Image

Review + Swatch liquid lipstick เป๊ะปังสุดเลอค่าจากแบรนด์ Callin’ cosmetics ลิปจิ้มจุ่มเนื้อแมทท์สุดชิค เพื่อเป็นสาว Callin’

ถ้าพูดถึงลิปสติก เชื่อว่า สมัยนี้ ลิปสติกเป็นมากกว่าเครื่องสำอางแล้วนะคะ ลิปสติกเหมือนเป็นเครื่องมือแห่งพิธีกรรมอะไรบางอย่าง ลิปสติกมีพลังงานพิเศษที่ทำให้เราเข้มแข็ง มีแรงใจ แรงกายในการทำงานต่างๆ

เหมือนที่เราเคยได้ยินกันบ่อยๆว่า “ปากไม่แดง แรงไม่มี” จริงไหม !!

 

ทำไมวันนี้มี่เกริ่นอะไรมาแปลกๆ นั่นก็เพราะว่า วันนี้จะมาอวด #ของเล่นใหม่บ้านมียอน นั่นเองค่ะ

เป็นลิปสติกจิ้มจุ่มเนื้อแมทท์ จากแบรนด์ไทย ที่ผ่านการพัฒนามาด้วยนักวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางที่มีความเชี่ยวชาญด้าน color cosmetic มีประสบการณ์ในวงการนี้มายาวนาน

เป็นลิปจิ้มจุ่มเนื้อแมทท์ของแบรนด์น้องใหม่อย่าง Callin’ cosmetics (คอลลิ่ง คอสเมติกส์) นั่นเองจ้า

ลิปจิ้มจุ่มรุ่นนี้มีชื่อว่า Kiss me babe liquid lipstick นั่นเองค่ะ

 

นางมาในแพคเกจน่ารักน่าร็อค สีชมพู ด้านในเป็นขวดลิ้มจิ้มจุ่มขนาดพอเหมาะ พกสะดวก ที่มีสกรีนลายที่ฝาแบบนี้ค่ะ

 

calling 1

ในรุ่นแรกที่เปิดตัวมานี้ทางแบรนด์ทำมาด้วยกัน 8 สีค่ะ

calling 2

เรียงไล่มาตั้งแต่โทนหวานๆสีชมพู มาถึงนู้ดๆแบบ earth tone กลายเป็นส้ม และปิดท้ายด้วยสีแนวๆ Burgundy หรือ สีไวน์แดงค่ะ

 

ลิปตัวนี้ทำเนื้อมาค่อนข้างดี เกลี่ยง่าย กลบสีปากได้ค่อนข้างดี เมื่อแห้งแล้วจะติดทนมาก กินน้ำ กินขนมอะไรนี่แทบจะไม่หลุด แต่ถ้ากินข้าวมื้อหนักๆ อาจจะต้องเติมตรงด้านในปากนิดนึงค่ะ

 

แต่ถึงจะติดทนก็ล้างออกได้ค่อนข้างง่าย

 

ส่วนเรื่องที่หลายๆคนกลัว คือ จะทำให้ปากแห้งไหม ตัวนี้ทำให้ปากแห้งได้นิดหน่อยค่ะ พอๆกับลิปแมทท์แบบแท่ง แต่ไม่มากถึงขั้นปากแห้งแตกลอก

 

 

สวอทช์สีกันค่ะ

callin cosmetics

 

สีเบอร์ 1 และ 2 จะออกโทนสีชมพู ให้อารมณ์หวานๆ ดูใสๆไร้เดียงสา โดยสี 1 จะหวานกว่าสี 2 ค่ะ

สีเบอร์ 3 และ 4 จะเป็นคู่สี Earth tone ในแนวน้ำตาล โดยเบอร์ 3 จะมี undertone ของสีส้มแฝงอยู่ ส่วนเบอร์ 4 จะเป็นน้ำตาลที่เข้มกว่า แบบผู้ใหญ่ น่าจะเหมาะกับคนที่มีผิวสีเข้มหน่อย ใช้เป็นสีสุภาพ ใส่แบบ Everyday ได้สบายๆ ค่ะ

สีเบอร์ 5 และ 6 เป็นสีแดงที่ออกในเฉดสีร้อน โดยสี 5 จะเป็นสีแดงส้ม และสีเบอร์ 6 จะเป็นสีแดงสด ใครอยากได้ลุค เฟียร์สๆ หน่อย ต้องจัดค่ะ

เบอร์ 7 จะเป็นสีแดงที่ออกมาด้วยอันเดอร์สีเย็นๆ เป็นแดงที่เหมาะกับทุกเบสสีผิว ให้ความเป็นผู้ใหญ่ สุขุมนุ่มลึก แต่ด้วยสวยซ่อนเปรี้ยว

ปิดท้ายด้วยเบอร์ 8 เป็นสีเฉด Burgundy เป็นโทนแดงเข้มอมม่วงไว้เล็กน้อย คล้ายๆไวน์แดง สีนี้ทาแล้วจะดูมีอำนาจ ดูเป็นคนรว้ายๆ แต่ก็มีเสน่ห์และน่าค้นหา

 

สีที่มี่ชอบคือเบอร์ 1 เบอร์ 6 และ เบอร์ 8 ค่ะ

 

ไว้จะหาโอกาสมาอวดกันใหม่นะคะ

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/Calling.cosmetics/

 

วันนี้ต้องลากันไปเท่านี้ พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

 

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมมาส์กหน้าสูตรเฉพาะทางจากโรงพยาบาลศัลยกรรมชั้นนำในเกาหลี Banobagi vita genic jelly mask

สวัสดีค่ะ

วันนี้มี่หยิบเอามาสค์หน้าที่น่าสนใจจากแบรนด์ Banobagi (บาโนบากิ) มารีวิวให้ได้ชมกันค่ะ

เชื่อว่าหลายๆท่านน่าจะเคยได้ยินเกี่ยวกับชื่อ Banobagi มาแล้วนะคะ Banobagi เป็นโรงพยาบาลศัลยกรรมที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในเกาหลีใต้ค่ะ และทางรพ.เองก็มีเครื่องสำอางออกมากมายหลายชิ้น ซึ่งก็ผ่านการพัฒนาสูตรต่างๆมาโดยทีมแพทย์ผิวหนังของรพ.นั่นเอง

เมื่อตอนมี่ไปชมงาน Cosmaprof ที่ฮ่องกงเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ก็เจอทางรพ.มาออกบูธ โชว์สินค้าด้วยค่ะ

cosma 27

ลองเดินๆเข้าไปชมในบูธ ก็มีสกินแคร์น่าสนใจมากมายหลายรายการเหมือนกันค่ะ

ตอนนี้มีบริษัทในบ้านเรานำเอาสินค้าของแบรนด์ Banobagi มาจำหน่ายใน Watsons แบบถูกต้องตามกฎหมายแล้วนะคะ เรียกได้ว่าไม่ต้องหิ้วไม่ต้องพรี ไม่ต้องเสี่ยงของก๊อป ของเลียนแบบกันอีกต่อไป

ผลิตภัณฑ์ที่มี่จะนำมารีวิวในวันนี้มีชื่อว่า Banobagi Vita Genic Jelly Mask นั่นเองค่ะ ซึ่งเป็นมาสค์ชีทที่มีจุดเด่นอยู่ที่การใช้วิตามินรวมเก็บกักให้อยู่ในรูปแบบของ “ถุงไลโปโซม” เพื่อเสริมความคงตัวและการดูดซึมเข้าสู่ผิวนั่นเองค่ะ และมีเนื้อเซรั่มในรูปแบบของ Jelly จึงทำให้แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ นอกจากนี้ยังไม่มีสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองผิว 11 ชนิดและไม่มีน้ำหอม ตามมาตรฐานของ EWG Green Class จาก USA (ซึ่ง EWG จัดตั้งขึ้นเพื่อปกป้องสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม โดยได้จัดทำเว็บไซต์ Skindeep เพื่อเก็บข้อมูลเกี่ยวกับสารเคมีที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพหรือสารเคมีที่ควรเฝ้าระวังว่าอาจจะก่อให้เกิดอันตราย) เหมาะกับทุกสภาพผิว แม้ผิวบอบบางแพ้ง่าย

ตัวมาสค์ Vita genic jelly mask มีด้วยกันทั้งหมด 4 สูตร นะคะ

ba 1.jpg

  • สูตรสีเขียว Relaxing เพื่อความชุ่มชื้นและความสบายผิว ด้วยสารสกัดจาก Aloe vera และสารบำรุงผิวอื่นๆ
  • สูตรสีน้ำเงิน Hydrating เพื่อความชุ่มชื้นและความมีชีวิตชีวา ด้วยน้ำแร่จากเกาะเจจู และสารบำรุงผิวอื่นๆ
  • สูตรสีแดง Lifting เพื่อความกระชับและยืดหยุ่นของผิว ด้วยสารสกัดแคคตัสจากเกาะเจจู และสารบำรุงผิวอื่นๆ
  • สูตรสีเหลือง Whitening เพื่อความกระจ่างใส ด้วยส่วนผสมของสารสกัดจากส้มฮัลลาบองจากเกาะเจจู และสารบำรุงผิวอื่นๆ

 

เนื่องจากส่วนผสมของตัวเนื้อมาสค์ และสารบำรุงจะคล้ายๆกัน แต่จะแตกต่างกันไปตามสารบำรุงหลักของแต่ละสูตร

วันนี้มี่เลยขอหยิบเอาสูตรสีเหลืองที่ชอบที่สุดมาวิเคราะห์ส่วนผสมให้ได้ชมกันนะคะ

ขอแปะรูปแบบชัดๆอีกรูปหนึ่งค่ะ

ba 2

ตัวซองมาสค์ทำมาแบบเก๋ไก๋ในทรงมากกว่าครึ่งวงกลมนิดหน่อย เกือบเต็มวงกลมละอีกนิดนึง

หน้าซองเป็นรูปแคปซูลสีต่างๆ อย่างสูตรนี้ นางก็เป็นแคปซูลสีเหลือง แสดงถึงวิตามินซีจากส้มฮัลลาบองนั่นเองค่ะ

 

ตามชื่อของผลิตภัณฑ์ Jelly mask น้ำมาสค์เป็นแบบเจล ซึ่งค่อนข้างข้นนะคะ สมชื่อ Jelly

ba 3

ข้นเหมือนเจลบำรุงผิวเลย ถ้าเอาเนื้อเจลแบบนี้มาให้ดูแล้วบอกว่าเป็น Sleeping Mask ก็เชื่อเลยล่ะค่ะ

 

ค่า pH ของน้ำมาสค์อยู่ที่ ราวๆ 5 – 6 นะคะ ถือว่าใกล้เคียงกับผิวดี

ba 4

แผ่นมาสค์ไม่หนาไม่บางจนเกินไป กำลังดีเลยค่ะ

นุ่ม เรียบ ละเอียด และแนบสนิทไปกับผิว

ba 5

ซึ่งทางแบรนด์เคลมว่าเป็น Cotton ธรรมชาติ 100% จึงอ่อนโยนและปราศจากสารตกค้างจากการผลิตค่ะ

 

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

สผส bano

จากส่วนผสมวันนี้มี่ทำสีไว้ 2 สีนะคะ

  • สีชมพู เป็นกลุ่มของวิตามินทั้ง 9 ชนิด ได้แก่ วิตามินเอ บี 1 2 3 5 7 9 ซี และ อี เรียกได้ว่าขนกันมาเยอะมาก เรียกได้ว่า บำรุงผิวได้ครบจบทุกปัญหาเลยทีเดียว ทางแบรนด์เคลมว่าวิตามินเหล่านี้เก็บไว้ในระบบนำส่งแบบไลโปโซม เพื่อเพิ่มความคงตัวและการนำส่งวิตามินให้ผิว
  • สีฟ้า เป็นกลุ่มของสารบำรุงอื่นๆ ได้แก่
    • สารสกัดจากส้มฮัลลาบอง ซึ่งเป็นส้มสายพันธุ์พิเศษของเกาะเจจู มีส่วนผสมของสารพฤกษเคมีจากธรรมชาติหลายชนิด และวิตามินมากมาย ทางแบรนด์ได้เคลมว่า มีคุณสมบัติในเชิงด้าน Whitening และเป็น antioxidant ชะลอวัย
    • น้ำตาล Trehalose เป็นน้ำตาลชนิดพิเศษ มีประโยชน์ในเชิงความชุ่มชื้น
    • Adenosine มีประโยชน์ในเชิงด้านของการชะลอวัย ลดเลือนริ้วรอย
    • Carnitine HCl เป็นกรดอะมิโนชนิดพิเศษ เกี่ยวข้องกับการสร้างพลังงานของผิว มีคุณสมบัติเป็น Moisturizer โดยการดึงน้ำเข้าหาตัว มีงานวิจัยกล่าวว่าการทา L-carnitine จะมีผลไปกระตุ้นให้เกิดกระบวนการ เผาผลาญไขมันในเซลล์ Sebocyte ที่ต่อมน้ำมัน มีประโยชน์ในเชิงด้านการควบคุมความมันของผิวหนัง (J Cosmet Dermatol. 2012; 11(1):30-6.)
    • Sodium hyaluronate มีประโยชน์ในการเพิ่มความชุ่มชื้น
    • Dipotassium glycyrrhizate กับ Allantoin มีคุณสมบัติในการลดการระคายเคืองและให้ความรู้สึกสบายผิว

 

ตัวเบสมาในเบสแบบน้ำ ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน และซิลิโคน

ที่สำคัญยังปราศจากสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว รวมถึงไม่มีน้ำหอมด้วย ดังนั้นผิวแพ้ง่ายก็น่าจะสามารถใช้ได้

 

มาให้คะแนนกันดีกว่านะคะ

  1. สารบำรุง ถ้ามองตามทฤษฎีการใส่วิตามินเหล่านี้ลงไปในเครื่องสำอางก็ให้คุณสมบัติในการบำรุงผิวได้ค่อนข้างครบแล้ว แต่นอกจากวิตามิน ในตัวมาสค์ก็ยังเสริมสารบำรุงอื่นๆลงมาอีก ตัวมาสค์สูตรนี้จึงเด่นไปในเชิง Whitening กับการชะลอวัย นอกจากนี้ก็ยังได้ประโยชน์เรื่องของความมัน การอักเสบ และสิวได้จากกลุ่มของวิตามิน ตัวสารบำรุงถ้ามองจากลำดับ อาจจะดูเหมือนใส่มาน้อยไปหน่อย แต่จริงๆ ความเข้มข้นที่ให้ประโยชน์ (Effective concentration) ของวิตามินมันไม่ได้เยอะมากอยู่แล้ว และส่วนตัวก็ไม่เคยหักคะแนนเรื่องลำดับส่วนผสมใครมาก่อน เพื่อความแฟร์ๆ ก็จัดไป 5 ฟลาสก์
  2. เนื้อหลัก และ ส่วนผสมอื่นๆ เป็นมาสค์ในเบสแบบน้ำ ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน แอลกอฮอล์ และซิลิโคน และสารอื่นที่ใช้ก็ล้วนแต่เป็นมิตรกับผิว จุดนี้เลยไม่มี่ที่ให้หักคะแนน รับไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบเนื้อมาสค์นะคะ นางมีความชุ่มชื้นแบบ Intense มากเว่อร์ ด้วยความที่นางมาในเนื้อแบบเจล มาสค์เสร็จเราอาจจะรู้สึกหนักๆผิวหน่อย คนที่มีผิวมันอาจจะไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ แต่คนที่มีผิวแห้งน่าจะชอบฟิลลิ่งหลังมาสค์อยู่ค่ะ จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์

 

คะแนน bano

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ Banobagi ด้วยนะคะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

มีจำหน่ายที่ Watsons ทุกสาขาค่ะ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์เลยนะคะ ล่าสุดตอนนี้เห็นจัดโปรลด 50% อยู่ด้วยหล่ะ

FB Fanpage:  Banobagi Thailand – Cosmetic

พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับมาจากทางแบรนด์ Banobagi การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้าและไม่ได้รับค่าตอบแทนในการรีวิว โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม แชมพูมีอิน (Me-In professional) สูตรผสานพลังจากสารสกัดสมุนไพรเกาหลี เพื่อการดูแลเส้นผม

สวัสดีค่ะ

เมื่อช่วงราวๆเดือนก่อน มี่ไปได้แชมพูเกาหลีจากแบรนด์ มีอิน (Me-In Professional) มาลองใช้ ซึ่งเป็น ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่น่าสนใจมากเลยทีเดียวนะคะ

แบรนด์ Me-In เป็นผลิตภัณฑ์นำเข้าจากเกาหลี ซึ่งช่วงก่อนมี่ได้มารีวิวมาสค์ชีทของเค้าไปนะคะ (ถ้าใครสนใจ หรือไม่ทันได้อ่าน กลับไปตามอ่านได้ที่ลิงค์นี้นะคะ >>Click<<)

 

แชมพูของแบรนด์ Me-In ทำมาด้วยกัน 3 สูตร สำหรับ 3 ปัญหาผม

หน้าตาเป็นแบบนี้นะคะ

me 1

เริ่มกันที่…

สีฟ้า สูตร Scalp care & Soothing สำหรับบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะที่มีปัญหาผมร่วง คัน ระคายเคือง โดดเด่นด้วยส่วนผสมจาก พลูคาว ดอกบัว และสารสกัดจากสมุนไพรเกาหลีอีก 10 กว่าชนิด ดูแลปัญหาหนังศีรษะได้อย่างลงตัว

me 4

สีชมพู สูตร Repair สำหรับฟื้นฟูปัญหาผมแห้งเสียจากการทำสีดัดยืด โดดเด่นด้วยส่วนผสมจากดอก ดงแบค คาโมมายล์ น้ำมันทานตะวันและลาเวนเดอร์ ร่วมกับ สารสกัดจากสมุนไพรเกาหลีอีก 10 กว่าชนิด ช่วยฟื้นฟูสภาพผมที่แห้งเสียให้กลับมาสุขภาพดี

me 2

สีเหลือง สูตร Volume & Shiny เพื่อเพิ่มวอลลุ่มให้ผมที่ลีบแบนกลับมาดูหนานุ่ม โดดเด่นด้วยส่วนผสมจาก คอลลาเจน โรสแมรี่ ลาเวนเดอร์ และน้ำมันจากโจโจบา ร่วมกับ สารสกัดจากสมุนไพรเกาหลีอีก 10 กว่าชนิด ช่วยคืนวอลลุ่มและความเงางามให้แก่เส้นผม

me 3

วันนี้มี่ขอหยิบยกเอาสูตร Repair สีชมพูมารีวิวให้ได้ชมกันนะคะ

สูตรสีชมพูนี้ได้รับรางวัล Cleo Beauty Hall of Fame the Best Shampoo 2018 ด้วยนะเธอ

 

เนื้อแชมพูเป็นแบบน้ำนมค่ะ กลิ่นหอมหวานในแนวของดอกไม้

me 5

มีฟองที่เล็กละเอียด ตีฟองขึ้นง่ายค่ะ หลังสระผมเสร็จ ผมนุ่มลื่นขึ้น หวีง่าย ไม่พันกัน

 

 

ค่า pH หลังละลายน้ำอยู่ที่ ราวๆ 6 นะคะ

ซึ่งในจุดนี้ถือว่าทำมาได้ค่อนข้างดี เพราะแชมพูส่วนใหญ่จะมีค่า pH ค่อนไปทางด่างหน่อยๆ

me 6

ส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

สผส mein สีชมพู

ส่วนผสมวันนี้มี่ทำไว้หลายสีอยู่เหมือนกันค่ะ

กลุ่มของสีฟ้า จะเป็นสารทำความสะอาด มีด้วยกัน 3 ตัวหลักๆ คือ

  • Sodium laureth sulfate หรือ SLES เป็นสารทำความสะอาดประจุลบ ให้ฟองที่ดี
  • Cocamide MEA ทำหน้าที่ช่วยเสริมปริมาณฟอง และเพิ่มความหนืดให้เนื้อแชมพู
  • Cocamidopropyl betaine เป็นสารทำความสะอาดชนิดสองประจุ มีความอ่อนโยน ช่วยเสริมความอ่อนโยนให้แก่เนื้อแชมพู

กลุ่มสีเขียว เป็นสาร Polymer ที่มีประจุบวก ทำหน้าที่ช่วยปรับสภาพเส้นผมในนุ่ม เงางาม หวีง่าย ไม่พันกัน

สีน้ำเงิน เป็นน้ำมันจากพืชธรรมชาติ อย่าง น้ำมันสกัดจากดอกคามีเลีย หรือ ดงแบค และ น้ำมันทานตะวัน ช่วยให้เส้นผมเงางาม ลดการแห้งกรอบของเส้นผมหลังสระ

สีม่วง Zinc pyrithione เป็นสารที่ให้ประโยชน์ในการขจัดรังแค ลดการคันศีรษะ

สีน้ำตาล เป็นกลุ่มของสารสกัดจากพืชผักสมุนไพรที่พบได้ในเกาหลี มีด้วยกันหลายชนิด เช่น คาโมมายล์ ลาเวนเดอร์ พลูคาว Scutellaria มีประโยชน์หลายประการต่อหนังศีรษะ

เช่น

  • คาโมมายล์ ลดการอักเสบระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายหนังศีรษะ
  • ลาเวนเดอร์ มีคุณสมบัติในการลดการอักเสบระคายเคือง และในทาง Aromatherapy กล่าวว่า ถ้าเป็นรูปแบบของ Lavender oil มีประโยชน์ในการฆ่าเชื้อบางชนิด
  • Saurus chinensis extract หรือ ต้นพลูน้ำ เป็นสมุนไพรในตำรับยาจีน มีรายงานเกี่ยวกับคุณสมบัติในการลดการอักเสบระคายเคือง (Exp Biol Med (Maywood). 2016; 241(4): 396–)
  • Cnidium officinale extract คือสารสกัดจาก Cnidium เป็นสมุนไพรในตำรับยาจีน มีประวัติการใช้เกี่ยวกับการติดเชื้อรา แบคทีเรีย และอาการคัน มีรายงานว่าเป็น Antioxidant ที่ดี (Pharmacogn Mag. 2010; 6(24): 323–330.)
  • Thuja orientalis extract เป็นสารสกัดจากพืชในตระกูลสนชนิดหนึ่ง มีรายงานว่ามีสารสกัดด้วยน้ำร้อนของต้นสนนี้มีคุณสมบัติกระตุ้นผมงอกในหนูทดลอง (BMC Complement Altern Med. 2013; 13: 9.)

 

ซึ่งการมีสารบำรุงเหล่านี้ก็อาจจะได้ประโยชน์ในขั้นตอนการสระผม เพราะเราก็จะมีการตีฟองและนวดที่หนังศีรษะ แต่อาจจะให้ประโยชน์ได้ไม่เท่าพวก Leave on อย่าง Hair tonic หรือ ผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพราะสัมผัสเส้นผมแค่ชั่วคราวเท่านั้น แต่ถ้าเปรียบในรูปแบบแชมพูด้วยกันแล้ว โดยรวมถือว่ามีอิน เป็นแชมพูที่ทำมาได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว

 

ให้คะแนน

วันนี้ขอแบ่งหัวข้อในการให้คะแนนเป็น สารทำความสะอาด ส่วนผสมอื่นๆ และ การใช้งานนะคะ

  1. สารทำความสะอาด ใช้ SLES เป็นสารทำความสะอาดหลัก ซึ่งให้ฟองที่ดี ร่วมกับ Cocamidopropyl betaine เพื่อตัดให้มีความอ่อนโยนมากขึ้น และเสริมด้านปริมาณฟองด้วย Cocamide MEA แต่ในด้านของข้อมูลความระคายเคือง SLES จัดว่ายังมีการระคายเคืองอยู่ในระดับหนึ่ง แม้จะไม่รุนแรงเท่า SLS แต่ก็ขอให้ 4 ฟลาสก์ จุดนี้มี่ใช้ได้ไม่มีปัญหาอะไร เพราะในแชมพูเด็กหลายๆ ตัว ก็ใช้ตัวนี้เช่นกัน และผมก็ไม่แห้งกรอบ
  2. ส่วนผสมอื่นๆ มีการเสริมสารประจุบวกเข้ามาเพื่อให้ผมนุ่มสลวย เงางาม และหวีง่าย ร่วมกับสารบำรุงที่เป็นสารสกัดพืชหลายชนิด ให้ประโยชน์โดยรวมไปในเชิงด้านการลดการอักเสบระคายเคือง และให้ความรู้สึกสบายหนังศีรษะ และมี Zinc pyrithione ที่ดูแลเรื่องรังแคและอาการคันได้ แต่ถึงไม่มีรังแคก็สามารถใช้สารนี้ได้ จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน เริ่มจากเรื่องเนื้อแชมพู เรื่องกลิ่น และปริมาณฟอง มี่ว่าแชมพูสูตรนี้เค้าทำมาได้อย่างลงตัวในจุดนี้นะคะ ส่วนการใช้งาน สามารถสระง่าย ตีฟองขึ้นง่าย ล้างออกง่าย ไม่ทำให้ผมแห้งกรอบ หรือ พันกัน ไม่เหนียว ไม่จับกันเป็นลิ่ม และผมไม่มัน ไม่เยิ้มไว โดยรวมถือว่าค่อนข้างชอบนะคะ ให้ไป 5 ฟลาสก์

คะแนน me

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์มีอิน (MeIn) ด้วยนะคะที่ส่งสินค้าดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ทาง Facebook Fanpage ของแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/MeIn-170073223703243/

พบกันใหม่ในโอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับมาจากทางแบรนด์มีอิน (Me-In Professional) การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม มาสค์หน้าก่อนนอน DNAh Perfect SNOWWHITE mask สูตรปรับปรุงใหม่ ไฉไลกว่าเดิม

สวัสดีค่ะ

วันนี้มี่มีรีวิวผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ DNAh (ดีนะห์) มาให้ได้ชมกันอีกแล้วค่ะ

พูดถึงแบรนด์ DNAh น่าจะเป็นอีกแบรนด์ที่อยู่กับบ้านมียอนมานาน

แบรนด์ดีนะห์ เอาจริงๆ ก็ดีจริงๆนะ สมชื่อเค้า

เริ่มต้นจากการที่เจ้าของแบรนด์เภสัชกรคุณแม่ลูก 4 มีเวลาน้อยและมีเวลาจำกัดสำหรับตัวเองในแต่ละวัน จนรู้สึกว่า ต้องหาผลิตภัณฑ์ดีๆ ที่ใช้ง่าย ไม่ยุ่งยาก ไม่หลายขั้นตอน เพื่อบำรุงผิวตัวเองบ้าง เลยเริ่มลองศึกษาว่าจะเอาอะไรมาใช้กับผิวบ้างถึงจะดี และพัฒนาสูตรตั้งแต่ตัวเองตั้งครรภ์และให้นมลูก แบรนด์ดีนะห์หลักๆจะเน้นการนำสารจากธรรมชาติมาใช้ ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะมาจากพืช

 

จริงๆ มี่เคยรีวิว Sleeping mask ของเค้าไปแล้วนะคะ แต่ว่าทางแบรนด์ปรับสูตร มี่เลยอยากเอามารีวิวใหม่อีกรอบค่ะ

หน้าตาของ DNAh Perfect SNOWWHITE mask สูตรปรับปรุงยังมาใน Package ที่คล้ายเดิมนะคะ

d 1

เลื่อนปลอกออกมาจะเจอกระปุกมาสค์อยู่ด้านในค่ะ

d 2

มาสค์มาในกระปุกแบบปั๊มแบบสุญญากาศ หรือ Airless ซึ่งก็มีข้อดีคือลดการปนเปื้อนจากสิ่งแวดล้อมได้ค่ะ

d 3

เนื้อมาสค์ทำมาได้ไม่แตกต่างจากสูตรเดิมมากนักค่ะ กลิ่นหอมละมุนในโทนกลิ่นดอกไม้อ่อนๆ

d 4

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ซึมไว ชุ่มชื้นดีแต่ไม่เหนอะหนะหนักผิว

d 5

ค่า pH อยู่ที่ราวๆ 5 – 6 นะคะ

d 6

ส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

สผส dna

ส่วนผสมปรับจากสูตรเดิมอยู่ในหลายจุดเหมือนกันนะคะ โดยตัดพาราเบน และ Methylisothiazolinone ซึ่งทำให้เกิดการแพ้ได้บ่อยทิ้งไป เปลี่ยนชนิดของสารกันเสียมาเป็นชนิดที่เป็นมิตรกับผิวมากขึ้น และปรับเพิ่มสารเพิ่มความชุ่มชื้นอย่าง Glycerin เข้ามา

วันนี้มี่ทำส่วนผสมไว้หลายสีเลย สีเขียวเป็นกลุ่มของสารบำรุงที่เป็น Whitening สีชมพูเป็นกรดไขมันจำเป็น ซึ่งและ สีฟ้าเป็นกลุ่มของสารบำรุงอื่นๆค่ะ

ส่วนของสารบำรุงทางแบรนด์เลือกใส่มาหลายชนิดเหมือนกัน มี่ขอยกมาเป็นกลุ่มๆนะคะ

  1. สารสกัดจากเซลล์เพาะเลี้ยงของดอก Tulip (Tulipa gesneriana callus culture extract) ที่เราเรียกกันติดปากว่า สเตมเซลล์ เป็นวัตถุดิบจากญี่ปุ่น ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่า วัตถุดิบนี้ให้คุณสมบัติเด่นเรื่อง Whitening และมีประโยชน์เป็น Antioxidant ลดการอักเสบ ส่งเสริมกระบวนการสมานแผล (Wound healing) ตามธรรมชาติและเพิ่มความชุ่มชื้นโดยมีส่วนช่วยเสริมการทำงานของ Aquaporin 3
  2. กลุ่มวิตามิน มีด้วยกันหลายตัว ได้แก่
  • วิตามินบี 3 (Niacinamide) ซึ่งมีคุณสมบัติที่ดีกับผิวหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้าน Whitening ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ โดยไปรบกวนการส่งผ่านของเมลานินที่สร้างเสร็จแล้ว ลดการอักเสบในผิว เพิ่มการไหลเวียนเลือด ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวโดยไปกระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า และยังเป็น Antioxidant ได้อีก (Int J Cosmet Sci 2005; 27:255–261)
  • วิตามินอี ทางแบรนด์ใช้ในรูปแบบ Tocopheryl acetate มีประโยชน์เป็น Antioxidant
  • วิตามินซี ทางแบรนด์ใช้ในรูปแบบ Ascorbyl palmitate ซึ่งมีความเป็นกรดน้อยลง ละลายในไขมันได้ดีขึ้น จึงคาดว่าดูดซึมเข้าผิวได้ดีขึ้น วิตามินซีมีประโยชน์กับผิวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นด้าน Whitening โดยไปยับยั้งการสร้างเม็ดสี ด้านริ้วรอย โดยเป็นตัว Antioxidant ช่วยชะลอวัย และเป็นส่วนหนึ่งในการสังเคราะห์คอลลาเจนของผิว และมีคุณสมบัติลดการอักเสบ
  • วิตามินบี 6 หรือ Pyridoxine มีประโยชน์ในการควบคุมความมันของผิวหนัง
  • วิตามินบี 5 หรือ Panthenol มีคุณสมบัติในการเพิ่มความชุ่มชื้นและลดการอักเสบและระคายเคืองของผิว
  • Biotin นางเป็นหนึ่งในวิตามินกลุ่มวิตามินบี ทำหน้าที่เกี่ยวกับกระบวนการสร้างและสลายไขมัน รวมทั้งไขมันในเซลล์ผิว การได้รับ Biotin จึงมีส่วนช่วยให้ผิวหนังมีการสร้างไขมันที่เป็นองค์ประกอบของ Barrier ในผิวให้เป็นไปอย่างปกติ รักษาความชุ่มชื้น ป้องกันผิวแห้ง ลดริ้วรอย มีรายงานจากผู้ผลิตวัตถุดิบว่า ถ้าใช้ร่วมกับวิตามินซี และบี3 จะช่วยเพิ่มคุณสมบัติการเป็น Whitening และลดเลือนริ้วรอยได้ดีขึ้น
  1. สารบำรุงอื่นๆ
  • สารสกัดจากเห็ด Fomes officinalis ข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่าให้คุณสมบัติในเชิงกระชับรูขุมขน
  • Astaxanthin สารในกลุ่ม Carotenoid ที่เป็นรงควัตถุชนิดหนึ่ง มีสีแดงเข้ม พบในพืชหลายๆชนิด มีประโยชน์เป็น Antioxidant ที่ดี
  • Arbutin และ Alpha-arbutin เป็นสารที่มีคุณสมบัติในเชิง Whitening โดยการยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิวผ่านการยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase
  • Dipotassium glycyrrhizate เป็นสารที่ได้จากชะเอม มีคุณสมบัติลดการอักเสบและระคายเคืองของผิว
  • Glutathione เป็น Antioxidant และมีคุณสมบัติเป็น Whitening
  • Hydrolyzed yeast extract มีประโยชน์ด้านความชุ่มชื้น
  • Allantoin ช่วยลดการอักเสบและระคายเคือง
  • Threonine เป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่ง มีบทบาทเกี่ยวข้องกับระบบสมดุลโปรตีนในร่างกาย สามารถเปลี่ยนสภาพเป็น Glycine กับ Serine ซึ่งจำเป็นต่อการสังเคราะห์คอลลาเจนได้ ข้อมูลจากผู้ผลิตบอกว่า Threonine ช่วยส่งเสริมการทำงานของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน คอลลาเจน อิลาสติน ให้แข็งแรงยืดหยุ่น และช่วยส่งเสริมการสมานผิว
  • กรดไขมันจำเป็น Linoleic acid และ Linolenic acid ช่วยทดแทนไขมันให้กับผิวหนัง

 

โดยรวมจึงเห็นว่าสารบำรุงในมาสค์นี้มากันครบถ้วนเลยทีเดียวค่ะ

ถ้าพิจารณาด้าน Whitening อย่างเดียว ถือว่า มีส่วนเสริมฤทธิ์กันครบทั้ง 3 Step คือ

  • ก่อนการสร้างเม็ดสี อาศัยพวก Antioxidant และสารลดการอักเสบ
  • ยับยั้ง Tyrosinase ไม่ให้สร้างเม็ดสี ด้วยสารบำรุงหลายๆตัว
  • ลดการส่งผ่านของเม็ดสีที่สร้างเสร็จแล้วด้วย B3

ในด้านเบส ดูเหมือนจะเป็นแบบประเภทอิมัลชั่นแบบเนื้อครีม ประกอบด้วยส่วนของน้ำ น้ำมัน และซิลิโคน มีส่วนผสมของ Alcohol มาในลำดับท้ายๆ ซึ่งน่าจะติดมากับวัตถุดิบสารบำรุง

 

ให้คะแนน

  1. Actives หรือ สารบำรุง ถ้ามองเฉพาะด้าน Whitening ก็ถือว่าจัดส่วนผสมมาได้ค่อนข้างครบทั้ง 3 ระดับของการสร้างเม็ดสี นอกจากด้าน Whitening แล้วในเนื้อครีมก็ยังมีส่วนของสารบำรุงที่ให้ประโยชน์ไปในเชิงด้านความชุ่มชื้น Antioxidant ช่วยชะลอวัย ป้องกันริ้วรอย ลดการอักเสบและระคายเคืองผิว ควบคุมความมัน มากันขนาดนี้ก็คงต้องให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ เนื้อเบสมาในรูปแบบของเนื้อครีม มีทั้งส่วนของน้ำ น้ำมัน และซิลิโคน ไม่มีน้ำมันที่เสี่ยงอุดตันผิว แต่มีส่วนผสมของ Alcohol อยู่ในลำดับท้ายๆ เข้าใจว่าติดมากับพวกสารสกัด ในจุดนี้ส่วนตัวมี่ก็ใช้มาร่วม 2 อาทิตย์ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่มีก็ต้องหักคะแนนเพื่อความยุติธรรม รับไป 4 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ส่วนตัวมี่ผิวผสมไปทางแห้ง บริเวณ T-zone จะมัน และบริเวณแก้มจะแห้งค่ะ ถ้าลองดูเนื้อมาสค์ จริงๆเนื้อมันก็ไม่ได้หนักมากถึงขั้นต้องใช้แค่ก่อนนอน เอามาทาตอนเช้าก่อนลงกันแดดก็พอไหวอยู่นะคะ เรื่อง Feeling ของมาสค์ถือว่าทำมาได้ค่อนข้างดี มีสัมผัสเบา ไม่เหนอะหนะหนักผิว และก็ไมได้แห้งจนเกินไป ถ้ามองด้านความชุ่มชื้นถือว่าทำมาได้ดีเลยทีเดียวค่ะ ส่วนด้านของ Whitening ก็ถือว่าทำมาได้ค่อนข้างดี นางจะค่อยๆปรับผิวให้มีสีสม่ำเสมอมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้ถึงกับแบบว่าขาวใสชั่วข้ามคืน ส่วนตัวถือว่าค่อนข้างชอบและค่อนข้างพอใจนะคะ ให้ไป 5 ฟลาสก์

 

คะแนน dna

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ DNAh ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางเฟสบุคของแบรนด์ DNAh ได้โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/deenahthailand

 

ช่องทางการจำหน่าย

เพจ DNAh

Line @ : DNAhThailand

qr

 

Shop store :ร้านยา ฟาร์มาคาเฟ่ จ.เชียงใหม่, ร้านยาธัญลักษณ์เภสัช กรุงเทพ, ร้านยาเยอะแยะ จ.เชียงใหม่ และ จ.ลำพูน

 

สำหรับวันนี้ก็ขอลากันไปแค่นี้ พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

Disclaimer/conflict of interest: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ DNAh การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมส่วนผสม มาสค์หน้าสูตรเข้มข้นด้วย Super serum ซองสีทอง กับ Skindom super serum mask ภาคสอง สูตร 06 – 09

สวัสดีค่ะ

วันนี้มี่มาอัพเดทมาสค์สูตรใหม่ล่าสุด ในไลน์ Super serum mask ในรุ่นซองสีทอง จาก Skindom ให้ได้ชมกันนะคะ

จากตอนที่แล้วมี่ได้มาเล่าให้ฟังว่า Skindom ได้ออกมาสค์ Super serum mask ซองสีทองออกมา 5 สูตร คือ สูตร 01 – 05 ตามลิงค์นี้นะคะ (>>>Click<<<)

ตอนนี้ทางแบรนด์ปล่อยสูตร 06 – 09 ออกมาอีก 4 สูตรค่ะ เรียกได้ว่า 4 สูตรใหม่นี้มีความน่าสนใจไม่แพ้พี่ๆน้องๆเลยทีเดียว

หน้าตา 4 สูตรใหม่เป็นดังนี้ค่ะ

mask 2

แต่ละสูตรมีจุดเด่นดังนี้นะคะ

  • สูตร 06 Lifting + Whitening กระชับหน้าผิวดีมีออร่า ด้วยส่วนผสมของ Q10 และ Mulberry
  • สูตร 07 ขาวใสดับเบิ้ลคูณสอง ด้วยส่วนผสมของวิตามินบี 3 และ Gold beer
  • สูตร 08 Lifting + Whitening ผิวดูเด็กเปล่งประกาย ด้วยส่วนผสมของสารสกัดจากเซลล์เพาะเลี้ยงขององุ่นและข้าว
  • สูตร 09 Whitening + Lifting ฟื้นฟูผิวเสีย เต่งตึงกระจ่างใสด้วยส่วนผสมของ Red love apple และ น้ำผึ้งป่า

 

ซึ่งมาสค์หน้าในสูตรใหม่นี้ แผ่นมาสค์ยังคงมาในแผ่นบางที่แนบสนิทกับผิวเหมือน 5 สูตรแรกค่ะ

mask

ทางแบรนด์เคลมว่าใช้แผ่น Cotton 100% ที่มีความบางเบาเป็นตัวซับเนื้อมาสค์เอาไว้ค่ะ

 

น้ำมาสค์ข้นคล้ายเจล

tex

pH อยู่ที่ราวๆ 5 ค่ะ ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับผิวดีค่ะ

pH

มี่ขอเลือกสูตรที่ชอบที่สุด คือ สูตร 08 Rice cell + Grape cell มาวิเคราะห์ส่วนผสมในวันนี้นะคะ

ส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

สผส 08

มี่ทำสีของส่วนผสมสารบำรุงไว้เป็นสีฟ้านะคะ

จากส่วนผสมจะมีสารบำรุงหลักๆ เป็น สารสกัดจากเซลล์เพาะเลี้ยงของข้าว และ องุ่น ร่วมกับสารที่มีประโยชน์ในการลดการอักเสบระคายเคืองและให้ความรู้สึกสบายผิว อย่าง Betaine, Biosaccharide gum-1 และ Dipotassium glycyrrhizate ค่ะ

กล่าวถึงสารบำรุงหลักซักนิดนะคะ

  1. สารสกัดจากเซลล์เพาะเลี้ยงของข้าว (Oryza sativa callus culture extract) ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่า สารสกัดจากเซลล์เพาะเลี้ยงของข้าวนี้มีประโยชน์ในการเป็น Antioxidant มีคุณสมบัติในการเป็น Whitening ผ่านการยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase และ มีสารกลุ่ม Ceramide ซึ่งช่วยเสริมสร้าง Barrier ช่วยให้ผิวแข็งแรง
  2. สารสกัดจากเซลล์เพาะเลี้ยงขององุ่น (Vitis vinifera callus culture extract) ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่า สารสกัดจากเซลล์เพาะเลี้ยงของข้าวนี้มีประโยชน์ในการเป็น Antioxidant ชะลอวัยป้องกันริ้วรอย และเสริมการสังเคราะห์คอลลาเจนของผิว

 

มาในตัวเบสที่เป็นเบสแบบน้ำ ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน แอลกอฮอล์ ซิลิโคน น้ำหอม และ สารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

ในภาพรวมจึงถือว่าทำมาได้น่าสนใจค่ะ

มาให้คะแนนกันดีกว่านะคะ วันนี้ส่วนผสมมีไม่มาก เลยขอให้คะแนนเป็น 2 หัวข้อนะคะ

  1. ส่วนผสม ในด้านของสารบำรุงเน้นไปในเชิงการชะลอวัยด้วยสารสกัดจากเซลล์เพาะเลี้ยงของข้าวและองุ่น ร่วมกับสารที่ให้ประโยชน์ในเชิงลดการอักเสบระคายเคือง มีวิตามินบี 3 เสริมมา มาในเบสที่เป็นเบสแบบน้ำ เหมาะกับทุกสภาพผิว และไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยขอให้ 3.5 ฟลาสก์
  2. การใช้งาน สูตรนี้เรื่องของการใช้งานจะคล้ายๆกับสูตรอื่นๆในไลน์ Super serum mask นะคะ ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบน้ำมาสค์ของทั้งสองสูตรที่ว่านะคะ ตอนลงผิวจะรู้สึกเย็น สดชื่น ผ่อนคลาย และหลังแกะมาสค์ออกก็จะรู้สึกนุ่มนวล เด้งๆ ไม่แห้ง ไม่ระคายเคือง ให้ไป 5 ฟลาสก์

 

คะแนน

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ Skindom ด้วยนะคะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมามี่ให้ได้ลองใช้นะคะ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/SkindomThailand/

 

พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Skindom การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้าและไม่ได้รับค่าตอบแทนในการรีวิว โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่มบำรุงผิวสายคลีน ด้วยส่วนผสมสารสกัดจากธรรมชาติจากแบรนด์ Neem กับ Multiplant brightening serum

สวัสดีค่ะ

วันนี้มี่มีรีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมผลิตภัณฑ์เซรั่มที่น่าสนใจมาฝากกันค่ะ

เป็นผลิตภัณฑ์จากแบรนด์น้องใหม่อย่าง Neem ซึ่งเป็นแบรนด์สกินแคร์สายคลีน ที่ใส่ใจการเลือกใช้ส่วนผสมของสารบำรุงจากธรรมชาติ ไม่ใช้ส่วนผสมที่อาจก่อการระคายเคืองให้กับผิวอย่างน้ำหอม แอลกอฮอล์ และ ซิลิโคน ค่ะ

ผลิตภัณฑ์ที่มี่หยิบยกเอามารีวิววันนี้เป็นตัว Multiplant brightening serum ที่ทำมาได้น่าสนใจมากเลยค่ะ โดยในด้านของสารบำรุงเรียกได้ว่าจัดเต็มเน้นใช้สารบำรุงที่สกัดจากธรรมชาติ ร่วมกับสารบำรุงสมัยใหม่ได้อย่างลงตัวค่ะ ไว้เดี๋ยวมาเล่าให้ฟังอีกทีในช่วงวิเคราะห์ส่วนผสมนะคะ

นอกจากตัว Neem multiplant brightening serum แล้ว ทางแบรนด์ยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆที่น่าสนใจอีก 2 ชิ้น คือ เซรั่มเพิ่มความชุ่มชื้น SOS skin hydrating และ สบู่ Bright & Clear acne soap นะคะ

มีทั้งแบบจำหน่ายแยกปลีกเป็นชิ้น และจัดเซ็ตสวยงามในเซ็ต Neem acnoc recovery set ค่ะ

หน้าตาเป็นประมาณนี้นะคะ

ne 1

ใน Set นี้จะประกอบด้วยเครื่องสำอาง 3 ชิ้นนะคะ

ne 3

ตัวเซรั่มมอยส์เจอร์นั้นถือว่าทำมาได้ค่อนข้างดีทีเดียว นอกจากด้านความชุ่มชื้นแล้วยังดูแลผิวด้านการระคายเคือง ไวท์เทนนิ่ง รวมไปถึงด้านริ้วรอยไปพร้อมๆกัน เซรั่มบางเบา ซึมไวไม่เหนอะหนะ

ส่วนสบู่ก็มาในเบสสบู่ธรรมชาติ (สบู่ saponification) ที่ใช้น้ำมันจากพืชหลายชนิดเป็นตัวขึ้นเนื้อสบู่ เสริมด้วย Ceramides และสารสกัดจากพืชอื่นๆอีกหลายชนิดเลยทีเดียว ฟองนุ่มละเอียด ไม่แห้งตึง

 

แต่พระเอกของวันนี้ที่เราจะมีรีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมกัน คือ Neem multiplant brightening serum นั่นเองค่ะ

นางมาในขวดแก้วสีขาวทึบแสง มีหลอดหยดค่ะ

ne 4

เนื้อเซรั่มเป็นแบบเซรั่มเบสน้ำ สีออกเหลือง ซึ่งคาดว่าเป็นสีของสารสกัดจากธรรมชาตินะคะ

neem tex 1

เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ซึมไวไม่เหนอะหนะค่ะ

neem tex 2

ค่า pH อยู่ที่ราวๆ 6 นะคะ ถือว่าใกล้เคียงกับผิวดีค่ะ

neem pH

ส่วนวันนี้ตัวพระเอก ที่นำมาวิเคราะห์ส่วนผสมจะเป็นเจ้า Neem multiplant brightening serum ส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

สผส multiplant

มาวิเคราะห์ส่วนผสมกันดีกว่านะคะ วันนี้ขอมาแบบจัดเต็มเลยค่ะ

ถ้าเราพิจารณากันจะพบว่าผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแทบทุกชนิดจะประกอบด้วยส่วนหลักๆ 3 ส่วน คือ

  1. Actives คือ สารบำรุง เป็นส่วนที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติที่ดี รวมไปถึงมีประโยชน์ทางชีวภาพ
  2. Base คือ เนื้อหลักของผลิตภัณฑ์ บางทีอาจเรียกว่า Vehicle
  3. Additive คือ สารที่ช่วยเสริมให้ผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัติที่ดี มีความน่าใช้ และมีความปลอดภัย

 

รายละเอียดส่วนผสมแต่ละตัว

  1. Actives หรือสารบำรุง วันนี้มี่ทำไว้ 3 เฉดสีค่ะ
  • ขอเปิดด้วยสีชมพู เป็นกลุ่มของสารที่ให้ประโยชน์ในเชิงด้าน Whitening ซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายชนิดค่ะ
    • สารสกัดจากชะเอม มีรายงานเกี่ยวกับคุณสมบัติในการยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ลดการสร้างเมลานินช่วยให้สีผิวจางลง และยังมีประโยชน์เป็น Antioxidant ( 2014; 19(7):9101-13.)
    • Niacinamide เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 มีรายงานว่า สารตัวนี้สามารถเป็น Whitening ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ โดยไปรบกวนการส่งผ่านของเมลานินที่สร้างเสร็จแล้ว ลดการอักเสบในผิว เพิ่มการไหลเวียนเลือด ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวโดยไปกระตุ้นการสร้าง Ceramides กรดไขมัน และไขมันชนิดต่างๆในหนังกำพร้า และยังเป็น Antioxidant ด้วย (Int J Cosmet Sci 2005; 27:255–261)
    • 3-Glyceryl ascorbate เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินซี ซึ่งปกติแล้ววิตามินซีมีคุณสมบัติในด้าน Whitening การชะลอวัย และเสริมการสังเคราะห์คอลลาเจนของผิว ผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่า วิตามินซีรูปแบบนี้มาในรูปแบบไม่มีประจุ (Non-ionic) ให้ผลเพิ่มความชุ่มชื้นได้ไปพร้อมๆกับการแสดงคุณสมบัติของวิตามินซี และมีข้อมูลความคงตัวที่ดี สามารถใช้ในผลิตภัณฑ์รูปแบบเจลใสได้ในความเข้มข้นสูง ตรงกันกับเซรั่มที่มาในความใสพอดี
    • N-Acetyl-D-Glucosamine นางเป็นอนุพันธ์ของน้ำตาลชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นองค์ประกอบของ Hyaluronic acid มีขนาดที่เล็กสามารถดูดซึมได้ เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนังโดยดูดน้ำเข้าหาตัว และสามารถยับยั้งการ Glycosylation เพื่อเปลี่ยน pro-tyrosinase ไม่ให้เป็น tyrosinase จึงไม่มีฤทธิ์สร้างเม็ดสี มีรายงานการวิจัยกล่าวว่าสามารถควบคุมการผลัดเซลล์ผิว เพิ่มความชุ่มชื้น (Int J Cosmet Sci. 2010;32(3):234.) มีข้อมูลสนับสนุนว่าเมื่อใช้ร่วมกับ Niacinamide จะมีประโยชน์ในการลดจุดด่างดำได้ดีขึ้น (Br J Dermatol. 2010;162(2):435-41.)
    • Diglucosyl gallic acid นางเป็นวัตถุดิบรางวัลระดับโลก มีชื่อทางการค้าว่า Brightenyl ผู้ผลิตวัตถุดิบ Claim ว่าเป็นสารที่เรียกว่า Skin complexion optimizer ช่วยปรับสมดุลให้ผิวกระจ่างใส มีกลไกการออกฤทธิ์ที่สลับซับซ้อนโดยสาร Diglucosyl gallic acid จะถูกแปรสภาพโดยจุลินทรีย์เจ้าบ้าน (หรือ Normal flora) บริเวณผิวชั้นนอก ให้ได้เป็นสารออกฤทธิ์ที่ให้ผลลดการอักเสบ ลดการสร้างเม็ดสีผ่านการยับยั้ง Nitric oxide และ Diacylglycerol
    • Glutathione เป็นเปปไทด์ที่ประกอบด้วยกรดอะมิโน 3 ชนิด เป็น Antioxidant ที่ดี และเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการสร้าง เมลานินชนิดสีอ่อน ที่มีชื่อว่า Pheomelanin
    • สารสกัดจากขมิ้นชัน (Curcuma longa root extract) เป็น Antioxidant และมีประโยชน์ในการเป็น Whitening ผ่านการยับยั้งการสร้างเม็ดสี
    • Paeonia albiflora root extract สารสกัดจากรากโบตั๋นมีรายงานว่าเป็น Whitening โดยผ่านการยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิว
  • สีเขียว เป็นสารบำรุงอื่นๆ ได้แก่
    • น้ำจากดอก Witch hazel มีประโยชน์ในเชิงกระชับรูขุมขน ควบคุมความมัน
    • สารสกัดจากว่านหางจระเข้ มีประโยชน์ในการเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบระคายเคือง และให้ความรู้สึกสบายผิว
    • สารสกัดจากใบบัวบก บัวบกเป็นพืชที่มีรายงานถึงฤทธิ์ทางชีวภาพไว้ค่อนข้างมาก ฤทธิ์ทางชีวภาพของบัวบกได้แก่ ฤทธิ์กระตุ้นการสมานแผล เสริมการสังเคราะห์ของ Collagen และ Fibronectin ในผิว มีประโยชน์ในเชิงการกระชับผิว และดูแลริ้วรอยที่เกิดก่อนวัย (Postepy Dermatol Alergol. 2013; 30(1):46-9.)
    • สารสกัดจากคาโมมายล์ และ ดาวเรือง มีประโยชน์ในเชิงการลดการอักเสบระคายเคือง และให้ความรู้สึกสบายผิว
    • สารสกัดจาก Neem (Azadirachta indica leaf extract) ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่า สารสกัดจากส่วนของใบ ประกอบด้วย azadirachtin, nimbin, nimbinin and nimbidin มีประโยชน์ในเชิงการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย รา ลดการอักเสบระคายเคือง และเป็น Antioxidant (TDS Neem Leaf Extract-NS, The Garden of Naturalsolution)
  • สีฟ้า เป็นส่วนผสมของ Hyaluron 2 ชนิด มีประโยชน์ในเชิงการเพิ่มความชุ่มชื้น
  1. ส่วนของเนื้อหลัก หรือ Base มาในเบสแบบน้ำ ประกอบด้วย น้ำ และ Glycerin
  2. สารปรุงแต่งอื่นๆ หรือ Additives ได้แก่
    • สารกันเสีย ได้แก่ Phenoxyethanol และ Sodium benzoate

 

โดยสรุป ถือเป็นเซรั่มเบสน้ำ ที่ทำมาได้ค่อนข้างดี เสริมสารบำรุงหลายชนิด ให้ประโยชน์หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น Whitening, Antioxidant ชะลอวัย ลดการอักเสบระคายเคือง เพิ่มความชุ่มชื้น ให้ความรู้สึกสบายผิว พร้อมทั้งดูแลเรื่องรูขุมขน และปัญหาสิวไปพร้อมๆกัน และไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว นั่นคือเซรั่มสูตรนี้ ไม่มีน้ำหอม แอลกอฮอล์ และซิลิโคน ค่ะ

 

มาให้คะแนนกันค่ะ

  1. สารบำรุง จากที่ได้กล่าวไปในด้านบน ถือว่ามาได้ค่อนข้างเต็ม และดูแลผิวได้ครบจบทุกปัญหา ให้ประโยชน์หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น Whitening, Antioxidant ชะลอวัย ลดการอักเสบระคายเคือง เพิ่มความชุ่มชื้น ให้ความรู้สึกสบายผิว พร้อมทั้งดูแลเรื่องรูขุมขน และปัญหาสิวไปพร้อมๆกัน ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ตัวเซรั่มทำมาได้ค่อนข้างดีนะคะ เนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย ซึมไว ไม่เหนอะหนะ ทาแล้วสามารถลงสกินแคร์ในขั้นตอนอื่นได้เลยโดยไม่ต้องเว้นช่วง ในด้านของผลในเชิงไวท์เทนนิ่ง ส่วนตัวมี่ลองใช้ประมาณ 2 อาทิตย์ อาจจะยังฟันธงในด้านประสิทธิภาพไม่ได้ แต่ก็ถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงในทางทีดีขึ้นค่ะ เรื่องของความนุ่มผิว แต่งหน้าได้ติดทน และรองพื้นตกร่องน้อยลง รอยด่างดำดูจางลงในระดับหนึ่ง ซึ่งเป็นที่น่าพอใจค่ะ แต่สำหรับคนผิวแห้ง อาจจะรู้สึกว่าแห้งตึงไปนิดหน่อย ต้องหาผลิตภัณฑ์อื่นมาทาทับเสริมอีกชั้นหนึ่ง หรือ อย่างถ้าเสริมเจ้าตัวเซรั่ม SOS skin hydrating ที่มาในเซ็ตเพิ่มมาอีกชิ้น เรื่องปัญหาความแห้งก็จะน้อยลง ด้วยความที่นางมีส่วนผสมของสารสกัดจากหลายชนิดที่เข้ามาดูแลผิวและเสริมกันกับ Multiplant ได้อย่างลงตัว ซึ่งจะเอามารีวิวให้ได้ชมกันในโอกาสต่อไปนะคะ ส่วนในคนผิวมันไม่น่ามีปัญหาค่ะ จุดนี้ขอให้ไป 4 ฟลาสก์

 

คะแนน ne

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทางแบรนด์ Neem ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์ Neem โดยตรงเลยนะคะ

Facebook : Neemthailand (https://www.facebook.com/NeemThailand/)

 

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Neem การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

Mini Review>>> Metal cushion รุ่น Cherry blossom collection II

สวัสดีค่ะ

ตอนไปเกาหลีเมื่อช่วง Spring ปีที่แล้ว มี่บังเอิญไปเห็น Metal cushion ของแบรนด์ Isa Knox เขาทำตลับลายดอกซากุระออกมา แล้วที่สำคัญคือเป็นสีม่วง/ชมพู ด้วยความที่มันโดนจริต เลยซื้อมาไว้อันนึง เก็บไว้ในกรุ

สมัยนั้นใช้เบอร์ 23 แต่เบอร์ 23 เป็นตลับเขียว ไม่สวย เลยยอมซื้อเบอร์ 21 ที่เป็นสีม่วงมา กะจะเอามาสะสมเป็นคอลเลคชั่น

Isa Knox นี่เป็นแบรนด์ในเครือ LG คู่แข่งของ Amore Pacific นั่นเองค่ะ

(ปล. นอกเรื่องนิดนึงค่ะ หลังๆได้ยินมาว่าเครื่องสำอางเกาหลีไม่ได้ดีทุกแบรนด์นะ แบรนด์ที่เกรดต่ำและอาจปนเปื้อนสารเคมี ก็มีอยู่ด้วย เลยไม่ค่อยซื้อของไปเรื่อย แต่ไว้ใจเครือ LG เลยจัดมาค่ะ)

 

Isa Knox นางออกสินค้าในตลับน่ารักๆมาหลายชิ้นเหมือนกันนะคะ เห็นแล้วก็อยากได้ (อยากได้ตลับ 55)

อย่างรูปนี้เอามาจากหน้าเว็บค่ะ เป็น Collection ปี 2018 เป็น Cherry blossom collection III (แต่ที่เรามีเป็นรุ่น II)

isa 2018.jpg

(Image from Isa Knox)

 

Collection II ที่มี่ได้มา จงใจเลือกตลับสีม่วงค่ะ

หน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ

isa 1

ตอนแรกกะว่าจะสะสมไปๆมาๆ ก็อยากลองแกะใช้

 

ด้านในก็เหมือน Metal cushion ทั่วไป คือ บรรจุรองพื้นเนื้อครีมในตลับเหล็ก ที่มีรูๆ

isa 2

(พยายามเช็ดแล้วนะ แต่มันยังมีรอยรองพื้นอยู่นิดหน่อย ไม่เป็นไรเนอะ ดูไปเพลินๆ)

 

เวลาเรากดออกมา เนื้อครีมรองพื้นก็จะไหลออกมาตามรูค่ะ

isa 3

ใช้คู่กับ Air Puff ขออภัยในความสกปรกของ Air Puff อิชั้นด้วยนะคะ

 

ตอนแรกก็คิดว่าจะขาววอกเกินไปหรือเปล่า แต่ไม่เลย ผิวมี่ตอนนี้ใช้เบอร์ 21 ได้สบายๆ อาจจะเพราะด้วยหลายสาเหตุ เช่น กางร่มตลอดเวลาออกนอกอาคาร ใช้กันแดดทุกวัน อายุที่เพิ่มขึ้นทำให้เซลล์สร้างเม็ดสีทำงานน้อยลง สกินแคร์ที่เป็น Whitening หลายๆชิ้นที่ได้ทดลองตามที่เคยรีวิวกันไป ฯลฯ

 

เนื้อรองพื้นทำมาได้ดีมาก เหมาะกับอากาศร้อนบ้านเราพอดีเลย ให้ลุคที่ดูแมทท์ ไม่เยิ้ม ไม่แห้งเกินไป ไม่ดรอป สีสวยงาม เข้ากับผิวพอดี แต่จำราคาไม่ได้แล้วหละ ซื้อที่ร้านป้าปากแดงใต้ดินมยองดงค่ะ

 

ลงผิวแขนให้ดูก่อนค่ะ

isa 4

 

ลองลงหน้าให้ดู ถ่ายด้วยแสงธรรมชาติ และแสงแฟลช ค่ะ

isa skin

 

ในภาพรวมคือค่อนข้างเหมาะกับผิวมี่จริงๆค่ะ

พอดีมี่หาส่วนผสมไม่ได้ เลยขอข้ามการวิเคราะห์ส่วนผสมไปนะคะ

 

สำหรับวันนี้คงต้องขอตัวลากันไปเท่านี้ก่อน พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้อาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมมาสก์หน้าน้องใหม่สุดน่ารักจากเกาหลี กับแบรนด์ Ponybrown Plus Skin Hue Face Mask ภาค 2 แผ่นมาสก์จากถ่านไม้ไผ่สีดำ

สวัสดีค่ะ เมื่อวันก่อนมี่ได้หยิบเอามาสก์หน้าสุดน่ารักจากแบรนด์เกาหลีจากแบรนด์ Ponybrown มารีวิวให้ได้ชมกันไปแล้ว วันนี้เลยขอเอามาสก์ในกลุ่ม Black mask มารีวิวให้ได้ชมกันต่อค่ะ

 

สำหรับใครที่พลาดตอนแรกไป สามารถคลิกลิงค์ด้านล่างนี้  เพื่อกลับไปรับชมภาคแรกได้นะคะ

>>Click เพื่ออ่าน Ponybrown ตอนแรก<<

กล่าวถึงแบรนด์ Ponybrown อีกซักรอบนะคะ

Ponybrown เป็นแบรนด์มาสก์สัญชาติเกาหลี ที่พัฒนาขึ้นมาโดยเน้นส่วนผสมที่เป็นธรรมชาติ และมีประสิทธิภาพ ภายใต้สโลแกน Happy skin, Happy life โดยทางแบรนด์ก็มีความใส่ใจในตัวสินค้า และมีการตรวจสอบความปลอดภัยต่อผิวหนัง หรือ Dermatologically tested จากเยอรมัน และ SGS จากยุโรปค่ะ ซึ่งในกลุ่มทดสอบมีทั้งอาสาสมัครที่มีผิวธรรมดา รวมไปถึงผิวแบบ sensitive และ eczema

 

สำหรับสูตร Black mask มาด้วยกัน 2 สูตร ดังนี้ค่ะ

po 1

สูตรแรก คือ Skin Hue clearing black mask ทางแบรนด์เคลมว่าเป็นมาสก์หน้าจากเส้นใยถ่านไม้ไผ่ธรรมชาติ เสริมด้วยสารสกัดจากพืช 7 ชนิด เพื่อดูแลผิว 7 ประการ ได้แก่ ให้ผิวชุ่มชื้น ลดการระคายเคือง แลดูกระจ่างใส ขจัดสิ่งสกปรกและน้ำมันส่วนเกิน ต่อต้านอนุมูลอิสระ ริ้วรอย และการระคายเคือง

หน้าตาเป็นซองสีดำลายสีเขียวมินท์ค่ะ

po 2

ส่วนอีกสูตรเป็นสูตร Sebum control ซึ่งทางแบรนด์เคลมว่าเป็นมาสก์หน้าจากเส้นใยถ่านไม้ไผ่ธรรมชาติเหมือนกัน มีส่วนผสมของสารบำรุงที่มีประโยชน์ในเรื่องการควบคุมความมันส่วนเกินและให้รูขุมขนแลดูกระชับ

มาในซองสีดำลายสีชมพูโอรสค่ะ

po 3

ตัวแผ่นมาสก์มาในรูปแบบสีดำ แปะแนบสนิทไปกับผิว

po 4

น้ำมาสก์ของสูตรมาสก์ Clearing จะดูข้นกว่าสูตรสีขาวนิดหน่อยค่ะ

po 5

ค่า pH อยู่ที่ราวๆ 6 ซึ่งใกล้เคียงกับผิวดีค่ะ

po 6

ในด้านของส่วนผสม มาสก์ดำนี้เป็นมาสก์ที่มาในเบสน้ำ มีสารบำรุงตัวหลักอยู่คล้ายกัน คือ มีสารสกัดพืชอยู่ 3 ชนิด ร่วมกับน้ำผึ้ง Manuka ที่ทางแบรนด์เรียกว่า Skin rest complex ค่ะ

ประกอบด้วย สารสกัดจาก Rheum undulatum (Rhubarb), Phaseolus radiatus (ถั่วเขียว) และ parsley ค่ะ ซึ่งดูแลเสริมกันและกัน

 

นอกจาก Skin rest complex แล้วก็จะเสริมสารบำรุงอื่นๆตามสูตร

วันนี้ขอยกเอา Skin hue clearing black mask มาเป็นตัวแทนในการวิเคราะห์ส่วนผสมนะคะ

ส่วนผสมเป็นดังนี้

สผส po black

จากส่วนผสมมี่ทำสีของสารบำรุงไว้ด้วยสีฟ้า และ ชมพู นะคะ

  • สารบำรุงสีฟ้า จะเป็น Hyaluron ที่ทางแบรนด์เลือกมาสองขนาด มีประโยชน์ในการเติมน้ำให้กับผิว ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น
  • สารบำรุงสีชมพู ได้แก่
    • สูตรผสม Skin rest complex ของทางแบรนด์ ซึ่งมีประโยชน์ในภาพรวมเชิง Soothing effect ให้ความรู้สึกสบายผิว เพิ่มความชุ่มชื้น และลดความรู้สึกระคายเคือง
    • สารสกัดจากพืชอื่นๆอีก 7 ชนิด ซึ่งทางแบรนด์เคลมเรื่องดูแลผิว 7 ประการ เราลองมาดูกันนะคะ
  1. สารสกัดจาก Scutellaria ตัวนี้มีรายงานว่าประกอบด้วยสารฟลาโวนอยด์ Baicalin กับ wogonin ที่ให้ผลลดการอักเสบในผิว ปกป้องไม่ให้รังสี UV ทำลายคอลลาเจนในผิว โดยไปมีผลยับยั้งไม่ให้เอนไซม์ MMP เพิ่มจำนวนขึ้น (Eur J Pharmacol. 2011; 661(1-3):124-32.)
  2. สารสกัดจาก Polygonum (Japanese knotweed) มีรายงานว่าสารสกัดจากรากต้นนี้มีคุณสมบัติในเชิงการลดการอักเสบระคายเคือง (Evid Based Complement Alternat Med. 2013;2013:208349.)
  3. สารสกัดจากคาโมมายล์ ลดการอักเสบระคายเคือง ให้ความรู้สึกสบายผิว หรือ Soothing
  4. สารสกัดจากบัวบก มีประโยชน์กับผิวหลายอย่าง หลักๆจะไปในเชิงด้านของริ้วรอย
  5. สารสกัดจากชาเขียว เป็น antioxidant ชั้นดี และยังมีประโยชน์ในเชิงการกระชับรูขุมขน
  6. สารสกัดจากโรสแมรี่ เป็น antioxidant และมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อบางชนิด
  7. สารสกัดจากชะเอม มีประโยชน์ในเชิงการลดการอักเสบระคายเคือง และ Whitening

 

ในส่วนของเบสมาในเบสแบบน้ำ ที่ไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

ในภาพรวมถือเป็นมาสก์ที่มีความน่าสนใจ ด้วยส่วนผสมของสารสกัดจากพืชทั้ง 7 ชนิด ร่วมกับ Skin rest complex ของทางแบรนด์ และ Hyaluron 2 ขนาด ที่ให้ประโยชน์ไปในเชิงด้าน Moisturizing, Soothing รวมไปถึงการชะลอวัย ป้องกันริ้วรอย กระชับรูขุมขน ลดการอักเสบระคายเคือง และอาจจะได้ประโยชน์ไปถึงด้าน Whitening เลยทีเดียว

ให้คะแนน

  1. สารบำรุง จากที่ได้กล่าวไปว่ามีส่วนผสมของสารบำรุงหลายชนิด ที่ทำงานเสริมกันในการให้ประโยชน์ไปในเชิง Moisturizing, Soothing ชะลอวัย ป้องกันริ้วรอย กระชับรูขุมขน ลดการอักเสบระคายเคือง และอาจจะได้ประโยชน์ไปถึงด้าน Whitening จุดนี้ถือว่าทำมาได้ค่อนข้างดี ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ เลือกมาได้อย่างดี ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิวอยู่เลย ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ตัวมาสก์มาในเบสแบบน้ำ เวลาแปะจะรู้สึกเย็น ชุ่มชื้น เมื่อดึงมาสก์ออกจะไม่เหนอะหนะ ไม่เหนียว ด้วยความที่แผ่นมาสก์เป็นแผ่นมาสก์ธรรมชาติจากถ่านไม้ไผ่ ตอนใช้ก็แอบคิดว่ามาสก์จะดูดซับความมันไปจากผิว แล้วทำให้ผิวแห้งไหม แต่หลังจากลองใช้มาทั้ง 2 สูตร ทำมาได้ค่อนข้างดีนะคะ แต่ด้วยความที่นางเป็นเบสน้ำ และมี่มีผิวแห้ง หลังลอกมาสก์ซัก 2 – 3 ชั่วโมง อาจจะต้องเสริม Moisturizer ทับอีกชั้นหนึ่งก่อนไปนอนค่ะ แต่ถ้ามาสก์ตอนเช้าจะดีงามมาก นางจะไม่หนักหน้าและยังทำให้หน้านุ่มฟู แต่งหน้าได้เรียบเนียนขึ้น จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์

คะแนน po

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ Ponybrown ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามที่ทางแบรนด์ได้โดยตรงเลยนะคะ

Facebook: PonybrownThailand

https://www.facebook.com/PonyBrownTH/

Instagram: PonybrownTH

 

พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมมาสก์หน้าน้องใหม่สุดน่ารักจากเกาหลี กับแบรนด์ Ponybrown Plus Skin Hue Face Mask ตอนที่ 1

สวัสดีค่ะ

วันนี้มี่มีรีวิวมาสก์หน้าสุดน่ารักจากแบรนด์เกาหลีจากแบรนด์ Ponybrown มาฝากกันค่ะ

Ponybrown เป็นแบรนด์มาสก์สัญชาติเกาหลี ที่พัฒนาขึ้นมาโดยเน้นส่วนผสมที่เป็นธรรมชาติ และมีประสิทธิภาพ ภายใต้สโลแกน Happy skin, Happy life โดยทางแบรนด์ก็มีความใส่ใจในตัวสินค้า และมีการตรวจสอบความปลอดภัยต่อผิวหนัง หรือ Dermatologically tested จากเยอรมัน และ SGS จากยุโรปค่ะ ซึ่งในกลุ่มทดสอบมีทั้งอาสาสมัครที่มีผิวธรรมดา รวมไปถึงผิวแบบ sensitive และ eczema

มาสก์หน้าในไลน์ Skin Hue ของ Ponybrown มีด้วยกัน 2 กลุ่ม คือ มาสก์หน้าแบบแผ่นขาว และ มาสก์หน้าแบบแผ่นดำ หรือ Black mask ค่ะ

ซึ่งมี่ขอเริ่มรีวิวจากสูตรแผ่นขาว นะคะ

po 1

ในสูตรแผ่นขาว ทางแบรนด์ทำมาด้วยกัน 4 สูตร ค่ะ ได้แก่

รุ่นซองสีฟ้า สูตร Hydrating ทางแบรนด์เคลมว่าเป็นมาสก์หน้าจากเส้นใยไม้ไผ่ มีประโยชน์ในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ด้วยนวัตกรรมที่ชื่อว่า HydromanilTM ค่ะ

po 4

รุ่นซองสีขาวเขียว สูตร Soothing ทางแบรนด์เคลมว่าเป็นมาสก์หน้าจากเส้นใยไม้ไผ่ มีประโยชน์ในการ Soothing หรือให้ความรู้สึกสบายผิว ด้วยสารสกัดจากพืชหลายชนิด

po 3

รุ่นซองสีเขียวมินท์ สูตร Aquaring ทางแบรนด์เคลมว่าเป็นมาสก์หน้าจากเส้นใยผลไม้ มีประโยชน์ในการเสริมความชุ่มชื้น ตัวนี้มี Ceramide อยู่ด้วยค่ะ

po 5

รุ่นซองสีขาวชมพู สูตร Radiance ทางแบรนด์เคลมว่าเป็นมาสก์หน้าจากเส้นใยผลไม้ มีประโยชน์ในเชิงผิวขาวกระจ่างใสค่ะ

po 2

ที่บนซองจะเห็น Mascot ของแบรนด์ คือ น้อง Mariffe นะคะ น่ารักก็ตรงน้องนี่แหละ

แผ่นมาสก์จะมีความบางเบา และแนบสนิทไปกับผิวค่ะ

po 7

น้ำมาสก์เป็นแบบน้ำใส บางเบา ไม่เหนอะหนะ ไม่เหนียว ไม่ลื่น

po 6

ค่า pH ของสูตร Aquaring อยู่ที่ราวๆ  5 – 6 ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับผิวดี

pH po

ในด้านของส่วนผสมในภาพรวมของทั้ง 4 สูตร เป็นมาสก์ที่มาในเบสน้ำ มีสารบำรุงตัวหลักอยู่คล้ายกัน คือ มีสารสกัดพืชอยู่ 3 ชนิด ร่วมกับน้ำผึ้ง Manuka ที่ทางแบรนด์เรียกว่า Skin rest complex ค่ะ

ประกอบด้วย สารสกัดจาก Rheum undulatum (Rhubarb), Phaseolus radiatus (ถั่วเขียว) และ parsley ค่ะ ซึ่งดูแลเสริมกันและกัน

กล่าวถึงสารสกัดจากถั่วเขียว ถั่วเขียวเป็นพืชหนึ่งที่ทางเกาหลีชอบนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในเครื่องสำอาง เพราะมีโปรตีน กรดอะมิโน ฟลาโวนอยด์หลายๆชนิด ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบบอกว่า สารสกัดจากถั่วเขียวสามารถปรับสภาพผิวให้ผิวนุ่มนวลเนียนและกระจ่างใสค่ะ

 

นอกจาก Skin rest complex แล้วก็จะเสริมสารบำรุงอื่นๆตามสูตรค่ะ

 

วันนี้มี่ขอยกส่วนผสมสูตรที่มี่ชอบที่สุดมาเป็นตัวแทนในการวิเคราะห์ส่วนผสมนะคะ

เป็นสูตร Aquaring ค่ะ

ส่วนผสมเป็นดังนี้

สผส po aqua

จากส่วนผสมมี่ทำสีของสารบำรุงไว้ด้วยสีฟ้า เขียว และ ชมพู นะคะ

  • สารบำรุงสีฟ้า คือ Ceramide NP หรือ Ceramide 3 ที่เป็นส่วนหนึ่งของ Barrier ผิว มีประโยชน์ในการทดแทนไขมันคืนให้ผิว
  • สารบำรุงสีเขียว จะเป็น Hyaluron ที่ทางแบรนด์เลือกมาสองขนาด มีประโยชน์ในการเติมน้ำให้กับผิว ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น
  • สารบำรุงสีชมพู ได้แก่
    • สูตรผสม Skin rest complex ของทางแบรนด์ ซึ่งมีประโยชน์ในภาพรวมเชิง Soothing effect ให้ความรู้สึกสบายผิว เพิ่มความชุ่มชื้น และลดความรู้สึกระคายเคือง
    • Coconut water และ Corn flower water ประกอบด้วยวิตามินและสารอาหารหลายชนิด นอกจากคุณสมบัติในด้านความชุ่มชื้นแล้ว ก็อาจจะมีประโยชน์บำรุงผิวจากวิตามินและสารอาหารอื่นๆ รวมไปถึงด้าน Soothing และ การลดการอักเสบระคายเคือง

 

สารส่วนผสมอื่นๆที่ใส่มาก็เลือกมาได้อย่างดี แม้แต่เจ้า Triethanolamine ที่หลังๆไม่ค่อยดี ทางแบรนด์ก็ไม่ใส่ หันไปใส่ Tromethamine ที่มีราคาแพงกว่าแทน

 

ในภาพรวมถือเป็นมาสก์ที่มีความน่าสนใจ ด้วยส่วนผสมของ Hyaluron 2 ขนาด ร่วมกับ Ceramide และสารบำรุงอื่นๆ ที่เด่นไปในเชิงด้าน Moisturizing และ Soothing

 

ถึงเวลาของคะแนนค่ะ

  1. สารบำรุง ถือว่าเป็นมาสค์ที่ทำมาได้ค่อนข้างดีสำหรับคุณสมบัติในด้าน Moisturizing + Soothing แต่ถ้าลองพิจารณาแล้ว สารบำรุงอาจจะยังน้อยชนิดไปหน่อย อาจจะต้องมีสารบำรุงอื่นๆมาประกอบอยู่ จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ก็ถือว่าเลือกมาได้อย่างดี ไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ตัวมาสก์มาในเบสแบบน้ำ เวลาแปะจะรู้สึกเย็น ชุ่มชื้น เมื่อดึงมาสก์ออกจะไม่เหนอะหนะ ไม่เหนียว แต่ถ้าคนผิวแห้งแบบมี่ หลังลอกมาสก์ซัก 2 – 3 ชั่วโมง อาจจะต้องเสริม Moisturizer ทับอีกชั้นหนึ่ง เพื่อกักเก็บความชื้นจากมาสก์ให้ผิวเรานุ่มฟู จุดนี้ขอให้ 4 ฟลาสก์

 

คะแนน

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ Ponybrown ด้วยนะคะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

แล้วเรามาต่อกันกับ Black mask ในภาค 2 นะคะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามที่ทางแบรนด์ได้โดยตรงเลยนะคะ

Facebook: PonybrownThailand

https://www.facebook.com/PonyBrownTH/

Instagram: PonybrownTH

 

พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมเซรั่มบำรุงผิวตัวดังจากเกาหลี แบรนด์ Scinic กับ Peptide 95 Ampoule และ Propolis 95 Ampoule มาแบบเบิ้ลๆ

เรียกได้ว่าตอนนี้กำลังวอแวอยู่กับ 2สูตร Ampoule ของไซน์นิค เลยอยากมารีวิวให้ได้ชมกันค่ะ

แบรนด์ไซน์นิค (Scinic) เป็นเครื่องสำอางของทางเกาหลี มี่เองก็ใช้ของเขามาหลายชิ้นก็รู้สึกว่าเขาทำมาได้ดีนะคะ

อย่าง Ampoule 2 สูตรที่เข้าไทยมา เป็นสูตร Peptide 95 Ampoule และ Propolis 95 Ampoule ค่ะ หน้าตาประมาณนี้นะคะ

 

am 1

เริ่มกันที่ตัว Peptide 95 Ampoule มาในกล่องสีน้ำตาลค่ะ

pep 3

ด้านในเป็นขวดแก้วสวยงามแบบมีหลอดหยด

pep 4

สูตรนี้ เนื้อเซรั่มมาในเนื้อเจลข้นๆ สีน้ำตาลอ่อน มีกลิ่นหอมสะอาดๆ

pep 1

เกลี่ยได้ง่าย ซึมไว แห้งไว ให้ความฉ่ำวาวนิดๆ ไม่เหนอะหนะ

pep 2

ค่า pH อยู่ที่ราวๆ 5 – 6 ค่ะ ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับผิวดี

pH pep

ส่วนผสมเป็นดังนี้นะคะ

pep ing

ตัวส่วนผสมเปิดมาด้วย Peptide solution (สารละลายของเปปไทด์) ที่ข้างกล่องเขียนว่าเป็นสารละลายเข้มข้น 1 ppm ใส่มาจัดเต็มที่ 95% อันนี้ลองคำนวณดู ก็จะได้เนื้อแท้ของ Acetyl hexapeptide หรือ argireline อยู่ที่ ราวๆ 0.095% ก็ถือว่าอยู่ในช่วงที่ไม่น่าเกลียดนะคะ

ถัดมาก็จะเป็นกลุ่มของวิตามินและสารสกัดจากพืชอีกหลายชนิดที่เสริมทัพกันเพื่อบำรุงผิวได้อย่างลงตัว ดูแลผิวที่มีปัญหา Aging ได้อย่างลงตัว ให้ประโยชน์กับผิวในด้านความชุ่มชื้น ลดการอักเสบระคายเคือง Antioxidant ลดการระคายเคืองให้ความรู้สึกสบายผิว และ Whitening

นอกจากสารสกัดจากพืชและวิตามินแล้ว ก็ยังมีส่วนผสมของน้ำมันจากพืชหลายชนิด เช่น น้ำมันจาก Borage, Almond, Macadamia, ทานตะวัน และ Rapeseed ซึ่งน้ำมันจากพืชเหล่านี้ก็มีประโยชน์ในการคืนไขมันทดแทนให้แก่ผิวเรานั่นเอง

 

 

อีกตัวเป็น Propolis Ampoule นะคะ มาในกล่องสีเหลือง หน้าตาประมาณนี้ค่ะ

prop 3

ด้านในเป็นขวดแก้วสวยหรูแบบมีหลอดหยด

prop 4

เนื้อเป็นเนื้อเจล ออกขุ่นเล็กน้อย มีกลิ่นหอมจางๆออกไปทางเฟรชๆสดชื่น

prop 1

เกลี่ยได้ง่าย รู้สึกหนึบกว่าสูตรสีน้ำตาล แต่ก็ยังแห้งไว ซึมไว ไม่เหนอะหนะ แต่ยังมีความผิวฉ่ำๆสไตล์เกาหลีอย่างที่เห็น

prop 2

ค่า pH อยู่ที่ประมาณ 5 – 6 เช่นกันค่ะ

pH prop

ส่วนผสมเป็นดังนี้นะคะ

prop ing

เปิดส่วนผสมมาด้วย Propolis extract และส่วนผสมอื่นจากผึ้งแบบครบเซ็ต ไม่ว่าจะเป็น Royal jelly และน้ำผึ้ง เติมมาด้วยสารสกัดจากพืชอีกมากมาย ที่ให้ประโยชน์ในการบำรุงผิวได้อย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็น เพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบระคายเคือง Antioxidant กระชับรูขุมขน ลดการระคายเคืองให้ความรู้สึกสบายผิว Whitening ช่วยให้ผิวใสเรียบเนียนรวมไปถึงให้ประโยชน์ในเชิงสิว และที่เนื้อเบสออกขุ่นหน่อยก็เพราะมีน้ำมันจากพืชอยู่อีก 5 ชนิด คือ น้ำมันจาก Borage, Almond, Macadamia, ทานตะวัน และ Rapeseed ซึ่งน้ำมันจากพืชเหล่านี้ก็มีประโยชน์ในการคืนไขมันทดแทนให้แก่ผิวเรานั่นเอง

มี Silicone อยู่บ้างประปรายเพื่อให้สัมผัสนุ่มนวล ลื่นผิว

 

 

 

มาให้คะแนนกันดีกว่านะคะ

ขอหยิบยกเอา Peptide 95 Ampoule มาเป็นตัวแทนในการให้คะแนนนะคะ

  1. สารบำรุง อย่างที่ได้เล่าให้ฟังในช่วงวิเคราะห์ส่วนผสม ว่า ใน ampoule นี้นอกจาก Argireline ที่เป็น peptide ตัวเอกของสินค้าแล้ว ยังมีส่วนผสมของสารบำรุงอีกหลายชนิด ดูแลผิวที่มีปัญหา Aging ได้อย่างลงตัว ให้ประโยชน์กับผิวในด้านความชุ่มชื้น ลดการอักเสบระคายเคือง Antioxidant ลดการระคายเคืองให้ความรู้สึกสบายผิว และช่วยเรื่องผิวกระจ่างใส ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยไม่มีที่ให้หักคะแนน ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบเนื้อของเซรั่มตัวนี้นะคะ ในด้านของสัมผัสระหว่างใช้ การเกลี่ย สัมผัสหลังใช้ ถือว่าทำมาได้ดี คิดว่าน่าจะเหมาะกับทุกสภาพผิว แต่คนที่มีผิวแห้งมากๆแบบมี่ อาจจะต้องเสริม moisturizer ตัวอื่นเข้ามาอีก ทาทับอีกซักชั้น ส่วนเรื่องกลิ่นมี่ค่อนข้างรู้สึกเฉยๆ แต่เอาให้แม่ใช้ แม่กลับชอบ ก็นานาจิตตังนะคะ ส่วนเรื่องประสิทธิภาพในการลดริ้วรอย ตอนนี้มี่ยังไม่ค่อยมีริ้วรอยเลยขอข้ามประเด็นนี้ไป แต่ในด้านของผิวนุ่ม เรียบเนียน และให้สัมผัสเด้งๆ ตัวนี้ถือว่าตอบโจทย์ค่ะ ให้ไป 5 ฟลาสก์

 

คะแนน pep

สุดท้ายนี้ต้องขอบคุณทางแบรนด์ Scinic Thailand ด้วยนะคะที่ส่งสินค้าดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์ Scinic โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/SCINICThailand/

 

พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

 

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ Scinic การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้าและไม่ได้รับค่าตอบแทนในการรีวิว โปรดใช้วิจารณญาณ