูปแบบ Alpha-tocopherol มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant
  • วิตามินบี 5 หรือ Panthenol มีบทบาทเรื่องความชุ่มชื้น ลดการอักเสบ ให้ความรู้สึกสบายผิว
  • วิตามินซี ใช้ในรูปแบบ Ascorbyl glucoside ซึ่งมีความอ่อนโยน มีความเป็นกรดน้อย และมีความคงตัวสูงกว่า วิตามินซีมีประโยชน์กับผิวหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้าน Antioxidant ชะลอวัย หรือ Whitening
  • วิตามินบี 3 หรือ Niacinamide เป็นอีกตัวที่มีประโยชน์กับผิวอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็น Whitening ลดการอักเสบ ด้านสิว และช่วยเพิ่มการสร้างไขมันที่เป็น Barrier ผิว ช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้น
  • วิตามินบี 12 หรือ Cyanocobalamin มีรายงานการวิจัยกล่าวถึงคุณสมบัติในการลดการอักเสบในผู้ป่วย Atopic dermatitis ทั้งในเด็กและในผู้ใหญ่ (Br J Dermatol. 2004;150(5):977-83., J Altern Complement Med. 2009;15(4):387-9.) ผู้ผลิตวัตถุดิบยัง Claim ไปถึงคุณสมบัติในการลดผิวไหม้แดด (Sunburn) ริ้วรอย เสริมความยืดหยุ่นให้ผิว และช่วยให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น

 

นอกจากวิตามินรวมแล้ว เซรั่มยังมี Hyaluron  อีก 2 ขนาด ซึ่งช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นเช่นกัน

โดยรวมก็กล่าวได้ง่ายๆว่าเซรั่มตัวนี้ตัวเดียว ได้ครบจบทุกสิ่งค่ะ

ในส่วนผสมยังมีการใส่ Ethoxydiglycol ซึ่งเป็นสารเพิ่มการดูดซึมของสารอื่นเข้าสู่ผิวอยู่ด้วย

ส่วนผสมอื่นๆก็ไม่ได้มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิวเลยค่ะ

 

อีกตัวเป็น Aqua active sleeping pack ซึ่งมีการปรับแพคเกจ และภาชนะใหม่ ให้ไฉไลกว่าเดิม โดยมาในรูปแบบกระปุกแก้วสีชา

asiae-2

เนื้อมาสค์มาในรูปแบบ Emulgel สีฟ้า

asiae-5

ด้วยความที่ทางแบรนด์ไม่ใส่น้ำหอม เราก็จะได้กลิ่นของวัตถุดิบจางๆเช่นกันค่ะ

mask-1

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ชุ่มชื้นผิวค่อนข้างมาก แต่ไม่เหนอะหนะ ให้ความรู้สึกเย็นสบายผิว

mtv-2

สำหรับส่วนผสมเป็นดังรูปค่ะ

%e0%b8%aa%e0%b8%9c%e0%b8%aa-asiae-mask

มี่แทนกลุ่มของสารบำรุงด้วยสีม่วงนะคะ

 

ส่วนของสารบำรุงนั้นให้ผลโดยรวมหลายด้าน ได้แก่

  • ผลัดเซลล์ผิวลดการอุดตัน จากสารสกัดของต้น Willow 2 สายพันธ์ คือ Salix nigra (Black willow) และ Salix alba ที่มี BHA ตามธรรมชาติ ให้ผลลดการอุดตัน ลดการอักเสบ ร่วมกับ Glycolic acid ที่เป็น AHA และสาร Lactic acid ธรรมชาติที่ได้จากการหมักของ Lactobacillus
  • Antioxidant ต่อต้านอนุมูลอิสระ จากสารสกัดพืชหลายชนิด
  • ผลดีต่อสิว มี Niacinamide ที่ช่วยลดการอักเสบสิว ร่วมกับสารสกัดจากพืชที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้ออย่าง Melia azaridacta (สะเดาอินเดีย), Houttuynia cordata (พลูคาว) และสารหอม O-cymen-5 ol ที่เป็นสารกลุ่ม Terpenes ที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อได้หลายชนิด ร่วมกับ Glyceryl caprylate ซึ่งมีคุณสมบัติที่ดีกับผิวหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความชุ่มชื้น จนถึงฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อ
  • ลดการอักเสบ จากสารสกัด Phellodendron amurense ซึ่งมีงานวิจัยรองรับถึงคุณสมบัติในการต้านการอักเสบ (Int Immunopharmacol. 2014; 19(2):214-20.)
  • ริ้วรอยและแผลเป็น มีสารสกัดจาก Scutellaria ที่ช่วยเรื่องการสร้างคอลลาเจนในผิว ช่วยลดริ้วรอย สมานแผล
  • สูตรผสมของ Lactobacillus/Soybean Ferment Extract (and) Saccharomyces/Viscum Album (Mistletoe) Ferment Extract (and) Saccharomyces/Imperata Cylindrica Root Ferment Extract มีชื่อทางการค้าว่า Natural HGTM ของเกาหลี มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้น ช่วยให้ความรู้สึกสบายผิว ลดการอักเสบ ลดการระคายเคือง
  • Whitening อาศัย Niacinamide เป็นตัวลดการส่งผ่านเมลานินออกมาจากข้างใน มีผลลดรอยดำจากสิวได้ด้วย
  • Moisturizer มี Trehalose ที่เป็นน้ำตาลชนิดพิเศษ มีคุณสมบัติดูดน้ำให้ผิว และช่วยปกป้องผิวจากอากาศแห้งๆได้ดี ร่วมกับสารดูดน้ำอีกหลายตัว และ Sodium hyaluronate

 

โดยรวมถือว่าทำมาได้ค่อนข้างครบค่ะ

ในส่วนของเนื้อผลิตภัณฑ์ ก็ไม่ได้มีสารที่มีพิษมีภัยอะไร ไม่มี Alcohol มีสารดูดน้ำดีๆหลายตัว มี Silicone ที่ช่วยเคลือบปกป้องผิวรักษาความชุ่มชื้นได้ด้วย

ตัวนี้มาในรูปแบบของ Emugel ที่ประกอบด้วยซิลิโคนกับน้ำ ไม่มีน้ำมันที่สุ่มเสี่ยงอุดตันรูขุมขน

 

มาให้คะแนนกันดีกว่า

วันนี้ขอให้รวบ เป็นภาพรวมเลยนะคะ

 

  1. กลุ่มสารออกฤทธิ์ หรือ Actives เรียกได้ว่ามากันแน่นแบบสมบูรณ์แบบ ดูแลได้ครอบคลุมเกือบทุกปัญหาผิว ดังที่ได้เล่าให้ฟังไปแล้วในด้านบน ถึงตรงนี้ก็ไม่รู้จะเอาอะไรมาหักคะแนน จึงขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. กลุ่มเนื้อหลัก หรือ Base ทั้ง 2 ตัว ไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว และไม่มี Alcohol ไม่มีน้ำมันที่สุ่มเสี่ยงอุดตันผิว เลยไม่มีที่ให้หักคะแนน จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  3. กลุ่มของสารปรุงแต่ง หรือ Additives ทั้งสองตัวไม่มีสารที่มีพิษมีภัยอะไรกับผิว เลยไม่รู้จะหักคะแนนอะไร เลยขอให้ 5 ฟลาสก์
  4. การใช้งาน สำหรับตัว Multivitamin serum มีเนื้อค่อนข้างบางเบา ไม่เหนอะหนะ ดูดซึมง่าย ส่วนตัว Sleeping mask ก็ให้สัมผัสที่เบา ไม่หนักผิว ไม่มันเยิ้ม เน้นการเติมน้ำให้กับผิว เกลี่ยค่อนข้างง่าย หลังจากใช้มาอยู่เกือบ 2 อาทิตย์ ก็รู้สึกว่าผิวเราจะนุ่ม ชุ่มชื้น มีน้ำมีนวล ทำให้ริ้วรอยเล็กๆดูหายไปค่ะ โดยรวมจึงถือว่าค่อนข้างประทับใจ ขอให้ 5 ฟลาสก์

 

%e0%b8%84%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%99-asiae

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่เฟสบุคของทางแบรนด์ได้เลยค่ะ

 

https://www.facebook.com/Asiae.np

 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Asiae ด้วยค่ะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบ สวัสดีค่ะ

 

Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์ Asiae การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้รับค่าตอบแทนในการเขียนรีวิวและไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่มไวท์เทนนิ่งเพื่อผิวกระจ่างใส Favory Whitening serum เซรั่มแบรนด์ไทยเลอค่าด้วยวัตถุดิบนำเข้าจากฝรั่งเศส

สวัสดีค่ะ

 

วันนี้มี่มีรีวิวเซรั่ม Whitening แบรนด์ไทยๆที่น่าสนใจมาฝากกันค่ะ

 

เป็นเซรั่มจากแบรนด์ Favory (ฟาโวรี่) นั่นเองค่ะ

 

มาดูหน้าตากันเลยดีกว่าเนอะ

 

fav-1

 

เป็นเซรั่มในขวดปั๊มเรียบหรูสีขาวมุก

 

fav-2

 

ที่บนกล่อง Claim ว่า ใช้สารบำรุงนำเข้าจากฝรั่งเศสด้วยค่ะ เดี๋ยวค่อยไปดูด้วยกันในช่วงวิเคราะห์ส่วนผสมนะคะ

 

 

 

ตัวเซรั่มเป็นเซรั่มเนื้อแบบ Creamgel เนื่องจากไม่มีน้ำหอมเลยไม่มีกลิ่นค่ะ

 

fav-3

 

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ให้สัมผัสบางเบา ชุ่มชื้น ไม่เหนียวเหนอะหนะ

 

fav-4

 

วัดค่า pH ซักหน่อยนะคะ

 

fav-5

 

ได้ค่า pH อยู่ระหว่าง 5 – 6 ซึ่งใกล้เคียงกับผิวดีค่ะ

 

 

 

มาดูส่วนผสมกันบ้างค่ะ

 

%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%aa%e0%b8%a1

 

จากส่วนผสมจะเห็นว่าส่วนของสารบำรุงผิวเป็นกลุ่มของสารสกัดจากพืชผักผลไม้หลากหลายชนิด เช่น

  • ใบบัวบก (Centella asiatica) ซึ่งเป็นพืชที่มีการศึกษามากมายกล่าวว่าให้ผลดีในด้านของการเป็น Antioxidant และช่วยเรื่องริ้วรอย
  • ชาเขียว (Camellia sinensis) อุดมด้วยสาร Antioxidant ที่ทรงคุณค่า
  • ชะเอมเทศ (Glycyrrhiza glabra) มีรายงานเกี่ยวกับคุณสมบัติในการยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ลดการสร้างเมลานินช่วยให้สีผิวจางลง และเป็น Antioxidant ( 2014; 19(7):9101-13.)
  • ราก Japanese knotweed (Polygonum cuspidatum) มีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบในผิว (Evid Based Complement Alternat Med. 2013;2013:208349.)
  • Scutellaria ประกอบด้วยสารฟลาโวนอยด์ ที่ให้ผลลดการอักเสบในผิว ปกป้องไม่ให้รังสี UV ทำลายคอลลาเจนในผิว โดยไปมีผลยับยั้งไม่ให้เอนไซม์ MMP ซึ่งเป็นตัวการย่อยสลายคอลลาเจนในผิว เพิ่มจำนวนขึ้นมา (Eur J Pharmacol. 2011; 661(1-3):124-32.)
  • คาโมมายล์ ช่วยให้ความรู้สึกสบายผิว (Soothing effect) และลดการระคายเคือง
  • Rosemary เป็น Antioxidant ที่ดี
  • มะละกอ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น อาจจะมีองค์ประกอบของเอนไซม์ Papain ที่ช่วยผลัดผิวอย่างอ่อนโยน ทำให้ผิวนุ่ม
  • ฝรั่ง ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น
  • Saxifrage ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าสารสกัดให้ผลเป็นไวท์เทนนิ่ง เพิ่มความชุ่มชื้น และกระชับรูขุมขน

 

ซึ่งสูตรผสมของสารสกัดเหล่านี้ไปตรงกับวัตถุดิบ DermawhiteTM WF ของบริษัท BASF ประเทศฝรั่งเศส เป็นวัตถุดิบสิทธิบัตรฝรั่งเศส ยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลี

วัตถุดิบนี้ทางผู้ผลิตวัตถุดิบกล่าวว่าให้ผลช่วยเพิ่มความกระจ่างใส (Radiance) ของผิว มีการทดสอบในอาสาสมัครพบว่าให้ผลดีกว่า Kojic acid อย่างมากมาย

 

เนื้อเบสหลักเป็นรูปแบบ creamgel ไม่มีส่วนผสมของน้ำมันที่สุ่มเสียงอุดตัน ไม่มีแอลกอฮอล์ และทางแบรนด์ไม่ได้ใช้น้ำหอมด้วยค่ะ

 

มาดูคะแนนกันดีกว่า

  1. Actives หรือ ส่วนผสมของสารบำรุง ใช้ส่วนผสมของพืชผักผลไม้หลากหลายชนิด ให้ผลโดยรวมทั้งในแง่การเป็น Antioxidant ช่วยชะลอวัย ลดการระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายผิว และ Whitening จึงขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. Base หรือ เนื้อหลัก เป็นรูปแบบ Creamgel ประกอบด้วยซิลิโคนชนิดพื้นฐาน ซึ่งไม่ได้เกาะติดผิวจนอาจจะอุดตัน ร่วมกับไขมัน Stearic acid เพียงตัวเดียว ไม่มีส่วนผสมของ Alcohol จึงดูเหมาะกับทุกสภาพผิว มีพวก Glycol และ Glycerin เป็นตัวดูดน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ไม่มีที่ให้หักคะแนนจึงขอให้ 5 ฟลาสก์
  3. Additives ส่วนของสารปรุงแต่ง มีอยู่เท่าที่จำเป็น แต่เนื่องจากมีส่วนผสมของสารในกลุ่ม Parabens ซึ่งดูไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่นัก และสารในกลุ่ม Sulfite ถึงแม้จะช่วยปกป้องสารอื่นๆในผลิตภัณฑ์ได้ดี แต่ก็อาจจะสลายตัวให้สารที่มีความเป็นกรด ที่อาจจะระคายเคืองผิวในบางคนได้ เลยขอให้ไป 3 ฟลาสก์
  4. การใช้งาน เซรั่มตัวนี้เป็นเซรั่มรูปแบบ Creamgel ที่มีความบางเบา มีสัมผัสนุ่มนวล เกลี่ยง่าย ซึมไว ไม่เหนอะหนะ ในแง่ของการเป็น Whitening หลังจากมี่ใช้ได้เกือบๆ 2 อาทิตย์ รู้สึกได้ว่าสีผิวดูมีความสม่ำเสมอมากขึ้น พวกจุดด่างดำ รอยดำจากสิวดูจางลง ถือว่าค่อนข้างประทับใจค่ะ ให้ไป 5 ฟลาสก์

 

%e0%b8%84%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%99

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์ Favory โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/FavoryThailand/

https://line.me/R/ti/p/%40favory

 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Favory ด้วยค่ะ ที่ส่งสินค้าดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ พบกันใหม่โอกาสถัดไป สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ

 

Discliamer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Favory การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม ครีมกันแดดผสมสเตมเซลล์ดอกบัวเกาหลีจากแบรนด์ DNAh Perfect protection daily sunscreen cream SPF 50 PA+++

สวัสดีค่ะ วันนี้มี่มีรีวิวกันแดดที่น่าสนใจมาฝากกันค่ะ

เป็นกันแดดแบรนด์ไทย จาก DNAh (ดีนะห์) กับ Perfect protection daily sunscreen cream ค่ะ

ดูหน้าตากันก่อนเลยดีกว่าเนอะ

นางจะมาในกล่องสีเขียวสดค่ะ

sun 1

 

ด้านในเป็นแพคเกจแบบหลอดบีบค่ะ พกพาสะดวก เหมาะกับสาวน้อยนักเดินทางแบบเรามาก

ใครไม่ได้เดินทาง จะวางไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งก็ไม่เกะกะไม่กินที่เลยค่ะ

 

sun 2

 

เนื้อครีมเป็นครีมสีออกขาวเงาๆ กลิ่นหอมจางๆ กลบกลิ่นของสารกันแดดได้ค่อนข้างดีเลยหละ

 

sun 3

 

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ให้ความรู้สึกเย็นสบายผิว ชุ่มชื้น ไม่เหนอะหนะ

 

sun 4

 

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

 

%e0%b8%aa%e0%b8%9c%e0%b8%aa-dnah

 

มี่ได้ทำสีของส่วนผสมไว้ให้แล้วนะคะ

ส่วนผสมของสารกันแดดคือสีม่วงค่ะ

กันแดดสูตรนี้เป็นกันแดดชนิดเคมี ที่กันได้ครบถ้วนทั้ง UVA/UVB ค่ะ โดยสารกันแดดที่ทางแบรนด์เลือกใช้ มี 4 ชนิดค่ะ ดังนี้

  • Ethylhexyl methoxycinnamate เรียกกันย่อๆว่า OMC ดูดกลืนรังสีในช่วงเด่นที่ UVB
  • Benzophenone-3 ให้ผลเด่นที่ช่วง UVA ค่ะ
  • Octocrylene ตัวนี้ปกติมักจะใช้คู่กับ Avobenzone เพื่อช่วยเพิ่มความคงตัว ตัวมันเองก็สามารถดูดซับรังสีได้ในช่วง 280-320 nm อยู่ระหว่าง UVB และ UVA
  • Butyl methoxydibenzoylmethane คือ ชื่อเต็มของ Avobenzone เด่นที่ช่วง UVA แต่ต้องการสาร Photostabilizer มาเพิ่มความคงตัว ซึ่งในส่วนผสมก็มี Octocrylene อยู่ค่ะ

 

ในส่วนของสีฟ้าเป็นสารบำรุงผิวค่ะ จะเห็นว่ามีหลายตัวเลยหล่ะ เรามาดูกันไปทีละตัวเลยนะคะ

  • Stem cell จากดอกบัว (Nelumbo nucifera callus culture extract) เป็นวัตถุดิบของเกาหลี ผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่าให้คุณสมบัติฟื้นฟู ปรับสภาพผิว ส่งเสริมการทำงานของผิว ช่วยลดริ้วรอย และช่วยให้ผิวขาว
  • Alpha-arbutin มีส่วนช่วยเรื่อง Whitening โดยไปยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ที่ช่วยสร้างเม็ดสีผิว
  • Bisabolol ได้จากคาโมมายล์ ให้ผลลดการอักเสบ และให้ความรู้สึกสบายผิว (Soothing effect)
  • สารสกัดจากแตงกวา และว่านหางจระเข้ มีผลในด้านความชุ่มชื้น และ Soothing effect
  • Tocopheryl acetate เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินอี เป็น Antioxidant แต่ส่วนมากมักจะให้ผลปกป้องสารในผลิตภัณฑ์ไม่ให้เสื่อมสภาพ
  • Yeast polysaccharide ช่วยด้านชุ่มชื้น
  • Palmitoyl tetrapeptide-7 เป็นเปปไทด์ที่น่าสนใจค่ะ ผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่าเปปไทด์ตัวนี้สามารถกดการสร้างสารก่อการอักเสบชนิด IL-6 ในเซลล์ผิวที่ถูกกระตุ้นด้วยรังสี UV ได้ถึง 86%
  • สารสกัดจากมินท์ ชาเขียว และ Edelweiss เป็น Antioxidant ช่วยปกป้องผิว

โดยรวมจะเห็นว่าส่วนของสารบำรุงนั้นอัดมาค่อนข้างแน่น ให้ผลในแง่ชุ่มชื้น Soothing effect และลดการอักเสบในผิว จึงน่าจะช่วยลดผลเสียจาก UV ที่เล็ดรอดไปในผิวได้ดี

ด้านเนื้อครีม หรือ เบส มาในรูปแบบของ Emulsion ที่มีน้ำ มีซิลิโคน และมีกลุ่มน้ำมันสังเคราะห์ ไม่มีแอลกอฮอล์

สำหรับส่วนประกอบอื่นๆก็ไม่มีสารไหนที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

มาให้คะแนนกันค่ะ

  1. Actives กลุ่มของสารกันแดดเป็นชนิดเคมีล้วน กันได้ครบทั้ง UVA/UVB สารบำรุงอัดมาเต็ม โดดเด่นในแง่ชุ่มชื้น Soothing effect และลดการอักเสบที่เกิดจากรังสี UV จึงถือว่าค่อนข้างครบถ้วน แต่ด้วยความที่เป็นกันแดดชนิดเคมี ถ้าโดนแดดจัดมากๆ ต่อให้เสถียร หรือ Stable แค่ไหน ก็ย่อมมีวันเสื่อมสภาพ ไม่เหมือนพวกกายภาพ ที่จะติดฉาบผิวไปจนล้างออก หรือเหงื่อออก แต่ถ้าใครไม่ได้ออกแดดจัดๆนานๆตัวนี้น่าจะดีงามค่ะ และการมีอยู่ของพวกสารAntioxidant และสารลดการอักเสบปกป้องผิวจาก UV ก็น่าจะชดเชยส่วนนี้ได้ไป จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์
  2. Base เนื้อครีมมีส่วนประกอบด้วยน้ำ ซิลิโคน และน้ำมันสังเคราะห์ ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ส่วนผสมที่ใช้มีโอกาสเสี่ยงอุดตันได้ต่ำมาก และซิลิโคนที่ใช้เป็นชนิดพื้นฐาน ที่ล้างออกง่าย จึงไม่น่าห่วง จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  3. Additives ส่วนของสารปรุงแต่งก็ทำมาได้ดี ไม่มีส่วนผสมที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยไม่มีที่ให้หักคะแนน รับไป 5 ฟลาสก์
  4. การใช้งาน ตัวกันแดดเกลี่ยค่อนข้างง่าย ไม่เหนอะหนะ ไม่มัน น่าจะใช้ได้ทุกสภาพผิว ส่วนตัวมี่ช่วงนี้เป็นผิวผสม/แห้ง ก็สามารถใช้ได้ทั้งหน้าโดยไม่ทำให้จมูกมัน ถือว่าค่อนข้างประทับใจ ระหว่างวันก็ไม่ได้เยิ้มเหลว เหมือนกันแดดเนื้อครีมที่ใช้อยู่ ถ้าให้ติ คงติแค่แพคเกจเล็กไปหน่อยใช้หมดไวไปนิด แต่จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์

 

คะแนน sun new.jpg

 

รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางเฟสบุคของแบรนด์ DNAh ได้โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/deenahthailand

ช่องทางการจำหน่าย

เพจ DNAh

Line @ : DNAhThailand

qr.jpg

Shop store :ร้านยา ฟาร์มาคาเฟ่ จ.เชียงใหม่, ร้านยาธัญลักษณ์เภสัช กรุงเทพ, ร้านยาเยอะแยะ จ.เชียงใหม่ และ จ.ลำพูน

 

สำหรับวันนี้มีแค่นี้ค่ะ พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

Disclaimer/conflict of interest: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ DNAh การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้รับค่าตอบแทนในการรีวิว และไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม เซรั่มไวท์เทนนิ่งสูตรปรับปรุงใหม่ไฉไลกว่าเดิมจากแบรนด์ Medica viva กับ Viva white serum Ver 2.0

เมี่อช่วงก่อนมี่เคยรีวิวผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ Medica viva ซึ่งเป็นของแพทย์ผิวหนังท่านหนึ่ง เป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจมากเลยค่ะ

ตอนนี้ทางแบรนด์ปรับสูตรใหม่ ดูแล้วเลอค่ากว่าเดิมอีก มี่เลยขอเอามารีวิวยกเครื่องใหม่อีกครั้งนะคะ

โดยทางแบรนด์ยังมีผลิตภัณฑ์อยู่ 2 ชิ้น คือ Whitening serum กับ Sunscreen ค่ะ

 

medica-1

 

วันนี้มี่ขอเริ่มที่เซรั่มไวท์เทนนิ่งก่อนนะคะ

เป็นผลิตภัณฑ์ Viva white serum Ver 2.0 สูตรปรับปรุงใหม่ ไฉไลกว่าเดิม

 

serum-1

 

โดยเจ้าเซรั่มตัวนี้นางปรับปรุงใหม่ใช้ส่วนผสมที่ช่วยเรื่องความขาวอยู่หลายตัว ดีงามกว่าสูตรเก่าทั้งในแง่ส่วนผสม และ Feeling เลยค่ะ รายละเอียดเป็นอย่างไรเดี๋ยวค่อยไปดูด้วยกันนะคะ

ด้านในเป็นขวดพลาสติกสี Metallic มีความหรูหราเลอค่า

 

serum-2

 

ลักษณะของเนื้อเซรั่ม เป็น เซรั่มน้ำนม สีขาว กลิ่นหอมละมุน

 

serum-3
เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย เนื้อบางเบากว่าสูตรเดิม ซึมผิวค่อนข้างดี ไม่เหนอะหนะ ไม่หนักผิว

 

serum-4
วัด ค่า pH กันซักเล็กน้อยนะคะ

 

serum-5

 

pH อยู่ที่ราวๆ 5 – 6 ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับผิวดีค่ะ

มาดูส่วนผสมกันดีกว่าค่ะ

 

%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%aa%e0%b8%a1-ver-2

 

มี่ได้ทำแถบสีไว้ให้แล้วนะคะ

ในส่วนของสีน้ำเงิน เป็นกลุ่มของ Whitening ค่ะ

ซึ่งมีด้วยกันหลายตัว ออกฤทธิ์ครบถ้วนทั้ง 3 Step ของการสร้างเม็ดสี
ได้แก่
– Niacinamide ซึ่งมีคุณสมบัติหลายด้านทั้งลดการอักเสบ ลดการส่งผ่านเม็ดสีผิวออกมาให้เราเห็น และกระตุ้นการสังเคราะห์ไขมัน Barrier ผิว
Lepidium sativum sprout extract สารสกัดจาก Garden cress ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบบอกว่า มีประโยชน์ในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ต่อต้านอนุมูลอิสระ และลดเลือนริ้วรอยได้ สามารถยับยั้งการทำงานของฮอร์โมน Melanocyte stimulating hormone (MSH) ที่ทำหน้าที่กระตุ้นให้เซลล์เมลาโนไซต์ที่มีหน้าที่สร้างเมลานินทำงานได้ดีขึ้น เมื่อไปยับยั้ง MSH ก็จะทำให้เซลล์เมลาโนไซต์ทำงานได้ลดลง ผิวจึงขาวขึ้น
– Alpha-arbutin ยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ที่ใช้สร้างเม็ดสี
– Tranexamic acid สารนี้เดิมทีใช้เป็นยาช่วยให้เลือดแข็งตัว ยาห้ามเลือด แต่พบว่าสารสามารถออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส มีผลลดการสร้างเมลานิน ช่วยให้สีผิวขาวขึ้น มีรายงานการวิจัยศึกษาผลของ Tranexamic acid เข้มข้น 3 % ในสูตรครีมเพื่อรักษาฝ้าในอาสาสมัคร พบว่าให้ผลดีเทียบเท่าสูตรผสมของ Hydroquinone กับ Dexamethasone แต่ผลข้างเคียงต่ำกว่ามาก (J Res Med Sci. 2014;19(8):753-7.) มีรายงานว่า Tranexamic acid สามารถยับยั้ง Plasmin ปกติ Plasmin เป็นตัวตั้งต้นก่อนจะไปกระตุ้นฮอร์โมน alpha-MSH (Melanocyte stimulating hormone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนตัวแม่ ที่ไปกระตุ้นให้เซลล์เมลาโนไซท์ ทำงานได้ดีมากขึ้น (Active มากขึ้น) ก็สร้างเมลานินออกมาได้มากขึ้น (J Am Acad Dermatol 2011;October:699-714.)
– Hexanoyl dipeptide-3 norleucine acetate เปปไทด์ที่มีคุณสมบัติช่วยส่งเสริมการผลัดเซลล์ผิวอย่างเป็นธรรมชาติ เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวและลดเลือนริ้วรอยได้
– สูตรผสมของ Polysorbate 20, Hexylresorcinol, Caprylic Acid, Isopropyl alcohol, PEG-400, Caproic Acid, Capric Acid. มีชื่อทางการค้าว่า Hentowhite ของบริษัท Cobiosa ออกฤทธิ์ทั้งก่อนการสร้างเม็ดสี ยับยั้งการสร้างเม็ดสี และยับยั้งไม่ให้เม็ดสีที่สร้างเสร็จออกไปข้างนอก และยังมีฤทธิ์ผลัดผิวแบบอ่อนๆ (Hentowhite, Cobiosa Inc.)
Caprylyl-2-glyceryl ascorbate อนุพันธ์ใหม่ของวิตามินซี นอกจากให้ผลช่วยเรื่อง Antioxidant ลดการสร้างเม็ดสี และเป็นส่วนหนึ่งในขั้นตอนการสังเคราะห์คอลลาเจนแล้ว สารนี้ยังมีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการสร้าง Ceramide ในผิวได้

กลุ่มสีเขียวเป็นสารออกฤทธิ์อื่นๆ ตัวที่เด่นๆโดนๆก็จะมี
Soy isoflavones สารกลุ่ม Isoflavone ที่แยกได้จากถั่วเหลือง มีคุณสมบัติเป็น Phytoestrogen ให้คุณสมบัติคล้ายฮอร์โมนเพศหญิง ช่วยให้ผิวนุ่มฟู ยืดหยุ่น และมีคุณสมบัติเป็น Antioxidant ที่ดี
– สูตรผสมของ Octyldodecanol, Echium plantagineum Seed Oil, Helianthus annuus (Sunflower) Seed Oil Unsaponifiables, Cardiospermum halicacabum Flower/Leaf/Vine มีชื่อทางการค้าว่า Defensil ของบริษัท Rahn cosmetics ประเทศอเมริกา สารนี้ประกอบด้วยพวก Phytosterol และ สารพฤกษเคมีอื่นๆ มีคุณสมบัติลดการอักเสบในผิว และช่วยฟื้นฟู Barrier ผิวให้แข็งแรง ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่า สารนี้ให้ความชุ่มชื้นในผิวได้อย่างยาวนาน เพิ่มการสังเคราะห์ Ceramides ในผิว ลดการอักเสบ
Urea ช่วยเติมน้ำ และผลัดผิวอ่อนๆ
Allantoin ลดการอักเสบและระคายเคือง

อีกจุดที่น่าสนใจคือ Ethoxydiglycol นั้นสามารถเป็นสารที่ช่วยเพิ่มการดูดซึมสารอื่นเข้าสู่ผิวได้ (ศัพท์เทคนิคเรียกว่า Percutaneous absorption enhancer)

ในส่วนของเนื้อหลักของผลิตภัณฑ์นั้น มาในแบบของน้ำนม ประกอบด้วยน้ำและน้ำมัน ไม่มีซิลิโคนค่ะ แม้จะมี Isopropyl alcohol ติดมากับวัตถุดิบ Hentowhite แต่คิดว่าน่าจะมีอยู่ในลำดับท้ายๆ จึงคิดว่าไม่น่าจะมีผลอะไรกับผิวค่ะ

ถึงเวลาให้คะแนน

1. Actives จากส่วนผสมที่ได้กล่าวไปจะเห็นได้ว่าสารออกฤทธิ์นั้นครอบคลุมทั้ง 3 Step ของการสร้างเม็ดสีผิว ยังเสริมด้วยสารลดการอักเสบ สารเพิ่มความชุ่มชื้น และสารที่ช่วยเรื่อง Barrier ผิวได้อีก ส่วน Antioxidant นั้นก็ยังพอจะมีอยู่ จุดนี้เลยขอให้ 5 ฟลาสก์

2. Base ผลิตภัณฑ์มาในรูปแบบของน้ำนม หรือ Emulsion ประกอบด้วยน้ำและน้ำมัน ไม่มีซิลิโคน ซึ่งในส่วนของน้ำนั้น มี Isopropyl alcohol ติดมาในลำดับท้ายๆกับ Hentowhite ส่วนตัวมี่ใช้ก็ไม่ได้รู้สึกอะไร ในส่วนของ oil นั้น มีตัวไขมันธรรมชาติ และไขมันเคลือบปกป้องผิวครบ จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์

3. Additives สารที่ใช้ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร สารบางตัวสามารถเพิ่มความชุ่มชื้นและเคลือบปกป้องผิวได้ ส่วนของสาร Ethoxydiglycol นั้น เพิ่มการดูดซึมสารเข้าสู่ผิวได้มากขึ้น ทำให้สารออกฤทธิ์ต่างๆ ลงไปในผิวได้ง่ายขึ้น จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์

4. การใช้งาน ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบเนื้อที่บางเบาของตัวเซรั่ม สูตรใหม่นี้บางเบากว่าสูตรเดิมอีกค่ะ ส่วนเรื่องประสิทธิภาพนั้น มี่ได้ลองใช้สูตรใหม่มาประมาณ 2 อาทิตย์กว่าๆ นั้นจะสัมผัสได้ในแง่ของความนุ่มชุ่มชื้น รอยจุดด่างดำจากแสงแดด รอยแดง นั้นดูดีขึ้นค่ะ จุดนี้ก็ขอให้ 5 ฟลาสก์ เช่นกัน

 

%e0%b8%84%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%99

 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Medica Viva ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางเฟสบุคของแบรนด์ Medica viva ได้เลยค่ะ

https://www.facebook.com/medicaviva

 

 

Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Medica viva การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้รับค่าตอบแทนใดๆในการรีวิว และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม เซรั่มกุหลาบ 3 สายพันธ์ุ Celesté Blanc miracle intensive brightening serum

สวัสดีค่ะ

 

วันนี้มี่มีรีวิว Whitening & Moisturizer มาฝากกันค่ะ เป็น Serum กุหลาบสามสายพันธุ์จากแบรนด์ Célesté นั่นเองค่ะ

 

แบรนด์ Célesté เป็นแบรนด์ไทยน้องใหม่ ที่มีคอนเซปท์เน้นสารสกัดจากธรรมชาติ สำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ เห็นว่าพัฒนาและวิจัยโดยทันตแพทย์และเภสัชกรด้วยค่ะ

 

มาดูโฉมหน้าน้องเซรัมกันเลยดีกว่าค่ะ เริ่มกันด้วยแพคเกจ เป็น กล่อง Shiny Rose Gold เรียบหรู ดูดีเชียวค่ะ

 

celes-new

 

ด้านในจะมาในขวดปั๊มที่ดูหรูหราสวยงาม

 

celes-2

 

เซรัมจะมาด้วยเนื้อน้ำนม บางเบา สีชาอ่อน มีกลิ่นหอมจางๆของกุหลาบ

 

celes-3

 

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ให้ความรู้สึกชุ่มชื้นผิวดี มีหนึบๆบ้างเล็กน้อย แต่เมื่อทิ้งไว้ซักพักก็จะซึมไปจนหมด

celes-4

 

วัด pH กันซักหน่อยนะคะ

 

celes-5

 

ตัวนี้จะมีค่า pH อยู่ที่ราวๆ 6 – 7 ค่ะ ก็ดูเป็นกลางดี

 

 

 

มาดูส่วนผสมกันบ้างค่ะ

 

%e0%b8%aa%e0%b8%9c%e0%b8%aa-celeste

จากส่วนผสมถือว่าค่อนข้างเรียบง่าย แต่ให้ผลด้าน Whitening ได้ค่อนข้างกว้าง และมีส่วนช่วยเรื่องชุ่มชื้น กับเป็น Antioxidant ได้ด้วย

 

มี่ได้ทำสีไว้ให้ 3 สีค่ะ

 

สีม่วง เป็นกุหลาบทั้ง 3 สายพันธุ์ที่แบรนด์เลือกใช้ค่ะ

  1. Rosa centifolia flower water คือ น้ำที่ได้จากขั้นตอนการกลั่นน้ำมันหอมระเหยของกลีบดอกกุหลาบโพรวองซ์ที่ได้จากฝรั่งเศส มีคุณสมบัติเด่นด้านการเพิ่มความชุ่มชื้น และ Soothing effect (ให้ความรู้สึกสบายผิว) ในทาง Aromatherapy กล่าวว่า Rose water จะมีสรรพคุณเหมือน Rose oil เพียงแต่เจือจางกว่า บางแหล่งกล่าวว่าในกุหลาบโพรวองซ์ยังมี Tannin ที่ให้ผลดีต่อรูขุมขน และ Polyphenol ที่เป็น antioxidant ที่ดี ซึ่งมีผลในการชะลอวัยป้องกันริ้วรอยได้
  2. Rosa damascena flower extract คือ สารสกัดจากดอกกุหลาบมอญ ที่ว่ากันว่าเป็นดอกกุหลาบที่หอมหวลชวนดมที่สุดสายพันธ์หนึ่ง สารสกัดจากกุหลาบมอญให้ผลด้านความชุ่มชื้น และ Soothing effect เช่นกัน
  3. Rhododendron ferrugineum leaf cell culture extract เป็นสารที่ได้จากการสกัดเซลล์เพาะเลี้ยงของกุหลาบ Alps ซึ่งเป็นกุหลาบสายพันธุ์พิเศษที่ขึ้นบนยอดเขาแอลป์ที่ความสูงกว่า 3200 เมตร จึงต้องปรับตัวเองให้มีความทนทานต่อสภาพอากาศที่รุนแรง ทั้งจากความแห้ง ความเย็น และ UV ทางผู้ผลิตวัตถุดิบจากสวิตเซอร์แลนด์เคลมไว้ว่ามีคุณสมบัติในการปกป้องผิวจากรังสี UV เพิ่มการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนของเซลล์ผิว และเพิ่ม Barrier function ให้ผิว

 

swiss-alp

ข้อมูลผลการทดสอบจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่าสารสกัดให้ผลเพิ่มจำนวนการแบ่งตัวของเซลล์ และช่วยปกป้องเซลล์ผิวจากรังสี UV ได้ (ข้อมูลจากบริษัท Mibelle)

 

ต่อมาในส่วนของสีฟ้า เป็น กลุ่มสารที่มีส่วนช่วยเรื่อง Whitening จะมี 3 ตัว ซึ่งออกฤทธิ์ครบทั้ง 3 Step ของการสร้างเม็ดสีเลยค่ะ

เริ่มจาก

  • Step 1: Undecyloenoyl phenylalanine มีชื่อทางการค้าว่า Sepiwhite MSH ของบริษัท Seppic มีประโยชน์เป็น Whitening โดยไปยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ alpha-MSH ซึ่งเป็นตัวแรกเริ่มก่อนสร้างเอนไซม์ Tyrosinase ให้มีการสร้างเมลานินมากขึ้น มีงานวิจัยที่ทดสอบประสิทธิภาพในอาสาสมัคร เป็นเวลา 8 สัปดาห์ พบว่าประสิทธิภาพในการช่วยให้ผิวขาวจะดีขึ้นเมื่อใช้ร่วมกับ Niacinamide (J Cosmet Dermatol. 2009;8(4):260-6.)
  • Step 2: Ascorbyl glucoside ซึ่งเป็นอนุพันธ์รูปแบบหนึ่งของวิตามินซี มีความเป็นกรดลดลง และมีความคงตัวดีขึ้น ให้ผลยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ที่เป็นตัวสร้างเม็ดสี และยังเป็น Antioxidant กับเป็นส่วนหนึ่งในขั้นตอนการสังเคราะห์คอลลาเจน
  • Step 3: Niacinamide เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 ให้ผลยับยั้งการส่งผ่านเมลานินที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ออกมาข้างนอกจนมองเห็นเป็นสีผิว นอกจากนี้ ยังช่วยลดการอักเสบในผิว เพิ่มการไหลเวียนเลือด ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวโดยไปกระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า และยังเป็น Antioxidant ด้วย (Int J Cosmet Sci 2005; 27:255–261)

 

 

ส่วนสีเขียว Isomalt ถึงแม้จะติดมากับวัตถุดิบสารสกัดเซลล์เพาะเลี้ยงกุหลาบ แต่ก็ให้ผลเพิ่มความชุ่มชื้นได้ ร่วมกับ Hyaluron ที่ให้ผลด้านความชุ่มชื้นเช่นกัน

 

โดยรวมเซรั่มจึงมีผลดีด้าน Whitening, Antioxidant และชุ่มชื้น รวมไปถึงการให้ความรู้สึกสบายผิว (Soothing effect) ลดการอักเสบ และให้ผลชะลอวัยลดริ้วรอย

 

ส่วนสารองค์ประกอบอื่นๆก็ไม่มีสารตัวไหนเลยที่ไม่เป็นมิตรกับผิว และก็ไม่มีส่วนผสมของ Silicones, Alcohol และ Parabens

 

มาให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ เนื่องจากส่วนผสมไม่ได้เยอะมากมี่ขอแบ่งเกณฑ์เป็น 2 ข้อนะคะ

  1. ส่วนผสม: ถือว่าทำมาได้ดีในการเป็น Whitening โดยการเลือกใช้สารที่ออกฤทธิ์ด้านความขาวครบทั้ง 3 Step และเสริมมาด้วยกลุ่มสารที่เป็น Antioxidant กับสารเพิ่มความชุ่มชื้น ไม่มีส่วนผสมของ Silicones, Alcohol และ Parabens จึงขอให้คะแนนเต็ม 5 ฟลาสก์
  2. การใช้งาน: เซรั่มมีเนื้อที่ค่อนข้างบางเบา ถึงแม้จะดูหนึบไปเล็กน้อย แต่ถ้าทิ้งไว้ซักพักก็ซึมเข้าผิวจนหมด ให้ความชุ่มชื้นได้ดี มี่ลองใช้มาเกือบ 2 สัปดาห์ ในช่วง 3 – 5 วันแรกจะรู้สึกว่าผิวเราชุ่มชื้นขึ้น พวกรอยแดงพวกนี้ก็จะลดลง พอครบสัปดาห์ ก็เริ่มลากรองพื้นได้เรียบเนียนขึ้น และพอครบ 2 สัปดาห์พวกจุดด่างดำก็จะดูจางลงค่ะ ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบเซรั่มตัวนี้อยู่เหมือนกัน แล้วยิ่งเป็นคนชอบกุหลาบอยู่แล้ว ก็เลยชอบเซรัมตัวนี้ด้วย ขอให้ไป 5 ฟลาสก์

 

%e0%b8%84%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%99

 

จบแล้วค่า ขอบคุณที่ติดตามรับชมมาจนจบนะคะ

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่

FB : http://www.facebook.com/CelesteCosmetic.th

Website : http://www.celestecosmetic.com

 

Disclaimer: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Celesté การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและสุคนธบำบัด (Aromatherapy) การรีวิวอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ