Image

[Cosme-Diagnosis] วิเคราะห์ส่วนผสมสเปรย์ต้านมลภาวะและเกสรดอกไม้ตัวดัง Shiseido IHADA aller screen EX

สวัสดีค่ะ

ถ้าพูดถึงสเปรย์ต้านมลภาวะตัวดัง เชื่อว่าหลายๆท่านคงต้องเคยเห็นเจ้า IHADA aller screen EX ของเครือ Shiseido แน่ๆ

อ๊ะๆ เผื่อจะนึกไม่ออก หน้าตาน้องเป็นแบบนี้จ้า

SHOHIN_PL_C1_E07502_L.jpg

ที่ญี่ปุ่นนางมีจำหน่ายในร้านขายยาค่ะ ราคากรุบๆไม่แพงเลยจริงๆ

นางเป็นผลิตภัณฑ์ตัวหนึ่งที่น่าสนใจ และพัฒนาขึ้นมาจากงานวิจัยหลายๆชิ้น และแน่นอนว่าเป็นขวัญใจของ Blogger/Influencer หลายๆท่าน เลย

ยิ่งทำให้เราสนใจตัวนี้มากขึ้นเลยลองไปค้นข้อมูลเพิ่มเติมมาค่ะ

 

ก่อนจะไปดูส่วนผสม อยากเล่าให้ฟังถึงเรื่องเกสรดอกไม้กับผิวหนังซักหน่อย

เราอาจจะคุ้นเคยว่า เวลาช่วงที่ในอากาศมีละอองเกสรมากๆ คนที่เป็นภูมิแพ้ก็จะมีอาการจาม น้ำมูกไหลเนอะ

หลังๆมานี้ นักวิทยาศาสตร์พบว่า ละอองเกสรนี่ มันไม่ได้แค่มีผลต่อระบบทางเดินหายใจนะ

หลายคณะ นักวิจัยทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและการแพทย์ เจอว่าโปรตีนหรือเปปไทด์จากละอองเกสรดอกไม้ต่างๆหรือ ดอกหญ้าบางชนิด สามารถซึมผ่านผิวหนังที่มี Barrier ไม่สมบูรณ์ เช่น ผู้ที่เป็นโรคผิวหนังอักเสบ อย่าง Atopic dermatitis หรือ Eczema แล้วลงไปเหนี่ยวนำให้เกิดปฏิกิริยาการแพ้ขึ้นมา ทำให้อาการของโรคผิวหนังแย่ลง

นอกจากเรื่องการแพ้แล้ว ก็มีการศึกษาพบว่าละอองเกสร สามารถไปลดความสามารถในการเป็น Barrier ของผิวได้อีก

จากนั้นก็มีการศึกษามาเป็นระยะๆว่าการทามอยส์เจอไรเซอร์บางกลุ่มสามารถลดการดูดซึมของโปรตีนจากละอองเกสรเหล่านี้ได้ และช่วยลดอาการแพ้ที่ผิวหนังได้ค่ะ

 

กลับมาที่ผลิตภัณฑ์ของเรา

Product ตัวนี้ออกมาได้หลายปีแล้วนะคะ ซึ่งตอนที่นางออกมาใหม่ๆ นางก็เป็นข่าวฮือฮาในเว็บ Cosmetics-design แล้วตั้งแต่เมื่อปี 2015

shi 2

(แหล่งข่าว https://www.cosmeticsdesign-asia.com/Article/2015/05/14/Shiseido-sees-opportunity-in-Japan-s-pollen-concerns)

 

หลังจากนั้นก็มีข่าวออกมาอีกว่า Shiseido เจอว่า ละอองเกสรนี่ทำร้าย Barrier ผิวได้ด้วยนะ นอกจากเหนี่ยวนำให้เกิดการแพ้

shi 1

(แหล่งข่าว https://www.cosmeticsdesign-europe.com/Article/2016/02/10/Shiseido-finds-pollen-can-damage-skin-barrier)

 

ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ออกมาสู่ตลาดซักพักแล้ว จนเริ่มมาดังในบ้านเรา เมื่อ Blogger หลายๆท่านมีการกล่าวถึงผลิตภัณฑ์ตัวนี้มากขึ้น ทำให้เราอยากได้อยากลองอยากมีไปด้วย เลยไปลองค้นข้อมูลเพิ่มเติม ก็พบว่านางทำมาได้ค่อนข้างน่าสนใจเลยทีเดียวหละ

 

โดยกลไกการออกฤทธิ์ที่ทางแบรนด์เขา Claim ไว้ คือ นางจะไปสร้างเกราะที่มีประจุไฟฟ้า และสามารถผลักเอาละอองเกสร ฝุ่นละออง ชนิด PM 2.5 รวมถึงพวกไวรัส ไม่ให้เข้ามาสัมผัสผิวเราได้

ihada 2

(Image from Shiseido)

 

และโชคดีมาก ที่ในเว็บของทางแบรนด์เค้ามีส่วนผสมมาให้ เลยลองใช้ Google แปล + Miyeon เดา มาแกะส่วนผสมดูค่ะ

สผส ihada

แนบแบบภาษาญี่ปุ่นมาให้ด้วย เผื่อท่านใดอ่านได้ และมี่แปลผิดจะได้ช่วยแก้ไขในรายละเอียด

 

ดูจากส่วนผสมจะเห็นว่า มีสารประจุบวก อยู่ 2 ชนิด คือ เจ้า Polyquaternium-51 ซึ่งตัวนี้มีสูตรโครงสร้างคล้ายๆกับ Phospholipid ที่เป็นองค์ประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์ต่างๆ ทางผู้ผลิตวัตถุดิบเขาเลยเคลมว่า สามารถเรียงตัวบนผิวได้ และเสริมเรื่องความชุ่มชื้น กับ Barrier ผิว

ส่วนอีกตัวคือ Distearyl dimonium chloride นางจัดเป็นสารประจุบวกในกลุ่มของ Cationic surfactant ซึ่งเดิมทีเราจะใช้สารในกลุ่มนี้เป็นครีมนวดผม เพราะสามารถจับกับผมเสียที่มีประจุเป็นลบ และช่วยปรับสภาพเส้นผมให้นุ่มสลวยสวยเงางาม

เช่นเดียวกัน นางสามารถเกาะกับองค์ประกอบในโปรตีนบนผิวที่มีประจุลบ ทำให้ติดบนผิวได้ยาวนาน

 

เจ้านี่เองที่สร้างเกราะทางไฟฟ้า มาช่วยเคลือบปกป้องผิวเราจากละอองเกสร และฝุ่นละอองต่างๆ

 

เรียกได้ว่าเป็นการใช้วัตถุดิบทางเครื่องสำอางได้อย่างชาญฉลาด เรียกได้ว่า เกือบจะต้องกราบแนบตักเลยทีเดียว

 

ส่วนในเบสก็มีสารในกลุ่มของ Fatty alcohol และน้ำมัน Mineral oil เพื่อช่วยให้ผิวไม่แห้ง และให้สัมผัสนุ่มลื่น ส่วนแอลกอฮอล์อย่าง Ethanol กับ Isopropanol ที่ใส่มาก็เพื่อให้ผลิตภัณฑ์แห้งไว และช่วยให้สารเหล่านี้แผ่กระจายเรียงตัวเป็นฟิล์มสวยๆได้นั่นเอง

ส่วนความกังวลเรื่องความระคายเคือง ถ้าดูจากวิธีการใช้งาน เราสเปรย์ที่ชั้นนอกสุดของผิว หลังจากบำรุงต่างๆมามากมาย และแต่งหน้าแล้ว จึงไม่ค่อยน่าห่วงเท่าไหร่นะคะ เว้นแต่คนที่ Sensitive มากๆ อาจจะต้องลองทดลองดูว่าทนไหวไหม เพราะการตอบสนองของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน

 

สำหรับราคาที่ญี่ปุ่นก็ถือว่าไม่ได้แพงนะคะ

ขวด 50 กรัม 972 เยน (ราวๆ 291 บาท)

ขวด 100 กรัม 1728 เยน (ราวๆ 518 บาท)

 

ด้วยความที่เป็นขวดแบบบรรจุแก๊ส ให้ละอองแบบไมโคร ในการใช้งาน 1 ครั้ง จึงไม่ได้เปลืองมาก น่าจะใช้ทนอยู่

 

Disclaimer: บทความนี้เป็นการเขียนวิเคราะห์ส่วนผสมในเชิงวิชาการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง และมีส่วนที่เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคล มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้และใช้ในเชิงการศึกษา ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า ขอสงวนลิขสิทธิ์ในตัวบทความทั้งหมด และห้ามนำไปใช้เพื่อประโยชน์ในการค้า โปรดใช้วิจารณญานในการรับชม

For educational purpose only

 

References

 

  1. Meinke et al. Skin Pharmacol Physiol. 2016;29(2):71-5. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/27027785
  2. Fölster-Holst et al. Clin Cosmet Investig Dermatol. 2015;8:539 -48. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/26604810
  3. Kumamoto et al. Arch Dermatol Res. 2016;308(1):49-54.https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/26498292
  4. https://www.cosmeticsdesign-europe.com/Article/2016/02/10/Shiseido-finds-pollen-can-damage-skin-barrier
  5. https://www.cosmeticsdesign-asia.com/Article/2015/05/14/Shiseido-sees-opportunity-in-Japan-s-pollen-concerns
  6. https://www.shiseido.co.jp/cms/onlineshop/ih/bn/asex/

 

 

Image

[Ingredient spotlight] นวัตกรรมใหม่ทางเครื่องสำอาง กับ Exoskin ที่ออกฤทธิ์ Anti-aging ได้อย่างล้ำลึก

สวัสดีค่ะ

คืนนี้มี่มีส่วนผสมนวัตกรรมใหม่ๆทางเครื่องสำอางมาเล่าสู่กันฟังค่ะ

วันนี้เป็นเรื่องของส่วนผสมที่ให้ผลด้าน Anti-aging ค่ะ

ส่วนผสมวันนี้มีชื่อทางการค้า (ยี่ห้อ) ว่า Exoskin เป็นวัตถุดิบของบริษัท Biocosmethic ประเทศฝรั่งเศสค่ะ

exo 1

สารนี้มีชื่อกลางในทางเครื่องสำอาง (INCI name) ว่า macadamia integrifolia seed oil (and) sea silt extract

เป็นสารสกัดจากตะกอนทะเลในเบสที่เป็นน้ำมันแมคคาเดเมียค่ะ

exo 3

(Image from: Biocosmethic)

ทางบริษัทก็มีการ Claim ว่าได้จากน้ำทะเลบริสุทธิ์แถวกัวเตมาลา

เจ้าตะกอนทะเลนี่ทำอะไรได้บ้างนะ ???

ว่ากันว่า สารสกัดจากตะกอนทะเลนี้สามารถกระตุ้นให้เซลล์ผิวเราสร้างตัวส่งสัญญาณที่มีชื่อว่า Exosome ออกมาค่ะ

exo 2

(Image from: Biocosmethic)

Exosome นี้ทำหน้าที่เป็นเสมือน Messenger นำข้อความจากชั้นหนังกำพร้า หรือ Epidermis ออกมายังหนังแท้ หรือ Dermis ค่ะ

Messenger ตัวนี้จะไปกระตุ้นให้เซลล์บางชนิดทำงานและสร้างสารบางชนิดออกมาได้ค่ะ ตัวอย่างเช่น ไปกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ให้สร้างคอลลาเจนออกมา ผิวก็จะยืดหยุ่นมากขึ้น

ทางบริษัทก็ไม่ได้กล่าวลอยๆ นางมีการทดสอบทั้งในระดับหลอดทดลอง และ ในอาสาสมัครค่ะ

  • การทดสอบในระดับหลอดทดลอง
  1. –การทดสอบประสิทธิภาพในการลดการอักเสบที่ชั้นหนังกำพร้า
  2. –การทดสอบประสิทธิภาพในการฟื้นฟูปราการของผิว
  3. –การทดสอบการติดต่อสื่อสารระหว่างชั้นหนังกำพร้าและหนังแท้
  4. –การทดสอบยืนยันว่าเซลล์ Fibroblast ได้รับข้อความจาก Exosome
  • การทดสอบเชิงคลินิกในอาสาสมัคร

พบว่าโดยรวมแล้วตัวตะกอนทะเล หรือ Exoskin มีคุณสมบัติที่โดดเด่นหลายด้านเลยค่ะ

exo 5

(Image from: Biocosmethic)

  • ลดการอักเสบ โดยไปมีผลยับยั้ง NF-kB และ TNF-α ซึ่งจะนำไปสู่ความชรา และความแก่ก่อนวัย ที่เรียกว่า Inflam’aging
  • เพิ่มความแข็งแรงของ Barrier ผิว โดยไปเพิ่มความแข็งแรงให้กับเซลล์ผิวชั้นนอก (หรือ Corneocyte)
  • เพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจน อิลาสติน และ ไฟบริลิน ออกมามากขึ้น ผิวจึงแน่นฟูและกระชับขึ้น

ในการทดสอบระดับอาสาสมัคร โดยให้อาสาสมัครทาครีมที่มี Exoskin ในความเข้มข้น 1.5% เป็นเวลา 56 วัน ทาแค่ครึ่งหน้า เทียบกับครีมเปล่าๆที่ไม่มี Exoskin พบว่า อาสาสมัครมีผิวที่เรียบขึ้น

exo 6

(Image from: Biocosmethic)

มีการแจกแบบสอบถามให้อาสาสมัครประเมินความรู้สึกต่อผิวตัวเองด้วยค่ะ

exo 7.jpg

(Image from: Biocosmethic)

  • 69% รู้สึกว่า ผิวแน่นขึ้นและยืดหยุ่นขึ้น
  • 77% รู้สึกว่า ผิวตัวเองสวยขึ้น
  • 61% รู้สึกว่า ผิวมีความกระจ่างใสมากขึ้น
  • 77% รู้สึกว่า ผิวหน้าเมื่อยามตื่นนอนดูความสดชื่นและมีชีวิตชีวา

 

ก็นับว่าเป็นวัตถุดิบตัวหนึ่งที่น่าสนใจและดูมีนวัตกรรม ดูเก๋ไก๋ ที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยรวมกลไกการออกฤทธิ์ยังมีมากกว่านี้ แต่ค่อนข้างลึกและยาก มี่เลยตัดมาแค่บางจุดที่เข้าใจง่ายเฉยๆนะคะ

วัตถุดิบตัวนี้รู้สึกว่ามีแบรนด์ซื้อไปทำแป้งพัฟแล้วด้วยค่ะ

 

และก็ตอนนี้มีบริษัทนำเข้าวัตถุดิบแล้วนะคะ โดยบริษัท JR Serve Co.,Ltd.

ซึ่งถ้าใครสนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้กับทางบริษัทโดยตรงเลยนะคะ

อีเมล์: jirat@jrserve.co.th

 

Reference:

Biocosmethique. Exoskin Technical data sheet.

 

Image

[Ingredient Spotlight] Sequollagen สารสกัดจากยีสต์แห่งต้นไม้ยักษ์ เพื่อการฟื้นฟูและเสริมสร้างคอลลาเจนในผิว

เมื่อราวๆเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา มี่มีโอกาสได้ไปชมงาน in-cosmetics Asia ซึ่งเป็นงานแสดงวัตถุดิบ เครื่องไม้เครื่องมือ และความก้าวหน้าเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางมาค่ะ

 

in-cosme.jpg

 

ปีนี้มีส่วนผสมใหม่ๆที่น่าสนใจอยู่หลายตัวเลย อย่างตัวที่ยกมากวันนี้เป็นวัตถุดิบของบริษัท Biocosmethique ประเทศฝรั่งเศส มีความนวัตกรรมดูแปลกใหม่ และดูทรงคุณค่ามากค่ะ

seq-2

 

Sequollagen เป็นชื่อทางการค้าของ Pichia ferment lysate filtrate เรียกง่ายๆว่าเป็นยีสต์หมักสายพันธุ์หนึ่งค่ะ

seq-1

 

ยีสต์ชนิดนี้ทางแบรนด์กล่าวว่าเป็นยีสต์ที่แยกได้จากต้น Sequoia ซึ่งเป็นต้นไม้สูงใหญ่ในอุทยานแห่งชาติ Yosemite national park ที่ Sierra Nevada mountain ประเทศอเมริกา

 

กล่าวกันว่าต้นไม้ชนิดนี้มีความทนทาน ทนต่อไฟ แมลง มีอายุยืนนานถึง 4000 ปีเลยทีเดียวค่ะ

 

ทางบริษัทจึงได้ทดลองเก็บเชื้อจากเปลือกไม้มา พบว่าเป็นยีสต์ตระกูล Pichia spp. พอเลี้ยงไปเลี้ยงมาพบว่าเจ้ายีสต์นี้ประกอบด้วยเอนไซม์ Prolyl hydroxylase ซึ่งเป็นเอนไซม์สำคัญเอนไซม์หนึ่งในการสร้างคอลลาเจนของผิวเรา

 

seq 3.jpg

(Image from Biocosmethique)

 

seq 4.jpg

(Image from Biocosmethique)

 

เอนไซม์ Prolyl hydroxylase จำเป็นต่อการเปลี่ยนกรดอะมิโน Proline ให้กลายเป็น Hydroxyproline ในสายคอลลาเจนค่ะ

 

เอนไซม์นี้อาศัยธาตุเหล็ก และวิตามินซี เป็นส่วนหนึ่งในการทำงาน นี่ก็อธิบายได้ว่าทำไมวิตามินซี ให้ผลเรื่องริ้วรอยได้ด้วย

 

การทดสอบของบริษัทพบว่า Sequollagen มีคุณสมบัติอยู่ 3 ประการหลักๆ คือ

  1. Rejuvenation คืนความอ่อนเยาว์ โดยส่งเสริมการทำงานของ Fibroblast ซึ่งเป็นเซลล์แม่ในการสร้างเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่ชั้นหนังแท้ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และอิลาสติน ในระดับหลอดทดลอง
  2. ปกป้องจากรังสี UV
  3. ลดริ้วรอย

 

This slideshow requires JavaScript.

(Image from Biocosmethique)

 

ซึ่งการทดสอบของทางบริษัทเป็นในระดับหลอดทดลอง (In-vitro) และระดับ Ex-vivo ซึ่งใช้ผิวหนังจริงมาเพาะเลี้ยงค่ะ

จะเห็นได้ว่าสารดังกล่าวมีคุณสมบัติเพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจน เพิ่มการทำงานของเซลล์แม่อย่าง Fibroblast และช่วยปกป้องเซลล์จากรังสี UV

 

ก็นับว่าเป็นวัตถุดิบตัวหนึ่งที่มีความน่าสนใจ และมีกลไกการออกฤทธิ์ที่ดูแปลกแตกต่างออกไปจากที่เคยมีมา และส่วนตัวมี่เองยังไม่เคยเจอวัตถุดิบนี้ในเครื่องสำอางเลยค่ะ

 

ล่าสุดตอนนี้มีบริษัทนำเข้าวัตถุดิบแล้วนะคะ เป็นบริษัท JR Serve Co.,Ltd.

ซึ่งถ้าใครสนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้กับทางบริษัทโดยตรงเลยนะคะ

อีเมล์: jirat@jrserve.co.th

 

Reference:

Biocosmethique. Sequollagen Technical data sheet.

 

Disclaimer: บทความดังกล่าวเขียนขึ้นโดยอิงจากข้อมูลของผู้ผลิตวัตถุดิบเป็นหลัก และผู้เขียนไม่ได้รับค่าตอบแทนใดๆในการเขียนบทความ

 

Review: Rezme’ White & Firm Serum cream

Review: Rezme’ White & Firm Serum cream

วันนี้มี่แวะเอารีวิว Serum cream จากแบรนด์ Rezme’ มาฝากกันค่ะ

Concept ของ Serum cream ก็เป็นแบบ 2 in 1 ที่แบบว่าทาทีเดียวได้ทั้งซีรัมได้ทั้งครีมเลยค่ะ

ชื่อเต็มๆของผลิตภัณฑ์คือ Rezme’ White & Firm serum cream ค่ะ

rezme

ข้างในเป็นกระปุกแก้วสีขาวเหลือบมุก ฝาสีเงินค่ะ

IMG_0012-re

ตัวครีมเป็นสีขาว เนื้อนุ่ม หอมหวานคล้ายๆดอกไม้ผสมขนมหวานค่ะ

IMG_0013-re

เกลี่ยง่าย ให้ความรู้สึกชุ่มชื้น เย็น ซึมค่อนข้างไว แห้งไว และไม่หนักผิวค่ะ

IMG_0015-re

วัดค่า pH กันซักหน่อย

IMG_0016-re

pH อยู่ที่ประมาณ 4-5 นะคะ ก็ถือว่าใกล้เคียงกับผิวดีค่ะ

มาดูส่วนผสมกันบ้างดีกว่าค่ะ

สผส

ส่วนผสมเรียกได้ว่าค่อนข้างมาเต็มเหมือนกันค่ะ ในส่วนของสารออกฤทธิ์มี่ทำสีเขียวไว้ให้ และในส่วนของสีฟ้า Ethoxydiglycol นี่เป็นตัวทำละลายพิเศษ มีคุณสมบัติเพิ่มการดูดซึมสารอื่นๆเข้าสู่ผิวหนัง ทำให้ได้ผลที่ดีขึ้นค่ะ (ทางวิทย์ฯเรียกว่า Penetration enhancer ค่ะ)

ในส่วนของสารออกฤทธิ์เรียกได้ว่าใส่มาค่อนข้างเยอะเลยหละ เพราะดูสารสกัดนี่มาหลังน้ำเลยทีเดียว

สารออกฤทธิ์เราแบ่งได้เป็น กลุ่ม ดังนี้นะคะ

  1. กลุ่มผิวขาว ได้แก่

–         Lepidum sativum extract ตัวนี้เป็นสารสกัดจาก Garden cress ไม่มีข้อมูลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับผิวหนัง ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบบอกว่า มีประโยชน์ในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ต่อต้านอนุมูลอิสระ และลดเลือนริ้วรอยได้ สามารถยับยั้งการทำงานของฮอร์โมน Melanocyte stimulating hormone (MSH) ที่ทำหน้าที่กระตุ้นให้เซลล์เมลาโนไซต์ที่มีหน้าที่สร้างเมลานินทำงานได้ดีขึ้น เมื่อไปยับยั้ง MSH ก็จะทำให้เซลล์เมลาโนไซต์ทำงานได้ลดลง ผิวจึงขาวขึ้น

–         Arbutin ยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิว

–         Ascorbyl palmitate อนุพันธ์ของวิตามินซี นอกจากเรื่องการลดการสร้างเม็ดสีผิว แล้วยังช่วยเรื่องริ้วรอยโดยเป็นส่วนประกอบในการสร้างคอลลาเจน และเป็น Antioxidant

–         Glutathione ยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิว และเป็น Antioxidant

–         Evodia rutaecarpa extract สารสกัดจากพืชชนิดหนึ่งในตำรับยาจีน มีคุณสมบัติร้อน มีรายงานการวิจัยเกี่ยวกับคุณสมบัติในการปกป้องผิวจากกระบวนการอักเสบที่เกิดขึ้นจากรังสี UV (J Dermatol Sci. 2006;42(1):13-21.) ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่า สารสกัดนี้ให้ผลกระตุ้นการไหลเวียนเลือดช่วยให้ผิวดูมีเลือดฝาดและมีสุขภาพดี ทำให้ผิวดูสว่างขึ้น (Gatulene Radiance, Gattefossé)

สรุปด้านผิวขาว สารออกฤทธิ์ที่ 2 Step คือ ขั้นตอนการสร้างเม็ดสีผิว และขั้นตอนก่อนสร้างเม็ดสีผิว โดยรวมถือว่าทำมาได้ค่อนข้างดี

  1. กลุ่มริ้วรอย ได้แก่

–         Acmella olearaceae สารสกัดจากผักบุ้งให้ผลเป็น Antioxidant และช่วยคุมมันได้

–         สารสกัดจากเซลล์เพาะเลี้ยงของพืช อย่าง Argan กับ Apple อันนี้ผู้ผลิตวัตถุดิบเรียกกันไปเองว่า Stem cell จริงๆแล้วคือเป็นการสกัดเนื้อเยื่อเพาะเลี้ยงจากพืช ที่เรียกกันว่า Callus พวกนี้จะให้สารอาหารให้แก่ผิว ทำให้ผิวทำงานได้ดีขึ้น ริ้วรอยจะดูลดลง

–         Crocus chrysantus extract สารสกัดจากพืชตระกูลเดียวกับหญ้าฝรั่น (saffron) ในส่วนของฐานข้อมูลงานวิจัยมีกล่าวถึงแต่หญ้าฝรั่น สารสกัดจากเหง้าของพืชนี้มีชื่อทางการค้าว่า DermCom ของบริษัท Mibelle มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มการสื่อสารระหว่างเซลล์ สร้างสารเคมี สร้างเซลล์ผิว และสร้าง Growth factor ออกมาให้ผิวแข็งแรง ริ้วรอยลดลง ผิวดูเรียบเนียนขึ้น

  1. กลุ่มลดการอักเสบและปกป้องผิว

–         Hordeum vulagare สารสกัดจากข้าวบาร์เลย์ ช่วยเรื่องเพิ่มความชุ่มชื้น และลดการระคายเคือง

–         Ectoin ช่วยปกป้องผิวจาก UV และช่วยลดการอักเสบในผิว

สำหรับส่วนประกอบอื่นๆก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรกับผิว

ถึงเวลาให้คะแนน

  1. สารออกฤทธิ์ จากที่บรรยายไว้ด้านบนคือให้สมบัติด้านผิวขาว ริ้วรอย และลดการอักเสบกับปกป้องผิว โดยรวมถือว่าทำมาได้ค่อนข้างดี นี่ถ้ามีแต่ผิวขาวคงจะโดนหักคะแนน แต่เพราะมีอย่างอื่นมาเสริมด้วยก็เลยทำให้ดูดีขึ้นมาก ให้ผลได้ค่อนข้างครอบคลุมทั้ง ขาว ริ้วรอย ชะลอวัน ชุ่มชื้น และลดอักเสบ โดยรวมจึงขอให้ 5 ฟลาสก์
  2. Base ส่วนของเนื้อหลักเป็นชนิดครีม เกิดจากน้ำมันกับน้ำ และซิลิโคน ส่วนของน้ำมันมีทั้งน้ำมันที่ดูดซึมเข้าไปบำรุงผิวได้ และไขมัน/ซิลิโคนที่เคลือบปกป้องผิว ส่วนของน้ำใช้ Propylene glycol เป็นตัวดึงน้ำ ไม่มีส่วนผสมของ Alcohol โดยรวมถือว่าทำมาได้ครบสำหรับการเป็น Moisturizer ดีๆซักชิ้น จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
  3. Additives ไม่ใช้พาราเบน ในส่วนผสมไม่มี Fragrance แต่มี่ว่ามันก็หอมอยู่นะ หรือจะหอมสารสกัด? สาร Emulsifier ที่ใช้ก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร จุดนี้ก็เลยไม่รู้จะหักคะแนนอะไร เลยเป็น 5 ฟลาสก์
  4. การใช้งาน ส่วนตัวมี่ได้ลองใช้มา 2 อาทิตย์ กว่าๆ ก็ถือว่าผิวนุ่มชุ่มชื้น และเรียบเนียน แต่งหน้าติดง่ายดีค่ะ โดยรวมก็ถือว่าประทับใจ โดยเฉพาะความหอม มันเป็นสไตล์ที่มี่ชอบพอดี จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์

คะแนน

สุดท้ายนี้อยากขอบคุณทางแบรนด์ Rezme’ ด้วยค่ะที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามมาจนจบ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทางเฟสบุคของแบรนด์

https://www.facebook.com/RezmeOfficial

ได้เลยค่ะ

Disclaimer/Conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์ Rezme’