Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม Toner pad สูตร Red orange niacinamide blemish pad จาก T’else ที่โดดเด่นด้วยการออกแบบ vitamin pad

สำหรับ Blog นี้ขอหยิบเอา toner pad ที่น่าสนใจจากบ้าน T’else มาวิเคราะห์ส่วนผสมกันนะคะ

โดยแบรนด์ T’else เป็นแบรนด์ที่มาในเทรนด์ Cleanical beauty คือ Clean + Clinical ส่วนผสมต้องคลีน และมีประสิทธิภาพ

และ T’else มาจากคำว่า Terra สื่อถึงพรรณไม้ และ Else คือ อื่นๆ

โดยผลิตภัณฑ์ใน Line Red orange จะมาในสีส้มสดใส เน้นเคลมหลักไปที่ด้าน Brightening & Vitalizing เพื่อผิวกระจ่างใส มีชีวิตชีวา

Terra คือ Blood orange ส้มสีเลือดเกรดออร์แกนิกจากอิตาลี่ นำมาสกัดด้วยกรรมวิธีพิเศษของทางแบรนด์ ที่เรียกว่า Air-brewing 100TM ที่สกัดด้วยฟองอากาศบางๆ ที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส กว่า 100 ชั่วโมง

Else คือ  Niacinamide วิตามินบี 3 สารพัดประโยชน์ เพื่อดูแลด้านความกระจ่างใสของผิว

สำหรับ Toner pad สูตรนี้มีชื่อว่า Red orange niacinamide blemish pad

มาในหน้าตาแบบนี้ค่ะ

telse red orange pad

ส่วนนี้เป็นกล่องนะคะ

เทคโนโลยีของแผ่น pad ตัวนี้น่าสนใจ คือ

ด้านสีเหลืองเป็น vitamin pad ที่ใช้ส่วนผสมของวิตามินซีถักทอลงไปร่วมกับเส้นใยของ pad เลย จึงจะได้ประโยชน์ในเชิงการดูแลปัญหาจุดด่างดำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ

ทางแบรนด์เรียกว่าเป็นเทคนิค Real vitamelting method โดยเอาวิตามินซีบริสุทธิ์ 99% มาผสมผสานจนเกิดเส้นใย ก่อนถักทอเป็น pad

ด้านสีอ่อนกว่าทำจากใยไผ่ เน้นเรื่องชุ่มชื้น ดูแลผิวอ่อนโยน

เวลาใช้งานใช้ด้านสีอ่อนเช็ด ด้านสีเหลืองแปะ

ตัวแผ่นเราสามารถฉีกได้ง่ายด้วยมือ ก็จะได้แผ่นแบบครึ่งวงกลมที่เอามาวางเฉพาะจุดได้ง่ายขึ้น เช่น หน้าผาก รอบดวงตา คาง

ตัวผลิตภัณฑ์ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพในอาสาสมัครว่าให้ประสิทธิภาพในการดูแลจุดด่างดำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ และช่วยเพิ่มความกระจ่างใสของผิว

ส่วนผสมเป็นดังนี้

ในภาพรวมของส่วนผสม ตัว toner pad นี้ออกแบบมาในเบสน้ำ มีส่วนผสมเติมน้ำเก่งๆ อย่าง Hydroxyethyl urea และใช้ Betaine เป็น soothing + ปรับ feel บนผิว

ด้านสารบำรุงมีวิตามินหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น B3 (2%), Vitamin C 2 ฟอร์ม คือ Sodium ascorbyl phosphate และ Ascorbic acid รวมถึงกลุ่มวิตามินบีรวม (B1, B6, B2, B12, Biotin, Folic acid) ที่ดูแลผิวได้หลากหลายประการ

ตัวสารสกัดจากส้มทางแบรนด์ได้คัดเลือกส้มสายพันธุ์ Moro ซึ่งมีปริมาณ active phytochemical สูงกว่าส้มสายพันธุ์อื่น ถึง 3.3 เท่า นำมาสกัดด้วยกรรมวิธีพิเศษที่เป็นเอกลักษณ์ของทางแบรนด์ ที่แบรนด์เรียกว่า Air brewing technology สกัดที่อุณหภูมิต่ำ 20 องศา 100 ชั่วโมง เพื่อดึงเอาสารพฤกษเคมีที่สำคัญออกมา ด้วยกรรมวิธีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

โดยในสารสกัดจากส้ม Blood orange นั้นประกอบด้วยพฤกษเคมีหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น Vitamin C, Anthocyanin และ Flavonoid ที่เป็น Antioxidant ที่ดีกับผิว ซึ่ง Flavonoid ที่พบในส้มนั้นมีหลายชนิด เช่น quercetin, kaempferol, hesperidin, nobiletin เป็นต้น

ให้คะแนน

  1. สารบำรุง แม้ว่าชื่อจะบอกว่าเป็น Red orange + Niacinamide แต่ส่วนผสมมีสารบำรุงหลายชนิด ให้ประโยชน์ต่อผิวหลายอย่าง มีสารเติมน้ำอย่าง hydroxyethyl urea เข้ามา ในเรื่องของ whitening คิดว่าทำมาได้ครบกลไก คือ ลดการสร้างเม็ดสีจากวิตามินซี-สารสกัดส้ม และลดการส่งผ่านเม็ดสีที่เสร็จแล้วไม่ให้ออกมาข้างนอกด้วย B3 แต่ส่วนตัวแอบอยากได้ความ soothing เพิ่มอีกนิด เลยขอให้ 4 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ส่วนตัวชอบเรื่องของเทคโนโลยีการเตรียมแพดที่เป็น vitamin pad เอา vitamin ไปผสานกับตัวเส้นใยก่อนขึ้น-ถักทอเป็น fiber ของแพด และชอบความดีไซน์แบบที่ฉีกครึ่งได้ ในด้านการใช้งาน ส่วนตัวมองว่า ด้านสีเข้มมันจะมีฟีลลื่นๆ ทำให้เกลี่ยได้ง่ายบนผิว แม้บน Official Korean Website จะเคลมว่าให้เอาด้านสีอ่อนเช็ด พี่หญิงมี่ว่าเอาด้านสีเข้มเช็ดก็ลื่นสบายผิวดี ให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์โดยตรงเลยนะคะ

ทางไปช้อปปิ้ง

https://s.shopee.co.th/1gIWuQTP4F

Disclaimer: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับมาจากทางแบรนด์ การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม toner pad บ้าน beplain สูตร cicaterol blemish pad

สำหรับ Blog นี้จะขอหยิบเอา toner pad จากบ้าน beplain ในสูตร cicaterol มารีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมกันค่ะ

น้องมาในหน้าตาแบบนี้

ส่วนนี้เป็นแพคเกจ

สำหรับแผ่น pad จะเป็นแผ่นใหญ่ texture ออกแบบมาคล้ายผ้าก๊อซ มีความหนา อุ้มน้ำไว้ได้ดี แต่ก็แนบสนิทกับผิว

ส่วนผสมเป็นดังนี้นะคะ

ในภาพรวม เป็น toner pad เบสน้ำ มีส่วนผสมของสารบำรุงหลายชนิด เน้นการเติมน้ำให้ผิว และ soothing

มาดูรายละเอียดของสารบำรุงที่น่าสนใจนะคะ

  • Centella asiatica extract (cica) ร่วมกับ phytochemicals ในบัวบก 4 ชนิด (madecassic acid, asiaticoside, asiatic acid, madecassoside) มีประโยชน์ในการดูแลผิวหลายด้าน รวมทั้งด้าน soothing และซัพพอร์ตกระบวนการฟื้นฟูผิวตามธรรมชาติ
  • เติมน้ำด้วย Hya และอนุพันธ์
  • ดูแลการระคายเคือง และให้ความรู้สึกสบายผิวด้วย Panthenol, allantoin, bisabolol และ beta-sitosterol
  • ใช้ Fructan เป็น prebiotic fiber ซึ่งจะเป็นอาหารของจุลินทรีย์ดีๆ บนผิวเรา ทำให้ผิวเราแข็งแรงอีกทาง

มาในส่วนผสมที่เป็นมิตรกับผิว

ให้คะแนน

  1. สารบำรุง ค่อนข้างเด่นเรื่อง soothing เสริมมาด้วยการเติมน้ำ และปรับสมดุลไมโครไบโอมของผิวด้วย prebiotics ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิวเลยไม่มีที่ให้หักคะแนน รับไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ ส่วนตัวค่อนข้างชอบ texture ของแผ่น pad ที่ออกมาหนาหน่อย แผ่นใหญ่ และดีไซน์ที่เหมาะกับแก้ม ถ้าแช่เย็นแล้วใช้ จะได้ฟีลที่ค่อนข้างสบายผิว เรื่อง soothing และลดระคายผิวคิดว่าทำมาได้ดี ให้ไป 5 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบนะคะ

ทางไปช้อปปิ้ง

https://s.shopee.co.th/7VFj9pEpOK

Disclaimer: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมโทนเนอร์แพดสูตรผสม neuromide จากบ้าน Curecode กับ soothing biome ampoule pad

Blog นี้ขอหยิบเอา Toner pad ที่น่าสนใจจากบ้าน Curecode ภายใต้ชื่อ Soothing biome ampoule pad มารีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมให้ได้ชมกันค่ะ

น้องจะมาในหน้าตาเป็นแบบนี้นะคะ

อันนี้เป็นส่วนของแพคเกจ

ตัวแผ่นแพดทำมาได้ค่อนข้างดี เป็นแผ่นหนา ด้านหนึ่งจะเป็นพิมพ์นูน

อีกด้านจะเป็นแบบเรียบ

ใช้ได้ทั้งเช็ดและแปะเป็น intensive mask เฉพาะจุด

เบสเป็นแบบน้ำใส มีความชุ่มชื้น แต่ไม่ถึงกับเหนียวและหนึบหนับ

สำหรับ pad นี้มีผลเทสต์ในเชิงการดูแลปัญหาริ้วรอยเข้ามาด้วย

ส่วนผสมเป็นดังนี้

ถ้าพูดถึง curecode เราจะนึกถึง Neuromide® หรือ N-palmitoyl serinol (ขอย่อว่า PS) จัดเป็น Postbiotic เพราะว่าเป็นสารที่จุลินทรีย์ Probiotics ที่เป็นเชื้อเจ้าบ้านบนผิวของเราสร้างขึ้นมา (cutaneous microbiome commensal metabolite)

ถ้าพิจารณาทางเคมี PS เป็นสารในกลุ่ม N-acylamide ที่เกิดจากปฏิกิริยาระหว่าง palmitic acid กับ serinol โครงสร้างใกล้เคียงกับ endocannabinoid ภายในร่างกาย ที่ชื่อ N-palmitoyl ethanolamine ซึ่งเป็นสารที่จับกับตัวรับ endocannabinoid system แล้วให้ประโยชน์ที่ดีกับผิวหลายอย่าง 1 ใน นั้น ที่เสริมการทำงานของ Barrier แล้วให้ผิวแข็งแรง คือ ความสามารถในการเสริมการสังเคราะห์ Ceramide

โดยมีงานวิจัยที่น่าสนใจอยู่ 2 ชิ้น

การศึกษาในปี 2021 พบว่าการทา NPS ในโมเดลหนูทดลองที่เป็นโรค Atopic dermatitis โดยให้หนูทาตำรับ 0.5% NPS วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 1 สัปดาห์ พบว่า NPS เร่งการฟื้นฟู Barrier ผิว และลดการระเหยของน้ำออกจากผิว (Trans-epidermal water loss; TEWL) ได้ (Wen et al., Can J Vet Res. 2021;85(3):201-204.)

การศึกษาอีกชิ้น ทำในผิวหนังเพาะเลี้ยงที่มี PS พบว่าสามารถกระตุ้นการสังเคราะห์ Ceramide ผ่าน Receptor CB-1 ของระบบ endocannabinoid system โดยเฉพาะ Ceramide สายยาว (long-chain fatty acids (FAs) (C22-C24)) ที่มีความสามารถในการเป็น Barrier ที่แข็งแรง (Int J Mol Sci. 2021;22(15):8302.) ที่เซราไมด์สายยาวนี้มีความสำคัญในกลุ่มที่เป็นผิวอักเสบแบบ Atopic เพราะว่าคนเหล่านี้จะมีเซราไมด์สายยาวลดลง แต่เซราไมด์สายสั้นเพิ่มขึ้น ว่ากันว่าเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนที่มีผิวอักเสบแบบ Atopic มี barrier ผิวอ่อนแอ

ซึ่งการเติม PS ลงไปในสูตร เนื่องจากกลไกหลักจะเป็นการเสริมการสังเคราะห์และปรับสมดุลชนิดของ Ceramides บนผิว ไม่ได้เติมไปตรงๆ ควรใช้ร่วมกับ pseudoceramide หรือ ceramide NP/AP/EOP ในระบบ ซึ่งในสูตรนี้มี Ceramide NP ทำให้ได้ผลจากเซราไมด์ที่เติมในระยะสั้น และในระยะยาวจาก PS (คหสต. แนวคิดเสริมเชิงกลไก – ไม่มีหลักฐานวิจัยซัพพอร์ต)

เสริมสารบำรุงเข้ามาอีกหลายกลุ่ม ได้แก่

  • B3 + B5 ดูแลผิวในหลายๆ ด้าน รวมทั้งเรื่อง soothing
  • Postbiotics จากการหมักจุลินทรีย์ (Lactobacillus Ferment Lysate, Bifida Ferment Lysate และ Lactococcus ferment lysate) ปรับสมดุลไมโครไบโอมให้ผิวมีสุขภาพดี
  • สารสกัดจากบัวบก (Centella asiatica extract; cica) และ พฤษเคมีจากบัวบก ที่ให้ประโยชน์ในการดูแลผิวได้หลายอย่าง ทั้งเรื่อง soothing ปัญหาการระคายเคือง และด้าน aging
  • Soothing ด้วยส่วนผสมอีกหลายชนิด แทนด้วยอักษรสีชมพูอ่อน เช่น คาโมมายล์, biosaccharide gum-1, dipotassium glycyrrhizate, allantoin
  • ดูแลเรื่องปัญหา aging ด้วย Adenosine
  • วิตามินอี เป็น antioxidant

ในภาพรวมถือว่าเป็น toner pad ที่ทำมาได้ค่อนข้างดี ทำได้ทั้งเช็ดเตรียมผิว และเป็น intensive mask แปะเฉพาะจุดที่ต้องการดูแลเป็นพิเศษ ไม่มีส่วนผสมที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

ให้คะแนน

  1. สารบำรุง ใช้ Neuromide มาปรับสมดุลและซัพพอร์ตการสร้างเซราไมด์ให้ผิว คู่กับ Niacinamide และมีการเติม ceramide ลงมา พร้อมกับสารบำรุงอื่นๆ ที่เด่นเรื่อง soothing และปรับสมดุลไมโครไบโอม รองๆ ได้ในเชิง anti-aging และ whitening ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่น ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. ความชอบ แผ่นแพดหนา ถ้าจะแปะใช้ด้านเรียบ แปะแล้วให้ความรู้สึกสบายผิว ชุ่มชื้นค่อนข้างนาน ฟินิชหลังใช้ผิวนุ่ม เนียน อิ่มน้ำ ถ้าเช็ดใช้ด้านนูนๆ เช็ดเตรียมผิวก่อนลงบำรุงก็โอเคเลย

สุดท้ายนี้ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางแบรนด์ Curecode โดยตรงเลยนะคะ

https://www.facebook.com/curecodeth

ทางไปช้อปปิ้ง

Shopee https://s.shopee.co.th/2gAMZ9iB6J

Lazada https://s.lazada.co.th/s.ZREKnQ?c=s&t=p-i68A85B-sQ5V464

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับเป็นของขวัญมาจากทางแบรนด์ การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ และไม่ได้รับค่าตอบแทนในการรีวิว โปรดใช้วิจารณญาณ

Image

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม Propolis energy ampoule pad จาก CNP Laboratory

ใครชอบ Toner pad บ้าง 🙋‍♀️

คือ ด้วยความที่เราเป็นคนชอบใช้สำลีชุ่มๆ เทโทนเนอร์ เอสเซนส์ใดๆ ลงไปจนชุ่ม เลยชอบกลุ่ม pad ด้วยล่ะ

ส่วนตัวเคยใช้กลุ่ม Toner pad แบบนี้ครั้งแรกสมัยแบรนด์ scinic เข้าวัตสัน แล้วซักพัก วัตสันก็เอา Bella monster มา (ตายละ รู้อายุเลย)

หลังจากนั้นก็หายไปสักพัก ก่อนจะได้กลับมาใช้ใหม่

วันนี้ขอเริ่มจาก Ampoule pad ของ CNP Laboratory ก่อนเลย

น้องเป็นสูตร Propolis บนกล่องจะมีเคลมว่า เอาส่วนผสมหลักจาก Propolis ampoule มาใส่ในนี้ค่ะ

หน้าตาเป็นแบบนี้

ตรงนี้เป็นส่วนของกล่อง

เวลาเปิดมาก็จะมีที่คีบมาให้ค่ะ

ตัวแผ่น pad จะมี 2 ด้าน ด้านหนึ่งจะมีความขรุขระกว่า เวลาใช้งานเราจะเอาด้านนี้เช็ดก่อน เป็นเหมือนกันผลัดผิวด้วยแรงเช็ด-แรงเสียดทาน (mechanical exfoliation) แบบเบาๆ

จากนั้นใช้ด้านเรียบเช็ดเบาๆ

ถ้าเป็นทางนี้จะเอาด้านเรียบมาแปะๆ tapๆ เบาๆ จนซึม

ส่วนผสมเป็นดังนี้

ในภาพรวมส่วนผสมมาในเบสแบบน้ำ ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน (ยกเว้นน้ำมันหอมระเหยเพื่อแต่งกลิ่น) ซิลิโคน และแอลกอฮอล์

สารบำรุงมีอยู่หลายตัว ซึ่งแบ่งเป็นหลายๆ กลุ่ม

ชื่อผลิตภัณฑ์คือ Propolis ดังนั้น มาวิเคราะห์ตัว Propolis ก่อนเลย

Propolis เป็นสารประกอบที่ผึ้งสร้างขึ้นมาจากน้ำลายผึ้งผสมกับไขผึ้ง และสารอื่นๆ ที่เก็บมาจากดอกไม้ ต้นไม้ที่พึ่งไปเกาะมา กลายเป็นสารเหนียวๆ บางทีเรียก กาวผึ้ง ทำหน้าที่ยึดติดรังเอาไว้ด้วยกัน

ใน Propolis ประกอบด้วยสารในกลุ่ม Polyphenol ที่มีประโยชน์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระ และมีคุณสมบัติในการระงับเชื้อจุลินทรีย์บางประเภท มีงานวิจัยพบว่า Propolis ปกป้องผิวจากรังสี UV โดยไปกดการสร้างเอนไซม์ MMP-1 ที่จะไปย่อยสลายคอลลาเจน (Kim et al., Nutrients. 2020;12(12):3790.) มีข้อมูลสนับสนุนว่า สารประกอบ phenolic เช่น caffeic acid, coumaric acid, and ferulic acid ใน propolis ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV ได้ (J. Cosmet. Dermatol. 2015;14:47–63.)

กลุ่ม pre-pro-post biotics มีด้วยกันหลายตัว

  • Prebiotics จะเป็น Beta-glucan ซึ่งเป็น prebiotics ในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตโมเลกุลใหญ่ มีประโยชน์เรื่องการเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ลดการอักเสบ การทดสอบในเซลล์เพาะเลี้ยงพบว่า Beta-glucan ที่สกัดจากข้าวโอ๊ตมีประโยชน์ในการเสริมกระบวนการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและหน้าที่ของเซลล์ผิว ให้โตเต็มวัย ทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ และฟื้นฟู Barrier ผิว (Int J Biol Macromol. 2021;185:876-889.)
  • Postbiotics จะเป็นพวก Lactobacillus ferment กับ พวกสารสกัดจากพืชที่ผ่านกระบวนการหมักด้วย Lactobacillus และ Saccharomyces ซึ่งจะได้สารที่มีประโยชน์ทั้งจากพืช และที่จุลินทรีย์สร้าง รวมถึงแปรสภาพต่างๆ อย่าง Lactobacillus/Soybean Ferment Extract นี้มีข้อมูลอยู่ว่า พวกสาร Isoflavone ตามธรรมชาติในถั่วเหลือง ปกติจะอยู่ในรูปแบบที่เกาะกับน้ำตาลอยู่ เรียกว่า Glycoside เมื่อหมักแล้ว เชื้อจะเปลี่ยนพวก Glycoside ให้กลายเป็นตัว Isoflavone เฉยๆ (เรียก Aglycone) ซึ่งมีคุณสมบัติ antioxidant ที่ดีขึ้น

กลุ่มสาร Soothing-ดูแลการระคายเคือง

เป็นสามสหาย Dipotassium glycyrrhizate + Panthenol + Allantoin เติมมาด้วย Cica

ใช้ Hya และน้ำผึ้งช่วยเติมน้ำเพิ่มความชุ่มชื้น

แต่งกลิ่นแนว Herb ด้วย น้ำมันหอมระเหยจาก Sweet geranium (perlagonium graveolens) ทำให้นัวขึ้นด้วยสารหอม Citronellol, Geraniol, Linalool

ในภาพรวมถือว่าทำมาได้น่าสนใจทีเดียว

ช้อปปิ้ง

https://s.shopee.co.th/1LVPbijOPV

https://s.lazada.co.th/s.BJl5N?cc

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ซื้อด้วยตนเอง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณ